PULS & SWITCHING รหัสวิชา 30105-2006 ส่ ว น ห น้ า How to be successful at a young age Story to Success แผนกวิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์
1 แผนการจัดการเรียนรมู งุ เนนสมรรถนะ วิชา วงจรพัลสแ ละสวติ ชงิ (20105-2006) หลกั สตู ร ประกาศนียบัตรวชิ าชีพ พุทธศักราช 2562 ประเภทวชิ า อตุ สาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา จดั ทำโดย นายเดชาธร อนสุ าสน ตำแหนง ครูฝกประสบการณวชิ าชพี แผนกวชิ าชา งอเิ ลก็ ทรอนิกส วทิ ยาลยั เทคนคิ ชุมพร สถาบนั การอาชวี ศกึ ษาภาคใต 1 สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร
2 รายการตรวจสอบและอนญุ าตใหใช ควรอนญุ าตใหใชก ารสอนได ควรปรับปรุงเกี่ยวกบั ........................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ........................................................................ (นายวิษนุ สงศร)ี หัวหนาแผนกวชิ าชางอิเลก็ ทรอนกิ ส ............../.................................../.................... เหน็ ควรอนญุ าตใหใชก ารสอนได ควรปรบั ปรุงดงั เสนอ อน่ื ๆ ............................................................................................................................................................... ........................................................................ (นายสมศักด์ิ หลวงนา) หวั หนางานพัฒนาการเรียนการสอนฯ เห็นควรอนญุ าตใหใชการสอนได ควรปรับปรุงดงั เสนอ อนื่ ๆ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................ ........................................................................ (นายประเสรฐิ ถงึ วสิ ัย) รองผูอำนวยการฝา ยวิชาการ ............../........................../.................... อนุญาตใหใชก ารสอนได อื่น ๆ ............................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................ ........................................................................ (นายจารึก ศลิ ปสวสั ด)์ิ ผอู ำนวยการวิทยาลยั เทคนิคชมุ พร ............../........................./....................
3 แบบสอบถามความสอดคลองกบั สถานประกอบการ ตอนที่ 1 ถามเกีย่ วกบั ขอ มูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม • ประเภท / ชนิดสถานประกอบการ ศนู ยซ อมเคร่ืองใชไฟฟา • กลุมงาน อเิ ล็กทรอนิกส • เพศ ชาย หญิง • อายุ 23 ป • วุฒิการศึกษา ระดับปรญิ ญาตรี สาขาอิเล็กทรอนิกส • ตำแหนง • ระยะเวลาท่ีปฏบิ ตั งิ านในตำแหนง ตอนที่ 2 ถามเกยี่ วกบั (เรื่อง/งานยอย) ทใ่ี ชในการเรยี น/ปฏบิ ตั งิ าน รายการงาน (งานยอย) ไมใชในการ ระดับความถ่ีท่ีใชป ฏิบัติงาน ปฏิบัตงิ าน 5432 1 1 รูปคล่นื ไฟฟา 2 วงจรลดรูปสญั ญาณ และวงจรแปลงรปู สญั ญาณ 3 ดิฟเฟอรเรนชเิ อเตอรและอนิ ตเิ กรเตอร 4 คลปิ เปอร 5 แคลมเปอร 6 ทรานซิสเตอรส วิตช 7 ชมิตตท รกิ เกอร 8 มัลตไิ วเบรเตอร 9 ลอจิกและการเกดิ สญั ญาณ 10 วงจรซงิ โครไนซแ ละไดอะกรมเวลา ลงชื่อ................................................... สถานประกอบ/ผเู ชย่ี วชาญ () ตำแหนง
4 คำนำ แผนการสอนรายวิชาวงจรพัลสและสวิตชิง รหัสวิชา 20105-2006 มีเนื้อหาตรงตามจุดประสงคและ คำอธบิ ายรายวิชา หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ พุทธศกั ราช 2562 (ปรับปรุงพทุ ธศกั ราช 2565) ของสำนักงาน คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร หมวดวชิ าชพี เลือกของสาขาวิชาชางอเิ ล็กทรอนกิ ส แผนการสอนรายวิชาวงจรพัลสและสวติ ชิง แบงออกเปน 10 หนวยการเรียน เริ่มดวยรูปคลื่นไฟฟา วงจร ลดรูปสัญญาณและวงจรแปลงรูปสัญญาณ ดิฟเฟอรเรนชิเอเตอร อินติเกรเตอร คลิปเปอร แคลมเปอร ทรานซิสเตอรสวิตช ชมิตตทริกเกอร มัลติไวเบรเตอร ลอจิกและการเกิดสัญญาณ การซิงโครไนซและไดอะแกรม เวลา โดยมจี ดุ ประสงครายวชิ า เพอ่ื ให 1) เขาใจพื้นฐานของรูปสัญญาณแบบตางๆ และการแปลงรูปสัญญาณไฟฟา 2) เขาใจเกี่ยวกับหลักการทำงานของวงจรพลั สและสวิตชิง 3) มีทักษะในการประกอบและทดสอบวงจรพัลสและส วิตชิง 4) มีเจตคติที่ดีตอวิชาชีพ มีกิจนิสัยในการคนควาเพิ่มเติม ปฏิบัติงานดวยความละเอียดรอบคอบ คำนึงถึง ความถูกตองและปลอดภัย และมีสมรรถนะรายวิชา 1) แสดงความรูเกี่ยวกับการใชงานวงจรพัลสและสวิตชิง 2) ประกอบและทดสอบวงจรพลั สและสวติ ชิง การจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยเนนผูเรียนเปนสำคัญ โดยใชรูปแบบ MIAP และบูรณาการกับปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียงและมุงพฒั นาใหผเู รยี นเปนสำคญั ท้งั ดา นความรู ดานทกั ษะ และคุณธรรม
5 คำแนะนำการใชแผนการจัดการเรยี นรูม ุงเนน สมรรถนะ 1. กอนการใชแผนการจัดการเรียนรูมุงเนนสมรรถนะวิชาวงจรพัลสและสวิตชิง ครูผูสอนควร ศึกษา การใชแผนการจดั การเรียนรมู ุง เนน สมรรถนะใหเ ขา ใจเสยี กอ น 2. ศกึ ษาแผนการจัดการเรยี นรมู ุงเนน สมรรถนะ ผลการเรียนรูท ่ีคาดหวงั จดุ ประสงคก ารเรยี นรู สาระ การเรียนรูกระบวนการเรียนรูการวัดและประเมินผล ตลอดจนแหลงการเรียนรูในแตละหนวยให เขาใจอยาง ชัดเจน 3. กอ นสอนครคู วรช้ีแจงบทบาทและหนา ทีข่ องผเู รียน และกำหนดขอตกลงรว มกัน 4. เมื่อเรียนรูจบหนวยแลว ใหนักเรียนทำแบบวัดผลการเรียนรูหลังเรียน ในแตละหนวยเพื่อวัด ความกาวหนาของความรคู วามเขาใจ 5. ภายหลังจากการวัดผลการเรยี นรหู ลงั เรยี นแลว ครูควรมอบหมายใหผ ูเ รยี นทำแบบฝกหดั เพมิ่ เตมิ 6. ภายหลังจากการมอบหมายใหผเู รียนทำแบบฝกหดั แลว ครคู วรเปนที่ปรึกษาใหคำแนะนำนักเรียน ทมี่ ปี ญ หาในการทำแบบฝก หัด 7. หากมีนักเรียนไมผานเกณฑการประเมินหลังเรียนในเนื้อหาใด ใหโอกาสนักเรียนศึกษาใบความรู อีกครัง้ แลว ใหท ำแบบวัดผลการเรียนรหู ลงั เรยี น
6 ระดับชั้น ปวช. ผลงาน และเกณฑก ารประเมินผลงานรายวิชา 2 หนว ยกิต รหัสวิชา 20105-2006 สาขาวชิ า ชา งอเิ ล็กทรอนกิ ส 4 ชวั่ โมง/สปั ดาห ชอื่ วิชา วงจรพัลสและสวติ ชิง 1. ผลงานและเกณฑการประเมนิ ผลงาน ผลงานและเกณฑการประเมินผลงานในรายวิชาหุนยนตเบื้องตน ไดกำหนดหลักเกณฑการ ประเมินผลงานเพอื่ ใหผ เู รียนมคี วามรู คุณธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค ดงั น้ี ผลงานและเกณฑก ารประเมนิ ผลงาน (คะแนนเต็ม 100%) 1. การวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน 40 % 2. แบบทดสอบหลงั เรียนรายหนวย 40 % 3. คณุ ธรรม จริยธรรม และคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค 20 % รวม 100 % * คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค คุณธรรม จริยธรรมฯ นี้ไดกำหนดขึ้นตามกรอบคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะที่พึงประสงค ของ ผูสำเร็จการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ประกอบดวย 15 คุณลักษณะ สอดคลองกบั การบูรณาการปรัชญาเศรฐกิจพองเพียง (เงื่อนไขคุณธรรม) ซึ่งในวิชาวงจรพัลสและสวิตชงิ (20105-2006) น้ี ไดเนน 4 คุณลักษณะ คือ ดานความมีวินัย ดานความรับผิดชอบ ดานความซื่อสัตยสุจริต และ ดานความ สนใจใฝเรียนรู ซง่ึ ในแตล ะดานมีพฤติกรรมบงชีท้ สี่ ำคัญและนำมาเลอื กใช ดังนี้ 1. ความมวี ินยั คือปฏบิ ัติตามกฎระเบยี บขอบังคับและขอตกลงตาง ๆ ของสถานศกึ ษาไดแ กก ารแตง กายถูกตองตามระเบียบและขอบังคับ ตรงตอเวลา รักษาสาธารณสมบัติ สิ่งแวดลอ มและเขารวมกจิ กรรมทีค่ รู กำหนดและประพฤติตนถกู ตอ งตามศลี ธรรมอันดีงาม (เขาชนั้ เรียนตรงเวลา) 2. ความรับผิดชอบ คอื การเตรยี มความพรอ มในการเรียนและการปฏิบัติงาน ปฏบิ ตั ิงานตามขนั้ ตอน ที่วางไว ปฏิบัติงานดวยความตั้งใจ ปฏิบัติงานดวยความละเอียดรอบคอบ ปฏิบัติงานที่ไดรับมอบหมายเสร็จ ตามกำหนด มีความเพียรพยายามในการเรยี นและการปฏบิ ัติงาน ปฏิบัติงานตามหนาที่ของตนเอง ยอมรับผล การกระทำของตนเอง ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยตอตนเองและสวนรวม (นักเรียนเอาใจใสการ เขารว มกจิ กรรมในแตล ะแผนการจดั การเรยี นรมู ุง เนนสมรรถนะอยางตั้งใจ) 3. ความซ่ือสัตยส จุ ริต คือการพูดความจรงิ ไมน ำผลงานของผูอ ื่นมาแอบอา งเปนของตนเอง ไมทจุ ริต ในการสอบ ไมลักขโมยเปนตน (นกั เรียนไมถามและไมลอกคำตอบจากผอู ่ืน) 4. ความสนใจใฝรู เปนการศึกษาคนควาดวยตนเอง ซักถามปญหาขอสงสัย แสวงหาประสบการณ และคนหาความรูใหม ๆ (นักเรียนใฝในการเรียนรูอยูเสมอ โดยการศึกษาหาความรูดวยตนเอง หรือ ปรกึ ษาหารือหาความรู หรอื ศกึ ษาดว ยวิธีการอน่ื ๆ)
7 2. เกณฑและวธิ กี ารปฏบิ ตั ใิ นการวดั และประเมินผลการเรยี นรายวิชา เกณฑการตัดสินผลการเรียน ใหเปนไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วาดวย การประเมินผล การ เรยี นตามหลกั สตู รประกาศนียบตั รวชิ าชพี ดงั นี้ ระดบั ผลการเรียน ความหมาย ชวงคะแนน 4.0 ผลการเรียนอยใู นเกณฑด ีเย่ียม 80 ขน้ึ ไป 3.5 ผลการเรยี นอยูในเกณฑด มี าก 75-79 3.0 ผลการเรยี นอยูในเกณฑด ี 70-74 2.5 ผลการเรยี นอยูในเกณฑดพี อใช 65-69 2.0 ผลการเรยี นอยูในเกณฑพอใช 60-64 1.5 ผลการเรียนอยูในเกณฑออ น 55-59 1.0 ผลการเรียนอยใู นเกณฑออ นมาก 50-54 0 ผลการเรียนต่ำกวา เกณฑขนั้ ตำ่ ตำ่ กวา 50 รายวิชาใดท่แี สดงระดบั ผลการเรียนตามตารางขางตน ไมไ ดใหใชตัวอกั ษรตอไปนี้ ข.ร. หมายถึง ขาดเรียน ไมมีสิทธิเขารับการประเมินสรุปผลการเรียนเนื่องจากมีเวลาเรียนต่ำกวา รอย ละ 80 โดยสถานศกึ ษาพิจารณาแลวเห็นวา ไมใชเหตุสดุ วิสัย ข.ป. หมายถึง ขาดการปฏิบัติงาน หรือปฏิบัติงานไมครบ โดยสถานศึกษาพิจารณาแลวเห็นวาไมมี เหตุผลสมควร ข.ส. หมายถึง ขาดการประเมินสรุปผลการเรียน โดยสถานศึกษาพิจารณาแลวเห็นวาไมมีเหตุผล สมควร ถ.ล. หมายถงึ ถอนรายวชิ าภายหลงั กำหนด โดยสถานศกึ ษาพจิ ารณาแลว เหน็ วา ไมม ีเหตผุ ลสมควร ถ.น. หมายถึง ถอนรายวชิ าภายในกำหนด ถ.พ. หมายถึง ถูกสง่ั พกั การเรยี นในระหวางทีม่ ีการประเมนิ สรปุ ผลการเรยี น ท. หมายถงึ ทจุ ริตในการสอบหรืองานท่ีมอบหมายใหท ำ ม.ส. หมายถึง ไมสมบูรณเนื่องจากไมสามารถเขารับการประเมินครบทุกครั้งและหรือไมสงงานอัน เปนสว นประกอบของการเรียนรายวชิ าตามกำหนด ดวยเหตุจำเปน อันสดุ วสิ ยั ม.ท. หมายถึง ไมส ามารถเขารับการประเมินทดแทนการประเมินสว นท่ีขาดของรายวิชาท่ีไมสมบูรณ ภายในภาคเรยี นถัดไป ผ. หมายถงึ ไดเขารว มกิจกรรมตามกำหนด และผลการประเมินผาน ม.ผ. หมายถึง ไมเขารวมกิจกรรม หรือผลการประเมินไมผาน หรือผลการประเมินการเรียนโดยไม นับจำนวนหนว ยกิตมารวมเพอ่ื การสำเรจ็ การศกึ ษาตามหลักสูตรไมผา น หรือไมไ ดทำการประเมินผลการเรียน
8 ระดบั ชัน้ ปวช. ผลงาน และเกณฑก ารประเมินผลงานรายวิชา 2 หนวยกติ รหสั วชิ า 20105-2006 สาขาวิชา ชา งอิเล็กทรอนิกส 4 ช่วั โมง/สปั ดาห ช่ือวิชา วงจรพัลสแ ละสวิตชิง ชอื่ วชิ า วงจรพัลสแ ละสวิตชิง ๑–๓–๒ จุดประสงคร ายวิชา 1. เขาใจพ้นื ฐานของรูปสัญญาณแบบตางๆ และการแปลงรปู สัญญาณไฟฟา 2. เขาใจเกยี่ วกับหลกั การทำงานของวงจรพลั สแ ละสวติ ชงิ 3. มที ักษะในการประกอบและทดสอบวงจรพลั สแ ละสวติ ชงิ 4. มีเจตคติที่ดีตอวิชาชีพ มีกิจนิสัยในการคนควาเพิ่มเติม ปฏิบัติงานดวยความละเอียดรอบคอบ คำนึงถึง ความถกู ตองและปลอดภยั สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรูเกยี่ วกับการใชงานวงจรพัลสแ ละสวิตชงิ 2. ประกอบและทดสอบวงจรพัลสและสวิตชิง คำอธิบายรายวชิ า ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับรูปรางสัญญาณไฟฟา คาพารามิเตอร วงจรลดรูปสัญญาณ วงจรแปลงรูป สัญญาณ ดิฟเฟอรเรนชิเอเตอร (Differentiator Circuit) อินติเกรเตอร (Integrator Circuit) คลิปเปอร (Clipper Circuit) แคลมเปอร (Clamper Circuit) ทรานซิสเตอรสวิตช (Transistor Switch) ชมิตตทริกเกอร มัลตไิ วเบรเตอร การกำเนิดสญั ญาณ การซงิ โครไนซและไดอะแกรมเวลาเวลา ประกอบ และทดสอบวงจรตาง ๆ ในงานพัลสและสวติ ชิง หมายเหคุ (ถามี : ใหอธบิ ายถึงสาเหคุของการปรับปรุงรายวิชา) ................................................................................................................................................................................
9 การวิเคราะหหลักสูตรรายวิชา ระดบั ชนั้ ปวช. ตารางวิเคราะหหลกั สูตรายวชิ า 2 หนว ยกิต รหสั วชิ า 20105-2006 สาขาวชิ า ชางอิเล็กทรอนิกส 4 ชว่ั โมง/สัปดาห ช่อื วชิ า วงจรพลั สแ ละสวติ ชิง หนวยที่ ชอื่ หนว ยการเรียนรู พฤตกิ รรมท่ีพึงประสงค รวม ทฤษฎี ปฏิบัติ (ชม.) 1 รูปคล่นื ไฟฟา 1 34 2 วงจรลดรูปสญั ญาณ และวงจรแปลงรูปสญั ญาณ ๓ ดฟิ เฟอรเรนชเิ อเตอรและอนิ ตเิ กรเตอร 2 68 4 คลปิ เปอร 5 แคลมเปอร 2 68 6 ทรานซิสเตอรส วิตช 7 ชมติ ตท รกิ เกอร 1 34 8 มลั ตไิ วเบรเตอร 9 ลอจิกและการเกดิ สญั ญาณ 1 34 10 วงจรซิงโครไนซแ ละไดอะกรมเวลา 2 68 2 68 3 9 12 2 68 1 34 - -- รวม 17 51 72
10 การปรับปรุงหลกั สตู รรายวิชา (ถามี) ระดับชั้น ปวช. ตารางวิเคราะหห ลกั สตู รายวชิ า 2 หนว ยกติ รหสั วิชา 20105-2006 สาขาวิชา ชางอเิ ล็กทรอนิกส 4 ช่วั โมง/สัปดาห ชื่อวิชา วงจรพลั สและสวติ ชิง หนวย ช่อื หนว ยการเรียนรู การปรบั ปรุง พฤตกิ รรมท่พี ึง รวม ประสงค (ชม.) ท่ี (รายละเอียดการปรับปรงุ ) หลักสตู รรายวิชา ทฤษฎี ปฏิบัติ หมายเหตุ รวม (คำอธบิ ายการปรบั ปรงุ หลกั สตู รรายวิชา)
11 การวเิ คราะหแ หลง การเรียนรู ตารางวิเคราะหห ลักสูตรายวชิ า ระดับชน้ั ปวช. สาขาวชิ า ชางอิเล็กทรอนิกส 2 หนว ยกิต รหัสวิชา 20105-2006 ช่อื วชิ า วงจรพัลสและสวติ ชงิ 4 ช่ัวโมง/สัปดาห หนว ย ชื่อหนวยการเรียนรู/หวั ขอการเรยี นรู แหลงการเรยี นรู หมาย ท่ี ก ข ค ง จ ฉ เหตุ 1 รปู คล่ืนไฟฟา ๑.๑ รปู รา งสญั ญาณไฟฟา // / / ๑.๒ คณุ ลกั ษณะของรปู คลื่นพลั สแ ละคาพารามเิ ตอร // / / ๑.๓ คาแรงดันไฟฟา เฉลย่ี ของรปู คลื่นพลั ส // / / 2 วงจรลดรูปสญั ญาณ และวงจรแปลงรปู สญั ญาณ ๒.๑ วงจรลดรปู สญั ญาณ // / / ๒.๒ ระดับการลดทอนสัญญาณ // / / ๒.๓ ชนดิ วงจรลดทอนสัญญาณ // / / ๒.๔ วงจรแปลงรูปสญั ญาณ // / / ๒.๕ วงจรอนกุ รม RC // / / 2.6 วงจรอนุกรม RL // / / 3 วงจรดฟิ เฟอรเรนชิเอเตอรแ ละวงจรอนิ ติเกรเตอร ๓.๑ วงจรกรองและปรบั แตง รูปคลืน่ แบบ RC // / / ๓.๒ วงจรกรองความถ่ีตำ่ ผานแบบ RC // / / 3.3 วงจร RC อินทเิ กรเตอร // / / 3.4 วงจรกรองความถสี่ งู ผานแบบ RC // / / 3.5 วงจร RC ดฟิ เฟอเรนชิเอเตอร // / / 4 วงจรคลปิ เปอร 4.1 สวิตชไดโอด // / / 4.2 ซเี นอรไดโอด // / / 4.3 วงจรคลิปเปอร // / / 4.4 วงจรคลิปเปอรแบบไดโอดตออนกุ รม // / / 4.5 วงจรคลิปเปอรแบบไดโอดตอขนาน // / / 5 วงจรแคลมเปอร 5.1 การทำงานของแคลมเปอร // / / 5.2 วงจรแคลมเปอรแรงดนั // / / 5.3 วงจรแคลมเปอรแ บบไดโอด // / /
12 การวเิ คราะหแหลง การเรยี นรู ตารางวิเคราะหหลักสูตรายวิชา ระดับชนั้ ปวช. สาขาวชิ า ชา งอิเลก็ ทรอนิกส 2 หนว ยกติ รหสั วชิ า 20105-2006 ช่ือวิชา วงจรพัลสแ ละสวติ ชิง 4 ชัว่ โมง/สปั ดาห หนว ย ชอื่ หนวยการเรียนรู/ หัวขอการเรยี นรู แหลง การเรียนรู หมาย ที่ ก ข ค ง จ ฉ เหตุ 6 วงจรทรานซิสเตอรส วติ ช 6.1 การทำงานของวงจรทรานซิสเตอรส วติ ช // / / 6.2 วงจรทรานซสิ เตอรส วติ ชท่ใี ชงานจรงิ // / / 6.3 สวิตชเฟต // / / 7 ชมิตตทรกิ เกอร 7.1 การทำงานของชมติ ตท ริกเกอร // / / 7.2 วงจรชมติ ตท ริกเกอรท่ีใชท รานซิสเตอร // / / 7.3 วงจรชมิตตทริกเกอรช นดิ ออปแอมป // / / 8 มลั ตไิ วเบรเตอร 8.1 การทำงานของมัลตไิ วเบรเตอร // / / 8.2 วงจรอะสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร // / / 8.3 วงจรโมโนสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร // / / 8.4 ไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร // / / 9 ลอจิกและการเกดิ สญั ญาณ 9.1 การทำงานของการกำเนดิ สัญญาณ // / / 9.2 ลอจิกเกต // / / 9.3 ฟลิปฟลอป // / / 10 การซงิ โครไนซและไดอะแกรมเวลา 11.1 การทำงานของการซิงโครไนซ // / / 11.2 เวลาและความถี่สัญญาณนาิกา // / / 10.3 ไดอะแกรมเวลาดจิ ิตอล // / / แหลงทม่ี าของแหลง การเรียนรู ก. สงิ่ ท่ีกำหนดในรายวิชา ข. ประสบการณของตนเอง ค. สอบถามจากผูเช่ียวชาญ ง. จากตำราหรอื เอกสารท่เี ก่ียวของ จ. จาการดูงานจากสถานประกอบการณ ฉ. อื่นๆ.....จากอินเตอรเ นต็ ....................
13 การวิเคราะหสมรรถนะท่ัวไป ระดับชัน้ ปวช. ตารางวิเคราะหห ลักสูตรายวชิ า 2 หนว ยกติ รหัสวิชา 20105-2006 สาขาวชิ า ชา งอิเล็กทรอนิกส 4 ชว่ั โมง/สัปดาห ชือ่ วิชา วงจรพัลสและสวติ ชิง หนว ย ชอ่ื หนวยการเรยี นรู/ หวั ขอการเรยี นรู สมรรถนะทัว่ ไป ท่ี 1 รูปคลนื่ ไฟฟา 1.1 รปู รา งสัญญาณไฟฟา 1.1 แสดงความรูเกี่ยวลกั ษณะของรูปรา งสัญญาณไฟฟา 1.2 คา พารามเิ ตอรข องรปู คลนื่ ไฟฟา 1.2 แสดงทกั ษะในการหาคาพารามเิ ตอรของรูปคลืน่ ไฟฟา 1.3 แสดงทักษะการใชอ อสซลิ โลสโคปในการวดั รูปคลนื่ ไฟฟา 2 วงจรลดรูปสัญญาณ และวงจรแปลงรปู สญั ญาณ 2.1 วงจรลดรปู สญั ญาณ 2.1 แสดงความรเู ก่ียวกบั การทำงานของวงจรลดรปู สญั ญาณ 2.2 ระดับการลดทอนสัญญาณ 2.2 แสดงทกั ษะในการหาคาของวงจรลดทอนสัญญาณ 2.3 ชนิดวงจรลดทอนสญั ญาณ 2.3 แสดงความรเู ก่ียวกับชนิดวงจรลดทอนสญั ญาณ 2.4 วงจรแปลงรปู สญั ญาณ 2.4 แสดงความรูเกี่ยวกบั การทำงานของวงจรแปลงรปู สัญญาณ 2.5 วงจรอนกุ รม RC 2.5 แสดงทกั ษะในการหาคา ของวงจรอนกุ รม RC 2.6 วงจรอนกุ รม RL 2.6 แสดงทักษะในการหาคาของวงจรอนกุ รม RL 2.7 แสดงทักษะการใชอ อสซิลโลสโคปในการวดั คาอนกุ รม RC 3 วงจรอินตเิ กรเตอรและวงจรดิฟเฟอรเรนชิเอเตอร 3.1 วงจรกรองและปรับแตง รูปคล่นื แบบ RC 3.1 แสดงความรูเกี่ยวกับการทำงานของวงจรกรองและปรับแตง รูปคลน่ื แบบ RC 3.2 วงจรกรองความถตี่ ำ่ ผานแบบ RC 3.2 แสดงความรูเกี่ยวกับความหมายของวงจรกรองความถี่ต่ำผาน แบบ RC 3.3 วงจร RC อนิ ทิเกรเตอร 3.3 แสดงทักษะการประกอบวงจร RC อนิ ทเิ กรเตอร 3.4 วงจรกรองความถ่ีสูงผา นแบบ RC 3.4 แสดงความรูเกี่ยวกับความหมายของวงจรกรองความถี่สูงผาน แบบ RC 3.5 วงจร RC ดิฟเฟอเรนชิเอเตอร 3.5 แสดงทกั ษะการปรกอบวงจร RC ดิฟเฟอรเ รนชเิ รนชิเอเตอร 3.6 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรอินติเกร 4 วงจรคลปิ เปอร เตอรแ ละวงจรดิฟเฟอรเรนชิเอเตอร 4.1 สวติ ชไ ดโอด 4.2 ซเี นอรไ ดโอด 4.1 แสดงความรูเ กี่ยวกับหลักการทำงานของสวิตชไดโอด 4.2 แสดงความรูเ ก่ยี วกบั หลกั การทำงานของซเี นอรไ ดโอด 4.3 วงจรคลปิ เปอร 4.3 แสดงความรูเก่ยี วกับหลกั การทำงานของวงจรคลปิ เปอร
14 การวิเคราะหสมรรถนะท่วั ไป ระดับชั้น ปวช. ตารางวิเคราะหห ลักสตู รายวิชา 2 หนวยกติ รหัสวิชา 20105-2006 สาขาวิชา ชา งอิเลก็ ทรอนิกส 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห ชอ่ื วชิ า วงจรพัลสและสวติ ชิง หนว ย ช่ือหนว ยการเรียนรู/หัวขอ การเรยี นรู สมรรถนะทัว่ ไป ที่ 4 วงจรคลปิ เปอร(ตอ) 4.4 วงจรคลิปเปอรแบบไดโอดตอ อนกุ รม 4.4 แสดงทกั ษะการประกอบวงจรคลิปเปอรแ บบไดโอดตออนกุ รม 4.5 วงจรคลิปเปอรแ บบไดโอดตอขนาน 4.5 แสดงทักษะการประกอบวงจรคลิปเปอรแ บบไดโอดตอขนาน 4.6 แสดงทักษะการใชอ อสซลิ โลสโคปในการวดั คาวงจรคลิปเปอร 5 วงจรแคลมเปอร 5.1 วงจรแคลมเปอร 5.1 แสดงความรเู กี่ยวกบั ความหมายการทำงานของวงจรแคมเปอร 5.2 วงจรแคลมเปอรแ รงดัน 5.2 แสดงทักษะการประกอบวงจรแคลมเปอรแ รงดนั 5.3 วงจรแคลมเปอรแบบไดโอด 5.3 แสดงทกั ษะการประกอบวงจรแคลมเปอรแ บบไดโอด 5.4 แสดงทกั ษะการใชออสซิลโลสโคปในการวดั คา วงจรแคลมเปอร 6 วงจรทรานซิสเตอรสวิตช 6.1 การทำงานของวงจรทรานซสิ เตอรสวติ ช 6.1 แสดงความรเู กยี่ วกับลักษณะการทำงานของวงจรทรานซิสเตอร สวิตช 6.2 วงจรทรานซิสเตอรสวติ ชท่ีใชงานจริง 6.2 แสดงทกั ษะการประกอบวงจรทรานซสิ เตอรส วติ ช 6.3 สวิตชเ ฟต 6.3 แสดงทกั ษะการประกอบวงจรสวติ ชเ ฟต 6.4 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจร ทรานซสิ เตอรสวิตช 7 ชมิตตทรกิ เกอร 7.1 การทำงานของชมิตตท รกิ เกอร 7.1 แสดงความรูเกี่ยวกับลักษณะการทำงานของวงจรชมิตตทริก เกอร 7.2 วงจรชมิตตทริกเกอรช นิดทรานซสิ เตอร 7.2 แสดงทักษะการประกอบวงจรชมิตตทริกเกอรชนิด ทรานซสิ เตอร 7.3 วงจรชมติ ตทริกเกอรชนดิ ออปแอมป 7.3 แสดงทักษะการประกอบวงจรชมิตตทรกิ เกอรช นิดออปแอมป 7.4 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรชมิตตทริก เกอร
15 การวเิ คราะหสมรรถนะท่วั ไป ระดับชัน้ ปวช. ตารางวิเคราะหหลกั สูตรายวชิ า 2 หนว ยกิต รหสั วชิ า 20105-2006 สาขาวชิ า ชา งอิเล็กทรอนกิ ส 4 ช่วั โมง/สัปดาห ชอื่ วิชา วงจรพลั สและสวติ ชิง หนวย ชื่อหนวยการเรียนร/ู หัวขอการเรยี นรู สมรรถนะท่ัวไป ที่ 8 มัลตไิ วเบรเตอร 8.1 การทำงานของมลั ตไิ วเบรเตอร 8.1 แสดงความรูเกยี่ วกับความหมายของวงจรมัลตไิ วเบรเตอร 8.2 วงจรอะสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร 8.2 แสดงความรูเกีย่ วกับการทำงานของวงจรอะสเตเบลิ มลั ติไวเบร เตอร 8.3 แสดงทกั ษะการประกอบวงจรอะสเตเบิล มลั ตไิ วเบรเตอร 8.3 วงจรโมโนสเตเบิล มัลตไิ วเบรเตอร 8.4 แสดงความรูเกี่ยวกับการทำงานของวงจรโมโนสเตเบิล มัลติไว เบรเตอร 8.5 แสดงทักษะการประกอบวงจรโมโนสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอรชนิด ทรานซิสเตอร 8.4 วงจรไบสเตเบลิ มลั ตไิ วเบรเตอร 8.6 แสดงความรูเกี่ยวกับการทำงานของวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบร เตอร 8.7 แสดงทักษะการประกอบวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอรชนิด ไอซีออปแอมป 8.8 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรมัลติไวเบร เตอร 9 ลอจกิ และการเกิดสญั ญาณ 9.1 การกำเนดิ สญั ญาณ 9.1 แสดงความรเู ก่ียวกบั ความหมายของการกำเนิดสญั ญาณ 9.2 ลอจกิ เกต 9.2 แสดงทักษะการคำนวณคา ทางลอจิก 9.3 ฟลิปฟลอป 9.3 แสดงทกั ษะการประกอบวงจรฟลปิ ฟลอป 10 วงจรซิงโครไนซแ ละไดอะแกรมเวลา 10.1 การซิงโครไนซ 10.1 แสดงความรูเกย่ี วกบั ความหมายของการซิงโครไนซ 10.2 เวลาและความถี่สญั ญาณนาิกา 10.2 แสดงความรเู กยี่ วกับหลักการทำงานเวลาและความถี่สัญญาณ นาิกา 10.3 ไดอะแกรมเวลาดิจิตอล 10.3 แสดงทกั ษะการเขียนไดอะแกรมเวลาของ T ฟลปิ ฟลอป
16 การวเิ คราะหส มรรถนะทพ่ี งึ ประสงค (ทฤษฏ)ี ระดับชน้ั ปวช. ตารางวิเคราะหหลกั สูตรายวิชา 2 หนว ยกิต รหสั วชิ า 20105-2006 สาขาวชิ า ชางอิเล็กทรอนกิ ส 4 ช่ัวโมง/สัปดาห ชื่อวชิ า วงจรพัลสและสวติ ชิง หนวย สมรรถนะทว่ั ไป สมรรถนะทีพ่ ึงประสงค ท่ี 1 รูปคลนื่ ไฟฟา 1.1 แสดงความรูเ กย่ี วลักษณะของรูปรา งสัญญาณไฟฟา 1.1 บอกลักษณะของรปู รา งสญั ญาณไฟฟา ไดถ ูกตอง 2 วงจรลดรูปสัญญาณ และวงจรแปลงรูปสญั ญาณ 2.1 แสดงความรเู ก่ยี วกับการทำงานของวงจรลดรปู สัญญาณ 2.1 อธิบายหลกั การทำงานของวงจรลดรปู สัญญาณได ถูกตอ ง 2.3 แสดงความรเู กี่ยวกับชนดิ วงจรลดทอนสญั ญาณ 2.3 บอกชนิดของวงจรลดทอนสญั ญาณไดถูกตอง 2.4 แสดงความรูเกี่ยวกับการทำงานของวงจรแปลงรูป 2.4 อธิบายหลกั การทำงานของวงจรแปลงรูปสัญญาณ สญั ญาณ ไดถูกตอ ง 3 อินติเกรเตอรและดิฟเฟอรเรนชิเอเตอร ๓.๑ แสดงความรูเกี่ยวกับการทำงานของวงจรกรองและ 3.1 อธิบายหลักการทำงานของวงจรกรองและ ปรบั แตงรปู คล่ืนแบบ RC ปรบั แตง รปู คลืน่ แบบ RC ไดถกู ตอง 3.2 แสดงความรเู ก่ียวกบั ความหมายของวงจรกรองความถี่ต่ำ 3.2 บอกความหมายของวงจรกรองความถต่ี ำ่ ผานแบบ ผานแบบ RC RC ไดถูกตอ ง 3.4 แสดงความรูเ กี่ยวกบั ความหมายของวงจรกรองความถ่ีสูง 3.4 บอกความหมายของวงจรกรองความถ่ีสูงผานแบบ ผา นแบบ RC RC ไดถ ูกตอง 4 คลิปเปอร 4.1 แสดงความรูเกี่ยวกับหลกั การทำงานของสวติ ชไ ดโอด 4.1 อธิบายหลกั การทำงานของสวติ ชไดโอดไดถูกตอ ง 4.2 แสดงความรูเ ก่ยี วกบั หลักการทำงานของซเี นอรไ ดโอด 4.2 อธิบายหลักการทำงานของซเี นอรไ ดโอดไดถ ูกตอง 4.3 แสดงความรเู ก่ยี วกับหลักการทำงานของวงจรคลปิ เปอร 4.3 อธิบายหลักการทำงานของวงจรคลิปเปอรได ถูกตอ ง 5 แคลมเปอร 5.1 แสดงความรเู กยี่ วกบั ความหมายการทำงานของวงจรแคม 5.1 บอกความหมายการทำงานของวงจรแคมเปอร เปอร ถูกตอ ง
17 การวิเคราะหส มรรถนะที่พึงประสงค (ทฤษฏ)ี ระดบั ชน้ั ปวช. ตารางวิเคราะหหลกั สูตรายวิชา 2 หนว ยกติ รหัสวิชา 20105-2006 สาขาวชิ า ชางอิเลก็ ทรอนกิ ส 4 ช่วั โมง/สัปดาห ช่อื วิชา วงจรพลั สและสวติ ชงิ หนวย สมรรถนะทว่ั ไป สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค ท่ี 6 ทรานซสิ เตอรส วติ ช 6.1 แสดงความรูเกี่ยวกับลักษณะการทำงานของวงจร 6.1 อธบิ ายลกั ษณะการทำงานของวงจรทรานซิสเตอร ทรานซสิ เตอรส วิตช สวติ ชไดถูกตอง 7 ชมติ ตท รกิ เกอร 7.1 แสดงความรูเกี่ยวกับลักษณะการทำงานของวงจรชมิตต 7.1 อธิบายลักษณะการทำงานของวงจรชมิตตทริก ทรกิ เกอร เกอรไ ดถกู ตอง 8 มัลติไวเบรเตอร 8.1 แสดงความรูเกี่ยวกับความหมายของวงจรมัลติไวเบร 8.1 บอกความหมายของวงจรมัลติไวเบรเตอรได เตอร ถกู ตอ ง 8.2 แสดงความรเู กย่ี วกับการทำงานของวงจรอะสเตเบิล มัลติ 8.2 อธบิ ายการทำงานของวงจรอะสเตเบลิ มลั ตไิ วเบร ไวเบรเตอร เตอรไ ดถกู ตอ ง 8.4 แสดงความรูเกี่ยวกับการทำงานของวงจรโมโนสเตเบิล 8.4 อธิบายหลักการทำงานของวงจรโมโนสเตเบิล มัล มลั ติไวเบรเตอร ตไิ วเบรเตอรไดถ กู ตอง 8.6 แสดงความรูเกีย่ วกับการทำงานของวงจรไบสเตเบิลมลั ติ 8.6 อธิบายหลักการทำงานของวงจรอะสเตเบิล มัลติ ไวเบรเตอร ไวเบรเตอรไ ดถ กู ตอง 9 ลอจกิ และการเกดิ สัญญาณ 9.1 แสดงความรูเกี่ยวกับความหมายของการกำเนิดสัญญาณ 9.1 บอกหลกั ของการกำเนดิ สญั ญาณไดถกู ตอง 9.2 แสดงความรูเกี่ยวกับหลักการทำงานเวลาและความถี่ 9.2 บอกหลักการทำงานเวลาและความถี่สัญญาณ สญั ญาณนาิกา นาิกาไดถูกตอง 10 การซงิ โครไนซแ ละไดอะแกรมเวลา 10.1 แสดงความรเู กี่ยวกับความหมายของการซงิ โครไนซ 10.1 บอกความหมายของการซงิ โครไนซไดถ ูกตอง
18 การวเิ คราะหส มรรถนะทีพ่ ึงประสงค (ปฏิบัติ) ระดบั ชนั้ ปวช. ตารางวิเคราะหห ลกั สตู รายวิชา 2 หนวยกิต รหสั วิชา 20105-2006 สาขาวิชา ชางอเิ ล็กทรอนกิ ส 4 ชว่ั โมง/สัปดาห ชอ่ื วชิ า วงจรพลั สแ ละสวติ ชงิ หนวย สมรรถนะท่ัวไป สมรรถนะทพี่ ึงประสงค ท่ี 1 รูปคล่ืนไฟฟา 1.2 แสดงทกั ษะในการหาคา พารามิเตอรข องรปู คลน่ื ไฟฟา 1.2 คำนวณหาคาพารามิเตอรของรูปคลื่นไฟฟาได ถกู ตอ ง 1.3 แสดงทักษะการใชอ อสซลิ โลสโคปในการวดั รูปคล่นื ไฟฟา 1.3 ประยุกตใ ชออสซิลโลสโคปในการวดั รูปคล่ืนไฟฟา ไดถกู ตอง 2 วงจรลดรปู สญั ญาณ และวงจรแปลงรปู สญั ญาณ 2.2 แสดงทกั ษะในการหาคา ของวงจรลดทอนสญั ญาณ 2.2 คำนวณหาคาการลดทอนของวงจรลดทอน สญั ญาณไดถ ูกตอ ง 2.5 แสดงทกั ษะในการหาคาของวงจรอนกุ รม RC 2.5 คำนวณหาคาเวลาคงที่ของวงจรอนุกรม RC ได ถูกตอ ง 2.6 แสดงทักษะในการหาคา ของวงจรอนกุ รม RL 2.6 คำนวณหาคาเวลาคงที่ของวงจรอนุกรม RL ได ถกู ตอ ง 2.7 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรอิน 2.7 ประยุกตใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาอนุกรม ตเิ กรเตอรแ ละวงจรดฟิ เฟอรเ รนชเิ อเตอร RC ไดถ ูกตอง 3 อินตเิ กรเตอรและดิฟเฟอรเ รนชิเอเตอร 3.3 แสดงทักษะการประกอบวงจร RC อินทเิ กรเตอร 3.3 แสดงวิธีการประกอบวง RC อินทิเกรเตอรได ถกู ตอ ง 3.5 แสดงทักษะการประกอบวงจร RC ดิฟเฟอรเรนชิเรนชเิ อ 3.5 แสดงวธิ กี ารประกอบวง RC ดิฟเฟอรเ รนชิเรนชิเอ เตอร เตอรไดถ กู ตอ ง 3.6 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรอิน 3.6 ประยุกตใชออสซิลโลสโคปในการวัดวัดคาวงจร ติเกรเตอรและวงจรดฟิ เฟอรเ รนชเิ อเตอร อินติเกรเตอรแ ละวงจรดิฟเฟอรเรนชิเอเตอรไดถกู ตอง 4 คลปิ เปอร 4.4 แสดงทักษะการประกอบวงจรคลิปเปอรแบบไดโอดตอ 4.4 แสดงวิธีการประกอบวงจรคลิปเปอรแบบไดโอด อนุกรม ตออนุกรมไดถ กู ตอง 4.5 แสดงทักษะการประกอบวงจรคลิปเปอรแบบไดโอดตอ 4.5 แสดงวิธีการประกอบวงจรคลิปเปอรแบบไดโอด ขนาน ตอขนานไดถ กู ตอง 4.6 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรคลปิ 4.6 ประยุกตใชออสซิลโลสโคปในการวดั คาวงจรคลปิ เปอร เปอรไดถูกตอ ง
19 การวเิ คราะหส มรรถนะทพี่ ึงประสงค (ปฏบิ ตั )ิ ระดับชั้น ปวช. ตารางวิเคราะหห ลกั สูตรายวชิ า 2 หนว ยกติ รหสั วิชา 20105-2006 สาขาวชิ า ชางอเิ ลก็ ทรอนิกส 4 ช่วั โมง/สัปดาห ช่อื วชิ า วงจรพลั สและสวติ ชงิ หนวย สมรรถนะทั่วไป สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค ท่ี 5 แคลมเปอร 5.2 แสดงทักษะการประกอบวงจรแคลมเปอรแรงดัน 5.2 แสดงวิธีการประกอบวงจรแคลมเปอรแรงดันได ถกู ตอ ง 5.3 แสดงทกั ษะการประกอบวงจรแคลมเปอรแ บบไดโอด 5.3 แสดงวิธีการประกอบวงจรแคลมเปอรแ บบไดโอด ไดถกู ตอง 5.4 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรแค 5.4 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคา ลมเปอร วงจรแคลมเปอรแ บบไดโอดไดถ ูกตอง 6 ทรานซิสเตอรส วิตช 6.2 แสดงทกั ษะการประกอบวงจรทรานซิสเตอรส วิตช 6.2 แสดงวิธีการประกอบวงจรทรานซิสเตอรสวิตชได ถูกตอ ง 6.3 แสดงทักษะการประกอบวงจรสวติ ชเฟต 6.3 แสดงวธิ กี ารประกอบวงจรสวติ ชเฟตไดถกู ตอง 6.4 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจร 6.4 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคา ทรานซิสเตอรส วิตช วงจรทรานซสิ เตอรสวติ ชไดถูกตอ ง 7 ชมติ ตท รกิ เกอร 7.2 แสดงทักษะการประกอบวงจรชมิตตทริกเกอรชนิด 7.2 แสดงวิธีการประกอบวงจรชมิตตทริกเกอรชนิด ทรานซสิ เตอร ทรานซสิ เตอรไ ดถ ูกตอง 7.3 แสดงทักษะการประกอบวงจรชมิตตทริกเกอรชนิดออป 7.3 แสดงวิธีการประกอบวงจรชมิตตทริกเกอรชนิด แอมป ออปแอมปไดถ ูกตอ ง 7.4 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจร 7.4 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคา ชมติ ตทรกิ เกอร วงจรชมติ ตท รกิ เกอรไดถกู ตอ ง 8 มัลตไิ วเบรเตอร 8.3 แสดงทักษะการประกอบวงจรอะสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร 8.3 แสดงวิธีการประกอบวงจรอะสเตเบิล มัลติไวเบร เตอรไดถ กู ตอง 8.5 แสดงทักษะการประกอบวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบร 8.5 แสดงวธิ ีการประกอบวงจรโมโนสเตเบลิ มลั ตไิ วเบร เตอร ชนดิ ทรานซิสเตอร เตอรช นดิ ทรานซิสเตอรไดถกู ตอ ง 8.7 แสดงทักษะการประกอบวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร 8.7 แสดงวิธีการประกอบวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบร ชนดิ ไอซีออปแอมป เตอร ชนิดไอซีออปแอมปไ ดถ กู ตอ ง
20 การวเิ คราะหสมรรถนะที่พงึ ประสงค (ปฏบิ ตั )ิ ระดับชน้ั ปวช. ตารางวิเคราะหหลักสตู รายวชิ า 2 หนว ยกติ รหสั วชิ า 20105-2006 สาขาวิชา ชา งอเิ ล็กทรอนกิ ส 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห ช่ือวชิ า วงจรพัลสและสวติ ชงิ หนวย สมรรถนะท่วั ไป สมรรถนะท่พี งึ ประสงค ท่ี 8 มลั ติไวเบรเตอร(ตอ ) 8.8 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรมัลติ 8.8 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคา ไวเบรเตอร วงจรมัลตไิ วเบรเตอรไ ดถ กู ตอง 9 ลอจกิ และการเกิดสัญญาณ 9.2 แสดงทักษะการคำนวณทางลอจกิ 9.2 แสดงทักษะการคำนวณทางลอจกิ 9.3 แสดงทักษะการประกอบวงจรฟลิปฟลอป 9.3 แสดงวธิ ีการประกอบวงจรฟลปิ ฟลอปไดถ ูกตอง 10 วงจรซงิ โครไนซ 10.3 ทักษะการเขยี นไดอะแกรมเวลาของ T ฟลปิ ฟลอป 10.3 แสดงวธิ เี ขยี นไดอะแกรมเวลาของ T ฟลปิ ฟลอป ไดถ กู ตอ ง
21 การวิเคราะหพฤตกิ รรมการเรยี นรทู ่พี งึ ประสงค (ทฤษฏ)ี ระดบั ชน้ั ปวช. ตารางวิเคราะหพ ฤตกิ รรมการเรียนรทู ีพ่ งึ ประสงค 2 หนว ยกิต รหัสวิชา ๒๐๑๐5-๒121 สาขาวชิ า ชา งอเิ ล็กทรอนิกส 4 ช่วั โมง/สปั ดาห ชื่อวิชา วงจรพัลสแ ละสวิตชิง หนวย สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค พฤตกิ รรมการเรยี นรทู ่ีพงึ ประสงค ที่ R U Ap An E C 1 รูปคล่นื ไฟฟา I 1.1 บอกลักษณะของรูปรางสญั ญาณไฟฟา ไดถ ูกตอ ง I 2 วงจรลดรูปสญั ญาณ และวงจรแปลงรปู สญั ญาณ I 2.1 อธิบายหลักการทำงานของวงจรลดรูปสญั ญาณไดถกู ตอง I 2.3 บอกชนิดของวงจรลดทอนสญั ญาณไดถกู ตอ ง 2.4 อธิบายหลักการทำงานของวงจรแปลงรูปสญั ญาณไดถกู ตอง I 3 อนิ ตเิ กรเตอรและดฟิ เฟอรเรนชิเอเตอร I 3.1 อธบิ ายหลักการทำงานของวงจรกรองและปรับแตงรูปคลื่นแบบ RC I ไดถกู ตอ ง 3.2 บอกความหมายของวงจรกรองความถ่ตี ่ำผานแบบ RC ไดถกู ตอ ง I 3.4 บอกความหมายของวงจรกรองความถ่สี ูงผานแบบ RC ไดถ ูกตอ ง I I 4 คลิปเปอร 4.1 อธิบายหลักการทำงานของสวติ ชไ ดโอดไดถ กู ตอง I 4.2 อธิบายหลักการทำงานของซีเนอรไดโอดไดถูกตอ ง 4.3 อธิบายหลักการทำงานของสวิตชไ ดโอดไดถกู ตอ ง 5 แคลมเปอร 5.1 บอกความหมายการทำงานของวงจรแคมเปอรถ ูกตอง
22 การวิเคราะหพ ฤติกรรมการเรียนรทู ่พี งึ ประสงค (ทฤษฏ)ี ระดบั ชน้ั ปวช. ตารางวิเคราะหหลักสตู รายวชิ า 2 หนว ยกติ รหสั วิชา 20105-2006 สาขาวชิ า ชางอิเล็กทรอนิกส 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห ชื่อวชิ า วงจรพลั สและสวติ ชงิ หนวย สมรรถนะทพี่ ึงประสงค พฤตกิ รรมการเรยี นรูท่พี ึงประสงค ท่ี 6 ทรานซสิ เตอรสวิตช RU Ap An E C 6.1 อธบิ ายลักษณะการทำงานของวงจรทรานซสิ เตอรสวติ ชไดถูกตอง X 7 ชมติ ตทรกิ เกอร 7.1 อธบิ ายลักษณะการทำงานของวงจรชมติ ตท ริกเกอรไดถ กู ตอ ง I 8 มัลตไิ วเบรเตอร 8.1 บอกความหมายของวงจรมัลติไวเบรเตอรไ ดถ ูกตอง I 8.2 อธบิ ายการทำงานของวงจรอะสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอรไ ดถกู ตอง I 8.4 อธิบายหลักการทำงานของวงจรโมโนสเตเบิล มัลติไวเบรเตอรได I ถกู ตอ ง 8.6 อธิบายหลักการทำงานของวงจรอะสเตเบิล มัลติไวเบรเตอรได I ถูกตอ ง 9 ลอจิกและการเกิดสญั ญาณ 9.1 บอกหลักของการกำเนดิ สัญญาณไดถ ูกตอง I 10 วงจรซิงโครไนซแ ละไดอะแกรมเวลา 10.1 บอกความหมายของการซงิ โครไนซไ ดถูกตอ ง I หมายเหตุ : ความหมายของระดบั การเรยี นรทู พ่ี ึงประสงค (Bloom S Taxonomy ; 2001 ดา้ นความรู้ ระดบั ความสาํ คญั X = สาํ คญั มากที่สุด R = จาํ (Remembering) An = วเิ คราะห์ (Analyzing) I = สาํ คญั มาก U = เขา้ ใจ (Understanding) Ap = ประยกุ ตใ์ ช้ (Applying) O = สาํ คญั E = ประเมินค่า (Evaluting) C = คิดสร้างสรรค์ (Creating)
23 การวิเคราะหพฤติกรรมการเรียนรทู ีพ่ งึ ประสงค (ปฏิบตั ิ) ระดบั ช้นั ปวช. ตารางวิเคราะหห ลกั สูตรายวชิ า 2 หนวยกิต รหสั วิชา 20105-2006 สาขาวิชา ชา งอเิ ลก็ ทรอนิกส 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห ชอ่ื วิชา วงจรพลั สแ ละสวติ ชิง หนว ย สมรถนะที่พงึ ประสงค พฤตกิ รรมการเรยี นรทู ่ีพึงประสงค ท่ี 1 รปู คล่ืนไฟฟา I MPAN 1.2 คำนวณหาคาพารามเิ ตอรของรูปคลืน่ ไฟฟา ไดถ กู ตอง I 1.3 ประยุกตใ ชออสซิลโลสโคปในการวดั รปู คลน่ื ไฟฟาไดถ ูกตอง X 2 วงจรลดรูปสัญญาณ และวงจรแปลงรปู สญั ญาณ 2.2 คำนวณหาคา ระดับการลดทอนของวงจรลดทอนสัญญาณไดถูกตอ ง I 2.5 คำนวณหาคาเวลาคงทข่ี องวงจรอนกุ รม RC ไดถูกตอ ง I 2.6 คำนวณหาคา เวลาคงทีข่ องวงจรอนกุ รม RL ไดถ กู ตอง I 2.7 ประยุกตใ ชออสซิลโลสโคปในการวัดคาอนกุ รม RC ไดถ กู ตอ ง X 3 อินตเิ กรเตอรและดฟิ เฟอรเ รนชเิ อเตอร I 3.3 แสดงวิธีการประกอบวง RC อินทเิ กรเตอรไ ดถ กู ตอง I 3.5 แสดงวิธกี ารประกอบวง RC ดฟิ เฟอรเรนชเิ รนชิเอเตอรไดถกู ตอง 3.6 ประยกุ ตใชอ อสซลิ โลสโคปในการวดั และอานคาไดถกู ตอง X 4 คลปิ เปอร 4.4 แสดงวิธีการประกอบวงจรคลปิ เปอรแบบไดโอดตอ อนกุ รมไดถ ูกตอ ง I 4.5 แสดงวธิ กี ารประกอบวงจรคลปิ เปอรแบบไดโอดตอ ขนานไดถกู ตอ ง I 4.6 ประยกุ ตใ ชอ อสซิลโลสโคปในการวัดคา วงจรคลปิ เปอรไ ดถ กู ตอง X 5 แคลมเปอร 5.2 แสดงวิธีการประกอบวงจรแคลมเปอรแ รงดนั ไดถูกตอง I 5.3 แสดงวธิ กี ารประกอบวงจรแคลมเปอรแ บบไดโอดไดถกู ตอง I 5.4 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวดั คาวงจรแคลมเปอรแบบไดโอด X ไดถ ูกตอ ง 6 ทรานซิสเตอรส วิตช 6.2 แสดงวธิ กี ารประกอบวงจรทรานซิสเตอรสวิตชไดถ กู ตอง I 6.3 แสดงวิธกี ารประกอบวงจรสวติ ชเฟตไดถูกตอง I 6.4 แสดงทักษะการใชอ อสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรทรานซิสเตอรสวติ ชได ถูกตอ ง X
24 การวิเคราะหพฤติกรรมการเรยี นรูที่พึงประสงค (ปฏบิ ัติ) ระดบั ช้ัน ปวช. ตารางวิเคราะหห ลกั สตู รายวชิ า 2 หนวยกติ รหสั วชิ า 20105-2006 สาขาวชิ า ชา งอเิ ล็กทรอนิกส 4 ช่ัวโมง/สัปดาห ชื่อวชิ า วงจรพลั สและสวติ ชงิ หนว ย สมรถนะทพ่ี ึงประสงค พฤตกิ รรมการเรยี นรูท่ีพึงประสงค ท่ี 7 ชมิตตทรกิ เกอร I MPAN 7.2 แสดงวธิ ีการประกอบวงจรชมิตตท รกิ เกอรชนดิ ทรานซสิ เตอรไ ดถูกตอ ง I 7.3 แสดงวิธกี ารประกอบวงจรชมิตตท ริกเกอรช นิดออปแอมปไ ดถกู ตอ ง I 7.4 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรชมิตตทริกเกอรได X ถกู ตอ ง 8 มัลติไวเบรเตอร 8.3 แสดงวธิ กี ารประกอบวงจรอะสเตเบิล มลั ติไวเบรเตอรไดถ ูกตอ ง I 8.5 แสดงวิธีการประกอบวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอรชนิดทรานซิสเตอร I ไดถูกตอง 8.7 แสดงวิธีการประกอบวงจรไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร ชนิดไอซีออปแอมป I ไดถ ูกตอ ง 8.8 แสดงทักษะการใชออสซิลโลสโคปในการวัดคาวงจรมัลติไวเบรเตอรได X ถูกตอ ง 9 ลอจกิ และการเกดิ สญั ญาณ 9.2 แสดงทกั ษะการคำนวณคาทางลอจกิ ไดถ กู ตอง I 9.3 แสดงวิธกี ารประกอบวงจรฟลปิ ฟลอปไดถูกตอง I 10 การซงิ โครไนซและไดอะแกรมเวลา 10.3 แสดงวธิ เี ขียนไดอะแกรมเวลาของ T ฟลิปฟลอปไดถกู ตอ ง I หมายเหตุ : ความหมายของระดบั การเรยี นรูท ่ีพงึ ประสงค (Bloom S Taxonomy ; 2001) ดา้ นทกั ษะ ระดบั ความสาํ คญั I = สังเกตและเลียนแบบ (Imitation) X = สาํ คญั มากท่ีสุด M = ทาํ ตามได้ (Manipulation) I = สาํ คญั มาก P = ทาํ ไดถ้ กู ตอ้ ง (Precision) O = สาํ คญั A = เรียนรู้วิธีการทาํ อยา่ งถูกตอ้ ง (Aeticuiation) N = ทาํ ไดอ้ ยา่ งอตั โนมตั ิ (Naturalization)
25 โครงการสอนรายวิชา ตารางวิเคราะหหลักสูตรายวชิ า ระดับชน้ั ปวช. สาขาวชิ า ชา งอเิ ลก็ ทรอนิกส 2 หนวยกิต รหัสวชิ า 20105-2006 ชอื่ วชิ า วงจรพัลสและสวติ ชงิ 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห สอน สปั ดาห หนวย ชื่อหนวยการเรยี นรู จำนวน แบบฝก หดั ครง้ั ท่ี ท่ี ท่ี ชัว่ โมง (ใบงาน) 1 1 1 รูปคลืน่ ไฟฟา 4 2 2 2 วงจรลดรปู สญั ญาณ และวงจรแปลงรปู สญั ญาณ 4 3 3 2 วงจรลดรูปสญั ญาณ และวงจรแปลงรปู สญั ญาณ (ตอ ) 4 4 4 3 ดิฟเฟอรเรนชเิ อเตอรแ ละอนิ ตเิ กรเตอร 4 5 5 3 ดิฟเฟอรเรนชิเอเตอรและอินตเิ กรเตอร (ตอ ) 4 6 6 4 คลิปเปอร 4 7 7 5 แคลมเปอร 4 8 8 6 ทรานซสิ เตอรส วิตช 4 9 9 6 ทรานซสิ เตอรส วิตช (ตอ ) 4 10 10 7 ชมิตตทริกเกอร 4 11 11 7 ชมิตตท รกิ เกอร (ตอ) 4 12 12 8 มัลตไิ วเบรเตอร 4 13 13 8 มลั ตไิ วเบรเตอร (ตอ) 4 14 14 8 มลั ตไิ วเบรเตอร (ตอ ) 4 15 15 9 ลอจิกและการเกดิ สญั ญาณ 4 16 16 9 ลอจกิ และการเกดิ สญั ญาณ (ตอ ) 4 17 17 10 การซงิ โครไนซและไดอะแกรมเวลา 4 18 18 - สอบปลายภาค 4 รวม 72 หมายเหตุ โครงการสอนน้ีจดั ทำขึ้นเพอื่ เปน แนวทางในการจัดการเรยี นการสอนเทา นน้ั ระยะเวลาอาจมกี ารเปล่ยี นแปลงได ตามความเหมาะสม
26 การบรู ณาการรายวิชา (ถา ม)ี 1. การบรู ณาการคุณธรรม จริยธรรม คา นยิ ม คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค การบูรณาการคุณธรรม จรยิ ธรรม คา นยิ ม คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค นีไ้ ดกำหนดขึน้ ตามกรอบ คุณธรรม จริยธรรม คานิยมและคุณลักษณะที่พึงประสงค ของผูสำเร็จการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษา ซึ่งประกอบดวย 15 คุณลักษณะ โดยในวิชาการออกแบบเครื่องจักรกล ไดเนน 4 คุณลักษณะ คือ ดานความมี วินัย ดานความรับผิดชอบ ดานความซ่ือสัตยสจุ ริต และดานความสนใจใฝเรียนรู ซึ่งในแตละ ดานมีพฤติกรรม บง ชท้ี ่สี ำคัญและนำมาเลือกใช ดงั นี้ 1) ความมีวินัย คือปฏิบัติตามกฎระเบียบขอบังคับและขอตกลงตาง ๆ ของสถานศึกษาไดแกการแตง กายถูกตองตามระเบียบและขอบังคับ ตรงตอเวลา รักษาสาธารณสมบัติ สิ่งแวดลอมและเขารวมกิจกรรมที่ครู กำหนดและประพฤติตนถูกตอ งตามศีลธรรมอันดีงาม (เขา ชนั้ เรยี นตรงเวลา) 2) ความรับผิดชอบ คือการเตรียมความพรอมในการเรียนและการปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่ วางไว ปฏิบัติงานดวยความตั้งใจ ปฏิบัติงานดวยความละเอียดรอบคอบ ปฏิบัติงานที่ไดรับมอบหมายเสร็จตาม กำหนด มีความเพียรพยายามในการเรียนและการปฏิบัติงาน ปฏิบัติงานตามหนาที่ของตนเอง ยอมรับผลการ กระทำของตนเอง ปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยตอตนเองและสวนรวม (นักเรียนเอาใจใสการเขารวม กิจกรรมในแตล ะแผนการจัดการเรยี นรมู ุงเนนสมรรถนะอยางตั้งใจ) 3) ความซือ่ สตั ยส ุจรติ คือการพูดความจรงิ ไมน ำผลงานของผูอนื่ มาแอบอางเปน ของตนเอง ไมทจุ ริต ใน การสอบ ไมลักขโมยเปน ตน (นักเรยี นไมถามและไมลอกคำตอบจากผอู น่ื ) 4) ความสนใจใฝรู เปนการศึกษาคนควาดวยตนเอง ซักถามปญหาขอสงสัย แสวงหาประสบการณและ คนหาความรูใหม ๆ (นักเรียนใฝในการเรียนรูอยูเสมอ โดยการศึกษาหาความรูดวยตนเอง หรือปรึกษาหารือ หาความรู หรอื ศึกษาดว ยวิธีการอน่ื ๆ) 2. การบูรณาการเขากับปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 หวง 2 เงอื่ นไข 4 มติ ปิ ระกอบดวย 3 หวง 2 เงือ่ นไข 4 มติ ิ 1. ความพอประมาณ 1. เง่อื นไขความรู 1. เศรษฐกิจ 2. ความมีเหตุผล 2. เงอื่ นไขคณุ ธรรม 2. สังคม 3. การมภี ูมคิ มุ กันในตัวทดี่ ี 3. สิ่งแวดลอม 4. วัฒนธรรม
Search
Read the Text Version
- 1 - 28
Pages: