Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ขอบข่ายธรรมศึกษา2564

ขอบข่ายธรรมศึกษา2564

Published by thiwadon jirapunyo, 2022-06-11 05:21:17

Description: ขอบข่ายธรรมศึกษา2564

Search

Read the Text Version

๑ เอกสารแนบทา้ ย ประกาศสำนักงานแมก่ องธรรมสนามหลวง เรอื่ ง ขอบขา่ ยหลกั สูตรธรรมศึกษา ๙ ชว่ งชน้ั ปพี ุทธศกั ราช ๒๕๖๔ (จำนวน ๓๙ หน้า) ขอบขา่ ยหลักสตู รธรรมศกึ ษา ช้ันตรี ระดับประถมศึกษา วชิ าเรยี งความแกก้ ระท้ธู รรม วิชาเรยี งความแก้กระทธู้ รรม ธรรมศกึ ษา ชัน้ ตรี ระดบั ประถมศึกษา ใหผ้ ูเ้ รยี นแต่งอธิบายความกระทู้ สุภาษิตที่กำหนดให้อย่างสมเหตุสมผลและอ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น มาประกอบการอธิบาย ไม่น้อยกว่า ๑ สุภาษิต โดยต้องอธิบายร้อยเรียงและเชื่อมโยงแนวคิดสำคัญให้สัมพันธ์กับกระทู้สุภาษิตท่ี กำหนดให้ พร้อมทั้งยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน โดยชั้นนี้ กำหนดความยาวตั้งแต่ ๒ หน้าขึ้นไป (เวน้ บรรทดั ) ที่ หมวด สภุ าษิต คมั ภรี /์ ทีม่ า ๑ สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร. -สงั ยุตตนิกาย สคาถวรรค ความรอบคอบในทุก ๆ เร่ือง เป็นการดี -ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ๒ สีลวรรค สขุ ํ ยาว ชรา สลี .ํ ขุททกนิกาย ธรรมบท คอื หมวดศลี ศีลนำความสุขมาให้ตราบเท่าชวี ติ ๓ สลี ํ รกเฺ ขยฺย เมธาว.ี ขทุ ทกนกิ าย อติ ิวุตตกะ นกั ปราชญพ์ งึ รักษาศีล ๔ มตุ วฺ า ตปฺปติ ปาปิก.ํ ขทุ ทกนกิ าย ชาดก เอกนบิ าต คนพูดไมด่ ยี ่อมเดือดร้อน ๕ วาจาวรรค วาจํ มุญเฺ จยยฺ กลยฺ าณึ. สังยตุ ตนิกาย สคาถวรรค คอื หมวดวาจา บคุ คลควรพูดให้ไพเราะ ๖ ตเมว วาจํ ภาเสยฺย ยายตตฺ านํ น ตาปเย. -สงั ยุตตนกิ าย สคาถวรรค ควรกลา่ วแตถ่ ้อยคำท่ีไม่ทำให้ตนเดอื ดร้อน -ขุททกนิกาย สตุ ตนิบาต ๗ ปาปานํ อกรณํ สขุ ํ. ขุททกนิกาย ธรรมบท การไม่ทำบาปกส็ ขุ ๘ ปาปวรรค ปาปานิ ปรวิ ชฺชเย. ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบท คอื หมวดบาป พึงละเว้นบาปทงั้ หลาย ๙ ทุกฺโข ปาปสฺส อจุ ฺจโย. ขุททกนิกาย ธรรมบท สะสมบาปเทา่ กบั สะสมความทกุ ข์

๒ ท่ี หมวด สภุ าษิต คัมภรี ์/ที่มา ๑๐ สุกรํ สาธนุ า สาธุ. - วินยั ปิฎก จุลลวรรค คนดที ำดีได้งา่ ย - ขทุ ทกนิกาย อุทาน ๑๑ กัมมวรรค กลยฺ าณการี กลยฺ าณํ ปาปการี จ ปาปกํ. - สงั ยุตตนกิ าย สคาถวรรค คอื หมวดกรรม ทำดไี ด้ดี ทำชั่วไดช้ ั่ว - ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนบิ าต ๑๒ กเรยฺย วากฺยํ อนุกมฺปกาน.ํ ขุททกนกิ าย ชาดก ทสกนบิ าต ควรเชอื่ ฟงั คนที่หวงั ดี ๑๓ น หิ สาธุ โกโธ. ขุททกนกิ าย ชาดก ฉักกนิบาต ความโกรธไมด่ เี ลย ๑๔ โกธวรรค อนตฺถชนโน โกโธ. อังคุตตรนิกาย สตั ตกนิบาต คอื หมวดโกรธ ความโกรธกอ่ ความพนิ าศ ๑๕ โกธํ ฆตวฺ า สุขํ เสต.ิ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค กำจัดความโกรธไดอ้ ยูเ่ ปน็ สุข

๓ ขอบข่ายหลักสตู รธรรมศกึ ษา ชน้ั ตรี ระดับประถมศกึ ษา วชิ าธรรมวภิ าค วชิ าพุทธประวตั ิ วิชาเบญจศีลและเบญจธรรม บทที่ ๑ ความรเู้ บือ้ งตน้ บทท่ี ๑ ชมพูทวีปและประชาชน บทที่ ๑ วินยั เกยี่ วกบั ธรรมวภิ าค ๑. ขอ้ มูลท่ัวไปเกยี่ วกับชมพูทวปี ๑. ระเบยี บวนิ ยั ๑. ธรรมศึกษา ๒. ระบบวรรณะ ๔ ๒. วนิ ยั สัมพันธก์ ับศลี ๒. ธรรมวภิ าค ๓. ความเชือ่ ของประชาชน ๓. ความหมายของศีล บทที่ ๒ ธรรมหมวด ๒ บทที่ ๒ ศากยวงศ์ ๔. ศลี คอื การรกั ษาความปกติ ๑. ธรรมมอี ุปการะมาก ๒ ๑. กรงุ กบลิ พัสดุ์ ของมนษุ ย์ ๒. ธรรมเปน็ โลกบาล ๒ ๒. ลำดับศากยวงศ์ ๕. ความมุ่งหมายในการบัญญัติศีล ๓. ธรรมอันทำใหง้ าม ๒ บทที่ ๓ เจ้าชายสิทธตั ถะประสตู ิ บทท่ี ๒ เบญจศลี ๔. บคุ คลหาไดย้ าก ๒ ๑. พระโพธิสตั วป์ ระสตู ิ ๑. สิกขาบทขอ้ ท่ี ๑ ปาณาติปาตา บทท่ี ๓ ธรรมหมวด ๓ ๒. อสิตดาบสเขา้ เฝ้า เวระมะณี และหมวด ๔ ๓. ขนานพระนามและทำนาย ๒. สกิ ขาบทข้อที่ ๒ อะทนิ นาทานา ๑. รตนะ ๓ พระลกั ษณะ เวระมะณี ๒. โอวาท ๓ ๔. พระนางสริ มิ หามายาส้ินพระชนม์ ๓. สกิ ขาบทขอ้ ที่ ๓ กาเมสมุ ิจฉาจารา ๓. ทจุ รติ ๓ ๕. ทรงเจรญิ อานาปานสติ เวระมะณี ๔. สุจรติ ๓ ๖. ทรงอภเิ ษกสมรส ๔. สิกขาบทขอ้ ท่ี ๔ มุสาวาทา ๕. อกศุ ลมูล ๓ บทท่ี ๔ ทรงผนวชและตรัสรู้ เวระมะณี ๖. กุศลมลู ๓ ๑. เสดจ็ ออกทรงผนวช ๕. สิกขาบทขอ้ ที่ ๕ สรุ าเมระยะ ๗. อริยสจั ๔ ๒. พระเจ้าพมิ พสิ ารเข้าเฝ้า มัชชะปะมาทฏั ฐานา เวระมะณี ๓. ทรงบำเพ็ญทุกรกริ ยิ า บทท่ี ๓ วริ ตั แิ ละอานสิ งส์ของการ ๔. ทรงยกเลิกการบำเพ็ญทุกรกริ ยิ า รักษาเบญจศีล ๕. ทรงบำเพญ็ เพียรทางจิต ๑. วิรตั ิ ๖. ทรงผจญมาร ๒. อานสิ งสข์ องการรักษาเบญจศีล ๗. ตรสั รอู้ นตุ รสัมมาสมั โพธิญาณ บทที่ ๔ เบญจธรรม ๑. ลักษณะและความสำคญั ของธรรม ๒. เบญจธรรม ๓. เบญจธรรมข้อ ๑ เมตตาและกรุณา ๔. เบญจธรรมขอ้ ๒ สัมมาอาชีพ ๕. เบญจธรรมขอ้ ๓ กามสังวร ๖. เบญจธรรมขอ้ ๔ สจั จะ ๗. เบญจธรรมขอ้ ๕ สตสิ มั ปชัญญะ ๘. อานสิ งส์ของการรักษาเบญจธรรม

๔ ขอบขา่ ยหลักสตู รธรรมศกึ ษา ชน้ั โท ระดับประถมศกึ ษา วิชาเรยี งความแกก้ ระทธู้ รรม วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม ธรรมศกึ ษา ชน้ั โท ระดบั ประถมศึกษา ให้ผูเ้ รยี นแตง่ อธิบายความกระทู้ สุภาษิตที่กำหนดให้อย่างสมเหตุสมผลและอ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น มาประกอบการอธิบาย ไม่น้อยกว่า ๒ สุภาษิต โดยต้องอธิบายร้อยเรียงและเชื่อมโยงแนวคิดสำคัญให้สัมพันธ์กับกระทู้สุภาษิต ท่ี กำหนดให้ พร้อมทั้งยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน โดยชั้นนี้ กำหนดความยาวตั้งแต่ ๓ หน้าขึ้นไป (เว้นบรรทดั ) ท่ี หมวด สภุ าษิต คัมภีร/์ ทม่ี า ๑ ททํ มติ ฺตานิ คนฺถติ. สังยตุ ฺตนิกาย สคาถวรรค ผู้ใหย้ ่อมผกู มิตรไว้ได้ องั คุตตรนิกาย ปัญจกนบิ าต ๒ ทานวรรค ททมาโน ปิโย โหติ. คอื หมวดทาน ผ้ใู หย้ อ่ มเปน็ ทีร่ ัก -ทฆี นิกาย มหาวรรค -ขทุ ทกนิกาย อุทาน ๓ ททโต ปุญฺ ปวฑฺฒติ. สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรม เมอ่ื ใหบ้ ญุ กเ็ พ่ิมขึน้ พระยาวชริ ญาณวโรรส ๔ ขนฺติ สาหสวารณา. สวดมนตฉ์ บับหลวง ความอดทนห้ามซึง่ ความผลุนผลันไวไ้ ด้ สวดมนตฉ์ บับหลวง ๕ ขนั ติวรรค ขนตฺ ิ หติ สขุ าวหา. คือ หมวดอดทน ความอดทนนำมาซ่ึงประโยชน์สขุ -ขุททกนิกาย ธรรมบท -ขทุ ทกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต ๖ มนาโป โหติ ขนตฺ โิ ก. -ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ผู้มคี วามอดทนย่อมเปน็ ทช่ี อบใจของผู้อืน่ -ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนบิ าต -ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ๗ อกฺโกเธน ชิเน โกธ.ํ -ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต พึงชนะคนโกรธดว้ ยความไมโ่ กรธ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ๘ ชยวรรค อสาธุ สาธนุ า ชเิ น. คือ หมวดชนะ พงึ ชนะคนไม่ดีดว้ ยความดี ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ๙ สจฺเจนาลกิ วาทินํ. ขุททกนิกาย ธรรมบท พึงชนะคนพดู ปดด้วยความจริง สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรม ๑๐ ปญุ ฺ โจเรหิ ทูหร.ํ พระยาวชิรญาณวโรรส โจรขโมยบุญใครไม่ได้ ขทุ ทกนกิ าย ชาดก ทุกนบิ าต ๑๑ ปญุ ญวรรค ปุญฺ สุขํ ชีวติ สงฺขยมฺห.ิ คอื หมวดบุญ บญุ นำความสขุ มาใหต้ ราบเท่าชวี ิต ๑๒ สุโข ปุญฺ สฺส อจุ ฺจโย. หมัน่ ขยันทำความดี ก่อเกิดความสขุ ๑๓ ยํ เว เสวติ ตาทโิ ส. เสวนาวรรค คบคนเชน่ ใดก็เป็นคนเชน่ น้นั ๑๔ คือ หมวดคบหา สโุ ข หเว สปฺปุรเิ สน สงฺคโม. การคบหากบั คนดนี ำสุขมาให้

ท่ี หมวด สุภาษิต ๕ ๑๕ นาสมฺ เส กตปาปมหฺ ิ. คัมภรี /์ ทมี่ า ไมค่ วรไวใ้ จคนทำความชัว่ ขทุ ทกนิกาย ชาดก ทสก นบิ าต

๖ ขอบขา่ ยหลักสูตรธรรมศกึ ษา ชน้ั โท ระดบั ประถมศึกษา วชิ าธรรมวภิ าค วิชาพทุ ธประวัติ วชิ าอโุ บสถศีล บทท่ี ๑ ธรรมหมวด ๓ บทที่ ๑ เสวยวิมุติสุข บทที่ ๑ อุโบสถ บุญกริ ิยาวัตถุ ๓ บทท่ี ๒ ธรรมหมวด ๔ ๑. เสวยวิมุติสขุ ๑. ความเป็นมาของอโุ บสถ ๑. วุฑฒิ ๔ ๒. จักร ๔ ๒. ทรงเปรยี บสตั ว์โลกกับดอกบวั ๒. อุโบสถสมัยพุทธกาล ๓. อคติ ๔ ๔. ปธาน ๔ ๓. ทรงแสดงพระปฐมเทศนา ๓. องค์ประกอบของอโุ บสถ ๕. อธษิ ฐาน ๔ ๖. อทิ ธิบาท ๔ ๔. ทรงแสดงธรรม บทท่ี ๒ ไตรสรณคมน์ ๗. พรหมวิหาร ๔ เร่อื งอนัตตลักขณสูตร ๑. พระรตั นตรยั บทท่ี ๒ ทรงสง่ พระสาวก ๒. ไตรสรณคมน์ ไปประกาศพระศาสนา ๓. สรณคมน์ ๒ ประเภท ๑. ทรงโปรดยสกุลบุตร ๔. วิธกี ารเข้าถึงไตรสรณคมน์ในอดีต ๒. ทรงโปรดชฎิล ๓ พนี่ อ้ ง ๕. วิธกี ารเขา้ ถงึ ไตรสรณคมน์ในปจั จุบัน ๓. ทรงแสดงธรรมเรื่องอาทิตต ๖. สรณคมนข์ าด ปรยิ ายสตู ร ๗. สรณคมนเ์ ศรา้ หมอง บทท่ี ๓ เสดจ็ ไปกรุงราชคฤห์ ๘. ขอ้ ยกเว้นสรณคมน์ขาด แคว้นมคธ หรอื เศร้าหมอง ๑. ทรงประดษิ ฐานพระพทุ ธศาสนา บทที่ ๓ อุโบสถศลี ๒. ทรงรบั พระอุทยานเวฬวุ นั ๑. อุโบสถศลี เป็นสังฆาวาส ๒. การสมาทานอโุ บสถศีล ๓. ทรงรบั พระอัครสาวก ๓. อุโบสถกาล บทที่ ๔ ระเบียบพิธีรกั ษาอุโบสถศีล ๑. กล่าวคำบชู าพระรัตนตรัย ๒. กล่าวคำประกาศองค์อุโบสถศีล ๓. กล่าวคำขออโุ บสถศลี ๔. กล่าวคำรบั สรณคมน์ ๕. กล่าวคำสมาทานอุโบสถศีล ๖. ข้อควรปฏบิ ตั ิขณะรักษาอุโบสถศลี บทท่ี ๕ พฤติกรรมการรกั ษาอโุ บสถศลี ๑. โคปาลกอโุ บสถ ๒. นิคณั ฐอโุ บสถ ๓. อรยิ อโุ บสถ

๗ ขอบขา่ ยหลักสูตรธรรมศึกษา ชน้ั เอก ระดบั ประถมศกึ ษา วิชาเรยี งความแก้กระทธู้ รรม วชิ าเรยี งความแก้กระทู้ธรรม ธรรมศึกษา ช้นั เอก ระดบั ประถมศกึ ษา ใหผ้ ้เู รยี นแตง่ อธิบายความกระทู้ สุภาษิตที่กำหนดให้อย่างสมเหตุสมผลและอ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น มาประกอบการอธิบาย ไม่น้อยกว่า ๓ สุภาษิต โดยต้องอธิบายร้อยเรียงและเชื่อมโยงแนวคิดสำคัญให้สัมพันธ์กับกระทู้สุภาษิตท่ี กำหนดให้ พร้อมทั้งยกตัวอย่างเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน โดยชั้นนี้ กำหนดความยาวตั้งแต่ ๔ หน้าขึ้นไป (เว้นบรรทดั ) ที่ หมวด สภุ าษิต คัมภรี /์ ท่มี า ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ๑ อตตฺ า หิ อตฺตโน นาโถ. ตนแลเป็นทีพ่ ่ึงแห่งตน ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ๒ อตฺตานํ ทมยนฺติ สุพฺพตา. ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท อตั ตวรรค คนดีย่อมฝึกตน ขุททกนิกาย ธรรมบท ๓ คือ หมวดตน อตตฺ นา โจทยตฺตานํ. จงเตอื นตนดว้ ยตนเอง ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ๔ ปฏมิ เํ สตมตตฺ นา. ขุททกนกิ าย ธรรมบท จงพจิ ารณาตนดว้ ยตนเอง ขุททกนกิ าย ชาดก ทุกนบิ าต ๕ จิตฺตสสฺ ทมโถ สาธุ. การฝึกจิตเปน็ ความดี ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบท ๖ จติ ตฺ ํ ทนตฺ ํ สขุ าวหํ. สังยุตตนกิ าย สคาถวรรค จติ ตวรรค จิตท่ฝี ึกแลว้ นำสขุ มาให้ ขุททกนกิ าย ชาดก นวกนิบาต ๗ คอื หมวดจิต วหิ ญฺ ตี จิตฺตวสานวุ ตตฺ ี. ผูท้ ี่ควบคุมจติ ใจไม่ได้ ย่อมเดือดรอ้ น ขทุ ทกนกิ าย ชาดก ทสกนิบาต -วินัยปฎิ ก มหาวรรค ๘ จติ ฺตํ รกเฺ ขถ เมธาวี. -มชั ฌมิ นิกาย อปุ รปิ ณั ณาสก์ ผูม้ ปี ัญญาพึงคมุ้ ครองจิต -ขุททกนิกาย ธรรมบท ขุททกนกิ าย สตุ ตนิบาต ๙ มาตา มติ ตฺ ํ สเก ฆเร. มารดาเป็นมติ รในบา้ นเรา ขทุ ทกนิกาย ชาดก วสี ตินบิ าต ๑๐ สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพภฺ ติ. ๑๑ มติ ตวรรค ผู้ไม่ทรยศมิตร เปน็ ท่นี ับถอื ทุก ๆ สถานท่ี คือ หมวดมติ ร มิตฺตทุพโฺ ภ หิ ปาปโก. ผูท้ รยศมิตร เป็นคนเลว ๑๒ นตฺถิ พาเล สหายตา. เพ่ือนแท้ หาไม่ได้ในอนั ธพาล ๑๓ วริ ยิ วรรค วริ เิ ยน ทกุ ฺขมจเฺ จติ. ๑๔ คือ หมวด ความเพยี รชว่ ยใหก้ ้าวผ่านความทุกข์ยากได้ ความเพียร หิยโฺ ยติ หิยฺยติ โปโส ปเรติ ปรหิ ายติ. คนที่ผัดวนั ประกันพรงุ่ ย่อมจะเส่ือมเสยี หาย

ที่ หมวด สภุ าษิต ๘ ๑๕ อชฺเชว กิจฺจมาตปฺป.ํ คัมภรี ์/ทม่ี า ควรรีบทำความเพยี รในวันนี้ -มัชฌิมนิกาย อปุ ริปัณณาสก์ -ขทุ ทกนิกาย ชาดก มหานบิ าต ๑๖ กเรยฺย โยคฺคํ ธวุ มปปฺ มตฺโต. นัย. ขุททกนิกาย ชาดก ทุก ผูไ้ มป่ ระมาท ควรทำความเพียรใหแ้ น่วแน่ นบิ าต สงั ยุตตนิกาย สคาถวรรค ๑๗ สติ โลกสมฺ ิ ชาคโร. สติเปน็ สญั ญาณเตือนภยั ในชาวโลก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ๑๘ สติมโต สทา ภทฺทํ. สงั ยตุ ตนกิ าย สคาถวรรค สตวิ รรค คนมีสติ เจรญิ ตลอดเวลา สังยตุ ตนิกาย สคาถวรรค ๑๙ คอื หมวดสติ สติมา สุขเมธติ. คนมีสติ ยอ่ มมีความสุข ๒๐ สตมิ โต สเุ ว เสยโฺ ย. คนมสี ติ มคี วามประเสรฐิ ทุกวัน

๙ ขอบขา่ ยหลักสตู รธรรมศกึ ษา ช้นั เอก ระดบั ประถมศึกษา วชิ าธรรมวิภาค วชิ าพทุ ธประวตั ิ วิชากรรมบถ บทท่ี ๑ ธรรมหมวด ๕ บทที่ ๑ ทรงบำเพ็ญพุทธกจิ ในแควน้ มคธ บทท่ี ๑ กรรมบถ ๑. อนนั ตรยิ กรรม ๕ ๒. เวสารัชชกรณธรรม ๕ ๑. ประทานการอุปสมบทแก่พระมหากสั สปะ ๑. กรรมบถ ๓. ธมั มัสสวนานสิ งส์ ๕ ๔. พละ ๕ ๒. มหาสนั นิบาตแห่งพระสาวก ๒. ศีล ๕ กบั กรรมบถ ๕. ขนั ธ์ ๕ บทท่ี ๒ ธรรมหมวด ๖ ๓. ทรงอนุญาตเสนาสนะ ๓. ประเภทของกรรมบถ ๑. คารวะ ๖ ๒. สาราณิยธรรม ๖ ๔. ทรงอนุญาตให้สงฆ์เปน็ ใหญ่ในกจิ พระศาสนา ๔. ผลของกรรมบถ บทที่ ๓ ธรรมหมวด ๗ ๑. อริยทรพั ย์ ๗ ๕. ทรงแสดงธรรมเรอื่ งทิศ ๖ ๕. ไตรทวาร ๒. สปั ปรุ ิสธรรม ๗ บทท่ี ๔ ธรรมหมวด ๘ ๖. ทรงแสดงธรรมเรื่องเทวตาพลี ๖. กรรมบถทจ่ี ดั ลงในไตร ๑. โลกธรรม ๘ ๒. มรรค ๘ บทที่ ๒ เสด็จไปแควน้ สักกะ ทวาร ๑. เสด็จกลบั กรงุ กบิลพัสด์ุ บทท่ี ๒ กายกรรม ๓ ๒. ทรงโปรดพระพุทธบดิ า ๑. ปาณาตบิ าต ๓. เจ้าชายนันทะทรงอุปสมบท ๒. อทินนาทาน ๔. เจา้ ชายราหลุ ทรงบรรพชา ๓. กาเมสุมจิ ฉาจาร บทท่ี ๓ เสด็จไปแควน้ โกศล บทท่ี ๓ วจกี รรม ๔ ๑. อนาถบิณฑิกเศรษฐเี ขา้ เฝา้ ๑. มุสาวาท ๒. อนาถบิณฑิกเศรษฐถี วายวดั เชตวัน ๒. ปสิ ณุ าวาจา บทที่ ๔ ปัจฉิมโพธิกาล ๓. ผรุสวาจา ๑. ทรงรับปา่ อัมพปาลีเป็นอารามสุดท้าย ๔. สัมผปั ปลาปะ ๒. ทรงปลงอายสุ ังขาร บทที่ ๔ มโนกรรม ๓ ๓. เสด็จไปป่ามหาวัน ๑. อภชิ ฌา ๔. นายจนุ ทะถวายปจั ฉิมบิณฑบาต ๒. พยาบาท ๕. เสดจ็ ไปกรุงกุสินารา ๓. มจิ ฉาทฏิ ฐิ ๖. บรรทมอนุฏฐานไสยา ๗. วธิ ปี ฏบิ ัตติ อ่ พระพุทธสรีระ ๘. ประทานพระโอวาทแก่พระอานนท์ ๙. ตรสั ถงึ กรงุ กุสินารา ๑๐. ทรงโปรดสุภัททปริพาชก ๑๑. ประทานพระโอวาทแกภ่ ิกษุสงฆ์ ๑๒. ปรนิ พิ พาน บทท่ี ๕ ถวายพระเพลงิ พระพุทธสรรี ะ ๑. พิธีถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ๒. แบง่ พระบรมสารีริกธาตุ ๓. โทณพราหมณก์ ล่าวสนุ ทรพจน์ ๔. สาเหตทุ ี่เสดจ็ มาปรนิ พิ พานทกี่ รุงกสุ นิ ารา ๕. ประเภทของสัมมาสัมพุทธเจดยี ์ ๖. สงั เวชนียสถาน ๔ ตำบล

๑๐ ขอบขา่ ยหลักสตู รธรรมศกึ ษา ชัน้ ตรี ระดับมัธยมศกึ ษา วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม ธรรมศึกษา ชั้นตรี ระดับมัธยมศึกษา ให้ผู้เรียนแต่งอธิบายความกระทู้ สุภาษิตที่กำหนดให้อย่างสมเหตุสมผลและอ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น มาประกอบการอธิบาย ไม่น้อยกว่า ๑ สุภาษิต โดยต้องอธิบายร้อยเรียงและเชื่อมโยงแนวคิดสำคัญให้สัมพันธ์กับกระทู้สุภาษิตท่ี กำหนดให้อย่างสมเหตสุ มผล พรอ้ มบอกชอื่ คมั ภีร์หรือท่ีมาของสภุ าษติ ทนี่ ำมาอ้างอิงน้นั ดว้ ย โดยชั้นนี้ กำหนด ความยาวต้งั แต่ ๒ หน้าขึ้นไป (เว้นบรรทัด) ที่ หมวด สุภาษิต คมั ภีร/์ ท่ีมา ๑ สีลํ ยาว ชรา สาธุ. สังยุตตนกิ าย สคาถวรรค ศีลยังประโยชนใ์ หส้ ำเร็จตราบเท่าชรา ขทุ ทกนิกาย ชาดก เอกนิบาต ๒ สีลวรรค สีลํ โลเก อนตุ ตฺ รํ. -ทีฆนกิ าย มหาวรรค คอื หมวดศลี ศลี เปน็ เยี่ยมในโลก -ขทุ ทกนิกาย อุทาน สังยุตตนกิ าย สคาถวรรค ๓ สญฺ มโต เวรํ น จียติ. ผ้สู ำรวมระวงั จะไม่สรา้ งเวรกรรม ขุททกนิกาย ธรรมบท -สังยตุ ตนกิ าย สคาถวรรค ๔ ปุญฺ โจเรหิ ทูหร.ํ -องั คตุ ตรนิกาย ปญั จกนิบาต โจรขโมยบญุ ใครไม่ได้ -ขทุ ทกนิกาย ชาดก ทสกนบิ าต ขุททกนกิ าย ธรรมบท ๕ ปญุ ญวรรค สุโข ปญุ ฺ สฺส อจุ จฺ โย. คือ หมวดบุญ หมั่นขยันทำความดี ก่อเกดิ ความสุข -มัชฌิมนกิ าย มัชฌิมปัณณาสก์ -ขุททกนิกาย เถรคาถา ๖ ปบญุญุ ฺเปาน็ นทิ ป่พี รึ่งโลขกอสงมฺชึีวิตปไตปิฏ.ถงึาโโลหกนหตฺ นิ ป้าาณิน.ํ -มชั ฌมิ นกิ าย มชั ฌมิ ปัณณาสก์ ๗ ทุกโฺ ข ปาปสสฺ อุจจฺ โย. -ขทุ ทกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาต สะสมบาปเท่ากับสะสมความทุกข์ -สังยตุ ตนิกาย สคาถวรรค -ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ๘ ปาปวรรค สกมฺมุนา หญฺ ติ ปาปธมฺโม. คอื หมวดบาป คนทำบาป ย่อมลำบากเพราะกรรมของ ขุททกนิกาย ธรรมบท ตน -มชั ฌิมนิกาย มัชฌมิ ปัณณาสก์ -ขุททกนิกาย สตุ ตนบิ าต ๙ ปาปานิ กมมฺ านิ กโรนฺติ โมหา. คนทำบาปกรรม เพราะความหลงผดิ ปจฉฺ า ตปฺปติ ทกุ กฺ ฏํ. ๑๐ หลงั จากทำความชั่วลงไป ย่อมเผาผลาญ ๑๑ กัมมวรรค ใจในภายหลัง คอื หมวดกรรม สานิ กมมฺ านิ นยนตฺ ิ ทคุ คฺ ตึ. กรรมชั่วของตนเอง ย่อมนำไปสู่ทคุ ติ ๑๒ กมฺมนุ า วตฺตตี โลโก. ชาวโลกยอ่ มเปน็ ไปตามกรรม

ที่ หมวด สภุ าษิต ๑๑ ๑๓ โกโธ จติ ฺตปฺปโกปโน. คมั ภรี ์/ที่มา ความโกรธ ทำใหใ้ จสนั่ องั คุตตรนิกาย สัตตกนบิ าต นัย. อังคตุ ตรนกิ าย สตั ตกนบิ าต ๑๔ โกธวรรค โกธํ ทเมน อจุ ฉฺ ินเฺ ท. ขทุ ทกนกิ าย ชาดก ทกุ นบิ าต คอื หมวดโกรธ พึงตดั ความโกรธด้วยความขม่ ใจ ๑๕ มา โกธสฺส วสํ คม.ิ อย่าตกอยูใ่ นอำนาจความโกรธ

๑๒ ขอบขา่ ยหลักสตู รธรรมศกึ ษา ชัน้ ตรี ระดบั มธั ยมศกึ ษา วิชาธรรมวภิ าค วชิ าอนพุ ุทธประวตั ิและศาสนพิธี วชิ าเบญจศลี และเบญจธรรม บทท่ี ๑ ความรูเ้ บือ้ งตน้ บทที่ ๑ ความรู้เบอ้ื งตน้ เกี่ยวกับ บทท่ี ๑ วินัย เก่ียวกับธรรมวภิ าค อนุพุทธประวัติ ๑. ระเบียบวินยั ๑. ธรรมศึกษา ๑. ขอบขา่ ยเนื้อหาอนุพทุ ธประวตั ิ ๒. วินยั สมั พนั ธก์ ับศลี ๒. ธรรมวภิ าค ๒. ประโยชน์ของการเรียนอนุพุทธ ๓. ความหมายของศลี บทท่ี ๒ ธรรมหมวด ๒ ประวตั ิ ๔. ศีลคือการรกั ษาความปกติ (ทุกะ) บทที่ ๒ พระประวัติพระพุทธเจ้า ของมนุษย์ ๑. กรรมฐาน ๒ ๑. เจา้ ชายสิทธตั ถะประสูติ ๕. ความมุง่ หมายในการบัญญัติศีล ๒. กาม ๒ ๒. เสดจ็ ออกทรงผนวชและตรสั รู้ บทท่ี ๒ เบญจศลี ๓. บูชา ๒ ๓. ทรงประดษิ ฐานพระพุทธศาสนา ๑. สกิ ขาบทขอ้ ที่ ๑ ปาณาติปาตา ๔. ปฏสิ นั ถาร ๒ ๔. ปรนิ พิ พาน เวรมณี ๕. สุข ๒ บทที่ ๓ ประวตั ิพระอัญญา ๒. สิกขาบทข้อท่ี ๒ อทินนาทานา บทท่ี ๓ ธรรมหมวด ๓ โกณฑัญญะ เวรมณี (ติกะ) ๑. สถานะเดิม ๓. สิกขาบทข้อที่ ๓ กาเมสมุ จิ ฉาจารา ๑. รตนะ ๓ ๒. มลู เหตทุ ีบ่ วชในพระพุทธศาสนา เวรมณี ๒. อกุศลวติ ก ๓ ๓. การบรรลุธรรม ๔. สกิ ขาบทข้อที่ ๔ มุสาวาทา เวรมณี ๓. กศุ ลวิตก ๓ ๔. งานประกาศพระศาสนา ๕. สกิ ขาบทขอ้ ท่ี ๕ สรุ าเมรย ๔. อคั คิ ๓ ๕. นพิ พาน มัชชปมาทฏั ฐานา เวรมณี ๕. อธปิ ไตย ๓ บทท่ี ๔ ประวัติพระอรุ ุเวลกัสสปะ บทที่ ๓ วิรัตแิ ละอานสิ งสข์ องการ ๖. ญาณ ๓ ๑. สถานะเดิม รกั ษาเบญจศลี ๗. ตัณหา ๓ ๒. มลู เหตุท่บี วชในพระพุทธศาสนา ๑. วิรตั ิ บทที่ ๔ ธรรมหมวด ๔ ๓. การบรรลุธรรม ๒. อานิสงส์ของการรกั ษาเบญจศีล (จตุกกะ) ๔. งานประกาศพระศาสนา บทที่ ๔ เบญจธรรม ๑. อริยสัจ ๔ ๕. นิพพาน ๑. ลกั ษณะและความสำคัญของธรรม ๒. อทิ ธิบาท ๔ บทท่ี ๕ ประวตั ิพระสารบี ุตร ๒. เบญจธรรม ๓. อปั ปมัญญา ๔ ๑. สถานะเดิม ๓. เบญจธรรมขอ้ ๑ เมตตาและกรุณา บทท่ี ๕ คิหิปฏิบตั ิ ๒. มลู เหตุทบ่ี วชในพระพุทธศาสนา ๔. เบญจธรรมขอ้ ๒ สมั มาอาชีวะ ๑. มิตรปฏริ ูป ๔ ๓. การบรรลธุ รรม ๕. เบญจธรรมข้อ ๓ กามสังวร ๒. มิตรแท้ ๔ ๔. งานประกาศพระศาสนา ๖. เบญจธรรมขอ้ ๔ สัจจะ ๕. นพิ พาน ๗. เบญจธรรมข้อ ๕ สติสมั ปชัญญะ บทท่ี ๖ ประวตั ิพระโมคคัลลานะ ๘. อานิสงสข์ องการรกั ษาเบญจธรรม ๑. สถานะเดมิ ๒. มลู เหตุทบี่ วชในพระพุทธศาสนา ๓. การบรรลธุ รรม ๔. งานประกาศพระศาสนา ๕. นพิ พาน

วิชาธรรมวภิ าค วชิ าอนุพุทธประวตั แิ ละศาสนพธิ ี ๑๓ บทท่ี ๗ พระประวตั ิ วิชาเบญจศีลและเบญจธรรม พระนางมหาปชาบดโี คตมีเถรี ๑. พระสถานะเดิม ๒. มลู เหตุทีท่ รงผนวชใน พระพทุ ธศาสนา ๓. การบรรลธุ รรม ๔. งานประกาศพระศาสนา ๕. นิพพาน บทท่ี ๘ พระประวัติพระนางเขมา เถรี ๑. พระสถานะเดมิ ๒. มูลเหตุที่ทรงผนวชใน พระพุทธศาสนาและทรงบรรลุธรรม ๓. งานประกาศพระศาสนา ๔. นพิ พาน บทท่ี ๙ ศาสนพิธี ๑. ขอ้ มลู ท่วั ไปเกีย่ วกบั ศาสนพธิ ี ๒. ประโยชน์ของศาสนพธิ ี ๓. ศาสนพิธที างพระพุทธศาสนา ๔. การจดั โตะ๊ หมบู่ ูชา ๕. เครือ่ งสกั การบูชา ๖. การปฏิบตั ิพธิ ี ๗. วธิ ีแสดงความเคารพ ๘. การจัดสถานท่ีในพิธที ำบุญ ๙. การอาราธนา

๑๔ ขอบข่ายหลักสตู รธรรมศึกษา ชัน้ โท ระดบั มธั ยมศึกษา วชิ าเรียงความแก้กระทู้ธรรม วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม ธรรมศึกษา ชั้นโท ระดับมัธยมศึกษา ให้ผู้เรียนแต่งอธิบายความกระทู้ สุภาษิตที่กำหนดให้อย่างสมเหตุสมผลและอ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น มาประกอบการอธิบาย ไม่น้อยกว่า ๒ สุภาษิต โดยต้องอธิบายร้อยเรียงและเชื่อมโยงแนวคิดสำคัญให้สัมพันธ์กับกระทู้สุภาษิตที่ กำหนดใหอ้ ยา่ งสมเหตุสมผล พร้อมบอกช่ือคัมภีรห์ รือที่มาของสุภาษติ ท่ีนำมาอา้ งอิงนน้ั ด้วย โดยชั้นนี้ กำหนด ความยาวตัง้ แต่ ๓ หน้าขน้ึ ไป (เวน้ บรรทัด) ที่ หมวด สุภาษิต คมั ภรี /์ ท่มี า โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตวฺ า ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ ๑ โสม โลก ปภาเสติ อพฺภา มุตโฺ ต ว จนฺทมิ า. มัชฌิมนกิ าย มัชฌิม เมอ่ื ก่อนประมาท ภายหลังไม่ประมาท เขาช่ือวายงั โลก ปัณณาสก์ นี้ใหส้ ว่าง เหมือนพระจนั ทร์พนจากเมฆหมอก ฉะน้ัน พหมุ ฺปิ เจ สหํ ติ ํ ภาสมาโน น ตกกฺ โร โหติ นโร ปมตโฺ ต ปมาทวรรค โคโปว คาโว คณยํ ปเรสํ ๒ คอื น ภาควา สามญฺ สสฺ โหติ. ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบท หมวดประมาท หากกล่าวพุทธพจนไ์ ด้มาก แต่เป็นคนประมาท ไมท่ ำ ตามพุทธพจน์น้ัน ก็ไมม่ ีส่วนแหง่ สามญั ญผล เหมือนคน เล้ียงโค คอยนบั โคให้ผู้อนื่ ฉะน้นั ยญฺหิ กิจจฺ ํ ตทปวิทฺธํ อกจิ ฺจํ ปน กยิรติ ๓ อุนนฺ ฬานํ ปมตฺตานํ เตสํ วฑฺฒนตฺ ิ อาสวา. ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบท คนทอดท้ิงกิจทค่ี วรทำ ไปทำกิจทไี่ มค่ วรทำ เมอ่ื เขาถือตัว มัวประมาท อาสวะยอมเจรญิ ยสสฺ ปาปํ กตํ กมมฺ ํ กสุ เลน ปิถยี ติ โสม โลกํ ปภาเสติ อพภฺ า มุตโฺ ตว จนทฺ ิมา. มชั ฌมิ นิกาย มัชฌิม ปัณณาสก์ ๔ ผู้ใดทำกรรมชั่วแลว้ ละเสียได้ดว้ ยกรรมดี ผู้น้นั ยอ่ มยัง โลกนใี้ ห้สว่าง เหมอื นพระจนั ทร์พน้ จากเมฆหมอก ฉะน้ัน ๕ ปคุ คลวรรค มธุวา มญฺ ตี พาโล ยาว ปาปํ น ปจฺจติ, ขุททกนิกาย ธรรมบท คือ ยทา จ ปจฺจตี ปาปํ อถ ทกุ ฺขํ นคิ จฺฉต.ิ ตราบเทาทีบ่ าปยังไม่ใหผล คนเขลายังเขาใจวามรี ส หมวดบุคคล หวาน แตบ่ าปใหผลเมือ่ ใด คนเขลายอมประสบทุกข เมอ่ื นัน้ สเจ ภายถ ทุกฺขสฺส สเจ โว ทกุ ขฺ มปฺปยิ ํ ๖ มา กตถฺ ปาปกํ กมฺมํ อาวี วา ยทิ วา รโห. ขทุ ทกนกิ าย อุทาน ถ้าท่านกลวั ทุกข์ ถ้าท่านไมร่ ักทกุ ข์ ก็อยา่ ทำบาปกรรม ทงั้ ในที่แจ้งทง้ั ในท่ลี บั

๑๕ ท่ี หมวด สุภาษติ คัมภีร/์ ที่มา อปปฺ เกนปิ เมธาวี ปาภเฏน วจิ กขฺ โณ ๗ ผสมู้มปีุฏ.ัญาญเปาเตฉิ ลอยี ตวฉฺตลาานดํ อณุ อคฺควึ สนธฺ มํ. ขุททกนิกาย ชาดก ย่อมตั้งตนได้ด้วยต้นทุนแมน้ ้อย เอกนิบาต เหมอื นคนกอ่ นกองไฟข้ึน ฉะนั้น อโมฆํ ทวิ สํ กยิรา อปเฺ ปน พหเุ กน วา วริ ิยวรรค ยํ ยํ วิวหเต รตฺติ ตทนู นตฺ สฺส ชีวติ ํ. ๘ คือ ควรทำวนั คนื ไม่ใหเปลาจากประโยชนน้อยหรอื มาก ขุททกนิกาย เถรคาถา หมวดความเพียร เพราะวันคนื ผานบุคคลใดไป ชีวิตของบุคคลนั้น ยอม พร่องจากประโยชนนัน้ ๙ สอฏุม.ํ าตา กมฺมเธยเฺ ยสุ อปปฺ มตโฺ ต วิธานวา องั คตุ ตรนิกาย อฏั ฐก กปฺเปติ ชีวิตํ สมภฺ ตํ อนุรกขฺ ติ. ผูข้ ยันในหน้าทก่ี ารงาน ไม่ประมาท เข้าใจจดั การเล้ยี ง นบิ าต ชวี ิตพอสมควร จึงรักษาทรัพยท์ ี่หามาได้ ปาปมิตเฺ ต วิวชเฺ ชตฺวา ภเชยฺยุตตมปุคฺคเล ๑๐ ผโอปู้ วราาเรทถนจาสคฺสวาตมฏิ .สเุขยทฺยม่ี ่นั คง ปตเฺ ถนโฺ ต อจลํ สขุ ํ. ขทุ ทกนิกาย เถรคาถา พึงเว้นมติ รชว่ั เสีย คบแต่ บคุ คล สูงสดุ และพึงตง้ั อยู่ในโอวาทของท่าน ยาทิส กุรเุ ต มติ ฺต ยาทิส จฺ ปู เสวติ, ๑๑ โสป ตาทิสโก โหติ สหวาโส หิ ตาทิโส. ขุททกนิกาย ชาดก วี สตนิ บิ าต เสวนาวรรค คบคนเชนใดเปน็ มติ ร และสมคบคนเชนใด เขาก็เป็น คอื คนเชนน้ัน เพราะการอยูรว่ มกันยอมเปน็ เชนนนั้ หมวดคบหา สทเฺ ธน จ เปสเลน จ ป ฺ วตา พหุสฺสุเตน จ สขติ หิ กเรยฺย ปณฑฺิโต ๑๒ ภทโฺ ท สปปฺ รุ เิ สหิ สงฺคโม. ขุททกนิกาย เถรคาถา บัณฑติ พึงทำความเป็นเพ่ือนกับคนทีศ่ รทั ธา มีศลี เปน็ ที่ รกั มีปัญญาและเปน็ พหสุ ตู เพราะการสมาคมกบั คนดี เป็นความเจรญิ

๑๖ ท่ี หมวด สุภาษิต คมั ภีร์/ทีม่ า อคฺคสฺมึ ทานํ ททตํ อคคฺ ํ ปญุ ฺ ปวฑฒฺ ติ ๑๓ อคฺคํ อายุ จ วณฺโณ จ ยโส กติ ตฺ ิ สขุ ํ พลํ. ขุททกนกิ าย อติ ิวตุ ต เมอื่ ให้ทานดว้ ยวัตถุอนั เลิศ บุญอันเลศิ อายุ วรรณะ ยศ กะ เกยี รติ สุข และกำลังอนั เลิศ กเ็ จริญ ๑๔ ทานวรรค อคฺคทายี วรทายี ยเสตฏฺถ.ฺ ทายี จ โย นโร องั คตุ ตรนิกาย ปัญจก คือ ทีฆายุ ยสวา โหติ ยตฺถูปปชฺชติ. หมวดทาน ผใู้ ห้สิ่งทเ่ี ลิศ ให้สิ่งที่ดี ให้สงิ่ ท่ีประเสริฐ ยอ่ มเปน็ ผู้มีอายุ นบิ าต ยนื มยี ศในภพท่ีตนเกดิ ปพุ ฺเพ ทานาทกิ ํ ทตฺวา อิทานิ ลภตี สขุ ํ ๑๕ มูเลว สิญฺจิตํ โหติ อคฺเค จ ผลทายกํ. สัททสารัตถชาลินี ให้ทานเป็นตน้ ก่อน จึงได้สุขในบดั นี้ เหมือนรดนำ้ ที่โคน ใหผ้ ลท่ปี ลาย

๑๗ ขอบขา่ ยหลักสตู รธรรมศกึ ษา ชัน้ โท ระดบั มธั ยมศกึ ษา วชิ าธรรมวิภาค วิชาอนพุ ุทธประวตั ิและศาสนพิธี วชิ าอโุ บสถศลี บทท่ี ๑ ธรรมหมวด ๓ บทท่ี ๑ ประวตั ิพระมหากัสสปะ บทท่ี ๑ อโุ บสถ (ตกิ ะ) ๑. สถานะเดมิ ๑. ความเปน็ มาของอุโบสถ ๑. ปฎิ ก ๓ ๒. มูลเหตุทีบ่ วชในพระพุทธศาสนา ๒. อุโบสถสมยั พทุ ธกาล ๒. พทุ ธจริยา ๓ ๓. การบรรลธุ รรม ๓. องค์ประกอบของอุโบสถ ๓. วัฏฏะ ๓ ๔. งานประกาศพระศาสนา บทที่ ๒ ไตรสรณคมน์ ๔. สกิ ขา ๓ ๕. นพิ พาน ๑. ไตรสรณคมน์ ๕. สามัญญลกั ษณะ ๓ บทที่ ๒ ประวัติพระมหากจั จายนะ ๒. สรณคมน์ ๒ ประเภท บทที่ ๒ ธรรมหมวด ๔ ๑. สถานะเดมิ ๓. วธิ ีการเข้าถึงไตรสรณคมน์ (จตกุ กะ) ๒. มูลเหตทุ ่บี วชในพระพุทธศาสนา ในอดตี ๑. อปัสเสนธรรม ๔ ๓. การบรรลธุ รรม ๔. วธิ ีการเข้าถึงไตรสรณคมน์ ๒. พระอรยิ บุคคล ๔ ๔. งานประกาศพระศาสนา ในปัจจุบัน ๓. มรรค ๔ ๕. นพิ พาน ๕. สรณคมนข์ าด ๔. ผล ๔ บทท่ี ๓ พระประวัติพระอานนท์ ๖. สรณคมน์เศรา้ หมอง บทที่ ๓ ธรรมหมวด ๕ ๑. พระสถานะเดมิ ๗. ข้อยกเว้นเรือ่ งสรณคมน์ขาด (ปัญจกะ) ๒. มลู เหตทุ ท่ี รงผนวชใน หรือเศร้าหมอง ๑. อนุปพุ พิกถา ๕ พระพุทธศาสนา บทที่ ๓ อุโบสถศีล ๒. มัจฉรยิ ะ ๕ ๓. งานประกาศพระศาสนา ๑. องคป์ ระกอบของอุโบสถศีล ๓. มาร ๕ ๔. การบรรลธุ รรม ๒. คำอธิบายอุโบสถศลี บทที่ ๔ คหิ ิปฏิบัติ ๕. นิพพาน ๓. การสมาทานอโุ บสถศลี ๑. ทิฏฐธัมมิกตั ถประโยขน์ ๔ บทท่ี ๔ ประวัติพระอุบาลี ๔. อุโบสถกาล ๒. สัมปรายกิ ัตถประโยขน์ ๔ ๑. สถานะเดมิ บทท่ี ๔ ระเบียบพิธีรกั ษา ๒. ทิศ ๖ ๒. มูลเหตทุ บ่ี วชในพระพุทธศาสนา อโุ บสถศลี ๓. การบรรลธุ รรม ๑. กลา่ วคำบชู าพระรตั นตรัย ๔. งานประกาศพระศาสนา ๒. กลา่ วคำประกาศองค์อโุ บสถศีล ๕. นิพพาน ๓. กล่าวคำขออุโบสถศีล บทที่ ๕ พระประวัตพิ ระสิวลี ๔. กล่าวคำรับสรณคมน์ ๑. พระสถานะเดมิ ๕. กล่าวคำสมาทานอุโบสถศีล ๒. มูลเหตุที่ทรงผนวชใน ๖. ขอ้ ควรปฏิบัตขิ ณะรกั ษา พระพุทธศาสนา อุโบสถศีล ๓. การบรรลธุ รรม บทท่ี ๕ พฤตกิ รรมการรกั ษา ๔. งานประกาศพระศาสนา อโุ บสถศลี ๕. นพิ พาน ๑. โคปาลกอุโบสถ บทที่ ๖ พระประวตั พิ ระราหุล ๒. นคิ ณั ฐอโุ บสถ ๑. พระสถานะเดิม ๓. อริยอุโบสถ ๒. มูลเหตุทท่ี รงผนวชใน บทท่ี ๖ อานสิ งสก์ ารรักษา พระพทุ ธศาสนา อโุ บสถศลี

๑๘ วิชาธรรมวภิ าค วชิ าอนุพุทธประวตั แิ ละศาสนพิธี วชิ าอโุ บสถศีล ๓. การบรรลธุ รรม ๔. งานประกาศพระศาสนา ๕. นิพพาน บทที่ ๗ ประวัติพระอุบลวรรณาเถรี ๑. สถานะเดมิ ๒. มูลเหตุทบ่ี วชในพระพุทธศาสนา ๓. การบรรลธุ รรม ๔. งานประกาศพระศาสนา ๕. นิพพาน บทที่ ๘ ประวตั ิพระปฏาจาราเถรี ๑. สถานะเดิม ๒. มลู เหตุทบ่ี วชในพระพุทธศาสนา ๓. การบรรลธุ รรม ๔. งานประกาศพระศาสนา ๕. นพิ พาน บทที่ ๙ ประวตั ิพระกีสาโคตมเี ถรี ๑. สถานะเดมิ ๒. มลู เหตุท่ีบวชในพระพุทธศาสนา ๓. การบรรลุธรรม ๔. งานประกาศพระศาสนา ๕. นพิ พาน บทท่ี ๑๐ พิธีบำเพ็ญกุศล ในวันสำคญั ทางพระพุทธศาสนา ๑. วันมาฆบูชา ๒. วันวสิ าขบูชา ๓. วนั อัฏฐมีบชู า ๔. วันอาสาฬหบชู า

๑๙ ขอบขา่ ยหลักสตู รธรรมศกึ ษา ชน้ั เอก ระดบั มธั ยมศึกษา วชิ าเรียงความแก้กระทธู้ รรม วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม ธรรมศึกษา ชั้นเอก ระดับมัธยมศึกษา ให้ผู้เรียนอธิบายกระทู้สุภาษิต ที่กำหนดให้อย่างสมเหตุสมผลและอ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น มาประกอบการอธิบายไม่น้อยกว่า ๓ สุภาษิต โดยต้องอธิบายร้อยเรียงและเชื่อมโยงแนวคิดสำคัญให้สัมพันธ์กับสุภาษิต ที่กำหนดให้ อย่างสมเหตุสมผล พร้อมบอกชื่อคัมภีร์หรือที่มาของสภุ าษิตทน่ี ำมาอ้างอิงนนั้ ดว้ ย โดยชั้นน้ี กำหนดความยาว ตง้ั แต่ ๔ หนา้ ขนึ้ ไป (เว้นบรรทัด) ท่ี หมวด สภุ าษิต คมั ภรี /์ ทม่ี า อจิ ฺฉา นรํ ปรกิ สสฺ ติ อิจฺฉา โลกสฺมิ ทุชชฺ หา ๑ อจิ ฺฉาพทธฺ า ปุถู สตตฺ า ปาเสน สกุณี ยถา. สังยตุ ตนกิ าย ความอยากชกั พาผ้คู นไป ความอยากละได้ยากใน สคาถวรรค โลก บคุ คลจำนวนมากถูกความอยากผกู มดั ไว้ เหมือนนกติดบว่ ง ฉะน้นั ตณฺหา ชเนติ ปุริส จติ ฺตมสสฺ วิธาวติ ๒ สตฺโต สสํ ารมาปาทิ ทุกขฺ า น ปรมิ ุจจฺ ต.ิ สงั ยตุ ตนิกาย ตัณหาก่อกำเนิดคน จิตของเขาย่อมพลุง่ พลา่ น สคาถวรรค กิเลสวรรค สัตวย์ ังเวยี นวา่ ยตายเกิด จงึ ไม่พน้ ไปจากทุกข์ คอื หมวดกิเลส ตณหฺ าย อุฑฑฺ ิโต โลโก ชราย ปรวิ าริโต ๓ มจฺจุนา ปหโิ ต โลโก ทุกฺเข โถลูกโมกฤปตตยฏิูป.ฺิดโตจึง. ตก สงั ยตุ ตนกิ าย ชาวโลกถกู ตณั หาดัก ถูกชราล้อม สคาถวรรค อยใู่ นทุกข์ อิจฺฉาย พชฺฌตี โลโก อจิ ฺฉาวนิ ยาย มจุ ฺจติ ๔ อิจฉฺ าย วิปปฺ หาเนน สพฺพํ ฉินทฺ ติ พนธฺ น.ํ สังยุตตนกิ าย ชาวโลกถกู ความอยากผกู มดั ไว้ จะหลดุ ได้เพราะ สคาถวรรค กำจัดความอยาก เพราะละความอยากเสียได้ จึงตัด เครอื่ งผกู ไดห้ มด อปฺปมตฺโต ปมตฺเตสุ สุตฺเตสุ พหุชาคโร อพลสฺสํว สีฆสโฺ ส หิตฺวา ยาติ สเุ มธโส. ๕ คนปัญญาดี ไม่ประมาทเมอ่ื คนอืน่ ประมาท มีสตเิ มอ่ื ขุททกนกิ าย ธรรมบท คนอ่ืนขาดสติ ย่อมทง้ิ ห่าง (คนโง่) ไป เหมอื นมา้ ฝเี ทา้ เรว็ วง่ิ ท้งิ หา่ งมา้ ท่ีไม่มีความเร็วไป ฉะนั้น

๒๐ ที่ หมวด สภุ าษติ คัมภรี ์/ท่มี า สอุฏญ.ฺ ฺ านวโต สติมโต สจุ ิกมฺมสฺส นสิ มฺมการิโน ตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตตฺ สฺส ยโสภิวฑฒฺ ติ. ๖ ยศยอ่ มเจริญแก่ผู้มีความหมนั่ เพียร มสี ติ ทำงาน ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท สจุ รติ ไตรต่ รองกอ่ นทำ รอบคอบ ดำเนนิ ชีวติ ถูก หลกั ธรรมและไมป่ ระมาท อปปฺ มาทรตา โหถ สจิตตฺ มนรุ กขฺ ถ อปั ปมาทวรรค ทุคฺคา อทุ ธฺ รถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโนว กญุ ฺชโร. ๗ คอื ท่านท้ังหลาย จงยนิ ดีในความไมป่ ระมาท คอยรักษา ขุททกนกิ าย ธรรมบท หมวดไมป่ ระมาท จิตของตน จงถอนตนขึ้นจากหลุมกเิ ลส เหมอื นชา้ ง ท่ตี กหลมุ โคลนถอนตนขน้ึ ฉะน้นั อทฏุปี .ํ าเนนปปฺ มาเทน สญฺ เมน ทเมน จ กยิราถ เมธาวี ยํ โอโฆ นาภิกีรต.ิ ๘ คนมปี ัญญาพงึ สรา้ งเกาะท่ีหว้ งกิเลสทว่ มไมถ่ งึ ด้วย ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบท ความหมน่ั ความไมป่ ระมาท ความรอบคอบ และ ความขม่ ใจ อานาปานสฺสติ ยสฺส อปริปุณฺณา อภาวติ า ๙ กาโยปิ อิญฺชโิ ต โหติ จิตฺตมปฺ ิ โหติ อญิ ชฺ ติ .ํ ขทุ ทกนกิ าย กายและใจของบคุ คลผูท้ ีไ่ ม่บำเพญ็ ไม่อบรม ปฏิสัมภิทามรรค อานาปานสติ ยอ่ มกระสับกระส่ายกระวนกระวาย ทนุ นฺ คิ ฺคหสฺส ลหุโน ยตฺถ กามนิปาตโิ น จติ ตฺ สฺส ทมโถ สาธุ จติ ฺตํ ทนตฺ ํ สุขาวหํ. ๑๐ จติ ตวรรค การฝกึ จติ ท่ีขม่ ได้ยาก เรว็ ซงึ่ ปกติจมดง่ิ อยูใ่ นสิ่งท่ี ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท คอื หมวดจติ ถกู ใจ เป็นความดี (เพราะว่า) จิตทีฝ่ ึกแลว นำ ความสุขมาให้ ผนฺทนํ จปลํ จิตฺตํ ทรุ กขฺ ํ ทุนนฺ วิ ารยํ อชุ ุ กโรติ เมธาวี อสุ ุกาโรว เตชนํ. ๑๑ ปญั ญาชน ทำจติ ท่ีฟงุ้ ซา่ น กลับกลอก รักษาได้ยาก ขุททกนิกาย ธรรมบท ห้ามได้ยาก ใหต้ รงได้ เหมือนช่างศร ดัดลกู ศรให้ตรง ได้ ฉะนนั้

๒๑ ท่ี หมวด สุภาษิต คมั ภรี ์/ท่มี า เสโล ยถา เอกฆโน วาเตน น สมรี ติ ๑๒ เอวํ นนิ ทฺ าปสํสาสุ น สมญิ ชฺ นตฺ ิ ปณฺฑติ า. ขุททกนิกาย ธรรมบท ภูเขาหนิ ล้วน ไม่สะเทือนเพราะลมฉันใด บัณฑติ ย่อม ไมห่ ว่ันไหวเพราะนินทาและสรรเสริญฉนั นั้น ป ฺ า สตุ วินิจฉฺ ินี ป ฺ า กิตตฺ สิ โิ ลกวฑฺฒนี ปญฺ าสหโิ ต นโร อิธ อปิ ทกุ ฺเขสุ สุขานิ วนิ ฺทต.ิ ๑๓ ปัญญาเป็นเคร่ืองวนิ จิ ฉัยสง่ิ ที่ฟงั แลว้ ปญั ญาเป็น ขุททกนิกาย เถรคาถา เครื่องเพมิ่ พนู เกียรติคณุ และชื่อเสียง ในโลกน้ี นรชน ผู้ประกอบดว้ ยปญั ญา แม้ในความทกุ ข์ก็หาความสุข ได้ ชวี เตวาปิ สปฺปญฺโ อปิ วิตตฺ ปริกฺขยา ๑๔ ปญฺ าย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวต.ิ ขทุ ทกนิกาย เถรคาถา ถึงส้นิ ทรัพย์ ผู้มีปัญญากเ็ ปน็ อยูไ่ ด้ แตอ่ ับปญั ญาแม้มี ปัญญาวรรค ทรพั ย์ กเ็ ปน็ อยูไ่ ม่ได้ คือ หมวดปญั ญา มตฺตาสุขปรจิ จฺ าคา ปสฺเส เจ วิปลุ ํ สขุ ํ จเช มตตฺ าสขุ ํ ธีโร สมฺปสสฺ ํ วิปุลํ สุขํ. ๑๕ ถา้ พึงเหน็ สุขอันไพบลู ย์ เพราะยอมเสียสละสขุ ส่วน ขุททกนกิ าย ธรรมบท นอ้ ย ผูม้ ปี ัญญาเลง็ เห็นสุขอันไพบลู ย์ ก็ควรเสยี สละ สขุ ส่วนน้อย โย จ วสสฺ สตํ ชีเว ทุปฺปญโฺ อสมาหโิ ต ๑๖ เอกาหํ ชีวติ ํ เสยโฺ ย ปญฺ วนตฺ สฺส ฌายิโน. ขุททกนิกาย ธรรมบท ผมู้ ีปญั ญาฆ่ากิเลส มชี วี ิตอยู่แคว่ ันเดยี ว ประเสรฐิ กว่าผู้ไร้ปัญญาใจไม่ม่นั คง อยู่นานผา่ น ๑๐๐ ปี ปรทุกฺขูปธาเนน โย อตตฺ โน สุขมิจฉฺ ติ ๑๗ ผเวู้ทรี่มสงุ่ สํ ถคึงคฺคสวาํสมฏ.สฺโุขตนด้วยกาเรวกร่อาทโุกสขน์ใหปค้ รนมิ อจุ่ืนจฺ เตป.ิ ็นผู้ ขุททกนิกาย ธรรมบท ปกณิ ณกวรรค พัวพันอยู่กบั การจองเวร ยอ่ มไมพ่ น้ จากเวร คอื หมวด ปริตตฺ ํ ทารุมารุยฺห ยถา สเี ท มหณณฺ เว เบ็ดเตล็ด เอวํ กุสีตมาคมฺม สาธุชีวีปิ สีหต.ิ ๑๘ คนมงั่ มี ก็ลม่ จมได้เพราะติดนิสัยเกยี จคร้าน เหมือน ขทุ ทกนิกาย เถรคาถา คนเกาะท่อนไม้เล็ก ๆ จมลงในทะเลฉันนัน้

๒๒ ที่ หมวด สุภาษิต คัมภีร/์ ทม่ี า อสาเร สารมติโน สาเร จาสารทสฺสโิ น เต สารํ นาธิคจฉฺ นตฺ ิ มิจฉฺ าสงกฺ ปปฺ โคจรา. ๑๙ ผู้ทเี่ ขา้ ใจสงิ่ ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ และเหน็ สาระ ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท วา่ ไมเ่ ป็นสาระ เปน็ ผู้มีความคิดเหน็ ผดิ ๆ ติดเปน็ นสิ ยั ยอ่ มไมป่ ระสบพบสาระ ๒๐ นทิ ฺทาสีลี สภาสลี ี อตนํ ปฏุ .รฺ าาภตวาโตจ โย นโร ขทุ ทกนกิ าย สุตตนิบาต อลโส โกธปญฺ าโณ มุข.ํ การทเี่ ป็นคนตดิ นอน ชอบสงั สรรค์ ไมข่ ยัน เกียจ ครา้ น โกรธงา่ ย นั้น เปน็ ทางแหง่ ความเส่ือม

๒๓ ขอบข่ายหลักสูตรธรรมศกึ ษา ชัน้ เอก ระดบั มัธยมศกึ ษา วชิ าธรรมวิภาค วิชาอนพุ ุทธประวัติและศาสนพิธี วชิ ากรรมบถ บทที่ ๑ ธรรมหมวด ๔ (จตุกกะ) บทท่ี ๑ ประวัติสามเณรบัณฑิต บทที่ ๑ กรรมบถ ๑. ความหมายของ ๑. วุฑฒิ ๔ ๑. สถานะเดมิ กรรมบถ ๒. ศีล ๕ กับกรรมบถ ๒. จักร ๔ ๒. มูลเหตทุ ีบ่ วชในพระพุทธศาสนา ๓. ประเภทของกรรมบถ ๔. ผลของกรรมบถ ๓. อคติ ๔ ๓. การบรรลุธรรม ๕. ไตรทวาร ๖. กรรมบถในไตรทวาร บทที่ ๒ ธรรมหมวด ๕ (ปญั จ บทที่ ๒ ประวัติสามเณรสังกิจ บทที่ ๒ กายกรรม ๓ ๑. ปาณาตบิ าต กะ) ๑. สถานะเดิม ๒. อทินนาทาน ๓. กาเมสุมจิ ฉาจาร ๑. นิวรณ์ ๕ ๒. มูลเหตุที่บวชในพระพุทธศาสนา บทที่ ๓ วจีกรรม ๔ ๑. มสุ าวาท ๒. ขนั ธ์ ๕ และการบรรลธุ รรม ๒. ปิสณุ าวาจา ๓. ผรุสวาจา ๓. เวทนา ๕ ๓. งานประกาศพระศาสนา ๔. สัมผัปปลาปะ บทที่ ๔ มโนกรรม ๓ บทที่ ๓ ธรรมหมวด ๖ (ฉักกะ) บทที่ ๓ ประวัติสามเณรสขุ ๑. อภิชฌา ๒. พยาบาท ๑. จรติ ๖ ๑. สถานะเดิม ๓. มิจฉาทฏิ ฐิ ๒. ธรรมคณุ ๖ ๒. มลู เหตุทบ่ี วชในพระพุทธศาสนา บทท่ี ๔ ธรรมหมวด ๗ (สัตต ๓. การบรรลธุ รรม กะ) บทที่ ๔ ประวัติสามเณรวนวาสตี สิ สะ อปรหิ านิยธรรม ๗ ๑. สถานะเดิม (สำหรับคฤหสั ถ์) ๒. มูลเหตทุ ีบ่ วชในพระพุทธศาสนา บทท่ี ๕ ธรรมหมวด ๘ (อฏั ฐกะ) ๓. การบรรลธุ รรม มรรค ๘ บทท่ี ๕ ประวตั ิสามเณรสุมน บทที่ ๖ ธรรมหมวด ๙ (นวกะ) ๑. สถานะเดิม ๑. พุทธคณุ ๙ ๒. มูลเหตทุ ่บี วชในพระพุทธศาสนา ๒. สังฆคุณ ๙ และการบรรลธุ รรม บทที่ ๗ ธรรมหมวด ๑๐ (ทส ๓. งานประกาศพระศาสนา กะ) บทที่ ๖ ประวัติอนาถบณิ ฑกิ เศรษฐี ๑. บารมี ๑๐ ๑. ภูมิหลัง ๒. บญุ กิรยิ าวัตถุ ๑๐ ๒. มูลเหตุทเี่ ลอ่ื มใสในพระพุทธศาสนา ๓. การสนองงานพระศาสนา บทท่ี ๗ ประวัติจติ ตคฤหบดี ๑. ภมู ิหลัง ๒. มูลเหตทุ ี่เล่อื มใสในพระพุทธศาสนา ๓. การสนองงานพระศาสนา บทท่ี ๘ ประวัตธิ ัมมกิ อบุ าสก ๑. ภูมิหลงั ๒. ฟงั สติปัฏฐานสูตร ๓. พระพุทธองค์ทรงปรารภเรือ่ งบญุ บทที่ ๙ ประวัตินางวิสาขามหาอบุ าสกิ า ๑. ภูมหิ ลงั

วิชาธรรมวภิ าค วิชาอนพุ ุทธประวตั ิและศาสนพิธี ๒๔ ๒. มูลเหตุทีเ่ ลอื่ มใสในพระพุทธศาสนา วชิ ากรรมบถ และการได้ดวงตาเห็นธรรม ๓. ตระกลู เศรษฐีแห่งกรุงสาวตั ถี ๔. มงคลสมรส ๕. ชนะคดีบดิ าของสามี ๖. อานสิ งสข์ องบญุ ในอดตี ชาติ ๗. สนองงานพระศาสนา ๘. มหาอบุ าสกิ ายอดทายิกา บทที่ ๑๐ พระประวตั พิ ระนางมลั ลิกาเทวี ๑. พระสถานะเดิม ๒. ทรงพบกบั พระพทุ ธเจ้า ๓. ถวายอสทิสทาน ๔. พระสวามีทรงน้อยพระทยั ๕. สิ้นพระชนม์ บทท่ี ๑๑ พิธีทำบุญเล้ยี งพระ ๑. ความเป็นมาของพธิ ีทำบุญเลีย้ งพระ ๒. การเตรยี มการในพิธีทำบุญ ๓. พิธสี วดมนตเ์ ย็น - ฉันเชา้ ๔. แนวทางการจดั พธิ ที ำบุญในงานตา่ ง ๆ บทที่ ๑๒ พิธถี วายทาน ๑. ความหมายของทาน ๒. ประเภทของทาน ๓. พิธีถวายสังฆทาน ๔. การเตรียมการและลำดบั พิธี ๕. ข้อควรทราบเกี่ยวกับการถวายสงั ฆทาน ๖. คำถวายสงั ฆทาน (สามัญ) บทที่ ๑๓ พธิ แี สดงตนเปน็ พุทธมามกะ ๑. พธิ ีแสดงตนเปน็ พุทธมามกะ ๒. ความเป็นมาของพิธแี สดงตน เปน็ พุทธมามกะ ๓. ระเบียบพธิ ีการแสดงตนเป็นพทุ ธมามกะ ๔. คำกล่าวตา่ ง ๆ ทีพ่ ทุ ธมามกะพึงทราบ

๒๕ ขอบข่ายหลักสูตรธรรมศึกษา ชน้ั ตรี ระดับอดุ มศึกษาและประชาชนทั่วไป วชิ าเรยี งความแกก้ ระทู้ธรรม ธรรมศึกษา ชั้นตรี ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป ให้ผู้เรียนแต่งอธิบายความกระทู้สุภาษิตท่ี กำหนดให้อย่างสมเหตุสมผลและอ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น มาประกอบการอธิบายไม่น้อยกว่า ๑ สุภาษิต โดยต้องอธิบายร้อยเรียงและเชื่อมโยงแนวคิดสำคัญให้สัมพันธ์กับกระทู้สุภาษิตที่กำหนดให้อย่าง สมเหตสุ มผล พรอ้ มบอกชื่อคัมภีรห์ รือที่มาของสภุ าษิตที่นำมาอ้างอิงนั้นดว้ ย โดยชัน้ นี้ กำหนดความยาวตั้งแต่ ๒ หนา้ ขึ้นไป (เว้นบรรทัด) ท่ี หมวด สุภาษติ คัมภีร/์ ทีม่ า ๑ อตตฺ า หิ อตฺตโน นาโถ. ขุททกนิกาย ธรรมบท ตนแลเปน็ ท่ีพ่ึงแห่งตน ๒ อัตตวรรค คือ อตฺตานํ ทมยนฺติ สพุ ฺพตา. ขุททกนกิ าย ธรรมบท หมวดตน ผปู้ ระพฤติดียอ่ มฝกึ ตน ๓ อตฺตนา โจทยตตฺ าน.ํ ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท จงเตือนตนด้วยตน ๔ ททํ มิตฺตานิ คนฺถต.ิ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ผูใ้ ห้ย่อมผูกมติ รไวไ้ ด้ ๕ ทานวรรค คอื ททมาโน ปโิ ย โหติ. องั คตุ ตรนิกาย ปัญจกนบิ าต หมวดทาน ผูใ้ ห้ยอ่ มเปน็ ทร่ี ัก ๖ ทเทยฺย ปรุ โิ ส ทาน.ํ ขทุ ทกนิกาย ชาดก สตั ตกนบิ าต คนควรให้ของที่ควรให้ ๗ ขนตฺ ิ สาหสวารณา. สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้า กรม ความอดทนห้ามซึง่ ความผลุนผลนั ไว้ได้ พระยาวชริ ญาณวโรรส ๘ ขันติวรรค คือ ขนตฺ ิ หติ สุขาวหา. สวดมนต์ฉบบั หลวง หมวดอดทน ความอดทนนำมาซึ่งประโยชน์สุข ๙ ขนตฺ ิ ธรี สฺสลงฺกาโร. สวดมนต์ฉบบั หลวง ความอดทนเป็นเคร่ืองประดับของนักปราชญ์ วิริเยน ทุกฺขมจฺเจต.ิ ๑๐ คนจะผ่านพน้ ความทุกข์ลำบากได้ ขุททกนิกาย สตุ ตนบิ าต ๑๑ วิริยวรรค คอื เพราะความเพยี ร ขุททกนกิ าย ชาดก วีสตินบิ าต หมวดความเพยี ร หิยฺโยติ หิยยฺ ติ โปโส ปเรติ ปรหิ ายต.ิ คนทีผ่ ดั วันประกันพรุ่งย่อมจะเส่ือมเสียหาย ๑๒ อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ. -มชั ฌมิ นกิ าย อปุ ริปัณณาสก์ ควรรบี ทำความเพยี รในวนั น้ี -ขทุ ทกนกิ าย ชาดก มหานิบาต ๑๓ ชยวรรค อกโฺ กเธน ชเิ น โกธํ. -ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท คือ หมวดชนะ พึงชนะคนโกรธดว้ ยความไมโ่ กรธ -ขทุ ทกนกิ าย ชาดก ทกุ นิบาต

ท่ี หมวด สภุ าษิต ๒๖ ๑๔ อสาธุ สาธุนา ชิเน. คัมภีร์/ทมี่ า พงึ ชนะคนไม่ดีดว้ ยความดี -ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท -ขทุ ทกนิกาย ชาดก ทกุ นิบาต ๑๕ สจฺเจนาลิกวาทินํ. -ขุททกนิกาย ธรรมบท พงึ ชนะคนพดู ปดดว้ ยความจริง -ขทุ ทกนกิ าย ชาดก ทุกนบิ าต

๒๗ ขอบข่ายหลักสตู รธรรมศึกษา ชนั้ ตรี ระดับอุดมศึกษาและประชาชนท่ัวไป วิชาธรรมวภิ าค วชิ าพุทธานุประวัตแิ ละศาสนพิธี วิชาเบญจศีลและเบญจธรรม บทท่ี ๑ ความรู้เบอ้ื งต้น บทที่ ๑ การสังคายนาพระไตรปิฎก บทท่ี ๑ วนิ ยั เกี่ยวกบั ธรรมวภิ าค ๑. ปฐมสังคายนา ๑. ระเบียบวนิ ยั กับสงั คม ๑. ธรรมศึกษา ๒. การสังคายนาครัง้ สำคัญ ๒. วนิ ยั สัมพนั ธก์ ับศลี ๒. ธรรมวภิ าค ๓. พระไตรปิฎก ๓. ความหมายของศลี บทที่ ๒ ธรรมหมวด ๒ ๔. การจดั หมวดหมูค่ ัมภีร์ในพระไตรปฎิ ก ๔. ความม่งุ หมายในการบัญญัติศลี (ทกุ ะ) ๕. สาระสำคัญของพระไตรปิฎก บทที่ ๒ เบญจศลี ๑. ธรรมมอี ุปการะมาก ๖. อรรถกถาและคัมภรี ร์ นุ่ ต่อมา ๑. สกิ ขาบทที่ ๑ ปาณาตปิ าตา ๒ บทที่ ๒ การศึกษาพุทธประวัติ เวรมณี ๒. ธรรมเป็นโลกบาล ๒ ๑. วรรณกรรมพุทธประวัติ ๒. สกิ ขาบทท่ี ๒ อทินนาทานา ๓. ธรรมอันทำใหง้ าม ๒ ๒. วรรณกรรมพุทธประวัติในประเทศไทย เวรมณี ๔. บคุ คลหาไดย้ าก ๒ ๓. ความหมายของปาฏิหารยิ ์ ๓. สิกขาบทท่ี ๓ กาเมสมุ จิ ฉาจารา บทท่ี ๓ ธรรมหมวด ๓ ๔. โวหารและภาพพจน์ในการประพนั ธ์ เวรมณี (ติกะ) วรรณกรรมพุทธประวตั ิ ๔. สกิ ขาบทที่ ๔ มสุ าวาทา เวรมณี ๑. รตนะ ๓ ๖. สารัตถประโยชน์จากการศึกษาพุทธ ๕. สกิ ขาบทที่ ๕ สุราเมรยมชั ช ๒. อกุศลมูล ๓ ประวัติ ปมาทัฏฐานา เวรมณี ๓. กุศลมูล ๓ บทท่ี ๓ พระชาติกำเนดิ ของพระโพธิสัตว์ บทท่ี ๓ วิรัติและอานสิ งส์ ๔. บญุ กริ ิยาวตั ถุ ๓ เจ้าชายสทิ ธัตถะ ของการรกั ษาเบญจศลี ๔. อธปิ ไตย ๓ ๑. ทรงจตุ ิลงสพู่ ระครรภ์ ๑. วิรตั ิ ๕. สามญั ญลกั ษณะ ๓ ๒. ข้อมูลเก่ียวกบั ชมพทู วีป ๒. อานสิ งสข์ องการรกั ษาเบญจศีล บทที่ ๔ ธรรมหมวด ๔ ๓. การสร้างกรุงกบิลพัสด์ุ บทท่ี ๔ เบญจธรรม (จตุกกะ) และการต้ังศากยวงศ์ ๑. ลกั ษณะและความสำคัญ ๑. อคติ ๔ ๔. ลำดบั พระวงศ์ของพระโพธสิ ัตว์ ของธรรม ๒. ปธาน ๔ เจา้ ชายสทิ ธตั ถะ ๒. เบญจกัลยาณธรรม ๓. อทิ ธิบาท ๔ ๕. พระนางสริ ิมหามายาทรงพระสุบินนิมิต ๓. เบญจธรรมขอ้ ๑ เมตตา ๔. พรหมวิหาร ๔ ๖. พระโพธิสัตว์ประสตู ิ และกรณุ า ๕. อริยสจั ๔ ๗. มหาปรุ ิสลกั ษณะ ๓๒ ๔. เบญจธรรมข้อ ๒ สมั มาอาชีวะ บทที่ ๕ ธรรมหมวด ๕ และอสีตยานุพยัญชนะ ๘๐ ๕. เบญจธรรมขอ้ ๓ กามสงั วร (ปญั จกะ) ๘. ทรงเปล่งพระอาสภวิ าจา ๖. เบญจธรรมขอ้ ๔ สจั จะ อนปุ ุพพิกถา ๕ ๙. กาฬเทวลิ ดาบสเข้าเฝ้า ๗. เบญจธรรมข้อ ๕ บทที่ ๖ คหิ ิปฏบิ ัติ ๑๐. ขนานพระนามพระโพธิสัตว์ สตสิ มั ปชญั ญะ ๑. มิตรปฏริ ูป ๔ ๑๑. พระนางสิรมิ หามายาส้ินพระชนม์ ๘. อานสิ งสข์ องการรักษา ๒. มติ รแท้ ๔ ๑๒. ปาฏิหาริย์ในพระราชพธิ ีพชื มงคล เบญจธรรม ๓. อบายมขุ ๖ ๑๓. พระเทวทตั ทรงยิงหงส์ ๔. ทศิ ๖ ๑๔. ทรงอภเิ ษกสมรส บทท่ี ๔ เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์

๒๘ วิชาธรรมวภิ าค วิชาพทุ ธานุประวัติและศาสนพิธี วชิ าเบญจศลี และเบญจธรรม ๑. ทอดพระเนตรเทวทูต ๔ และเจ้าชายราหุลประสตู ิ ๒. พระสุบนิ นมิ ิตของพระเจ้าสทุ โธทนะ ๓. พระนางกีสาโคตมีทรงชมพระโฉม ๔. เสด็จออกทรงบรรพชา ๕. พระเจา้ พิมพสิ ารเข้าเฝา้ ๖. ทรงศกึ ษาแนวทางการปฏิบตั ติ ่าง ๆ ๗. พระสมณกจิ ก่อนทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ๘. ทรงบำเพญ็ ทุกรกริ ิยา ๙. นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส และมหาสบุ ินนิมติ ๑๐. ทรงลอยถาดทองคำ ๑๑. เสด็จไปยงั ตน้ พระศรมี หาโพธ์ิ ๑๒. ทรงผจญพญาวัสวดีมาร ๑๓. ทรงบาํ เพ็ญเพยี รทางจิตจนตรัสรู้ บทท่ี ๕ เสวยวมิ ตุ ติสขุ ณ สัตตมหาสถาน ๑. สัตตมหาสถาน ๒. คติการจำลองสตั ตมหาสถาน บทที่ ๖ พิธีบำเพ็ญกุศลในวันสำคญั ทางพระพุทธศาสนา ๑. วันเขา้ พรรษา ๒. วันออกพรรษา ๓. วนั เทโวโรหณะ ๔. วันธรรมสวนะ (วนั พระ) ๕. คำอาราธนาและคำกลา่ วที่ควรรู้

๒๙ ขอบขา่ ยหลักสตู รธรรมศึกษา ชัน้ โท ระดบั อดุ มศกึ ษาและประชาชนทั่วไป วิชาเรียงความแก้กระทธู้ รรม วิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม ธรรมศึกษา ชั้นโท ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป ให้ผู้เรียนแต่ง อธิบายความกระทู้สุภาษิตที่กำหนดให้อย่างสมเหตุสมผลและอ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น มาประกอบการอธิบายไม่น้อยกว่า ๒ สุภาษิต โดยต้องอธิบายร้อยเรียงและเชื่อมโยงแนวคิดสำคัญให้สัมพันธ์ กับกระทู้สุภาษติ ทก่ี ำหนดให้อยา่ งสมเหตุสมผล พร้อมบอกช่ือคัมภีร์หรือที่มาของสภุ าษติ ที่นำมาอ้างอิงน้ันด้วย โดยชั้นน้ี กำหนดความยาวตง้ั แต่ ๓ หนา้ ขนึ้ ไป (เว้นบรรทดั ) ที่ หมวด สุภาษติ คมั ภีร์/ท่มี า อาทิ สสีลพํ ฺพปธตมิฏ.ฺมฺ าานจํ กลยฺ าณานญฺจ มาตกุ ํ ปมุขํ ตสฺมา สลี ํ วิโสธเย. ๑ ศลี เป็นที่พึ่งเบื้องต้น เปน็ มารดาของกัลยาณธรรม ขทุ ทกนกิ าย เถรคาถา ท้ังหลาย เป็นประมุขของธรรมท้งั ปวง เพราะฉะนน้ั ควรชำระศีลใหบ้ รสิ ุทธ์ิ อวณฺณญจฺ อกิตฺติญจฺ ทสุ สฺ โี ล ลภเต นโร สลี วรรค วณณฺ ํ กติ ตฺ ึ ปสํสญฺจ สทา ลภติ สลี วา. ๒ คอื หมวดศลี คนทศุ ีล ย่อมไดร้ บั ความตเิ ตียน และความเสยี ขทุ ทกนกิ าย เถรคาถา ชอ่ื เสยี ง ส่วนผู้มศี ลี ยอ่ มได้รบั ช่อื เสยี ง และความยก ยอ่ งสรรเสรญิ ทกุ เมอ่ื สีลวา หิ พหู มิตฺเต สญฺ เมนาธคิ จฉฺ ติ ๓ ทุสสฺ โี ล ปน มิตฺเตหิ ธสํ เต ปาปมาจรํ. ขุททกนกิ าย เถรคาถา ผู้มศี ีลย่อมไดม้ ติ รมากเพราะความสำรวม สว่ นผไู้ ม่มี ศลี ประพฤตชิ ัว่ ย่อมแตกจากมิตร ขตฺตยิ า พฺราหฺมณา เวสสฺ า สุททฺ า จณฺฑาลปุกกฺ สุ า อธิ ธมฺมํ จรติ ฺวาน ภวนฺติ ติทเิ ว สมา. ๔ กษตั ริย์ พราหมณ์ แพทย์ ศูทร จณั ฑาล และคนงาน ขทุ ทกนิกาย ชาดก ประพฤติธรรมในโลกน้ีแล้ว ย่อมเสมอกนั ในสวรรค์ ชน้ั ไตรทิพย์ โย อิจเฺ ฉ ทพิ ฺพโภคญฺจ ทิพพฺ มา.ยํ ยสํ สุขํ ปาปานิ ปริวชฺเชตฺวา ติวธิ ํ ธมมฺ มาจเร. ๕ ธมั มวรรค ผู้ใดปรารถนาโภคทรพั ย์ อายุ ยศ สขุ อนั เป็นทิพย์ ขทุ ทกนิกาย ชาดก คอื หมวดธรรม ผ้นู ัน้ พึงงดบาปท้ังหลาย แลว้ ประพฤติสจุ รติ ธรรม ๓ มหานิบาต ประการ ๖ นิกกฺ ุหา นิลฺลปา ธรี า อถทฺธา สสุ มาหิตา -อังคตุ ตรนิกาย จตุกก เต เว ธมเฺ ม วริ ูหนตฺ ิ สมฺมาสมฺพุทธฺ เทสิเต. นิบาต ผู้ไมค่ ดโกง ไม่พดู เพ้อ มปี รชี า ไม่หยิ่ง มีใจมนั่ คงนั้น -ขุททกนิกาย มหานิท ยอ่ มงดงามในธรรมที่พระสมั มาสมั พทุ ธเจ้า เทส ทรงแสดงแล้ว

๓๐ ที่ หมวด สภุ าษติ คมั ภีร์/ทีม่ า กุหา ถทฺธา ลปา สิงคฺ ี อุนฺนฬา จาสมาหิตา ๗ น เต ธมเฺ ม วริ ูหนตฺ ิ สมมฺ าสมฺพุทฺธเทสิเต. องั คุตตรนิกาย จตุกก คนหลอกลวง เย่อหย่ิง เพ้อเจ้อ ขโ้ี อ่ อวดดี และไม่ต้งั นบิ าต มัน่ ยอ่ มไมง่ อกงามในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงแล้ว โกธสฺส วิสมูลสฺส มธรุ คคฺ สฺส พรฺ าหมฺ ณ กเิ ลสวรรค วธํ อรยิ า ปสํสนตฺ ิ ตญหฺ ิ เฉตวฺ า น โสจต.ิ สังยุตตนิกาย คือ หมวดกิเลส สคาถวรรค ๘ พราหมณ!์ พระอริยเจา้ ยอ่ มสรรเสรญิ ผู้ฆ่าความโกรธ ซึง่ มโี คนเปน็ พิษแตป่ ลายหวาน เพราะหากคนตดั ความโกรธไดแ้ ล้วย่อมไม่เศรา้ โศก โลโภ โทโส จ โมโห จ ปุริสํ ปาปเจตสํ -ขทุ ทกนิกาย อติ ิวุตต ๙ หสึ นตฺ ิ อตตฺ สมฺภตู า ตจสารํว สมฺผล.ํ กะ โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตวั เอง ยอ่ มเบียดเบยี นผู้ -ขุททกนิกาย มหานิท มีใจชวั่ ประดจุ ขุยไผ่ฆา่ ตน้ ไผ่ ฉะน้นั เทส ปญุ ฺ ญฺเจ ปรุ โิ ส กยริ า กยิราเถนํ ปนุ ปฺปนุ ํ ๑๐ ตมหฺ ิ ฉนทฺ ํ กยริ าถ สุโข ปุญฺ สสฺ อจุ จฺ โย. ขุททกนิกาย ธรรมบท ถ้าหากจะทำบญุ ควรทำบญุ น้ันบอ่ ย ๆ ควรพอใจใน บุญน้นั เพราะการสะสมบุญนำสุขมาให้ มาวมญฺเ ถ ปญุ ฺ สฺส น มตฺตํ อาคมิสสฺ ติ ปุญญวรรค อทุ พนิ ทฺ ุนิปาเตน อุทกมุ ฺโภปิ ปูรติ คอื หมวดบุญ อาปูรติ ธโี ร ปุญฺ สฺส โถกํ โถกปํ ิ อาจนิ ํ. ไมค่ วรดหู มน่ิ ต่อบุญวา่ มีประมาณน้อยจักมีมาไม่ถงึ ๑๑ แมห้ ม้อน้ำย่อมเต็มไดด้ ้วยหยาดนำ้ ทีต่ กลงมาฉันใด ขุททกนิกาย ธรรมบท ผูม้ ีปัญญาสะสมบุญแม้ทลี ะน้อย ๆ ย่อมเตม็ ไดด้ ว้ ย บุญฉันนนั้

๓๑ ที่ หมวด สภุ าษติ คมั ภรี ์/ทมี่ า สหาโย อตถฺ ชาตสสฺ โหติ มิตฺตํ ปุนปปฺ ุนํ ๑๒ สยํ กตานิ ปญุ ฺ านิ ตํ มติ ตฺ ํ สมฺปรายิกํ. สงั ยตุ ตนิกาย สหายเปน็ มิตรของคนผู้มีความต้องการเกดิ ขน้ึ บ่อย ๆ สคาถวรรค บญุ ท้งั หลายทต่ี นทำเอง บญุ นั้นจะเป็นมิตรใน สมั ปรายภพ กลยฺ าณเิ มว มุญเฺ จยยฺ น หิ มญุ ฺเจยฺย ปาปกิ ํ ๑๓ โมกโฺ ข กลฺยาณิยา สาธุ มุตฺวา ตปฺปติ ปาปกิ .ํ ขุททกนิกาย ชาดก พึงเปลง่ วาจางามเท่านน้ั ไมพ่ ึงเปล่งวาจาชั่วเลย การ เอกนบิ าต เปล่งวาจางามยังประโยชน์ให้สำเร็จ คนเปลง่ วาจาชวั่ ยอ่ มเดือดรอ้ น วาจาวรรค ตเมว วาจํ ภาเสยฺย ยายตฺตานํ น ตาปเย คือ หมวดวาจา ๑๔ ปเร จ น วิหึเสยฺย สา เว วาจา สภุ าสิตา. ขทุ ทกนิกาย สุตต นบิ าต บุคคลพงึ เปล่งวาจาท่ีไมเ่ ป็นเหตทุ ำใหต้ นเดือดรอ้ น ไม่เปน็ เหตุเบียดเบียนผูอ้ ่ืน วาจานนั้ แล เปน็ สุภาษิต นาติเวลํ ปภาเสยยฺ น ตณุ หฺ ี สพพฺ ทา สยิ า ๑๕ อวิกิณฺณํ มิตํ วาจํ ปตฺเต กาเล อทุ ีริเย. ขทุ ทกนิกาย ชาดก ไม่ควรพูดจนเกินกาล ไม่ควรนิง่ เสมอไป เมอ่ื ถงึ เวลา มหานบิ าต ก็ควรพูดพอประมาณ ไม่ฟั่นเฝอื

๓๒ ขอบข่ายหลักสูตรธรรมศึกษา ช้ันโท ระดับอดุ มศึกษาและประชาชนท่ัวไป วชิ าธรรมวจิ ารณ์ วิชาพทุ ธานปุ ระวตั ิและศาสนพธิ ี วชิ าอุโบสถศีล บทที่ ๑ ความรเู้ บ้อื งต้น บทท่ี ๑ ทรงประกาศพระศาสนา บทที่ ๑ อุโบสถ เกยี่ วกับธรรมวจิ ารณ์ ๑. ทรงพจิ ารณาเวไนยสัตว์ ความเปน็ มาของอโุ บสถ บทท่ี ๒ ธรรมวิจารณ์ ๒. เสด็จไปทรงโปรดฤษีปญั จวัคคยี ์ บทท่ี ๒ ไตรสรณคมน์ สว่ นสงั สารวัฏ ๓. ทรงแสดงพระปฐมเทศนา ๑. พระรตั นตรยั โดยบคุ ลาธษิ ฐาน ๔. ประทานการอุปสมบทดว้ ยวธิ ี ๒. ไตรสรณคมน์ ๑. คติ เอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่ปัญจวคั คีย์ ๓. การถึงพระรัตนตรัยเป็น ๒. ทคุ ติ ๕. ทรงแสดงธรรมเร่อื งอนัตตลักขณสูตร สรณะ ๓. สุคติ ๖. ทรงโปรดยสกลุ บตุ ร ๔. วธิ ีการเขา้ ถึงไตรสรณคมน์ บทที่ ๓ กรรม ๑๒ ๗. ปฐมอุบาสกและอุบาสกิ า ในอดีต ๑. กรรมหมวดท่ี ๑ ๘. สหายของพระยสออกบวช ๕. วิธกี ารเขา้ ถงึ ไตรสรณคมน์ ๒. กรรมหมวดท่ี ๒ ๙. ทรงสง่ พระสาวกไปประกาศ ในปจั จบุ นั ๓. กรรมหมวดที่ ๓ พระศาสนา ๖. สรณคมน์ขาด บทที่ ๔ หวั ใจ ๑๐. พระภกิ ษภุ ัททวคั คีย์ ๗. สรณคมน์เศรา้ หมอง สมถกรรมฐาน ๑๑. ทรงโปรดชฎิล ๓ พนี่ อ้ งและบรวิ าร ๘. อานสิ งสข์ องการถงึ ๑. ความหมายของกรรมฐาน ๑๒. ทรงแสดงธรรมเร่ือง ไตรสรณคมน์ ๒. หัวใจสมถกรรมฐาน อาทิตตปรยิ ายสูตร บทที่ ๓ อโุ บสถศลี ๓. นวิ รณ์ ๕ ๑๓. ทรงโปรดพระเจา้ พิมพิสาร ๑. คำอธิบายสกิ ขาบท ๘ ข้อ ๔. องคฌ์ านท่เี ปน็ คปู่ ราบ ๑๔. ทรงรบั พระราชอุทยานเวฬวุ นั เปน็ ของอโุ บสถศลี ระงบั กับนิวรณ์ อารามสงฆ์ ๒. การสมาทานอโุ บสถศีล บทท่ี ๕ สมถกรรมฐาน บทที่ ๒ พระอคั รสาวก ๓. อุโบสถกาล ๑. ธรรมท่เี ปน็ อารมณ์ ๑. ภูมิหลงั แห่งพระอัครสาวกท้ังสอง บทท่ี ๔ ระเบียบพธิ ีรกั ษา ของสมถกรรมฐาน ๒. พระอัสสชิแสดงธรรม อุโบสถศลี ตามนยั พระบาลี ๓. พระสารบี ุตรบรรลุอรหัตตผล ๑. กลา่ วคำบูชาพระรัตนตรัย ๒. ธรรมที่เปน็ อารมณ์ ๔. พระโมคคลั ลานะบรรลุอรหัตตผล ๒. กลา่ วคำประกาศองค์ ของสมถกรรมฐาน ๕. พระอคั รสาวก อโุ บสถศีล ตามนยั อรรถกถา ๖. พระสารบี ตุ รอคั รสาวกเบอื้ งขวา ๓. กลา่ วคำขออโุ บสถศีล ๓. จรติ ๖ เอตทัคคะผมู้ ีปัญญามาก ๔. กลา่ วคำรบั สรณคมน์ ๔. นมิ ติ ๓ ๗. พระโมคคลั ลานะอัครสาวกเบอ้ื งซา้ ย ๕. กล่าวคำสมาทานอโุ บสถศีล ๕. ภาวนา ๓ เอตทัคคะผู้มีฤทธ์ิมาก ๖. ขอ้ ควรปฏิบตั ขิ ณะรกั ษา ๖. สมาธิ ๓ ๘. พระสารบี ตุ รนพิ พาน อุโบสถศลี ๗. ฌานสมาบตั ิ ๙. พระโมคคลั ลานะนพิ พาน บทท่ี ๕ พฤตกิ รรมการรักษา บทที่ ๖ พุทธคุณกถา บทที่ ๓ ศษิ ยพ์ ราหมณพ์ าวรี อโุ บสถศลี ๑. อรหํ ทรงเปน็ พระอรหนั ต์ ทูลถามปัญหา ๑. โคปาลกอุโบสถ ๒. สมฺมาสมฺพุทฺโธ ทรงเป็นผู้ ๑. โสฬสปัญหา: กระทูธ้ รรมจากศิษย์ ๒. นิคณั ฐอุโบสถ ตรัสรู้โดยชอบด้วยพระองค์ ท้งั ๑๖ คนของพราหมณพ์ าวรี ๓. อริยอุโบสถ เอง ๒. มาณพ ๑๖ คน ทูลขออุปสมบท

๓๓ วิชาธรรมวิจารณ์ วิชาพุทธานุประวัตแิ ละศาสนพิธี วชิ าอุโบสถศีล ๓. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน ทรง บทท่ี ๔ ทรงโปรดพระราธะ บทที่ ๖ อานสิ งส์ ของอโุ บสถศีล เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยวิชชาและ และพระปณุ ณมนั ตานบี ตุ ร ๑. ประโยชนข์ องอุโสถศีล ๒. คุณค่าของอุโบสถศลี จรณะ ๑. ทรงโปรดพระราธะ ๔. สุคโต ทรงเป็นผู้เสด็จไปดี ๒. ทรงโปรดพระปณุ ณมนั ตานีบตุ ร แล้ว บทที่ ๕ ศาสนพิธี ๕. โลกวิทู ทรงเปน็ ผู้ร้แู จง้ โลก ๑. ความหมายของศาสนา ๖. อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ ๒. องค์ประกอบของศาสนา ทรงเป็นผู้ฝึกบุคคลที่ควรฝึก ๓. ความหมายของศาสนพิธี ไมม่ ีผอู้ ่นื ยิ่งกวา่ ๔. ประเภทของศาสนพธิ ี ๗. สตฺถา เทวมนุสฺสานํ ทรง ๕. ประเภทของศาสนพิธีในประเทศไทย เป็นพระศาสดาของเทวดา ๖. องค์ประกอบของศาสนพิธี และมนุษย์ท้ังหลาย บทที่ ๖ พธิ ีเจรญิ พระพุทธมนต์ ๘. พุทฺโธ ทรงเป็นผู้เบิกบาน ๑. ความเป็นมาของการเจรญิ แล้ว พระพุทธมนต์ ๙. ภควา ทรงเป็นผู้จำแนก ๒. ความศักดส์ิ ทิ ธิข์ องพระพุทธมนต์ พระธรรม ๓. พธิ เี จรญิ พระพุทธมนต์ บทท่ี ๗ วิปัสสนากรรมฐาน ๔. บทสวดมนต์ ๗ ตำนาน ๑. ธรรมทีเ่ ป็นอารมณข์ อง และ ๑๒ ตำนาน วิปัสสนากรรมฐาน ๕. การเจริญพระพทุ ธมนต์ในพิธตี ่าง ๆ ๒. ธรรมทเ่ี ปน็ เหตุเกดิ ๖. พธิ ีวางศลิ าฤกษ์ วปิ ัสสนากรรมฐาน บทท่ี ๗ พธิ ีสวดพระพทุ ธมนต์ ๓. ธรรมที่เปน็ วปิ ัสสนา ๑. พิธีรดน้ำศพ กรรมฐาน ๒. การต้งั ศพบำเพญ็ กุศล ๔. หนา้ ที่และผลของวปิ สั สนา ๓. การบังสกุ ลุ ปากหบี กรรมฐาน หรือบงั สกุ ลุ ปากโกศ ๕. หลักการปฏิบัตวิ ปิ สั สนา ๔. การสวดพระอภิธรรม กรรมกฐาน ๕. การบำเพญ็ กุศลครบรอบ ๖. ผปู้ ฏบิ ตั วิ ปิ สั สนากรรมฐาน ๖. พธิ ฌี าปนกจิ ๗. อุปสรรคของการปฏบิ ัติ ๗. การสวดมาติกาบังสกุ ุล วปิ สั สนากรรมฐาน ๘. การสวดแจงหรือเทศนแ์ จง ๘. อานิสงสข์ องการปฏิบัติ ๙. พธิ ฌี าปนกจิ ศพและพธิ พี ระราชทาน วิปัสสนากรรมฐาน เพลงิ ศพ บทที่ ๘ คหิ ิปฏบิ ัติ ๑๐. พธิ ีเกบ็ อฐั แิ ละพธิ สี ามหาบ ๑. กรรมกเิ ลส ๔ ๑๑. พิธีทำบญุ ฉลองอฐั ิ ๒. ทฏิ ฐธมั มิกตั ถประโยขน์ ๔ ๑๒. การไวท้ ุกข์ ๓. สงั คหวัตถุ ๔

๓๔ ขอบข่ายหลักสูตรธรรมศึกษา ชนั้ เอก ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทว่ั ไป วชิ าเรยี งความแกก้ ระทธู้ รรม วชิ าเรยี งความแก้กระท้ธู รรม ธรรมศกึ ษา ช้ันเอก ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทัว่ ไป ให้ผู้เรียนแต่ง อธิบายความกระทู้สุภาษิตที่กำหนดให้และอ้างอิงสุภาษิตที่กำหนดให้เท่านั้น มาประกอบการอธิบายไม่น้อย กว่า ๓ สุภาษิต โดยต้องอธิบายร้อยเรียงและเชื่อมโยงแนวคิดสำคัญให้สัมพันธ์กับกระทู้สุภาษิต ที่กำหนดให้ อยา่ งสมเหตสุ มผล พรอ้ มบอกช่ือคัมภีร์หรือทีม่ าของสุภาษิตท่ีนำมาอ้างอิงน้ันดว้ ย โดยช้ันน้ี กำหนดความยาว ตง้ั แต่ ๔ หน้าขึ้นไป (เวน้ บรรทดั ) ที่ หมวด สุภาษิต คัมภรี /์ ทมี่ า อตสิ ีตํ อติอุณฺหํ อติสายมทิ ํ อหุ ๑ อปิตระิ วโยิสชฺสนฏ.์ทฺ ัง้กหมลฺมานยเฺยตอ่ มผ่านอเลตยฺถคานอทจ่ีทเฺ จ้ิงงนาตฺ นิ มาณเว. ทฆี นกิ าย ปาฏกิ วรรค ดว้ ยอ้างวา่ หนาวเกิน ร้อนเกนิ นีก่ ็เย็นมากแล้ว ยาทิสํ วปเต พชี ํ ตาทสิ ํ ลภเต ผลํ ๒ กัมมวรรค กลยฺ าณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ. สังยตุ ตนกิ าย สคาถวรรค ๓ คือ บุคคลหวา่ นพชื เชน่ ใด ยอ่ มได้รบั ผลเช่นนน้ั ขุททกนิกาย ธรรมบท ผู้ทำกรรมดยี ่อมได้ผลดี ผทู้ ำกรรมชัว่ ย่อมได้ผลชัว่ หมวดกรรม อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พชุ ฺฌติ เสหิ กมฺเมหิ ทุมเฺ มโธ อคฺคทิ ฑฺโฒว ตปฺปต.ิ คนโง่ไร้ปัญญา ทำชวั่ อยูก่ ็ไม่รู้สกึ เขาย่อมเดือดร้อน เพราะการกระทำของตน เหมือนถูกไฟไหม้ สุขกามานิ ภตู านิ โย ทณเฺ ฑน วิหสึ ติ ๔ อตฺตโน สขุ เมสาโน เปจจฺ โส น ลภเต สุข.ํ ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ผใู้ ดมุ่งถึงความสขุ ตน ทำรา้ ยสัตว์ซง่ึ รกั สุข ผู้นนั้ ละ โลกไปแล้ว กย็ ังไม่ได้ความสุข

๓๕ ที่ หมวด สุภาษติ คมั ภีร์/ที่มา อานาปานสฺสติ ยสฺส ปริปุณฺณา สภุ าวติ า ๕ กาโยปิ อนญิ ฺชโิ ต โหติ จติ ตฺ มปฺ ิ โหติ อนิญฺชติ ํ. ขุททกนกิ าย ปฏิสัมภทิ า กายและใจของบคุ คลทอี่ บรมอานาปานสติได้ มรรค สมบูรณ์ ยอ่ มไม่กระสับกระส่ายกระวนกรวาย ทโิ ส ทิสํ ยนฺตํ กยิรา เวรี วา ปน เวรนิ ํ มิจฉฺ าปณหิ ิตํ จติ ตฺ ํ ปาปโิ ย นํ ตโต กเร. ๖ โจรกับโจรหรือศตั รูกับศัตรู สรา้ งความพินาศใหแ้ ก่ ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบท จติ ตวรรค กันไดแ้ คไ่ หน จติ ทค่ี ดิ ผิด พึงทำเขาใหเ้ สยี หาย คือ ยิ่งกว่านน้ั หมวดจติ ยถา อคารํ ทจุ ฉฺ นฺนํ วุฏฺ สมติวชิ ฌฺ ติ ๗ เอวํ อภาวิตํ จติ ฺตํ ราโค สมติวิชฺฌติ. ขทุ ทกนิกาย ธรรมบท ฝนยอ่ มรั่วรดเรือนที่มงุ่ ไม่ดฉี ันใด ราคะย่อมร่ัวรดจติ ท่ีไม่ได้อบรมฉนั น้ัน จติ เฺ ตน นยี ติ โลโก จติ ฺเตน ปรกิ สสฺ ติ ๘ จิตฺตสสฺ เอกธมฺมสสฺ สพเฺ พว วสมนฺวคู. สงั ยุตตนกิ าย สคาถวรรค โลกถูกจิตชน้ี ำบงการ ชาวโลกท้ังหมด ลว้ นตกอยู่ใน อำนาจจิตซงึ่ เป็นสภาวธรรมอย่างหน่งึ อจจฺ ยนฺติ อโหรตตฺ า ชีวติ ํ อปุ รชุ ฌฺ ติ ๙ อายุ ขียติ มจฺจานํ กุนนฺ ทนี วํ โอทก.ํ สังยตุ ตนกิ าย สคาถวรรค วนั คืนผา่ นไป ชวี ิตยอ่ มสน้ิ ไป อายขุ องสัตวย์ อ่ มหมด ไป เหมือนสายนำ้ ลำธารเล็ก ๆ แห้งหายไป ฉะนั้น ทหรา จ มหนตฺ า จ เย พาลา เย จ ปณฺฑติ า สพฺเพ มจฺจุวสํ ยนฺติ สพฺเพ มจจฺ ุปรายนา. ๑๐ ท้ังเดก็ ทั้งผใู้ หญ่ คนเขลาและคนฉลาด ลว้ นไปสู่ ขทุ ทกนกิ าย สุตตนิบาต อำนาจแหง่ ความตาย มีความตายเป็นเบื้องหนา้ หมด มัจจุวรรค ทกุ คน คือ ยถา วารวิ โห ปโู ร วเห รกุ ฺเข ปกูลเช ๑๑ หมวดความตาย เอวํ ชราย มรเณน วุยฺหนเฺ ต สพพฺ ปาณิโน. ขุททกนกิ าย ชาดก มหา หว้ งน้ำทีเ่ ตม็ ฝง่ั พดั พาต้นไมท้ ี่เกดิ รมิ ฝ่ังไปฉันใด นบิ าต สตั วท์ ้ังปวง ย่อมถูกความแกแ่ ละความตายพดั ไป ฉนั นน้ั ยถา ทณเฺ ฑน โคปาโล คาโว ปาเชติ โคจรํ เอวํ ชรา จ มจฺจุ จ อายุ ปาเชนตฺ ิ ปาณนิ ํ. ๑๒ ความแก่และความตาย ย่อมไลต่ อ้ นอายสุ ัตวท์ ั้งหลาย ขุททกนกิ าย ธรรมบท ไป เหมือนคนเลย้ี งโค ถือท่อนไม้ไล่ต้อนฝูงโคไปหา กินฉนั นนั้

๓๖ ท่ี หมวด สุภาษติ คัมภีร์/ทม่ี า นปกญฺขฺ ตาฺตรหาิ ชเสาฏร.ิวฺ าตการุสกลาานวํ ทนตฺ ิ ๑๓ สลี ํ สริ ี จาปิ สตญจฺ ธมโฺ ม ขุททกนกิ าย ชาดก อนวฺ ายิกา ปญฺ วโต ภวนตฺ ิ. จัตตาฬสี นบิ าต คนฉลาดกล่าวว่า ปญั ญาประเสริฐ เหมือนดวงจนั ทร์ ประเสริฐกวา่ ดวงดาวทง้ั หลาย แมศ้ ีล สิริ และธรรม ของสตั บรุ ุษ กย็ อ่ มตดิ ตามผมู้ ีปญั ญาไป ยสํ ลทธฺ าน ทมุ เฺ มโธ อนตฺถํ จรติ อตฺตโน ๑๔ อตฺตโน จ ปเรสญฺจ หึสาย ปฏปิ ชฺชติ. ขุททกนิกาย ชาดก เอก คนไร้ปญั ญา ได้ยศแล้วย่อมประพฤตสิ ิ่งท่ีไมเ่ ปน็ นบิ าต ปญั ญาวรรค ประโยชน์แกต่ น ย่อมปฏิบตั เิ พอื่ เบยี ดเบยี นทงั้ ตน คือ และผ้อู น่ื หมวดปญั ญา ปญฺ าย ตติติตตฺฺตํินปํ เุรสิสฏํ .ฺ น โส กาเมหิ ตปปฺ ติ ปญฺ าย ตณหฺ า น กุรุเต วสํ. ขุททกนกิ าย ชาดก ๑๕ บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอ่มิ ปัญญาประเสรฐิ ทวาทสกนบิ าต สุด คนอิม่ ดว้ ยปญั ญา ยอ่ มไม่เดอื ดร้อนดว้ ยกาม ตณั หาทำคนทอ่ี ่ิมด้วยปญั ญาให้อย่ใู นอำนาจไม่ได้ ปญฺ า สตุ วนิ จิ ฉฺ นิ ี ปญฺ า กิตฺติสโิ ลกวฑฺฒนี ปญฺ าสหิโต นโร อิธ อปิ ทกุ ฺเขสุ สขุ านิ วนิ ฺทต.ิ ๑๖ ปญั ญาเปน็ เครื่องวินจิ ฉยั สงิ่ ที่ฟงั แล้ว ปัญญาเป็น ขทุ ทกนิกาย เถรคาถา เครือ่ งเพ่ิมพูนเกยี รติคณุ และชื่อเสียง คนผู้ ประกอบดว้ ยปัญญาในโลกนี้ แม้ในความทุกข์กห็ า ความสุขได้

๓๗ ท่ี หมวด สภุ าษิต คัมภีร/์ ทีม่ า อกฺโกธสสฺ กุโต โกโธ ทนตฺ สสฺ สมชีวโิ น ๑๗ สมฺมทญฺ า วิมตุ ตฺ สฺส อปุ สนตฺ สสฺ ตาทโิ น. ขุททกนิกาย เถรคาถา ผ้ไู ม่โกรธ ฝึกตนแลว้ อยูอ่ ย่างพอเพยี ง หลดุ พน้ เพราะรชู้ อบสงบคงที่ จกั มีความโกรธมาแต่ไหน อปปฺ สฺสาทา ทกุ ฺขา กามา อติ ิ วิญฺ าย ปณฺฑโิ ต ๑๘ อปิ ทิพเฺ พสุ กาเมสุ รตึ โส นาธคิ จฉฺ ติ. ขุททกนกิ าย ธรรมบท สิ่งท่ีชอบใจทง้ั หลาย มีสุขนอ้ ย ทกุ ข์มาก บณั ฑติ รู้ ปคุ คลวรรค ดังนีแ้ ลว้ จงึ ไม่ไยดแี ม้ในกามสุขท่ีเปน็ ของทิพย์ คือ ชยํ เวรํ ปสวติ ทุกขฺ ํ เสติ ปราชิโต ๑๙ หมวดบคุ คล อปุ สนฺโต สุขํ เสติ หิตฺวา ชยปราชยํ. ขทุ ทกนกิ าย ธรรมบท ผชู้ นะยอ่ มก่อเวร ผู้แพ้ก็เป็นทุกข์ ละชนะและแพ้ได้ แล้ว ใจสงบ อยู่เป็นสขุ น ชจจฺ า วสโล โหติ น ชจจฺ า โหติ พรฺ าหฺมโณ กมมฺ ุนา วสโล โหติ กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ. ๒๐ จะเปน็ คนเลวเพราะชาติกำเนิด กห็ าไม่ จะเป็นคนดี ขทุ ทกนกิ าย สุตตนิบาต เพราะชาติกำเนิด กห็ าไม่ แตเ่ ปน็ คนเลวเพราะการ กระทำ เปน็ คนดีก็เพราะการกระทำ

๓๘ ขอบขา่ ยหลักสตู รธรรมศึกษา ชั้นเอก ระดบั อุดมศึกษาและประชาชนทวั่ ไป วิชาธรรมวิจารณ์ วชิ าพุทธานพุ ุทธประวตั แิ ละศาสนพิธี วชิ ากรรมบถ บทที่ ๑ บทนำ : ปรมตั ถ บทท่ี ๑ พระพุทธเจา้ เสดจ็ ไปกรุงกบลิ พสั ดุ์ บทท่ี ๑ กรรมบถ ๑. บทนำ ปฏิปทา ข้อปฏบิ ตั อิ ันเปี่ยม ๑. มลู เหตแุ ห่งการเสดจ็ ไปกรุงกบลิ พัสดุ์ ๒. ไตรทวาร ๓. ประเภทของ ประโยชน์ ๒. ทรงแสดงธรรมโปรดพระพุทธบดิ า กรรมบถ ๔. ศีล ๕ กบั ในทางพระพทุ ธศาสนา ๓. เสด็จไปทรงโปรดพระนางยโสธรา กรรมบถ บทที่ ๒ กายกรรม ๓ บทท่ี ๒ นพิ พิทา: ความหน่าย ๔. เจ้าชายนนั ทะเสด็จออกผนวช ๑. ปาณาติบาต ๒. อทนิ นาทาน ๑. โลกกับผูข้ ้องและไม่ขอ้ งอยู่ ๕. เจา้ ชายราหุลบรรพชา ๓. กาเมสมุ จิ ฉาจาร บทที่ ๓ วจีกรรม ๔ ในโลก ๖. พระพุทธบิดาประชวรและทรงบรรลุอรหัตตผล ๑. มุสาวาท ๒. ปิสณุ าวาจา ๒. มารและทางพน้ จาก ๗. ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธบิดา ๓. ผรุสวาจา ๔. สัมผปั ปลาปะ บ่วงของมาร บทท่ี ๒ เจา้ ชายแห่งศากยวงศ์เสด็จออก บทที่ ๔ มโนกรรม ๓ ๑. อภชิ ฌา ๓. ปฎปิ ทาแหง่ นพิ พิทา: ทรงผนวช ๒. พยาบาท ๓. มิจฉาทิฏฐิ วิธไี ปสคู่ วามหนา่ ย ๑. มูลเหตุทเ่ี จา้ ชายอนุรุทธะเสดจ็ ออกทรงผนวช ๔. สิ่งที่ปิดบังไมใ่ หเ้ ห็นในกฎ ๒. พระเทวทตั ทรงทำอนันตริยกรรม ไตรลกั ษณ์ ๓. พระบรมศาสดาทรงแสดงมหาปุริสวติ ก ๘ ข้อ บทท่ี ๓ วริ าคะ: ความส้นิ ๔. พระอนรุ ทุ ธะทรงสรรเสริญสตปิ ัฏฐาน ๔ กำหนัด ๕. พระอานนท์ทูลขอประทานพร ๘ ประการ บทที่ ๔ วมิ ุตติ: ความหลดุ บทท่ี ๓ ภิกษณุ ี พ้น ๑. ทรงรับผ้าคจู่ ากพระนางมหาปชาบดีโคตมี ๑. เครื่องบดบงั วิมุตติ ๒. พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี ปฐมภกิ ษณุ ี ๒. ความหมายของวิมุตตติ าม ๓. พระนางยโสธราเสด็จออกทรงผนวช พระบาลแี ละตามอรรถธบิ าย ๔. ภิกษณุ ที บี่ รรลอุ รหตั ตผลและเอตทัคคะ ของพระอรรถกถาจารย์ ๕. พระสงั ฆมิตตาเถรีกับการเผยแพร่ บทที่ ๕ วสิ ุทธิ: ความหมด พระพุทธศาสนา จด ๖. สถานะของภิกษณุ ีนิกายเถรวาทในประเทศไทย ๑. ความหมดจดในศาสนา บทที่ ๔ ทรงโปรดพระพุทธมารดา ต่าง ๆ ๑. ทรงแสดงยมกปาฎหิ าริย์ ๒. วสิ ทุ ธ:ิ ความหมดจด ๒. เสดจ็ ไปทรงโปรดพระพุทธมารดา ในทางพระพทุ ธศาสนา ๓. เสดจ็ ลงจากดาวดึงส์ ๓. วิปัสสนาญาณ ๙: หนทาง บทที่ ๕ ทรงโปรดพระโสณโกฬิวสิ ะ อนั ละเอียดสคู่ วามหมดจด และพระรัฏฐปาละ ๔. อริยมรรค ๘ ๑. ทรงโปรดพระโสณโกฬิวิสะ ๕. วสิ ุทธิ ๗ ๒. ทรงโปรดพระรฏั ฐปาละ ๖. มรรค ๘ กบั วิสุทธิ ๗ ๓. พระรฏั ฐปาละแสดงธรรมมุทเทศ ๔ ประการ บทท่ี ๖ สันติ : ความสงบ บทที่ ๖ ปรินพิ พาน ๑. ทางไปสู่ความสงบ ๑. ประทบั กรงุ เวสาลีครง้ั สดุ ท้าย ๒. ผลแหง่ สันติ ๒. ทรงทำนิมิตโอภาส ๓. ทรงปลงอายสุ งั ขาร

วิชาธรรมวิจารณ์ วชิ าพทุ ธานพุ ุทธประวตั ิและศาสนพิธี ๓๙ บทท่ี ๗ นพิ พาน: ความดับ ๔. ทรงบณิ ฑบาตครั้งสดุ ท้าย วชิ ากรรมบถ ทกุ ข์ ๕. ทรงรบั ผ้าสิงคิวรรณ ๑. ความหมายของนิพพาน ๖. ผลแหง่ การถวายบิณฑบาตแดพ่ ระพุทธเจา้ ๒. ความสน้ิ สุดไปแห่งการ ๗. ทรงปรารภสักการบูชา เวียนว่ายตายเกิดหรอื ๘. สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล สงั สารวัฏตามแนวทางศาสนา ๙. ทรงโปรดสุภทั ทปริพาชก อ่นื ๑๐. โปรดให้ลงพรหมทณั ฑ์พระฉันนะ ๓. นิพพานคือจดุ หมายสูงสดุ ๑๑. ประทานพระปัจฉิมโอวาท ในพระพุทธศาสนา และเสดจ็ ดบั ขนั ธปรินิพพาน ๔. นพิ พานธาตุ ๑๒. พระพุทธสรรี ะไม่เคล่ือนท่ี บทท่ี ๘ คิหิปฏบิ ัติ ๑๓. ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ๑. ฆราวาสธรรม ๔ ๑๔. แบ่งพระบรมสารรี กิ ธาตุ ๒. มจิ ฉาวณิชชา ๕ ๑๕. พระเขย้ี วแกว้ ๓. คุณสมบัตขิ อง ๑๖. อันตรธาน ๕ อบุ าสกอบุ าสกิ า ๕ ๑๗. ลำดับพรรษายกุ าล บทท่ี ๗ เทศกาลและประเพณีสำคญั ทาง พระพุทธศาสนา ๑. เทศกาลตรษุ สงกรานต์ ๒. พธิ ถี วายผา้ กฐนิ ๓. พธิ ีถวายผ้าป่า ๔. พิธีลอยกระทงตามประทปี บทที่ ๘ พธิ สี ำคัญทางพระพุทธศาสนา ๑. พิธีบรรพชาสามเณร ๒. พิธอี ปุ สมบทพระภกิ ษุ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook