นายศริ ิพงษ์ พ่วงกล่ิน ปวส.2 คอม.1 เลขท่ี 37 แบบฝึกหัดหน่วยท่ี 11. การสื่อสารข้อมลู (Data Communication) หมายถงึ อะไร ตอบ กระบวนการถ่ายโอนหรอื แลกเปลย่ี นขอ้ มลู กนั ระหวา่ งผู้ส่งและผ้รู ับ โดยผ่านชอ่ งทาง ส่ือสาร เชน่ อุปกรณอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ หรือคอมพวิ เตอรเ์ ป็นตวั กลางในการส่งข้อมลู เพอื่ ให้ผู้ สง่ และผรู้ ับเกดิ ความเขา้ ใจซึ่งกนั และกนั2. การส่ือสารทางไกล (Telecommunication) หมายถึงอะไร ตอบ การติดต่อสือ่ สารด้วยการรับสง่ ข้อมลู ข่าวสารระหวา่ งตัวประมวลผล โดยผา่ น สื่อกลางที่เชือ่ มต้นทางและปลายทางทหี่ ่างกนั โดยใชอ้ ปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์หลายรปู แบบ ตามกฎเกณฑ์ หรือระเบยี บวธิ กี ารทีก่ าหนดขึ้นในแต่ละอุปกรณก์ ารสอื่ สารโทรคมนาคม เกีย่ วขอ้ งกบั การใช้งานเครื่องส่งอเิ ล็กโทรนิกส์ (Electronics Transmitters) เชน่ โทรศพั ท์ โทรทัศน์ วทิ ยุ หรอื คอมพวิ เตอร์3. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) หมายถงึ อะไร ตอบ ระบบท่ีมคี อมพวิ เตอรอ์ ย่างนอ้ ยสองเครื่องเช่อื มต่อกนั โดยใช้สื่อกลาง และสามารถ สื่อสารข้อมูลกันไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ซึง่ ทาให้ผูใ้ ช้คอมพวิ เตอร์แต่ละเครือ่ งสามารถ แลกเปล่ยี นขอ้ มลู ซึ่งกันและกนั ได้ นอกจากนย้ี งั สามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในเครอื ขา่ ย รว่ มกนั ได้ เช่น เครื่องพมิ พ์ สแกนเนอร์ ฮาร์ดดิสก์ เปน็ ตน้4. สว่ นประกอบของระบบสอื่ สารขอ้ มลู ประกอบด้วยอะไรบา้ ง ตอบ การสื่อสารขอ้ มลู มีองค์ประกอบ 5 อยา่ ง ได้แก่ 1. ผสู้ ง่ (Sender) เป็นอุปกรณท์ ่ีใชใ้ นการสง่ ขา่ วสาร (Message) เปน็ ตน้ ทางของการ สอ่ื สารข้อมูลมหี น้าทเี ตรียมสร้างข้อมูล เช่น ผพู้ ูด โทรทัศน์ กล้องวิดีโอ เปน็ ต้น 2. ผูร้ ับ (Receiver) เป็นปลายทางการส่ือสาร มีหน้าท่รี ับข้อมูลท่สี ง่ มาให้ เช่น ผ้ฟู ังเครอื่ งรับโทรทัศน์ เครื่องพมิ พ์ เป็นตน้ 3. สื่อกลาง (Medium) หรือตวั กลาง เปน็ เสน้ ทางการสอื่ สารเพอื่ นาขอ้ มูลจากตน้ ทางไปยังปลายทาง สือ่ สง่ ข้อมูลอาจเป็นสายคบู่ ดิ เกลียว สายโคแอกเชยี ล สายใยแกว้ นาแสง หรือ
คลน่ื ทีส่ ่งผา่ นทางอากาศ เชน่ เลเซอร์ คล่นื ไมโครเวฟ คลื่นวทิ ยภุ าคพนื้ ดิน หรือคลื่นวทิ ยุผ่าน ดาวเทียม 4. ขอ้ มูลข่าวสาร (Message) คือสญั ญาณอเิ ล็กทรอนิกส์ท่ีส่งผา่ นไปในระบบสือ่ สาร ซ่ึงอาจถกู เรยี กวา่ สารสนเทศ (Information) โดยแบง่ เป็น 5รปู แบบ ดังน้ี 4.1 ข้อความ (Text) ใช้แทนตัวอกั ขระต่าง ๆ ซ่ึงจะแทนดว้ ยรหัสต่าง ๆ เช่น รหสั แอ สกี เปน็ ต้น 4.2 ตัวเลข (Number) ใชแ้ ทนตวั เลขต่าง ๆ ซึ่งตัวเลขไมไ่ ดถ้ กู แทนดว้ ยรหัสแอสกีแต่ จะถกู แปลงเปน็ เลขฐานสองโดยตรง 4.3 รปู ภาพ (Images) ข้อมลู ของรปู ภาพจะแทนด้วยจุดสีเรียงกนั ไปตามขนาดของ รปู ภาพ 4.4 เสียง (Audio) ขอ้ มลู เสยี งจะแตกต่างจากขอ้ ความ ตวั เลข และรูปภาพเพราะ ข้อมลู เสียงจะเป็นสญั ญาณตอ่ เนอื่ งกนั ไป 4.5 วิดโี อ (Video) ใช้แสดงภาพเคล่อื นไหว ซ่ึงเกิดจากการรวมกันของรูปภาพหลาย ๆ รปู 5. โปรโตคอล (Protocol) คอื วิธกี ารหรอื กฎระเบยี บทใี่ ช้ในการสอ่ื สารข้อมูลเพอ่ื ให้ผู้รับ และผู้สง่ สามารถเข้าใจกันหรือคยุ กนั รูเ้ รื่อง โดยทงั้ สองฝัง่ ทง้ั ผรู้ ับและผสู้ ่งไดต้ กลงกนั ไว้ก่อน ล่วงหนา้ แล้ว ในคอมพวิ เตอร์โปรโตคอลอยูใ่ นส่วนของซอฟต์แวร์ท่ีมีหน้าท่ีทาให้การ ดาเนินงาน ในการสื่อสารข้อมูลเปน็ ไปตามโปรแกรมท่ีกาหนดไว้ ตวั อยา่ งเช่น X.25, SDLC, HDLC, และ TCP/IP เป็นต้น5. ประโยชน์ของระบบเครอื ขา่ ยมอี ะไรบ้างตอบ 1. สามารถแชรข์ ้อมลู ใช้รว่ มกันได้ ข้อมูลต่างๆในแตล่ ะเครือ่ งภายในระบบ หากมีผู้อน่ืตอ้ งการใช้ คณุ สามารถแชร์ให้ผู้อ่ืนนาไปใช้ได้ หรอื ข้อมูลท่ีเปน็ ส่วนรวมก็สามารถแชรไ์ ว้เพือ่ ให้หลายๆฝ่ายนาไปใชง้ านได้ ซ่ึงกจ็ ะชว่ ยทาให้ประหยัดเน้ือทใี่ นการจดั เกบ็ และช่วยใหก้ ารปรับปรงุขอ้ มลู ในระบบงา่ ยข้นึ และไม่เกิดความขัดแยง้ ของขอ้ มลู ดว้ ย เพราะข้อมลู มีอยู่ชุดเดียว
2. สามารถแชร์อปุ กรณต์ ่างๆร่วมกนั ได้ เช่น เครอ่ื งพมิ พ์ สแกนเนอร์ ซปิ ไดรฟ์ เป็นต้นโดยที่ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งซือ้ อปุ กรณ์เหล่านนั้ มาตดิ ตง้ั กบั ทุกๆเครอื่ ง เช่นในบ้านคุณมเี ครอื่ งคอมพิวเตอร์ทง้ั หมด 4 เคร่ือง อาจจะซือ้ เครื่องพิมพม์ าเพียงตวั เดียวและแชร์เครอ่ื งพมิ พ์น้ันเพ่อื ใช้ร่วมกันได้ 3. สามารถใช้โปรแกรมรว่ มกนั หลายๆเคร่อื งได้ เช่น ในห้อง LAB คอมพวิ เตอรท์ ี่มีจานวน คอมพวิ เตอร์ทม่ี จี านวนเครอ่ื งในระบบจานวน 30 เครอื่ ง คุณสามารถซ้ือโปรแกรมเพยี งแค่ 1 ชุดและสามารถใช้งานร่วมกนั ได้ ซึ่งจะทาใหส้ ะดวกในการดูแลรักษาด้วย 4. การส่ือสารในระบบเครือขา่ ยผู้ใชส้ ามารถเชื่อมกับเคร่ืองอ่นื ๆในระบบได้ เช่น อาจจะส่งข้อความจากเครือ่ งของคณุ ไปยังเคร่อื งของคนอ่ืนๆได้ นอกจากน้ีคณุ ยังสามารถใช้ E -Mail ส่งขอ้ ความขา่ วสารตา่ งๆภายในสานักงานไดอ้ กี เช่น แจง้ กาหนดการต่างๆแจง้ ข้อมูลต่างๆใหท้ กุ ๆคนทราบ โดยไม่ต้องพมิ พ์ออกทางเคร่ืองพมิ พ์เพอ่ื แจกจา่ ย ทาให้ประหยดัค่าใช้จ่ายไดอ้ ีกทางหนึ่ง 5. การแชรอ์ นิ เทอร์เน็ต ภายในระบบเครอื ขา่ ยคณุ สามารถแชรอ์ นิ เตอรเ์ น็ตเพ่อื ใช้รว่ มกนั ได้ โดยทีค่ ณุ ไมจ่ าเป็นตอ้ งซ้ือ Internet Account สาหรับทุกๆเครอ่ื งและไม่จาเปน็ ตอ้ งติดตัง้ โมเดม็ ทุกเคร่อื ง ซงึ่ ก็จะชว่ ยใหค้ ุณประหยดั คา่ ใช้จ่ายได้มาก 6. เพ่อื การเรยี นรู้ การทีค่ ณุ ไดท้ ดลองใชง้ านระบบเครือขา่ ยจะทาให้คุณสามารถเรียนรู้และคนุ้ เคยกับระบบเครอื ขา่ ยมากข้นึทาให้คุณมีประสบการณใ์ นระบบเครอื ข่ายมากขึน้ และจะทาใหค้ ณุ รูส้ กึ วา่ มันไมใ่ ช่เรื่องยากเลย
6. การสื่อสารขอ้ มลู มกี ่ชี นิดอะไรบา้ งแตล่ ะชนิดแตกตา่ งกนั อยา่ งไร ? ตอบ จาแนกท่ีสาคญั 3 ประการ คอื 1. จาแนกตามกระบวนการหรอื การไหลของขา่ วสาร 2. จาแนกตามภาษาสญั ลกั ษณท์ ีแ่ สดงออก 3. จาแนกตามจานวนผู้สอ่ื สาร 1. จาแนกตามกระบวนการหรือการไหลของข่าวสาร แบง่ เปน็ 2 ประเภทคอื 1.1 การสอื่ สารทางเดียว (One-Way Communication) คอื การ สอ่ื สารทข่ี ่าวสารจะถกู สง่ จากผู้สง่ ไปยังผู้รับในทิศทางเดยี ว โดยไม่มีการตอบโต้ กลบั จากฝ่ายผู้รับ เชน่ การส่ือสารผ่านส่อื วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพมิ พ์ การออกคาสงั่ หรือ มอบหมายงานโดย ฝา่ ยผู้รับไม่มีโอกาสแสดงความคดิ เหน็ ซ่งึ ผรู้ ับอาจไม่เข้าใจขา่ วสาร หรอื เขา้ ใจไม่ถกู ต้องตามเจตนาของผูส้ ่งและทางฝ่ายผสู้ ่งเม่อื ไม่ทราบปฏกิ ิรยิ าของผรู้ ับจึง ไมอ่ าจปรับการสื่อสารใหเ้ หมาะสมได้ การสอื่ สารแบบนีส้ ามารถทาไดร้ วดเร็วจึงเหมาะ สาหรบั การส่อื สารในเรอื่ งท่ีเขา้ ใจง่าย 1.2 การสื่อสารสองทาง (Two-way Communication) คือการสอื่ สารทมี่ ีการส่งข่าวสารตอบกลับไปมาระหว่างผู้ส่ือสาร ดงั นนั้ ผูส้ อ่ื สาร แตล่ ะฝา่ ยจงึ เปน็ ท้งั ผูส้ ่งและผรู้ บั ในขณะเดียวกัน ผู้สือ่ สารมโี อกาสทราบปฏิกริ ิยา ตอบสนองระหวา่ งกัน ทาใหท้ ราบผลของการส่อื สารวา่ บรรลจุ ดุ ประสงคห์ รือไม่ และชว่ ย ใหส้ ามารถปรับพฤติกรรมในการสอื่ สารให้เหมาะสมกบั สถานการณ์ ตวั อยา่ งการสอื่ สาร แบบสองทาง เชน่ การพบปะพูดคุยกนั การพดู โทรศัพท์ การออกคาสัง่ หรือมอบหมายงาน โดยฝา่ ยรับมโี อกาสแสดงความคิดเห็น การส่อื สารแบบน้ีจึงมีโอกาสประสบผลสาเร็จได้ มากกว่า แต่ถ้าเร่ืองราวที่จะสื่อสารเปน็ เรอื่ งง่าย อาจทาให้เสียเวลาโดยไมจ่ าเป็น 2. จาแนกตามภาษาสัญลกั ษณท์ ่ีแสดงออก แบง่ เปน็ 2.1 การสื่อสารเชิงวัจนะ (Verbal Communication) หมายถึงการสอื่ สารด้วย การใช้ภาษาพดู หรอื เขยี นเปน็ คาพดู ในการส่ือสาร
2.2 การสื่อสารเชงิ อวจั นะ (Non-Verbal Communication) หมายถงึ การ สือ่ สารโดยใช้รหัสสญั ญาณอย่างอื่น เชน่ ภาษาทา่ ทาง การแสดงออกทางใบหน้า สายตา ตลอดจนถึงนา้ เสียง ระดับเสียง ความเรว็ ในการพดู เปน็ ตน้ (ปรมะ สตะเวทิน 2529 : 3. จาแนกตามจานวนผู้ส่อื สาร กจิ กรรมตา่ งๆ ของบคุ คลและสังคม ถอื ว่าเปน็ ผลมาจากการส่ือสารทง้ั สิน้ ดงั นั้นการ สือ่ สารจึงมีขอบข่ายครอบคลุมลักษณะการสอื่ สารของมนุษย์ 3 ลกั ษณะคอื (อรุณีประภา หอมเศรษฐี 2530 : 49-90) 3.1 การสื่อสารส่วนบคุ คล (Intrapersonal Communication) 3.2 การส่ือสารระหว่างบคุ คล (Interpersonal Communication) 3.3 การสื่อสารมวลชน (Mass Communication)7 สญั ญาณมีกี่ประเภทอะไรบ้าง ?ตอบ 2 ประเภท1.สัญญาณแอนะล็อก2.สัญญาณดจิ ิทลั
Search
Read the Text Version
- 1 - 6
Pages: