Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 01 ใบเนื้อหา4-2

01 ใบเนื้อหา4-2

Published by law n., 2018-08-01 03:15:58

Description: 01 ใบเนื้อหา4-2

Search

Read the Text Version

1 ใบเน้อื หา 4-2 หนว ยท่ี 4ชื่อหนวย การแกไขและปรับปรุงวัตถุ 2 มติ ิ จํานวน 8 ช่ัวโมงรหัสวิชา 2110-2002 ชอื่ วชิ า การใชโ ปรแกรมสําเร็จรูปในงานเขยี นแบบ ระดบั ช้ัน ปวช.1ชอ่ื เรอื่ ง คําส่งั สาํ หรับการแกไขปรับปรงุ วัตถุ 2 มิติ สอนครง้ั ที่ 7ช8.อ เขBงวrียeานaงภใkนาพเเสปน2น ทคมก่ี ําติ าํสิ ห(่งั Dนทrดีใ่ aชwซใน)ึ่งมกาีลรกั ตษัดณเสะนกใาหรขใชางดาอนอดกงั จนา้ี กกันโดยไมม ีขอบเขต หรือตดั ชวงของเสน ใหเ กิด เลือกเสน ตาํ แหนงการตัดกอ นการใชคําส่ัง Break at Point Break at Point เปน คําสงั่ ที่ใชในการหลังการใชค าํ สง่ั Break at Point ตดั เสน ใหข าดออกจากกนั เพียง 1 ตําแหนง ซ่ึงทํา ใหไมเ กิดชอ งวา งของเสน โดยขนั้ ตอนแรกเปน การเลอื กเสน ท่ตี อ งการตัด เสน ทถ่ี กู เลือกแสดง ลักษณะเปน เสน ประ ขัน้ ตอนท่ี 2 ทําการเลอื ก ตําแหนงตัดโดยใชแ นวเสน Cross Hair เปน แนว ในการตดั เสน ดงั ภาพท่ี 4.8ภาพที่ 4.8 การใชคําสั่ง Break at Point ที่มา เขียนโดยผูเรยี บเรียงการเรยี กใชคาํ ส่ัง หนา ท่กี ารใชงานRibbon Toolbars Menu Bar Command Line ใชส ําหรบั การตดั เสน ใหข าดจากกันแบบไม เกดิ ชองวางระหวา งเสน รปู แบบคําสัง่Command: _break Select object: ………….เลือกเสน ทตี่ อ งการตัด (1)Specify second break point or [First point]: _fSpecify first break point: …………..ใชเมาสเลอื กตาํ แหนง ในการตดั (2)Specify second break point: @ .. ตารางที่ 4.8 รปู แบบคาํ ส่งั Break at Point

2 ใบเนอ้ื หา 4-2 หนว ยที่ 4 ชื่อหนวย การแกไขและปรับปรงุ วัตถุ 2 มิติ จํานวน 8 ช่ัวโมง รหัสวชิ า 2110-2002 ชอ่ื วชิ า การใชโปรแกรมสาํ เร็จรูปในงานเขียนแบบ ระดบั ชัน้ ปวช.1ชื่อเรอื่ ง คาํ สั่งสําหรับการแกไขปรบั ปรงุ วตั ถุ 2 มิติ สอนครัง้ ที่ 7เขียนภาพ 2ตมาํ ิตแิ ห(Dนrง aตwัด)ที่ 1 ตําแหนง ตัดท่ี 2 Break เปนคําสัง่ ท่ใี ชในการ ตัดเสน ใหขาดออกจากกัน 2 ตาํ แหนง กอนการใชค าํ สั่ง Break ทําใหเ กดิ ระยะการขาดระหวางเสน โดยในข้นั ตอนแรกจะเปน การกําหนด หลงั การใชคําสัง่ Break ตาํ แหนง ตัดท1่ี ซ่ึงจะทาํ ใหเสน ทีถ่ กู เลอื กเปน เสนประ ข้ันตอนที่ 2 เปน ภาพท่ี 4.9 การใชคําส่งั Break กําหนดตําแหนง ตดั ครั้งที่ 2 ทาํ ใหเ สน ที่มา เขียนโดยผูเรยี บเรียง ถกู ตดั ขาดเปน ชวง ดังภาพที่ 4.9Ribbon Toolbars การเรยี กใชค าํ ส่ัง Command Line หนา ทก่ี ารใชงาน ใชส ําหรบั การตดั เสน ใหขาดจากกนั Menu Bar Break , Br เปนชองวา งระวา งเสน Modify > Break รปู แบบคําส่ังCommand: _break Select object: …………... ใชเมาสกาํ หนดตําแหนง การตดั ท่ี 1Specify second break point or [First point]: ………. ใชเ มาสก าํ หนดตําแหนง การตัดท่ี 2 ตารางท่ี 4.9 รูปแบบคาํ สงั่ Break ขอ ควรระวัง ในการใชคําสั่ง Break ตัดเสนสว นโคง จะตองคาํ นงึ ถึงทิศทางของเสนสวนโคงท่ีมีทศิ ทางทวนเข็มนาฬกิ า

3 ใบเนอ้ื หา 4-2 หนวยท่ี 4 ช่ือหนวย การแกไ ขและปรับปรงุ วตั ถุ 2 มิติ จํานวน 8 ชั่วโมง รหัสวชิ า 2110-2002 ชื่อวิชา การใชโปรแกรมสาํ เร็จรปู ในงานเขยี นแบบ ระดบั ช้นั ปวช.1 ชื่อเรอื่ ง คําสง่ั สําหรับการแกไขปรับปรุงวัตถุ 2 มติ ิ สอนครงั้ ท่ี 79. คําสง่ั Joinเขยี นภาพ 2 มติ ิ (Draw)กอนการใชคาํ สง่ั Join หลงั การใชคําสงั่ Join ภาพท่ี 4.10 การใชคําสัง่ Join ที่มา เขยี นโดยผเู รยี บเรยี ง Join เปน คําส่งั ทใ่ี ชในการตอ เสนทถ่ี กู ตัดขาดออกจากกันและตองอยูใ นระดับเดียวกัน ใหเปน เสนตรงหรอื เสนโคง เดยี วกัน ซ่ึงเสนตรงท่รี วมกนั จะมีคุณสมบตั เิ หมือนกบั เสนตรงทถ่ี ูกเลือกในลําดับแรก โดยโปรแกรมจะกําหนดใหเ สนท่ีถกู เลอื กเสน แรกเปน เสนตนแบบRibbon Toolbars การเรยี กใชคําสงั่ Command Line หนา ทกี่ ารใชงาน ใชส ําหรบั การรวมเสนในระดบั Menu Bar Join , J เดยี วกัน Modify > Join รูปแบบคําสั่งCommand: _join Select source object or multiple objects to join at once: ….....ใชเ มาสเลือกเสนตนแบบท1ี่Select objects to join: …………. ใชเ มาสเลือกปลายเสน ที่ 2 สาํ หรบั การรวมเสนSelect objects to join: ………..กดปมุ Enter เพือ่ สนิ้ สุดคาํ สงั่2 lines joined into 1 line ตารางท่ี 4.10 รูปแบบคําส่ัง Join

4 ใบเนอ้ื หา 4-2 หนวยที่ 4 ชอื่ หนวย การแกไขและปรับปรุงวตั ถุ 2 มติ ิ จํานวน 8 ชั่วโมง รหัสวิชา 2110-2002 ชื่อวิชา การใชโ ปรแกรมสําเรจ็ รูปในงานเขียนแบบ ระดบั ชัน้ ปวช.1 ชอ่ื เรื่อง คําส่งั สาํ หรบั การแกไขปรับปรงุ วตั ถุ 2 มิติ สอนครัง้ ที่ 710. คําส่ัง Scaleเขียนภาพ 2 มิติ (Draw) ภาพที่ 4.11 การใชคาํ สั่ง Scale ท่มี า เขียนโดยผูเรียบเรยี ง Scale เปนคาํ สงั่ ท่ใี ชในการเปล่ยี นขนาดวตั ถุใหมีขนาดใหญหรือเล็กลงตามตวั คูณอัตราสว นทก่ี าํ หนด(ขยาย-ยอ ) ซงึ่ ในการใชคาํ ส่ัง ลําดับแรกจะตองทําการเลือกวตั ถุที่ตอ งการยอหรอื ขยาย ลําดับที่ 2 กาํ หนดตําแหนงอา งอิงหรือจดุ ฐานสําหรับการยอ หรือขยายแบบงาน และกําหนดตวั คูณอัตราสวนในการขยายหรือยอRibbon Toolbars การเรยี กใชค าํ ส่ัง หนาทก่ี ารใชง าน Menu Bar Command Line ใชส าํ หรบั การยอหรือขยายวัตถุตามตวั Modify > Scale Scale, Sc คูณอตั ราสว นท่ีกาํ หนด รูปแบบคําสงั่Command: _scaleSelect objects: …………...เลือกวตั ถุ 1 foundSelect objects: …………. กดปุม Enter เพื่อสนิ้ สดุ การเลอื กSpecify base point: …………... กําหนดตําแหนง ศนู ยก ลางของวตั ถุSpecify scale factor or [Copy/Reference]: …….…. กําหนดคาตวั คณู อตั ราสวน ตารางท่ี 4.11 รปู แบบคําสง่ั Scale หมายเหตุ 1. การกาํ หนดตัวคูณอัตราสวนของการยอหรอื ขยาย ตวั คูณมีคา อตั ราสวนนอ ยกวา 1จะเปน การยอวัตถุ และหากตวั คูณมคี า อัตราสวนมากกวา 1 จะเปน ลกั ษณะของการขยายวตั ถุ 2. ตวั คณู อัตราสวน = ขนาดวตั ถุเดิม/ขนาดของวัตถใุ หม

5 ใบเนอ้ื หา 4-2 หนวยท่ี 4 ช่อื หนวย การแกไ ขและปรับปรงุ วตั ถุ 2 มติ ิ จํานวน 8 ชั่วโมง รหัสวิชา 2110-2002 ชอ่ื วิชา การใชโปรแกรมสําเรจ็ รปู ในงานเขียนแบบ ระดบั ชัน้ ปวช.1ชื่อเรือ่ ง คาํ สง่ั สําหรบั การแกไขปรบั ปรงุ วัตถุ 2 มิติ สอนคร้งั ท่ี 711เ.ขคยี ํานสภั่งาพStr2eมtcติ hิ (Draw) ขนาดหลังการใชคาํ ส่งั Stretch ขนาดกอนการใชคาํ สงั่ Stretchการเปลีย่ นแปลง ทิศทางการหดขนาด ภาพท่ี 4.12 การใชคําส่ัง Stretch ที่มา เขยี นโดยผูเรยี บเรียง Stretch เปน คําสง่ั ท่ใี ชในการยดื วัตถุหรือหดวัตถทุ ่ีมีลกั ษณะเสนตรงหรอื รปู ส่ีเหลย่ี ม ซึง่ เปน การเปล่ียนแปลงความยาวของเสนในแบบงาน ตามระยท่ีผูใ ชงานกาํ หนด โดยในการเลือกวัตถุเพือ่ เปลย่ี นแปลงความยาวของวัตถุ จะตองทําการเลอื กวตั ถุแบบ Crossing เทานน้ั เสน แบบงานท่ถี ูกสวนของเสน ประCrossing พาดผาน จะเปน สว นที่เกดิ การเปลย่ี นแปลงในลกั ษณะการยดื หรือลดความยาวทีก่ าํ หนดRibbon Toolbars การเรยี กใชค ําส่ัง หนา ทีก่ ารใชงาน Menu Bar Command Line ใชส าํ หรับการยดื หรือหดวัตถุตาม Stretch, S ความยาวทก่ี าํ หนด Modify > Stretch รปู แบบคาํ ส่ังCommand: _stretchSelect objects to stretch by crossing-window or crossing-polygon...Select objects: ….ใชเมา สสรางกรอบCrossing เลือกวตั ถุ 2 foundSelect objects: Enter….กดปุม Enter เพ่อื สิ้นสุดการเลือกSpecify base point or [Displacement] <Displacement>: X,Y….กําหนดจุดอา งอิงและทิศทางในการยืดหรอื หดSpecify second point or <use first point as displacement>: Length…กาํ หนดระยะในการยืดหรอื หด ตารางที่ 4.12 รปู แบบคาํ สั่ง Stretch

6 ใบเนอื้ หา 4-2 หนว ยที่ 4 ช่อื หนวย การแกไขและปรับปรุงวตั ถุ 2 มติ ิ จาํ นวน 8 ชั่วโมง รหสั วชิ า 2110-2002 ชื่อวิชา การใชโ ปรแกรมสําเร็จรูปในงานเขยี นแบบ ระดบั ชั้น ปวช.1ชื่อเร่อื ง คําสัง่ สําหรับการแกไขปรบั ปรงุ วัตถุ 2 มติ ิ สอนครงั้ ท่ี 712. คาํ ส่ัง ArrayเปเนขกียลนAมุ ภrเrาดaพียyว2เทปมง้ั นหติ คมิ ํา(ดDส่ังrซaทึง่wีใ่แช)บใงนลกักาษรสณระา กงาสรําคเนดั าลวอตั กถวเุ ตัปถน แุ ชบุดบอกยลามุงมไีรดะดเบังนยี ค้ีบอื โดยวัตถทุ เี่ ปนสําเนาจะมีคณุ สมบัติ Rectangular Array เปน การ คัดลอกชดุ ของวัตถไุ ปตามแนวแกน X และ แกน Y รวมถงึ ปรบั มุมในการทาํ คัดลอกได ตามมุมทีก่ าํ หนดภาพที่ 4.13 การใชคาํ ส่งั Rectangular Array ทม่ี า เขยี นโดยผูเรียบเรยี งToolbars การเรียกใชค ําส่ัง หนา ทีก่ ารใชงาน Menu Bar Command Line ใชส ําหรับการทําสําเนาแบบกลุมไป Modify > Array > Array, Ar Rectangular Array ตามแนวแกน X ,YCommand: _arrayrect รปู แบบคําสั่งSelect objects: ………. เลอื กวตั ถตุ นแบบ 1 foundSelect objects: ………. กดปมุ Enter เพอ่ื สน้ิ สดุ การเลอื กType = Rectangular Associative = YesSpecify opposite corner for number of itemsor [Base point/Angle/Count] <Count>: .........พิมพ C เลอื ก CountEnter number of rows or [Expression] <4>: ………. กาํ หนดจาํ นวนสําเนาในแนวแกน YEnter number of columns or [Expression] <5>: ……... กาํ หนดจาํ นวนสาํ เนาในแนวแกน XSpecify opposite corner to space items or [Spacing] <Spacing>: .........พมิ พ S เลอื ก SpacingSpecify the distance between rows or [Expression] <4.5>: …..….กําหนดระยะหางของวตั ถใุ นแกน YSpecify the distance between columns or [Expression] <4.5>: ………..กาํ หนดระยะหา งของวตั ถใุ นแกน XPress Enter to accept or [ASsociative/Base point/Rows/ Columns/Levels/eXit]<eXit>: …….กดปุม Enter เพอ่ื สิ้นสุดคําส่งั ตารางท่ี 4.13 รปู แบบคําส่งั Rectangular Arrayหมายเหตุ Row = จาํ นวนวัตถุในแนวตัง้ Columns = จํานวนวตั ถุในแนวนอน

7 ใบเน้อื หา 4-2 หนว ยท่ี 4 ช่ือหนวย การแกไขและปรับปรุงวัตถุ 2 มติ ิ จํานวน 8 ชั่วโมง รหสั วิชา 2110-2002 ชือ่ วชิ า การใชโปรแกรมสาํ เรจ็ รูปในงานเขียนแบบ ระดบั ชนั้ ปวช.1ชื่อเรื่อง คาํ สั่งสําหรับการแกไขปรบั ปรงุ วตั ถุ 2 มิติ สอนครั้งท่ี 7เขยี นภาพ 2 มวิตัติ ถ(Dุตrน aแwบ)บ สาํ เนาของวตั ถุ จุดศูนยกลาง Polar Array เปน ของสาํ เนา การสรา งสําเนาชุดวตั ถุไป ตามแนวรศั มีทตี่ องการ ท่ีมีกอ นใชค ําส่งั Polar หลงั ใชค าํ สั่ง Polar ทศิ ทางทวนเข็มนาฬกิ าArray Array ภาพท่ี 4.14 การใชคําสั่ง Polar Array ท่มี า เขียนโดยผเู รียบเรียง การเรยี กใชค ําส่งั หนา ทกี่ ารใชงานToolbars Menu Bar Command Line ใชส าํ หรบั การทําสําเนาแบบกลุมตามแนวรศั มี Modify > Array > Array, Ar Polar Array ทก่ี ําหนดCommand: _arraypolar รปู แบบคําส่งัSelect objects: ……...เลอื กวตั ถตุ นแบบ 1 foundSelect objects: Enter……...กดปมุ Enter เพ่อื ส้นิ สุดการเลอื กType = Polar Associative = YesSpecify center point of array or [Base point/Axis of rotation]: ...... กําหนดตําแหนงศนู ยกลางรัศมขี องสําเนาEnter number of items or [Angle between/Expression] <4>: …… กําหนดจาํ นวนวัตถทุ ่ีตอ งการSpecify the angle to fill (+=ccw, -=cw) or [EXpression] <360>: …… กาํ หนดมมุ รวมของสําเนาวตั ถุPress Enter to accept or [ASsociative/Base point/Items/Angle between/Fillangle/ROWs/Levels/ROTate items/eXit]<eXit>: Enter…… กดปุม Enter เพอ่ื ส้ินสดุ คําสง่ั ตารางที่ 4.14 รูปแบบคาํ สง่ั Polar Array

8 ใบเนื้อหา 4-2 หนวยท่ี 4 ช่อื หนวย การแกไ ขและปรับปรงุ วตั ถุ 2 มิติ จํานวน 8 ช่ัวโมง รหัสวชิ า 2110-2002 ช่อื วิชา การใชโ ปรแกรมสาํ เรจ็ รปู ในงานเขียนแบบ ระดบั ช้ัน ปวช.1ชอ่ื เรอื่ ง คาํ สั่งสาํ หรบั การแกไขปรบั ปรงุ วตั ถุ 2 มติ ิ สอนครั้งท่ี 7เขียนภาพ 2 มิติ (Draw) แนวเสนทางเดนิ วตั ถตุ นแบบ กอ นใชคาํ ส่งั Path Array สาํ เนาวัตถุ หลงั ใชค าํ สงั่ Path Array ภาพท่ี 4.15 การใชค ําสั่ง Path Array ทีม่ า เขียนโดยผูเ รยี บเรียงPath Array เปน การสรา งสาํ เนาวัตถไุ ปตามแนวเสน ที่กาํ หนด โดยแนวเสน ทกี่ ําหนดจะตอ งเปน วัตถุเพยี งช้นิ เดียว การเรียกใชค าํ สง่ั หนาทกี่ ารใชง านToolbars Menu Bar Command ใชส าํ หรับการทําสําเนาแบบกลุม ตามแนวเสน Line ท่ีกําหนด Modify > Array > Array, Ar Path Array รูปแบบคาํ ส่งัCommand: _arraypathSelect objects: ………. เลอื กวัตถตุ น แบบ 1 foundSelect objects: ….…. กดปุม Enter เพื่อส้ินสดุ การเลือกType = Path Associative = YesSelect path curve: ……... ใชเมาสคลิกเลือกแนวเสน ทก่ี ําหนดEnter number of items along path or [Orientation/Expression] <Orientation>: …….กําหนดจํานวนสําเนาวตั ถุSpecify the distance between items along path or [Divide/Total/Expression]<Divide evenly along path>: ……… กดปุม Enter เพ่ือใชค วามยาวของเสนในการแบง จํานวนวัตถุPress Enter to accept or [ASsociative/Base point/Items/Rows/Levels/Alignitems/Z direction/eXit]<eXit>: ……... กดปุม Enter เพ่ือสนิ้ สดุ คาํ สง่ั ตารางที่ 4.15 รูปแบบคาํ ส่ัง Path Arrayหมายเหตุ 1. Orientation ใชส ําหรบั การปรับเปลี่ยนทิศทางของสาํ เนา 2. Expression ใชสําหรบั การคํานวณหาจาํ นวนสาํ เนา (ความยาวท้ังหมดหารดวยระยะหางสําเนา)

9 ใบเน้ือหา 4-2 หนวยท่ี 4ชือ่ หนวย การแกไขและปรับปรงุ วัตถุ 2 มติ ิ จํานวน 8 ช่ัวโมงรหสั วิชา 2110-2002 ชื่อวชิ า การใชโ ปรแกรมสาํ เรจ็ รปู ในงานเขยี นแบบ ระดับช้ัน ปวช.1ชอื่ เรอ่ื ง คําสง่ั สําหรบั การแกไขปรับปรุงวัตถุ 2 มติ ิ สอนครง้ั ที่ 7 3. Divide ใชสาํ หรับการการกาํ หนดจาํ นวนที่ตอ งการตอความยาวทง้ั หมดของเสน ทางกําหนด(Pเaขtยีhน)ภาพ42. Tมoิตtิ a(Dl rใaชwส)าํ หรับกําหนดระยะความยาวรวม ของสําเนาทง้ั หมด13. คําสงั่ Chamferกอนใชค าํ ส่ัง Chamfer หลังใชค าํ ส่งั Chamfer ภาพท่ี 4.16 การใชคําสั่ง Chamfer ที่มา เขียนโดยผเู รียบเรยี งChamfer เปนคําสงั่ ทใ่ี ชในการตัดมมุ ตรงระหวางเสน ตรงสองเสน โดยผใู ชงานสามารถกาํ หนด ความยาวของมุมตัดท่ี 1 และความยาวของมมุ ตดั ที่ 2การเรยี กใชคาํ สง่ั หนา ที่การใชง านToolbars Menu Bar Command Line ใชสาํ หรบั การตัดมุมตรงระหวางเสน ตรงสองเสนModify > Chamfer ,Cha ตามความที่กําหนดChamfer รปู แบบคําสง่ัCommand: _chamfer(TRIM mode) Current chamfer Dist1 = 5.0000, Dist2 = 5.0000 ……. แสดงคา ปจจุบนั ของคําสั่งSelect first line or [Undo/Polyline/Distance/Angle /Trim/mEthod/Multiple]: ….พิมพ D เพ่อื เลอื กคําส่ัง DistanceSpecify first chamfer distance <5.0000>: distance ……... กําหนดระยะมมุ ตัดที่ 1Specify second chamfer distance <5.0000>: …….... กําหนดระยะมมุ ตดั ที่ 2Select first line or [Undo/Polyline/Distance/Angle/Trim/mEthod/Multiple]:…….... เลอื กปลายเสนที่ 1Select second line or shift-select to apply corner or [Distance/Angle/Method……. เลือกปลายเสนท่ี 2 ตารางท่ี 4.16 รูปแบบคาํ ส่ัง Chamfer

10 ใบเนอื้ หา 4-2 หนว ยที่ 4ช่ือหนวย การแกไขและปรับปรงุ วตั ถุ 2 มิติ จํานวน 8 ช่ัวโมงรหสั วิชา 2110-2002 ช่ือวิชา การใชโ ปรแกรมสาํ เรจ็ รปู ในงานเขียนแบบ ระดับชั้น ปวช.1ช่อื เรอื่ ง คําสัง่ สาํ หรบั การแกไขปรบั ปรงุ วัตถุ 2 มติ ิ สอนครงั้ ที่ 714. คาํ ส่งั Filletเขยี นภาพ 2 มติ ิ (Draw) ภาพท่ี 4.17 การใชค ําส่งั Fillet ท่มี า เขียนโดยผูเรยี บเรยี งFillet เปน คําสั่งทใ่ี ชในการมนโคงมมุ ระหวางปลายเสนตรงสองเสน ตามคา ระยะรัศมที ่ีผใู ชงานกาํ หนดการเรยี กใชค ําส่ัง หนาท่ีการใชง านRibbon Toolbars Menu Bar Command Line ใชส ําหรับการมนโคงมุมระหวางปลายModify > Fillet Fillet ,F เสน ตรงสองเสน รูปแบบคาํ สง่ัCommand: _filletCurrent settings: Mode = TRIM, Radius = 0.0000 ………. แสดงคาปจจบุ นั ของคาํ สงั่Select first object or [Undo/Polyline/Radius/Trim/Multiple]: ……. พมิ พ R เพือ่ เลอื กคําส่ัง RadiusSpecify fillet radius <0.0000>: ….... กาํ หนดรศั มีโคง ทต่ี อ งการSelect first object or [Undo/Polyline/Radius/Trim/Multiple]:.......... เลอื กปลายเสน ท่ี 1 ของวัตถุSelect second object or shift-select to apply corner or [Radius]: .......... เลอื กปลายเสน ที่ 2 ของวัตถุ ตารางท่ี 4.17รปู แบบคําสงั่ Fillet

11 ใบเนอื้ หา 4-2 หนว ยที่ 4ชื่อหนวย การแกไ ขและปรับปรุงวตั ถุ 2 มติ ิ จาํ นวน 8 ช่ัวโมงรหสั วิชา 2110-2002 ช่อื วชิ า การใชโปรแกรมสําเร็จรูปในงานเขียนแบบ ระดับชน้ั ปวช.1ช่อื เรอ่ื ง คําสัง่ สาํ หรับการแกไขปรับปรุงวัตถุ 2 มิติ สอนคร้ังท่ี 715เ.ขคยี ํานสภั่งาพEx2poมlิตdิ e(Draw) วตั ถุทรงปด 1 ชิ้นวตั ถุตน แบบ เสน ตรง 6 เสน Move ภาพที่ 4.18 การใชค ําสัง่ Expolde ท่ีมา เขยี นโดยผเู รยี บเรยี ง Expolde เปน คาํ สัง่ ทใี่ ชในการแยกโครงสรางของวัตถทุ รงปด และสาํ เนาวตั ถุทีเ่ ปน ชุดจากการใชคาํ ส่ัง Array เชน รูปหลายเหล่ยี ม สีเหลี่ยม และเสนโพลีไลน ใหมลี ักษณะเปนวตั ถแุ ตละช้ินประกอบกันจากภาพที่ 4.18 รปู 6 เหลยี่ ม เม่ือทาํ การแยกโครงสรางของวัตถุแลวจะได เสน จํานวน 6 เสนสญั ลกั ษณ Pull Down Menu Command หนาทก่ี ารใชงานModify > Explode Explode ใชส าํ หรับการแยกโครงสรางของวตั ถทุ รงปด และ สาํ เนาแบบกลุม รูปแบบคําส่ังCommand: _explodeSelect objects:.......เลอื กวตั ถทุ ีต่ อ งการแยกสวน 1 foundSelect objects: ………. กดปุม Enter เพอ่ื สน้ิ สุดคาํ สั่ง ตารางท่ี 4.18 รปู แบบคาํ สงั่ Explode


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook