Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มหาสติปัฏฐานสูตร (ฉบับปรับปรุงใหม่ 2550)

มหาสติปัฏฐานสูตร (ฉบับปรับปรุงใหม่ 2550)

Published by sadudees, 2017-01-10 00:53:21

Description: มหาสติปัฏฐานสูตร (ฉบับปรับปรุงใหม่ 2550)

Search

Read the Text Version

๒. คดิ อยางอรยิ ะ คือคดิ ออกจากกาม คิดอภยั ไมพ ยาบาท และคดิ หลกี เลี่ยงการเบยี ดเบียนใดๆ เพราะกาม พยาบาท และการเบยี ดเบียนนน้ั เปนเปลอื กหนาหอหมุ จติ ใหมืดมนอยู เม่ือมดื อยูความจรงิ ใดๆยอมไมปรากฏใหเ ห็น ๓. พูดอยา งอริยะ คอื การเวน จากการพดู เท็จอนั เปนเหตใุ หจิตบดิ เบย้ี ว เวน จากการพดูสอ เสียดอนั เปนเหตุใหจิตเรา รอน เวน จากการพูดหยาบคายอันเปนเหตใุ หจ ิตสกปรก และเวน จากการพดู เพอ เจอ อนั เปน เหตใุ หจ ติ พรามวั กลาวโดยสรุปคอื การพูดไมดีเปนเหตใุ หไ มอ าจมองเหน็อะไรตามจรงิ ถางดเวนเสียไดจ ึงคอ ยเหน็ ตามจริงได ๔. กระทาํ อยา งอรยิ ะ คอื เวนจากการฆาสตั ว เวน จากการขโมย เวน จากการประพฤติผดิ ในกาม อนั ลวนเปน บาปที่พอกหนาแลว กลายเปน ความโงเ ขลา เมื่อเห็นบาปเปน ของดียอ มไดช ่อื วาเหน็ ผดิ เปนชอบ คนเรายอ มไมอาจเหน็ ความจรงิ ทงั้ ท่ยี งั เหน็ ผดิ เปน ชอบอยู ๕. เลยี้ งชีพอยางอรยิ ะ คือหากนิ ดวยความสุจริต ถา เปนพระตองรกั ษาวินัยสงฆแ ละเพียรเพอ่ื ทาํ มรรคผลนิพพานใหแ จงตามกตกิ าการบวช ถาเปนชาวบานตอ งทําอาชพี ทไี่ มผ ิดกฎหมายและศลี ธรรม ๖. เพยี รอยา งอริยะ คอื ตัดใจละบาปอกุศลท้ังปวงจนเหอื ดแหง ไปหมด ขวนขวายเพิ่มบญุกศุ ลทง้ั หลายจนบรบิ ูรณเตม็ ท่ี เชน มีนา้ํ ใจสละใหท านคนและสตั วเ พ่อื ทาํ ลายความตระหน่ี เปน ตนไมม ัวหลงประมาทวาเราดีแลว ไมตอ งเพม่ิ ความดีแลว ๗. มีสติระลกึ รอู ยางอรยิ ะ คอื มีความรสู ึกตัวอยู รสู ึกถงึ กาย เวทนา จติ และธรรม กาํ จดัความอยาก ละความเศราโศกเสียได ๘. มีสมาธิตงั้ ม่นั อยา งอรยิ ะ คอื เปน ผูสงัดจากกาม สงัดจากบาปอกศุ ล จติ ตง้ั รอู ยูใ นขอบเขตกายใจคงเสน คงวา กระทั่งเกิดปติสขุ อนั วเิ วก แลว พฒั นาข้นึ ไปถงึ การมอี ุเบกขาอนั เปน เหตุใหส ติบรสิ ทุ ธ์ิ จิตเหมือนปรากฏเปน อกี ภาวะหน่ึงแยกออกมาตง้ั มั่นเปนตา งหากจากกาย เปน ตา งหากจากความรสู ึกนึกคิด สวางจาดวยปญ ญา มีหนา ทอี่ ยางเดียวคอื รูเ ห็น ไมม ีสว นไดสว นเสียกับกายใจใดๆ ผใู กลบรรลุมรรคผลยอมเหน็ ตามจริงวา ขอปฏิบตั ิใหถ งึ ความดับทกุ ขทัง้ ๘ ประการควรเจรญิ ใหม าก เมอื่ เอากายใจเปน ทตี่ ้งั แหงความจริง เราจะพบวา นอกจากทกุ ขไมมอี ะไรเกดิ มา นอกจาก ๕๐

ทกุ ขไมมอี ะไรดับไป ทกุ ขทงั้ หลายลว นเปน เท็จดว ยอาการเลอะเลอื นไป เม่อื สงบจากทุกขไ ดเ ฉพาะตน จงึ ชอื่ วาเขาถึงของจริงอันเปนบรมสุข ตั้งม่ันถาวรไมกลบั กลายเปน อืน่ อกี ๑๔ ผลแหงการเจริญสติ หากเราไมท าํ อนันตรยิ กรรม คอื ไมใ ชผ ูท่ีฆาแม ไมใ ชผ ทู ี่ฆา พอ ไมใชผ ูท ่ฆี าพระอรหนั ตไมใชภ กิ ษผุ ทู าํ หมูสงฆแ ตกแยก และไมใชผูท่ีทําพระพทุ ธเจาหอ พระโลหิต กบั ทั้งพรอ มพอจะไดศกึ ษาทําความเขา ใจ ตลอดจนลงมอื ปฏิบตั ธิ รรมเตม็ ความสามารถ เจรญิ สติอยา งถูกตองตามวธิ ที ี่พระพุทธเจา ประทานไว กย็ อมเปนผูมีพระพทุ ธเจาเปน ประกนั วา ภายใน ๗ ปเปน อยางชา หรือ๗ วนั เปน อยา งเรว็ จกั ไดบ รรลุมรรคผลขนั้ สูงสุด เปนพระอรหนั ตขณี าสพผนู ริ ทกุ ข! แกน สารของพุทธศาสนาเล็งกนั ทจี่ ุดสูงสดุ จุดเดยี ว คอื ‘พน ทุกข’ และเปนการพน แบบเดด็ ขาด ไมห วนกลบั มามที ุกขทางใจอกี คือไดช ื่อวา เปน ผมู ีจิตพรากจากขนั ธแ ลว เพอ่ื ใหเ ขา ใจวา ‘จิตพรากจากขันธ’ เปน อยา งไร ก็ขอใหม องวา กายใจเปรยี บเหมือนแมเหล็กทรงพลังทดี่ งึ ดูดจิตใหติดอยู ยดึ อยู หลงมัวเมาอยู ทําใหเขา ใจผดิ ไปวาน่คี อื ตวั เรา มเี ราอยูในกายใจนี้ เดิมทเี ราจะไมส งสัยเลยวา กายใจใชเ ราแนไหม ตอ ใหพบพุทธศาสนา มีผสู าธยายใหฟ ง อยา งพสิ ดารวาแทจ ริงกายใจเปนเพยี งขนั ธ ๕ ทวา ก็ยากจะคลายพลังแมเ หล็กระดบั ขันธ ๕ ลงได โดยเฉพาะอยา งยิ่งถาเสน ทางธรรมของเรายงั วกวนอยูกับการเอาแตค ดิ เอาแตพูดเรอ่ื งธรรมะ แมจะเปนธรรมะช้นั สงู ของพระอรหนั ต ก็อาจจะเสริมแรงดงึ ดูดใหหนกั หนว งขน้ึ ไปอกี คาท่เี ขาใจผิดคดิ วาตนรหู มดแลว แทงถึงธรรมช้นั สงู แลว แตถ า เริม่ เจรญิ สตติ ามลาํ ดบั เขา มารกู ายใจท่ีปรากฏอยูตามจรงิ ในปจจบุ ัน จนเหน็ วา ไมเท่ยี ง ไมใ ชบ คุ คล เปนของสูญ น่นั เองกายใจจงึ ปรากฏเหมือนแมเ หล็กท่เี สือ่ มแรงดึงดดู ลงทกุ ที แตละครง้ั ทจ่ี ติ รคู วามไมเทย่ี งของกายใจ เห็นวาเปนอนื่ เปน ของแปลกปลอม เปน ภาระ ไมน าเอา ก็คอื การถอยหา งออกมาจากอํานาจดึงดดู ของกายใจทลี ะนอ ยทงั้ สน้ิ ความเสื่อมอาํ นาจดงึ ดดู จะมาในรูปของความรสู ึกแหนงหนา ย คลายความยินดี เหน็ วาอะไรๆเกิดขน้ึ หลอกๆช่วั ครชู ัว่ คราว ไมเ ห็นจะนา ตดิ ใจ ตายแลว เอาอะไรไปไมไ ด แมย ังอยกู ไ็ มแ นวา จะครองอะไรนาน ฉะนน้ั ไมค วรนับวาเราไดอ ะไรมาเทาไร แตค วรนบั วาเสยี อะไรไปบางมากกวา อยา งไรก็ดี แมเร่มิ เขาใจความจรงิ อยา งอรยิ ะ กเิ ลสเริม่ นอ ยลง แตอ าํ นาจดงึ ดูดที่มากมาย ๕๑

มหาศาลของกายใจน้นั กไ็ มใชเอาชนะกนั ไดงายๆ วันน้เี บ่อื หนาย พรงุ น้อี ยากอีก เบ่ือๆอยากๆสลับกัน แสดงใหเ หน็ วา อาํ นาจดงึ ดดู ของกายใจนนั้ เสื่อมไดดว ยสติ ทวา กอ็ าจแกกลา ขึน้ ใหมด ว ยการเผลอหลงลืม ไมตั้งสติรคู วามจริงทเ่ี ขา มากระทบในแตล ะคร้ัง ตอ เมื่อเจริญสติโดยไมประมาท ไมเผลอนกึ วาเกง แลว ในท่สี ุดจะรกู ายใจไดล ะเอียด เห็นเปน เพยี งองคป ระกอบของสภาวะตางๆ กระทัง่ ความรสู ึกวา น่คี ือกายใจหายไป กลายเปนความรชู ัดวา น่สี ักแตเ ปน สภาวธรรม เมอ่ื เหน็ วา มแี ตสภาวธรรมคอื ขันธ ๕ ประชมุ กันลวงตาลวงใจ กย็ อมหมดหวงั วาอะไรๆจงเทีย่ ง อะไรๆจงเปนไปตามใจเรา และเม่ือเห็นทุกส่ิงมีเหตุผลทีจ่ ะเกดิ กบั ทงั้ มีกาลอันควรทจ่ี ะดบัเปน ความสบื เนือ่ งแหงกองทกุ ขทไี่ รแกน สาร ความรูสกึ อยากมขี ันธ ๕ ยอ มเปลยี่ นไปเปนความรูสกึใครพน ไปจากขันธ ๕ เสยี แทน ตวั ความรสู ึกใครพ น ไปจากขนั ธ ๕ อยางแทจ ริง คอื เครือ่ งบอกวาแรงดงึ ดูดของขันธ ๕ ออ นกําลงั ลงเต็มที หากเจรญิ สตไิ มเลิกราถึงจดุ หนง่ึ เยอ่ื ใยท่ผี ูกใหหลงยดึ วา ขันธ ๕ เปน ตัวเรายอ มถึงกาลขาดสะบน้ั ลง จติ ตั้งมั่นเปนฌาน ปฏิรูปตนเปนไฟลา งกเิ ลสทเ่ี รยี ก ‘มรรคจิต’ รแู จม แจงวาขันธ๕ ไมใ ชเรา กับท้งั ประจักษด ว ยจิตวา พน จากขันธ ๕ ยังมีความสงบจากขนั ธ ๕ อันไรนิมิต ไรท ต่ี ง้ัเปน ธรรมชาตทิ ่ปี ราศจากการอุบตั ขิ ้ึนและพินาศลง จึงเปน อมตะและทรงความมหศั จรรยเ หนือจนิ ตนาการใดๆ ในความพิสทุ ธไ์ิ รขันธ ๕ น้ันไมอ าจมีชอ่ื แตเ ม่ือตองสมมตุ ิเรียกเพื่อใหค นทง้ั หลายเขาใจ ก็สมควรเรียก ‘ส่งิ น้นั ’ ตามลกั ษณะเฉพาะ เชน เรยี กวา ‘บรมสุข’ เพราะสขุ จริงโดยไมต อ งอิงเวทนาขันธ หรืออาจเรยี กวา ‘อมตะ’ เพราะไมม วี ันตาย หรอื อาจเรียกวา ‘อนันตะ’ เพราะไมมีขอบเขตอนัเปน ทีส่ ุด หรืออาจเรียกวา ‘นิพพาน’ เพราะดับสนทิ จากทุกขแ ละเหตแุ หงทุกข ฯลฯ จะเรียกเปนอยา งไรกต็ าม สรุปคือ ‘สิ่งนัน้ ’ เปน ของจริง เพราะไมเลอะเลอื นไป แตกตา งจากขนั ธ ๕ อนั เปนเท็จเพราะไมอาจตั้งอยูไดนาน ขนั ธ ๕ ใดรจู ักนิพพาน ขนั ธ ๕ นน้ั สมมตุ เิ รยี กวา ‘โสดาบัน’ เพราะทาํ ลายความเห็นผดิ วากายใจเปน ตวั ตนไดแ ลว มีอนั ไมตกต่าํ เปน ธรรมดา ไมสงสยั ความจรงิ ในแบบของอริยะและไมม ที างหลงไขวเ ขวไปถอื ปฏิบตั ติ นตามแนวทางท่มี ใิ ชอรยิ ะอีกอยางเด็ดขาด โสดาบนั บคุ คลจึงไดช่อื วา เปนผูเ ขา กระแสนพิ พาน ไมกลับตกต่าํ เปน ธรรมดา เม่อื โสดาบนั บุคคลเจริญสติ ยอ มรวู าแมจิตไมใชต น แตจ ติ ก็รูน ิพพานได โดยอาศยั การเห็นกายใจไมเทย่ี ง จนคลายความยินดีในกายใจ เปล่ียนมายินดใี นความเปน กลางวางเฉย เมือ่ เปนสมาธิ ๕๒

ต้ังมั่นเตม็ ที่แลวถอนความยินดีในความเปน กลางวางเฉยนน้ั อกี ชน้ั จิตกจ็ ะหลุดจากกรอบครอบงําของขันธ ๕ แลวตืน่ รูเบิกบานอยูในการเหน็ นพิ พานอันสงบจากขันธ ๕ นิง่ รนู ิพพานดว ยอํานาจฌานอยางนัน้ โดยไมม ไี ฟลางกิเลสลุกโพลงขึ้นแตอยางใด แตแ มเ ห็นนิพพานไดอ ยางโสดาบนั อํานาจแรงดึงดดู ของกายใจก็ยังไมหมด เห็นไดจากท่ีโสดาบนั บุคคลยังมีราคะ โทสะ และโมหะไดเ ทา เดมิ เพยี งแตจ ะไมห ลงทําผดิ ศลี ธรรมดว ยอาํ นาจกิเลสฝา ยต่าํ เหลา นั้น เมอื่ ไมต ง้ั อยูในความประมาท กับทงั้ อาศยั ความเบิกบานในการเห็นนพิ พาน ก็เดนิ หนาเจริญสตติ อ ไป สะสมกําลงั สติ รคู วามจรงิ แบบอรยิ ะชดั เจนขึน้ โสดาบนั บคุ คลจะยกระดับไดอ ีกข้นัเมอ่ื จติ ปฏิรูปตนเปนไฟลา งกิเลสครงั้ ที่ ๒ เราสมมุติเรียกวา ‘สกทาคาม’ี เพ่ือใหค นในโลกสมมตุ ิทราบวาเปน บุคคลผบู รรเทาเบาบางลงจากราคะ โทสะ โมหะแลว อํานาจดึงดูดของกายใจยงั ไมหมด สกทาคามีบคุ คลตอ งเจริญสติตอ ไปอีก กระทงั่ ยกระดับไดอกี ข้ัน เมื่อจิตปฏิรูปตนเปนไฟลางกเิ ลสคร้ังท่ี ๓ เราสมมุติเรยี กวา ‘อนาคาม’ี เพื่อใหค นในโลกสมมุติทราบวา เปน บุคคลผหู มดจากกามราคะแลว ไมมคี วามขดั เคอื งใดๆกระทบใจไดอ ีกแลว จติ จึงมีความสขุ เปน ปกติ รขู ันธจากระยะหา ง ไมเ ขามายงุ ดว ยแบบประชิดติดพนั เหมือนเคยๆ แตแรงยดึ เหนีย่ วสดุ ทายอันเปรยี บเหมือนเสนใยบางๆยงั คงอยู และเสน ใยบางๆนีเ้ องที่ลกึ ลับท่ีสุด เหน็ ยากทีส่ ดุ เพราะคลายขันธ ๕ ไรแรงดึงดดู แลว ไมอ าจครอบงําจิตไดอ กี แลว แตจิตก็ยังไมเปนอสิ ระถึงที่สุด ยังรูส กึ วา ขนั ธ ๕ เปนตนอยู ตอ เมอื่ อนาคามบี ุคคลเจรญิ สติจนทราบชัดถงึ ทีส่ ุด วาจติ ผูรูทแ่ี สนสขุ กเ็ ปนตวั ทกุ ขอยทู งั้ ตวั พอทาํ ลาย ‘ความไมรวู าจติ เปนทุกข’ เสยีไดอยา งเดด็ ขาด นั่นเองจติ จึงปฏิรปู ตนเปนไฟลางกเิ ลสครัง้ สดุ ทาย ไดช อ่ื วา ‘อรหนั ต’เพราะมจี ติ พรากจากขันธอยา งเด็ดขาดแลว ผเู ขาถึง ‘จติ ทพี่ รากจากขันธ’ ยอมทราบวานอกจากภาวะถอยหา งเปน ตา งหากจากกายใจยงั มีภาวะเหมอื นอยูคนละโลกกบั กายใจ แบบเดียวกับเหนอื ฟา ยงั มีฟา แตน ีค่ ือท่สี ดุ ของฟาจริงๆ แมในขณะแหงการพูดคุย มโนภาพบคุ คลผกู าํ ลงั พดู คยุ กไ็ มเกิดข้ึนในหว งมโนทวารเลย อยาวาแตจ ะมีแรงยดึ สักนอ ยหนงึ่ มาถอื เอากายใจเปนตน การเจริญสตติ ามวธิ ีของพระพุทธเจา นาํ ไปสูความมหัศจรรยเหนอื ความมหัศจรรยทั้งปวงพวกเราเปน มนษุ ยผปู ระกอบดว ยกายใจ มีศกั ยภาพในการเจริญสตอิ ยา งถกู ตอง จงึ ไมค วรรรี อแมแ ตน าทีเดยี วในอันที่จะพิสูจน เพอ่ื ทราบวา ที่สดุ ของความคุมในชวี ติ มใิ ชการใชช วี ติ ไดต ามอาํ เภอใจ แตเปนการไดห ลุดพน จากการครอบงําตามอาํ เภอใจของชวี ิตตา งหาก ๕๓


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook