Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 1.วินัยและการรักษาวินัย

1.วินัยและการรักษาวินัย

Published by kitthanachon01, 2021-11-08 14:11:11

Description: 1.วินัยและการรักษาวินัย

Search

Read the Text Version

อยากเป็น “ครอู าชวี ะ” 1. วินัยและการรกั ษาวนิ ยั “วินัย” ตามพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายความวา ระเบียบ แบบแผน และขอ ปฏิบตั ิ วินัยขาราชการ คือ ระเบียบ กฎเกณฑ แบบแผนความประพฤติที่ทางราชการ กำหนดใหขาราชการยึดถือและปฏิบัติ เปนลักษณะเชิงพฤติกรรมที่ขาราชการแสดงออกมา ในทางที่ถูกที่ควร เปนการควบคุมตนเองใหแสดงพฤติกรรมที่ถูกระเบียบ หลักเกณฑ หรือ แบบแผนท่ีขาราชการกำหนดไว หากฝาฝนอาจตอ งไดร บั โทษ สามารถแยกวนิ ัยขา ราชการได 2 ความหมาย คอื 1. วินัย หมายถึง ระเบียบ กฎเกณฑ แบบแผนของความประพฤติที่ทางราชการ กำหนดใหข า ราชการยึดถอื และปฏิบัติ 2. วินัย หมายถึง ลักษณะเชิงพฤติกรรมที่ขาราชการแสดงออกมาในทางที่ถูกที่ควร เปนการควบคุมตนเองใหแสดงพฤติกรรมที่ถูกระเบียบ หลักเกณฑ หรือแบบแผนที่ทางราชการ กำหนดให ดังนั้นสามารถสรุปไดวา วินัย หมายถึง กฎเกณฑ ขอบังคับ หรือแบบแผน ความประพฤตทิ ี่ควบคุมพฤติกรรมของคนในองคกรใหเ ปนแนวทางท่ดี ีทพ่ี ึงประสงค วตั ถุประสงคของการมีวินยั ในองคกรตางๆ ไมวาภาครัฐหรือเอกชน จะตองมีเปาหมายขององคกร เพื่อความ เจรญิ กาวหนาขององคก ร โดยมีวัตถุประสงคหลกั ที่สำคญั ของทางราชการ สามารถสรปุ ไดด ังนี้ 1. เพอ่ื ใหเ กิดประสิทธภิ าพสงู สุดของทางราชการ 2. เพอ่ื ใหเกดิ ผลดกี บั ทางราชการและความผาสุกของประชาชน 3. เพอื่ ความมั่นคงและความเจรญิ ของประเทศชาติ หลกั เกณฑใ นการใชพิจารณาวา การกระทำอยา งไรจะผิดวินัยหรอื ไม 1. เปน การกระทำท่ีกระทบตอ ความมนั่ คงของประเทศชาติ 2. เปน การกระทำทก่ี ระทบตอ ความผาสุกหรือสรา งความเดอื ดรอนใหสงั คมหรือไม 3. เปนการกระทำที่สรางความเสียหายหรือกระทบตอภาพลักษณและชื่อเสียงของทาง ราชการหรือไม 1

อยากเปน็ “ครอู าชวี ะ” พระราชบัญญัตสิ ภาครูและบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 กำหนดวา ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา หมายความวา ครู ผูบริหารสถานศึกษา ผูบริหาร การศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ซึ่งไดรับใบอนุญาตเปนผูประกอบอาชีพ ตามพระราชบัญญัติน้ี ครู หมายความวา บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพหลักทางดานการเรียนการสอนและ สงเสริมการเรยี นรขู องผูเ รียนดว ยวิธกี ารตา ง ๆ ในสถานศกึ ษาปฐมวยั ข้นั พนื้ ฐานและอดุ มศกึ ษา ทตี่ ำ่ กวา ปรญิ ญา ท้ังของรฐั และเอกชน ผูบริหารสถานศึกษา หมายความวา บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหนงผูบริหาร สถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาอื่นที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอดุ มศกึ ษาตำ่ กวา ปริญญาทงั้ ของรฐั และเอกชน ผูบริหารการศึกษา หมายความวา บุคคลซึ่งปฏิบัติงานในตำแหนงผูบริหาร นอกสถานศึกษาในระดับเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษา บุคลากรทางการศึกษาอื่น หมายความวา บุคคลซึ่งทำหนาที่สนับสนุนการศึกษา ใหบริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการ บรหิ ารการศึกษาในหนว ยงานการศึกษาตาง ๆ ซ่ึงหนว ยงานการศึกษากำหนดตำแหนงใหตองมี คณุ วุฒทิ างการศกึ ษา วินัยขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คือ ขอบัญญัติที่กำหนดเปนขอหาม และขอบัญญัติตามหมวด 6 แหงพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการครูและบุคลากร ทางการศกึ ษา พ.ศ. 2547 จากมาตรา 82-97 โดยมสี าระสำคญั ดังนี้ มาตรา 82 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองรักษาวินัยที่บัญญัติไว เปนขอหามและขอปฏิบัติในหมวดนี้โดยเครงครัดอยูเสมอ (ความผิดที่เกิดกอนบรรจุแตงตั้งครู ไมอาจนำมาลงโทษทางวนิ ัยได) มาตรา 83 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองสนับสนนุ การปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยโดยมพี ระมหากษัตริยท รงเปนประมขุ ตามรัฐธรรมนญู แหงราชการอาณาจักรไทย ดวยความบริสุทธิ์ใจและมีหนาที่วางรากฐานใหเกิดระบอบการปกครองเชนวานั้น (ยุยงใหคนอ่ืน ไมไ ปใชส ิทธิ์ใชเ สียง มีโทษ ภาคทัณฑ) 2

อยากเป็น “ครอู าชีวะ” มาตรา 84 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองปฏิบัติหนาที่ราชการดวยความ ซื่อสัตยสุจริตเสมอภาคและเที่ยงธรรม มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส รักษาประโยชนของทางราชการและตองปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ อยางเครงครัด หามมิใหอาศัยหรือยอมใหผูอื่นอาศัยอำนาจและหนาที่ราชการของตน ไมวาจะ โดยทางตรงหรอื ทางออ ม หาประโยชนใ หแกตนเองหรือผอู ่ืน การปฏิบัติหรือละเวนการปฏิบัติหนาที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อใหตนเองหรือผูอื่นไดรับ ประโยชนทมี่ ิควรไดเ ปน การทจุ รติ ตอหนา ทีร่ าชการ เปน ความผิดวินยั รา ยแรง (ไลอ อก) มาตรา 85 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองปฏิบัติหนาที่ราชการใหเปนไป ตามกฎหมาย ระเบยี บแบบแผนของทางราชการและหนวยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรี หรอื นโยบายของรัฐบาล โดยถือประโยชนสูงสุดของผูเรียน และไมใหเกิดความเสียหายแกทาง ราชการ การปฏิบัติหนาที่ราชการโดยจงใจไมปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทาง ราชการ และหนวยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเลอ หรือขาดการเอาใจใสระมัดระวังรักษาประโยชนของทางราชการ อันเปนเหตุใหเกิดความ เสียหายแกราชการอยางรายแรงเปนความผิดวินยั รายแรง (ประมาท คือ ขาดความรอบคอบ ขาดความระมัดระวงั : เปนครูคมุ สอบไมดใี หนักเรียนลอกขอ สอบกัน) (เลินเลอ คอื ไมร อบคอบในส่งิ ทค่ี วรกระทำ : เจาหนา ทีก่ ารเงินลมื นำเงนิ เก็บใสตนู ิรภัย) มาตรา 86 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองปฏิบัติตามคำสั่งของ ผูบังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหนาที่ราชการโดยชอบดวยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไมขดั ขนื หรอื หลกี เลย่ี ง แตถาเห็นวา การปฏิบตั ติ ามคำสงั่ นนั้ จะทำใหเ สยี หายแกร าชการ หรือ จะเปนการไมรักษาประโยชนของทางราชการจะเสนอความเห็นเปนหนังสือภายใน 7 วัน เพื่อใหผูบังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้นกไ็ ด และเมื่อเสนอความเหน็ แลว ถาผูบังคับบัญชายืนยัน เปน หนังสือใหป ฏบิ ัตติ ามคำสั่งเดิม ผูอยูใตบ งั คบั บัญชาจะตองปฏิบตั ิตาม การขัดคำสั่งหรือหลีกเลี่ยงไมปฏิบัติตามคำสั่งของผูบังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหนาที่ราชการ โดยชอบดวยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเปนเหตุใหเสียหายแกราชการ อยางรา ยแรง เปน ความผิดวินัยอยางรายแรง (คำส่ังผบู ังคบั บัญชา เปนลายลักษณอักษร หรอื วาจา หรือ Line ก็ได เชน ผอ.สั่งใหมาทำงานเรงดวนในวันหยุดแตไมมา โทษภาคทัณฑ ผอ.สั่งใหปฏิบัติหนาที่เวรรักษาการณ แตไมอยูเกิดเหตุเพลิงไหม หรือโจรมาขโมยสิ่งของ โทษไลอ อก) 3

อยากเป็น “ครอู าชวี ะ” มาตรา 87 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองตรงตอเวลา อุทิศเวลาของตน ใหแ กทางราชการและผูเ รียน จะละทงิ้ หรือทอดท้งิ หนา ทร่ี าชการโดยไมมีเหตผุ ลอันสมควรมไิ ด การละทง้ิ หนาท่หี รอื ทอดท้ิงหนาที่ราชการติดตอ กันเปนเวลาเกินกวา 15 วัน โดยไมมี เหตุผลอันสมควรหรือโดยมพี ฤตกิ ารณอนั แสดงถงึ ความจงใจไมป ฏิบตั ติ ามระเบยี บของทางราชการ เปนความผิดวินยั อยางรา ยแรง (ละทิง้ หมายถึง ไมอยูป ฏิบตั ิงานตามหนา ที่หรอื ไมม าปฏบิ ัตหิ นา ท่เี ลย) >> กลับกอ นเวลา >> มาสายบอยคร้งั ไมมีเหตุผลพอ ไมร า ยแรง >> มาลงชอื่ ปฏบิ ัตหิ นาทแี่ ตไมอยโู รงเรยี น >> ลาศึกษาตอตางประเทศแลวไมกลบั มาเลย ไลอ อก (เขา ขายความผิดปรากฏชัดแจง ) >> ละท้ิงหนาทีเ่ กนิ กวา 15 วนั (ทอดทิง้ หมายถึง ตัวอยูแตไมทำงาน ไมเ อาใจใส ไมเ อาธรุ ะ ไมนำพา) มาตรา 88 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองประพฤติเปนแบบอยางที่ดี แกผูเรียน ชุมชน สังคม มีความสุภาพเรียบรอย รักษาความสามัคคี ชวยเหลือเกื้อกูล ตอผูเรียนและระหวางขาราชการดวยกันหรือผูรวมปฏิบัติราชการ ตอนรับ ใหความสะดวก ใหค วามเปนธรรมแกผ ูเ รยี นและประชาชนผมู าติดตอราชการ การกลน่ั แกลง ดหู มนิ่ เหยียดหยาม กดขี่หรอื ขม เหงผูเรยี น หรอื ประชาชนผูมาติดตอ ราชการอยางรา ยแรง เปน ความผดิ วนิ ยั อยางรายแรง ** เหยียดหยาม คอื กิริยาอาการดูถูกหรือรังเกียจ ** กดข่ี คอื ขม ใหอยใู นอำนาจของตน ใชอำนาจบังคับเอา แสดงอำนาจเอา ** ขมเหง คือ ใชอ ำนาจรงั แก ** ดูหม่นิ คือ ดูถกู วาไมด ี ไมเกงจรงิ สบประมาท (ดูหมน่ิ เหยยี ดหยาม นักเรยี นวาโงเ ปนควาย โทษปลดออก กล่ันแกลง ไมนำเรอื่ งเบกิ เงนิ งวดกอสรา งไปสง ทำใหผูร ับเหมาไดร บั เงนิ ลา ชา โทษปลดออก) 4

อยากเป็น “ครอู าชีวะ” มาตรา 89 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตอ งไมกลั่นแกลง กลาวหา หรือ รอ งเรยี นผูอืน่ โดยปราศจากความจริง (ตัดเงนิ เดือน) การกระทำดังกลาวถาเปนเหตุใหผูอื่นไดรับความเสียหายอยางรายแรง เปนความผิด วนิ ยั อยา งรา ยแรง (ปลดออก) มาตรา 90 ขาราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษาตองไมกระทำการหรือยอมใหผูอ่ืน กระทำการหาประโยชนอันอาจทำใหเสื่อมเสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักด์ิ ในตำแหนงหนา ทรี่ าชการของตน การกระทำตามวรรคหนึ่ง ถาเปนการกระทำโดยมีความมุงหมายจะใหเปนการซื้อขาย หรือใหไดรับแตงตั้งใหดำรงตำแหนงหรือวิทยฐานะใดโดยไมชอบดวยกฎหมาย หรือเปนการ กระทำอนั มลี ักษณะเปนการให หรือไดม าซึง่ ทรัพยส ินหรือสทิ ธปิ ระโยชนอ ่ืน เพื่อใหตนเองหรือ ผูอื่นไดรับการบรรจุและแตงตั้งโดยมิชอบ หรือเสื่อมเสียความเที่ยงธรรม เปนความผิดวินัย อยา งรายแรง (ไลอ อก) มาตรา 91 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองไมคัดลอกหรือลอกเลียน ผลงานทางวชิ าการของผูอน่ื โดยมิชอบ หรอื นำเอาผลงานทางวิชาการของผูอ่ืน หรอื จา ง วาน ใชผูอื่นทำผลงานทางวิชาการเพื่อไปใชในการเสนอขอปรับปรุงการกำหนดตำแหนง การเลื่อน ตำแหนง การเลื่อนวิทยฐานะหรือการใหไดรับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น การฝาฝนหลักการ ดังกลา วนี้ เปนความผดิ วนิ ัยอยา งรายแรง (ไลออก) ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาท่ีรวมดำเนินการคัดลอกหรือลอกเลียนผลงาน ของผูอื่นโดยมิชอบ หรือรับจัดทำผลงานทางวิชาการไมวาจะมีคาตอบแทนหรือไม เพื่อใหผูอื่น นำผลงานนัน้ ไปใชป ระโยชนใ นการดำเนินการดังกลาว เปน ความผิดวินยั อยา งรา ยแรง (ไลอ อก) มาตรา 92 ขา ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองไมเปนกรรมการผูจัดการ หรือ ผูจัดการ หรือดำรงตำแหนง อืน่ ใดทม่ี ีลกั ษณะงานคลายคลึงกันนั้นในหา งหนุ สว นหรือบรษิ ัท (เปนกรรมการอำนวยการ/ผูอำนวยการ/ผูจัดการบรษิ ทั /ผูจดั การหางหนุ สวน โทษ ภาคทณั ฑ) มาตรา 93 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองวางตนเปนกลางทางการเมือง ในการปฏิบัติหนาที่และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวของกับประชาชนโดยไมอาศัยอำนาจและ หนาที่ราชการของตนแสดงการฝกใฝ สงเสริม เกื้อกูล สนับสนุนบุคคล กลุมบุคคล หรือพรรค การเมืองใด (ยินยอมใหส ถานท่ีราชการเปน การหาเสียงเฉพาะกลุม โทษ ภาคทัณฑ) ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองไมเขาไปเกี่ยวของกับการดำเนินการใด ๆ อันมีลักษณะเปนการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิก สภาทองถิ่น หรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเปนการสงเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งจะตองไมใหการสงเสริม สนับสนุน หรือชักจูงใหผูอื่นกระทำการในลักษณะเดียวกัน 5

อยากเปน็ “ครอู าชวี ะ” การดำเนินการที่ฝาฝนหลักการดังกลาวนี้ เปนความผิดวินัยอยางรายแรง (เขาไปเปนตัวการ แจกเงนิ หาเสยี ง วางแผน เพื่อซอื้ สทิ ธิ ขายเสียง โทษ ไลออก) มาตรา 94 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตองรักษาชื่อเสียงของตนเองและ รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหนงหนาที่ราชการของตนมิใหเสื่อมเสียโดยไมกระทำการใด ๆ อันได ช่อื วาเปน ผปู ระพฤติชวั่ การกระทำความผิดอาญาจนไดร ับโทษจำคุก หรอื โทษทห่ี นกั กวาจำคุก โดยคำพิพากษา ถึงที่สุดใหจำคุกหรือใหรับโทษที่หนักกวาจำคุก เวนแตเปนโทษสำหรับความผิดที่ไดกระทำ โดยประมาท หรือความผิดลหุโทษหรือกระทำการอื่นใดอันไดชื่อวาเปนผูประพฤติชั่ว อยางรายแรง เปนความผิดวินัยอยางรายแรง ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสพยาเสพตดิ หรือสนับสนนุ ใหผูอ ื่นเสพยาเสพติด เลนการพนันเปนอาจิณหรือกระทำการลวงละเมิดทางเพศตอผูเรียนหรือนักศึกษา ไมวาจะอยู ในความดูแลรับผดิ ชอบของตนหรือไม เปนความผิดวินัยอยา งรา ยแรง ** การพจิ ารณาประพฤตชิ ่ัว มอี งคป ระกอบ 3 ประการ 1. เกียรติของราชการ 2. ความรูสกึ ของสังคม 3. เจตนาที่กระทำ - จำคุกอาญา ส้ินสดุ ความเปนครู โทษ ไลอ อก - สัมพนั ธช ูสาวคูสมรสคนอน่ื โทษ ไลอ อก - ดื่มสุราขณะปฏิบัติหนา ที่ โทษ ปลดออก - เมาสรุ าเสียราชการ โทษ ปลดออก - เปด เผยขอ สอบเรียกรับเงนิ จากผเู รียน โทษ ไลอ อก 6

อยากเป็น “ครูอาชีวะ” มาตรา 95 ใหผูบังคับบัญชามีหนาที่เสริมสรางและพัฒนาใหผูอ ยูใตบังคับบัญชามวี ินยั ปองกัน มิใหผูอยูใตบังคับบัญชากระทำผิดวินัยและดำเนินการทางวินัยแกผูอยูใตบังคับบัญชา ซ่งึ มกี รณอี ันมมี ูลทคี่ วรกลา วหาวา กระทำผิดวินัย การเสริมสรางและพัฒนาใหผูอยูใตบังคับบัญชามีวินัยใหกระทำโดยการปฏิบัติตน เปนแบบอยางทด่ี ี การฝก อบรม การสรางขวัญและกำลงั ใจ การจงู ใจ หรอื การอืน่ ใดในอันที่จะ เสรมิ สรา งและพฒั นาเจตคติ จิตสำนกึ และพฤติกรรมของผูอยใู ตบงั คบั บญั ชาใหเปนไปในทางที่มี วนิ ยั การปองกันมิใหผูอยูใตบังคับบัญชากระทำผิดวินัยใหกระทำโดยการเอาใจใส สังเกตการณและขจัดเหตุที่อาจกอใหเกิดการกระทำความผิดวินัยในเรื่องอันอยูในวิสัยที่จะ ดำเนินการปอ งกันตามควรแกก รณีได เม่อื ปรากฏกรณมี ีมลู ทีค่ วรกลา วหาวา ขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาผูใดกระทำ ผิดวนิ ยั ไดมพี ยานหลักฐานในเบอ้ื งตน อยูแลว ใหผ ูบงั คบั บัญชาดำเนินการทางวนิ ัยทนั ที เมื่อมีการกลาวหาโดยปรากฏตัวผูกลาวหาหรือกรณีเปนที่สงสัยวาขาราชการครูและ บคุ ลากรทางการศึกษาผูใดกระทำผิดวินัยโดยยังไมม ีพยานหลักฐานใหผูบ ังคับบญั ชารีบดำเนินการ สืบสวนหรือพจิ ารณาในเบ้อื งตน วากรณมี มี ูลทีค่ วรกลา วหาวาผูน้ันกระทำผิดวินยั หรือไม ถาเห็นวา กรณีไมมมี ูลท่คี วรกลา วหาวากระทำผดิ วินัยจงึ จะยตุ ิเรื่องได ถา เห็นวากรณมี ีมูลที่ควรกลาวหา วากระทำผิดวินยั กใ็ หด ำเนินการทางวนิ ัยทนั ที ** สบื สวน คอื ข้นั ของการหาขอ มลู ** สอบสวน คอื กระบวนการทางวนิ ยั 7

อยากเป็น “ครูอาชวี ะ” มาตรา 96 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดฝาฝนขอหามหรือไมปฏิบัติ ตามขอปฏิบัติทางวินัยตามที่บัญญัติไวในหมวดนี้ ผูนั้นเปนผูกระทำผิดวินัยจักตองไดรับโทษ ทางวนิ ัย เวนแตม ีเหตอุ นั ควรงดโทษตามทีบ่ ัญญตั ิไวในหมวด 7 โทษทางวินยั มี 5 สถาน คอื ไมรายแรง ปลด รา ยแรง 1) ภาคทัณฑ ไล 2) ตัดเงินเดือน ภาค 3) ลดเงนิ เดือน ตดั 4) ปลดออก ลด 5) ไลออก ผูใดถูกลงโทษปลดออก ใหผูนั้นมีสิทธิไดรับบำเหน็จบำนาญเสมือนวาเปนผูลาออก จากราชการ ** ใหอ อก ไมใชโ ทษทางวนิ ัย ** ** วากลาวตักเตือนหรือการทำทัณฑบนไมถือเปนโทษทางวินัย ใชในกรณีที่เปน ความผิดเล็กนอยและมีเหตอุ ันควรงดโทษ เชน เปนความผิดเล็กนอยและเปนความผิดครั้งแรก การวากลา วตกั เตือนนนั้ ผบู ังคบั บญั ชาอาจเรียกมาวา กลาวตกั เตือนมิใหก ระทำความผิดเชนน้ันอีก หรือใหพึงระมัดระวังโดยไมตองทำเปนหนังสือ แตอาจมีการบันทึกหมายเหตุประจำวันของ หนวยงานหรอื ของผูบงั คบั บญั ชา สำหรบั การทำทัณฑบ นนัน้ กฎหมายกำหนดใหทำเปนหนังสือ การลงโทษทางวินัย ตองทำเปนคำสง่ั ** โทษภาคทัณฑ ใชลงโทษในกรณีที่เปนความผิดเล็กนอยหรือมีเหตุอันควรลดหยอน ซง่ึ ยังไมถงึ กบั ตอ งถกู ลงโทษตดั เงนิ เดือน สำหรับโทษภาคทัณฑไ มต อ งหามการเลื่อนเงินเดือน ** โทษตัดเงินเดือนและลดเงินเดือน ใชลงโทษในความผิดที่ไมถึงกับเปนความผิด รา ยแรงและไมใชก รณีทเ่ี ปน ความผดิ เลก็ นอย ** โทษปลดออกและไลออก ใชลงโทษในกรณีท่ีเปนความผิดรายแรงเทานั้น โดยให พจิ ารณาโทษตามพฤตกิ ารณแหงการกระทำหรือความรายแรงแหง กรณี ถามีเหตุอนั ควรลดหยอน จะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได โดยตองวางโทษกอนวากรณีกระทำผิดน้ัน เปนความผิดกรณีใด สมควรลงโทษสถานใด แตมีเหตุอันควรลดหยอ นอยางไร เชน ไมเคย กระทำความผดิ มากอน กระทำโดยรเู ทา ไมถ งึ การณ แกไ ขบรรเทาความเสยี หาย คุณความดี ฯลฯ จงึ ลดหยอ นโทษเปนโทษสถานใด อยา งไรก็ดี หากเปนความผดิ วนิ ยั รา ยแรง 8

อยากเป็น “ครูอาชวี ะ” มาตรา 99 หามลดโทษต่ำกวาปลดออกสำหรับเปนความผิดฐานทุจริตตอหนาที่หรือ ละท้ิงหนา ท่ีราชการติดตอกนั ในคราวเดียวกนั เกนิ กวา 15 วัน โดยไมม ีเหตผุ ลอนั สมควรและ ไมกลับมาปฏิบัติราชการอีกเลย คณะรัฐมนตรีมีมติไววา ควรลงโทษไลออก ทั้ง 2 กรณี ความผดิ ฐานทุจริตนนั้ แมจะนำเงินท่ที ุจริตไปแลวมาคนื ก็ไมเ ปน เหตุใหลดหยอ นโทษ มาตรา 97 การลงโทษขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ใหท ำเปน คำสั่ง วธิ ีการออกคำสั่งเกยี่ วกบั การลงโทษใหเปนไปตามระเบียบของ ก.ค.ศ. ผูสั่งลงโทษตองสั่งลงโทษใหเหมาะสมกับความผิดและมิใหเปนไปโดยพยาบาท โดยอคติ หรือโดยโทสจริต หรือลงโทษผทู ไี่ มม คี วามผิด ในคำสั่งลงโทษใหแสดงวาผูถูกลงโทษกระทำผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมี เหตผุ ลอยา งใดในการกำหนดสถานโทษเชนนนั้ การดำเนินการทางวินยั 1. การตงั้ เรื่องกลา วหา 2. การสืบสวนหรอื การสอบสวน 3. การพิจารณาความผิดและกำหนดโทษ 4. การลงโทษหรอื งดโทษ 5. การดำเนินการในระหวางดำเนินการทางวินยั เชน ใหพ ักราชการ หรอื ใหออก จากราชการไวก อน มาตรา 98 การแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีขา ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา (ครผู ูชว ย คร)ู กระทำผิดวินยั ผสู ง่ั แตง ตั้ง กรรมการสอบสวนความผิด ดงั น้ี ความผดิ วินยั ไมร า ยแรง ใหผูบ ังคับบญั ชา (ผอ.) ความผิดวินัยรายแรง ใหผูมีอำนาจตามมาตรา 53 (เลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา โดยอนุมตั ิ อ.ก.ค.ศ. สอศ.) ** ในกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจงตามที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. จะดำเนินการทาง วนิ ัยโดยไมส อบสวนก็ได ** มาตรา 99 เมื่อไดดำเนินการสอบสวนผูถูกกลาวหาตามมาตรา 98 แลว ถาฟงไดวา ผถู ูกกลา วหามิไดกระทำผดิ วินัยใหส่ังยตุ ิเรื่อง 9

อยากเป็น “ครูอาชวี ะ” มาตรา 100 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใด กระทำผิดวินัยไมรายแรง ใหผูบังคับบัญชา สั่งลงโทษภาคทัณฑ ตัดเงินเดือน ลดเงินดือน ตามควรแกกรณีเหมาะสม กับความผิด ถามีเหตุอันควรลดหยอนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได แตสำหรับการ ลงโทษภาคทัณฑใหใชเฉพาะกรณีกระทำผิดวินัยเล็กนอย หรือมีเหตุอันควรลดหยอน ซง่ึ ยงั ไมถงึ กับจะตอ งถกู ลงโทษตดั เงนิ เดือน ในกรณีกระทำความผิดเล็กนอยและมีเหตุอันควรงดโทษ ทำทัณฑบนเปนหนังสือ หรือวากลาวตกั เตอื นก็ได กฎ ก.ค.ศ. วา ดวยอำนาจการลงโทษภาคทัณฑ ตัดเงินเดอื น หรือลดเงินเดือน พ.ศ. 2561 ตำแหนง โทษวินัยไมรายแรง ผอู ำนวยการสถานศกึ ษา ซ่ึงเปน ภาคทณั ฑ ตัดเงนิ เดอื น ลดเงินเดือน ผูบงั คบั บญั ชาของผูก ระทำผดิ วนิ ยั  ตัดเงินเดือนไดครั้งหน่ึง ไมรา ยแรง ในอัตรารอยละ 2 หรือ รอ ยละ 4 ของเงินเดอื นที่ - นายกรฐั มนตรี ผูนั้นไดรับในวันที่มีคำส่ัง - รฐั มนตรเี จาสงั กดั ลงโทษเปนเวลา 1 เดือน - ปลัดกระทรวง 2 เดือน หรอื 3 เดือน - เลขาธิการ  ตดั เงินเดือนไดครงั้ หน่ึง ลดเงนิ เดอื น - อธบิ ดี ในอัตรารอ ยละ 2 หรอื ไดครั้งหน่งึ - ศกึ ษาธกิ ารภาค รอยละ 4 ของเงนิ เดือนที่ ในอตั รารอ ยละ - ศกึ ษาธกิ ารจังหวดั ผูนน้ั ไดร ับในวนั ทีม่ ีคำส่งั 2 หรอื รอยละ 4 - ผอู ำนวยการสำนกั งานเขตพน้ื ที่ ลงโทษเปนเวลา 1 เดือน ของเงนิ เดือน การศึกษา ซ่งึ เปนผบู ังคับบัญชา 2 เดอื น หรอื 3 เดือน ท่ีผูน้ันไดรบั ของขา ราชการครูและบุคลากร ในวนั ท่มี คี ำสัง่ ทางการศึกษาผกู ระทำผดิ วนิ ยั ลงโทษ ไมร ายแรง การส่งั ลงโทษตัดเงินเดอื นหรือลดเงนิ เดอื น ถา จำนวนเงนิ เดือนทีจ่ ะตองตดั หรอื ลด มเี ศษไมถึงสบิ บาทในปด เศษท้ิง 10

อยากเปน็ “ครอู าชีวะ” กฎ ก.ค.ศ. วาดวยกรณีความผิดท่ปี รากฏชัดแจง พ.ศ. 2549 1. ความผดิ ชัดแจง กรณไี มร ายแรง มี 2 กรณี (ไมตองตง้ั กรรมการสอบสวนกไ็ ด) 1) ศาลพพิ ากษาถงึ ที่สดุ กระทำความผิด ยกเวน ความผิดโดยลหโุ ทษ 2) การกระทำผิดวนิ ัยไมรายแรง แลวทำหนงั สือสารภาพตอผูบ งั คบั บัญชา 2. ความผิดทีป่ รากฏชดั แจง ท่ีรา ยแรง (ไมต องตง้ั กรรมการสอบสวนก็ได) 1) ศาลพพิ ากษาถึงท่ีสดุ ใหจำคกุ หรือหนกั กวา จำคุก 2) การละท้งิ หนา ท่ีราชการ ติดตอ กันในคราวเดียวกนั เกินกวา 15 วัน โดยไมมี เหตผุ ลอันสมควรและไมกลับมาปฏบิ ตั ริ าชการอีกเลย 3) การกระทำผิดวนิ ัยรา ยแรง และทำหนังสอื สารภาพตอผูบังคบั บัญชา กรณคี วามผิดท่ปี รากฎชัดแจง ไมตอ งสอบสวนหรอื งดการสอบสวน ** ความผิดทางวินัย 1. ไมมอี ายุความ 2. ยอมความหรือชดใชด ว ยเงินไมได 3. ถาเปนความผิดทางวินัยไมรายแรง หัวหนาสถานศึกษาสั่งลงโทษโดยไมตอง ตั้งกรรมการสอบสวนได 4. ในระหวางถูกสอบสวนทางวินัยมีสิทธิลาออกจากราชการ ผูบังคับบัญชา จะอา งการสอบสวนมายับยงั้ การลาออกไมได แตการสอบสวนไมย ุตติ องดำเนนิ การตอ ไป 5. แมจะถอนคำรองกลา วหา ไมมีผลใหว นิ ัยยตุ ิ 6. วินัยไมร ะงับ เพราะเหตุเกษียณอายุราชการ 7. การสารภาพไมเปนเหตลุ ดหยอนโทษ มาตรา 103 ขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาผใู ด มีกรณถี ูกกลาวหาวากระทำ ผิดวินัยอยางรายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน ผูมีอำนาจอาจสั่งพักราชการหรือใหออกจาก ราชการไวก อ น เพือ่ รอฟง ผลการสอบสวนพิจารณาได 11

อยากเปน็ “ครอู าชีวะ” มาตรา 107 ขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาออกจากราชการเมื่อ 1) ตาย 2) พนจากราชการตามกฎหมายวาดว ยบำเหน็จบำนาญขาราชการ 3) ลาออกจากราชการและไดร บั อนุญาตใหลาออก 4) ถกู สง่ั ใหอ อกตามมาตราดังตอไปน้ี มาตรา 49 ขาดคณุ สมบตั ิ มาตรา 56 ไมผ า นการเตรียมความพรอมและพฒั นาอยางเขม มาตรา 103 ถูกกลา วหาวา กระทำผิดวนิ ยั รา ยแรง - พักราชการ มาตรา 110 เจบ็ ปว ยนาน ยบุ เลกิ ตำแหนง ปฏิบตั งิ านไมม ีประสิทธิภาพ มาตรา 111 หยอ นความสามารถ มาตรา 112 มีมลทินมวั หมอง มาตรา 113 จำคุกความผดิ ประมาท – ลหโุ ทษ มาตรา 114 รบั ราชการทหารและกลบั มาภายใน 180 วันนับต้งั แต วนั พน ราชการทหาร มาตรา 118 มีกรณสี มควรใหอ อกจากราชการกอ นโอนมาจากทองถ่ิน 5) ถกู สงั่ ลงโทษปลดออกหรือไลอ อก 6) ถกู เพิกถอนใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพ เวน แตไ ดรบั แตงต้ังใหดำรงตำแหนงอ่ืน ท่ีไมต องมใี บอนุญาตประกอบวชิ าชพี ตามมาตรา 109 วนั ออกจากราชการตาม 4) 5) และ 6) ใหเปนไปตามที่ระเบียบ ก.ค.ศ. วางไว การตอเวลาราชการใหขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ตองออกจาก ราชการตาม 2) รบั ราชการตอไป จะกระทำมิได มาตรา 108 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดประสงคจะลาออก จากราชการใหยื่นหนังสือขอลาออกตอผูบังคับบัญชา เพื่อใหผูมีอำนาจตามมาตรา 53 (เลขาฯ สอศ. โดยอนมุ ัติ อ.ก.ค.ศ. สอศ.) เปน ผูพ จิ ารณาอนญุ าต ในกรณีที่ผูมีอำนาจตามมาตรา 53 พิจารณาเห็นวาจำเปนเพื่อประโยชนแกทาง ราชการ จะยับยั้งการอนุญาตใหลาออกไวเปนเวลาไมเกินกวา 90 วันนับตั้งแตวันขอลาออก ก็ได แตตองแจงการยับยั้งการอนุญาตใหลาออกพรอมทั้งเหตุผลใหผูขอลาออกทราบ และเมื่อ ครบกำหนดเวลาที่ยับยั้งแลว ใหการลาออกมผี ลตัง้ แตวนั ถดั จากวันครบกำหนดเวลาท่ยี ับย้งั ถาผูมีอำนาจตามมาตรา 53 ไมไดอนุญาตใหลาออกตามวรรคหนึ่งและไมได ยบั ยัง้ การอนุญาตใหล าออกตามวรรคสอง ใหก ารลาออกนนั้ มผี ลตัง้ แตว นั ขอลาออก 12

อยากเปน็ “ครอู าชีวะ” ในกรณีที่ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดประสงคจะลาออกจาก ราชการเพื่อดำรงตำแหนงทางการเมือง หรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกรัฐสภา สมาชิก สภาทองถิ่น ผูบริหารทองถิ่นหรือการเลือกต้ังอื่นทีม่ ีลักษณะเปนการสงเสริมการปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ใหย ืน่ หนงั สือขอลาออกตอ ผบู งั คบั บญั ชา และใหการลาออกมผี ลนบั ต้ังแตวันที่ ผนู ัน้ ขอลาออก หลักเกณฑและวิธีการเก่ียวกับการลาออก การพิจารณาอนุญาตใหลาออกและการ ยับยงั้ การอนุญาตใหลาออกจากราชการใหเ ปนไปตามระเบยี บที่ ก.ค.ศ. กำหนด มาตรา 121 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดถูกสั่งลงโทษ ภาคทัณฑ ตัดเงนิ เดอื นหรือลดเงินเดอื น ใหมสี ิทธิอทุ ธรณต อ อ.ก.ค.ศ. สอศ. ภายใน 30 วันนบั แตว นั ท่ี ไดร ับแจง คำสง่ั มาตรา 122 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใดถูกสั่งลงโทษ ปลดออก ไลออกหรือถูกสั่งใหออกจากราชการ ใหมีสิทธิอุทธรณหรือรองทุกข แลวแตกรณีตอ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วนั นับแตวันทไ่ี ดรบั แจงคำส่ัง และให ก.ค.ศ. พิจารณาใหแ ลว เสรจ็ ภายใน 90 วัน ปลดออก อุทธรณ ก.ค.ศ. ไลออก รองทกุ ข ใหอ อก มาตรา 123 ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใด เห็นวาตนไมไดรับความ เปนธรรม หรือมีความคับของใจเนื่องจากการกระทำของผูบังคับบัญชา หรือการแตงต้ัง คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ใหผูนั้นมีสิทธิรองทุกขตอ อ.ก.ค.ศ. สอศ. หรือ ก.ค.ศ. แลวแตก รณี ในกรณีที่ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผูใด เห็นวา อ.ก.ค.ศ. สอศ. มีมติไมถูกตองหรือไมเ ปน ธรรม ใหผนู ้นั มสี ทิ ธิร์ อ งทุกขตอ ก.ค.ศ. มติของ ก.ค.ศ. ตามวรรคสอง ใหเปน ท่สี ิ้นสดุ มาตรา 125 เมื่อ อ.ก.ค.ศ. สอศ. หรือ ก.ค.ศ. แลวแตกรณี ไดวินิจฉัย อุทธรณหรือรองทุกขตามมาตรา 121 หรือมาตรา 122 แลว ขาราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาผใู ดเห็นวาตนไมไ ดรับความเปน ธรรม หรือกรณีท่มี ไิ ดบัญญตั ใิ หมีสิทธิอุทธรณหรือ รอ งทุกขตามหมวดน้ี ผูนัน้ ยอมมสี ทิ ธทิ ี่จะฟองตอ ศาลปกครองไดภายใน 90 วนั 13


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook