บริการเด็กแรกเกดิ -6 ปี สว่ นที่ 2 เพศหญงิ (ค่าเปอร์เซนต์ไทล)์ 49
สว่ นที่ 2 บริการเดก็ แรกเกิด-6 ปี อาหารทารกอายแุ รกเกิด อำหำร อำยุ แรกเกดิ จนถึง 6 6 เดอื น 7 เดอื น เดอื น กนิ นมแม่ ทารกแรกเกดิ ถึง เด็ก 6 เดอื นขึน้ ไปให้นมแม่ควบคู่กบั อำหำรทำรกต 6 เดือน กนิ นม แมอ่ ย่ำงเดยี ว กนิ อาหาร 1 มื้อ กินอาหาร 1 มอ้ื ก ขำ้ ว โดย อำหำรทำรกตำมวัยใน 1 ม้อื เนอื้ สตั ว์ ไมต่ ้องใหอ้ าหารอนื่ ข้าวต้มสกุ บดละเอียด ข้าวตม้ สกุ บดหยาบ ข้า ผัก แม้แต่น้�า 2 ช้อนกนิ ข้าว 3 ชอ้ นกินขา้ ว หย 6 เดอื น เพราะนมแม่มี ไข่แดงสกุ คร่ึงฟอง เน หรือ สารอาหารครบถว้ น 7 เดอื นขนึ้ ไป สลบั ไข่สุกครึง่ ฟอง กับ ตบั และเพยี งพอ ผกั ตม้ เป่ือย ½ ชอ้ นกินข้าว ผักสุก 1 ชอ้ นกนิ ขา้ ว ผกั ระดับกำรบดอำหำร บดละเอยี ด บดหยาบ น�้ำมนั น�้ามันครงึ่ ช้อนชา วัน ผลไม้ (มือ้ วำ่ ง) หรือ หรอื ผลไมส้ กุ บดละเอียด ผลไมส้ กุ บดหยาบ วนั ละ 1 ชิน้ วันละ 2 ชิน้ สา� นักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสขุ 50
บริการเด็กแรกเกดิ -6 ปี สว่ นท่ี 2 ด - 12 เดอื น 8 เดอื น 9-12 เดือน คา� แนะน�าในการจดั อาหารทารก ำหำรทำรกตำมวยั จนเด็กอำยุ 2 ปี หรอื นำนกว่ำนนั้ 1. ทารกอาย ุ 6 เดือน เร่มิ ให้อาหารทลี ะอยา่ ง คร้ังละ 1-2 ช้อนชา และเว้นระยะ 2-3 วนั กอ่ น มอ้ื กินอาหาร 2 มอ้ื กินอาหาร 3 ม้ือ เรมิ่ ใหอ้ าหารชนิดใหม่ เพอื่ ดูการยอมรบั อาหารและ 1 มอื้ ประกอบดว้ ย อาการแพอ้ าหาร 2. ความหยาบของอาหาร เรมิ่ จากอาหารบด ยาบ ข้าวสวยหุงนิ่มๆ บด ขา้ วสวยหุงน่ิมๆ บด ละเอยี ด คอ่ ยๆ เพ่มิ ความหยาบมากขึ้นตามอายุท่ี ว หยาบ 4 ช้อนกินข้าว หยาบ 4 ช้อนกนิ ข้าว เพ่ิมข้ึน เพ่อื ฝึกการเค้ียวและกลืนอาหาร 3. เพมิ่ ปรมิ าณอาหารให้ได้ตามปรมิ าณทแี่ นะน�า เน้อื สตั ว์ หรือ ไข่ 1 ช้อนกินข้ำวต่อมื้อ โดยจา� นวนม้ืออาหารทีอ่ าย ุ 6-7 เดือน อาจแบง่ กิน 2-3 มอื้ เพ่อื ให้ไดป้ ริมาณรวมตามทแี่ นะนา� หรอื หรอื หรอื 4. จัดอาหารแตล่ ะกลุ่มใหม้ ีความหลากหลาย เพื่อให้ไดส้ ารอาหารเพียงพอและสร้างความคนุ้ เคย ตบั ไก่ หมู ปลา 5. ในแตล่ ะมื้อ ควรมกี ลุม่ เน้ือสัตว์ และผักท่ี อ่อนนมุ่ กลิ่นไมแ่ รง ข้าว ผักสุก 1 ชอ้ นกนิ ขา้ ว ผกั สกุ 1 ½ ชอ้ นกินขา้ ว 6. ควรให้ได้ตับอย่างนอ้ ยสัปดาห์ละ 3 วันๆ ละ 1 มอื้ สับละเอยี ด หัน่ ช้ินเล็ก 7. เมือ่ เด็กกนิ อาหารวนั ละ 3 ม้ือ ควรให้กินไข่ ไม่เกินวันละ 1 มอื้ ส่วนอีก 2 มอ้ื เป็นเน้อื สัตว์ งช้อนชา วนั ละมอื้ (ใชค้ ลุกเคล้าผสมกับอาหาร) ชนดิ อ่ืนๆ 8. ควรใหเ้ ด็กเรียนรรู้ สอาหารตามธรรมชาต ิ หรือ หรอื ไม่ควรปรงุ แต่งรสอาหาร 9. เน้นความสะอาดและปลอดภยั ของวัตถดุ บิ และ าบ ผลไมส้ ุก ตดั ชนิ้ เลก็ ผลไม้สกุ หน่ั ชน้ิ พอคา� ภาชนะท่ใี ชป้ รงุ และใส่อาหาร วันละ 3 ช้ิน วนั ละ 4 ชน้ิ 10. ติดตามการเจรญิ เตบิ โตท้งั สว่ นสงู และน้า� หนกั ทุก 3 เดือน 51
ส่วนที่ 2 บริการเดก็ แรกเกิด-6 ปี ปริมาณอาหารสา� หรับเด็กอายุ 1-5 ปี ควรไดร้ ับใน 1 วนั และ อาหารทดแทน กลุ่มอำหำร ปรมิ ำณอำหำร ขา้ ว – แปง้ เดก็ อำยุ 1-3 ปี เดก็ อำยุ 4-5 ปี ผกั ผลไม้ 3 ทพั พี 5 ทัพพี เนอื้ สตั ว์ นม 2 ทัพพี (6 ช้อนกินขา้ ว) 3 ทพั พี (9 ชอ้ นกนิ ขา้ ว) น้า� มนั กะทิ นา�้ ตาล 3 สว่ น 3 สว่ น 3 ช้อนกินขา้ ว 3 ช้อนกนิ ข้าว 2 แกว้ 3 แกว้ น้อยกวา่ 3 ช้อนชา นอ้ ยกว่า 4 ช้อนชา นอ้ ยกว่า 2 ช้อนชา น้อยกว่า 3 ช้อนชา ความสา� คญั ของโภชนาการในเดก็ อายุ 1-5 ปี เดก็ อายุ 1-5 ปี จ�าเปน็ ตอ้ งได้รับพลงั งานและสารอาหารครบถ้วน เพียงพอท้ัง ปรมิ าณและคุณภาพ ซ่ึงสง่ ผลตอ่ การสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท กล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะต่างๆ ให้มีความสมบูรณ์ ท�าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ เดก็ มกี ารเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ ขอ้ ปฏิบตั ิการให้อาหารเพ่ือสุขภาพทด่ี ขี องเดก็ อายุ 1-5 ปี 1. ใหอ้ าหารมอื้ หลกั 3 ม้ือ และอาหารว่างทีม่ คี ุณภาพไมเ่ กนิ 2 มือ้ ต่อวนั 2. ใหอ้ าหารครบ 5 กล่มุ อาหาร แตล่ ะกลมุ่ ใหห้ ลากหลาย เปน็ ประจ�าทุกวัน 3. ใหน้ มแม่ตอ่ เนอื่ งถงึ 2 ปี เสริมนมสดรสจดื วนั ละ 2-3 แกว้ 4. ฝึกให้กินผกั และผลไม้รสหวานนอ้ ยจนเปน็ นสิ ัย 5. ฝกึ ฝนใหก้ นิ อาหารรสธรรมชาติ ไม่หวานจดั มันจัด และเคม็ จดั 6. ใหอ้ าหารสะอาดและปลอดภยั 7. ใหด้ ่มื นา้� สะอาด หลกี เลยี่ งเคร่อื งดืม่ รสหวานและนา้� อดั ลม 8. ฝกึ ฝนวินยั การกนิ อย่างเหมาะสมตามวยั จนเปน็ นสิ ยั 9. เลน่ กบั ลูก สรา้ งความผูกพนั หมน่ั ติดตามการเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการ ทม่ี า: ส�านักโภชนาการ กรมอนามยั . (2559) 52
บรกิ ารเด็กแรกเกิด-6 ปี สว่ นที่ 2 อาหารทดแทน (อาหารทส่ี ามารถเลอื กกินไดภ้ ายในกลุม่ อาหาร) กลมุ่ อาหาร หนว่ ย ชนิดอาหารทดแทน - ข้าวสวย 1 ทัพพี (5 ชอ้ นกนิ ขา้ ว) - ข้าวเหนียว ½ ทพั พี - ขนมจีน 1 จับใหญ่ ข้าว/แปง้ - ขนมปังโฮลวที 1 แผ่น ทพั พี - กว๋ ยเต๋ียว 1 ทพั พี - มกั กะโรนี สปาเกตตี้ลวก 1 ทพั พี - ข้าวโพดสกุ 1 ฝัก - เผอื ก 1 ทพั พี - มนั เทศต้มสกุ 2 ทัพพี - เส้นหมี ่ ว้นุ เสน้ 2 ทัพพี ผกั - ผักสกุ ทกุ ชนิด 1 ทัพพี เช่น ผกั กาดขาว กะหล่า� ปลี แตงกวา บอ็ คโคล ่ี ถ่วั ฝักยาว แครอท ฟักทอง ทัพพี - ผกั ดบิ ท่ีเป็นใบ 2 ทัพพี - ผักดิบท่เี ป็นหวั เช่น มะเขือเปราะดิบ 1 ทัพพถี วั่ ฝักยาวดิบ 1 ทพั พ ี แตงกวาดบิ 2 ทพั พ ี มะเขือเทศดิบ 3 ทัพพี - มงั คดุ 4 ผล - ชมพู ่ 2 ผล ขนาดใหญ่ ผลไม้ - สม้ เขยี วหวาน 2 ผลกลาง - แอปเปิล้ 1 ผลเล็ก ส่วน - กลว้ ยนา�้ วา้ 1 ผลกลาง - กลว้ ยหอม 2/3 ผลใหญ่ - ฝรง่ั ½ ผลกลาง - มะมว่ งสุก ½ ผลกลาง - มะละกอสกุ 6 ชน้ิ ขนาดคา� เนือ้ สตั ว์ - เน้ือสตั ว ์ 1 ชอ้ นกนิ ข้าวเช่น ไก ่ หม ู วัว ปลา หอย กุ้ง เป็นตน้ - เคร่อื งในสตั ว ์ 1 ช้อนกินข้าว เช่น ตบั เลือด เป็นตน้ ชอ้ น - ไข ่ ½ ฟอง กิน - ถัว่ เมลด็ แหง้ 1 ช้อนกินข้าว เชน่ ถ่ัวด�า ถ่ัวแดง ถวั่ เขียว เป็นตน้ ขา้ ว - เต้าหู้แขง็ 2 ช้อนกินข้าว - เตา้ ห้อู ่อน 6 ช้อนกินขา้ ว - นมถว่ั เหลือง 1 แกว้ นม - นมสด 1 แก้ว (200 ซีซี) แก้ว - โยเกิรต์ ½ ถ้วย 200 - ปลาเลก็ ปลานอ้ ย 2 ชอ้ นกนิ ข้าว ซซี ี - เตา้ หู้แข็ง 1 กอ้ น - เต้าหู้ออ่ น 7 ช้อนกินข้าว ขอ้ แนะน�า ทง้ั น ี้ ควรจดั อาหารใหเ้ ดก็ อาย ุ 1 -5 ป ี กนิ ใหม้ คี วามหลากหลาย โดยสามารถเลอื กอาหารทดแทนในกลมุ่ เดยี วกนั ได ้ ดงั ตารางอาหารทดแทน ตวั อยา่ งเชน่ กลุ่มข้าว-แป้ง สามารถจัดอาหาร โดยอาจจะเป็นข้าวสวย ขา้ วเหนียว เสน้ หม ่ี เผือก มัน หรอื วุ้นเสน้ แทนก็ได ้ โดยเลือกอยา่ ง ใดอย่างหน่งึ ตามปรมิ าณท่ีแนะนา� อาหารในกลมุ่ อื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน จะส่งผลใหเ้ ดก็ มีการเจรญิ เตบิ โตทดี่ เี หมาะสมเต็มศักยภาพ 53
สว่ นท่ี 2 บริการเดก็ แรกเกดิ -6 ปี ประเมนิ ความเส่ียงฟันผุ ความเสีย่ ง อายุ 6 9 12 18 24 30 3 ปี 4 ปี 1. กินนมรสหวาน เดอื น เดอื น เดอื น เดือน เดือน เดอื น 2. กนิ นมมื้อดึก 3. ดูดนมขวด/หลับคาขวด 4. ใสเ่ คร่ืองด่มื รสหวานในขวด ใหเ้ ดก็ ดดู 5. กนิ ขนมหวาน/เครอ่ื งดมื่ รสหวาน 2 ครัง้ /วัน 6. เดก็ ไมไ่ ดร้ บั การแปรงฟัน ด้วยยาสฟี ันฟลูออไรด์ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง 7. ตรวจพบคราบจุลนิ ทรยี ์ (ขีฟ้ นั ) 8. ตรวจพบผวิ ฟนั มรี อยขาวขุ่น 9. ตรวจพบฟันผุเป็นรู (ซี่) เด็กมคี วามเสี่ยงฟันผุ (มีข้อใดข้อหนงึ่ จาก 1-9) ใหค้ า� แนะน�า ฝกึ แปรงฟนั ทาฟลูออไรด์ บริการอืน่ ๆ ระบุ ผู้ใหบ้ รกิ าร วันทใี่ ห้บริการ นดั คร้ังต่อไป 54
ความรูส้ ูก่ ารปฏบิ ัตเิ พื่อแม-่ ลกู สขุ ภาพดี ส่วนท่ี 3 ร้จู กั สมดุ บนั ทึกสุขภาพแมแ่ ละเดก็ (Passport of life) สมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กเป็นเอกสารของ ครอบครวั ไมใ่ ชข่ องโรงพยาบาล ดงั นน้ั พอ่ แมห่ รือผดู้ แู ล เด็ก ควรใชป้ ระโยชน์จากสมุดบนั ทึกสขุ ภาพฯ น้ ี ให้เตม็ ที่ในการบันทึกสุขภาพของตนเองขณะตั้งครรภ์ และ บันทึกสุขภาพเด็กในหน้าท่ีระบุว่า พ่อแม่หรอื ผู้เลี้ยงดู บันทึก เพื่อจะได้ทราบสุขภาพของตนเองและลูก และ เตรยี มพรอ้ มทจี่ ะขอคา� ปรึกษากบั บคุ ลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข รวมทั้งอ่านและท�าความเข้าใจเนอ้ื หา ความร้ทู ่จี ัดทา� ไว้ในสมดุ บันทกึ สขุ ภาพแมแ่ ละเด็ก และ ปฏิบัติตามค�าแนะน�าของเน้อื หาดังกล่าวอย่างต่อเน่ือง สม่�าเสมอ เพื่อสุขภาพท่ีดีของตนเองและของลูกน้อย 33 รวมทั้งสอบถามเพ่มิ เติมจากเจ้าหน้าที่ในกรณีท่ีสงสัย หรือไมเ่ ข้าใจ 55
ส่วนท่ี 3 ความรู้สกู่ ารปฏิบัตเิ พอื่ แม่-ลกู สขุ ภาพดี การท่คี ูส่ มรสจะมาอยู่รวมกนั เป็นครอบครัวทด่ี ี และมีบตุ รสืบสกุลทีเ่ ติบโตเปน็ พลเมอื งที่ ดีของประเทศชาติต่อไป พ่อแม่ควรมีความรู้และตระหนักถึงบทบาทของพ่อแม่เพื่อเป็น แนวทางในการปฏบิ ตั ติ วั และเตรียมความพรอ้ มสา� หรบั การมบี ตุ ร สง่ิ สา� คญั ทพี่ อ่ แมค่ วรทราบ น้นั ประกอบด้วย ❤ คณุ ธรรมประจา� ครอบครัว ❤ บทบาทของพอ่ แมใ่ นครอบครัว ❤ ปจั จยั พ้ืนฐานของครอบครัวทดี่ ี ❤ การตรวจสขุ ภาพทจี่ า� เปน็ ของพ่อแม่ บทบาทของพอ่ แมแ่ ละคนในครอบครวั ครอบครัวประกอบด้วยคนท่ีอยู่อาศัยในบ้านเดียวกัน ที่มีความ เกย่ี วขอ้ งกนั ทางสายเลอื ดหรือทางกฎหมาย ซงึ่ ไดแ้ ก ่ สาม ี ภรรยา พอ่ แม่ ลูก ซึ่งแต่ละคนย่อมมีบทบาทหน้าท่ีท่ีพึงปฏิบัติต่อกัน เพ่ือให้เกิดความ สงบภายในครอบครัว การเรม่ิ ต้นชีวิตครอบครัวต้องมีการปรับวิถีการ ด�าเนินชวี ิตของทั้งหญงิ -ชาย เพอื่ ให้สามารถใชช้ ีวิตรว่ มกันได ้ โดยเขา้ ใจ ความแตกต่าง มีความยดื หยนุ่ มคี วามซอื่ สัตย์ ร้จู กั การให้ การเสยี สละ การช่วยเหลือซ่ึงกันและกันมีความเมตตากรุณา มีความรักเอื้ออาทรต่อ กนั หมัน่ พดู คุย ปรกึ ษา และร้จู กั บทบาทของสามภี รรยาทพี่ งึ ปฏิบตั ติ อ่ กนั 56
ความร้สู ู่การปฏิบตั เิ พื่อแม-่ ลูก สุขภาพดี สว่ นท่ี 3 บทบาทหนา้ ท่ีของพ่อแมใ่ นครอบครัว เม่ือภรรยาให้ก�าเนิดลูกก็จะมีบทบาทหน้าท่ีเพมิ่ ข้ึน คือบทบาทหน้าท่ีของแม่ใน ขณะเดยี วกนั สามกี จ็ ะเพิม่ บทบาทหนา้ ทข่ี องพอ่ แมไ่ ปพรอ้ มๆกนั ดว้ ย ในปจั จบุ นั พอ่ แม่ สว่ นใหญไ่ ม่คอ่ ยมเี วลาอยรู่ ว่ มกับลกู หรอื มีเวลาอยู่ร่วมกบั ลกู อยา่ งมีคณุ ภาพ ต่างคน ตา่ งอย ู่ ไมม่ กี ารพง่ึ พาอาศยั ซงึ่ กนั และกนั ทา� ใหก้ ารอยรู่ ว่ มกนั ไมม่ คี วามสขุ การทส่ี มาชกิ ในครอบครวั โดยเฉพาะพอ่ แม ่ มวี ิธหี รอื จดั กจิ กรรมรว่ มกนั ในครอบครวั อยา่ งมคี ณุ ภาพ กจ็ ะทา� ให้ครอบครัวน่าอยู ่ มชี ีวติ ท่เี ป็นสขุ ยงิ่ ข้ึน และพอ่ แมย่ งั มีหน้าท่เี ลย้ี งลูกให้เจรญิ เติบโตทั้งด้านร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ และสังคม ดงั นี้ 1. ใหค้ วามรกั ความอบอุ่น ความม่ันคงปลอดภยั 2. มีการพดู จาสือ่ สารทด่ี ีต่อกนั 3. มีการส่งเสรมิ ประสบการณ์ชีวิตให้กับลูก ฝกึ ลกู รจู้ ักช่วยเหลอื งานบ้าน ฝกึ ใหล้ กู ได้ตัดสนิ ใจเลือกดว้ ยตนเอง 4. สอนให้ลูกท�าความด ี มีความกตัญญตู ่อผ้มู ีพระคณุ 5. ส่งเสรมิ ใหล้ ูกไดร้ บั การศึกษาในวยั ทเ่ี หมาะสม 6. สิ่งส�าคัญท่ีสุดของช่วงเวลาที่มีคุณภาพก็คือ พ่อแม่ต้องท�าตัวให้เป็นตัวอย่างท่ีดี ให้ลูกเห็นและเลียนแบบได้ ท้ังนี้การอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ระยะเวลาว่าพ่อแม่ต้องอยู่กับลูกยาวนานแค่ไหน แต่ข้ึนอยู่กับว่าพ่อแม่ปฏิบัติ อย่างไรกบั ลูกหรอื อยูร่ ว่ มกับลกู อยา่ งไร 57
สว่ นท่ี 3 ความรู้สกู่ ารปฏบิ ัติเพือ่ แม-่ ลูก สขุ ภาพดี 5 เรือ่ งทีต่ อ้ งตรวจ เพอ่ื ลูกนอ้ ยปลอดโรคปลอดภยั ตรวจเพอ่ื ... 1 • หมเู่ ลือดคณุ แมแ่ ละคณุ พอ่ เข้ากันได้หรือไม่ • กรณที ี่เลือดคุณแม่และคุณพ่อเข้ากันไม่ได้ จะส่งผลและเป็น กรุ๊ปเลอื ดและ อนั ตรายต่อทารกในครรภ์ได้ เชน่ มีภาวะซดี หัวใจวายในครรภ์ หมูเ่ ลือดอารเ์ อช • จัดหาเลือดทดแทนได้อย่างรวดเรว็ กรณีที่คุณแม่จ�าเป็นต้องรับ (RH) เลือด เป็นโรคซีดชนิดหน่งึ ที่เกิดจากเม็ดเลือดแดงผิดปกติ แตกง่าย 2 โดยการถ่ายทอดจากพ่อแม่ทางกรรมพันธุ์เป็นได้ท้ังชายและหญิง ธาลัสซีเมยี ม ี 2 แบบ โรคเลือดจาง 1. เป็นพาหะ ไม่แสดงอาการของโรค สุขภาพดีเหมือนคนทั่วไป ธาลสั ซีเมยี แต่มีความผิดปกติของเม็ดเลือดสามารถถ่ายทอดไปยัง ลูกหลานได้ 2. เป็นโรค แสดงอาการ ซีด ตาขาว มีสีเหลือง ตับโต ม้ามโต ใบหน้าจะเปลี่ยน จมูกแบน กะโหลกศีรษะหนา โหนกแก้มสูง คางและกระดูกขากรรไกรกว้างใหญ่ ฟันบนย่ืน กระดูกเปราะ หกั งา่ ย ผิวหนังด�าคล�้า รา่ งกายเติบโตชา้ กว่าคนปกติ สามารถ ถ่ายทอดไปยงั ลกู หลานได้ เกิดจากการท่ีตับติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดบี การ 3 อักเสบ จะทา� ใหเ้ ซลลต์ บั ตาย หากเปน็ เรือ้ รังจะเกดิ พังผดื ตับแข็ง และมะเรง็ ตับได้ โรคไวรสั ตบั อกั เสบชนดิ บี สาเหตุของโรคตับอักเสบชนิดบี เชื้อไวรัสตับอักเสบบีจะ ติดเช้อื และพบไดบ้ ่อยในช่วงอายตุ ่างๆ คือ • ระยะแรกเกดิ ถ้ามารดาเปน็ พาหะ • ระยะเด็กเลก็ ถา้ มพี ี่เลย้ี งใกล้ชดิ เป็นพาหะ • ระยะเขา้ โรงเรียนหรือสถานเลยี้ งเดก็ เล็กมีเพอ่ื นเดก็ ด้วยกนั เปน็ พาหะ • ระยะหน่มุ สาว ถา้ มีการรว่ มเพศกบั ผ้ทู ่ีตดิ เช้อื • ใชข้ องใช้ส่วนตัวร่วมกบั ผู้อ่ืนทเี่ ปน็ พาหะ 58
ความร้สู กู่ ารปฏบิ ตั ิเพอื่ แม-่ ลกู สุขภาพดี ส่วนท่ี 3 เปน็ โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์ชนดิ หนึ่ง 4 อาการ • มีแผลท่อี วยั วะเพศและอาจเกิดทอ่ี ื่นๆ แผลไมเ่ จ็บ อาจมี ปสั สาวะแสบขดั มผี นื่ ขน้ึ ตามตวั ทฝี่ า่ มอื ฝา่ เทา้ ไมเ่ จบ็ ไม่ โรคซฟิ ลิ สิ คัน ผมรว่ ง ฯลฯ อาการเหลา่ น้จี ะหายไดเ้ อง แตเ่ ชื้อยงั คง อยใู่ นรา่ งกาย ดงั นนั้ ถา้ ตรวจเลอื ด จะพบวา่ “เลอื ดบวก” • หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจท�าให้เกิดโรคลุกลาม และ ทา� ลายอวยั วะสา� คญั เชน่ หวั ใจ สมอง กระดกู พกิ าร และ ตายไดแ้ ตส่ ิ่งทสี่ า� คญั ทส่ี ดุ กค็ อื ถา้ คณุ พอ่ และคณุ แมท่ มี่ ี เช้อื ซฟิ ลิ ิสอยใู่ นกระแสเลือด จะสง่ ผลกระทบตอ่ ทารกใน ครรภ ์ โดยทา� ใหท้ ารกแทง้ หรือตายได ้ หรอื อาจทา� ใหพ้ กิ าร แต ่ กา� เนดิ เชน่ หหู นวก ตาบอด หวั ใจรว่ั หรอื สมองพกิ าร ซง่ึ เป็นโรคทอ่ี ันตรายตอ่ ทารกในครรภอ์ ยา่ งมาก 5 เปน็ โรคทพี่ วกเราทกุ คนคงไดย้ นิ กนั อยา่ งแพรห่ ลาย เกดิ จาก เชื้อไวรัส เอช ไอ ว ี ท�าใหภ้ มู ิคุม้ กนั ของรา่ งกายบกพรอ่ งและ โรคเอดส์ เสียชวี ิตจากโรคแทรกซอ้ น เปน็ โรคทีม่ ีการแพรร่ ะบาดไดอ้ ย่าง รวดเรว็ ในปัจจุบันกย็ ังไมส่ ามารถรกั ษาใหห้ ายขาดได้ การตรวจเลือดหาเช้ือ เอช ไอ ว ี (เอดส์) เปน็ ประโยชนต์ อ่ แม่และลูก 1. ได้รบั คา� แนะน�า การปฏบิ ัติตนอย่างถูกตอ้ ง 2. รู้วธิ ปี ้องกันไมใ่ ห้แพร่เช้อื เอช ไอ วี (เอดส)์ 3. ไดร้ บั บริการท่ีถูกต้อง และเหมาะสมตลอดการต้งั ครรภ ์ คลอด และหลังคลอด 59
สว่ นที่ 3 ความรูส้ กู่ ารปฏิบตั เิ พื่อแม-่ ลูก สุขภาพดี เพิ่มสมองลูกน้อยในทอ้ ง ด้วยวิตามิน โฟลกิ สิง่ จา� เป็นส�าหรบั “วา่ ที่คุณแม”่ รู้จักกับโฟลิก มีหน้าที่ส�าคัญคือ เป็นส่วนประกอบส�าคัญในการสร้างสารพันธุกรรม RNA และ DNA และท�างานร่วมกบั วิตามิน B12 ในการสร้างเม็ดเลอื ดแดงใหส้ มบรู ณแ์ ข็งแรง โฟลกิ กบั คณุ แม่ 1. ส�าหรับคณุ แม่ โฟลิกจะชว่ ยสร้างเม็ดเลือดแดง ลดปัญหาโลหติ จางใหก้ บั คณุ แม่ 2. ส�าหรับทารก มีการวจิ ยั วา่ หากคณุ แม่รับประทานก่อนการต้ังครรภ์ จะชว่ ยลดอาการผิดปกติของทารกในครรภ์ ใหร้ ะบบประสาทท�างานไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ และลดโอกาสการเกดิ การคลอดกอ่ นกา� หนด อาหารทมี่ ีโฟลิก โฟลิกจะมีอยู่ในอาหารทัว่ ไป แต่เราเลอื กรบั ประทานให้ถูกและในปริมาณทเี่ พยี งพอ อาหารทีม่ ีโฟลกิ อย่มู ากเป็นพเิ ศษ ไดแ้ ก่ ยสี ต์ เครอ่ื งในสตั ว์ น�า้ นม ถั่วเมล็ดแห้ง หน่อไม้ เหด็ และผกั ใบเขยี ว รวม ถงึ ในนา้� ผลไม้ อีกดว้ ย กรดโฟลกิ ดจี ริงตอ้ งกนิ กอ่ นต้งั ครรภ์ 3 เดือน ธาตุเหล็ก ในช่วงต้ังครรภ์ ร่างกายมีความต้องการธาตุเหล็กเพม่ิ สูงข้ึน เนอื่ งจากมีการเพมิ่ ของการสร้างเม็ดเลือดแดงเพื่อให้เพียงพอส�าหรับระบบการหมุนเวยี นเลือดของ มารดาและการสง่ ผา่ นสทู่ ารกในครรภ ์ หากหญงิ ตง้ั ครรภข์ าดธาตเุ หลก็ จะเสย่ี งตอ่ การคลอดก่อนก�าหนด และถ้าเสียเลือดมากในการคลอด อาจเป็นอันตรายถึง ชวี ิต การได้รบั ธาตุเหลก็ จากอาหารอยา่ งเดยี วจงึ ไม่เพียงพอ ดังนั้น หญงิ ตัง้ ครรภ์ จงึ มคี วามจา� เปน็ ตอ้ งได้รับการเสริมธาตเุ หลก็ ในรปู ของยาเม็ดธาตุเหล็ก หญงิ ตงั้ ครรภท์ ม่ี ารบั บริการทค่ี ลนิ ิกฝากครรภท์ กุ คน จะไดร้ บั ยาเมด็ รวม ทปี่ ระกอบ ดว้ ยธาตเุ หลก็ 60 มลิ ลกิ รมั ,ไอโอดนี 150 ไมโครกรมั , กรดโฟลกิ 400 ไมโครกรมั รับประทานทุกวันตลอดการตงั้ ครรภ ์ เพอ่ื ปอ้ งกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุ เหลก็ โรคขาดสารไอโอดนี และปอ้ งกนั ความพกิ ารแตก่ า� เนิดในเดก็ ทารกแรกเกดิ (โรคหลอดประสาทไม่ปดิ ) ด้วย เสรมิ ไอโอดนี เพอื่ ลูกน้อยในทอ้ ง ไอโอดีน คือ แร่ธาตุทจ่ี า� เป็นในการเจรญิ เติบโตและสติปัญญา หากได้รบั ไม่เพยี งพอ ลกู ในทอ้ งเสยี่ งอันตราย แหลง่ ท่ีมาของไอโอดนี หากแม่ขาดไอโอดีนจะส่งผล? อาหารทะเล เกลือไอโอดนี ระดับสตปิ ัญญาด้อย การเจริญเติบโตของสมองไมส่ มบูรณ ์ การพัฒนาระบบ เครื่องปรุงรสเสรมิ ไอโอดีน ประสาทและกลา้ มเนอื้ ผิดปกติ (พกิ าร) ส�ำหรับหญงิ ตั้งครรภต์ ้องรับประทาน ปรมิ าณทีค่ วรได้รบั ตอ่ วัน หญิงตัง้ ครรภแ์ ละหญิงใหน้ มบตุ ร ยาเม็ดเสรมิ ไอโอดนี , เหลก็ , โฟลกิ ทุกวนั วันละ 1 เม็ด 250 ไมโครกรมั ต่อวนั ตลอดการตั้งครรภถ์ ึงหลังใหน้ มบตุ ร 6 เดือน คนปกติ 150 ไมโครกรัมตอ่ วนั 60
ความรูส้ ่กู ารปฏบิ ตั ิเพ่ือแม-่ ลูก สขุ ภาพดี สว่ นท่ี 3 ดแู ลฟันแม่ ปัญหาโรคเหงือกอักเสบ พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ เกิดจากการเปล่ียนแปลงของฮอร์โมน ส่งผลใหเ้ หงอื กและเนื้อเยอ่ื ออ่ นต่างๆ ทรี่ องรับฟนั ออ่ นแอ อาการแพ้ทอ้ งอาเจยี นบ่อย อนามัย ช่องปากไม่ดี ท�าให้หญิงต้ังครรภ์เกิดโรคฟันผุได้ ในมารดาที่มีฟันผุหลายซี่ จะมีปริมาณ เชอื้ แบคทเี รยี ในชอ่ งปากมาก มโี อกาสสงู ทจี่ ะถา่ ยทอดเชอื้ จากแมส่ ลู่ กู มากขนึ้ ทา� ใหล้ กู มคี วาม เสย่ี งสงู ในการเกดิ ฟนั ผ ุ และนอกจากนน้ั โรคปริทนั ตอ์ าจเปน็ ปจั จยั เสยี่ งของการเกดิ ภาวะคลอด ก่อนกา� หนดและเดก็ มนี า�้ หนกั แรกเกิดน้อยได้ ดังนนั้ หญิงตง้ั ครรภ์ทุกคน ควรได้รับการตรวจฟนั เพ่อื ทราบ ไดร้ บั ความรู้เรื่องการดแู ลสุขภาพช่องปาก สภาวะชอ่ งปากของตนเอง ของตนเองและลกู และฝกึ ทักษะการแปรงฟนั เดอื นที่ การใช้ไหมขัดฟนั ท่ถี ูกวธิ ี 4-6 หากพบว่ามปี ัญหาโรคชอ่ งปากก็ควรได้รบั การรกั ษาตามความจ�าเป็นในชว่ งตงั้ ครรภ์เดอื น ท่ ี 4-6 หรือได้รบั การส่งต่อเพ่อื รบั การรักษา ทเี่ หมาะสมต่อไป ข้อปฏบิ ัติขณะตั้งครรภ์ 1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ อย่าง เพยี งพอ เพอ่ื ใหล้ กู มโี ครงสรา้ งฟนั ทสี่ มบรู ณ ์ หลกี เลย่ี ง การกินอาหารท่ีมนี ้�าตาลบอ่ ยๆ 2. แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ด้วย ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน และ บ้วนปากทกุ คร้ังหลังกินอาหาร 3. ถา้ มอี าการคล่นื ไส้อาเจยี น ควรบว้ นปากดว้ ยนา�้ มากๆ หลงั อาเจยี น หรอื บว้ นปากด้วยนา�้ ผสมผงฟู เพื่อช่วย ลดความเป็นกรดในปาก 61
สว่ นท่ี 3 ความรูส้ ู่การปฏิบตั เิ พอ่ื แม่-ลกู สขุ ภาพดี นง่ั รถตกหลุม นัง่ แล้วลุกขน้ึ ยืน กระแทกอยา่ งแรง อยา่ งรวดเร็ว เข็มขดั นริ ภัย อุบตั ิเหตุแมท่ อ้ ง ลืน่ ลม้ ในหอ้ งน้า� รถยนตร์ ัดท้อง ต้องระวัง...? โดนชนอยา่ งแรง สะดุดส่ิงของ ตกบนั ได ท้องชนโตะ๊ ตกส้นรองเทา้ ชนประตู เผลอยกของหนกั ทอ้ งกระแทก หรอื กม้ เร็วเกนิ ไป พวงมาลยั รถ 62
ความร้สู ู่การปฏบิ ตั ิเพ่อื แม่-ลกู สขุ ภาพดี สว่ นท่ี 3 อาการแทรกซ้อนและความผดิ ปกติ ทต่ี อ้ งมาโรงพยาบาลทนั ที ที่อาจเกิดขึน้ กับตนเองและลูกน้อยในครรภ์ เดก็ ด้ินน้อยลงมากหรอื ไม่ด้ิน ปวดศรี ษะมาก ตาพร่ามัว จกุ แน่นยอดอก บวมทเ่ี ท้ากดบมุ๋ ปัสสาวะแสบขดั หรือลา� บาก เลือดออกจากชอ่ งคลอด มนี �า้ เดนิ ลักษณะใสๆ ไหลออกจากช่องคลอด ให้ใสผ่ า้ อนามยั ไว้ แลว้ รีบมาโรงพยาบาล เจ็บที่หลังแลว้ ปวดร้าวมาถึงดา้ นหน้า บริเวณหัวหนา่ วและท้องนอ้ ย อาการปวดท้องอยากถ่ายอุจจาระ 63
ส่วนท่ี 3 ความรสู้ กู่ ารปฏิบัตเิ พอ่ื แม-่ ลูก สุขภาพดี ขอ้ แนะน�ากิจกรรมทางกายและการนอนหลบั สา� หรบั หญงิ ตงั้ ครรภ์ 1. ขอ้ แนะน�ากจิ กรรมทางกาย 1.1 ขยบั เคลอื่ นไหวรา่ งกายในชวี ิตประจา� วนั เชน่ การทา� งานบา้ น การเดนิ การวา่ ยนา�้ อยา่ งนอ้ ย 150 นาท ี ตอ่ สัปดาห์ ท�างานบา้ น วา่ ยน้า� 1.2 ฝกึ ความแขง็ แรงของกลา้ มเน้อื เนน้ กลา้ มเน้อื หนา้ ทอ้ งและองุ้ เชงิ กราน เพอ่ื สรา้ งความพรอ้ ม ในการคลอดลูก อยา่ งน้อย สปั ดาหล์ ะ 2 คร้ัง และฝกึ ความออ่ นตัวของกล้ามเนื้อ เพ่ือลด อาการปวดเมือ่ ยจากการรบั นา้� หนกั ลูกน้อยในครรภ ์ เช่น โยคะ พิลาเต ฝึกความแข็งแรงของกลา้ มเนือ้ ฝึกความอ่อนตวั ของกล้ามเนื้อ ข้อควรค�านึง ประเมนิ ความพร้อมของตนเองกอ่ นมีกจิ กรรมทางกาย ผูท้ ีม่ โี รคประจ�าตวั ควรปรึกษาแพทย์กอ่ น หากมอี าการผดิ ปกต ิ เช่น มีเลอื ดออกทางชอ่ งคลอด ปวดท้องเบง่ เวยี นศีรษะ ใจส่ัน ควรหยุด และไปพบแพทย์ทันที ควรคอ่ ยๆ เริ่มมีกจิ กรรมทางกาย จากเบาไปหนกั หรือ ชา้ ไปเรว็ หายใจ ปกติ ไม่กล้ันหายใจ 2. ขอ้ แนะน�าการนอนหลับ 2.1 นอนวนั ละ 7-9 ชว่ั โมง ควรนอนก่อน 4 ท่มุ ท่านอนตะแคง 2.2 นอนท่าตะแคง แทนทา่ นอนหงาย เพื่อให้มดลกู ไม่กดทับเสน้ เลอื ดด�าใหญ่บริเวณดา้ นหลัง ของร่างกาย ท�าให้เลอื ดไหลเวียนกลับเขา้ หัวใจได้ด ี และลดอาการขาบวม 2.3 เวลาจะนอน ควรค่อยๆ เอนตวั ลงนอนจากท่านงั่ เป็นท่านอน และเวลาตืน่ ควรคอ่ ยๆ ลกุ จาก ท่านอนเปน็ ท่าน่งั 2.4 หลีกเล่ยี งการรับประทานอาหาร 2-3 ช่วั โมงกอ่ นเขา้ นอน เพ่ือลดอาการกรดไหลยอ้ น จกุ เสียดแนน่ ทอ้ ง 2.5 จดั หอ้ งนอนใหเ้ หมาะสม ห้องนอนควรมดื สนทิ ไม่มเี สียงดงั รบกวน 64
ความรสู้ กู่ ารปฏบิ ตั เิ พ่อื แม่-ลกู สุขภาพดี ส่วนท่ี 3 สารอาหาร ทุนสมองลกู มากกว่า 200 ชนดิ ด้วยนมแม่ 1. นมแม่เปน็ วคั ซนี หยดแรก นมแม่มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนดิ ท่ีมีคุณค่า มีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ มีฮอร์โมน ชว่ ยระบบการยอ่ ย ซ่งึ ไมส่ ามารถหาได้จากอาหารอื่น การกินนม แม่ชว่ ยลดการตดิ เช้อื ในระบบทางเดนิ หายใจ ท้องอืด ทอ้ งเสยี ได้ นอกจาก คณุ คา่ ของนา้� นมแมแ่ ลว้ กระบวนการเลยี้ งลกู ดว้ ยนมแม ่ ผา่ นการโอบกอด สัมผัส สบตา ยังช่วยส่งเสรมิ การเจริญเติบโต กระตุ้นการรับรู้ ส่งผลต่อ พัฒนาการทางรา่ งกาย สมอง และจติ ใจเปน็ อยา่ งดี 2. เทคนคิ ใหน้ มแม่ไหลเร็ว 3 ดดู สตู รเริม่ ต้น 1. ดูดเรว็ เรม่ิ ใหด้ ูดตัง้ แต่อยู่ใน 2. ดดู บอ่ ยตามความตอ้ งการ 3. ดดู ถูกวิธโี ดยให้อมหวั นมและ หอ้ งคลอด ภายใน 1 ช่ัวโมง ของลกู ประมาณ 8 คร้งั ขึน้ ไปใน ลานนมให้ลกึ พอและดูดจน 1 วนั หรอื ทกุ 2-3 ชว่ั โมง เกลี้ยงเต้า 3. การเกบ็ รกั ษา หมายเหต:ุ ทสี่ า� คัญท่าอ้มุ และการดดู ตอ้ งถูกวิธี ควรเกบ็ นา�้ นมใสภ่ าชนะ เชน่ ขวดนมหรอื ถงุ เกบ็ นม ในปรมิ าณเทา่ กบั ทลี่ กู ตอ้ งการกนิ แตล่ ะครงั้ และปดิ ให้มิดชิด สถานที่เกบ็ อณุ หภมู ิ อุณหภมู ิ ระยะเวลาในการเก็บ ต้งั ไว้ท่ีอณุ หภมู ิหอ้ ง 27-32oc 3-4 ชม. กระติกน�า้ แขง็ 15oc 1 วัน ตูเ้ ยน็ ช่องธรรมดา 0-4oc 1 วัน ใตช้ อ่ งแชแ่ ข็ง 0-4oc 3-5 วนั ชอ่ งแช่แข็งตู้เยน็ ประตเู ดย่ี ว -15 2 สปั ดาห์ ชอ่ งแช่แขง็ ตู้เยน็ 2 ประต ู -18 3-6 เดอื น ตูเ้ ย็นทอี่ ุณหภูม ิ -20 6-12 เดอื น หมายเหต:ุ ไม่ควรเกบ็ นา�้ นมที่ประตตู ู้เย็น 65
ฝกึ ลูก เข้านอน • การนอนหลบั เปน็ สง่ิ สา� คัญและจา� เป็นส�าหรบั เด็กปฐมวยั • การนอนหลบั ทเ่ี พยี งพอและเหมาะสม มผี ลตอ่ การหลง่ั Growth Hormone ที่ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต เพ่มิ ส่วนสูง และ ซอ่ มแซมสว่ นที่สกึ หรอของรา่ งกาย ระยะเวลาการนอนหลับ ตามกลุม่ วยั ดงั น้ี • วยั แรกเกดิ (แรกคลอด - 3 เดือน) ควรนอน 14-17 ช่ัวโมง • วัยทารก (4 เดอื น - 1 ปี) ควรนอน 12-15 ชัว่ โมง • วัยเตาะแตะ (1-2 ป)ี ควรนอน 11-14 ชวั่ โมง • วยั ก่อนเขา้ เรียน (3-5 ป)ี ควรนอน 10-13 ชัว่ โมง • ทารกแรกเกดิ จนถึง 3-4 เดือน จะมีการนอนและตนื่ เปน็ วงจร ทุก 3 ช่วั โมง จากการตนื่ มา ก กินนมแม ่ เปน็ ระยะ ช่วงนย้ี งั จ�าเปน็ ที่จะใหน้ มแม่ ตามความต้องการของเด็กกอ่ น และอ้มุ เรอ หลังกนิ นม • เมอ่ื ทารกอายมุ ากขนึ้ ประมาณ 3-4 เดอื น จะมรี อบการนอนทนี่ านขนึ้ รวมถงึ การตนื่ ทน่ี านขนึ้ ดว้ ย โดยจะตืน่ ตอนกลางคนื ประมาณ 1-3 คร้งั และ นอนตอนกลางวนั ประมาณ 2-3 รอบ • วัยน ้ี จะเริ่มฝึกการนอนได้ โดยการจัดที่นอนลูก ให้เป็นสัดส่วน แยกจากพ่อแม่ โดยระวัง ความปลอดภัย ด้านการตกเบาะ หรือเตียง จัดบรรยากาศให้มืด ไม่มีแสง และเสียงรบกวน อาจเปดิ เพลงบรรเลงเบาๆ • เม่ือลกู ร้องไห้ หรือตน่ื นอนตอนกลางคนื อยา่ เพ่งิ กล่อม หรือให้นมลกู ให้ดูแลความปลอดภยั ก่อนวา่ ไมม่ ภี าวะตกเตยี ง หรอื จดั การเรือ่ งเปยี กชืน้ ให้เรยี บร้อยก่อน หลังจากนน้ั ให้กล่อมลกู บนท่นี อน โดยไมอ่ ้มุ ลกู ขน้ึ ดว้ ยวิธกี ารลบู ตวั และลูบหวั พรอ้ มกบั พดู กระซิบกับลูกวา่ “นอน นะคนดี นอนนะลกู ” และไมพ่ ูดคยุ กันเอง หรอื ทา� เสยี งรบกวนอ่ืนๆ จนกว่าลกู จะหลับเอง • เด็กบางคน อาจจะร้องไห้เสียงดงั มาก และร้องนาน หากกล่อมแลว้ ไม่ดีขน้ึ ใหอ้ อกนอกห้อง สกั 2-3 นาที แล้วกลบั ไปกลอ่ มแบบเดิมใหม ่ • ช่วงเรมิ่ ต้น เด็กที่นอนยากบางคน อาจร้องไห้ถึง 30 นาที จนเหง่อื ออกชุ่มตัว และจะดีขึ้น หลงั จากฝึก 1-2 สปั ดาห์ พอ่ และแม่ตอ้ งอดทน และผลัดเปลยี่ นกันกล่อมหากไมไ่ หว • การกล่อมโดยพอ่ หรอื บุคคลอน่ื ทไ่ี ม่ใช่แม่ อาจกล่อมใหล้ กู นอนไดเ้ รว็ กว่าแม่ • การให้นมตลอดคืน ทันทีที่ลูกร้อง จะท�าให้เด็กกล่อมตัวเองไม่ได้ และท�าให้กระเพาะอาหาร ท�างานในเวลาท่ีควรพักผ่อน และท�าให้ลูกนอนหลับไม่เพียงพอ เกิดผลเสียต่อสุขภาพลูก นอกจากน้ียงั ทา� ให้เสย่ี งต่อการเกดิ ฟนั ผุได ้ • การจัดเตยี ง หรือเบาะ ท่เี ด็กนอน ให้มีความปลอดภัย เชน่ ติดผนัง ไมม่ ีชอ่ งว่างให้เด็กไปตดิ หรือตกลงไปได้ เป็นต้น 66
ความรู้สกู่ ารปฏบิ ตั เิ พอ่ื แม-่ ลกู สุขภาพดี สว่ นท่ี 3 0-6 เดือน ฟนั ยังไม่ขน้ึ ใชผ้ ้าสะอาดชุบน้�าตม้ สุกทเ่ี ยน็ แล้ว เชด็ เหงอื ก กระพงุ้ แกม้ และล้ิน วนั ละ 2 ครั้ง พบทนั ตแพทย์ 7-11 เดือน ทุก 6 เดือน แปรงฟันให้ลูกตงั้ แต่ซี่แรกด้วยยาสฟี นั ผสมฟลอู อไรด์ แตะปลายขนแปรงพอเปียก ถไู ปมาส้นั ๆ ในแนวขวาง และใช้ ผ้าสะอาดเช็ดฟองออก ทา� ทกุ วนั เช้า-กอ่ นนอน หลังแปรงฟนั ตรวจความสะอาดโดยใช้หลอดพลาสติกเลก็ ๆ ปลายมนขดู บนตัวฟนั ตอ้ งไมม่ ีคราบจลุ นิ ทรยี ์ออกมา และอย่าลมื พาลกู ไป พบหมอฟนั คร้งั แรก กอ่ นอายุ 1 ปี รอยขาวขุน่ ฟนั ซแี่ รกถงึ น้อย 3 ปี ถึง 6 ปี มากกวา่ 6 ป ี 1 -3 ปี กวา่ 3 ปี แตะขน เท่ากบั ความกว้าง เท่ากับความยาว แปรงพอเปยี ก ขนแปรง ขนแปรง พ่อแม่ต้องแปรงฟนั ใหล้ กู วันละ 2 ครง้ั หลัง อาหารเชา้ และก่อนนอน หากลูกกินอาหาร หลังแปรงฟันอีก ตอ้ งแปรงฟันซา�้ กอ่ นเข้า นอน ถ้าพบฟันเร่ิมผุเป็นรอยขาวขนุ่ รีบไป พบหมอฟนั กอ่ นฟนั ผลุ ุกลาม 3 -6 ปี ฝึกใหแ้ ปรงฟันเอง โดยพอ่ แมแ่ ปรงซ�า้ ให้จนถงึ อาย ุ 7-8 ปี หรือจนกว่าเด็กจะแปรงฟันสะอาด 67
ส่วนที่ 3 ความร้สู ่กู ารปฏิบตั เิ พ่อื แม่-ลกู สุขภาพดี ส่งเสรมิ พัฒนาการลูกรักเตบิ โตอยา่ งมคี ณุ ภาพ: กนิ 3 - 5 ปี 0 - 6 เดือน 6 - 12 เดือน 1 - 2 ปี 2 - 3 ปี • ใหน้ มลูกดว้ ย • ปอ้ นอาหารทม่ี ี • ใหล้ ูกได้ตัก • จัดทน่ี ั่งใหล้ กู ไดก้ นิ • มเี วลากนิ อาหารกับ ตนเอง คุณคา่ ทางโภชนาการ หยบิ อาหารเอง อาหารกบั สมาชกิ อื่นๆ ลกู ทกุ วัน วนั ละ 1 มอ้ื • ไม่บงั คับลูก ถา้ ลูก • ชมเชยเม่ือ ไมเ่ ดนิ ตามป้อน • ชวนลูกมาเตรียม ปฏิเสธอาหารตามวัย ลูกทา� ไดด้ ี • ชื่นชมเมอื่ ลกู นง่ั อาหาร หรอื คดิ เมนู • ไม่ดุว่าเมอื่ ลูกท�า กินอาหารได้ดี อาหารดว้ ยกัน อาหารเลอะเทอะ กอด 0 - 6 เดือน 6 - 12 เดอื น 1 - 2 ปี 2 - 3 ปี 3 - 5 ปี • อ้มุ สัมผสั อยา่ ง • อยขู่ ้างๆ ลกู เม่ือ • ลกู วัยนช้ี ่างสา� รวจ วัยแห่งความเป็น • ชว่ ยลกู เตรียม อ่อนโยนตอบสนอง ลกู สา� รวจคน้ หา และเรยี นรู้ ตัวของตวั เองสูง ความพรอ้ มไป อยา่ งรวดเรว็ เล่นสง่ิ ใหมๆ่ • สนบั สนนุ ให้ลูก ด้อื ต่อต้านไดม้ าก โรงเรยี น • เรียนร้สู ญั ญาณ • ยิ้มพยกั หน้า ให้ กล้าเล่นกล้าทดลอง • พอ่ แมไ่ ม่ควรบังคบั • ติดตามการปรบั ตวั ต่างๆ ท่ีลกู พยายาม ลูกมนั่ ใจ อา้ แขนรับ • พ่อแมอ่ ยู่ข้างๆ ให้ หรอื เอาชนะเด็กตรงๆ กบั เพอ่ื น ครชู ว่ ยดแู ล สอ่ื เช่น ทา่ ทางเม่ือ โอบกอด ปลอบ ความมัน่ ใจกบั ลูก แตไ่ ม่ตามใจ เรอ่ื งการบา้ น หวิ เสยี งร้องไห้เม่ือ ประโลม ไมแ่ สดงท่าทกี ังวล • ถ้าลูกตอ่ ตา้ น ง่วงนอน เมื่อลกู เจบ็ กลวั เกนิ ไป อาละวาด ให้ยืนยนั ด้วยท่าทสี งบนุม่ นวล หนักแนน่ • ใช้การโอบกอบ พดู แสดงความเขา้ ใจ เพ่ือชว่ ยลกู จัดการ อารมณข์ องตนเอง • ไมค่ วรลงโทษลูก ด้วยอารมณ์ 68
ความรู้สกู่ ารปฏิบตั ิเพือ่ แม่-ลกู สขุ ภาพดี สว่ นท่ี 3 พ: กิน กอด เล่น เล่า เล่น 0 - 6 เดอื น 6 - 12 เดือน 1 - 2 ปี 2 - 3 ปี 3 - 5 ปี บ ม้อื • พ่อแม่ชวนลกู เล่น • ชวนลกู เล่นสิง่ ของ • ใหล้ ูกเป็นผู้น�าใน • ชวนลูกเล่นลองทา� • สง่ เสริมการเลน่ เพือ่ กระต้นุ ประสาท อะไรง่ายๆ รอบตวั การเลน่ ตามสิ่งทลี่ ูก กจิ กรรมใหมๆ่ สมมตุ ิทเ่ี ป็นเรอ่ื งราว สัมผสั การมอง การ • เนน้ ความสนกุ สนาน สนใจ • ส่งเสรมิ ให้ลกู ไดว้ ิ่ง • เล่นแบบร่วมมือ แก้ ไดย้ ิน การสมั ผสั ระหว่างพอ่ แม่ และ • ชวนลกู เล่นลองทา� เลน่ นอกบ้าน สนาม ปัญหาจากงา่ ยไปยาก ลกู กิจกรรมใหม่ๆ เดก็ เลน่ ปั่นจักรยาน ยอมรบั แพ้-ชนะ • ส่งเสริมใหล้ กู ได้ • สง่ เสริมลกู ไดเ้ ดนิ ว่ิง • สง่ เสริมให้ลกู ไดว้ ิ่ง คลาน เกาะยนื และปนี ปา่ ย เลน่ นอกบา้ น สนาม เด็กเล่น ปัน่ จักรยาน เลา่ 0 - 6 เดือน 6 - 12 เดอื น 1 - 2 ปี 2 - 3 ปี 3 - 5 ปี ตวั ล • ชวนลกู คุย รอ้ ง • เล่านิทานที่มีเสียง • อ่านหนังสือนิทานท่ี • สามารถเล่านทิ าน • จดั เวลาอา่ นหนังสือ เพลงให้ฟัง คล้องจอง อ่านนทิ าน มสี ิง่ ที่ลูกชอบ เชน่ รถ ได ้ หลายรปู แบบ เชน่ กบั ลูกอยา่ งสมา่� เสมอ • อา่ นหนังสอื เพลง ท ี่มีรูปวาดงา่ ยๆ สัตว ์ หรือนทิ านทีม่ ี เล่าจากหนังสอื เล่า • ใหเ้ ดก็ ได้มีสว่ นรว่ ม กลอ่ มเด็ก • มองหนา้ สัมผสั ลูก เนื้อหาง่ายๆ เรอ่ื งใกล้ เรื่องแต่งเอง ในการอา่ นนิทาน ระหวา่ งเล่านิทาน ตวั • สอดแทรกเนอ้ื หา • ฟังลูกเล่าเร่ืองราว • ตอบคา� ถาม เก ่ยี วกบั ความรัก ต่างๆ อย่างตง้ั ใจ “ทา� ไม” “อะไร” ความผูกพันของ ของลกู อย่างใสใ่ จ สมาชิกในครอบครวั ไมร่ า� คาญทีล่ กู ถาม ต• ัวชลวะนคลรหูกรคอื ุยเเนก้ือ่ยี เวรอ่ืกงบั สถาบันราชานกุ ลู กรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสุข ทอ่ี ่าน 69
ส่วนที่ 3 ความรูส้ กู่ ารปฏิบัติเพื่อแม-่ ลกู สุขภาพดี การบาดเจ็บในเดก็ (Child Injuries) รถหัดเดินไม่มคี วามจ�าเปน็ ท่จี ะตอ้ งใช ้ เพราะทา� ใหเ้ ดินช้า และพลิกควา�่ ตกทส่ี ูงได้งา่ ย ไม่วางเด็กไวบ้ นที่สูง เช่น เตียง ค�าแนะน�าเพื่อสง่ เสริม โต๊ะ โซฟา โดยล�าพงั ความปลอดภัยและป้องกัน การพลัดตก หกลม้ 1 เมตร ซ่รี าวบนั ได และซ่ีกรงระเบยี ง ตอ้ งมชี อ่ งห่างไม่เกิน หนา้ ต่างตอ้ งอย่สู ูงจากพื้น 9 เซนตเิ มตร เพื่อไมใ่ ห้ ไมต่ ่�ำกวา่ 1 เมตร ลา� ตัวเด็กและศีรษะเด็ก เพือ่ ปอ้ งกันการปนี ป่าย ลอดได้ โต๊ะ ทีวี ตเู้ ยน็ ชนั้ วางของ หากไม่มัน่ คงพอ ควรใชอ้ ปุ กรณ์ยดึ ตดิ กับก�าแพง เพื่อปอ้ งกัน เคร่อื งเลน่ ในสนามเดก็ เล่น การล้มคว�า่ ทับเดก็ เม่ือเด็กโหนหรอื ปีนป่าย ต้องปลอดภัย คา� แนะน�าเพ่อื สง่ เสรมิ ความปลอดภยั และปอ้ งกัน ควรใหเ้ ด็กนอนหงาย การนอนควา�่ อาจเกดิ การอดุ ตนั ทางเดนิ หายใจ การกดทับปากและจมกู ได้ อยา่ ปลอ่ ยให้เด็กเล่นส่งิ ของช้นิ เล็กตามล�าพัง แมเ้ พียงชว่ั ขณะ เพอื่ ไมใ่ ห้น�าใส่ปาก จมกู อยา่ ให้เดก็ เลน่ ของเลน่ อย่าวางถุงพลาสตกิ ใกล้ ที่มสี ายยาว ตัวเด็ก เพื่อปอ้ งกันเด็ก เพราะอาจรดั คอเดก็ ได้ ใช้สวมศรี ษะ ค�าแนะน�าเพือ่ สง่ เสรมิ ความปลอดภยั และปอ้ งกนั แรงเชิงกลจากวัตถสุ ิง่ ของ หา้ มให้เด็กเลน่ ประทัด พล ุ ดแู ลเดก็ อยา่ งใกล้ชิด ดอกไม้ไฟ ตามลา� พงั เม่ือใช้บนั ไดเล่ือนหรือลฟิ ต์ กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 70
ความรู้ส่กู ารปฏิบตั ิเพ่ือแม-่ ลูก สขุ ภาพดี สว่ นที่ 3 การบาดเจบ็ ในเดก็ (Child Injuries) คา� แนะน�าเพือ่ สง่ เสรมิ ความปลอดภัยและปอ้ งกนั การจมนา้� ผูป้ กครองต้องดูแลเด็ก ติดต้ังเคร่ืองกีดขวาง อย่างใกลช้ ดิ หรือรั้วหรือคอกกน้ั เดก็ ต้องมีชอ่ งห่างไม่เกิน 6 เซนตเิ มตร ควรสวมเสอ้ื ชชู พี เด็กวัยเรียนควรวา่ ยนา�้ เพ่อื เอาชวี ติ รอดได ้ ทุกคร้ัง (ความรู้ความปลอดภัยทางน้�า ทักษะการเอาชวี ติ รอดและการช่วยเหลือ) หมายเหตุ: ระดับนา้� 1-2 น้ิว ท�าใหเ้ ด็กเล็กจมน�า้ ได้ ค�าแนะน�าเพ่อื ส่งเสรมิ ความปลอดภัยและปอ้ งกนั การบาดเจ็บจากการจราจร ผู้ขับข่ีตอ้ งสวมหมวกนิรภยั และคาดสายรดั คาง ใช้ท่นี ัง่ นริ ภัยส�าหรบั เดก็ ในรถยนต์ เด็กอายุมากกว่า 2 ปี ไม่ควรให้เดก็ อายนุ ้อยกวา่ 2 ป ี ให้สวมหมวกนิรภยั เด็กทกุ ครั้ง โดยสารรถจกั รยานยนต์ อยา่ ท้ิงเดก็ ไว้ในรถคนเดียว สอนและสาธติ วิธกี ารเดินถนน กอ่ นถอยรถหรือออกรถ และข้ามถนนอยา่ งปลอดภัย ให้สา� รวจทกุ ครง้ั วา่ ไมม่ เี ด็กอยู่ใกล้รถ ส�านกั โรคไม่ตดิ ต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 71
สว่ นท่ี 3 ความรสู้ กู่ ารปฏบิ ตั ิเพ่อื แม-่ ลูก สุขภาพดี การดแู ลเด็กปว่ ยเปน็ ไขห้ วดั และไขห้ วดั ใหญ่ เด็กอายุ 1-5 อป1าี มกัการปไอว่ ยมเปัก็นมไีรขาห้วว1ดั -ได2้บสอ่ ปั ยดโารหค์ นจจ้ีา กะมนีอน้ั าจกะาหราไยขไ้ ไปอสนำ� ำ้�หมรูกับ ในช่วง 2 - 3 วันแรก ไข้หวัดใหญ่อาการจะรุนแรงกว่า คือ ไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ยาลดไข้ 1อ1.า จมใหีอ้จาิบเจนยี ำ�้ นบ่อแยละๆทอ้ งเสยี ร2ว่ ม ผู้ปกครองสามารถให้การดแู ลเด็กเบื้องต้นได้ ดังนี้ยาลดไข้ ถ้าตัวรอ้ นให้เ2ช2.ด็ ตใหวั ้กแินลนะมกินหยรอื าอลาดหไขาร้ ต(3พาามรปาเกซตติ ามอล) 33. ยาลดไข้ ยาลดไข้ 44. ปรมิ าณตามฉลากยาระบุ 55. โถร้าคมไขอี ห้ าวกดั ารเไกอดิ จใหากก้ เนิชยอื้ ไาวแรกสั ้ไไอมลส่ ะาลม4าายรถเสรกัมษหาะไดด้ ว้ ยยาปฏชิ วี นะ/ยาฆา่ เชอื้ แตส่ ำ� หรบั โรคไขห้ วดั ใหญน่ น้ั มียารกั ษาเฉพาะ ดังน้นั กรณีสงสัยวา่ เดก็ ปว่ ยเป็นไข้หวดั ใหญค่ วรรบี พาไปพบแพทย์ 66. ถ้าเด็กมีอาการ ไอมาก หอ5บ หายใจผิดปกติ หายใจเร็ว หายใจมเี สียงดงั ซึม ไม่ดดู นม ตอ้ งรบี พา เดก็ ไปพบแพทยท์ นั ที หมายเหต:ุ โรคไขห้ วัดใหญม่ วี ัคซีนป้องกัน เด็กอายุ 6 เดอื น - 2 ปี เปน็ ประชากรกลุ่มเส่ียง ท่จี ะเกดิ โรครุนแรง สามารถไปรับวัคซนี ฟรีในชว่ งรณรงค์ ไดท้ สี่ ถานพยาบาลภาครฐั และเอกชนที่รว่ มโครงการ โรคโรมคือมเอื ทา้เทป้าาปกาก โรคโรนคีพ้ นบ้พี บบอ่ บย่อในยเใดนก็ เดเล็ก็กเลพ็กบผพู้ปบว่ ผยู้ปม่วายกมตงั้าแกตต่ ้นฤดฝู นจนถึงฤดหู นาว ปิด สำตเ้ังหแตตุ ่ตเก้นดิ ฤจดาฝู กนเชจื้อนเถอึงนฤเดทูหอนโราไวรสั (Enterovirus) อำสกาำเหร ตุ เกิดจากเ ช้อื เอนเทอ โรไวรัส (Enterovirus) อาการ มีไข้ ต่มุ แดง ตมุ่ ใส หรอื แผลรอ้ นในหลายๆ แผลในชอ่ งปาก และมีอาการเจบ็ พบผนื่ แดงหรอื ตมุ่ ใสเล็ก ๆ ทฝ่ี า่ มอื ฝา่ เท้า หร ือก้น ไขจ้ ะเปน็ นาน 5 - 7 วัน ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ กล้ามเนอื้ หัวใจอักเสบ กลา้ มเน้อื อ่อนปวกเปยี ก ซึ่งอาการแทรกซอ้ นไม่สมั พันธก์ บั จ�ำนวนแผลหรอื ตุ่ม การดูแลรักษา โรคนร้ี ักษาตามอาการ ไม่มียารักษาโรคโดยเฉพาะปเิดช่น เมื่อมีไข้ ให้ยาลดไข้ (พาราเซตามอล) หากกินอาหารได้น้อยจากการเจ็บแผลในปาก จะให้ยาชาป้ายแผล/หยอดบริเวณ ในชศอ่ นู งยปเ์าดก็กพเลย็กายหารมือปโรอ้ งนเรนียำ�้น นทม่ี ี แลหะอาากหมาีเรดอ็กอ่ ปน่วทยอี่ เณุ ป็นหโภรมูคเิมยือน็ เลเทก็ ้าน อ้ ยหเาพกอื่พลบดวอ่ามากีเดาร็กเปจบ็่วยแผเปล็นแโลระคกมนิ ือ เดไก็ดป้มว่ ายกเขปึ้นน็ โรหคามกอื ่อเทนา้ เ พปลากีย ใหแพ้ ทยป์าจกะใ หภ้นาอยนในรักหษ้อางตเรัวยี ในเโดรงียพวยกาันบาลแเทล้าะ ใปหา้นก้�ำ เกหลือายทหาง้อหงลเรอยี ดนเ ลคือวดร แจร่ว้งมเจก้าับหเฝน้ารทะ่ีสวังาภธาวระณแทสรุขก ซใน้อน มากกว่า 2 ราย ใน 1 สัปดาห ์ พิจารณาปิดศูนย์เด็กเล็ก หรือ พน้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบทกราบรปโดอ้ ยงกเรนั ว็ โ รค ต้องปิดห้องเรียนที่มีเด็กป่วย โรงเรียนประมาณ 5 วันท�าการ 1. หลีกเลี่ยงการใแหล้เดะท็ก�าคคลวุกาคมลสีใะกอลาช้ดิดหก้อบังเผรยีปู้ ่วนย เพอื่ ทา� ความสะอาดโรงเรยี นและ 2. ดแู ลรกั ษาสุขอนามยั เช่น ล้างมือดว้ ยสบ่หู รือเจลลอา้ปุ งกมรือณก์ขอ่ อนงใรชบั ข้ปอระงเทลาน่ นเอดา็กหาร หลกงั ขำรับปถ้อ่ายงกแนั ลโะรหคลังเล่นของเลน่ 3. หากเดก็ ปว่ ยเป็นโรกคามรอืดเแู ทลา้ สปขุ าอกนใาหม้หยั ยสุดว่ เนรยีบนคุ คอยลทา่ งดี่ น ี เ้อชยน่ 1กาสรัปลดา้ งามหอื์หดรือว้ ยจนสบกหู่ว่ารแอื ผเจลลจละา้หงามยอื ทกุ ครง้ั 4. กรณีพบเด็กป่วยเปก็น่อโนร ค- มหือลเังท ้ากปารารกบั ในปรศะูนทยาน์พอัฒานหาเรด ็กหเลลงั ็กข/ับโรถง่าเยรยี นแอละนกุบาารลเล่นอาขจอมงเีกลาน่ ร ปหิดมศนั่ ูนลย้า์ ง พัฒนาเด็กเล็ก/โรงเมรียอื นบอ่ นยบุๆ าตลัดเปเล็น็บเวใหลาส้ น้ั7 วซันงึ่ เปพ็น่อื วทธิ �ำีปค้อวางมกสนั ะกอาารดตหดิ ้อเชงเ้ือรยี แนลแะลกะาขรอแงพใรช่เข้ ชออ้ื งไเดล้ดน่ ีเดก็ 72
ความรู้สู่การปฏบิ ัติเพื่อแม่-ลกู สุขภาพดี ส่วนที่ 3 1ความรสู้ ู่การปฏบิ ตั ิเพื่อแม่-ลกู สขุ ภาพดี สว่ นท่ี 3 ใหส้ ารน�้า เพ่ือทดแทนน้า� และเกลอื แรท่ ี่สูญเสยี ไป าคเมรอดอ่ื จุ เูแจดลา็กรรปกัะร่วษว่ ยางโดขกรทน้ัว้าคเีบ่ มยรตอ้าด่อื น้จุ นเูแจดลา็กรรปกัะร่วษว่ ยางดขกใทหบัั้น้ว้สบี่อยตาจุา้รน้จนนา�า้ ร ะเพ ไ่อืดทแ้ ดกแ่ ทก นบั นอ 1�้าจุ แจลาระะเก ไลด อืแ้ แกร่ ท่ ห•เดโเ•ใ ปีส่ชดช รทู น็ญู่ยอืน้่ีขขสหตโว า้เออาธิ้า้น งนส อรมผีงซ �้ียำล าออสผผรไะงงมเ์สปลลอ ค มดไาสม์ู กกยท (้ี่ับขนOาน้รส�้าำR งตเมาSซภรา )ลอลสนแะงเั ช้�นำลกวอกะิธาล ันดีผยรือำ�ลสอรแใมมม่ืนหร ้่ • ให้ทดแทน OR S 10 ซีซ ี ต่อน�้ำห นักตัว 1 กิโลกรัม ทุกคร้งั ทถี่ ่าย • กินทีละน้อย ควรใช้ช้อน ทป กุ้อน 1ท-2ีละน า 5 ท ี ซ ีซี ( 1 ช้อนชา) 2 ให้เด็กกินนมหรอื กินอาหารปกติตามวัย 2ควรให้อาหารยอ่ ย ง่าย หลกี เลี่ยงอาหารท ่มี ี ไขมนั สงู ผกั ผลไมแ้ ละอาหารทม่ี นี ำ�้ ตาลสงู 73
สสว่ว่ นนทที่่ี 33 คคววาามมรรสู้สู้ ู่กู่กาารรปปฏฏิบิบตัตั เิิเพพอื่อ่ื แแมม่-่-ลลูกกู สสุขขุ ภภาาพพดดีี อาการของทารกแรกเกดิ ทีต่ ้องพาเดก็ ไปพบแพทย์ทันที 3 4 55 ตา ผิวหนัง หรอ 3 4หมอากบกเหวนาอ6ย0 หายใจเรว สะดอื บวมแดง มีหนอง ดูดนมนอยลง ครัง้ /นาที ชัดเจน หอบเหนือ่ ย หายใจเรว็ ตา ผวิ หนงั หรือ มากกวา่ 60 ครงั้ /นาที สะดือบวมแดง มีหนอง ดูดนมนอ้ ยลง ชัดเจน 6 2 ไข ซึม ทอ งอืดมาก ถา ยเปน น 2 หรออาเจยี น 6 1 7 ไข ้ ซมึ ท้องอดื มาก ถา่ ยเป็นน้า� ไมป ส หสราือวะอใานเจ6ีย-น8 ชวั่ โมง ตัวเหลืองมากขึ้น 1 หากลกู ของทานมอี จุ จาระสีซีดผดิ ปกติดังรปู 7 จำเปน ตองพาลกู ไปพบกุมารแพทยโดยเรว แมจะไมม ีอาการผิดปกติอ่นื ๆ เพราะอาจเปนโรคตับ หรอทอน ดตี ีบตนั ซ่ึงตองรบั การรักษาอยางเรงดว นกอ นอายุ 2 เดือน ตัวเหลอื งมากขึน้ ไม่ปัสสาวะใน 6 - 8 ชัว่ โมง หากลูกของทา่ นมีอาการตัวเหลอื ง และมอี ุจจาระสีเหลืองออ่ นหรือสขี าวเหมือนรูปด้านล่าง ตอ้ งพาลกู ไปพบกซุม่ึงตาร้อแงพรับทสกยา์โีอรดรุจยกั จเษรา็วากรเพอ่ ะนปราอกะาอยตาุจิ2เปเดน็ อืโรนคตบั หรอื ท่อนา้� ดี อุจจาระสีเหลอื งใน สอี อุจจุ จจาาระรสะีเผหลิดือปงอกอ่ ตน ิ อุจจาระสขี าว ทารกปกติ 7744
Search