Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารวิจัย มทร.ธัญบุรี ปีที่ 17 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)

วารสารวิจัย มทร.ธัญบุรี ปีที่ 17 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)

Published by IRD RMUTT, 2021-01-29 05:43:53

Description: วารสารวิจัย มทร.ธัญบุรี ปีที่ 17 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)

Search

Read the Text Version

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 46 ตารางท่ี 1 สภาวะในการเตรียมพอลแิ ลคตกิ แอซิดไมโครบดี ที่อัตราส่วนต่างๆ ของพอลแิ อลแลคตกิ แอซิดต่อพอลิไวนิล แอลกอฮอล์ สว่ นผสม PLLA (g) 40:1 PLLA : PVA 10:1 ชน้ั น้ามัน DCM (g) 5.00 20:1 5.00 ชน้ั น้า PVAa (g) 20.00 5.00 20.00 SDSbaqueous solution (0.1 wt%) (g) 0.125 20.00 0.50 Water (g) 0.045 0.25 0.045 45.00 0.045 45.00 45.00 เมอื่ aเปอร์เซ็นต์ไฮโดรไลซิส 98-100 เปอร์เซ็นต์ (น้าหนักโมเลกุล 26,000) และ เปอร์เซ็นต์ไฮโดรไลซิส 87-90 เปอรเ์ ซน็ ต์ (นา้ หนักโมเลกลุ 100,000 กรมั ตอ่ โมล) bสารละลาย SDS 0.1 เปอร์เซ็นตโ์ ดยนา้ หนกั อัตราการหยดในชัน้ น้า 4 มลิ ลิลิตรต่อนาที การทดสอบสมบตั ขิ องพอลแิ อลแลคติกแอซดิ ไมโครบดี ลักษณะรูปร่างและลักษณะภายในของอนุภาคไมโครบีด ก่อนและหลังการระเหยตวั ทาละลาย ศึกษาขนาดและรูปร่างของพอลิแลคติกแอซิด ไมโครบีดท่ีเตรียมได้ด้วยกลอ้ งจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบ ผลการศึกษาและอธปิ รายผล ส่องกราด (Scanning electron microscope; SEM) ซึ่ง เป็นการทดสอบลักษณะรูปร่างและพื้นผิวของไมโครบีด จากการศึกษาอัตราสว่ นท่ีเหมาะสมของพอลิแอล โดยอาศัยหลักการยิงลาอิเล็กตรอนลงบนผิวของตัวอย่าง แลคติกแอซิดต่อพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ในการเตรียม แล้วศึกษาการสะท้อนกลับของอิเล็กตรอนเข้าสู่การ พอลิแอลแลคติกแอซิดไมโครบีดดว้ ยเทคนคิ การระเหยตัว ประมวลผลออกมาเป็นรูปภาพ โดยการนาผงตวั อย่างของ ทาละลายโดยการเตรียมหยดแบบกลับวัฏภาค พบว่า ที่ อนุภาคไมโครบีดกระจายลงบนแท่งวางตัวอย่าง จากนั้น เปอร์เซ็นต์ไฮโดรไลซิส 98-100 เปอร์เซ็นต์ ที่น้าหนัก เคลือบด้วยทองคา เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเท โมเลกุล 26,000 กรัมต่อโมล ไม่มีความเสถียรทาง อิเล็กตรอนบนผิวตัวอย่างและทาการวิเคราะห์โดยใช้ คอลลอยด์ อนุภาคไมโครบีดเกิดการจับตวั กันเป็นก้อนใน กาลังขยายท่ีเหมาะสม สาหรับกล้องจุลทรรศน์แบบ ทุกสภาวะการทดลอง แสดงดังรูปที่ 3 อาจเนื่องมาจาก ใช้แสง (Optical microscope; OM: SK-100EB & SK- เปอร์เซ็นต์ไฮโดรไลซิสที่สูงเกินไป ทาให้สายโซ่ของ 100 ET, Seek Inter Corporation Ltd., Thailand) ทา พอลิไวนิลแอลกอฮอล์ละลายน้าได้ดีและเคลือบบนหยด ไ ด้ โ ด ย ก า ร ห ย ด ส า ร แ ข ว น ล อ ย ข อ ง ตั ว อ ย่ า ง ล ง บ น ของน้ามันได้น้อย หยดน้ามันจึงมีความเสถียรน้อยและ กระจกสไลด์ 1-2 หยด แล้วปิดด้วยแผน่ ปิดสไลด์ ทาการ เกาะรวมตัวกัน ในขณะที่เปอร์เซ็นต์ไฮโดรไลซิส 87-90 ตรวจสอบโดยใช้กาลังขยายท่ีเหมาะสม เพ่ือศึกษา เปอร์เซ็นต์ น้าหนักโมเลกลุ 100,000 กรัมต่อโมล สายโซ่ พอลิไวนิลแอลกอฮอล์สามารถเคลือบบนผิวของหยด

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 47 น้ามันได้ดีกว่า ทาให้ทุกสภาวะสามารถเตรียมสาร พอลิไวนิลแอลกอฮอล์มีปริมาณเพิ่มข้ึนและเพียงพอต่อ แขวนลอยท่ีมีความเสถียรได้ ไม่จับตัวกันเป็นก้อน มี การป้องกันการรวมตัวกันของอนุภาค โดยท่ีอัตราส่วน ลักษณะเป็นสีขาวขุ่นเหมือนน้านม (รูปท่ี 4a-c) เมื่อนา 40:1 จะมีขนาดใหญ่เกินไป (มากกว่า 400 ไมโครเมตร) ไมโครบีดทไ่ี ด้มาตรวจสอบลักษณะของอนุภาคด้วยกล้อง ในขณะท่ีอีกสองสภาวะ (20:1 และ 10:1 เปอร์เซ็นต์โดย จุลทรรศน์แบบใช้แสง แสดงดังรูปที่ 4a’-c’ พบว่า น้าหนัก) มีขนาดที่เหมาะสม (100-200 ไมโครเมตร) ใน อนุภาคพอลิเมอร์มลี กั ษณะทรงกลมและมีช่องว่างภายใน การนาไปใช้ในผลิตภัณฑ์เคร่ืองสาอาง จึงเลือกใช้ที่ โดยขนาดของอนุภาคพอลิเมอร์จะลดลงตามปริมาณของ อัตราส่วน 20:1 เปอร์เซ็นต์โดยน้าหนัก เป็นสภาวะท่ี พอลิแลคติกแอซิด อาจเนื่องมาจากการท่ีอัตราส่วนของ เหมาะสม เน่อื งจากสามารถเตรียมไมโครบีดได้ในปริมาณ พอลิเมอร์ต่อพอลิไวนิล แอลกอฮอล์ลดลง ทาให้ ที่มากกว่าอตั ราสว่ น 10:1 ถึงสองเทา่ รูปท่ี 3 สารแขวนลอยของพอลิแอลแลคติกแอซิดไมโครบีดหลังจากการระเหยตัวทาละลายที่อัตราส่วนระหว่าง พอลิแอลแลคติกแอซิดต่อพอลิไวนลิ แอลกอฮอล์ 40:1 (a) 20:1 (b) และ 10:1 (c) เปอรเ์ ซ็นตโ์ ดยน้าหนัก (a) (b) (c) (a’) (b’) (c’) 100 µm 100 µm 100 µm รูปที่ 4 สารแขวนลอย (a, b, c) และภาพจากกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง (a’, b’, c’) ของพอลิแอลแลคติคแอซิด ไมโครบีด ท่ีอัตราส่วนระหว่างพอลิแอลแลคติกแอซิดต่อพอลิไวนิลแอลกอฮอล์ 40:1 (a,a’) 20:1 (b,b’) และ 10:1 (c,c’) เปอรเ์ ซน็ ต์โดยนา้ หนกั

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 48 รูปท่ี 5 ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราดของพอลิแอลแลคติกแอซิดไมโครบีดที่เตรียมโดยใช้ พอลิไวนลิ แอลกอฮอล์น้าหนกั โมเลกลุ 100,000 กรัมต่อโมล ท่ีอัตราส่วนระหวา่ งของพอลแิ อลแลคติกแอซิดต่อ พอลไิ วนิลแอลกอฮอล์ 40:1 20:1 และ 10:1 เปอร์เซน็ ต์โดยนา้ หนกั Temp. H2O H2O H2O H2O Low viscosity PLA/DCM H2O H2O PVA-OH PLA:PVA; 40:1 PLA:PVA; 20:1 10:1 รูปที่ 6 กลไกท่ีเป็นไปได้ในการเกิดไมโครบีดที่มีช่องว่างของพอลิแอลแลคติก แอซิด ที่เตรียมโดยการเตรียมหยด สารละลายพอลิเมอรแ์ บบช้ันน้ามันในน้าควบคูก่ บั การระเหยตัวทาละลาย นอกจากน้ียังพบว่าพอลิแลคติคแอซิดไมโครบีดท่ี ภายใน (รูปที่ 5a) หลังจากทาการบดอนุภาคให้แตก เตรียมได้มีช่องว่างภายในของทุกสภาวะการทดลอง ในขณะที่เมื่อปริมาณของพอลิเมอรล์ ดลงไมโครแคปซูลท่ี (รูปท่ี 5) โดยในกรณีของอัตราส่วนของพอลิเมอร์ต่อสาร ได้จะเกิดช่องว่างเดียว (ทั้ง 20:1 และ 10:1) โดยกลไก ลดแรงตึงผิวที่ 40:1 ไมโครบีดที่ได้จะมีหลายช่องว่าง การเกิดไมโครบีดที่มีช่องว่างท่ีเป็นไปได้แสดงดังรูปที่ 6

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 49 โดยในการเตรียมหยดแบบน้ามันในน้าควบคู่กับการ สรปุ ผล ระเหยตัวทาละลาย พอลิไวนิลแอลกอฮอล์ (สารลด แรงตึงผิวชนิดมีขั้ว) ละลายในสารละลายอินทรีย์ งานวิจัยน้ีสามารถเตรียมพอลิแอลแลคติกแอซิด (พอลแิ ลคติกแอซิดละลายในไดคลอโรมีเทน) ในขณะทใ่ี น ไมโครบีดท่ีมีช่องว่างได้ภายในข้ันตอนเดียว ด้วยเทคนิค ช้ันน้าท่ีมีโซเดียมโดเดคซิลซัลเฟต (สารลดแรงตึงผิวชนิด การระเหยตัวทาละลายอยา่ งง่ายท่ีใช้การเตรยี มหยดแบบ มีประจุลบ) ละลายอยู่ เม่ือทาการหยดช้ันน้าลงบน กลับวัฏภาค ไมโครบีดที่มีลักษณะเป็นทรงกลม ขนาด สารละลายพอลิเมอร์ (พอลิแลคติกแอซิดละลายใน ประมาณ 100-200 ไมโครเมตร โดยปัจจัยท่ีมีผลต่อการ ไดคลอโรมีเทน) ท่ีสภาวะที่เหมาะสม จะเกิดหยดของ เกิดช่องว่างและลักษณะของช่องว่างภายในไมโครบีด คือ สารละลายพอลิเมอร์กระจายตัวอยู่ในช้ันน้า เน่ืองจาก ความหนืดภายในหยดของน้ามัน โดยวิธีการเตรียมน้ีเป็น พอลิไวนิลแอลกอฮอลที่อยู่ในสารละลายพอลิเมอร์จะ วิธีท่ีง่าย ไม่ซับซ้อนและสะดวก นอกจากนี้ยังสามารถ เคล่ือนที่ออกมาอยู่ที่ผิวของหยดสารละลายพอลิเมอร์ซ่ึง ควบคุมลักษณะของช่องว่างภายในไมโครบีดได้ง่ายด้วย จะทางานร่วมกันกับโซเดียมโดเดคซิลซัลเฟต ท่ีละลาย การปรับเปล่ียนอัตราส่วนของพอลิเมอร์ต่อสารลดแรง ใ น วั ฏ ภ า ค ข อ ง น้ า ป้ อ ง กั น ก า ร ร ว ม ตั ว กั น ข อ ง ห ย ด ตึงผิว นอกจากนี้ยังสามารถนาวิธีการเตรียมไป สารละลายพอลิเมอร์ทาให้มีความเสถียรสูง โดยการเกิด ประยุกต์ใช้ในการเตรียมไมโครบีดที่มีช่องว่างของ ช่องว่างภายในไมโครบีดน่าจะเกิดจากการมีพอลิไวนิล พอลิเมอรช์ นิดอนื่ ๆได้ แอลกอฮอล์มากเกินพอท่ีอยู่ภายในหยดสารละลาย พอลิเมอร์ จึงทาให้มีพื้นที่ความมีขั้วภายในหยด กติ ติกรรมประกาศ สารละลาย สามารถดึงดดู น้าเขา้ ไปภายในได้ และเมื่อทา การระเหยน้าออกจะทาให้ได้ไมโครบีดที่มีช่องว่างภายใน ขอขอบคุณหน่วยวิจยั ออกแบบและพฒั นาวัสดขุ น้ั โ ด ย ปั จ จั ย ส า คั ญ ท่ี มี ผ ล ต่ อ ก า ร เ กิ ด ช่ อ ง ว่ า ง ภ า ย ใ น สูง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย ไมโครบีด คือ ความหนืดภายในหยดน้ามัน ซึ่งจะเพิ่มข้ึน เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่เอื้อเฟื้อสถานที่และให้ ตามปริมาณของพอลิแลคติคแอซิด การที่มีความหนืดสูง คาแนะนาในการทาวิจัย เช่น กรณีของ 40:1 น้าที่เข้าไปอยู่ภายในหยดน้ามัน จะ เคล่ือนที่มารวมตัวกันได้ยากในระหว่างการระเหย เอกสารอา้ งองิ ไดคลอโรมเี ทนทาให้เกิดไมโครบีดทีห่ ลายช่องว่าง ส่วนใน กรณีของ 20:1 และ 10:1 ความหนืดภายในไม่สูงมากนัก [1] M. Cole, P. Lindeque, C. Halsband, and T. S. น้าท่ีอยู่ภายในหยดจึงมีเวลาพอในการเคลอื่ นท่ีมารวมตัว Galloway. (2011). Microplastics as กันในระหว่างการระเหยไดคลอโรมีเทน สุดท้ายจึงได้ contaminants in the marine environment: ไมโครบีดท่ีมชี อ่ งวา่ งขนาดใหญ่ภายใน A review. Marine Pollution Bulletin, 62 (12), 2588-2597. [2] D. K. A. Barnes, F. Galgani, R. C. Thompson, and M. Barlaz. (2009). Accumulation and fragmentation of plastic debris in global environments. Phil. Trans. R. Soc. B, 364, 1985-1998.

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 50 [3] A. L. Andrady. (2011). Microplastics in the [10] D. Mazurais et al.. (2015). Evaluation of the marine environment. Marine Pollution impact of polyethylene microbeads Bulletin, 62 (8), 1596-1605. ingestion in European sea bass (Dicentrarchus labrax) larvae. Marine [4] R. C. Thompson, S. H. Swan, C. J. Moore, and Environmental Research, 112, Part A, F. S. v. Saal. (2009). Our plastic age. Phil. 78-85. Trans. R. Soc. B, 364, 1973-1976. [11] P. L. Corcoran, T. Norris, T. Ceccanese, M. J. [5] J. A. Ivar do Sul and M. F. Costa. (2014). The Walzak, P. A. Helm, and C. H. Marvin. present and future of microplastic (2015). Hidden plastics of Lake Ontario, pollution in the marine environment. Canada and their potential preservation in Environmental Pollution, 185, 352-364. the sediment record. Environmental Pollution, 204, 17-25. [6] J. G. B. Derraik. (2002). The pollution of the marine environment by plastic debris: a [12] C. M. Free, O. P. Jensen, S. A. Mason, M. review. Marine Pollution Bulletin, 44 Eriksen, N. J. Williamson, and B. Boldgiv. (9), 842-852. (2014). High-levels of microplastic pollution in a large, remote, mountain [7] L. S. Fendall and M. A. Sewell. (2009). lake. Marine Pollution Bulletin, 85 (1), Contributing to marine pollution by 156-163. washing your face: Microplastics in facial cleansers. Marine Pollution Bulletin, 58 [13] L. Fok and P. K. Cheung. (2015). Hong Kong (8), 1225-1228. at the Pearl River Estuary: A hotspot of microplastic pollution. Marine Pollution [8] Y. K. Song et al.. (2015). A comparison of Bulletin, vol. 99 (1-2), 112-118. microscopic and spectroscopic identification methods for analysis of [14] A. L. Lusher, G. Hernandez-Milian, J. O'Brien, microplastics in environmental samples. S. Berrow, I. O'Connor, and R. Officer. Marine Pollution Bulletin, vol. 93 (1- 2), (2015). Microplastic and macroplastic 202-209. ingestion by a deep diving, oceanic cetacean: The True's beaked whale [9] H. K. Imhof, N. P. Ivleva, J. Schmid, R. Niessner, Mesoplodon mirus. Environmental and C. Laforsch. (2013). Contamination of Pollution, 199, 185-191. beach sediments of a subalpine lake with microplastic particles. Current Biology, 23, (19), R867-R868.

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 51 [15] S. Zhao, L. Zhu, and D. Li. (2015). Microplastic Physical Chemistry B, 115 (47), 13828- in three urban estuaries, China. 13834. Environmental Pollution, 206, 597-604. [22] Y. Li, Z. Wang, X. Kong, and G. Xue. (2010). [16] L. Van Cauwenberghe, A. Vanreusel, J. Mees, Controlling the structure of hollow and C. R. Janssen. (2013). Microplastic polystyrene particles based on diffusion pollution in deep-sea sediments. kinetics in miniemulsion polymerization Environmental Pollution, 182, 495-499. system. Colloids and Surfaces A: Physicochemical and Engineering [17] M. Eriksen et al.. (2013). Microplastic Aspects, 363 (1–3), 141-145. pollution in the surface waters of the Laurentian Great Lakes. Mar Pollut Bull, [23] O. J. Cayre and S. Biggs. (2010). Hollow 77 (1–2), 177-182. microspheres with binary colloidal and polymeric membrane: Effect of polymer [18] S. A. Carr, J. Liu, and A. G. Tesoro. (2016). and particle concentrations. Advanced Transport and fate of microplastic Powder Technology, 21 (1), 19-22. particles in wastewater treatment plants. Water Research, 91, 174-182. [24] T. Makuta, S. Takada, H. Daiguji, and F. Takemura. (2009). Simple fabrication of [19] Q. Tian, D. Yu, K. Zhu, G. Hu, L. Zhang, and hollow poly-lactic acid microspheres using Y. Liu. (2016). Multi-hollow polymer uniform microbubbles as templates. microspheres with enclosed surfaces and Materials Letters, 63 (8), 703-705. compartmentalized voids prepared by seeded swelling polymerization method. [25] H. Daiguji, S. Takada, J. J. M. Cornejo, and F. Journal of Colloid and Interface Takemura. (2009). Fabrication of Hollow Science, 473, 44-51. Poly(lactic acid) Microcapsules from Microbubble Templates. The Journal of [20] S. Nuasaen and P. Tangboriboonrat. (2015). Physical Chemistry B, 113 (45), 15002- Optical properties of hollow latex 15009. particles as white pigment in paint film. Progress in Organic Coatings, 79, 83-89. [26] C. J. McDonald and M. J. Devon. (2002). Hollow latex particles: synthesis and [21] J. J. Molino Cornejo, H. Daiguji, and F. applications. Advances in Colloid and Takemura. (2011). Factors Affecting the Interface Science, 99 (3), 181-213. Size and Uniformity of Hollow Poly(lactic acid) Microcapsules Fabricated from [27] X. Liu and A. Basu. (2009). Core Microbubble Templates. The Journal of functionalization of hollow polymer

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 52 nanocapsules. Journal of the American [33] S. Nuasaen and P. Tangboriboonrat. (2013). Chemical Society, 131, 5718-5719. Highly charged hollow latex particles prepared via seeded emulsion [28] X. Shi, A. Briseno, R. Sanedrin, and M. Zhou. polymerization. Journal of Colloid and (2003). Formation of uniform polyaniline Interface Science, 396, 75-82. thin shells and hollow capsules using polyelectrolyte-coated microspheres as [34] H. Kobayashi, T. Suzuki, M. Moritaka, E. template. Macromolecules, 36, 4093- Miyanaga, and M. Okubo. (2009). 4098. Preparation of multihollow polystyrene particles by seeded emulsion [29] M. Kim et al.. (2003). Synthesis and polymerization using seed particles with characterization of spherical carbon and incorporated nonionic emulsifier: effect of polymer capsules with hollow temperature. Colloid and Polymer macroporous core and mesoporous shell Science, 287, 251-257. structures. Microporous and Mesoporous Materials, 63, 1-9. [35] H. Kobayashi, E. Miyanaga, and M. Okubo. (2007). Preparation of multihollow [30] X. Yang, L. Chen, B. Huang, F. Bai, and X. polymer particles by seeded emulsion Yang. (2009). Synthesis of pH-sensitive polymerization using seed particles with hollow polymer microspheres and their incorporated nonionic emulsifier. application as drug carriers. Polymer, 50, Langmuir, 23, 8703-8708. 3556-3563. [36] W. Zhou, J. Li, W. Wei, Z. Su, and G. Ma. [31] M. Okubo and H. Minami. (1997). Formation (2011). Effect of solubilization of mechanism of micron-sized surfactant aggregates on pore structure in monodispersed polymer particles having a gigaporous polymeric particles. Colloids hollow structure. Colloid and Polymer and Surfaces A: Physicochemical and Science, 275, 992-997. Engineering Aspects, 384 (1–3), 549-554. [32] S. Nuasaen, P. Opaprakasit, and P. [37] W.-Q. Zhou, T.-Y. Gu, Z.-G. Su, and G.-H. Ma. Tangboriboonrat. (2014). Hollow latex (2007). Synthesis of macroporous particles functionalized with chitosan for poly(glycidyl methacrylate) microspheres the removal of formaldehyde from indoor by surfactant reverse micelles swelling air. Carbohydrate Polymers, 101, 179- method. European Polymer Journal, 43 187. (10), 4493-4502.

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 53 [38] W.-Q. Zhou, T.-Y. Gu, Z.-G. Su, and G.-H. Ma. (2007). Synthesis of macroporous poly(styrene-divinyl benzene) microspheres by surfactant reverse micelles swelling method. Polymer, 48 (7), 1981-1988. [39] X.-M. Na, F. Gao, L.-Y. Zhang, Z.-G. Su, and G.-H. Ma. (2012). Biodegradable Microcapsules Prepared by Self-Healing of Porous Microspheres. ACS Macro Letters, 1 (6), 697-700. [40] F. Gao, Z.-G. Su, P. Wang, and G.-H. Ma. (2009). Double Emulsion Templated Microcapsules with Single Hollow Cavities and Thickness-Controllable Shells. Langmuir, 25 (6), 3832-3838.

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 54 ผลของสารควบคมุ การเจริญเติบโตต่อการกระตุน้ การงอกของเมล็ดบวั ยักษ์ ลูกผสมสายพนั ธเุ์ อทรานสใ์ นสภาพปลอดเช้ือ Effects of Plant Growth Regulators on Seed Germination Teatment of Nymphaea gigantea ‘Atrans’ Hybrid In Vitro Conditions เยาวมาลย์ น้อยใหม่ Yaowamal Noimai กองอาคารสถานท่ี ฝา่ ยพิพธิ ภัณฑ์บัว มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลธญั บุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทมุ ธานี 12110 Division of Building and Facilities, Department of Lotus and Waterlily Museum, Rajamangala University of Technology Thanyaburi, Pathumthani 12110, THAILAND Corresponding Author E-mail: [email protected] ARTICLE INFO ABSTRACT Article history: Nymphaea gigantea ‘Atrans’ hybrid seeds were Received 2 October 2018 struggled with the germination by the physiological dormancy. Accept 25 December 2018 The aim of this research was to explore the effects of plant Online 26 December 2018 growth regulators on seed germination in 3 periods during storage for 30, 60 and 90 days. First, the seed viability was done by TZ doi.org/10.14456/rj-rmutt.2018.5 test according to the International Seed Testing Association (ISTA) regulation. In vitro culture of Nymphaea gigantea ‘Atrans’ hybrid Keywords: using seeds explant in a sterile condition were studied. The seeds Nymphaea gigantea were sterilized with NaOCl, CuCl2 and H2O2, cultured on MS for 2 ‘Atrans’ hybrid, weeks. Then the sterilized seeds were stimulated cultured by germination, plant growth KNO3, TDZ and semi-solid MS medium supplement with BAP and regulators, IAA. The experiment was managed in a completely randomized In Vitro design (CRD) with 3 replications and was conducted at a laboratory for plant tissue culture of the Faculty of Science and Technology, RMUTT between December 2016 and March 2017.

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 55 The results revealed that the highest seed viability test (70.0 %) from 30 days-stored seeds. The highest which were surface sterilized with 7.5 and 4.0 % H2O2 for 5 minutes per times gave 100% of sterilized seeds from 60 days-stored seeds. The seed germination treatment with appropriate concentration of TDZ were significant different (p≤0.05). The highest seed germination 88.89 % from 30 days-stored seeds by 2 mgl-1 TDZ within 8 weeks and 66.67 % by 0.2 mgl-1 KNO3 within 6 weeks. บทคัดยอ่ ส่วนสารละลาย KNO3 ความเข้มข้น 0.2 mgl-1 สามารถ กระตนุ้ การงอกได้ 66.67 % ภายใน 6 สปั ดาห์ เมล็ดบัวยักษ์ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์มีปัญหา การงอกและการพักตัว งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพ่ือ คำสำคัญ: บัวยักษ์ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์ การงอก ศึกษาผลของสารควบคุมการเจริญเติบโตต่อการกระตุ้น สารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โต ปลอดเชื้อ การงอกของเมล็ดใน 3 ช่วงระยะเวลาการเก็บรักษา 30 60 และ 90 วัน ทดสอบความมีชีวิตของเมลด็ โดยวิธยี อ้ ม บทนา ด้วยเกลือเตตราโซเลียมตามกฎเกณฑ์ของ ISTA และทา การเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อโดยศึกษาวิธีการฟอกฆ่าเช้ือด้วย พิพิธภัณฑ์บัวมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล NaOCl, CuCl2 และ H2O2 แล้วเลี้ยงในอาหารกึ่งแข็ง ธัญบุรี ดาเนินงานภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช สูตร MS เป็นเวลา 2 สปั ดาห์ จากน้นั นาเมลด็ ทปี่ ลอดเชอ้ื อันเน่ืองมาจากพระราชดาริฯ ของสมเด็จพระเทพ มากระตุ้นการงอกด้วยสารละลาย KNO3, TDZ และ รตั นราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กจิ กรรมอนุรกั ษ์และ อาหารกึ่งแข็งสูตร MS ที่เติม BAP ร่วมกับ IAA วาง การใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืชเป็นหน่ึงในกิจกรรมของ แผนการทดลองแบบสมุ่ สมบูรณ์ (CRD) จานวน 3 ซ้า ทา โครงการ การนาเทคโนโลยีการขยายพันธุ์พืชด้วยการ การทดลอง ณ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงเน้ือเยื่อ คณะ เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมาใช้เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถใช้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ขยายพันธุ์บัวปริมาณมากในระยะเวลาสั้น ผลผลิตมี ราชมงคลธัญบุรี ระหวา่ งธันวาคม 2559 ถงึ มนี าคม 2560 ความสม่าเสมอ ต้นกล้าปลอดโรค คุณภาพดีและคง ผลการทดลอง พบความมีชีวิตสูงสุด 70.0 % ในเมล็ดที่ เอกลักษณ์ของสายพันธ์ุเดิมไว้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ เก็บรักษา 30 วัน วิธกี ารฟอกฆา่ เชอ้ื ด้วยสารละลาย H2O2 ปรับปรุงพันธุ์ การเก็บรักษาพันธุกรรม การใช้ประโยชน์ ความเข้มข้น 7.5 และ 4 % นานคร้ังละ 5 นาที มีความ เพื่อการสกัดสารเพื่อนามาผลิตยาหรือสารเคมีท่ีได้จาก ปลอดเชื้อ 100 % ในเมล็ดท่ีเก็บรักษา 60 วัน การ บัวยักษ์ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์ หรือบัวยักษ์เปล่ียนสี กระตุ้นการงอกด้วยสารละลาย TDZ เปอร์เซ็นต์การงอก (Nymphaea gigantea ‘Atrans’ hybrid) บัวลูกผสม มีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญ โดยสามารถ ระหว่างบัวยักษอ์ อสเตรเลยี มว่ ง (Nymphaea gigantea กระตุ้นการงอกของเมล็ดที่เก็บรักษา 30 วัน ได้สูงสุด var. violacea) กั บ บั ว ยั ก ษ์ ลู ก ผ ส ม เ อ ท ร า น ส์ 88.89 % ที่ระดบั ความเขม้ ขน้ 2 mgl-1 ภายใน 8 สัปดาห์ (Nymphaea gigantea ‘Atrans’) เป็นบัวสายที่มีขนาด ใ ห ญ่ ที่ สุ ด ใ น โ ล ก ใ ห้ ด อ ก ด ก ด อ ก มี ข น า ด ใ ห ญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 5-8 น้ิว ถ้าปลูกลงสระหรือบ่อจะโตได้ถึง

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 56 10 นิ้ว มีคุณลักษณะพิเศษสามารถเปลี่ยนสีของดอกจากสี รูปที่ 1 ดอกบัวยักษ์ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์ ฟ้าเป็นชมพเู ข้ม (รปู ท่ี 1) สามารถบานได้ 5-6 วัน เปน็ บัว (N. gigantea ‘Atrans’ hybrid) ท่ีกาลังไดร้ ับความนิยม และมรี าคาแพง แตก่ ารขยายพนั ธ์ุ ทาได้นอ้ ย เนื่องจากบัวลูกผสมขยายพนั ธุ์ทางธรรมชาติได้ วธิ ดี าเนนิ การวจิ ัย ยาก [1] บัวยักษ์ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์ มีปัญหาการ งอกโดยวธิ ีธรรมชาติ การขยายพันธด์ุ ้วยเมล็ดมปี ญั หาการ การทดสอบความมีชีวิตของเมล็ดของเมล็ดบัวยักษ์ พักตัว [2] การนาเมล็ดมาเพาะเล้ียงในสภาพปลอดเช้ือ ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์โดยวิธีย้อมด้วยเกลือเตตรา โดยการใช้สารโพแทสเซียมไนเตรท (KNO3) หรือสาร โซเลยี มตามกฎเกณฑข์ อง ISTA ควบคุมการเจริญเติบโตพืชกลุ่มไซโตไค นิน 6N- Benzyladenine (BAP) แ ล ะ Thidiazuron (TDZ) นาเมล็ดที่มีระยะเวลาการเก็บรักษา 30, 60 และ กระตุ้นให้พืชเกิดการเปล่ียนแปลงทางสรีรวิทยา [3] 90 วนั ล้างเจลาตนิ ท่เี คลอื บเมลด็ ออก เกบ็ ในภาชนะแห้ง สามารถกระตุ้นความงอกของเมล็ด เพ่ือให้เมล็ด อุณหภูมิ 4 - 6 ๐C สมุ่ 40 เมล็ด จาก 400 เมลด็ ทดสอบ พัฒนาการงอกขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกัน เมล็ดมีความ อตั ราการงอกด้วยสารละลาย2, 3, 5 triphenyltetrazoline งอกเพ่ิมขึ้น และใช้ระยะเวลาในการงอกสั้นลง [4] chloride แบ่งเป็น 4 ซา้ ๆ ละ 10 เมลด็ ผา่ เมลด็ ตามยาว นอกจากน้ีเทคนิคการเพาะเล้ียงเนื้อเยื่อยังช่วยในการ ออกเป็น 2 ส่วน นาส่วนหน่ึงแช่ในสารละลาย กระจายพันธ์ุใหม่ได้เร็วข้ึน เน่ืองจากสามารถเพิ่มต้นใหม่ เตตราโซเลียม ความเข้มข้น 0.1 % ปริมาณ 5 ml เป็น ได้เร็ว อีกทั้งสามารถนามาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์เม่ือใช้ เวลา 8 ช่ัวโมง ในสภาวะท่ีไม่ให้แสง เม่ือครบเวลาล้าง วิธีมาตรฐานได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เนื่องจากยังไม่มี เมล็ดด้วยน้ากล่ัน ตรวจสอบลักษณะการติดสีของ งานวิจัยเก่ียวกับการใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตต่อ โครงสร้างท่สี าคญั ของเมล็ด [5] การกระตุ้นการงอกของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสมสายพันธ์ุ เอทรานส์ ดังน้ันการนาเทคโนโลยีการเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อ ศึกษาวิธีการฟอกฆ่าเช้ือของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสมสาย มาใช้ในการกระตุ้นการงอกของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสม พนั ธ์เุ อทรานส์ด้วย NaOCl, CuCl2 และ H2O2 สายพันธ์ุเอทรานส์ จึงช่วยแก้ปัญหาในด้านการผลิต ต้นพันธุ์ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ และสามารถ 1. ล้างทาความสะอาดเมล็ดด้วยน้ายาล้างจาน พัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ได้ ดังนั้นงานวิจัยน้ีจึงมี ความเข้มข้น 0.1% แล้วล้างให้สะอาดโดยปล่อยน้าไหล วัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาผลของสารควบคุมการเจริญการ ผ่านนาน 30 นาที ฟอกฆ่าเช้ือเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสม เจริญเติบโตต่อการกระตุ้นการงอกของเมล็ดบัวยักษ์ สายพันธุ์เอทรานส์ โดยการวางแผนการทดลองแบบสุ่ม ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์ โดยการทดสอบอัตราการงอก โดยวิธีเตตราโซเลียม (Tetrazolium (TZ) test) ศึกษา วิธีการฟอกฆ่าเชื้อด้วย NaOCl, CuCl2 และ H2O2 และ กระตุ้นการงอกด้วยสารละลาย KNO3, TDZ และอาหาร ก่ึงแข็งสูตร MS เติม BAP ร่วมกับ IAA เพื่อเป็นแนวทาง ในการขยายพันธ์ุบัวลูกผสมด้วยเมล็ดในสภาพปลอดเช้ือ ตอ่ ไป

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 57 สมบูรณ์ (CRD) แบ่งออกเป็น 3 สิ่งทดลอง แต่ละส่ิง 1. ศึกษาวิธีการกระตุ้นการงอกของเมล็ดบัวยักษ์ ทดลองมี 3 ซา้ แตล่ ะซา้ มี 10 เมล็ด ดงั นี้ ลูกผสมสายพันธุ์เอทรานส์ โดยวางแผนการทดลองแบบ สุ่มสมบูรณ์ (CRD) แบ่งออกเป็น 3 สิ่งทดลอง แต่ละส่ิง วิธีการท่ี1 ฟอกฆ่าเชื้ อในสารละลายเอธิ ล ทดลองมี 3 ซ้า แต่ละซ้ามี 3 เมลด็ ดังน้ี แอลกอฮอล์ ความเข้มข้น 70 % เป็นเวลา 30 วินาที ตาม ด้วยสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรด์ (NaOCl) ความ วิธีการท่ี 1 เพาะเล้ียงในสารละลาย KNO3 ความ เข้มข้น 15 % เปน็ เวลา 20 นาที และความเข้มข้น 10 % เข้มขน้ 0, 0.1, 0.2 และ 0.4 mgl-1 เป็นเวลา 10 นาที ล้างด้วยน้ากล่ันนึ่งฆ่าเช้ือ 3 ครั้ง นาน ครัง้ ละ 5 นาที ดัดแปลงตามวธิ ี [6] วิธีการที่ 2 เพาะเล้ียงในสารละลาย TDZ ความ เข้มข้น 0, 0.5, 1.0 และ 2.0 mgl-1 วิธีการท่ี 2 ฟอกฆ่าเชื้อในสารละลายเอธิล แอลกอฮอล์ ความเข้มข้น 70% เป็นเวลา 30 วินาที ตาม วิธีการท่ี 3 นาเพาะเลี้ยงบนอาหารก่ึงแข็งสูตร ด้วยสารละลายคอปเปอร์คลอไรด์ (CuCl2) ความเข้มข้น MS ที่เติม BAP ความเข้มข้น 0, 1, 2 และ 4 mgl-1 10% เป็นเวลา 10 นาที ลา้ งด้วยน้ากล่นั นง่ึ ฆ่าเชือ้ 3 ครัง้ รว่ มกับ IAA ความเข้มข้น 0.1 และ 0.2 mgl-1 นานคร้ังละ 5 นาที [7] 2. เพาะเลยี้ งในสภาวะอณุ หภมู ิหอ้ ง ความเข้มแสง วิธีการท่ี 3 ฟอกฆ่าเชื้อในสารละลายเอธิล ประมาณ 2,500 ลักซ์ ให้แสง 16 ชวั่ โมงตอ่ วัน แอลกอฮอล์ ความเขม้ ข้น 70 % เป็นเวลา 30 วนิ าที ตาม ด้วยสารละลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) 7.5 และ 3. บันทึกผลการงอกของเมล็ดหลังจากเพาะเลยี้ ง 4 % คร้ังละ 5 นาที ล้างด้วยน้ากลั่นน่ึงฆ่าเชื้อ 3 ครั้ง ทกุ สปั ดาห์ เปน็ เวลา 8 สปั ดาห์ หรือจนกระทัง่ ไมเ่ กดิ การ นานครัง้ ละ 5 นาที ดดั แปลงตามวธิ ี [8, 9] งอกเพ่ิมภายใน 4 สปั ดาห์ 4. คานวณเปอร์เซน็ ต์การงอกจากสูตร 2. หลังจากฟอกฆ่าเช้ือนาเมล็ดไปเลี้ยงในอาหาร ค่าการงอก (%) = จานวนเมลด็ ท่ีงอก X 100 (2) ก่งึ แข็งสตู ร MS ภายใต้อณุ หภมู ิ 25±2 ๐C โดยไม่ใหแ้ สง จานวนเมลด็ ทเ่ี พาะ 3. บันทึกเปอร์เซ็นต์การปลอดเช้ือหลังการ 5. วิเคราะห์ผลทางสถิติโดยการวิเคราะห์ความ เพาะเลี้ยงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ คานวณเปอร์เซ็นต์การ แปรปรวน (Analysis of Variance) และเปรียบเทียบ ปลอดเชอื้ ได้จากสูตร ค่าเฉลี่ยด้วยวิธี Duncan’s New Multiple Range Test (DMRT) ที่ระดับความเชอ่ื มน่ั 95 % เปอร์เซ็นต์การปลอดเช้ือ = จานวนเมลด็ ที่ปลอดเชื้อ X 100 (1) จานวนเมลด็ ท่เี พาะทงั้ หมด ผลการศึกษาและอธิปรายผล 4. วิเคราะห์ผลทางสถิติโดยการวิเคราะห์ความ 1. ความมีชีวิตของเมล็ดของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสม แปรปรวน (Analysis of Variance) และเปรียบเทียบ สายพันธ์ุเอทรานส์โดยวิธีย้อมด้วยเกลือเตตราโซเลียม ค่าเฉล่ียด้วยวิธี Duncan’s New Multiple Range Test ตามกฎเกณฑข์ อง ISTA (DMRT) ที่ระดบั ความเชื่อมั่น 95 % ศกึ ษาวิธกี ารกระตุ้นการงอกของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสมสาย การทดสอบความมีชีวิตของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสม พันธ์ุเอทรานส์โดยใชส้ ารควบคมุ การเจริญเติบโต สายพันธุ์เอทรานส์ ที่มีระยะเวลาการเก็บรักษาต่างกัน 3 ระยะ คือ 30, 60 และ 90 วัน เม่ือทดสอบทางชีวเคมี

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 58 โดยการย้อมด้วยเกลือเตตราโซเลียม (TZ Test) พบ ได้ด้วย โดยดูได้จากการติดสีแดงท่ีจะจางกว่าเมลด็ ดีหรอื ความมีชีวิตสูงสุด 70.0 % ในเมล็ดท่ีเก็บรักษาเป็นเวลา เมล็ดท่ยี งั แข็งแรงอยู่ 30 วัน รองลงมาคือเมล็ดที่เก็บรักษา 60 และ 90 วัน เปอรเ์ ซน็ ต์ความมชี วี ิตเท่ากบั 65.0 และ 57.5 ตามลาดับ ตารางท่ี 1 เปอรเ์ ซ็นต์การมชี ีวิตของเมลด็ บัวยักษล์ ูกผสม (ตารางที่ 1) จะเห็นได้ว่าความมีชีวิตของเมล็ดลดลงเมื่อ สายพันธุ์เอทรานส์ ระยะเวลาการเก็บรักษานานขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมลด็ ที่ เก็บรักษานาน 30, 60 และ 90 วัน ให้ผลการทดลองไม่ ระยะเวลาการเกบ็ รักษา(วัน) เปอร์เซน็ ต์การมชี วี ติ แตกต่างกันทางสถิติ สอดคล้องกับรายงานในเมล็ดบัว 30 70.00±7.34 ยักษ์พันธ์ุออสเตรเลีย [2] และเมล็ด dwarf mistletoe 60 65.00±7.64 [10] ท่ีพบความมีชีวิตของเมล็ดลดลงตามระยะเวลาการ 90 57.50±7.92 เก็บรักษานานขึ้น ซ่ึงความช้ืนและอุณหภูมิในการเก็บ F-test ns รักษามผี ลต่อความมชี วี ติ ของเมล็ด [11] โดยอณุ หภูมิทใ่ี ช้ CV% 67.90 ในการเก็บรักษาจะส่งผลโดยตรงกับปฏิกิริยาเคมี และ กิจกรรมของเอนไซม์ในกระบวนการทางสรีรวิทยา และ ns = ค่าเฉลีย่ ไม่แตกต่างกนั ทางสถิติ (P>0.05) ชีวเคมีต่างๆ การเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่าจะเป็นการลด กระบวนการทางชีวเคมี มีผลทาให้สามารถรักษา (ก) (ข) ความช้ืนและคุณภาพเมล็ดไดน้ าน [12] การทดสอบความ มีชีวิตโดยวิธีเตตราโซเลียม เป็นการตรวจสอบกิจกรรม 2 mm 2 mm ของเอนไซมด์ ีไฮโดจีเนส (dehydrogenase) ในเซลล์ของ เน้ือเย่ือท่ีมชี ีวติ จะติดสีแดง ส่วนเซลล์ทีไ่ ม่มีชีวิตจะไมต่ ดิ สี รูปท่ี 2 การติดสีของเนื้อเยื่อเอมบริโอเมล็ดบัวยักษ์ เพราะไม่มีการหายใจให้ก๊าซไฮโดรเจนมาทาปฏิกิริยากับ ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์ (ก) การติดสีแดงของ สารละลาย 2, 3, 5 triphenyltetrazoline chloride เนอ้ื เย่ือเอมบรโิ อ (ข) เอมบรโิ อที่ไมต่ ิดสี จากผลการทดลอง พบว่า มีการติดสีแดงของเน้ือเย่ือ บริเวณเอมบริโอ (รูปท่ี 2) ซึ่งเป็นโครงสร้างของเมล็ดท่ีมี 2. ศึกษาวิธีการฟอกฆ่าเชื้อของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสมสาย ชีวิตท่ีมีการหายใจ แล้วปลดปล่อยก๊าซไฮโดรเจนไปทา พันธุ์เอทรานส์ด้วย NaOCl, CuCl2 และ H2O2 ปฏิกิริยากับสารเตตราโซเลียมที่ไม่มีสีเป็นสีแดงของ formazan ทาให้กลุ่มเนื้อเยื่อภายในเมล็ดมีสีแดง [13] การเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อพืชปัญหาสาคัญที่พบ คือ การทดสอบวธิ นี คี้ วรใชก้ ับเมล็ดพชื ทีง่ อกชา้ หรือมีการพกั ก า ร ฟ อ ก ฆ่ า เ ช้ื อ ชิ้ น ส่ ว น พื ช ที่ จ ะ น า ม า เ พ า ะ เ ล้ี ย ง ใ ห้ ตัวเพือ่ จะรูผ้ ลไดใ้ นเวลาอนั สนั้ หรือเมอื่ ตัวอยา่ งของเมล็ด ปราศจากเชื้อจุลินทรีย์ เนื่องจากในสภาพธรรมชาติส่วน นน้ั มเี มล็ดสดท่ียังไม่งอกเปน็ จานวนมาก นอกจากนัน้ อาจ ต่างๆ ของพืชจะมีเชื้อจุลินทรีย์ติดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเช้ือรา ใชท้ ดสอบความมชี ีวิตของเมล็ดระหวา่ งทเ่ี ก็บรักษา ซึ่งถา้ หรือเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นตัวการสาคัญของการปนเปอ้ื น ใช้การทดสอบความงอกต้องใช้เวลานานมากกว่า และวิธี ( contamination) ดั งนั้นเ พ่ือให้ กา ร ฟอกฆ่ า เ ชื้ อมี นจ้ี ะทาให้ทราบจานวนเมล็ดทถี่ ูกทาลายหรอื เมลด็ ที่เส่ือม ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ม า ก ข้ึ น จึ ง มี ก า ร น า ส า ร เ ค มี ม า ช่วยในการฟอกฆา่ เชือ้ [14] สารเคมที ี่นามาใชฟ้ อกฆา่ เช้ือ

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 59 เมล็ดบัวยักษ์ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์ คือ สารละลาย ชัดในสัปดาห์ที่ 2 เช้ือราท่ีติดมากับเมล็ดอาจจะสร้าง NaOCl, CuCl2 และ H2O2 ซึ่งเป็นสารเคมีที่ไม่เป็น เอนไซม์ทไ่ี ปมบี ทบาทรบกวนในเมล็ดได้ [15] อันตรายต่อร่างกายมาก และสามารถยับย้ังสปอร์เชื้อ แบคทีเรีย B. subtilis ได้ [7] จากการศึกษาการฟอก 3. ศึกษาวิธีการกระตุ้นการงอกของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสม ฆ่าเชื้อด้วย NaOCl, CuCl2 และ H2O2 พบว่า การฟอก สายพันธเ์ุ อทรานสโ์ ดยใช้สารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โต ฆ่าเชื้อด้วยสารละลาย H2O2 สามารถฟอกฆ่าเช้ือได้สูง ที่สุด โดยเมล็ดที่เก็บรักษา 60 มีความปลอดเช้ือ 100 % ก า ร ง อ ก ข อ ง เ ม ล็ ด บั ว ยั ก ษ์ ลู ก ผ ส ม ส า ย พั น ธ์ุ ค่าเฉลี่ยมีความแตกต่างทางสถิติอยา่ งมีนัยสาคัญย่ิง และ เอทรานส์ โดยใช้สารควบคุมการเจริญเติบโต ได้แก่ 30 วัน มีความปลอดเชื้อ 96.67 % ค่าเฉลี่ยมีความ สารละลาย KNO3, TDZ และอาหารก่ึงแข็งสูตร MS ที่ แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญ รองลงมา คือ การฟอกฆ่าเช้ือ เติม BAP ร่วมกับ IAA เพาะเล้ียงในสภาวะอุณหภูมิห้อง ด้วยสารละลาย CuCl2 ในเมล็ดที่เก็บรักษา 60 และ 30 (28 ๐C) ให้แสง 16 ชั่วโมงต่อวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์ วัน มีความปลอดเช้ือ 90.0 % ค่าเฉลี่ยมีความแตกต่าง พบว่า เมล็ดที่เพาะเลีย้ งในสารละลาย TDZ ความเข้มขน้ ทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญยิ่งและ 96.67 % ค่าเฉลี่ยมี 2 mgl-1 สามารถกระตุ้นให้เมล็ดท่ีเก็บรักษา 30 วัน งอก ความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญตามลาดับ โดยเปอร์เซน็ ต์ สูงสุด 88.89 % ในขณะท่ีความเข้มข้น 0.5 และ 1.0 ความปลอดเช้ือจะลดลงเมื่อระยะเวลาการเก็บรักษา mgl-1 ค่าเฉลี่ยมีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสาคัญ เมล็ดเพม่ิ ข้ึน สว่ นการฟอกฆา่ เช้ือด้วยสารละลาย NaOCl (ตารางท่ี 3) โดยมีลักษณะยอดอวบ สั้น ไม่มีการ ให้เปอร์เซ็นต์การปลอดเชื้อสูงสุด 73.34 ในเมล็ดท่ีเก็บ เจริญเติบโตของราก แตกต่างจากการงอกในสภาพ รักษา 90 วัน จะเห็นได้ว่าวิธีการฟอกฆ่าเชื้อด้วย ธรรมชาติท่ีจะมีการงอกของรากก่อนยอด (รูปที่ 3) สารละลาย H2O2 2 ระดบั ความเข้มข้น คือ 7.5 และ 4 % เนื่องจากฮอร์โมนพืชเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมการ นานครั้งละ 5 นาที เป็นวิธีที่สามารถลดการปนเปื้อน งอกของเมล็ด โดยช่วยควบคุมการแบ่งเซลล์ ซึ่งเป็น เชื้อจุลินทรีย์ไดด้ ีท่ีสุดในเมล็ดท่ีเก็บรกั ษา 60 วัน (ตาราง ขบวนการสาคัญในการเจรญิ เตบิ โตของพชื [1] ทงั้ น้ี TDZ ท่ี 2) แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาค่าความมีชีวิตของ มีฤทธ์ิแบบไซโทไคนิน แต่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เมล็ดจะมีเปอร์เซ็นต์การมีชีวิตน้อยกว่าเมล็ดท่ีเก็บรักษา ไซโทไคนินชนิด amino purine จึงมีผลต่อลักษณะการ 30 วนั (ตารางท่ี 1) เชน่ เดยี วกบั รายงานกอ่ นหนา้ นี้ [8,9] เกิดยอด [16] โดยความเข้มข้นของ TDZ ที่ต่ากว่า 1 ไม ดังน้ัน จึงเลือกใช้เมล็ดท่ีระยะเวลาการเก็บรักษา 30 วัน โครโมลาร์ มีประสิทธิภาพสูงสุดในการชักนาให้เกิดยอด โดยใช้การฟอกฆา่ เชอื้ ดว้ ยสารละลาย H2O2 เปน็ สภาวะท่ี และแตกตาข้าง ส่วนความเข้มข้นสูงกว่า 1 ไมโครโมลาร์ เหมาะสมในการทดลองขั้นต่อไป ซึ่งจากผลการทดลอง จะกระตุ้นให้เกิดแคลลัส ยอด หรือโซมาติกเอมบริโอ ลักษณะเช้ือจุลินทรีย์ที่พบหลังการฟอกฆ่าเชื้อส่วนใหญ่ แม้ว่าการใช้ TDZ จะมีประสิทธิภาพการงอกสูงที่สุดแต่ เป็นเช้ือรา มีการเจริญเติบโตและแพร่ขยายอย่างเห็นได้ ยอดที่ได้อาจมีรูปร่างผิดปกติ โดยมีลักษณะอวบ ส้ัน มี ลาต้นหลายๆ ต้นแบนติดเป็นต้นเดียวกัน (fascinated) และมีปญั หาในการเกิดราก [3]

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 60 ตารางท่ี 2 เปอร์เซ็นต์การปลอดเชื้อเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์ ฟอกฆ่าเชื้อด้วย NaOCl, CuCl2 และ H2O2 วธิ ฟี อกฆา่ เชื้อ เปอรเ์ ซน็ ต์การปลอดเช้อื / ระยะเวลาการเกบ็ รักษา 30 วัน 60 วนั 90 วัน NaOCl 76.67±7.86b 53.34±9.26b 73.34±8.21 CuCl2 96.67±3.33a 90.00±5.57a 63.34±8.95 H2O2 96.67±3.33a 100.00±0.00a 66.67±8.75 F-test * ** ns CV% 26.45 33.64 53.20 ns = ค่าเฉลยี่ ไม่แตกตา่ งกนั ทางสถิติ (P>0.05) * = แตกต่างทางสถิติอย่างมีนยั สาคัญ (P≤0.05) ** = แตกต่างทางสถติ ิอยา่ งมีนยั สาคญั ย่ิง (P≤0.01) ab ในแถวเดยี วกนั เปน็ การเปรียบเทยี บคา่ เฉล่ียดว้ ยวธิ ี DMRT ท่ีระดบั ความเช่ือม่นั 95 ตารางท่ี 3 เปอร์เซ็นต์การงอกของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์ ระยะเวลาการเก็บรักษา 30 วัน เพาะเล้ียงในสารละลาย TDZ ความเข้มข้น 0, 0.5, 1.0 และ 2.0 mgl-1 เปน็ เวลา 8 สปั ดาห์ ความเข้มขน้ อตั ราการงอก (%) TDZ (mgl-1) สปั ดาหท์ ี่ 4 สปั ดาห์ที่ 5 สัปดาห์ท่ี 6 สัปดาห์ที่ 7 สปั ดาห์ท่ี 8 0 11.11±11.11ab 11.11±11.11ab 11.11±11.11b 11.11±11.11b 11.11±11.11b 66.67±16.67a 0.5 44.44±17.57a 55.56±17.56a 66.67±16.67a 66.67±16.67a 66.67±16.67a 88.89±11.11a 1.0 00.00±00.00b 00.00±00.00b 55.56±17.57ab 66.67±16.67a * 2.0 22.22±14.70ab 33.33±16.67ab 66.67±16.67a 66.67±16.67a 548.70 F-test * * * * CV % 222.22 342.00 283.30 322.60 * = แตกตา่ งทางสถติ ิอยา่ งมนี ัยสาคญั (P≤0.05) ab ในแถวเดยี วกัน เป็นการเปรยี บเทียบคา่ เฉลย่ี ด้วยวธิ ี DMRT ที่ระดบั ความเช่ือมนั่ 95 เม่ือพิจารณาการเพาะเล้ียงในสารละลาย KNO3 เมล็ดมีการดูดซึมออกซิเจนได้ดีขึ้น เน่ืองจาก KNO3 จะ ความเขม้ ขน้ 0.2 mgl-1 สามารถกระตุ้นการงอกได้ 66.67 แตกตัวเป็น K+ และ NO3- ไนโตรเจนที่เป็นส่วนประกอบ % ภ า ย ใ น สั ป ด า ห์ ที่ 6 ( ต า ร า ง ที่ 4) โ ด ย ส า ร ของโปรโตพลาสซึม และผนังของเซลล์พืช จะอยู่ในรูป ไนเตรทท่ีเมล็ดดูดเข้าไปจะช่วยให้เกิดการสังเคราะห์ โปรตีน และการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น โดยช่วยกระตุ้นให้ ของ NO3- พืชจะต้องรีดิวซ์ NO3- ให้เป็น NH4+ แล้วนา NH4+ ไปใชส้ รา้ งกรดอมิโนต่อไป สว่ น K+ จะละลายอย่ใู น

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 61 ไซโทพลาสซึมและแวคคิวโอล ทาหน้าท่ีหลกั ในการรักษา โปรตีน จึงมีผลให้เมล็ดงอกได้เร็วข้ึน ทั้งนี้ระดับความ ค่าออสโมติกโพเทนเชียลของเซลล์ [4] นอกจากน้ี K+ ยัง เข้มขน้ ของ KNO3 มผี ลให้เมลด็ มีสนี า้ ตาลเขม้ ขน้ึ ด้วย (รูป ทาหนา้ ทีก่ ระต้นุ การทางานของเอนไซมม์ ากกว่า 40 ชนดิ ท่ี 3 โดยเฉพาะเอนไซม์ที่เก่ียวข้องกับการสังเคราะห์แป้งและ ตารางท่ี 4 เปอร์เซ็นต์การงอกของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสมสายพันธ์ุเอทรานส์ ระยะเวลาการเก็บรักษา 30 วัน เพาะเลี้ยงในสารละลาย KNO3 ความเข้มข้น 0, 0.1, 0.2 และ 0.4 mgl-1 เป็นเวลา 8 สปั ดาห์ ความเข้มขน้ อัตราการงอก (%) KNO3 (mgl-1) สปั ดาหท์ ่ี 4 สปั ดาหท์ ี่ 5 สัปดาห์ที่ 6 สปั ดาห์ท่ี 7 สปั ดาหท์ ่ี 8 0 00.00±00.00 11.11±11.11 44.44±17.57 44.44±17.57 44.44±17.57 0.1 00.00±00.00 00.00±00.00 44.44±17.57 44.44±17.57 44.44±17.57 0.2 22.22±14.67 22.22±14.67 66.67±16.67 66.67±16.67 66.67±16.67 0.4 00.00±00.00 00.00±00.00 55.56±17.57 66.67±16.67 66.67±16.67 F-test ns ns ns ns ns CV % 173.21 133.30 283.30 56.10 56.10 ns = ค่าเฉลย่ี ไม่แตกตา่ งกนั ทางสถติ ิ (P>0.05) 0 KNO3 0.1mgl-1 KNO3 0.2 mgl-1 KNO3 0.4 mgl-1 KNO3 0 TDZ 0.5 mgl-1 TDZ 1.0 mgl-1 TDZ 2.0 mgl-1 TDZ รูปท่ี 3 เมล็ดบัวยักษ์ลกู ผสมสายพันธุ์เอทรานส์ ระยะเวลาการเกบ็ รักษา 30 วันเพาะเลี้ยงในสารละลาย KNO3 ความ เข้มขน้ 0, 0.1, 0.2 และ 0.4 mgl-1 และ TDZ ความเข้มขน้ 0, 0.5, 1.0 และ 2.0 mgl-1 สาหรบั การเพาะเลีย้ งบนอาหารก่ึงแข็งสตู ร MS ที่ กึ่งเหลว การใช้วุ้นมากเกินไปอาจยับยั้งการเจริญเติบโต เติม BAP ร่วมกับ IAA เมล็ดไม่งอกในทุกการทดลอง ของเน้ือเยื่อ ปริมาณของวุ้นท่ีใช้มีผลให้ค่าพลังงานท่ี ภายในระยะเวลา 12 สัปดาห์ เน่ืองจากการเพาะเลี้ยง ทางานได้ต่อโมลของน้าลดลง เนื่องจากไปลดการยึดเกาะ เน้ือเยื่อพืชโดยท่ัวไปมักอยู่ในสภาพของเหลวหรือก่ึงแข็ง กันระหว่างโมเลกุลของน้าและโมเลกุลของสารบางชนิด

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 62 ท่ีเป็นองค์ประกอบของอาหาร โดยเฉพาะสารไซโตไคนนิ 66.67 % ภายในระยะเวลา 8 สัปดาห์ ในขณะที่การ ซึง่ มีผลต่อความสามารถในการส่งน้าและธาตอุ าหารตา่ งๆ เพาะเลี้ยงบนอาหารก่ึงแข็งเมล็ดไม่มีการงอกในทุก ไปใช้ในกระบวนการเจริญเติบโตในระหว่างท่ีอยู่ใน สภาวะ หลอดแก้ว ท้ังนี้การงอกของเมล็ดเกี่ยวข้องกับ กระบวนการการดูดน้า (Imbibition of Water) ซึ่งเป็น กติ ตกิ รรมประกาศ กระบวนการทางฟิสิกส์ ปกติเมล็ดจะดูดน้าประมาณ 60 % ของน้าหนักแห้ง จากการทดลองเมล็ดไม่งอกเมื่อ ขอขอบคุณกองทุนสง่ เสรมิ งานวจิ ัย มหาวิทยาลัย เพาะเลี้ยงบนอาหารก่ึงแข็ง (อาหารสูตร MS เติมวุ้น เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ท่ีให้ทุนสนับสนุนการทาวิจัย 0.7 %) ท่ีมกี ารเติมสารควบคุมการเจรญิ เตบิ โต BAP และ “ทุนสนับสนุนการพัฒนางานประจาสู่งานวิจัย ประจาปี IAA แตกต่างกับรายงานของ [17] ท้ังน้ี BAP เป็นสาร พ.ศ. 2560” ขอขอบคณุ คณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ควบคุมการเจริญเติบโตกลุ่มไซโทไคนิน เหมาะสาหรับ ท่ีให้ความอนุเคราะห์ในการใช้ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยง การชักนายอด [18-21] ทัง้ นเี้ มอื่ พจิ ารณาสตู รอาหาร MS เน้ือเย่ือ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สาขาวิชาชีววิทยาท่ี ร่วมกับสารควบคุมการเจริญเติบโต การลดสูตรอาหาร อานวยความสะดวกในการใช้เครื่องมอื ในการศึกษาวจิ ยั MS หรือการใช้ BAP เพียงชนิดเดียวสามารถเพิ่มจานวน ตน้ อ่อนในสภาพปลอดเชือ้ ได้ [20, 22] นอกจากน้ีสภาวะ เอกสารอา้ งอิง ของการเพาะเลี้ยง ได้แก่ อุณหภูมิ ความช้ืน และแสง นับเป็นปัจจัยสาคัญในการส่งเสริมการงอกอีกด้วย [2] [1] รุ่งอรุณ ดอนจันทร์ทอง, บัวทิพย์ อุบลประเสรฐิ , สรร ดงั นัน้ การใช้ TDZ กระตนุ้ การงอกของเมล็ดไดด้ ีท่สี ดุ โดย ลาภ สงวนดีกุล และ ณ.นพชัย ชาญศิลป.์ (2556). พิจารณาจากเปอร์เซ็นต์การงอกของยอดท่ีเพิ่มข้ึนใน “ผ ล ข อ ง 2iP, TDZ แ ล ะ NAA ที่ มี ต่ อ ก า ร ระยะเวลา 8 สัปดาห์ เพาะเลี้ยงเน้ือเยื่ออุบลชาติยืนต้นพันธุ์วันวิสาข์,” Proceeding of 6th Rajamangala University สรปุ ผล of Technology Tawan-ok Research Conference 2013, ชลบุรี, 58-63, 2556. การศึกษาผลของสารควบคุมการเจริญเติบโตต่อ การกระตุ้นการงอกของเมล็ดบัวยักษ์ลูกผสมสายพันธุ์ [2] Dalziell, E. L., Young, R. E., Dixon, K.W., & เอทรานส์ในสภาพปลอดเชื้อ พบว่าระยะเวลาการเก็บ Merritt, D.J. (2016). Seed Dormancy and รักษาต่างกันมผี ลตอ่ ความมีชวี ิตของเมลด็ โดยเปอร์เซน็ ต์ germination traits of Australian Nymphaea การมีชีวิตจะลดลงเมื่อใช้ระยะเวลาในการเก็บรักษานาน L. (Nymphaeaceae). School of Plant ขึ้น ซ่ึงการใช้สารละลาย H2O2 เป็นสารฟอกฆ่าเชื้อส่งผล Biology, The University of Western ให้เมล็ดมีความปลอดเชื้อ 100 % ในเมล็ดที่เก็บรักษา Australia, 73-107. 60 วัน มีความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญยิ่งทางสถิติ สารละลาย TDZ ความเข้มข้น 2 mgl-1 เป็นสารควบคุม [3] ปิยะวดี เจริญวัฒนะ, รุ่งโรจน์ วัฒนะจิตเสรี และ การเจริญเติบโตท่ีเหมาะสมต่อการกระตุ้นการงอกของ พีรวัส ภู่นภาประเสริฐ. (2559). ผลของ BA และ เมลด็ ไดด้ ีทสี่ ุด โดยสามารถกระตุ้นให้เมลด็ ทเ่ี ก็บรักษา 30 TDZ ต่อการพัฒนายอดอโกลนีมาพันธุ์ช้างแดง วัน งอกสูงสุด 88.89 % และ KNO3 มีอัตราการงอก และพันธุ์อัญมณีในสภาพปลอดเชื้อ. วารสารพืช ศาสตร์สงขลานครนิ ทร์, 3 (พิเศษ 2), 63-69.

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 63 [4] Kaewsorn, P., Kasemsirisawad, S., Chulaka, P., Medicine Herb. Acadamic Arena, 2 (6). 37- & Somkul, C. (2013). Germination 42. Enhancement of Elephant Apple (Dilenia [10] Scharpf, R. F. (1970). Seed viability, indica L.) Seed by Water, GA3 and KNO3. germination and radicle growth of dwarf Agricultural Sci.J, 44 (2) (Suppl.), 85-88. mistletoe in California. Berkeley, Calif. Pacific SW. Forest & Range Exp. Sta., 18. [5] Sumlu, S., Atar, H. H., & Khawar, K.M. (2014). Breaking Seed Dormancy of Water Lily [11] Muenscher, W.C. (1936). Storage and (Nymphaea Alba L.) Under In Vitro germination of seed of aquatic plants. Conditions. Biotechnology and New York (Cornell University) Agr. Exp. Sta. Biotechnological Equipment, 24 (1), Bul. 652, 1-17. 1582-1586. [12] อนุรัชนี ยนปลัดยศ และ สุรพงษ์ ดารงกิตติกุล. [6] เยาวมาลย์ น้อยใหม่. (2555). การเพาะเล้ียงเน้ือเย่ือ (2555). อิทธิพลของอุณหภูมิและวัสดุท่ีใช้บรรจุ บัวลูกผสมพันธุ์ฉลองขวัญ. (วิทยานิพนธ์วิทยา เมล็ดพันธ์ุในการเก็บรักษาต่อคุณภาพของเมล็ด ศาสตรมหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช พันธ์ุปอเทือง. การประชุมวิชาการแห่งชาติ มงคลธัญบุรี คณะเทคโนโลยีการเกษตร สาขา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกาแพง เทคโนโลยกี ารผลิตพืช. แสน, 9, 1305-1312. [7] Sagripanti, J. L., & Bonifacino, A. (1996). [13] Hye, N. B., Joo, J. H., Kwon, K. S., & Ki, H. Y. Comparative Sporicidal Effects of Liquid (1998). Quantitative viability of seaweed Chemical Agents. Applied and tissue assessed with 2,3,5- Environmental Microbiology. Feb, 545- triphenyltetrazoluim chloride. Journal of 551. Applied Phycology, 10, 31-36. [8] Victoria, C., Timea, B.A., Liliana, J., & Mihai, M. [14] Buddharaksa P., U-Kong W. & Sanguansermsri (2010). In vitro culture initiation and M. (2011). In vitro propagation of phytohormonal influence on Dianthus Hippeastrum johnsonii Bury. in a sterile henteri – a Romania endemic species. condition. Naresuan Phayao Journal, 4 Romania Biotechnological Letters, 15 (3), Sep-Dec. (1), 25-33. [15] โสภิตา คาหาญ. (2546). การเสื่อมสภาพของเมลด็ [9] Nidhi, S., Barkha, K., Vikas, S., Kumar, N. Y., พันธุ์. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต) Dobiyal A. K., Sanjay, G., & Singh, J. V. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะเกษตรศาสตร์ (2010). Standardization of Sterilization สาขาเทคโนโลยกี ารเกษตร. Protocol for Micropropagation of Aconitum heterophyllum- An Endangered

Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, ISSN 1686-8420, Vol 17, Issue 2, 2018 64 [16] จันทร์วิภา บุญอินทร์, ศาลักษณ์ พรรณศิริ และ Cryptocoryne retrospiralis (Roxb.) Fischer มณฑล จาเริญพฤกษ์. (2558). ผลของ BAP, ในสภาพปลอดเชื้อ. สถาบันวิจัยสัตว์น้าสวยงาม kinetin และ TDZ ต่อการเจริญเติบโตของใบสี และพรรณไม้น้า, สานักวิจัยและพัฒนาประมง ทองในสภาพปลอดเช้ือ. การประชุมวิชาการ นา้ จดื กรมประมง. ม ห า วิ ท ย า ลั ย เ ก ษ ต ร ศ า ส ต ร์ , มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์, 553-558. [22] ณราวุฒิ ปิยโชติสกุลชัย. (2539). ผลของสาร ควบคุมการเจริญเติบโตท่ีมีต่อการเพาะเลี้ยง [17] Ioana, P. T., & Doru, T. (2011). In Vitro เนื้อเยื่อบัวหลวง. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร Preservation of Three Species of Dianthus มหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะ from Romania. Bulletin UASVM. 68 (1). วทิ ยาศาสตร์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์. [18] Muneppa, S. T., & Raddy, A. C. (2014). Influence of Additives on Enhanced in Vitro Shoot Multiplication of Stevia rebaudiana (Bert.)—An Important Anti Diabetic Medicinal Plant. American Journal of Plant Science, 5, 192-199. [19] Sekhar, P. C., Naidu, M. M. D., & Varadarajula, N. C. (2014). The Stimulatory Effects of the Antimicrobial Agents Bavistin, Cefotaxime and Kanamycin on In Vitro Plant Regeneration of Centella asiatica (L.)-An Important Antijaundice Medicinal Plant. American Journal of Plant Sciences, 5, 279-285. [20] มาลี ณ นคร, วีระพงษ์ เสนะวีระกุล และ มินตา ชัย ป ร ะ ส ง ค์ สุ ข . ( 2552). ก า ร ข ย า ย พั น ธุ์ หม้อข้าวหม้อแกงลิง “ไวกิ้ง” โดยการเพาะเล้ียง เน้ือเย่ือ. การประชุมวิชาการพฤกษศาสตร์แห่ง ประเทศไทย ครั้งที่ 3, มหาวิทยาลัยมหิดล กรงุ เทพฯ, 57. [21] กาญจนรี พงษฉ์ วี, รฐั ภัทร์ ประดิษฐ์สรรพ์, วรรณดา พิพัฒน์เจริญชัย และ ยุทธภูมิ ศรีสงคราม. ( 2557). ก า ร ข ย า ย พั น ธุ์ พ ร ร ณ ไ ม้ น้ า