การศึกษาเรียนรู้บทบาทหนา้ ท่ีครู โดย นางสาวบุษยมาส กรวยทอง เลขที่16 รหสั ประจำตวั นักศกึ ษา 64121070117 เสนอ อาจารย์ ชนารกั ษ์ เวชสวัสดิ์ ภาคเรียนท่ี2 ปีการศึกษา 2564 สาขาวชิ าภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอบุ ลราชธานี
การศึกษาเรียนรู้บทบาทหนา้ ท่ีครู โดย นางสาวบุษยมาส กรวยทอง เลขที่16 รหสั ประจำตวั นักศกึ ษา 64121070117 เสนอ อาจารย์ ชนารกั ษ์ เวชสวัสดิ์ ภาคเรียนท่ี2 ปีการศึกษา 2564 สาขาวชิ าภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอบุ ลราชธานี
คำนำ หนังสือ E-book เลม่ นี้ จดั ทำขึ้นเพื่อศกึ ษาบรบิ ทและหนา้ ที่ของครู ในฐานะครูที่ ปรึกษา และครูประจำรายวชิ า โดยมีเน้ือหาเกยี่ วกบั บรบิ ทของช้ันเรยี น การเรียนรู้บทบาทหน้าท่ี ของครู การจดั การเรยี นร้ขู องครู การใชท้ ักษะ Growth Mindset. และยงั กล่าวถึงบริบทของครูท่ี สมั พนั ธ์กับมาตรฐานวชิ าชีพครู ผูเ้ ขียนขอขอบคุณ อาจารย์ ชนารักษ์ เวชสวสั ด์ิ อาจารย์ประจำรายวชิ า ปรัชญา การศึกษา ทไี่ ด้ให้คำแนะนำ ให้ความชว่ ยเหลือในการคน้ คว้า และจัดทำในครง้ั น้ี ทำให้ E-book เลม่ นี้ สำเร็จลุล่วงได้ดว้ ยดี บษุ ยมาส กรวยทอง 25 มกราคม 2565
บันทกึ การสงั เกตบริบทชน้ั เรยี น ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 1. จำนวนนกั เรียน ชาย 16 คน หญงิ 23 คน รวม 39 คน 2. ส่งิ สนบั สนุนการเรียนรู้ 1. จอทีวี จำนวน 1 เครอ่ื ง 2. พัดลม จำนวน 4 ตัว 3. บอร์ดความรู้ดา้ นซา้ ยและขวาของกระดานดำ 4. โปรเจคเตอร์ 5. สญั ญาณอินเทอร์เนต็
3. การจัดสภาพของห้องเรียน เช่น แสง เสียง อุณหภูมิห้อง ความเป็นระเบียบ ความสะอาด การตกแต่ง การจัดสภาพของห้องเรียนนั้นมีการนั่งโดยเว้นระยะห่าง นั่งเป็นแถวเดี่ยวตอนลึก ภายในห้องมี แสงสว่างเพียงพอ เพื่อที่จะให้ผู้เรียนสามารถมองเห็นได้เพียงพอ ภายในห้องมีความเป็นระเบียบ และมีความสะอาดเนื่องจากในตอนเช้าก่อนเข้าแถวทางโรงเรียนจะมีการให้นักเรียนทำความ สะอาดห้องเรยี น และในช่วงก่อนเริ่มเรียนในช่วงบ่ายจะมีการให้นกั เรียนทำความสะอาดห้องเรียน อกี คร้งั ภายในห้องมถี ังขยะและไมก้ วาดเพื่อใชใ้ นการทำความสะอาดอยูข่ ้างหลังห้อง มกี ระดานดำ อยู่หน้าห้องเรียน และทางด้านซ้ายและขวาของกระดานดำมีบอร์ดให้ความรู้ และยังมีสิ่งอำนวย ความสะดวกอีกคือ จอทีวีซง่ึ สามารถเชอื่ มกับโน๊ตบุ๊คเพ่อื ให้ผเู้ รียนได้รับชมสอ่ื การสอน
การศกึ ษาเรยี นรบู้ ทบาทหนา้ ที่ครู คร้ังท่ี 1 การบนั ทึกการสังเกตการสอนของครู ชอ่ื ผู้สังเกต นางสาวบุษยมาส กรวยทอง สาขาวชิ าภาษาอังกฤษ วิชาที่สังเกต ภาษาอังกฤษ (พื้นฐาน) รหัสวิชา อ31101 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 เรอื่ ง What does your future hold. เวลาท่ีใชใ้ นการสงั เกต 13.30 – 14.30 น. ชื่อครผู สู้ อน นางสาวกฤษณา พรจันทร์ ระดับชั้นที่สอน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่5 จำนวนนกั เรียนในหอ้ งเรยี นทัง้ หมด 18 คน ชาย 10 คน หญงิ 8 คน ความคิดรวบยอดสำคญั ของชน้ั เรียนท่ีสังเกต การเรียนการสอนจะจัดในรูปแบบ on site จะให้นักเรียนนั่งเว้นระยะห่างโดยจัด ให้นั่งเป็นแถวตอนลึก และโต๊ะคุณครูจะอยู่ทางขวาของห้องเรียน และเมื่อมีการเริ่มเช็คชื่อและ ส่ังงาน คณุ ครูจะมานัง่ อยทู่ ีก่ ลางห้องเรียน ในการส่งั งานจะสง่ั เปน็ รายสปั ดาห์เน่ืองจากนักเรียนจะ มาเรยี นสัปดาห์เว้นสัปดาห์ จะมีการแจกแจงงานทต่ี อ้ งทำอยา่ งชดั เจน แผนผังหอ้ งเรียน (การจัดทีน่ งั่ ในช้นั เรยี น)
1. บรรยากาศการเรยี นรูใ้ นชนั้ เรยี นโดยรวม นักเรียนนั่งเป็นระเบียบ ตั้งใจฟังเวลาที่คุณครูอธิบายงานที่ต้องทำ และจะมีการ ปรึกษากนั หลังจากที่คุณครูอธบิ ายงานเสร็จเรยี บร้อยแลว้ 2. ขอ้ สงั เกตตำแหน่งครยู นื หรือเดนิ คุณครนู ่งั ตรงกลาง ด้านหน้าห้องเรียน 3. การปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างครกู บั นักเรยี น การปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งนักเรียนกบั นักเรียน ในขณะที่คุณครูอธิบายงานส่วนที่ต้อง นักเรียนมีความตั้งใจฟังคุณครู เมื่อคุณครู อธิบายงานเสร็จแล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนถามในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ และมีการคุยกันภายในกลุ่ม เพ่ือนเกี่ยวกับงานทตี่ ้องทำ 4. การมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรยี นรขู้ องนักเรียน นักเรยี นคนใดท่ียงั ไมเ่ ข้าใจในงานที่คุณครสู งั่ จะมีการถามเพื่อนในห้องเพื่อเป็นการ เน้นย้ำว่าสิ่งที่ตนเองเข้าใจนั้นถูกต้อง และหากเพื่อนในห้องไม่สามารถให้คำตอบได้จะมีการถาม คุณครูประจำวิชา
การจดั การเรียนรู้ของครู การใชท้ ักษะ Growth Mindset. การจัดการเรียนรู้ของครูในแต่ละบทเรียนจะเป็นการให้นักเรียนไปแปลเนื้อหา คำศัพท์ในบทเรยี นน้ันๆ เพื่อนำมาอภิปรายกับเพ่ือนๆคนอื่นในหอ้ งเรียน เพราะคุณครูเชื่อวา่ การ ที่นักเรียนได้ทำความเข้าใจกับเนื้อหามาก่อน เข้าใจว่ากำลังเรียนเกี่ยวกับอะไรจะทำให้นักเรียน สามารถเข้าใจได้มากยิ่งข้ึน คุณครูจะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ถามในส่วนที่ไม่เข้าใจ เนื่องจากว่า คุณครูนั้นให้ความสำคัญกับนักเรียนมากที่สุด อยากให้นักเรียนเข้าใจในเนื้อหาอย่างถ่องแท้ และ นักเรียนสามารถถามเรื่องอื่นที่เป็นความรูน้ อกเหนือจากบทเรียนได้เช่นกัน หากคุณครูไม่สามารถ ตอบในขณะนั้นได้ คุณครูก็จะไปหาคำตอบมาหาภายหลังและจะเป็นการพัฒนาตัวของคุณครูเอง ไปดว้ ย
การสงั เกตการจัดการเรยี นรขู้ องครผู ้สู อนในชน้ั เรียน การนำเข้าสูบ่ ทเรียน -พฤติกรรมการสอนของครู มกี ารทักทายนกั เรียน จะมกี ารพูดถึงเรื่องทเ่ี รยี นในภาคเรยี นท่ผี า่ น มา การพูดถึงรปู แบบการส่งงาน และสิ่งทจ่ี ะเรียนในภาคเรียนน้ี -พฤติกรรมการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น ทักทายคณุ ครแู ละตงั้ ใจฟังขณะท่คี ณุ ครพู ดู การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ -พฤติกรรมการสอนของครู เนื่องจากเปน็ การเรียนสปั ดาห์เว้นสปั ดาห์ จงึ เปน็ การส่งั งาน นกั เรยี น โดยการแปลความหมายของเนือ้ เรือ่ ง แปลคำศพั ท์ -พฤติกรรมการเรียนรู้ของนกั เรยี น ซักถามในสว่ นทยี่ ังมขี อ้ สงสยั เม่ือหมดข้อสงสยั แล้ว ต้งั ใจทำงาน ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย และมีการพดู คยุ กนั เกี่ยวกบั งานในกล่มุ เพอ่ื น การสรุปบทเรยี น -พฤติกรรมการสอนของครู จะมีการรว่ มกนั อภปิ รายเน้อื หาทีไ่ ปแปลความหมายมาภายในชนั้ เรียน เพอื่ ใหเ้ ข้าใจในเน้ือหามากย่ิงข้ึน -พฤติกรรมการเรียนรู้ของนกั เรียน นำงานของตนเองมาร่วมกนั อภปิ รายกบั เพอื่ นในหอ้ งว่ามคี วามถูกต้องมาก น้อยเพียงใด และเขา้ ใจเน้ือหาทเ่ี รียนมากเทา่ ใด
สรุปการสังเกตพฤติกรรมครู คุณครูจะใหน้ ักเรยี นไดล้ องทำ และทำความเขา้ ใจดว้ ยตวั เองกอ่ น และใหม้ ีการ อภิปรายร่วมกันภายในหอ้ ง คณุ ครจู ะพดู เสรมิ ในส่วนท่ีนักเรียนยังไม่เขา้ ใจ โดยจะใชน้ ้ำเสียงทน่ี า่ ฟัง เพื่อให้เปน็ กันเองระหวา่ งตัวคุณครแู ละนกั เรียน ให้นกั เรียนกล้าทจ่ี ะถามเพื่อให้เข้าใจไดม้ าก ทีส่ ุด โดยจะไม่ใหน้ กั เรียนกดดันมากจนเกินไป
การศึกษาเรียนรบู้ ทบาทหนา้ ท่ีครู คร้งั ท่ี 2 การบันทกึ การสงั เกตการสอนครูพีเ่ ล้ียง ชื่อผู้สงั เกต นางสาวบุษยมาส กรวยทอง สาขาวิชาภาษาอังกฤษ วชิ าทสี่ ังเกต ภาษาอังกฤษ (พ้ืนฐาน) รหัสวิชา อ31101 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรอื่ ง What does your future hold ? ชื่อครูผ้สู อน นางสาวกฤษณา พรจันทร์ ระดับชน้ั ทส่ี อน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่5 จำนวนนักเรียนในห้องเรยี นทงั้ หมด 18 คน ชาย 10 คน หญงิ 8 คน ความคดิ รวบยอดสำคัญของช้นั เรียนทีส่ งั เกต นักเรียนมีการสอบถามในส่วนทีไ่ ม่เข้าใจจากคุณครปู ระจำวิชา และคณุ ครูมกี าร ถามความคบื หนา้ ของงานทเ่ี ดม้ อบหมายไป แผนผงั หอ้ งเรียน (การจดั ท่นี งั่ ในช้นั เรยี น)
1. บรรยากาศการเรียนรูใ้ นชัน้ เรียนโดยรวม บรรยากาศในห้องเรยี นนนั้ ไมต่ งึ เครียดจนเกินไป มกี ารพูดคยุ เก่ยี วกบั งานในหมู่ นักเรียน 2. ขอ้ สงั เกตตำแหนง่ ครูยืนหรอื เดิน คณุ ครจู ะน่งั อยู่หนา้ ห้องเรยี น 3. การปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างครูกับนักเรียน การปฏสิ ัมพนั ธ์ระหว่างนักเรยี นกับนักเรียน นกั เรียนจะมกี ารถามคำถามในส่วนทีไ่ มแ่ นใ่ จจากคุณครู และนำไปปรกึ ษากบั เพ่อื น ร่วมชัน้ 4. การมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมการเรียนรขู้ องนกั เรียน มีการช่วยกันหาคำตอบและแปลความหมายในสว่ นของเนื้อหางานทค่ี ณุ ครูได้ มอบหมาย
การจัดการเรยี นรขู้ องครู การใช้ทกั ษะ Growth Mindset. คุณครจู ะมีการทักทายนกั เรยี น จะถามถงึ ความคืบหนา้ ของงานท่ไี ด้มอบหมายและถามถึงปัญหา เกี่ยวกบั งานวา่ ส่วนไหนท่ที ำไม่ไดบ้ า้ ง เพราะหากมีคุณครูจะไดช้ ว่ ยใหค้ ำแนะนำในขณะนั้นได้เลย โดยใชน้ ้ำเสยี งที่นา่ ฟัง เปน็ กันเอง เพื่อใหน้ กั เรียนไมร่ ู้สึกกดดันจนเกนิ ไป ทำใหน้ กั เรียนกล้าที่จะ ถาม และตวั นกั เรยี นเองจะไดม้ นั่ ใจว่าความเขา้ ใจของตนเองนัน้ ถูกตอ้ งแล้ว
การสงั เกตการจัดการเรียนรขู้ องครูผสู้ อนในชัน้ เรียน การนำเข้าสู่บทเรียน -พฤติกรรมการสอนของครู คุณครจู ะมีการถามความคืบหนา้ ของงานท่ีได้มอบหมายไป -พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรยี น พูดคุยกับคุณครวู ่างานคบื หน้าไปถึงไหนแล้ว และซักถามในสว่ นทยี่ ังไม่ เข้าใจ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ -พฤตกิ รรมการสอนของครู เนื่องจากเปน็ งานรายสัปดาหค์ ุณครจู ะใหน้ ักเรียนทำงานที่ไดม้ อบหมายต่อ -พฤติกรรมการเรียนรูข้ องนกั เรียน ทำงานในสว่ นท่ียังไมเ่ รียบร้อยดี การสรปุ บทเรียน -พฤตกิ รรมการสอนของครู คุณครูจะจดั ใหม้ กี ารรว่ มอภปิ รายกนั ภายในห้องเรียน -พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรยี น จะเป็นการอธิปรายรว่ มกันกับเพ่ือนในหอ้ งเรียน
สรปุ การสังเกตพฤตกิ รรมครู จะเปน็ การซกั ถามเก่ยี วกับความคืบหนา้ ของงานท่ไี ดม้ อบหมายไปแล้ว เปดิ โอกาส ใหน้ ักเรยี นไดซ้ ักถามในสว่ นทย่ี งั ไม่เขา้ ใจว่าจะตอ้ งทำในรปู แบบไหน การใชน้ ้ำเสียง และท่าทางท่ี เปน็ กันเอง การวางตัวใหน้ ่าเคารพนับถือ
การศกึ ษาลักษณะของครูดีจากการสมั ภาษณค์ รู ประเด็นคำถามการสมั ภาษณ์ 1. ประวตั คิ รูผู้ใหส้ มั ภาษณ์โดยสังเขป 2. “รกั และศรัทธาในวชิ าชีพครู จติ วญิ ญาณความเป็นครู จรรยาบรรณต่อตนเองและ วชิ าชพี คร”ู 3. การปฏิบัติงานในหน้าทีผ่ สู้ อน 4. ครอบครวั ชมุ ชน มีความสัมพนั ธแ์ ละมบี ทบาทอย่างไรตอ่ การจดั การศึกษาของโรงเรยี น 5. อน่ื ๆ นางสาวกฤษณา พรจันทร์ อายุ 40 ปี เกิดเมื่อวันท่ี 12 มกราคม 2524 สำเร็จ การศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุบลราชธานี สำเร็จการศึกษาในระดบั ปริญญาโท สาขาวิชาวิจัยและประเมินผลการศึกษา หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ปฏิบัติหน้าที่ในการสอนเป็น เวลา 10 ปี สอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ได้รับมอบหมายใหส้ อนในระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ในช่วงท่ีเตรียมตวั เพ่อื เข้าศกึ ษาตอ่ ในระดับอดุ มศึกษา คณุ มคี วามมุ่งม่นั และตัง้ ใจ ทีเ่ ขา้ ศกึ ษาต่อในสาขาวิชาภาษาองั กฤษ คณะครศุ าสตร์ เนอ่ื งด้วยว่าอยากที่จะคณุ ครู และเลือกที่ จะศึกษาทม่ี หาวทิ ยาลัยราชภฏั อบุ ลราชธานีเพราะอยใู่ กลบ้ า้ นและจะเปน็ การลดค่าใช้จ่าย หากไป เรยี นตา่ งจังหวดั จะทำใหเ้ สยี ค่าใช้จ่ายค่อนขา้ งสงู และอกี เหตุผลหน่งึ ที่ทำใหอ้ ยากที่จะเป็นคณุ ครู เพราะวา่ มีคุณแม่เปน็ แรงบันดาลใจ เนื่องดว้ ยคณุ แมส่ อนอยทู่ ่ีตา่ งอำเภอ จงึ มีความรูส้ กึ ว่าอยากให้ คณุ แม่มาสอนคุณครูในตอนช่วงทเ่ี ป็นนกั เรียนบ้าง เวลามกี ิจกรรมอะไรทโ่ี รงเรียนอยากใหค้ ุณแม่
มารว่ มกิจกรรมดว้ ย คุณแม่จึงไมค่ ่อยมีโอกาสได้มาเพราะโรงเรยี นของคุณแมจ่ ัดกิจกรรม เช่นเดยี วกนั ตวั อย่างเชน่ กิจกรรมวันแม่ ทำใหค้ ณุ ครเู ขา้ ใจถงึ ความเสียสละและการปฏิบัติหน้าท่ี ที่ได้รบั มอบหมายของคุณแม่ และคณุ แมม่ คี วามมุ่งม่ันในการทำงาน นอกจากการสอนในชนั้ เรยี น แลว้ คุณแม่ของคณุ ครยู ังมีหนา้ ทใ่ี นการทำอาหารกลางวนั เมอื่ คณุ ครไู ดเ้ ห็นการทำงานของคุณแม่ ทำใหค้ ุณครูมคี วามรักและศรัทธาในวชิ าชพี ครู การปฏบิ ตั ิงานในหนา้ ท่ีผู้สอน คุณครูไม่เคยมีชัว่ โมงในการสอนต่ำกว่า 18 ชวั่ โมง ในชว่ งแรกท่ีเปิดสอนในระดับมัธยมคุณครไู ด้สอนในรายวิชาอน่ื ด้วย คุณครมู ีความสุขเวลาไดส้ อน นักเรยี น ปจั จุบนั จะตอ้ งเตรยี มการสอนใหม้ ากขึ้นกว่าเดมิ เพราะนักเรียนจะมีคำถามมากกมายทำ ใหต้ วั คุณครูทำให้จะตอ้ งพัฒนาตวั ผสู้ อนไปพร้อมกับผู้เรยี น และจะตอ้ งศึกษาวธิ กี ารจัดการเดก็ อย่างไร ถ่ายทอดความรูใ้ หเ้ ดก็ ยงั ไง ตัวอย่างเชน่ ในเรอื่ งพัฒนาการทางการเรียนรขู้ องนกั เรียน จะทำอย่างไรเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสามารถเรยี นรู้ไปพร้อมกนั ได้ โรงเรียนอยูใ่ กล้วดั และชมุ ชน นกั เรียนส่วนใหญ่จะอยบู่ า้ นใกล้โรงเรียน ทำให้ ความสัมพันธ์กับชุมชนและโรงเรยี นมคี วามใกล้ชดิ กนั เวลามกี จิ กรรมทางศาสนานกั เรียนจะไดร้ ว่ ม กจิ กรรมกับโรงเรียนและชุมชน ในชว่ งท่ีไม่มกี ารแพร่ระบาดของ COVID-19 จะมีการสวดมนต์ที่ วดั ในทุกเยน็ ของวันจนั ทร์
สิง่ ท่ีได้เรียนรูเ้ ก่ยี วกบั ลกั ษณะของคณุ ครู ด้านความรดู้ ี มคี วามแมน่ ยำในเนอ้ื หาทจ่ี ะสอน มกี ารพฒั นาตนเองอยตู่ ลอดเวลาและศกึ ษาหา ความรใู้ หม่ๆอยู่เสมอ เพ่ือทจ่ี ะสามารถตอบในสิ่งทีน่ ักเรยี นสงสัยได้ ดา้ นการสอนดี มีความตรงตอ่ เวลา มกี ารเตรียมความพรอ้ มก่อนการสอน เต็มที่ทกุ ครง้ั ของการ สอน สามารถอธบิ ายจนกวา่ นกั เรียนจะเข้าใจในสิง่ ที่สงสัย ใชค้ ำทส่ี ามารถเข้าใจได้ง่าย มีรปู แบบ การสอนท่ีหลากหลายเพื่อใหน้ ักเรียนเข้าใจเน้ือหาท่ีเรียนใหไ้ ด้มากทีส่ ุด ด้านการเปน็ คนดี ความมเี มตตา กรณุ าแก่นกั เรียน เป็นทป่ี รึกษาท่ีดีของนกั เรยี น มคี วาม เอื้อเฟอื้ เผ่ือแผแ่ กเ่ พ่อื นครูด้วยกัน ช่วยเหลืองานของโรงเรยี นตามที่ไดร้ ับมอบหมาย เอาใจใส่ นกั เรียนอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค ไม่เลือกปฏบิ ตั ิแตง่ กายสุภาพ เหมาะสมกบั กาลเทศะ ปฏบิ ัติ ตนเป็นแบบอยา่ งท่ดี ีและปฏบิ ตั ติ ามกฎของโรงเรียน
ศึกษาบทบาทหน้าที่ครปู ระจำช้นั บทบาทหนา้ ท่คี รูประจำชน้ั ผลการศกึ ษา 1. ช่วงเช้าก่อนเคารพธงชาติ เป็นช่วง ก่อนเข้าแถวและก่อนเร่ิมเรยี นวิชาเรียนในภาคบ่าย 15 นาทีจะ ตรวจสอบความเรียบร้อยของนักเรียนเพ่ือ มกี ารทำกิจกรรม 5ส. ซงึ่ จะเปน็ การทำความสะอาดหอ้ งเรียน เตรียมความพร้อมในการเรียน เช่น การส่ง การบ้าน หรือส่งงานที่ได้รับมอบหมาย ทั้ง งานรายบุคคลหรือกลมุ่ 2. ช่วงเคารพธงชาติ เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ เป็นการเขา้ แถวเคารพธงชาติหนา้ ชนั้ เรยี น นักเรีนยจะได้ฝึกวินัยในตนเองนักเรียนทุก คนต้องยืนตรง เคารพธงชาติ และสวดมนต์ ไหว้พระ โดยต้องอยู่ในอาการที่สำรวม รวมทง้ั การมสี มาธิในการรบั ฟังประกาศ 3. ช่วงโฮมรูมเช้า/เย็น เป็นช่วงหนึ่งก่อนจะ ทางโรงเรยี นจะเร่มิ เรียนวิชาแรกเวลา 8.30 น. หากอยู่ใน ถึงคาบเรียน ซึ่งเป็นเวลาหลังจากกิจกรรม สถานการณ์ปกตหิ ลงั จากเขา้ แถวหน้าเสาธงเสร็จและมเี วลา หน้าเสาธง ก่อนจะเริ่มเรียนวิชาแรกและ เหลือจะมกี จิ กรรมโฮมรมู สำหรับนักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอน เลิกเรียน ช่วงนี้เปน็ ช่วงเวลาท่ีสำคัญของครู ปลาย เน่ืองจากเป็นสถานการณ์ covid-19 ทำใหจ้ ำเปน็ ตอ้ งเขา้ ประจำชั้นและนักเรียนจะได้พูดคุยกันเพ่ือ แถวหนา้ ชั้นเรยี นและหลงั จากนั้นกจ็ ะรอเรยี นวิชาแรก ในบาง การพัฒนานักเรียน การเอาใจใส่ดูแล วนั หลงั จากเขา้ แถวเสรจ็ จะมีประกาศเสียงตามสายจากคณุ ครูใน นักเรีนยให้ประพฤติปฏิบัติตามข้อบังคับ เรอื่ งทีต่ อ้ งการแจ้งให้นักเรียนทราบ ต่าง
4. ชว่ งรับประทานอาหารกลางวนั ช่วงนี้ สำหรบั นกั เรยี นมัธยมศึกษาตอนปลายจะพกั กลางวนั เวลา นกั เรยี นทุกคนในโรงเรียนต้องรบั ประทาน 11.30-12.30 น. มนี กั เรียนบางสว่ นทีร่ ับประทานอาหารกลาง อาหารกลางวนั ที่ โรงเรยี น ซง่ึ บางคร้ังมักจะ วนั ทีโ่ รงอาหารและนักเรียนบางคนจะหอ่ ขา้ วกลางวันมาจากท่ี พบปญั หาในการเลอื กรับประทานของ บ้าน นกั เรยี น 5. ช่วงเวลาทำกิจกรรมนอกชั้นเรียน เป็น เนื่องจากสถานการณc์ ovid-19 ทำใหไ้ ม่มกี ารเรียนการสอน ช่วงเวลาที่ให้โอกาสนกั เรยี นไปเรียนวชิ าทีม่ ี นอกหอ้ งเรียน จะมเี ฉพาะกจิ กรรมลกู เสอื / รด. การเรียนหรือการจดั กิจกรรมนอกห้องเรยี น ประจำชั้นของตนเอง ได้แก่ วิชาดนตรี นาฏศิลป์ พลศึกษา
6. การติดตามผลการเรียน คะแนนทดสอบ จะมีการแจกผลการเรียนในชว่ งของวนั เปดิ ภาคเรียน และจะมี ระหวา่ งเรียนของนักเรียนจากครูประจำวิชา การเก็บคะแนนรายจดุ เป็นการสอบ เชน่ สอบอา่ น การเอาใจใส่ตรวจตราการทำงานของ นักเรียนเพื่อแก้ไขและปรับปรุงการเรียน ของนกั เรียนเป็นรายบคุ คล 7. การสำรวจการมาโรงเรียนของนักเรียน มีการสำรวจการเขา้ แถวในชว่ งก่อนทีจ่ ะเรมิ่ กจิ กรรมเคารพธง และสรปุ สง่ ท่ีแผนกสถิติ ชาติ 8. กิจกรรมการเยย่ี มบ้านนกั เรียน / การ จะมีการเย่ยี มบา้ นระหว่างภาคเรยี นและจะมกี ารประชมุ ประชุมผปู้ กครองและอ่นื ๆ ผปู้ กครองในช่วงก่อนเปิดภาคเรยี น
รปู ภาพ : กจิ กรรมตา่ งๆนอกเหนอื จากการเรยี นในหอ้ ง
รปู ภาพ : กิจกรรมตา่ งๆ
ศึกษาบทบาทหนา้ ท่คี รดู ้านอื่น ๆ การปฏิบัตภิ าระงานในดา้ นอนื่ ๆรว่ มกับโรงเรียน อาทเิ ช่น ยนื ต้อนรบั คณะกรรมการประเมินสภาน ศกึ ษาเพอ่ื ขอรับรางวลั เปน็ โรงเรยี นพระราชทาน ม้วนผ้า ยกตน้ ไม้
กวาดพนื้ ยกเก้าอ้ี ทำกจิ กรรมร่วมกับนักเรยี น
มาตรฐานวิชาชีพครปู ระกอบด้วย 3 มาตราฐาน ดังน้ี 1.) มาตรฐานความรูแ้ ละประสบการณ์วิชาชพี 1. ดา้ นความรู้ 2. ด้านประสบการณ์ 2.) มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน 1. ด้านการปฏิบัตหิ น้าทีค่ รู 2. ด้านการจัดการเรยี นรู้ 3. ดา้ นความสมั พนั ธ์ระหว่างผปู้ กครองและชมุ ชน 3.) มาตรฐานการปฏิบัตติ น 1. จรรยาบรรณต่อตนเอง 2. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ 3. จรรยาบรรณตอ่ ผรู้ ับบริการ 4. จรรยาบรรณต่อผู้รว่ มประกอบวชิ าชีพ 5. จรรยาบรรณตอ่ สังคม
บรบิ ทของครูที่สมั พันธ์กบั มาตรฐานวิชาชพี ครู 1.) มาตรฐานความรแู้ ละประสบการณ์วชิ าชพี 1.ด้านความรู้ คุณครูจะพัฒนาตนเองโดยการหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ เพราะคุณครูเชื่อว่าเด็กยุค ใหม่จะมีข้อสงสัยในเรื่องต่างๆเพิ่มมากขึ้น ทำให้คุณครูต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา และใน บางครั้งคุณครูจะพัฒนาตนเองไปพร้อมๆกับตัวนักเรียน มีการหาความรู้จากหลายๆแหล่ง เพื่อให้ ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด เพราะหากนักเรียนเกิดคำถามคุณครูก็จะสามารถตอบได้ และมวี ิธีการสอนเพ่อื ใหต้ ัวของนักเรยี นไดร้ ับความรู้ ความเข้าใจมากท่ีสุด นอกจากความรูใ้ นวิชาท่ี สอนแลว้ คุณครูยังมีความรู้รอบตัวที่หลากหลาย และมีคำแนะนำดีๆให้กบั นกั เรียน เป็นที่ปรึกษาที่ ดี ในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 คุณครูคอยเฝ้าเตือนนักเรียนและย้ำเตือน นักเรียนเสมอหากต้องออกไปพบปะผู้คน หรือออกไปข้างนอกบ้าน หรือแม้แต่อยู่ในโรงเรียนก็ จำเป็นที่จะต้องดูแลตัวเอง หมั่นทำความสะอาดร่างกาย และคุณครูจะถ่ายทอดความรู้ต่างๆให้ได้ มากที่สดุ เท่าท่จี ะทำได้ 2.ด้านประสบการณ์ คุณครูมีประสบการณ์เก่ียวกับการสอนเป็นเวลา 10 ปี ได้สัมผัสถึงความแตกต่าง ของผเู้ รยี นแต่ละคน ความแตกตา่ งของความสามารถในการเข้าใจเนื้อหาของบทเรียนของนักเรียน แต่ละคน การปรับตัวเข้ากบั สภาพแวดล้อมตา่ งๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนครูด้วยกัน หรือผู้ปกครองของ นักเรียน และมีวธิ ีการรับมือกับนักเรียนในรูปแบบตา่ งๆ และประสบการณ์การสอนที่ผา่ นมาทำให้ คุณครูจัดรูปแบบการสอนที่หลากหลายเพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหามากที่สุด เน่ืองจาก ความสามารถในการเรียนรู้ของผเู้ รยี นแต่ละคนน้ันต่างกนั
2.) มาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน 1. ดา้ นการปฏิบตั หิ นา้ ทค่ี รู ในฐานะที่เป็นคณุ ครูผู้สอน นอกจากจะต้องถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียนแล้ว ยัง มีหน้าที่ให้คำปรึกษา และคำแนะนำให้กับนักเรียนไม่ว่าจะอะไรก็ตาม การปฏิบัติหน้าที่ครูใน ฐานะผู้สอน คณุ ครูจะมกี ารจัดการเรยี นร้ทู ห่ี ลากหลายเพ่ือให้นักเรียนได้เข้าใจในเนือ้ หาที่เรียน ได้มากทีส่ ดุ และให้ความสำคัญกับนักเรยี นทุกคนเท่ากัน ไม่ทิ้งใครไวข้ ้างหลงั และมีความเป็น กันเองกับนักเรียน นอกเหนือจากหน้าที่ในการสอนแล้วคุณครูยังมีหน้าที่ที่ทางโรงเรียนได้ มอบหมาย อาทิเช่น หากมีการจัดประเมิน หรือจัดประชุม ก็จะมีการช่วยกันจัดสถานที่เตรียม ความพร้อมต่างๆ ในฐานะการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะครูที่ปรึกษา เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักเรียน พูดจาดว้ ยคำสภุ าพ แตง่ กายเหมาะสมกบั กาลเทศะ เปน็ ทเ่ี คารพของนกั เรียน และสามารถเป็น ทปี่ รึกษาแก่นกั เรียนได้ สอนนกั เรียนอย่างเตม็ ความสามารถและเต็มท่ี ดแู ลนักเรียนทุกคนเท่า เทียมกัน ปฏิบตั ิตนเหมาะสมกับสถานภาพ ปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอย่างทีด่ ี 2. ด้านการจัดการเรียนรู้ ได้รู้เกี่ยวกับรูปแบบการสอนที่หลากหลายของ เนื่องจากความสามารถในการ เรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน จึงจำเป็นที่ต้องมีรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพอื่ ให้นกั เรยี นได้เข้าใจเน้อื หาในบทเรียนนน้ั ๆ จึงจำเป็นท่ตี อ้ งมีการเตรียมรปู แบบการสอนใน แต่ละชว่ั โมงเรียนใหด้ ี แต่โดยสว่ นใหญจ่ ะเป็นการอภิปรายรว่ มกันภายในห้องเรียน โดยจะเป็น การให้นักเรียนไปทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่เรียนมาก่อน เพราะคุณครูเชื่อว่าการที่เราจะ เรียนรู้ได้ดี เราจะต้องทำความเข้าใจกับสิ่งๆนั้นมาก่อนบ้างแล้ว และจะมีการเปิดโอกาสให้ นกั เรยี นได้ถามในส่วนทย่ี ังไมเ่ ข้าใจหรือยังอธิบายไดไ้ ม่ชัดเจนเพียงพอสำหรบั นักเรียน และจะ เปน็ การใหน้ กั เรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม หรือบางครั้งจะเปน็ การให้นักเรียนได้ สรุปใจความของเน้อื หานน้ั ๆ
3. ดา้ นความสมั พันธร์ ะหวา่ งผปู้ กครองและชุมชน วัดจะตั้งอยู่ข้างหน้าโรงเรียนและข้างหลังโรงเรียนจะเป็นสวนสาธารณะ หากไม่มี การระบาดของโควิด-19 ทุกเย็นวันจันทร์จะมีการพานักเรียนไปสวดมนต์ที่วัดและหากมี กิจกรรมเกี่ยวกับทางศาสนาหรือประเพณีที่สืบทอดกันมา โรงเรียนจะมีการขอความร่วมมือ จากผู้ปกครอง และมีการทำกิจกรรมระหว่างผู้ปกครอง ชุมชน และโรงเรียน ตัวอย่างเช่น วันลอยกระทง ในทุกๆปีจะมีการร่วมกนั ทำกระทง หรือหลังจากวันลอยกระทงแล้วจะมีการนำ นกั เรียนไปช่วยกันทำความสะอาดสวนสาธารณะหลงั โรงเรยี น
3.) มาตรฐานการปฏบิ ตั ติ น 1. จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง จะมีการเตรยี มความพร้อมลว่ งหน้ากอ่ นการสอน เพราะในการสอนแต่ละครั้งน้ัน นักเรียนจะมีคำถามมากมายเกี่ยวกับเนื้อหาในเรื่องที่สอน เพราะฉะนั้นจึงควรมีการเตรียมตวั มาอย่างดีและจะต้องแม่นยำในเนื้อหาและมีรูปแบบการสอนที่หลากหลายเพื่อให้นักเรียนแต่ ละคนเข้าใจเนื้อหาให้ได้มากที่สุด จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักเรียน แต่งกายสุภาพ เหมาะสมกบั กาลเทศะ พูดจาไพเราะ มีการหาความรูใ้ หมๆ่ อยู่เสมอ ศกึ ษา หาความรู้ วางแผน พัฒนาตนเอง พัฒนางาน และสะสมผลงานอยา่ งสม่ำเสมอ 2. จรรยาบรรณตอ่ วิชาชพี การมคี วามรกั และความศรทั ธาในวชิ าชีพครู การเป็นครูนนั้ ทำใหค้ ุณครูได้เข้าใจ ถึงความเสียสละและการปฏิบตั หิ น้าท่ีที่ได้รับมอบหมายอย่างเครง่ ครัด มีการช่วยเหลือเกื้อกูล กันกับผู้ร่วมวิชาชีพเดียวกัน ไม่ดูหมิ่นหรือเหยียดหยาม ให้ร้ายผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ มุ่งม่ัน พฒั นาผู้เรยี นใหเ้ ต็มศักยภาพ 3. จรรยาบรรณต่อผู้รับบรกิ าร นอกจากหน้าที่ในการสอนแล้ว คุณครูยังมีหน้าที่ในการแนะนำ ตักเตือน นักเรียนให้ไปในทางที่ถูกที่ควร โดยมีการใช้คำพูดที่เป็นกันเองเพื่อให้นักเรียนนั้นไว้วางใจ สามารถปรึกษากับคุณครูได้ ปฏิบัติต่อนักเรียนทุกคนอย่างไม่ลำเอียง มีความเป็นกลาง เสมอ ภาค และคณุ ครนู ัน้ มี ความรัก เมตตา เอาใจใสช่ ่วยเหลือ ส่งเสรมิ ให้กำลงั ใจแก่นักเรียน โดย ไม่เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์ ลงโทษนักเรียนอย่างไม่เหมาะสม ไม่หมิ่นเหยียดหยาม นกั เรียน
4. จรรยาบรรณตอ่ ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ มีความรัก ความสามัคคี และร่วมใจกันผนึกกำลังในการพัฒนาการศึกษา ชว่ ยเหลอื เกอื้ กูลกัน ไม่ปฏิเสธความรับผดิ ชอบ โดยตำหนิ ให้รา้ ยผอู้ ่นื ในความบกพร่องที่เกิดขึ้น 5. จรรยาบรรณต่อสงั คม ยึดมั่น สนับสนุน และส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นำภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมมาเป็นปัจจัยในการจัด การศึกษาให้เป็นประโยชนต์ ่อสว่ นรวม
Search
Read the Text Version
- 1 - 33
Pages: