หนว่ ยที่ 11 การพยาบาลผใู้ หญ่ทีม่ ปี ัญหาใน ภาวะวิกฤตระบบทางเดนิ ปัสสาวะ
การพยาบาลผปู้ ่ วย ระบบทางเดนิ ปัสสาวะ ในระยะวิกฤต การบาดเจ็บของไตแบบเฉียบพลนั (AKI) การทดสอบ เป็ นอาการของไตวายเฉียบพลนั หรือความเสยี หาย 1.การวดั ปริมาณปัสสาวะ ของไตท่ีเกิดขน้ึ ภายในไมก่ ่ชี วั่ โมงหรือสองสามวนั AKI 2.การทดสอบปัสสาวะ( Urine tests) ยงั สามารถสง่ ผลกระทบตอ่ อวยั วะอื่น ๆ เชน่ สมอง 3.ตรวจเลือด( Blood tests) หวั ใจและปอด 4.การตรวจหาอตั ราการกรองของไต (GFR) อาการของการบาดเจ็บของไตเฉียบพลนั 5.ตรวจชน้ิ เนอื้ ไต(Kidney biopsy) Hypovolemia,ตอ่ มลกู หมากโต, กระเพาะปัสสาวะเต็ม,การ สญู เสยี เลือดหรือของเหลว (เชน่ เลอื ดออก, ทอ้ งรว่ งรนุ แรง), หวั ใจวาย,หวั ใจลม้ เหลว,ปฏิกิริยาการแพอ้ ยา่ งรนุ แรง,แผลไหม้ ,การบาดเจ็บ,การผา่ ตดั ใหญ่ 1. Pre-Kidney: เลอื ดมาเลยี้ งไตลดลง เชน่ Congestive heart failure) 2. Post-Kidney: การอดุ ตนั ของระบบทางเดนิ ปัสสาวะ 3. Intrinsic Kidney Injury:จากพยาธิสรีภาพทไี่ ตทาให้ อตั ราการ กรองลดลง
กลไกการเกิดไต วายเฉียบพลนั เรนินจะเขา้ กระแสเลือดทาให้ Angiotensinogen เป็ น Angiotensin แลว้ เปลีย่ นเป็ น Angiotensin II ทาใหห้ ลอด เลือดหดตวั เลือดเล้ียงไตลดลง เกดิ การไหลของเลือดจากผวิ ไตเขา้ สแู่ กนไต เกดิ ล่ิมเลอื ดในหลอดเลอื ด การลด การทางานท่ีไต ทาใหก้ ารอดุ กน้ั ของหลอดฝอยไต ระยะที่ 1 ปัสสาวะ นอ้ ย (Oliguria) ระยะท่ี 2 ปัสสาวะมาก (DIURESIS) 1.การเสียสมดลุ ของนา้ และโซเดยี ม ความดนั ตา่ ชพี จรเบาเร็ว กลไกอตั ราการกรองเพิ่มขนึ้ ขบั นา้ แตไ่ มข่ บั ของ ขบั นา้ ออกลดลง สบั สน ซึม ระยะปัสสาวะมาก มากกวา่ 1500 CC/วนั การกรองเกอื บ 2.เสียสมดลุ กรดดา่ ง เกิดภาวะกรดเกนิ ไตดดู กลบั HCO3 ได้ ปกติ หลอดฝอยไตทาหนา้ ทไี่ ด้ ไมส่ มบรู ณ์ สญู เสยี NA ,K มี นอ้ ย จึงหายใจเร็ว เกร็งกระตกุ อาการ ขาดนา้ ,Na ในเลือดตา่ ผิวแหง้ เป็ นตะคริว ,K ตา่ 3.เสยี สมดลุ โปแตสเซียม ทาให้ K ในเลอื ดสงู เกิดอาการอ่อน กลา้ มเนอื้ อ่อนแรง อาเจียน หายใจลาบาก แรง หายใจลาบาก 4.เสียสมดลุ Ca, P, Mg สญู เสยี การขบั อิเล็คโทรไลต์ P, Mg ใน ระยะที่ 3 ระยะฟ้ื น ตวั (RECOVERY) เลือดสงู Ca ตกตะกอนในเนอ้ื เย่ือตา่ งๆ ทาให้ Caในเลือด ตา่ หลอดเลือดอยใู่ นเกณฑป์ กติ หลอดฝอยไตยงั ไมส่ มบรู ณ์ 5.การคงั่ ของยเู รีย คล่นื ไสอ้ าเจียน การตดิ เชอ้ื ปัสสาวะเขม้ ขน้ และเป็ นกรดใชเ้ วลา 6-12 เดอื น โรคแทรกซอ้ น ของเสยี คงั่ น้าเกนิ ความดนั โลหิตสงู เลือดเป็ นกรด สมดลุ กรดด่าง โลหิตจากหวั ใจลม้ เหลว การดแู ลรกั ษา 1.การควบคมุ ใหเ้ ลอื ดมาเล้ยี งไต MAP สงู กวา่ 80 mmHg 2.หลีกเลี่ยงการใชย้ าที่เป็ นพิษตอ่ ไต เชน่ Aminoglycoside 3.ใหส้ ารอาหารท่ีเพียงพอ (25-30 kcal/Kg/d) โปรตนี 40 g/day 4. ป้ องกนั volume overload , ป้ องกนั hyperkalemia คมุ K นอ้ ยกว่า 2 g/day , ป้ องกนั hyponatremia คมุ นา้ ดม่ื ชงั่ นา้ หนกั ,ป้ องกนั การเกดิ metabolic acidosis ให้ sodium bicarbonate,ป้ องกนั hyperphosphatemia คมุ ฟอสฟอรสั ในอาหารนอ้ ย กว่า 800 mg ใหย้ า เชน่ carbonate
ไตวายเรื้อรงั (CHRONIC KIDNEY DISEASE/CHRONIC RENAL FAILURE) สาเหต ุChronic Glomerulonephritis ,โรคของหลอดเลอื ด ,ความดนั โลหิตสงู ,การตดิ เชอ้ื , กรวยไตอกั เสบ เกณฑก์ ารวินิจฉยั อาการและอาการแสดง ซึม มึนงง คนั ตามตวั เบื่ออาหาร 1.ไตผิดปกตนิ านเกิน 3 เดอื น คล่นื ไส้ อาเจียน นา้ หนกั ปัสสาวะบ่อยแตน่ อ้ ยในเวลากลางคืน 2.eGFR นอ้ ยกวา่ 60 มล/นาท/ี 1.73ตร.เมตร นาน ปัสสาวะขดั มีเลอื ดปน บวม ใบหนา้ หลงั เทา้ ปวดบนั้ เอว ตดิ ตอ่ กนั เกนิ 3 เดอื น ความดนั โลหิตสงู Continuous Ambulatory Peritoneal Dialysis : CAPD ขอ้ บ่งชใี้ นการทา CAPD : ผปู้ ่ วย CKD ระยะที่ 5 ทีม่ ีอาการของ Uremia ภาวะนา้ เกนิ ท่รี กั ษาไมไ่ ดด้ ว้ ยการกาจดั นา้ และเกลอื หรือ ยาขบั ปัสสาวะ ,Serum albumin <3.5 g/dl ขอ้ หา้ มในการทา CAPD : มีสงิ่ แปลกปลอมในชอ่ งทอ้ ง , นา้ หนกั มากกวา่ 90 กก. หรือ BMI > 35 , โรคลาไสอ้ กั เสบเรื้อรงั ,Gastrostomy การใหอ้ าหารทางสายท่ีใสผ่ า่ นหนา้ ทอ้ ง ,ภาวะทพุ โภชนาการรนุ แรง หลกั การของ CAPD : ใสน่ า้ ยาเขา้ ชอ่ งทอ้ งใชเ้ วลาประมาณ 10 นาทแี ลว้ ทง้ิ นา้ ยาไวใ้ นชอ่ งทอ้ งประมาณ 4 – 6 ชวั่ โมง ปลอ่ ย นา้ ยาในชอ่ งทอ้ งออก ใชเ้ วลาประมาณ 20 นาที จากนน้ั ของเสยี และนา้ สว่ นเกิน จากเลอื ดจะเขา้ สนู่ า้ ยา การพยาบาล •ระยะพกั ทอ้ ง (1-2 สปั ดาห)์ ไมใ่ หแ้ ผลโดนนา้ หา้ มเปิ ดแผลเอง ลดกจิ กรรมทีท่ าใหเ้ หงอ่ื ออก จากดั นา้ ด่ืม และเล่ยี งกจิ กรรมท่ี เพ่ิมแรงดนั ในชอ่ งทอ้ ง ตดั ไหม 7-10 วนั •ระยะลา้ งไตทางชอ่ งทอ้ ง ลา้ งในสปั ดาหท์ ี่ 4 ประเมินนา้ ยาและจดบนั ทกึ เฝ้ าระวงั อาการแทรกซอ้ น นา้ ออกนอ้ ย นา้ เกิน ตดิ เชอื้ ความดนั โลหิตตา่ บวม และแนะนาชงั่ นา้ หนกั ทกุ วนั ไมค่ วรขน้ึ เกิน 0.5 กก/วนั
การประเมินลกั ษณะแผล EXIT SITE 1.Perfect exit site สเี ดยี วกบั ผวิ หนงั พบคราบนา้ เหลอื ง (crust) 2.Good exit site มีสีเดยี วกบั ผิวหนงั หรือสคี ลา้ หรือสีชมพอู อ่ น กวา้ ง1-2 มม. พบคราบนา้ เหลืองไมเ่ กนิ 3 ครง้ั /สปั ดาห์ ไมม่ ี อาการปวด 3.Equivocal exit site สีชมพเู ขม้ หรือสแี ดง กวา้ ง 2-3 มม. -13 มม. พบคราบนา้ เหลอื งทกุ 1-2 วนั หรือมสี ะเก็ดนา้ เหลืองที่ ลอกยาก ไมม่ อี าการปวด, บวม, หรือหนองไหล 4.Acute infection exit site ปวด บวม รอ้ น ผวิ หนงั มีสีแดง เสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลาง >13 มม. ผิวหนงั คลมุ sinus นอ้ ยกว่า 25 % พบคราบเลือดหรือหนองไหลตดิ ผา้ กอ๊ ซ มคี ราบนา้ เหลืองตดิ แนน่ ลอกยาก อาจมีตงิ่ เนอ้ื ย่ืนออกมานอก sinus 5.Chronic infection exit site มอี าการปวดหรือไมป่ วด ผวิ หนงั มีสี แดงคลา้ ย acute exit site infection แตส่ ีจางกวา่ มอี าการปวด, บวม, แดงแสดงว่า มภี าวะ acute infection
การฟอกเลอื ดดว้ ยเครอ่ื งไตเทียม ขอ้ บ่งช้ีทว่ั ไป : Cr มากกวา่ mg/dl, นา้ เกนิ หรือนา้ ทว่ มปอด ความดนั โลหิตสงู , มภี าวะเลือดออกผดิ ปกติ ขอ้ บ่งช้ีจากการทางานของไต : Weekly renal Kt/V urea ตา่ กวา่ 20 เนอื่ งจากเสยี่ งตอ่ ภาวะทพุ โภชนาการ ทาในผปู้ ่ วย ไตวายระยะสดุ ทา้ ยทพุ โภชนาการทมี่ กี ารปรบั ปรงุ การบริโภค โปรตนี และพลงั งานแลว้ เสน้ เลือดเพ่ือการฟอกเลือด ขอ้ ดีขอ้ เสียของการฟอกเลือดดว้ ยไตเทียม 1. เสน้ ฟอกชวั่ คราว double lumen catheter (DLC) หลอด ขอ้ ดี : อปุ กรณท์ างการแพทยม์ ีพรอ้ ม ,ใหก้ ารดแู ล เลือดดาท่ี คอ หรือขาหนบี รกั ษาพยาบาลขณะทาฟอกเลอื ด,สามารถลดและรบั สมดลุ 2. เสน้ ฟอกเลือดถาวร แบ่งเป็ น 3 ชนดิ : Perm catheter เกลือแร่และกรดดา่ งได้ และกาหนดปริมาณนา้ ทจ่ี ะดงึ ออก สวนสายเขา้ ไปท่ี subclavian vein ,Arteriovenous Fistula (AVF) ได้ ,Arteriovenous graft (AVG) ,AVF และ AVG นยิ มทาทแี่ ขน ทอ่ นบน ทอ่ นลา่ ง และตน้ ขา ขอ้ เสีย : การฟอกเลือดตอ้ งมาตามเวลาและคิดตาม กาหนด,จากดั นา้ การรบั ประทานผกั ผลไมท้ มี่ ี K สงู ,ขอ้ หา้ ม ในการทาหตั ถการแขนขา้ งที่มี Vascular access
หนว่ ยท่ี 12 การพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีมภี าวะช็อก(shock ) และการพยาบาลผปู้ ่ วยท่ีมอี วยั วะลม้ เหลวหลายระบบ ( Multiple organ dysfunction syndrome (MODS)
เนอ้ื เย่ือในรา่ งกายไดร้ บั เลือดไปเล้ียงไม่ ปริมาณเลือดทไ่ี หลเวียนใน แรงดนั ในหวั ใจหอ้ งลา่ งซา้ ยเม่ือ เพียงพอ ทาใหเ้ นอ้ื เยื่อของรา่ งกายมีการ ร่างกาย (Blood volume ) หวั ใจคลายตวั เต็มท่ี (preload) กาซาบลดลงและ ทาใหเ้ ซลลต์ า่ ง ๆ ขาด เฉลีย่ ประมาณ 5 ลติ ร ออกซิเจน ทาใหเ้ ซลลแ์ ละอวยั วะเสยี หาย การบีบตวั ของหวั ใจ จากการขาดเลอื ดไปเล้ียง ความตงึ ตวั ของหลอดเลือด (Contractivity ) (Vascular tone) CO = SV X HR ความหมาย ปัจจยั ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ภาวะช็อก แรงตา้ นของหลอดเลอื ดที่เกดิ ขณะทมี่ ีการบีบตวั ของหวั ใจหอ้ ง ลา่ งซา้ ย (afterload) การพยาบาลผปู้ ่ วยที่มีภาวะช็อกและอวยั วะลม้ เหลวหลายระบบ Shock and Multiple organs dysfunction syndrome : MODS 1.ช็อกจากการเสียเลือดและนา้ 3.ช็อกจากการกระจายของเลือด ช็อกจากระบบ (Hypovolemic shock) (Distributive shock ) ประสาท (neurogenic shock) 2.ช็อกทีเ่ กิดจากความผดิ ปกตขิ องหัวใจ (cardiogenic shock) ช็อกจากภาวการณต์ ดิ ช็อกจากภมู ิแพอ้ ย่าง เชอื้ ในกระแสเลอื ด ฉบั พลนั (anaphylactic (septic shock) shock )
ไตปรบั ชดเชย โดยสงวนนา้ Tissue O2 ลดลง BP ลดลง HR เพ่ิมขน้ึ การบาดเจ็บ การผา่ ตดั หวั ใจวาย Blood Volume ลดลง การคลอด ทอ้ งเสีย Acidosis สญู เสยี นา้ ออกจากร่างกาย Cellular inflammation, เพ่ิม การเสยี เลือดและนา้ Tissue perfusion ลดลง permeability นา้ ซึมออกนอก พยาธิสภาพ Venous return ลดลง การเสยี เลือดและ เซลล์ สู่ ECS ของเหลวออกภายนอก (external volume deficits) 1.ช็อกจากการเสยี เลอื ดและนา้ (Hypovolemic shock) พลาสมา การเสยี เลอื ด การเสยี เลือดและ ของเหลวภายใน (internal volume deficits) การมีเลือดออก ภายในชอ่ งทอ้ ง การตก เลอื ด ภายในทีพ่ บบอ่ ย
การไหลเวียนของเลอื ดท่อี อก การไหลเวียนของเลือดที่เขา้ เนอื้ เยื่อ ขาด O2 เซลลแ์ ละเนอ้ื เยื่อตายทกุ จากเวนตริเคิลซา้ ยไปสสู่ ว่ น สเู่ วนตริเคิลซา้ ยบกพรอ่ ง สว่ น ไดแ้ ก่ ไต ปอด ตบั ตา่ งๆของร่างกายบกพร่อง การบีบตวั ของหวั ใจไมม่ ี กลไกของระบบการ แรงดนั ในปอดสงู ขน้ึ การกาซาบเนอ้ื เยื่อ DEATH ประสิทธิภาพ เชน่ ภาวะกลา้ มเน้ือ ไหลเวียนเลือดบกพรอ่ ง ไมเ่ พียงพอ หวั ใจตายอย่างเฉียบพลนั ความดนั เลือดดาปอด SV ลดลง สงู ขน้ึ ความสามารถใน CO ลดลง หวั ใจและหลอดเลอื ดขนาดใหญ่ การบีบตวั ลดลง BP ลดลง ไดร้ บั ความเสียหายหรือเกิดความ ผิดปกติ จึงทาให้ เลือดสบู ฉีดไป สาเหตุ เลอื ดในหวั ใจหอ้ งลา่ งคงั่ กลา้ มเนอ้ื หวั ใจ บาด หวั ใจเตน้ เร็ว> 100 / นาที 2.ช็อกทเ่ี กดิ จากความผดิ ปกตขิ องหวั ใจ พยาธิสรีรวิทยา หายใจเร็วและลึก ผิวหนงั เย็นชน้ื (cardiogenic shock) Dobutamine ระดบั ความรสู้ ึกตวั เปลี่ยนไป ,systolic blood pressure <80-90 การประเมนิ สภาพ การรกั ษา มลิ ลิเมตรปรอท pulse pressure แคบ Dopamine อาการและอาการแสดงทางคลินกิ ภาพถ่ายรงั สีทรวงอก มกั กลมุ่ P2Y12 Norepinephrine การลดลงของ cardiac output และ พบลกั ษณะของ pulmonary receptor มี tissue hypoperfusion edema/congestion การดแู ลให้ ประเมนิ สารนา้ ในรา่ งกาย ออกซิเจนอย่าง คลน่ื ไฟฟ้ าหวั ใจ คลื่นไฟฟ้ าหวั ใจทพ่ี บ จะพบลกั ษณะของ MI, เนอื่ งจากอาจพบ hypovolemia เพียงพอ Myocardial injury, new left bundle branch block และ/หรือ arrhythmia ร่วมกบั cardiogenic shock ได้
ภาวะเครียดทางอารมณ์ การสญู เสยี การควบคมุ ระบบประสาทอตั โนมตั ิ เกิดการกระตนุ้ ประสาท vague การ ทางานของ parasympathetic สง่ ผลใหม้ กี ารขยายตวั ของหลอดเลือด การตอบสนอง ในระดบั ที่สงู ของ baroreceptor ถกู ขดั ขวาง การขยายตวั ทงั้ หลอดเลอื ดดาและแดงทาใหม้ เี ลือดคงั่ อยู่ ในหลอดเลอื ด การกระตนุ้ ใหห้ วั ใจเตน้ เร็วขน้ึ ทาให้ CO ลดลง ความดนั โลหิตตา่ สาเหตุ ออกซิเจนไปเล้ยี งเนอื้ เย่ือลดลง และการก กาซาบเนอ้ื เย่ือไมม่ ีประสทิ ธิภาพ การไดร้ บั บาดเจ็บของ ปวดอย่างรนุ แรง ช็อกจากภมู ิแพ้ รา่ งกายไปกระตนุ้ ใหเ้ กิดการสรา้ ง antibody และ ig ไขสนั หลงั สว่ นบนถดั (anaphylactic shock) สว่ นใหญเ่ ป็ น Ig E ท่ี mast cell ทาใหเ้ กดิ การหลงั่ จากกระดกู สนั หลงั ช็อกจากระบบประสาท mediators ออกมา ทาใหห้ ลอดเลือดขยายตวั สว่ นอก(thoracic spine) (neurogenic shock) permeability เพ่ิมขน้ึ สารนา้ ซึมออกจากหลอดเลอื ด ฝอย หลอดลมเกร็ง เกดิ ปฏิกิริยาการอกั เสบ ผ่ืน ช็อกจากภาวการณต์ ดิ เชอื้ 3.ช็อกจากการกระจายของ คนั และการหดเกร็งของกลา้ มเนอื้ เรียบลาไสเ้ ล็ก (septic shock) เลือด (Distributive shock ) กระเพาะปัสสาวะ ,มดลกู หลอดเลอื ดขยายตวั ทาให้ venous return ลดลง coลดลง เลือดและออกซิเจนไป เลย้ี งเนอื้ เย่ือลดลงหลอดลมบวมและหดเกร็งหายใจ ลาบากขาดออกซิเจนและตาย พยาธิสรีรภาพ อาการและอาการแสดง มี lipid A ของ LPS พบในผนงั เซลลข์ องแบคทีเรียแกรมลบ และ MAP นอ้ ยกว่าหรือเท่ากบั 70 หลกั การพยาบาลท่ีสาคญั ของ lipoteichoic acid พบในผนงั เซลลข์ องแบคทีเรียแกรมบวก เป็ น มลิ ลิเมตรปรอท ภาวะช็อก หลกั การพยาบาล ตวั กระตนุ้ เมื่อ LPS เขา้ สรู่ า่ งกาย เกดิ การตอบสนองของ ผปู้ ่ วยที่มภี าวะช็อกทกุ ชนดิ ท่ี ภมู คิ มุ้ กนั แบบไมจ่ าเพาะตอ่ โมเลกลุ บนพ้ืนผิวของจลุ ชีพ ,LPS จบั มีคา่ PaO2/FiO2 นอ้ ยกว่า หรือ สาคญั คือการประเมนิ สภาพ LBP มตี วั รบั TLRs ตอ่ เช้ือจลุ ชีพชนดิ ตา่ งๆ TLR-2 โครงสรา้ ง เท่ากบั 250 หรือ นอ้ ยกว่า 200 ผปู้ ่ วย และการพยาบาลเพื่อ การ ของ LPS เป็ น patternrecognition receptor พ้ืนผวิ ของจลุ ชพี มีการ ป้ องกนั ไมใ่ หเ้ กดิ ระยะสดุ ทา้ ยของ เรียงตวั เป็ นแผนท่ีแนน่ อน เพ่ือกระตนุ้ ใหก้ ารสง่ สญั ญาณภายใน พบเกล็ดเลอื ดนอ้ ยกว่า ช็อก ซ่ึงจะกลา่ วถึงการพยาบาล เซลล์ กระตนุ้ ผา่ น NF-KB ท่ีอย่ใู น cytoplasm ของเซลลเ์ ม็ด 80,000/ลบ.มลิ ลิเมตร ท่ีสาคญั ไดแ้ ก่
หนว่ ยที่ 13 การฟื้ นคืนชพี
Steps of BLS: C > A > B C : Circulation คลาcarotid pulse 10 sec (ยกเวน้ Hypothermia 30-60sec) start CPR นงั่ คกุ เขา่ ขา้ งผปู้ ่ วย วางสนั มือขา้ งหนง่ึ ไวต้ รงกลางหนา้ อกของผปู้ ่ วยของ ก่ึงกลางของกระดกู หนา้ อก ทกุ ครง้ั ท่กี ดหนา้ อก เมื่อปลอ่ ยแรงกด อยา่ ใหม้ ือลอยจาก กระดกู หนา้ อก
A: Airway B:Breathing ทางเดินโลง่ : กาจดั ส่ิงแปลกปลอมออก เป่ าลมเขา้ ปอดทงั้ สองขา้ ง มองจากการเคล่อื นขน้ึ ลง ไมใ่ ชก่ ารบาดเจ็บ: ยกคางเอียงหวั ของหนา้ อก การบาดเจ็บ :ขากรรไกรแทง ใชเ้ วลา 1 วินาทตี อ่ ครง้ั อตั ราการกดหนา้ อก : การชว่ ยหายใจ 30:2 ตอ้ งป้ องกนั ส่ิงกีดขวางทางเดินหายใจ
Automatic External Defibrillator : AED 5 ป : เปิ ด – แปะ – แปล – เปรี้ยง - ปัม๊ ทนั ทีAED มาถึงใหเ้ ริ่มเปิ ดสวิชตท์ นั ที ตดิ แผน่ กระตกุ หวั ใจที่หนา้ อกผปู้ ่ ูวย เครื่องแนะนา ใหช้ ็อค กดป่ ุมช็อค เคร่ืองไมแ่ นะนาใหช้ ็อคใหก้ ดหนา้ อกตอ่ ***แนใ่ จวา่ ไมม่ ใี ครสมั ผสั ผปู้ ่ วย ขณะเครื่อง ทาการวิเคราะหหว์ ใั จ หรอืกดป่ ุมช็อค
Adrenaline กระตนุ้ α-adrenergic receptor มีผลเพ่ิม ความดนั โลหิตจากการ หดตวั ของหลอดเลอื ด กระตนุ้ ß-adrenergic receptor มีผลการ กระตนุ้ การบีบตวั ของหวั ใจ และกระตนุ้ อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ Side effects: Hypertension Tachycardia,Supraventricular tachycardia Cardiac arrest (asystole, PEA) • IV 1mg push ทกุ 3-5 นาที (push NSS ตาม 10ml และยกแขนสงู ) • Intratracheal 2-3 mg +NSS 10 ml Symptomatic sinus bradycardia • ใชเ้ ม่อื ไมต่ อบสนองตอ่ atropine • 10mg + 5%D/W 100 ml (1:10) IV 5-20 ml/hr Anaphylaxis Angioedema • ใชเ้ มื่อไมต่ อบสนองตอ่ atropine • 10mg + 5%D/W 100 ml (1:10) IV 5-20 ml/hr Symptomatic sinus bradycardia
Cordarone กลไกการออกฤทธิ์ antiarrhythmic drug โดยลด automaticity ของ sinus node ทาใหห้ ัวใจเตน้ ชา้ ลง ขอ้ บง่ ใช้ • Cardiac arrest and • Recurrent VT/VFท่ีไมต่ อบสนองตอ่ defibrillation และยา adrenaline ขนาดยา :300mg + 5%D/W 20 ml IV slow push ใน 3นาที อาจพจิ ารณาใหซ้ า้ 150 mg อีก 5 นาทีตอ่ มา
Thank You
Search