หลกั การการออกแบบการเรียนร้ทู ี่เป็นสากล 1. วิธกี ารนาเสนอข้อมูลและความรู้ (means of representing information) ท่ีหลากหลาย และ ยืดหย่นุ เพ่ือให้สมั พันธ์กบั รปู แบบการเรียนรทู้ ่ีแตกต่างหลากหลายของผู้เรียน เชน่ การนาเสนอแบบภาพขนาด ขยายหรือใช้สีสันที่แตกต่าง การนาเสนอผ่านโสตทัศนูปกรณ์แบบสื่อประสม การนาเสนอผ่านระบบออนไลน์ เปน็ ตน้ 2. วิธีการแสดงหรือสาธิตข้อมูลและความรู้ (means of the expression of knowledge) ที่หลากหลาย และยืดหยุ่นตัวอย่างเช่น การนาเสนอด้วยแผนภาพหรือแผนภูมิการเรียนรู้ผ่านโปรแกรมการเรียนสาเร็จรูป โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพอ่ื ตรวจสอบคาผิด โปรแกรมคอมพิวเตอร์ PowerPoint เป็นตน้ 3. วิธีการเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ (means of engagement in learning) ที่หลากหลายและ ยดื หยนุ่ เพ่ือให้สอดคลอ้ งกับความสนใจและแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน ตัวอย่างเช่น การให้สิทธ์ิ ผู้เรียน เป็นผู้เลอื กวธิ กี ารเรียนรู้ การนาเสนอผ่านสื่อและ/หรือเอกสารประกอบการสอนการเรียนรู้ผ่านโครงงาน การ เรยี นรผู้ า่ นระบบออนไลน์ การเรยี นรโู้ ดยร่วมมอื กัน (cooperative learning) เปน็ ตน้ ประโยชนแ์ ละความสาคัญของการออกแบบการเรยี นรทู้ เี่ ป็นสากล UDL มสี ว่ นช่วยใหผ้ ู้สอนออกแบบและจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ใหส้ อดคล้องกับความต้องการและ ขอ้ จากดั ของผเู้ รยี นท่ีมีความแตกต่างหลากหลาย เชน่ 1. เดก็ ความบกพร่องทางการเรยี นรู้ - เดก็ ทว่ั ไปทม่ี ปี ัญหาในการเรียนรู้ 2. เด็กที่มคี วามบกพร่องทางการเห็นและความบกพรอ่ งทางร่างกายและการเคล่ือนไหว – เด็กท่ัวไป ทมี่ ีปัญหาในการเคลื่อนไหวหรือเคลอื่ นย้ายชัว่ คราว 3. เดก็ ที่มีปัญหา/อุปสรรคในการส่อื สารด้วยภาษาทีส่ อง 4. เดก็ ทม่ี าจากภมู ิหลังและวัฒนธรรมท้องถน่ิ ทแ่ี ตกตา่ งหลากหลาย 5. เดก็ ทม่ี ีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรอื อารมณ์ - เดก็ ทว่ั ไปทมี่ ปี ัญหาดา้ นอารมณ์ในชว่ ง ระยะเวลาหนึ่ง เด็กทขี่ าดแรงจูงใจในการเรยี น การประยุกต์ใช้ UDL แบ่งเปน็ 3 ระดบั ไดแ้ ก่ ระดบั ท่ี 1 การนาเสนอ การจดั การเรยี นรู้ทใี่ ช้รูปแบบการนาเสนอท่หี ลากหลายวิธี ไดแ้ ก่ 1. รูปแบบของข้อมูลที่หลากหลาย เชน่ ขอ้ มูลภาพ ขอ้ มลู เสยี งหรือขอ้ มูลทสี่ มั ผัสได้ 2. ภาษาและสญั ลกั ษณท์ ่ีหลากหลาย 3. โอกาสในการทบทวนความรู้และความเขา้ ใจจากการเรียนท่หี ลากหลาย ระดบั ที่ 2 การส่ือสาร การให้โอกาสในการแสดงออกได้หลากหลายวิธกี าร ไดแ้ ก่ 1. การใชร้ า่ งกาย 2. การพดู 3. การใช้การทางานของสมองระดบั สูง (executive functioning) ระดบั ที่ 3 การมีส่วนรว่ ม การเสริมสร้างแรงจงู ใจ ไดแ้ ก่ 1. การชกั จงู ความสนใจ โดยใหอ้ สิ ระในการเลือกแก่ผเู้ รยี น
2. การสนบั สนุนใหผ้ ้เู รยี นใชค้ วามพยายามและความสามารถของตนในการทากจิ กรรมตา่ ง ๆ 3. การเสรมิ สรา้ งทักษะการกากับตนเอง (self-regulation) ขอ้ ควรคานงึ ของการจดั UDL ผจู้ ัดให้ควรคานงึ ถึงการประยุกต์ UDL ตามหลกั สากลทีว่ ่าด้วย NO CHILD LEFT BEHIND อาจ กลา่ วไดว้ า่ 1. ความแตกต่างหลากหลายเปน็ บรรทัดฐานของการจดั ชนั้ เรยี นและการจัดการเรียนการสอน ในปัจจบุ นั 2. การนา UDL มาใช้ในการส่งเสรมิ การเรียนรู้ของผูเ้ รยี น จึงควรคานึงถึงสิ่งต่อไปนี้ – ความเหมาะสมของเป้าหมายการเรียนรู้ – การใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์ทส่ี ่งเสริมการเรียนรู้และมีความยืดหยุ่น – การใชว้ ธิ ีการท่แี ตกต่างหลากหลายและยดื หย่นุ เพอ่ื เขา้ ถึงการเรยี นรขู้ องบุคคล – การใชว้ ิธกี ารตรวจสอบและประเมนิ ผลการเรียนร้ทู ี่เข้าถึงผู้เรยี นและมีความยืดหย่นุ สอดคลอ้ งกับ ความแตกตา่ งหลากหลายของบคุ คล 3. หลักการของ UDL จดั ใหส้ าหรบั ทุกคน มิใชเ่ พยี งบุคคลทมี่ ีความต้องการจาเปน็ พเิ ศษ 4. เทคโนโลยีช่วยใหบ้ ุคคลสามารถเข้าถงึ สภาพแวดล้อมตา่ ง ๆ ได้ รวมถงึ การควบคมุ เทคโนโลยี ระดบั สูงอยา่ งคอมพิวเตอร์ 5. เทคโนโลยชี ว่ ยใหบ้ คุ คลปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจาวันได้ดีขึน้ กรอบแนวคิด SETT เทคโนโลยีส่ิงอานวยความสะดวก ทาให้คุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษ ทางการศึกษามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเนื่องจากชดเชยความลาบากและให้ความสาคัญกับความสามารถท่ีมีอยู่ เพราะนกั เรยี นบกพร่องทางการเรยี นรู้ มจี ดุ เด่น ขอ้ จากดั ความสนใจและประสบการณ์เฉพาะบุคคล การเลือก เทคโนโลยสี ิ่งอานวยความสะดวกสาหรบั นักเรยี นควรมีการวิเคราะห์อย่างละเอยี ดเป็นระบบ การใช้กรอบงาน SETT เป็นการพัฒนานักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษทางการศึกษา อย่าง เป็นระบบ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญหรือนักการศึกษาพิเศษจะเป็นผู้เลือกอุปกรณ์เคร่ืองช่วยเพ่ือรับประกัน ความสามารถในการทากิจกรรมหรือส่ิงที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดข้ึน กรอบงาน SETT เป็นการออกแบบ แผนการและการตัดสินใจร่วมกัน SETT เป็นอักษรย่อมาจากคา 4 คา คือ 1) นักเรียนท่ีมีความต้องการจาเป็น พิเศษทางการศึกษา (Student: S) 2) สภาพแวดล้อม (Environment: E) 3) งานหรือกิจกรรม (Tasks: T) และ 4) เครอ่ื งมือหรอื อปุ กรณ์เครื่องช่วยเหลือ (Tools: T) กรอบงาน SETT เป็นเคร่ืองมือที่ช่วยรวบรวมข้อมูล และการจัดการกับขอ้ มลู ที่ได้มาจากทมี งานเพอื่ ตัดสนิ ใจเก่ียวกับบริการท่ีสนับสนุนให้ การจัดการศึกษาสาหรับ นักเรยี นทมี่ คี วามตอ้ งการจาเปน็ พเิ ศษประสบความสาเร็จในการเรียนในโรงเรียน กรอบงาน SETT พัฒนาขึ้นจากพ้ืนฐานการพัฒนาระบบเพื่อเป็นเคร่ืองมือที่เหมาะสมในการพัฒนา นักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษ เช่น การสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องช่วยเหลือ การบริการ ยุทธศาสตร์
ส่ิงอานวยความสะดวก โดยทีมผู้ช่วยเหลือจะต้องมีการแลกเปลี่ยนมุมมอง ความเข้าใจ เก่ียวกับตัวนักเรียน การดาเนินกิจวตั รประจาวันในส่ิงแวดล้อมท่ีนักเรียนใช้เวลาส่วนใหญ่ทาด้วยตนเอง หรือทาร่วมกับคนอ่ืน งาน หรอื กจิ กรรมทีน่ ักเรยี นควรทาหรือจาเป็นต้องทาด้วยตนเองหรือการเรียนรู้ท่ี จาเป็นตามวัย การช่วยเหลือของ ทีมผ้ชู ว่ ยเหลอื จะต้องเป็นไปอย่างกระตือรือร้นท้ังการสอน กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อให้การจัดการศึกษา ประสบความสาเร็จ ขอ้ มลู ความต้องการจาเป็น ความสนใจหรือความสามารถของนักเรียนแล้ว ทีมช่วยเหลือจะออกแบบ รายละเอยี ดสิ่งแวดล้อม งานหรือกจิ กรรมท่ีเหมาะสมภายใต้แนวคิดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง (Student – Centered) ส่ิงแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ (Environmentally - Useful) และงานท่ีเป็นจุดเน้น (Task – Focused) เครื่องมือ หรืออุปกรณ์เครอื่ งช่วยเหลือ (Tools) การใช้กรอบงาน SETT ทมี งานต้องทาความเข้าใจกนั เกีย่ วกบั รายละเอยี ดในการปฏิบตั ิ ซึ่งตอ้ งตอบ คาถามในแต่ละดา้ น ดังน้ี ด้านนักเรียน ทีมงานจะต้องตอบคาถามดังนี้ 1) อะไรคือความต้องการของนักเรียนที่สามารถทาได้ 2) ความต้องการจาเป็นอะไรที่สัมพันธ์หรือส่งผลกับการทากิจกรรมหรืองานของนักเรียน 3) นักเรียนมี ความสามารถอะไรในปัจจบุ ัน 4) นักเรยี นมหี น้าทหี่ ลกั อะไรทตี่ อ้ งทาในแต่ละวัน ด้านสิ่งแวดล้อม ทีมงานมีข้อควรคานึง ดังน้ี 1) สภาพแวดล้อมทางโครงสร้างและกายภาพท่ี แวดล้อมนักเรียนมีอะไรบ้าง 2) ส่ิงสนับสนุนอะไรท่ีเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนและทีมช่วยเหลือ 3) วัสดุและ อุปกรณ์อะไรท่ีจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ในเวลานี้ 4) อะไรเป็นประเด็นสาคัญในการเข้าถึงสิ่งแวดล้อม ทางกายภาพ การเรียนการสอนและเทคโนโลยี 5) ครอบครัวและทีมช่วยเหลือมีความคาดหวังอะไรบ้าง เกี่ยวกับการการช่วยเหลอื นกั เรยี น ด้านกจิ กรรมหรืองาน ทมี งานมีข้อควรคานงึ ดังนี้ 1) กิจกรรมหรืองานในสง่ิ แวดลอ้ มเฉพาะอะไร ที่สามารถตง้ั เป้าหมายในแผนการจดั การเฉพาะบุคคลได้ 2) กจิ กรรมหรืองานอะไรทต่ี ้องกาหนดใหค้ รอบคลุม ถงึ การออกแบบสภาพแวดล้อมใหส้ อดคล้องกัน เช่น การมีสว่ นร่วมในกิจกรรมทางสังคมหรือการสื่อสาร ซง่ึ ต้องมีการกาหนดสภาพแวดล้อมให้นักเรยี นมีโอกาสได้อยรู่ ่วมกับคนอ่นื ด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องมือ อุปกรณ์ กลยุทธ์หรือบริการ ทีมงานมีข้อควรคานึง ดังนี้ 1) การต้งั เปา้ หมายทางการศึกษาควรกาหนดเทคโนโลยีส่ิงอานวยความสะดวกหรือบริการใช่หรือไม่ 2) ประโยชน์ ของระบบสนับสนุน อุปกรณ์เคร่ืองช่วย ระบบบริการซ่ึงเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ หรือ ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพ คืออะไร 3) การระดมสมองเก่ียวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์เคร่ืองช่วยที่เป็น ส่วนประกอบของระบบการช่วยเหลือตามความต้องการจาเป็น 4) เลือกเครื่องมือหรืออุปกรณ์เคร่ืองช่วย เหมาะสมสาหรบั ทดลองในสภาพแวดล้อมทเ่ี ปน็ ธรรมชาติ 5) วางแผนการใช้เคร่ืองมือหรืออุปกรณ์เคร่ืองช่วยท่ี ทดลองใช้แลว้ เชน่ การเปลย่ี นแปลง วธิ กี ารใช้ คาแนะนาการใช้ เป็นตน้
กระบวนการสนับสนุนเทคโนโลยีสิง่ อานวยความสะดวกโดยใช้กรอบงาน SETT การสนับสนนุ เทคโนโลยีส่ิงอานวยความสะดวกโดยใช้กรอบงาน SETT มกี ระบวนการดงั ภาพ 1 ภาพท่ี 1 กระบวนการสนับสนุนเทคโนโลยีส่งิ อานวยความสะดวกโดยใช้กรอบงาน SETT 1. รวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย ข้อมูลการประเมินสมรรถภาพนักเรียน กิจกรรมที่ทาระหว่างวัน สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่นกั เรียนดาเนินชีวิตอยู่ ทศั นคติของคนรอบข้าง 2. การประชุมอภิปราย เป็นการพิจารณาสนับสนุนระบบเทคโนโลยีสิ่งอานวยความสะดวก สาหรับ นกั เรียนทีม่ คี วามตอ้ งการจาเปน็ พิเศษภายใตข้ อ้ มูลจากหลายแหล่งที่มีอยู่เพื่ออธิบายและจาแนกประเด็นต่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้อง จัดลาดบั แนวทางการแกป้ ัญหา เตรยี มอปุ กรณ์เคร่ืองชว่ ยเลือก ออกแบบ ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม พฒั นาแผนการชว่ ยเหลอื ท่ีสอดคลอ้ งกบั ขอ้ มูลการประเมนิ ดา้ นตา่ ง ๆ รวมทัง้ เป้าหมายทีต่ งั้ ไว้ร่วมกัน 3. การสนับสนุนระบบเทคโนโลยีส่ิงอานวยความสะดวกส่ือบริการและความช่วยเหลืออ่ืนใด ทาง การศึกษาสาหรับนักเรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษ ซ่ึงอาจเป็น เคร่ืองมือ อุปกรณ์ กลยุทธ์หรือ บรกิ ารท่เี หมาะสมสอดคลอ้ งกับความต้องการจาเป็นพิเศษของนักเรียน รวมท้ังการอบรม ให้ความรู้ผู้ดูแลหรือ ผู้ท่ีเกี่ยวข้องเก่ียวกับวิธีการใช้ การซ่อมบารุง เป็นต้น ทั้งน้ีเพื่อลดข้อจากัดในการดาเนินชีวิตของนักเรียน ให้มากที่สุด การพิจารณาความต้องการใช้เทคโนโลยีสิ่งอานวยความสะดวกตามกรอบงานนี้เป็นประโยชน์ ต่อทีมผู้ช่วยเหลือ คือ 1) การอธิบายและการจาแนกประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2) การรวบรวมข้อมูลจาก หลายแหล่งเข้าด้วยกัน 3) การวิเคราะห์ข้อมูล 4) การจัดลาดับแนวทางการแก้ปัญหา 5) การพัฒนาแผน การช่วยเหลือทีส่ อดคลอ้ งกับข้อมลู การประเมนิ ดา้ นต่าง ๆ รวมทัง้ เป้าหมายทตี่ ง้ั ไวร้ ว่ มกันและ 6) การชี้ผลลัพธ์ ซึ่งทาทีมงานพัฒนานักเรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษทางการศึกษามีเป้าหมายร่วมกันในการช่วยเหลือ อย่างเปน็ รูปธรรม
ตวั อย่าง การพิจารณาสนบั สนนุ เทคโนโลยีสงิ่ อานวยความสะดวกตามกรอบงาน SETT นักเรียน (Student : S) สภาพแวดลอ้ ม งาน/กจิ กรรม (Tasks : T) เครื่องมือ (Tools : T) (Environment : E) สิง่ ทจ่ี าเปน็ ตอ้ งทา หอ้ งเรยี นรวมท่วั ไป บรเิ วณทากจิ กรรม ไมใ่ ช้เทคโนโลยี 1. มสี ่วนรว่ มกบั เพอ่ื นใน มีสือ่ อุปกรณท์ ่ีพร้อมใช้ 1. ทกั ทายเพื่อนหรือคนอ่ืน 1. รูปถ่ายเพ่ือนทักทาย กิจกรรมนันทนาการ งาน 2. เข้ากลมุ่ เพื่อน 2. ปากกา ดนิ สอบันทกึ 2. พัฒนาทกั ษะการ 3. กจิ กรรมนันทนาการ คะแนน ควบคุมตนเอง การจัดการชั้นเรยี น 4. เล่นของเลน่ 3. ตารางกจิ กรรมและ ความตอ้ งการจาเป็น โตะ๊ กลม 4 กลุ่ม 5. การเลน่ เกมเปน็ กลมุ่ รปู ภาพ พเิ ศษ 1. มขี ้อจากดั เรื่องการพูด ปัญหาท่ตี ้องแก้ไข กจิ กรรมตาม IEP 4. กระดานทางเลือก 2. กา้ วรา้ วเวลา 1. ทักทายเพ่อื น เปลยี่ นแปลงกจิ กรรม 1. หอ้ งเรียนเสียงดัง สาหรบั เลือกเกม 2. พฤติกรรมก้าวร้าว 2. เลือกกิจกรรม นันทนาการ เทคโนโลยรี ะดับต่า 3. จับคสู่ ญั ลักษณ์ 4. การขอ/แสดงความ 1. กระดานส่อื สาร มคี า การจดั การเรยี นการ กบั ภาพที่จาเปน็ ใน ความสามารถพ้ืนฐาน สอน คิดเหน็ ระหว่างทากิจกรรม ชีวิตประจาวัน การรอ 1. บอกความต้องการโดย นกั เรียนนงั่ เป็น 3 กลมุ่ ๆ องค์ประกอบการทางานให้ คอย การเรยี นรกู้ ติกา เช่น ใชท้ ่าทางได้ เสร็จ ถึงควิ ฉัน ถงึ คิวคุณ หยุด ละ 10 คน 1. ปฏสิ มั พนั ธร์ ะหว่างเพ่ือน รอ ไม่โกง คณุ ชนะ ฉัน 2. พดู อย่างมีความหมายได้ 2. การวางเงอื่ นไขให้ไปอยู่ที่ ชนะ เสร็จแลว้ เล่น เกม โตะ๊ ปรบั พฤตกิ รรมหลังห้อง ใหม่ เล่นซ้า เป็นตน้ บางคาเช่น “ไม่” “พอ่ ” การสนบั สนุนท่มี ีอยู่ 3. การสรา้ งทางเลือกดว้ ย 2. บตั รภาพหรอื บัตร ตนเอง 3. ชรี้ ปู ภาพตามคาบอกได้ 1. ครู 1 คน 4. ทาตามคาสงั่ อย่างง่าย ได้ 2. ผ้ชู ่วยครู 1 คน ปญั หาท่ีต้องแกไ้ ข 3. โตะ๊ ปรบั พฤติกรรม การปรบั เปลีย่ นเวลา ประโยค แสดง พฤติกรรม 1. กา้ วร้าวขณะรว่ ม 1. เตรยี มคาศัพทใ์ นสมุด พงึ ประสงค์ เชน่ “ถ้า กิจกรรมนันทนาการ หลังห้อง สื่อสาร หงุดหงดิ หนจู ะ น่งั น่งิ หรอื 2. จาเปน็ ต้องใช้กระดาน 2. ใช้สอื่ การสอนท้ังการพดู เดนิ ออกไปข้าง นอกห้อง” สอ่ื สาร ผู้ทเ่ี กยี่ วข้อง และสิ่งที่มองเหน็ ได้ 1. นกั ฝกึ พูด 3. เกมจบั คู่ บริการ 2. นักสังคมสงเคราะห์ การสนับสนนุ เทคโนโลยี ฝกึ พูดโดยครู ตารางกจิ กรรมประจาวนั มี องคป์ ระกอบเหมือนเกม
สรปุ สาระสาคญั การจัดการศึกษาสาหรับบุคคลที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษในประเทศไทยปัจจุบันน้ีมีรูปแบบ การจัดที่หลากหลาย และผู้เรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษสามารถเลือกรับบริการได้ตามอายุ ประเภท ความพกิ าร และระดับความรุนแรง ได้แก่ รูปแบบการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษาพิเศษ การจัดการศึกษา ของโรงเรียนเฉพาะความพิการ การจัดการศกึ ษาของโรงเรียนเรยี นรว่ ม และการจัดการศกึ ษาของศูนย์การเรียน เฉพาะความพิการ ซ่ึงเด็กพิการแต่ละคนมีศักยภาพ หากได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางร่างกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคม โดยวิธีการท่ีเหมาะสมกับความต้องการจาเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล เด็กพิการจะ สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขตามศักยภาพ ต้องได้รับความเข้าใจและการช่วยเหลือที่ถูกต้อง เหมาะสมตั้งแต่แรกพบความพิการหรือแรกเกิด ดังนั้นการช่วยเหลือเด็กพิการต้ังแต่แรกเร่ิมจึงมีความสาคัญยิ่ง ผู้ปกครอง ครู อาสาสมัครเพ่ือเด็กพิการหรือบุคคลท่ัวไปหากมีความรู้ความเข้าใจในการให้บริการช่วยเหลือ ระยะแรกเรม่ิ แก่เดก็ พิการก็จะสามารถให้การช่วยเหลือเดก็ พิการได้ถูกต้อง เหมาะสมมากขน้ึ แผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบคุ คล (Individualized Education Program : IEP) หมายถึง แผนซ่ึง กาหนดแนวทางการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการจาเป็นพิเศษของคนพิการ ตลอดจนกาหนด เทคโนโลยี สิ่งอานวยความสะดวก ส่ือ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ คนพิการได้รับการจัดการศึกษาให้สอดคล้องความต้องการจาเป็นพิเศษเป็นรายบุคคลและใช้เป็นกระบวนการ จดั การเรียนรู้ การตรวจสอบความกา้ วหน้าทางการเรียนและพฒั นาการของคนพิการ การวางแผนการเปล่ียนผ่าน เป็นกระบวนการที่ทาร่วมไปกับการจัดทาแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล โดยใช้หลักการบุคคลเป็นศูนย์กลาง (Person-Centered Approach) ซ่ึงสามารถวางแผนการเปลี่ยนผ่านได้ ทันทีท่ีเห็นว่าเหมาะสม การวางแผนการเปล่ียนผ่านต้องอาศัยความร่วมมือของผู้ปกครอง ตัวผู้เรียน บุคลากร ทางการศึกษา องค์กร ชุมชน การวางแผนการเปล่ียนผ่านเป็นกระบวนการสนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับบริการ ท่ีต่อเนื่องสอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบันและอนาคต ซ่ึงจะช่วยให้ ผู้เรียนบรรลุถึงเป้าหมายตาม ศกั ยภาพของตนเองได้มากทีส่ ดุ เทคโนโลยีส่ิง อานวยความสะดวกจึงมีความจาเป็นสาหรับบุคคลที่มีคว ามต้องการจาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผเู้ รียนท่ีมีความตอ้ งการจาเป็นพเิ ศษ ซงึ่ ช่วยให้บุคคลเข้าถึงหรือทากิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน ด้วยตนเองมากข้ึนและง่ายข้ึน ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเปิดโอกาสการมีส่วนร่วมในสังคมกับบุคคลท่ัวไปได้ อย่างไรก็ตาม หากขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดการ การใช้งาน จะทาให้ไม่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ จาก เทคโนโลยสี ิ่งอานวยความสะดวกไดอ้ ย่างเต็มประสทิ ธภิ าพ
แหล่งขอ้ มลู เพม่ิ เติมทตี่ อ้ งศกึ ษา สาหรับผู้ที่ศึกษาข้อมูลการจัดการศึกษาสาหรับผู้เรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษ นอกจาก หนังสือ ชุดการศึกษาด้วยตนเองแล้ว ผู้ศึกษาเองน้ันควรหาข้อมูลความรู้เพ่ิมเติม เพื่อให้เข้าใจและมีความรู้ เก่ียวกับการจัดการศึกษาสาหรับบุคคลที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษ ในเรื่องของรูปแบบและแนวทางการจัด การศึกษา นวัตกรรมการจัดการศึกษา รวมทั้งการจัดบริการเพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาสาหรับ ผู้เรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษ เน่ืองจากปัจจุบันการศึกษาสาหรับคนพิการได้มีการพัฒนาองค์ความรู้ ด้านตา่ งไปมากผูศ้ ึกษาจงึ ควรหาความรูเ้ พมิ่ เติมเพ่ือให้ทนั ต่อเหตุการณ์ แหล่งข้อมลู เพ่ิมเติมทีต่ อ้ งศึกษา เช่น 1. พระราชบญั ญัติการจดั การศึกษาสาหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 และทีแ่ ก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 2. เว็บไซต์ กล่มุ วิจัยและพัฒนาสอ่ื เทคโนโลยีสง่ิ อานวยความสะดวกทางการศกึ ษาสาหรับคนพิการ เวบ็ ไซต์ ของสถานศึกษาในสงั กัดสานักบรหิ ารงานการศึกษาพเิ ศษ http://special.obec.go.th/special 3. เวบ็ ไซต์ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร www.moe.go.th ซง่ึ หนังสอื และเวบ็ ไซต์เหลา่ น้ีจะสามารถหาข้อมูลเก่ยี วกับการจดั การศึกษาสาหรับบคุ คลทีม่ ีความ บกพร่อง ดังน้ี รูปแบบการจดั การศึกษาสาหรบั บคุ คลทมี่ ีความบกพร่อง กฎหมายที่เก่ยี วข้องกบั การจัดการศึกษาสาหรบั คนพกิ าร หนว่ ยงานและสถานศึกษาท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั การจัดการศึกษาสาหรับคนพิการ หนงั สือท่นี า่ สนใจเกี่ยวกับการจดั การศึกษาพเิ ศษ ชื่อหนังสอื รปู แบบการจัดการความรู้สาหรับครใู นโรงเรียนเฉพาะความพิการ ผ้เู ขยี น ณชั พร นกสกลุ ปีที่พิมพ์ พ.ศ. 2554 รายละเอยี ด: หนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาท่ีเป็นรูปแบบการจัดการความรู้ที่นาไปทดลองใช้ในศูนย์การเรียนรู้ เด็กพิเศษประภาคารปัญญา โดยใช้ข้ันตอนตามกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process: KMP) ใช้กระบวนการบริหารจัดการการเปล่ียนแปลง (Change Management Process: CMP) ในการแก้ไขปัญหาการจัดการความรู้ในองค์กร และสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยวิธีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Communities of Practice : COP) เป็นประโยชน์แกผ่ ู้ท่สี นใจเรอื่ งการจัดการความรใู้ นแงม่ ุมต่าง ๆ สามารถ นาความร้แู ละแนวคิดจากหนังสือเลม่ น้ไี ปประยุกตใ์ ชไ้ ด้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ช่อื หนงั สือ เด็กพิเศษ ผู้เขียน เพ็ญแข ลิม่ ศลิ า ปีที่พิมพ์ พ.ศ. 2552 รายละเอียด: หนังสือเล่มน้ี ชี้ให้เห็นถึงบทบาทของพ่อ แม่ ผู้ปกครอง รวมไปถึงสังคมส่ิงแวดล้อมรอบตัวเด็ก
ตั้งแตท่ ุกคนในครอบครวั โรงเรียน ครูบาอาจารย์ เพื่อนๆ ที่เป็นส่วนสาคัญท่ีสุดสาหรับการช่วยเหลือเด็กพิเศษ แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เป็นเพียงผู้ช้ีนาแนวทางและโอกาสให้ได้รับการ รักษาแก่เด็กพิเศษเท่านั้น การตัดสินใจเป็นเร่ืองของพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ท่ีมีสิทธ์ิช้ีขาดว่าจะให้เด็กพิเศษใน ปกครองได้รับโอกาสในการ รักษาหรือไม่ รวมถึงการยอมรับของผู้คนในสังคมท่ีจะช่วยให้เด็กพิเศษเหล่านี้ เติบโตขึ้นในสังคมเดียวกับพวก เราอยา่ งมคี วามสขุ และไมเ่ ปน็ ภาระของประเทศ
บรรณานกุ รม กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. การจัดการเรียนร่วมในโรงเรียนมัธยมศึกษา .กรุงเทพฯ. กรม สามญั ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). ชุดเอกสารการศึกษาดว้ ยตนเอง วิชาการศกึ ษาพิเศษ ความรูพ้ นื้ ฐานทางการศกึ ษาพิเศษ. กรงุ เทพฯ. คณะครศุ าสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.(2553). ชุดฝึกอบรมการศึกษาพิเศษ โครงการยกระดบั คุณภาพครูท้ังระบบตามแผนปฏิบตั กิ ารไทยเข้มแข็ง. กรงุ เทพ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั . เบญจา ชลธาร์นนท์.(2532). การจัดท่ีอยอู่ าศัยสาหรบั บุคคลพกิ าร. ในเอกสารการสอนชุดวิชา การ ดูแลบุคคลพิการ หน่วยที่ 8-15, นนทบุรี: มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช. เบญจา ชลธาร์นนท์.(2538). รวมบทความวิชาการทางการศกึ ษาพิเศษ. กรุงเทพฯ : สหธรรมกิ . เบญจา ชลธาร์นนท์.(2543).การจัดการศกึ ษาสาหรบั เด็กพิการเรียนรว่ ม. เอกสารประกอบ การประชมุ เชงิ ปฏิบตั ิการ 3 เมษายน 2543.กรุงเทพฯ : สถาบนั ราชภฏั สวนดสุ ติ . เบญจมาศ กลน่ิ ดี. (2553). การจดั การศึกษาพเิ ศษในประเทศไทย.(ออนไลน์) : http://www.learners.in.th/blogs/posts/356419.. 30 พฤษภาคม 2556. ผดุง อารยะวญิ ญู. อาร์ ที ไอ กระบวนการสอนในแนวใหม่.กรุงเทพฯ:ไอ.คิว.บุ๊คเซ็นเตอร์ จากัด. ผดุง อารยะวญิ ญู.(2539). การศกึ ษาสาหรบั เด็กที่มีความต้องการพิเศษ. กรุงเทพฯ : ภาควิชาการศึกษาพิเศษ มหาวทิ ยาลัยศรีนครินวโิ รฒประสานมิตร. ผดงุ อารยะวิญญู, วาสนา เลศิ ศลิ ป์.(มปป.).การเรียนรวม Inclusion.กรุงเทพฯ:หา้ งหนุ้ ส่วนจากัด เจ.เอ็น. ที. มูลนิธเิ พอ่ื เด็กพิการ.(2555). คมู่ ือศูนย์การเรียนรู้ฟน้ื ฟูเด็กพิการโดยครอบครวั . กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2543). การคดั แยกและสง่ ต่อคนพิการเพ่อื การศึกษา. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์คุรุสภา. ศรีศักดิ์ ไทยอารีย์และคณะ. (2542). สภาพการใหบ้ รกิ ารการศึกษาสาหรับเดก็ ด้อยโอกาสในต่างประเทศ รายงานการศึกษา. กรุงเทพฯ : สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ. สมพร หวานเสร็จ.(2553). RTI.เอกสารประกอบการบรรยาย ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษเขตการศึกษา 9 จงั หวัดขอนแก่น สานกั บริหารงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศกึ ษาธิการ. สมพร หวานเสรจ็ .(2555). SETT.เอกสารประกอบการสอนวชิ า เทคโนโลยีสง่ิ อานวยความสะดวก ส่อื บริการและความชว่ ยเหลอื อนื่ ใดทางการศึกษา.คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น. สานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ .(มปป.) .คูม่ ือการจัดทาแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล เอกสาร อัดสาเนา สานักบรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ .(มปป.). คมู่ ือการใหบ้ รกิ ารช่วยเหลือครอบครัว เอกสารอดั สาเนา สานกั บริหารงานการศึกษาพเิ ศษ (มปป). คมู่ อื แผนการเปลี่ยนผา่ น เอกสารอดั สาเนา
สานักงานบริหารงานการศึกษาพเิ ศษ .(มปป.). รา่ งแนวทางการจัดตั้งและพัฒนาการศึกษา ในศนู ย์การเรียนเฉพาะความพิการ เอกสารอดั สาเนา สชุ าดา จักรพิสทุ ธ์แิ ละคนอื่น ๆ. 2548. การศึกษาทางเลือก : โลกแห่งการเรยี นรนู้ อกโรงเรยี น. กรุงเทพฯ : สานกั งานกองทุนสนบั สนุนการวิจยั . (ออนไลน์) http://en.wikipedia.org/wiki/Alternative_education เอกสารสาระหลักการและแนวคิดประกอบการดาเนินงาน กศน. : คัมภีร์ กศน. http://www.wt.ac.th/~technology/content/14_31_40.pdf ดารณี ศักด์ิศริ ิผล. (2558) แผนการใหบ้ ริการชว่ ยเหลอื เฉพาะครอบครวั . http://ejournals.swu.ac.th/index.php/ENEDU/article/download/5534/5179
แบบทดสอบทา้ ยบท ชดุ เอกสารศึกษาด้วยตนเอง วิชาความรูพ้ ้นื ฐานด้านการจัดการศึกษาสาหรับคนพกิ ารหรือผเู้ รียนท่ีมีความต้องการจาเปน็ พิเศษ เล่มท่ี 3 การจัดการศกึ ษาสาหรับคนพกิ ารหรือผ้เู รียนท่ีมีความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษ 1. บุคคลซ่ึงมขี ้อจำกดั ในกำรปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ในชวี ิตประจำวนั หรอื เข้ำไปมีส่วนรว่ มทำงสังคม เนอ่ื งจำก มีควำมบกพร่องทำงกำรเห็น กำรได้ยิน กำรเคลอ่ื นไหว กำรส่อื สำร จติ ใจ อำรมณ์ พฤติกรรม สตปิ ญั ญำ กำรเรียนรู้ หรือควำมบกพร่องอนื่ ใดประกอบกับมีอุปสรรคในด้ำนต่ำง ๆ ก. เด็กพิเศษ ข. คนพกิ ำร ค. เดก็ บกพร่อง ง. เด็กท่ีตอ้ งไดร้ ับกำรชว่ ยเหลอื เรง่ ด่วน 2. “ผู้ดแู ลคนพิกำร” ตำมพระรำชบญั ญตั ิกำรจัดกำรศึกษำสำหรบั คนพิกำร พ.ศ. 2551 ตรงกับบุคคลใด ก. บดิ ำ มำรดำที่รับดแู ลหรอื รับอุปกำระคนพิกำร ข. ผู้ปกครอง ทร่ี บั ดแู ลหรอื รับอุปกำระคนพกิ ำร ค. สำมี ภรรยำท่ีรบั ดแู ลหรอื รับอุปกำระคนพิกำร ง. ถูกหมดทกุ ขอ้ 3. แผนซึ่งกำหนดแนวทำงกำรจัดกำรศึกษำท่ีสอดคล้องกับควำมตอ้ งกำรจำเปน็ พเิ ศษของคนพิกำร ตลอดจน กำหนดเทคโนโลยี สงิ่ อำนวยควำมสะดวก สือ่ บริกำร และควำมช่วยเหลอื อืน่ ใดทำงกำรศึกษำเฉพำะบุคคล สอดคล้องกับ ข้อใด ก. แผนกำรจดั กำรศกึ ษำเฉพำะบุคคล ข. แผนกำรจดั กำรเรียนรเู้ ฉพำะบุคคล ค. แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้รำยบุคคล ง. แผนกำรจัดกำรศึกษำรำยบคุ คล 4. ขนั้ ตอนในกำรจดั ทำแผนกำรจดั กำรศึกษำเฉพำะบคุ คล ขั้นตอนแรกได้แก่ขอ้ ใด ก. กำรรวบรวมข้อมลู ข. กำรคดั กรองประเภทควำมพิกำรทำงกำรศึกษำ ค. กำรประเมินควำมสำมำรถพน้ื ฐำน ง. กำรประสำนควำมรว่ มมอื กับผูเ้ กีย่ วข้อง
5. สถำนศึกษำของรฐั ทีจ่ ดั กำรศกึ ษำนอกระบบ หรือตำมอัธยำศัยแกค่ นพิกำร ตงั้ แต่แรกเกดิ หรือแรกพบ ควำมพิกำรจนตลอดชวี ิต และจัดกำรศึกษำอบรมแกผ่ ู้ดูแลคนพกิ ำร ครู บคุ ลำกรและชมุ ชน รวมท้ัง กำรจัดสือ่ เทคโนโลยี สงิ่ อำนวยควำมสะดวก บรกิ ำร และควำมช่วยเหลอื อืน่ ใดทำงกำรศึกษำ ก. สถำนศกึ ษำเฉพำะควำมพิกำร ข. ศนู ยก์ ำรศึกษำพเิ ศษ ค. ศนู ย์กำรเรียนเฉพำะควำมพิกำร ง. องคก์ ำรคนพิกำรแตล่ ะประเภท 6. สถำนศึกษำทจ่ี ัดกำรศึกษำนอกระบบ หรือตำมอัธยำศยั แก่คนพิกำรโดยเฉพำะ โดยหน่วยงำนกำรศกึ ษำ นอกโรงเรียน บคุ คล ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กร ปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ องคก์ รวชิ ำชพี สถำบนั ศำสนำ สถำนประกอบกำร โรงพยำบำล สถำบันทำงกำรแพทย์ สถำนสงเครำะห์และสถำบนั ทำงสงั คมอื่นเปน็ ผ้จู ัด ต้ังแตร่ ะดับกำรศกึ ษำปฐมวัย กำรศกึ ษำขั้นพนื้ ฐำน อำชีวศกึ ษำ อุดมศกึ ษำและหลักสตู รระยะสัน้ ก. สถำนศึกษำเฉพำะควำมพิกำร ข. ศนู ย์กำรศกึ ษำพเิ ศษ ค. ศูนย์กำรเรียนเฉพำะควำมพกิ ำร ง. องคก์ ำรคนพกิ ำรแต่ละประเภท 7. สทิ ธทิ ำงกำรศึกษำของคนพกิ ำร ข้อใด ไม่ถูกตอ้ ง ก. ไดร้ ับกำรศึกษำโดยไม่เสียค่ำใช้จ่ำยตั้งแตแ่ รกเกิดหรือพบควำมพิกำรจนตลอดชวี ิต ข. ไดร้ บั เทคโนโลยี สง่ิ อำนวยควำมสะดวก สือ่ บริกำรและควำมชว่ ยเหลอื อืน่ ใดทำงกำรศึกษำ ค. เลอื กบรกิ ำรทำงกำรศกึ ษำ สถำนศกึ ษำ ระบบและรูปแบบกำรศึกษำ ง. ไดร้ บั ทุนกำรศกึ ษำ เพ่ือกำรศึกษำต่อไดต้ ลอดชวี ิต 8. สทิ ธิทำงกำรศึกษำของคนพิกำรขอ้ ใดไม่ถูกต้อง ก. ได้รบั กำรศกึ ษำทม่ี ีมำตรฐำนและประกนั คณุ ภำพ ข. กำรจดั หลกั สูตรกระบวนกำรเรยี นรู้ กำรทดสอบทำงกำรศกึ ษำ ทเ่ี หมำะสมสอดคลอ้ งกับ ควำมต้องกำรจำเป็นพเิ ศษ ค. เลอื กบรกิ ำรทำงกำรศึกษำ สถำนศึกษำ ระบบและรูปแบบกำรศกึ ษำ ง. สำมำรถเลอื กวสั ดอุ ปุ กรณ์กำรศกึ ษำท่สี อดคล้องกบั ควำมต้องกำรและควำมสนใจของตนเอง 9. ให้สถำนศึกษำในทกุ สงั กัดจัดทำแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพำะบคุ คล โดยใหเ้ ปน็ อย่ำงไร ก. สอดคลอ้ งกบั ควำมต้องกำรจำเปน็ พิเศษ ข. สอดคลอ้ งกบั ควำมสำมำรถ ควำมถนดั ค. สอดคลอ้ งกบั ศกั ยภำพของเดก็ พกิ ำร ง. สอดคลอ้ งกบั ลักษณะกำรเรยี นรู้
10. สถำนศึกษำตอ้ งมกี ำรปรบั ปรงุ แผนกำรจดั กำรศึกษำเฉพำะบุคคลอย่ำงนอ้ ยปลี ะกค่ี รั้ง ก. หนึ่งครง้ั ข. สองคร้ัง ค. สำมครง้ั ง. ส่ีครง้ั 11. สถำนศกึ ษำใดปฏเิ สธไมร่ บั คนพิกำรเข้ำศึกษำ ใหถ้ ือวำ่ เป็นเช่นไร ก. กำรเลือกปฏบิ ัตโิ ดยไมเ่ ปน็ ธรรมตำมกฎหมำย ข. ผิดกฎหมำย ค. ต้องถูกฟอ้ งรอ้ งทำงศำลปกครอง ง. ละเมดิ สิทธิมนุษยชน 12. มหี น้ำทจี่ ัดกำรศกึ ษำตำมภำรกิจแกค่ นพิกำร โดยมฐี ำนะเปน็ นติ ิบคุ คล ก. สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำ ข. สำนักบริหำรงำนกำรศกึ ษำพิเศษ ค. สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำข้นั พื้นฐำน ง. สถำนศึกษำเฉพำะควำมพิกำรของรฐั 13. สถำนศึกษำของรฐั หรือเอกชนท่ีจัดกำรศึกษำสำหรบั คนพิกำรโดยเฉพำะ ท้งั ในลกั ษณะอยปู่ ระจำ ไป-กลบั และรบั บริกำรที่บำ้ นตำมพระรำชบัญญัติกำรจัดกำรศึกษำสำหรับคนพกิ ำร พ.ศ. 2551 ตรงกับข้อใด ก. ศนู ย์กำรศกึ ษำพิเศษ ข. สถำนศึกษำเฉพำะควำมพกิ ำร ค. ศูนย์กำรเรยี นเฉพำะควำมพิกำร ง. องคก์ ำรคนพิกำรแตล่ ะประเภท 14. กระบวนกำรจัดกำรศึกษำท่ีจดั ใหน้ ักเรียนในวยั เดียวกันทุกคนไดเ้ ขำ้ เรยี นในชั้นเรยี นเดียวกนั ให้ไดม้ ำกท่สี ุด โดยไมม่ ขี อ้ จำกัดในควำมแตกตำ่ งของนักเรยี นแต่ละคน สอดคล้องกบั ขอ้ ใด ก. กำรเรยี นรวม ข. กำรเรียนในศนู ยก์ ำรศึกษำพเิ ศษ ค. กำรเรยี นในศนู ยก์ ำรเรียนเฉพำะควำมพกิ ำร ง. กำรเรยี นในองค์กำรคนพิกำรแตล่ ะประเภท
15. เป็นกำรจดั ผ้เู รยี นทีม่ ีควำมต้องกำรจำเปน็ พเิ ศษเข้ำเรยี นรว่ มกับผู้เรียนทวั่ ไปเต็มเวลำ และเรียนเหมือนกบั นกั เรยี นทว่ั ไปทกุ ประกำร สอดคลอ้ งกับรูปแบบกำรเรยี นรว่ ม ตำมข้อใด ก. ช้นั เรยี นปกติเตม็ วนั ข. เรยี นรว่ มช้นั ปกติเตม็ วันและมีครกู ำรศกึ ษำพเิ ศษให้คำปรกึ ษำ ค. กำรเรียนรว่ มปกตเิ ตม็ วนั และบรกิ ำรครเู ดินสอน ง. กำรเรยี นรว่ มชน้ั ปกติเต็มวนั และบรกิ ำรสอนเสริม 16. เปน็ กำรจัดกำรเรียนตำมปกตใิ นห้องเรยี นปกติอยูใ่ นควำมดูแลของครูประจำชั้น แตไ่ ด้รบั บริกำร ดำ้ นกำรสอนเสริมจำกครูเดนิ สอนตำมตำรำงทกี่ ำหนด สอดคล้องกบั รปู แบบกำรเรียนรว่ ม ตำมข้อใด ก. ชัน้ เรียนปกตเิ ตม็ วัน ข. กำรเรียนรว่ มปกติเต็มวันและบริกำรครเู ดนิ สอน ค. เรียนรว่ มชั้นปกติเตม็ วันและมีครกู ำรศึกษำพเิ ศษให้คำปรึกษำ ง. กำรเรยี นร่วมชนั้ ปกติเต็มวนั และบริกำรสอนเสรมิ 17. กระบวนกำรฟนื้ ฟูสมรรถภำพและเตรยี มควำมพร้อมให้กบั เด็กทม่ี ีควำมบกพร่องประเภทต่ำง ๆ ตงั้ แต่ แรกเกดิ หรอื ต้งั แต่เมื่อทรำบว่ำมคี วำมบกพร่อง สอดคลอ้ งกับขอ้ ใด ก. กำรฟน้ื ฟู ข. กำรบำบัด ค. กำรให้บริกำรชว่ ยเหลอื ระยะแรกเริม่ ง. กำรรักษำเดก็ พกิ ำรแรกเกดิ 18. แผนทีจ่ ดั ทำขน้ึ เปน็ ลำยลักษณ์ อักษร ซง่ึ จะมีกำรประชมุ ร่วมกันระหวำ่ งครอบครวั ของเดก็ ที่มี ควำมตอ้ งกำรพิเศษและผู้เชี่ยวชำญดำ้ นต่ำง ๆ เพอื่ วำงแผนในกำรพฒั นำเด็กท่มี ีควำมต้องกำรพิเศษ สอดคลอ้ งกับ ข้อใด ก. แผนกำรจดั กำรศกึ ษำเฉพำะบคุ คล ข. แผนกำรจดั กำรเรียนรเู้ ฉพำะบคุ คล ค. แผนกำรจัดกำรเรยี นรรู้ ำยบุคคล ง. แผนกำรใหบ้ ริกำรช่วยเหลือเฉพำะครอบครัว
19. เคร่ืองมือ อุปกรณ์ ฮำรด์ แวร์ ซอฟต์แวร์หรือบริกำรท่ีใช้สำหรบั คนพกิ ำรโดยเฉพำะ หรือท่มี ีกำรดดั แปลง หรอื ปรบั ใช้ให้ตรงกับควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษของคนพกิ ำรแต่ละบุคคล เพื่อเพ่ิม รักษำ คงไว้ หรือ พฒั นำควำมสำมำรถและศกั ยภำพทจี่ ะเข้ำถึงขอ้ มลู ขำ่ วสำร กำรส่อื สำร รวมถงึ กิจกรรมอน่ื ใด ในชวี ติ ประจำวันเพอื่ กำรดำรงชีวติ อิสระสอดคล้องกับขอ้ ใด ก. สอื่ และอปุ กรณ์สำหรบั คนพิกำร ข. สื่อและอุปกรณ์สำหรบั เด็กพเิ ศษ ค. เทคโนโลยสี ่งิ อำนวยควำมสะดวก ง. เทคโนโลยีทำงกำรศึกษำเพ่ือเด็กพิกำร 20. ขอ้ ใดไม่เกี่ยวขอ้ งกับกรอบงำน SETT ก. นักเรยี นทีม่ ีควำมต้องกำรจำเปน็ พเิ ศษทำงกำรศึกษำ ข. สภำพแวดล้อม ค. งำนหรอื กิจกรรม ง. ครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
เฉลยแบบทดสอบท้ายบท ข้อ 1 ข. ขอ้ 11 ก. ขอ้ 2 ง. ข้อ 12 ง. ข้อ 3 ก. ข้อ 13 ข. ขอ้ 4 ก. ขอ้ 14 ก. ข้อ 5 ข. ข้อ 15 ก. ข้อ 6 ค. ข้อ 16 ข. ขอ้ 7 ง. ข้อ 17 ค. ขอ้ 8 ง. ข้อ 18 ง. ขอ้ 9 ก. ข้อ 19 ค. ข้อ 10 ก. ข้อ 20 ง.
แบบเขยี นสะทอ้ นคดิ (Reflection Paper) ----------------------------------------- คำชแ้ี จง : โปรดใชค้ ำถำมต่อไปนใี้ นกำรเขยี นสะทอ้ นคดิ จำกกำรศึกษำด้วยตนเอง ไม่เกิน 2 หนำ้ กระดำษ 1. ทำ่ นไดท้ รำบอะไรจำกกำรศึกษำชดุ เอกสำรศึกษำดว้ ยตนเองฉบับนี้? 2. ท่ำนเคยมปี ระสบกำรณ์หรือมีควำมรู้ควำมเข้ำใจเก่ียวกับกำรจดั กำรศกึ ษำสำหรับคนพิกำรหรือ ผู้เรียนทมี่ ีควำมต้องกำรจำเป็นพิเศษ อยำ่ งไร 3. หำกทำ่ นได้รบั ผิดชอบกำรจดั ศึกษำสำหรบั คนพิกำรหรอื ผเู้ รียนทม่ี คี วำมต้องกำรจำเป็นพเิ ศษ ทำ่ น จะนำควำมรู้ที่ได้ ไปประยุกต์ใช้อยำ่ งไร 4. ท่ำนวำงแผนนำควำมรู้เก่ยี วกบั กำรจดั กำรศกึ ษำสำหรบั คนพิกำรหรือผู้เรียนท่ีมคี วำมตอ้ งกำร จำเป็นพิเศษไปใชอ้ ยำ่ งไรในอนำคต
Search