44 นอกจากนี้ โลมายงั สามารถชว่ ยพฒั นาความรู้สึกนึกคิดเก่ยี วกบั ตัวเอง การยอมรับตัวเอง ลดความตึง เครียด และทาให้เด็กพร้อมท่ีจะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น โปรแกรมโลมาบาบัด เริ่มมีการนามาใช้ในการ บาบัด เด็กพิเศษ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 ในมลรัฐฟลอริดาทางใต้ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย Dave Nathanson นักจิตวิทยาคลินิก หลังจากนั้นก็เร่ิมมีงานวิจัยสนับสนุนผลดีของโปรแกรมนี้มากข้ึน มีการพัฒนาและ ประยกุ ต์ใชโ้ ปรแกรมในหลายประเทศ สาหรับในประเทศไทยเอง ยังไม่มีโปรแกรมโลมาบาบัด แต่ก็พบว่ามีเด็กพิเศษบางรายไปเข้า โปรแกรมในตา่ งประเทศ ซึง่ ไดผ้ ลเปน็ ทน่ี า่ พอใจเช่นกัน แตค่ า่ ใชจ้ า่ ยสงู มาก 4. มัจฉาบาบัด (Fish Therapy) มัจฉาบาบัด (Fish Therapy) หรือการนาปลามาช่วยในการบาบัด ซึ่งดูเหมือนจะไม่คุ้นหูนักแต่ก็มี การนามาใช้ในการบาบัดกันพอสมควร นอกจากการเล้ียงปลาจะช่วยคลายเหงาได้แล้ว ยังมีการเลือกใช้ปลา สวยงาม เช่น ปลาเงิน ปลาทอง มาช่วยคลายเครยี ดในกลุ่มผปู้ ่วยโรคหวั ใจและโรคความดันโลหติ ในประเทศตรกุ ี มีการทดลองนาเอาปลา \"สไตรเกอร์\" และ \"ลกิ เกอร\"์ ซง่ึ พบเฉพาะในตุรกีเท่าน้ันมา ช่วยบาบัดรักษาอาการโรคผิวหนังสะเก็ดเงิน (psoriasis) โดยให้ผู้ป่วยลงไปแช่น้าแร่กลางแจ้ง ที่มีคุณสมบัติของธาตุเซเลเนียมราว 13 ppm มีความเป็นกรด-ด่าง 7.2 มีอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส วันละ 2 ครั้ง รวม 8 ช่ัวโมงต่อวัน จากน้ันปล่อยให้ปลาลงแทะบริเวณท่ีเป็นผื่นให้ค่อย ๆ หลุดออกไป ซ่งึ วิธีการรักษาดังกล่าวต้องควบคุมอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ และยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าใช้ได้ กับผู้ป่วยทกุ คน 5. แมวบาบัด (Cat Therapy) แมวบาบัด (Cat Therapy) หรือการนาแมวมาช่วยในการบาบัด ดูเหมือนจะย่ิงไม่คุ้นหูเลย แต่ก็มี การนามาใช้ในการบาบัดเช่นกัน สามารถช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี แมวเป็นสัตว์เลี้ยงท่ีมี ความอยากรู้อยากเห็นสูงมากและยังเป็นสัตว์ท่ีมีจิตวิทยาสูงอีกด้วย รับรู้สัมผัสอารมณ์ความรู้สึกของคนได้ดี รู้ว่าเจ้าของตอ้ งการขอความช่วยเหลอื เม่ือไหร่ สามารถเตอื นภยั แผ่นดินไหวและภัยธรรมชาติต่าง ๆ และ กล่าว กันว่าสามารถเตือนภัยให้กับเจ้าของได้อีกด้วย แมวท่ีนามาใช้บาบัดต้องคัดเลือกกันพอสมควร ควรเป็นแมวท่ี น่ารัก ขนสวย มีเสน่ห์ดึงดูดได้ดี เชื่อง เลี้ยงง่าย มีลักษณะนิสัยท่ีสงบ ไม่ตกใจง่าย ทนต่อสิ่งกระตุ้น ท่ผี ดิ แปลกได้ดที ้งั สิง่ ที่มองเหน็ และเสยี งที่ได้ยนิ มีการนาแมวมาช่วยนวดในเด็กพิเศษกลุ่มท่ีมีความผิดปกติด้าน ระบบการเคลื่อนไหวของกล้ามเน้ือและข้อต่อ เช่น โรคสมองพิการ เช่นกัน แต่ยังไม่มีงานวิจัยสนับสนุน ในเรอ่ื งนี้ 6. ช้างบาบดั (Elephant Therapy) “ช้างบาบัด” (Elephant Therapy) เป็นการบาบัดทางเลือกอีกรูปแบบที่นาช้างมาใช้เป็นส่ือ ในการบาบัดได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กออทิสติก หลังจากอาชาบาบัด (Hippotherapy) เปน็ ทนี่ ิยมแพร่หลายพอสมควร ช้างเป็นสัตว์บก เล้ียงลูกด้วยนมท่ีมีขนาดสมองใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดสมองหนักกว่ามนุษย์
45 5 - 6 เท่า มีระบบการพัฒนาของสมองคล้ายกับมนุษย์ มีความสามารถในการเรียนรู้ไม่จากัด ขึ้นอยู่กับ ผู้สอน ดังนนั้ การฝึกชา้ งอย่างเปน็ ระบบจะสามารถพฒั นาใหเ้ หมาะสมกับการบาบัดได้ และด้วยความท่ีช้างเป็นสัตว์ตัว ใหญแ่ ละข้ีเล่น จงึ กระตุ้นความสนใจไดม้ ากเป็นพเิ ศษ ช้างเป็นสัตว์สังคม มีปฏิสัมพันธ์ในเชิงการยอมรับสมาชิกเข้าสู่กลุ่ม เป็นคุณลักษณะเด่นท่ีช่วย เติมเต็มในสิ่งที่เด็กออทิสติกขาด ทาให้เด็กมีการพัฒนาการในการเข้าสังคม การทางานเป็นทีม และการเรียนรู้ กฎเกณฑท์ างสงั คมไดด้ ีขึ้น ช้างชอบการสัมผัส ชอบการแสดงความรัก มักใช้งวงสัมผัสร่างกายเด็ก ตอบสนองการกอดและ สัมผัสท่ีนุ่มนวล มีเสียงท่ีส่งผ่านความสุขและเด็กรับรู้ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยกระตุ้นระบบประสาทสัมผัส ให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี นอกจากน้ี ช้างยังมีโครงสร้างร่างกายที่สมดุล ทาให้เด็กสามารถข้ึนนั่งขี่บนหลังช้างได้ อย่างม่ันใจและสนุกสนานกับกิจกรรมการข่ีช้างเพื่อช่วยพัฒนาทักษะการทรงตัว ส่ิงเหล่าน้ีได้ผลลัพธ์คล้ายกับ การฝึกกิจกรรมบาบัด (Occupational Therapy) แต่แทนท่ีจะทาในห้องฝึกเฉพาะทาง ก็มาทาบนหลังช้าง แทน เปล่ียนจากห้องเรียนหรือโรงพยาบาลมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ก็สามารถช่วยสร้างแรงจูงใจในการ ทากจิ กรรมต่าง ๆ ให้กับเด็กมากย่ิงขึ้น การประยุกต์ใช้ในเรื่องการใช้ชีวิตประจาวันและการเข้าสังคม สามารถ จัดกิจกรรมพัฒนาการเข้าสังคม การวางแผนกิจกรรมประจาวัน โดยใช้ช้างเป็นแกนหลัก เพ่ือให้เด็กมีการรับรู้ ว่าตนเองเป็นผู้ทาประโยชน์ และชว่ ยเหลือการงาน ชว่ ยเหลอื ช้าง เชน่ กิจกรรมการใหอ้ าหารช้าง การเข้าคิวรอ ซ้ืออาหารช้าง การเลือกและวางแผนการซื้ออาหารช้าง การอาบน้าให้ช้าง การขี่ช้างไปกินอาหาร การเก็บมูล ช้าง เปน็ ตน้ โครงการชา้ งบาบัด (Elephant - assisted therapy Program) เป็นการศึกษาวจิ ัยครั้งแรกของโลก ที่ นาเอาชา้ งมาช่วยในการบาบัดบุคคลออทิสติก เกิดจากความร่วมมือระหว่างคณาจารย์ภาควิชา กิจกรรมบาบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้เช่ียวชาญ กับสถาบันคชบาลแห่งชาติ (ศูนย์อนุรักษ์ช้าง ไทย) จังหวัดลาปาง โดยนักกิจกรรมบาบัดออกแบบและปรับขั้นตอนของกิจกรรมให้เหมาะกับความสามารถ ของผู้รับบริการ อาศัยช้างในการสร้างแรงจูงใจ ความสนใจในการทากิจกรรม สร้างเสริมสัมพันธภาพระหว่าง คนกับสัตว์ เพิ่มการรับรู้สิ่งแวดล้อม ความรู้ความเข้าใจกฎกติกาทางสังคม และทักษะกิจกรรมการดาเนินชีวิต ช่วยให้เกดิ เร่อื งของความประทับใจท่ีเด็กอยากบอกเล่า เพ่ิมพูนความสามารถในการใช้ภาษา อารมณ์ และการ แสดงออก รูปแบบกิจกรรม โดยทดลองให้เด็กออทิสติก 4 คน อายุระหว่าง 11-17 ปี มาทากิจกรรมร่วมกับ ช้างขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ 4 เชือก ใน 8 กิจกรรม ต้ังแต่ การรับ-ส่งช้าง การซ้ืออาหารให้ช้าง การให้อาหารช้าง การอาบน้าและเล่นน้ากับช้าง การขี่ช้าง การเล่นเกม สร้างงานศิลปะร่วมกับช้าง และส่งช้าง กลับบา้ น ผลการวิจัย พบว่า หลังเข้ารับการบาบัดโดยช้าง ทุกการทดสอบของเด็กมีการพัฒนาทุกด้าน เช่น การสมั ผสั จากท่ีไมก่ ล้าสมั ผัสกจ็ ะกลา้ ขน้ึ การทรงตัวดีขึ้น เป็นต้น ซ่ึงในทางวิจัยจะเรียกว่ามีการพัฒนาอย่างมี นยั สาคญั ซงึ่ ระยะเวลาท่บี าบัดคือ 3 สัปดาห์ เป็นระยะเวลาที่สอดคล้องกับการเช่ือมโยงของสมองท่ีจะเกิดการ พฒั นาอยา่ งถาวร สรปุ ได้วา่ ประสบความสาเร็จเป็นอยา่ งดี สามารถกระตุ้นพฒั นาการทุกดา้ นของเด็กออทิสติก
46 ให้ดีข้ึนอย่างรวดเร็ว โดยเด็กจะสงบลง มีสมาธิ พร้อมให้ความร่วมมือ และสามารถร่วมกิจกรรมต่อเนื่องตลอด ทง้ั วนั 7. กระบอื บาบัด (Buffalo Therapy) “กระบือบาบัด” (Buffalo Therapy) ช่ือน้ีอาจไม่ค่อยคุ้นหูนัก ได้ยินครั้งแรกก็อดสงสัยไม่ได้ว่า มีใครทาดว้ ยหรือ หลังจากมอี าชาบาบัด และชา้ งบาบดั ซึง่ เป็นท่ีรูจ้ ักกนั ไปบ้างแล้ว จากการค้นคว้า พบว่า เป็น การบาบดั ทางเลอื กทนี่ า่ สนใจทีเดียว เปน็ การนาสัตว์มาช่วยในการบาบดั รักษาอีกชนดิ หน่งึ ซ่ึงยงั ไม่เคยมีใครทา จึงนามาเล่าส่กู ันฟงั “ควาย” เป็นสัตว์ที่มีความผูกพันใกล้ชิดกับคนไทยมาช้านาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิถีชีวิตชนบท ควายวา่ นอนสอนงา่ ย ชว่ ยทางานได้ดี เข้าใจภาษา เป็นสัตว์ที่ฉลาด ควายไม่ได้โง่เหมือนท่ีใช้เป็นคาว่ากล่าวแต่ อย่างไร ควายเป็นสัตว์ใหญ่ จึงกระตุ้นความสนใจของเด็กได้มากเช่นเดียวกับช้างและม้า สิ่งเหล่านี้เป็น คุณลักษณะสาคัญที่สามารถนามาช่วยในการบาบัดรักษาเด็กพิเศษได้ โดยเฉพาะกลุ่มออทิสติก และความ บกพร่องทางพฒั นาการอนื่ ๆ “กระบือบาบัด” เป็นโครงการท่ีริเริ่มโดยศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธิน ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยนาควายเข้ามาใช้ในการบาบัด เพื่อพัฒนาทักษะและฝึกพัฒนาการของเด็กพิเศษ โดยประสานความร่วมมือกับกองทุนหลักประกันสุขภาพตาบลเขาพระงาม โรงพยาบาลอานันทมหิดล และ โรงเรียนลพบุรีปัญญานุกูล เริ่มเปิดโครงการต้ังแต่วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553 โดยเปิดให้บริการกับ ประชาชนท่ัวไป มีรูปแบบการบาบดั ทช่ี ดั เจน และได้ผลเป็นท่ีนา่ พอใจ เรม่ิ ต้นจากการคัดเลือกควายท่ีได้รับการ ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี จานวน 10 ตัว จากศูนย์อนุรักษ์กระบือไทย ศูนย์การทหารปืนใหญ่ มีครูฝึกที่เป็นทหาร 3 คน ตอ่ เด็ก 1 คน จึงมนั่ ใจไดใ้ นความเช่อื งของควายและความปลอดภยั ของเดก็ กระบือบาบัด จัดเป็นโปรแกรมต่อเน่ืองจานวน 20 ครั้ง โดยทาการบาบัดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 2 ช่ัวโมง ก่อนเริ่มการบาบัด เด็ก ๆ จะมีการอบอุ่นร่างกาย จากนั้นให้เด็ก ทาความคุ้นเคยกับควายก่อนด้วยการให้อาหารควาย ครูฝึกจะพาเด็กขี่หลังควายเดินชมสถานท่ีต่าง ๆ ภายใน ศนู ย์ฯ ชวนเดก็ คุยเพื่อกระตุ้นการสื่อสาร ฝึกการออกเสียง มีการฝึกทักษะต่าง ๆ บนหลังควาย ฝึกการควบคุม ควายด้วยการใช้มือและเท้า ฝึกการทรงตัวบนหลังควายด้วยท่าทางต่าง ๆ เช่น น่ัง นอน เหยียดลาตัว เป็นต้น เพื่อบูรณาการระบบประสาทสัมผัสและการเคล่ือนไหว รวมถึงระบบการทรงตัว คล้าย ๆ กับการฝึก กิจกรรมบาบัด (Occupational Therapy) แต่แทนท่ีจะทาในห้องฝึกเฉพาะทาง ก็มาทาบนหลังควายแทน เปล่ียนจากห้องเรียนหรือโรงพยาบาลมาอยู่กลางทุ่งนา ก็สามารถช่วยสร้างแรงจูงใจในการทากิจกรรมต่าง ๆ ให้กับเด็กมากยง่ิ ขนึ้ นอกจากนี้ ยังมีการทากิจกรรมต่าง ๆ ร่วมด้วย โดยใช้ควายเป็นโครงเร่ืองหลักในกิจกรรม ต่าง ๆ เช่น การทากิจกรรมศิลปะเกี่ยวกับควาย การวาดรูปควายตามจินตนาการของเด็กแต่ละคน การระบายสีควาย การต่อจ๊ิกซอว์รูปควาย มีการฝึกความจาของเด็กโดยให้เด็กวางของไว้แล้วให้ข่ีควายไป จนครบ 1 รอบ แลว้ ให้ลงมาหาของท่ีวางไว้ เป็นตน้ เม่ือจบข้ันตอนการบาบัดในแต่ละคร้ัง ครูฝึกก็จะสอนให้เด็ก ๆ ขอบคุณครูฝึกและขอบคุณกระบือ ด้วยการให้ทานหญ้า เด็กท้ังหมดจะรับประทานขนมร่วมกันก่อนแยกย้ายกันกลับ ซ่ึงกิจกรรมเหล่านี้จะช่วย
47 เสริมสร้างทักษะสังคมให้กับเด็กได้ดียิ่งข้ึนหลังจากการเข้าร่วมโครงการกระบือบาบัด พบว่าเด็กทุกคนมีการ พฒั นาท่ดี ขี ้ึน สามารถสื่อสารกบั ครูฝกึ เข้าใจมากขึ้น มีความเป็นกันเอง กล้าพูด กล้าแสดงออก ให้ความร่วมมือ ดี มีสมาธิในการทากิจกรรมต่าง ๆ ได้ต่อเน่ืองนานข้ึน มีการตอบสนองความรู้สึกกับควายและครูฝึก ดีข้ึน เด็ก ๆ มคี วามสุข ผู้ปกครองก็พลอยมคี วามสขุ ไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันผลของกระบือบาบัดอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ถ้ามีการวิจัยและพัฒนารูปแบบของกระบือบาบัดต่อไป จะยิ่งเป็นประโยชน์กับเด็กมากยิ่งข้ึน ทางเลือกในการ บาบัดท่ีหลากหลาย ย่อมสามารถตอบสนองต่อความจาเป็นในการบาบัดของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกันได้ดี ย่ิงขึ้น กระบือบาบัดกเ็ ป็นหนึ่งในทางเลอื กเชน่ เดียวกนั ขอ้ ควรคานึงในการบาบดั ด้วยสัตว์ สัตว์ชนิดใดท่ีมีความเหมาะสมในการบาบัด นอกจากพิจารณาจากจุดมุ่งหมายที่ต้องการในการบาบัด แล้ว ยังต้องพิจารณาดูว่าผู้รับการบาบัดชอบหรือไม่ชอบด้วย และเม่ือเร่ิมการบาบัดแล้วก็ต้องติดตาม การตอบสนองของเดก็ ด้วยว่าดหี รอื ไม่ ข้อพึงระวังที่สาคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือ ความกลัวและอาการภูมิแพ้จากขนสัตว์ ซึ่งต้องสอบถาม ประวตั เิ หล่านี้กอ่ นว่ามีหรอื ไม่ ตน้ ทนุ คา่ ใชจ้ ่ายในการบาบดั กเ็ ปน็ สง่ิ ท่ีควรนามาพิจารณาประกอบการ ตัดสินใจ ดว้ ยเชน่ กนั เน่อื งจากการบาบัดดว้ ยสัตว์หลายชนิดมคี ่าใช้จา่ ยสูงมาก กรณศี กึ ษา 1. เดก็ ทีม่ ีบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคล่อื นไหวหรือ สขุ ภาพ ขอ้ มูลทว่ั ไป เด็กหญิงรูปร่างผอม วัย 6 ปี มีลักษณะเกร็งท้ังตัว ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ น่ังด้วยตนเอง ไม่ได้ กามือตลอดเวลา ขามีลักษณะไขว้กัน สามารถพูดได้แต่ไม่ชัดเจน ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่าเป็นเด็ก สมองพิการ ทาใหม้ ปี ัญหาในการใช้ชีวติ ประจาวัน แนวทางกจิ กรรมเพื่อการพฒั นาและฟื้นฟสู มรรถภาพ ควรได้รับบริการการฟื้นฟูสมรรถภาพ ได้แก่ บริการกายภาพบาบัด บริการแก้ไขการพูด บริการ ธาราบาบัดและอื่น ๆ 2. เดก็ ออทสิ ติก ขอ้ มูลทั่วไป เดก็ ชายรูปรา่ งสมส่วน วยั 5 ปี 2 เดอื น ลกั ษณะความบกพร่อง ไมส่ บตา ออกเสยี งไม่เป็นภาษา ซน อยูไ่ มน่ ่ิง เล่นซ้า ๆ คนเดยี ว ชอบดูของหมุน ๆ ไมป่ ฏิบตั ิตามคาสงั่ แนวทางกจิ กรรมเพอ่ื การพฒั นาและฟืน้ ฟสู มรรถภาพ กิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพท่ีควรได้รับ ได้แก่ บริการกิจกรรมบาบัด บริการแก้ไขการพูด ศิลปะ บาบัด และอน่ื ๆ
48 3. เดก็ ทม่ี ีความบกพรอ่ งทางสตปิ ญั ญา ประวตั ิทว่ั ไป เด็กชายวัย 3 ปี มีความบกพร่องทางสติปัญญา กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ได้รับการวินิจฉัยจาก แพทยแ์ ล้ว มีพัฒนาการช้าทางดา้ นรา่ งกาย สตปิ ัญญา แนวทางกจิ กรรมเพื่อการพัฒนาและฟ้นื ฟสู มรรถภาพ กจิ กรรมฟืน้ ฟสู มรรถภาพทค่ี วรได้รับ ได้แก่ บรกิ ารกายภาพบาบดั บริการกจิ กรรมบาบดั ดนตรี บาบดั ศลิ ปะบาบัด และอื่น ๆ ข้อเสนอแนะ แนวทางกิจกรรมเพ่ือการพัฒนาและฟ้ืนฟูสมรรถภาพท่ีเหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความต้องการ จาเป็น พเิ ศษแต่ละบุคคล ควรได้รับการประเมนิ จากแพทย์และนักวชิ าชีพทเ่ี ก่ยี วข้อง
49 หน่วยท่ี 3 การทางานแบบทีมสหวชิ าชพี ระหว่างครู ผู้ปกครอง และนกั วชิ าชพี ความหมาย ทีมสหวิชาชีพ หมายถึง กลุ่มบุคคลท่ีได้รับการฝึกอบรมเก่ียวกับการใช้เครื่องมือ มีความรู้ ทักษะ และ ความสามารถเฉพาะด้านท่ีแตกต่างกันมาทางานร่วมกัน เพ่ือมุ่งแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างมีระบบ และเป็น กระบวนการ โดยอยู่บนพ้ืนฐานของเป้าหมายและวัตถุประสงค์เดียวกันในการปฏิบัติงาน โดยจะมีการ ตดิ ต่อส่ือสารระหวา่ งกันอยา่ งต่อเนื่องเพอ่ื การประเมนิ สภาพการณ์ของปัญหา และมีความรับผิดชอบร่วมกันท้ัง กระบวนการ ในการพัฒนาเด็กพิเศษ จาเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่เก่ียวข้อง เพื่อขับเคลื่อน กระบวนการดแู ลชว่ ยเหลือเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเด็กเอง เร่ืองของเด็กพิเศษไม่ใช่ภาระหน้าท่ีของ ใคร คนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบของสังคมที่จะต้องดูแลและให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษไม่ว่าจะ เป็น ผู้ปกครอง คุณหมอ คุณครู เพ่ือนบ้าน เพื่อนร่วมช้ัน องค์กรท้องถิ่น อาสาสมัคร หน่วยงานของรัฐ องค์กร เอกชน สมาคม มูลนิธิต่าง ๆ ล้วนเก่ียวข้องท้ังส้ิน ถ้ามีการรวมตัวกันพัฒนาเป็นเครือข่ายสร้างปัญญาเพื่อ พัฒนาเด็กพิเศษ มีการพูดคุยแลกเปล่ียนความคิดเห็น และมีกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถ ยกระดับคณุ ภาพชีวติ ให้กบั เดก็ พิเศษได้ไม่ยาก ผู้ปกครองมีบทบาทสาคัญท่ีสุด เพราะเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กตลอดเวลา แต่การมีลูกเป็นเด็กพิเศษ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแบกภาระความรับผิดชอบไว้แต่เพียงลาพังผู้เดียว ผู้คนในสังคมรอบข้างก็ควรมี ส่วนร่วมในการแบ่งเบาภาระ ใหก้ าลังใจ และหยิบยืน่ โอกาสต่าง ๆ เพอ่ื เอื้อต่อการทเี่ ด็กจะสามารถพัฒนาต่อไป ได้จนเต็มศักยภาพ แต่จะอย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองก็ควรเรียนรู้และทาความเข้าใจให้ถูกต้องเก่ียวกับ เด็กพิเศษ รู้แนวทางการช่วยเหลือท่ีเหมาะสมถูกต้อง ไม่ใช่นึกคิดเอาเองว่าอยากทาอะไร ไม่อยากทาอะไร เพราะชีวิตไม่ใช่การเล่นเกม ที่พลาดโอกาสไปแล้วจะย้อนกลับมาเริ่มต้นแก้ไขใหม่ได้ คุณหมอท่ีดูแลก็สาคัญ เช่นกัน เพราะเป็นคนที่วินิจฉัยว่าเด็กเป็นอะไร ควรช่วยเหลือในแนวทางไหน และเม่ือช่วยเหลือแล้วเด็กมีการ พัฒนาก้าวหน้าหรือไม่ ถ้าไม่ก้าวหน้าจะทาอย่างไร ถ้าก้าวหน้าแล้วจะต่อยอดอย่างไร รวมถึงทีมงานต่าง ๆ ด้านสาธารณสุขที่ดูแลเด็กพิเศษด้วย ท่ีจะคอยเป็นผู้ฝึกฝน แนะนา และให้ข้อมูลต่าง ๆ กับผู้ปกครอง ตามความเชี่ยวชาญของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นนักจิตวิทยา พยาบาล นักกิจกรรมบาบัด นักกายภาพบาบัด นักแก้ไขการพูด และอื่น ๆ คุณครูก็มีความสาคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นผู้สอนให้เด็กสามารถเรียนรู้เข้าใจในวิชา ความรแู้ ขนงตา่ ง ๆ และเรยี นรู้ทักษะชีวติ อีกด้วย ครูท่สี อนเดก็ ท่ีมคี วามบกพร่องให้สามารถรู้เร่ืองได้ นับเป็นครู ท่ีเกง่ มีความสามารถสูง สามารถสรา้ งและพัฒนาคนให้เป็นคนไดจ้ รงิ ๆ (ทวศี กั ดิ์ : 2556) การบาบัดรักษาและฟ้ืนฟูสมรรถภาพในเด็กพิเศษ ต้องใช้การบูรณาการความรู้ทางการแพทย์ หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์กระแสหลักหรือการแพทย์เสริมและทางเลือก มาใช้ในการดูแลผู้ป่วย ให้ครบทกุ มิตทิ ง้ั ดา้ นร่างกาย จติ ใจ สงั คม และจิตวิญญาณ นอกจากน้ี ยังจาเป็นต้องใช้ทีมงานผู้เช่ียวชาญจากสหวิชาชีพ ซ่ึงประกอบด้วย แพทย์ นักจิตวิทยา
50 พยาบาลจิตเวช นักแก้ไขการพูด นักกายภาพบาบัด นักกิจกรรมบาบัด ครูการศึกษาพิเศษ และนักสังคม สงเคราะห์ เป็นต้น รูปแบบการทางานแบบสหวิชาชพี รูปแบบการทางานเครือข่ายแบบทีมสหวิชาชีพ แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบตามลักษณะการปฏิบัติงาน ดังนี้ 1. Interdisciplinary คือ การประสานความร่วมมือจากหลายสาขาวิชาชีพท่ีเก่ียวข้องกับการ ปฏิบัตงิ าน โดยใช้วิธีการส่งต่อข้อมูลและประสานขอทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเป็นทางการ เพ่ือใช้ในการดาเนินงาน ตามกระบวนการต่าง ๆ โดยไม่จาเป็นตอ้ งมีการประชมุ รว่ มกนั 2. Multidisciplinary เป็นการประชุมทีมสหวิชาชีพ เพ่ือปรึกษาหารือกันในการระดมความคิดเห็น และกาหนดแนวทางในการแกไ้ ขปญั หาร่วมกนั ข้อจากัดในการดาเนินการ การทางานเป็นทีมหรือดูแลแบบสหวิชาชีพ เป็นเร่ืองสาคัญในการดูแลผู้พิการในทุกระดับ ข้อแตกต่าง จากระดบั อน่ื ทีส่ าคญั (วารสารคลนิ ิก : 2549) 1. ทีมมักจากัดหรือไม่ครบ เพราะโดยทั่วไป แนวคิดของไทยยังเน้นการให้บริการท่ีโรงพยาบาล มากกว่าการให้บริการท่ีบ้าน ทีมเย่ียมบ้านจึงมักได้รับการจัดสรรบุคลากรให้เฉพาะเมื่อมีบุคลากรเหลือ ทาให้ ทมี มักจะไมค่ รบทกุ วิชาชีพหรอื มไี ด้เพียงบางพนื้ ที่ ไม่สามารถดแู ลท้ังอาเภอได้ 2. ไม่สามารถให้บรกิ ารได้ตลอด เนื่องจากทมี สหวชิ าชีพไมไ่ ดม้ ีบทบาทเพียงการดูแลผู้พิการเท่าน้ัน แต่ ยังตอ้ งไปประชุมรับนโยบาย ทาแผน ส่งข้อมูล เก็บตัวช้ีวัด ซึ่งทาให้หลายครั้ง ทีมที่ทางานประจาก็ต้องมีภาระ งานเรง่ ด่วนกว่ามาแทรก 3. ปัญหาที่เจอเกินปัญหาด้านสุขภาพ เพราะผู้พิการน้ันไม่มีเพียงปัญหาสุขภาพด้วนเดียว แต่ผู้พิการ ส่วนใหญ่มีปัญหารอบด้าน มีความทุกข์หลายอย่าง ทีมสหวิชาชีพจึงไม่ควรมีเฉพาะทีมทางด้านการแพทย์ การศกึ ษา เท่าน้ัน ควรมที ีมในชมุ ชนหรือองค์กรส่วนทอ้ งถ่นิ ด้วยจะเป็นประโยชน์แกผ่ ู้พิการมากกว่า นอกจากนั้น ด้วยข้อจากัดจากการท่ีมีจานวนบุคลากรจากัดและมีงานหลายบทบาท ทาให้บางคร้ัง การออกไปดแู ลผูป้ ว่ ยครบท้งั ทมี สหวิชาชีพเป็นไปไดย้ าก แตห่ ากไม่ออกไปเลย ผู้ป่วยก็จะขาดความต่อเนื่อง จึง มีขอ้ สรุปในการทางานเป็นทมี แบบสหวิชาชพี ดังน้ี 1. สหวิชาชีพแบบไม่จาเป็นต้องไปพร้อมกัน เรียกแบบกันเองว่า “ครบไม่ครบก็ไป” เพราะ การทางานสหวิชาชีพไม่ได้แปลว่าเอาหลาย ๆ วิชาชีพไปดูแลผู้พิการพร้อมกัน แต่หมายถึงการนาเอาความรู้ ของหลายวชิ าชพี มารว่ มกนั ดแู ลผพู้ ิการ ทีมต้องพร้อมทางานอยา่ งตอ่ เนื่องเสมอ 2. หลัก “เจ้าของไข้” โดยผู้พิการแต่ละคนควรจะมีหนึ่งในทีมรับเป็นผู้ดูแลหลัก คือ ต้องรู้ข้อมูลของ คนไขท้ ุกอย่างทุกดา้ นให้มากท่สี ุด และเปน็ ผู้ติดตอ่ ประสานงานทมี สหวิชาชีพคนอ่ืน ๆ 3. มีการทางานแทนกัน โดยกาหนดโดยแบ่งความรู้ของสหวิชาชีพเป็น 2 ระดับ คือ ความรู้ที่ทาแทน กันได้ กับความรู้เฉพาะวิชาชีพ ความรู้ท่ีทาแทนกันได้นั้นทุกคนในทีมต้องพยายามเรียนรู้และทาแทนกันทันที
51 หากเจ้าของงานไมอ่ ยู่ เพือ่ ใหก้ ารดูแลไม่ขาดตอน การจะทาเช่นน้ีได้ต้องมีองค์ประกอบหลัก 2 เรื่อง คือความรู้ และความไว้วางใจกนั ซง่ึ การไดท้ ัง้ สองอย่างนก้ี ระบวนการท่ีสาคัญคือการแลกเปลยี่ นเรียนรู้ สรุปหลกั การทางานเปน็ ทีมสาขาวิชาชีพ ควรเป็นการดูแลผู้มารับบริการหรือผู้พิการร่วมกัน แต่ไม่จาเป็นต้องดูแลพร้อมกันไม่ใช่การเกณฑ์ เอาทุกวิชาชีพมาดูผู้พิการพร้อมกัน ถ้าเป็นอย่างน้ันก็ไม่รู้จะดูผู้พิการได้อย่างไรเพราะคนมากเกินไป หากเป็น การทบทวนขณะดูแลเฉพาะรายครั้งคราวได้ แต่การดูเป็นประจาทุกวันไม่สามารถทาได้ การดูแลผู้รับบริการ ไมพ่ รอ้ มกันกส็ ามารถดูแลร่วมกันได้ ถ้ามกี ารสอื่ ความถงึ กนั อย่างชัดเจน ท่ีทาได้ง่ายก็คือ การขอคาปรึกษาและ การใช้บันทึกความก้าวหน้าของผู้รับบริการ โดยใครมาดูผู้พิการก็ให้บันทึกไว้ได้ ไม่ใช่เอาไว้ให้แพทย์บันทึก เทา่ น้ัน หัวใจสาคัญคอื ทาให้ทกุ วิชาชีพมคี วามโดดเด่นขึน้ มาในการดแู ลผพู้ กิ าร โดยเสนอความเห็นและ วิธีการ รักษาท่ีเหมาะสมไว้ในแฟ้มผู้พิการ ทาให้ทุกวิชาชีพมีศักด์ิศรีข้ึนมา การมีศักด์ิศรีในท่ีนี้ไม่ได้หมายถึง การเอา พวกเอากลุ่มมาต่อรอง แต่ศักด์ิศรีนี้หมายถึง การเอาความสามารถทางวิชาชีพของตนเองออกมาช่วย ในการดูแลเพ่อื ให้เกิดประโยชนอ์ ย่างสงู สดุ ต่อผูพ้ กิ ารหรือผ้มู ารบั บริการ นอกจากนั้น ด้วยข้อจากัดท่ีทีมในการดูแลผู้พิการมีจานวนบุคลากรจากัด และมีงานหลายบทบาท ทาให้บางคร้ังการออกไปดูแลผ้พู กิ ารครอบท้ังทีมสหวิชาชพี เปน็ ไปได้ยาก แต่หากไม่ออกไปเลย ผู้พิการก็จะขาด ความต่อเนือ่ ง จึงควรมกี ารจดั ทีมในลักษณะ ดงั นี้ 1. มีผู้ดูแลหลักเป็นทีมท่ีทางานประจาพ้ืนท่ีใดพ้ืนท่ีหน่ึงตลอดเวลา ไม่มีการสับเปลี่ยนเป็นคนท่ีดูแล ผู้พิการและเช่ือมโยงกับชุมชนอย่างต่อเนื่องโดยทั่วไป ประกอบด้วย ผู้ปกครอง ครูการศึกษาพิเศษ นักกายภาพบาบดั นักกจิ กรรมบาบดั นักสงั คมสงเคราะห์ และนกั จิตวิทยา 2. ทีมขยาย เป็นทีมท่ีปกติไม่มีพ้ืนท่ีรับผิดชอบของตัวเองอย่างชัดเจน แต่จะคอยช่วยเสริมสาหรับ การดแู ลผ้พู ิการทีม่ ีความซับซ้อนในทกุ พน้ื ท่ี ไดแ้ ก่ แพทย์ เภสัชกร พยาบาลเฉพาะทาง เปน็ ตน้ สรปุ ได้ว่า การทางานทีมสหวิชาชีพระหวา่ งครู ผู้ปกครอง และนักวชิ าชพี ควรมรี ูปแบบการทางานดว้ ย ความรว่ มมอื กันในการประสานข้อมูลและการช่วยเหลือผเู้ รียนทมี่ ีความต้องการจาเป็นพเิ ศษ จึงจะสามารถ ส่งเสริมฟ้ืนฟูสมรรถภาพผเู้ รียนท่มี ีความต้องการจาเปน็ พเิ ศษได้อยา่ งแทจ้ รงิ
52 สรปุ สาระสาคญั การพัฒนาและฟืน้ ฟสู มรรถของผเู้ รียนทมี่ ีความตอ้ งการจาเป็นพิเศษ เปน็ แนวทางการพัฒนาผู้เรียน ให้ มีพัฒนาการเต็มศักยภาพ สามารถดารงชีวิตได้โดยอิสระ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้คนพิการและมีสิทธิได้รับสิ่งอานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ตามความจาเป็นของคนพิการแต่ละบุคคล ท้ังน้ีเพื่อผู้ท่ีมีข้อจากัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจาวัน และ การมีส่วนร่วมในสังคม ได้รับบริการที่มีความจาเป็นในการพัฒนาศักยภาพหรือแก้ไขข้อจากัดต่าง ๆ ของ คนพกิ าร การจัดกจิ กรรมเพ่อื ฟน้ื ฟูสมรรถภาพและพฒั นาศกั ยภาพของบุคคลท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษ เช่น กายภาพบาบดั กจิ กรรมบาบัด พลศึกษาเพ่ือบรรดิการ การแก้ไขการพูด ศิลปะบาบัด ดนตรีบาบัด ธาราบาบัด กิจกรรมนันทนาการและกิจกรรมอื่น ๆ น้ัน เป็นการบาบัดทางเลือกหรือวิธีการท่ีนามาใช้ในการแก้ไขปัญหา ห รื อพั ฒ น าส มร ร ถภ า พบุ คคล ด้ ว ย ก าร ทด แ ทน ห รื อส่ งเ ส ริ ม คว บ คู่กัน ไ ป กับ ก าร จั ด ก าร ศึก ษา ส าห รั บ เ ด็ ก ทีม่ คี วามตอ้ งการจาเป็นพิเศษ ในปัจจบุ ันมีแนวทางการบาบัดทางเลือกท่ีหลากหลาย สามารถเลือกใช้ควบคู่กับ แนวทางหลักตามความเหมาะสมกับสภาพปัญหา ระดับความรุนแรง และผลการตอบสนองที่ได้รับของเด็กแต่ ละคน ไม่จาเป็นต้องทาการบาบัดทุกอย่างท่ีมีอยู่ เพราะจะเสียเวลาโดยไม่เกิดประโยชน์เต็มท่ี ในขณะเดียวกัน ไม่จาเป็นต้องแสวงหาวิธีที่ดีที่สุดเพียงวิธีเดียว เพราะว่าไม่มีวิธีการเช่นนั้น ต้องออกแบบการดูแลบาบัดรักษา ใหเ้ หมาะสมกับเดก็ และสภาพปัญหาท่ตี อ้ งการแก้ไข เลอื กอย่างเขา้ ใจ ผสมผสานกันอย่างลงตวั การเรียนรู้ให้เข้าใจหลักของการบาบัดทางเลือกแต่ละแบบ เพ่ือให้สามารถตัดสินใจเลือกใช้ได้อย่าง ถกู ตอ้ ง สงิ่ ที่สาคัญคอื เด็กพกิ ารทจี่ ะมีส่วนร่วมในการบาบัดฟื้นฟูและร่วมกันทางานแบบสหวิทยาการ ระหว่าง ครู ผู้ปกครอง และนักวิชาชีพต่าง ๆ เพ่ือส่งเสริมศักยภาพของเด็กพิการและผู้ดูแล ให้สามารถดารงชีวิตอย่าง ปกติ จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าเด็กหรือคนพิการต้องได้รับการบาบัดฟื้นฟูสมรรถภาพที่เหมาะสมทั้งทางด้าน การแพทย์ การศึกษา สังคม และอาชีพ ซ่ึงทุกด้านมีความจาเป็นและสาคัญท้ังนี้เพื่อให้เด็กหรือคนพิการมีชีวิต อยู่ในสังคมไดอ้ ย่างอิสระและมีความสุข
53 แหลง่ ข้อมลู เพม่ิ เตมิ ทต่ี อ้ งศกึ ษา สาหรับผทู้ ศ่ี ึกษาขอ้ มลู เก่ียวกบั กิจกรรมเพ่อื การพัฒนาและฟ้ืนฟูศักยภาพของผู้เรียนที่มีความ ต้องการ จาเปน็ พเิ ศษ นอกจากหนังสอื ชุดการศกึ ษาด้วยตนเองแลว้ ผู้ศึกษาเองนั้นควรหาข้อมูลความรู้ เพิ่มเติม เพื่อให้ เข้าใจและมีความรู้เก่ียวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพเพื่อการจัดการศึกษาสาหรับบุคคลที่มีความบกพร่อง ในเรื่อง แนวทางการจัดกิจกรรมเพ่ือการฟ้ืนฟูสมรรถภาพ การพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เพราะปัจจุบันได้มีการพัฒนาองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ไปมาก ผู้ศึกษาจึงควรหาความรู้เพ่ิมเติมเพื่อให้ทันต่อ เหตุการณ์ แหลง่ ข้อมูลเพมิ่ เตมิ ทต่ี อ้ งศกึ ษา เช่น 1. เวบ็ ไซต์ ภาควิชากิจกรรมบาบดั คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ http://www.otinthailand.org/ 2. เว็บไซต์ ภาควิชากายภาพบาบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ http://www.ams.cmu.ac.th/pt/ 3. เว็บไซต์ คณะกายภาพบาบัด มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล http://www.pt.mahidol.ac.th/ 4. เวบ็ ไซต์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ http://healthsci.swu.ac.th/healthsci/ 5. เวบ็ ไซต์ สถาบนั ราชานุกูล www.rajanukul.com 6. เว็บไซต์ ศูนยส์ ิรนิ ธรเพ่ือการฟ้ืนฟสู มรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ www.snmrc.go.th ซง่ึ หนังสอื และเวบ็ ไซตเ์ หล่านี้จะสามารถหาข้อมลู เกย่ี วกบั ฟน้ื ฟูสมรรถภาพสาหรับบุคคลทม่ี ีความ บกพร่อง ดงั นี้ แนวทางเกยี่ วกบั การฟืน้ ฟสู มรรถภาพเพื่อพฒั นาศักยภาพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการฟ้ืนฟู สมรรถภาพผูพ้ ิการ หนงั สอื ที่น่าสนใจเกี่ยวกบั การฟืน้ ฟูสมรรถภาพ ชือ่ หนังสอื ศิลปะบาบดั ศาสตรแ์ ละศิลป์แห่งการบาบัด ผเู้ ขยี น นายแพทย์ทวีศกั ดิ์ สิรริ ัตน์เรขา สถาบันราชานุกลู กรมสขุ ภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ปีท่ีพิมพ์ พ.ศ. 2550 รายละเอยี ด: หนังสือเล่มน้ีมีเน้ือหาของศิลปะบาบัดท่ีเป็นท้ังศาสตร์และศิลป์ เกิดจากการบูรณาการ ความรใู้ นศาสตร์หลายแขนงเข้าดว้ ยกัน โดยใชศ้ ิลปะเปน็ แกนหลกั นามาใช้ในมิติเพื่อการบาบัดสามารถเข้าใจได้ ง่ายและมีความอิสระในตัวเอง ในขณะเดียวกันก็มีการจัดการความรู้อย่างเป็นระบบถ่ายทอดสืบต่อกันมา ดังนั้น จึงเป็นแนวทางการบาบัดทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากข้ึนเร่ือย ๆ ในปัจจุบัน โดยมีเน้ือหาท่ีการ รวบรวมความรู้ด้านศิลปะบาบัดในมุมมองต่าง ๆ โดยแบ่งเป็น 3 หัวข้อใหญ่ คือ ศิลปะคือศิลปะ ศิลปะคือ พัฒนาการ และศิลปะคือการบาบัด เพื่อให้ผู้ที่สนใจในศิลปะบาบัด ได้เปิดมุมมองความรู้และสามารถนาไป ประยกุ ต์ใช้ได้ต่อไป
54 ช่อื หนังสือ การบาบดั ทางเลือกในเดก็ พิเศษ ผ้เู ขียน นายแพทย์ทวศี ักดิ์ สริ ริ ัตน์เรขา สถาบันราชานุกลู กรมสขุ ภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ปีทีพ่ ิมพ์ พ.ศ. 2550 รายละเอยี ด: หนังสือ “การบาบัดทางเลือกในเด็กพิเศษ” เป็นการรวบรวมแนวคิดต่าง ๆ ท่ีใช้ในการดูแล เดก็ พเิ ศษในปจั จบุ นั เพอ่ื ให้บุคลากรท่ีเก่ียวข้องในการดูแลและผู้ที่สนใจ รู้ถึงแนวทางการบาบัดทางเลือกที่มีอยู่ สามารถตัดสินใจเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้แสวงหากาไรในความไม่รู้ ไม่เสียเวลาอยู่กับ วธิ กี ารท่ียืนยนั ว่าไม่ไดผ้ ลแล้ว หรือวธิ กี ารท่ไี ม่เหมาะสมกบั เดก็ รถู้ ึงข้อห้ามและข้อควรระวงั ในการบาบัด
55 บรรณานกุ รม กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2550). กฎกระทรวงการกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้คนพิการมี สทิ ธิ ได้รบั สงิ่ อานวยความสะดวก สอ่ื บริการ และความชว่ ยเหลอื อ่นื ใดทางการศึกษา พ.ศ.2550. กรงุ เทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ . (2544). คมู่ อื สาหรับครอบครวั เด็กสมองพิการ. กรงุ เทพฯ: ศนู ยส์ ิรนิ ธรเพ่ือการฟ้ืนฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ. กรมสามญั กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). กิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการของบุคคลที่มีความบกพร่อง เลม่ ที่14. กรงุ เทพฯ. กระทรวงศึกษาธิการ. กลุ ยา ก่อสวุ รรณ.(2553). ภาวะบกพร่องทางสตปิ ญั ญา. ศนู ย์พฒั นาศักยภาพเด็ก(RICS) โครงการ จัดตั้งสถาบนั วิจยั และพัฒนาผู้มีความสามารถพเิ ศษและเด็กที่มีความตอ้ งการพิเศษแหง่ ชาติ. กรุงเทพฯ : บริษัทสหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลสิ ชง่ิ จากัด. . (2553). การเลี้ยงดูเด็กท่มี ีพฒั นาการล่าชา้ ในชมุ ชน. ศูนยพ์ ฒั นาศักยภาพเด็ก(RICS) โครงการ จัดต้ังสถาบนั วิจัยและพัฒนาผู้มคี วามสามารถพเิ ศษและเด็กที่มคี วามต้องการพิเศษแห่งชาติ. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัทสหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสชิ่ง จากัด. เชอรลิ มิสซยุ น่า. (2553). เด็กกลมุ่ อาการบกพร่องทางพฒั นาการในการประสานงานของร่างกาย ความรสู้ าหรบั ผู้ปกครองและครู. เชยี งใหม่: หจก.ดาราวรรณการพมิ พ์. ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์. (2542). การจัดการเรียนการสอนศิลปะเดก็ พิเศษ (Art for all). กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ,คณะศิลปะกรรมศาสตร์. . (2546). พลังแห่งศิลป์.กรุงเทพฯ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,คณะศลิ ปกรรมศาสตร์. ทวีศกั ด์ิ สิริรตั น์เรขา. (2555). การแกไ้ ขการพูด.ศูนยว์ ชิ าการแฮปปโี้ ฮม แฮปปี้โฮมคลีนิก. จาก http://www.happyhomeclinic.com/speechtherapy.htm. . (2556). เครอื ขา่ ยเพอ่ื พัฒนาเด็กพเิ ศษ. ศูนยว์ ชิ าการแฮปป้ีโฮม แฮปป้ีโฮมคลีนิก.จาก http://www.happyhomeclinic.com/a12-specialchild-network.htm. . (2550). การบาบัดทางเลือกในเดก็ พเิ ศษ. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพรา้ ว. . อาชาบาบัด สัญชาตญาณอยรู่ อดบนหลังม้า. 2006; Available from: URL:http://www.blogth.com [Accessed: 2006, Dec 2]. . สุนขั บาบัด. 2552; Available from: URL: http://www.happyhomeclinic.com/alt12-dogtherapy.htm. . โลมาบาบัด. 2552; Available from: URL: http://www.happyhomeclinic.com/alt14-dolphintherapy.htm. . แมวบาบัด. 2552; Available from: URL: http://www.happyhomeclinic.com/alt16-cattherapy.htm.
56 . ช้างบาบัด. 2554; Available from: URL: http://www.happyhomeclinic.com/alt17-elephanttherapy.htm. . กระบือบาบัด. 2554; Available from: URL: http://www.happyhomeclinic.com/alt18-buffalotherapy.htm. พระราชบญั ญตั ิการจดั การศึกษาเพ่ือคนพิการ พ.ศ.2551. กรงุ เทพฯ:สานักบรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ, กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชบัญญัติการประกอบโรคศลิ ปะ 2542. (2545). ค้นเมอ่ื 11 กนั ยายน 2550, จาก http: www.otat .org. พระราชบญั ญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชวี ิตคนพิการ พุทธศกั ราช 2550. (2550, 27 กนั ยายน). ราชกิจจานเุ บกษา.หน้า 8-9. พรรณทิพา เลิศลอย. (2543). บรรดกิ ารทางพลศกึ ษา. กรุงเทพฯ : คณะครศุ าสตร์, สถาบันราชภัฎจันทรเกษม. พิเชฐ บัญญตั ิ. (2549). การทางานเปน็ ทีมแบบสหวชิ าชีพ.วารสารคลนิ กิ , เลม่ ที่ 256 คอลมั น์ จดหมาย เหตุเวชกรรมไทย. มยุรี เพชรอักษร. การฝึกปฏิบตั กิ ารทางคลินิกกิจกรรมบาบัด. ใน สรอ้ ยสดุ า วทิ ยากร (บรรณาธกิ าร) (2547). กิจกรรมบาบดั ในผรู้ บั บริการเดก็ การประเมินทางคลนิ ิก(หนา้ 14-31). เชยี งใหม่: คณะเทคนิคการแพทย์ ภาควิชากิจกรรมบาบัด, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช. (2543). วิทยาการการสอน. เอกสารประกอบการสอนชุดวชิ า พ้ืนฐานการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช. วรัษฐา นนั ทอานนท์. (2554). มารูจ้ ักธาราบาบัดกนั เถอะ.ศูนยก์ ายภาพบาบัด คณะกายภาพบาบัด, มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล. จาก http://www.pt.mahidol.ac.th/ptclinic/index.php?option=com. วาทตะวัน สพุ รรณเภษัช. (2550). อาชาบาบัด เพอ่ื เด็กออทิสตกิ .หนงั สอื พิมพ์ผจู้ ดั การออนไลน์. 2007; Available from: URL: http://www.thaiday.com [Accessed: 2006, Dec 2]. . (2549). สตั ว์เล้ียงแสนรกั ช่วยบาบัดโรค.หนงั สือพิมพข์ า่ วสดออนไลน์. 2006 ; Available from: URL: http://www.matichon.co.th/khaosod [Accessed: 2006, Dec 2]. วชิ ติ า เกศะรักษ์. (2554). หลักการและแนวทางการปฏบิ ัตงิ านกิจกรรมบำบัดในสถานศึกษา. มลู นิธิออทสิ ติกไทยและสมาคมวจิ ยั ทางการศึกษาพิเศษ. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา. ศริ ินาถ ตงศริ ิ. (2556). การใช้บญั ชสี ากลเพื่อการจาแนกการทางานความพิการและสุขภาพในการ พฒั นาฐานขอ้ มูลคนพิการ. ศรีนครินทรเ์ วชสาร. 28(1), 42-131. ศรนี ครินทรวโิ รฒ, คณะสหเวชศาสตร์, โครงการศูนย์กายภาพบาบัดและการเคลือ่ นไหว. (2550). เทคนคิ การจัด ท่าสาหรบั เด็กสมองพกิ าร ค าแนะนาสาหรับครู. กรงุ เทพฯ: คณะสหเวชศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.
57 ศรยี า นิยมธรรม. (2556). ศาสตรแ์ ห่งการบาบัดทางเลือก. นครปฐม:บรษิ ัท ไอ.คิว.บคุ๊ เซ็นเตอร์ จากดั . กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตร แหง่ ประเทศไทย. ศูนย์กายภาพบาบดั คณะกายภาพบาบดั มหาวิทยาลยั มหดิ ล. (2554). กจิ กรรมบำบัด. จาก www.pt.mahidol.ac.th/ptclinic. สถาบนั ราชานกุ ูล กรมสุขภาพจติ กระทรวงสาธารณสุข. (2550). อปุ กรณเ์ ครื่องช่วยทีใ่ ชร้ ่วมกับการ ฝึกกายภาพบาบัด. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ชมุ นุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. . (2552). คมู่ อื การฝึกพูดเบ้ืองต้น. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย. สมาคมนักกจิ กรรมบาบดั แห่งประเทศไทย. คมู่ ือฝึกแนวทางในการแกไ้ ขปญั หาเบ้ืองต้นท่ี สามารถพบได้ในเด็กพิการทางสมองโดยใชก้ ิจกรรมบาบัด. กรงุ เทพฯ : สโมสรโรตารี่. สายพนิ ประเสรฐิ สุขดี. (2555). คลนิ กิ กายภาพบาบดั เด็กซีพี .จาก www.pt.mahidol.ac.th/ptclinic. สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน สานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2549). คมู่ อื แผนการให้บรกิ ารช่วยเหลอื ระยะแรกเริ่ม (Early Intervention : EI) สาหรบั พ่อแม่ ผปู้ กครองและ ชมุ ชน.กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ สานกั งานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. สานกั บริหารงานการศกึ ษาพเิ ศษ. (2557). ชุดเอกสารศกึ ษาด้วยตนเองวชิ าการศกึ ษาพิเศษ เล่ม 5 กิจกรรมเพ่ือการพฒั นาและฟื้นฟศู ักยภาพของผู้เรยี นที่มคี วามต้องการพเิ ศษ. สมบตั ิ กาญจนกจิ . (2542). นนั ทนาการชมุ ชนและโรงเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรงุ เทพฯ : สานกั พมิ พ์ แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย. อธษิ ฐาน พลู ศิลปศ์ ักดิ์กลุ . (2554). ธาราบาบัดน้าทพิ ยแ์ หง่ ชวี ติ . บันทกึ คุณแม่. คน้ เม่ือ พฤษภาคม 2554, จาก http://www.gotoknow.org/posts/98303. องค์กรอนามยั โลก. (2547). บัญชีสากลเพอ่ื การจาแนกการทางาน ความพกิ ารและสขุ ภาพ. ICF (ฉบับ ภาษาไทย). กระทรวงสาธารณสุข. ภาษาองั กฤษ American Occupational Therapy Association. (1989). Guidelines for Occupational Therapy services in School Systems. Maryland : Author. IEP Team Process; OT and PT Participation in IEP Team Decisions and IEP Documentation. (.n.d.). Retrieved January 1, 2011, from http://dpi.wi.gov/sped/pdf/otpt-faq-iepteam.pdf. Johnson, J. (1996). School based occupational therapy. In Case-Smith,J., Allen .A.S & Pratt, P.N .(Ed.), Occupational Therapy for Children (pp 693-716).(3rded.). St Louis: Mosby.
58 Mcwilliam, R.A. & Scott, S. (2003)..Integrating Therapy Into the classroom. National Individualizing Preschool Inclusion Project. Retrieved January 1, 2011, from www.nectac.org/~pdfs/Meetings. Punwar, A. J. (2000). Public school practice .In A.J Punwar,. & S. M. Peloquin (Eds.). Occupational therapy principles and practice. (3rded.). Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins. Schwartz, B.K. (1992). Occupational therapy and education: A shared vision. Am J Occp Ther,46(1), 12-18. World Health Organization. (2001). International Classification of Functioning, Disability and Health. Geneva, Switzerland: WHO.
แบบทดสอบท้ายบท ชดุ เอกสารศกึ ษาด้วยตนเอง วิชาความร้พู ื้นฐานด้านการจดั การศกึ ษาสาหรับคนพิการหรือผ้เู รียนที่มคี วามต้องการจาเป็นพิเศษ เลม่ 5 การจดั กจิ กรรมฟืน้ ฟูศักยภาพเด็กที่มีความตอ้ งการจาเป็นพิเศษ 1. เป้าหมายการฟืน้ ฟูและพฒั นาสมรรถภาพคนพกิ ารคือ ก. มสี ทิ ธิเสรีภาพเทา่ เทียมกับคนปกติ ข. การแก้ไข บาบดั ข้อจากดั ของคนพิการ ค. การแสดงศักยภาพเพ่ือให้ผ้อู ื่นยอมรับ ง. การสรา้ งมาตรฐานคุณภาพชีวติ คนพิการ 2. ขอ้ ใดเปน็ ขนั้ ตอนแนวทางการจัดกิจกรรมฟ้นื ฟูสมรรถภาพในสถานศึกษา ก. การคดั กรอง-การวางแผน-การใหบ้ รกิ าร-การทบทวนและปรบั เปลี่ยนการบรกิ าร-การยตุ ิการ บาบดั -การสง่ ตอ่ ข. การคดั กรอง-การวางแผน-การทบทวนและปรับเปลีย่ นการบรกิ าร-การใหบ้ ริการ--การยุติการ บาบัด-การสง่ ตอ่ ค. การคดั กรอง-การให้บรกิ าร-การวงแผน-การทบทวนและปรับเปลี่ยนการบริการ-การยุตกิ าร บาบดั -การสง่ ต่อ ง. การคดั กรอง-การใหบ้ รกิ าร-การวางแผน-การทบทวนและปรับเปล่ียนการบริการ-การสง่ ต่อ- การยตุ ิการบาบัด 3. Physical Therapy หรอื Physiotherapy เป็นการป้องกนั รักษา และจัดการเก่ยี วกับการเคลอ่ื นไหว ทีผ่ ดิ ปกตทิ ่ีเกดิ จากสภาพและภาวะทเ่ี กิดในทกุ ชว่ งชวี ิต ภายใตก้ ารดแู ลและแนวทางของใคร ก. นักกายภาพบาบัด ข. ผ้ชู ว่ ยนักกายภาพบาบดั ค. นกั กายภาพบาบดั และผู้ช่วยนักกายภาพบาบัด ง. ใครก็ไดท้ ่ีอบรมไดร้ ับความรเู้ กีย่ วกับกายภาพบาบดั 4. ข้อใดไม่ใช่บทบาทหนา้ ท่ีของนักกายภาพบาบัด ก. วินิจฉัยภาวะความบกพร่องทางร่างกายจากภาวะโรค ข. ตรวจประเมินภาวะความบกพร่องทางร่างกายจากภาวะโรค ค. การบาบดั ภาวะความบกพร่องทางร่างกายจากภาวะโรค ง. การวินจิ ฉัยและการสงั่ ยา
5. ข้อใดไม่ใชเ่ ปา้ หมายในการทากายภาพกับผเู้ รยี นที่มคี วามจาเปน็ พิเศษ ก. เพื่อให้เดก็ สามารถควบคุมและยับย้ังการรบั ความรู้สกึ ข. เพ่ือป้องกนั การยึดติด ผดิ รูป หลดุ ของข้อต่อตา่ งๆ ค. ควบคมุ การทรงตวั การลงน้าหนกั ง. เพิ่มกาลงั กล้ามเนื้อ ลดการตึงตัวของกล้ามเน้ือทข่ี ัดขวางการเคล่อื นไหว 6. ข้อใดไม่ใช่หลักการฝกึ เด็กสมองพิการในนักกายภาพบาบัด ก. ส่งเสริมการทรงท่าผ่านกิจวัตรประจาวนั ข. ฝึกตามลาดบั ขนั้ ตอนของพัฒนาการ ค. กระตุ้นให้ใชร้ ่างกายขา้ งมีแรงมากกวา่ ขา้ งอ่อนแรง ง. ปอ้ งกัน ลดการยดึ ติด ผดิ รปู ของอวยั วะต่าง ๆ 7. Occupational Therapy หมายถึง ก. กิจกรรมบาบัด ข. นักฝกึ พดู ค. นักแก้ไขการพดู ง. กิจกรรมนันทนาการ 8. ผเู้ รียนท่ีมีความบกพร่องเรื่อง vestibular หรือ tactile ตอ้ งได้รบั การรักษาจากผใู้ ด ก. Physiotherapist ข. Occupational Therapist ค. speech-Language pathologist ง. Prosthetist/Orthotist 9. ขอ้ ใดไม่ใช่จดุ ประสงค์ของการฝึกกิจกรรมบาบดั ก. เสรมิ สรา้ งทักษะพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของข้อ ข. เสริมสร้างการปรับตวั เขา้ กับสภาพแวดลอ้ ม การเขา้ กลุ่มได้ ค. เสรมิ สร้างการหลกี หนสี มั ผสั ที่ได้รับ ง. เกดิ ความมน่ั ใจในตนเอง 10. ขอ้ ใดเป็นความมุ่งหมายของบรรดิการทางพลศึกษา ก. เพอื่ ป้องกนั ไม่ใหส้ ว่ นทพ่ี ิการเลวรา้ ยยิ่งกว่าเดมิ ข. เพื่อปกปิดซ้อนเรน่ ความผดิ ปกตขิ องการเคลอ่ื นไหว ค. เพือ่ ป้องกันไม่ใหส้ ว่ นทพ่ี ิการมีความแข็งแรงเพ่มิ ขึ้น ง. เพื่อกระตนุ้ ให้เดก็ พิการมีการเคลอ่ื นไหวท่ีปกตลิ ดน้อยลง
11. ขอ้ ใดไม่ใชน่ ยิ ามของการแก้ไขการพดู ก. เปน็ การแก้ไขความบกพร่องท่ีเกิดจากการใช้อวยั วะในการพูด ข. เป็นการแก้ไขความบกพร่องที่เกิดจากการใช้อวัยวะในการได้ยินและการออกเสยี ง ค. เป็นการแก้ไขความบกพร่องทางสมองในบางด้านทสี่ ่งผลกระทบต่อการพูด ง. เป็นการแก้ไขความบกพร่องทางสมองในบางดา้ นท่ีสง่ ผลกระทบต่อการไดย้ ิน และการออกเสยี ง 12. ปญั หาดา้ นการพูด แบง่ ออกเป็น กีด่ า้ นอะไรบ้าง ก. 2 ด้าน ปญั หาดา้ นการพดู ปัญหาดา้ นภาษา ข. 2 ดา้ น ปญั หาดา้ นการพูด ปัญหาด้านการสื่อความหมาย ค. 3 ดา้ น ปญั หาดา้ นการพดู ปัญหาดา้ นภาษา ปัญหาด้านการสอื่ ความหมาย ง. 3 ด้าน ปญั หาด้านการพูด ปัญหาดา้ นภาษา ปัญหาดา้ นการออกเสียง 13. ดนตรีบาบัด ( Music Therapy) ไมน่ ยิ มนามาเป็นวธิ ีการบาบัดเพ่ือชว่ ยเหลือผูม้ ปี ัญหาด้านใด ก. ผู้มีปญั หาด้านจิตใจ ข. ดา้ นกล้ามเน้ือและกระดกู ค. ดา้ นอารมณ์และการปรับตัว ง. ด้านประสาทการรับรูแ้ ละการเคลื่อนไหว 14. ขอ้ ใดไม่ใชข่ อ้ หา้ มสาหรบั การรักษาธาราบาบัด ก. โรคระบบหวั ใจและไหลเวยี นเลอื ด ข. โรคระบบทางเดินหายใจ ค. โรคระบบกล้ามเน้ือและข้อ ง. ผู้ทีม่ แี ผลเปิดที่ผวิ หนงั /ติดเชื้อ 15. ข้อใดไม่ใชป่ ระโยชน์ของการนันทนาการ ก. ประโยชน์ด้านการพฒั นาสังคม ข. ประโยชนด์ า้ นการพัฒนาตนเอง ค. ประโยชน์ดา้ นการพฒั นาพลเมอื งดี ง. ประโยชน์ดา้ นมนุษยสัมพนั ธ์
16. จุดมุ่งหมายของกจิ กรรมนนั ทนาการสาหรับเด็กพเิ ศษ คือ ก. เสรมิ สรา้ งกาลงั ใจและทศั นคตทิ ดี่ ีต่อสงั คม ข. ผอ่ นคลายความเครยี ดทางอารมณ์ ค. กระต้นุ พฒั นาการให้มขี ้อจากัดมากขน้ึ ง. บาบัดและฟ้ืนฟสู มรรถภาพทางร่างกาย 17. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชน์ในการนาสัตวม์ าใชใ้ นการบาบัดเด็กพิเศษหรอื เด็กเจ็บป่วยเรอ้ื รัง ก. ผลทางดา้ นพยาธวิ ทิ ยา ข. ผลทางด้านชวี วทิ ยา ค. ผลทางดา้ นสงั คม ง. ผลทางด้านจติ วิทยา 18. ประโยชนข์ องอาชาบาบดั คือ ก. กระตนุ้ การเคลื่อนไหวของกล้ามเน้ือ ข. ลดความตึงเครยี ดของอารมณ์ ค. ลดอาการเกร็งของกล้ามเน้ือ ง. กระตุ้นการทรงตวั 19. ทีมสหวชิ าชพี คอื ก. แก้ไขปัญหาร่วมกัน บนพ้นื ฐานของเป้าหมาย วัตถปุ ระสงคเ์ ดยี วกนั รบั ผิดชอบร่วมกนั ทั้ง กระบวนการ ข. แกไ้ ขปัญหาร่วมกนั บนพน้ื ฐานของเป้าหมายท่ีแตกตา่ งกนั แตว่ ัตถปุ ระสงค์เดยี วกัน รบั ผิดชอบรว่ มกนั ทง้ั กระบวนการ ค. แกไ้ ขปัญหาร่วมกัน บนพื้นฐานของเป้าหมายเดียวกนั แต่วัตถปุ ระสงค์ต่างกัน รบั ผิดชอบ รว่ มกันทั้งกระบวนการ ง. แกไ้ ขปญั หาร่วมกัน บนพนื้ ฐานของเป้าหมายและวตั ถปุ ระสงคเ์ ดยี วกัน รบั ผดิ ชอบตา่ งกนั ตาม กระบวนการทตี่ นรับผดิ ชอบ 20. บคุ คลทม่ี บี ทบาทสาคญั ทส่ี ดุ ในการทางานแบบทีมสหวิชาชพี ระหว่างครู ผู้ปกครอง และนักวิชาชพี ก. แพทย์ ข. ครู ค. ผู้ปกครอง ง. นักวิชาชพี
เฉลยแบบทดสอบท้ายบท ข้อ 1 ข. ขอ้ 11 ข. ขอ้ 2 ก. ข้อ 12 ก. ข้อ 3 ก. ข้อ 13 ข. ขอ้ 4 ง. ขอ้ 14 ค. ข้อ 5 ก. ข้อ 15 ก. ข้อ 6 ค. ข้อ 16 ค. ขอ้ 7 ก. ข้อ 17 ก. ขอ้ 8 ข. ข้อ 18 ข. ขอ้ 9 ค. ข้อ 19 ก. ข้อ 10 ก. ข้อ 20 ค.
แบบเขียนสะท้อนคดิ (Reflection Paper) ----------------------------------------- คำช้ีแจง : โปรดใช้คำถำมต่อไปน้ใี นกำรเขยี นสะทอ้ นคดิ จำกกำรศึกษำด้วยตนเอง ไมเ่ กนิ 2 หน้ำกระดำษ 1. ท่ำนได้ทรำบอะไรจำกกำรศึกษำชดุ เอกสำรศกึ ษำด้วยตนเองฉบับนี้? 2. หำกทำ่ นไดร้ บั ผิดชอบจัดกิจกรรมฟนื้ ฟศู ักยภำพคนพิกำรหรือผเู้ รยี นท่ีมคี วำมต้องกำรจำเปน็ พิเศษ ทำ่ นจะนำควำมร้ทู ่ีได้ ไปประยุกต์ใช้อย่ำงไร 3. ทำ่ นเคยมปี ระสบกำรณ์หรือมคี วำมรู้ควำมเข้ำใจเก่ยี วกับกำรจัดกิจกรรมฟนื้ ฟศู ักยภำพคนพกิ ำร หรอื ผเู้ รยี นทมี่ ีควำมต้องกำรจำเปน็ พิเศษ อยำ่ งไร 4. ทำ่ นวำงแผนจะนำควำมรู้เกี่ยวกบั กำรจัดกิจกรรมฟน้ื ฟูศักยภำพคนพกิ ำรหรือผูเ้ รยี นท่ีมคี วำม ตอ้ งกำรจำเปน็ พิเศษ ไปปฏิบัติอยำ่ งไร ในอนำคต
Search