การจดั ทําองคค วามรดู านสบิ หมู เร่ือง การปดทองบนพน้ื เรียบหรือการปดทองทบึ โครงการสรางตนแบบเพ่ือจัดทําองคค วามรูด านศลิ ปกรรม ความรดู า นการปด ทองทึบ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
องคค วามรูเ รอื่ ง งานชางปด ทองบนพน้ื เรียบ(ปดทองทบึ ) กลุม วิชาการดา นชา งศิลปะไทย รวมกบั กลุมงานชา งปดทองประดับกระจก และชางมกุ กลมุ ประณตี ศิลปและการชา งไทย สาํ นกั ชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม ทีป่ รึกษา นางสาวนริ มล เรืองสม ผอู าํ นวยการสาํ นักชางสิบหมู นายสัมพนั ธ อุทธโยธา ผเู ชี่ยวชาญ นายนยิ ม กลนิ่ บุบผา ผูเ ช่ยี วชาญ นายธวชั ชยั ปณุ ณลิมปกลุ ผูเชีย่ วชาญ/หวั หนา กลมุ วิชาการดานชา งศลิ ปะไทย นางสุนทรีย ประสงค หัวหนา กลมุ จติ รกรรม ศิลปประยกุ ต และลายรดนาํ้ นายวันชัย หวลนวิ ัตวิ งษ หัวหนา กลุมประณตี ศิลปและการชา งไทย นางยนุ ยี ธีระนันท หวั หนา กลุมงานชา งปด ทองประดบั กระจก และชา งมกุ ผูเ รยี บเรียง นางปาริดชาติ ไกรสร นกั วชิ าการชา งศิลป ระดบั ปฏบิ ตั ิการ นางประภาพร ตราชชู าติ นักวชิ าการชางศลิ ป ระดบั ชาํ นาญการ คณะผจู ดั ทาํ ตน แบบชนิ้ งานศลิ ปกรรมขอมลู นางยนุ ยี ธรี ะนนั ท นางปาริดช าติ ไกรสร นางสาวศริ ภิ รณ หริตวร นางวารุณี แสงสี คณะทํางาน นางยนุ ยี ธีระนนั ท นางปารดิ ชาติ ไกรสร นางสาวศริ ภิ รณ หรติ วร นางวารณุ ี แสงสี นายภธู ิปนธิ ศิ ร คงโภคานนั ท นายเสกสรรค ณาณพิทกั ษ นางกชพรรณ เวโรจน วาท่ี พ.ต.สืบสกลุ ออ นสัมพนั ธ นางประภาพร ตราชชู าติ โครงการสรางตนแบบเพอ่ื จัดทําองคค วามรูด านศลิ ปกรรม ความรูดา นการปด ทองทบึ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
คาํ นํา สํานกั ชางสิบหมู กรมศิลปากร เปน หนวยงานทป่ี ฏิบตั งิ านดานการศึกษา คน ควา ดําเนินการ บรู ณะ ซอมแซม อนุรกั ษ สรา งสรรค พรอ มท้ังเผยแพร และสงเสรมิ งานดา นศลิ ปกรรมท่ีมีคุณคา อัน เปน เอกลกั ษณข องชาติ เพ่ือธํารงรกั ษาวฒั นธรรมของชาติ สาํ นักชา งสิบหมู กรมศิลปากร เลง็ เห็น ความสําคญั จึงดําเนินการจัดเกบ็ องคค วามรดู านการปดทองบนพน้ื เรียบหรือปด ทองทึบ เพอ่ื ใหเ กดิ การสบื ทอด อยางตอ เนือ่ ง นาํ ไปสกู ารพัฒนาปรบั ใชท ัง้ ในปจ จุบนั และอนาคตเปน การเผยแพรใหค นรนุ หลังได ศกึ ษาคน ควา ตอ ไป สํานกั ชา งสิบหมไู ดเล็งเห็นถงึ ประโยชน และคณุ คาทจ่ี ะไดจ ากการดาํ เนนิ การน้ี จงึ ได มอบหมายใหก ลุมวิชาการดา นชางศิลปะไทย ศกึ ษา คน ควา รวบรวม และจัดทําโครงการสรางตน แบบ เพื่อจัดทําองคค วามรู ดา นการปด ทองบนพื้นเรียบ หรือปดทองทึบฉบับน้ี รวมกับบคุ ลากรผจู ดั ทาํ ชน้ิ งาน ศลิ ปกรรมของกลมุ ประณีตศิลปและการชา งไทย เพ่ือใชเ ปนคูมอื ในการปฏบิ ตั งิ านและศึกษา คน ควาเพือ่ การสบื ทอดและยังสามารถนาํ ไปประยุกตใ ชในชวี ติ จริงไดสมบรู ณย ง่ิ ขึน้ เอกสารน้ีไดท าํ การรวบรวมประวัติความเปน มา วสั ดุอปุ กรณในการปฏิบัตงิ าน การ เตรียมพ้ืน พรอ มท้ังนําเสนอแนวคดิ และขอ ปญ หาตางๆ ในการปด ทอง และกระบวนการสรา งผลงาน ศลิ ปกรรมเพือ่ จัดทาํ องคค วามรู เรอ่ื งการปดทองบนพนื้ เรียบ หรือปด ทองทึบ พรอมทงั้ ไดจัดทาํ ขนั้ ตอน การสรางงานศิลปกรรมตามแบบโบราณอยา งเปนระบบและเพื่อการจดั แสดงยงั หองนิทรรศการถาวร ณ อาคารกลมุ วชิ าการดานชา งศิลปะไทย สาํ นักชา งสบิ หมู โดยมงุ เสริมความรูและกระตนุ ใหเ กิดความตน่ื ตัว ทางงานชางศลิ ปกรรม เพอ่ื เปน สื่อในการเผยแพรความรอู ันจะกอ ใหเกดิ การสรางสรรค และสืบทอด ผลงานศลิ ปกรรมท่มี คี ุณภาพ ตลอดจนเกดิ ความภาคภมู ใิ จที่จะผดงุ รกั ษาศลิ ปวฒั นธรรมแขนงนีไ้ วเปน มรดกของชาตสิ ืบไป กลมุ วชิ าการดา นชา งศิลปะไทย หวังเปน อยา งย่งิ วาองคค วามรูเรื่องการปดทองบนพน้ื เรยี บ หรือปดทองทบึ จะเปนประโยชนต อผูสนใจ ตามสมควร กลุมวิชาการดา นชางศลิ ปะไทย สํานกั ชา งสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวฒั นธรรม โครงการสรา งตนแบบเพอ่ื จัดทาํ องคความรูดานศิลปกรรม ความรดู านการปด ทองทบึ สาํ นกั ชางสิบหมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
สารบญั หนา ***************** เรอื่ ง ๑ บทนาํ บทที่ ๑ ๓ - งานชางปดทอง ประวัติความเปนมา ๑๐ บทที่ ๒ ๒๐ - วสั ดอุ ปุ กรณ ในงานปด ทอง - การเตรียมพนื้ ๒๑ - ปญหาและขอ ควรระวงั ในการทาํ พื้น บทท่ี ๓ ๒๒ - การปด ทอง ๒๙ บทที่ ๔ ๓๗ - กระบวนการสรา งผลงานศิลปกรรมเพ่อื จัดทาํ องคค วามรู เรอ่ื งการปด ทองบนพื้นเรียบ (ปดทองทบึ ) ภาคผนวก บรรณานกุ รม โครงการสรา งตนแบบเพ่อื จดั ทําองคค วามรูดานศลิ ปกรรม ความรดู า นการปดทองทึบ สาํ นกั ชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
1 บทท่ี ๑ งานชางปด ทอง ประวตั ิความเปน มา งานลงรกั ปดทอง คาดวา คงจะมีการสรางงานประเภทน้ีมานานมากแลว ดังท่มี ีคาํ กลาว แตโ บราณ มาวาพระพุทธองค และพระอรหันตบางองคม ีผวิ พระวรกายดั่งทองทา แตดว ยทองคาํ เปนโลหะธาตไุ มใ ช นํ้าหรอื ของเหลวจะไดน าํ มาทาอะไรใหเ ปน สที องได และการรจู กั ใชทองคาํ กม็ มี าแตส มยั พุทธกาลแลว ดงั ท่ีปรากฏในพระไตรปฏ ก วานางสุชาดา ถวายขา วมธปุ ายาสใสภาชนะถาดทองคําแดพ ระพุทธองค สวนงานชา งปด ทองน้ัน คงจะมกี ารพยายามหาวิธีการทางชา งทีจ่ ะใชท องอยางประหยดั บนพน้ื ที่ กวาง จงึ ไดค ดิ หาวธิ นี าํ ทองคาํ มาตีแผเ ปน แผนบางแลว หมุ วตั ถุท่ตี อ งการใหด เู ปน ทองท้ังหมด ซึ่งกย็ งั ตอ ง ใชทองจํานวนมากอยูจึงคดิ คน หาวธิ ตี อ ไปวา ทาํ อยางไรจงึ จะประหยดั ทองใหไดม ากทสี่ ุด จึงไดเ กดิ การ ตที องใหบางยงิ่ ขน้ึ จนเปน ทองคําเปลว แลวหาวิธกี ารปด ทับผวิ วสั ดุท่ตี อ งการใหเปน ทองนัน้ ดว ยสาร เหนยี ว เชน ยางไมป ระเภทตา ง ๆ และยางทด่ี ที สี่ ดุ กไ็ ดแ ก ยางของตนรกั ใหญ หรือรกั นํา้ เกลี้ยง เม่ือไดย าง รกั จากตน แลวตองนาํ มากรองใหรกั สะอาดปราศจากผงฝุน ยางของรักมสี ีนํา้ ตาลดํา และสดี าํ สนทิ นาํ มาทา พน้ื วัสดทุ จ่ี ะปด ทองเมอื่ มคี วามเหนยี วพอเหมาะ จึงใชทองคําเปลวปดลงไปใหท ่วั จงึ ดแู ลว รูสกึ หรอื เห็น วัสดุนั้นเปน สที องสกุ ปลัง่ เหมือนดง่ั วา เปนทองคําทง้ั ช้นิ งาน งานชา งปดทองจึงเปน งานที่คูกับงานชา งรกั มา โดยตลอด งานลงรกั ปดทองของไทยเราคงจะมมี าตง้ั แตไ ทยไดรบั พระพุทธศาสนาจากอินเดยี ดงั มีหลักฐาน ปรากฏทเ่ี ขางู จงั หวดั ราชบรุ ี พบพระพุทธรปู สมยั ทวารวดปี รากฏรอ งรอยการ ปด ทองทอ่ี งคแ ละฐาน ใน สมยั สุโขทยั มหี ลักฐานพบวา มีการปด ทองบนลวดลายประดับพระอุโบสถพระ เจดยี พระพุทธรูป และมีการ ปดทอง เขยี นสีท่ีเรียกวาจติ รกรรมฝาผนัง ทีว่ ัดเจดยี เ จ็ดแถว อ.ศรสี ชั นาลยั ท่ีซมุ พระปรางคว ดั พระพาย หลวง และองคพ ระพทุ ธชนิ ราช นอกจากน้ีบนศลิ าจารกึ พอ ขนุ รามคําแหงหลักท่ี ๑ ทจี่ ารกึ ไวว า “…..กลาง เมอื งสโุ ขทัยน้มี ีวหิ าร มพี ระพุทธรปู ทอง มพี ระอัฏฐารศ….” จากคําวา พระพุทธรปู ทอง ในที่นอี้ าจจะเปน พระพุทธรปู ที่ลงรักปด ทองกเ็ ปนได ในสมัยอยธุ ยา จากพระราชพงศาวดาร พ.ศ. ๒๑๗๔ กลา ววา “…..สมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จขนึ้ ไปนมสั การพระพทุ ธชินราช โปรดใหเอาทองนพคุณเคร่ืองราชปู โภคมาแผเ ปนทองประทาศี (ทองคําเปลวอยา งหนา)ปดพระพทุ ธชินราชดว ยพระหัตถจนเสร็จบริบูรณ แลว สมโภชเปน การมโหฬาร ๗ วัน ๗ คนื …....” แสดงถึงวาไดม ีการทํางานลงรักปดทองสืบตอ จากสโุ ขทยั นอกจากน้ยี ังมีงานลงรกั ปดทอง ทีอ่ าจถือไดวา ย่งิ ใหญใ นประวัตศิ าสตรไ ทยคือปราสาทองคหนง่ึ ในแผน ดินพระเจาปราสาททอง ซ่ึงตาม พงศาวดารกลาววา “ศกั ราช ๙๙๔ ปว อก พ.ศ. ๒๑๗๕ ทรงพระกรณุ าสรา งมหาปราสาททององคห นง่ึ สิบเบด็ เดือนเสรด็ ใหน ามวา ศริ ยิ ศโสธรรมมหาพมิ านบรรยงก” (บางแหง วา “ ศริ ิโสธรมหาพิมาน บรรจง”) เขาใจวามหาปราสาทองคนตี้ องลงรกั ปดทองท้ังองคเปน แนจ ึงทําใหค นทวั่ ไปเรยี กพระองควา โครงการสรา งตนแบบเพื่อจัดทาํ องคความรูดานศิลปกรรม ความรดู านการปด ทองทึบ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
2 ปจ จุบนั นี้งานปดทองกย็ งั เปน งานที่ขน้ึ หนา ขึน้ ตาและมคี วามสําคัญอยา งยิ่ง สังเกตไดจ าก ศิลปกรรม ตา ง ๆ ของพระบรมมหาราชวงั หรือวดั จะเหน็ ความอรา มเรอื งรองของทองทป่ี ดประดบั บน ลวดลายท่ีหนา บันซุมประตู หนาตาง พระพทุ ธรปู ตลอดจน เคร่อื งใชต าง ๆ เชน ตู โตะ เตยี ง ธรรมาสน และยงั นํางานลงรักปด ทองเขา ไปใชในอาคารสถานที่ และเครือ่ งประดับตกแตง อาคาร ขา วของเคร่ืองใชใ น ชีวติ ประจาํ วนั มากขึ้นเชน ตามโรงแรมตา งๆ จะมีงานปด ทองตามขอบควิ้ บัว หรือตกแตงเปน ดาวเพดาน เปนตน งานชา งปดทอง เปน งานการตกแตงสวนประกอบของานศิลปกรรมไทย ใหด ูคลา ยวางาน ศลิ ปกรรมนนั้ ๆ เปนทองคําสุกปล่ัง เหลอื งอราม เปน ความเชื่อ เปน ความนยิ มตามแบบฉบบั ของไทย และ ของชาวเอเชียหลายเชือ้ ชาตแิ ตโ บราณ แมใ นปจ จุบนั กย็ งั นิยมอยอู ยา งไมเสอ่ื มคลาย งานชา งปด ทองเปนงานท่มี บี ทบาทสําคัญท่ที าํ ใหช้ินงานศลิ ปกรรมเปน ดสู วยงามโดดเดนข้นึ ถือ เปน ขน้ั ตอนสดุ ทายทท่ี าํ ใหช ิน้ งานสมบูรณสวยงาม ตลอดจนเปน การเพมิ่ คณุ คาใหง านศิลปกรรม กระบวนการปด ทองมีหลายรปู แบบ ไมวาจะเปน งานปด ทองบนลวดลาย ปดทองรอ งกระจก ปดทอง รองชาด ปดทองลายยา ปด ทองลายฉลุ ปด ทองพนื้ เรยี บ(ทองทึบ) ซง่ึ มกี ระบวนการขั้นตอนทแี่ ตกตางกัน ในการจดั ทาํ องคความรูค รั้งนีท้ างคณะจัดทาํ องคความรูเลอื กท่จี ะทําองคความรูเร่อื งการปด ทองบนพื้นเรียบ (ปดทองทึบ) เพราะ ถือเปน กระบวนงานหนง่ึ ท่ีมคี วามยงุ ยากซบั ซอน และเปน กระบวนงานสําคญั ทชี่ า งปด ทองตองรแู ละเขา ใจกอนท่จี ะผลิตงานปด ทองได กรมศลิ ปากรเลง็ เห็นความสาํ คญั ของงานชา งแขนงนี้จึงไดท าํ เอกสารองคค วามรเู พอื่ สบื ทอดงาน ชา งศิลปไทยแขนงนใ้ี หด าํ รงคงอยสู บื ไป โครงการสรางตนแบบเพ่ือจัดทําองคความรดู านศิลปกรรม ความรดู า นการปด ทองทึบ สํานกั ชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
3 บทที่ ๒ วสั ดอุ ุปกรณ ในงานปด ทอง เนือ่ งจากงานปด ทองเปน งานทมี่ ีขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านหลายขั้นตอนท่ีมคี วามละเอยี ด ซบั ซอน ตัง้ แตเ ลอื กสรรวสั ดุ-อุปกรณใ หเ หมาะสมกับพนื้ ผวิ ชิน้ งาน การเตรียมพื้นผวิ ช้นิ งานใหผ วิ ตงึ เนยี นเรยี บพอเหมาะแกก ารปด ทอง การคัดเลือกทอง การปดทอง ทกุ รายละเอยี ดเราตอ งใสใจในการ ปฏิบัติงาน จงึ จะไดผ ลงานทอี่ อกมาอยา งมคี ุณภาพ เคร่ืองมอื ทใี่ ชในการปด ทอง ๑. พกู ัน และแปรง ขนาดตางตามขนาดของงาน พกู นั เปน เครอ่ื งมอื หนึง่ ที่มคี วามสําคญั อยา งหนง่ึ ในการปฏิบตั ิงานปด ทอง ตงั้ แตข นั้ ตอนการทาํ พ้นื ไปถึงข้ันตอนการทารักหรือทาสีปดทอง การยีทอง การปดทาํ ความสะอาดพ้นื ผวิ ฯลฯ เราสามารถเลือกใชตามลักษณะขนาดของงานและความความถนดั ของชา งแตละบคุ คล ๒. เกรียง ใชสําหรบั อดุ แตง รอ งรอยของช้นิ งาน และไวผสมสมกุ หรือ สโี ปว ตางๆ โครงการสรา งตนแบบเพอื่ จัดทาํ องคความรูดานศิลปกรรม ความรูดา นการปด ทองทึบ สํานักชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
4 ๓. เคร่ืองมอื ขดั กระดาษทราย ชวยในการขัดผวิ ไดเ ร็วและสะดวกขน้ึ แตต อ งเปน ชนิ้ งานท่มี พี นื้ ผวิ หนา กวางพอใหเครือ่ งมอื ลงขดั ไดและเปนผิวเรยี บตรง ๔. เครอื่ งปม ลมพรอมกาพนสี ใชสาํ หรบั พน สรี องพ้ืน ในขณะทพ่ี น สคี วรเลอื กบรเิ วณทไี่ มม ฝี นุ ละอองเพราะเศษผงฝุนจะมาเกาะผวิ ชิ้นงานทาํ ใหพ ้นื ผิวทตี่ อ งการปด ทองไมเรยี บ ๕. ตูบ ม รกั จดั ทําใหพอเหมาะกบั ชนิ้ งาน ทําดว ยผาผวยขงึ บนโครงไม ตูบม รกั มไี วเพือ่ ควบคมุ ความชื้นของอากาศใหม คี วามชนื้ คงท่ตี ลอดเวลา วิธกี ารทจี่ ะใหความชืน้ คงท่ี คือตองหม่นั พรมนํา้ ใหผาผวยความชื่นอยเู สมอ และในขณะทีเ่ ราบม งานควรมนี ํา้ หลอ เลย้ี งดวย การนําภาชนะใสน ํ้าวางไวภ ายในตู โครงการสรางตนแบบเพื่อจัดทําองคค วามรูดานศิลปกรรม ความรูดานการปดทองทึบ สํานกั ชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
5 วัสดุ-อปุ กรณทใ่ี ชในการปดทอง ๑. ทองคําเปลว ๑๐๐% ชนิดของแผน ทองเปลว แบงออกเปน 2 แบบคือ ๑.๑ ทองคัด หมายถงึ แผน ทองเปลว ๑๐๐ % ทีต่ ดั ออกมา ตามขนาดท่กี ําหนดโดยเนือ้ ทองเปนแผนเดียวกนั สีของทอง เสมอกนั ไมมรี อยตอ ของแผน ทองซึ่งมรี าคาแพง จะนยิ มใช กบั งานพน้ื ผวิ เรียบทีเ่ นนเน้ือทองเปน สําคัญ ๑.๒ ทองตอ หรอื ทองสอหมายถึงแผน ทองเปลวที่มกี ารตดั ตอแผนทองโดย อาจมกี ารนาํ แผน ทองเปลวมาตอ กันมากกวา 1 แผน สขี องเนอื้ ทองจะไมเสมอกนั เปน รอยดาง ซึ่งทองชนิดน้มี ี ราคาถูกกวา ทองคัด จงึ นิยมใชในงานทีม่ ีลวดลาย ๒. ยางรกั หรอื ทีช่ ื่อสามญั วา LACQUER VARNISH เปนนํา้ ยางทไ่ี ดจากตน ไมขนาดกลาง ข้นึ เปน หมปู ระปรายทว่ั ไปตามปาเบญจพรรณ ทค่ี อ นขา งแหงแลง และปา แดดทางภาคเหนอื ภาคอสี าน และภาคใต ตอนบน ยางรกั ที่มขี ายตามทองตลาดในปจ จบุ นั มีนํ้ามนั เจอื ปนมาดว ยทาํ ใหเ วลาซอื้ ยางรักตอ งตรวจสอบ คุณภาพของยางรกั กอ นในการตรวจดคู ณุ ภาพยางรักใหไดค ณุ ภาพมี ๓ วธิ ีดังน้ีคือ ๑. ใชน ิ้วจ้ิมยางรกั แลว บด้ี ู ถาเหนยี วตดิ น้ิวแสดงวามคี ณุ ภาพดกี วา ชนิดทีล่ ่นื ๒. ใชชอนตกั ยางรกั แลว ลองเทดูถา ไหลตดิ ตอ กนั แสดงวามีคณุ ภาพทดี่ กี วารักที่ เทแลว ไหลขาด เปนตอนๆ ๓. หยดยางรกั ลงบนกระดาษฟาง ถาไมมรี อยน้าํ มันซึมรอบๆแสดงวายางรักมีคุณภาพดีกวาทีม่ ี รอยน้ํามนั ซึม โครงการสรา งตนแบบเพอื่ จดั ทําองคค วามรูด านศิลปกรรม ความรูดา นการปดทองทบึ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
6 เมอ่ื ไดย างรกั ที่มีคณุ ภาพแลวนาํ มากรองดว ยผาขาวบางหรือผา ซิลสกรีนวาง ๒ ช้นั แลว ใชชอนคน ใหย างรกั ไหลผานลงจนหมด หรืออีกวธิ หี นึง่ ใชไมค บี พรอ มกบั หมุนผา ใหเ ปน ลกู ประคบบีกรกั ใหไ หลมาน หมดจากน้นั นาํ ยางรกั ใสก ระปองปดฝาใหแนนสนทิ แลว วางกลับเอากน กระปอ งขนึ้ ขางบนเพือ่ ใหย างรักท่ี ปากกระปอ งไมแ หงสะดวกเวลานํามาใช # เม่อื จะนาํ ยางรักมาใชงานในแตละครง้ั ควรนํายางรกั ตากแดดใหย างรักมีความเหลวพอทจี่ ะ ทาไดเ นยี นไมเ หนยี วหนืด กรรมวิธกี ารกรองรัก ๓. รักสี รกั สีคือวสั ดทุ ใี่ ชทดแทนยางรกั เพอ่ื ความสะดวกรวดเรว็ ในการปฏบิ ตั ิงาน ทาํ จากสนี า้ํ มนั ผสมดว ย น้ํามนั บางชนดิ ( น้าํ มนั ฮับบัก ต้ังอว้ิ ลนิ สีด อยา งใดอยา งหน่ึงแลว แตเ ทคนคิ ของชางแตละบคุ คลทจ่ี ะ เลอื กใช ) เพ่ือใหยดื ระยะเวลาการแหง ของสีทจี่ ะทาํ ใหการปดทองไดนานขนึ้ กวา การใชส ีนาํ้ มันอยา งเดยี ว เหตุทปี่ จจบุ นั นยิ มใชร กั สีปดทองเพราะสามารถกําหนดระยะเวลาในการปดทองไดดกี วายางรกั และ ปฏิบตั งิ านไดเร็วกวา รกั เพราะยางรกั แหง ตวั ชา ระยะเวลาในการแหง ของสีที่พอจะปด ทองไดป ระมาณ ๓-๔ ชัวโมง วธิ ีปรงุ นาํ สีเฟล็กซ ¼ แกลลอน กระปองเลก็ คนใหเ น้ือสเี ขา กันแลว นํา น้ํามันต้ังอวี้ แท หรอื นํา้ มนั ฮับบัก หรือลนิ สีดอยา งดี เลือกใชอยางไดหนง่ึ ปรมิ าณ ๑ ชอ นโตะผสมลงไป นาํ มาคนใหเ ขา กนั การเกบ็ รักษาปดฝาใหส นทิ แลว นําเกบ็ ในตเู ย็ โครงการสรา งตนแบบเพ่ือจดั ทาํ องคความรดู านศิลปกรรม ความรดู านการปดทองทึบ สาํ นักชางสิบหมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
7 ๔. สมุก คือผงถา นที่ไดจากวสั ดุตา งๆผสมกับยางรกั เชน ผงถานกะลาผสมยางรักเรยี กสมุกกะลา ผงถานใบตองผสมยางรกั เรียกสมุกใบตอง ในการผสมมี ๒ ชนิด ชนดิ แรกเปน การผสมแบบเนื้อขน ใชส ําหรับยารอ งรอยตางๆเชน รอยแตกของไมใหพ น้ื เรยี บ หรือจับขอบควิ้ ของงานใหคมชัด อกี แบบหน่งึ เปน แบบเหลวใชสําหรับการทาเพอื่ ใหเ นอื้ สมกุ ลงไปตามรองรอยเล็กๆเชนรอยเสยี้ นไม ๕. สีโปวตางๆ สโี ปวเปน วสั ดทุ ดแทนสมุกใชง านสะดวกแหง เรว็ กวา รกั ปฏิบัตงิ านงายกวา สามารถเลอื กใชตามลกั ษณะของวสั ดชุ ิน้ งาน และความถนดั ของชา งแตล ะคน เชน - อพี อกซี A , B ใชป นแตง ลายไดแ ละเมอื่ แหงมีคณุ สมบตั ิ แขง็ ทนทาน ใชไ ดก ับวสั ดุทกุ ประเภท - สีโปว รถยนต หรือโปว พลาสติกใชโปววสั ดทุ ่ีเปน โลหะ ปน แตงลายไดแหงไวปฏิบตั งิ านไดรวดเรว็ - สโี ปว ไมจ ะมเี ชื้อทินเนอรผสมเหมาะในการทาํ พ้นื ทีว่ ัสดุ เปนไมอุดรอยเส้ียนไมไดดแี ละแหงไว - ดินสอพอง เหมาะสาํ หรบั การทําพ้ืนไม - สโี ปว บอสนี่ เหมาะสําหรบั ใชก บั พนื้ วสั ดทุ เี่ ปน ปนู หรอื ไม - เพนการด สําหรบั พ้ืนปนู มคี ณุ สมบตั กิ นั ความช้นื ในปนู ไดด ี โครงการสรา งตนแบบเพ่อื จดั ทําองคค วามรดู านศิลปกรรม ความรดู า นการปด ทองทบึ สาํ นกั ชางสิบหมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
8 ๖. สีนา้ํ มนั สีนํ้ามนั มีใหเ ลือกใชห ลายยฮี่ อแลวแตค วามเหมาะสมแตท ี่แตท น่ี ยิ มใชก ันมากคือยีห่ อ FLEX สีนา้ํ มนั มีตวั ผสม ๒ ตวั ใหเราเลอื กใช ตัวท่ี ๑ คอื นํา้ มนั สน เหมาะสําหรบั การทาเพราะการแหง ของสจี ะแหงชาทําใหก ารเกลยี่ สีไดเ นยี นเรยี บเสมอดี นอกจากนา้ํ มนั สนเปนตัวทาํ ละลายแลว ยังนํามาลางทาํ ความสะอาดเครื่องมือดว ย ตวั ที่ ๒ คือทนิ เนอรเ หมาะสาํ หรบั การพน เพราะทนิ เนอรท ําใหส แี หง เร็ว ถาเรานําสที ผ่ี สมดว ยทนิ เนอรม าทา สีก็จะแหงกอ นทเ่ี ราจะเกล่ยี สเี สรจ็ ทาํ งานดู ไมเรียบเนยี นเปน รอยพูกนั นอกจากทนิ เนอรเปน ตวั ทาํ ละลายสแี ลว ยงั นาํ มาใชในการลา งทาํ ความสะอาดชนิ้ งานดวย ขอควรระวัง ไมควรทาสเี ชอื้ ทนิ เนอรทับสเี ชื้อนํ้ามนั เพราะจะทาํ ใหพนื้ เชอ้ื นาํ้ มนั พอง ๖. สสี เปรย สาํ หรบั พน สรี องพ้ืน ใชก บั ช้ินงานทมี่ ขี นาดเล็กและเปนงานเรง ดว นเพราะ สีเสปรแ หง เร็ว สะดวกในการใช โครงการสรา งตนแบบเพื่อจดั ทาํ องคค วามรดู านศลิ ปกรรม ความรูดา นการปด ทองทบึ สํานักชางสิบหมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
9 ๗. กระดาษทรายน้ําเบอรตางๆ ในกรณที ี่ขัดผวิ ในการเตรียมพ้นื คร้ังแรกๆนยิ มใชเ บอรหยาบประมาณ ๑๕๐-๓๐๐ ในกรณที ี่ขดั ผวิ พนื้ ครง้ั สุดทา ยจะใชเ บอรละเอียดจะใชเ บอร ๔๐๐ ขนึ้ ไป ตามแตลักษณะ งานในการขัดกระดาษทรายนัน้ ไมค วรใชแ รงอยางเดยี วตองใชค วามใจเย็ดขดั เปน หนาๆไปคอยๆไลข ัด จนท่ัวทงั้ ชน้ิ งาน ๘. แอลกอฮอล แอลกอฮอล เรานยิ มนาํ มาผสมกับนํ้าเจอื จางเช็ดลางทําความ สะอาดทองเกา ในกรณีซอมอนุรกั ษงานเกา ใหปราศจากฝนุ ในกลับมาเงางาม ๘ . น้ํายาลอกสี ใชในกรณซี อ มบรู ณะงานเกาที่มพี นื้ ผวิ ทีผ่ านการปดทองมาหลายคร้ังจนลวดลาย ขาดความคมชัด จาํ ตองเปนลอกสีเกาออก โดยการทานาํ้ ยาลอก ทีช่ ิน้ งานทิ้งพอประมาณใหนํา้ ยาซมึ กัดเซาะพ้ืนผวิ เกา ใหพ องตวั แลว จงึ ใช เคร่อื งมือเชนแปรงลวดขดั ผวิ ออกใหห มด ๙. น้าํ ยาลา งทาํ ความสะอาดจาํ พวกนํา้ ยาลา งจาน, ผงซักฟอก ใชส ําหรบั ทาํ ความสะอาดคราบมันตา งๆ ของช้นิ งานและทําความสะอาดเครือ่ งมอื โครงการสรางตนแบบเพอ่ื จัดทําองคค วามรดู านศิลปกรรม ความรูด านการปดทองทึบ สํานักชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
10 การเตรยี มพนื้ การเตรยี มพนื้ ถือวา เปนหวั ใจสาํ คญั อยา งหนึ่งในงานปด ทอง การเตรียมพื้นดกี ็ทาํ ใหง านสวยไป แลวคร่งึ หนึง่ พื้นผิวทเ่ี นยี นเรียบไมม รี อยขรุขระ ผวิ ตึงเงางาม ปราศจากฝนุ สงผลใหงามปดทองออกมาเงา งามสวยงามดจุ ทองคาํ ท้ังชิ้น ในการเตรยี มพื้นท่ดี ีนน้ั นอกจากความสวยงามแลวยังสง ผลไปถงึ ความคงทน ของชิ้นงานดว ย ถาเลือกใชวสั ดุทีด่ ี และปฏบิ ัติงานไดถูกตอ งจะทําใหพ ื้นผิวคงทนไมห ลุดรอ นงาย ในการทาํ พน้ื นั้นมีกรรมวธิ ี ๒ แบบ คอื แบบโบราณที่นิยมใชยางรกั และแบบปจ จบุ ันทห่ี ันมาใช วัสดทุ ดแทนเนื่องจากยางรักทีม่ ขี ายตามทองตลาดมีสง่ิ เจอื ปนมาดว ยเปน ผลใหย างรกั มีคณุ ภาพตา่ํ ลง ทาํ ให มีผลกบั การงานการปฏบิ ัตงิ าน ยงุ ยากหลากหลายขัน้ ตอนและการปฏบิ ัติงานดวยยางรักสิ้นเปลอื งเวลา มากกวา การปฏิบตั งิ านดวยวสั ดทุ ดแทนเปน เทา ตวั และยังคมุ เวลาในการปฏิบตั งิ านไดย าก กอนทจ่ี ะทํางานเตรยี มพนื้ ใหจ ัดเตรียมวัสดทุ ใ่ี ชใ หตรงกับพื้นผวิ ชิ้นงานวาเปน ประเภทใด ไม ปูน โลหะ หรือวสั ดุอ่ืนๆ และจะปฏิบตั ิงานดว ยกรรมวิธใี ด ยกตวั อยา งเชน การปฏบิ ตั งิ านดวยการใชย างรกั บนวัสดุที่เปนเน้อื โลหะ ลา งทาํ ความสะอาดคราบมันออกใหห มด (ดวยนํ้ายาทาํ ความสะอาดทม่ี อี ยตู ามทองตลาดเชน ผงซกั ฟอก นาํ้ ยาลางจานเปน ตน ) ถา เปน เนอ้ื โลหะรมดาํ ควรลา งน้าํ ยารมดาํ ออกใหหมด ช้นิ งานโลหะท่ีเปนผานการรมดาํ โครงการสรางตนแบบเพ่ือจัดทําองคค วามรดู านศลิ ปกรรม ความรูด านการปดทองทบึ สาํ นกั ชางสิบหมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
11 โดยแชช นิ้ งานในน้าํ มนั ทนิ เนอรไวส กั ครเู พอ่ื ใหน ้ํายาทใ่ี ชรมดาํ หลดุ ออกในกรณที ี่งานใหญๆ อยาง พระประธานในโบสถก ็ใชท ินเนอรทาแลว ใชแปรงขนแขง็ ขัดทําความสะอาดพรอ มใชผ าเชด็ คราบมนั ออก คอยๆทําเปนจดุ ๆไป ใชแ ปรงขดั ใหน ้ํายาท่ีใชใ นการรมดําหลดุ ออกใหห มด ในกรณที ีเ่ ปน เนือ้ โลหะทไ่ี มผ า นการรมดาํ เพยี งลา งทาํ ความสะอาดดว ยนํ้ายาทําความสะอาดก็เพยี งพอ โครงการสรา งตนแบบเพือ่ จดั ทาํ องคค วามรดู านศลิ ปกรรม ความรดู า นการปด ทองทบึ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
12 ผ่ึงใหง านแหง สนทิ เพอื่ ดาํ เนนิ การทาํ พ้นื สาํ หรบั ปด ทองตอ ไป ๑. กรองรักใหสะอาด ตากรักเตรียมไว ๒. ทารักใหทวั่ กอนหนึ่งรอบ ทง้ิ ไวใหรักแหง สนิท (เพ่ือใหร ักยึดตดิ ชิน้ งานและมองรอ งรอยตา งๆไดช ดั ขึน้ ) ๔. ดูรองรอยตามด หรอื รอยแตกของโลหะแลว ใชส มกุ ผสมขนพอ ประมาณอดุ รอ งรอยใหห มด (ไมควรโปว แตง หนา เกนิ ไปเพราะ จะทาํ ใหร ักขา งในไมแหง ทิ้งไวใ หรักแหงสนทิ ) ๕. ทารกั อกี ประมาณ ๒-๓ ครง้ั เพ่ือใหรกั มเี นื้อทําใหเวลาขัดจะ ไดไ มโดนผวิ ชนิ้ งาน ในการทาแตล ะครง้ั ท้งิ ใหแ หง สนทิ ๕. ขัดแตงผิวใหเ นยี นเรียบเสมอกัน เร่ิมการขดั ดว ยกระดาษทรายหยาบ (เบอร ๑๕๐- ๓๐๐) ในการขดั ไมค วรขดั ใหถ งึ เน้ือโลหะ ใจเย็นๆ คอ ยๆขัด ดูเสน คิ้ว เสนขอบของงานไมใหล บเลอื น ๖. กรองรกั อีกคร้งั เพอื่ ใหไ ดร กั ที่ปราศจากฝุน ผงแลว ทารกั อยางระวงั ไมใหเ ปน รอยพกู นั หรอื รอยยน หรือ รอยหยดยอยของรัก ตองเกลี่ยรกั ใหเนยี นทส่ี ดุ ทาํ อยา งนอี้ กี ๑-๒ ครั้ง แตละคร้ังทง้ิ ใหร กั แหง สนทิ ๗. ขัดแตงผิวดว ยกระดาษทรายละเอยี ด (เบอร๔ ๐๐ ขึ้นไป) เพ่อื ใหผ ิวงานเนียนเรยี บ สมั ผสั แลว ลน้ื มือ ๘. ทารักที่กรองและตากแดดใหเน้อื รกั เหลวดวยความระมัดระวังพยายามไมใ หม ีรอยแปรง หรือให รกั หนาเกนิ ไป (ชา งบางคนใชม อื เปลา ปาดรักใหเ นยี นเรียบ) ๙. เมือ่ ไดพืน้ รกั ทอี่ ม่ิ ตัวดแี ลว คาํ นวณดูพน้ื ทแี่ ละความสามารถในการปดทองดวู า สามารถปด ทองได ทันเวลาท่ียางรกั แหงสนทิ เมอื่ ใด ก็ทายางรักเทานัน้ ทารักใหท ว่ั ทิ้งไวใ หแ หงหมาดเพื่อปด ทองตอ ไป • ในการปลอยใหรักแหงแตละครัง้ ควรทําตูบ มรักเพอื่ ใหรกั แหง เร็วและสมํ่าเสมอในการทารักคร้ัง แรกอาจใชเ วลานาน ๕- ๗ วัน หลงั จากนัน้ จะคอยๆ แหง เร็วขนึ้ โครงการสรางตนแบบเพื่อจัดทาํ องคความรดู านศิลปกรรม ความรดู า นการปด ทองทบึ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
13 การปฏบิ ตั งิ านดวยกรรมใชวสั ดุทดแทนบนวสั ดทุ ่ีเปน เนอ้ื โลหะ ใหลา งทาํ ความสะอาดคราบมนั ออกใหหมด (ดว ยนํ้ายาทาํ ความสะอาดทมี่ อี ยูตามทอ งตลาดเชน ผงซักฟอก นาํ้ ยาลางจานเปน ตน) ถาเปน เน้ือโลหะรมดําควรลางน้ํายารมดาํ ออกใหห มด ดว ยทนิ เนอรหรอื กรดกาํ มะทนั เจอื จาง กอ นลา งดวยนํ้ายาทาํ ความสะอาด ผ่ึงลมใหแหง สนิท ๑. ทาหรือพนสกี ันสนมิ ใหทว่ั ๑ ครั้ง ทิง้ ใหแ หงสนทิ ๒. ใชส ีโปว (แลว แตเลอื กตามความถนัดของแตล ะบุคคล)อุด โปว ปนแตงใหรอยรอยตา งๆ ใหหมด ๓. ทาสีหรอื พน สีรองพ้นื อีก ๒-๓ ครงั้ แตละคร้ังท้งิ ใหแ หงสนทิ ๔. ขดั ผวิ ดว ยกระดาษทรายหยาบ (เบอร ๑๕๐ -๓๐๐ )ใหผวิ เรยี บ ๕. ทาสีน้าํ มันประมาณ ๒ ครัง้ แตละครงั้ ทง้ิ ใหแ หง สนิท หรือเลอื กทีจ่ ะใชส ีเชื้อทินเนอรพน กไ็ ด ๖. ขัดแตงผิวดว ยกระดาษทรายละเอียด (เบอร ๔๐๐ ขึน้ ไป)จนไดผิวงานท่เี นยี นเรียบเมอ่ื ใชม อื สัมผสั แลว นุม มอื ๗. ทาสีน้ํามนั อกี ครั้งดวยความระมัดระวังอยา ใหมีการหยดยอ ยของสี หรอื รอยพูก ัน (อาจใชวธิ กี ารพน ก็ ได ใชสเี ชือ้ ทนิ เนอร) ๘. คํานวณระยะเวลาการทาํ งานกบั การแหงของสีใหด ี เพอ่ื ทารกั สีปดทอง ๙. ทารักสี ท้ิงใหแ หงหมาดและดาํ เนนิ การปด ทองตอไป ในกรณที ่ีเราซอมบรู ณะงานเกาที่ผา นการปด ทองมาหลายครั้งจนรองลายตนื้ ไมคมชดั จาํ เปน ตองมี การลอกสี ในงานลอกสีน้ีนยิ มทาํ กับช้ินงานทีเ่ ปนเนื้อโลหะกรรมวิธีในการลอกสมี ดี ังน้ี งานทผ่ี า นการปดทองมาหลายครั้งจนรอ งรอยของลวดลายลบเลอื นไมค มชดั โครงการสรา งตนแบบเพ่ือจัดทําองคค วามรูด านศลิ ปกรรม ความรดู า นการปดทองทึบ สาํ นกั ชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
14 ทานํา้ ยาลอกสใี หท วั่ ทกุ ซอกทกุ มุมจนสีเกา พองหลดุ ลอ น แตถ างานชน้ิ ใหญม าก กท็ านาํ ยาลอกสที าเปน จุดๆไป เม่อื สีเกาพองตัวให ใชเครือ่ งมอื จาํ พวกแปรงทองเหลอื งหรอื เกรียงขดั ขดู สีเกา ท่หี ลดุ ลอนออกให หมด ระวงั นํา้ ยาลอกสีกระเดน็ เขา ตาหรือโดนผิวหนัง ถา นํายาลอกสโี ดนเรากจ็ ะเจบ็ แสบเปน รอย ไหมไ ดเ น่อื งจากในตวั นํา้ ยาลอกสีมีสวนผสมของโซดาไฟ โครงการสรางตนแบบเพอื่ จัดทาํ องคความรูดานศิลปกรรม ความรูดา นการปด ทองทบึ สาํ นักชางสิบหมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
15 ลางคราบนํ้ามนั ตา งๆออกใหห มดดวยนํา้ ยาทาํ ความสะอาดดวยนํา้ ผงซกั ฟอกหรือนา้ํ ยาลางจานให หมดคราบมนั ผ่ึงใหงานแหง สนิท การปฏบิ ัตงิ านดว ยวสั ดุยางรกั บนพนื้ วัสดทุ ่ีเปน ปูน ในกรณที เ่ี น้อื วสั ดุเปน เน้อื ปนู ก็ตอ งดกู อ นวา จะดําเนนิ การทํางานดวยวธิ ีการใด ถา เลอื กใชดว ยวัสดุ ทดแทนก็ปฏิบตั ิงานไดเ ลยแตถาปฏบิ ตั ิงานดว ยยางรกั จะตอ งกําจดั ความเค็มของปนู วธิ กี ารลดความเค็มของพ้ืนปนู ดว ยการนําใบข้เี หลก็ มาตม เอาแตน ํ้ามาทาเพอ่ื ลดความเค็มของ ปูน (โบราณเรยี กปะสะ) วธิ ีเชค็ ดูวาปูนหมดความเค็มใหใ ชข มิ้นขีดบนพนื้ ปนู ดูถายังมีความเคม็ อยู ขมิ้นท่ี ขีดก็จะเปล่ยี นเปนสแี ดง ถาปูนหมดความเคม็ ขมน้ิ ที่ขดี ลงไปก็จะคงสเี หลอื งของขมนิ้ เหตุที่ตองลดความ เค็มของปนู กเ็ พราะถาปูนมคี วามเคม็ รกั ทท่ี าไปก็จะหลดุ รอนจากพนื้ ปูนไดงานไมค งทน เมอื่ ไดพนื้ ปนู ทหี่ มดความเคม็ แลวทําการทาํ พืน้ ชิน้ งานไดเลยโดยเริ่มจาก โครงการสรา งตนแบบเพอ่ื จัดทําองคค วามรดู านศลิ ปกรรม ความรูดา นการปด ทองทึบ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
16 ๑. รกั ใหท่ัวช้นิ งานเพื่อเปน การรองพ้นื และใหรักซมึ เขา เกาะชิ้นงาน ๒. ผงสมกุ มาทาโปวใหผวิ เรยี บเตม็ (ขอ ควรระวังไมควรทาสมกุ ใหห นาเกนิ เพราะจะทําใหรกั ไม แหง) ๓. ทารกั ทับอีกประมาณ ๒-๓ คร้งั แตละครง้ั ทง้ิ ใหรกั แหงสนิท ๔. ขัดผิวดว ยกระดาษทรายเบอรห ยาบ ( เบอร ๑๕๐-๓๐๐)ใหผ ิวเรยี บเสมอกนั ๕. ทารักท่ผี า นการกรองและตากแดดใหรักเหลว อกี ประมาณ๒-๓ ครั้งแตล ะคร้ังควรปลอยใหร กั แหงสนทิ ๖. ขดั แตง ผวิ ดว ยกระดาษทรายเบอรล ะเอียด( เบอร ๔๐๐ขน้ึ ไป)ใหผวิ เนยี นเรียบเมื่อสมั ผสั ดจู ะ รูสึกลน่ื มอื ๗. ทารกั อกี ครงั้ ดว ยความระมัดระวงั ทาใหรกั เนยี นสนทิ ไมม รี องรอยของแปรง และรอยยนของ รกั พยายามทาไมใหร ักหนา นําเขาตบู มท้งิ ไวใ หรักแหงสนิท ๘. ทารกั ที่ผานการกรองและตากแดดใหร กั เหลวทาทับใหทวั่ ในบริเวณทีจ่ ะสามารถปด ทองทนั ได ในแตละครงั้ ๙. นําเขาตูบม ปลอ ยท้งิ ไวใ หแ หงหมาดเพอื่ ดาํ เนินการปด ทองตอไป โครงการสรา งตนแบบเพือ่ จัดทําองคความรดู านศิลปกรรม ความรูด านการปดทองทบึ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
17 การปฏบิ ตั งิ านดวยกรรมวธิ กี ารใชว สั ดุทดแทนบนพ้นื ปนู ในกรรมวธิ ีนไี้ มจ าํ เปน ตอ งมกี ารลดความเคม็ ของปูน เราสามารถใชว สั ดุทดแทนยางรักไดเลย วสั ดทุ ว่ี ามหี ลายชนิดใหเราเลอื กใช เชน เพน การด ,บอสน่ี , อีพอกซีใ่ ส A,B กรรมวธิ ที ีแ่ ตกตางกนั ไปคอื กรรมวธิ ีท่ีใชป ฏบิ ตั ติ ามข้ันตอนดงั ตอไปน้ี กรรมวธิ ีท่ีใช แพน การด มขี ้ันตอนการปฏิบัตดิ ง้ั นี้ ๑. สํารวจชิ้นงานวาช้ินงานสมบรู ณหรือไม มรี อยแตกรา วหรือเสนขอบตา งๆหักบน่ิ ไปถา มใี ชป นู ปน แตง ใหช ้นิ งานสมบรู ณ ๒. ใชเ พนการดทาไดเลย ๒-๓ ครั้งแตล ะคร้งั ปลอ ยทงิ้ ใหแ หง สนทิ เพน การด มีคณุ สมบัติกนั ความชน้ื ของปูนไดด แี ละแหง เรว็ ๓. ใชก ระดาษทรายขัดใหเรยี บ ๔. ใชแปรงปด ฝนุ ออกใหห มด ๕. ทาสีนํ้ามนั เพื่อเปน พน้ื ๒-๓ รอบแตล ะรอบควรทง้ิ ใหส แี หง สนทิ ๖. ทารักสเี พอ่ื การปด ทองทิง้ ไวใ หแ หง หมาดและดาํ เนนิ การปดทองตอ ไป กรรมวธิ ีทใี่ ช บอสน่ี มขี ั้นตอนในการปฏบิ ตั ิดงั นี้ ๑. สํารวจชิน้ งานวา ชนิ้ งานสมบรู ณหรือไม มีรอยแตกราวหรือเสน ขอบตา งๆหักบิ่นไปถามีปนู ปนแตง ใหชน้ิ งานสมบรู ณ ๒. ใชบอสน่ีโปว ผิวใหเรยี บ คณุ สมบัติแหว เร็วและมีเนอ้ื เหมาะแกก ารขดั แตง ผวิ ๓. ใชกระดาษทรายขดั ใหเ รยี บ ๔. ทาสนี ้ํามนั เพ่อื เปน พ้ืน ๒-๓ รอบแตละรอบควรท้ิงใหสแี หงสนทิ ๗. ใชกระดาษทรายขดั ใหเ รียบเนียน ๘. ทาสีน้ํามนั อกี หนงึ่ รอบดว ยความระมดั ระวงั ๙. ทารักสีเพอื่ การปด ทองทิง้ ไวใ หแหง หมาดและดําเนินการปดทองตอไป กรรมวิธที ่ีใชก าวอพี อกซีใ่ ส A ,B มขี นั้ ตอนในการดังน่ี ๑. สาํ รวจชน้ิ งานวา ชน้ิ งานสมบูรณหรอื ไม มีรอยแตกราวหรือเสน ขอบตา งๆหกั บิน่ ไปถา มีใชปนู ปน แตง ใหช ิน้ งานสมบรู ณ ๒. ใชแปรงปด ฝนุ ออกใหห มด ๓. ผสมกาวอีพอกซี่ใส A ,B ดวยทนิ เนอรใ นปริมาณ ๑: ๑ ระยะเวลาในการแหง ประมาณ ๔๐ นาที เมอื่ สแี หง หมาดกด็ ําเนนิ การปดทองไดเลย โครงการสรา งตนแบบเพอ่ื จดั ทาํ องคความรดู านศิลปกรรม ความรูดานการปด ทองทึบ สาํ นักชางสิบหมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
18 การปฏบิ ตั ิงานดว ยกรรมวิธโี บราณดวยการใชย างรกั บนวสั ดุท่เี ปนเนื้อไมมกี รรมวิธดี ังนค้ี ือ ๑. ทารักใหทวั่ กอ นหนง่ึ รอบเพ่ือใหย างรกั ซมึ เขาเน้ือไมและเปน การรกั ษาเนื้อไมจ ากปลวก หรือมอด ดวย ทง้ิ ไวใ หร ักแหงสนิท (เพื่อใหร ักยดึ ตดิ ชิ้นงาน และมองรอ งรอยตางๆไดชดั ขน้ึ ) ๒. ดูรองรอยเสีย้ นไม ใชสมุกผสมแบบเหลวทา เวลาทาพยายามยใี หเน้ือสมกุ ซมึ ลงตามรอยเสย้ี นไม ใหไดมากท่ีสดุ ทิง้ ไวใ หแ หง สนิท ๓.รอยแตกของเนื้อไม หรือตาไมใชส มกุ แบบผสมขน ใหม เี นื้อเพื่อปนแตง หรือ โปว ใหเ นอ้ื สมกุ เต็ม เนอื้ ไม ทงิ้ ใหแ หงสนทิ ๔.ทารกั ทง้ิ ไวใ หแ หง ประมาณ ๒-๓ ครัง้ แตละครง้ั ทิ้งใหแหง สนทิ ๕.ขดั แตงผิวใหเรียบเสมอกนั ดวยกระดาทรายหยาบ (เบอร ๑๕๐- ๓๐๐) ๖. ทารักท่ผี า นการกรองและตากแดดใหร ักเหลว อกี ประมาณ๒-๓ คร้งั แตล ะครัง้ ควรปลอยใหรกั แหง สนิท ๗.ขัดแตง ผวิ ดวยกระดาษทรายเบอรละเอยี ด( เบอร ๔๐๐ข้ึนไป)ใหผ ิวเนยี นเรียบเมอื่ สมั ผสั ดจู ะรสู กึ ลื่นมือ ข้นั ตอนนเ้ี หมอื นงายแตจริงๆแลว ในการที่จะใหงานออกมาดนี น้ั ตองใสใจเปน อยางมาก ตอ งใจเย็นๆคอยๆขดั ดูเสนคิว้ เสน ขอบของงานไมใ หลบเลือน ๘.กรองรกั อีกคร้งั เพื่อใหไ ดรักท่ีปราศจากฝุนผง แลวทารกั อยางระวังไมใ หเปน รอยพูกนั หรือรอยยน หรอื รอยหยดยอ ยของรัก ตอ งเกลี่ยรกั ใหเ นยี นที่สุด ทาํ อยา งน้อี ีก ๑ ครงั้ ท้งิ ใหร ักแหง สนิท ๙. เมอื่ ไดพ ้นื รกั ทอี่ ่มิ ตัวดแี ลว คาํ นวณดพู นื้ ทใี่ นการปดทองดูวาสามารถปดทองไดทันเวลาทยี่ างรกั แหง สนิทเม่ือใด ก็ทารักเทานนั้ ทารักใหท ว่ั ทง้ิ ไวใหแ หงหมาดเพื่อดําเนนิ การปดทองตอ ไป โครงการสรา งตนแบบเพอื่ จดั ทาํ องคค วามรูด านศิลปกรรม ความรูดานการปด ทองทึบ สํานักชางสิบหมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
19 การปฏิบตั งิ านดว ยกรรมการใชวสั ดทุ ดแทนบนวสั ดุทเี่ ปน เน้อื ไมม ีกรรมวิธีดงั น้ีคอื ๑. โปว แตง ผิววสั ดดุ ว ยวัสดทุ ดแทน ซง่ึ มใี หเ ลอื กใชไดห ลายชนิดเชน สโี ปวไม บอสน่ี กาว อพี อกซี่ A,B เปน ตน ๒. ในรอยเสย้ี นไมใ หผสมสีโปวไมก บั ทนิ เนอรเ หลวเพื่อทส่ี โี ปวจะไดใหลซมึ เขา เนอื้ ไมไดดี ๓. ในสว นของรอยไมแ ตกหรอื รองรอยของตาไมใชอ ีพอกซโี่ ปว อุดแตง ใหเนอ้ื ไมเ ตม็ ๔. ใชกระดาษทรายขดั เบอรหยาบขัดแตงผิวเสมอกนั ใหเ รยี บ ๕. ทาสีนํา้ มนั เพ่ือเปนพื้น ๒-๓ รอบแตละรอบควรท้งิ ใหส แี หงสนิท ๖. ขดั ดว ยกระดาษทรายเบอรละเอยี ดขดั แตง ผิวใหเนยี นเรียบจนเม่อื เราสมั ผสั จะรสู กึ ลน่ื ๗. ทาสีนาํ มันอกี คร้ังดว ยความระมดั ระวังหรอื อาจใชว ธิ กี ารพนก็ไดไ มใ หสียอ ยพยายาม ใหส เี รยี บเนยี น ๘. ทารกั สีเพือ่ การปดทองท้งิ ไวใ หแหง หมาดและดําเนินการปด ทองตอไป(ในการทารักสปี ด ทองน้ีตองใชความระมัดระวงั การหยดยอ ยของสี โครงการสรา งตนแบบเพอ่ื จดั ทาํ องคค วามรดู านศลิ ปกรรม ความรูด า นการปดทองทึบ สาํ นกั ชางสิบหมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
20 ปญ หาและขอควรระวังในการทาํ พืน้ ๑. การแหงของยางรกั หรือสที ่ที าแตล ะคร้งั ถาสขี างในไมแ หงจะมผี ลกับการอายุของงาน ผวิ ชน้ิ งานจะ หลดุ ลอนไดงา ย ๒. ในการทายางรักหรือสีทไ่ี มระมดั ระวังจะทาํ ใหม รี อ งรอยของแปรงอยทู ช่ี ิน้ งานทาํ ใหช นิ้ งานไมเรยี บ สวยดั่งทองคาํ ๓. สภาวะอากาศกม็ ีผลใหย างรกั แหง ชา ยางรกั จะแหงในสภาวะที่อากาศมีความรอนชนื้ ไดด ี ๔. ฝุนกเ็ ปนปญ หาทท่ี าํ ใหย างรกั แหงชาและพ้ืนผวิ้ ไมเรยี บเนยี น ๕. ในการโปวสมกุ ไมค วรโปวหนา เพราะจะทําใหร ักดา นในไมแ หง ๖. การขัดผวิ ไมเนียนเรยี บเวลาปดทองจะทําใหเห็นรอยขรขุ ระของชิ้นงานชดั เจน ๗. ในกรณที ่พี นื้ ผวิ วัสดุเปน เน้ือโลหะ เมอ่ื ลา งทาํ ความสะอาดแลว ดานนอกดูแหง สนิทแตด านในไม แหง กม็ ผี ลกบั การแหง ของยางรกั ดวย ๘. การนาํ พูก นั ทล่ี า งไมสะอาดเชน ลางพกู นั ดว ยทนิ เนอรแลว ลางทินเนอรอ อกจากพกู นั ไมห มดนาํ พกู ันช้ินนนั้ มาทาสเี ชอื้ นํามนั หรอื ยางรกั กจ็ ะทาํ ใหสหี รอื ยางรกั ไมแ หง ได ๙. ในการทายางรกั หรือสปี ดทอง ไมควรทาใหห นาเกินไป หากทาหนาเมอ่ื ยางรกั หรอื สแี หง กจ็ ะแหง เฉพาะหนาสี ดา นในของสีไมแ หง จะมีผลกบั การปดทอง ในขณะทีย่ ีทองสีท่ไี มแหงขา งในจะแตก ออกมาทําใหก ารปดทองเลอะเทอะทองไมเงางามและเสยี เวลาในการซอม โครงการสรางตนแบบเพอ่ื จดั ทาํ องคค วามรดู านศิลปกรรม ความรูดา นการปด ทองทึบ สํานกั ชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
21 บทท่ี ๓ การปด ทอง กอ นอน่ื ตองดกู อนวา ลกั ษณะงานที่จะปดทองน้นั มีลกั ษณะอยา งไร มลี วดลาย หรือวา ผิวเรียบ เลอื กใชทองตามลักษณะงาน พ้นื ผิวท่เี ปน ลวดลายสามารถใชท องสอหรอื ทองตอ ไดเ พราะเปน การโชว ลวดลายไมไ ดโ ชวเ นื้อทอง สวนพนื้ ผวิ เรยี บตอ งใชท องคดั พเิ ศษ ในกรณที ่ีเปนพนื้ ผวิ เรียบที่ตอ งการโชว เนอ้ื ทองเปน พเิ ศษ เชน ในสว นพระภกั ตรท ี่ตองการความงามสกุ ปรัง่ ของทอง ตอ งคดั เลอื กเนอ้ื ทองใหส เี ปน สีเดยี วกนั ทกุ แผน เม่อื งานเสร็จจะไดมองดดู ่งั หลอดวยทองคาํ ทงั้ องค กรรมวิธีในการปด ทองนน้ั มดี ง่ั นี้ จับแผนทองคว่ําหนาเขากบั ชิน้ งานนว้ิ คอ ยๆกดแผนทองใหเน้อื ตดิ กับชิ้นงาน ดงึ กระดาษออก วางแผนทอง ปซู อ นทบั ซอนกนั เลก็ นอ ย ปทู องใหเปนแถวเปนแนว เมอ่ื ปูทองไดพ อประมาณกส็ ามารถกวดทองได ใน การกวดทองนน้ั กอนอน่ื ตอ งใชมอื ของแตะทองกอน กอ นท่จี ะเอามือไปกวดทองท่ีปเู พราะถานว้ิ มอื ไมมี เน้อื ทองนิว้ มือกจ็ ะไปดึงเนือ้ ทองทีป่ บู นชิ้นงานใหห ลดุ ออกมา ทองทปี่ ด กจ็ ะมีตํานไิ มส วย ใหก วดทองไป ตามรอยตอของทอง ไมควรยอนรอยตอ ทอง เพราะการกวดยอ นจะทําใหแผน ทว่ี างซอนเปด เน้อื ทองไม สามารถตดิ แนบกบั ชนิ้ งานไดแ นบสนิทมองเหน็ เปน ตารางพยายาม ใชนิว้ มือกวดใหทั่ว ในสว นทน่ี ิ้วมือไม สามารถเขาถงึ สามารถใชพ ูกันแตะทองยใี หทองแนบสนทิ เปน เนือ้ เดียวเม่ือปด ทองเตม็ พ้ืนทท่ี ี่ทารกั ไว ใช แปรงขนออนปด เศษทองออกจากชนิ้ งานใหห มด ตรวจดูความเรยี บรอ ย ใชสําสลี บู ไปตามเนื้อทองเบาๆ เปน การเช็ดทาํ ความสะอาด และกวดทองในแนน สนทิ ยิ่งขนึ้ โครงการสรางตนแบบเพ่อื จดั ทาํ องคค วามรูด านศิลปกรรม ความรดู า นการปด ทองทบึ สํานักชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
22 บทท่ี ๔ กระบวนการสรา งผลงานศลิ ปกรรม เพอ่ื จดั ทาํ องคค วามรูเรื่องการปด ทองบนพน้ื เรยี บ (ทองทบึ ) ทองทึบ หมายถึงการปด ทองลงบนสง่ิ ของหรือเคร่อื งใชซ ึง่ มีผวิ เรียบเกลีย้ ง ไมม ีลวดลาย เชน ตู ไทยโบราณ ไมประกับคมั ภรี หีบ ฯลฯ เมอ่ื ปดทองเต็มทง้ั หมดเรยี กวา ปดทองทบึ สง่ิ ของเครื่องใชทปี่ ด ทอง ทึบแลว มกั เรยี กช่ือตามลกั ษณะการปด ทองเชน ตทู องทบึ คมั ภรี ทองทบึ หีบทองทึบเปน ตน ในการจดั ทาํ องคค วามรูในครงั้ นไี้ ดจดั ทําองคค วามรูเรือ่ งการปดทองบนพื้นเรียบ (ปด ทองทบึ ) ทางขณะผูจดั ทําองคความรู ไดเลือกลกั ษณะการปด ทองดวยวสั ดทุ ดแทนยางรกั บนพน้ื โลหะ ชิน้ งานเปน องคพระพุทธรปู ปางประทานพร เพราะลกั ษณะขององคพระเรยี บและขนาดพอเหมาะท่ีจะสราง กระบวนการทาํ งานได ในการจดั ทําองคค วามรูจะแสดงถงึ กระบวนการทาํ งานตา งๆของการปดทองบนพ้ืนเรียบหรือปด ทองทึบทุกขัน้ ตอน สามารถทจ่ี ะใหคนทไี่ มมีความรูส ามารถนําไปปฏิบตั ิได ลา งชนิ้ งานโดยใชผงซกั ฟอกลางทําความสะอาดคราบไคลตางๆออกในสวนท่เี ปน ซอก ใชแ ปรง ชวยขดั ใหคราบไคลตา งๆออกใหห มด โครงการสรางตนแบบเพ่ือจดั ทาํ องคค วามรูดานศิลปกรรม ความรูด านการปด ทองทบึ สาํ นกั ชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
23 ลา งทําความสะอาดคราบสบูดว ยน้าํ เปลาใหสะอาด แลว ผ่งึ ตากใหแหง สนทิ ท้งั ดานนอกและดา นใน เม่ือชิน้ งานแหง สนทิ ใชส รี องพนื้ กนั สนมิ คอยๆพน ใหทว่ั ประมาณ ๒ ครัง้ แตล ะครั้งใหสีแหง สนิท เมอื เราพนสีแลว จะมองเหน็ รอยตามดไดฉ ดั เจน รอยตามดที่เราตอ งอุดโปวแตง ใหเ รียบ สํารวจชน้ิ งานดูชิน้ งานวา มรี อยตามด รอยบมุ ตรงไหน ผสมอพี อกซีอ่ ุดโปว รอยตา งๆใหเ รียบเต็ม ทงิ้ ไว ใหแหง สนิท โครงการสรางตนแบบเพ่ือจดั ทําองคค วามรูดานศิลปกรรม ความรูด านการปด ทองทึบ สํานกั ชางสิบหมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
24 โปว อพี อ กซี่ในจุดท่ีเปน รอยบมุ แลว พนสีทบั อีกประมาณ ๒ -๓ ครงั้ เพ่อื ใหผวิ พืน้ ชน้ิ งานมเี นื้อเวลาขดั แตงผิวจะได ไมโดนพนื้ โลหะในการพน แตล ะครั้งควรใหสีแหง สนทิ และควรระวังการหยดยอ ยของสี ขัดแตง ผิวแตง ผวิ พ้นื ใหเ รียบขดั อยางเบามอื คอ ยๆขัดใหผ วิ เรยี นเนียนเสมอกัน โครงการสรางตนแบบเพ่ือจดั ทาํ องคค วามรดู านศลิ ปกรรม ความรูดา นการปดทองทึบ สาํ นกั ชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
25 ทาสีนํา้ มนั ใหท ว่ั ท้งั องคใ นการทาสตี องระมัดระวังเปนพเิ ศษดว ยการทาอยางเบามอื ไมใหเ ห็นรอย พกู ัน ไมค วรทาใหส ีหนาเกินไประวังการหยดยอยของสี ทาทบั กันประมาณ ๒-๓ คร้ัง ในการทาแตล ะ ครง้ั ควรใหสแี หงสนทิ เม่อื ไดชน้ิ งานที่ทาํ พ้ืนเรยี บรอ ยแลว นาํ ชนิ้ งานมาทารักสีปดทอง การทาสปี ด ทอง ใหท าจาก ดา นลา งขนึ้ ไป และทาในสวนทเ่ี ปนซอก ทาสลี าํ บากกอ น พยายามใหเ กลย่ี รกั สีเรยี นเนียน ไมหนาและ รอยพูก ัน โครงการสรา งตนแบบเพือ่ จดั ทําองคค วามรูดานศิลปกรรม ความรดู านการปดทองทบึ สํานกั ชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
26 ปทู องใหเติมชน้ิ งาน โดยใหป ทู องจากดา นลางขึน้ ไปเพ่ือไมใ หเศษผงของทองรวงโดนพืน้ ที่ทย่ี งั ไมไ ดปด ทองวธิ ีการปทู องคือกดหนาทองเขา หาช้ินงานวางซอนกันโดยเลก็ นอ ยประมาณ ไปในทาง เดยี วกัน ใชมือแตะทองกอนท่จี ะนําไปกดทองท่เี ราปูใหเ น้ือทองแนบกบั ชน้ิ งานในการกดใหก ดไปในทางเดยี วกัน เรียกกรรมวธิ ีน้ีวาการกวดทองขอ ควรระวงั ในการกวดทองนคี้ อื กดทองกวดลบู ไปตามรอยตอทอง ไมค วรยอนรอยทองเพราะจะทาํ ใหเน้อื ทองแนบไมสนิทมองเห็นเปน ตารางชัดเจน โครงการสรางตนแบบเพอื่ จัดทาํ องคความรดู านศลิ ปกรรม ความรูดานการปดทองทึบ สาํ นักชางสิบหมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
27 ในสว นทม่ี อื เราเขาไปไมถงึ เราจะใชพ กู นั แตะแผนทองยีใหท องติดแนบกับช้ินงาน ใชแปรงขนออ นปด เช็ดทําความสะอาดผงทองใหอ อกจากช้ินงานใหห มด ใชส าํ ลกี วดเชด็ เบาเพอื่ ทาํ ความสะอาดและเปนการทาํ ใหเ นื้อทองตดิ แนบกบั ช้ินงานมากย่งิ ขน้ึ โครงการสรา งตนแบบเพอ่ื จัดทาํ องคความรดู านศลิ ปกรรม ความรูดานการปดทองทบึ สาํ นกั ชางสิบหมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
28 สีทองพระเปลงประกายสวยงามด่ังทองท้ังองค วสั ด,ุ ศพั ทท่ีใชใ นการปด ทอง ยางรกั คือยางทีไ่ ดจ ากตนรักชนดิ ที่เรยี กวา ( Melanorrhoea Wall ) เปน ตน ไมต ระกลู Anacadiaceae กรีดยางออกจากตน และทํามาทาไมและวัสดอุ ่ืนๆ ซงึ่ มีการใชง านในงาน ชางศิลปฺไทยเชน การลงรักปด ทอง งานประดบั กระจก งานมกุ งานลายรดนาํ้ และงาน เครือ่ งเขินเปน ตน สมกุ คอื การนําเอาวสั ดุตา งๆ เชนใบตอง หญาคา กะลามะพราวฯ มาเผาไฟจนเปนถานบดให ละเอียด ผสมกับยางรกั ผงถานใบตองผสมยางรกั เรยี กสมุกใบตอง ผงถานกะลาผสมรัก เรยี กสมุกกะลาเปน ตน มีไวเ พ่ือเปนกาวยดึ เกาะในงานมกุ ,งานกระจก เปนพนื้ ในงานปด ทอง,ลายรดน้ําเปนตน ทองคําเปลว คอื ทองคาํ แท ๑๐๐% ท่ตี ีแผจ นเปน แผน บางใชสาํ หรับปดงานศลิ ปกรรมใหเงางามแวววาว กวดทอง คอื การใชน ว้ิ กดทองใหแ นบสนทิ กับผวิ วสั ดุ อ่ิมตวั คือระดับของชัน้ สที ีม่ ีความพอดี ซึง่ เม่ือเวลาปดทองแลว สขี องทองจะมนั วาว สกุ ปล่ังเวลา มองดแู ลวไมม ีความรสู กึ วา แหง แขง็ กระดา ง หรือสยี อยเน่อื งจากทาสหี นามากเกนิ ไป โครงการสรางตนแบบเพื่อจัดทาํ องคความรดู านศลิ ปกรรม ความรูดา นการปดทองทึบ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
29 ภาคผนวก การผลติ ทองคาํ เปลว ทองคําเปลว เปนทองคาํ ท่ีตีออก เปนแผน บางมาก ชาวไทยรูจักทองชนิดนเี้ ปน อยา งดี ใชส ําหรบั ปดองคพระพทุ ธรูปงานหตั ถกรรมชัน้ สูงอนื่ ๆ เชน ตูพระธรรม งานไมแ กะสลกั ลาย มกี ารลงรกั แลว นํา ทองไปปด จนเรียกกันตอมาวา “ลงรักปด ทอง” อันหมายถงึ กระบวนการปดทองทตี่ อ งการใหเ นอ้ื ทองตดิ บนวตั ถุตามลวดลายทีต่ อ งการ วธิ ีการทาํ ทองคําเปลว คนในสมยั โบราณนยิ มนําทองคาํ มาเปนสว นประกอบตกแตง ใหมคี วามวจิ ติ รงดงาม ทองคาํ เปลว รจู ักทําใชกนั อยา งแพรห ลายมาแตส มัยทวาราวดี (พระพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๑ - ๑๖) แลว เน่ืองจากการขดุ คน ทางโบราณคดไี ดพ บวตั ถหุ ลายอยางทใี่ ชทองคาํ เปลวปด ประดับใหสวยงาม ในจดหมายเหตจุ นี กลา วถึง บอยๆ วา บัลลงั กบา ง มณฑปปราสาทราชวงั ราชยานคานหามบาง และส่ิงของเครื่องใชอ น่ื ๆ ของกษัตรยิ ในดนิ แดนเอเซยี อาคเนยทาํ ดว ยทองคาํ ส่ิงของเคร่ืองใชบางอยางที่มีขนาดใหญย อมเปน ไปไมไ ดท จี่ ะสรา ง ดว ยทองคาํ ทงั้ แทง ภายในคงสรางดว ยไม โลหะ ปูนปน ดนิ เผา แตภายนอกคงใชวิธีลงรกั ปด ทอง หรอื อ่ืนๆ ฯ เพราะสน้ิ เปลืองนอยและพอจะสามารถหาทองมาทําไดตามความจาํ เปน อนง่ึ ทองคําหนัก ๑ บาทสามารถ ตีแผเ ปนทองคาํ เปลวไดประมาณ ๒,๐๐๐ แผน การทาํ ทองคําเปลวน้นั จะตองใชแรงคนทมุ คอ นตจี นเปน แผน บางเฉยี บจนปลิวลมได ไมส ามารถ ใชเครอื่ งจักรหรอื เครอ่ื งทนุ แรงใดๆ ไดเ ลย การตีทองคําเปลวมีขั้นตอนการทาํ ดงั น้ี ๑ ทองคาํ แทงมารีดใหเปน แผน บางยาวตองเปน ทองคาํ แท 99.99 เปอรเซ็นต นํามาเขา กระบวนการรดี ทองเพือ่ ใหไ ดเปน แผนทองบางๆที่มีขนาดและนํ้าหนกั สม่าํ เสมอเทากนั ทกุ แผนนํามาตดั เปนช้ินเล็กๆ ขนาดประมาณ 2 ซม. โครงการสรา งตนแบบเพือ่ จัดทําองคค วามรูดานศิลปกรรม ความรดู า นการปดทองทึบ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
30 ๒ นํามาเขา กระบวนการรีดทองเพ่ือใหไดเ ปน แผนทองบางๆทีม่ ขี นาดและนาํ้ หนกั สมาํ่ เสมอ เทา กันทกุ แผนนํามาตัดเปนชน้ิ เลก็ ๆนําทองท่รี ดี แลว นน้ั มารอน (ตัด) เปน ช้ินๆ รปู สีเ่ หล่ียม จัตรุ สั ขนาด ๑ x ๑ เซนติเมตร เรยี กวา “ตวั กบุ ” ๓ นาํ ตวั กบุ ไปวางบนกระดาษแกว (กระดาษขาวบางลกั ษณะคลา ยกระดาษลอกลายหรอื กระดาษไข) ขนาด ๕ x ๕ น้ิว โดยวางตวั กบุ ๑ ตวั ตอกระดาษแกว ๑ แผน ซอ นกันเปน ชน้ั ๆ ประมาณ ๗๐๐ - ๘๐๐ ตัว จากนน้ั นําปลอกหนงั สองปลอกมาสวมกองกระดาษแกว โดยสวม สลบั หวั ทายกนั กระดาษแกว ทม่ี ีตัวกุบแทรกอยูตามแตล ะชน้ั นน้ั กจ็ ะถกู หมุ หอ ไวอ ยา งมดิ ชิด หอ หนังทีบ่ รรจกุ ระดาษแกวไวภ ายในเรยี กวา “กบุ ” ๔ วางกบุ ลงบนหนิ ตีทอง รอบๆ หินตีทองจะมี กรอบไมผกู ตดิ อยางถาวรเวลาวางกุบบนหิน ตีทองจะใชไ มแ หลมสอดดา นขางทง้ั สอง ดานของปลอกหนงั ทะลอุ อกไปใสเขากับรู ของกรอบไมบ นหนิ ตีทอง เพอ่ื ไมใ หก บุ เคลอ่ื นไปมาระหวางตีทอง จากน้นั ชา งจะทํา การตที องโดยใชค อนทองเหลอื งหนกั ๘ ปอนดเ หว่ียงลงบนกบุ ๕ เมือ่ ตที องไปสักพักคะเนวา ตวั กุบแผต วั ออกกวา งเทาปากถว ยกาแฟแลว กต็ อ งทําการถา ยช้ิน ทองลงบนกระดาษแกว แผน ใหมท่มี ขี นาดใหญกวา เดิมอีกเทา ตัว แลว ใชปลอกหนังสองปลอก ทม่ี ีขนาดใหญก วาเดิมเทาตวั เชน กนั มาสวมทับอีกครง้ั หอ หนังหอ ใหมน เ้ี รียกวา ฝก โครงการสรางตนแบบเพื่อจัดทําองคค วามรูดานศิลปกรรม ความรดู านการปด ทองทบึ สาํ นักชางสบิ หมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
31 ๖ ตีฝก เพ่ือใหท องแผกวางขนึ้ กวา เดมิ โดยจะตตี อ ไปอกี ๔ ชว่ั โมง เมื่อตเี สรจ็ ทองจะแผอ อกเทา สอง ฝา มอื ผูใหญ ๗ ถายทองจากกระดาษแกว วางลงบนกระดาษสา แลว วางลงบนหมอนผาทรงกลม ใชไมบ ง (ไม ไผชนิดหนง่ึ ) ตัดทองคาํ เปลวเปน ขนาดตา งๆ ตามตอ งการจากนั้นคอ ยๆ ประคองทองคําเปลว วางลงบนกระดาษทองอีกทหี นงึ่ ขนั้ ตอนนี้สว นใหญใชผ ูหญงิ เพราะตอ งการความละเอียด และนา้ํ หนกั มอื ที่แผวเบา และตองทําในหองทปี่ ด มดิ ชิดไมมีลมผา น ทองจะไดไ มป ลิวลมเม่อื ไดทองคาํ เปลวทีว่ างลงในกระดาษแลว ชางจะทาํ การเรยี งซอนทองคาํ เปลวเปนตง้ั ๆ ละ ๑๐ แผน แลว นําแตละตั้งมาซอ นทบั เกยกนั เปน ปก โดยทองคาํ เปลวแตละปกจะมี ๑๐๐ แผน ๘ การตดั ทอง เมอื่ ตีทองออกมาแลว มาทําการตัดทองตามขนาดทจี่ ัดสง โดยแบง ครา วๆดงั นี้ ทองเต็ม เปนทองคําเปลวที่มขี นาดตางๆดงั นี้ ๘.๑ ทองเตม็ เปน ทองคําเปลวท่ีมขี นาดตา งๆดังนี้ ๘.๑ ๑.ขนาด ๔ x ๔ ซม. ๘.๑ ๒.ขนาด ๓.๔ x ๓.๕ ซม. ๘.๒ ทองจิม้ เปนทองทมี่ ขี นาดเล็กใสในแผนกระดาษทตี่ ัดไมเตม็ แผน ๘.๒ ๑.ขนาด ๒.๕ x ๒.๕ ซม. ๘.๒ ๒.ขนาด ๑.๕X ๑.๕ ซม. โครงการสรา งตนแบบเพ่อื จดั ทําองคความรูดานศิลปกรรม ความรูดานการปด ทองทึบ สํานักชางสิบหมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
32 ๙. ชนดิ ของแผนทองเปลว แบงออกเปน 2 แบบคอื ๙.๑ ทองคัด หมายถงึ แผน ทองเปลวทตี่ ดั ออกมาตามขนาดทก่ี ําหนดโดยไมมีรอยตอของแผน ทองซ่งึ มี ราคาแพง ๙.๒ ทองตอ หมายถึงแผนทองเปลวทม่ี กี ารตัดตอแผน ทองโดยอาจมีการนาํ แผนทองเปลวมาตอ กัน มากกวา1แผน ซงึ่ มีราคาถกู กวา ทองคดั ๑๐. ชนดิ ของทองที่นํามาใชท ําแผน ทองคําเปลว วสั ดทุ ใี่ ชทําทองทองคําเปลวเมือ่ นํามาทําเปน ทองคําเปลว แลวมีการคดั เกรดไดอกี 2 ชนิดคอื ๑๐.๑ ทองแดง หมายถึง ทองซัว เปน ศพั ทเ ฉพาะของชางตที อง หมายถงึ ทองเปลวท่ที ํามาจากแผน ทองคาํ ที่บริสุทธิม์ ากกวา ทองเขยี ว เม่อื ตอี อกมาแลว จะไดแผนทองทมี่ สี ที องเหลืองอรา มออกแดง (ทองแดงมีความบริสทุ ธิ์ 99.99 %) ๑๐.๒ ทองเขียว ทองเขยี วเปนศัพทเ ฉพาะของชา งตีทองหมายถงึ ทองเปลวทีท่ ํามาจากแผนทองคาํ ที่ บริสุทธิ์นอ ยกวาทองแดง เมอ่ื ตีออกมาแลวจะไดแ ผนทองทมี่ สี ที องเหลอื งอรามออกเขยี ว (ทองเขยี วมคี วาม บริสุทธ์ิ 97.00 %) * เพราะฉะนน้ั ทองคาํ เปลวท่เี ปน ทองแดงจงึ มีราคาแพงกวา ทองคําเปลวทเี่ ปน ทองเขยี ว โครงการสรา งตนแบบเพ่ือจดั ทําองคค วามรูดานศลิ ปกรรม ความรูดานการปดทองทึบ สาํ นักชางสิบหมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
33 โครงการสรา งตนแบบเพื่อจดั ทําองคความรดู านศลิ ปกรรม ความรูด านการปดทองทบึ สํานักชางสิบหมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
34 โครงการสรา งตนแบบเพื่อจดั ทําองคความรดู านศลิ ปกรรม ความรูด านการปดทองทบึ สํานักชางสิบหมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
35 โครงการสรา งตนแบบเพื่อจดั ทําองคความรดู านศลิ ปกรรม ความรูด านการปดทองทบึ สํานักชางสิบหมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
36 บรรณานุกรม วทิ ย พณิ คันเงนิ . ศิลปกรรมและการชา งของไทย และโบราณสถานบางแหง ของไทย. พิมพคร้งั ที่ ๒ , กรุงเทพฯ : โอเดยี นสโตร, ๒๕๑๒. โชติ กลั ยาณมติ ร. ผลงาน ๖ ศตวรรษของชา งไทย : จัดพมิ พโดยกรรมาธิการอนุรกั ษศ ิลปสถาปต ยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชปู ถมั ภ. แสงสรู ย ลดาวลั ย, ม.ร.ว. พระมหาปราสาทและพระราชมณเฑยี รในพระบรมมหาราชวงั . กรุงเทพ : โรงพมิ พพระจันทร ,๒๕๒๑. ดาํ รงราชานุภาพ,สมเดจ็ พระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยา. สาสนสมเด็จเลม ๒๑. พระนคร : ศกึ ษาภณั ฑพ านชิ , ๒๕๑๕. วิจิตรการโกศล,พระคร.ู ประวัตวิ ัดสุทัศนเ ทพวราราม. ฉบับจดั พมิ พใ นงานยกชอฟา พระวิหารพระศรีสา มนุ ,ี กรงุ เทพ : หจก.ศิวพร,๒๕๑๖. น.ณ ปากนา้ํ .ศลิ ปะวิเศษ สยามประเทศ.สาํ นักพิมพเมืองโบราณ เจา ของ, กรุงเทพ : ดานสุทธาการพมิ พ. เสนอ นลิ เดช.มรดกแผนดนิ .สํานกั พิมพเ มอื งโบราณ เจาของ, กรุงเทพ : ดา นสุทธาการพิมพ ๒๕๓๔. สภุ ทั รดศิ ดิศกลุ . ศิลปในประเทศไทย. พมิ พครง้ั ท่ี ๘ ,กรงุ เทพฯ : อมรินทรการพิมพ. ศลิ ปากร, กรม. ตํานานกรุงเกาประชุมพงศาวดาร ภาค ๖๓ . พระนคร : นยิ มอกั ษร ๒๕๑๕. ศลิ ปากร, กรม. ตํานานวตั ถุสถานตางๆ ซ่ึงพระบาทสมเด็จพระน่งั เกลา เจา อยหู ัวทรงสถาปณา. พิมพค รั้งที่ ๓, กรงุ เทพ : บางสะแกการพมิ พ ๒๕๑๒. (พมิ พในงานฌาปนกิจศพ นายชติ ฤกษอ รา ม) ศิลปากร, กรม. นติ ยสารปที่ ๔๐ ฉบบั ที่ ๖, พ.ศ. ๒๕๔๐ ดารัสวนั เตยี งตระการการสขุ . “แรงคน แรงคอ น กอนเปน ทองคําเปลว” . สารคดี, (๔ ธนั วาคม ๒๕๓๑), ๑๑๗– ๑๑๙. http://www. Annbanntong.com http://www.siamgoldleaves.com/process.html http://www.sakulthai.com/DSakulcolumndetail.asp?stcolumnid=1123&stissueid=2463&stcolcatid=9&sta uthorid=10 โครงการสรางตนแบบเพือ่ จดั ทําองคความรดู านศลิ ปกรรม ความรูด า นการปดทองทึบ สาํ นกั ชางสิบหมู กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
37 โครงการสรา งตนแบบเพื่อจดั ทําองคความรดู านศลิ ปกรรม ความรูด านการปดทองทบึ สํานักชางสิบหมู กรมศลิ ปากร กระทรวงวัฒนธรรม
Search
Read the Text Version
- 1 - 41
Pages: