Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการ ยอดราชันย์ในดวงใจ

โครงการ ยอดราชันย์ในดวงใจ

Published by onnalin1996, 2017-11-10 12:57:36

Description: โครงการ ยอดราชันย์ในดวงใจ

Search

Read the Text Version

โครงการ ยอดราชันยใ์ นดวงใจ พระราชประวตั ิ พระอัจฉริยภาพ พระเกยี รติคณุของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โครงการนีเ้ ป็นสว่ นหนง่ึ ของรายวิชาสารสนเทศ เพอ่ื การศกึ ษาค้นคว้า รหัสวชิ า 001221 มหาวิทยาลัยนเรศวร

คำนำ รำยงำนเลม่ น้ีเป็นส่วนหนง่ึ ของวชิ ำสำรสนเทศศำสตร์เพื่อกำรศกึ ษำค้นคว้ำ001221 โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พอื่ ศกึ ษำหำควำมรเู้ ก่ียวกับพระรำชประวตั ิ พระอัจฉรยิ ภำพและพระเกียรตคิ ุณของพระบำทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหำภูมิพลอดุลยเดชในหลวงรชั กำลท่ี9โดยเนื้อหำในรำยงำนมเี น้อื หำเกีย่ วกบั พระรำชประวัติ พระรำชสมภพ กำรศกึ ษำ พระรำชพิธีรำชำภเิ ษกสมรส กำรครองรำชย์ของในหลวงรชั กำลท9ี่ และพระอจั ฉรยิ ภำพในด้ำนกำรถ่ำยภำพ ดำ้ นดนตรีด้ำนกำรกีฬำ พระอจั ฉริยภำพด้ำนจติ รกรรมและประติมำกรรม ด้ำนภำษำและวรรณกรรม พระเกยี รตคิ ุณ รำงวัลตำ่ งๆทใี่ นหลวงรัชกำลท่ี9ได้รับ ซึ่งผจู้ ดั ทำหวังเป็นอย่ำงยง่ิ ว่ำรำยงำนเล่มน้จี ะเปน็ ประโยชนก์ ับผอู้ ่ำน นกั เรียน และนกั ศึกษำทกี่ ำลังสนใจหำข้อมลู เรื่องน้ีอยู่ หำกขอ้ ผิดพลำดประกำรใด ผู้จัดทำขอนอ้ มรับและขออภยัมำ ณ ทน่ี ้ดี ้วย คณะผู้จัดทำ

บทคัดย่อผู้ดำเนนิ โครงกำร :นำงสำวอญั ณฌิ ำ มียอด รหสั นิสติ 60662796 สำขำทศั นมำตรศำสตร์นำงสำวอรนลนิ เกตนุ ิรตั น์ รหสั นสิ ิต 60662703 สำขำทัศนมำตรศำสตร์นำงสำวอภิชญำ หงษำวดี รหสั นสิ ิต 60662642 สำขำกำยภำพบำบดันำยอิทธิพล ศรีวิชยั รหสั นิสติ 60662833 สำขำกำยภำพบำบัดนำงสำวพชั รนิ ทร์ พงษพ์ ัฒนะธำนี รหสั นิสิต 60662925 สำขำกำยภำพบำบัดนำงสำวอำรญำ แก้วมะณี รหสั นิสติ 60662819 สำขำกำยภำพบำบดันำยอภวิ ฒั น์ คงเนยี ม รหัสนิสิต 60662963 สำขำกำยภำพบำบดันำงสำวอำรญี ำ ล้วนศรี รหสั นสิ ิต 60662826 สำขำกำยภำพบำบัดนำงสำวอภญิ ญำ ศริ ปิ ระเสรฐิ รหสั นสิ ิต 60662659 สำขำกำยภำพบำบัดนำงสำวอจั ฉรำพรรรณ แสนอะทะ รหัสนิสิต 60662772 สำขำกำยภำพบำบัดนิสิตคณะสหเวชศำสตร์ มหำวิทยำลัยนเรศวรโครงกำรนเ้ี ป็นส่วนหนง่ึ ของรำยวิชำสำรสนเทศเพ่อื กำรศึกษำคน้ ควำ้รหัสวชิ ำ 001221 มหำวิทยำลัยนเรศวร

สารบัญ หน้ำคำนำ 1บทที่ 1 พระรำชประวตั ิ 2 1.1 พระรำชสมภพ 4 1.2 กำรศกึ ษำ 5 1.3 ครองรำชย์ 6 1.4 พระรำชพธิ ีรำชำภิเษกสมรส 8 1.5 พระบรมรำชำภเิ ษก 1.6 ทรงผนวช 10บทที่ 2 พระอัจฉริยภำพ 11 2.1พระอัจฉริยภำพดำ้ นดนตรี 12 2.2 พระอัจฉริยภำพด้ำนภำษำและวรรณกรรม 13 2.3 พระอัจฉรยิ ภำพดำ้ นกำรถ่ำยภำพ 14 2.4พระอัจฉริยภำพด้ำนนวัตกรรมและเทคโนโลยี 15 2.5 พระอัจฉริยภำพด้ำนกีฬำ 16 2.6 พระอจั ฉริยภำพด้ำนงำนชำ่ ง 17 2.7 พระอจั ฉรยิ ภำพด้ำนกำรสือ่ สำร 18 2.8 พระอัจฉริยภำพด้ำนเกษตรและชลประทำน 2.9 พระอัจฉริยภำพด้ำนจติ รกรรม 23 26บทที่ 3 พระเกียรติคุณ 3.1 ปรญิ ญำสถำบนั ภำยในประเทศ 3.2 ปรญิ ญำสถำบันตำ่ งประเทศ 3.3 สมำชิกกิตตมิ ศักดิ์ของสถำบันและองคก์ รตำ่ งประเทศ

3.4 เหรียญและรำงวลั เฉลิมพระเกียรติทอ่ี งคก์ ำรระหว่ำงประเทศ 27 และนำนำชำตทิ ลู เกลำ้ ฯ ถวำย 3.5 พระรำชสมญั ญำทมี่ ผี ้ทู ลู เกล้ำฯถวำย 36 3.6 วันสำคัญเนอื่ งในพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัว 38 3.7 สทิ ธิบัตรกำรประดิษฐใ์ นพระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยู่หัว 40บรรณำนุกรม 41

1 บทที่ 1 พระราชประวตั ิ1.1 พระราชสมภพ พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หวั ภูมพิ ลอดุลยเดชทรงพระนำมเดมิ วำ่ “พระวรวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จำ้ ภูมพิ ลอดลุ ยเดช”ทรงเป็นพระรำชโอรสในสมเด็จเจ้ำฟำ้ มหิดลอดลุ ยเดช กรมหลวงสงขลำนครินทร์ (ตอ่ มำได้รบั กำรเฉลมิ พระนำมำภไิ ธยเป็นสมเด็จพระมหิตลำธิเบศร อดุลยเดชวกิ รม พระบรมรำชชนก) และหมอ่ มสงั วำลย์ ต่อมำไดร้ ับกำรเฉลิมพระนำมำภิไธยเป็นสมเดจ็ พระศรนี ครินทรำบรมรำชชนนี) พระบำทสมเดจ็ พระเจ้ำอยหู่ วั ภูมพิ ลอดลุ ยเดชทรงเสด็จพระรำชสมภพ เม่ือวนั ที่ 5 ธันวำคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยำบำลเมำนท์ออเบอรน์ (MOUNT AUBURN) รัฐแมสซำชูเซตส์ (MASSACHUSETTS) ประเทศสหรัฐอเมริกำรูปที่ 1.1 รปู ที่ 1.2 รปู ท่ี 1.3

21.2 การศึกษา เม่ือพระชนมำยุได้ 5 พรรษำ ทรงเขำ้ รบั กำรศกึ ษำท่ีโรงเรียนมำแตร์เดอี กรุงเทพมหำนคร ต่อจำกนน้ั ทรงเสด็จไปศึกษำต่อ ณ ประเทศสวิตเซอรแ์ ลนด์ ในช้ันประถมศึกษำ ทโี่ รงเรยี นเมยี ร์มองต์ (MERRIMENT) เมืองโลซำนน์ (LASAGNA) ในปี พ.ศ. 2478 ได้ทรงเข้ำศกึ ษำต่อที่ CEDE NOUBELLE DE LA SUES ROMANCE CHILLYซึ่งเปน็ โรงเรียนเอกชนทร่ี บั นักเรยี นนำนำชำตแิ ละทรงไดร้ ับประกำศนยี บตั รบำเชอลิเย เอ แลทร์ จำกกำรศึกษำดงั กล่ำว ทรงรอบรหู้ ลำยภำษำ ไดแ้ ก่ อังกฤษ ฝร่งั เศส เยอรมัน และ ละตนิในระดับอุดมศึกษำทรงเข้ำศกึ ษำใน แผนกวิทยำศำสตร์ และวศิ วกรรมศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยเมืองโลซำนน์ ตอ่ มำในปี พ.ศ. 2481 ได้เสดจ็ นิวตั ิกลบั ประเทศไทยพร้อมดว้ ยพระบรมเชษฐำธิรำช พระบรมรำชชนนี และสมเด็จพระนำงเจำ้ พี่นำงเธอรปู ท่ี 1.4 รปู ท่ี 1.51.3 ครองราชย์ ขณะท่ีพระเจ้ำน้องยำเธอ เจำ้ ฟ้ำภูมพิ ลอดุลยเดช พระชนมพรรษำ 18 พรรษำ รัฐบำลได้กรำบบงั คมทูลอญั เชญิ ขนึ้ ครองรำชย์เป็นพระมหำกษตั รยิ ์ รัชกำลที่ 9 แห่งพระบรมรำชจักรีวงศ์ เมื่อวันท่ี 9 มถิ ุนำยนน้ัน ทรงเฉลิมพระปรมำภิไธยว่ำ สมเด็จพระเจำ้ อยูห่ ัวภูมิพลอดุลยเดช และรฐั บำลได้แตง่ ต้ังผสู้ ำเรจ็ รำชกำร บรหิ ำรรำชกำรแผน่ ดนิ แทนพระองค์ เนื่องจำกยังทรงพระเยำว์ และตอ้ งทรงศกึ ษำตอ่ ณ ต่ำงประเทศเม่ือวันที่ 19 สงิ หำคม 2489 ได้เสดจ็ พระรำชดำเนนิ กลบั ไปทรงศกึ ษำต่อ ณ กรงุ โลซำนน์ แม้พระองคจ์ ะทรงโปรดวิชำวิศวกรรมศำสตร์ แตเ่ พ่ือประโยชน์ในกำรปกครองประเทศได้ทรงเปลี่ยนมำศกึ ษำวิชำกำรปกครองแทน เชน่

3วชิ ำกฎหมำย อักษรศำสตร์ รฐั ศำสตร์ รฐั ประศำสนศำสตร์ ภูมิศำสตร์ นอกจำกน้ี ทรงศึกษำ และฝึกฝนกำรดนตรีด้วยพระองค์เองดว้ ย ใน พ.ศ. 2491 ระหวำ่ งทรงศึกษำอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอรแ์ ลนด์นนั้ สมเด็จพระเจำ้ อยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชไดท้ รงขับรถยนต์ไปทรงรว่ มงำนทส่ี ถำนเอกอัครรำชทตู ไทย ณ กรงุ ปำรสี ไดท้ รงพบและมีพระรำชหฤทยั สนทิเสน่หำในหม่อมรำชวงศ์สริ ิกิติ์ กิติยำกร ธดิ ำของหม่อมเจำ้ นักขัตรมงคล กิตยิ ำกร เอกอัครรำชทูตไทยประจำกรงุปำรีส ในปีเดียวกนั นสี้ มเดจ็ พระเจ้ำอยหู่ ัวทรงประสบอุบตั เิ หตุทำงรถยนต์อยำ่ งรนุ แรง ทรงบำดเจบ็ ทีพ่ ระพักตร์พระเนตรขวำ และพระเศียร ทรงเข้ำรับกำรรักษำทโี่ รงพยำบำลมอรเ์ ซส์ โปรดฯ ใหห้ ม่อมรำชวงศส์ ิริกติ ิ์มำเฝำ้ ฯถวำยกำรดแู ลอยำ่ งใกลช้ ิดพระสมั พันธภำพจึงแนน่ แฟน้ ขน้ึ และตอ่ มำได้ทรงหมน้ั หม่อมรำชวงศส์ ิริกติ ์ิ เมื่อวันท่ี 12สิงหำคม 2492 โดยได้พระรำชทำนพระธำมรงค์วงที่สมเด็จพระบรมรำชชนกหมัน้ สมเดจ็ พระรำชชนนี สมเด็จพระเจ้ำอยูห่ ัวภูมพิ ลอดุลยเดชทรงไดร้ บั กำรอภิบำลอยำ่ งดยี ิง่ จำกสมเด็จพระรำชชนนี จึงมพี ระปรีชำสำมำรถปรำดเปร่ืองและมีพระจรยิ วตั รเป่ียมดว้ ยคณุ ธรรมทุกประกำร ซง่ึ น้อมนำใหพ้ ระองค์เปน็ พระมหำกษตั รยิ ์ผู้ทรงดำรงสริ ริ ำชสมบัติเพียบพร้อมดว้ ยทศพิธรำชธรรม จกั รวรรดิวตั รธรรม และรำชสังคหวตั ถุ ทรงเจรญิ ด้วยพระเกยี รติคณุ บุญญำธิกำรเจิดจำรสั ทรงปฏบิ ตั ิพระรำชกรณียกิจท้ังปวงเพือ่ ประโยชน์สุขของปวงชน เปน็ ท่ีแซซ่ อ้ งสรรเสริญทกุ ทศิ ำนุทศิ ในเวลำตอ่ มำตรำบจนปัจจบุ ันรูปที่ 1.6 รปู ท่ี 1.7

41.4 พระราชพิธีราชาภเิ ษกสมรส เมอ่ื วนั ท่ี 27 กมุ ภำพนั ธ์ 2493 สมเดจ็ พระเจ้ำอย่หู วั ภมู ิพลอดลุ ยเดชเสดจ็ พระรำชดำเนินกลับประเทศไทยโปรดเกลำ้ ฯใหต้ ้งั กำรพระรำชพิธถี วำยพระเพลิง พระบรมศพพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัว-อำนันทมหดิ ล ระหวำ่ งวนั ท่ี 28-30 มีนำคม 2493 และเมอื่ วนั ที่ 28 เมษำยน 2493 ทรงประกอบพธิ ีรำชำภเิ ษกสมรส กบั หม่อมรำชวงศ์สริ ิกิติ์ กติ ยิ ำกร ทว่ี ังสระปทมุ โดยสมเดจ็ พระศรีสวรินทิรำบรมรำชเทวี พระพนั วสำอัยยิกำเจ้ำ พระรำชทำนหลง่ันำ้ พระมหำสังข์ ทรงจดทะเบียนสมรสตำมกฎหมำยเช่นเดียวกับประชำชน และได้ทรงสถำปนำหม่อมรำชวงศ์สิริกิติ์ ขึน้ เปน็ สมเดจ็ พระรำชินีสิรกิ ิติ์ หลังจำกนนั้ ไดเ้ สดจ็ ไปประทับพักผ่อน ณ พระรำชวงั ไกลกังวล หวั หนิ และท่นี ่ีเปน็ แหล่งเกิดโครงกำรอนัเนอ่ื งมำจำกพระรำชดำริโครงกำรแรกคือ พระรำชทำน “ถนนสำยหว้ ยมงคล” ให้แก่ “ลุงรวย” และชำวบ้ำนท่ีมำช่วยกนั เขน็ รถพระท่ีนัง่ ขนึ้ จำกหลม่ ดิน ทัง้ น้ีเพรำะแม้ “หว้ ยมงคล” จะอยหู่ ำ่ งอำเภอหวั หนิ เพยี ง 20 กโิ ลเมตร แต่ไม่มีถนนหนทำง ชำวบ้ำนได้รับควำมเดือดร้อนในกำรดำรงชวี ติ มำก ถนนสำยหว้ ยมงคลน้จี งึ เป็นถนนสำยสำคญั ที่นำไปสู่โครงกำรในพระรำชดำริ เพ่ือบำบัดทกุ ข์ บำรงุ สขุ แก่พสกนิกรอีกจำนวนมำกกวำ่ 2,000 โครงกำรในปัจจุบัน รปู ที่ 1.8

51.5 พระบรมราชาภเิ ษก วนั ท่ี 5 พฤษภำคม 2493 สมเด็จพระเจ้ำอยูห่ วั ภมู ิพลอดุลยเดชไดท้ รงประกอบพระรำชพิธบี รมรำชำภิเษกตำมโบรำณขตั ติยรำชประเพณี ณ พระท่ีน่ังไพศำลทกั ษณิ ในพระมหำรำชวงั เฉลมิ พระปรมำภไิ ธยตำมจำรึกในพระสุพรรณบัฏว่ำ “พระบำทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหำภมู ิพลอดลุ ยเดช มหิตลำธิเบศร รำมำธิบดี จกั รีนฤบดนิ ทรสยำมินทรำธริ ำช บรมนำถบพิตร” และได้พระรำชทำนพระปฐมบรมรำชโองกำรเป็นสัจวำจำวำ่ “เรำจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพ่อื ประโยชน์สขุ ของมหำชนชำวสยำม” ในกำรนไี้ ด้ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ สถำปนำเฉลิมพระเกยี รติยศ สมเด็จพระรำชินสี ิริกิต์ิ พระอัครมเหสเี ปน็ สมเด็จพระนำงเจ้ำสิริกิติ์ พระบรมรำชินีวันที่ 5 มิถนุ ำยน 2493 พระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยหู่ ัวไดเ้ สด็จพร้อมดว้ ย สมเด็จพระนำงเจ้ำพระบรมรำชินี ไปยงัสวติ เซอร์แลนด์อีกคร้งั เพื่อทรงรักษำพระสุขภำพ และเสด็จพระรำชดำเนนิ นิวตั ิพระนคร เมอ่ื 2 ธันวำคม 2494ประทบั ณ พระตำหนักจติ รลดำรโหฐำน และพระท่นี ง่ั อัมพรสถำนท้ังสองพระองค์มีพระรำชธดิ ำ และพระรำชโอรส 4 พระองค์ดังน้ี 1. สมเด็จพระเจ้ำลูกเธอ เจำ้ ฟำ้ อบุ ลรตั นรำชกญั ญำ สิริวัฒนำพรรณวดี ประสูติเมื่อ 5 เมษำยน 2494 ณโรงพยำบำลมองซวั นี่ โลซำนน์ 2. สมเด็จพระเจำ้ ลูกยำเธอ เจำ้ ฟ้ำวชริ ำลงกรณฯ์ ประสูติเมอื่ 28 กรกฎำคม 2495 ณ พระท่ีน่ังอมั พรสถำน ต่อมำ ทรงได้รบั สถำปนำเปน็ สมเดจ็ พระบรมโอรสำธริ ำช เจำ้ ฟำ้ มหำวชิรำลงกรณ สยำมมกฎุ รำชกมุ ำร เม่ือ28 กรกฎำคม 2515 3. สมเด็จพระเจำ้ ลกู ยำเธอ เจำ้ ฟ้ำสริ นิ ธรเทพรัตนสดุ ำ กติ วิ ฒั นำดลุ นโสภำคย์ ประสตู เิ ม่ือ 2 เมษำยน2498 ณ พระทีน่ ่ังอัมพรสถำน ภำยหลังทรงได้รับสถำปนำเป็น สมเด็จพระเทพรตั นรำชสดุ ำ เจ้ำฟ้ำมหำจักรสี ริ ินธรรัฐสมี ำคุณำกรปิยชำติ สยำมบรมรำชกมุ ำรี เม่ือวนั ท่ี 5 ธนั วำคม 2520 4. สมเด็จพระเจ้ำลูกเธอ เจำ้ ฟ้ำจุฬำภรณวลยั ลกั ษณ์ อัครรำชกุมำรี ประสูติเม่ือ 4 กรกฎำคม 2500 ณพระท่นี ่ังอัมพรสถำน

6 รปู ที่ 1.9 /1.10 /1.11 (เรียงจำกบนซำ้ ยลงลำ่ ง)1.6 ทรงผนวช เมอ่ื วันท่ี 22 ตลุ ำคม 2499 พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หวั ได้ทรงพระผนวช ณ วดั พระศรีรตั นศำสดำรำมทรงจำพรรษำ ณ พระตำหนกั ปน้ั หยำ่ วดั บวรนิเวศวิหำร ปฏบิ ตั ิพระศำสนกิจ เป็นเวลำ 15 วนั ระหว่ำงน้ี สมเดจ็พระนำงเจ้ำสริ กิ ิต์ิพระบรมรำชินี ทรงปฏบิ ัตพิ ระรำชกรณียกจิ แทนพระองค์ ต่อมำจึงทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯสถำปนำเปน็ สมเดจ็ พระนำงเจำ้ สิริกติ ์ิ พระบรมรำชินนี ำถ ในรชั กำลน้ีไดท้ รงพระกรณุ ำสถำปนำพระอิสริยยศสมเดจ็ พระบรมชนกนำถขึน้ เปน็ สมเด็จพระมหิตลำธเิ บศร อดลุ ยเดชวิกรม พระบรมรำชชนก ทรงสถำปนำ สมเดจ็ พระรำชชนนี เปน็ สมเดจ็ พระศรีนครินทรำบรมรำชชนนี ทรงสถำปนำสมเดจ็ พระเจ้ำพี่นำงเธอ เจ้ำฟำ้ กลั ยำณวิ ัฒนำ เป็น สมเดจ็ พระเจ้ำพี่นำงเธอ เจำ้ ฟำ้ กัลยำณิวฒั นำ กรมหลวงนรำธิวำสรำชนครินทร์ และทรงประกอบพระรำชพธิ ีเฉลิมพระปรมำภิไธย สมเด็จพระบรมเชษฐำธริ ำช พระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยหู่ วั อำนันทมหิดลใหม่ เมื่อวนั ที่ 8 มิถนุ ำยน 2539เพ่ือให้สมพระเกียรติตำมโบรำณขตั ติยรำชประเพณี ทั้งนด้ี ้วยพระจริยวัตรอนั เปี่ยมด้วยพระกตัญญกู ตเวทิตำธรรมอันเป็นที่แซ่ซอ้ งสรรเสรญิพระปรมำภิไธยใหมท่ ่ีทรงสถำปนำคอื “พระบำทสมเด็จพระปรเมนทรมหำอำนนั ทมหดิ ล อดลุ ยเดชวมิ ลรำมำธบิ ดี

7จุฬำลงกรณรำชปรียวรนัดดำ มหิตลำนเรศวรำงกรู ไอศูรยสันตติวงศวสิ ุทธ์ วรุตมขัตตยิ ศักตอรรคอดุ ม จักรบี รมรำชวงศนวิ ฐิ ทศพธิ รำชธรรมอกุ ฤษฎนิบุณ อดลุ ยกฤษฎำภินิหำรรังสฤษฏ์ สุสำธติ บรู พำธิกำร ไพศำลเกยี รติคุณอดลุ พิเศษ สรรพเทเวศรำนุรกั ษ์ ธัญอรรคลักษณวจิ ติ ร โสภำคย์สรรพำงค์ มหำชโนตมงคประณตบำทบงกชยคุ ลอเนกนิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธวิ รยศมโหดมบรมรำชสมบัติ นพปฏลเศวตฉตั รำดิฉัตร สรรพรฐั ทศทศิ วิชติ ไชยสกลมไหศวริยมหำสวำมินทร มเหศวรมหินทรมหำรำมำธริ ำชวโรดม บรมนำถชำตอิ ำชำวไศรย พุทธำทิไตรรัตนสรณำรกั ษ์ วศิ ิษฏศกั ตอคั รนเรศรำธบิ ดี เมตตำกรุณำ สตี ลหฤทยั อโนปมยั บญุ กำร สกลไพศำลมหำรษั ฎำธบิ ดีพระอฐั มรำมำธิบดินทรสยำมินทรำธิรำช บรมนำถบพติ ร” รูปท่ี 1.12

8 บทท่ี 2 พระอัจฉรยิ ภาพ พระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัวไดพ้ ระรำชทำนควำมรกั อนั ยง่ิ ใหญ่แก่อำณำประชำรำษฎร์ พระรำชภำรกจิอนั หนักเพอ่ื ประโยชน์สุขของอำณำประชำรำษฎร์ ปรำกฏเปน็ ทป่ี ระจักษเ์ ทดิ ทนู พระเกียรตคิ ุณทั้งในหมู่ชำวไทยและชำวโลก จึงทรงได้รับกำรสดดุ ีและกำรทลู เกลำ้ ฯ ถวำยปริญญำกติ ติมศักดิ์เป็นจำนวนมำกทุกสำขำวิชำกำร ทั้งยังมพี ระอจั ฉรยิ ภำพดำ้ นดนตรอี ยำ่ งสูงสง่ ทรงพระรำชนิพนธเ์ พลงอนั ไพเรำะนบั แต่พระเยำวจ์ นถึงปจั จุบนั รวม 47เพลง ซง่ึ นักดนตรีท้งั ไทย และต่ำงประเทศนำไปบรรเลงอย่ำงแพร่หลำย เป็นที่ประจกั ษ์ในพระอัจฉรยิ ภำพจนสถำบันดนตรใี นออสเตรเลียได้ทลู เกล้ำฯ ถวำยสมำชิกภำพกิตตมิ ศักดแิ์ ด่พระองค์ นอกจำกนนั้ ยังทรงเป็นนักกีฬำชนะเลิศรำงวลั เหรียญทองในกำรแขง่ ขันกีฬำซเี กมสท์ รงได้รับยกย่องเป็น “อัครศลิ ปนิ ” ของชำตินอกจำกทรงพระปรีชำสำมำรถดำ้ นดนตรแี ลว้ ยังทรงสร้ำงสรรคง์ ำนจติ รกรรมและวรรณกรรมอันทรงคุณค่ำไวเ้ ปน็ ทรพั ยส์ นิ ทำงปญั ญำของชำติ เช่น ทรงพระรำชนพิ นธ์ แปลเร่อื ง ตโิ ตนำยอินทรผ์ ปู้ ดิ ทองหลงั พระและพระรำชนพิ นธ์เรอื่ งชำดกพระมหำชนก พระรำชทำนคตธิ รรมในกำรดำรงชีวติ ด้วยควำมวริ ิยะอตุ สำหะอดทนจนพบควำมสำเรจ็ แก่พสกนิกรทงั้ ปวง2.1 พระอจั ฉริยภาพด้านดนตรี พระองค์ทรงเริม่ เรียนดนตรีต้ังแต่ยังทรงพระเยำว์ ขณะประทับอยทู่ ี่ประเทศสวติ เซอรแ์ ลนด์ ทรงเรยี นกำรเป่ำแซกโซโฟน กำรเขียนโน้ตเพลง กำรบรรเลงดนตรีสำกลในแบบต่ำง ๆ พระองค์ทรงเคร่ืองดนตรีได้หลำยประเภท เช่น แซกโซโฟน คลำริเน็ต ทรัมเป็ต เปียโน และกีตำร์ และมีวงดนตรีส่วนพระองค์ ชื่อ \"อ.ส. วันศุกร์\" ที่พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวทรงร่วมบรรเลงกับสมำชิกของวง ออกกระจำยเสียงทำงสถำนีวิทยุเป็นประจำทุกวนัศุกร์ ในบำงคร้ังทรงจัดรำยกำรเพลง เลือกแผ่นเสียงเอง และโปรดเกล้ำฯ ให้มีกำรขอเพลงจำกพสกนิกร และจะทรงรับโทรศัพท์ด้วยพระองค์เอง แนวเพลงท่ีทรงโปรดมำกที่สุดคือแนวเพลงแจ๊ส โดยทรงหัดเป่ำแซกโซโฟนสอดแทรกกบั แผน่ เสยี งของนักดนตรีแจส๊ ท่มี ีชอ่ื เสียงระดบั โลกได้เปน็ อย่ำงดี

9 รูปท่ี 2.1 /2.2 /2.3 /2.4 /2.5 (เรียงจำกบนซ้ำยลงลำ่ ง) นอกจำกทรงดนตรีได้เชี่ยวชำญแลว้ ยังทรงพระรำชนิพนธ์เพลงด้วยพระองค์เองอีกหลำยเพลงตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๙ นับได้ ๔๘ เพลง เช่น แสงเทียน (ทรงพระรำชนิพนธ์ข้ึนขณะมีพระชนมพรรษำเพียง ๑๘ พรรษำ) ยำมเยน็ใกลร้ งุ่ สำยฝน พรปีใหม่ เป็นตน้ พระอัจฉริยภำพและพระปรีชำสำมำรถด้ำนดนตรีของพระองค์เป็นท่ีประจักษ์ในวงกำรดนตรีโลก จนสถำบันดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนำซึ่งเป็นสถำบันดนตรีท่ีมีช่อื เสียงเก่ำแก่ของโลกได้ถวำยพระเกียรตใิ ห้ดำรงตำแหน่งสมำชิกกิตติมศักดิ์ของสถำบัน และไม่ได้มีเพียงด้ำนดนตรีสำกลเท่ำนั้น ด้ำนดนตรีไทยพระองค์ยังทรงสนับสนุนให้มีกำรศึกษำวิจัยบันไดเสียงของดนตรีไทยและมีพระรำชประสงค์ท่ีจะอนุรักษ์ดนตรีไทยให้คงอยู่คู่ชำติตลอดไป

102.2 พระอจั ฉริยภาพด้านภาษาและวรรณกรรม พระองค์ทรงเป็นพระมหำกษัตริย์นักอักษรศำสตร์ ด้วยทรงเจริญพระชันษำในต่ำงประเทศจึงทรงใช้ภำษำต่ำงประเทศได้อย่ำงแตกฉำน โดยเฉพำะภำษำฝร่ังเศสและภำษำเยอรมัน ต่อมำทรงเห็นว่ำภำษำอังกฤษก็มีควำมสำคัญในกำรติดต่อส่ือสำร จงึ ทรงศึกษำภำษำอังกฤษเพ่มิ เติมจนเชย่ี วชำญ แม้แต่ภำษำสันสกฤตซ่ึงเป็นภำษำโบรำณก็ทรงศึกษำรอบรู้อย่ำงลึกซ้ึง และยังทรงสนพระรำชหฤทัยในกำรใช้ภำษำไทยให้ถูกต้องตำมหลักนิรุติศำสตร์ ดว้ ยพระอัจฉริยภำพดำ้ นกำรใช้ภำษำเม่ือทรงมเี วลำวำ่ งได้ทรงพระรำชนพิ นธแ์ ปลบทควำมจำกวำรสำรและหนงั สอื ภำษำต่ำงประเทศหลำยเรื่อง เช่น นำยอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ และ ตโิ ต พระรำชนิพนธแ์ ปลท้งั สองเรื่องน้ีนอกจำกจะแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภำพในกำรแปลแล้ว ยังทำให้เรำเข้ำใจถึงพระรำชประสงค์ท่ีต้องกำรใ ห้คนไทยไดร้ จู้ กั มหำบุรษุ ของโลกอกี ด้วย หนังสือพระรำชนิพนธ์ท่ีแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภำพและพระปรีชำสำมำรถด้ำนวรรณกรรมท่ีคนไทยรู้จักกันเป็นอย่ำงดี คือ พระมหำชนก และ ทองแดง ทั้งสองเร่ืองนี้ทรงพระรำชนิพนธ์เป็นภำษำไทยและภำษำอังกฤษ โดยเฉพำะเร่ืองพระมหำชนก ท่ีแสดงให้เห็นถึงควำมเพียร สติ ปัญญำ และให้คติสอนใจหลำยประเดน็รูปท่ี 2.6 รปู ท่ี 2.7

112.3 พระอัจฉรยิ ภาพด้านการถา่ ยภาพ ขณะประทับอยู่ท่ีสวิตเซอร์แลนด์ พระองค์ทรงโปรดกำรถ่ำยภำพเป็นอย่ำงมำก ทรงได้รับพระรำชทำนกลอ้ งถ่ำยภำพตัวแรกจำกสมเด็จพระศรีนครินทรำบรมรำชชนนเี มื่อมีพระชนมำยุเพยี ง ๘ พรรษำ ในระยะแรกทรงถ่ำยภำพด้วยกล้องท่ีไม่มีเครื่องวัดแสงในตัว จึงคำนวณกำรวัดแสงด้วยพระองค์เองจนสำมำรถวัดแสงได้อย่ำงแม่นยำ ทรงประดิษฐ์แผ่นกรองแสง (ฟิลเตอร์) สำหรับถ่ำยภำพด้วยพระองค์เองและยังทรงเช่ียวชำญในกำรล้ำงฟลิ ม์ อัดขยำยภำพขำวดำและภำพสีอีกด้วย ภำพถ่ำยฝพี ระหตั ถ์ในระยะแรกทรงฉำยภำพบคุ คลใกลช้ ิด โดยเฉพำะทรงฉำยพระบรมฉำยำลักษณ์สมเด็จพระบรมรำชินีนำถและพระฉำยำลักษณ์พระรำชโอรสและพระรำชธิดำไว้เป็นจำนวนมำก จนเม่ือภำยหลังทรงมีพระรำชกรณียกิจมำกมำย เมื่อเสด็จพระรำชดำเนินไปทรงเย่ียมรำษฎรในท้องถ่ินต่ำง ๆ ก็ยังทรงถ่ำยภำพด้วยพระองคเ์ อง ดงั จะเห็นว่ำพระองค์จะมกี ล้องถำ่ ยภำพห้อยอยทู่ ี่พระศออยตู่ ลอดเวลำ รูปท่ี 2.8 /2.9 /2.10 (เรียงลำดับจำกบนลงซำ้ ยล่ำง)

122.4 พระอจั ฉรยิ ภาพดา้ นนวตั กรรมและเทคโนโลยี “โครงกำรฝนหลวง” เป็นหน่ึงในนวัตกรรมกำรทำฝนเทียมท่ีพระองค์ทรงคิดค้น วิจัยและพัฒนำด้วยพระองคเ์ องเปน็ เวลำกว่ำ ๑๒ ปี เพอื่ ชว่ ยบรรเทำปญั หำภยั แล้งใหก้ ับประชำชน จนไดร้ บั กำรจดสิทธิบัตรทงั้ ในและต่ำงประเทศ นอกจำกนี้ ยังทรงประดิษฐ์คิดค้นและออกแบบเคร่ืองมือบำบัดน้ำเสียที่เรียกว่ำ “กงั หันน้ำชยั พัฒนำ”โดยใช้หลักกำรเติมออกซิเจนให้กับน้ำ ด้วยทรงตระหนักถึงปัญหำควำมเส่ือมโทรมของสภำพแวดล้อมและปัญหำมลพิษทำงนำ้ ท่นี บั วันจะทวีควำมรนุ แรงมำกย่ิงขึน้ ในดำ้ นพลงั งำนยังทรงมีพระรำชดำริให้ทดลองวจิ ยั กำรนำน้ำมันปำล์มมำเป็นเชอื้ เพลงิ สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล จนประสบควำมสำเร็จ เรยี กวำ่ “ไบโอดีเซล” สง่ ผลให้สำมำรถแก้ไขปัญหำกำรขำดแคลนพลังงำนในประเทศได้ ในด้ำนเทคโนโลยีสำรสนเทศทรงได้รับกำรทูลเกล้ำฯ ถวำยคอมพิวเตอร์ส่วนพระองค์เครื่องแรกเพ่ือทรงใช้งำนคือแมคอินทอช พลัส โดยทรงใช้สร้ำงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ดว้ ยพระองคเ์ อง ทรงประดิษฐต์ วั อกั ษรไทยที่มีลักษณะงดงำม เชน่ แบบจิตรลดำ แบบภูพงิ ค์ ทรงใชเ้ พ่ือบนั ทึกพระรำชกรณียกจิ ตำ่ ง ๆ และทรงใชป้ ระดษิ ฐ์ ส.ค.ส. อวยพรปีใหม่ให้กับประชำชนชำวไทยตลอดทุกปี รปู ที่ 2.11 รปู ที่ 2.12

13 รูปท่ี 2.132.5 พระอัจฉริยภาพด้านกฬี า คร้ังทรงพระเยำว์ทรงโปรดเล่นกีฬำสกีน้ำ สกีหิมะ ว่ำยน้ำ เรือกรรเชียง แบดมินตัน ยิงปืน ฮอกก้ีน้ำแข็งทรงศึกษำข้อมูลของกีฬำแต่ละชนิดอย่ำงละเอียด และทรงฝึกฝนจนปฏิบัติได้เปน็ อย่ำงดี นับเป็นแบบอย่ำงที่ดีของนกั กฬี ำ ในบรรดำกีฬำทุกประเภททรงโปรดกีฬำเรือใบเป็นอย่ำงมำก นอกจำกทรงเล่นกีฬำเรือใบแล้ว ยังทรงคิดค้น ออกแบบและต่อเรือด้วยพระองค์เองอีกหลำยลำ ทรงเคยเป็นนักกีฬำเรือใบทีมชำติโดยเข้ำร่วมกำรแข่งขันกีฬำแหลมทองคร้ังที่ ๔ ท่ีประเทศไทย และในกำรแข่งขันครั้งน้ันพระองค์ทรงชนะเลิศกำรแข่งขัน และทรงได้รับกำรทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเหรยี ญรำงวลั เหรียญทองจำกสมเดจ็ พระนำงเจ้ำพระบรมรำชินีนำถ ด้วยพระปรีชำสำมำรถทำงดำ้ นกฬี ำเรือใบ พระองค์ได้ทรงเรอื ใบประเภทโอเค (International OK Class)ท่ีทรงต่อด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองชื่อ “เวคำ” เสด็จข้ำมอ่ำวไทยจำกวังไกลกังวล อ.หัวหิน ไปขึ้นฝ่ังท่ีหำดเตยงำม อ.สัตหีบ เพียงลำพังพระองค์เดียว นับเป็นพระมหำกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชำสำมำรถทำงด้ำนเรือใบระยะไกลในแบบท่ไี มเ่ คยมีพระมหำกษัตริย์พระองค์ใดเคยทำมำกอ่ น

14 รปู ท่ี 2.15 รูปท่ี 2.162.6 พระอัจฉรยิ ภาพดา้ นงานชา่ ง พระองค์ทรงมฝี ีพระหัตถท์ ี่ยอดเยยี่ มในด้ำนงำนช่ำงมำต้ังแตย่ ังทรงพระเยำว์ ทรงสร้ำงมอเตอร์ไฟฟำ้ ใช้เองทรงประดิษฐ์ของเล่นด้วยพระองค์เองทั้งเรือบินไม้ท่ีร่อนได้จริง และเรือรบหลวงจำลองศรีอยุธยำท่ีมีรำยละเอียดมำกมำย งำนช่ำงท่ีทรงสนพระรำชหฤทัยมำกท่ีสุดก็คือกำรต่อเรือใบ ทรงใช้ควำมร้พู ้ืนฐำนท้ังช่ำงไม้ ช่ำงโลหะ ช่ำงกล คิดค้นออกแบบและสร้ำงเรือใบด้วยพระองค์เอง เรือใบลำแรกท่ีทรงต่อเป็นเรือใบประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์(International Enterprise Class) ชอื่ เรือ “รำชปะแตน” และลำตอ่ มำช่ือเรือ “เอจี” หลงั จำกน้นั กท็ รงต่อเรือใบประเภทโอเค (International OK Class) ตำมแบบสำกลลำแรกชื่อเรือ “นวฤกษ์” และอีกหลำยลำต่อมำพระรำชทำนช่ือว่ำเรือ “เวคำ” สว่ นเรือใบท่ีทรงออกแบบให้มีควำมเหมำะสมกบั คนไทยคือ \"เรอื ใบมด\" เปน็ เรือใบ

15ประเภทม็อธ (International Moth Class) ซ่ึงทรงออกแบบและต่อเรือด้วยพระองค์เองและได้จดลิขสิทธิ์เป็นสำกล ต่อมำได้ทรงพัฒนำเรือแบบน้ีมำเร่ือย ๆ พระรำชทำนชื่อว่ำ \"เรือใบซูเปอร์มด\" และ \"เรือใบไมโครมด\"ซึ่งได้รับควำมนิยมเป็นอย่ำงมำกในหมู่นักแล่นเรือใบทั้งหลำย เรือใบลำสุดท้ำยที่ทรงต่อคือ \"เรือใบโม้ก\" (Moke)ซึ่งหลังจำกน้ันกม็ ไิ ด้ทรงต่อเรอื อีกเลยเน่ืองจำกทรงมีพระรำชภำรกจิ มำกมำยรูปท่ี 2.17 รูปท่ี 2.182.7 พระอจั ฉรยิ ภาพด้านการส่ือสาร เมื่อยงั ทรงพระเยำวท์ รงสร้ำงเคร่ืองรับวิทยรุ ว่ มกบั พระเชษฐำ โดยมที ม่ี ำจำกกำรขำยสลำกในงำนโรงเรียนซ่ึงพระองค์ทรงไดส้ ลำกเป็น คอยล์ (Coil) จึงได้ทรงศึกษำและทรงซักถำมผรู้ ู้ว่ำจะต้องทำอย่ำงไรเพื่อให้ได้เป็นวิทยุออกมำ ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำให้พระองค์ซื้อแร่สีดำ ซ่ึงเป็นที่รับไฟฟ้ำในอำกำศที่เป็นคล่ืนวิทยุ โดยพระองค์ใช้พระรำชทรัพย์ส่วนพระองค์ไปซ้ืออุปกรณ์วิทยุแล้วทรงนำมำประกอบด้วยพระองค์เอง จนสำมำรถรับฟังสถำนีวิทยุกระจำยเสยี งบำงแหง่ ได้ ในปี ๒๔๙๕ พระองค์ทรงจัดต้ังสถำนีวิทยุ อ.ส. ข้ึนในพระรำชวังดุสิต เพื่อให้พสกนิกรมีโอกำสติดต่อกับพระองค์ได้ง่ำยขึ้น และสถำนีวิทยุแห่งนี้ยังทำหน้ำท่ีเป็นส่ือกลำงในกำรช่วยเหลือผู้ประสบเหตุภัยพิบัติต่ำงๆด้วยพระองค์ทรงทดลองรับส่งวิทยุทำงไกลระหว่ำงกรุงเทพฯ กับหัวหินและทรงสังเกตปรำกฏกำรณ์ต่ำงๆ ที่ส่งผลต่อกำรรับส่งวิทยุ แล้วจึงทรงแก้ไขปรับปรุงระบบรับส่งวิทยุส่ือสำรให้สำมำรถใช้งำนได้ผลดีกว่ำเดิม นอกจำกน้ั นพระองค์ยังทรงมีพระรำชดำริให้มีกำรพัฒนำระบบวิทยุส่ือสำรอย่ำงจริงจัง จะเห็นได้ว่ำพระองค์จะใช้วิทยุส่ือสำรเป็นเครื่องมือติดพระวรกำยตลอดเวลำในระหว่ำงประกอบ พระรำชกรณียกิจในท้องถ่ินต่ำง ๆ เพรำะนั่นจะทำให้พระองค์ได้รับฟังเร่ืองทุกข์สขุ ของประชำชนนั่นเอง

16รปู ที่ 2.19 รปู ที่ 2.202.8 พระอจั ฉรยิ ภาพด้านการเกษตรและชลประทาน สมเด็จพระเจ้ำพ่ีนำงเธอ เจ้ำฟ้ำกัลยำณิวัฒนำ ทรงเล่ำไว้ในหนังสือเรื่อง เจ้ำนำยเล็ก ๆ-ยุวกษัตริย์ ว่ำพระองค์ทรงสนพระรำชหฤทัยในกำรก้ันน้ำสร้ำงเข่ือนมำต้ังแต่ยังทรงพระเยำว์ โดยไม่ใช่เป็นเพียงกำรเล่นแต่เป็นกำรเรียนรู้อีกด้วย พระองค์ทรงมีแนวพระรำชดำริใหม่ ๆ ในกำรแก้ไขปัญหำแหล่งน้ำ ดิน ป่ำไม้ และทรงพระรำชทำนแนวพระรำชดำริน้ันเพื่อให้นำไปปฏิบัติ แนวทำงกำรจัดกำรที่ดินและน้ำเพ่ือกำรเกษตรท่ีย่ังยืน“ทฤษฎีใหม่” ก็เกิดขึ้นได้ด้วยพระอัจฉริยภำพของพระองค์ เป็นแนวทำงในกำรจัดสรรพ้ืนที่ทำกินให้มีควำมเหมำะสม ทรงศึกษำและวิจัยเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่มำเป็นเวลำนำนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ ในพื้นที่ส่วนพระองคจ์ นได้ผลดีแลว้ จงึ พระรำชทำนทฤษฎใี หมน่ ้ีไปใชอ้ ย่ำงกว้ำงขวำง นอกจำกน้ีแล้วพระองค์ยังทรงพระรำชทำน “หลักปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง” ซ่ึงเป็นแนวทำงกำรดำรงชีวิตให้อยู่ได้อย่ำงมนั่ คง พ่ึงพำตัวเองได้ แม้ว่ำสถำนกำรณ์ของโลกจะเปลยี่ นแปลงไปเช่นไร แนวพระรำชดำรินี้ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในอีกหลำยประเทศ ด้วยเห็นว่ำสำมำรถนำไปปฏิบัติได้จริง ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงนี้ได้รับกำรเชิดชูอย่ำงสูงจำกองค์กำรสหประชำชำติ ว่ำเป็นปรัชญำที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยและนำนำประเทศและสนับสนุนใหป้ ระเทศสมำชิกยดึ เป็นแนวทำงสู่กำรพัฒนำแบบยัง่ ยนื

17 รปู ท่ี 2.212.9 พระอัจฉริยภาพดา้ นจิตรกรรม พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวทรงเชี่ยวชำญด้ำนจิตรกรรม ทรงเริ่มวำดภำพเมื่อพุทธศักรำช ๒๕๐๒ภำพวำดฝีพระหตั ถเ์ ปน็ แบบภำพเหมอื น โดยทรงศกึ ษำและเขียนจำกตน้ แบบจรงิ ตอ่ มำระหว่ำง พุทธศกั รำช ๒๕๐๕-๒๕๐๗ ผลงำนจิตรกรรมฝพี ระหตั ถ์ทมี่ ีลักษณะกำรตัดทอนรูปทรงจำกแนวเหมือนจริง(Realistic)เป็นกำรเขียนแบบไม่ยึดติดรูปแบบท่ีเหมือนจริง พุทธศักรำช ๒๕๐๘ - ๒๕๑๐ ลักษณะงำนเป็นแบบแสดงออกถึงรูปทรง (Figurative)และไร้รูปทรงหรือนำมธรรม (Abstraction) ตลอดจนกึ่งนำมธรรม(Semi – Abstraction) และในระยะต่อมำทรงเริ่มเขียนแบบฉับพลัน ท่ีเรียกว่ำ แบบเอ็กเพรสชันนิสซึ่ม(Expressionism) เมื่อพุทธศักรำช ๒๕๐๖ ได้พระรำชทำนภำพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ร่วมแสดงในงำนศิลปกรรมแห่งชำตคิ ร้ังที่ ๑๔ เป็นกำรแสดงนิทรรศกำรภำพฝีพระหัตถ์ครงั้ แรกของพระองค์ ต่อมำเมอ่ื พุทธศกั รำช ๒๕๒๕ ได้ทรงพระกรุณำพระรำชทำนพระบรมรำชำนญุ ำตให้เชิญภำพจิตรกรรม ฝีพระหัตถ์จำนวน ๔๗ องค์ ไปจัดแสดงณ พิพิธภัณฑสถำนแห่งชำติ และเม่ือพุทธศักรำช ๒๕๔๙ ทรงพระกรุณำพระรำชทำนพระบรมรำชำนุญำตให้รัฐบำลเชิญผลงำนจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ไปจัดแสดง ณ ห้องพระอัจฉริยภำพในกำรจัดนิทรรศกำรเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกำสฉลองสิรริ ำชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี ท่ี อิมแพคเมืองทองธำนี

18 บทท่ี 3 พระเกียรติคุณ พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวได้ทรงบำเพ็ญพระรำชกรณียกิจนำนัปกำร อันก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่ประเทศชำติและพสกนิกรชำวไทย ท้ังยังทรงพระอัจฉริยภำพปรีชำชำญในวิทยำกำรหลำยสำขำ พระเกียรติคุณเป็นที่ประจักษ์ท่ัวไปทั้งในประเทศและต่ำงประเทศ ดังนั้นจึงมีหน่วยงำน สถำบันกำรศึกษำ องค์กร สมำคมต่ำงๆทัง้ ภำครฐั และเอกชนในประเทศและต่ำงประเทศทลู เกลำ้ ฯถวำยปรญิ ญำ รำงวัล เหรยี ญ เครื่องรำชอิสริยำภรณ์ คำประกำศเทิดพระเกียรติ ฯลฯ จำนวนมำก นอกจำกนี้ยังมีกำรกำหนดวันสำคัญเน่ืองในพระองค์เป็นวันสำคัญประจำปี ตลอดจนทลู เกล้ำฯ ถวำยรำชสมญั ญำอกี ดว้ ย ดงั ตอ่ ไปน้ี3.1 ปรญิ ญาจากสถาบนั ในประเทศ 1. รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑติ กิตติมศักด์ิ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลยั ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 21 พฤษภำคม พุทธศักรำช 2493 2. รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์และกำรเมือง (ชื่อขณะนั้น) ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่อื วนั ที่ 29 พฤษภำคม พทุ ธศกั รำช 2493 3. เนติบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำนักอบรมศึกษำกฎหมำยแห่งชำติ เนติบัณฑิตยสภำ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อ วันท่ี 26 มกรำคม พทุ ธศกั รำช 2495 4. เกษตรศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิมหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันที่ 9 กรกฏำคม พุทธศักรำช 2496 5. การศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ วิทยำลัยวิชำกำรศึกษำ (ปัจจุบันคือมหำวิทยำลัยศรีนครินวิโรฒ) ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมอื่ วนั ที่ 27 ตลุ ำคม พุทธศักรำช 2502 6. สาธารณสุขศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหำวิทยำลัยแพทยศำสตร์ (ปัจจุบันคือมหำวิทยำลัยมหิดล) ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 6 เมษำยน พุทธศักรำช 2503 7. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำขำจิตรกรรม มหำวิทยำลัยศิลปำกร ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันท่ี 21 ตุลำคม พุทธศักรำช 2508 8. วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหำวิทยำลัยขอนแก่น ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันที่ 16 ธนั วำคม พทุ ธศักรำช 2511

199. รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ มหำวิทยำลัยเชียงใหม่ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันท่ี 16 มกรำคม พทุ ธศกั รำช 251210. พัฒนาบริหารศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหำวิทยำลัยสงขลำนครินทร์ ทูลเกล้ำฯ ถวำย เม่ือ วนั ที่ 19 พฤศจกิ ำยน พทุ ธศกั รำช 251311. วิศวกรรมศาตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ มหำวิทยำลัยสงขลำนครินทร์ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันท่ี 31 สิงหำคม พุทธศักรำช 251512. วิศวกรรมศาตรดษุ ฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สถำบนั เทคโนโลยีพระจอมเกล้ำทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวนั ที่ 18 ตุลำคม พทุ ธศักรำช 251513. เนติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ มหำวิทยำลัยรำมคำแหง ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันที่ 26 พฤศจกิ ำยน พทุ ธศักรำช 251814. วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำขำวิศวกรรมชลประทำน มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเมื่อวันท่ี 27 กรกฎำคม พุทธศักรำช 252115. เทคโนโลยีการเกษตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถำบันเทคโนโลยีกำรเกษตรแม้โจ้ ทูลเกล้ำฯ ถวำย เม่อื วันที่ 5 กมุ ภำพันธ์ พุทธศกั รำช 252416. เศรษฐศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิตกติ ตมิ ศักดิ์ มหำวทิ ยำลยั ธรรมศำสตร์ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมอื่ วันท่ี 4 สงิ หำคม พทุ ธศกั รำช 252617. ส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ มหำวิทยำลัยสุโขทัยธรรมำธิรำช ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันที่ 26 มนี ำคม พทุ ธศกั รำช 252718. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำขำรัฐศำสตร์ มหำวิทยำลัยรำมคำแหง ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันท่ี 11 เมษำยน พทุ ธศักรำช 252719. วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำขำโภชนศำสตร์ มหำวิทยำลัยมหิดล ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อ วนั ท่ี 11 กรกฎำคม พทุ ธศกั รำช 252720. วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันท่ี 11 กรกฎำคม พทุ ธศกรำช 252821. ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ 4 สำขำ ได้แก่ ทัศนศิลป์ นฤมิตศิลป์ ดุริยำงคศิลป์ และ นำฏยศลิ ป์ จฬุ ำลงกรณม์ หำวิทยำลัย ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่อื วันที่ 10 กรกฎำคม พุทธศักรำช 252922. ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สำขำมำนุษวิทยำ มหำวิทยำลัยศิลปำกร ทูลเกล้ำฯ ถวำย เมอ่ื วนั ท่ี 11 ธนั วำคม พทุ ธศกั รำช 2529

2023. แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ มหำวิทยำลัยมหิดล ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 2 กรกฎำคม พุทธศักรำช 253024. นิติศาสตรดุษฎบี ัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬำลงกรณ์มหำวทิ ยำลัย ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมอ่ื วนั ท่ี 16 กรกฎำคม พุทธศักรำช 253025. ศิลปศาตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สำขำดนตรี มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันที่ 23 กรกฎำคม พทุ ธศักรำข 253026. วิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สำขำเทคโนโลยีชีวภำพ สถำบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเม่อื วันท่ี 24 ธนั วำคม พุทธศักรำช 253027. ศิลปะศาตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำขำพัฒนำกำรชุมชน มหำวิทยำลัยขอนแก่น ทูลเกล้ำฯ ถวำย เม่อื วันท่ี 24 ธันวำคม พุทธศักรำช 253028. วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหำวิทยำลัยเชียงใหม่ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 23 มกรำคม พทุ ธศกั รำช 253129. วิทยาศาตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำขำเทคโนโลยีบริหำรส่ิงแวดล้อม มหำวิทยำลัยมหิดล ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมอ่ื วันท่ี 30 มถิ ุนำยน พุทธศกั รำช 253130. การวางแผนภาคและเมืองดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อ วนั ที่ 14 กรกฎำคม พุทธศักรำช 253131. วารสารศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันท่ี 20 กรกฎำคม พทุ ธศกั รำช 253132. วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สำขำวิทยำศำสตร์ส่ิงแวดล้อม มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมอ่ื วันท่ี 20 กรกฎำคม พุทธศักรำช 253133. วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำขำวิชำภูมิศำสตร์ มหำวิทยำลัยศรีนครินวิโรฒ วิทยำเขต สงขลำ ทลู เกล้ำฯ ถวำยเม่ือวนั ท่ี 29 กนั ยำยนพุทธศกั รำช 253134. วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สำขำวิศวกรรมโทรคมนำคม สถำบันเทคโนโลยีพระจอม เกลำ้ คุณทหำรลำดกระบงั ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 18 ตุลำคม พุทธศักรำช 253135. การวางแผนภาคและเมืองดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำขำกำรวำงแผนชุมชนเมืองและสภำพแวดลอ้ ม สถำบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้ำคุณทหำรลำดกระบัง ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันที่ 18 ตุลำคม พทุ ธศกั รำช 2531

2136. ทันตแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ มหำวิทยำลัยขอนแก่น ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันที่ 22 ธันวำคม พทุ ธศกั รำช 253137. วิทยาศาสตรดุษฎบี ัณฑิตกติ ตมิ ศกั ดิ์ สำขำเกษตรศำสตร์ มหำวิทยำลยั เชียงใหม่ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเม่ือ วันที่ 24 มกรำำคม พทุ ธศักรำช 253238. คุรุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลยั ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 13 กรกฎำคม พทุ ธศกั รำช 253239. ปรชั ญาดุษฎีบณั ฑติ กิตติมศักดิ์ สำขำรฐั ศำสตรแ์ ละเศรษฐศำสตร์ มหำวทิ ยำลัยรำมคำแหง ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเม่ือวนั ท่ี 3 ตุลำคม พุทธศกั รำช 253240. พัฒนบริหารศาสตรดุษฎบี ัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถำบันบัณฑิตพัฒนบริหำรศำสตร์ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือ วันท่ี 3 ตลุ ำคม พุทธศกั รำช 253241. รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหำวิทยำลัยสุโขทัยธรรมำธิรำช ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 3 ตลุ ำคม พทุ ธศักรำช 253242. สถาปัตยกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ มหำวิทยำลัยศิลปำกร ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 3 ตุลำคม พุทธศักรำช 253243. วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สำขำเศรษฐทรัพยำกรธรรมชำติและส่ิงแวดล้อม มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเมือ่ วนั ท่ี 26 กรกฎำคม พุทธศักรำช 253344. ฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันท่ี 12 กรกฎำคม พุทธศักรำช 253345. ครยุ วิทยฐานะและธรรมจักรทองคา มหำวทิ ยำลยั ธรรมศำสตร์ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมือ่ วันท่ี 2 สงิ หำคม พทุ ธศกั รำช 253346. วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สำขำเทคโนโลยีส่ิงแวดล้อม สถำบันเทคโนโลยีพระจอม เกลำ้ ธนบุรี ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมือ่ วนั ที่ 15 ตุลำคม พทุ ธศักรำช 253347. ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สำขำทันตแพทยศำสตร์ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันที่ 1 สิงหำคม พุทธศักรำช 253448. วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำขำวิทยำกำรคอมพิวเตอร์ มหำวิทยำลัยมหิดล ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมอ่ื วันที่ 8 สงิ หำคม พทุ ธศกั รำช 253449. วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สำขำวิทยำกำรคอมพิวเตอร์ มหำวิทยำลัยมหิดล ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวนั ที่ 2 กรกฎำคม พุทธศักรำช 2535

2250. นเิ ทศศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ จฬุ ำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเมอื่ วนั ท่ี 8 กรกฎำคม พุทธศักรำช 253651. สังคมวทิ ยาและมานุษยวิทยาดษุ ฎีบัณฑติ กิตติมศกั ดิ์ มหำวิทยำลยั ธรรมศำสตร์ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเม่อื วนั ที่ 29 กรกฎำคม พุทธศักรำช 253652. วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหำวิทยำลัยบูรพำ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 25 เมษำยน พุทธศักรำช 253953. ศิลปะศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สำขำพัฒนำชุมชน มหำวิทยำลัยบูรพำ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อ วันที่ 25 เมษำยน พทุ ศกั รำช 253954. วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สำขำเทคโนโลยีที่เหมำะสมเพื่อกำรพัฒนำทรัพยำกร มหำวทิ ยำลัยมหิดล ทลู เกล้ำฯ ถวำยเม่ือวนั ที่ 4 กรกฎำคม พุทธศักรำช 253955. อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ จุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันที่ 11 กรกฎำคม พุทธศกั รำช 253956. วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ สำขำเทคโนโลยีสำรสนเทศ มหำวิทยำลัยธรรมศำสตร์ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเม่อื วันที่ 31 กรกฎำคม พุทธศกั รำช 253957. เศรษฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหำวิทยำลัยทักษิณ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 5 กุมภำพันธ์ พทุ ธศกั รำช 255058. เส้ือครุยตุลาการศาลปกครอง นำยอักขรำ จุฬำรัตน์ ประธำนศำลปกครองสูงสุดพร้อมคณะตุลำกำร ศำลปกครองและข้ำรำชกำรฝ่ำยศำลปกครอง ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันที่ 24 พฤษภำคม พุทธศักรำช 2550 ณ พระตำหนกั จติ รลดำรโหฐำน

233.2 ปริญญาสถาบนั ตา่ งประเทศ 1. ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์(Degree of Doctor of Law honoris causa) มหำวิทยำลัยไซ่ง่อน (University of Saigon) สำธำรณรัฐเวียดนำม ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 19 ธนั วำคม พุทธศกั รำช 2502 2. ปริญญาดษุ ฎบี ณั ฑิตกติ ตมิ ศกั ดิ์ (Degree of Doctor honoris causa) มหำวทิ ยำลยั กำดจำห์มำ (The GadjahMada University) เมอื งจำกำรต์ ำ สำธำรณรฐั อินโดนเี ซีย ทลู เกล้ำฯ ถวำยเม่ือวนั ท่ี 12 กุมภำพันธ์ พทุ ธศักรำช 2503 3. ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Degree of Doctor of Law honoris causa) มหำวิทยำลัยเมลเบริ ์น (University of Melbaurne) นครเมลเบิรน์ รฐั วกิ ตอเรยี เครอื รฐั ออสเตรเลีย ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 3 กันยำยน พทุ ธศักรำช 2504 4. ปริญญา นิติศ า สตรดุษฎีบัณ ฑิตกิตติ มศักด์ิ ( Honorary Degree of Doctor of Law) มหำวทิ ยำลัยเปชวำร์ (Peshawar University) เมอื งเปชวำร์ สำธำรณรฐั อสิ ลำมปำกีสถำน ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมอ่ื วันที่ 15 มีนำคม พทุ ธศกั รำช 2505 5. ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ (Degree of Doctor of Law honoris causa) มหำวิทยำลยั ฟิลิปปนิ ส์ (University of Philippines) เมืองเกซอนซิตี สำธำรณรฐั ฟิลิปปินส์ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมื่อวนั ที่ 1 กรกฎำคม พุทธศักรำช 2506 6. ปริญญานิตศิ าสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ (Honorary Degree of Doctor of Law) วทิ ยำลยั วิ ลเลียม เมืองวิลเลียมทำวน์ (William College, Williamtown) สหรัฐอเมริกำ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือ วนั ที่ 11 มิถนุ ำยน พทุ ธศักรำช 2510 7. ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ ( Honorary Degree of Doctor of Engineering)สถำบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย จังหวัดปทุมธำนี ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 7 พฤษภำคม พุทธศกั รำช 2518 8. ปริญญาบัตรกิตติมศักด์ิ (The Distinguished Diploma of Honor) มหาวิทยาลัยเปปเปอร์ ไดน์ (Pepperdine University) เมืองมำลิบู รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกำ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อ วันที่ 10 สงิ หำคม พุทธศักรำช 2522

249. ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Degree of Doctor of Law honoris causa) มหาวทิ ยาลัยทฟั ทส์ (Tufts University) เมืองเมดฟอร์ด รฐั แมสซำซเู ซตส์ สหรัฐอเมริกำ ทลู เกล้ำฯ ถวำยเม่ือวนั ที่ 2 กรกฎำคม พทุ ธศักรำช 252710. ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยศาสตร์ (Degree of Doctor of Humanities honoris causa) มหำวิทยำลัยฮำวำย (University of Hawaii) เมืองโฮโนลูลู สหรัฐอเมริกำ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเมอ่ื วนั ที่ 7 มกรำคม พุทธศกั รำช 252911. ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Honorary Doctorate of the University of Sustained and Dedicated Services to Education) มหำวิทยำลัยแคนเบอร์รำ (University of Canberra) กรุงแคนเบอรร์ ำ เครือรฐั ออสเตรเลีย ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมอ่ื วันท่ี 21 พฤศจิกำยน พุทธศกั รำช 253912. ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Degree of Doctor of Law honoris causa) มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม (University of Notthingham)เมืองนอตติงแฮม สหรำชอำณำจักร ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเมอื่ วนั ท่ี 15 พฤษภำคม พุทธศกั รำช 254013. ปรญิ ญาดษุ ฎีบณั ฑิตกิตติมศกั ด์ิ (Degree of Doctor of the University) มหาวทิ ยาลัยกริฟฟิธ (Griffith University) รฐั ควีนส์แลนด์ เครือรฐั ออสเตรเลีย ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมื่อวันท่ี 19 พฤศจกิ ำยน พทุ ธศักรำช 254114. ปริญญาวิทยาศาสตรปริญญาดุษฎบี ัณฑติ กติ ตมิ ศักดิ์ (Degree of Doctor of Sciencehonoris causa) มหำวิทยำลัยวกิ ตอเรยี (University of Victoria) นครวิกตอเรีย รฐั บรติ ชิ โคลมั เบีย ประเทษ แคนำดำ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมอ่ื วนั ที 5 พฤศจิกำยน พุทธศักรำช 254215. ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ (Honorary Degree of Doctor of Law) วิทยาลัย โอไฮโฮ (Ohio University)เมืองเอเธนส์ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกำ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันที่ 15 มนี ำคม พทุ ธศกั รำช 15 มีนำคม พุทธศักรำช 254316. ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขากฎหมายระหว่างประเทศ (Degree of Doctor of International Law Honoris causa) มหำวิทยำลัยสหประชำชำติเพ่ือวันติภำพ (United Nations University for peace) กรุงซันโฮเซ สำธำรณรัฐคอสตำริกำ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 7 ธันวำคม พทุ ธศกั รำช 254317. ปริญญาวิทยาศาสตรปริญญาดุษฎบี ัณฑิตกติ ตมิ ศักด์ิ (Degree of Doctor of Sciencehonoris causa) สถำบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย จังหวัดปทุมธำนี ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 24 มกรำคม พทุ ธศกั รำช 2544

2518. ปริญญาวทิ ยาศาสตรปริญญาดุษฎบี ัณฑติ กติ ตมิ ศักด์ิ (Degree of Doctor of Sciencehonoris causa) มหำวิทยำลัยแมสซี (Massey University) เมืองพำร์มเมอร์สตัน นอร์ท ประเทศนิวซีแลนด์ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 11 กนั ยำยน พุทธศกั รำช 254519. ปริญญาวิทยาศาสตรปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ (Honorary Degree of Doctor of Science) มหำวิทยำลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania) รัฐแทสเมเนีย เครือรัฐออสเตรเลีย ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมอื่ วันท่ี 20 พฤศจิกำยน พทุ ธศกั รำช 254520. ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แห่งมหาวิทยาลัยวูลลองกอง (Honorary Degree of the University of Wollongong) มหำวิทยำลัยวูลลองกอง (University of Wollomgong) รัฐนิว เซำทเ์ วลส์ เครอื รัฐออสเตรเลยี ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเม่อื วันท่ี 27 พฤศจิกำยน พุทธศกั รำช 254521. ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการประพันธ์เพลงและดนตรี (Degree of Doctor of Music Composition and performance honoris causa) ม ห ำ วิ ท ย ำ ลั ย น อ ร์ ท เ ท็กซัส (University of north Texas) เมืองเดนตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกำ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันที่ 17 มนี ำคม พทุ ธศกั รำช 254722. ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักด์ิ (Degree of Doctor of Law honoris causa) มหำวิทยำลัยเซนต์จอห์น (St. John’s University)รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกำ ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อ วันท่ี 21 เมษำยน พุทธศกั รำช 254923. ปริญญานิติศาสตรดษุ ฎีบณั ฑติ กิตติมศกั ด์ิ (Degree of Doctor of Civil Law honoris causa ) มหำวิทยำลัยเดอแรม (University of Durham) เมืองเดอแรม สหรำชอำณำจักรทูลเกล้ำฯ ถวำย เมอ่ื วันที่ 21 กมุ ภำพนั ธ์ พทุ ธศกั รำช 255024. ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล จอห์น มัวรส์ (Liverpool John Moores University) สหรำชอำณำจักร ทูลเกล้ำฯ ถวำยทรงพระกรุณำโปรด เกลำ้ ฯ ใหส้ มเด็จพระบรมโอสำธริ ำชฯ สยำมมกุฎรำชกุมำร ทรงปฏิบตั พิ ระรำชกรณียกจิ แทนพระองค์ ทรงรับกำรทูลเกล้ำฯ ถวำยปริญญำจำกศำสตรำจำรย์ไมเคิล บรำวน์ อธิกำรบดีและหัวหน้ำฝ่ำย บริหำรของมหำวิทยำลัย พร้อมด้วยภริยำและคณะผู้บริหำรมหำวิทยำลัย เม่ือวันท่ี 3 สิงหำคม พุทธศกั รำช 2550 ณ วังศโุ ขทัย

263.3 สมาชิกกติ มศกั ดข์ิ องสถาบนั และองค์กรต่างประเทศ 1. สมาชิกกิตติมศักด์ิ สถาบันการดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา (The Academy for Music and the Performing Arts in Vienna) กรุงเวียนนำ สำธำรณรัฐออสเตรีย ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อ วันท่ี 5 ตุลำคม พุทธศักรำช 2507 2. สมาชิกกิตติมศักด์ิ ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งอังกฤษ (The Royal College of Surgeons of England) กรงุ ลอนดอน สหรำชอำณำจกั ร ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมือ่ วนั ที่ 16 ตุลำคม พทุ ธศกั รำช 2527 3. สมาชิก มูลนิธิสมุทรศาสตร์ เมืองนอร์ฟอล์ก (The Cousteau Society) เมืองนอร์ฟอล์ก รัฐ เวอรจ์ เิ นีย สหรฐั อเมรกิ ำ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมอ่ื วันท่ี 5 มถิ นุ ำยน พุทธศักรำช 2532 4. สมาชิกกิตติมศักด์ิ ราชสมาคมถ่ายภาพแห่งสหราชอาณาจักร (The Royal Photographic Society of great Britain) เมืองบำธ สหรำชอำณำจักร ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 24 กรกฎำคม พทุ ธศักรำช 2533 5. สมาชิกกติ ติมศกั ด์ิ สหพันธศ์ ลิ ปะการถา่ ยภาพนานาชาติ (FIAP) กรุงเบิร์น สวติ เซอร์แลนด์ 6. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งออสเตรเลเชียน (The Royal Australasian College of Physicians) นครซดิ นยี ์ รฐั นวิ เซำท์เวลส์ เครอื รฐั ออสเตรเลยี ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเมอื่ วันท่ี 29 เมษำยน พุทธศักรำช 2539 7. สมาชิกกิตติมศักด์ิ สถาบันวิศวกรโยธาแห่งสหราชอาณ าจักร (The Institue of Civil Engineer - ICE) กรุงลอนดอน สหรำชอำรณำจักร ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันที่ 4 ตุลำคม พุทธศักรำช 2543 8. สมาชิกกิตติมศักด์ิ ราชวิทยาลัยศัลแพทย์แห่งเอดินบะระ (The Royal College of Surgeons of Edinburgh) เมืองเอดินบะระ สหรำชอำณำจักร ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวันท่ี 9 กรกฎำคม พุทธศักรำช 2544 9. สมาชิกกิตติมศักดิ์ สโมสรแล่นเรือใบแห่งสหราชอาณาจักร (The Royals Thames Yacht Club - RTYC) กรุงลอนดอน สหรำชอำณำจักร ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 24 สิงหำคม พุทธศักรำช 2547 10. สมาชกิ กิตตมิ ศกั ดิ์มหาวิทยาลัยลเิ วอรพ์ ูล จอห์น มัสนส์ (Liverpool John MooresUniversity) สหรำชอำณำจักร ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวนั ท่ี 3 สิงหำคม พุทธศกั รำช 2550

273.4 เหรียญและรางวลั เฉลมิ พระเกยี รติทอ่ี งคก์ ารระหวา่ งประเทศและนานาชาติทูลเกล้าฯ ถวาย 1. เหรียญรัฐสภายุโรป (Special Medal of the European Parilament) ของรัฐสภำยุโรป ณ กรุงบรัสเซลล์ รำชำอำณำจักรเบลลเยียม นำยจอร์จสเปนำล ประธำนสภำยุโรปและคณะเป็นผู้ทูลเกล้ำฯ ถวำย เม่ือวนั ท่ี 19 กรกฎำคม พุทธศกั รำช 2518 2. รางวัลสันติภาพของสมาคมอธิการบดีระหว่างประเทศ (IAUP World Great Peace Award)ณกรุงโซล สำธำรณรัฐเกำหลี ดร. ยัง ชีค โซ ประธำนคณะกรรมกำรเพื่อสันติภำพของสมำคมอธิกำรบดีระหว่ำงประเทศ (The International Association of University President - IAUP) ทูลเกล้ำฯ ถวำยในฐำนะที่ทรงอทุ ศิ พระองคเ์ พื่อกำรศึกษำระดบั สงู ตลอดจนสง่ เสริม สันตภิ ำพในภูมิภำคเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หัวทรงมีพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ให้เอกอัครรำชทูตไทย ณ กรุงโซล เป็นผู้แทนพระองค์ไปรับรำงวัล ณมหำวิทยำลยั เกียงฮี กรงุ โซล สำธำรณรัฐเกำหลี เม่อื วันท่ี 8 กันยำยน พุทธศกั รำช 2529 3. เหรียญทองเฉลิมพระเกียรติคุณแห่งสมเด็จพระมหากษัตราธิราช ผู้ทรงพระปรีชาเลิศล้าในการน้าช น บ ท ใ ห้ วั ฒ น า ( Gold Medal Award of His Majesty's outstanding leadership in ruraldevelopment)สถำบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (Asian Institue of Technology -AIT) จังหวัดปทุมธำนี ประเทศไทย ทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เมื่อวนั ท่ี 21 กรกฎำคม พุทธศักรำช 2530 4. เหรียญทองจ้าลองโดโนแวน เพ่ือเป็นเคร่ืองหมายแห่งมิตรภาพของอดีตสมาชิกขององค์การโอเอสเอสและมูลนิธวิ ิลเลียม เจ. โดโนแวน (William J. Donovan Medal Award of Friendship by veteransof the Office of Strategic Services (OSS) and the William J. Donovan Memorial Foundation)ขององค์กำรโอเอสเอส (The office of Strategic Service -OSS) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกำ ทูลเกล้ำฯ ถวำยโดยอดีตสมำชิกองคก์ ำรโอเอสเอส เมอ่ื วันท่ี 29 ตุลำคม พทุ ธศักรำช 2530 5. เหรียญทองเฉลมิ ฉลองการประชุมทางวิชาการรว่ มกันระหว่างราชวิทยาลัยศลั ยแพทย์แห่งประเทศไทย และราชวิทยาลยั ศลั ยแพทย์แห่งประเทศอังกฤษ (Gold Medal of commemorate the occasion ofthe joint Academic Meeting between the Royal College of Surgeons of Thailand and the

28Royal College of Surgeons of England)โดยประธำนรำชวิทยำลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศอังกฤษและคณะฑตู ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยเม่ือวนั ท่ี 3 ตุลำคม พทุ ธศักรำช 2532 6. เหรียญสดุดีขององค์การโรตารีสากล (Rotary International Award of Honour)นำยรำเชนทร์เคซำบู ประธำนโรตำรีสำกลและคณะฑูตทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันท่ี 17 สิงหำคม พุทธศักรำช 2534 ในกำรท่ีทรงบำเพ็ญพระรำชกรณียกิจต่ำงๆ เป็นผลให้ประเทศเจริญพัฒนำและก่อให้เกิดควำมเข้ำใจอันดีระหว่ำงประเทศองคก์ ำรโรตำรสี ำกล (Rotary International) นี้ต้งั อย่ทู รี่ ฐั อิลลนิ อยส์ สหรฐั อเมริกำ 7. เหรียญฟแิ ล (Philae Medal) ขององค์กำรกำรศึกษำวิทยำศำสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชำชำติUNESCOกรุงปำรีส สำธำรณรัฐฝร่ังเศษ เพ่ือเฉลิมฉลองพระเกียรติในฐำนะที่ทรงประกอบพระรำชกรณียกิจด้ำนกำรพัฒนำท้องถ่ินและกำรยกระดับควำมเปน็ อยขู่ องประชำชน นำยเฟอเดอรโิ ก มำยอร์ ผอู้ ำนวยกำรใหญ่องค์กำรกำรศกึ ษำ วทิ ยำศำสตร์ และวฒั นธรรมแห่งสหประชำชำติและคณะทูลเกล้ำฯ ถวำย จำนวน 3 เหรียญ คือ เหรยี ญทอง เหรียญเงนิ และเหรยี ญทองแดง เม่ือวันที่ 2 ธนั วำคม พุทธศักรำช 2534 ณ พระตำหนกั จติ รลดำรโหฐำน 8. เหรียญทองสดุดีพระเกียรติคุณด้านสิ่งแวดล้อม (UNEP Gold Medal of Distinction) ของโครงกำรสิ่งแวดล้อมสหประชำชำติ (United Nation Environment Programme - UNEP) ณ กรุงไนโรบีสำธำรณรฐั เคนยำ ดร.โมสตำฟำ คำมำล โทลบำ ผู้อำนวยกำรใหญโ่ ครงกำรสงิ่ แวดล้อมแห่งสหประชำชำติ (UNEP)ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมื่อวนั ที่ 4 พฤศจิกำยน พทุ ธศกั รำช 2535 ณ พระตำหนักจติ รลดำรโหฐำน ในฐำนะท่ีทรงบำเพ็ญพระรำชกรณยี กจิ ดเี ด่นเปน็ ท่ยี อมรับของนำนำประเทศเกีย่ วกับกำรอนรุ ักษ์ธรรมชำติและสิง่ แวดลอ้ ม 9. เหรียญทองสาธารณสุขเพ่ือมวลชน (Health for gold Medal) ขององค์กำรอนำมัยโลก (WorldHealth Organization - WHO) ณ กรุงเจนีวำ สวิตเซอร์แลนด์ ดร.ฮิโรชิ นำคำจิมำ ผู้อำนวยกำรใหญ่องค์กำรอนำมัยโลก ทูลเกล้ำฯ ถวำยเม่ือวันที่ 24 พฤศจิกำยน พุทธศักรำช 2535 ณ ตำหนักภูพำนรำชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร 10. เหรยี ญรางวลั เฉลิมพระเกยี รติในดา้ นสงวนรักษา ความหลากหลายทางชีวภาพ (Natura ProFutura Medal for the Conservation of biodiversity)ของสมำคมนำนำชำติด้ำนนเิ วศวิทยำทำงเคมี (TheInternational Society of Chemical Ecology (ISCE) ณ รัฐฟลอริดำ สหรฐั อเมรกิ ำ คณะกรรมกำรของ ISCEทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เมื่อวนั ท่ี 25 กมุ ภำพันธ์ พุทธศักรำช 2536 ณ พระตำหนักจติ รลดำรโหฐำน

29 11. รางวลั สดดุ ีพระเกียรติคุณนานาชาติในฐานะท่ีทรงเปน็ แบบอยา่ งสา้ หรับประเทศอ่ืนๆ ไดป้ ฏิบตั ิตามในเร่อื งการอนุรกั ษด์ นิ โดยใชห้ ญ้าแฝก และในการปรบั ปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม (International MeritAward in Recognition of His Majesty’s Contribution to the Use of Vetiver for SoilConservation and Environmental Improvement)ของ The International Erosion Control Association (IECA) ณ รฐั โคโลรำโด สหรัฐอเมรกิ ำทรงพระกรุณำโปรดเกลำ้ ฯ ให้เอกอัครรำชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกำเป็นผแู้ ทนพระองค์ไปรับรำงวัลทโ่ี รงแรมเวสโน เมืองอนิ เดยี แนโพลสิ (Indianapolis) รัฐอินดีแอนำ (Indiana) สหรฐั อเมริกำ เมื่อวนั ท่ี 25 กุมภำพันธ์ พุทธศักรำช2536 12. รางวลั หญ้าแฝกชุบสา้ ริดสดุดพี ระเกียรตคิ ณุ สา้ หรับความส้าเร็จดา้ นวชิ าการพฒั นาการในการส่งเสริมเทคโนโลยหี ญา้ แฝกระหวา่ งประเทศ (Award of recognition of technical and developmentaccomplishment in the promotion of the vetiver technology international) ของธนำคำรโลก(World Bank) ณ กรงุ วอชิงตัน ดี.ซ.ี สหรฐั อเมรกิ ำ นำยรชิ ำร์ด จี กรมิ ชอว์ หวั หน้ำสำขำเกษตรฝ่ำยวชิ ำกำรภมู ิภำคเอเชียของธนำคำรโลก ทูลเกล้ำฯถวำย เม่ือวนั ที่ 30 ตลุ ำคม พุทธศกั รำช 2536 ณ พระตำหนักจติ รลดำรโหฐำน 13. เหรยี ญทองสดดุ ีพระเกียรตคิ ณุ ด้านการปอ้ งกันและแกไ้ ขยาเสพติด (Awards of Appreciationin recognition of His Majesty’s outstanding contributions to drug control efforts inThailand)ของ โครงกำรควบคมุ ยำเสพติดแห่งสหประชำชำติ (United Nations International Drug ControlProgramme - UNDCP) ณ กรงุ เวยี นนำ สำธำรณรัฐออสเตรยี นำยจอรจ์ โิ อ จิอำโคเมลลี ผอู้ ำนวยกำรใหญข่ องโครงกำรควบคุมยำเสพตดิ ระหวำ่ งประเทศ แห่งสหประชำชำติ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เมอ่ื วนั ท่ี 6 ธันวำคม พทุ ธศักรำช2538 ณ พระตำหนกั จติ รลดำรโหฐำน 14. เหรยี ญแอกริโคลาสดดุ ีพระเกียรติคุณด้านการพัฒนาการเกษตร (Agricola Medal)องค์กำรอำหำรและเกษตรแหง่ สหประชำชำติ (FAO) ณ กรงุ โรม สำธำรณรฐั อิตำลี นำยจักส์ ดอิ ูฟ ผู้อำนวยกำรใหญ่องค์กำรอำหำรและเกษตรแห่งสหประชำชำติ ทูลเกล้ำฯถวำยเมือ่ วนั ท่ี 6 ธันวำคม พทุ ธศักรำช 2538 ณ พระทน่ี งั่จักรมี หำปรำสำท ในฐำนะทที่ รงบำเพ็ญพระรำชกรณียกจิ เพ่ือประโยชนส์ ขุ ของปวงชนชำวไทย โดยเฉพำะผู้ประกอบอำชีพบำรุงรักษำนำ้ และบำรุงรกั ษำป่ำ

30 15. เหรยี ญทองเฉลิมพระเกียรติ (International Rice Award Medal)สถำบันวจิ ัยขำ้ วระหวำ่ งประเทศ (International Rice Research Institute - IRRI) ณ เมืองลำกูนำ สำธำรณรัฐฟิลิปปินส์ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเมอื่ วนั ที่ 5 มิถุนำยน พุทธศกั รำช 2539 ในฐำนะท่ที รงหว่ งใยและอุทศิ พระองค์ในกำรพัฒนำชีวติ ควำมเปน็ อย่ขู องเกษตรกรและพสกนกิ รโดยส่วนรวม 16. รางวัลสดดุ ีเกียรติคณุ ในฐานะทีท่ รงบ้าเพ็ญประโยชน์เพื่อมนุษยธรรมในระดบั ผู้น้าประเทศ(Presidential Citation of Humanitarian Service) ขององค์กำรโรตำรีสำกล (Rotary International) ณรฐั อลิ ลินอยส์ สหรัฐอเมรกิ ำ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เมื่อวันที่ 24 ตุลำคม พุทธศกั รำช 2539 ณ พระตำหนักจิตรลดำรโหฐำน 17. รางวัล The partnering for World Health Awardของวิทยำลยั แพทย์โรคทรวงอกแหง่สหรฐั อเมริกำ รฐั อลิ ลินอยส์ สหรฐั อเมริกำ ทูลเกล้ำฯ ถวำย เมอื่ วนั ท่ี 13 พฤศจิกำยน พุทธศักรำช 2539 ในฐำนะทที่ รงพระวิริยะอตุ สำหะสนบั สนุนให้มกี ำรป้องกันและรักษำโรคทรวงอกในประเทศไทย 18. รางวลั สดดุ พี ระเกียรติคุณดา้ นอุตนุ ยิ มวิทยา (Award of recognition of His Majesty’sstrong support of meteorology )ขององค์กำรอุตุนยิ มวิทยำโลก (World Meteorological Organization)ณ นครเจนวี ำ สวติ เซอร์แลนด์ ทูลเกล้ำฯ ถวำย เม่ือวนั ท่ี 18 กุมภำพันธ์ พุทธศักรำช 2540 ณ พระตำหนักจติ รลดำรโหฐำน 19. เหรยี ญทองสดุดีพระเกียรตคิ ุณ ด้านวรรณกรรม ( Special Award in Recognition of HisMajesty’s literary works)คณะกรรมกำรรำงวัลวรรณกรรมสรำ้ งสรรคย์ อดเย่ียมแหง่ อำเซียน (TheOrganization Committee of the S.E.A. Write Awards) กรุงเทพฯ ประเทศไทย ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย เมือ่ วนั ที่ 8กรกฎำคม พุทธศักรำช 2550 ณ พระตำหนักจติ รลดำรโหฐำน20. เหรยี ญทองสดดุ ีพระเกยี รติคณุ ในฐานะทที่ รงอุทศิ พระองคเ์ พื่อการรณรงค์เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพปอดระดบั โลก (Global Medal Award, in recognition of His Majesty’s long, invaluablecontributions to global lung health)สหพนั ธอ์ งค์กรต่อต้ำนวัณโรคและโรคปอด (International UnionAgainst Tuberculosis and Lung Disease - IUATLD) ณ กรุงปำรสี สำธำรณรฐั ฝรง่ั เศส ทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เม่ือวนั ที่ 24 พฤศจิกำยน พุทธศักรำช 2541 ณ พระตำหนกั จิตรลดำรโหฐำน 22. รางวลั Lions Humanitarian ของสโมสรไลออนสส์ ากล (The International Association ofLion Clubs)ณ รฐั อลิ ลินอยส์ สหรัฐอเมรกิ ำ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย เม่อื วันท่ี 3 มนี ำคม พทุ ธศักรำช 2542 ณ ศำลำดุสิ

31ดำลยั สวนจิตรลดำ ในฐำนะทีท่ รงพฒั นำคุณภำพชวี ิตของประชำชนชำวไทย โดยเฉพำะด้ำนสำธำรณสุขและกำรศึกษำ 23. เหรียญเทเลฟ้ดู (Tele Food Medal) องค์การอาหารและเกษตรแหง่ สหประชาชาติ (Foodand Agriculture Organization - FAO)ณ กรงุ โรม สำธำรณรฐั อิตำลี ทลู เกล้ำฯ ถวำยเมือ่ วนั ที่ 8 ธันวำคมพุทธศกั รำช 2542 ณ พระท่นี ั่งจกั รีมหำปรำสำท พระบรมมหำรำชวงั เพื่อประกำศพระเกียรตคิ ุณในฐำนะที่ทรงบำเพ็ญพระรำชกรณียกิจด้ำนกำรพัฒนำกำรเกษตรของประเทศไทยเพื่อยกระดับควำมเป็นอยูข่ องเกษตรกรและสร้ำงควำมม่นั คงด้ำนอำหำร 24. เหรียญทองแซนฟอร์ด (Sanford Medal) คณะดนตรีแห่งมหาวทิ ยาลยั เยล (Yale UniversitySchool of Music) ณ รัฐคอนเนคทิคตั สหรัฐอเมริกำ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเม่อื วนั ที่ 18 มกรำคม พุทธศักรำช 2543ณ พระตำหนกั จติ รลดำรโหฐำน เพื่อสดุดีพระเกยี รตคิ ุณดำ้ นกำรอนุรักษด์ นตรีและกำรแสดง 25. รางวัล Lalaounis Cup คณะกรรมการโอลมิ ปคิ สากล (The International OlympicCommittee - IOC) ณ กรุงโลซำน สวติ เซอร์แลนด์ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เมอื่ วันท่ี 19 กุมภำพันธ์ พทุ ธศักรำช 2543ณ วังไกลกังวล อำเภอหวั หิน จงั หวัดประจวบคีรขี นั ธ์ เพื่อสดุดพี ระปรีชำสำมำรถดำ้ นกำรกฬี ำและพระมหำกรณุ ำธิคุณที่มตี ่อวงกำรกฬี ำของไทยและระหวำ่ งประเทศ 26. โลเ่ ฉลมิ พระเกียรติ (WHO Award) องค์การอนามัยโลก (World Health Organisation -WHO)ณ นครเจนีวำสวิตเซอรแ์ ลนด์ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เมื่อวันท่ี 31 พฤษภำคม พทุ ธศักรำช 2543 ณ พระตำหนักจติ รลดำรโหฐำน ในฐำนะทท่ี รงสนบั สนนุ งำนด้ำนสำธำรณสขุ ทกุ ดำ้ นในประเทศไทย รวมทง้ั กำรงดสบู บหุ ร่ซี ึ่งเป็นแบบอย่ำงแก่ชำวโลกทง้ั มวล 27. เหรยี ญรางวลั The Merit of Invention Award ของสภาสง่ เสริมและคุ้มครองนกั ประดษิ ฐ์(The Belgians Chamber of Inventors)ณ กรุงบรัสเซลส์ รำชอำณำจกั รเบลเยยี ม นำยโยเซ ลอริโย ประธำนสภำฯ เปน็ ผู้ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย เมอ่ื วันท่ี 5 มิถนุ ำยน พุทธศักรำช 2543 ในฐำนะทท่ี รงสรำ้ งสรรคพัฒนำและส่งเสรมิประดิษฐก์ รรมอันเป็นคุณประโยชน์แก่อำณำประชำรำษฎร์ 28. เหรียญเบิร์กลีย์ (The Berkeley Medal)มหำวทิ ยำลยั แคลฟิ อร์เนีย วิทยำเขตเบริ ์กลีย์ (TheUniversity of California, Berkeley) รฐั แคลฟิ อร์เนยี สหรัฐอเมริกำ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย เมื่อวันท่ี 2 พฤศจิกำยนพุทธศกั รำช 2543 ณ วังไกลกังวล อำเภอหวั หนิ จงั หวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อสดุดพี ระเกยี รตคิ ุณท่ีทรงบำเพญ็ พระรำชกรณยี กิจต่ำงๆ อนั เปน็ คุณอเนกอนันต์ต่อสังคม กำรเมืองและเศรษฐกจิ

32 29. รางวัลสงิ่ ประดษิ ฐด์ เี ดน่ ประจำปีพุทธศักรำช 2543 ในโอกำสท่ีพระรำชทำนพระบรมรำชำนญุ ำตให้นำเครอ่ื งเตมิ อำกำศทผี่ ิวน้ำหมุนตัวชำ้ แบบทนุ่ ลอย หรอื กังหนั ชัยพัฒนำไปจัดนิทรรศกำรในงำน “BrusselsEureka 2000” จำนวน 5 รำงวลั ได้แก่ 1.) เหรยี ญรำงวลั สิ่งประดษิ ฐ์ดเี ดน่ ระดบั โลก Prix OMPI (Organization Mondiale de laProprieteIntellectelle) 2.) เหรียญรำงวลั สรรเสรญิ พระอจั ฉริยภำพแห่งกำรใชเ้ ทคโนโลยอี ยำ่ งมีประสิทธิภำพ (GoldMedal with Mention) 3.) รำงวัลงำนประดิษฐ์ดเี ดน่ สูงสดุ (Grand Prix International Cup) 4.) รำงวลั ผลงำนสิ่งประดิษฐ์ดเี ดน่ (Minister J. Chabert Cup) 5.) รำงวลั สรรเสรญิ พระอัจฉริยภำพดำ้ นกำรประดษิ ฐ์ (Yugoslavia Cup) ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมอ่ืวันที่ 16 กมุ ภำพันธ์ พุทธศกั รำช 2544 ณ วังไกลกังวล อำเภอ หัวหนิ จังหวัดประจวบครี ีขันธ์ 30. เหรยี ญทองค้า Golden Shining Symbol of World Leadership สภำมวยโลก (WorldBoxing Council)ณ กรงุ เม็กซิโกซิตี รัฐเม็กซโิ ก ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย เมอ่ื วนั ที่ 26 พฤศจิกำยน พุทธศกั รำช 2544 ณวังไกลกังวล อำเภอประจวบคีรขี นั ธ์ เพอ่ื เทิดพระเกียรติที่ได้มีพระมหำกรุณำธิคณุ สนบั สนุนกฬี ำมวยไทยและกำรกีฬำอ่นื ๆของประเทศไทย 31. รางวลั สิง่ ประดษิ ฐ์ดเี ดน่ ประจำพุทธศกั รำช 2544 ของ องค์กรบรัสเซลส์ ยเู รกำ ในงำน “บรสั เซลส์ยูเรกำ 2001 : นทิ รรศกำรสิง่ ประดษิ ฐ์ งำนวิจัย และเทคโนโลยีใหมข่ องโลก ครง้ั ที่ 50” ระหวำ่ งวันท่ี 13-18พฤศจิกำยน พุทธศกั รำช 2544 ณ กรุงบรสั เซลส์ รำชอำณำจักรเบลเยยี ม จำนวน 5 รำงวลั ไดแ้ ก่ 1.) รำงวัลผูใ้ ห้ควำมคิดใหม่เพื่อกำรพัฒนำประเทศไทย (D’un concept nauveau dedevelopment de la Thailand) 2.) รำงวัลสดุดีพระเกียรตคิ ุณดำ้ นกำรประดิษฐ์คิดคน้ ทฤษฎีใหม่ นำ้ มันปำล์มและฝนหลวง(Special Prix Cup) 3.) รำงวลั สดดุ ีพระเกยี รตคิ ุณด้ำนกำรประดิษฐ์คิดคน้ โครงกำรน้ำมนั ไบโอดีเซลสตู รสกัดจำกนำ้ มันปำล์ม (Gold Medal with Mention)

33 4.) รำงวัลสดดุ ีพระเกยี รตคิ ณุ ดำ้ นกำรประดษิ ฐ์คิดค้นโครงกำรทฤษฎีใหม่ (Gold Medal withMention) 5.) รำงวัลสดุดพี ระเกยี รติคณุ ดำ้ นกำรประดษิ ฐ์คิดคน้ โครงกำรฝนหลวง (Gold Medal withMention) ทลู เกล้ำฯ ถวำยรำงวลั เมื่อวันที่ 27 มนี ำคม พุทธศกั รำช 2546 ณ วงั ไกลกังวล อำเภอหวั หิน จงั หวัดประจวบครี ขี นั ธ์ 32. รางวลั UN-HABITAT Scroll of Honor Award (Special Citation)โดยโครงกำรต้งั ถ่ินฐำนมนษุ ย์แหง่ สหประชำชำติ (United Nation Sattlements Programme (UN HABITAT) ณ กรงุ ไนโรบีสำธำรณรฐั เคนยำ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย เม่อื วันท่ี 25 กมุ ภำพันธ์ พทุ ธศักรำช 2547 ณ วังไกลกงั วล อำเภอหวั หนิจังหวดั ประจวบครี ีขนั ธ์ เพ่ือสดดุ ีพระเกยี รติคุณท่ีทรงบำเพ็ญ พระรำชกรณียกจิ ด้วยควำมวริ ิยอุตสำหะเพอ่ื พฒั นำคุณภำพชีวิตของประชำชนชำวไทยทั้งในเมอื งและชนบท รวมทงั้ ทรงมีบทบำททส่ี ำคัญในกำรพัฒนำกำรต้งั ถิน่ ฐำนอยำ่ งยงั่ ยืน 33. รางวัลรวงขา้ วทองคา้ (Golden Ear of Paddy)โดยสมำคมสินเชื่อกำรเกษตรและชนบทภำคพื้นเอเชียแปซิฟกิ (Asia- Pacific Rural and Agricultural Credit Association- APRACA) ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย ทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เม่อื วันท่ี 23 พฤษภำคม พทุ ธศักรำช 2548 ณ วังไกลกงั วล อำเภอหัวหิน จงั หวดัประจวบครี ขี ันธ์ เพ่ือแสดงควำมสำนกึ ในพระมหำกรุณำธิคุณที่ทรงพฒั นำชนบทและกำรเกษตร 34. รางวัลความสา้ เร็จสูงสุดดา้ นการพฒั นามนุษย์ (The UNDP’s Human DevelopmentLifetime Achievement Award) เพ่ือเฉลิมพระ-เกียรตแิ ละแสดงควำมตระหนักในพระมหำกรณุ ำธิคุณท่ีทรงพระวิริยอุตสำหะบำเพญ็ พระรำชกรณยี กิจและรเิ ร่ิมโครงกำรอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำรินำนัปกำร เพื่อพฒั นำและยกระดบั ควำมเปน็ อยู่ รวมท้งั นำประโยชนแ์ ละควำมเจริญอยำ่ งย่ังยนื มำสูป่ ระชำชนชำวไทย ตลอดระยะเวลำนับแต่ทรงครองสริ ิรำชสมบัตจิ นถงึ ปจั จุบัน โครงกำรพฒั นำแหง่ สหประชำชำติ (United Nation DevelopmentProgramme – UNDP) ทลู เกล้ำฯ ถวำยโดยนำยโคฟี อนั นัน เลขำธกิ ำรสหประชำชำติและคณะ เม่ือวันที่ 26พฤษภำคม พุทธศกั รำช 2549 ณ วงั ไกลกังวล อำเภอหวั หิน จงั หวัดประจวบคีรขี ันธ์ 35. ประกาศนยี บตั รและอิสรยิ าภรณ์สดดุ ลี ูกเสือโลก (The Bronze Wolf Certificate and Medal)สมเดจ็ พระรำชำธิบดีคำร์ลที่ 16 กสุ ตำฟ แหง่ รำชอำณำจกั รสวเี ดน ประธำนกิตตมิ ศักดิม์ ูลนิธิลูกเสือโลก (WorldScout Foundation) ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย เมือ่ วันที่ 20 มถิ นุ ำยน พุทธศักรำช 2549 ณ พระตำหนกั จติ รลดำรโหฐำน

34ในฐำนะที่พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยหู่ วั เป็นพระประมุขของคณะลูกเสอื แห่งชำตขิ องไทย และทรงบำเพญ็ พระรำชกรณียกิจเพ่อื ประเทศชำติและนำนำชำติ 36. รางวัลวีรชนแห่งเอเชยี (TIME Asian Hero King BhumibolAdulyadej for Shaping Asiaof Our Times)นิตยสำรไทม์เอเชีย เขตบรหิ ำรพิเศษฮ่องกง ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย ทรงพระกรณุ ำโปรดเกล้ำฯ ให้กงสุลใหญ่ไทยประจำเขตบริหำรพเิ ศษฮ่องกงเปน็ ผ้แู ทนพระองคไ์ ปรับรำงวัล เม่อื วนั ท่ี 29 พฤศจกิ ำยน พุทธศักรำช2549 ณ โรงแรมริทซ-์ คำรล์ ตัน ฮ่องกง 37. เหรียญทองคา้ รฐั บำลประเทศแคนำดำ จดั สรำ้ งเนื่องในโอกำสมหำมงคลฉลองสิรริ ำชสมบัติครบ 60ปี ทรงพระกรณุ ำโปรดเกลำ้ ฯ ใหส้ มเด็จพระเจ้ำลกู เธอ เจำ้ ฟ้ำจุฬำภรณวลัยลกั ษณ์ อัครรำชกมุ ำรี ทรงปฏิบัติพระรำชกรณยี กิจแทนพระองค์ รับกำรทูลเกลำ้ ฯ ถวำยเหรียญจำก นำยเดนิส โคโม (Denis Comeau) เอกอัครรำชทูตแคนำดำประจำประเทศไทย ณ พระตำหนักจกั รีบงกช จังหวัดปทมุ ธำนี เมื่อวันที่ 21 กุมภำพนั ธ์ พทุ ธศักรำช2550 38. รางวลั สดุดพี ระเกียรตคิ ุณด้านการศกึ ษาวิจยั การทา้ ฝนเทียมและพัฒนาดดั แปรสภาพอากาศ(UAE Prize for Weather Modification)รฐั บำลสหรฐั อำหรับเอมิเรตสร์ ่วมกับองค์กำรอตุ ุนิยมวทิ ยำโลก นครเจนีวำ สวิตเซอร์แลนด์ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เมือ่ วนั ท่ี 16 พฤษภำคม พทุ ธศักรำช 2550 39. เหรียญ Dr. Norman E. Borlaug World Food Prize Medallionมลู นิธริ ำงวัลอำหำรโลก (TheWorld Food Prize Foundation )เมอื งดิมอยน์ รัฐไอโอวำ สหรฐั อเมรกิ ำ ทลู เกล้ำฯ ถวำยเม่อื วันท่ี 23กรกฎำคม พุทธศักรำช 2550 ณ พระตำหนักจิตรลดำรโหฐำนเพ่อื สดดุ ีพระเกยี รติคุณในฐำนะทท่ี รงช่วยเหลอพสกนิกรไทยให้มโี ภชนำกำรทด่ี ี 40. เครอ่ื งหมายประดับแห่งเกยี รตคิ ณุ ชน้ั สูงสุด ของ สหพันธ์กีฬำมหำวิทยำลัยโลก ทรงพระกรุณำโปรดเกล้ำฯ ใหส้ มเด็จพระบรมโอรสำธริ ำชฯ สยำมมกฎุ รำชกุมำร ทรงปฏบิ ตั พิ ระรำชกรณียกิจแทนพระองค์ รับกำรทลู เกล้ำฯ ถวำยเหรียญจำก นำยจอร์จ อ.ี คิลเลียน (George E. Killian) ประธำนสหพนั ธ์กีฬำมหำวิทยำลัยโลกและคณะ ณ วังศุโขทัย เมื่อวนั ที่ 10 สงิ หำคม พุทธศักรำช 2550 เน่ืองในโอกำสมหำมงคลเฉลมิ พระชนมพรรษำ80 พรรษำ 5 ธนั วำคม 2550 41. รางวัล Special Prize ของ Invention Promotion Association (KIPA) สำธำรณรฐั เกำหลีรำงวลั IFIA Cup ของ International Federation of Inventor’s Association (IFIA) สำธำรณรัฐฮังกำรี และรำงวลั Genius Prize ของ Association of Hungarian Inventors สำธำรณรฐั ฮังกำรี ทูลเกล้ำฯ ถวำยเมื่อวนั ที่

3512 พฤศจกิ ำยน พุทธศักรำช 2550 ในกำรน้ี ทรงพระกรณุ ำโปรดเกลำ้ ฯ ให้สมเดจ็ พระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำรี ทรงปฏบิ ัติพระรำชกรณยี กิจแทนพระองค์ทรงรบั กำรทูลเกล้ำฯ ถวำย ณ อำคำรชยั พฒั นำ สวนจิตรลดำ 42. เหรยี ญท่ีระลึกการประชุมใหญ่ สมำคมศำสปกครองสูงสดุ ระหว่ำงประเทศคร้ังที่ 9 จำนวน3 เหรยี ญคณะกรรมกำรอำนวยกำรสมำคมศำลปกครองสงู สดุ ระหว่ำงประเทศ คณะกรรมกำรบรหิ ำรสมำคมศำสลปกครองสูงสุดระหว่ำงประเทศ และหัวหนำ้ คณะศำลปกครองสูงสดุ ของประเทศต่ำงๆ ทลู เกล้ำฯ ถวำย เมื่อวนั ที่ 23พฤศจิกำยน 2550 43. อสิ ริยาภรณ์ SEA Games Federation Merit Award ประธำนคณะกรรมกำรโอลมิ ปคิ ของประเทศสมำชกิ สหพันธก์ ีฬำซีเกมส์ 11 ประเทศ และคณะมนตรสี หพันธก์ ีฬำซีเกมส์ ทลู เกล้ำฯ ถวำยเมื่อวนั ที่ 8ธันวำคม พทุ ธศกรำช 2550 44. รางวัล อจั ฉริยภาพทางการประดิษฐ์ องค์กรดำ้ นกำรประดษิ ฐก์ วำ่ 300 องคก์ รจำก 86 ประเทศทัว่โลก อำทิ สมำพันธ์นักประดิษฐน์ ำนำชำติ (IFIA) สมำคมส่งเสรมิ กำรประดิษฐ์ สำธำรณรัฐเกำหลี (KIPA) สมำพนั ธ์นกั ประดิษฐห์ ญิงเกำหลี (KWIA) และองค์กำรทรัพย์สินทำงปัญญำโลก (WIPO) ทลู เกลำ้ ฯ ถวำยตอ่ พระบรมฉำยำลักษณ์ในงำนวันนกั ประดิษฐ์ และวนั นกั ประดษิ ฐน์ ำนำชำติ คร้ังที่ 2 ประจำปี 2552 เมื่อวันที่ 4 มกรำคมพทุ ธศกั รำช 2552 ในฐำนะที่ทรงสร้ำงสรรค์ผลงำนประดิษฐค์ ิดคน้ อันเปน็ ประโยชน์อยำ่ งมหำศำลต่อมนุษยชำติมำกกว่ำ 1,000 ชนิ้ 45. รางวัล Global Leader Awardองค์กำรทรัพย์สินทำงปัญญำโลก (World Intellectual PropertyOrganization) : WIPO) นครเจนีวำ ประเทศสวติ เซอร์แลนด์ ทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เม่ือวันที่ 14 มกรำคม 2552 ดว้ ยพระปรีชำสำมำรถดำ้ นกำรประดษิ ฐ์ คดิ ค้น สนบั สนนุ กำรใชท้ รพั ยส์ ินทำงปัญญำท้งั ในระดับชำตแิ ละสำกล

363.5 พระราชสมัญญาทม่ี ีผ้ทู ูลเกลา้ ฯถวาย 1. อคั รศลิ ปิน ศูนยว์ ัฒนธรรมแหง่ ประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม ทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เม่อื วันที่ 24 กมุ ภำพนั ธ์ พุทธศักรำช 2529 เนอ่ื งจำกมพี ระอจั ฉริยภำพเปน็ เลศิ ในศลิ ปะ 2. พระบิดาแหง่ การประดิษฐ์ไทย สภำวจิ ัยแหง่ ชำติ ทูลเกลำ้ ฯ ถวำย เนือ่ งในกำรที่ทรงประดษิ ฐ์ เคร่ืองกลเติมอำกำศแบบทนุ่ ลอย หรือกังหนั นำ้ ชัยพฒั นำ เพอื่ กำรบำบัดนำ้ เสีย และได้รับกำร ทลู เกล้ำฯ ถวำยสทิ ธิบตั ร เมื่อวันท่ี 10 พฤษภำคม พทุ ธศักรำช 2537 3. พระบดิ าแห่งเทคโนโลยีของไทย กระทรวงวทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยีทลู เกลำ้ ฯ ถวำย เมอื่ วันที่ 19 ตุลำคม พทุ ธศักรำช 2543 เนอื่ งจำกทรงพระรำชดำรแิ ละพระรำชทำน โครงกำรฝนหลวง ซง่ึ ไดถ้ ือเอำวันท่ีทรงอำนวยกำรสำธิตกำรทำฝนเทยี มแก่ผ้แู ทนรฐั บำลสิงคโปร์ ชม ณ เขอื่ นแกง่ กระจำน จงั หวัดเพชรบรุ ี เป็นวันสำคญั 4. กษัตรยิ น์ ักพัฒนา มูลนิธิรำงวลั อำหำรโลก ทูลเกล้ำฯถวำย เนอ่ื งในงำนฉลองครบรอบ 20 ปี รำงวัลฟูดไพรซ์ เมื่อวนั ท่ี 19 ตลุ ำคม พุทธศกั รำช 2549 นำยเคนเน็ธ ควนิ น์ ประธำนมูลนธิ ิ อำหำรโลก ไดท้ ูลเกล้ำฯ ถวำยเหรียญรำงวัล ดร.นอร์แมน อี บอรล์ ็อก (Dr. Norman E. Borlaug Medallion) เป็นคร้ังแรกแด่พระบำทสมเดจ็ พระเจ้ำอยู่หวั ในฐำนะทีเ่ ปน็ บุคคล นำนำชำติระดับสูงสุดท่ีทรงพระวิรยิ อตุ สำหะบำเพ็ญพระรำชกรณยี กิจเพ่ือมนุษยธรรมในกำรขจัด ควำมหิวโหยและควำมยำกจนของพสกนิกรชำวไทย รวมถึงชนกลมุ่ น้อยและชำวเขำในท้องถ่ิน ทรุ กันดำร โดยได้พระรำชทำนโครงกำรอันเน่ืองมำจำกพระรำชดำรกิ ว่ำ 3,000 โครงกำรทั่ว รำชอำณำจักรไทย นบั แตพ่ ุทธศักรำช 2495 เป็นตน้ มำ โครงกำรดงั กลำ่ วครอบคลุมกำรพัฒนำ หลำยด้ำน เชน่ เทคโนโลยกี ำรเกษตร กำรใชท้ รัพยำกรน้ำอย่ำงยัง่ ยืน กำรเสรมิ อนำมยั เด็ก กำร แกไ้ ขปญั หำกำรขำดสำรไอโอดีน กำรเพิ่มโอกำสเขำ้ ถึงกำรศกึ ษำ และโครงกำรหลวงของพระองค์ ทรงเป็นทย่ี อมรับและเชิดชูจำกองค์กำรสหประชำชำติ 5. พระบดิ าแหง่ ฝนหลวง กระทรวงเกษตรและสหกรณท์ ลู เกล้ำฯ ถวำย เมอ่ื วันที่ 21 พฤศจิกำยน พทุ ธศกั รำช 2549 เพอื่ เทิดพระเกยี รตทิ ่ีทรงแกป้ ญั หำกำรประสบภยั แล้งของเกษตรกร โดยนำ กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์มำทดลองพฒั นำและประเมนิ ผลจนกำรปฏบิ ัตกิ ำรฝนหลวงประสบ ควำมสำเร็จ ได้ช่วยเหลอื เกษตรกรทกุ ภมู ภิ ำค และลดควำมสญู เสียทำง

37 เศรษฐกิจสว่ นรวมของประเทศไดเ้ ปน็ อยำ่ งมำก นอกจำกน้ียงั เกิดประโยชน์คู่กนั ไปดว้ ยคือช่วย เพม่ิ ปริมำณน้ำฝนในอ่ำงนำ้ และเข่อื นกกั เก็บน้ำเพอ่ กำรชลประทำน กำรผลิตกระแสไฟฟ้ำแหลง ตน้ นำ้ ลำธำรธรรมชำติ และปริมำณนำ้ อุปโภคบรโิ ภคของประชำชน6. วีรชนเอเชยี นติ ยสำรไทม์ทูลเกล้ำ ถวำยเมอ่ื วนั ท่ี 13 พฤศจกิ ำยน พทุ ธศักรำช 2549 นิตยสำร ไทม์ไดเ้ ฉลิมฉลองกำรพิมพ์ฉบับภูมิภำคเอเชยี ครบ60ปี ในฉบับประจำวันท่ี13พฤศจิกำยน พุทธศกั รำช 2549 โดยได้จัดอันดับ วรี ชนเอเชียในรอบหอทศวรรษทผี่ ่ำนมำจำนำวน 60 คน พระ บำทสมดจ็ เด็จพระเจ้ำอยู่หวั เปน็ บุคคลสำคญั พระองค์หนึง่ ท่ไี ดร้ ับกำรสดดุ ีวำ่ เปน็ วรี ชนเอเชีย นติ ยสำรไทม์พิมพบ์ ทควำมเรื่อง พระบำทสมเดจ็ พระเจ้ำอยหู่ วั ภมู พิ ลอดุลยเดชเขียนโดย โรเบริ ต์ ฮอรม์ กล่ำวว่ำพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยหู่ ัวเป็นท่ีรกั ของประชำชน ไดท้ รงใช้พระรำชอำนำจทำง ศลี ธรรมนำพำประเทศผำ่ นพ้นวกิ ฤตกำรณ์ โดยเฉพำะเหตุกำรณเ์ มื่อเดือนตลุ ำคม พุทธศักด์ิรำช 2516 และเดือนพฤษภำคม พุทธศกั ดิ์รำช 2535 เป็นช่วงเวลำท่ีประเทศไทยตกอยูใ่ นควำม โกลำหลหม่ำน พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยหู่ ัวซง่ึ ทรงมีเพียงพระรำชอำนำจทำงศีลธรรมเปน็ อำวุธ ได้ทรงเขำ้ ยุตกิ ำรนองเลือด นอกจำกนีย้ ังทรงริเร่ิมโครงกำรอันเน่อื งมำจำกพระรำชดำรกิ วำ่ 3000 โครงกำร เพื่อช่วยเหลือรำษฎรทยี่ ำกจน แมเ้ มื่อคร้งั ที่ยงั มีกำรก่อกำรรำ้ ยคอมมวิ นสิ ต์ พระองคย์ ัง เสด็จไปบรรเทำทุกข์ถึงหมูบ่ ้ำนชนบทหำ่ ไกลด้วยพระองค์เอง พระองค์ยงั ทรงให้คำปรึกษำรัฐบำล อย่ำงเงยี บๆบำงคร้งั ก็ทรงชักชวนอย่ำงเปดิ เผยแต่แฝงด้วยพระอำรมณ์ขนั ซึ่งมักจะทรงกระตุ้นให้ รฐั บำลคำนึงถึงประโยชนข์ องประชำชนเปน็ ทตี่ ัง้ จำกำรที่ทรงครองสิริรำชสมบัติครบ60ปี นบั ว่ำ เป็นพรระมหำกษัตริย์ทท่ี รงครองรำชย์ยำวนำนทส่ี ดุ ในโลกปัจจบุ ัน ทรงปฎบิ ัติพระรำชกรณยี กจิ ดว้ ยพระปรีชำสำมำรถยิ่งประชำชนชำวไทยจึงหนั ไปหำพระองค์ในยำมทปี่ ระเทศเกิดวิกฤต7. พระบดิ าแห่งการอนรุ กั ษ์มรดกไทย คณะกรรมกำรดำเนินงำนอนรุ กั ษ์มรดกไทยกรมศิลปำกร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ขอพระรำชทำนพระบรมรำชำอนุญำตน้อมเกลำ้ ฯ ถวำยพระรำชสมัญญำ พระบิดำแห่งกำรอนรุ ักษม์ รดกไทย (the supreme patron of thai culture)เพอื่ เฉลิมฉลอง พระเกยี รตใิ นโอกำสมหำมงคลทีท่ รงครองสริ ริ ำชสมบัติครบ 60 ปีในพทุ ธศักรำช 2549และทรง เจริญพระชนมพรรษำ ในพุทธศักดริ ำช 2550ด้วยควำมสำนึกในพระมหำกรุณำธคิ ุณท่ีทรง สง่ เสรมิ กำรอนุรักษม์ รดกไทย และทรงบำเพ็ญพระรำชกรณียกิจเปน็ แบบบอย่ำงแก่พสกนกิ รใน กำรอนุรักษ์มรดกไทย และทรงบำเพญ็ พระรำกรณียกิจเป็นแบบอยำ่ งแก่พสกนิกรในกำรอนุรกั ษ์ มรดกไทยและทรงบำเพญ็ พระรำชกรณียกจิ เปน็ แบบอย่ำงแกพ่ สกนกิ รในกำรอนรุ ักษ์มรดกทรง ศิลปวัฒนธรรมชำตติ ลอดมำ พรอ้ มกนั น้ีไดท้ ูลเกลำ้ ฯ ถวำยแผ่นทองคำจำรกึ พระรำชสมัญญำดว้ ย

38 ทรงพระกรุณำโปรดเกลำ้ ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสำธิรำชฯสยำมมกุฎรำชกุมำร ทรงปฎิบัตพิ ระ รำชกรณยี กจิ แทนพระองค์ ทรงรบั กำรทูลเกล้ำฯถวำมแผ่นทองคำจำรกึ พระรำชสมญั ญำจำก คณะกรรมกำรดำเนนิ งำนวันอนุรกั ษม์ ำชรดกไทย เม่ือวันท่ี23 มกรำคม พทุ ธศกั รำช 2551 ณ วังศโุ ขทยั3.6 วนั ส้าคญั เนื่องในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั พระรำชกรณยี กจิ ดำ้ นต่ำงๆทำให้รฐั บำลได้กำหนดวันสำคัญเนือ่ งในพระรำชกรณียกิจนั้นๆขึ้นดงั น้ี 1. วันอนรุ ักษ์ทรัพยากรน้า วันที่ 14 มกราคมของทกุ ปี เนื่องจำกเป็นวันที่ทรงลงพระปรมำภไิ ธยในพระรำชกำหนดแก้ไขเพม่ิ เติมพระรำชบญั ญัติปำ่ สงวนแห่งชำติ พ.ศ.2484 และพระรำชกำหนดแก้ไข้เพิ่มเตมิพระรำชบัญญัติอุทยำนแหง่ ชำติ พ.ศ.2504 ประกำศใหม้ ีวันอนุรกั ษ์ทรพั ยำกรปำ่ เมื่อวนั ที่ 9 มกรำคมพุทธศักรำช2533 2. วนั โคนมแหง่ ชาติ วันท่ี 16 มกราคมของทุกปี เน่ืองจำกเป็นวนั ท่ีพระบำทสมเดจ็ พระเจ้ำอย่หู ัวทรงประกอบพธิ เี ปิดฟำรม์ โคนมและศนู ยฝ์ กึ อบรมกำรเล้ียงโคนมแห่งชำติ เมอื่ วันที่ 13มกรำคม พทุ ธศกั ดิร์ ำช 2505 3. วนั นักประดิษฐ์วันท่ี 2 กุมภาพนั ธ์ของทกุ ปี เน่ืองจำกเป็นวนั ท่พี ระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยู่หวั ทรงไดร้ บั กำรทูลเกล้ำฯ ถวำมยสิทธบิ ตั รกำรประดิษฐเ์ คร่ืองกลเติมอำกำศทผี่ วิ น้ำหมุนช้ำแบบทนุ่ ลอย หรอื กงั หนั น้ำชยัพฒั นำได้มีประกำศกำหนดวันนักประดิษฐ์เมือ่ วนั ที่ 10พฤษภำคม พุทธศักรำช 2505 4. วนั ภาษาไทยแหง่ ชาติ วันที่29กรกฎาคมของทุกปี เน่อื งจำกพระบำทสมเด็จพระเจำ้ อยูห่ ัวได้เสด็จพระรำชดำเนนิ ไปทรงรว่ มอภิปรำยกบั ผูท้ รงคุณวุฒิดำ้ นภำษำไทยของชมุ นุมภำษำไทย คณะอกั ษรศำสตร์จฬุ ำลงกรณ์มหำวิทยำลยั เก่ียวกบั ปญั หำกำรใช้ภำษำไทย เม่ือพุทธศักรำช2505 5.วนั เทคโนโลยีของไทย วนั ท่ี19 ตุลาคอมของทกุ ปี เนื่องจำกเมื่อพุทธศักรำช 2543 พระบำมสมเด็จพระเจ้ำอยู่หวั ทรงอำนวยกำรสำธิตกำรทำฝนเทยี มแกผ่ ้แู ทนรัฐบำลสงิ คโปร์ได้ชมทีเ่ ขื่อนแก่งกระจำน จังหวัดเพชรบรุ ี กำรสำธิตกำรทำฝนเทียมใหแ้ กผ่ ้แู ทนรฐั บำลสิงคโ์ ปร์มำก รัฐบำลจงึ ได้ประกำศเมอ่ื 12 ธนั วำคมพุทธศักรำช 2543ให้ถือวันที่19ตุลำคมเปน็ วันเทคโนโลยไี ทย

396.วนั พระบดิ าแห่งฝนหลวงวันที่ 14 พฤศจกิ ายนของทุกปี พระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยหู่ ัวได้เสดจ็ พระรำชดำเนินไปทรงเยีย่ มพสกนิกรภำคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ทรงพบว่ำรำษฎรประสบปญั หำทุกขร์ ้อนจำกนำ้ ทว่ มและฝนแล้งทำใหเ้ กิดแนวพระรำชดำรใิ นกำรแกไ้ ขปญั หำอยำ่ งฉบั พลันในขณะนน้ั ว่ำ สมควรสรำ้ งฝำยหรือเข่ือนขนำดเล็กจำนวนมำกขวำงทำงนำ้ เพ่ือลดควำมรนุ แรงของกำรไหลบำ่ และกักเก็บน้ำไวใ้ ชใ้ นฤดูแล้ง และทรงมั่นพระรำชหฤทัยวำ่น่ำจะนำกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตรช์ ่วยให้เกิดฝนได้ รัฐบำลจึงประกำศเมื่อวันที่20สิงหำคมพุทธศักรำช 2545ให้ถือวนั ท่ี14พฤศจิกำยนเปน็ วนั พระบิดำแห่งฝนหลวง 7.วันสงิ่ แวดล้อมไทย วนั ท่ี 4 ธันวาคมของทกุ ปี เนื่องมำจำกพระรำชดำรสั ในวนท่เี ฉลมิ พระชนมพรรษำท่มี ใี จควำมเก่ยี วกบั สถำนกำรณส์ ่งิ แวดลอ้ มของประเทศไทยและโลกทีท่ วคี วำมรนุ แรงขึ้น และทรงหว่ งใยในปัญหำสง่ิ แวดลอ้ มทปี่ ระชำชนชำวไทยกำลงั ประสบ รัฐบำลจงึ ประกำศเม่ือวันที่ 12 พฤศจิกำยน พทุ ธศักรำช 2534 ใหถ้ ือวันที่ 4ธนั วำคมเป็นวนั สิ่งแวดลอ้ มของไทย 8.วันพ่อแห่งชาติวันที่ 5 ธนั วาคมของทกุ ปี เน่อื งจำกเปน็ วนั คล้ำยวันพระบรมรำชสมภพของพระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อยหู่ ัวภมู ิ ซึง่ ทรงประกอบพระรำชกรณยี กิจนำนปั กำร เพ่ือประโยชนแ์ ละควำมสุขของพสกนิกรถ้วนหนำ้ พระมหำกรุณำธิคุณเปรยี บประดุจพ่อท่ีมีควำมรกั เมตตำ และหวงั ดตี ่อลกู รัฐบำลจึงประกำศเม่ือวันที่ 5 ธนั วำคม พทุ ธศกั รำช 2523 ให้ถือว่ำวนั ที่5 ธนั วำคมเป็นวันพ่อแห่งชำตดิ ว้ ย 9.วนั กีฬาแหง่ ชาตวิ นั ที่16ธนั วาคมของทกุ ปีตรงวันที่พระบำทสมเดจ็ พระเจ้ำอย่หู วั ทรงชนะเลิศได้รบั กำรทลู เกล้ำฯถวำยเหรียญทองในกำรแขง่ ขนั เรือใบประเภทโอเค ของกีฬำแหลมทอง ครงั้ ที่4 เมือ่ พุทธศกั รำช 2510รฐั บำลจึงประกำศเม่ือวนั ท่ี15 เมษำยน พุทธศกั รำช 2529 ใหถ้ อื วันท่ี 16ธันวำคม เป็นวนั กฬี ำแห่งชำติ

403.7 สทิ ธิบตั รการประดษิ ฐ์ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว พระบำมสมเด็จพระเจำ้ อยู่หัวทรงได้รับกำรทลู เกลำ้ ฯถวำยสทิ ธิบตั รกำรประดษิ ฐ์ดังนี้ 1.เครือ่ งกลเติมอากาศทีผ่ ิวน้าหมุนชา้ แบบทนุ่ ลอย กังหนั นำ้ ชัยพฒั นำ สิทธิบตั รกำรประดษิ ฐ์ เลขที่3127 กรมทรัพย์สินทำงปัญญำ กระทรวงพำณชิ ย์ วันท่ี 2 กุมภำพันธ์ พุทธศักรำช 2536 2.เครอื่ งกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดดู น้า สทิ ธิบตั รกำรประดิษฐเ์ ลขที่10304 กรมทรพั ย์สินทำงปัญญำ กระทรวงพำณชิ ย์ วันที่ 19 เมษำยน พทุ ธศักรำช 2544 3.การใช้น้ามันปาล์มกลน่ั บรสิ ทุ ธิ์เปน็ น้ามนั เชอื้ เพลงิ ส้าหรับเครื่องยนตด์ เี ซล สทิ ธิบัตรกำรประดิษฐ์ิเลขท1่ี 0764 กรมทรพั ยส์ นิ ทำงปัญญำ กระทรวงพำณชิ ย์ วันที่ 26 กรกฎำคม พุทธศักรำช 254 4.การใชน้ า้ มนั ปาล์มกลั่นบริสทุ ธเิ์ ปน็ น้ามันหล่อลื่นส้าหรับเครอ่ื งยนต์2จังหวะอนสุ ิทธบิ ัตรกำรประดิษฐ์เลขท่ี 841 กรมทรัพยส์ ินทำงปญั ญำ กระทรวงพำณิชย์ วนั ท่ี 11 ตุลำคมพุทธศักรำช2545 5.การดัดแปลงสภาพอากาศเพอ่ื ใหเ้ กิดฝน สิทธิบตั รกำรประดษิ ฐ์ เลขท่ี 13898 กรมทรัพย์สนิ ทำงปญั ญำ กระทรวงพำณิชญ์ วนั ท่ี 29 พฤศจิ กิ ำยน พทุ ธศักรำช 2545 สำนกั สทิ ธิบตั รยโุ รป เลขที่ EP 1491088 วันท่ี12 ตุลำคม พุทธศกั รำช 2548และสำนักทรัพย์สินทำงปัญญำ เขยบรหิ ำรพเิ ศษฮ่องกง เลขท่ี 107255 วันท่ี 7เมษำยน พุทธศักรำช 2549 6.ภาชนะรองรบั ของเสยี ที่ออกมาจากรา่ งกาย สิทธบิ ัตรกำรออกแบบผลิตภณั ฑ์ เลขท่ี 14859กรมทรพั ย์สนิ ทำงปัญญำ กระทรวงพำณิชยว์ ันท่ี 10 มิถุนำยน พุทธศกั รำช 25467.อุปกรณ์ควบคุมการผลกั ดันของเหลว สิทธิบัตรกำรประดิษฐ์ เลขท่ี 1600 กรมทรัพย์สินทำงปัญญำ กระทรวงพำณิชย์ วนั ที่ 27 มกรำคม พุทธศักรำช 254

41 บรรณานกุ รม กรมศิลปำกร. 95 ปี แห่งการสถาปนากรมศลิ ปากร. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัทร่งุ ศลิ ป์กำรพิมพ์ (1977) จำกัด,2549 . พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวกบั มรดกของแผ่นดิน. กรงุ เทพฯ : บรษิ ัทอมรินทร์พรนิ้ ตงิ้ แอนด์ พบั ลิชชงิ่จำกัด (มหำชน),2549 (หนังสือประกอบนิทรรศกำรพิเศษเนอื่ งในวนั อนรุ ักษ์มรดกไทยพ.ศ. 2549) อัครศลิ ปิน. กรงุ เทพ : หำ้ งหุ้นส่วนจำกดั ป.สมั พนั ธ์พำณิชย์,2530. (เฉลมิ พระเกียรตพิ ระบำทสมเดจ็ -พระเจ้ำอยหู่ วั ในโอกำสมหำมงคลเจริญพระชนมพรรษำ 5 รอบ 5 ธนั วำคม 2530). กรมวิชำกำร. พระเจา้ อยู่หัว. กรุงเทพฯ ห้ำงหุน้ สว่ นจำกดั ชวนพิมพ์,2530. กระทรวงพลังงำนและสถำบนั ปิโตเลียมแหง่ แระเทศไทย. พระบดิ าแหง่ การพลังงานไทย. กรงุ เทพฯ :บริษัทอมรินทร์พรินตงิ้ แอนด์พับลิชช่งิ จำกัด (มหำชน),2549 กระทรวงอุตสำหกรรม. อตุ สาหกรรมใตร้ ม่ พระบารมี. กรุงเทพฯ : : บริษทั อมรนิ ทรพ์ รินตง้ิ แอนด์พับลิชชิง่จำกัด (มหำชน),2549. กองทัพเรือ. จอมทัพไทยกับราชนาวี. กรงุ เทพฯ : อรุณกำรพมิ พ์,2539. คณะกรรมกำรอำนวยกำรจัดงำนฉลองสิรริ ำชสมบตั คิ รบ 50ปี. พระราชประวตั แิ ละพระราชกรณยี กิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์ครุ ุสภำลำดพรำ้ ว,2539(เรียงควำม รอ้ ยแกว้ เฉลิมพระเกยี รตฉิ บบั ชนะกำรประกวดรำงวัลที่ 3 พมิ พ์เนื่องในวโรกำสทรงครองสริ ริ ำชสมบัตคิ รบ 50 ปี พุทธศกั รำช 2539). คณะองคมนตรี. ประมวลคา้ ประกาศสดุดีพระเกยี รติคณุ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดุลยเดชของสถาบนั และองคก์ รณต์ า่ งประเทศ. กรงุ เทพ : บรษิ ัท อมรินทร์พรนิ ติง้ แอนด์พับลิชชิง่ จำกดั (มหำชน),2550. คณะอนกุ รรมกำรขับเคล่ือนเศรษฐกิจพอเพียง. ประมวลค้าในพระบรมราโชวาทพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั ภูมิพลอดุลยเดช ต้ังแตพ่ ุทธศักราช 2493 – 2546 ทเี่ ก่ียวข้องกบั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง.กรุงเทพฯ : สำนกั งำนคณะกรรมกำรพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแหช่ ำติ,2549 โครงกำรสำรำนกุ รมไทยสำหรับเยำวชน โดยพระรำชประสงคใ์ นพระบำทสมเดจ็ พระเจำ้ อย่หู ัว.สารานกุ รมไทย ฉบับกาญจนภเิ ษก. กรุงเทพฯ : บรษิ ทั ด่ำนสุทธำกำรพิมพ์ จำกดั , 2547 .สารานกุ รมไทยฉบบั เฉลมิ พระเกียรติ ในโอกาสฉลองสริ ิราชสมบัตคิ รบ60ป.ี กรุงเทพฯ : บริษัทอมรนิ ทร์พรนิ ตงิ้ แอนด์พับลิชชิ่ง จำกดั (มหำชน),2550.

42 มหำวทิ ยำลยั เชียงใหม.่ พระภบู าลปานตะวันอันโอภาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั กบัมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. กรุงเทพฯ : บรษิ ัทท้ังฮ่ัวซนิ กำรพิมพ์ จำกดั ,2540. มหาวิทยาลัยรามคา้ แหง. เราจะครองแผน่ ดินโดยธรรม. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์แห่งจุฬำลงกรณ์มหำวทิ ยำลัย,2540. (พิมพ์รว่ มฉลองปีกำญจนำภเิ ษก ครองรำชยส์ มบตั ิครบ 50 ปี 2539). มหำวิทยำลัยศลิ ปำกร. งานช่างของในหลวง. กรุงเทพฯ : บริษทั อมรนิ ทร์พรินติ้งแอนด์พับลชิ ชง่ิ จำกดั(มหำชน),2539.(โครงกำรวิจยั ของมหำวิทยำลัยศลิ ปำกร ในวโรกำสทพี่ ระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หวั -ภมู ิพลอดลุ ยเดช ทรงครองสิริรำชสมบตั คิ รบ 50 ปี). วสุ แสงสิงแก้ว. “พระบำทสมเดจ็ พระเจ้ำอยูห่ ัวและพระเกียรติคุณในเวทีโลก”, นติ ยสารดิฉนั . ปที ่ี 29ฉบบั ที่715 (15 ธนั วำคม 2549) หน้ำ 158 – 160. เสถียรพงษว์ รรณปก. King Bhumibolพระมหากษัตริย์ พระผู้ทรงเปน็ อบุ าสกรัตนะ. กรุงเทพฯ :สำนักพมิ พ์ระฆังทอง, 2549 สถำนีวิทยุ อส. พระรำชวงั ดสุ ิต และธนำครำออมสนิ . ในหลวงกับประชาชน45 ปี สถานวี ทิ ยุ อส.พระราชวงั -ดุสติ . กรุงเทพฯ : บริษทั อมรินทรพ์ รนิ ตงิ้ แอนด์พบั ลชิ ชิ่ง จำกดั (มหำชน),2542. (ในมหำมงคลวโรกำสเฉลิมพระชนมพรรษำ 6 รอบ พทุ ธศักรำช 2542). สมเด็จพระญำณสังวร (เจริญ สุวฑฒฺ โน). ทศพธิ ราชธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัว. กรุงเทพฯ :โรงพิมพ์มหำมกฏุ รำชวทิ ยำลัย, 2549. สมำคมสหประชำชำติแห่งประเทศไทย. พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวกับสหประชาชาติ เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบตั ิครบ 50 ปี. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พเ์ ทคนิค 19,2541. สำนักงำนคณะกรรมกำรพฒั นำเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชำติ. 6 ทศวรรษแห่งการครองราชย์ พระผู้ทรงเปน็พลงั พัฒนาไทย. กรงุ เทพฯ : ม.ป.ท., 2549” Tempun, Phitsanukorn. (2016). the story : ๙ พระอัจฉรยิ ภาพของในหลวง. Retrieved November 10,2017 from True Plook Punya.Website : http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/news/26413Itsaranuwat, S (2017). Retrieved November 11, 2017 from:https://www.facebook.com/zoof.sarawut/


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook