Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบความรู้หน่วยที่1ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินได้พึงประเมิน

ใบความรู้หน่วยที่1ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินได้พึงประเมิน

Published by changwong2520.p, 2021-05-28 14:18:23

Description: ใบความรู้หน่วยที่1ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินได้พึงประเมิน

Search

Read the Text Version

1 ใบความรู้ หนว่ ยที่ 1 ผ้มู ีหน้าที่เสยี ภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดาและเงนิ ไดพ้ งึ ประเมิน 1. ผมู้ หี น้าทเ่ี สยี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผมู้ ีหนา้ ทีเ่ สยี ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา ไดแ้ ก่ ผทู้ ม่ี เี งนิ ได้เกดิ ขนึ้ ระหวา่ งปีทผี่ า่ นมาโดยมีสถานะ อยา่ งหนงึ่ อยา่ ง ใด ดังน้ี 1) บคุ คลธรรมดา 2) หา้ งหุน้ สว่ นสามัญหรอื คณะบุคคลที่มใิ ชน่ ติ บิ ุคคล 3) ผู้ถึงแก่ความตายระหวา่ งปภี าษี 4) กองมรดกทีย่ งั ไมไ่ ด้แบ่ง 5) วสิ าหกิจชุมชน ตามกฎหมายวา่ ด้วยการสง่ เสรมิ วิสาหกิจชุมชน เฉพาะทเี่ ป็นห้างหุ้นสว่ นสามญั หรือ คณะบุคคลท่ีมใิ ช่นิตบิ คุ คล 2. หนา้ ที่ผู้มหี น้าท่เี สยี ภาษีเงนิ ได้บุคคลธรรมดา 1. ขอมเี ลข และบตั รประจาตวั ผเู้ สยี ภาษี ภายใน 60 วัน นบั แตว่ นั ท่ีมีเงนิ ได้เกดิ ขน้ึ กรณีเปน็ ผมู้ เี งินได้ ท่ีไมม่ เี ลขประจาตัวประชาชน ไดแ้ ก่ เป็นคนต่างด้าว หรือกองมรดกทย่ี งั ไมไ่ ดแ้ บ่ง เว้นแต่ ผู้มีเงินได้ ที่มีเลขประจาตัวประชาชน สามารถใช้ เลขประจาตัวประชาชน แทนเลขประจาตัว ผู้เสีย ภาษีอากรได้ โดยไมต่ อ้ งขอมีเลขประจาตวั ผ้เู สียภาษอี ากรอกี ผมู้ ีเงินได้ท่ีมภี ูมิลาเนา อยู่ในกรุงเทพมหานคร อาจย่ืนคาร้อง ณ สานักงานสรรพากรพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ทัง้ 30 แหง่ หรือ สานกั สรรพากรพืน้ ท่ี สาขา(อาเภอ)ทุกแห่ง สาหรับในต่างจังหวัด ย่ืนคาขอได้ท่ีสานักงานสรรพากร พื้นท่ี (จังหวัด) และสานักงานสรรพากร พื้นท่ีสาขา (อาเภอ) ทุกแหง่ แล้วแต่กรณี 2. ยนื่ แบบแสดงรายการ ปกติปลี ะ 1 ครง้ั เงนิ ได้ ของปใี ด ก็ยน่ื แบบฯ ภายใน วันท่ี 31 มีนาคม ของปีถัดไป เว้นแต่ เงินได้ บางลกั ษณะ เช่น การใหเ้ ชา่ ทรพั ย์สิน เงินได้จาก วิชาชีพอิสระ เงนิ ได้จาก การรับเหมา เงินได ้จากธุรกจิ การพาณิชย์ เป็นต้น จะตอ้ ง ยื่นแบบฯ ตอนกลางปี สาหรับเงนิ ได้ ทเี่ กดิ ขึ้นใน 6 เดือนแรก ภายใน เดอื นกนั ยายน ของทุกปี 3. ความหมายเงนิ ไดพ้ งึ ประเมิน ตามกฎหมาย เงินได้ทตี่ ้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เรยี กวา่ \"เงินไดพ้ ึงประเมนิ \" หมายถึง เงินได้ ของบุคคลใดๆ หรือหนว่ ยภาษีใดข้างตน้ ที่เกิดข้ึนระหวา่ งวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของปีใดๆ หรอื เงิน ได้ ท่ีเกดิ ขึน้ ในปภี าษี ได้แก่ 1. เงิน 2. ทรพั ย์สินซึ่งอาจคดิ คานวณได้เป็นเงิน ท่ีได้รับจริง ทไี่ ดร้ ับจริง(เกณฑ์เงนิ สด) 3. ประโยชนซ์ ึง่ อาจคิดคานวณได้เปน็ เงิน 4. เงินค่าภาษอี ากรที่ผูจ้ ่ายเงินหรอื ผู้อน่ื ออกแทนให้ 5. เครดติ ภาษีตามท่กี ฎหมายกาหนด

2 4. เกณฑ์การย่ืนแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้ที่มีเงินได้เกิดข้ึนระหว่างปีภาษีจะมีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ ก็ต่อเมื่อมีเงินได้ถึงเกณฑ์ข้ันต่าตามที่ กฎหมายกาหนด ไมว่ า่ เมื่อคานวณภาษแี ล้วจะมีภาษีต้องชาระเพิ่มเติมหรอื ไมก่ ต็ าม ดงั นี้ 1. ผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานประเภทเงินเดือน ค่าจ้างท่ีได้รบั ในปีภาษีน้ัน (ต้ังแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม) - กรณีไม่มีคู่สมรสตอ้ งมีเงนิ ได้พงึ ประเมนิ เกิน 50,000 บาท - กรณีทม่ี ีคู่สมรสไม่วา่ ฝา่ ยเดยี ว หรือทั้งสองฝา่ ยตอ้ งมีเงนิ ได้พึงประเมนิ รวมกัน เกนิ 100,000 บาท 2. ผู้มีเงินได้จากการทาธุรกิจการคา้ ทั่วไปทีม่ ิใช่เกิดจากการจ้างแรงงานที่ได้รับในปภี าษีน้ัน (ต้ังแต่ 1 มกราคม ถงึ 31 ธันวาคม) - กรณไี มม่ ีค่สู มรสตอ้ งมีเงนิ ได้พึงประเมนิ เกนิ 30,000 บาท - กรณีมีคสู่ มรสไมว่ า่ ฝา่ ยเดยี วหรือทง้ั สองฝ่ายต้องมเี งนิ ได้พงึ ประเมินรวมกนั เกิน 60,000 บาท 3.กองมรดกของผตู้ ายท่ยี งั ไมแ่ บ่งเกนิ 30,000 บาท 4. หา้ งหุ้นส่วนสามญั หรือคณะบคุ คลทม่ี ใิ ชน่ ติ ิบุคคลเกนิ 30,000 บาท 5. แหล่งเงินได้ แหล่งที่มาของเงนิ ได้ ซงึ่ แบ่งเป็นเงนิ ได้จากแหล่งในประเทศและนอกประเทศ เงินได้จากแหล่งตา่ งๆ น้ีจะต้อง นาไปรวมคานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ ให้พจิ ารณา ดังนี้ 1. เงินได้เกดิ จากแหล่งในประเทศ หมายถึง เงนิ ไดท้ ่เี กดิ ข้ึน หรอื เปน็ ผลสืบเน่อื งจากมี 1.1 หน้าทีง่ านท่ที าในประเทศไทย หรอื 1.2 กิจการทท่ี าในประเทศไทย หรอื 1.3 กจิ การของนายจา้ งในประเทศไทย หรอื 1.4 ทรัพยส์ ินทีอ่ ย่ใู นประเทศไทย (ดอกเบีย้ เงินปันผล ค่าเช่า ฯลฯ * เง่ือนไข ผู้มีเงินได้เกิดจากแหล่งในประเทศนี้มีหน้าท่ีต้องเสียภาษีเงินไดต้ ามท่ีประมวลรัษฎากร กาหนดไว้ เสมอเว้นแต่จะมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย ท้ังนี้ ไม่ว่าเงินได้พึงประเมนิ ในปีภาษีท่ีลว่ งมาแล้วนั้น จะจ่ายในหรือ นอกประเทศ และไม่วา่ ผูม้ ีเงนิ ไดน้ ัน้ จะเป็นผ้อู ยูใ่ นประเทศไทยหรอื ไม่กต็ าม) 2. เงินได้เกดิ จากแหล่งนอกประเทศไทย หมายถึง เงินได้ที่เกดิ ขึ้นหรอื เป็นผลสบื เน่อื งจากมี 2.1 หน้าท่ีงานทที่ าในต่างประเทศ หรอื 2.2 กิจการท่ีทาในต่างประเทศ หรือ 2.3 ทรพั ย์สนิ ที่อย่ใู นต่างประเทศ * เง่ือนไข ผู้มีเงินได้เกิดจากแหล่งนอกประเทศในปีภาษีท่ีล่วงมาแล้วจะต้องเสียภาษีเงินได้ ในประเทศไทยก็ ต่อเมอ่ื เขา้ องค์ประกอบทั้ง 2 ประการ ดงั ตอ่ ไปน้ี (1) ผมู้ ีเงินได้เป็น ผู้อยู่ในประเทศไทย ในปีภาษนี ัน้ ช่ัวระยะเวลาหน่ึงหรือหลายระยะเวลา รวมท้งั หมด ถึง 180 วัน และ (2) ผมู้ เี งนิ ได้ นาเงินไดน้ ้ันเข้ามาในประเทศไทยในปภี าษนี ้ันดว้ ย ในการเสียภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดาบางกรณี ถ้าเกี่ยวข้องกับบุคคลของบางประเทศที่มี อนุสัญญาภาษีซ้อน* หรือความตกลงเพื่อป้องกันการเก็บภาษีซ้าซ้อนกับประเทศไทยจาเป็นต้องพิจารณาถึงความ ตกลงหรือ อนสุ ัญญาว่าดว้ ยการเว้นการเกบ็ ภาษซี ้อนระหวา่ งประเทศไทยได้ทาความตกลงไว้ด้วย

3 6. ประเภทเงินได้พึงประเมนิ เนอ่ื งจากผูม้ ีเงินได้ประกอบอาชีพแตกตา่ งกนั มคี วามยากง่ายหรือต้นทนุ ทีแ่ ตกต่างกัน เพื่อความ เป็น ธรรม ในกฎหมายจึงได้แบ่งลักษณะเงินได้(พึงประเมิน) ออกเป็นกลุ่มๆ ตามความเหมาะสมเพ่ือกาหนด วิธี คานวณภาษีใหเ้ กดิ ความเปน็ ธรรมมากท่สี ุด ดงั น้ี 1. เงินได้ประเภทที่ 1 ได้แก่ เงนิ ได้เนื่องจากการจา้ งแรงงาน ไม่ว่าจะเป็น - เงนิ เดอื น คา่ จา้ ง เบยี้ เลย้ี ง โบนสั เบ้ียหวดั บาเหนจ็ บานาญ - เงินคา่ เชา่ บ้านที่ไดร้ ับจากนายจา้ ง - เงนิ ทค่ี านวณไดจ้ ากมลู คา่ ของการได้อยู่บ้าน ซง่ึ นายจ้างใหอ้ ย่โู ดยไม่เสยี ค่าเช่า - เงินท่นี ายจ้างจ่ายชาระหนใ้ี ด ๆ ซงึ่ ลกู จา้ งมหี น้าทีต่ ้องชาระ - เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาท่ีได้เน่ืองจากการจ้างแรงงาน เช่น มูลค่าของการได้รับ ประทานอาหาร เป็นต้น 2. เงินไดป้ ระเภทที่ 2 ไดแ้ ก่ เงินได้เนือ่ งจากหน้าท่ีหรอื ตาแหน่งงานท่ที า หรือจากการรบั ทางานให้ ไม่ วา่ จะเปน็ - คา่ ธรรมเนยี ม ค่านายหน้า คา่ ส่วนลด - เงินอุดหนุนในงานที่ทา เบ้ียประชุม บาเหน็จ โบนสั - เงนิ คา่ เชา่ บ้านที่ไดร้ บั เนอื่ งจากหนา้ ที่หรอื ตาแหนง่ งานท่ีทา หรือจากการรบั ทางานให้ - เงินท่คี านวณไดจ้ ากมูลคา่ ของการไดอ้ ยู่บ้าน ทผ่ี ูจ้ ่ายเงินได้ใหอ้ ยู่โดยไมเ่ สียคา่ เชา่ - เงนิ ท่ผี จู้ า่ ยเงินได้จ่ายชาระหนใ้ี ด ๆ ซงึ่ ผู้มีเงนิ ไดม้ ีหน้าทีต่ อ้ งชาระ - เงนิ ทรพั ย์สนิ หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาท่ไี ดเ้ นอ่ื งจากหน้าที่หรือตาแหน่งงานที่ทาหรือ จากการรับ ทางานให้น้ัน ไมว่ ่าหน้าท่หี รอื ตาแหนง่ งาน หรืองานทร่ี ับทาใหน้ ั้นจะเปน็ การประจาหรือชวั่ คราว 3. เงินได้ประเภทท่ี 3ได้แก่ ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธ์ิหรือสิทธิอย่างอ่ืน เงินปี หรือเงินได้ที่มี ลักษณะ เปน็ เงินรายปอี ันได้มาจากพินัยกรรม นิตกิ รรมอย่างอืน่ หรอื คาพิพากษาของศาล 4. เงินได้ประเภทท่ี 4 ได้แก่ ดอกเบ้ีย เงินปันผล เงินส่วนแบ่งกาไร เงินลดทุน เงินเพ่ิมทุน ผลประโยชนท์ ่ไี ดจ้ ากการโอนหุน้ ฯลฯ เป็นตน้ (ก) ดอกเบย้ี พันธบตั ร ดอกเบ้ียเงนิ ฝาก ดอกเบ้ยี หนุ้ กู้ ดอกเบี้ยต๋ัวเงิน ดอกเบ้ียเงินก้ยู มื ไม่ว่า จะมี หลักประกันหรือไม่ ดอกเบ้ียเงินกู้ยืมท่ีอยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษี เงนิ ได้ปโิ ตรเลียมเฉพาะส่วนท่ีเหลือจากถูกหกั ภาษีไว้ ณ ทจ่ี ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหวา่ งราคา ไถ่ถอน กบั ราคาจาหน่ายตวั๋ เงนิ หรือตราสารแสดงสิทธิในหน้ีทบ่ี ริษัท หรอื ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิตบิ ุคคล อื่น เป็นผู้ออกและจาหน่ายครั้งแรกในราคาต่ากว่าราคาไถ่ถอน รวมท้ังเงินได้ท่ีมีลักษณะทานองเดียวกันกับ ดอกเบยี้ ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอน่ื ๆ ท่ีได้จากการให้กยู้ ืมหรอื จากสิทธเิ รียกร้องในหนท้ี กุ ชนดิ ไมว่ า่ จะมี หลกั ประกันหรือไมก่ ็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกาไร หรือประโยชน์อ่ืนใดที่ได้จากบรษิ ัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติ บคุ คล กองทนุ รวม หรือสถาบนั การเงนิ ทีม่ กี ฎหมายไทยให้จัดตัง้ ขึ้นโดยเฉพาะสาหรบั ให้กยู้ ืมเงนิ ฯลฯ (ค) เงินโบนัสทจ่ี า่ ยแก่ผถู้ อื หนุ้ หรือผ้เู ปน็ หุ้นส่วนในบรษิ ัทหรอื หา้ งห้นุ สว่ นนติ ิบุคคล (ง) เงินลดทุนของบรษิ ัทหรอื ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเฉพาะส่วนทจ่ี า่ ยไม่เกนิ กวา่ กาไรและเงนิ ที่ กนั ไว้รวมกนั

4 (จ) เงินเพ่ิมทุนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งจากกาไรที่ได้มาหรือรับช่วงกันไว้ รวมกัน (ฉ) ผลประโยชน์ที่ได้จากการท่ีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากันหรือรับช่วงกัน หรอื เลิกกนั ซ่ึงตีราคาเปน็ เงนิ ไดเ้ กินกวา่ เงินทุน (ช) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนการเป็นหุ้นส่วนหรือโอนหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร หรือต๋ัวเงิน หรือ ตราสารแสดงสทิ ธิในหน้ี ที่บรษิ ัทหรือห้างหุ้นสว่ นนติ ิบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออก ทั้งน้ีเฉพาะซ่ึงตี ราคา เปน็ เงนิ ไดเ้ กินกว่าทลี่ งทุน เงนิ ไดป้ ระเภทที่ 4 ในหลาย ๆ กรณี กฎหมายใหส้ ทิ ธทิ จ่ี ะเลือกเสยี ภาษีโดยวธิ ีหกั ภาษี ณ ท่ีจา่ ย แทนการ นาไปรวมคานวณกบั เงินได้อ่นื ตามหลักท่ัวไป ซง่ึ จะทาใหผ้ ู้มเี งนิ ได้ทตี่ ้องเสยี ภาษีตามบญั ชอี ตั ราภาษี ในอัตราที่ สูงกวา่ อตั ราภาษี หัก ณ ทจ่ี ่าย สามารถประหยดั ภาษีได้ 5. เงินไดป้ ระเภทท่ี 5 เงนิ ได้จากการใหเ้ ชา่ ทรัพยส์ ิน เงินหรอื ประโยชนอ์ ย่างอ่นื ทไี่ ดเ้ นือ่ งจาก - การให้เช่าทรัพย์สิน - การผิดสญั ญาเชา่ ซื้อทรพั ยส์ นิ - การผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อนซง่ึ ผูข้ ายได้รับคนื ทรัพย์สนิ ทซี่ ื้อขายนนั้ โดยไม่ต้องคืนเงินหรือ ประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับไวแ้ ลว้ 6. เงินได้ประเภทท่ี 6 ได้แก่ เงนิ ไดจ้ ากวชิ าชีพอิสระ คอื วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปตั ยกรรม การบัญชี ประณตี ศิลปกรรม หรอื วิชาชีพอน่ื ซง่ึ จะได้มพี ระราชกฤษฎกี ากาหนดชนิดไว้ 7. เงินได้ประเภทท่ี 7 ได้แก่ เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาตอ้ งลงทุนด้วยการจัดหาสัมภาระ ใน ส่วนสาคัญนอกจากเคร่อื งมอื 8. เงินได้ประเภทที่ 8 ได้แก่ เงนิ ได้จากการธรุ กิจ การพาณชิ ย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง การขายอสงั หารมิ ทรพั ย์ หรือการอืน่ นอกจากที่ระบไุ วใ้ นประเภทท่ี 1 ถึงประเภทท่ี 7 แล้ว 7. เงนิ ไดพ้ ึงประเมนิ ทีไ่ ด้รบั ยกเว้นภาษี เงินได้ท่ีได้รับยกเว้นภาษี มีอยู่หลายกรณีท่ีสาคัญๆ ได้แก่ การยกเว้นตามมาตรา 42 แห่งประมวล รษั ฎากร การยกเว้นตามกฎกระทรวง ฉบับท่ี 126 การยกเวน้ ตามพระราชกฤษฎกี า ฉบบั ต่างๆ เปน็ ตน้ เงินได้ ทไ่ี ดร้ ับยกเวน้ ภาษีมีดังน้ี 1. คา่ เบย้ี เลีย้ ง หรือ ค่าพาหนะ ซ่ึงลูกจ้างหรือผู้รับหน้าที่หรือตาแหน่งงาน หรือผู้รับทางาน ใหไ้ ด้จา่ ยไป โดยสจุ รติ ตามความจาเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏบิ ตั กิ ารตามหน้าที่ของตน และไดจ้ ่ายไปทงั้ หมด ในการนั้น 2. ค่าพาหนะและเบ้ียเล้ยี งเดนิ ทางตามอตั ราทร่ี ัฐบาลกาหนดโดยพระราชกฤษฎีกาว่าดว้ ยอัตรา ค่าพาหนะ และเบยี้ เล้ียงเดินทาง 3. เงินค่าเดินทางซึ่งนายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง เฉพาะส่วนท่ีลูกจ้างได้จ่ายท้ังหมดโดยจาเป็น เพื่อการ เดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับงานเป็นคร้ังแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการจ้างส้ินสุดลงแล้ว แต่ ข้อยกเว้นนม้ี ิให้รวมถึงเงินค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการย้ายกลับถนิ่ เดิม และในการเข้ารับงานของนายจ้าง เดิมภายใน 365 วัน นบั แต่วนั ท่กี ารจา้ งครง้ั กอ่ นได้สน้ิ สุดลง 4. ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างได้ทาสัญญากันโดยสุจริตก่อนใช้พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ พุทธศักราช 2475 มีข้อกาหนดว่า นายจ้างจะชาระเงินบาเหน็จ เงินค่าธรรมเนียม เงินค่านายหน้า หรือเงินโบนัส ให้แก่ ลูกจ้างเป็นจานวนเดียวเมื่อการงานที่จ้างได้ส้ินสุดแล้ว แม้เงินเต็มจานวนนั้นจะได้ชาระภายหลังที่ใช้ บทบัญญตั ใิ นส่วนนก้ี ็ดี เงินบาเหนจ็ เงนิ ค่าธรรมเนยี ม เงินคา่ นายหนา้ หรอื เงินโบนสั ส่วนทเี่ ป็นค่าจา้ งแรงงาน

5 อนั ได้ทาในเวลาก่อนใช้พระราชบัญญัติภาษีเงินได้ พุทธศักราช 2475 น้ัน ไม่ต้องรวมคานวณเพื่อเสียภาษเี งิน ได้ 5. เงินเพ่ิมพิเศษประจาตาแหน่ง และเงินค่าเช่าบ้าน หรือบ้านที่ให้อยู่โดยไม่ต้องเสียค่าเช่าสาหรับ ข้าราชการสถานทตู หรือสถานกงสลุ ไทยในตา่ งประเทศ 6. เงนิ ไดจ้ ากการขาย หรือส่วนลดจากการซือ้ อากรแสตมป์หรือแสตมปไ์ ปรษณยี ากรของรัฐบาล 7. เบ้ียประชุมกรรมาธิการหรือกรรมการ หรือค่าสอน ค่าสอบที่ทางราชการหรือสถานศึกษาของทาง ราชการจา่ ยให้ 8. ดอกเบยี้ ดอกเบ้ียทีไ่ ด้รบั ยกเว้นภาษี ได้แก่ ดอกเบี้ยดงั ตอ่ ไปน้ี (1) ดอกเบี้ยสลากออมสนิ หรือดอกเบ้ยี เงนิ ฝากออมสินของรฐั บาลเฉพาะประเภท ฝากเผอื่ เรยี ก (2) ดอกเบย้ี เงนิ ฝากประเภทออมทรพั ย์ทไ่ี ดร้ บั จากสหกรณ์ (3) ดอกเบ้ียเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรท่ีต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามประเภท ออมทรัพย์เฉพาะ กรณที ่ีผมู้ ีเงนิ ได้ได้รับดอกเบ้ียดังกลา่ วในจานวนรวมกันทงั้ สนิ้ ไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดปภี าษนี ั้น ท้ังน้ี ตาม หลักเกณฑว์ ิธีการและเงอ่ื นไขท่อี ธิบดี ประกาศ (มาตรา 42(8)) (4) ดอกเบย้ี เงินฝากท่เี กิดจากการฝากเงินกับธนาคารในประเทศไทยและจากสหกรณ์ออมทรพั ย์ตาม กฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ในประเทศ เป็นรายเดือนติดต่อกันมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 24 เดอื น นับแต่วนั ท่ีฝาก โดยมียอดเงินฝากแต่ละคราวเทา่ กนั แต่ไม่เกิน 25,000 บาทต่อเดือนและรวมท้ังหมดแล้วต้องไม่เกิน 600,000 บาท 9. การขายสังหารมิ ทรพั ย์อันเปน็ มรดก หรอื สังหาริมทรัพย์ ทีไ่ ดม้ าโดยมไิ ด้มุ่งในทางการคา้ หรือหากาไร แต่ ไม่รวมถึงเรือกาปัน่ เรอื ท่ีมีระวางต้ังแต่ 6 ตันขึ้นไป เรอื กลไฟหรือเรอื ยนตท์ ม่ี ีระวางตงั้ แต่ 5 ตันขนึ้ ไปหรอื แพ 10. เงินได้ท่ีได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา เงินได้ท่ีรับจากการรับมรดก หรือจากการให้โดย เสนห่ าเนอ่ื งในพิธี หรอื ตามโอกาสแหง่ ขนบธรรมเนยี มประเพณี 11. รางวัลเพอื่ การศึกษาหรือค้นควา้ ในวทิ ยาการ รางวัลสลากกนิ แบง่ หรือสลากออมสนิ ของรฐั บาล รางวัลท่ี ทางราชการจ่ายให้ในการประกวดหรือแข่งขัน ซ่ึงผู้รับมิได้มีอาชีพในการประกวดหรือแข่งขัน หรือสินบน รางวลั ท่ีทางราชการจา่ ยใหเ้ พื่อประโยชน์ในการปราบปรามการกระทาความผดิ 12. บานาญพิเศษ บาเหน็จพเิ ศษ บานาญตกทอด หรอื บาเหน็จตกทอด 13. คา่ สินไหมทดแทนเพื่อละเมิด เงนิ ทีไ่ ดจ้ ากการประกันภัยหรือการฌาปนกิจสงเคราะห์ 14. เงินได้ท่ไี ด้รับจากส่วนแบ่งของกาไรจากหา้ งหุ้นส่วนสามญั หรอื คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ที่ไดร้ บั จาก (ก) การให้เช่าอสังหารมิ ทรัพย์ที่เปน็ กรรมสิทธ์ิรวมอันไดม้ าโดยทางมรดก หรือได้รับจากการให้โดยเสน่หา ซึ่งต้อง เสียภาษเี งนิ ได้ตามส่วน ๒ หมวด ๓ ลักษณะ ๒ แหง่ ประมวลรัษฎากร (ข) ดอกเบ้ยี เงนิ ฝากตามมาตรา ๔๐ (๔) (ก) แห่งประมวลรัษฎากร และถูกหักภาษีเงินได้ ณ ท่ีจ่าย ตามมาตรา ๕๐ (๒) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งน้ี เฉพาะกรณีทผี่ ู้มเี งินได้ ดังกล่าวไมข่ อรบั เงินภาษีท่ีถูกหักไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีท่ีถกู หกั ไวน้ ้ันไม่ว่า ทงั้ หมดหรอื บางส่วน (ดูกฎกระทรวง ฉบับท่ี ๓๐๙ (พ.ศ. ๒๕๕๘) ใช้บังคบั สาหรับเงินได้พึงประเมินประจาปี พ.ศ. ๒๕๕๘ เปน็ ต้นไป) 15. เงนิ ได้ของชาวนาทไ่ี ด้จากการขายข้าว อนั เกิดจากกสิกรรมทต่ี นและหรือครอบครวั ไดท้ าเอง 16. เงนิ ได้ท่ไี ด้รบั จากกองมรดกซงึ่ ได้เสียภาษีเงนิ ได้ไว้ในนามของกองมรดกแลว้ 17. รางวลั สลากบารงุ กาชาดไทย เงนิ ได้จากการขายหรอื ส่วนลดจากการซ้ือสลากบารงุ กาชาดไทย 18. ดอกเบย้ี ท่ไี ด้รบั จากการคืนเงินภาษีอากรตามประมวลรษั ฎากร 19. เงินได้ทเี่ ปน็ เงนิ ปันผลหรือเงินเฉลยี่ คนื ทสี่ หกรณ์จา่ ยใหแ้ กส่ มาชิก

6 20. เงินปันผลท่ีได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลท่ีประกอบการขนส่งทางทะเลและ ถือกรรมสิทธ์เรือ ไทย หรือที่ประกอบกจิ การอู่เรือที่ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการพาณชิ ยนาวี พ.ศ.2521 ซ่ึงจะ ไดร้ บั ยกเว้นภาษเี งนิ ไดก้ ต็ อ่ เมือ่ ได้ตราเป็นพระราชกฤษฎกี าตามประมวลรัษฎากรแล้ว 21. เงินได้จากการขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวม 22. เงินได้ของกองทุนรวม 23. เงินประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตน ได้รับจากกองทุนประกันสังคมตามกฎหมายว่าด้วย การ ประกันสงั คม 24. เงินได้จากกิจการโรงเรียนราษฎร์ (โรงเรียนเอกชน) แต่ไม่รวมถึงเงินได้จากการขายของ การรับจ้างทา ของหรอื การใหบ้ รกิ ารอ่นื ใดที่โรงเรยี นราษฎร์ ซ่ึงเป็นโรงเรยี นอาชวี ศกึ ษาได้รบั จากผ้ซู ง่ึ มใิ ชน่ กั เรยี น 25. เงนิ ไดจ้ ากการจาหนา่ ยหรอื ส่วนลดจากการจาหนา่ ยสลากกินแบ่งของรฐั บาล 26. เงินได้ส่วนที่เป็นค่าจ้างการทางานในระหว่างเวลาปิดภาคการศึกษาของคนต่างด้าว ซ่ึงเป็นนักเรียน นกั ศึกษา หรือนิสิตที่เข้ามาศึกษา ณ สถานศึกษาในประเทศไทย ท้ังน้ี ให้เป็นไปตามหลกั ถ้อยทถี ้อยปฏิบตั ิต่อ กัน 27. เงินได้สว่ นทเ่ี ปน็ คา่ รักษาพยาบาลท่ีนายจา้ งจา่ ยให้ หรือจ่ายแทนลูกจา้ งเปน็ ค่ารกั ษาพยาบาล สาหรับ (1) ลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการีหรือผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้าง ท้ังน้ี เฉพาะ สาหรบั การรักษาพยาบาลทก่ี ระทาในประเทศไทย (2) ลกู จ้างในกรณีท่ีจาเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศในขณะที่ปฏิบัติการตามหน้าท่ีใน ตา่ งประเทศเป็นคร้งั คราว ทง้ั นี้ เงินจานวนดงั กลา่ วไดจ้ ่ายไปท้ังหมดในการน้ัน 28. เงินได้ทที่ างราชการจ่ายให้เป็นเงินค่าเช่าบา้ น หรือเงินที่คานวณได้จากมูลค่าของการได้ อยู่บ้านที่ให้อยู่ โดยไมเ่ สียค่าเช่า เงินช่วยการศึกษาบุตร เงนิ ช่วยเหลือบตุ ร เงินคา่ เบ้ียกนั ดาร เงนิ ยังชีพหรือ เงนิ ค่าอาหารทา การนอกเวลา 29. เงินค่าเช่าบ้านท่ีได้รับจากรัฐวิสาหกิจ ซ่ึงมิใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเท่าท่ีผู้มี เงินได้ได้จ่ายไป โดยสุจริตตามความเป็นจริง หรอื เงนิ ที่คานวณได้จากมูลค่าของการไดอ้ ยูบ่ ้านท่รี ฐั วิสาหกิจดงั กลา่ วใหอ้ ยู่โดยไม่ ตอ้ งเสียค่าเช่าและรฐั วสิ าหกิจผู้จ่ายเงนิ มไิ ดอ้ อกค่าภาษีเงินได้สาหรบั เงนิ ได้จานวนดังกลา่ วให้ 30. เงนิ ชว่ ยการศึกษาบุตร เงินช่วยเหลือบุตร เงินค่าเบีย้ กนั ดารหรือเงินยงั ชพี ทไี่ ดร้ บั จาก รฐั วิสาหกิจ ซ่งึ มใิ ช่ บริษัทหรือห้างหนุ้ ส่วนนิติบุคคลในอัตราเดียวกับท่ีทางราชการให้แก่ข้าราชการและรัฐวิสาหกจิ ผู้จ่ายเงินมิได้ ออกคา่ ภาษีเงินไดจ้ านวนดงั กล่าวให้ 31. รางวัลท่ที างราชการจ่ายใหเ้ พือ่ ประโยชนใ์ นการป้องกันมิใหม้ ีการกระทาความผิดเกีย่ วกับภาษอี ากร 32. ดอกเบี้ยเงินสะสมทไี่ ด้รับจากรัฐวิสาหกจิ ซง่ึ มิใช่บริษทั หรอื ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในอัตราเดียวกับที่ทาง ราชการจ่ายใหแ้ ก่ขา้ ราชการและรัฐวิสาหกิจผู้จา่ ยเงนิ มิได้ออกคา่ ภาษีเงินไดจ้ านวนดงั กล่าวให้ 33. เงินได้ที่เจ้าหน้าท่ีของรัฐบาลต่างประเทศ ซง่ึ ปฏิบัติหน้าท่ีในประเทศไทยได้รับจากรัฐบาลของตน ทั้งน้ี โดยใหเ้ ป็นไปตามหลกั ถ้อยทีถ้อยปฏิบตั ติ ่อกัน 34. เงินได้ส่วนทเ่ี ป็นเงินเดอื นและเงินใดๆ บรรดาท่ีได้เนื่องจากหน้าที่หรือตาแหน่งงานที่ทาหรอื จากการรับ ทางานให้ที่คนต่างด้าวซึ่งเป็นผู้แทนของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศปฏิบัติหน้าท่ีในประเทศไทย ได้รับจากคณะกรรมการกาชาดระหวา่ งประเทศ 35. ดอกเบ้ียเงินฝากสหกรณเ์ ฉพาะเงินฝากที่ต้องจ่ายคืนเม่ือทวงถามประเภทออมทรัพย์ ซึ่งใช้สมุดคู่ฝากใน การฝากถอน

7 36. เงินได้ท่ีทางราชการจ่ายให้เพ่ือประโยชน์ในการรักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักรและ กระทรวงการคลังไดอ้ นุญาตใหเ้ บกิ จา่ ยได้ 37. เงินได้สว่ นท่ีเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างและเงินใดๆ บรรดาที่ได้เน่ืองจากหน้าท่ีหรือตาแหน่งงานท่ีทาหรือ จากการรบั ทางานให้ทค่ี นต่างดา้ วซึง่ ไม่มถี น่ิ ที่อยใู่ นประเทศไทยได้รับจาก (1) คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเก่ยี วกบั การโยกยา้ ยถ่นิ ฐานในการปฏิบัตงิ าน ในประเทศไทย (2) รฐั บาลแหง่ ประเทศของตนในการปฏิบัติงานเก่ยี วกับการช่วยเหลือผู้อพยพจาก อนิ โดจนี ในประเทศ ไทย 38. เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการ ให้โดยเสน่หาที่ ต้งั อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานคร เทศบาล สุขาภิบาล หรือเมืองพัทยาหรือการปกครองท้องถิ่นอื่นทมี่ ีกฎหมาย จดั ตั้งขน้ึ โดยเฉพาะ ทั้งน้ี เฉพาะเงนิ ไดจ้ ากการขายในส่วนทไี่ ม่เกิน 200,000 บาท ตลอดปีภาษนี น้ั 39. เงนิ ได้จากการโอนกรรมสทิ ธ์ิหรือสทิ ธคิ รอบครองในอสังหาริมทรพั ยใ์ ห้แกบ่ ุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ตนโดยไมม่ ีค่าตอบแทน บตุ รชอบด้วยกฎหมายดงั กลา่ วไม่รวมถึงบตุ รบุญธรรมดว้ ย 40. เงินได้จากการขายสินค้ายาสูบท่ีโรงงานยาสูบ กระทรวงการคลังได้เสียภาษีเงินได้แทน ผู้ขายสินค้า ดังกล่าวทกุ ทอดตามมาตรา 48 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร 41. ดอกเบี้ยพันธบตั รหรอื ดอกเบ้ียหุ้นกู้ หรอื ผลต่างระหว่างราคาไถถ่ อนกบั ราคาจาหน่ายพันธบัตร หรือหุ้น กู้ทีอ่ อกจาหน่ายครั้งแรกในราคาต่ากว่าราคาไถถ่ อน หรือผลประโยชน์ที่ไดจ้ ากการโอนพันธบตั รหรอื หุน้ กู้ ทงั้ น้ี เฉพาะพันธบัตรหรือหุ้นกู้ของรัฐบาล องค์การของรัฐบาล หรือสถาบันการเงินท่ีมีกฎหมายโดยเฉพาะของ ประเทศไทยจัดตั้งข้ึน สาหรบั ให้กูย้ มื เงินเพื่อส่งเสรมิ เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออตุ สาหกรรม และผู้มีเงิน ได้น้นั มิไดเ้ ปน็ ผอู้ ยใู่ นประเทศไทย 42. ดอกเบีย้ เงินฝากประเภทออมทรัพย์ของธนาคารเพือ่ การเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 43. เงินได้จากการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงเงินได้ จากการขาย หลกั ทรัพยท์ ีเ่ ป็นหนุ้ กูห้ รอื พันธบตั ร 44. เงินได้จากการขายโลหะดีบุกต้ังแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2531 สาหรับโลหะดีบุกท่ีซ้ือมาระหว่างวันที่ กฎกระทรวงน้ใี ช้บังคบั ถึงวันท่ี 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2530 ท้ังน้ี เฉพาะทไ่ี มน่ ารายจา่ ยในส่วนท่ีเกย่ี วกบั กจิ การซื้อ และขายโลหะดบี ุกดงั กล่าวไปรวมคานวณเปน็ รายจ่ายในการคานวณเงินไดส้ ุทธิ 45. เงินปันผลหรือเงินส่วนแบง่ ของกาไร แล้วแต่กรณีจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคล ทม่ี ิใช่นิติบุคคล หรือจากบริษัทหรือห้างหุน้ ส่วนนิตบิ ุคคลที่ตัง้ ข้นึ ตามกฎหมายไทย ทงั้ นี้เฉพาะสว่ นท่เี ปน็ การคานวณจากเงนิ ได้ จากการขายโลหะดีบกุ ต้งั แต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2531 สาหรับโลหะดีบุกทซี่ ื้อระหวา่ งวนั ท่ี กฎกระทรวงนใี้ ช้ บังคับถึงวนั ท่ี 31 ธนั วาคม พ.ศ. 2530 และรายจ่ายในสว่ นท่ีเกี่ยวกบั กิจการซอื้ และขายโลหะดบี กุ ดงั กลา่ ว 46. เงนิ ไดจ้ ากการโอนกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองในอสงั หาริมทรพั ย์ โดยไม่มี คา่ ตอบแทนให้แกม่ ลู นธิ ชิ ัย พฒั นา 47. เงินได้จากการโอนกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ โดยไม่มี ค่าตอบแทนให้แก่มูลนิธิ สง่ เสริมศิลปาชีพในสมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกิติพ์ ระบรมนาชนิ นี าถ 48. เงินค่าทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ท้ังน้ี เฉพาะท่ีดินที่ต้องเวนคืน และ อสังหารมิ ทรัพยอ์ ่นื บนท่ดี นิ ทีต่ อ้ งเวนคนื 49. เงนิ ได้พงึ ประเมินดงั ตอ่ ไปน้ี

8 (1) ผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาซ้ือต๋ัวเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ใดๆ ที่บริษัทหรือห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอ่ืนเป็นผู้ออกและมีการจาหน่ายครั้งแรกในราคาต่ากว่าราคา ไถ่ถอน แต่ไม่ รวมถึงกรณีทผ่ี มู้ เี งินได้ซ่งึ เปน็ ผ้มู ีหนา้ ที่เสียภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดาเป็นผูท้ รงคนแรก (2) ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหน้ีใดๆ ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติ บคุ คลหรือนติ ิบคุ คลอนื่ เป็นผ้อู อก ท้ังน้ี เฉพาะตัว๋ เงนิ หรอื ตราสารแสดงสทิ ธใิ นหนท้ี ่ีไมม่ ี ดอกเบ้ยี (3) ดอกเบ้ียที่ได้จากตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนใ้ี ดๆ ท่ีบรษิ ัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติ บุคคลอื่นเป็นผู้ออก เฉพาะส่วนที่เกิดข้ึนก่อนการเป็นผู้ทรงต๋ัวเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหน้ีของผู้มีเงินได้ ทั้งนี้ ต้องมีการหักภาษีเงินได้ ณ ท่ีจ่าย ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร จากดอกเบี้ย ดังกล่าว ท้ัง จานวนไวแ้ ล้ว 50. เงินได้ท่ผี ู้เชี่ยวชาญของประชาคมยุโรปที่เป็นคนต่างด้าวและไมม่ ีถิ่นท่ีอยู่ในประเทศไทยได้รับเน่ืองจาก การเข้ามาทางานในประเทศไทย ภายใตโ้ ครงการความช่วยเหลือท่ีประเทศไทยได้รบั จากประชาคม ยุโรป 51. เงินได้จากการขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมท่ีจัดต้ังขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาด หลักทรพั ย์ แต่ไม่รวมถึงเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รบั เนื่องจากการขายหนว่ ยลงทุนคืนให้แก่กองทุนรวม เพอื่ การเลย้ี งชพี หรือกองทุนรวมห้นุ ระยะยาวตามกฎหมายว่าดว้ ยหลักทรัพย์และตลาดหลกั ทรพั ย์ 52. เงนิ ได้ที่คณะกรรมการอานวยการปรบั ปรงุ พระท่นี ั่งจักรมี หาปราสาทได้รับเพือ่ ประโยชนใ์ นการสร้างพระ ที่นั่งองค์ใหม่และปรับปรุงพระที่นงั่ จักรีมหาปราสาท 53. เงนิ ไดท้ ่ีคานวณได้จากมลู คา่ ของเครื่องแบบซึ่งลูกจ้างไดร้ ับจากนายจ้างในจานวนคนละ ไมเ่ กินสองชุดต่อ ปแี ละเสื้อนอกในจานวนคนละไม่เกินหนง่ึ ตวั ต่อปี 54. เงินได้เทา่ ที่ลกู จ้างจ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนสารองเล้ยี งชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทนุ สารองเล้ียง ชีพในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้างเฉพาะส่วนท่ีเกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท สาหรับปี ภาษนี น้ั ทั้งนี้ สาหรบั เงินไดพ้ งึ ประเมนิ ที่ได้รับตงั้ แต่วนั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป 55. เงนิ หรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับจากกองทนุ สารองเล้ยี งชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสารองเลย้ี งชีพ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ท่ีได้รับจากกองทุนสารองเล้ียงชีพเนื่องจากลูกจ้างออกจากงานเพราะ ตาย ทุพพลภาพ หรอื ออกจากงานเมอื่ มีอายไุ ม่ต่ากว่าห้าสิบหา้ ปบี รบิ ูรณ์ 2. เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ท่ีมีสิทธิได้รับจากกองทุนสารองเลี้ยงชีพเนื่องจากลูกจ้างออกจากงาน กอ่ นอายุครบห้าสิบห้าปีบริบรู ณ์ แต่เมื่อออกจากงานแล้วไดค้ งเงินหรือผลประโยชน์นนั้ ไว้ท้ังจานวนในกองทุน สารองเลย้ี งชีพ และต่อมาได้รบั เงินหรือผลประโยชน์หลังจากลกู จ้างผู้น้นั ตาย ทุพพลภาพ หรอื อายุครบห้าสิบ ห้าปีบรบิ รู ณ์ ประกาศน้ีให้ใช้บังคับสาหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป และใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเง่ือนไขทอ่ี ธิบดีกาหนด (ดปู ระกาศอธบิ ดีกรมสรรพากร เกยี่ วกบั ภาษี เงนิ ได้ (ฉบับท่ี 223) ) 56. เงนิ ปนั ผลหรือเงินสว่ นแบง่ ของกาไรจากบริษัทหรือหา้ งหุ้นส่วนนิติบุคคลทีไ่ ด้จากกจิ การโรงเรียนเอกชน ที่ต้ังข้ึนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนหรือกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนท่ีตงั้ ข้ึน ตามกฎหมายว่าด้วย สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวจะต้องมิได้ประกอบกิจการอ่ืน นอกจากกิจการโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าดว้ ยโรงเรียนเอกชนหรือกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตาม กฎหมายวา่ ดว้ ยสถาบันอุดมศกึ ษาเอกชน

9 57. ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรท่ีตอ้ งจ่ายคืนเมือ่ ทวงถามประเภทออมทรพั ย์ เฉพาะกรณีท่ีผู้มี เงนิ ไดไ้ ดร้ บั ดอกเบย้ี ดังกล่าวในจานวนรวมกันท้งั สิ้นไมเ่ กิน 20,000 บาทตลอดปภี าษีนั้น 58. เงินได้ส่วนท่ีเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างที่คนประจาเรือได้รับเนื่องจากการปฏิบัติงาน บนเรือไทยตาม กฎหมายวา่ ด้วยการสง่ เสรมิ การพาณิชยนาวที ใี่ ชใ้ นการขนส่งสินคา้ ระหวา่ งประเทศ 59. เงินได้ที่คณะกรรมการบริหาร \"ทุนการกุศลสมเด็จพระเทพฯ\" ได้รับเพื่อประโยชน์ ของการกุศลสมเด็จ พระเทพฯ 60. เงินไดจ้ ากการขายอสงั หารมิ ทรัพย์ ดงั ต่อไปน้ี (1) บ้าน โรงเรียน หรือส่ิงปลูกสร้างอน่ื ซ่งึ โดยปกตใิ ชป้ ระโยชน์เพอื่ เปน็ ท่ีอย่อู าศยั (2) อสงั หาริมทรพั ย์ตาม (1) พรอ้ มที่ดิน (3) หอ้ งชดุ สาหรบั การอยอู่ าศัยในอาคารชดุ ตามกฎหมายว่าดว้ ยอาคารชุด ทง้ั น้ี เฉพาะกรณที ่ีผู้มีเงินได้ได้อสังหาริมทรัพย์ตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจดทะเบียนการได้มาใน พ.ศ. 2540 และขายอสังหาริมทรัพย์นั้นภายหลังจากการจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 1 ปี แต่ไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2550 61. ผลประโยชน์ที่ได้จากการควบเข้ากันของธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ และหรือ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธรุ กิจหลกั ทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ซ่ึงตีราคาเป็นเงนิ ได้เกนิ กวา่ เงินทนุ 62. เงินได้เท่าท่ีสมาชิกกองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการจ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนบาเหน็จบานาญ ขา้ ราชการตามกฎหมายวา่ ดว้ ยกองทุนบาเหนจ็ บานาญข้าราชการ เฉพาะส่วนทไ่ี มเ่ กิน 500,000 บาท สาหรับ ปภี าษีนัน้ ท้ังน้ี สาหรบั เงินได้พงึ ประเมนิ ทไี่ ด้รับต้ังแตว่ นั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เปน็ ต้นไป 63. เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับจากกองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุน บาเหนจ็ บานาญข้าราชการดังต่อไปน้ี (ก) เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับ เนื่องจากสมาชิกกองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการออกจากราชการ เพราะตาย เหตุทุพพลภาพ เหตุทดแทน หรอื เหตสุ งู อายุ (ข) เงินหรือผลประโยชนใ์ ด ๆ ทมี่ ีสทิ ธิไดร้ ับจากกองทนุ บาเหน็จบานาญข้าราชการ เนื่องจากสมาชิกกองทุน บาเหน็จบานาญข้าราชการออกจากราชการในกรณีอื่นนอกจาก (ก) แต่เมือ่ ออกจากราชการแล้วได้คงเงนิ หรือ ผลประโยชน์น้ันไว้ท้ังจานวนในกองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ และต่อมาได้รับเงินหรือผลประโยชน์ หลังจากสมาชกิ ผูน้ น้ั ตาย ทพุ พลภาพ หรืออายุครบหกสบิ ปบี รบิ ูรณ์ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับสาหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับต้ังแต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป ตาม หลักเกณฑ์ เงอ่ื นไข และวธิ ีการท่อี ธิบดกี าหนด (ประกาศอธิบดกี รมสรรพากรเกย่ี วกบั ภาษีเงินได้ (ฉบบั ที่ 189)) 64. เงินได้ท่ีคณะกรรมการกองทุนลานกีฬาต้านยาเสพติด สานักนายกรัฐมนตรีได้รับ เพื่อประโยชน์ของ กองทนุ ลานกีฬาต้านยาเสพตดิ ดงั กล่าว 65. ดอกเบ้ยี พนั ธบัตรออมสิน รุน่ พนั ธบตั รเงนิ ฝากชว่ ยชาติ 66. เงินได้ที่เป็นเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่เจ้าหน้าท่ีของศูนย์วิจัยวนเกษตรนานาชาติ ซ่ึงเป็นคนต่างด้าว และไม่มีถน่ิ ท่อี ยู่ในประเทศไทย ไดร้ ับจากศูนยว์ ิจัยวนเกษตรนานาชาติ เน่ืองจากการเข้ามาทางาน ในประเทศ ไทย ภายใตข้ อ้ ตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและศูนย์วจิ ยั วนเกษตรนานาชาติ 67. รางวลั บตั รออมทรพั ยข์ องธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

10 68. เงินได้จากการโอนกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองในที่ดินโดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่ วัด วัดบาทหลวง โรมันคาทอลิค หรือมัสยิด ท่ีจัดต้ังข้ึนตามกฎหมายว่าดว้ ยการน้ัน ท้งั น้ีเฉพาะการโอนท่ีดินส่วนท่ีทาให้วัด วัด บาทหลวงโรมนั คาทอลิค หรอื มัสยดิ มีทด่ี นิ ไมเ่ กนิ หา้ สิบไร่ 69. ผลประโยชน์ที่ได้จากการที่ผู้ประกอบกิจการซ่ึงเป็นบริษัทมหาชนจากัด หรือบริษัทจากัดควบเข้ากัน หรือโอนกิจการทั้งหมดใหแ้ ก่กันตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี ารและเงือ่ นไขท่ีอธิบดีกรมสรรพากรประกาศกาหนด ซ่งึ ตี ราคาเปน็ เงินได้เกินกวา่ เงินทุน 70. ค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและค่าชดเชยท่ีพนักงานได้รับตาม กฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ แต่ไม่รวมถึงค่าชดเชยที่ลูกจ้างหรือพนักงานได้รับเพราะเหตุ เกษยี ณอายุหรือสิน้ สดุ สัญญาจ้าง ทง้ั นี้ เฉพาะค่าชดเชยสว่ นที่ไมเ่ กนิ ค่าจา้ งหรอื เงนิ เดือนค่าจา้ งของการทางาน สามร้อยวันสุดทา้ ย แตไ่ ม่เกิน 300,000 บาท 71. เงินได้เท่าท่ีได้จ่ายเป็นดอกเบ้ียเงินกู้ยืม สาหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย โดยจานองอาคารท่ีซ้ือหรอื สร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ตามจานวน ที่จ่ายจริงแต่ไม่เกนิ 100,000 บาท ตาม หลักเกณฑ์และวิธีการท่ีอธิบดีกาหนด ท้ังนีเ้ ฉพาะดอกเบ้ยี เงินกู้ยืมที่ได้จ่ายต้ังแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 เป็นตน้ ไป ซึ่งจ่ายให้แก่ (1) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพอื่ แก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินท่ีจัดต้ังข้ึนตามกฎหมายว่าด้วย หลกั ทรพั ยแ์ ละตลาดหลกั ทรัพย์ (2) กองทุนรวมเพ่ือแก้ไขปัญหาในระบบสถาบันการเงินท่ีจัดตงั้ ข้ึนตามกฎหมาย ว่าดว้ ยหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ (3) นิติบุคคลเฉพาะกจิ ซ่ึงจัดต้ังข้ึนเพ่ือดาเนินการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยนิติ บคุ คลเฉพาะกิจ เพือ่ แปลงสนิ ทรัพย์เปน็ หลักทรัพย์ ท้ังนี้ เฉพาะกรณีที่นิติบุคคลเฉพาะกิจ ดงั กลา่ ว เขา้ รับชว่ ง สิทธิเป็นเจ้าหนี้เงินกู้แทนกองทุนรวมตาม (1) หรือ (2) ธนาคารหรือสถาบันการเงินอ่ืน บริษัทประกันชีวิต สหกรณห์ รอื นายจ้าง 72. เงนิ ได้เท่าท่ีไดจ้ ่ายเป็นดอกเบย้ี เงนิ กู้ยืมให้แกธ่ นาคารหรือสถาบันการเงินอ่นื บรษิ ทั ประกันชีวติ สหกรณ์ หรอื นายจ้างสาหรับการกยู้ มื เงนิ เพื่อซื้อเช่าซ้อื หรอื สรา้ งอาคารท่ีอยูอ่ าศยั โดยจานองอาคาร ทซ่ี ื้อหรือสรา้ งเป็น ประกันการกู้ยืมนั้น ซ่ึงรวมถึงอาคารพร้อมที่ดินด้วย เฉพาะส่วนท่ีเกนิ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท และเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ยืมท่ีได้จ่ายตั้งแต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์และ วธิ ีการทีอ่ ธิบดกี าหนด อาคารตามวรรคหน่งึ ใหห้ มายความรวมถึงอาคารพรอ้ มท่ดี ินดว้ ย 73. เงินได้เท่าทผี่ ู้อานวยการ ผ้บู รหิ าร ครหู รือบคุ ลากรทางการศกึ ษาในโรงเรียนเอกชนจ่ายเป็นเงนิ สมทบเข้า กองทุนสงเคราะห์ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนเฉพาะส่วนท่ีไม่เกิน 500,000 บาท สาหรับปีภาษีน้ัน ทั้งนี้ สาหรบั เงนิ ได้พงึ ประเมินทีไ่ ด้รับตัง้ แตว่ นั ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เปน็ ตน้ ไป 74. เงินได้เท่าท่ีได้จ่ายเป็น ค่าซ้ือหน่วยลงทุน ในกองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพ ตามกฎหมาย ว่าด้วย หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ให้ยกเว้น เท่าท่ีได้จ่ายเป็น ค่าซื้อหน่วยลงทุน ในอัตราไม่เกิน ร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท สาหรับปีภาษีน้ัน โดยผู้มีเงินได้ ตอ้ งถือหนว่ ยลงทุน ดังกล่าว มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี นบั ต้งั แต่ วันซื้อหน่วยลงทุน ครัง้ แรก และไถถ่ อนหน่วยลงทุนน้ัน เมื่อผู้มเี งินได้ มีอายุ ไม่ต่ากว่า 55 ปบี ริบูรณ์ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงื่อนไข ทีอ่ ธิบดีกาหนด ในกรณี ทผี่ มู้ ีเงินได้ จา่ ยเงิน สะสม เข้ากองทนุ สารองเล้ยี งชีพ ตามกฎหมาย วา่ ด้วยกองทุน สารองเลีย้ งชพี หรือจา่ ยเงิน สะสมเข้ากองทุน บาเหน็จบานาญข้าราชการ ตามกฎหมาย ว่าด้วยกองทนุ บาเหน็จบานาญข้าราชการ หรือกองทุน สงเคราะห์

11 ตามกฎหมายว่าด้วย โรงเรียนเอกชนดว้ ย เงินได้ท่ีได้รับยกเว้น ตามวรรคหนึ่ง เมื่อรวมกับเงนิ สะสม ที่จา่ ยเข้า กองทุน สารองเล้ยี งชีพ หรือกองทุน บาเหนจ็ บานาญข้าราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์ ต้องไม่เกนิ 500,000 บาท ในกรณี ทีผ่ ู้มีเงินได้ ถือหนว่ ยลงทุน ไมค่ รบ 5 ปี นับตัง้ แต่ วนั ซอ้ื หน่วยลงทุนครง้ั แรก หรอื ไถ่ถอนหนว่ ย ลงทนุ ก่อน ที่ผู้มีเงินได้มอี ายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ให้ผมู้ ีเงนิ ได้นน้ั หมดสทิ ธิได้รบั ยกเว้น ตามวรรคหนงึ่ และต้อง เสียภาษีเงินได้สาหรับเงินได้ ท่ีได้รับยกเว้นภาษี ตามวรรคหน่ึงมาแล้วด้วย (ดูประกาศ อธิบดีกรมสรรพากร เกยี่ วกับภาษีเงนิ ได้ (ฉบับท่ี 171)) ในปีภาษี 2551 หากผู้มเี งินได้ มกี ารซอ้ื หน่วยลงทุน ระหวา่ งวนั ท่ี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ถึงวันท่ี 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ให้เงินได้ ตามวรรคหน่ึง เท่ากับส่วนที่ไม่เกิน 700,000 บาท แต่ ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงนิ ได้พึงประเมนิ และในกรณี ท่ีผู้มเี งนิ ได้ดังกลา่ ว ได้จ่ายเงินสะสม ตามวรรคสองด้วย เมื่อรวมเงินได้ กบั เงินสะสมแลว้ ตอ้ งไมเ่ กิน 700,000 บาท ท้ังนี้ เงินได้ท่ีไดร้ ับ ยกเว้นดังกล่าว ให้เป็นไปตาม หลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่อธบิ ดีกาหนด และใหน้ าความ ในวรรคสามมาใช้บังคับดว้ ย (ดูประกาศอธบิ ดี กรมสรรพากร เกี่ยวกบั ภาษเี งนิ ได้ (ฉบับที่ 173)) 75. เงนิ หรอื ผลประโยชน์ใดๆ ที่ผถู้ ือหนว่ ยลงทนุ ในกองทุน รวมเพื่อการเล้ียงชีพ ตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ได้รับจาก กองทุนรวม ดังกล่าว เพราะเหตุสูงอายุ ทุพพลภาพ หรือตาย ทง้ั นี้ ตามหลักเกณฑ์ เงือ่ นไข และวิธกี าร ที่อธิบดกี าหนด (ดูประกาศ อธิบดกี รมสรรพากร เกี่ยวกบั ภาษีเงินได้ (ฉบับท่ี 91)) 76. เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ทีค่ รูใหญ่ หรือครูโรงเรียนเอกชน ได้รบั จากกองทุนสงเคราะห์ ตามกฎหมาย วา่ ดว้ ย โรงเรียนเอกชน เมอ่ื ครูใหญ่ หรือครูโรงเรียนเอกชน ออกจากงาน เพราะเหตุสูงอายุ ทุพพลภาพ หรือ ตาย ทง้ั น้ี ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ ท่ีอธิบดีกาหนด (ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษี เงนิ ได้ (ฉบับที่ 99)) 77. ยกเว้นเงินปันผลที่ได้จากการถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซ่ึงจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพ่ือประกอบกิจการธุรกิจเงินร่วมลงทุน และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้มาตรา 5 อัฏฐารส แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับท่ี 10) พ.ศ. 2500 ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดย พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร วา่ ด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบบั ที่ 396) พ.ศ. 2545 78. ยกเว้นผลประโยชน์ท่ีได้จากการโอนหุ้นของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซ่ึงจัดตั้งขึ้นโดยมี วตั ถุประสงค์ เพือ่ ประกอบกจิ การธุรกจิ เงินร่วมลงทุน และได้รับยกเว้นภาษเี งินได้ตามมาตร 5 อัฏฐารส แห่ง พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับท่ี 10) พ.ศ. 2500 ซ่ึง แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรษั ฎากร วา่ ดว้ ยการยกเวน้ รัษฎากร (ฉบับที่ 396) พ.ศ. 2545 79. ยกเว้นเงินไดเ้ ท่าท่ีได้จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงนิ ก้ยู ืมให้แก่กองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ ตามกฎหมายว่า ดว้ ยกองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ สาหรับการกู้ยืมเงิน เพ่อื ซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารท่ีอยู่อาศัย ตาม จานวนทจี่ ่ายจรงิ แตไ่ ม่เกนิ 100,000 บาท และเฉพาะดอกเบี้ยเงินกูย้ ืมที่จ่ายตั้งแตว่ นั ท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2550 เปน็ ต้นไป ทงั้ นี้ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารทอ่ี ธบิ ดีกาหนด อาคารตามวรรคหน่ึงให้หมายความรวมถึงอาคารพร้อมทด่ี นิ ด้วย 80. ยกเว้นดอกเบ้ียและรางวัลสลากออมทรัพย์ของธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร แต่ไม่ รวมถึงดอกเบี้ย ซง่ึ ผู้รบั มิใช่ผทู้ รงคนแรก ท้ังน้ีสาหรบั สลากออกทรัพย์ทอ่ี อกจาหนา่ ยตัง้ แต่วันที่ 4 กุมภาพนั ธ์ 2545 เป็นต้นไป 81. ยกเว้นเงินได้ เท่าที่ผู้มเี งินได้ จ่ายเป็น เบี้ยประกันชีวิต ในปีภาษี สาหรับการประกันชีวิต ของผู้มีเงินได้ ตามจานวน ทีจ่ ่ายจริง เฉพาะส่วนที่เกนิ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท โดยกรมธรรม์ประกนั ชีวิต ต้อง มีกาหนดเวลา ต้ังแต่ 10 ขึ้นไป และการประกันชีวิตน้ัน ได้เอาประกันไว้ กบั ผูร้ ับประกนั ภัยท่ี ประกอบกิจการ

12 ประกนั ชีวิต ในราชอาณาจักร ทั้งนี้ สาหรับเบ้ียประกัน ที่ได้จ่าย ตง้ั แต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป และใหเ้ ป็นไป ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธีการ ทอ่ี ธิบดีกาหนด (ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกยี่ วกับภาษีเงินได้ (ฉบับท่ี 172)) - เงินได้เท่าท่ีผู้มีเงินได้จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัย ที่ ประกอบกิจการในราชอาณาจักร ตามจานวนท่ีจ่ายจรงิ แต่ไมเ่ กนิ 15,000 บาท สาหรับการประกันสุขภาพบิดา มารดาของผู้มีเงินได้ รวมทัง้ บิดามารดาของสามี หรือภริยาของผู้มีเงินได้ ซึ่งมีรายได้ไม่เพยี งพอแกก่ ารยังชีพ ท้ังน้ี ต้องเป็นเบี้ยประกันภัยท่ีได้จ่ายในปี พ.ศ.2549 เป็นต้นไป และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ อธบิ ดกี าหนด - เงินได้เท่าท่ีนายจ้างจ่ายเป็นคา่ เบี้ยประกันภยั ใหแ้ กบ่ ริษัทประกันชวี ติ หรอื บริษทั ประกันวนิ าศ ภัย ท่ีประกอบกิจการในราชอาณาจักร สาหรับกรมธรรม์ประกนั ภัยกลุ่มที่มกี าหนดเวลาไม่เกิน 1 ปี เฉพาะใน ส่วนที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสาหรับ (ก) ลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานซ่ึงอยู่ในความ อปุ การะเลีย้ งดูของลูกจา้ ง ท้ังนี้ เฉพาะการรักษาพยาบาลในประเทศไทย (ข) ลูกจ้าง ในกรณีท่ีจาเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศ ในขณะที่ปฏิบัติการตามหน้าท่ีใน ตา่ งประเทศเปน็ ครั้งคราว ทง้ั น้ี สาหรบั เงนิ ไดท้ ไ่ี ด้รบั ต้ังแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2549 เป็นต้นไป 81.1 เงนิ ได้เท่าท่ไี ดจ้ า่ ยจรงิ เป็นเบ้ียประกันภัยสาหรบั การประกันชวี ิตแบบบานาญท่ีได้รับยกเวน้ ภาษี โดย มหี ลกั เกณฑ์ คือ 1. เป็นการจ่ายเบี้ยประกนั ภัยสาหรับกรมธรรมป์ ระกันชีวิตแบบบานาญท่ีมีกาหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป 2. เป็นการประกันชีวิตท่ีได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตใน ราชอาณาจกั ร 3. มีการกาหนดการจา่ ยผลประโยชน์เงนิ บานาญเปน็ รายงวดอย่างสม่าเสมอ ซึ่งจานวนผลประโยชน์ เงินบานาญดังกล่าวจะจ่ายเท่ากันทุกงวดหรือจ่ายในสัดส่วนท่ีเพ่ิมข้ึนตามระยะเวลาการเอาประกันก็ได้ โดย การจ่ายผลประโยชนเ์ งินบานาญจะจา่ ยตามการทรงชีพทีอ่ าจมีการรบั รองจานวนงวดในการจา่ ยท่ีแนน่ อน 4. มกี ารกาหนดช่วงอายุของการจ่ายผลประโยชนเ์ งินบานาญเมื่อผู้มีเงินได้มีอายุต้ังแต่ 55 ปีขึ้นไป ถงึ อายุ 85 ปี หรือกวา่ นัน้ และผู้มเี งินไดต้ อ้ งจ่ายเบี้ยประกันภยั ครบถว้ นแลว้ ก่อนได้รบั ผลประโยชน์เงินบานาญ การยกเว้นเงินได้ 1. ใหย้ กเว้นเงินไดท้ ่ีจ่ายไปเปน็ เบ้ียประกันภัยสาหรบั การประกันชีวติ แบบบานาญ หรอื การประกันชีวิตแบบ บานาญและแบบอื่น แล้วแต่กรณี ตามจานวนทจี่ ่ายจรงิ แต่ไมเ่ กนิ 90,000 บาท และ 2. ยกเว้นภาษีเงินได้สาหรบั เงินได้เทา่ ท่ีจ่ายเป็นเบ้ียประกันภยั สาหรบั การประกนั ชีวติ แบบบานาญของผู้มี เงนิ ไดเ้ พมิ่ ขึ้นอีกในอตั ราร้อยละ 15 ของเงินไดพ้ ึงประเมนิ แต่ไม่เกนิ 200,000 บาท และ 3. กรณีที่ผู้มีเงินไดไ้ ด้จ่ายเป็นเงนิ สะสมเขา้ กองทุนสารองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทนุ สารองเลี้ยงชีพ หรือจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบาเหน็จบานาญ ข้าราชการ หรือจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แล้วแต่กรณี หรือ จ่ายเงินค่าซอื้ หนว่ ยลงทุนในกองทนุ รวมเพ่ือการเลี้ยงชีพตามกฎหมายวา่ ด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลกั ทรพั ย์ เมื่อรวมคานวณกับเงินไดท้ ่ีได้รับยกเว้นตามข้อ 2 แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ทั้งนี้สาหรับเบี้ยประกันท่ี จ่ายตง้ั แต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกาหนด (ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกบั ภาษีเงนิ ได้ (ฉบับที่ 194) ) 82. คา่ ซ้อื อาคาร อาคารพรอ้ มทีด่ ิน หรือหอ้ งชุดในอาคารชดุ เพือ่ เปน็ ท่ีอยอู่ าศัย

13 1. เงินได้ท่ีจ่ายเป็นค่าซื้ออสังหาริมทรัพย์ต้องเป็นจานวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันท้ังหมดต้องไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องจา่ ยไปในระหว่างวนั ที่ 1 มกราคม 2552 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2552 และตอ้ งมีการจด ทะเบยี นโอนกรรมสทิ ธใิ์ นอสงั หาริมทรัพย์นนั้ ใหแ้ ล้วเสรจ็ ภายในชว่ งเวลาดังกลา่ ว 2. ผู้มีเงนิ ได้ต้องมีชือ่ เปน็ เจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ซ้ือเป็นเวลาตดิ ต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิในอสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องไม่เคยผ่านการจด ทะเบียนโอนกรรมสิทธ์ิกันมาก่อน ไม่ว่าท้ังหมด หรือบางส่วน ทั้งน้ี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงอ่ื นไข ทีอ่ ธบิ ดีกาหนด (ดปู ระกาศอธบิ ดกี รมสรรพากร เกีย่ วกับภาษีเงนิ ได้ (ฉบับท่ี 178)) 83. เงนิ ได้จากการขายขอ้ ตกลงซื้อขายลว่ งหน้าในตลาดสนิ ค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย เฉพาะกรณีที่ ไมม่ ีการสง่ มอบสินค้าเกษตร 84. เงินบาเหน็จดารงชีพท่ีผู้ได้รับบานาญขอใช้สิทธิรับบาเหน็จดารงชีพในระหว่างวันท่ียังมีชีวิต ตาม กฎหมายว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการ และกฎหมายว่าด้วยกองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ ทั้งน้ี ต้ังแตว่ นั ท่ี 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2546 85. เงนิ หรอื ผลประโยชน์ใด ๆ ที่ไดร้ ับ เนือ่ งจาก การขายหน่วยลงทุน คืนใหแ้ ก่กองทุนรวม เพื่อการเล้ียงชีพ ตามกฎหมาย ว่าดว้ ยหลกั ทรัพย์ และตลาดหลกั ทรัพย์ เฉพาะกรณี ท่ีผู้มีเงนิ ได้ ถือหนว่ ยลงทนุ ดังกลา่ วมาแล้ว ไม่น้อยกวา่ 5 ปี นับต้ังแต่ วันซ้อื หนว่ ยลงทุน ครั้งแรก ทงั้ น้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขทอี่ ธิบดีกาหนด ดังน้ี 1. ผู้มีเงนิ ได้ ต้องซ้ือหน่วยลงทนุ ในกองทนุ รวม เพ่ือการเล้ยี งชีพ ไม่นอ้ ยกวา่ ปลี ะ 1 คร้ัง และต้องไม่ ระงับ การซ้ือหน่วยลงทุน เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ติดต่อกัน และการซื้อหน่วยลงทุน ในกองทุนรวม เพ่ือการ เลย้ี งชีพ ตามวรรคหนงึ่ ตอ้ งมจี านวนรวมกนั ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 3 ของเงนิ ได้ ท่ีได้รับในแต่ละปี หรือมจี านวน ไมน่ ้อยกว่า 5,000 บาทตอ่ ปี 2. ผ้มู เี งินได้ จะต้องถอื หนว่ ยลงทุน ในกองทุนรวม เพือ่ การเลย้ี งชพี ไวไ้ ม่นอ้ ยกวา่ 5 ปี นบั ตง้ั แตว่ นั ซ้ือ หน่วยลงทนุ คร้ังแรก การนบั ระยะเวลา การถือหน่วยลงทนุ ในกองทุนรวม เพ่ือการเล้ียงชพี ตามวรรคหนึ่งให้ นับเฉพาะปที ผ่ี ู้ถอื หนว่ ยลงทุนได้ซือ้ หน่วยลงทุนเฉพาะท่เี ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ในข้อ 1. ความในวรรคหน่ึง มิใหใ้ ช้บังคับ ในกรณีผู้มีเงินได้ ไถ่ถอนหน่วยลงทุน ในกองทุนรวม เพ่ือการเลี้ยงชีพ เพราะ เหตุทุพพลภาพหรือตาย 3. ผ้มู ีเงินได้ ต้องไมไ่ ด้รับเงินปันผล หรือเงินอ่ืนใด จากกองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพ ในระหว่างการ ลงทุน และตอ้ งไดร้ ับคนื เงนิ ลงทุน และผลประโยชน์ จากกองทนุ รวม เพอื่ การเลยี้ งชีพ เมือ่ มกี ารไถ่ถอน หนว่ ย ลงทุนเทา่ น้นั 4. ผู้มีเงินได้ ต้องไม่กู้ยืมเงิน หรือเบิกเงินจากกองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพที่ผู้มีเงินได้ได้ซ้ือหน่วย ลงทนุ ไว้ กรณผี มู้ ีเงินได้ ได้ซอ้ื หน่วยลงทนุ ในกองทนุ รวม เพื่อการเลี้ยงชพี เกินกวา่ หนึ่งกองทุน เงินไดท้ จ่ี ่ายเปน็ ค่าซื้อ หน่วยลงทุน ในกองทุนรวม เพื่อการเล้ียงชีพ ในแต่ละกองทุน ท่ีจะได้รับยกเว้น ไม่ต้องรวมคานวณ เพ่ือเสีย ภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา ต้องเป็นไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขตาม (1)-(4) (ดูประกาศอธิบดี กรมสรรพากร เก่ียวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 170)) กรณีการขายหน่วยลงทุน ตามวรรคหนึ่ง หากเป็นการขาย หน่วยลงทุน ท่ีผมู้ ีเงินได้ ได้ซือ้ หน่วยลงทุน ดังกล่าว ระหว่างวันท่ี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ถึงวันท่ี 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 หรือไดซ้ ้ือหนว่ ยลงทนุ ระหวา่ งวันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2551 ถึงวนั ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2551 และ ไดม้ ีการซ้อื หน่วยลงทุนเพ่ิมเตมิ ระหวา่ งวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ถงึ วันท่ี 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ให้ยกเว้น ภาษีเงนิ ได้ สาหรบั เงนิ หรอื ผลประโยชน์ใดๆ ที่ไดร้ บั เน่ืองจาก การขายหน่วยลงทุน ท่ีซ้อื มาในปภี าษี 2551 ท่ี

14 คานวณมาจาก เงินไดพ้ งึ ประเมิน ทีซ่ ือ้ หน่วยลงทนุ ดงั กล่าว ไดใ้ นอตั รา ไมเ่ กินรอ้ ยละ 15 ของเงินได้แตไ่ มเ่ กิน 700,000 บาท ในปภี าษี 2551 (ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกย่ี วกบั ภาษเี งนิ ได้ (ฉบบั ที่ 174)) 86. เงนิ ได้เท่าทจ่ี า่ ยเป็น ค่าซ้ือหนว่ ยลงทนุ ในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ตามกฎหมาย ว่าดว้ ยหลกั ทรัพย์ และ ตลาดหลกั ทรัพย์ ท่ีได้มีการจดทะเบียน กองทรัพย์สิน เป็นกองทนุ รวม ภายในวันท่ี 30 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ในอตั ราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินไดพ้ ึงประเมิน เฉพาะสว่ นท่ีไมเ่ กิน 500,000 บาท สาหรบั ปภี าษนี ัน้ และเงิน ได้ดังกล่าว ต้องเป็นเงินได้ ของผู้มีเงินได้ ซ่ึงเป็นบุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึง ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะ บุคคลท่ีมิใช่นิติบุคคล และกองมรดก ที่ยังไม่ได้แบ่ง ท้ังนี้ สาหรับเงินได้ พึงประเมิน ท่ีได้รับตั้งแต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป เงินได้ที่ได้รับยกเว้น ตามวรรคหนึ่ง และการถือหน่วยลงทุน ในกองทุนรวม หุ้น ระยะยาว ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วิธกี าร และเง่ือนไขทีอ่ ธิบดกี าหนด ในกรณที ่ีผู้มเี งินได้ ไม่ปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีกาหนดใน วรรคสอง ให้ผู้มีเงินได้น้ัน หมดสิทธิได้รับยกเว้น ตามวรรคหน่ึง และต้องเสียภาษีเงินได้สาหรับเงินได้ ที่ได้รับยกเว้นภาษี ตามวรรคหน่ึงมาแล้วด้วย (ดูประกาศอธิบดี กรมสรรพากร เก่ียวกับภาษีเงินได้ (ฉบับท่ี 169)) ในปีภาษี 2551 หากผู้มีเงินได้ มีการซ้ือหน่วยลงทุน ใน กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ระหว่างวันท่ี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ถึงวนั ท่ี 31 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ให้เงินได้ตาม วรรคหนึ่ง เทา่ กบั สว่ นที่ไม่เกิน 700,000 บาท แต่ไมเ่ กนิ ร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน ท้ังนี้ เงินไดท้ ่ีได้รับ ยกเว้น และการถอื หนว่ ยลงทุน ดงั กล่าว ใหเ้ ปน็ ไป ตามหลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขทอ่ี ธิบดกี าหนด และให้ นาความในวรรค สามมาใชบ้ งั คับดว้ ย (ดูประกาศอธิบดกี รมสรรพากร เกย่ี วกบั ภาษเี งนิ ได้ (ฉบบั ที่ 175)) 87. เงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่ได้รับเนื่องจากการขายหน่วยลงทุนคืนให้แก่ กองทุนรวมหุ้นระยะยาวตาม กฎหมายว่าด้วยหลกั ทรัพยแ์ ละตลาดทรัพย์ ท้ังน้ี เฉพาะกรณีทผี่ ู้มี เงนิ ได้ถือหนว่ ยลงทุนดังกลา่ วมาแล้วไม่น้อย กว่า 5 ปีปฏิทิน แต่ไม่รวมถึงกรณีทุพพลภาพหรือตาย และเงินหรอื ผลประโยชน์ดังกล่าวคานวณมาจากเงินได้ พึงประเมินท่ีไดร้ บั สทิ ธิยกเวน้ ภาษเี งินได้ 88. ดอกเบี้ยเงนิ ฝากธนาคารในราชอาณาจักรเฉพาะดอกเบ้ียเงนิ ฝากประจาทีม่ ีระยะเวลาการฝากต้งั แต่ 1 ปี ข้ึนไป แต่เมื่อรวมกับดอกเบี้ยเงินฝากประจาทุกประเภทรวมกันแล้วต้องมีจานวนท้ังสิ้นไม่เกิน 30,000 บาท ตลอดปภี าษีน้ัน และผมู้ เี งนิ ได้ไดร้ บั ดอกเบยี้ เงินฝากดังกล่าวเมอื่ มอี ายุไมต่ ่ากว่า 55 ปีบริบรู ณ์ ทัง้ น้ี สาหรบั เงิน ได้ท่ีได้รับต้ังแต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ.2548 เป็นต้นไป โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเง่ือนไขท่ีอธิบดี ประกาศกาหนด 89. เงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ในโครงการพัฒนาลุ่มน้าป่าสัก อัน เน่อื งมาจากพระราชดาริ จงั หวัดลพบรุ ี และจังหวดั สระบรุ ี 90. เงินได้จากการโอนกรรมสิทธ์ิหรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ในโครงการเข่ือนคลองท่าด่าน อัน เน่อื งมาจากพระราชดาริ จังหวัดนครนายก 91. เงนิ ไดด้ ังต่อไปนเี้ ป็นเงินไดท้ ีไ่ ดร้ บั ยกเว้นไม่ตอ้ งรวมคานวณเพือ่ เสียภาษีเงนิ ได้ สาหรบั ปีภาษี 2547 และปี ภาษี 2548 (1) เงนิ ช่วยเหลือผ้ซู ึง่ ออกจากราชการตามมาตรการของรัฐบาล ตามพระราชกฤษฎีกาเงิน ชว่ ยเหลือ ผู้ซ่ึงออกจากราชการตามมาตรการของรัฐบาล พ.ศ. 2547 (2) เงินช่วยเหลือผู้ซ่ึงออกจากราชการตามมาตรการของรัฐบาลในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ ราชการ ตามพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการของรัฐบาลในการเพ่ิม ประสทิ ธิภาพระบบราชการ พ.ศ. 2548

15 (3) เงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่สมาชิกกองทนุ บาเหนจ็ บานาญข้าราชการได้รับจากกองทุนบาเหน็จ บานาญข้าราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทนุ บาเหน็จบานาญข้าราชการ เมอื่ ออกจากราชการตาม (1) หรือ (2) 92.ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่บุคคลในคณะทูต คณะกงสุล และบุคคลที่ถอื ว่า อยู่ในคณะทูตตาม ความตกลง ทง้ั น้ี ให้เป็นไปตามหลกั ถ้อยทีถ้อยปฏิบัติ 93. ยกเวน้ ภาษีเงินได้สาหรับการขาย แลกเปล่ียน ให้ โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ใหแ้ ก่ส่วนราชการหรือรฐั วิสาหกิจทมี่ ใิ ช่บริษัทหรือหา้ งหุน้ ส่วนนติ ิบุคคลในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่ถอื วา่ เป็นการขาย ตามมาตรา 39 แหง่ ประมวลรัษฎากร (1) การให้ การโอนกรรมสทิ ธิห์ รอื สทิ ธคิ รอบครองในอสงั หารมิ ทรพั ย์โดยไมม่ ีค่าตอบแทน (2) การแลกเปลยี่ นกรรมสิทธ์หิ รอื สทิ ธคิ รอบครองในอสงั หาริมทรพั ย์กบั สว่ นราชการหรือรัฐวิสาหกจิ ที่ มิใช่บรษิ ัทหรือหา้ งห้นุ ส่วนนติ ิบุคคลเฉพาะในกรณีทสี่ ว่ นราชการหรือรฐั วสิ าหกจิ นน้ั มิไดม้ กี ารจ่ายค่าตอบแทนเป็นอย่างอนื่ นอกจากอสังหาริมทรพั ย์ทแ่ี ลกเปล่ยี นน้ัน 94. ผู้มีเงินได้ท่ีได้รับเงินได้พึงประเมินจากการขายอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 4 (6) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากาไร (ฉบับที่ 342) พ.ศ. 2541 ซ่ึงได้ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ท่ีจ่ายตามมาตรา 50 (5) แห่งประมวลรัษฎากร และได้เสียภาษีธุรกิจ เฉพาะไว้แลว้ 95. ผู้มีเงินได้ซึ่งอยู่ในประเทศไทย และได้รับเงินส่วนแบ่งของกองทุนรวมที่จัดตั้ง ตามพระราชบัญญัติ หลักทรัพยแ์ ละตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และยอมให้ผู้จ่ายเงินได้น้ันหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ในอัตรารอ้ ยละ 10 ของเงินได้ 96. ลดอัตราภาษีเงินได้ตามมาตรา 48(3)(ก) และคงจัดเก็บในอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้ สาหรับเงินได้พึง ประเมินที่เป็นดอกเบ้ียเงินฝากธนาคารในราชอาณาจักรประเภทเงินฝากประจา ทั้งน้ี ต้องเป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงอื่ นไขตามทีก่ าหนด 97. เงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนแล้ว โดยให้ยกเว้นเทา่ จานวนเงินที่บริจาคให้ กองทุนปลกู ปา่ ถาวรเฉลมิ พระเกยี รติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวเนอื่ งในวโรกาสทรงครองราชย์ ปที ่ี 50 98. เงินได้สาหรบั เงินได้พงึ ประเมนิ เท่าจานวนเงนิ ที่บรจิ าคในการจดั สรา้ งเคร่ืองทรง พระพุทธมหามณีรัตนปฏิ มากร 99. เงนิ ได้ทไี่ ดร้ ับจากการปลดหนี้ หรือการประนอมหน้ีตามคาขอประนอมหนหี้ รือแผนฟนื้ ฟกู ิจการของลกู หน้ี ท่ีศาลได้มีคาส่ังเห็นชอบตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย ยกเว้นภาษีเงินได้สาหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอน ทรัพย์สิน การขายสินค้าหรือการให้บริการและการกระทาตราสารอันเนื่องมาจากการดาเนินการ ตามคาขอ ประนอมหนห้ี รอื แผนฟ้ืนฟูกิจการของลูกหนีท้ ศี่ าลได้มคี าส่ังเหน็ ชอบตามกฎหมายวา่ ด้วยลม้ ละลาย 100. ภาษีเงินได้สาหรบั เงนิ ไดส้ ทุ ธิจากการคานวณภาษีเงินไดต้ ามมาตรา 48(1) เฉพาะสว่ นท่ีไม่เกนิ 150,000 บาท แรก สาหรับปีภาษนี ั้น (พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 470) พ.ศ. 2551) 101. เงนิ ไดท้ ี่ได้รับจากการปลดหนี้ของสถาบันการเงินท่ีดาเนนิ การตามหลักเกณฑก์ ารปรับปรุงโครงสร้างหน้ี ของสถาบนั การเงินท่ีธนาคารแห่งประเทศไทยกาหนด 102. เงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการให้บริการ และการกระทา ตราสารอัน เน่ืองมาจากการปรับปรุงโครงสร้างหนีข้ องสถาบันการเงนิ ที่ดาเนนิ การตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้าง หนข้ี องสถาบันการเงนิ ทธี่ นาคารแหง่ ประเทศไทยกาหนด

16 103. เงินได้ที่ได้รับจากการปลดหน้ีของเจ้าหนี้อื่นซึ่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยนาหลักเกณฑ์ของสถาบัน การเงนิ ทธ่ี นาคารแห่งประเทศไทยกาหนดมาใชโ้ ดยอนุโลม 104. เงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสนิ ค้า หรือการให้บริการ และสาหรับการกระทาตราสาร อันเนื่องมากการปรับปรุงโครงสร้างหน้ีของเจ้าหนี้อ่ืนโดยนาหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงิน ที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยกาหนดมาใช้โดยอนโุ ลม 105. เงินได้ท่ีได้รับยกเว้นตามกฎหมายอื่นในปัจจุบันมีพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ซ่ึง ยกเวน้ ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดาสาหรับเงินได้ ดังต่อไปน้ี (1) เงินปันผลท่ีได้รับจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ซ่ึงได้รับยกเว้นภาษี เงินได้นิติบุคคล ให้ ไดร้ ับยกเวน้ ไม่ต้องนามารวมคานวณเพอื่ เสียภาษีเงินไดต้ ลอดระยะเวลาทผี่ ู้ได้รับการส่งเสริมได้รับยกเว้นภาษี เงินไดน้ ิตบิ ุคคลนั้น (2) แห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธ์ิ หรือสิทธิอย่างอื่น จากผู้ได้รับการส่งเสริมตามสัญญาที่ ได้รับความ เห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนามารวมคานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้มี กาหนดระยะเวลา 5 ปีนบั แตว่ นั ท่ีผไู้ ดร้ ับการสง่ เสริมมรี ายได้จากการประกอบกจิ การท่ไี ดร้ ับการสง่ เสริม 106. เงินได้จากการโอนกรรมสิทธ์ิในท่ีดินให้แก่สถาบันอุดมศึกษาเอกชน และการบริจาคอสังหาริมทรัพย์ ใหแ้ ก่สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามพระราชบญั ญัตสิ ถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ.2546 ท้งั น้ี สาหรับการโอน กรรมสิทธ์ใิ นที่ดินตั้งแตว่ ันท่ี 31 ตลุ าคม พ.ศ.2546 เป็นต้นไป 107. เงินได้จากการขายสุรากล่ันชุมชนของผู้ได้รับใบอนุญาตให้ทาสุรากลั่นชุมชน ตามกฎหมายวา่ ด้วยสุรา จานวนไม่เกิน 2 ลา้ นบาทต่อปี เป็นเวลา 3 ปีนับแต่วนั ท่ไี ด้รบั อนุญาตใหท้ าสรุ ากลั่นชุมชน เฉพาะกรณีท่ีได้รับ อนุญาตใหน้ าสุรากลั่นชมุ ชนภายในวันท่ี 31 ธนั วาคม 2548 108. เงินได้ทีไ่ ด้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการได้มาซึ่งทรัพย์สินประเภทอุปกรณ์ที่มีผลต่อการประหยัดพลังงาน เพ่ือการปรับเปลี่ยนแทนอุปกรณ์เดิม เป็นจานวนร้อยละ 25 ของค่าใช้จ่ายน้ัน เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 50 ล้าน บาท สาหรับเงินไดพ้ ึงประเมินตามมาตรา 40(5)(6)(7) หรือ (8) แห่งประมวลรัษฎากร โดยให้ยกเว้นตามส่วน เฉลยี่ เป็นจานวนเงินเทา่ กนั ของจานวนเงนิ ได้ทไี่ ด้รับยกเว้นภาษี สาหรบั ระยะเวลา 5 ปีภาษี 109. เงินได้จากการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แก่ สภากาชาดไทย 110. เงินได้ทผี่ ู้มีเงนิ ได้ซึง่ เป็นผูอ้ ยู่ในประเทศไทยและมอี ายุไม่ต่ากวา่ 65 ปบี ริบูรณใ์ นปภี าษีได้รับเฉพาะส่วน ทไ่ี ม่เกิน 190,000 บาท ในปีภาษนี ั้น ทง้ั นี้ สาหรับเงินได้ท่ีได้รับ ตง้ั แต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป โดยเป็นไปตามหลักเกณฑว์ ิธีการ และเง่ือนไขทอี่ ธิบดีกรมสรรพากรประกาศกาหนด 111. เงินท่มี ีลักษณะเดียวกับบาเหน็จดารงชีพตามกฎหมายว่าดว้ ยบาเหน็จบานาญข้าราชการและกฎหมาย ว่าด้วยกองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ ซึ่งพนักงานการท่าเรือแห่งประเทศไทยพนักงานการรถไฟแห่ง ประเทศไทย และพนักงานธนาคารออมสิน ไดร้ ับตง้ั แตว่ นั ท่ี 10 มนี าคม พ.ศ. 2547 เปน็ ต้นไป โดยมอี ตั ราและ วธิ ีการคานวณเชน่ เดียวกับบาเหน็จดารงชีพตามกฎหมาย ว่าด้วย บาเหน็จบานาญข้าราชการและกฎหมายว่า ด้วยกองทุนบาเหน็จบานาญขา้ ราชการ 112. เงินได้ทีค่ ณะกรรมการโครงการทุนเล่าเรยี นหลวงสาหรบั พระสงฆไ์ ทยได้รับเพอ่ื ประโยชน์ของโครงการ ทนุ เล่าเรยี นหลวงสาหรบั พระสงฆ์ไทย ท้ังน้ี ต้ังแต่ วันท่ี 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 เป็นตน้ ไป 113. เงินไดจ้ ากการขายสัญญาซ้ือขายล่วงหน้า ตามกฎหมายว่าด้วยสญั ญาซอื้ ขายล่วงหน้า ซ่ึงกระทาในศูนย์ ซือ้ ขายสัญญาซอ้ื ขายล่วงหนา้ เฉพาะกรณที ี่ไม่มกี ารส่งมอบสนิ คา้ ท้ังนี้ สาหรับเงินไดพ้ ึงประเมินทีไ่ ดร้ ับต้ังแต่ วนั ที่ 1 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2548 เป็นต้นไป (กฎกระทรวง 260 พ.ศ.2549)

17 114. เงินได้เท่าท่ีผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยท่ี ประกอบกจิ การในราชอาณาจกั รตามจานวนที่จ่ายจริงแต่ไมเ่ กิน 15,000 บาท สาหรับการประกันสุขภาพบดิ า มารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภรยาของผู้มีเงินได้ซ่ึงมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ท้ังน้ี ต้องเป็นเบี้ยประกันภยั ท่ีไดจ้ า่ ยในปี พ.ศ.2549 เป็นตน้ ไปและใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีอธิบดี กาหนด (กฎกระทรวง 263 พ.ศ.2550) 115. เงินได้เท่าที่นายจ้างจ่ายเป็นเบ้ียประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยที่ ประกอบกิจการในราชอาณาจักรสาหรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุม่ ท่ีมีกาหนดเวลาไม่เกนิ 1 ปี เฉพาะในส่วนที่ คุ้มครองคา่ รกั ษาพยาบาลสาหรบั (ก) ลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการีหรอื ผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจา้ ง ท้ังน้ี เฉพาะ การรกั ษาพยาบาลในประเทศไทย (ข) ลูกจ้างในกรณที จี่ าเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศในขณะท่ีปฏบิ ตั ิการตามหนา้ ทใี่ น ตา่ งประเทศเป็นครง้ั คราว ท้งั นี้ สาหรับเงนิ ไดท้ ี่ไดร้ บั ตง้ั แต่วันท่ี 1 มกราคม พ.ศ.2549 เปน็ ตน้ ไป (กฎกระทรวง 263 พ.ศ.2550) 116. เงินไดข้ องรัฐวิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วน สามญั หรือคณะบคุ คลทม่ี ิใชน่ ิติบคุ คล ซ่ึงมีเงนิ ได้ไม่เกนิ 1,200,000 บาท สาหรับปีภาษีนั้น ทั้งนี้ สาหรับเงนิ ได้ พึงประเมินที่ได้รับต้ังแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551 ถึงวันท่ี 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 และเป็นไปตาม หลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงื่อนไขทอี่ ธิบดีกาหนด (กฎกระทรวง 266 (พ.ศ. 2551)) 117. การยกเว้นภาษีเงินได้สาหรับเงินได้เท่าท่ีได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธรุ กิจนาเท่ียวหรือที่ได้ จา่ ยเป็นคา่ ทพ่ี ักในโรงแรมให้แกผ่ ู้ประกอบธุรกิจโรงแรม สาหรบั การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ท่ีไดจ้ ่าย ไปในระหว่างวันท่ี 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังตอ่ ไปนี้ (1) เป็นผู้มีเงินได้ซ่ึงมีหน้าท่ีเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะ บุคคลทม่ี ิใช่นติ บิ ุคคล ให้ได้รับยกเว้นภาษเี งินไดต้ ามจานวนท่จี า่ ยจริงแต่ไม่เกนิ 15,000 บาท (2) กรณีผู้มีเงินไดซ้ ึง่ มสี ิทธิไดร้ บั ยกเว้นภาษมี คี ู่สมรส (ก) กรณสี ามหี รือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียว ให้ยกเว้นภาษีให้แก่สามีหรือภริยาซ่ึงเป็นผมู้ ีเงินได้ตาม จานวนที่ผมู้ ีเงนิ ได้ไดจ้ า่ ยจรงิ แต่ไม่เกิน 15,000 บาท (ข) กรณีสามีภริยาตา่ งฝ่ายต่างมเี งนิ ได้ โดยความเป็นสามีภรยิ าได้มีอยู่ตลอดปีภาษี และภริยาจะ ใชส้ ิทธิแยกยน่ื รายการและเสยี ภาษตี ่างหากจากสามีตามมาตรา 57 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ก็ตาม ให้สามีหรือภริยาซ่ึงเป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจานวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินคนละ 15,000 บาท ถ้าความเปน็ สามีภริยามิได้มอี ยู่ตลอดปีภาษที ่ไี ดร้ ับยกเวน้ ภาษี ใหส้ ามีและภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่าย ตา่ งไดร้ ับยกเวน้ ภาษตี ามจานวนทจ่ี ่ายจริงแต่ไมเ่ กินคนละ 15,000บาท - ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานการรับเงินจากผู้ประกอบธุรกิจนาเท่ียวหรือผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม โดยระบชุ ่อื ผมู้ ีเงนิ ได้ จานวนเงิน วนั เดอื น ปี ท่ีจ่ายเงนิ - การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามประกาศน้ี ให้ผู้มีเงินได้มีสิทธินาเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีไป คานวณหกั จากเงนิ ได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แหง่ ประมวลรษั ฎากร หลงั จากหักคา่ ใช้จา่ ยตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ประกาศน้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วันท่ี 8มิถุนายน พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป ตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงื่อนไข ทอ่ี ธบิ ดกี าหนด (ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกย่ี วกับภาษีเงนิ ได้ (ฉบับ ที่ 187)

18 118. การยกเว้นเงินได้ที่ผู้มีเงินได้เป็นคนพิการ ผู้มีเงินได้เป็นคนพิการ ที่มีบัตรประจาตัวคนพิการ ตาม กฎหมาย วา่ ด้วยการ ส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิต คนพิการ พ.ศ.2550 ซ่ึงเป็นผูอ้ ยู่ในไทย และมีอายุ ไม่ เกิน 65 ปีบรบิ ูรณ์ ในปีภาษที ่ีได้รับเงินได้พงึ ประเมนิ ตั้งแต่วนั ที่ 1 มกราคม 2553 เปน็ ค้นไป ได้รับยกเวน้ เงิน ได้ จานวนเงิน 190,000 บาท โดยผู้มีเงินได้ดังกล่าว สามารถใช้สิทธิ หักจากเงินได้ ประเภทใดก็ได้ แต่สิทธิ ท้ังหมดรวมกันแล้ว ตอ้ งไมเ่ กินคนละ 190,000 บาท ทั้งน้ี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีอธิบดีกาหนด (ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เก่ียวกับ ภาษเี งนิ ได้ (ฉบบั ท่ี 197) ) 119. การยกเวน้ เงินไดส้ าหรับผู้มเี งินไดท้ เี่ ป็นผ้ปู ระสบอทุ กภยั วาตภัย อคั คีภัย หรือภัยธรรมชาติอน่ื เงินได้ ทีร่ ับยกเวน้ ไม่ตอ้ งนาไปรวมคานวณเพื่อเสียภาษีเงินไดบ้ ุคคลธรรมดา ต้องเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (5) (6) (7) หรือ (8) แห่งประมวลรษั ฎากร ได้รบั ยกเว้นเฉพาะสว่ นที่เท่ากบั ความเสียหายทีเ่ กิดขนึ้ ตามท่ีไดล้ งทะเบยี นแจ้ง รายการหรอื มูลคา่ ความเสียหาย ไวก้ ับศูนย์หรือหนว่ ยงานให้ความชว่ ยเหลือของทางราชการ ท้ังนี้ที่เกิดข้ึนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงอ่ื นไขท่อี ธิบดกี าหนด (ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกีย่ วกับภาษีเงนิ ได้ (ฉบบั ที่ 207) ) 120. การยกเวน้ ภาษีเงินไดส้ าหรับการซือ้ อสงั หาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารพรอ้ มท่ีดิน หรือห้องชดุ ในอาคารชุด เพ่ือเป็นที่อยู่อาศัย ยกเว้นภาษีเงินได้ เท่าจานวนเงินท่ีจ่ายเป็นค่าซ้ืออสังหาริมทรพั ย์จรงิ แตไ่ ม่เกินร้อยละสิบ ของมูลค่าอสังหารมิ ทรัพย์ท่เี ป็นอาคารพร้อมท่ีดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด ท่ีมีมูลค่าไม่เกิน 5,000,000 บาท และตอ้ งเป็นการซื้อ และจดทะเบยี นโอนกรรมสทิ ธ์ิในอสังหาริมทรัพย์นั้นในระหว่างวันท่ี 21 กันยายน 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ผู้มีเงินได้ต้องไม่เคยมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เพ่ือเป็นท่ีอยู่อาศัยมาก่อน หรือไม่มีช่ือเป็นหรือเคยเป็นเจ้าบ้านในทะเบียนบ้านท่ีใช้เป็นหลักฐาน และต้องใช้สิทธิยกเว้นภาษีคร้ังแรก ภายใน 5 ปี นับแตว่ ันท่ีจดทะเบียนโอนกรรมสทิ ธ์ิ และต้องใช้สิทธิเป็นเวลา 5 ปีภาษีตอ่ เนื่องกันโดยให้ใช้สิทธิ ยกเวน้ ภาษีเป็นจานวนเทา่ ๆ กันในแต่ละปภี าษี ประกาศน้ีให้ใช้บงั คับต้ังแต่วันท่ี 21 กันยายน 2554 เป็นต้นไป และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่อื นไขท่ีอธิบดกี าหนด (ดปู ระกาศอธบิ ดกี รมสรรพากร เก่ยี วกบั ภาษเี งินได้ (ฉบบั ท่ี 213) )