หนว่ ยที่ 3 ขอ้ มูลและตวั แปร
3.1 ขอ้ มลู ทางสถติ ิ ขอ้ มลู ทางสถิติ คือ ขอ้ เท็จจริง ท่ีไดจ้ ากสิ่งท่ีสนใจศึกษา เป็นทงั้ ขอ้ มลู ท่ีสามารถวดั ค่าตวั เลขไดแ้ ละขอ้ มลู ท่ีไม่ สามารถวดั คา่ เป็นตวั เลขได้ ตวั อยา่ งเช่น 1.ดอกเบีย้ เงินฝากประจา จดั เป็นขอ้ มลู ทางสถิติท่ีสามารถวดั ค่าเป็นตวั เลขได้ 2.ความพงึ พอใจในการใชบ้ รกิ ารรถประจาทาง จดั เป็นขอ้ มลู ทางสถิตทิ ่ีไมส่ ามารถวดั เป็นค่าตวั เลขได้
3.2 ประเภทของขอ้ มูลทางสถิติ ประเภทของขอ้ มลู ทางสถิตแิ บง่ เป็น 3 ประเภท คือ 3.2.1 แบง่ ตามลักษณะของข้อมูล มี 2 ลักษณะ คอื 1.ข้อมูลเชิงปริมาณ เป็นขอ้ มลู ท่ีสามารถวดั ค่าเป็นตวั เลขไดแ้ ละสามารถบอกค่าความ แตกตา่ งไดว้ า่ มีมากนอ้ ยเพียงใด เป็นขอ้ มลู ท่ีสามารถหาคา่ ใหอ้ ยใู่ นรูปอตั ราสว่ นได้
2.ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นขอ้ มลู ท่ีไม่สามารถวดั ค่าเป็นตวั เลขไดแ้ ละไม่สามารถบอกค่า ความแตกตา่ งไดว้ า่ มีมากนอ้ ยเพียงใด
3.2.2 แบง่ ตามแหล่งทเ่ี กดิ ของข้อมูล 2.ข้อมูลทุตยิ ภมู ิ เป็นขอ้ มลู ท่ีเก็บรวบรวมได้ 1.ข้อมูลปฐมภูมิ เป็นขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการเก็บ จากขอ้ มลู ปฐมภมู ิจงึ เป็นขอ้ มลู ท่ีเกบ็ รวบรวม รวบรวมจากแหล่งท่ีเกิดขอ้ มลู โดยตรง เป็นไดท้ ั้งขอ้ มลู ไดจ้ ากหน่วยงาน องคก์ ร หรอื สถาบนั ท่ีไดท้ า การเกบ็ รวบรวมเอาไวแ้ ลว้ ท่ีเกิดขนึ้ เองและขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการทดลอง
3.2.3 แบง่ ตามมาตราของข้อมูล 2.มาตราเชงิ อนั ดับ เป็นมาตรการวดั ท่ี มาตราของขอ้ มลู แบง่ เป็น 4 ระดบั คือ จาแนกขอ้ มลู ออกเป็นกลมุ่ โดยขอ้ มลู ท่ีมีอยู่ ในกลมุ่ เดียวกนั จะมีลกั ษณะเหมือนกนั และ 1.มาตรานามบัญญัติ เป็นมาตรการวัดท่ี สามารถเปรียบเทียบความแตกตา่ งระหวา่ ง จาแนกออกเป็นกลมุ่ โดยขอ้ มลู ท่ีอย่ใู นกลุ่มเดียวกนั จะ กลมุ่ ไดว้ า่ มีคา่ มากนอ้ ยเพียงใด ทาให้ สามารถจดั เรยี งลาดบั ขอ้ มลู แตล่ ะกลมุ่ ได้ มีลกั ษณะเหมือนกนั และไม่สามารถเปรียบเทียบความ แตกต่างระหวา่ งกลมุ่ ไดว้ า่ มีคา่ มากนอ้ ยเพียงใด
3.มาตราอันตรภาค เป็นมาตรการวัด 4.มาตราอัตราส่วน เป็นมาตรการวดั ขอ้ มลู ขอ้ มลู เชิงปริมาณ น่นั คือสามารถวดั ค่าของข้อมลู เป็น เชิงปริมาณเหมือนขอ้ มูลอันตรภาค แต่ขอ้ มูลระดับ ค่าตวั เลขไดแ้ ละสามารถบอกปรมิ าณของขอ้ มลู ได้ว่า มาตราอนั ตรภาคเป็นขอ้ มลู ท่ีมีศนู ยแ์ ท้ น่ันคือขอ้ มลู ท่ี มีมากนอ้ ยเพียงใด ขอ้ มลู อนั ตรภาคเป็นขอ้ มูลท่ีไม่มี มีค่าเป็น 0 จะมีความหมายว่าขอ้ มลู ประเภทนั้นไม่มี ศนู ยแ์ ท้ น่นั คือขอ้ มลู ท่ีมีค่าเป็นศนู ย์ ไม่มีความหมาย คา่ เลย วา่ ขอ้ มลู ประเภทนนั้ ไมม่ ีคา่ เลย รายการข้อมูล ช่วงมาตราอันตรภาค นาย ก มีเงินตดิ ตวั อยู่ 0 บาท นาย ก ไมม่ ีเงินตดิ ตวั เลย การวดั ช่วงอายขุ องประชากร 0-1 ปี การวดั ชว่ งของเวลา 9.00-11.00 น. อณุ หภมู ิของนา้ รอ้ น 0-100 cc
3.3 ตวั แปร ตวั แปร หมายถึง คณุ สมบตั ิหรือคณุ ลกั ษณะ หรอื ปรากฏการณข์ องส่ิงต่างๆท่ีผวู้ ิจยั ตอ้ งการจะ ศึกษาหาความจริง ซ่ึงอาจจะเป็นสิ่งท่ีมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตก็ได้ เช่น คน วตั ถสุ ่ิงของ สตั ว์ พืช ครอบครวั ขนาดธรุ กิจ หรอื เหตกุ ารณต์ า่ งๆ เป็นตน้ ตวั แปรจะตอ้ งมีคา่ เปล่ยี นไดอ้ ยา่ งนอ้ ยตงั้ แต่ 2 คา่ ขนึ้ ไป ตวั แปรเพศ ผนั คา่ ได้ 2 เทา่ เพศชาย เพศหญิง
3.4 ลักษณะและชนิดของตวั แปร 3.4.1 ลักษณะของตัวแปร ตวั แปรท่ีศึกษาทางดา้ นธุรกิจส่วนใหญ่เป็นตวั แปรเก่ียวกับคณุ ลกั ษณะพฤติกรรมต่างๆ ของธรุ กิจ ซง่ึ พิจารณาในแงข่ องลกั ษณะของตวั แปรแลว้ สามารถแบง่ ไดเ้ ป็น 2 ลกั ษณะ คือ 1. ตัวแปรรูปธรรม หมายถึง ตวั แปรท่ีแสดงความหมายในลกั ษณะท่ีคนท่วั ไปรับรูไ้ ด้ ตรงกนั หรอื สอดคลอ้ งกนั ตวั แปรประเภทนีม้ กั เป็นรูปธรรม เชน่ เพศ อายุ ความสงู เชือ้ ชาติ อาชีพ เป็นตน้ 2.ตัวแปรนามธรรม หมายถึงตวั แปรท่ีแสดงความหมายในลกั ษณะเฉพาะตวั บุคคล คนท่วั ไปอาจรบั รูไ้ ดต้ รงกนั หรือไม่ตรงกันก็ได้ ตวั แปรประเภทนีม้ กั เป็นตัวแปรท่ีเป็ นนามธรรม ตัวแปร ลกั ษณะนี้ บางครงั้ เรยี ก ตวั แปรสมติฐาน
3.4.2 ชนิดตัวแปร ตวั แปรทงั้ 2 ลกั ษณะท่ีกล่าวมานี้ ถา้ พิจารณาในแง่ชนิดขิงตวั แปรจะแบ่งไดห้ ลายชนิด ดงั นี้
3.5 การนิยามตวั แปรและการหาข้อมลู 3.5.1 การหาข้อมูลหรือข้อเทจ็ จริง ปัญหาการวิจยั นนั้ มกั เป็นปัญหาท่ีประกอบดว้ ยตวั แปรต่างๆ ส่ิงท่ีช่วยใหผ้ วู้ ิจยั และผอู้ ่ืนเขา้ ใจ ปัญหานนั้ ๆ ไดก้ ระจา่ งชดั เจนตรงนนั้ คือตอ้ งการนิยามตวั แปรหรอื ใหค้ วามหมายของตวั แปรท่ีศกึ ษาโดยเฉพาะ อย่างย่ิงตวั แปรประเภทนามธรรม หรือเรียกว่า “Construct” จะตอ้ งระมดั ระวงั ในการใหค้ านิยามคทอ ตอ้ มใหเ้ กิดความชดั เจน ตอ้ งใหท้ ราบวา่ จะวดั ผลไดอ้ ยา่ งไร การท่ีจะนิยามตวั แปรใหช้ ดั เจนนั้นตอ้ งอาศยั ขอ้ มลู และขอ้ เทจ็ จรงิ ตา่ งๆ อยมู่ ากๆ ซง่ึ ผวู้ ิจยั สามารถหาขอ้ มลู หรือขอ้ เทจ็ จรงิ ตา่ งๆ นีไ้ ด้ 2 แนวทาง คือ 1.อาศยั ทฤษฏีหรอื งานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง 2.อาศยั ขอ้ เทจ็ จรงิ เชิงประจกั ษท์ ่ีไดร้ บั จากการเก็บรวบรวมขอ้ มลู
3.5.2 การนิยามตัวแปร การใหน้ ิยามตวั แปร อาจใชแ้ นวทางใดแนวทางหน่ึงหรืออาจใชท้ งั้ สอลแนวทางประกอบกันได้ เน่ืองจากลกั ษณะของตวั แปรมี 2 ลกั ษณะ คือ ลกั ษณะเป็นรูปธรรมและตวั แปรท่ีมีลกั ษณะนามธรรม การ นิยามตวั แปรจงึ ทาได้ 2 ลกั ษณะเชน่ กนั คือ 1.การนิยามในลักษณะของการบอกองคป์ ระกอบ เป็นการอธิบายตวั แปรนนั้ หมายถึง อะไร มีองคป์ ระกอบอะไรบา้ ง มกั ใชก้ บั ตวั แปรท่ีเป็นรูปธรรม 2.นิยามในลักษณะปฏิบัติการ เป็นการอธิบายว่าตวั แปรนนั้ หมายถึงอะไร มีองค์ประกอบ อะไรบา้ งและวดั ไดอ้ ยา่ งไร โดยสรุปตวั แปรลกั ษณะนีป้ ระกอบดว้ ยลกั ษณะสาคญั 4 ประการ ดงั นี้ 1.คณุ ลกั ษณะหรอื องคป์ ระกอบของตวั แปร 2.พฤติกรรมท่ีแสดงออกเน่ืองจากตวั แปรชนิดนีม้ กั เป็นคณุ ลกั ษณะแฝงไม่สามารถสงั เกตุ ได้ 3.สถานการณ์ หรอื ส่งิ เรา้ ท่ีเหมาะสม 4.เกณฑ์ท่ีเป็นเคร่ืองชีบ้ ่งว่าพฤติกรรมท่ีแสดงออกมานั้น มีความหมายเช่นใด เป็นท่ี ตอ้ งการหรอื ไมต่ อ้ งการ
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: