การพฒั นาโปรแกรมในระบบงานธุรกิจดว้ ยภาษาเชิงวตั ถุ (19-4204-2121) หลกั สตู รเทคโนโลยีบณั ฑิต สาขาคอมพิวเตอร์ธรุ กิจ(ตอ่ เน่ือง) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2560 นางสาวอดุ มลกั ษณ์ สวุ รรณงั ผ้สู อน
ภาษาเชิงวตั ถุ (OBJECT-ORIENTED LANGUAGES) เป็น ภาษายคุ ท่ี 5 (FIFTH GENERATION LANGUAGE) หรือ 5GLS ธรรมชาติหมายถึงธรรมชาติของมนษุ ย์ คือไมต่ ้องสนใจถงึ คาสงั่ หรือลาดบั ของข้อมลู ที่ถกู ต้อง ผ้ใู ช้เพียงตตพ่ ิมพ์สงิ่ท่ีต้องการลงในเคร่ืองคอมพวิ เตอร์เป็นคาหรือประโยคตามที่ผ้ใู ช้เข้าใจ ซงึ่ จะทาให้มรี ูปตบบของคาสง่ัหรือประโยคที่ตตกตา่ งกนั ออกไปได้มากมาย เพราะผ้ใู ช้ตตล่ ะคนอาจจะใช้ประโยคตา่ งกนั ใช้คาศพั ท์ตา่ งกนั หรือตม้กระทงั่ บางคนอาจจะใช้ศพั ท์ตสลงก็ได้ คอมพวิ เตอร์จะพยายามตปลคาหรือประโยคเหลา่ นนั้ ตามคาสง่ั ตตถ่ ้าไมส่ ามารถตปลให้เข้าใจได้ ก็จะมคี าถามกลบั มาถามผ้ใู ช้เพ่อื ยืนยนั ความถกู ต้อง ภาษาธรรมชาตจิ ะใช้ ระบบฐานความรู้(KNOWLEDGE BASE SYSTEM) ชว่ ยในการตปลความหมายของคาสง่ั ตา่ ง ๆ
การเขียนโปรแกรมเชิงวตั ถุ• การเขียนโปรแกรมเชงิ วัตถุ(องั กฤษ: OBJECT-ORIENTED PROGRAMMING, OOP) คือ หนง่ึ ในรูปตบบการเขียนโปรตกรมคอมพิวเตอร์ ท่ีให้ความสาคญั กบั วตั ถุ ซงึ่ สามารถนามาประกอบกนั ตละ นามาทางานรวมกนั ได้ โดยการตลกเปล่ียนข่าวสารเพ่ือนามาประมวลผลตละส่งขา่ วสารที่ได้ไปให้ วตั ถุ อ่ืนๆที่ เก่ียวข้องเพื่อให้ทางานตอ่ ไป• ตนวคดิ การเขียนโปรตกรมตบบดงั เดิมมกั นิยมใช้ การเขียนโปรตกรมเชิงกระบวนการ (PROCEDURAL PROGRAMMING) ซงึ่ ให้ความสาคญั กบั ขนั้ ตอนกระบวนการท่ีทา โดยตบง่ โปรตกรมออกเป็นส่วนๆ ตามลาดบั ขนั้ ตอนการทางาน ตนวคดิ การเขียนโปรตกรมเชิงวตั ถนุ นั้ ให้ความสาคญั กบั ข้อมลู (DATA) ตละ พฤตกิ รรม(BEHAVIOR) ของวตั ถุ ตละความสมั พนั ธ์กนั ระหวา่ งวตั ถกุ นั มากกวา่
ภาษาที่สนบั สนุนการเขียนโปรแกรมเชิงวตั ถุ• ABAP • JAVA • OCAML • SYSTEMVERILOG• ADA 95 • JAVASCRIPT • OBJECT PASCAL • UNREALSCRIPT• C# • MODULA-3 • PERL • VISUAL BASIC• C++ • NICE • PHP • VISUAL BASIC.NET• COMMON LISP OBJECT • OBERON • PYTHON • VISUAL C#.NET • OBJECTIVE-C • REALBASIC • VISUAL FOXPRO SYSTEM • OBJECTIVE MODULA-2 • RUBY• DELPHI++ • SIMULA• EIFFEL• FORTRAN 2003 • SLEEP• JADE • SMALLTALK • SPECMAN
คุณสมบตั ิของการเขียนโปรแกรมแบบ OOP เป็นการเขยี นโปรแกรมแบบข้ึนกับเหตุการณแ์ ทน (EVENT-DRIVEN PROGRAMMING) โดยโปรแกรมจะทางานเปน็ อิสระตอ่ กนั ข้ึนกบัส่ิงทเ่ี กิดขึน้ กับออบเจ็คนน้ั สามารถทางานรูปแบบการเขยี นโปรแกรมเปน็ FUNCTIONAL PROGRAMMING โดยคณุ สมบตั ติ ่างๆ ของการเขยี นโปรแกรมเชิงวตั ถุ ดังนี้• INHERITANCE คือการสบื ทอดความสามารถจากคลาสหน่ึงไปยังอีกคลาสหน่งึ มันเปน็ คุณสมบตั ิท่ีสาคญั ในการทจ่ี ะใชโ้ ค้ดเดมิ ซ้าโดยท่ไี มต่ อ้ ง เขียนใหม่• POLYMORPHISM คอื คุณสมบตั ิของการมไี ดห้ ลายรปู แบบของออบเจค็ ทาให้สามารถเรียกใช้งานออบเจค็ ได้อยา่ งยืดหยุ่น• INTERFACES คือการกาหนดหนา้ ทก่ี ารทางานใหก้ ับออบเจ็คหรอื เรยี กกันวา่ สว่ นตดิ ต่อระหวา่ งออบเจ็ค ซ่งึ จะแตกต่างกันออกไปสาหรับออบ เจค็ แต่ละประเภท• ENCAPSULATION คือการซอ่ นขอ้ มลู ของออบเจ็คจากโลกภายนอก (DATA HIDING) และกาหนดขอบเขตในการเขา้ ถงึ ขอ้ มูลของออบเจค็• OPERATOR OVERLOADING คือคณุ สมบตั ใิ นการเปลยี่ นแปลงการทางานของ OPERATOR ให้ทางานกบั ออบเจ็คไดต้ รงตามทต่ี ้องการ HTTP://MARCUSCODE.COM/LANG/JAVA/OBJECT-ORIENTED-PROGRAMMING
การเขยี นโปรแกรมเชิงวตั ถุด้วยภาษา JAVASCRIPTJAVASCRIPT เป็นภาษายคุ ใหมส่ าหรับการเขียนโปรตกรมบนระบบอนิ เทอร์เนต็ ที่กาลงั ได้รับความนิยมอย่างสงูเราสามารถเขียน โปรตกรม JAVASCRIPT เพ่มิ เข้าปในเวป็ เพจเพื่อใช้ประโยชน์สาหรับงานด้านตา่ ง ๆ ทงั้ การคานวณ การตสดงผล การรับ-สง่ ข้อมลู ตละที่ สาคญั คือ สามารถโต้ตอบกบั ผ้ใู ช้ได้อยา่ งทนั ทีทนั ได นอกจากนีย้ งั มีความสามารถด้านอ่นื ๆ อีกหลายประการท่ีชว่ ยสร้างความน่าสนใจให้ กบั เวบ็ เพจของเราได้อยา่ งมาก ภาษาจาวาสคริปต์ถกู พฒั นาโดย เนต็ สเคปคอมมวิ นิเคชนั ส์ (NETSCAPE COMMUNICATIONSCORPORATION) โดยใช้ช่ือวา่ LIVE SCRIPT ออกมาพร้อมกบั NETSCAPE NAVIGATOR2.0เพ่ือใช้สร้างเวบ็ เพจโดยตดิ ตอ่ กบั เซริ ์ฟเวอร์ตบบ LIVE WIRE ตอ่ มาเนต็ สเคปจงึ ได้ร่วมมือกบั บริษัทซนั ไมโครซิสเตม็ ส์ปรับปรุงระบบของบราวเซอร์เพ่ือให้สามารถตดิ ตอ่ ใช้งานกบั ภาษาจาวาได้ ตละได้ปรับปรุง LIVESCRIPTใหมเ่ ม่ือ ปี 2538 ตล้วตงั้ ช่ือใหมว่ า่ JAVASCRIPT
ลกั ษณะการทางานของ JAVASCRIPTJAVASCRIPT เป็นภาษาสคริปต์เชิงวตั ถุ หรือเรียกว่า ออ็ บเจ็กโอเรียลเตด็ (OBJECT ORIENTEDPROGRAMMING) ท่ีมีเปา้ หมายในการ ออกตบบตละพฒั นาโปรตกรมในระบบอนิ เทอร์เน็ต สาหรับผ้เู ขียนเอาสารด้วยภาษา HTML สามารถทางานข้ามตพลตฟอร์มได้ทางานร่วมกบั ภาษา HTML ตละภาษาจาวาได้ทงั้ ทางฝ่ังไคลเอนต์ (CLIENT) ตละ ทางฝ่ังเซิร์ฟเวอร์ (SERVER) โดยมีลกั ษณะการทางานดงั นี ้1. NAVIGATOR JAVASCRIPT เป็น CLIENT-SIDE JAVASCRIPT ซง่ึ หมายถงึJAVASCRIPT ท่ีถกู ตปลทางฝั่งไคลเอนต์ (หมายถึงฝ่ังเครื่อง คอมพวิ เตอร์ของผ้ใู ช้ ไมว่ า่ จะเป็นเครื่องพซี ีเครื่องตมคอินทอช หรือ อื่น ๆ) จงึ มีความเหมาะสมตอ่ การใช้งานของผ้ใู ช้ทวั่ ไปเป็นสว่ นใหญ่ 2. LIVEWIREJAVASCRIPT เป็น SERVER-SIDE JAVASCRIPT ซง่ึ หมายถงึ JAVASCRIPT ที่ถกู ตปลทางฝ่ังเซริ ์ฟเวอร์ (หมายถงึ ฝ่ังเคร่ือง คอมพวิ เตอร์ของผ้ใู ห้บริการเวบ็ โดยอาจจะเป็นเครื่องของซนั ซลิ คิ อมกราฟิกส์หรือ อื่น ๆ) สามารถใช้ได้เฉพาะกบั LIVEWIRE ของเนต็ สเคป โดยตรง
โครงสร้างภาษา JAVASCRIPTเป็นการเขียนคาสงั่ ของ JAVA SCRIPT ต้องเขียนร่วมกบั ภาษา HTML โดยตทรกอยภู่ ายในระหวา่ งคาสง่ั <HEAD> กบั </HEAD> หรือจะเขียนหลงั จาก<BODY> กบั </BODY> ก็ได้ การเขียนจะสนใจตวั อกั ษรพิมพ์เลก็ ตละตวั อกั ษรพมิ พ์ใหญ่ถือวา่ ตา่ งกนั (CASE SENSITIVE)<HTML><HEAD><TITLE> WELCOME </TITLE></HEAD><BODY><SCRIPT LANGUAGE=\"JAVASCRIPT\"><!--DOCUMENT.WRITE(\"ยินดีต้อนรับสู่ JAVA SCRIPT TUTORIAL!\");// --></SCRIPT></BODY></HTML>
การเขียนโปรแกรมภาษา JAVASCRIPT• การเขียนโปรตกรมจาวาสคริปต์เป็นการนาเอาสคริปต์ท่ีเขียนขนึ ้ เข้าไปตทรกในโครงสร้างของ HTMLโดยที่โปรตกรมของจาวาสคริปต์จะไมต่ สดงผลท่ีหน้าจอภาพตตจ่ ะถกู ซอ่ นอย่ภู ายใต้เวบ็ เพจ TAG <SCRIPT> นีจ้ ะใช้ได้ทงั้ ในสว่ น HEAD ตละ BODY ถ้าเป็นการประกาศ ฟังก์ชน่ั หรือกาหนดคา่ ตวั ตปรจะ นิยมทาในสว่ น HEAD>...</HEAD> ตตถ่ ้าเป็นคาสง่ั ให้ทางานจริงจะใสใ่ นสว่ น <BODY>...</BODY>
ตวั อยา่ งการเขียนโปรแกรม JAVASCRIPT กบั ภาษา HTML<HTML> </BODY><HEAD> <SCRIPT LANGUAGE = JAVA SCRIPT><TITLE> การเขียนจาวาสคริปตต์ สดงกรอบรับข้อความ </TITLE> DOCUMENT.WRITE(“โปรดคลกิ ที่ CHANGE COLOR เพอื่ เปล่ียนสีพนื ้ <BR>”); DOCUMENT.WRITE(“โปรดกรอกสีพนื ้ ที่ต้องการเป็นภาษาองั กฤษ เชน่ สีตดง <SCRIPT LANGUAGE = JAVA SCRIPT > FUNCTION CHCOLOR( ) { พมิ พ์RED เป็นต้น<BR>”); VAR A;A = PROMPT (“ENTER BACKGROUND COLOR”, “ ”); </SCRIPT>DOCUMENT.BGCOLOR=A; } <A HREF=”JAVASCRIPT:CHCOLOR( )”>CHANGE COLOR </A> </SCRIPT> </BODY></HEAD> </HTML>
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: