Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือพระธรรมธีรราชมหามุนี

หนังสือพระธรรมธีรราชมหามุนี

Description: หนังสือพระธรรมธีรราชมหามุนี

Search

Read the Text Version

ท่ีรฤกงานพระราชทานเพลิงสรีรสังขาร พระธรรมธีรราชมหามุนี (เท่ียง อคฺคธมฺมมหาเถร) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๑ และเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร ณ เมรุบุษบกพิเศษ วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ ท่ี ๑๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๕







คาปรารภ สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรม ราชานุเคราะห์ ในการศพ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เท่ียง อคฺคธมฺมมหาเถร) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๑ และ เจา้ อาวาสวดั ระฆงั โฆสิตาราม ตงั้ แต่วนั มรณภาพจนถงึ งานพระราชทานเพลิงศพ ในวันอาทิตย์ ท่ี ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๗.๓๐ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณ วรราช ภักดีสิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชด�าเนินแทนพระองค์ในการพิธี พระราชทานเพลงิ ศพ ณ เมรุบษุ บกพิเศษ วัดระฆังโฆสิตาราม นับเปน็ พระมหากรณุ าธคิ ณุ อยา่ งล้นพ้นหาทส่ี ดุ มิได้ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เท่ียง อคฺคธมฺมมหาเถร) เป็นพระมหาเถระผู้รัตตัญญู ทรงภูมิรู้ ภูมิธรรม ได้ศึกษา พระปริยัติธรรมจนจบเปรียญธรรม ๙ ประโยค เป็นรูปแรกของวัดระฆังโฆสิตาราม หลังจากนั้นท่านได้สนองงานคณะสงฆ์ นับตั้งแต่เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นรองเจ้าคณะภาค เป็นเจ้าคณะภาค ๑๑ และเป็นเจ้าอาวาส วัดระฆังโฆสิตารามตามล�าดับ ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้ได้เรียบร้อยเป็นท่ีไว้วางใจของคณะสงฆ์ ท่านยังได้เอาใจใส่ สนับสนุนการศึกษาของพระสงฆ์สามเณร และคณะศิษย์ฆราวาสจนประสบความส�าเร็จมีความเจริญก้าวหน้าเป็น จ�านวนมาก ในทางการประพฤติปฏิบัติได้ด�ารงตนอยู่ในหลักพระธรรมวินัย มีศีลาจารวัตรบริบูรณ์เป็นท่ีเล่ือมใสศรัทธา ของคณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์และประชาชนโดยทว่ั ไป เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เท่ียง อคฺคธมฺมมหาเถร) คณะสงฆ์วัดระฆังโฆสิตาราม และคณะกรรมการจัดงาน เห็นสมควรจัดพิมพ์หนังสืออนุสรณ์อันเป็นผลงานประพันธ์ของท่าน และประวัติวัดระฆัง โฆสติ าราม เป็นต้น ประกอบไปดว้ ย ๑. หนังสือประวตั วิ ดั ระฆังโฆสติ าราม ๒. หนังสอื ประวัติพระธรรมธรี ราชมหามนุ ี ๓. หนังสอื กลอนธรรมสาธก ๔. หนังสอื ปฐมอัครกรรม ๕. หนังสอื สาระธรรมอคั คธัมมมหาเถรานุสรณ์ ๖. หนังสอื สูจิบัตร งานพระราชทานเพลงิ ศพ ๗. หนงั สือสวดมนต์ ๑๙ มนต์ พุทธานภุ าพ ขออนุโมทนาในกุศลจิต ของคณะสงฆ์ คณะกรรมการจัดงาน และคณะศิษยานุศิษย์ตลอดจนท่านสาธุชน ท้ังหลาย ที่ได้ร่วมกันบ�าเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานกิจอุทิศถวาย ได้สละก�าลังกาย ก�าลังทรัพย์ เป็นเจ้าภาพสวด พระอภิธรรม เจ้าภาพภัตตาหาร เคร่ืองดื่ม และเจ้าภาพจตุปัจจัยไทยธรรม ต้ังแต่ต้นจนถึงงานออกเมรุพระราชทาน เพลิงศพ หากดวงวิญญาณของพระเดชพระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เท่ียง อคฺคธมฺมมหาเถร) ได้ทราบด้วยญาณวิถี คงจกั ปลาบปล้มื ยินดีและอนุโมทนาในการกศุ ลของทุก ๆ ท่านเปน็ อยา่ งยิ่ง ขออ�านาจแห่งกุศลทักษิณานุปทานกิจ ที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันบ�าเพ็ญอุทิศจงสัมฤทธ์ิเป็นอิฐวิบุลมนุญผล เพ่ิมพูน ทิพยสุข ทิพยสมบัติ แด่พระเดชพระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง อคฺคธมฺมมหาเถร) ในสุคติสัมปรายภพสมดัง เจตนาปรารภจงทุกประการ เทอญ. พระเทพประสทิ ธิคุณ ผรู้ กั ษาการแทนเจ้าอาวาสวัดระฆงั โฆสติ าราม

คาถวายอาลัย พระธรรมธีรราชมหามนุ ี (เทยี่ ง อคฺคธมฺมมหาเถร) อดีตท่ปี รกึ ษาเจา้ คณะภาค ๑๑ เจ้าอาวาสวดั ระฆังโฆสติ าราม เม่ือวันท่ี ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาคณะสงฆ์วัดระฆังโฆสิตาราม ศิษยานุศิษย์ได้สูญเสียพระมหาเถระ ผู้ใหญ่ คือพระเดชพระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เท่ียง อคฺคธมฺมมหาเถร) เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ท่ีปรึกษา เจ้าคณะภาค ๑๑ ได้มรณภาพลงอย่างสงบ เม่ือเวลา ๑๙.๔๐ น. สิริอายุ ๘๕ ปี พรรษา ๖๓ ยังความโทมนัส เสียใจ อาลัยอาวรณ์ให้เกิดแก่คณะศิษยานุศิษย์ ท้ังในประเทศและต่างประเทศ ผู้ท่ีมีความเคารพนับถือและศรัทธาญาติโยม พุทธศาสนกิ ชนท้งั หลาย พระเดชพระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง อคฺคธมฺมมหาเถร) นับเป็นครุฏฐานียบุคคล และปูชนียบุคคล เป็นพระมหาเถระผู้ใหญ่ท่ีเคารพนับถือกราบไหว้บูชา เป็นที่พึ่งของพระภิกษุสามเณรในวัดระฆังโฆสิตาราม ท่ีจะด�ารง รกั ษาพระพทุ ธศาสนาใหม้ ่นั คงถาวรมีอายยุ นื ยาวตอ่ ไปในกาลภายหนา้ ส่วนในด้านของการปกครองน้ัน ท่านได้รับต�าแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามและเจ้าคณะผู้ปกครองใน ต�าแหน่งต่าง ๆ มาโดยล�าดับจนถึงต�าแหน่งสูงสุด คือ การได้รับแต่งต้ังให้ด�ารงต�าแหน่งเจ้าคณะภาค ๑๑ พระเดชพระคุณ เป็นผู้มีจติ ใจเสียสละ มุ่งมั่น ในการท�างานสนองงานคณะสงฆ์ นับเป็นคณุ ธรรมท่นี ่ายกย่องสรรเสรญิ เปน็ อย่างยง่ิ ส่วนในด้านวัตรปฏิบัติและการเผยแผ่นั้น พระเดชพระคุณ หลวงพ่อท่านเป็นพระสงฆ์สุปฏิปันโน ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เจริญสมณวัตรด้วยการสวดมนต์ สมถะ สันโดษ เรียบง่าย อธิษฐานฉันมังสวิรัติ ตลอดอายุสังขารของท่าน นานกว่า ๔๐ ปี หลวงพ่อท่านเป็นพระนักปฏิบัติเทศนาอบรมส่ังสอน เป็นพระนักคิดนักเขียน มีผลงานงานเขียนมากมาย อาทเิ ชน่ ๑. กลอนธรรมกถาสาธก ๒. สาระธรรมอคคฺ ธมมฺ มหาเถรานสุ รณ์ ๓. ปฐมอัครกรรม ตา� นานพระเครือ่ ง ๔. หนังสอื บทน�าชีวิต ๕. หนังสือสวดมนต์ ๑๙ มนต์ พุทธานุภาพ ”ธรรมะสู่ดวงใจ„ เป็นต้น ซึ่งเป็นหนังสือที่ได้มอบแก่คณะศรัทธา ญาติโยม ศิษยานุศิษย์ ให้ด�าเนินชีวิตด้วยการประพฤติดีปฏิบัติชอบตามหลักธรรมค�าสอนท่ีองค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจา้ ทรงแสดงไว้

ตลอดชีวิตของการด�ารงเพศบรรพชิต พระเดชพระคุณ ได้บ�าเพ็ญสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ ต่อประเทศชาติ พระศาสนาไว้มากมาย ดังน้ี ๑. สร้างอุโบสถ สร้างพระมหาเจดีย์ระฆังพรหมรังสี มูลนิธิพระธรรมธีรราชมหามุนี วัดดอนชมพู ต�าบลดอนชมพู อา� เภอโนนสูง จงั หวดั นครราชสีมา ๒. ซ้ือที่ดินสร้างอุโบสถ วัดระฆังพรหมรังสี แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร และมูลนิธิ พระธรรมธรี ราชมหามุนี (วดั ระฆังพรหมรังสี) ๓. ซื้อที่ดินสร้างวัดบุรีราชวนาราม สร้างอุโบสถ สร้างพระประธานปางโปรดอาฬวกยักษ์ สูง ๒๑ เมตร ต�าบล ดอนทราย อา� เภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี และมลู นธิ ิพระธรรมธีรราชมหามุนี (วดั บรุ รี าชวนาราม) ๔. ประธานสร้าง วดั ระฆังญ่ปี นุ่ เมืองไอกาวา ประเทศญีป่ นุ่ ๕. ซ้ือทีด่ ินสรา้ ง สา� นกั สงฆเ์ ขาโปง่ นก อา� เภอสีคิ้ว จงั หวดั นครราชสีมา ๖. สร้างภูมิทัศน์เจดีย์ระฆังมหามงคลกาญจนาภิเษก และสร้างอนุสรณ์สถานรูปเหมือนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมร�สี) ขนาดสูง ๙ เมตร รวมฐาน ประดิษฐานหน้าวัดระฆังโฆสิตาราม สร้างพระประธาน สร้างระฆัง ถวายวัด ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และอีกมายมากที่พระเดชพระคุณได้สร้างฝากไว้ในประเทศชาติ พระพุทธศาสนา สุดที่จะพรรณนาให้หมดสิ้นในที่น้ีได้ พระเดชพระคุณท่านจากโลกนี้ไปก็เพียงสรีระร่างกาย ส่วนชื่อเสียง เกียรติยศ คุณธรรม คุณงามความดีทั้งหลายของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ก็จะสถิตย์อยู่ในจิตใจของพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ ทง้ั บรรพชติ และคฤหัสถ์ตลอดไป ด้วยบุญจริยาสัมมาปฏิบัติท่ีพระเดชพระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เท่ียง อคฺคธมฺมมหาเถร) สั่งสมไว้ คณะสงฆ์และบรรดาศิษยานุศิษย์ขอบ�าเพ็ญอุทิศถวาย จงส�าเร็จเป็นวิบากสมบัติ เป็นไปเพ่ือประโยชน์สุข ในสัมปรายภพ น้อมส่งดวงจิตพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง อคฺคธมฺมมหาเถร) สู่มรรคผลนิพพาน สมดัง เจตนาปรารภจงทุกประการ เทอญ. คณะศิษยานุศษิ ย์

ศลิ ปนิ : อาจารย์ปญั ญา เพช็ รชู

ธมฺมธีรราชมหามนุ มิ หาเถรานุสสฺ รณคาถา ธมฺ ธมฺมสามนิ มกกฺ ารี ธมฺมพพฺ ิจยโกสโล ธมมฺ พฺพินยธารี โย อคฺคธมฺมมหายติ ธมฺมธรี ราชมหา- มนุ ี คณุ าธโิ ก อติ ิ ราชทินฺนาภเิ ธยโฺ ย โส สาสเน อติโรจโน สมปฺ ยุตฺโต สิรกี โร ม มหากุสลจติ เฺ ตน สิสฺสาน� สิทฺธทิ ายโก มโนธมฺมานุสาสี ว ธีมา จ พุทธฺ สาสเน ธีเรหิ สุปสส� ิโต ธี ธียตุ โฺ ต สพพฺ ธมเฺ มสุ รมมฺ ธมมฺ านุสฏิ ฐฺ ยิ า ธสิ มปฺ ตตฺ ิกโร ภิยฺโย สย� ุตโฺ ต จ มหากวิ สาตถฺ ิกา โหติ โสตุน� ร รตตฺ ญฺญู สพฺพสิสสฺ าน� พุทฺธธมมฺ ตถฺ โชติกา รจนาวธิ โิ กสลลฺ - มงฺคลตฺถานสุ าสโก ปุณฺโณ วิรุฬฺหิเปกฺขโก ราช ราชธานสี ุ รา ตสฺส โย ธมฺโม สปุ กาสโิ ต ราธนาวหิกา นจิ ฺจ� มุขฺยนตฺ � ธวุ � จริ โกวิโท โสขยฺ เอสนิ � มหา มหตฺถกิ มนุสสฺ าน� ภวตี นมี หายติ มหาคุณูปกาเรหิ มหามนุ ินฺทภกิ ฺขุน� มห๪ุ จาภิทยาลุโก มุ มุนนิ ทฺ โลกนาเถน หารสี โุ ขปหารโก มขุ ยฺ ฏโฺ ฐ เอส ภกิ ขฺ ูน� อตถฺ อตฺถีน ปาณิน� เถรโิ ย พทุ ธฺ สาสเน นี นฆี นีหรโณปาย- โรเจสิ อนุปพุ ฺพโส นีสโุ ขปายทสฺสี จ อตตฺ ปฺปรตถฺ ปูรโก โรสเนธติ ปาณิน� ม มตมิ า ปริหารมหฺ ิ เหตุ๪ สทธฺ มมฺ วฑุ ฺฒิยา มหาสโย จ สิสฺสาน� อุเปโตนิจจฺ ตาวส� สพฺพสสิ ฺสา ทิสาสธุ หา หายนกฺการณคฆฺ าตา ปรเิ ทวนุปาคตา หาสาวโห มโนโตส- อนุสฺสรึสุ สกกฺ รุ๪ ปูชนโี ย จ ปาณิหิ เถ เถโร ส อคคฺ ธมโฺ มปิ สธุ มมฺ สมฺปทาทโท เถรยิ � ชนิ สทฺธมฺม� สพเฺ พเหว นมามหิ นตฺ ิ โร โรจโน เจตถฺ ธมเฺ มหิ โรคหารี ส จติ ฺตสสฺ อนาคเต กรติ วฺ าน ยาวชีวมปฺ ิ ฐตฺวาน เอวญจฺ ต� สุณิตวฺ าน พาฬฺหโสจนตาปนฺนา กลยฺ าณกติ ตฺ สิ ททฺ ส� โย ปิโย โยคเขมี จ อคฺคธมโฺ ม มหาเถโร โรจนทฺธมฺมธารินตฺ � อทุ ยภรู เิ มธิภิกฺขุนา คณฺฑโิ ฆสติ าราเม วหิ รตา อตคิ ารเวน รจิตาย�

ศลิ ปนิ : สวุ ทิ ย์ ตา่ งสมบตั ิ

คาแปล พระเดชพระคณุ พระธรรมธรี ราชมหามนุ ี(เทย่ี งอคั คธมั มมหาเถระ)เปน็ พระผทู้ รงคณุ อนั ยง่ิ มปี กตทิ า� ความนอบนอ้ ม แดพ่ ระพทุ ธเจา้ มคี วามปรชี าสามารถในการเลอื กเฟน้ พระธรรมคา� สอน ทรงไวซ้ งึ่ พระธรรมวนิ ยั ดว้ ยดี รงุ่ โรจนอ์ ยใู่ นพระพทุ ธ ศาสนา พระเดชพระคณุ ทา่ นมจี ติ ใจทรงความดมี าก(มหากสุ ลจติ )มปี กตทิ า� ความเจรญิ รงุ่ เรอื งใหเ้ กดิ ขน้ึ มงุ่ สงั่ สอนมโนธรรม ส�านึกดี ทั้งให้ความส�าเร็จประโยชน์แก่ศิษยานุศิษย์ มีปัญญาเครื่องทรงจ�าธรรมท้ังปวง เป็นพระผู้ก่อสมบัติ คือคณุ ชาติทีท่ รงไวซ้ ึ่งประโยชนอ์ ยา่ งย่ิงไวใ้ นพระพทุ ธศาสนา ผู้อนั นักปราชญท์ ัง้ หลายแซ่ซอ้ งสรรเสริญแลว้ เป็นพระมหาเถระผู้รู้ราตรีนาน ประกอบด้วยกุสโลปายในวิธีแห่งการร้อยกรองบทกวี เพื่อตามส่ังสอนข้ออรรถ ข้อธรรมอนั พงึ ยนิ ดีแกศ่ ษิ ย์ทั้งปวง นบั วา่ เปน็ นกั ปราชญใ์ นการประพันธ์บทกวผี ู้เปยี่ มดว้ ยความรคู้ วามสามารถ บทประพันธ์ค�าสอนของพระเดชพระคุณท่าน ล้วนมีประโยชน์โสตถิผล เป็นบทกวีที่น�าความชื่นชมยินดีมาให้ ท้ังเป็นบทกวที ส่ี อ่ งสว่างหลกั พุทธธรรม แก่ผู้สดบั ตลบั ฟงั ทั่วราชธานี พระเดชพระคุณท่านอบรมส่ังสอนอยู่เน่ือง ๆ ซึ่งมงคลประโยชน์ มีคุณูปการมาก มีแต่จิตท่ีมุ่งหวังความเจริญ งอกงามแกบ่ ุคคลท่ีต้องการประโยชนม์ าก พระธรรมค�าส่ังสอนใดท่ีพระมุนีโลกนาถเจ้า ประกาศไว้ดีแล้ว ท่านซึ่งด�ารงอยู่ในความเป็นอธิบดีสงฆ์ ได้น�า ประพฤติปฏิบตั ิพระธรรมค�าสั่งสอนอันประเสรฐิ นนั้ อยูเ่ ป็นนิตย์ เป็นพระมหาเถระที่ดียิ่ง ผู้มีปรีชาฉลาดแตกฉานในอุบายเคร่ืองน�าออกจากทุกข์ และชี้อุบายแห่งประโยชน์สุข แก่ผู้แสวงหาประโยชน์สุข เป็นผู้มีปรีชาในการบริหารคณะสงฆ์ของพระพุทธองค์ มีอัธยาศัยกว้างขวาง มีความโอบอ้อมอารีต่อลูกศิษย์ อย่เู นอื ง ๆ มีปกติก�าจัดเหตุแห่งความเส่ือม น�าความสุขที่น่าชอบใจเข้าไป น�าความยินดีมาให้แก่ผู้ปรารถนาประโยชน์คือ ความแชม่ ช่ืนยินดแี หง่ ใจ พระเดชพระคุณท่านนับว่าเป็นพระมหาเถระผู้มีความมั่นคงในพระพุทธศาสนา ได้ท�าพระสัทธรรมค�าสอนของ พระพทุ ธองคใ์ หม้ นั่ คงแลว้ โดยล�าดับ รุ่งโรจน์อยู่ด้วยธรรมทั้งหลายในพระธรรมวินัยน้ี ได้บ�าเพ็ญประโยชน์ตนประโยชน์ท่านไว้อย่างบริบูรณ์แล้ว เป็นพระผู้ท�าหน้าที่บ�าบัดโรคแห่งจิตใจของเหล่าชนผู้ที่มีโรคทางใจกล่าวคือความขัดข้องหมองใจ ได้กระท�าเหตุแห่งความ เจริญรุ่งเรืองแห่งพระสัทธรรมไว้ในอนาคตแล้ว ด�ารงอยู่ตลอดกาลแห่งชีวีแล้ว เข้าถึงอ�านาจแห่งความท่ีสังขารทั้งหลาย เปน็ ของไม่เท่ียงเปน็ ธรรมดาแลว้ เหล่าพุทธศาสนิกชนศิษยานุศิษย์ ได้รับฟังข่าวนั้นแล้ว ต่างพากันโศกเศร้าคร�่าครวญร�าพัน มาน้อมร�าลึกถึง ถวายสกั การะเกยี รตคิ ณุ อนั ดีงามของพระเดชพระคณุ ท่าน ข้าพเจ้าพร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์ท้ังมวล ขอถวายความนอบน้อมแด่พระเดชพระคุณพระธรรมธีรราชมหามุนี (อคฺคธมฺมมหาเถระ) พระผู้เป็นที่รัก ผู้มีธรรมเป็นแดนปลอดโปร่งจากโยคะ ผู้เป็นท่ีเคารพเทิดทูนบูชา พระผู้เป็นผู้ให้ ธรรมสมบัตดิ ว้ ยดี ผู้ที่ทรงไว้ซง่ึ ธรรมอันรุ่งเรอื ง ดว้ ยความความเคารพอย่างสงู ยิ่ง ฯ





ประวัติ พระธรรมธีรราชมหามนุ ี (เท่ียง อคฺคธมมฺ มหาเถร) ๑๙ ชาตภิ ูมิ ๒๑ บรรพชา ๒๕ อุปสมบท ๓๗ งานปกครอง ๔๕ ปฏิปทา ๖๑ สมณศกั ด์ิ ๗๒ เกียรติคุณ ๗๖ ศาสนกิจบางประการ ๘๑ ๘๙ พระมหากษตั รยิ แ์ ละพระบรมวงศานุวงศ์ ๙๗ ทา� บญุ มหาบุรพาจารย์ วัดระฆงั โฆสิตาราม ๑๐๓ พระมหาเถระ มรณภาพ

บทกวธี รรมสาธก ๑๐๔ วัดระฆงั กถา ๑๐๕ อยู่กับปูก่ ถา ๑๑๓ คุณพอ่ แม่กถา ๑๓๐ หลวงพ่อคณู กถา ๑๓๗ พระรวยมนต์คนรวยทรัพย์กถา ๑๔๔ ธรรมสา� หรบั ข้าราชการ ๑๔๙ พาลปัณฑิตกถา ๑๖๓ สมณศกั ดก์ิ ถา ๑๗๔ แก่เจบ็ ตายกถา ๑๗๙ สังขารกถา ๑๘๔ ความแก่กถา ๑๙๑ ชรากถากถา ๑๙๔ พรปีใหม่กถา ๑๙๖ ๒๐๐ ปฏบิ ัตศิ าสนกิจตา่ งประเทศ ๒๐๙ หลอ่ พระสร้างระฆัง ๒๒๔ วัดดอนชมพู จงั หวดั นครราชสมี า ๒๓๒ วดั บรุ รี าชวนาราม จงั หวดั ราชบรุ ี ๒๔๐ วดั ระฆงั พรหมรงั สี กรุงเทพมหานคร ๒๔๖ สา� นกั สงฆเ์ ขาโปง่ นก จงั หวดั นครราชสมี า ๒๕๒ วัดระฆังญปี่ ุ่น ประเทศญี่ปุ่น



ประวตั โิ ดยสังเขป พระธรรมธีรราชมหามนุ ี (เทยี่ ง อคฺคธมโฺ ม ป.ธ. ๙) อายุ ๘๕ ปี พรรษา ๖๓ อดีตทีป่ รึกษาเจ้าคณะภาค ๑๑ และเจา้ อาวาสวดั ระฆงั โฆสิตาราม วรมหาวหิ าร แขวงศริ ริ าช เขตบางกอกนอ้ ย กรงุ เทพมหานคร สถานะเดมิ ชื่อ เท่ียง นามสกุล ชูกระโทก เกิดวันท่ี ๑ฯ๕ ปีกุน วันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๘ ณ เลขท่ ี ๑๔๐ บ้านดอนชมพู หม่ทู ่ี ๕ ตา� บลบิง อ�าเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา บดิ า นายโปย ชูกระโทก มารดา นางส ี ชูกระโทก บรรพชา วัน ๔ฯ๖ ปีเถาะ วันท่ี ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ณ วัดสมอราย ต�าบลหนองจะบก อา� เภอเมอื ง จงั หวัดนครราชสีมา โดย พระครูพรหมวิหาร ี (รอด) เป็นพระอุปัชฌาย์ อุปสมบท วนั ท่ี ๔ฯ๖ ปีมะเมีย วนั ท ี่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ ณ วดั บา้ นดอนชมพู ต�าบลบิง อ�าเภอ โนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โดย พระครูพินิจยติกรรม (แจ้ง) วัดใหม่สุนทร อ�าเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอปุ ัชฌาย์ วทิ ยฐานะ พ.ศ. ๒๔๙๒ ส�าเร็จการศึกษาสามัญชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ โรงเรียนประชาบาลวัดดอนชมพู ต�าบลบิง อา� เภอโนนสูง จังหวดั นครราชสีมา พ.ศ. ๒๔๙๙ สอบได้นกั ธรรมเอก ส�านักเรียนวัดระฆังโฆสติ าราม อ�าเภอบางกอกน้อย จังหวดั ธนบรุ ี พ.ศ. ๒๕๑๔ สอบได้บาลปี ระโยค ป.ธ. ๙ สา� นกั เรียนวัดระฆงั โฆสิตาราม อ�าเภอบางกอกนอ้ ย พ.ศ. ๒๕๕๐ มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย ถวายปริญญาดษุ ฎบี ณั ฑิตกิตตมิ ศักด์ิ พ.ศ. ๒๕๕๑ มหาวิทยาลยั ราชภัฏบรุ ีรมั ย์ ถวายปริญญาดุษฎบี ณั ฑิตกิตติมศักดิ์ ตา� แหนง่ ทางการปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ เปน็ ครูสอนปรยิ ตั ิธรรม สา� นกั เรียนวัดระฆังโฆสติ าราม วรมหาวิหาร พ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๐๗ เปน็ เลขานุการเจ้าสา� นักเรยี นวดั ระฆงั โฆสิตาราม วรมหาวิหาร พ.ศ. ๒๕๑๕ เปน็ ผ้ชู ่วยเจา้ อาวาสวัดระฆังโฆสติ าราม วรมหาวิหาร พ.ศ. ๒๕๑๗ เปน็ รองเจ้าคณะภาค ๑๑ (นครราชสีมา บรุ รี ัมย์ ชยั ภูมิ และสรุ นิ ทร์) พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นผรู้ กั ษาการแทนเจา้ อาวาสวดั ระฆังโฆสติ าราม วรมหาวิหาร พ.ศ. ๒๕๑๙ เปน็ พระอุปชั ฌาย ์ พ.ศ ๒๕๓๖ เปน็ เจา้ คณะภาค ๑๑ พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นประธานกรรมการมลู นธิ ิสหอภธิ รรมมหาวทิ ยาลยั วดั ระฆงั โฆสิตาราม วรมหาวิหาร

18 ประวตั พิ ระธรรมธีรราชมหามุนี (เทีย่ ง อคฺคธมโฺ ม ป.ธ. ๙) พ.ศ.๒๕๔๖ เปน็ ผู้อ�านวยการอภธิ รรมมหาวิทยาลยั แหง่ ประเทศไทย วัดระฆงั โฆสติ าราม วรมหาวหิ าร พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นผู้รกั ษาการแทนเจ้าอาวาสวดั ระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร พ.ศ.๒๕๕๐ เปน็ เจ้าอาวาสวัดระฆงั โฆสติ าราม วรมหาวิหาร พ.ศ.๒๕๕๘-๒๕๖๔ เป็นทปี่ รกึ ษาเจ้าคณะภาค ๑๑ งานดา้ นการศึกษา พ.ศ. ๒๕๐๗ เปน็ เลขานกุ ารเจ้าส�านกั เรยี นวดั ระฆงั โฆสิตาราม เป็นครูสอน ธรรม-บาลีแก่พระภกิ ษุสามเณร และอบรมพระภกิ ษุนวกะ พ.ศ. ๒๕๐๗ ไดร้ บั แตง่ ตั้งเปน็ กรรมการตรวจบาลสี นามหลวงและ ธรรมสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๑๘ ไดร้ ับมอบหมายงานด้านการศึกษาธรรม-บาลี จากเจา้ คณะภาค ๑๑ พ.ศ. ๒๕๑๙ เปน็ หัวหน้าคณะพระวิทยากรอบรมบาลีกอ่ นสอบ ณ วดั พนัญเชิง จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา พ.ศ. ๒๕๒๐ เปน็ หัวหน้าคณะพระวทิ ยากรอบรมบาลกี ่อนสอบ ณ วดั พิกุลทอง จงั หวัดสิงห์บุรี พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นหวั หน้าคณะพระวิทยากรอบรมบาลกี ่อนสอบ ณ วดั พายพั จงั หวดั นครราชสีมา พ.ศ. ๒๕๑๗ มีการออกตรวจเย่ียมสถานท่ีสอบธรรมสนามหลวง บาลีสนามหลวง ภายในเขตภาค ๑๑ ทกุ ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ไดเ้ ข้ารบั พระราชทานเสาเสมาธรรมจักร จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี เน่ืองในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา ประเภทส่งเสริมการศึกษา พระพทุ ธศาสนา ความสามารถพเิ ศษ - เขียนกวีธรรมสาธกหรือกลอนธรรมะ - เป็นพระธรรมกถึก - เป็นพระวปิ สั สนาจารย์ - เปน็ พระวทิ ยากรนกั เผยแผ่อบรม สมณศกั ดิ์ พ.ศ. ๒๕๑๖ เปน็ พระราชาคณะชน้ั สามัญ ท่ี ”พระศรีวสิ ุทธโิ สภณ„ พ.ศ. ๒๕๒๖ เปน็ พระราชาคณะชั้นราช ท่ี ”พระราชวสิ ุทธเิ วท„ี พ.ศ. ๒๕๓๘ เปน็ พระราชาคณะช้นั เทพ ที่ ”พระเทพวสิ ทุ ธิเมธ„ี พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นพระราชาคณะช้ันธรรม ท่ ี ”พระธรรมธรี ราชมหามนุ ี„

ประวตั พิ ระธรรมธรี ราชมหามนุ ี (เที่ยง อคฺคธมโฺ ม ป.ธ. ๙) 19 หลวงพ่อโปย ชกู ระโทก บิดา แม่สี ชกู ระโทก มารดา ชาติภมู ิ พระธรรมธีรราชมหามนุ ี นามเดมิ เที่ยง นามสกลุ ชกู ระโทก เกิดวันท่ี ๕ฯ๕ ปกี นุ ตรงกับวนั ที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๘ ณ เลขที่ ๑๔๐ บ้านดอนชมพู หมู่ท่ี ๕ ตา� บลบิง อ�าเภอโนนสูง จงั หวดั นครราชสมี า บดิ าช่ือ โปย นามสกุล ชกู ระโทก มารดาชื่อ ส ี นามสกุล ชกู ระโทก เป็นบุตรคนท่ี ๒ ในจา� นวนพีน่ ้อง ๗ คน คือ ๑. นางพิน ขอเหลก็ กลาง ถึงแกก่ รรม ๒. พระธรรมธีรราชมหามุน ี (เทีย่ ง ชูกระโทก) มรณภาพ ๓. นางเชื้อ เชิดกฤษ ถงึ แก่กรรม ๔. นายมาก ชูกระโทก ถงึ แกก่ รรม ๕. นางหอม แจกกลาง ๖. นางสุมาลี วงศ์สกลุ วิวฒั น์ ๗. นางอัมพร ไขทะเล

20 ประวัตพิ ระธรรมธรี ราชมหามนุ ี (เที่ยง อคฺคธมฺโม ป.ธ. ๙) อุโบสถวดั สมอราย อา� เภอเมอื ง จงั หวดั นครราชสีมา

ประวตั ิพระธรรมธีรราชมหามุนี (เทยี่ ง อคฺคธมฺโม ป.ธ. ๙) 21 พระครูพรหมวหิ าร ี (หลวงพ่อรอด) วัดสมอราย อา� เภอเมอื ง จงั หวดั นครราชสมี า บรรพชา วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้บรรพชา ณ วัดสมอราย ต�าบลหนองจะบก อ�าเภอเมอื ง จงั หวดั นครราชสมี า โดยมี พระครพู รหมวิหาร ี (รอด) เปน็ พระอปุ ัชฌาย์ เม่ือบรรพชาเป็นสามเณรแล้วได้เข้ารับการศึกษาสอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี ที่วัด บุ่งล�าใย อ�าเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. ๒๔๙๕ อายุ ๑๗ ปี หลังจากน้ันเข้าไป ศึกษาท่ีวัดระฆังโฆสิตาราม สอบได้นักธรรมชั้นโท พ.ศ. ๒๔๙๗ อายุ ๑๙ ปี สอบได้ นักธรรมช้ันเอก พ.ศ. ๒๔๙๙ อายุ ๒๑ ปี และศึกษาภาษาบาลีจนสอบได้ ป.ธ. ๓ พ.ศ. ๒๕๐๐ อายุ ๒๒ ปี สอบได ้ ป.ธ. ๔ พ.ศ. ๒๕๐๑ อาย ุ ๒๓ ปี

22 ประวัตพิ ระธรรมธรี ราชมหามนุ ี (เที่ยง อคฺคธมโฺ ม ป.ธ. ๙)

ประวัติพระธรรมธีรราชมหามุนี (เทย่ี ง อคคฺ ธมฺโม ป.ธ. ๙) 23

24 ประวตั พิ ระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง อคคฺ ธมโฺ ม ป.ธ. ๙) พระพุทธสลี บญั ชร พระประธานประจ�าอโุ บสถ วัดดอนชมพู อโุ บสถวดั ดอนชมพู อ�าเภอโนนสงู จงั หวัดนครราชสมี า

ประวัตพิ ระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง อคฺคธมโฺ ม ป.ธ. ๙) 25 พระอรุณธรรมโสภณ (หลวงปู่แจง้ ฉินนฺ มนฺโท) วัดใหมส่ ุนทร อา� เภอโนนสูง จังหวดั นครราชสีมา อปุ สมบท ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ หลวงพอ่ ไดเ้ ดนิ ทางกลับถิน่ มาตุภูมทิ ีจ่ ังหวดั นครราชสมี า เม่ือวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ อายุ ๒๓ ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ พัทธสีมา วัดดอนชมพู ต�าบลบิง อ�าเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พระครูพินิจยติกรรม ต่อมาได้รับพระราชทานต้ังสมณศักดิ์ในราชทินนามที่ พระอรุณธรรมโสภณ (หลวงปู่แจ้ง ฉินฺนมนฺโท) วัดใหมส่ ุนทร อา� เภอโนนสงู จงั หวัดนครราชสมี า เป็นพระอปุ ชั ฌาย์ ไดร้ บั ฉายาวา่ ”อคคฺ ธมโฺ ม„ แปลวา่ ผมู้ คี ณุ ธรรมอันเลศิ เมื่ออุปสมบทแล้วได้จ�าพรรษาท่ีวัดอิสาน อ�าเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ศึกษาต่อจนได้ช้ัน ป.ธ. ๕ พ.ศ. ๒๕๐๒ สอบไดช้ ัน้ ป.ธ. ๖ พ.ศ. ๒๕๐๓ ในตอนนท้ี ่านได้สอนปริยัตธิ รรมทัง้ แผนกธรรมและ แผนกบาลี จนถงึ ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ จึงไดย้ า้ ยกลบั วดั ระฆงั โฆสิตาราม เพือ่ การศึกษาตอ่ ในชนั้ สูง ๆ ขึน้ ไป

พระประธานในอโุ บสถวดั อิสาน อา� เภอเมือง จงั หวดั นครราชสมี า

อโุ บสถวดั อิสาน อ�าเภอเมอื ง จงั หวัดนครราชสมี า

28 ประวัติพระธรรมธีรราชมหามนุ ี (เที่ยง อคคฺ ธมโฺ ม ป.ธ. ๙) พระมหาเทีย่ ง อคฺคธมฺโม ป.ธ. ๕ พ.ศ. ๒๕๐๒

ประวัติพระธรรมธีรราชมหามุนี (เทย่ี ง อคคฺ ธมฺโม ป.ธ. ๙) 29

30 ประวัตพิ ระธรรมธรี ราชมหามนุ ี (เที่ยง อคฺคธมโฺ ม ป.ธ. ๙)

ประวัติพระธรรมธีรราชมหามุนี (เทย่ี ง อคคฺ ธมฺโม ป.ธ. ๙) 31

32 ประวัติพระธรรมธีรราชมหามุนี (เท่ียง อคคฺ ธมโฺ ม ป.ธ. ๙) พระนวกะท่ีเปน็ สัทธิวิหารกิ อันเตวาสกิ ในอุปชั ฌาจารย์ ส�านัก แถวที่ ๑ นั่งพรมจากซา้ ยไปขวา ส.ณ.จอง ศรขี า� ส.ณ.วลั ลภ จนั ทร์สอ่ งแสง ส.ณ.สุโชติ ฉายประเสรฐิ ส.ณ.ทว ี โพธ์ิเทศ ส.ณ.สมจติ ต์ เกต แถวท่ี ๒ น่งั จากซา้ ยไปขวา พระมหาจันทร์ กลฺยาณภทโฺ ท พระประพนั ธ์ านโยโค พระมหาสถาพร ถาวโร พระมหาเท่ยี ง อคฺคธมฺโม พระครูปลดั ภกั ด์ิ ภตฺติจโร พระครใู บฎกี ายอ้ น ติ กโร พระครสู ังฆรักษ ์ กมโล พระมหามนัส ฉนทฺ ธมโฺ ม พ แถวที่ ๓ ยนื จากซา้ ยไปขวา พระปฏยิ ทุ ธ รกฺขิตฺโต พระพ.ต.ชิน เขมาภิรโต พระสงดั านสิ ฺสโร พระมหาวรี ะวตั ร์ วีรวฑโฺ ฒ พระพ.อ.ท พระร.ท.เอ้ือน อตฺตสริ ิ พระพ.ต.สนธ ิ กิตตฺ ิสสาโร พระร.อ.ณรงค ์ กมฺพุสิริ พระสมพงษ ์ จนฺทสิริ พระอุดม แถวท่ี ๔ ยืนจากซา้ ยไปขวา พระแคล่ว านทตฺโต พระนุชิต อภิปญุ โฺ ญ พระสมัยศึก สจุ ติ โฺ ต พระถาวร สปุ ญโฺ ญ พระชรชั ฎ์ สภุ ทฺโท พ พระอุทยั อทุ โย พระธงชยั อคฺคปญฺโญ พระเฉลิม ปุญญฺ ฉนฺโท พระบรรเจดิ ติ จติ ฺโต พระสมเกียรณ ์ สจุ

ประวตั ิพระธรรมธีรราชมหามนุ ี (เที่ยง อคฺคธมฺโม ป.ธ. ๙) 33 กวัดระฆังโฆสติ ามราม ธนบุรี วนั ที่ ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๐๘ ตใุ หม ่ ส.ณ.สรุเดช วงศ์จ�าปา ส.ณ.สา� อางค ์ เกษร ส.ณ.มนัส สพุ ัฒน ์ ส.ณ.ไสว บุญเต็ม ส.ณ.พลู สวัสด ์ิ ฉิมชมุ ศลิ ป์ พระมหาพิณ กติ ตฺ ปิ าโล พระครูโฆสติ สมณคณุ ตสิ สฺ โร พระราชธรรมภาณี สฺตาคโม พระเทพสิทธินายก (โสภณเถระ) พระมหาจวง านทตฺโต พระมหานอ้ ย วจิ ติ ตฺ ธมโฺ ม พระมหาทองมว้ น ธญฺญสิริ ท.ยงยุทธ รตนฺ มงคฺ โล พระสุธรรม สุธมโฺ ม พระส�าราญ ปติ ิธโร พระสายฝน านโชตโก พระน.ต.บุญชว่ ย เขมรโต ม อุตตฺ โม พระพ.อ.ประสิทธ ิ์ เตชธมฺโม พระธงชัย อคคฺ ปญฺโญ พระขวัญชยั สิริธโร พระลมา้ ย อคฺคจติ ฺโต พระศภุ ชยั ปยิ ธโร พระบุตร อโสโก พระกมล านโชตโก พระธานินท์ านสิ สฺ โร พระประทปี ปญฺญาปทีโป พระประยูร ธมฺมาภิรโต พระบญั ชา ปุญณฺ โก พระธวัช ฉนทฺ ธมฺโม จิตโฺ ต พระเสนีย์ จนฺโทภาโส พระสา� ราญ ปภากโร พระวัลลภ ติ มโน พระประจวบ วรญาฺ โณ



รูปหม่พู ระสงฆ์คณะ ๕ พร้อมท้ังพระอปุ ชั ฌาย ์ อาจารย์ เมอ่ื ครง้ั พระธรรมธีรราชมหามนุ ี จา� พรรษาคณะ ๕ กอ่ นยา้ ยมา ดา� รงต�าแหนง่ เจ้าคณะ ๔ เม่ือกลับมาจ�าพรรษาที่วัดระฆังโฆสิตาราม หลวงพ่อได้ศึกษาต่อได้ ป.ธ. ๗ พ.ศ. ๒๕๐๗ สอบได้ ป.ธ. ๘ พ.ศ. ๒๕๐๙ สอบได้ ป.ธ. ๙ พ.ศ. ๒๕๑๔ อายุ ๓๕ ปี เป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค รูปแรกของ สา� นกั เรยี นวดั ระฆงั โฆสติ าราม ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้รับแต่งตั้งจากพระราชธรรมภาณี (ลมูล สุตาคโม) ให้ด�ารงต�าแหน่งเจ้าคณะ ๔ และเป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อได้รบั ความไว้วางใจจากพระเถระผู้ใหญใ่ ห้บรหิ ารงานปกครองคณะสงฆ์ต�าแหน่งตา่ ง ๆ ดังน้ี

รับพระบัญชาแต่งตง้ั เจา้ คณะภาค ๑๑ ป ี พ.ศ. ๒๕๓๖ จากเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก รบั ตราต้งั รกั ษาการเจา้ อาวาสวดั ระฆังโฆสิตาราม ป ี พ.ศ. ๒๕๔๗ จากเจา้ คณะกรุงเทพมหานคร

ประวัตพิ ระธรรมธีรราชมหามุนี (เท่ยี ง อคคฺ ธมฺโม ป.ธ. ๙) 37 งานปกครอง พ.ศ. ๒๕๐๕ เปน็ ครสู อนพระปรยิ ตั ธิ รรม สา� นักเรยี นวัดระฆังโฆสติ าราม พ.ศ. ๒๕๐๖ เปน็ กรรมการตรวจข้อสอบบาลีสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๐๗–๒๕๑๖ เป็นเลขานกุ ารเจา้ ส�านกั เรยี นวัดระฆังโฆสติ าราม พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นผ้ชู ่วยเจ้าอาวาสวัดระฆงั โฆสติ าราม พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นรองเจา้ คณะภาค ๑๑ พ.ศ. ๒๕๓๐–๒๕๓๒ เปน็ ผรู้ กั ษาการแทนเจ้าอาวาสวัดระฆงั โฆสิตาราม พ.ศ. ๒๕๑๙ เปน็ พระอุปัชฌาย์ พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นเจ้าคณะภาค ๑๑ พ.ศ. ๒๕๓๙–๒๕๖๔ เปน็ ประธานกรรมการมลู นธิ อิ ภิธรรมมหาวทิ ยาลัยแหง่ ประเทศไทย วดั ระฆังโฆสิตาราม พ.ศ. ๒๕๔๖–๒๕๖๔ เปน็ ผอู้ �านวยการอภิธรรมมหาวิทยาลยั แห่งประเทศไทย วัดระฆังโฆสติ าราม พ.ศ. ๒๕๔๗–๒๕๕๐ เป็นผ้รู กั ษาการแทนเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พ.ศ. ๒๕๕๐–๒๕๖๔ เป็นเจ้าอาวาสวัดระฆงั โฆสติ าราม พ.ศ. ๒๕๕๘–๒๕๖๔ เปน็ ท่ปี รกึ ษาเจา้ คณะภาค ๑๑





40 ประวัตพิ ระธรรมธรี ราชมหามนุ ี (เที่ยง อคฺคธมโฺ ม ป.ธ. ๙)

ประวัติพระธรรมธีรราชมหามุนี (เทย่ี ง อคคฺ ธมฺโม ป.ธ. ๙) 41





44 ประวัตพิ ระธรรมธรี ราชมหามนุ ี (เที่ยง อคฺคธมโฺ ม ป.ธ. ๙)

ประวัตพิ ระธรรมธรี ราชมหามนุ ี (เท่ียง อคคฺ ธมฺโม ป.ธ. ๙) 45 ปฏิปทา พระเดชพระคณุ พระธรรมธีรราชมหามนุ ี (เทีย่ ง อคฺคธมฺโม ป.ธ. ๙) เป็นพระเถระทีม่ ีอปุ นิสยั เออื้ เฟ้ือ เผ่ือแผ่ มีเมตตาจิต มีศาสนกิจในการสวดมนต์ภาวนาอยู่เป็นนิจ มีพรหมวิหารธรรมต่อพระภิกษุสามเณร ศิษยานุศิษย์ ประชาชนโดยท่ัวไป ไม่ว่าจะยากดีมีจน ก็สามารถเข้าพบได้ตลอด พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ มีอารมณ์เยือกเย็น สุขุม ย้ิมแย้ม แจ่มใส สมถะ สันโดษ เสียสละ สวดมนต์ไหว้พระเป็นประจ�า บ�าเพ็ญตน ให้เป็นต้นแบบ และเป็นที่พ่ึงทางใจของพระภิกษุสามเณร ศิษยานุศิษย์ในพระอาราม ตลอดจนพุทธบริษัท ท่ัวไปอย่างแท้จริง ฉะน้ัน พระเดชพระคุณ พระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง อคฺคธมฺโม ป.ธ. ๙) จึงจัดว่า เป็นพระเถระท่ีมีคุณูปการ ผู้รัตตัญญูต่อพระพุทธศาสนาท่านหนึ่ง ซึ่งสมควรที่เราท่านท้ังหลายจะน�าไป เป็นแบบอย่างในการด�ารงชีวิตสืบไป พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ท่านเป็นพระรูปร่างสมส่วนแข็งแรง สุขภาพดี มาโดยตลอด หลายคนบอกว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ เป็นพระพูดคุยโอภาปราศรัยกับญาติโยมน้อย บางคร้ังถามค�าตอบค�า แตก่ แ็ บบเปน็ กันเอง ไมม่ พี ิธีรตี องใด ๆ เม่ือพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ อายุย่างเข้าวัย ๕๐ ปีเศษ ท่านประสงค์ท่ีจะฉันมังสวิรัติ ดังน้ัน อาหารการฉันจึงมาจาก ๑. อาจารย์พระครูศรีสังวราภิรม (พระมหาเจนวิทย์) ซ่ึงเป็นพระเลขาท่ีถวายการ อุปัฏฐาก จัดท�าถวายโดยตลอด และพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ท่านตั้งสัจจะอธิษฐานในการที่จะฉัน ภัตตาหารมังสวิรัติ งดการเบยี ดเบยี นชีวติ สรรพสตั ว์ นบั ตง้ั แต่น้นั เปน็ ตน้ มา และ ๒. มญี าตโิ ยมศิษยานศุ ษิ ย์ ที่ทราบการฉันมังสวิรัตขิ องพระเดชพระคณุ หลวงพอ่ ฯ กม็ าสง่ ป่ินโตทุกวนั ถวายภัตตาหารโดยตลอด ในสมัยนั้น วัดระฆังโฆสิตาราม ยังเป็นวัดค่อนข้างโบราณ กุฏิที่พักสงฆ์เกือบทุกคณะเป็นกุฏิไม้ ทรงไทย บางหลังก็เป็นทรงปั้นหยา ท่ีกุฏิคณะ ๔ เป็นกุฏิเรือนไม้ทรงไทย มีพื้นที่ท่ีใหญ่กว่าคณะอ่ืน ๆ หลวงพ่อท่านใช้พ้ืนที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คือ การใช้พื้นที่ในการหล่อพระพุทธรูปองค์ส�าคัญๆ ขนาด ๘ ศอก หลายองค์ เช่น พระพุทธรัตนมาลา ๑ พระพุทธสีลบัญชร ๑ พระพุทธธัมมปัญชร ๑ พระพุทธ ชินสิทธ์ิ ๑ พระพุทธชินมงคล ๑ พระพุทธชินวัฒน์ ๑ พระพุทธธรรมจักร ๑ เป็นต้น ซึ่งมีทั้งการหล่อ พระประธานและระฆัง พิมพ์พระสมเด็จต่าง ๆ เม่ือสร้างเสร็จแล้วก็มอบถวายไปยังพระอารามต่าง ๆ พระสมเด็จก็บรรจุกรุในอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และในพระพุทธรูป ท่ีพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ สร้าง ภายหลังวัดระฆังโฆสิตารามได้ท�าการบูรณะสร้างอาคารกุฏิเป็นทรงไทยประยุกต์ อาคารโครงสร้างเป็น คอนกรีตเสริมเหล็ก ตั้งแต่ คณะ ๑-๙ ใหม่ท้ังหมด พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ท่านได้ด�าริหาสถานท่ี

46 ประวัตพิ ระธรรมธรี ราชมหามุนี (เที่ยง อคคฺ ธมฺโม ป.ธ. ๙) ในการท่ีจะสร้างพระสร้างระฆังต่อ จึงได้ท่ีในซอยเพชรเกษม ๗๗ เขตหนองแขม ใช้เป็นสถานท่ีในการหล่อ สร้างพระ สร้างระฆัง ตามเจตนารมณ์ วัตรปฏิบัติท่ีถือเป็นแบบอย่างของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ คือ จะเดินทางไปสวดมนต์ที่โรงหล่อหนองแขมในช่วงเวลา ๑๖.๐๐-๒๐.๐๐ น. เป็นประจ�าทุกวัน เกือบ ๓๐ ป ี มิเคยขาด เอกลักษณ์พิเศษของการสวดมนต์ หลวงพ่อท่านจะน่ังกระหย่ง (นั่งยอง ๆ) ถือเทียนบ้าง ธูปบ้าง น่ังสวดมนต์ประจ�าที่ ๆ ละ ๑ ช่ัวโมง แล้วก็ย้ายไปสวดพระประธานองค์อื่นเร่ือยไป แล้วจุดธูปทีละก�า วัตรปฏิบัติเป็นเช่นนั้น จนเมื่อเลิกหล่อพระ หล่อระฆังแล้ว สถานท่ีโรงหล่อหนองแขม เพชรเกษม ๗๗ น้ัน พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ จึงสร้างเป็นวัดระฆังพรหมรังสี และสร้างมูลนิธิพระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง อคคฺ ธมโฺ ม) พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ท่านยังเป็นนักกวีธรรมสาธก มีความช�านาญในการประพันธ์บทกลอน ต่าง ๆ และมีความช�านาญในการแต่งบทเทศน์ วัตรปฏิบัติในการแต่งกลอนของหลวงพ่อ ท่านจะใช้ช่วงเวลา ๒๑.๐๐-๒๓.๓๐ น. เป็นประจ�าทุกวัน หลวงพ่อท่านเคยบอกว่าช่วงเวลาน้ีมีสมาธิ มีความเงียบสงบ ซ่ึงจะ เห็นได้เด่นชัดว่า บทกลอนของท่าน คณะศิษยานุศิษย์ได้ตีแผ่ในรูปเล่มหนังสืออนุสรณ์ของพระเถระผู้ใหญ ่ ลงในหนังสือส่ิงพิมพ์ นิตยสาร วารสารต่าง ๆ และบทเทศน์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ท่านได้ไปเทศน์ ออกอากาศทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยบ่อยคร้ัง ผลงานการเขียนของท่านถือว่าเป็นผลงานชิ้นเอกท่ีฝากไว้ ในพระพุทธศาสนา ส่ิงที่เห็นจนเจนตาเป็นปกติคือ กิจวัตร กล่าวคือ วัดระฆังโฆสิตาราม ท�าวัตรสวดมนต์ เช้าเวลา ๐๘.๐๐ น. ทา� วัตรเย็นเวลา ๑๖.๓๐ น. แตเ่ ดิมน้ัน ทา� วัตรเย็นเวลา ๑๘.๐๐ น. ภายหลังได้ถกู เปลี่ยนเวลาใหม ่ ด้วยปฏิปทาในการท่ีหลวงพ่อเป็นพระชอบสวดมนต์ ลงท�าวัตรเช้าเย็นเป็นปกติ มิเคยขาด สวดมนต์บทต่าง ๆ ด้วยความแม่นย�า สวดน�าขึ้นมนต์ ด้วยเสียงท่ีท�าให้ผู้ร่วมสวดได้สวดตามอย่างสบาย คือไม่ดังเกิน เบาเกิน สูงเกิน หรือต�่าเกิน บทมนต์ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ท่านทรงจ�าสาธยายเป็นพิเศษ คือ บทอิติปิโส รัตนมาลา ๑๐๘ พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก บทพระคาถาอาการวัตตสูตร และพระคาถามหา สนั ติงหลวง พระคาถาชินบัญชร เจ็ดต�านาน สบิ สองต�านาน สวดมนต์ฉบับหลวง เป็นต้น พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ท่านด�ารงต�าแหน่งเป็นเจ้าคณะภาค ๑๑ หลายสมัย เป็นเจ้าอาวาส วัดระฆังโฆสิตาราม สนองงานคณะสงฆ์ด้วยความวิริยะอุตสาหะ เสียสละ อดทน เที่ยงตรงยุติธรรม คณะสงฆ์ ในเขตปกครอง ศิษยานุศิษย์ต่างก็รู้กันดีว่า พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ เจริญเมตตาอยู่เนืองนิตย์ ไม่ใช้ อ�านาจบาตรใหญ่ บริหารงานคณะสงฆ์ภายในภาคและภายในวัดด้วยหลักเมตตาธรรม ใช้พระคุณน�าพระเดช สอนด้วยการท�าให้ดู ท�ามากกว่าพูด และท่ีส�าคัญคือหนักแน่นด้วยเมตตาธรรม ขันติธรรม มีความอดทนสูง จะไม่เคยได้ยินท่านเอะอะโวยวายใคร จะไม่เห็นท่านตบะแตกชี้หน้าด่าใคร ๆ ภาพน้ีเห็นหรือได้ยินเสมอ คือ


หนังสือพระธรรมธีรราชมหามุนี

The book owner has disabled this books.

Explore Others

Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook