Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore networking

networking

Published by E22 รุ่งไพลิน คิดร่วม, 2021-06-08 05:37:13

Description: water pollution
วัตถุประสังค์การจัดการเรียนการสอน รายวิชาเทคโนโลยี
ออนไลน์
1.เพื่อใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์
2.เพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการศึกษา

Keywords: การสร้างเครือข่าย

Search

Read the Text Version

การสรา้ งเครือข่าย (Networking)

การสร้างเครือขา่ ยและการมีสว่ นรว่ ม (Network Building and Participatory) เป็ นเคร่ืองมือท่ีปัจจุบนั หลายสถานศึกษามีความพยายามในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการ บริหารจดั การสถานศึกษาให้มีสมรรถนะสูงเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหารจดั การเนื่องจาก กระบวนการสร้างเครือขา่ ยและการมีส่วนร่วมเป็นปัจจยั สาคญั ที่สนบั สนุน และส่งเสริมใหส้ ถานศึกษามีพลงั ใน การพฒั นาประเทศอยา่ งสร้างสรรคอ์ นั เป็นเป้าหมายหลกั ของการพฒั นาสถานศึกษายคุ ใหม่ท้งั น้ีสถานศึกษาตอ้ ง สร้างระบบการดาเนินงานทางการศึกษาร่วมกบั ภาคีที่เก่ียวขอ้ งเพ่ือสร้างเครือข่ายการปฏิบตั ิงานอยา่ งเป็ นระบบ ร่วมกนั

เครือข่าย (Network) คือ การเชื่อมโยงของกลุ่มของคนหรือกลุ่มองคก์ รท่ีสมคั รใจที่จะแลกเปล่ียนข่าวสารร่วมกนั หรือทากิจกรรมร่วมกนั โดยมีการจดั ระเบียบโครงสร้างของคนในเครือข่ายดว้ ยความเป็นอิสระเท่าเทียม กนั ภายใตพ้ ้นื ฐานของความเคารพสิทธิ เชื่อถือ เอ้ืออาทร ซ่ึงกนั และกนั ประเดน็ สำคญั ของนิยำมข้ำงต้น คือ -ความสมั พนั ธ์ตอ้ งเป็นไปโดยสมคั รใจ -กิจกรรมที่ทาตอ้ งมีลกั ษณะเท่าเทียมหรือแลกเปล่ียนซ่ึงกนั และกนั -การเป็นสมาชิกตอ้ งไม่มีผลกระทบต่อความเป็นอิสระหรือความเป็นตวั ของ ตวั เองของคนหรือองคก์ รน้นั ๆ

องค์ประกอบของเครือขา่ ย มี2 แบบ • เครอื ข่ายเทยี ม • เครอื ข่ายแท้

เครอื ขา่ ยเทียม (Pseudonetwork) หมายถึงเครือข่ายชนิดที่เราหลงผิดคิดว่าเป็ นเครือข่าย แต่แทจ้ ริงแลว้ เป็ นแค่การชุมนุมพบปะสังสรรคร์ ะหว่าง สมาชิกโดยที่ต่างคนต่างก็ไม่ไดม้ ีเป้าหมายร่วมกนั และไม่ไดต้ ้งั ใจท่ีจะPทากoิจกwรรมeร่วrมfกนัuเlป็นtกiาpรรวsมกfลoุ่มแrบบyเฮโoลสuารrะพา หรือรวมกนั ตามกระแสนิยมที่ไม่มีวตั ถุประสงคช์ ดั เจน ดงั น้นั การทาความเขา้ ใจกบั องคป์ ระกอบของเครือข่ายจึงมีความสาคญั team's effectiveเพื่อช่วยใหส้ มาชิกสามารถสร้างเครือข่ายแทแ้ ทนการสร้างเครือข่ายเทียม

เครอื ข่ายแท้ มอี งค์ประกอบสาคญั อยู่อย่างน้อย 7 อยา่ งดว้ ยกัน 1.มีการรบั รแู้ ละมุมมองทเ่ี หมือนกนั (common perception) ตอ้ งมีความรู้สึกนึกคิดและการรับรู้เหมือนกนั ถึงเหตุผลในการเขา้ มาร่วมกนั เป็นเครือข่ายเช่น มีความเขา้ ใจในตวั ปัญหาและมี จิตสานึกในการแกไ้ ขปัญหาร่วมกนั ประสบกบั ปัญหาอยา่ งเดียวกนั หรือตอ้ งการความช่วยเหลือในลกั ษณะท่ีคลา้ ยคลึงกนั ซ่ึงจะส่งผลให้ สมาชิกของเครือขา่ ยเกิดความรู้สึกผกู พนั ในการดาเนินกิจกรรมร่วมกนั เพ่ือแกป้ ัญหาหรือลดความเดือดร้อนท่ีเกิดข้ึน

เครือข่ายแท้ มีองคป์ ระกอบสาคญั อยูอ่ ยา่ งน้อย 7 อย่างด้วยกัน (ต่อ) 2.การมีวิสยั ทัศน์ร่วมกนั (common vision) หมายถึงการที่สมาชิกมองเห็นจุดมุ่งหมายในอนาคตท่ีเป็นภาพเดียวกนั มีการรับรู้และเขา้ ใจไปในทิศทางเดียวกนั และมีเป้าหมายท่ีจะ เดินทางไปดว้ ยกนั การมีวิสยั ทศั นร์ ่วมกนั จะทาใหก้ ระบวนการขบั เคลื่อนเกิดพลงั มีความเป็นเอกภาพ และช่วยผอ่ นคลายความขดั แยง้ อนั เนื่องมาจากความคิดเห็นท่ีแตกต่างกนั ในทางตรงกนั ขา้ มาถา้ วสิ ยั ทศั น์หรือเป้าหมายของสมาชิกบางกลุ่มขดั แยง้ กบั วิสยั ทศั น์หรือเป้าหมาย ของเครือขา่ ย พฤติกรรมของสมาชิกกลุ่มน้นั กจ็ ะเร่ิมแตกต่างจากแนวปฎิบตั ิท่ีสมาชิกเครือข่ายกระทาร่วมกนั

เครอื ขา่ ยแท้ มีองค์ประกอบสาคญั อยอู่ ย่างน้อย 7 อย่างด้วยกนั (ตอ่ ) 3.มีความสนใจหรือผลประโยชน์ร่วมกัน ( mutual interests/benefits) คาว่าผลประโยชน์ในที่น้ีครอบคลุมท้งั ผลประโยชน์ท่ีเป็นตวั เงินและผลประโยชน์ไม่ใช่ตวั เงิน ถา้ การเขา้ ร่วมในเครือข่าย สามารถตอบสนองต่อความตอ้ งการของเขาหรือมีผลประโยชนร์ ่วมกนั กจ็ ะเป็นแรงจูงใจใหเ้ ขา้ มามีส่วนร่วมในเครือข่ายมากข้ึน ดงั น้นั ใน การที่จะดึงใครสกั คนเขา้ มามีส่วนร่วมในการดาเนินงานของเครือข่าย จาเป็นตอ้ งคานึงถึงผลประโยชนท์ ี่เขาจะไดร้ ับจากการเขา้ ร่วม

เครอื ข่ายแท้ มีองคป์ ระกอบสาคญั อยู่อยา่ งน้อย 7 อยา่ งดว้ ยกัน (ตอ่ ) 4.การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ทุกคนในเครอื ขา่ ย (stakeholders participation) การมีส่วนร่วมของสมาชิกในเครือข่ายเป็นกระบวนการที่สาคญั มากในการพฒั นาความเขม้ แขง็ ของเครือขา่ ย เป็นเง่ือนไขท่ีทาใหเ้ กิดการ ร่วมรับรู้ ร่วมคิดร่วมตดั สินใจ และร่วมลงมือกระทาอยา่ งเขม้ แขง็ ดงั น้นั สถานะของสมาชิกในเครือข่ายควรมีความเท่าเทียมกนั ทุกคนอยใู่ นฐานะ “หุน้ ส่วน (partner)” ของเครือข่ายเป็นความสมั พนั ธใ์ นแนวราบ (horizontal relationship) คือความสัมพนั ธ์ฉนั ทเ์ พ่อื น มากกวา่ ความสัมพนั ธใ์ น แนวดิ่ง (vertical relationship) ในลกั ษณะเจา้ นายลูกนอ้ ง ซ่ึงบางคร้ังกท็ าใดย้ ากในทางปฎิบตั ิเพราะตอ้ งเปลี่ยนกรอบความคิดของสมาชิกใน เครือข่ายโดยการสร้างบริบทแวดลอ้ มอื่นๆเขา้ มาประกอบ แต่ถา้ ทาไดจ้ ะสร้างความเขม้ แขง็ ใหก้ บั เครือข่ายมาก

เครอื ขา่ ยแท้ มอี งคป์ ระกอบสาคัญอยอู่ ยา่ งน้อย 7 อยา่ งด้วยกนั (ต่อ) 5.มกี ารเสริมสร้างซ่งึ กนั และกนั ( complementary relationship) องคป์ ระกอบท่ีจะทาใหเ้ ครือขา่ ยดาเนินไปอยา่ งต่อเนื่อง คือการที่สมาชิกของเครือขา่ ยต่างกส็ ร้างความเขม้ แขง็ ใหก้ นั และ กนั โดยนาจุดแขง็ ของฝ่ ายหน่ึงไปช่วยแกไ้ ขจุดอ่อนของอีกฝ่ ายหน่ึงแลว้ ทาใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์เพม่ิ ข้ึนในลกั ษณะพลงั ทวีคูณ (1+1 > 2) มากกวา่ ผลลพั ธ์ที่เกิดข้ึนเม่ือต่างคนต่างอยู่

เครือข่ายแท้ มีองคป์ ระกอบสาคัญอยอู่ ยา่ งน้อย 7 อยา่ งด้วยกนั (ตอ่ ) 7.มปี ฎสิ มั พันธ์ในเชงิ แลกเปลีย่ น ( interaction ) หากสมาชิกในเครือข่ายไม่มีการปฎิสัมพนั ธ์กนั แลว้ ก็ไม่ต่างอะไรกบั กอ้ นหินแต่ละกอ้ นที่รวมกนั อยใู่ นถุง แต่ละกอ้ นก็อยใู่ นถุง อยา่ งเป็นอิสระ ดงั น้นั สมาชิกในเครือข่ายตอ้ งทากิจกรรมร่วมกนั เพ่ือก่อใหเ้ กิดการปฎิสัมพนั ธ์ระหวา่ งกนั เช่น มีการติดต่อกนั ผา่ นทางการ เขียน การพบปะพดู คุย การแลกเปล่ียนความคิดเห็นซ่ึงกนั และกนั หรือมีกิจกรรมประชุมสัมมนาร่วมกนั โดยที่ผลงการปฎิสัมพนั ธ์น้ีตอ้ ง ก่อใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงในเครือข่ายตามมาดว้ ย

เครอื ข่ายแท้ มอี งคป์ ระกอบสาคัญอยู่อย่างน้อย 7 อย่างดว้ ยกัน (ต่อ) 6.การเก้อื หนุนพ่ึงพากัน ( interdependence ) เป็ นองคป์ ระกอบที่ทาให้เครือข่ายดาเนินไปไดอ้ ย่างต่อเน่ืองเช่นเดียวกนั การที่สมาชิกเครือข่ายตกอยู่ในสภาวะจากดั ท้งั ดา้ น ทรัพยากร ความรู้ เงินทุน กาลงั คน ฯลฯ ไม่สามารถทางานใหบ้ รรลุเป้าหมายอยา่ งสมบูรณ์ไดด้ ว้ ยตนเองโดยปราศจากเครือข่าย จาเป็นตอ้ งพ่ึงพาซ่ึงกนั และกนั ระหวา่ งสมาชิกใน เครือข่าย การทาใหห้ ุน้ ส่วนของเครือข่ายยดึ โยงกนั อยา่ งเหนียวแน่น จาเป็นตอ้ งทา ใหห้ ุน้ ส่วนแต่ละคนรู้สึกวา่ หากเอาหุน้ ส่วนคนใดคนหน่ึงออกไปจะทาใหเ้ ครือข่ายลม้ ลงได้ การดารงอยขู่ องหุน้ ส่วนแต่ละคนจึงเป็น สิ่งจาเป็ นสาหรับการดารงอยขู่ องเครือข่าย การเก้ือหนุนพ่ึงพากนั ในลกั ษณะน้ีจะส่งผลให้สมาชิกมีปฎิสัมพนั ธ์ระหว่างกนั โดย อตั โนมตั ิ

ประโยชน์ของการสรา้ งเครือขา่ ย 1) ช่วยใหม้ ีการแลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสาร ทกั ษะ ความรู้ ประสบการณ์ เครื่องมือ และสื่อ 2) ช่วยลดการทางานและการใชท้ รัพยากรซอ้ น 3) เกิดความเขา้ ใจกนั มากข้ึน นาไปสู่การทางานร่วมกนั เพือ่ ประโยชนข์ องทุกฝ่ าย 4) ใหค้ วามตอ้ งการของประชาชนไดร้ ับการสนองจากรัฐ 5)ช่วยช้ีใหเ้ ห็นปัญหาและประเดน็ การพฒั นาที่ซบั ซอ้ นและท่วมทน้ ในหมู่บา้ น 6)ช่วยเชื่อมหน่วยงานวชิ าการและแหล่งทุนกบั ผทู้ ี่ตอ้ งการความช่วยเหลือ 7)ทาใหค้ นและองคก์ รไดร้ ับความช่วยเหลือจากเพอ่ื นไดร้ ับกาลงั ใจ การจูงใจและการยอมรับ

การกอ่ เกดิ ของเครือข่าย เครือข่ายแต่ละเครือข่าย ต่างมีจุดเร่ิมตน้ หรือถูกสร้างมาดว้ ยวิธีการ ต่างๆกนั แบ่งชนิดของเครือข่ายออกเป็น 3 ลกั ษณะ ไดแ้ ก่

1. เครือข่ายท่ีเกดิ โดยธรรมชาติ เครือข่ายชนิดน้ีมกั เกิดจากการท่ีผคู้ นมีใจตรงกนั ทางานคลา้ ยคลึงกนั หรือประสบกบั สภาพปัญหาเดียวกนั มาก่อน เขา้ มารวมตวั กนั เพ่อื แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ ร่วมกนั แสวงหาทางเลือกใหม่ท่ีดีกวา่ การดารงอยขู่ องกลุ่มสมาชิก ในเครือข่ายเป็นแรงกระตุน้ ที่เกิดข้ึนภายในตวั สมาชิกเอง(ฉนั ทะ) เครือข่ายเช่นน้ีมกั เกิดข้ึนในพ้ืนที่ อาศยั ความเป็นเครือญาติ เป็ นคนในชุมชนหรือมาจากภูมิลาเนาเดียวกนั ท่ีมีวฒั นธรรมความเป็ นอยู่คลา้ ยคลึงกนั มาอยรู่ วมกนั เป็ นกลุ่มโดยจดั ต้งั เป็ น ชมรมที่มีกิจกรรมร่วมกนั ก่อน เม่ือมีสมาชิกเพ่ิมข้ึนจึงขยายพ้ืนท่ีดาเนินการออกไปหรือมีการขยายเป้าหมาย/วตั ถุประสงค์ ของกลุ่มมากข้ึน ในท่ีสุดก็พฒั นาข้ึนเป็ นเครือข่ายเพื่อให้ครอบคลุมต่อความตอ้ งการของสมาชิกไดก้ วา้ งขวางข้ึนเครือข่าย ประเภทน้ี มกั ใชเ้ วลาก่อร่างสร้างตวั ที่ยาวนาน แต่เม่ือเกิดข้ึนแลว้ มกั จะเขม้ แขง็ ยง่ั ยนื และมีแนวโนม้ ที่จะขยายตวั เพม่ิ ข้ึน

2. เครอื ขา่ ยจดั ต้ัง เครือข่ายจดั ต้งั มกั จะมีความเกี่ยวพนั กบั นโยบายหรือการดาเนินงานของภาครัฐเป็นส่วนใหญ่ การจดั ต้งั อยใู่ นกรอบความคิด เดิมท่ีใชก้ ลไกของรัฐผลกั ดนั ใหเ้ กิดงานท่ีเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และส่วนมากภาคีหรือสมาชิกที่เขา้ ร่วมเครือข่ายมกั จะไม่ไดม้ ีพ้ืนฐาน ความตอ้ งการความคิด ความเขา้ ใจ หรือมุมมองในการจดั ต้งั เครือข่ายท่ีตรงกนั มาก่อนท่ีจะเขา้ มารวมตวั กนั เป็นการทางานเฉพาะกิจ ชวั่ คราวที่ไม่มีความต่อเนื่องและมกั จะจางหายไปในที่สุด เวน้ แต่ว่าเครือข่ายจะไดร้ ับการช้ีแนะที่ดีดาเนินงานเป็ นข้นั ตอนจน สามารถสร้างความเขา้ ใจท่ีถูกตอ้ งเกิดเป็นความผูกพนั ระหว่างสมาชิกจนนาไปสู่การพฒั นาเป็ นเครือข่ายที่แทจ้ ริง อยา่ งไรก็ตาม แมว้ า่ กลุ่มสมาชิกจะยงั คงรักษาสถานภาพของเครือข่ายไวไ้ ด้ แต่มีแนวโนม้ ที่จะลดขนาดของเครือข่ายลงเมื่อเปรียบเทียบระยะก่อต้งั

3. เครอื ขา่ ยวิวฒั นาการ เป็ นการถือกาเนิดโดยไม่ได้เป็ นไปตามธรรมชาติต้งั แต่แรกและไม่ได้เกิดจากการจัดต้งั โดยตรงแต่มีกระบวนการพฒั นา ผสมผสานอยโู่ ดยเริ่มท่ีกลุ่มบุคคล/องคก์ รมารวมกนั ดว้ ยวตั ถุประสงคก์ วา้ งๆในการสนบั สนุนกนั และเรียนรู้ไปดว้ ยกนั โดยยงั ไม่ไดส้ ร้าง เป้าหมายหรือวตั ถุประสงคเ์ ฉพาะท่ีชดั เจนนกั หรืออีกลกั ษณะหน่ึงคือถูกจุดประกายความคิดจากภายนอก ไม่วา่ จะเป็นการไดร้ ับฟังหรือ การไปไดเ้ ห็นการดาเนินงานของเครือข่ายอ่ืนๆมา แลว้ เกิดความคิดท่ีจะรวมตวั กนั สร้างพนั ธสัญญาเป็ นเครือข่ายช่วยเหลือและพฒั นา ตนเองเครือข่ายท่ีว่าน้ีแมจ้ ะไม่ไดเ้ กิดจากแรงกระตุน้ ภายในโดยตรงต้งั แต่แรก แต่ถา้ สมาชิกมีความต้งั ใจจริงท่ีเกิดจากจิตสานึกที่ดี เมื่อ ไดร้ ับการกระตุน้ และสนับสนุนก็จะสามารถพฒั นาต่อไปจนกลายเป็ นเครือข่ายที่เขม้ แข็งทานองเดียวกันกบั เครือข่ายท่ีเกิดข้ึนโดย ธรรมชาติ เครือข่ายในลกั ษณะน้ีพบเห็นอยมู่ ากมาย เช่นเครือข่ายผสู้ ูงอายุ เครือข่ายโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาพ เป็นตน้

การสรา้ งเครือขา่ ย (Networking) การสร้างเครือข่าย หมายถึงการทาใหม้ ีการติดต่อ สนบั สนุนใหม้ ีการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลข่าวสารและการร่วมมือกนั ดว้ ยความสมคั รใจ การสร้างเครือข่ายควรสนบั สนุนและอานวยความสะดวกใหส้ มาชิกในเครือข่ายมีความพมั พนั ธ์กนั ฉนั ทเ์ พือ่ น ที่ต่างก็มีความเป็นอิสระมากกว่าสร้างการคบคา้ สมาคมแบบพ่ึงพิงนอกจากน้ีการสร้างเครือข่ายตอ้ งไม่ใช่การสร้างระบบติดต่อ ดว้ ยการเผยแพร่ข่าวสารแบบทางเดียวเช่นการส่งจดหมายข่าวไปใหส้ มาชิกตามรายชื่อแต่จะตอ้ งมีการแลกเปล่ียนขอ้ มูลข่าวสาร ระหวา่ งกนั ดว้ ย

ความจาเป็นทต่ี ้องมเี ครือข่าย การพฒั นางานหรือการแกป้ ัญหาใดๆท่ีใชว้ ิธีดาเนินงานในรูปแบบที่สืบทอดกนั เป็ นวฒั นธรรมภายในกลุ่ม คนหน่วยงาน หรือองคก์ รเดียวกนั จะมีลกั ษณะไม่ต่างจากการปิ ดประเทศที่ไม่มีการติดต่อสื่อสารกบั ภายนอกการ ดาเนินงานภายใตก้ รอบความคิดเดิม อาศยั ขอ้ มูลข่าวสารที่ไหลเวียนอยภู่ ายในใชท้ รัพยากรหรือส่ิงอานวยความสะดวกท่ี พอจะหาไดใ้ กลม้ ือหรือถา้ จะออกแบบใหม่ก็ตอ้ งใชเ้ วลานานมากจะเป็ นอุปสรรคต่อการพฒั นางานอยา่ งย่ิงและไม่อาจ แกป้ ัญหาท่ีซบั ซอ้ นได้

ข้อเสนอแนะในการพัฒนาเครือขา่ ย เพ่อื ความย่งั ยืน 1.สมาชิกท่ีเขา้ ร่วมตอ้ งเขา้ ใจเป้าหมายในการรวมตวั กนั วา่ จะก่อใหเ้ กิดความสาเร็จในภาพรวม 2.สร้างการยอมรับในความแตกต่างระหวา่ งสมาชิก ยอมรับในรูปแบบและวฒั นธรรมองคก์ รของสมาชิก 3.มีกิจกรรมสม่าเสมอและมากพอท่ีจะทาใหส้ มาชิกไดท้ างานร่วมกนั เป็นกิจกรรมที่ตอ้ งแน่ใจวา่ ทาไดแ้ ละกระจายงานไดท้ ว่ั ถึง ควรเลือก กิจกรรมที่ง่ายและมีแนวโนม้ ประสบผลสาเร็จ อยา่ ทากิจกรรมที่ยากโดยเฉพาะคร้ังแรกๆเพราะถา้ ทาไม่สาเร็จอาจทาใหเ้ ครือข่ายท่ีเริ่มก่อตวั เกิดการแตกสลายได้ 4.จดั ใหม้ ีและกระตุน้ ใหม้ ีการส่ือสารระหวา่ งกนั อยา่ งทว่ั ถึง และสม่าเสมอ 5.สนบั สนุนสมาชิกทุกกลุ่ม และทุกดา้ นที่ตอ้ งการความช่วยเหลือ เนน้ การช่วยเหลือกลุ่มสมาชิกท่ียงั อ่อนแอใหส้ ามารถช่วยตนเองได้ 6.สร้างความสมั พนั ธ์ของบุคลากรในเครือข่าย

ขอ้ เสนอแนะในการพฒั นาเครือข่าย เพ่อื ความย่งั ยนื (ต่อ) 7.สนบั สนุนให้สมาชิกไดพ้ ฒั นางานอย่างเต็มกาลงั ตามศกั ยภาพและความชานาญท่ีมีอยู่โดยร่วมกนั ต้งั เป้าหมายในการพฒั นางานให้กบั สมาชิกแต่ละกลุ่ม ส่งผลใหส้ มาชิกแต่ละกลุ่มมีความสามารถพิเศษเฉพาะดา้ นเป็นพ้ืนฐานในการสร้างความหลากหลายและเขม้ แขง็ ใหก้ บั เครือขา่ ย 8.สร้างความสมั พนั ธ์ที่แน่นแฟ้น ระหวา่ งบุคลากรทุกระดบั ของสมาชิกในเครือข่ายในลกั ษณะความสมั พนั ธ์ฉนั ท์ 9.จดั กิจกรรมใหส้ มาชิกใหม่ของเครือข่าย เพอ่ื เชื่อมต่อคนรุ่นเก่ากบั คนรุ่นใหม่ในการสืบทอดความเป็นเครือข่าย 10.จดั ใหม้ ีเวทีระหวา่ งคนทางานเพ่อื พฒั นาหรือแกป้ ัญหาในการทางานดา้ นต่างๆ อยา่ งสม่าเสมอรวมท้งั การใหก้ าลงั ใจซ่ึงกนั และกนั 11.จดั ใหม้ ีช่องทางการทางานร่วมกนั การสื่อสารท่ีง่ายต่อการเขา้ ถึงท่ีทนั สมยั และเป็ นปัจจุบนั เช่น สร้างระบบการส่งต่องานและสร้าง เวบ็ ไซตเ์ พือ่ เชื่อมโยงเครือขา่ ยเขา้ ดว้ ยกนั

ผู้จดั การเครือขา่ ย 1.ช่วยสร้างแรงจูงใจและกระตุน้ สมาชิกรวมตวั กนั ทางาน โดยมีกิจกรรมเป็นส่ือ เช่นการประชุมประจาปี การจดั เวทีแลกเปล่ียนขอ้ มูล การแกป้ ัญหาร่วมกนั การวางแผนและดาเนินการจดั กิจกรรมใหม่ 2.สมาชิกแกนนาตอ้ งเปิ ดโอกาสใหม้ ีการส่ือสารระหวา่ งกนั ส่งข่าวผา่ นจดหมายข่าวของเครือข่าย มีการแลกเปลี่ยนขอ้ มูล ระหวา่ งกนั เกบ็ รวมรวมขอ้ มูลและต้งั เป็นศูนยข์ อ้ มูลของเครือขา่ ยเพอ่ื ใหส้ มาชิกเขา้ ถึง 3.สร้างความรักความผกู พนั และความไวเ้ น้ือเชื่อใจระหวา่ งคนในกลุ่มสมาชิกเริ่มจดั กิจกรรมง่ายๆท่ีมีโอกาสประสบความสาเร็จ ร่วมกนั ก่อนมีกิจกรรมสร้างความสมั พนั ธ์ระหวา่ งบุคลากรในกลุ่มสมาชิกเป็นประจาจดั เวทีใหม้ ีการพดู คุยกนั อยา่ ง ตรงไปตรงมาเม่ือเกิดปัญหาขดั แยง้ ระหวา่ งกลุ่มสมาชิกจดั กิจกรรมส่งต่องานที่เกี่ยวขอ้ ง

ผจู้ ัดการเครอื ข่าย (ตอ่ ) 4.จดั ใหม้ ีกระบวนการตดั สินใจโดยใหส้ มาชิกทุกกลุ่มมีส่วนร่วม พยายามสร้างสภาพแวดลอ้ มใหม้ ีการเสนอความคิดเห็นอยา่ งเป็นอิสระไม่รวบ อานาจ ควรแบ่งกนั เป็นผนู้ าตามความถนดั ทาการรวบรวมขอ้ มูลจากสมาชิกทุกกลุ่มก่อนการตดั สินใจเพือ่ ทาใหเ้ กิดการยอมรับและเตม็ ใจที่จะนาผล การตดั สินใจของเครือข่ายไปปฎิบตั ิ 5.วางแผนในการประสานงานระหวา่ งสมาชิก และเชื่อมต่อกบั เครือข่ายอ่ืนๆ จดั ระบบการประสานงานใหค้ ล่องตวั และทวั่ ถึงการประสานงานถือ เป็นหนา้ ที่หลกั ของสมาชิกแกนนาเป็นเครื่องมือท่ีใชใ้ นการสนบั สนุนทุกระดบั ใหส้ าเร็จลุล่วงดว้ ยดี

คุณสมบตั ิของกลุ่มสมาชิกแกนนา การพฒั นาสมาชิกแกนนาที่มีประสิทธิภาพจะเป็นตวั อยา่ งที่ดีใหแ้ ก่กลุ่มสมาชิกเครือข่ายอ่ืนๆเป็นท่ียอมรับและเช่ือถือจากคนภายนอก เป็นส่ิงจูงใจท่ีทาใหค้ นภายนอกอยากเขา้ มามีส่วนร่วมในกิจกรรมของเครือข่ายมากข้ึน สมาชิกแกนนาจะตอ้ งมีการพฒั นากลุ่มเพ่ือใหม้ ีความ เขม้ แขง็ มีวฒุ ิภาวะสูง มีความเป็นทีม ประสิทธิภาพสูง มีการรวมตวั ของสมาชิกในกลุ่มสูง มีการสื่อสารทว่ั ถึงและโปร่งใสมีความไวเ้ น้ือเช่ือใจ ระหวา่ งสมาชิก ใชก้ ระบวนการการตดั สินใจแบบใหท้ ุกคนมีส่วนร่วมเคารพความคิดเห็นซ่ึงกนั และกนั มีการประสานงานระหวา่ งสมาชิกให้ ครบถว้ นไม่ตกหล่นและเป็นเอกภาพ ประสานงานกบั องคก์ รภายนอกเครือข่ายไดเ้ ป็นอยา่ งดี

การรกั ษาเครอื ข่าย ตราบใดท่ีภารกิจเครือข่ายยงั ไม่สาเร็จยอ่ มมีความจาเป็ นท่ีจะตอ้ งรักษาเครือข่ายไวป้ ระคบั ประคองให้ เครือข่ายสามารถดาเนินการต่อไปได้ และบางกรณีหลงั จากเครือข่ายไดบ้ รรลุผลสาเร็จตามเป้าหมายแลว้ ก็จาเป็นตอ้ ง รักษาความสาเร็จของเครือข่ายไว้ หลกั การรักษาความสาเร็จของเครือข่าย มีดงั น้ี 1.มีการจดั กิจกรรมร่วมที่ดาเนินอยา่ งต่อเนื่อง 2.มีการรักษาสมั พนั ธภาพท่ีดีระหวา่ งสมาชิกเครือข่าย 3.กาหนดกลไกสร้างระบบจูงใจ 4.จดั หาทรัพยากรสนบั สนุนเพียงพอ 5.ใหค้ วามช่วยเหลือและช่วยแกไ้ ขปัญหา 6.มีการสร้างผนู้ ารุ่นใหม่อยา่ งต่อเนื่อง

หลกั การของการทางานแบบเครือขา่ ยความรว่ มมือ 1. ทุกฝ่ ายมีเกียรติ/ศกั ด์ิศรี/สิทธิ/โอกาสที่เท่าเทียมกนั 2. เเปป็็นนกกราระทบาวงนานกาแรนเรวียรนาบรู้โไดมย่มผีกา่ นารกสางั่รกทาารงจาานกรฝ่ว่ ามยกในดั 3.

ระดับของความร่วมมอื

ข้นั ตอนของกระบวนการจัดการเครือข่ายความร่วมมอื 1. ทาใหร้ ู้สึกถึงความเร่งด่วนท่ีตอ้ งมีเครือข่าย ประเมินสถานการณ์ดา้ นต่างๆที่มีผลกระทบต่อความสาเร็จตามวตั ถปุ ระสงค์ ของเครือข่ายความร่วมมือ ช้ีใหเ้ ห็นวกิ ฤตและโอกาสทางเลือกของความสาเร็จ 2. ก่อรูปกลุ่มแกนนาเครือขา่ ยความร่วมมือรวมตวั กนั ของคนและกลุ่มท่ีมีพลงั พอที่จะขบั เคลื่อนความร่วมมือทากิจกรรม ร่วมกนั ของแกนนาในลกั ษณะทีม 3. สร้างจินตภาพ/วสิ ยั ทศั นค์ วามร่วมมือกาหนดกลยทุ ธ์ ไปสู่ความสาเร็จ 4. แผข่ ยายการรับรู้และยอมรับในวสิ ยั ทศั น์ใหม่ ใชท้ ุกช่องทางในการส่ือวสิ ยั ทศั น์ใหม่และกลยทุ ธ์กลุ่มแกนนาทาเป็น ตวั อยา่ ง

ข้นั ตอนของกระบวนการจดั การเครอื ขา่ ยความรว่ มมอื (ต่อ) 5. ขบั เคลื่อนการกระทาระหว่างหน่วยงาน ลดอุปสรรค เปล่ียนระบบและโครงสร้างที่บน่ั ทอนการเปล่ียนแปลงส่งเสริม “ความคิดใหม่ การกระทาใหม่ท่ีดี” 6. ช่ืนชมความสาเร็จทีละเลก็ ละนอ้ ย กาหนดและชื่นชมการปรับปรุงผลงานที่เร่ิมเกิดข้ึน ช่ืนชมสรรเสริญคนที่ปรับปรุงตนเองสร้างกระแสความเช่ือในความสาเร็จแมจ้ ะเป็นเรื่องเลก็ 7. ผนึกกาลงั ผลความสาเร็จก่อตวั เป็ นคล่ืนของการเปลี่ยนแปลง เมื่อความคิดเร่ิมเคลื่อนเปลี่ยนรีบปรับระบบโครงสร้างและ นโยบายใหค้ ลอ้ ยตาม ตอกย้าความเชื่อมน่ั ดว้ ยโครงการใหม่ และแกนนาการเปลี่ยนแปลงหนา้ ใหม่ 8. ปลูกฝังแนวทางการทางานแบบเครือข่ายให้เป็ นวฒั นธรรม ผลงานท่ีดีมาจากความร่วมมือและการยึดจุดมุ่งหมายร่วมกนั ผนวกกบั การมีภาวะผนู้ าที่ดีและการจดั การที่ดีเชื่อมโยงใหเ้ ห็นวา่ พฤติกรรมความร่วมมือระหวา่ งหน่วยงาน นาไปสู่ความสาเร็จ ของวตั ถุประสงค์ ร่วมกนั คิดคน้ กลไกและหนทางท่ีพฒั นาภาวะผนู้ า และการสร้างผนู้ าเครือข่ายความร่วมมือรุ่นใหม่

แนวทางเสริมสรา้ งความรว่ มมอื ระหว่างหน่วยงาน • บริหารงานแบบมีส่วนร่วมของผปู้ ฏิบตั ิงาน • ผบู้ ริหารมีหนา้ ที่ในการเป็นผอู้ านวยความสะดวก • สร้างวสิ ยั ทศั นข์ องกลุ่มผปู้ ฏิบตั ิงาน • ผปู้ ฏิบตั ิงานมีส่วนร่วมแขง็ ขนั ในกระบวนการทางาน • ทุกคนเป็นกาลงั สาคญั ของกลุ่ม • ผปู้ ฏิบตั ิงานเห็นและเขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งงาน

การสร้างเครอื ขา่ ยการทางานรว่ มกัน ควรจดั ทาขอ้ ตกลงใหเ้ ป็นลายลกั ษณ์อกั ษร • I. ขอ้ มูลพ้ืนฐาน • II. หนา้ ท่ีของเครือข่าย • III. เงิน/ ทรัพยากรที่ใช้ • IV. ระบบบริหารจดั การ • A. การวางแผนและตดั สินใจ • B. การติดต่อส่ือสาร • C. การกากบั ติดตาม • D. การจดั ทารายงานและการจดั ทาฐานขอ้ มูล • V. งานบริหารทว่ั ไป

แนวโน้มเครอื ขา่ ยทางการ • สถานศึกษาแต่ละแห่งมีอิสระและไดร้ ับอานาจในการจดั การมากข้ึนเพ่อื ปรับคุณภาพ การศึกษาใหพ้ ฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื • มีเสียงเรียกร้องใหส้ ถานศึกษาร่วมมือสร้างชุมชนดึงชุมชนมาเป็นเครือข่าย • การสร้างเครือข่ายทาใหร้ ่วมมือกวา้ งและลึกมีการทางานในรูปแบบประชาธิปไตย ทุกฝ่ ายมี ส่วนร่วมเสนอมีแรงจูงใจมากกวา่ จะเป็นฝ่ ายรับนโยบายที่สง่ั ลงมา

การสรา้ งเครือข่ายความรว่ มมอื ระหวา่ งหน่วยงานกับชุมชน(Community Partnership) 1.คน้ หาความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในพ้ืนที่ในชุมชน 2.หาความร่วมมือจากหน่วยเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องเช่นอาสาสมคั รหน่วยเอกชน มูลนิธิจดั กิจกรรมร่วมกนั เช่น 3.สารวจประเดน็ เน้ืองานที่เป็นที่สนใจของหน่วยงานและชุมชน 4.จดั กิจกรรมที่เนน้ การร่วมมือกนั ท้งั หน่วยงาน 5.พฒั นาใหท้ ีมและบุคลากรมีความรู้ทกั ษะใหม่ๆ 6.หน่วยงานสร้างความสมั พนั ธ์กบั ชุมชนและเป็นที่ยอมรับของชุมชน 7.มีการทางานที่เป็นระบบเช่ือมโยงเป็นเครือข่ายกบั กลุ่มชุมชน 8.มีทิศทางและเป้าหมายการทางานร่วมกนั ท่ีชดั เจนและใหร้ ายงานความกา้ วหนา้ เพอื่ ใหม้ ีการสนบั สนุนจากฝ่ ายบริหาร 9.คน้ หาแหล่งสนบั สนุนทรัพยากรใหไ้ ดม้ าเพื่อการทางานใหเ้ กิดผล 10.สร้างการทางานแบบมีส่วนร่วมในแบบประชาธิปไตยระหวา่ งหน่วยงานกบั ชุมชน

หน่วยท่ีเกย่ี วข้องกับสถานศึกษาทค่ี วรเชญิ มาเป็นเครอื ขา่ ย • ครูท่ีสอนดีมีผลงานดีเด่นและผบู้ ริหารสถานศึกษา • คณาจารยม์ หาวทิ ยาลยั นกั วจิ ยั หน่วยราชการและมูลนิธิการกศุ ล • ผทู้ รงคุณวฒุ ิที่ใหค้ าแนะนาในเชิงการบริหารจดั การหรือการสร้างทีมมืออาชีพ • วิทยากรที่มีประสบการณ์ • นกั วจิ ยั ที่ช่วยสารวจจดั ทาฐานขอ้ มูล • ผบู้ ริหารระดบั นโยบายท่ีจะช่วยใหเ้ ครือข่าย

สถานศกึ ษากับการสรา้ งเครอื ข่ายความร่วมมือ • ใหค้ รูทุกคนมีบทบาทร่วมวางแผนและตดั สินใจการเปล่ียนแปลงแทนการสง่ั ลงมา • ขอการสนบั สนุนจากทุกฝ่ าย • มีการปรับวฒั นธรรมการทางานขององคก์ ร • มีโครงสร้างและกลไกการทางาน • กาหนดวสิ ยั ทศั นแ์ ละภารกิจใหช้ ดั เจน • มีการกระตุน้ ใหท้ างานตามบทบาทที่คาดหมาย • รายงานความกา้ วหนา้

กรณีตวั อยา่ งประเทศไทยในการสรา้ งเครอื ขา่ ยการทางานระหวา่ งศธ กบั สธ

ปัญหาการทางานร่วมกนั ข้ามกระทรวง 1.สธ.ติดต่อโรงเรียนโดยตรงไม่ผา่ นศธทาใหไ้ ม่รับรู้และไม่ไดร้ ับการสนบั สนุนจากตน้ สงั กดั 2.หลายหน่วยงานสงั่ ตรงไปที่สถานศึกษาทาใหส้ ถานศึกษาตอ้ งทางานหนกั บางคร้ังซ้าซอ้ น 3.งานบางโครงการข้ึนกบั ความสนใจของหน่วยงานผสู้ นบั สนุน เม่ือหมดเงินจบโครงการ โดยไม่ตรง ความตอ้ งการของสถานศึกษา 4.หน่วยงานใชเ้ ป็นผลงานของตนโดยไม่คานึงวา่ เป็นผลงานร่วมกนั

ตัวอยา่ งการใชย้ ุทธศาสตร์การทางานขององคก์ รทป่ี ระสบความสาเรจ็ ในการสรา้ งเครือข่าย สานักงานกองทนุ สนับสนุนและสรา้ งเสรมิ สุขภาพ(สสส.) -ยทุ ธศาสตร์สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมจากทุกภาค -ไม่ทาเองใหเ้ งินคนอื่นมาช่วยทา -กาหนดประเดน็ งานสุขภาพชดั เจน เพอ่ื ใหม้ าทาตรงความตอ้ งการ -ใชก้ ฎหมายมี พ.ร.บ.ทาใหไ้ ดเ้ งิน 2%จากภาษีการจาหน่ายสุรา -มีระบบคณะกรรมการ 2 ชุด ถ่วงดุลกนั คือ คณะกรรมการบริหาร + คณะประเมินและมีการประเมินโครงการที่อุดหนุนไป

ทฤษฎีและแนวคิดพ้นื ฐานของการเกดิ เครอื ขา่ ย ทฤษฎีการแลกเปลี่ยน (Exchange Theory) • การแลกเปล่ียนเป็นพ้นื ฐานของความสมั พนั ธ์ และมีความสมั พนั ธ์เป็นพ้นื ฐาน • การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ความรู้ ขอ้ มูลปัจจยั การผลิตวตั ถุดิบ แรงาน ฯลฯ แนวคิดการประสานพลงั (Synergy) • 1+1 ไดม้ ากกวา่ 2 • การรวมพลงั กนั การนาไปสู่ผลท่ีมีค่าทวคี ูณ • การทางานแบบประสานพลงั เกิดประโยชนม์ ากกวา่ การทางานแบบโดดเด่ียว • แนวคิดการติดต่อสื่อสาร (Communication) • ถา้ ไม่มีการติดต่อสื่อสาร เครือข่ายไม่เกิด • การส่ือสารทาใหเ้ กิดและรักษาความสมั พนั ธ์

พ้นื ฐานความสาคัญของเครอื ขา่ ย

สรปุ ลักษณะเดน่ ของแนวคิดเครือข่ายเพ่อื การประยุกตใ์ ชง้ านพฒั นาชุมชน -ความสมั พนั ธแ์ ละเชื่อมโยง -ขยายแนวคิดและอดุ มการณ์ -แลกเปล่ียนเรียนรู้ -พฒั นาสงั คมแห่งการเรียนรู้ -ช่วยเหลือ พ่งึ พา -สร้างแนวร่วม/กลั ยานิมิต -ความสมั พนั ธ์สร้างพลงั และอาจต่อรอง -ประสานผลประโยชนโ์ ดยไม่ศูนยเ์ สียเอกลกั ษณ์ มิติความสมั พนั ธ์ มิติการประสานความร่วมมือ มติ กิ ระบวนการ -ความร่วมมือสู่เป้าหมายร่วม -เปิ ดรับซ่ึงกนั และกนั -มีขอ้ ตกลงร่วมกนั -ระดมทรัพยากร ความรู้

เครือขา่ ยความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งปัจเจกบคุ คล

ความสาคญั ของจุดเช่อื มต่อภายในและเช่อื มโยงภายนอกเครือขา่ ย จุดเชื่อมต่อ=บุคคลท่ีเป็นศูนยก์ ลางในการร่วมคนหรือ ประสาความสมั พนั ธ์การสื่อสารแลกเปลี่ยนขอ้ มูล จุดเชื่อมโยง=บุคคลหรือองคก์ รท่ีเป็นผเู้ ช่ือมประสานใหเ้ กิด ความรู้จกั เกิดความสมั พนั ธ์ซ่ึงเป็นพ้ืนฐานการ พฒั นาความสมั พนั ธ์ในการแลกเปลี่ยนความร่วมมือ

รปู แบบโครงสรา้ งเครอื ข่ายแบ่งตามรปู แบบการสอ่ื สาร (ระหวา่ งสมาชกิ กับผ้ปู ระสานหรอื ผู้นา)

ประเภทของเครือขา่ ยในการพัฒนา • เครือข่ายแบ่งตามพ้นื ที่ เช่นเครือข่ายระดบั หมู่บา้ น เครือข่ายระดบั จงั หวดั เครือข่ายลุ่มน้า ฯลฯ • เครือข่ายแบ่งตามประเดน็ กิจกรรมเช่น เครือข่ายเกษตรยงั่ ยนื เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน เครือข่ายป่ าชุมชนเครือข่ายป่ า ครอบครัว ฯลฯ • เครือข่ายแบ่งตามโครงสร้างหนา้ ที่ เช่นเครือข่ายภาครัฐ เครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน เครือข่ายภาคประชาชนเครือข่าย องคก์ รพฒั นาเอกชน

เครือขา่ ยกบั กระบวนการพฒั นาชมุ ชนและผ้นู า

สรปุ กระบวนการพฒั นาเครือขา่ ยเกษตรและผนู้ า • ข้นั ตอนการเตรียมการเป็นช่วงของการเตรียมความพร้อมดา้ นทศั นคติ ความรู้ ความสามารถของผนู้ า แกนนาและ สมาชิกกลุ่มบุกเบิก • ข้นั ตอนการต้งั เครือข่ายเกิดข้ึนหลงั จากท่ีสมาชิกเกิดการเรียนรู้ร่วมกนั และรู้จกั อยา่ งหลวมๆในข้นั ตอนการเตรียมการ แลว้ ความสมั พนั ธ์ถูกพฒั นาผกู โยงใหเ้ หน่ียวแน่นข้ึนรู้จกั และเช่ือใจกนั มากข้ึนและตดั สินในที่จะร่วมมือกนั เพ่ือสร้าง พนั ธสญั ญาบางอยา่ งเพื่อใหเ้ กาะเก่ียวกนั ไดด้ ีข้ึน มีการสร้างเอกาลกั ษณ์บางอยา่ งร่วมกนั และมีค่านิยมร่วมกนั • ข้นั การดาเนินการของเครือข่ายและการปรับตวั ข้นั ต่อเน่ืองจากการตกลงร่วมกระบวนการเครือข่าย และเริ่มเชื่อมน่ั มากข้ึนหรือเกิดความไวเ้ น้ือเชื่อใจกนั มากพอท่ีจะลงทุนทรัพยากรร่วมกนั เพื่อใหเ้ กิดผลผลิตบางอยา่ ง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook