Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ชุดที่ 1 แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ชุดที่ 1 แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Published by dengwansri31, 2020-07-21 09:51:38

Description: ชุดที่ 1 แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

Search

Read the Text Version

46 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสรา้ งเครอ่ื งมือวัดและประเมินผล วิชาวิทยาศาสตร์ 2. ข้นั สอน - ครูแจ้งขอบข่ายเนื้อหาในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ได้แก่ สารเคมีท่ีพบในชีวิตประจำวัน ผลกระทบที่เกิดขึ้น - จากขอบข่ายให้นักเรียนแบง่ กลุ่ม แต่ละกลุ่มแบ่งหน้าที่กันชัดเจนว่าใครทำอะไร โดยแต่ละกล่มุ ศกึ ษารายละเอยี ดของหวั ขอ้ ทีส่ นใจ - นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มจะตอ้ งคดิ สง่ิ ทอ่ี ยากรู้ กำหนดวตั ถปุ ระสงคเ์ ก่ียวกบั หัวข้อดงั กลา่ ว - ครพู จิ ารณาเรื่องท่นี ักเรียนสนใจวา่ เหมาะสมแกก่ ารทำโครงงานหรอื ไม่ แล้วใหน้ กั เรยี นระบุด้วย วา่ โครงงานนั้น เปน็ โครงงานวิทยาศาสตรป์ ระเภทใด - ครใู หน้ กั เรียนหาสาเหตุ ว่าทำไมจึงทำเรอื่ งน้ีเรอื่ งทน่ี กั เรยี นสนใจ แลว้ ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ช่วย กำหนดจุดมงุ่ หมาย ในเรือ่ งที่ตนเองอยากรอู้ ยากหาคำตอบ - ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มตง้ั ช่ือโครงงานวทิ ยาศาสตร์ 3. ข้ันวางแผน - ผูเ้ รียนแต่ละกลมุ่ ระบุแหลง่ ขอ้ มูล สำหรับใช้ในการศึกษาค้นควา้ - ระบุขั้นตอนการดำเนนิ งาน ซึง่ ครูจะเปน็ ผู้ตรวจสอบ - ระบุวิธีการนำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบที่ตนเองสนใจ และเน้นให้นักเรียน นำเสนอโครงงานด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย - กำหนดเวลาในการดำเนนิ งาน วา่ ใชเ้ วลาเพียงใด - กำหนดวิธีการประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งหนึ่งกลุ่มอาจจะสามารถประเมินโครงงานได้ หลายวธิ ีเช่น เพอ่ื นรว่ มชั้น เข้าร่วมชมโครงงาน นำเสนอตอ่ พอ่ แม่ ครู เป็นตน้ 4. ข้นั ปฏิบตั ิ ผูเ้ รียนลงมือปฏิบตั ิกิจกรรม ตามแผนที่ได้กำหนดไว้ 5. ขน้ั ประเมินผล เม่อื กจิ กรรมเสร็จส้ินลงผู้เรยี นต้องประเมนิ การปฏบิ ตั งิ านของตนเอง 6. ขั้นสรุป ครูและนักเรียนร่วมกนั สรุป และผู้เรียนแต่ละกลุม่ นำเสนอ เช่น จัดบอร์ด จัดนิทรรศการ แจกแผ่นพบั หรอื แลกเปล่ียนเรยี นรู้ซึ่งกนั และกนั เล่มที่ 1 แนวทางการจดั การเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์

47 ชดุ ฝึกอบรมด้วยตนเอง การสรา้ งเคร่ืองมอื วัดและประเมินผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ ใบกจิ กรรมท่ี 2.5 จากทา่ นไดศ้ ึกษาใบความรแู้ ล้ว ลองตอบคำถามนะคะ จงตอบคำถามตอ่ ไปนี้ ใหท้ า่ นชมคลปิ วดิ ีโอ http://gg.gg/jqo8x เร่อื ง Project-Based Learning แลว้ ทา่ นจะนำไปปรบั ใช้ ในการออกแบบการจัดการเรียนรไู้ ด้อยา่ งไร ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ....ตอ่ ไป...ใหท้ ่านศึกษาใบความรทู้ ี่ 2.6 กนั ตอ่ เลยค่ะ.... เล่มท่ี 1 แนวทางการจัดการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์

48 ชุดฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสร้างเคร่อื งมือวดั และประเมนิ ผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ ใบความรทู้ ่ี 2.6 การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศกึ ษา การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา คือการจัดการเรียนรู้ด้วยการนำกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรมบรู ณาการเขา้ กับการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี กล่าวคือ ในขณะที่ผู้เรยี น ทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจ และฝึกทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ผู้เรียนต้องนำความรู้มาออกแบบวิธีการ หรือกระบวนการเพื่อพัฒนาแก้ปัญหา เพื่อให้ได้เทคโนโลยี ซึ่ง เป็นผลผลิตจากกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม (NRC, 2012) กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ประกอบดว้ ยองค์ประกอบ 6 ขน้ั ตอน ไดแ้ ก่ ภาพ ขั้นตอนกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม (http://gg.gg/jpblu) 1. ระบุปัญหา (Problem identification) ขั้นตอนนี้เริ่มต้นจากการที่กำหนดปัญหา จำเป็นต้องหาวิธีการหรือสร้างสิ่งประดิษฐ์ (Innovation) เพื่อแก้ไขปัญหาซึ่งในชีวิตจริง บางครั้งคำถามหรือปัญหาที่เราระบุอาจประกอบด้วยปญั หา ย่อยในขั้นตอนของกระบวนปัญหา ผู้แก้ปัญหาต้องพิจารณาปัญหาหรือกิจกรรมย่อยที่ต้องเกิดขึ้น เพื่อ ประกอบเป็นวธิ กี ารในการแกป้ ัญหาใหญด่ ้วย เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจัดการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์

49 ชุดฝึกอบรมด้วยตนเอง การสรา้ งเครือ่ งมอื วดั และประเมินผล วชิ าวิทยาศาสตร์ 2. รวบรวมขอ้ มูลและแนวคดิ ทีเ่ กย่ี วข้องกับปญั หา (Related information search) หลงั จากผูแ้ กป้ ญั หาทำความเขา้ ใจปัญหาและสามารถระบุปญั หาย่อยแล้วข้นั ตอนตอ่ ไปคือการรวบรวม ข้อมลู และแนวคิดท่ีเกีย่ วข้องกับการแกป้ ัญหาดังกลา่ วมีการดำเนินการดังน้ี (1) รวบรวมข้อมลู คือ การสบื ค้นวา่ เคยมีใครหาวิธแี ก้ปัญหาดงั กล่าวนีแ้ ลว้ หรอื ไม่ และหากมี เขาแกป้ ัญหาอย่างไรและมขี อ้ เสนอแนะใดบ้าง (2) การค้นหาแนวคิด คือ การค้นหาแนวคิดหรือความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือ เทคโนโลยีเกี่ยวข้องและสามารถประยุกต์ในการแก้ปัญหาได้ ในขั้นตอนนี้ผู้แก้ปัญหาควรพิจารณาแนวคิด หรือความรู้ทั้งหมดที่สามารถใช้แก้ปัญหา และจดบันทึกแนวคิดไว้เป็นทางเลือกและหลังจากรวบรวม แนวคิดเหล่านั้นแล้วจึงประเมินแนวคิดเหล่านั้น โดยพิจารณาถึงความเป็นไปได้ความคุ้มทุนข้อดีและ จุดออ่ นและความเหมาะสมกับเงื่อนไขและขอบเขตของปัญหา แลว้ จึงเลอื กแนวคิดหรอื วิธกี ารท่ีเหมาะสมท่สี ุด 3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา (Solution Design) หลังจากเลือกแนวคิดที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา แลว้ ขนั้ ตอนตอ่ ไป คือ การนำความรทู้ ่ไี ด้รวบรวมมาประยุกตเ์ พือ่ ออกแบบวธิ ีการกำหนดองค์ประกอบของ วิธีการหรือผลผลิต ทั้งนี้ผู้แก้ปัญหาต้องอ้างอิงถึงความรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่ รวบรวมไดป้ ระเมินตัดสินใจเลอื ก และใช้ความรทู้ ไี่ ดม้ ากำหนดเคา้ โครงของวิธกี ารแกป้ ัญหา 4. วางแผนดำเนินการแก้ปัญหา (Planning and Development) หลังจากที่ได้ออกแบบ วิธีการและกำหนดเค้าโครงของวิธีการแก้ปัญหาแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือการพัฒนาต้นแบบ (Prototype) ของสิ่งที่ได้ออกแบบไว้ ในขั้นตอนนี้ผู้แก้ปัญหาต้องกำหนดขั้นตอนย่อยในการทำงานร่วมกับทั้งกำหนด เปา้ หมายและระยะเวลาในการดำเนินการแต่ละขัน้ ตอนยอ่ ยให้ชัดเจน 5. ทดสอบประเมินและปรับปรุงแก้ไขวิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน (Testing Inspection & Design implement) เป็นขั้นตอนทดสอบและประเมินการใช้งานต้นแบบ เพื่อแก้ปัญหาผลที่ได้จากการ ทดสอบและประเมิน อาจถูกนำมาใชใ้ นการปรบั ปรุงและพัฒนาผลลพั ธ์ให้มีประสทิ ธิภาพ ในการแก้ปัญหา มากข้ึน การทดสอบและประเมินผลสามารถเกิดขน้ึ ไดห้ ลายครง้ั ในกระบวนการแกป้ ญั หา 6. นำเสนอวิธกี ารแก้ปญั หา ผลการแกป้ ัญหาหรอื ช้ินงาน (Presentation) หลังจากการพัฒนา ปรบั ปรงุ ทดสอบและประเมินวธิ กี ารแก้ปัญหา หรือผลลัพธจ์ นมปี ระสิทธภิ าพตามทต่ี ้องการแล้ว ผู้แก้ปัญหาต้องนำเสนอผลลัพธ์ต่อสาธารณะชน โดยออกแบบวิธีการนำเสนอข้อมูลที่เข้าใจง่ายและ น่าสนใจ เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจดั การเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์

50 ชดุ ฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสรา้ งเคร่ืองมือวัดและประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ ภาพ กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม (สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2558) ตวั อยา่ ง เรอ่ื ง ทรพั ยากรอันลำ้ ค่า วชิ า ตวั ชว้ี ัด รายละเอยี ดตัวชว้ี ดั วิทยาศาสตร์ ว2.2 ป.6/1 สืบค้นข้อมลู และอภิปรายแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละท้องถนิ่ ท่เี ป็น ประโยชนต์ ่อการดำรงชีวติ ว2.2 ป.6/2 วเิ คราะห์ผลของการเพิ่มขนึ้ ของประชากรมนุษย์ตอ่ การใช้ ว2.2 ป.6/3 ทรพั ยากรธรรมชาติ ว2.2 ป.6/4 อภปิ รายผลต่อส่ิงมชี วี ิตจากการเปลี่ยนแปลงส่งิ แวดลอ้ มท้ังโดยธรรมชาตแิ ละ โดยมนุษย์ อภปิ รายแนวทางในการดแู ลรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม ว2.2 ป 6/5 มสี ่วนรว่ มในการดแู ลรักษาส่งิ แวดล้อมในท้องถน่ิ ว6.1ป.6/1 อธบิ ายจำแนกประเภทของดนิ โดยใชส้ ัญลกั ษณ์หนิ สมบัติของหนิ เปน็ เกณฑ์ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ว6.1ป.6/2 สำรวจและอธิบายการเปล่ียนแปลงของหนิ เลม่ ที่ 1 แนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

51 ชุดฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ วชิ า ตัวช้ีวดั รายละเอียดตัวชว้ี ดั ว6.1ป.6/3 สืบคน้ และอธิบายธรณีพบิ ัติภัยท่ีมีตอ่ มนษุ ยแ์ ละสภาพแวดลอ้ มในท้องถน่ิ การงานอาชีพ ง2.1 ป 6/3 และเทคโนโลยี ง3.1 ป 6/1 นำความรูแ้ ละทักษะการสร้างชนิ้ งานไปประยุกต์ใช้ในการสรา้ งสง่ิ ของเครื่องใช้ ง3.1 ป 6/2 บอกหลกั การ เบ้ืองตน้ ของการแกป้ ญั หา คณิตศาสตร์ ค2.1 ป 6/1 ใช้คอมพวิ เตอรใ์ นการคน้ หาข้อมลู ค5.1 ป 6/1 อธบิ ายเส้นทางหรอื บอกตำแหน่งของส่ิงต่าง ๆ โดยระบทุ ิศทางและระยะทาง จีนจากรปู ภาพแผนท่แี ละแผนผงั อา่ นข้อมลู จากกราฟเส้นและแผนภมู ิรูปวงกลม กิจกรรมการเรียนการสอน ขน้ั ระบุปัญหา 1. ครูให้นักเรียนดูวิดีโอ และรูปภาพเกี่ยวทรัพยากรในท้องถิ่น ของชุมชนแห่งหนึ่งในภาคใต้แล้ว ให้ผู้เรยี นรว่ มกันสนทนาและสรปุ ขอ้ คิดที่ได้จากการดูวิดโี อ 2. แบ่งกลุ่มคละ กลุ่มละ 4-5 คน (มีนักเรียนเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน) แล้วให้แต่ละกลุ่ม ร่วมกันคิดและร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับสภาพท้องถิ่นด้านบริบท ภูมิทัศน์ สิ่งแวดล้อมรวมถึง ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นท้องถิ่นว่ามไี รบา้ ง ที่สง่ ผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในชวี ติ ประจำวัน 3. ให้แต่ละกลุ่มกำหนดหัวข้อที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นแล้วหรือการนำ ทรพั ยากรมาใช้ประโยชน์ หรอื ปัญหาสภาพแวดลอ้ ม แล้ววางแผนแนวทางการใหม้ าซ่ึงขอ้ มูล เชน่ การสำรวจ การสอบถาม เปน็ ต้น แล้วทำการบันทึกหวั ข้อและแนวทางลงในใบกจิ กรรม 4. ออกสำรวจทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนตามหัวข้อในใบกิจกรรมและแผนที่ทรัพยากรชุมชน โดยผู้เรียนสารถสอบถามข้อมูลจากผู้รู้ หรือจากเวปไซด์เกี่ยวกับทรัพยากรในชุมชน นักเรียนบันทึกผลการสำรวจ หรือการสัมภาษณ์ลงในใบกิจกรรม 5. ผ้เู รียนรวบรวมข้อมลู และสรปุ ความรจู้ ากการสำรวจ ลงในกระดาษปรูฟ๊ แลว้ นำเสนอพรอ้ ม อภิปรายรว่ มกนั ถึงความสำคัญและผลกระทบทเ่ี กดิ ขนึ้ กับทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในท้องถิ่น ข้ันรวบรวมข้อมลู และแนวคิดทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั ปญั หา 6. ผู้เรียนร่วมกนั อภิปราย แนวทางการแก้ปัญหาหรอื วิธีการแก้ปัญหาจากการสำรวจพบ สบื ค้น จากอินเทอร์เน็ต หรือวารสาร หนังสือ ที่ห้องสุมด ซึ่งอาจมีใครหาวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวน้ีมาแล้วหรือไม่ และหากมีเขาแกป้ ัญหาอย่างไรและมีข้อเสนอแนะใดบ้าง นำมาเป็นข้อมลู 7. ผู้เรยี นบันทึกขอ้ มลู ลงในใบกิจกรรมแลว้ นำเสนอแนวโนม้ ทีม่ ีโอกาสเป็นไปได้ เล่มที่ 1 แนวทางการจัดการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

52 ชุดฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง การสรา้ งเครือ่ งมือวัดและประเมินผล วิชาวิทยาศาสตร์ ขั้นออกแบบวิธีการแกป้ ญั หา 8. สรปุ แนวทาง แล้วเลือกวิธกี ารแก้ปัญหา ขน้ั วางแผนและดำเนินการแกป้ ัญหา 9. ผเู้ รียนลงมอื แก้ปญั ญาโดยการออกแบบขั้นตอนการทดลอง หรือสร้างชิน้ งาน หรอื วิธีการใน การแก้ปญั หา ขน้ั ทดสอบ ประเมนิ ผลและปรับปรุงแก้ไขวิธกี ารแก้ปัญหาหรือช้นิ งาน 10. ผเู้ รยี นนำผลงานหรือชนิ้ งานมาทดลองใช้ หรอื ประเมนิ การใช้งานเพื่อแกป้ ัญหาแล้วบันทึกผล ลงในใบกิจกรรม แล้วนำผลที่ได้จากการทดสอบและประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาผลลัพธ์ให้มี ประสทิ ธภิ าพอกี ครงั้ หรอื หลายๆครั้งกไ็ ด้ จนกวา่ จะไดร้ ูปแบบ หรอื ชิ้นงานท่มี ปี ระสทิ ธิภาพ ข้ันนำเสนอวธิ กี ารแก้ปัญหาผลการแก้ปัญหาหรอื ช้ินงาน 11. แต่ละกลุ่มนำเสนอรูปแบบหรือผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน หลังจากการพัฒนาปรับปรุง ทดสอบและประเมินวิธีการแก้ปัญหาไปแล้ว ครูและผู้เรียน ร่วมกันเสนอแนะและอภิปรายเพิ่มเพิ่มเติม และปรับปรงุ แกไ้ ขอกี ครัง้ และนำเสนอในรปู แบบน่าสนใจอกี ครงั้ เพ่อื เป็นการเผยแพรผ่ ลงาน เลม่ ที่ 1 แนวทางการจัดการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

53 ชุดฝึกอบรมด้วยตนเอง การสร้างเคร่อื งมอื วดั และประเมนิ ผล วชิ าวทิ ยาศาสตร์ ใบกิจกรรมที่ 2.6 จากทา่ นได้ศึกษาใบความรู้แล้ว ลองตอบคำถามนะคะ จงตอบคำถามต่อไปน้ี ทา่ นดคู ลิปวดิ โิ อ http://gg.gg/jp9sy แล้วท่านนำรูปแบบการสอน มาปรบั ใชใ้ นการออกแบบกระบวนการจดั การเรียนร้แู บบสะเตม็ ศกึ ษา 1 แผนการสอน ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ....ตอ่ ไป...ให้ท่านศึกษาใบความรทู้ ่ี 2.7 กนั ตอ่ เลยคะ่ .... เล่มท่ี 1 แนวทางการจัดการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

54 ชุดฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสรา้ งเครือ่ งมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ ใบความรูท้ ี่ 2.7 การจดั การเรียนรูแ้ บบสบื เสาะหาความรู้หรอื วฏั จกั รการเรียนรู้ 5 E 1. ความหมายของ วัฏจกั รการเรียนรู้ 5 E วัฏจักรการเรียนรู้ 5 E หรือการเรียนรู้โดยการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E’s of Inquiry Approach) เป็นรูปแบบหนึ่งของการเรียนรู้ที่นำมาใช้ได้ผลในวิชาวิทยาศาสตร์ (สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2546; สาโรช โศภีรักข์, 2546; จันทร์ดา พิทักษ์สาลี สุวิมล เขี้ยวแก้ว และ สุรชัย มีชาญ, 2549) ทำให้ผู้เรยี นมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ คุ้นเคย กับกระบวนการหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ดังคำกล่าวที่ว่า “การเรียนวิทยาศาสตร์โดยไม่ใช้กระบวนการ สืบเสาะหาความรู้เหมือนกับการล่องเรือไปโดยไม่มีจุดหมาย” ซึ่งการสืบเสาะหาความรู้เป็นรูปแบบการเรียน การสอนที่ใช้ตามทฤษฎีการสร้างความรู้ (Constructivism) ทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและเกิดการรับรู้ ความรู้นั้นอย่างมีความหมาย จึงจะสามารถสร้างเป็นองค์ความรู้ของผู้เรียนเอง และเก็บเป็นข้อมูลไว้ใน สมองได้อย่างยาวนาน (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2550) การสืบเสาะหา ความรู้เป็นยุทธวิธีหนึ่งในการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสำรวจธรรมชาติและสิ่งต่าง ๆ ในโลก และนำไปสู่ การตั้งคำถามและทำการสบื คน้ เพ่อื ใหไ้ ด้ความร้ใู หม่ โดยใชก้ ระบวนการท่หี ลากหลาย ได้แก่ การตง้ั คำถาม การออกแบบ การสำรวจข้อมูล การสำรวจขอ้ มูล การวิเคราะห์ การสรปุ ผล การคดิ คน้ ประดษิ ฐ์ การแลกเปลย่ี นความคดิ เห็นและสื่อสารคำอธิบาย (Wu & Hsieh, 2006) ดังนั้นสรุปได้ว่า การเรียนแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 E หรือการเรียนรู้โดยการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E’s of Inquiry Approach) เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนใช้วิธีการค้นคว้าหาคำตอบอย่างมี ระบบเพือ่ อธบิ ายเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการศึกษา เล่มท่ี 1 แนวทางการจัดการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

55 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครอื่ งมอื วัดและประเมินผล วชิ าวิทยาศาสตร์ 2. กระบวนการวฏั จักรการเรยี นรู้ 5 E กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน เป็นรูปแบบหนึ่งของการสืบเสาะหาความรู้ โดยใช้ กระบวนการการสร้างความสนใจ (Engagement) การสำรวจและค้นหา (Exploration) การอธิบาย (Explanation) การขยายความรู้ (Elaboration) และการประเมินผล (Evaluation) ซึ่งทั้ง 5 ขั้นตอน เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ครูจะต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักคิด มีความคิดสร้างสรรค์ ให้โอกาสผู้เรียนได้ใช้ ความคิดของตนเองได้มากที่สุด ทั้งนี้กิจกรรมที่จะให้ผู้เรียนสำรวจตรวจสอบ จะต้องเชื่อมโยงกับความคิด เดิม และนำไปสู่การแสวงหาความรู้ใหม่ และได้ใช้ กระบวนการและทักษะต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์และ การสืบเสาะหาความรู้สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์ (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี, 2551) ได้กล่าวถึงแต่ละขั้นตอนไว้ ดงั นี้ 1. การสร้างความสนใจ เป็นการนำเข้าสู่ บทเรียนหรือเรื่องที่สนใจ มากระตุ้นให้ผู้เรียนสร้าง คำถาม กำหนดประเด็นที่จะศึกษา ในกรณีที่ยังไม่มีประเด็นใดน่าสนใจ ครูอาจจะจัดกิจกรรมหรือ สถานการณ์เพ่อื กระตนุ้ ยั่วยุ หรอื ทา้ ทายใหค้ น้ คว้า แต่ไม่ควรบังคบั ใหผ้ ้เู รียนยอมรบั ประเดน็ หรือปัญหาที่ ครูกำลังสนใจเป็นเรื่องที่จะศึกษา ซึ่งในขั้นตอนนี้ครูสามารถจัดกิจกรรมได้หลายแบบ เช่น สาธิต ทดลอง นำเสนอข้อมูล เล่าเรื่อง/เหตุการณ์ ให้ค้นคว้า/อ่านเรื่อง อภิปราย/พูดคุย สนทนา ใช้เกม ใช้สื่อ วัสดุ อปุ กรณ์ สรา้ งสถานการณ/์ ปัญหาท่นี า่ สนใจ ทน่ี า่ สงสัยแปลกใจ 2. การสำรวจและค้นคว้า ผู้เรียนดำเนินการสำรวจ ค้นหาและรวบรวมข้อมูล วางแผน กำหนดการสำรวจตรวจสอบ หรือออกแบบการทดลอง ลงมือปฏิบัติ 3. การอธิบาย ผู้เรียนนำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและค้นหามาวิเคราะห์ แปลผล สรุปและ อภิปรายพร้อมทั้งนำเสนอผลงานในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งอาจเป็นรูปวาด ตาราง แผนผัง โดยมีการอ้างอิง ความรปู้ ระกอบการให้เหตผุ ลการลงขอ้ สรปุ ถูกต้องเช่อื ถือได้ มีเอกสารอา้ งอิงและหลกั ฐานชัดเจน เล่มที่ 1 แนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

56 ชุดฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครื่องมือวดั และประเมินผล วชิ าวทิ ยาศาสตร์ 4. การขยายความรู้ 4.1 ครูจัดกิจกรรมหรือสถานการณ์ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ลึกซึ้งขึ้น หรือขยายกรอบความคิด กว้างขึ้นหรือเชื่อมโยงความรู้เดิมสู่ความรู้ใหม่หรือนำไปสู่การศึกษาค้นคว้าทดลอง เพิ่มขึ้น เช่น ตั้ง ประเด็นเพื่อให้ผูเ้ รียน ชี้แจงหรือร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพิม่ เติมใหช้ ัดเจนยิ่งขึ้น ซักถามให้ผู้เรยี น ชดั เจนหรอื กระจ่างในความรทู้ ่ีได้หรอื เชือ่ มโยงความรทู้ ไ่ี ดก้ บั ความรูเ้ ดิม 4.2 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกจิ กรรม เช่น อธิบายและขยายความรู้เพิ่มเติมมีความละเอยี ดมากขน้ึ ยกสถานการณ์ ตัวอย่าง อธิบายเชื่อมโยงความรู้ที่ได้เป็นระบบและลึกซึ้งยิ่งขึ้นหรือสมบูรณ์ละเอียดข้ึน นำไปสู่ความรู้ใหม่หรือความรู้ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ประยุกต์ความรู้ที่ได้ไปใช้ในเรื่องอื่นหรือสถานการณ์อื่น ๆ หรอื สรา้ งคำถามใหมแ่ ละออกแบบการสำรวจ คน้ หา และรวบรวมเพ่ือนำไปสู่การสร้างความรูใ้ หม่ 5. การประเมิน ให้ผู้เรียนได้ระบุสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งด้านกระบวนการและผลผลิต เพื่อเป็น การตรวจสอบความความถูกตอ้ งของความรทู้ ไ่ี ด้ โดยใหผ้ ู้เรียนไดว้ เิ คราะห์วิจารณ์แลกเปล่ียนความรู้ซึ่งกัน และกัน คิดพิจารณาให้รอบคอบทั้งกระบวนการและผลงาน อภิปราย ประเมินปรับปรุง เพิ่มเติมและสรปุ ถ้ายังมีปัญหาให้ศึกษาทบทวนใหม่อีกครั้ง อ้างอิงทฤษฎีหรือหลักการและเกณฑ์ เปรียบเทียบผลกับ สมมตฐิ าน เปรียบเทยี บความรู้ใหม่กบั ความรเู้ ดิม ดังนั้น สรุปได้ว่า กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน หรือวัฏจักรการเรียนรู้ 5 E มี ขั้นตอนดังน้ี 1. การสร้างความสนใจ (Engagement) เป็นการสร้างความสนใจ ความอยากรู้อยากเห็น กระต้นุ 2. การสำรวจและค้นหา (Exploration) เป็นการให้ผู้เรียนทำงานร่วมกันในการสำรวจตรวจสอบ ร่วมกันอภิปรายระหว่างผู้เรียนกบั ผู้เรยี น 3. การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) เป็นการให้ผู้เรียนอธิบายแนวคิดแสดงหลักฐาน ให้ เหตุผลและอธบิ าย 4. การขยายความรู้ (Elaboration) เป็นการให้ผู้เรียนนำสิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ หรือ ขยายความรู้และทักษะในสถานการณ์ใหม่ อธิบายอย่างมีความหมาย อ้างอิงข้อมูล พร้อมทั้งแสดง หลกั ฐาน เล่มท่ี 1 แนวทางการจดั การเรียนร้วู ิทยาศาสตร์

57 ชุดฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสร้างเครอ่ื งมือวดั และประเมินผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ 5. การประเมินผล (Evaluation)เป็นการนำแนวคิดและทกั ษะใหม่ไปประยุกตใ์ ช้ ประเมินความรู้ และทกั ษะผู้เรยี นรปู แบบการเรยี นรู้แบบวัฏจักรการเรยี นรู้ 5 ขั้น สามารถสรปุ ได้ดงั แผนภาพท่ี 2 (สถาบัน สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2546: 220) ตัวอย่าง แผนการจดั การเรียนรู้ เรื่อง ทรัพยากรอนั มคี า่ สาระท่ี 1 สงิ่ มีชวี ติ กับกระบวนการดำรงชีวิต ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 สาระสำคญั มนุษย์ต้องพง่ึ พาอาศัยทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชวี ติ ตลอดเวลา เพราะมนุษย์ ต้องใช้ ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้เพื่อผลิตอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ประเทศไทย พบว่า มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย เช่น ทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรสัตว์ป่า ทรัพยากรน้ำ และ ทรัพยากรอากาศ ซ่ึงทรพั ยากรเหล่าน้ีมีความหลากหลายแตกต่างกันไปในแตล่ ะท้องถ่ิน ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.6/1 สืบค้นข้อมลู และอภิปรายแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในแต่ละท้องถ่ินที่เปน็ ประโยชน์ต่อการ ดำรงชวี ิต กระบวนการจดั การเรยี นรู้ 1) ขนั้ สร้างความสนใจ ครูและนกั เรยี นรว่ มกันกำหนดจดุ ประสงคท์ จี่ ะเรียนรู้ จากเนอ้ื หาที่ เกยี่ วกบั ทรัพยากร ธรรมชาตใิ นทอ้ งถิ่น (1) ครูให้นักเรียนดูคลิปวิดีโอเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น แล้วให้นักเรียน ช่วยกันอภิปราย เกีย่ วกบั ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นท้องถน่ิ โดยครูใชค้ ำถามกระตนุ้ ดงั น้ี – ในวดิ โี อนี้ เปน็ ทรัพยากรธรรมชาตปิ ระเภทใดทน่ี ักเรยี นร้จู ัก โดยใชค้ วามรู้เดมิ ทีน่ ักเรยี นมี – ในแหลง่ ชุมชนทอ้ งถิ่นของนกั เรยี น มีทรัพยากรธรรมชาตปิ ระเภทน้หี รอื ไม่ ถ้ามมี อี ะไรบ้างทค่ี ลา้ ยกนั และ อะไรบา้ งทีต่ ่างกัน – ถา้ หากในท้องถิน่ นกั เรียนขาดทรพั ยากรธรรมชาติเหลา่ น้นั นกั เรยี นคิดว่าจะมีผลต่อต่อสงิ่ ใดบ้าง – ในทอ้ งถิ่นของนักเรยี นมีป่า ลักษณะเปน็ แบบใด (2) นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบคำถามและแสดงความคดิ เหน็ เพือ่ เช่ือมโยงไปสกู่ ารเรยี นรู้เร่ือง ทรัพยากรธรรมชาตใิ นท้องถ่ิน เล่มท่ี 1 แนวทางการจดั การเรียนร้วู ิทยาศาสตร์

58 ชุดฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสร้างเคร่ืองมือวัดและประเมินผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ (3) แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่มคละ แล้วให้นักเรียนในกลุ่มนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ เนื้อหาที่ตนเองได้รับมอบหมายล่วงหน้าให้เพื่อนๆ ในกลุ่มฟัง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอ ข้อมูลหนา้ หอ้ งเรยี น (4) ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นคำถาม ขอ้ สงสัยจากการทำกิจกรรมหรือไม่ อยา่ งน้อย คนละ 1 คำถาม แลว้ ให้นักเรยี นชว่ ยกนั ตอบและแสดงความคิดเห็น (5) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับองค์ความรู้ของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ซึ่งในแตล่ ะท้องถน่ิ จะมคี วามแตกตา่ งกันของทรัพยากรเช่น น้ำ ป่าไม้ สตั วป์ ่า เป็นต้น 2) ข้ันสำรวจและค้นหา (1) แต่ละกลุ่มศึกษาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นจากใบความรู้ หรือจาก โทรศัพท์มือถือ หรอื แท็บเลต เพ่อื ชว่ ยอธิบายใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจว่าประเทศไทยมที รพั ยากรป่าไม้จำแนกได้ก่ี ประเภท (2) สืบค้นข้อมูลป่าไม้ในท้องถิ่นที่นักเรียนอาศัยอยู่ว่ามีลักษณะเป็นแบบใด มีชนิดพันธ์ุ ของพชื มากนอ้ ยเพยี งใด แลว้ ร่วมกันวเิ คราะห์ ว่าปา่ ไมใ้ นทอ้ งถิน่ ของนกั เรยี นเปน็ ปา่ ประเภทใด (3) นกั เรยี นและครูรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมลู ทีไ่ ด้จากใบกจิ กรรม 3) ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรุป (1) ให้แตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนกลุม่ นำเสนอขอ้ มลู หน้าชัน้ เรยี น (2) นักเรยี นและครูรว่ มกันอภิปรายและหาข้อสรปุ จากการปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม (3) นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรปุ ผลจากการปฏิบัติกจิ กรรม 4) ขัน้ ขยายความรู้ (1) ให้นักเรียนเสนอแนวคิดเพื่อเชื่อมโยงความรทู้ ่ีนกั เรียนมอี ย่เู ดิมกับเน้อื หาใหม่ ในการใชป้ ระโยชนแ์ ละการอนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติในทอ้ งถิน่ (2) ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรปุ เกี่ยวกับทรพั ยากรธรรมชาติในทอ้ งถน่ิ โดยร่วมกนั เขยี น เปน็ แผนท่คี วามคิดหรือผงั มโนทัศน์ 5) ขนั้ ประเมิน (1) ให้นักเรียนแต่ละสอบถามข้อสงสัยที่ยังไม่เข้าใจ ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ นกั เรยี นเขา้ ใจ (2) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความรู้และประโยชน์ที่ได้รับจาก การปฏบิ ตั ิกจิ กรรมและการนำความรทู้ ีไ่ ด้ไปใช้ประโยชน์ (3) นกั เรยี นร่วมกันประเมินการปฏิบตั กิ ิจกรรมกลมุ่ และทำแบบทดสอบ เล่มท่ี 1 แนวทางการจัดการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

59 ชุดฝึกอบรมด้วยตนเอง การสร้างเครือ่ งมอื วัดและประเมินผล วิชาวิทยาศาสตร์ ใบกจิ กรรมที่ 2.7 จากทา่ นไดศ้ กึ ษาใบความรู้แลว้ ลองตอบคำถามนะคะ จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ให้ทา่ นออกแบบการจัดการเรียนร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ (5E) จำนวน 1 แผนการสอน .................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... 2. ใหท้ ่านออกแบบกิจกรรมการเรยี นรูแ้ บบ Active Learning 1 กจิ กรรมโดยมอี งคป์ ระกอบหวั ข้อ ดังตอ่ ไปน้ี 1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชี้วดั 2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด 3. สาระการเรียนรู้ 4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น 5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 6. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ 8. สื่อการเรียนรู้ 9. ชิน้ งาน/ภาระงาน 10. การวัดและประเมนิ ผล เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

60 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสรา้ งเครอื่ งมือวดั และประเมนิ ผล วิชาวิทยาศาสตร์ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจัดการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์

61 ชุดฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครื่องมือวดั และประเมินผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... เลม่ ที่ 1 แนวทางการจดั การเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์

62 ชดุ ฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครื่องมอื วดั และประเมินผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ ใหท้ ่านสรุปองค์ความรทู้ ่ีได้ เป็นแผนผงั ความคิด เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจัดการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์

63 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครอ่ื งมือวดั และประเมินผล วิชาวิทยาศาสตร์ แบบทดสอบหลังศึกษาชุดฝกึ อบรม คำชีแ้ จง ใหท้ า่ นเลอื กคำตอบทท่ี า่ นเห็นวา่ ถูกตอ้ งที่สดุ เพยี งคำตอบเดยี ว 1. การจัดการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ มุง่ เนน้ ผูเ้ รยี นให้เกดิ กระบวนการเรียนรู้อยา่ งไร 1. ผเู้ รียนไดล้ งมอื กระทำ 2. ผู้เรียนสามารถอา่ นออก 3. ผเู้ รยี นตอ้ งมที กั ษะในการพดู 4. ผเู้ รยี นมที กั ษะตื่นตวั ในกิจกรรม 2. แนวทางการออกแบบการสอนวิทยาศาสตร์ จะต้องอาศยั ข้อมลู ใดบา้ ง 1. หลกั สตู รฯ มาตรฐานการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ และสื่อ 2. หลักสูตรฯ กจิ กรรมการเรียนรู้ ครู และการประเมินผล 3. มาตรฐานการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ ครู และสอ่ื 4. มาตรฐานการเรียนรู้ ผู้บรหิ าร ครู และผูเ้ รยี น 3. การกำหนดหัวข้อเรือ่ งทจี่ ะทำโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ควรพจิ ารณาจากสง่ิ ใด 1. ความแปลกใหม่ ไม่มเี คยมีใครทำมาก่อนและยาก 2. ต้องมปี ระโยชน์และแกป้ ญั หาได้ 3. น่าสนใจและมคี วามเป็นไปได้วา่ จะทำได้สำเรจ็ 4. ตอ้ งอยู่ในสาระการเรียนร้หู รืออย่ใู นบทเรียน 4. การออกแบบการจัดการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ สง่ิ ใดทส่ี ำคญั ทส่ี ดุ 1. ศึกษารปู แบบการเรยี นรู้ 2. ศึกษาหลักสตู รสถานศกึ ษา 3. ศกึ ษามาตรฐานการเรียนรู้ 4. ศกึ ษาการออกแบบเครอ่ื งมือวดั และประเมนิ ผล 5. ข้อใดกลา่ วถูกต้องและครอบคลุม “วทิ ยาศาสตร์” มากท่สี ดุ 1. เป็นวิชาทเ่ี ปน็ ความรเู้ กี่ยวกับสิ่งมีชีวติ ตา่ ง ๆ ท่ีอยรู่ อบตวั เรา 2. เป็นวิชาทว่ี ่าด้วยการค้นพบความจรงิ ในธรรมชาติ 3. เป็นวิชาทอ่ี ธบิ ายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ของธรรมชาติ 4. เปน็ วิชาทว่ี า่ ดว้ ยการแกป้ ัญหาเปน็ ขัน้ ตอนอย่างเป็นระบบ เลม่ ท่ี 1 แนวทางการจัดการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

64 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสรา้ งเคร่อื งมอื วดั และประเมินผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ 6. ครบู วั ตองสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้น ป.6 ทำการวิเคราะหต์ ัวชวี้ ัด ว5.1 ป. 6/1 ทดลองและอธบิ ายต่อ วงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ย ครบู วั ตองเลอื กรปู แบบการสอนแบบเชงิ รุก (Active Learning) เป็นเพราะเหตุใด 1. เรียนไดล้ งมอื ปฏิบตั ดิ ้วยตนเอง 2. ผูเ้ รยี นไดร้ ว่ มกันสนทนาในกลมุ่ 3. ผเู้ รียนตอ้ งเรยี นรูแ้ บบกลมุ่ โดยมีครูพาทำ 4. ผเู้ รยี นต้องมีทกั ษะในการพูด 7. สิง่ ท่ีตัวชีว้ ัดไมไ่ ด้กำหนดไวค้ ือข้อใด 1. คณุ ลักษณะของผู้เรียน 2. ผลการเรยี นของผู้เรียน 3. เปา้ หมายผ้เู รียน 4. คุณภาพผเู้ รยี น 8. ข้อใดเปน็ การเรียงลำดบั พฤติกรรมด้านสตปิ ญั ญาการเรยี นรู้ตามแนวคดิ ของ Bloom taxonomy ได้ ถกู ต้อง 1. การจำ การเข้าใจ การประยุกต์ใช้ การวิเคราะห์ การสงั เคราะห์ การประเมนิ ผล 2. การจำ การเข้าใจ การประยกุ ต์ใช้ การสงั เคราะห์ การประเมินผล การสร้างสรรค์ 3. การจำ การเข้าใจ การประยกุ ตใ์ ช้ การสงั เคราะห์ การวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ 4. การจำ การเขา้ ใจ การประยุกต์ใช้ การวิเคราะห์ การประเมนิ ค่า การสร้างสรรค์ 9. ข้อใดตอ่ ไปนถ้ี ูกต้อง เกย่ี วกบั ข้นั ตอนของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรทู้ างวิทยาศาสตร์ 1. ขัน้ สร้างความสนใจ ข้นั การสำรวจและค้นควา้ ขั้นการอธิบาย ขั้นการขยายความรู้ และขั้นการประเมิน 2. ขั้นสรา้ งความสนใจ ขน้ั การสำรวจและคน้ คว้า ขั้นการขยายความรู้ ขั้นการอธบิ าย และขั้นการประเมนิ 3. ขั้นการสำรวจและค้นควา้ ขน้ั สรา้ งความสนใจ ข้ันการอธบิ าย ขั้นการขยายความรู้ และขน้ั การประเมนิ 4. ขั้นการสำรวจและคน้ คว้า ขัน้ สร้างความสนใจ ข้ันการขยายความรู้ ขั้นการอธิบาย และขั้นการประเมนิ 10. องคป์ ระกอบของความคิดใด ที่ส่งผลใหผ้ ูเ้ รียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ 1. ความคดิ วิเคราะห์ ความคดิ วพิ ากษ์ ความคดิ เชิงระบบ ความคดิ ยืดหยุน่ 2. ความคิดริเรม่ิ ความคดิ คลอ่ ง ความคิดยดื หยนุ่ ความคดิ ละเอียดลออ 3. ความคิดวพิ ากษ์ ความคิดยดื หยุ่น ความคดิ ละเอียด ความคิดไตร่ตรอง 4. ความคิดสวยงามละเอยี ดลออ ความคิดเชงิ ระบบ ความคดิ วิเคราะห์ ความคิดคลอ่ งตวั เลม่ ที่ 1 แนวทางการจดั การเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

65 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเคร่ืองมอื วดั และประเมินผล วิชาวิทยาศาสตร์ เฉลย ขอ้ ท่ี ข้อท่ี 1161 2172 3284 4191 5 4 10 2 เล่มท่ี 1 แนวทางการจัดการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์

66 ชดุ ฝกึ อบรมด้วยตนเอง การสรา้ งเครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ บรรณานกุ รม กระทรวงศึกษาธิการ. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั , 2553. กนกวรรณ แปงใจ. การพัฒนาแนวคดิ และความสามารถในการสืบเสาะหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตรข์ อง นักเรยี นระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6 โดยการจดั โครงงานวิทยาศาสตร์. วิทยานิพนธป์ ริญญาศึกษา ศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร,์ 2555. เกรียงศกั ด์ิ เจรญิ วงศ์ศักด.์ิ การคดิ เชงิ วเิ คราะห์ (Analytical Thinking). พิมพ์ครั้งท่ี 6. กรุงเทพ: ซคั เซสมี เดยี , 2553. กุณตรี เพ็ชรทวีพรเดช และคณะ. สุดยอดวิธีสอนวิทยาศาสตร์นำไปสู่การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์, 2550. ครรชติ มนูญผล และคณะ. Active Learning สรา้ งคนดีแก่แผน่ ดินวชิ าวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: บรษิ ทั อเี กิล้ เปเปอร์จำกัด, 2559. ณฐั พงษ์ เจริญทพิ ย.์ การพฒั นาความคดิ สร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ พฒั นาแบบองค์รวม. กรงุ เทพฯ: เลิฟแอนด์ลิพเพรส, 2542. ชนาธิป พรกุล. การสอนกระบวนการคิด: ทฤษฎีและการนำไปใช้. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่ง จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. ชยั วฒั น์ บํารุงญาติ. ครูไทยในอนาคตและครูในศตวรรษที่ 21. [Video file]. สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=4vUkYfnir4s. 5 มนี าคม, 2562. ระพี สาครกิ . การศกึ ษากบั การจดั การ. กรุงเทพมหานคร: วศิระ, 2552. นรินทร์ วงค์คำจันทร์. การศึกษาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. วทิ ยานิพนธศ์ กึ ษาศาสตร:์ มหาวทิ ยาลยั รามคำแหง, 2558. ทศิ นา แขมมณ.ี รปู แบบการเรยี นการสอนทางเลอื กทหี่ ลากหลาย. พิมพ์ครงั้ ท่ี 6. กรุงเทพมหานคร: สำนกั พมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. ทศิ นา แขมมณ.ี ศาสตรก์ ารสอน : องค์ความรเู้ พื่อการจัดกระบวนการเรยี นทีมีประสทิ ธิภาพ. พมิ พค์ ร้ังท่ี 13. กรุงเทพฯ: จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั , 2553. เลม่ ที่ 1 แนวทางการจดั การเรียนร้วู ิทยาศาสตร์

67 ชดุ ฝึกอบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผล วิชาวทิ ยาศาสตร์ ประสาท เนอื งเฉลมิ . การเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรใ์ นศตวรรษท่ี 21. กรุงเทพฯ: สำนักพมิ พ์แหง่ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั , 2558. ประพันธ์ศิริ สเุ สารจั . การพฒั นาการคิด. พมิ พ์คร้ังท่ี 5. กรงุ เทพฯ: 9119 เทคนคิ พรน้ิ ตง้ิ , 2556 ศกั ดสิ์ ิน ช่องดารากุล. “สงั คมโลกเปล่ียนไปสังคมการศึกษาไทยเปลยี่ นไปบา้ งแลว้ หรอื ยงั ”, วารสารวิชาการสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน. 10(1) : มกราคม–มนี าคม, 2550. สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี คมู่ ือการใช้หลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรส์ ำหรับหลกั สตู รอนาคต ระดับประถมศกึ ษา. กรุงเทพฯ: สถาบนั สง่ เสริมการสอน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย,ี 2551. . การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย,ี 2546. . เอกสารประกอบการประชมุ ปฏบิ ตั ิการเผยแพร่ขยายผลและอบรมรปู แบบการจดั กระบวนการเรยี นรแู้ บบวฏั จกั รการสบื เสาะหาความรู้ 5e ขนั้ ตอนเพอื่ พฒั นากระบวนการคดิ ระดับสงู . กรงุ เทพฯ: สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย,ี 2549 . การจดั การเรียนรูแ้ บบโครงงาน. กรงุ เทพฯ: สกศ, 2550. . การวัดประเมนิ ผลเพ่อื คณุ ภาพ การเรียนรแู้ ละตัวอยา่ งขอ้ สอบจากโครงการประเมินผล นกั เรยี นนานาชาติ (PISA). กรุงเทพมหานคร: เซเวน่ พรนิ้ ตงิ้ กรุป๊ , 2550. . คมู่ อื หลกั สูตรอบรมครูสะเตม็ ศึกษา. กรงุ เทพมหานครฯ, 2559. สาโรช โศภรี ักข์. นวตั กรรมการสอนทเี่ นน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ. กรุงเทพมหานคร: บ๊คุ พอยท์, 2546. สำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา. แนวทางการจัดการเรยี นรู้. กรุงเทพฯ: สำนักงานฯ, 2550. วิมลศรี สวุ รรณรตั น์ และมาฆะ ทพิ ยค์ รี .ี คมู่ อื การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนโดยการทำโครงงาน. พิมพ์ครั้งท่ี 3. กรงุ เทพฯ: บรษิ ทั พฒั นาคณุ ภาพวิชาการ(พว.) จำกดั , 2555. วีระ สดุ สงั ข์. การคิดวิเคราะหค์ ดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและคดิ สร้างสรรค์. กรงุ เทพฯ: ชมรมเด็ก, 2550. Baldwin, Jill.; & Williams, Hank. Active Learning : a Trainer’s Guide. England: Blackwell Education, 1988. Cherie Herring. STEM: Engineering with Straws, Tape and Imagination. [Video file]. สืบคน้ จาก https://www.youtube.com/watch?v=YKLLc93HlK4. 13 มนี าคม, 2562. เลม่ ที่ 1 แนวทางการจดั การเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์

68 ชุดฝึกอบรมด้วยตนเอง การสร้างเครอื่ งมือวัดและประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ Edutopia. Project-Based Learning: Raising Student Achievement for All Learners. [Video file]. สืบคน้ จาก https://www.youtube.com/watch?v=eGWqBZSFgxE. 11 มีนาคม, 2562. Mac Education. 21st Century Learning Thailand by Maceducation. [Video file]. สบื คน้ จาก https://www.youtube.com/watch?v=WWOh1LyDp88. 3 มีนาคม, 2562. Naklom Creative Space. กรณศี กึ ษา - รร.บา้ นขนุ แปะ จ.เชยี งใหม.่ [Video file]. สืบคน้ จาก https://www.youtube.com/watch?v=YiuUki9jU3o&list=PL_dbIBz3EvhI_ufT-vIQ- reGQ1CMtVjkO. 10 มนี าคม, 2562. National Research Council (NRC). A Framework for K-12 Science Education: Practices, Crosscutting Concepts, and Core Idea. Committee on a Conceptual Framework for New K-12 Science Education, Division of Behavioral and Social Sciences and Education. Washington, DC: The National Academies Press, 2012. thaicyberu. ลกั ษณะของผ้เู รยี นในศตวรรษที่ 21 (21st Century Learners). [Video file]. สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=ElhoNcfszmU&list=RD4vUkYfnir4s&index=13. 5 มีนาคม, 2562. vreformlibrary. การเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21. [Video file]. สบื คน้ จาก https://www.youtube.com/watch?v=tE32HERiEs4. 9 มีนาคม, 2562. Wu H. and Hsieh,C. Developing sixth grades’inquiry skills to construct explanations in inquiry-based learning environment. International Journal of Science Education. 28(11): 1289-1313, 2006. เล่มท่ี 1 แนวทางการจดั การเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

69 ชดุ ฝกึ อบรมดว้ ยตนเอง การสร้างเครอื่ งมอื วดั และประเมนิ ผล วชิ าวิทยาศาสตร์ คณะทำงาน คณะกรรมการทปี รึกษา ผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา 1. นายประทปี ทองดว้ ง สรุ าษฎรธ์ านี เขต 2 รองผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษา 2. นายจตุ พิ ร ขาวมะลิ ประถมศกึ ษาสรุ าษฎร์ธานี เขต 2 ผอู้ ำนวยการกล่มุ นเิ ทศ ติดตาม และประเมินผล 3. นางมณีรตั น์ อินทรค์ ง การจดั การศกึ ษา ศกึ ษานเิ ทศก์ 4. นายนพพร แท่นนลิ ศึกษานิเทศก์ 5. นายกฤษณันท์ ทองจนี ศึกษานเิ ทศก์ 6. นางสาวนติ ยา ภมู ิไชยา ศึกษานิเทศก์ 7. นางสาวสุภาภรณ์ ใจสุข ศกึ ษานเิ ทศก์ 8. นางสาวศภุ รัตน์ อนิ ทรสวุ รรณ ผเู้ ขยี น ศกึ ษานเิ ทศก์ นางสาวนุชจริ า แดงวนั สี สำนักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 เล่มท่ี 1 แนวทางการจัดการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook