1
2 รายงานโครงงานวชิ าประวัติศาสตร์ เร่ือง เหล้าม้ง จดั ทาโดย นาย ไชยวัฒน์ เลาว้าง เลขท่ี1 นาย ณัฐพงธ์ เลาว้าง เลขท่ี2 นาย ธนากรณ์ แซ่เห่อ เลขท่8ี นาย วีรพล แซ่เห่อ เลขท่ี12 นางสาว ภัททยิ า ชุลกี รเมตตา เลขท่ี 27 เสนอ นาย พีราวุฒิ วงค์ตันกาศ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปี ท่ี51ภาคเรียนท่ี2 ปี ก่รศกึ ษา2565 รายงานนีเ้ ป้ส่วนหน่ึงของการเรียนวิชาประวัตศิ าสตร์ รหสั วชิ า ส 32104 ภาคเรียนท่ี2 ปี การศกึ ษา2564 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์26 จังหวัดลาพูน สานักงานการศึกษาพเิ ศษ สานักงานคณะกรรมการศกึ ษาพเิ ศษขนั้ พนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ก บทคัดย่อ ชอ่ื โครงงาน ศกึ ษาเหล้าม้ง ผ้เู ขยี น นาย ไชยวฒั น์ เลาว้าง นาย ณฐั พงษ์ เลาว้าง นาย ธนากรณ์ แซ่เห่อ นาย วีรพล แซ่เห่อ นางสาว ภทั ทยิ า ชลุ ีกรเมตตา อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครู พีรวฒุ ิ วงค์ตนั กาศ ปีการศกึ ษา 2565 โครงงานฉบบั นเี ้ป็นสว่ นหนึง่ ของวชิ าประวตั ิศาสตร์ เป็นกิจกรรมศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยมี จดุ ประสงค์ทจ่ี ะศกึ ษาความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเก่ียวกบั การทาหล้าม้งและความเป็นมาของเหล้าม้ง รวมถงึ พิธีกรรมทีเ่ ก่ียวข้องกบั เหล้าม้งและอปุ กรณ์รวมถงึ ขนั้ ตอนการทาเหล้าของชนเผา่ ม้ง เหล้าม้งเป็นเคร่ืองด่ืมอยา่ งหนึง่ ทใี่ ช้ในการทาพิธีกรรมต่างของชนเผ่าม้ง โครงงานชิน้ นจี ้ ึงจดั ทาขนึ ้ เพื่อ การศึกษาการทาหล้าม้งและความเป็นมาของเหล้าม้งรวมถึงพธิ ีกรรมทเ่ี ก่ียวข้องกบั เหล้าม้งและ อปุ กรณ์รวมถงึ ขนั้ ตอนการทาเหล้าของชนเผ่าม้ง โดยเหล้าม้งนนั้ มีความสาคญั กบั ชาวม้งเป็นอย่าง มาก
ข กตกิ รรมประกาศ การทาโครงงานประวตั ศิ าสตร์ เร่ือง เหล้าม้ง ของชนเผา่ ม้งจะสาเร็จได้ด้วยดเี พราะได้รับ ความกรุณาให้ข้อมลู แนะนา ช่วยเหลอื สนบั สนนุ เป็นอย่างดีด้วยบคุ คลจากคณุ ครู ชาวบ้าน ขอขอบพระคณุ ครู พรี วฒุ ิ วงศ์ตนั กาศ นายสายจ่อ แซ่เหอ่ (ชาวบ้านม้งผ้อู าวโุ ส) ทไี่ ด้ให้ความกรุณา ให้ข้อมลู แนะนา และในการดาเนิดสืบค้นข้อมลู ขอขอบพระคณุ ห้องสมดุ ของโรงเรียนราชประชานุ เคราะห์๒๖ จงั หวดั ลาพนู ห้องคอมพิวเตอร์ที่ให้ความรู้เร่ืองเหล้าม้งเป็นอยา่ งดีจนทาให้โครงสาเร็จ ลลุ ว่ งไปได้ด้วยดี ขอขอบพระคณุ ผ้อู านวยการโรงเรียน คณะครูและนักเรียน โรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 26 จงั หวดั ลาพนู ทใ่ี ห้การช่วยเหลือในการจากิจกรรมเป็นอย่างดี ขอขอบพระคณุ ผ้ปู กครองนกั เรียน ทีเ่ ป็นสมาชิกในการจาทาโครงงาน คณะผ้จู ดั ทา ท่ีให้ การชว่ ยเหลือและอานวยความสะดวกในการนาเรียนมาทาโครงงานในครัง้ นี ้ ขอขอบพระคณุ ท่ีชว่ ยเหลอื สนบั สนนุ ทงั้ ด้านกาลงั ใจและพละกาลงั ดีตลอดจนคาแนะนาที่ เป็นสว่ นหน่งึ ในการทาโครงงานครัง้ นี ้ที่เป็นผ้ใู ห้กาลงั ใจและปฏิบตั ิและให้โอกาสอนั มีค่ายิง่ คณุ คา่ และประโยชน์จากการทาโครงงานประวตั ศฺ าสตร์ในครัง้ นีข้ อมอบเป็นเครื่องบชู าแด่ พระคณุ บดิ ามารดา บรู พาจารย์ละท่านผ้มู ีสว่ นเกี่ยวข้องทุกทา่ น ทางคณะผ้จู ดั ทาขอขอบพระคณุ เนอ ย่างสงู ไว้ ณ โอกาสนีด้ ้วย คณะผู้จดั ทาโครงงาน
ค คานา รายงานฉบบั นเี ้ป็นสว่ นหน่ึงของวิชา ประวตั ิศาสตร์ชนั้ มธั ยมศกึ ษาท่ี5 โดยมจี ดุ ประสงค์ เพ่อื การศกึ ษาความรู้ท่ไี ด้จากเร่ือง เหล้าม้ง ผ้จู ดั ทาได้เลอื ก หวั ข้อนใี ้ นการทารายงาน เนอื่ งมาจากเป็นเรื่อง ที่น่าสนใจ ผ้จู ดั ทาจะต้องขอขอบคณุ ครูท่ีปรึกษา ครูพีราวฒุ ิ วงศ์ตนั กาศ ผ้ใู ห้ความรู้ นายสายจ่อ แซเ่ ห่อและแนวทางการศกึ ษาเพอื่ น ๆ ทกุ คนทใี่ ห้ ความชว่ ยเหลือมาโดยตลอด ผ้จู ดั ทาหวงั วา่ รายงาน ฉบบั นจี ้ ะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผ้อู ่านทกุ ๆ ทา่ น จดั ทาโดย นาย ไชยวฒั น์ เลาว้าง นาย ณฐั พนธ์ เลาว้าง นาย ธนากรณ์ แซ่เห่อ นาย วรี พล แซ่เห่อ นางสาว ภทั ทิยา ชลุ ีกรเมตตา
สารบญั ง เรือง หน้า บทคัดย่อ ก ข กติ ตกิ รรมประกาศ ค ง คานา 1 1-3 สารบัญ 3 4 บทท่1ี บทนา 4-5 5-6 - ท่มี าและความสาคัญ 6-8 -วสั ถปุ ระสงค์ 8-10 11-12 บทท่2ี เอกสารท่เี ก่ยี วข้อง 13 - วถิ ชี วี ติ ของม้ง 14 - วัฒนธรรมประเพณี 14-15 - ศาสนา ความเช่อื และพธิ ีกรรม 15 - ประเภทของเหล้า 15 - กฎหมาย เหล้า-เบยี ร์ 15 16 บทท่3ี วธิ ีการดาเนินการโครงงาน - ขนั้ ตอนท่ี 1 กาหนดหวั ข้อท่จี ะศึกษา - ขัน้ ตอนท่ี 2 สืบค้นและรวบรวมข้อมลู - ขนั้ ตอนท่ี 3 ประเมินคุณค่าของหลักฐาน - ขนั้ ตอนท่ี 4 วเิ คราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหมู่ - ขนั้ ตอนท่ี 5 การนาข้อมูลมาเรียบเรียงและการนาเสนอ - ตารางการปฏิบัติงาน
บทท่4ี ผลการดาเนินโครงงาน จ - ความเป็ นมาของเหล้าม้ง 17 - ประเภทของเหล้าม้ง 18 - การทาแป้งเหล้า 19-21 - การหมกั เหล้า 22-24 - การต้มเหล้าม้ง 25-32 - ความเช่อื เก่ยี วกบั เหล้า 33 - ประเพณีท่เี ก่ยี วกบั เหล้าม้ง 33-36 บทท่ี 5 สรุปผลการศกึ ษาและข้อเสนอแนะ 37 38 - สรุปผลการศกึ ษา 39 - ข้อเสนอแนะ 40 41-42 บรรณานุกรม ภาคผนวก - 1. เค้าโครง โครงงาน
1 บทท่ี1 บทนา ท่มี าและความสาคัญ ความเชอ่ื ในพลงั อานาจเหนือธรรมชาตทิ ีม่ ีผลต่อสภาพจติ ใจและมบี ทบาทในการกาหนด พฤติกรรมการกระทาต่างๆ ในทิศทางของความเชอ่ื นนั้ เป็นส่งิ ปรากฏอย่ใู นกลมุ่ คนการกระทาต่างๆ ใน ทิศทางของความเชื่อนนั้ เป็นสง่ิ ปรากฏอย่ใู นกลมุ่ คนและในกลมุ่ พนื ้ ที่ พลงั ความเชื่อมีผลตอ่ ความ ศรัทธา ความเชือ่ เป็นความรู้สกึ ที่ฝังลกึ อยใู่ นความคดิ ของมนษุ ย์ ทีม่ ตี ่อส่งิ ทม่ี ีอทิ ธิฤทธ์ิ มีอานาจเหนือ ธรรมชาติ มีผลตอ่ พฤตกิ รรมที่แสดงออกมาในรูปแบบต่างๆความเชือ่ จึงมีมาตงั้ แต่เร่ิมมีมนษุ ยชาติ แล้ว ค่อยๆพฒั นามาเป็นระบบความเชื่อทช่ี ดั เจน เป็นเร่ืองของอานาจเหนือธรรมชาติ ที่มีอย่เู หนือการ ควบคมุ ของมนษุ ย์และยอมรับในพลงั อานาจด้วยการเคารพบชู า ประกอบพิธีกรรม และประพฤติ ปฏิบตั ิตนให้อยใู่ นกรอบกติกาที่เห็นวา่ เหมาะสมกบั ความเชื่อนนั้ มนษุ ย์จงึ ต้องยอมสยบต่ออานาจสว่ น นคี ้ วามเช่ือประเภทนเี ้ป็นความเชื่อต่อสง่ิ ท่มี คี วามยงิ่ ใหญ่มากๆ เป็นส่งิ ท่มี ีพลงั อานาจสงู ท่มี นษุ ย์ทวั่ ไป ไม่อาจจะติดตอ่ ได้โดยตรงไมส่ ามารถต่อรองใดๆได้ จาต้องยอมสยบและเคารพบชู า มนษุ ย์จะยอมทา ทกุ วิธีทางเพอื่ เอาใจส่ิงท่ีมีความเชือ่ นี ้ซง่ึ มกั จะออกมาในรูปแบบของพธิ ีกรรมที่ยอมสยบ อ้อนวอนขอ ความเมตตาเป็นหลกั ความเชอื่ เก่ียวกบั วิญญาณหรือผสี างเทวดา เป็นสง่ิ ทไี่ มม่ ีตวั ตนแต่มีพลงั อานาจ ลกึ ลบั สามารถบงั คบั ควบคมุ ธรรมชาตบิ างอยา่ งได้ระดบั หน่งึ หรือให้คณุ ให้โทษได้ขณะทีบ่ างกลมุ่ จะมี ความเช่ือการแสดงออกซงึ่ ความเชือ่ จะชว่ ยบรรเทาความทกุ ข์ยากตา่ งๆและความเช่ือเหลา่ นจี ้ ะช่วยให้ สภาพการณ์ตา่ งๆคลีค่ ลายไปในทิศทางท่ีดีขนึ ้ กว่าเดิมการยอมสยบต่ออานาจเหนือธรรมชาตดิ ้วยการ ถวายส่งิ ของเคร่ืองบชู าเป็นการแสดงความเคารพหรือขอความเมตตา อนั เกดิ จากมีเหตกุ ารณ์ทมี่ ี ผลเสยี ตอ่ บคุ คลหรือกลมุ่ คนทรี่ ุนแรงมากๆ เป็นปรากฏการณ์ของภยั ร้ายทม่ี อี ย่ทู ว่ั ไป ทาให้เกิดความ กลวั และพยายามที่จะอ้อนวอนขอให้ส่งิ ทีม่ อี านาจเหนือธรรมชาตนิ นั้ ปราณี บางครัง้ จะมกี ารประกอบ พธิ ีกรรม พธิ ีกรรม คือ การกระทาท่ีคนเราสมมติขนึ ้ เป็นขนั้ เป็นตอน มรี ะเบยี บวิธีเพอื่ ให้เป็นส่ือ หรือหนทางทจี่ ะนามาซงึ่ ความสาเร็จในส่ิงท่ีคาดหวงั ไว้ ซ่ึงทาให้เกดิ ความสบายใจและมีกาลงั ใจ ที่จะ ดาเนินชีวิตต่อไป เชน่ พิธีกรรมเลยี ้ งผี พิธีการไหว้บรรพบรุ ุษ หรืออีกนัยหน่งึ พธิ ีกรรม หมายถึง
2 พฤตกิ รรม ทม่ี นษุ ย์พง่ึ ปฏบิ ตั ิต่อความเชื่อของตนเอง ไมว่ ่าจะเป็นกลมุ่ คนใดๆ ก็ตามต่างกม็ กี ารปฏิบตั ิ ตนตามความเช่อื และความศรัทธาของตนเอง จงึ ก่อให้เกิดเป็น พธิ ีกรรม ด้วยความเชอื่ และความ ศรัทธา เช่น ความเชือ่ ในแต่ละชนเผา่ นนั้ กจ็ ะมีพิธีกรรมเป็นการตอบสนองตอ่ ความเชื่อจงึ มีการทา พธิ ีกรรม ในทาพธิ ีกรรมมีการบชู าและการทาพิธีกรรม ซงึ่ แต่ละชนเผานนั้ ก็จะมีการทาพธิ ีกรรม แตกต่างกนั โดยทีจ่ ะนาอาหาร เซ่นไหว้ เครื่องด่มื ดอกไม้ และฯลฯ เป็นสว่ นประกอบในการทาพิธีกรรม เช่นในชนเผา่ ม้ง ชาวม้งมีการนบั ถือวิญญาณบรรพบรุ ุษ ส่งิ ศกั ด์สิ ทิ ธิ์เกี่ยวกบั ธรรมชาตสิ ่งิ แวดล้อมท่ี อยบู่ นฟา้ ในลานา้ ประจาต้นไม้ ภเู ขา ไร่นา ฯลฯ ชาวม้งจะต้องเซ่นสงั เวยส่งิ ศกั ดิส์ ทิ ธิ์ต่างๆ เหลา่ นีป้ ี ละครัง้ โดยเชื่อวา่ พิธีไสยศาสตร์เหลา่ นจี ้ ะชว่ ยให้วินิจฉัยโรคได้ถกู ต้องและทาการรักษาได้ผล เพราะ ความเจบ็ ป่วยทงั้ หลาย ล้วนแตเ่ ป็นผลมาจากการผิดผี ทาให้ผเี ดือดดาลมาแก้แค้นลงโทษให้เจ็บป่วย จึงต้องใช้วธิ ีจดั การกบั ผใี ห้คนไข้หายจากโรค หากว่าคนทรงเจ้ารายงานวา่ คนไข้ทล่ี ้มป่ วยเพราะขวญั หนี กจ็ ะต้องทาพธิ ีเรียกขวญั กลบั เข้าสรู่ ่างของบคุ คลนนั้ แตก่ ารท่ีจะเรียกขวญั กลบั มานนั้ จะต้องมี พธิ ีกรรมในการปฎบิ ตั ิมากมาย บางครัง้ บางพธิ ีกรรมก็มีความย่งุ ยากในการปฎิบตั แิ ต่ม้งก็ไมย่ อ่ ท้อต่อ อปุ สรรคเหลา่ นนั้ ม้งเชือ่ ว่าการทมี่ รี ่างกายสมบรู ณ์แขง็ แรง โดยไม่มโี รคภยั มาเบียดเบียน นนั่ คือ ความสขุ อนั ยิ่งใหญ่ของม้ง ฉะนนั้ ม้งจึงต้องทาทกุ อย่างเพอ่ื เป็นการรักษาให้หาย จากโรคเหลา่ นนั้ ซงึ่ พธิ ีกรรมในการรักษาโรคของม้งนนั้ มอี ย่หู ลายแบบ ซง่ึ แต่ละแบบก็รักษาโรคแต่ละโรค แตกต่างกนั ออกไป การท่จี ะทาพิธีกรรมการรักษาได้นนั้ ต้องดอู าการของผ้ปู ่วยว่าอาการเป็นเช่นไร แล้วจงึ จะเลือก วธิ ีการรักษาโดยวธิ ีใดถึงจะถกู ต้องและในการรักษาจะเก่ียวข้องเรื่องความเช่ือต่างๆด้วย เชน่ การเลยี ้ ง ผี ไหว้บรรพชนของม้งจงึ มกี ารทาพธิ ีกรรมขนึ ้ ในการทาพิธีกรรมจะมีอาหาร เครื่องเซน่ ไหว้ และ เครื่องดืม่ เช่น เหล้า เหล้าเป็นเหล้าท่คี นม้งนยิ มต้มเอง ด้วยความเชอ่ื ว่าในการทาเองทกุ ขนั้ ตอนจะ ศกั ดิ์สทิ ธ์ิกวา่ เหล้าทซ่ี ือ้ มา ดงั นนั้ ชาวม้งจึงนาเหล้าท่ีต้มเองมาเป็นเครื่องดม่ื ท่ใี ช้บชู าในการทาพิธีกรรม ในการทาพธิ ีกรรมบชู าของชนเผ่าม้งแทบทกุ พิธีกรรมจะมเี หล้าเป็นปัจจยั หลกั เหล้าขาวสว่ นใหญ่ถกู ใช้ในกจิ กรรมหรือประเพณีทม่ี ีความเก่ียวข้องกบั พิธีกรรมเป็นสว่ น ใหญ่เชน่ เป็นเครื่องเซน่ ไหว้ ใช้เป็นสนิ บนสาหรับบนบานศาลกลา่ วกบั สิง่ ศกั ด์สิ ทิ ธ์ิเหนือธรรมชาติ ความเชื่อเรื่องการนบั ถือผแี ละเทวดาเป็นความเชื่อดงั้ เดิมทีม่ ีอย่มู าก่อนทพ่ี ระพทุ ธศาสนาจะเผยแพร่ เข้ามาบทบาทของเหล้าจากพธิ ีกรรม จะเหน็ ได้ว่าเหล้าเป็นสว่ นหนึ่งของการประกอบพิธีกรรมตาม
3 ความเชอ่ื ในเร่ืองเหนือธรรมชาติ ประกอบพิธีกรรมโดยหวงั ผลในด้านชีวิตความเป็นอย่แู ละเพอ่ื เป็นการ ขอขมา จะเหน็ ได้จากเรื่องของความเช่ือในการนบั ถือผแี ละสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิ ชาวบ้านจะให้ความศรัทธาและ เคารพ นอกจากนยี ้ งั ให้ความสาคญั กับผีบรรพบรุ ุษของตนเองในกิจกรรมต่างๆ การทาและขายสง่ สรุ ากลนั่ เหล้าขาว วิสกี ้บร่ันดี และยิน ผ้ขู ออนญุ าตทาและขาย ต้อง เป็นบริษทั จากดั ซงึ่ จดทะเบียนตามกฎหมายไทย ทนุ จดทะเบียนไม่ตา่ กวา่ 10 ล้านบาท โรงงานต้องมี กาลงั การผลิตขนั้ ตา่ วนั ละ 3 หม่ืนลิตร มพี นื ้ ทไี่ ม่น้อยกว่า 200 ไร่ และตงั้ อย่หู ่างจากแม่นา้ ลาคลอง อย่างน้อย 2 กิโลเมตร กรณีทาสรุ ากลนั่ ชนดิ อ่นื ร่วมด้วย ต้องเพม่ิ กาลงั การผลิตขนั้ ตา่ วนั ละ 9 หม่ืนลิตร และมพี นื ้ ที่ไม่น้อยกวา่ 350 ไร่ ต้องส่งตวั อยา่ งสรุ าให้กรมสรรพสามิตตรวจสอบคณุ ภาพ และชาระเงนิ ภาษี หรือเงินอ่นื ใดต่อกรมสรรพสามิต หรือเจ้าหน้าทก่ี รมสรรพสามติ ตามอตั ราทก่ี าหนดไว้ การทาและขายสง่ สรุ าแช่ เช่นเบยี ร์และไวน์ต่างๆ กรณีสรุ าแชช่ นดิ เบียร์ ผ้ขู ออนญุ าตต้องเป็นบริษทั จากดั มีทนุ จดทะเบียนหรือมีเงนิ คา่ ห้นุ ไมต่ ่ากว่า 10 ล้านบาท โรงเบยี ร์ขนาดใหญ่ต้องมีกาลงั การผลิต ไม่ตา่ กว่า 10 ล้านลิตรต่อปี ขนาดเลก็ 1 แสนลิตรต่อปี ถ้าเป็นสรุ าแชช่ นิดสรุ าผลไม้เช่นไวน์ ต้องเป็น บริษทั จากดั หรือเป็นสหกรณ์ ทเ่ี สนอโครงการลงทนุ ก่อสร้างโรงงานสรุ า สว่ นการควบคมุ คณุ ภาพ และ การชาระภาษี ต้องปฏบิ ตั ิตามเงอื่ นไขการทาและขาย เช่นเดยี วกับสุรากล่นั ทุกประการ อย่างไรก็ ตาม การเปล่ยี นแปลงแก้ไขระเบยี บวิธีการบริหารงานสรุ า ของกระทรวงการคลงั ทเี่ ปิดเสรีการผลติ บน เงอื่ นไขตา่ ง ๆ ดงั กลา่ ว ก็ดจู ะยงั ไม่สามารถตอบคาถามว่าด้วย \"เสรีในการผลิตเหล้า\" ทแ่ี ท้จริง ทงั้ ยงั ไม่ อาจลดความขดั แย้งระหวา่ งชาวบ้านและรัฐ รวมถึงกลมุ่ ผกู ขาดเดิม ท่ีดารงอยมู่ าเป็นเวลานานได้ เนอื่ งจากมีหลายฝ่ายเห็นวา่ เงือ่ นไขในการขออนญุ าตผลิตและจาหนา่ ย ทรี่ ะบไุ ว้ในประกาศนนั้ เป็น เสมือนการกีดกนั้ ไม่ให้การผลติ สรุ าเป็นไปได้โดยเสรีไม่ต่างไปจากเดิม ดงั นนั้ จงึ สง่ ผลกระทบต่อการ ผลติ เหล้าพืน้ ชมุ ชนทม่ี มี าแต่โบราณอยแู่ ล้วเชน่ เหล้าเถ่ือน เหล้าม้ง ตามธรรมเนยี มของชาวม้งแล้วจะมกี ารต้มเหล้าข้าวโพดเตรียมไว้สาหรับทา พธิ ีกรรมนี ้ใครทม่ี ีฝีมอื ดีก็จะต้มเหล้าได้ใสเป็นตาตก๊ั แตน ผ้เู ขยี นเคยได้ลองชมิ เหล้าข้าวโพดนแี ้ ล้วบอก ได้เลยว่าทงั้ หอมหวานรสชาตสิ ้กู บั เหล้าฝรั่งได้เลย สว่ นความแรงนัน้ ไม่ต้องพดู ถึงเหล้าม้งนนั้ สามารถ ทาจากข้าวโพด หรือข้าวกไ็ ด้ แต่ชาวม้งนิยมใช้ข้าวโพดในการทาเหล้า ดงั้ นนั้ กลมุ่ ของข้าพเจ้าจึงศกึ ษาการผลิตเหล้าและประเภทเหล้าของม้ง ศกึ ษาประเพณีท่ี เกี่ยวข้องกบั เหล้าของม้ง และศกึ ษาขนั้ ตอนและวิธีการต้มเหล้าของม้ง
4 วัตถปุ ระสงค์ 1.ศึกษาการผลิตและประเภทเหล้าของม้ง 2.ศกึ ษาประเพณีทเี่ กี่ยวข้องกบั เหล้าของม้ง 3.ศกึ ษาขนั้ ตอนและวธิ ีการต้มเหล้าของม้ง
5 บทท่ี2 เอกสารท่ีเก่ยี วข้อง จากการศกึ ษาโครงงานประวตั ิศาสตร์ เรื่อง เหล้าพืน้ บ้านม้ง พบวา่ มีเอกสารท่ีเก่ียวข้อง กบั โครงงาน ดงั นี ้ 1. วถิ ีชีวิตของม้ง 2. วฒั นธรรมประเพณี 3. ศาสนา ความเชอื่ และพธิ ีกรรม 4. ประเภทของเหล้า 5. กฎหมาย เหล้า-เบียร์ โดยมีรายละเอียด ดงั นี ้ 1.วถิ ชี ีวติ ของม้ง ม้ง หมายถงึ อิสระชนเดิมอาศยั อยใู่ นประเทศจีน ต่อมาชาวจนี เข้ามาปราบปราม เป็น เหตใุ ห้อพยพลงมาถึงตอนใต้ของจีน และเขตอินโดจนี ในช่วงสงครามโลกครัง้ ที่ 2 และตอนเหนอื ของ ประเทศไทย ประมาณ พ.ศ. 2400 โดยมสี องกลมุ่ ได้แก่ ม้งเขียวและม้งขาว ม้งจะไม่ชอบให้เรียกม้งว่า แม้ว เพราะจะถือว่าเป็นการดถู กู เหยียดหยาม ประชากรของม้งในประเทศไทย มมี ากเป็นอนั ดบั 2 รอง จากกะเหร่ียง ตงั้ ถิ่นฐานอย่ตู ามภเู ขาสงู หรือที่ราบเชิงเขาในเขตพนื ้ ทจ่ี งั หวดั เชยี งราย พะเยา น่าน เชียงใหม่ แมฮ่ อ่ งสอน แพร่ ลาปาง กาแพงเพชร เลย พษิ ณโุ ลก เพชรบรู ณ์ สโุ ขทยั และตาก ในอดีตนนั้ ม้งอาศยั อยตู่ ามภเู ขาอย่ตู ามธรรมชาติ ม้งต้องตรากตราทางานหนกั อยแู่ ตใ่ น ไร่เทา่ นนั้ ทาให้ม้งไมม่ เี วลาท่ีจะดแู ลตวั เองและครอบครัว ดงั นนั้ ชวี ิตความเป็นอยขู่ องม้งจงึ เป็นแบบ เรียบงา่ ย เพราะคลกุ คลีกบั ธรรมชาตเิ ป็นสว่ นใหญ่เท่านนั้ ชีวติ ประจาวนั ของม้งคอื ทาไร่ ทาสวน และ หารายได้เล็กน้อยเพอ่ื จนุ เจือครอบครัว สว่ นเรื่องอาหารก็จะเป็นเรื่องเรียบงา่ ย ในการกนิ อาหารม้ง นิยมใช้ตะเกียบซงึ่ รับมาจากธรรมเนียมจีน สว่ นเหล้าจะนิยมดืม่ กนั ในงานเลีย้ งต่างๆ เชน่ งานแต่งงาน งานเลยี ้ งญาติ อาจเป็นญาติของภรรยาทีม่ าเยยี่ ม ฝ่ายญาติทางสามจี ะต้องรินแก้วเหล้าแจก ครัง้ ละ 2
6 แก้ว โดยเช่ือกนั ว่าจะทาให้ค่สู ามภี รรยาอยดู่ ้วยกนั ตลอดไป ก่อนจะดื่มเหล้าแต่ละคนจะพดู ว่า \"ผมจะ ดม่ื เพือ่ ทกุ คน\" และจะต้องควา่ จอก หรือคว่าแก้วเมื่อหมดแล้ว ม้งจะนยิ มดม่ื เหล้าครัง้ เดียวหมดแก้ว มี การดมื่ ซา้ วนเวียนหลายครัง้ ผ้ทู ม่ี ใิ ช่นกั ดมื่ ย่อมจะทนไม่ได้ อาจขอให้บคุ คลอนื่ ชว่ ยด่ืมแทนกไ็ ด้ เหล้า จะทากนั เองในหม่บู ้าน ซงึ่ ทาจากข้าวโพด ข้าว หรือข้าวสาลี ม้งให้เกียรตแิ กผ่ ้ชู าย เพราะฉะนนั้ ผ้หู ญิง จงึ รับประทานอาหารหลงั ผ้ชู ายเสมอ การประกอบอาหารของม้งส่วนใหญ่จะเป็นในลกั ษณะการต้ม ทอด และม้งยงั มคี วามสามารถในการถนอมอาหาร ซงึ่ ในการถนอมอาหารสามารถถนอมได้หลายแบบ เชน่ การหมกั การดอง (ซงึ่ ปัจจบุ นั นี ้ม้งสว่ นใหญ่ไมไ่ ด้ใช้ตะเกียบในการรับประทานอาหารแล้ว สว่ น ใหญ่จะใช้ช้อนมากกวา่ ซง่ึ เมอื งไทยแทบจะไม่พบม้งทใ่ี ช้ตะเกียบในการทานข้าว แต่ม้งที่ประเทศลาว ยงั คงใช้ตะเกียบในการรับประทานข้าวอย่)ู 2.วัฒนธรรมประเพณี 2.1 ประเพณีแต่งงาน เม่ือฝ่ายชายและฝ่ายหญิงรู้จกั กนั และเกิดรักกนั ทงั้ 2 คนอยากใช้ชวี ิต ร่วมกนั ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะกลบั มาบ้านของตนเอง และฝ่ายชายค่อยมาพา ฝ่ายหญิงจากบ้านของฝ่ายหญิง โดยผ่านประตผู บี ้านของฝ่ายหญิง เพราะคนม้งถือ และเป็นวฒั นธรรมของคนม้ง หลงั จากที่ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงกลบั มาถึงบ้านของ ฝ่ายชาย พ่อ แมข่ องฝ่ายชาย จะเอาแมไ่ ก่มาหมนุ รอบศีรษะทงั้ สองคน 3 รอบ เรียกวา่ “หรือข๊า” เป็นการต้อนรับคนทงั้ สองเข้าบ้าน ซง่ึ ฝ่ายชายต้องแจ้งให้ญาติทาง ฝ่ายหญิงทราบภายใน 24 ชวั่ โมง โดยจดั หาคน 2 คน เพื่อไปแจ้งขา่ วให้พ่อแม่และ ญาติทางฝ่ายหญิงทราบ ว่าตอนนบี ้ ุตรชายของเราได้พาบตุ รสาวของท่านมาเป็น ลกู สะใภ้ของเราแล้ว ท่านไม่ต้องเป็นห่วงบุตรสาว โดยคนที่ไปแจ้งขา่ วนนั้ คนม้งเรียก ว่า “แม่โก๊ง” พอ่ แมฝ่ ่ายหญิงจะแจ้งให้ทางฝ่ายชายวา่ ทราบว่าอกี 3 วนั ให้ “แม่โก๊ง” มาใหม่ นนั้ หมายถึงวา่ พ่อแม่ทางฝ่ายหญิงต้องการจดั งานแตง่ งาน สมยั ก่อนคนม้ง มกั จะอย่กู ินด้วยกนั ก่อนสองถึง 3 เดอื น หรืออาจจะเป็นปีแล้วค่อยมาจัดงานแตง่ แต่ ปัจจบุ นั นสี ้ งั คมเปลีย่ นไปตามยคุ เทคโนโลยี ทาให้การจดั งานแตง่ งานของคนม้งได้ กาหนดจดั งานแตง่ งานภายใน 3 วนั เป็นท่ีนิยมกนั ในปัจจบุ นั ชาวม้ง จะไม่เกีย้ วพา ราสี หรือแตง่ งานกบั คนแซ่หรือตระกลู เดียวกนั เพราะถือเป็นพีน่ ้องกนั ชาวม้งนิยม แตง่ งาน ในระหว่างอายุ 15-19 ปี เมอื่ แต่งงานกนั แล้วฝ่ายหญิงจะย้ายเข้ามาอยใู่ น
7 บ้านของฝ่ายชาย ซงึ่ นบั เป็นการเพ่ิมสมาชกิ ในครอบครัว ชายชาวม้งอาจมีภรรยาได้ มากกว่าหนง่ึ คน อย่รู วมกนั ในบ้านของฝ่ายสามี 2.2 ประเพณีกินข้าวใหม่ของม้ง เป็นประเพณีท่ีสบื ทอดกนั มาตงั้ แต่สมยั รุ่นทวด-รุ่นป่ ู ซง่ึ ม้งจะมีความ เชื่อวา่ จะต้องเลีย้ ง ผปี ่ -ู ผีย่า เพราะช่วงเวลาในหนึ่งรอบปีหรือในหนึง่ ปีทผี่ า่ นมานนั้ ผี ป่-ู ผยี า่ ได้ดแู ลครอบครัวของแตล่ ะครอบครัวเป็นอยา่ งดี ดงั นนั้ จึงมกี ารปลกู ข้าวใหม่ เพ่ือจะเซน่ บชู า คณุ ผีป-ู ผียา่ กบั เจ้าทีท่ กุ ตน ซงึ่ การกินข้าวใหม่จะทากนั ในเดือน ตลุ าคมของทกุ ปี ข้าวใหม่คือข้าวทป่ี ลกู ขนึ ้ มาเพื่อท่จี ะเซน่ ถวายให้กบั ผีป่ ู-ผยี ่า แล้ว สกุ ในระหว่างเดอื นกนั ยายนถงึ ต้นเดือนตลุ าคม แล้วจะต้องเกบ็ เก่ียวโดยเคยี วเก่ียว ข้าว ทม่ี ขี นาดเล็ก เพราะเคี่ยวท่ีใช้เก่ียวนนั้ สามารถท่จี ะเก่ียวต้นข้าวได้เพยี ง 3-4ต้น เทา่ นนั้ จะเร่ิมเกี่ยวได้เมื่อรวงข้าวสกุ แต่ยงั ไม่เหลอื งมาก ต้องเกี่ยวตอนที่รวงข้าวมสี ี เขียวปนเหลือง เมอ่ื เก่ียว เสร็จกจ็ ะนามานวดให้ข้าวเปลือกหลดุ ออกโดยไมต่ ้องตาก ให้แห้ง นาข้าวเปลือกท่นี วดเรียบร้ อยแล้ว มาคว่ั ให้เม็ดข้าวแข็งและเปลอื กข้าวแห้ง เพ่ือให้สะดวกในการตาข้าว ในอดีตนนั้ นิยมการตาข้าวด้วยโค้กกระเดื่อง เม่ือตา เสร็จเรียบร้อยนาข้าวมาหงุ เพ่ือเซ่นไหว้ผีป่ -ู ผยี ่า ซงึ่ ในการทาพธิ ีเซน่ ผีนนั้ สามารถทา โดยการนาไก่ตวั ผ้ทู ีต่ ้มทงั้ ตวั มาเซน่ ไหว้ตรงผปี ระตกู ่อน ซ่งึ ตาแหนง่ ที่จะต้องเซน่ ไหว้ มี 5 แห่งได้แก่ สื่อก๋าง ดงั้ ขอจ๊บุ ดงั้ ขอจดุ ดงั้ ขอจ่อง ดงั้ จดี ้ งั้ ขณะทาพธิ ีต้องสวดบท สวดเพอ่ื ท่ีบอกให้ส่งิ ศกั ดสิ์ ทิ ธิ์ท่ีนบั ถือได้รับรู้และ เข้ามาทานก่อน เมื่อทาพิธีเสร็จคน ในบ้านถงึ จะสามารถทานต่อได้ ซงึ่ พิธีกนิ ข้าวใหม่นนั้ ได้สืบทอด มานานหลายชวั่ อายคุ น 3.ศาสนา ความเช่อื และพิธีกรรม 3.1 ความเชือ่ เรื่องการทาผี หรือการลงผี (การอวั๊ เน้ง) เป็นการรักษาอีกประเภทหนึ่งของม้ง การอวั๊ เน้ง (การทาผีหรือลงผี) มี อยู่ 3 ประเภท คือ การอว๊ั เน้งขอ่ ยชวั๊ ะ การอวั๊ เน้งเกร่ทง่ั และการอวั๊ เน้งไซใย่ ซงึ่ แต่ ละอวั๊ เน้งมคี วามแตกตา่ งกนั ออกไป การรักษากแ็ ตกต่างกนั ไปด้วย การจะอว๊ั เน้งได้ เม่ือมีคนในครอบครัวเจ็บป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ เป็นการรักษาอกี ประเภทหนง่ึ ดงั นนั้ ม้ง
8 มกั จะนยิ มอวั๊ เน้งเพ่ือการเรียกขวญั ที่หายไปหรือมีผีพาไปให้กลบั คืนมาเท่านนั้ ซง่ึ ม้ง เชอื่ วา่ การเจบ็ ป่ วยเกิดจากขวญั ทอี่ ย่ใู นตวั หายไป มีวธิ ีการรักษาดงั นี ้เวลาอวั๊ เน้ง หรือทาผีนนั้ คนท่ีเป็นพ่อหมอจะเริ่มไปนง่ั บนเก้าอี ้แล้วร่ายเวทมนต์คาถาตา่ งๆ พร้อมกบั ตดิ ต่อ ส่อื สารกบั ผีแล้วไปคล่ีคลายเรื่องราวตา่ งๆ กบั ผี ถ้าคล่คี ลายได้แล้ว จะมีการฆ่าหมู แต่ก่อนจะฆ่าหมนู นั้ จะต้องให้คนไข้ไปนง่ั อย่ขู ้างหลงั พอ่ หมอ แล้ว ผกู ข้อมอื จากนนั้ นาหมมู าไว้ข้างหลงั คนไข้ แล้วพ่อหมอจะสง่ั ให้ฆ่าหมู การทจ่ี ะฆ่า หมไู ด้นนั้ จะต้องมีคนหนึง่ ซงึ่ เป็นตวั แทนของพ่อหมอ และสามารถฟังเร่ืองราวของ การอวั๊ เน้งได้ รู้ว่าตอนนพี ้ อ่ หมอต้องการอะไร หรือสงั่ ให้ทาอะไร เมอ่ื พอ่ หมอสงั่ ลงมา คนทเี่ ป็นตวั แทนต้องบอกกบั คนในครอบครัวให้ทาตามคาบอกกลา่ วของพอ่ หมอ เมือ่ สงั่ ให้หา่ หมกู ็ต้องนาหมมู าฆ่าแล้วจะนากวั ะมาจมุ กบั เลอื ดหมู พร้อมกบั มาปะที่ หลงั คนไข้ แล้วพ่อ หมอจะเป่ าเวทมนต์ให้ จากนนั้ จะนากวั ะไปจมุ่ เลือดหมู เพอื่ ไป เซน่ ไหว้ท่ผี นงั ทเี่ ป็นทรี่ วมของของบชู าเหลา่ นนั้ 3.2 ความเช่อื เรื่องการรักษาคนตกใจ (การไซ่เจง) เป็นการรักษาอีกประเภทหนง่ึ ของม้ง การไซเ่ จงจะกระทาเมอ่ื มีคนป่วย ที่ตวั เย็น เท้าเย็น ใบหเู ยน็ มือเย็น ซง่ึ ม้งเช่ือว่าการที่เท้าเย็น มือเย็น หรือตวั เย็น เกิด จากขวญั ในตวั คนได้หลน่ หายไป หรือไปทาให้ผกี ลวั แล้วผกี แ็ กล้งทาให้บคุ คลนนั้ ไม่ สบาย มวี ิธีการรักษาดงั นี ้พ่อหมอจะนาเอาขงิ มานวดตามเส้นประสาท ได้แก่ บริเวณปลายจมกู ตรงไปทห่ี น้าผาก นวดแล้วย้อนกลบั ไปทใ่ี บหู แล้ว นวดบริเวณ หน้าผากไปทใ่ี บหซู า้ 3 ครัง้ จากนนั้ เปล่ียนเป็นการนวดที่เส้นประสาทมอื คือ จะนวด ทป่ี ลายนิว้ มือไลไ่ ปทีข่ ้อมือทาซา้ ทกุ นวิ ้ มือ แล้วรวมกนั ทีข่ ้อมือนวด และหมนุ รอบท่ี ข้อมือ ซง่ึ ขณะนวดต้องเป่ าคาถาด้วย และบริเวณฝ่าเท้าให้นวดเหมือนกนั ต้องทาซา้ กนั 3 ครัง้ ซง่ึ การรักษาไซเ่ จงนจี ้ ะทาการรักษา 3 วนั เม่ือเสร็จจากการรักษาแล้ว ถ้า อาการไม่ดขี นึ ้ ก็หาวธิ ีอื่นๆ มารักษาตอ่ เชน่ อว๊ั เน้งหรือการฮปู รี เป็นต้น 3.3 ความเชอ่ื เรื่องการปัดกวาดสง่ิ ทไี่ ม่ดอี อกไป เป็นการรักษาอกี วิธีหนงึ่ ของม้งที่จะปฏบิ ตั ิในช่วงขึน้ ปีใหมเ่ ท่านนั้ คือ ในหน่งึ รอบปีทีผ่ ่านมาครอบครัวจะเจอสงิ่ ทีไ่ มด่ ี ดงั นนั้ จึงมกี ารหรือซู้เพื่อปัดเป่า หรือ กวาดสงิ่ ทีไ่ ม่ดีให้ออกไปจากบ้าน และตวั บคุ คลหรือเป็นการปัดเป่า กวาดโรคภัยไข้
9 เจ็บออกจากตวั บคุ คล หรือออกจากบ้านให้หมด เพอื่ ทจี่ ะรับปีใหม่ทีเ่ ข้ามา และ ต้อนรับสง่ิ ดๆี ทกี่ าลงั จะมาในปีถดั ไป พิธีกรรมนมี ้ ้งจะทาทกุ ปี และคนในครอบครัว ต้องอยใู่ ห้ครบทุกคน ไม่ให้ขาดคนใดคนหนึง่ (แต่หากว่าคนในครอบครัวนนั้ เกิดไป ทางานต่างจงั หวดั และไมส่ ามารถที่จะกลบั มาร่วมพิธีกรรมนีไ้ ด้ ผ้ปู กครองของ ครอบครัวต้องนาเสือ้ ผ้าของคน ท่ีไม่อย่มู าร่วมพธิ ีกรรมให้ได้ หากไมไ่ ด้เข้าร่วม พธิ ีกรรมนี ้ม้งเชื่อว่า ส่ิงทไี่ ม่ดีจะติดตวั ไปยงั ปีถดั ๆ ไป และทาอะไรก็ไม่เจริญ) 3.4 ความเชอื่ เร่ืองหมปู ระตผู ี เป็นพิธีกรรมทม่ี ้งกระทาเพือ่ รักษาคนทงั้ หมดในบ้านหลงั นนั้ ให้ ปราศจากโรคภยั โดยมีวิธีการรักษา ดงั นี ้ซง่ึ การประกอบพิธีกรรมหมปู ระตนู นั้ จะทา ในตอนกลางคืนเทา่ นนั้ อนั ดบั แรกคือจะมกี ารกลา่ วปิด และกลา่ วเปิดประตู จากนนั้ จะมกี ารฆา่ หมแู ล้วต้มให้สกุ จากนนั้ ก็กลา่ วปิดประตู แล้วนา หมทู ่ีต้มสกุ นนั้ มาหนั่ ให้เป็นชนิ ้ เลก็ ๆ จดั ไว้ตามจานที่วางไว้ 9 จาน ซงึ่ แตล่ ะจานจะใสช่ ิน้ เนอื ้ ไม่เหมือนกนั 4.ประเภทของเหล้า 4.1 วอดกา (Vodka) แต่เดมิ เขียนวา่ “Vada” เป็นภาษารัสเซีย แปลว่า นา้ แห่งชีวติ ต่อมามี การเพยี ้ นไปเป็น “Vodka” เป็นเหล้าสขี าวใสกลนั่ จากสว่ นผสมหมกั อย่าง กากนา้ ตาลของมนั ฝรั่ง ธญั พืช (โดยมากเป็นข้าวไรย์หรือข้าวสาลี) มีปริมาณ แอลกอฮอล์อยทู่ ่ีประมาณ 35% - 95% มีกล่ินเพียงเลก็ น้อยจนแทบไม่รู้สกึ เน่ืองจาก ผ่านกรรมวธิ ีในการกาจดั กล่ินออก ดม่ื แล้วไมม่ กี ล่ินติดค้างในคอ ในสมยั นมี ้ ีการแต่ง กล่นิ เพิม่ เข้าไป เช่นกล่นิ ผลไม้ หรือสมนุ ไพรต่าง ๆ 4.2 โซจู (Soju) จดั เป็นวอดกาชนิดหน่งึ เป็นเหล้าทช่ี าวเกาหลีที่นยิ มดื่มกนั ในทกุ เทศกาล หรือแม้จะไม่มเี ทศกาลกต็ งั้ วงด่ืมกนั เป็นปกติ มลี กั ษณะใส ไมม่ กี ล่นิ รสขม อมหวาน ซงึ่ เป็นผลจากการกลนั่ จากข้าว มนั เทศ หรือมนั ฝรั่งหมกั มปี ริมาณ แอลกอฮอล์อยทู่ ่ีประมาณ 17% - 45% ภาพจาของโซจคู อื เคร่ืองดมื่ ใสแจว๋ บรรจใุ น
10 ขวดสีเขียวใส ปัจจุบนั มีการเสริมแตง่ กลนิ่ รสของผลไม้ชนิดต่าง ๆ เข้าไป เช่น ส้ม แอปเปิล้ ฯลฯ ทาให้ดืม่ งา่ ยขึน้ 4.3 สาเก (Sake) เป็นเคร่ืองดมื่ ยอดนิยมจากประเทศญี่ป่นุ ทาจากข้าวหมกั กบั กล้าเชือ้ หรือ “โคจ”ิ จงึ มชี อ่ื เรียกว่า ไวน์ข้าว แตก่ ารผลิตจะใช้การกลน่ั เหมือนกบั กระบวนการ ผลิตเบยี ร์ หรือเหล้ามากกวา่ ไวน์ โดยสว่ นใหญ่ สาเกจะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยทู่ ่ี 18% - 20% และจะเหลอื เพียง 15% เมอ่ื บรรจลุ งขวด เป็นเครื่องด่ืมทีส่ ามารถดมื่ ได้ ทกุ ที่ทกุ เวลา จะดมื่ คนเดียวหรือเพอื่ สงั สรรค์เป็นหมคู่ ณะกไ็ ด้ เพราะสาเกสามารถ ดื่มได้กบั อาหารญี่ป่นุ ทกุ อย่างและเข้ากนั ได้ดีกบั อาหารทกุ ประเภท แต่สว่ นใหญ่จะ ไม่แนะนาให้ด่ืมกบั อาหารที่มขี ้าวเป็นหลกั อาทิ ซชู ิ หรือโอนกิ ริ ิ เพราะจะทาให้สาเก สญู เสียรสชาติไป โดยจะนิยมเสริ ์ฟอยู่ 2 แบบ คือ แบบร้อน และแบบเย็น 4.4 จิน (Gin) มลี กั ษณะสีขาวใสบริสทุ ธิ์ มีกล่นิ หอมจากรากไม้และสมนุ ไพร มี ปริมาณแอลกอฮอล์อยทู่ ่ี 37.5% - 50% ได้จากการนาเมล็ดข้าวโพด ข้าวไรย์ ข้าว บาร์เลย์ ข้าวสาลี และข้าวต่างๆ มาบดให้เข้ากนั แล้วนาไปต้มและหมกั เมื่อหมกั ได้ ปริมาณแอลกอฮอล์ตามต้องการแล้วก็ทาการกลนั่ ครัง้ แรก แล้วกลน่ั ซา้ อีกโดยเตมิ ผลจนู ิเปอร์ (Juniper) ลงไปเล็กน้อย นอกจากผลจนู เิ ปอร์ อาจเติมสมนุ ไพรอ่นื ๆ เพ่ือให้กลนิ่ และรสลงไปด้วย เชน่ อลั มอนด์ (Almond) คาลามสุ (Calamus) คา ราเวย์ (Caraway) คาสเซีย (Cassia) อบเชย ลกู กระวาน แอนเจลิกา เมล็ดอะนิส เมลด็ ผกั ชี เมล็ดเทยี นข้าวเปลอื ก ขิง มะนาว เปลือกส้ม ออร์ริส ชะเอม โดยอาจใช้ สว่ น ราก เปลือก เมล็ด หรือ 4.5 เตกีลา (Tequila) เป็นเหล้าทผี่ ลิตในประเทศเม็กซิโก มวี ตั ถุดบิ เป็นต้นกระบองเพชรพนั ธ์ุ อากาเว (Agave) โดยจะเลือกเฉพาะพนั ธ์ุสีฟ้า หรือท่ีเรียกกนั ว่า \"บลู อากาเว\" (Blue Agave) เทา่ นนั้ และต้องใช้อากาเว ท่มี ีอายุ 8-12 ปี ขนึ ้ ไป โดยลกั ษณะผลอากาเว
11 จะมีลกั ษณะเหมอื นผลสบั ปะรด ภายในจะมเี นือ้ และนา้ ฉ่าซงึ่ เหมาะแก่การหมกั โดยจะนาเอาผลไปคนั้ เอานา้ เพ่อื นาไปหมกั ใช้ระยะเวลาการหมกั ประมาณ 2 วนั แล้วจึงนาไปกลน่ั ก็จะได้นา้ ใสท่มี ีปริมาณแอลกอฮอล์ 32% – 60% โดยปกตเิ ตกีลา จะไม่มกี ารบม่ ต่อ จะนาไปบรรจขุ วดจาหน่ายได้ 4.6 เหล้าขาว (White Rum) จดั เป็น White Rum ชนดิ หน่ึงทามาจากนา้ ตาลอ้อยคณุ ภาพดี จึงทา ให้มีกลนิ่ หอม น่มุ และมีรสชาตติ ่างจากเหล้าใสไร้สีอนื่ ๆ ปริมาณแอลกอฮอล์อยทู่ ่ี ประมาณ 35-40% แต่มีบางยีห่ ้อท่ีผลิตให้มีดกี รีสงู มาก ๆ ถงึ 75.50% ทงั้ นีท้ งั้ นนั้ เพือ่ ความปลอดภยั ระดบั แอลกอฮอล์ควรอย่รู ะหวา่ ง 35 - 45 ดกี รี โดยเหล้าขาวต้อง ปราศจากเครื่องย้อม หรือสงิ่ ผสมปรุงแตง่ อื่นนอกจากนา้ 4.7 สาโท หรือ นา้ ขาว สาโทเป็นเหล้าแช่ทีท่ าจากข้าวนามาหมกั กบั ลกู แปง้ จนเกดิ การ เปลย่ี นแปง้ เป็นนา้ ตาล หลงั จากนนั้ นา้ ตาลจะเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ สาโทท่ีผ่าน กระบวนการทงั้ หมดนจี ้ ะมปี ริมาณแอลกอฮอลไ์ ม่เกนิ 15 ดกี รี เช่น มกั กอลลีของ เกาหลี 4.8 อหุ รือ เหล้าไห อเุ ป็นเหล้าท่ที ามาจากข้าวเหนียวผสมกบั แกลบ แล้วนามาหมกั กบั ลกู แปง้ โดยจะหมกั ไว้ข้างนอกไหกอ่ น เพอ่ื ให้ราเตบิ โตก่อนบรรจลุ งในไห 1 คนื หลงั จากนนั้ รอจนเกิดการเปลย่ี นแปง้ เป็นนา้ ตาล หลงั จากนนั้ นา้ ตาลจะเปลี่ยนเป็น แอลกอฮอล์ ซงึ่ การหมกั จะต้องอย่ใู นสภาพปราศจากอากาศ 4.9 กะแช่ หรือ นา้ ตาลเมา เป็นเหล้าแชท่ ่ีได้จากการหมกั นา้ ตาลสด เร่ิมจากการท่ีชาวบ้านจะนา กระบอกไม้มารองนา้ ทไ่ี หลออกมาจากการปาดต้นตาล โดยชาวบ้านจะนาไม้เคยี่ ม, ไม้พยอม หรือไม้ตะเคียนใสไ่ ว้ในกระบอกไม้ด้วย หลงั จากนนั้ นา้ ตาลสดจะเริ่มทา
12 ปฏิกริ ิยาจนกลายเป็นยีสต์ตามธรรมชาติ และจะผลิตแอลกอฮอล์ออกมา ใช้เวลา 1 วนั ในการหมกั นา้ ตาลสดให้เป็นกะแช่ 4.10 ยาดอง หรือ เหล้าดอง คนในสมยั ก่อนดื่มยาดองเหล้าเป็นเครื่องดมื่ ชกู าลงั โดยการนาเหล้า มาหมกั กบั สมนุ ไพรต่าง ๆ มีสรรพคณุ ตามสมนุ ไพรที่หมกั ไป เช่น ช่วยบารุงกาลงั บารุงโลหิต หรือช่วยเรื่องสมรรถภาพ โดยสมนุ ไพรที่นามาใช้มกั จะเป็นสมนุ ไพรแห้ง นามาบดผสมกบั เหล้าขาว คนกลบั ยาทกุ วนั ปิดฝาทงิ ้ ไว้นานประมาณ 30 วนั แล้ว รินเอาแต่นา้ ยาดองมาดื่ม 5.กฎหมาย เหล้า-เบยี ร์ ประกาศห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลท์ างออนไลน์ จะมีผลตงั้ แตว่ นั นี ้(7 ธ.ค.63) เป็น ต้นไป และมีการกาหนดโทษไว้คอ่ นข้างสงู คือ โทษจาคกุ ไม่เกนิ 6 เดือน หรือปรับไมเ่ กิน 10,000 บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ “ประชาชาติธรุ กจิ ” รวบรวมกฎหมายเก่ียวกบั แอลกอฮอล์ทต่ี ้องรู้ ก่อนจะไปเฉลมิ ฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตามพระราชบญั ญตั สิ รุ า พ.ศ.2493 และฉบบั แก้ไข ซง่ึ ได้กาหนดโทษ สาหรับผ้ฝู ่าฝืนไว้ ดงั นี ้ • ทาสรุ าโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต อตั ราโทษจาคกุ ไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไมเ่ กนิ ห้า พนั บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ • ทาสรุ าโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าตและขายสรุ านนั้ ด้วย อตั ราโทษจาคกุ ไม่เกินหนง่ึ ปี หรือ ปรับไม่เกนิ หน่งึ หมืน่ บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ • ขายสรุ าทร่ี ู้ว่าทาขนึ ้ โดยไม่ได้รับอนญุ าตปรับไมเ่ กนิ ห้าพนั บาท • มไี ว้ในครอบครอง ซง่ึ สรุ าท่ีรู้ว่าทาขนึ ้ โดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต ปรับไม่เกนิ หนง่ึ พนั บาท
13 • ขายสรุ าท่ีรู้ว่าต้องปิดแสตมป์ สรุ าแตม่ ไิ ด้ปิดแสตมป์ สรุ า อตั ราโทษจาคกุ ไม่เกนิ หกเดือน หรือ ปรับไม่เกนิ สี่เทา่ ของค่าภาษี แต่ต้องไมน่ ้อยกว่าลิตรละหนง่ึ ร้อย บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ • มีไว้ในครอบครองสรุ าที่รู้วา่ ต้องปิดแสตมป์ สรุ าแตม่ ไิ ด้ปิดแสตมป์ สรุ า โดยไม่ สจุ ริต อตั ราโทษปรับไม่เกนิ สองเทา่ ของค่าภาษีแต่ต้องไม่น้อยกวา่ ลิตรละห้าสิบ บาท • นาสรุ าเข้ามาในราชอาณาจกั รเกนิ กว่าหนง่ึ ลติ ร โดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต อตั ราโทษ ปรับไมเ่ กินหนึ่งพนั บาทถ้วน • ใช้สรุ าทานา้ หอมต่าง ๆ หรือ หวั นา้ เชือ้ ตา่ ง ๆ หรือนา้ ยารักษาโรคตา่ ง ๆ เพ่ือ การค้า โดยไมไ่ ด้รับใบอนญุ าต อตั ราโทษปรับไม่เกนิ ห้าร้อยบาท • ขนสรุ าที่ยงั มไิ ด้เสียภาษีออกจากโรงงานสรุ าโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าติ อตั ราโทษ จาคกุ ไม่เกนิ หนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกนิ สเี่ ทา่ ของค่าภาษีสรุ า แต่ต้องไม่น้อยกว่าสอง หมืน่ บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ • ขายสรุ าโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าต อตั ราโทษ มี 2 ลกั ษณะ ถ้าขายสรุ าตา่ งประเทศ อตั ราโทษ ปรับไม่เกนิ สองพนั บาท หรือ ถ้าขายสุราท่ีผลิตในประเทศ อตั ราโทษ ปรับไม่เกินห้ าร้ อยบาท • ผ้ไู ด้รับอนญุ าตทาสรุ า ย่นื บญั ชีแสดงจานวนสรุ าอนั เป็นเท็จ อตั ราโทษจาคกุ ไม่ เกนิ หกเดือน หรือปรับไม่เกินหนงึ่ หมนื่ บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ • มแี สตมป์ สรุ าซงึ่ รู้ว่าเป็นแสตมป์ ปลอม หรือ แสตมป์ สรุ าที่ใช้แล้วไว้ใน ครอบครอง เพอ่ื ใช้อีกหรือเพื่อการค้า หรือ นาแสตมป์ สรุ าทีใ่ ช้แล้วมาใช้อีก อตั รา โทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หนง่ึ ปี หรือ ปรับไมเ่ กนิ ห้าพนั บาท หรือ ทงั้ จาทงั้ ปรับ • ขายเคร่ืองด่ืมแอลกอฮอลท์ างออนไลน์ โทษจาคกุ ไม่เกินหกเดือน หรือ ปรับไม่ เกินหนงึ่ หมน่ื บาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ • นอกจากนยี ้ งั มกี ฎหมายทีเ่ ก่ียวข้อง เช่น หากเป็นการเชิญชวนให้ด่มื เครื่องด่ืม แอลกอฮอล์ จะเข้าข่ายความผดิ ตาม พ.ร.บ.ควบคมุ เครื่องดมื่ แอลกอฮอล์ มีโทษ จาคกุ ไมเ่ กนิ หนง่ึ ปี หรือ ปรับไมเ่ กินห้าแสนบาท หรือทงั้ จาทงั้ ปรับ • สว่ นการขายสรุ าให้กบั เด็กและเยาวชน อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. ค้มุ ครองเดก็ พ.ศ.2546
14 บทท่ี3 วิธีการดาเนนิ การโครงงาน การจดั ทาโครงงานประวตั ศิ าสตร์ เรื่อง เหล้าพืน้ บ้านม้ง ผ้จู ดั ทามีวิธีการดาเนินงานตาม ขนั้ ตอนทางประวตั ิศาสตร์ทงั้ 5 ขนั้ ตอนดงั นี ้ ขนั้ ตอนท่ี 1 กาหนดหวั ข้อท่จี ะศกึ ษา ซ่ึงทางกลมุ่ ของเราได้ประชมุ หาลือหาข้อคิดเหน็ สมาชกิ ในกลมุ่ ในวนั ที่ 9 มกราคม 2565 จงึ ได้ประเด็นทจี่ ะศกึ ษา คือ เหล้าของม้ง ซง่ึ มวี ิธีการ ดาเนนิ การจดั ทาเค้าโครงและสง่ ให้กบั ครูทปี่ รึกษาเพื่อขอคาแนะนาในวนั ท่ี 9 มกราคม 2565 หลงั จาก สมาชิกในกลมุ่ ได้กาหนดหวั เรื่องขึน้ แล้ว จากนนั้ สมาชิกในกลมุ่ ได้วางแผนการปฏิบตั งิ านในขนั้ ต่อไป ขนั้ ตอนท่ี 2 สืบค้นและรวบรวมข้อมูล ทางกลมุ่ ของเราได้ไปสืบค้นข้อมลู จากเว็บไซต์ 1.ค้นคว้าข้อมลู จากเวป็ ไซต์จานวน 5 เวป็ - https://www.tcithaijo.org/index.php/liberalartsjournal/article/download/ 138925/103216 เร่ือง ความกลวั และความเชื่อ - http://www.nabon.go.th/news/doc_download/a_100717_140422.pdf พธิ ีกรรม - https://sites.google.com/site/kaphomaew/wathnthrrm-laea-prapheni-khxng- chaw-mng วฒั นธรรมและประเพณีของชาวม้ง - https://www.hrdi.or.th/Articles/Detail/ เคร่ืองเซง่ ไหว136 - https://www.wongnai.com/food-tips/thai-local-liquor ต้นตารับ “เหล้าไทย” ทม่ี า และกรรมวิธีการผลิต 2.ค้นคว้าข้อมลู จากหนงั สอื ในห้องสมดุ จานวน 4 เลม่ - สืบค้นข้อมลู จากหนงั สอื ศลิ ปะและวฒั นธรรมไทย หน้า 107 เร่ืองความเช่ือ
15 - ประวตั ขิ องแผ่นดนิ ไทย หน้า 112 เร่ืองชนเผ่าม้ง - กฎหมายเบอ่ื งต้นสาหรับประชาชน หน้า 184 เรื่องกฎหมายเกี่ยวกบั ยาเสพตดิ - สะท้อนวฒั นธรรมไทย เร่ืองความขดั แย้งทางวฒั นธรรม หน้า 143 เร่ืองวฒั นธรรมทส่ี ร้าง ขนึ ้ 3.สอบถามคนม้งท่ีเป็นผ้อู าวโุ ส 1คน - จากการสอบถามคนม้งที่เป็นผ้อู าวโุ ส นาม นายสายจ่อ แซ่เหอ่ ขนั้ ตอนท่ี 3 ประเมนิ คุณค่าของหลกั ฐาน กลมุ่ ของพวกเราได้นาข้อมลู ทไ่ี ด้รวบรวมไว้ ทาการประเมนิ คณุ ค่าของหลกั ฐานโดยการพิจารณารายละเอยี ดทกุ ด้าน เพอ่ื ให้ได้ข้อมลู ทถ่ี กู ต้องที่สดุ และได้นาข้อมลู ท่ีสบื ค้นจากเวบ็ ไซต์มาตรวจสอบในวนั ท่ี 18 มกราคม 2565 เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการ ตคี วามหาข้อเท็จจริงของเหล้าม้ง ขัน้ ตอนท่ี 4 วิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหมู่ กลมุ่ พวกเราได้นาข้อมลู ที่ศกึ ษา ค้นคว้ามาจดั หมวดหม่แู ละเปรียบเทยี บการทาเหล้าของแต่ละม้งว่ามคี วามแตกต่างหรือคล้ายกนั อย่างไรและศกึ ษาหาหลกั ฐานต่างๆว่าท่ีมขี ้อมลู อะไรบ้างที่เก่ียวข้องและมกี ารใช้เหล้าในวนั สาคญั อน่ื ๆ หลงั จากได้ข้อมลู มาแล้วกล่มุ ของพวกเราจึงได้นาข้อมลู มาศกึ ษาวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และจดั หมวดหมู่ หลกั ฐานข้อมลู ของเหล้าม้งอีกครัง้ และจดั เป็นหมวดหมู่ ได้ดงั นี ้ 1.ประเภทเหล้าม้ง 2.ขนั้ ตอนและวธิ ีการทาเหล้าม้ง 3.เหล้าในพธิ ีกรรมม้ง ขัน้ ตอนท่ี 5 การนาข้อมลู มาเรียบเรียงและการนาเสนอ กลมุ่ ของพวกเราได้เรียบ เรียงข้อมลู ทงั้ หมดทีไ่ ด้จากเว็บไซต์ และหนงั สือสารานกุ รมไทยสาหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ใน พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู วั และหนงั สอื ศิลปะและวฒั นธรรมไทย มาจดั ทารูปเลม่ E-Book และ จดั ทา PowerPoint นาเสนอในวนั ที่ 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
16 ตารางการปฏิบตั ิงาน ขนั้ ตอน ขนั้ ตอนการดาเนินงาน ผู้รับผดิ ชอบ ระยะเวลา สมาชิกทกุ คน 21-28มกราคม 1 การตงั้ ประเด็นท่จี ะศกึ ษา 2565 -กาหนดหวั ข้อเรื่องท่จี ะศกึ ษาทก่ี ลมุ่ สนใจ -เค้าโครง/แก้ไข/อนมุ ตั ดิ าเนินการ -วางแผนปฏบิ ตั งิ านเป็นขนั้ ตอน 2 รวบรวมข้อมูล สมาชิกทกุ คน 28มกราคม-4 กมุ ภาพนั ธ์ 2565 -ศกึ ษาและค้นคว้าข้อมลู จากหนงั สอื และเว็ป สมาชกิ ทกุ คน 4-11กมุ ภาพนั ธ์ ไซต์ 2565 3 การประเมินคณุ ค่าของข้อมูล -นาข้อมลู ทงั้ หมดมาเรียบเรียงใหมแ่ ละ ประเมินคณุ ค่า 4 วิเคราะห์ ตคี วามหลกั ฐานและข้อมลู สมาชกิ ทกุ คน 11-18 กมุ ภาพนั ธ์ -นาข้อมลู และหลกั ฐานทไี่ ด้จากการศกึ ษา 2565 ค้นคว้าทงั้ หมดมาวเิ คราะห์และตคี วาม -เรียบเรียงข้อมลู อีกครัง้ 5 การนาเสนอ สมาชกิ ทกุ คน 18-26กมุ ภาพนั ธ์ - สรุปจดั ทารูปเลม่ โครงงาน ทารูปเลม่ E- 2565 Book และจดั ทา PowerPoint นาเสนอ- - นาเสนอโครงงาน
17 บทท่ี4 ผลการดาเนินโครงงาน ผลการศกึ ษา ความเป็นมาของเหล้าม้ง และวสั ดอุ ปุ กรณ์ในการทาเหล้าม้ง จาก การศึกษาค้นคว้าข้อมลู ต่างๆทเ่ี ป็นข้อมลู หลกั ท่มี ีความเก่ียวข้องกบั เหล้าของชนเผา่ ม้ง ได้พบวา่ จะมี ข้อมลู เกี่ยวกบั ความเป็นมาของเหล้าม้ง วสั ดอุ ปุ กรณ์ ขนั้ ตอน ละบคุ คลท่ีทาเหล้าม้ง ดงั นี ้ 1.ความเป็ นมาของเหล้าม้ง เหล้าเป็นเครื่องดม่ื ชนิดหนงึ่ ใช้ดม่ื ในพธิ ีกรรมหรือดมื่ ในโอกาสใดก็ได้แต่ชาวม้งมีความ เชอ่ื อย่างหนง่ึ วา่ เหล้าเป็นเครื่องด่มื ท่ใี ช้ในการทาพธิ ีต่างๆและการทาเหล้าจะแบง่ ตามประเภททีใ่ ช้กบั งานหรือพธิ ีกรรมเหล้าของม้งนนั้ ทาได้จาก ข้าว หรือ ข้าวโพด แต่ม้งนนั้ นยิ มใช้ข้าวโพดนามาต้มเหล้า เพราะชาวม้งนนั้ บอกว่าเหล้าที่ทาจากข้าวโพดนนั้ จะมีรสชาตดิ ีกว่าและแรงกว่าเมื่อนามาหมกั กบั แปง้ เหล้าทช่ี าวม้งนนั้ คดิ สตู รขนึ ้ มาเองการด่มื เหล้าได้กลายมาเป็นเคร่ืองหมายของการแสดงความยินดีการ แสดงความสนกุ สนานร่ืนเริง ในการเฉลิมฉลองในเทศกาลต่าง ๆเชน่ เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ งานแตง่ งาน ล้วนต้องมีเหล้าเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะไปงานไหน ๆก็ตาม ต้องมีเหล้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยเสมอแต่กถ็ ือวา่ อย่คู ่กู บั ชนเผา่ ม้งมาเป็นเวลานานแม้แตใ่ นพิธีกรรม ทีม่ ีการสง่ ต่อมาตงั้ แตส่ มยั บรรพบรุ ุษก็ต้องมเี หล้าเป็นองค์ประกอบหนง่ึ ในพธิ ีกรรมด้วยสมาชิกภายในหม่บู ้านมภี มู ิปัญญาในการ ผลติ เหล้าเองในระดบั ครอบครัวเหล้าเข้ามามบี ทบาทอย่างมาเชน่ การเซน่ ไหว้บวงสรวงโดยใช้เหล้าจะ มบี ทบาทสาคญั มากสาหรับใช้ในการต้อนรับแขกเมือ่ มงี านและในพธิ ีกรรมท่สี าคญั เหล้าได้ถกู ผลิตและ นามาใช้ในปริมาณท่มี ากเป็นพเิ ศษในชว่ งของเทศกาลงานบญุ นามาเลยี ้ งเพอ่ื เป็นการตอบรับแทนและ แสดงความขอบคณุ ผ้ทู ่ีมาช่วยงานในฤดวู า่ นพืชปลกู ผกั จะเหน็ ได้วา่ การด่มื เหล้าโดยมากเป็นการดืม่ เพอื่ สงั สรรค์ เป็นการเลีย้ งฉลองภายหลงั จากการทางานผ้ทู ี่ดื่มเหล้าเป็นประจาสว่ นใหญ่เป็นคนสงู วยั ที่ ดื่มเหล้าจนติด จงึ ต้องหามาดมื่ กอ่ นรับประทานอาหารวนั ละแก้วถึงสองแก้ว ดงั นนั้ คนม้งจึงนยิ มทา เหล้าด้วยตวั เองเพราะทกุ ขนั้ ตอน เพอ่ื จะได้เหล้าที่มีรสชาตติ ามทตี่ ้องการและทาเหล้าทใ่ี ช้ในพิธีกรรม เพื่อความศกั ดิจ์ ึงมีการแบ่งประเภทเหล้า เช่น เหล้าท่ใี ช้ในพธิ ีมงคล เหล้าท่ใี ช้ในพิธีเรียกขวญั เหล้าท่ี ใช้ในการเลีย้ งผี
18 ภาพเกี่ยวกบั พิธีแต่งงานม้ง เป็นขนั้ ตอนบทสวดก่อนจะขึน้ โต๊ะและจะมีการดมื่ เหล้า โดยท่ี “ แม่ โก๊ง ” พดู วา่ เราเอาเหล้าทกุ คนดมื่ เนอ่ื งจากฝ่าย ของเราเหลือได้ฝ่ายของท่าน และได้นาหมมู า 1 ตวั ด้วย ซงึ่ คนม้งนยิ มนาหมทู ีน่ ามาทาพิธีแตง่ งาน 2.ประเภทของเหล้าม้ง 2.1เหล้าจากข้าวโพด เหล้าข้าวโพดจดั อย่ใู นประเภทของเหล้าขาวหรือเหล้ากลนั่ หรือหลาย คนเรียกกนั ว่าเหล้าขาว เป็นเหล้าที่ได้จากการหมกั นา้ ตาลจากและข้าวโพด ตอ่ จากนนั้ เติมยสี ต์เข้าไปเพ่ือให้ยสี ต์กนิ นา้ ตาลจนหมดแล้วคายแอลกอฮอลอ์ อกมา นาแอลกอฮอลท์ ่ีได้ไปผา่ นกระบวนการกลน่ั เพือ่ ให้มดี ีกรีสงู ขึน้ โดยเหล้าขาวต้อง ปราศจากเครื่องย้อม หรือส่งิ ผสมปรุงแตง่ อนื่ นอกจากนา้ และมปี ริมาณแอลกอฮอลไ์ ม่ เกนิ 40 ดกี รี และมรี สชาติดี
19 2.2เหล้าจากข้าวเปลอื ก เหล้าข้าวเปลือกจดั อยใู่ นประเภทของเหล้าขาวหรือเหล้ากลนั่ เหมอื นกนั โดยมีวตั ถดุ บิ หลกั คือข้าวเปลือก และใช้ความร้อนทาให้ข้าวสกุ นมี ้ ี ประโยชน์สองประการคือ เป็นการฆ่าเชือ้ ตา่ งๆท่ีปะปนมากบั ข้าว และข้าวทีส่ กุ แล้วก็ ถกู ย่อยสลายเป็นนา้ ตาลและแอลกอฮอล์ได้งา่ ยขนึ ้ ต่อจากนนั้ เตมิ ยีสต์เข้าไปเพอ่ื ให้ ยสี ต์กนิ นา้ ตาลจนหมดแล้วคายแอลกอฮอล์ออกมา นาแอลกอฮอล์ท่ไี ด้ไปผ่าน กระบวนการกลนั่ เพ่ือให้มีดีกรีสงู ขึน้ 3.การทาแป้งเหล้า 3.1ส่วนประกอบท่สี าคญั ของแป้งเหล้า มีดงั นี ้ 1. ข้าวสารข้าวเจ้า/แปง้ ข้าวเจ้า 1.5 กิโลกรัม 2. เชือ้ ยสี ต์ 5 กรัม หรือลกู แปง้ 1 ก้อน 3.พริกท่แี ห้งแล้ว/พริกไทยขาว 2-3 กรัม 4.ขิง 2-3 กรัม 5.นา้
20 3.2ขนั้ ตอนการทาแป้งเหล้า มีดงั นี ้ 1.นาข้าวเจ้าเกา่ มาล้างให้สะอาด และแช่นา้ นาน 2-3 ชวั่ โมง 2.นาข้าวมาบดหรือปั่นจนได้นา้ แปง้ เหนียวข้น พร้อมทาให้สะเดด็ นา้ ด้วย การห่อผ้าขาว 2 ชนั้ ทงิ ้ ไว้สกั พกั จนได้เนอื ้ แปง้ เป็นก้อนเหลวท่สี ามารถ ปัน้ เป็นก้อนได้ ทงั้ นี ้ในขนั้ ตอนท่ี 1-2 หากต้องการประหยดั เวลาอาจใช้ แปง้ ข้าวเจ้าสาเร็จรูปกไ็ ด้ 3.สบั หรือตาพริกให้ละเอยี ด และตาให้แหลกพร้อมกบั พริกไทยขาว
21 4.เติมนา้ เปลา่ ลงในภาชนะ และนาสมนุ ไพรท่ตี าแล้วใสล่ งไป ผสมให้ เขากนั และคนั้ เอาเฉพาะนา้ สมนุ ไพร สว่ นกากสามารถนาไปโรยรอบ โคนต้นพชื เพ่ือป้องกนั แมลงศตั รูพชื ได้ 5.นาข้าวท่ีบดละเอยี ดใสภ่ าชนะผสมกบั นา้ สมนุ ไพรผสมให้เป็นเนือ้ เดียวกนั เพือ่ ช่วยลดปริมาณเชือ้ รา และแบคทีเรียให้น้องลง แล้วเติม นา้ ส้มสายชู แทนการใช้ยีสต์ ซงึ่ จะได้จลุ ินทรีย์หรือยสี ต์ประเภทเดียวกนั และคลกุ เคล้าให้เข้ากนั อีกครัง้
22 6.ไว้ในร่ม ทงิ ้ ไว้ประมาณ 2-3 ชว่ั โมง จากนนั้ ปัน้ เป็นลกู ลมๆขนาด 3-4 เซนติเมตร แล้วนาผ้าหนาคลมุ เพ่อื หมกั บ่มในห้องนาน 2-3 วนั 7.เมือ่ ครบกาหนดให้สงั เกตก้อนแปง้ ถ้าหากก้อนแปง้ ลกู ใด มีเส้นใย ราสี ขาวหรือสคี รีมเพียงสีเดียว แสดงวา่ ได้ก้อนเชือ้ ยีสต์ที่ดี สามารถนามา เพาะเป็นยสี ต์หรือใช้ในการหมกั เหล้าหรือทาลกู แปง้ ได้ และถ้าหากก้อน แปง้ ลกู ใดมีราชนดิ อน่ื ซงึ่ จะเกิดสี เช่น สีเขยี ว สีเทา สฟี ้า แสดงว่าก้อน แปง้ ก้อนนนั้ ใช้ไม่ได้ ให้กาลงั ทงิ ้ 8.นาก้อนลกู แปง้ ท่ใี ช้งานได้ตากลมไว้ในร่ม 2-3 ชว่ั ก่อนนาออกตาก แดดให้แห้ง แล้วเกบ็ ในภาชนะท่ีปิดสนิท เพอ่ื เก็บเอาไว้ใช้งาน 4.การหมกั เหล้า 4.1วิธีการหมักเหล้าข้าวโพด มขี นั้ ตอนดงั นี ้ 1. นาข้าวโพดที่แก่และแห้ง มาต้มกบั นา้ จน
23 2. ยกลงจากเตา ผง่ึ ให้เย็นพอประมาณ 3. เอาแปง้ หวั เชอื ้ เหล้าที่ตาละเอียดแล้วมาคลกุ กบั ข้าวโพดท่ีต้มเปล่ือย 4. หมกั ใสภ่ าชนะท่มี ีฝา ทงิ ้ ไว้ประมาณ 3 วนั แล้วจึงปิดฝาให้สนิท 5. หมกั ต่ออีก 20-30 วนั จึงจะสามารถต้มสกดั นา้ เหล้าได้
24 4.2วิธีการหมกั เหล้าข้าวเปลอื ก มีดงั นี ้ 1.นาข้าวเปลือก มาต้มกบั นา้ จนเป่ือย 2. ยกลงจากเตา ผง่ึ ให้เยน็ พอประมาณ 3. เอาแปง้ หวั เชือ้ เหล้าท่ีตาละเอียดแล้วมาคลกุ กบั ข้าวเปลอื กท่ีต้มเปลื่อย
25 4. หมกั ใสภ่ าชนะทีม่ ีฝา ทงิ ้ ไว้ประมาณ 3 วนั แล้วจงึ ปิดฝาให้สนิท 5. หมกั ต่ออีก 20-30 วนั จึงจะสามารถต้มสกดั นา้ เหล้าได้ 5.การต้มเหล้าม้ง 5.1อปุ กรณ์ในการต้มเหล้า 5.1.1อปุ กรณ์ของเหล้าข้าวโพด 1. เตาผงิ อนั ใหญ่ 2. หม้อใบใหญ่ 3. ผ้าทใี่ ช้ปิดรอบๆไม่ความร้อนออก 4. ฐานรองไขว้ที่ทาจากไม้ ไว้ใสข่ ้าวโพด
26 5. กระทะทองแดง 6. ทอ่ ทใ่ี ห้เหล้าไหล 7. เส้นด้ายมดั ตรงปลายของท่อให้เหล้าไหล 8.ถาดรองเหล้าท่ที าจากไม้ 9.หม้อน่งึ 10. ครก 11. โอง่ ปากแคบ
27 5.1.2อปุ กรณ์ของเหล้าข้าวเปลือก 1.เตาไฟอนั ใหม่ 2.กระทะใบใหญ่ 3.หมอนน่ึง 4.ฐานรองไขว้ทีท่ าจากไม้ ไว้ใสข่ ้าวเปลือก 5.กระทะไว้ใสน่ า้ เย็น 6.ท่อท่ีเหล้าไหลออก
28 7.เส้นดายมดั ครงปลายของท่อที่เหล้าไหล 8.ถาดท่รี องรับเหล้า 9.ขวด 5.2ขนั้ ตอนในการทาเหล้าจากข้าวโพด มีดงั นี ้ 1. ก่อไฟเตาผิงขนาดใหญ่ 2. ตงั้ กระทะใบใหญ่ 3. เติมนา้ ในกระทะประมาณครึ่งหม้อ
29 4. วางหม้อน่งึ ทท่ี ามาจากไม้ แล้ววางบนกระทะหรือหม้อทเี่ ตมิ นา้ ไว้ 5. ฐานรองใสเ่ ข้าไปในหม้อน่ึง 6. เอาข้าวโพดที่หมกั แปง้ เหล้าไว้ แล้วใสห่ ม้อนงึ่ ประมาณ 3/4 7. เอาแท่นไม้สาหรับรองรับนา้ เหล้า ใสใ่ นหม้อนึง่ 8. เอากระทะทองแดงวางบนปากหม้อนึง่ 9. เอานา้ เย็นใสบ่ นกระทะ
30 10. รอจนนา้ เหล้าไหลออกมาจากท่อ 11. นาขวดสาหรับรอรับนา้ เหล้า มารอรองรับนา้ เหล้า 12. แยกบรรจนุ า้ เหล้าเข้าขวด 5.2ขนั้ ตอนในการทาเหล้าจากข้าวเปลือก มีดงั นี ้ 1. กอ่ ไฟเตาผิงขนาดใหญ่ 2. ตงั้ กระทะใบใหญ่ 3. เติมนา้ ในกระทะประมาณครึ่งกระทะ 4. วางหม้อน่ึง ทามาจากไม้ แล้วบนกระทะที่เติมนา้ ไว้
31 5. ฐานรอง ใสเ่ ข้าไปในหม้อน่งึ 6. เอาข้าวเปลือกที่หมกั แปง้ เหล้าไว้ แล้วใสห่ ม้อนงึ่ ประมาณ ¾ 7. เอาแทน่ ไม้สาหรับรองรับนา้ เหล้า ใสใ่ นหม้อนึ่ง 8. วางหมอนบนหม้อน่ึง เอากระทะทองวางบนปากหม้อน่ึง
32 9. เอานา้ เย็นใสบ่ นกระทะ 10. รอจนนา้ เหล้าไหลออกมาจากท่อ 11. นาขวดสาหรับรอรับนา้ เหล้า มารอรองรับนา้ เหล้า 12. แยกบรรจนุ า้ เหล้าเข้าขวด
33 เมื่อนาข้าวโพดและเหล้าข้าวเปลือกไปกลนั่ ก็จะได้เหล้ากลนั่ กระบวนการ กลน่ั ก็คือการต้มนา้ ให้เป็นไอ แล้วให้ไอนา้ นไี ้ ปกระทบกบั ความเย็นเพื่อกลน่ั ตวั กลบั คืน เป็นหยดนา้ อีกครัง้ หนงึ่ ของเหลวต่างๆมีจุดเดือดทอี่ ณุ หภูมไิ มเ่ ทา่ กนั แอลกอฮอล์มีจดุ เดือดต่ากวา่ นา้ เมือ่ เราต้มสาโทในตอนแรกๆ เราจะได้ไอของนา้ ข้าวโพดหมกั และ ข้าวเปลือกหมกั ทีม่ ปี ริมาณแอลกอฮอล์มากแล้วค่อยๆลดลง จนท้ายสดุ จะเป็นไอของ นา้ อย่างเดียวเหล้าท่ไี ด้จากการต้มกลนั่ นี ้สามารถเก็บไว้ได้นานๆ โดยไม่บดู เนา่ เพราะมีปริมาณแอลกอฮอล์สงู 6.ความเช่อื เก่ียวกบั เหล้า ชาวม้งเช่อื ว่าเหล้าเป็นนา้ บริสทุ ธิ์และศกั ดิ์สทิ ธ์ิทีก่ ลนั่ มาจากข้าวโพดและเหล้าข้าวเปลือก ดงั นนั้ พธิ ีกรรมตา่ ง ๆ ของชาวม้งจะมเี หล้าเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทงั้ สนิ ้ เชน่ พิธีแจ้งเกิดทารก ชาวบ้าน จะบชู าบรรพบุรุษด้วยเหล้า เป็นการเชิญวญิ ญาณบรรพบุรุษให้มาเป็นสกั ขีพยาน พธิ ีเรียกขวญั เจ้าภาพต้องนาเหล้าไปขอความชว่ ยเหลือจากหมอพิธีหรือหมอสวดเพ่อื ให้มาช่วยสวดเรียกขวญั งานปี ใหม่ ชาวบ้านจะฉลองให้กบั ผลผลิตในแตล่ ะปีและขอบคณุ เทพยดาทชี่ ่วยปกปักรักษาผลผลิตมาตลอด ปีใหม่ด้วยเหล้าที่แตล่ ะครอบครัวทาเองในรอบปีนนั้ ๆ 7.ประเพณีท่เี ก่ยี วกับเหล้าม้ง 7.1กินข้าวใหม่-ด่มื เหล้าเขาววั – ประเพณีชาวม้งท่สี บื สานวัฒนธรรมชาวม้ง วฒั นธรรมชาวม้ง เป็นการบอกกลา่ วเลา่ ขานวา่ ข้าวที่ปลกู เร่ิมออก ผลผลิตแล้วและถือเป็นสิริมงคลแกช่ ีวิต พร้อมกบั ให้การปลกู ข้าวในปีต่อไปเจริญ งอกงาม-ด่มื เหล้าเขาววั เพอ่ื ผกู สมั พนั ธ์ไมตรีทล่ี กึ ซงึ ้ ของคาว่า “ลกู ผ้ชู าย” ในช่วงฤดู หนาว หลงั ฤดเู ก็บเก่ียวข้าวและผลผลติ ทางการเกษตรของทกุ ๆปี ชาวไทยภเู ขา เผ่าม้ง ในพืน้ ทีช่ ายแดนจงั หวดั ตาก เช่นท่ี อ.แม่สอด-อ.พบพระ อ.อ้มุ ผาง และ อาเภอใก้ลเคยี ง จะจดั งานกินข้าวใหม่ ดื่มเหล้าเขาววั ในช่วงเวลานี ้ประมาณ ปลาย เดือนตลุ าคม-พฤศจิกายน-และเดอื นธนั วาคม ของทกุ ปี ก่อนท่ีจะเข้าสเู่ ทศกาลปี ใหม่ ชาวไทยภเู ขาเผา่ ม้ง นนั้ จะปลกู ข้าวในช่วงฤดฝู น และได้ออกผลผลิตและทา การเก็บเก่ียวแล้วและจะต้องมีการเชญิ ผ้ทู ีช่ าวม้งเคารพรัก นบั ถือ ไปร่วมการสืบ
34 สานประเพณี “กินข้าวใหม่ ด่ืมเหล้าเขาววั ” ในชว่ งข้าวใหมอ่ อกผลผลิต ซงึ่ เรียกว่า ปลายฝน ต้นหนาว โดยผ้นู าชาวม้งจะมกี ารนาข้าวใหมไ่ ปเชิญผ้ทู ่เี คารพนบั ถือใน ท้องถิ่นหลายๆท่านเพ่อื ให้ไปร่วมงานประเพณีดงั กล่าว 7.2งานศพ ในการฝังศพ จะมีเฉพาะผ้ชู ายเท่านนั้ ท่ีเข้าร่วมพธิ ีฝัง คนเป่าแคนจะ เดนิ เป่าแคนนาขบวน ตามด้วยผ้นู าพธิ ีทนี่ าไกม่ า 1 ตวั เหล้า ข้าวและไขต่ ้มครึ่ง ฟอง และมีเด็กหญิงคนหน่ึงถือถา่ นติดไฟมาหนึ่งก้อนสาหรับให้แสงสวา่ งทางเดนิ แกผ่ ้ตู าย ก่อนขบวนศพจะหยดุ ครัง้ แรก เดก็ หญิงจะโยนถา่ นแล้วว่งิ กลบั หม่บู ้าน ขบวนศพจะหยดุ หลายครัง้ เพ่ือทาให้ผีร้ายสบั สน ไม่สามารถตดิ ตามไปทา อนั ตรายวญิ ญาณผ้ตู ายได้ ในหลมุ ศพจะไมใ่ สส่ งิ่ ของท่ีไมเ่ น่าเป่ือยลงไป เพราะถ้า จะให้การกลบั มาเกิดใหม่ได้ผล ทกุ ส่งิ ทกุ อย่างในหลมุ ต้องเนา่ เป่ือย แตจ่ ะจดุ ธปู เผา กระดาษและกลา่ วชีท้ างให้แกว่ ิญญาณผ้ตู าย หลงั จากปิดฝาโลงและกลบดินแล้ว จะยงิ ลกู ธนตู ดิ ไฟเหนือหลมุ ศพขนึ ้ ไปในอากาศ และสบั แคร่หามศพแล้ววางไว้บน หลมุ ม้งจะไมว่ างศพหนั ศีรษะไปทิศตะวนั ออกหรือหนั หน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ ทงั้ นี ้ เพราะเช่อื ว่า จะทาให้มองไมเ่ หน็ ซง่ึ จะทาให้ลกู ชายลกู สาวของผ้ตู ายโชคไม่
35 ดี ชาวม้งเชือ่ วา่ หลมุ ศพ หรือสสุ านท่มี ีหญ้ารก ๆ เช่น ผกั โขม (ท่มี หี นาม) จะทาให้ ครอบครัวญาตพิ ีน่ ้องของผ้ตู ายอย่ดู มี ีสขุ อยา่ งไรก็ตาม ความเชอ่ื สาหรับกรณีท่ี เสยี ชวี ติ ด้วยอบุ ตั เิ หตุ หรือถกู ทาร้ายด้วยอาวธุ บางนามสกลุ ญาตจิ ะไม่นาศพเข้า บ้าน แต่จะจดั สรุ าอาหารออกไปเซน่ ไหว้ให้ไกลจากตวั บ้านออกไป ก่อนจะฝังศพใน ลกั ษณะเดียวกบั ศพทว่ั ไป แตบ่ างนามสกลุ ก็จดั พธิ ีในบ้านเชน่ เดียวกบั ศพทว่ั ไป เชน่ กนั 7.3การเเต่งงานม้ง ในอดีตม้งจะหาภรรยาให้กบั บุตรชายของตน เม่อื มีอายปุ ระมาณ 14- 16 ปี หากรู้ว่าบตุ รชายไปชอบหญิงสาวลกู ของใคร ถึงกบั ต้องการไว้เป็นภรรยา บิดา จะไหว้ผีด้วยธูป 7 ดอก และต้มไกเ่ ซ่นผี โดยอธิษฐานวา่ หากบตุ รของตนแตง่ งานกบั หญิงสาวแล้ว จะอย่เู ยน็ เป็นสขุ ร่ารวยมีเงนิ มที องหรือไม่ ขอให้ผีตอบโดยดลู กั ษณะดี หรือไม่ดีทล่ี นิ ้ ไก่ และกระดกู ขาไก่ทต่ี นเซ่นไหว้ หากมลี กั ษณะไม่เป็นมงคล บิดาจะ บอกให้บุตรเลกิ ติดต่อกบั หญิงสาวคนนนั้ และฆ่าไกอ่ ีกเพื่อเซน่ ผี เพือ่ ทราบคา ทานายของผเี ก่ียวกบั หญิงคนนนั้ ถ้าได้ลกั ษณะเป็นมงคลก็จะจดั เถ้าแก่ 2 คนไปสู่ ขอหญิงสาว ซงึ่ ในการไปสขู่ อนนั้ จะให้บตุ รชายทจ่ี ะไปแต่งงานไปกบั เพื่อนพร้อมกบั เถ้าแก่ เพ่ือให้ชายหน่มุ และหญิงสาวซงึ่ จะแต่งงานได้พบปะซง่ึ กนั และกนั เพ่ือตกลง ใจขนั้ สดุ ท้ายขณะเดินทางไปสขู่ อ ถ้ามสี ตั ว์ป่า เช่น งู หรือกวางเดนิ ตดั หน้า หรือมีคน ตายในหม่บู ้านทีเ่ ดินผ่าน ม้งถือวา่ เป็นลางร้ายมกั เลิกล้มความตงั้ ใจท่ีจะไปสขู่ อ เพราะถ้าแตง่ งานไปแล้วอาจอยดู่ ้วยกนั ไมน่ าน อาจตายจากกนั หรือทามาค้าขายไม่ ขนึ ้ อย่างไรกต็ ามหากมสี ตั ว์ป่าเดินตดั หน้าถึง 2 ครัง้ หรือมากกว่านนั้ กไ็ มถ่ ือว่าเป็น ลางร้าย เพราะม้งเชือ่ วา่ สตั ว์ป่าออกมาหากนิ โดยปกตวิ ิสยั ม้งนิยมไปสขู่ อในเวลา เยน็ หลงั จากเลกิ ทางาน เม่ือไปถงึ บ้านหญิงสาว และได้รับเชญิ เข้าไปในบ้าน เถ้าแก่
36 ฝ่ายชายจะหยิบยาเส้นขนาดโตประมาณเท่านิว้ หวั แมม่ อื มอบให้บิดามารดาของ หญิงสาว แล้วแจ้งให้รู้วา่ ลกู ชายของใครต้องการอยากจะมาเป็นลกู ชายของท่าน ตามประเพณีของม้ง บดิ ามารดาของฝ่ายหญิง-ชายตกลงเพียง 2 คนไมไ่ ด้ จะต้อง เรียกบรรดาญาตพิ นี่ ้องมาช่วยพจิ ารณาตกลงใจด้วย แม้คณะญาตจิ ะเหน็ ชอบด้วย แล้ว ฝ่ายบดิ ามารดาของหญิงสาวจะกลา่ วอ้างเหตผุ ลเป็นทานอง ไมร่ ับในการสขู่ อ อกี ครัง้ หน่งึ ก็ได้ เพ่ือเป็นการยนื ยนั ว่าฝ่ายชายมคี วามตงั้ ใจอย่างแรงกล้าในการส่ขู อ หญิงสาว ทางฝ่าย หญิงสาวจะตงั้ เถ่าแก่ของตนขึน้ 2 คน เพอ่ื ตกลงกบั เถ้าแก่ฝ่าย ชายในเร่ืองเงินสนิ สอด โดยเถ้าแกท่ างฝ่ายหญิงสาว จะนาเหล้า 1 ขวด และจอกด่มื เหล้า 4 ใบ ไปวางไว้บนโต๊ะเหล้า ซงึ่ อยใู่ กล้กบั ประตบู ้านด้านใน เถ้าแกท่ งั้ สองฝ่าย จะมาร่วมนง่ั ดม่ื เหล้า และเจรจากนั ในเรื่องการสขู่ อ เมื่อเป็นทีต่ กลงกนั ได้ เถ้าแก่ ฝ่ายหญิงจะกลา่ ววา่ นง่ั ด่ืมเหล้าท่ีปากประตเู ป็นการกีดขวางทางเดิน จึงควรย้ายไป ที่อนื่ จะดีกวา่ จากนนั้ คณะทงั้ สองฝ่ายจะย้ายโต๊ะไปนง่ั ข้างในบ้านแล้ว เจรจาตกลง กนั เร่ืองสินสอด และกาหนดวนั แต่งงานในคนื นนั้ เถ้าแก่ฝ่ายชายจะนอนค้างแรมที่ บ้านหญิงสาว 1 คืน รุ่งขึน้ จึงเดนิ ทางกลบั ในทางตรงกนั ข้ามหากฝ่ายหญิงสาว ปฏเิ สธการสขู่ อในครัง้ นี ้เถ้าแกฝ่ ่ายหญิงสาวจะย้ายโต๊ะไปดมื่ เหล้ากนั ข้างนอกบ้าน เม่อื เหล้าหมดขวดฝ่ายชายก็จะลากลบั บ้าน หากฝ่ายชายมคี วามปรารถนาอยา่ งแรง กล้าท่จี ะสมรสกบั หญิงสาว แม้จะถกู ปฏเิ สธการสขู่ อไปแล้ว 1 ครัง้ ก็จะพยายามไปสู่ ขออีกถึง 2 ครัง้ หากไมส่ าเร็จก็เลิกรากนั ไปเอง อยา่ งไรก็ตาม ปัจจบุ นั นมี ้ ้งบาง หม่บู ้าน ไม่นยิ มการสขู่ อแต่นิยมการฉุด หรือหนีตามกนั เม่อื ทามาหากนิ มเี งนิ ทอง แล้วจึงไปสขู่ อ และจดั พธิ ีแต่งงานในคราวเดียวกนั
37 บทท่ี5 สรุปและข้อเสนอแนะ จากการทาโครงงานศกึ ษาค้นคว้า เรื่อง เหล้าม้งเพ่อื ศกึ ษาเก่ียวกบั ความเช่อื และพิธีกรรม ต่างๆของม้งทีเ่ กี่ยวข้อง และขนั้ ตอนการผลิตของม้ง 1.สรุป คนม้งในสมยั ก่อนจะให้ความสาคญั กบั การบชู ากบั สงิ่ เหนือธรรมชาติและการส่ือสารกบั สิ่งเหนือธรรมชาติโดยวิธีการต่างๆ ซง่ึ เป็นการสร้างความมน่ั ใจให้คนในแต่ละชมุ ชนและในพธิ ีกรรมก็ จะมเี ครื่องบรรณการทงั้ เหล้า ข้าว และอนื่ ๆ โดยเหล้าม้งจะมีความสาคญั ในพิธีกรรมของม้งในหลาย พธิ ีกรรมเชน่ งานศพ งานแตง่ และอีกหลายพิธีกรรมและเหล้าม้งใช้ดื่มในพธิ ีกรรมหรือดื่มในโอกาสใดก็ ได้ การทาเหล้าจะแบ่งตามประเภทท่ใี ช้กบั งานหรือพธิ ีกรรมเหล้าของม้งนนั้ ทาได้จาก ข้าว หรือข้าวโพด แตม่ ้งนนั้ นิยมใช้ข้าวโพดนามาต้มเหล้า ขนั้ ตอนในการต้มเหล้าม้ง จะมกี ารเตรียมอปุ กรณ์ด้วยการหลายอยา่ ง เชน่ หม้อต้มเหล้า กระทะทองแดง หมอนนึง่ รอง เส้นด้ายมดั ตรงปลายของท่อให้เหล้าไหล ผ้าอดุ บริเวณที่เสยี บท่อ กระทะ ใบใหญ่หรือหม้อ ฐานรองไขว้ท่ีทาจากไม้ไว้ใสข่ ้าวโพด ท่อท่ีให้เหล้าไหล ถาดรองเหล้าทท่ี าจากไม้ ครก หรือเครื่องบด โดยในขนั้ ตอนการต้มเหล้าม้งนนั้ จะมีหลายขนั้ ตอนโดยเริ่มจากการทาแปง้ เหล้าโดยเริ่ม มาจากการนาข้าวทีล่ ้างสะอาดมาบดจนได้นา้ แปง้ เข้มข้นรอให้แห้งแล้วนามาผสมกบั สมนุ ไพรไห้เป็น เนอื ้ เดียวกนั แล้วนามาปัน้ จนได้ยีสต์นาไปตากไห้แห้งเพ่ือเกบ็ ไว้รอใช้งาน และขนั้ ต่อไปคอื การหมกั ข้าวโพดนาข้าวโพดท่ีแกม่ าต้มจนเปื่อยแล้วนามาผง่ึ จนเย็น แล้วนาเอาแปง้ หวั เชอ่ื ตาละเอยี ดมาคลกุ กบั ข้าวโพดหมกั ใสภ่ าชนะท่ีมฝี าปิดและหมกั จนสามารถสกดั นา้ เหล้าได้และข้าวเปลือกเริ่มจากการนา ข้าวเปลือกมาต้มกบั นา้ จนเป่ือยแล้วยกลงจากเตาผงึ่ ให้เย็นพอประมาณต่อมาก็เอาแปง้ หวั เชือ้ เหล้าท่ี ตาละเอียดแล้วมาคลกุ กบั ข้าวเปลอื กทตี่ ้มจนเปล่อื ยแล้วก็หมกั ใสภ่ าชนะทม่ี ฝี า แล้วจึงปิดฝาให้สนิท ตอ่ จากนนั้ ก็หมกั ต่ออีก จึงจะสามารถต้มสกดั นา้ เหล้าได้เช่นเดยี วกบั เหล้าข้าวโพดต่อจากนนั้ ก็จะนา ข้าวโพดและข้าวเปลือกจากการหมกั มาสกดั เป็นเหล้า โดยเริ่มจากการกอ่ เตาผงิ ไฟตงั้ กระทะเติมนา้
38 แล้วเอาวตั ถดุ บิ ทงั้ สองที่หมกั เหล้าไว้มานึง่ นาเอาแท่งไม้สาหรับรองรับเหล้าใสใ่ นหม้อนง่ึ แล้วก็ตงั้ กระ ทองแดงไว้ด้านบนและเอานา้ เย็นใสบ่ นกระทะข้างบนสดุ รอเหล้าไหลมาจากท่อนาขวดมารองรับนา้ เหล้า จึงจะสามารถนาเหล้ามาใช้ได้ 2.ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาค้นคว้าศกึ ษาค้นคว้าโครงงาน เรื่อง เหล้าม้งได้ผลกบั ข้อมลู ทห่ี น้าสนใจ และสามารถนาไปไปศึกษาและนาไปต่อยอดได้ มีดงั นี ้ 1.ศึกษาเกี่ยวกบั การปลกู ข้าวโพด 2.ศกึ ษาเกี่ยวกบั การการปลกู ข้าว
39 บรรณานุกรม -ชื่อผ้แู ตง่ Willam J. Klausner. รองศาสตราจารย์ขตั ตยิ า กรรณสตู แปล . หนงั สือ สะท้อนวฒั นธรรมไทย เร่ืองความขดั แย้งทางวฒั นธรรม.ปีท่พี ิมพ์ พ.ศ. 2537.เลม่ 1.พมิ พ์ครัง้ ท่1ี พ.ศ. 2537.หนงั สอื แปล อนั ดบั ที่101.พิมพ์ท่ีโรงพมิ พค์ รุ ุสภาลาดพร้าว นาย พนม แก้วกาเนดิ ผู้ พิมพ์และผ้โู ฆษณา -ชื่อผ้แู ตง่ ดร.อาทร จนั ทวิมล. หนงั สอื ประวตั ขิ องแผน่ ดินไทย.พมิ พ์ครัง้ ท่ี4 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2556. จดั พมิ พ์โดย ดร.อาทร จนั ทวิมล.พิมพ์ที่ห้างห่นุ สว่ นจากดั โรงพิมพ์อกั ษรไทย(น.ส.พ.ฟ้าเมอื งไทย) -หนงั สือกฎหมายเบ่อื งต้นสาหรับประชาชน.ปีทีพ่ ิมพ์2546.พมิ พ์ที่ บริษทั ประยรู วงศ์พริน้ ท์ตงิ ้ จากดั . -สะท้อนศลิ ปะและวฒั นธรรมไทย เวบ็ ไซต์ https://www.wongnai.com/food-tips/thai-local-liquor ค้นจาก ต้นตารับ “เหล้าไทย” ทม่ี าและกรรมวิธีการผลติ – Wongnai วนั ที่ค้น 28มกราคม 2565 https://www.hrdi.or.th/Articles/Detail/ ค้นจาก เคร่ืองเซง่ ไหว136 https://sites.google.com/site/kaphomaew/wathnthrrm-laea-prapheni-khxng-chaw-mng ค้น จากวฒั นธรรมและประเพณีของชาวม้ง - Google Sites วนั ที่ค้น 3กมุ ภาพนั ธ์ 2565 http://www.nabon.go.th/news/doc_download/a_100717_140422.pdf ค้นจาก พธิ ีกรรมและ ประเพณี วนั ที่ค้น 4กมุ ภาพนั ธ์ 2565 https://www.tcithaijo.org/index.php/liberalartsjournal/article/download/ 138925/103216 ค้น จาก ความเช่ือและปฏบิ ตั ิการบนพนื ้ ที่ศกั ดิ์สิทธิ์ในมหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี ... วนั ท่ีค้น 4กมุ ภาพนั ธ์ 2565
40 ภาคผนวก
41
42
Search
Read the Text Version
- 1 - 49
Pages: