รายงานโครงงานวชิ าประวตั ิศาสตร์ เรื่อง ประวตั ิครูบาศรีวชิ ยั โดย นายปฐมพร โปธิป่ า เลขท่ี10ช้นั ม.5/4 น.ส.ฐิตชิ ญา บุญตนั เลขท่ี15 ช้นั ม.5/4 น.ส.สุนิษา มา่ แกว้ เลขท่ี23ช้นั ม.5/4 น.ส.พรพมิ ล นุปากรณ์ เลขที่21 ช้นั ม.5/4 นายณรงกรณ์ ชยั ขนุ พล เลขที่24ช้นั ม.5/4 คุณครูที่ปรึกษาโครงงาน ครู ภมุ ริน ยมหา ครูมนวภิ า ชนะทพิ ย์ เสนอ ครูพรี วฒุ ิ วงคต์ นั กาศ รายงานน้ีเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาวชิ าประวตั ิศาสตร์รหสั ส 32104 ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา2564 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 จงั หวดั ลาพนู สานกั บริหารงานการศึกษาพิเศษ สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
บทคดั ย่อ จากการศึกษาคน้ ควา้ โครงงานเร่ือง การศึกษาประวตั ิครูบาศรีวิชยั จดั ทาข้ึนเพ่อื สารวจ และ ศึกษาประวตั ิครูบาศรีวชิ ยั จากการท่ีทา่ นไดม้ ีผลงานหลายหลายผลงานและไดส้ ร้างวดั ต่างต่างทา่ นมี ผลงานอีกมากมายที่ท่านไดท้ าไวแ้ ละมีผคู้ นศรัทธานบั ถือเล่ือมใสท่านครูบาศรีวิชยั ยงั มีการสร้างถนน ทางเขา้ ดอยสุเทพและทาใหม้ ีการสร้างในหลายทวั่ ภาคเหนือในจงั หวดั อ่ืนๆอีกดว้ ยท่านมีความคดิ ท่ีจะ สร้างวดั ใหม่เพื่อใหช้ าวบา้ นไปทาบุญ ครูบาศรีวิชยั ทา่ นบวชมีผคู้ นจานวนมากต่างกม็ ีความเชื่อในตวั ท่าน มากมากและ ทา่ นเป็นนกั ตนบญุ แห่งลา้ นนามีความชานาญในดา้ นการสร้างวดั ทาใหม้ ีความเจริญรุ่งเรือง ตลอดระยะนาน
กติ ตกิ รรมประกาศ โครงงานน้ีสาเร็จลุล่วงไดด้ ว้ ยความกรุณาเอาใจใส่ใหค้ าปรึกษาคาแนะนา จากอาจารยพ์ ีรวุฒิ วงศต์ นั กาศ อาจารยท์ ี่ปรึกษาโครงงาน ซ่ึงใหค้ าแนะนาอยา่ งมีค่าตอ่ โครงงานในคร้ังน้ีพร้อมท้งั คอยให้ กาลงั ใจและช่วยเหลือดีตลอดมา ผจู้ ดั ทาขอกราบขอบพระคณุ เป็นอยา่ งสูง ขอกราบขอบพระคณุ ครู ภุมริน ยมหา ที่ใหค้ วามอนุเคราะหใ์ นการใชห้ อ้ งคอมพวิ เตอร์ใน การจดั ทาโครงงานและใหศ้ ึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลทางอินเทอร์เน็ต ท่ีเกี่ยวของกบั โครงงานในคร้ังน้ี ผูจ้ ดั ทา ขอกราบพระคณุ ในความกรุณาอยา่ งยง่ิ ขอกราบขอบพระคุณครูมนวิภา ชนะทิพย์ ท่ีใหค้ วามอนุเคราะหใ์ นการให้ขอ้ มลู และใหศ้ ึกษา คน้ ควา้ ขอ้ มูลในหอ้ งสมุด และไดใ้ หข้ อ้ แนะนาเกี่ยวกบั หนงั สือท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั โครงงานในคร้ังน้ี ผจู้ ดั ทา ขอกราบขอบพระคณุ ในความกรุณาเป็นอยา่ งยงิ่ สุดทา้ ยน้ี ขอกราบขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ และผปู้ กครองทกุ ทา่ น ผเู้ ป็นกาลงั ใจให้ โอกาสทางการศึกษาแก่ผจู้ ดั ทาเสมอมา คณุ ประโยชนจ์ ากการทาโครงงานเล่มน้ี ผูจ้ ดั ทาขอมอบบูชา พระคณุ บิดา มารดา ครู อาจารย์ ตลอดจนผมู้ ีพระคุณทกุ ทา่ นท่ีไดอ้ บรมสัง่ สอนและช้ีแนะแนวทางแก่ ผจู้ ดั ทาเสมอมา ผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ โครงงานฉบบั น้ีจะเป็นประโยชน์ตอ่ ครูผสู้ อน ตลอดจนผทู้ ี่ สนใจโดยทวั่ ไป
คานา รายงานเลม่ น้ีจดั ทาข้ึนเพ่ือเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชา ประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี 5เพ่ือใshได้ ศึกษาหาความรู้ในเรื่อง ประวตั ิครูบาศรีวิชยั และไดศ้ ึกษาอยา่ งเขา้ ใจเพ่ือเป็นประโยชน์กบั การเรียน ผจู้ ดั ทาหวงั วา่ รายงานเล่มน้ีจะเป็นประโยชนก์ บั ผอู้ า่ นหรือนกั เรียน นกั ศึกษาที่กาลงั หาขอ้ มูลเรื่องน้ีอยู่ หากมีขอ้ แนะนาหรือผดิ พลาดประการใดผูจ้ ดั ทาขอนอ้ มรับไวแ้ ละขอภยั มา ณ ที่น้ีดว้ ย
สารบญั หน้า เร่ือง ก ข บทคดั ย่อ ค กติ ติกรรมประกาศ ง คานา 1 สารบญั 1 บทที่ 1 บทนา 3 4 ที่มาและความสาคญั 4 วตั ถุประสงค์ของโครงงาน 4 บทท่ี 2 เอกสารทเี่ กย่ี วข้อง 5 เร่ืองท่ี 1ศาสนา 6 เรื่องท่ี 2 พระสงฆ์ 7 เรื่องที่ 3 พุทธสาวก 8 เร่ืองท่ี 4 บทบาทของพระภกิ ษุในฐานะพระนกั พฒั นา 8 เรื่องที่ 5 ครูบา 10 บทท่ี 3 วธิ ดี าเนินการโครงงาน 11 1. ข้ันตอนทางประวัตศิ าสตร์ท้งั 5 ข้นั ตอน 11 2. ตารางปฏิบัตงิ านระหว่าง 12 บทที่ 4 ผลการดาเนินงานโครงงาน 12 1.ท่ตี ้งั ของบ้านปาง 2.ประวัติของครูบาศรีวชิ ัย 13 2.1 ชาติกาเนดิ 14 17 2.2 การพรรพชาของครูบาศรีวิชัย 26 32 2.3 ศาสนกจิ 2.4 อธิกรณ์ 3.ผลงานของครูบาศรีวชิ ัย บทที่ 5 สรุปผล และข้อเสนอแนะ
สรุปผล 33 ข้อเสนอแนะ 33 บรรณานุกรม 34 ภาคผนวก 35 1.เค้าโครง โครงงาน 36
บทที่ 1 บทนา 1. ท่ีมาและความสาคัญ การกาเนิดพระสงฆเ์ ป็นหม่สู าวกของพระพุทธเจา้ ผซู้ ่ึงฟังคาส่ังสอนของพระพทุ ธเจา้ แลว้ เล่ือมใส สละเรือนออกบวช ถือวตั ร ปฏิบตั ิ ตามพระธรรมวนิ ยั ท่ีพระบรมศาสดาสงั่ สอนและกาหนดไว้ พระสงฆจ์ ดั เป็นหน่ึงในพระรัตนตรัย ซ่ึงไดแ้ ก่ พระพุทธเจา้ พระธรรม และพระสงฆ์ โดยพระสงฆใ์ น พระรัตนตรัยหมายถึงเฉพาะพระอริยะสงฆค์ ือบคุ คลไม่วา่ คฤหสั ถห์ รือนกั บวช และไม่วา่ มนุษยห์ รือ เทวดา ที่ปฏิบตั ิธรรมจนไดบ้ รรลุมรรคผลแตโ่ ดยทว่ั ไปมกั เขา้ ใจวา่ พระสงฆค์ ือภิกษหุ รือภิกษณุ ีคือมนุษย์ ท่ีไดฟ้ ังคาส่ังสอนแลว้ เกิดความเล่ือมใสจนสละเรือนออกบวชตามพระพทุ ธเจา้ เพราะตอ้ งการจะไดบ้ รรลุ ธรรมตามพระพุทธเจา้ สงั่ สอนไว้ ถือเป็นนกั บวชในพระพุทธศาสนา พระภิกษปุ ฏิบตั ิตามสิกขาบทท่ี กาหนดไวจ้ านวน227 ขอ้ ส่วนพระภิกษุณีรักษาสิกขาบท 311 ขอ้ บางคร้ังเรียกวา่ สงฆ์ ภิกษุรูปแรกใน พระศาสนาของพระโคตมพุทธเจา้ คือพระอญั ญาโกณฑญั ญะเป็นตน้ คาวา่ สงฆ์ น้นั มาจากจุดเริ่มตน้ ของการบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนากลา่ วคอื เมื่อ พระพุทธจา้ เสดจ็ ไปโปรดปัญจวคั คยี โ์ ดยการแสดงพระธรรมเทศนาเรื่องธรรมจกั รกปั ปวตั นสูตร ณ ป่ า อิสิปตนมฤคทายวนั เขตกรุงพาราณสี่ภายหลงั ท่ีพระองคท์ รงไดต้ รัสรู้เป็นพระสัมมาสมั พทุ ธเจา้ แลว้ เม่ือ พระองคท์ รงแสดงธรรมกณั ฑแ์ รกจบลงท่านอญั ญาโกณฑญั ญะไดด้ วงตาเห็นธรรมจึงกราบทลู ขอบวชต่อ พระพทุ ธเจา้ โดยพระองคท์ รงตรัสว่า “ เธอจงมาเป็นภิกษุมาเถิด แลว้ ตรัสต่อไปวา่ ธรรมอนั เรากล่าวดีแลว้ เธอจงประพฤติพรหมจรรยเ์ พอื่ ทาที่สุดทกุ ขโ์ ดยชอบเถิด น้นั เป็นการเริ่มตน้ ของการมีผแู้ ทนสงฆค์ ร้ังแรก ต่อมาจึงอุปสมบทใหก้ บั พระวปั ปะ, พระภทั ทิยะ และพระมหานามะ,พระอสั สชิตามลาดบั เป็นการครบ องคแ์ ห่งคาวา่ สงฆ์ อยา่ งสมบูรณ์ แต่ยงั ไมช่ ดั เจนจนเป็นองคก์ รข้ึนมาเพราะพระเถระเหล่าน้ีลว้ นแลว้ เป็น พระอริยบุคคล ไมม่ ีปัญหามาก ไมม่ ีพธิ ีกรรมมาก ผเู้ ขา้ มาเล่ือมใสก็ไม่มากเพราะยงั ใหม่ต่อทฤษฎีและ รูปแบบเป็ นตน้ ในดินแดนภาคเหนือลา้ นนา หากพูดถึงพระภิกษุสงฆท์ ่ีถูกกล่าวขานและไดร้ ับศรัทธาจา พทุ ธศาสนิกชนมากที่สุดอยรู่ ูปหน่ึงและเป็นผทู้ ี่คนจานวนมากต่างเช่ือวา่ ทา่ นคือ “เจา้ ตนบญุ แห่งลา้ นนา” เป็นผทู้ ่ีมาสร้างความเจริญรุ่งเรือง และสืบทอดพระพุทธศาสนาใหค้ งอยแู่ ละเป็นคติความเชื่อท่ีถูก นามาใชต้ ลอดในประวตั ิศาสตร์ลา้ นนา แนวคิดดงั กลา่ วจะถกู หยบิ นามาใชใ้ นรูปแบบต่างๆ ต้งั แต่การใช้ อา้ งความชอบธรรมของสถาบนั กษตั ริยล์ า้ นจนกระทงั่ สามญั ชนที่ใชค้ าวา่ “ตนบุญ” เพื่อช่วยเหลือ
ชาวบา้ นยามทุกขเ์ ขญ็ เผชิญกบั สภาพความสงบของบา้ นเมือง แนวคิด “ตนบุญ” กบั ปรากฏการณ์ “ผู้ มีบญุ ” ในลา้ นนาน้นั มกั จะมีความสมั พนั ธก์ บั คาทานายในพทุ ธศาสนา เก่ียวกบั ความเชื่อเร่ืองศาสนา 5000 ปี ซ่ึงมกั ปรากฏตามตานานวดั ตานานเมืองของลา้ นนาเกือบทุกแบบ ซ่ึงอยใู่ นภาวะยคุ เขญ็ ก็มกั จะ ปรากฏ “ตนบุญ” มาช่วยปราบยคุ เขญ็ ช่วยเหลือประชาชน มกั จะเรียกในชื่อต่างๆ กนั เช่น “ตนบุญเจา้ ” “ตนวิเศษ” “เจา้ ตนบญุ ใหญ่องคป์ ระเสริฐ”หรือ พระยาธรรมิกราช (พญาธรรม) เป็นตน้ ซ่ึงเป็นการ ผสมผสานระหวา่ งความเป็นอารยทางธรรมและวถิ ีแห่งการปฏิบตั ิของพระสงฆใ์ นลา้ นนาซ่ึงมีท้งั การ ปฏิบตั ิวิปัสสนากรรมฐานและการ สังคมสงเคราะหต์ า่ งๆ ควบคกู่ นั ไป ซ่ึงส่วนใหญพ่ ระสงฆท์ ี่มีวตั ร ปฏิบตั ิในรูปแบบลกั ษณะน้ีจะถกู นิยาม วา่ “ครูบา” ครูบา หมายถึง คาใชเ้ รียกพระเถระผเู้ ป็นที่เคารพนบั ถือ ซ่ึงมกั จะมีอายุ 50 ปี ข้ึนไป6 ตาแหน่งครูบาเป็นช่ือปรากฏในทาเนียบของอาณาจกั รลา้ นนาโบราณ เริ่ม ต้งั แต่ สาธุ สิทธิ ครูบาสวามี สมเด็จ และอาชญาธรรมครูบานิยมเรียกพระเถระที่เคร่งศีลเคร่งธรรมและมี อายพุ รรษา บางคร้ังเรียก พระภิกษุหนุ่มที่ประชาชนนบั ถือวา่ ครูบา กม็ ีแลว้ แตค่ วามนิยมของสาธุชน ดงั น้นั ครูบาจึงเป็นคายกยอ่ งอยา่ งสูงสุด ดว้ ยความเคารพนบั ถือที่ประชาชนมอบใหห้ รือใชเ้ รียกพระภิกษุ สงฆเ์ ถระผทู้ รงคุณทรงพระไตรปิ ฎกเชี่ยวชาญท้งั ในดา้ นคนั ธุระและวิปัสสนาธุระ ประพฤติดีปฏิบตั ิ ช อบ มีสีลาจารวตั รอนั งดงามไม่ด่างพร้อยในพระธรรมวินยั วตั รปฏิบตั ิ มีภูมิรู้ ภูมิธรรม และภมู ิฐาน มีประสบการณ์ทาหนา้ ท่ีในการสงั่ สอนกลุ บุตรและเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาปัจจุบนั ตาแหน่ง ดงั กล่าวยงั คงมีการใชอ้ ยโู่ ดยทวั่ ไป เช่น ครูบาศรีวชิ ยั ครูขาวปี ครูบาวงศ์ เป็นตน้ ครูบาศรีวชิ ยั เป็นพระสงฆอ์ งคห์ น่ึงที่สร้างวดั วาอารายอยเู่ ป็นจานวนมากและเป็นผเู้ ป่ี ยม ดว้ ยภูมิรู้และวตั รปฏิบตั ิ ทาใหท้ ่านเกิดความเขา้ ใจในพทุ ธศาสนาที่ถูกตอ้ ง มีความ ม่งุ มน่ั ปฏิบตั ิใน ดา้ นกมั มฏั ฐาน โดยละเลิกความสนใจทางดา้ นไสยศาสตร์ ดว้ ยเลง็ เห็นวา่ มิใช่หนทางแห่งความหลุดพน้ ท่านเป็นพระนกั พฒั นาโดยแท้ ท่านเป็นผนู้ าพฒั นาวดั ต่างๆและเป็นผกู้ ่อสร้างปฏิสังขรณ์กุฏิ วิหาร โบสถ์ นอกจากน้นั ท่านยงั ไดป้ ลูกสร้างปฏิสงั ขรณ์วดั วาอารามและถาวรวตั ถทุ างศาสนาอีกหลายสิบวดั ในพ้นื ที่ ภาคเหนือ เช่น วดั พระธาตหุ ริภญุ ชยั ลาพนู , วดั เชียงยนื , วดั พระพทุ ธบาทตากผา้ , วดั จามเทวี, วดั พระสิงห์, วดั สวนดอก, วดั ศรีโสดา,วดั พระแกว้ ดอนเตา้ ลาปาง เป็นตน้ และไมใ่ ช่ใครท่ีไหนท่านคือ ครูบาศรีวิชยั ตน บุญแห่งลา้ นของวดั บา้ นปาง อาเภอล้ี จงั หวดั ลาพูน ดงั น้นั กลุ่มของขา้ พเจา้ จึงไดท้ าโครงงานของครูบาศรีวชิ ยั เพ่ือคน้ ควา้ หาขอ้ มูลเกี่ยวกบั ประวตั ิความเป็นมาท่ีหลงเหลือและผลงานท่ีหลงเหลืออยูต่ อ่ ไป
2. วตั ถุประสงค์ของโครงงาน 1.เพื่อศึกษาประวตั ิความเป็นมาของครูบาศรีวชิ ยั 2.เพื่อศึกษาผลงานสาคญั ของครูบาศรีวิชยั
บทที่ 2 เอกสารที่เกยี่ วข้อง จากการศึกษาโครงงานประวตั ิศาสตร์ เรื่อง ประวตั ิครูบาศรีวิชยั พบวา่ มีเอกสารที่ เกี่ยวขอ้ งดงั น้ี 1.ศาสนา 2.พระสงฆ์ 3.พุทธสาวก 4.บทบาทของพระภิกษุในฐานะพระนกั พฒั นา 5.ครูบา โดยมีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี 1.ศาสนา ศาสนาเป็นสิ่งยดึ เหนี่ยวจิตใจและเป็นแนวทางเพ่อื ใหม้ นุษยส์ ามารถปฏิบตั ิตนไดอ้ ยา่ ง เหมาะสมแมศ้ าสนาจะมีมลู เหตุการเกิดท่ีแตกต่างกนั แต่ลว้ นมีประโยชน์ต่อชีวติ ของมนุษยเ์ หมือนกนั 1.1 ความหมายของศาสนา ศาสนาตรงกบั คาในภาษาองั กฤษวา่ Religion ท่ีมาจากคาภาษาละตินวา่ Religio แปลวา่ สมั พนั ธ์ หรือ ผกู พนั หมายถึง ความสัมพนั ธท์ างจิตวญิ ญาณระหวา่ ง มนุษยก์ บั พระเจา้ หรือเทพเจา้ ส่วนในภาษาไทยคาวา่ ศาสนา มาจากศพั ทเ์ ดิมในภาษาสัน สฤตวา่ ศาสน์ ตรงกบั คาบาลีวา่ สาสน์ แปลวา่ คาสั่งสอนแยกเป็น คาสง่ั หมายถึง ขอ้ หา้ มทาความชว่ั ที่เรียกวา่ ศีลหรือวินยั และ คาสอน หมายถึง คาแนะนาใหท้ าความดี ท่ี เรียกวา่ ธรรม เม่ือรวมคาส่ังและคาสอนเขา้ มาดว้ ยกนั จึงหมายถึง ศีลธรรม คอื มีท้งั ขอ้ หา้ มทาความชวั่ และคาแนะนาใหท้ าความดี 1.2 องคป์ ระกอบของศาสนา 1.2.1 ศาสดา หมายถึง ผกู้ ่อต้งั และประกาศศาสนาหรือความเช่ือลทั ธิ เช่นพระพุทธศาสนามีพระพุทธเจา้ เป็นศาสนาศาสนาคริสตม์ ีพระเยชูคริสต์ ศาสดาเป็ นตน้ 1.2.2 ศาสนาธรรม หรือ คมั ภีร์ทางศาสนา คอื คาสอน ซ่ึงเป็นหลกั ความเชื่อเพื่อเป็นทางใหผ้ นู้ บั ถือไดป้ ฏิบตั ิตาม เช่น พุทธศาสนามีคมั ภีร์ท่ี เรียกวา่ พระไตรปิ ฏก ศาสนา อิสลามมีคมั ภีร์อลั กุรอานเป็นตน้
1.2.3 ศาสนาวตั ถุ เป็นสัญลกั ษณ์หรือเป็นเคร่ืองหมายศาสนา เช่น พระพุทธศาสนามี เสมาธรรมจกั รเป็นสัญลกั ษณ์ ศาสนาคริสตม์ ีรูปกางเขนเป็น สัญลกั ษณ์ เป็นตน้ 1.2.4 ศาสนบุคคล หรือผสู้ ืบทอดศาสนา ทกุ ศาสนาจะมีผสู้ ืบทอด ศาสนาในคาส่งั สอน ศาสนิกชน เช่น พระพุทธศาสนามีพระสงฆ์ ศาสนา พราหมณ์ เป็นตน้ นอกจากน้ี ยงั ตอ้ งมีศาสนิกชนซ่ึงเป็นความเชื่อความศรัทธา และคาสอน 1.2.5.ศาสนพธิ ี แตล่ ะศาสนายอ่ มมีพธิ ีกรรมซ่ึงเม่ือศาสนิกชนไดป้ ฏิบตั ิ ตาม ยอ่ มจะไดร้ ับความสงบสุขความเจริญ อีกท้งั พิธีกรรมทางศาสนายงั สร้าง ความสัมพนั ธ์ท่ี ดีงาม่ีดีงามของศาสนิกชนน้นั ๆอีกดว้ ย 1.2.6.ศาสนสถาน ในแตล่ ะศาสนายอ่ มมีศาสนสถานเพอื่ ประกอบ พิธีกรรมหรือการแผค่ าสอนทางศาสนา เช่น พระพทุ ธศาสนามีวดั ส่วนศาสนา คริสตม์ ีโบสถ์ เป็นตน้ 1.3ประเภทของศาสนา 1.3.1 เทวนิยม เป็นศาสนาที่เชื่อวา่ มีพระเจา้ เป็นผสู้ ร้างโลกและ ควบคุมดูแลส่ิงตา่ งๆ ศาสนาประเภทน้ีมีท้งั ที่เชื่อในพระเป็นเจา้ องคเ์ ดียวหลาย พระองค์ ศาสนาที่เช่ือในหลายพระเจา้ องคเ์ ดียว ศาสนาที่เช่ือในพระ เป็นเจา้ องคเ์ ดียว เช่น ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลามเป็นตน้ 1.3.2 อเทวนิยม เป็นศาสนาท่ีเชื่อวา่ พระเจา้ เป็นผสู้ ร้างโลกและใหค้ รู ใหโ้ ทษแต่เช่ือวา่ ส่ิงตา่ งๆ ลว้ นเกิดข้นึ และเปล่ียนแปลงไปเองตามกระบวนการ ธรรมชาติ ศาสนา ประเภทน้ีเช่น ศาสนาพทุ ธศาสนา เป็นตน้ 2.พระสงฆ์ พระสงฆ์ หรือ พระภิกษุ หมายถึง ผสู้ ละการครองเรือน ครองทรัพยท์ ่ีออกบวช และถือวตั ร ปฏิบตั ิตามพระธรรมวนิ ยั อนั เป็นคาสอนของพระพุทธองคเ์ พ่ือยงั ใหต้ นและผอู้ ่ืนรู้แจง้ ในธรรม พระสงฆ์ หรือ พระภิกษุ ถือเป็นหน่ึงในรัตนะท้งั สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อนั เป็นองคส์ ามที่สาคญั ในพระพทุ ธศาสนา ที่ยงั ใหพ้ ระพุทธศาสนาปรากฏข้นึ ดาเนินอยู่ และดารงอยู่ จนถึงปัจจุบนั และในอนาคต พระสงฆ์ หรือ พระภิกษุ ถือเป็นสาวกของพระพุทธองคท์ ี่ตอ้ งถือวตั รปฏิบตั ิ ตามพระธรรมวินยั อนั ประกอบดว้ ยศีล จานวน277ขอ้ เพ่ือยงั ใหต้ นเป็นผเู้ จริญ พร้อมกบั ศึกษาพระธรรม
คาสอนใหร้ ู้แจง้ และยงั ใหผ้ อู้ ่ืนเขา้ ถึงซ่ึงพระธรรมน้นั ดว้ ยการเผยแพร่พระธรรมคาสอนแก่ปถุ ุชน ท้งั หลาย อลชั ชี เป็นคาศพั ทท์ ่ีใชเ้ รียกนกั บวชในศาสนา ผไู้ ม่ประพฤติปฏิบตั ิตามหลกั ธรรมคาสอน ของพระศาสดา เป็นผนู้ อกรีตที่ยงั ใหศ้ าสนาเสื่อมเสีย ไม่มีความละอายต่อส่ิงท่ีกระทาน้นั เช่น อลชั ชีใน พระพทุ ธศาสนา คอื พระสงฆท์ ี่ไม่ประพฤติตามพระธรรมวินยั ซ่ึงยงั ใหพ้ ระธรรมวนิ ยั ขาด เช่น พระสงฆ์ ท่ีเสพเมถนุ ด่ืมสุราเมรัย คา้ สตั วผ์ ดิ กฎหมาย เป็นตน้ 2.1พระสงฆม์ ี 2 ประเภท 2.1.1 สมมติสงฆ์ สมมติสงฆ์ คือ พระสงฆท์ ว่ั ไปต้งั แต่ 4 รูป ข้ึนไป ที่ไดร้ ับการ อุปสมบทตามพทุ ธานุญาติ ซ่ึงไดป้ ฏิบตั ิตามหลกั ธรรมคาสอนของ พระพุทธองคท์ ่ียงั มิไดบ้ รรลุโลกุตตรธรรมเป็นพระอรหนั ตต์ ามพระ พุทธองค์ หมพู่ ระสงฆเ์ หล่าน้ี เรียกวา่ สมมติสงฆ์ 2.1.2 พระอริยสงฆ์ พระอริยสงฆ์ คือ หมูแ่ ห่งภิกษผุ ทู้ ี่ไดฟ้ ังธรรมคาสอนท่ีออกจากพระ โอษฐข์ องพระพุทธเจา้ โดยตรง และยงั ใหต้ นรู้แจง้ ตามธรรมน้นั คือ บรรลโุ ลกตุ ตรธรรมเป็นพระอรหนั ตต์ ามพระพุทธองค์ ประกอบดว้ ย คูแ่ ห่งบุรุษ 4 คู่ ตาม มรรค และผล คอื 2.2.1.พระโสดาบนั 1 คู่ คือ ผมู้ ีสปฏิปัณโณ เป็นผปู้ ฏิบตั ิ ดีปฏิบตั ิงาม ประกอบดว้ ย พระโสดาปฏิมรรค 1 และพระโสดา 2.2.2 พระสกทาคามิ 1 คู่ คอื ผมู้ ีอชุ ุปฏิปัณโณ เป็นผปู้ ฏิบตั ิตรง ปฏิบตั ิ ถูกตอ้ งประกอบดว้ ยพระสกทาคามิมรรค 1 และพระสกทาคามิผล 1 2.2.3 พระอนาคามิ 1 คู่ คือ ผมู้ ีญายปฏิปัณโณ เป็นผปู้ ฏิบตั ิชอบ ประกอบดว้ ยพระอนาคามิมรรค 1 และพระอนาคามิผล 1 2.2.4 พระอรหนั ต์ 1 คู่ คือ ผมู้ ีสามีจิปฏิปัณโณ เป็นผปู้ ฏิบตั ิเหมาะสม ประกอบดว้ ยพระอรหนั ตมรรค1และพระอรหนั ตผล1
3.พทุ ธสาวก เป็นบคุ คลสาคญั ที่มีส่วนสาคญั ในการสืบทอดและแผเ่ ผยพระพทุ ธศาสนาและปฎิบตั ิตนเป็น แบบอยา่ งดว้ ยการนาหลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนาไปอธิบายแก่ประชาชนตลอดจนไดม้ ีส่วนในการ ปกป้องคุม้ ครองพระพทุ ธศาสนา จึงเป็นหนา้ ที่ที่พุทธศาสนิกชนควรศึกษาประวตั ิและธรรมของท่าน เพ่ือ ยดึ ถือและพึงปฏิบตั ิตามแบบอยา่ งตอ่ ไป 3.1เป็นผมู้ ีความสารวม เป็นผทู้ ่ีมีบุคคลิกสารวมและเหมาะสมท่ีเป็นแบบอยา่ งกบั สมณะ 3.2เป็นผมู้ ีความอ่อนนอ้ มถ่อมตน ตอ่ บคุ คลที่ขอใหท้ ่านแสดงธรรม โดยท่านพดู ทานองวา่ ท่านบวชไดไ้ มน่ านยงั ไม่แสดงธรรมโดยพสิ ดารได้ 3.3เป็นครูที่ดีนอกจากท่านจะไดถ้ า่ ยทอดความรู้ดา้ นธรรมะซ่ึงเป็นหลกั การสาคญั แลว้ ทา่ นยงั เป็นแบบอยา่ งที่ดีแก่ศิษยแ์ ละบคุ คลทว่ั ไปอีกดว้ ย 3.4เป็นผทู้ ี่มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและมีส่วนสาคญั ในการเผยแพร่ พระพุทธศาสนาดว้ ยความเล่ือมใสศรัทธาและเป็นพุทธสาวกรุ่นแรกท่ีเป็นพระธรรม ทูตไปเผยแพร่พระพุทธศาสนา น้นั เอง 4.บทบาทของพระภิกษใุ นฐานะพระนักพฒั นา บทบาทของพระภิกษใุ นฐานะพระนกั พฒั นาเป็นพระภิกษุจะปฏิบตั ิกิจของพระสงฆ์ ครบถว้ นตามพระวินยั แลว้ ยงั มีส่วนสาคญั ในการพฒั นาสงั คมไทยในหลายดา้ นไดแ้ ก่ 4.1การพฒั นาสภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาติเป็นหนา้ ที่ของหน่วยงานของภาครัฐบาล แลว้ พระภิกษทุ ี่อยใู่ นทอ้ งถ่ินต่างๆก็มีส่วนในการชกั ชวนชาวใหช้ ่วยกนั อนุรักษป์ ่ าไม้ ดว้ ยวธิ ีการต่างๆปลกู จิตใตส้ านึกใหแ้ ก่ชาวบา้ นถึงผลดีของการร่วมมือกนั พฒั นา วิเคราะหใ์ หเ้ ห็นผลเสียของการทาลายทรัพยากรธรรมชาติ 4.2การพฒั นาสภาพแวดลอ้ มทว่ั ไปทางวตั ถุเป็นศนู ยก์ ารอานวยความสะดวกในการ พฒั นา หมบู่ า้ นและชุมชนเช่นการสร้างถนน สร้างสะพาน บอ่ น้า ศาลาพกั ร้อน ซ่ึงมีผล ต่อการพฒั นาสภาพความเป็นอยขู่ องชาวบา้ น 4.3ดา้ นการศึกษาพระพฒั นามีส่วนช่วยการสอนนกั เรียนในวชิ าความรู้สามญั และวชิ า พระพทุ ธศาสนาแก่โรงเรียนท่ีขาดแคลนครูตลอดจนมีส่วนเชิญชวนใหผ้ มู้ ีจิตศรัทธา ช่วยกนั บริจาคเงินเพ่ือสร้างโรงเรียนและอปุ กรณ์การศึกษา สร้างหอ้ งสมดุ ประชาชน เป็ นตน้ 4.4ดา้ นสาธารณสุข ปัจจุบนั น้ีพระพฒั นาในรูปที่มีส่วนในการช่วยรักษาโรคร้ายแรงต่าง หรือช่วยบรรเทาอาการและเป็นที่พ่ึงสุดทา้ ยของผปู้ ่ วย
4.5ดา้ นสงั คมสงเคราะห์ ไดแ้ ก่ การสงเคราะห์เด็กกาพร้า เดก็ ยากจน จดั วดั ให้ เป็ นสถานที่เล้ียงเด็ก 4.6ดา้ นเศรษฐกิจ ไดแ้ ก่ การส่งเสริมใหร้ าษฎรไดม้ ีการฝึ กหดั อาชีพต่างๆ โดยขอแรงผมู้ ี ความชานาญวชิ าชีพตา่ งๆ มาช่วยฝึกสอนและพระนกั พฒั นาบางรูปยงั ไดม้ ีส่วนช้ีแนะ เกี่ยวกบั การจดั ต้งั สหกรณ์ในรูปแบบตา่ งๆของหมบู่ า้ นและกิจกรรมต่างๆ ดงั กลา่ วลว้ น มีผลต่อการพฒั นา ประเทศ อนั จะประสบความสาเร็จดว้ ยดีเป็นเพราะความศรัทธาของ ประชาชนที่มีต่อพระนกั พฒั นา จึงนบั ไดว้ า่ พระสงฆย์ คุ ปัจจุบนั น้ีไดม้ ีการปรับบทบาท หนา้ ท่ีใหส้ อดคลอ้ งในสภาพ การเปล่ียนแปลงของสงั คม 5.ครูบา ครูบา เป็นภาษาบาลี มาจากคาวา่ ครุปิ อาจาริโย แปลวา่ เป็นท้งั ครูและอาจารย์ มาจากคาวา่ ครุปา ภายหลงั เพ้ยี นเป็นครูบาในที่สุด เป็นคาที่พบวา่ ใชก้ นั เฉพาะในกลมุ่ วฒั นธรรมลา้ นนาเท่าน้นั หมายถึงตาแหน่งของพระสงฆ์ ผทู้ ่ีไดร้ ับการพจิ ารณาเลือกสรรแลว้ วา่ มีศีลาจารวตั รเรียบร้อย มน่ั คงอยใู่ น พระธรรมวินยั เป็นที่ยอมรับท้งั ในส่วนของคณะสงฆแ์ ละฆราวาส ศรัทธาประชาชนทวั่ ไป หรือมีผลงาน ปรากฏแก่ชุมชนในการก่อสร้างบูรณปฏิสงั ขรณ์ สร้างวดั วาอาราม เช่น ครูบาอภยั สารทะ หรือครูบาหลวง วดั ฝายหิน ครูบาศรีวิชยั ครูบาขาวปี ครูบาบุญชุ่ม เป็นตน้ หรือมีคุณสมบตั ิพเิ ศษอ่ืนๆ ในการทางานเพื่อ พระศาสนาหรือเป็นท่ีพ่ึงของประชาชน เช่น ครูบาธรรมชยั วดั ทงุ่ หลวง อ.แมแ่ ตง เป็นหมอยาแผน โบราณ ครูบากญั จนะ เมืองแพร่ เช่ียวชาญเร่ืองการจาร รวบรวมคมั ภีร์ใบลาน ครูบาจึงเป็นคานาหนา้ เฉพาะพระสงฆร์ ูปน้นั ๆ ซ่ึงพระภิกษทุ ว่ั ไปไม่มีสิทธ์ิใช้ หรือแต่งต้งั ตวั เองเป็นครูบา การสถาปนาครูบาน้นั ในลา้ นนาทาคร้ังสุดทา้ ยในสมยั เจา้ ผคู้ รองนครเชียงใหม่ ชุดท่ีไดร้ ับ การสถาปนารดน้ามุรธานคือ ครูบาอภยั สารทะ จากน้นั คณะสงฆล์ า้ นนาก็ถกู เรียกอานาจการบริหาร จดั การเขา้ ไปรวมศูนยอ์ ยทู่ ่ีกรุงเทพฯ และครูบาหลวงอภยั สารทะก็ไดร้ ับสถาปนาเป็นเจา้ คณะจงั หวดั รูป แรกของจงั หวดั เชียงใหมค่ รูบาเป็นตาแหน่งของพระสงฆผ์ ตู้ อ้ งพร้อมท้งั คุณวุฒิและวยั วฒุ ิ เปรียบเทียบ สมณศกั ด์ิของคณะสงฆน์ ครเชียงตงุ ในปัจจุบนั สมเด็จพระอาชญาธรรม เป็นตาแหน่งสูงสุดในคณะสงฆ์ เป็นผมู้ ีอายุ 70 และมีพรรษา 50 ข้นึ ไป และป็นตาแหน่งของสงฆผ์ อู้ ุดมดว้ ยศีล สมาธิ ปัญญา เป็นผมู้ ีอายุ 30 และมีพรรษา 10 ข้นึ ไป นอกจากน้ีตาแหน่งพระสงฆต์ ามวฒั นธรรมลา้ นนา จะยกยอ่ งเชิดชูพระสงฆเ์ รียกขานพระผู้ ปฏิบตั ิดี ปฏิบตั ิชอบ ผนู้ าทางจิตวิญญาณ พระที่พฒั นาบา้ นเมืองชาวบา้ นจะยกยอ่ งศรัทธาจะตอ้ งมีอายุ พรรษาต้งั แตส่ ี่สิบปี ข้นึ ไป หมายความวา่ ตามวฒั นธรรมลา้ นนาเรียกขาน ครูบา จะมีอายุ หกสิบปี ข้ึนไป
เพราะรวมอายยุ ส่ี ิบปี เริ่มอปุ สมบท ครูบาท่ีมีลกู ศิษยล์ ูกหาท่ีมีเช้ือสายลา้ นนาแท้ ๆ คอื ครูบาเหนือชยั โฆสิ โต วดั อาชาทอง ครูบาบุญชุ่ม ญาณสวโร วดั ดอยเวียงแกว้
บทที่ 3 วธิ ีดาเนนิ การโครงงาน การจดั ทาโครงงานประวตั ิศาสตร์ เร่ืองประวตั ิครูบาศรีวชิ ยั ผจู้ ดั ทามีวธิ ีการดาเนินงานตาม ข้นั ตอนทางประวตั ิศาสตร์ท้งั 5 ข้นั ตอนดงั น้ี ข้นั ตอนที่ 1 กาหนดหวั ขอ้ ท่ีจะศึกษา ซ่ึงทางกลมุ่ ของเราไดป้ ระชุมหาลือหาขอ้ คดิ เห็นของ สมาชิกในกลุ่มในวนั ท่ี 16 มกราคม 2565 จึงไดป้ ระเดน็ ที่จะศึกษา คือประวตั ิครูบาศรีวิชยั ซ่ึงมีการ ดาเนินการโดยการจดั ทาเคา้ โครงและส่งใหก้ บั ครูท่ีปรึกษาเพอ่ื ขอคาแนะนาในวนั ที่ 16 มกราคม 2565 หลงั จากสมาชิกในกลมุ่ ไดก้ าหนดหวั เร่ืองข้ึนแลว้ จากน้นั รวมกลุม่ สมาชิกอีกคร้ังในวนั ท่ี วนั ท่ี 19-26 มกราคม 2565 เพื่อวางแผนปฏิบตั ิงานในข้นั ต่อไป ข้นั ตอนท่ี 2 สืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู ทางกลุ่มของเราไมส่ ามารถลงพ้นื ที่ไดเ้ นื่องจาก สถานการณ์ COVID-19 จึงไดท้ าการสืบคน้ คน้ ควา้ หาขอ้ มลู จากเวบ็ ไซต์ จานวน 4 เวปไซต์ - https://www.touronthai.com/travelguide/placeinfo.php?id=1394 ที่ต้งั ของวดั บา้ นปาง - http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/kb-srivichai/kb-srivichai-hist- 01.htm ศาสนกิจ - http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/kb-srivichai/kb-srivichai-hist- 02.htm อธิกรณ์ - http://www.oceansmile.com/N/Chianmai/Chiangmai2.htm?fbclid=IwAR0prKVw9uGJGD eSFYH7Hu--OeBw2rccs_oUm7B8-SvAjKVa5ari_ybTrbU ประวตั ิ และคน้ ควา้ จากหนงั สือ จานวน3เล่ม -ประวตั ิครูบาศรีวิชยั -หนงั สือพระพุทธศาสนา -สารานุกรมไทยฉบบั เยาวชนไทย ข้นั ตอนท่ี 3 ประเมินคณุ ค่าของหลกั ฐาน กลุม่ ของพวกเราไดน้ าขอ้ มลู ท่ีไดร้ วบรวมมาคดั เลือก และทาการประเมินคณุ คา่ ของหลกั ฐานที่ไดม้ าพิจารณาในรายละเอียดทุกดา้ น เพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ มลู ที่ถกู ตอ้ ง ท่ีสุดและไดน้ าขอ้ มูลที่สืบคน้ จากอินเทอร์เนต็ มาตรวจสอบกบั เอกสารและแหล่งขอ้ มูลอื่นท่ีเช่ือถือไดใ้ น
วนั ท่ี 7-11 กุมภาพนั ธ์ 2565 ซ่ึงใชเ้ หตุผลเป็นแนวทางในการตีความเพ่อื นาไปสู่การคน้ พบขอ้ เทจ็ จริงของ ประวตั ิครูบาศรีวชิ ยั ข้นั ตอนที่ 4 นาขอ้ มูลมาวิเคราะห์ สังเคราะห์และจดั หมวดหมู่เรื่องประวตั ิครูบาศรีวิชยั ประกอบดว้ ยหวั ขอ้ ดงั น้ี 1 ท่ีต้งั ของวดั บา้ นปาง 2 ประวตั ิของครูบาศรีวิชยั 2.1ชาติกาเนิดครูบา 2.2 ศาสนกิจ 2.3อธิกรณ์ 2.4มรณภาพ 3.ผลงานที่สาคญั ข้นั ตอนท่ี 5 เรียบเรียงและนาเสนอ กลุม่ ของพวกเราร่วมกนั นาขอ้ มลู ท้งั หมดที่มาเรียบเรียง เพ่ือจดั ทารูปเล่มโครงงานในรูปแบบรายงานวนั ที่ 21-25กุมภาพนั ธ์ 2565 และนาเสนอตอ่ ครูท่ีปรึกษา โครงงานเม่ือวนั ที่ 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
ตารางการปฏบิ ตั งิ าน ลาดบั ข้นั ตอนการทางาน ระยะเวลา ผ้รู ับผดิ ชอบ 1 การต้ังประเดน็ ท่จี ะศึกษาผ้รู ับผดิ ชอบ - กาหนดหวั ข้อทจ่ี ะศึกษา 16 มกราคม 2565 - จัดทาเค้าโครง โครงงานเพื่อส่งครูที่ 16 มกราคม 2565 คณะผู้จัดทาโครงงาน ปรึกษาขอคาแนะนา - วางแผนปฏิบตั งิ าน 19-26 มกราคม 2565 2 รวบรวมข้อมูล -ค้นคว้าหาข้อมูลจากเวบ็ ไซต์ต่างๆ 19 มกราคม 2564 คณะผ้จู ัดทาโครงงาน -ค้นคว้าหาข้อมูลจากหนังสือต่างๆ 19 มกราคม 2564 3 ประเมนิ คณุ ค่าของข้อมูล คณะผู้จัดทาโครงงาน -นาข้อมูลท่ไี ด้มาเรียบเรียงและประเมนิ 7-11 กุมภาพนั ธ์ คณุ ค่า 2565 4 วเิ คราะห์และตีความหลกั ฐานและข้อมูล -นาข้อมูลและหลกั ฐานท่ไี ด้จากการศึกษา 14-18 กมุ ภาพนั ธ์ คณะผ้จู ัดทาโครงงาน ค้นคว้าท้งั หมดมาวเิ คราะห์และตีความ 2565 -เรียบเรียงข้อมูลอกี คร้ัง 14-18 กุมภาพนั ธ์ 2565 5 การนาเสนอ -จัดทารูปเล่มโครงงาน 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565 คณะผู้จดั ทาโครงงาน -นาโครงงานให้กบั ครูที่ปรึกษา 26 กมุ ภาพนั ธ์ 2565
บทท่ี 4 ผลการดาเนินงานโครงงาน ผลการศึกษาโครงงานประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถิ่น เรื่อง ประวตั ิครูบาศรีวชิ ยั ผศู้ ึกษาขอนาเสนอดงั น้ี 1. ท่ตี ้ังของบ้านปาง บา้ นปางต้งั อยทู่ ่ี ตาบล แม่ตืน อาเภอ ล้ี จงั หวดั ลาพนู เหตุท่ีไดต้ ้งั ช่ือวา่ บา้ นปางก็เพราะวา่ ทาง ทิศใตข้ อง บา้ นน้ีมีหว้ ยหรือลาธารชื่อ หว้ ยแม่ป่ าง ไหลผ่าน ซ่ึงเรียกชื่อบา้ นตามชื่อของลาหว้ ยแห่งน้นั สภาพของ หม่บู า้ นปาง สมยั น้นั มีบา้ นไม่ถึง 20 หลงั คาเรือน บา้ นเป็นตบู เป็นกระทอ่ ม เป็นบา้ นชนบทท รุกนั ดาร ชาวบา้ นยากจนขน้ แคน้ อดมือกินม้ือ ประกอบอาชีพทาไร่ไถนา หาของป่ ามาประทงั ชีวติ ชาวบา้ นชาวเมืองประสบกบั ปัญหาขา้ วอยากหมากแพง ฝนฟ้าไมต่ กตอ้ งตาม ฤดูกาลโจรผรู้ ้ายชุกชุม เน้ือท่ีนาของชาวบา้ นแต่เดิมเป็นบึงโคลนมีแรดมาอาศยั หมกโคลนนอนอยู่ ภาษาลา้ นนาเรียกวา่ ป้อแฮด อยทู่ างหนา้ วดั คือทิศตะวนั ออก ตอ่ มากลายเป็นผืนนา และเป็นนาของหม่ืนผาบ ท้งั สิ้น ที่ต้งั ของวัดบ้านปาง วดั บา้ นปาง ต้งั อยบู่ นเนินเขาบา้ นปาง หมู่ท่ี 1 ตาบลศรีวิชยั ห่างจากตวั อาเภอล้ี 38 กิโลเมตร ตามเสน้ ทางสายล้ี บา้ นโฮ่ง เชียงใหม่ กิโลเมตรที่ 89
2. ประวตั ิของครูบาศรีวิชัย สถานท่ีกาเนิดครูบาศรีวิชัย 2.1 ชาติกาเนดิ เดิมช่ือ เฟื อน หรือ อินทเ์ ฟื อน บา้ งกว็ า่ อา้ ยฟ้าร้อง เน่ืองจากในขณะที่ท่านถือ กาเนิดน้นั ปรากฏฝนฟ้าคะนองอยา่ งหนกั ส่วนอินทเ์ ฟื อนน้นั หมายถึง การเกิดกมั ปนาท หวนั่ ไหวถึงสวรรค์ หรือ เมืองของพระอินทร์ ท่านเกิดในปี ขาล เดือน 9เหนือ เดือน 7ของภาค กลาง ข้ึน 11 ค่า จ.ศ. 1204 เวลาพลบค่า ตรงกบั วนั องั คารที่ 11 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2421 ที่ หมู่บา้ นชื่อ บา้ นปาง ตาบลแมต่ ืน อาเภอล้ี จงั หวดั ลาพูน ทา่ นเป็นบุตรของนายควาย นางอสุ า มี พ่นี อ้ งท้งั หมด 5 คน มีชื่อตามลาดบั คือ 1.นายไหว 2. นางอวน 3. นายอินทเ์ ฟื อน ครูบาศรีวิชยั 4. นางแวน่ 5. นายทา
อุโบสถวัดบ้านโฮ่งหลวง สถานท่ีอุปสมบท ครูบาศรีวิชัย 2.2 การพรรพชาของครูบาศรีวชิ ัย ในช่วงน้นั เดก็ ชายอินทเ์ ฟื อนไดฝ้ ากตวั เป็นศิษย์ และเม่ืออายไุ ด้ 18 ปี ก็ไดบ้ รรพชาเป็น สามเณร ท่ีอารามแห่งน้ี โดยมีครูบาขตั ติยะเป็นพระอุปัชฌาย์ 3ปี ตอ่ มา พ.ศ. 2442 เมื่อสามเณรอินท์ เฟื อนมีอายยุ า่ งเขา้ 21 ปี ก็ไดเ้ ขา้ อปุ สมบทในอุโบสถวดั บา้ นโฮ่งหลวงอาเภอบา้ นโฮ่ง จงั หวดั ลาพนู โดยมี ครูบาสมณะ วดั บา้ นโฮ่งหลวง เป็นพระอปุ ัชฌาย์ ไดร้ ับนามฉายาในการอปุ สมบทวา่ สิริวิชโยภิกฺขุ มีนาม บญั ญตั ิวา่ พระศรีวิชยั ซ่ึงบางคร้ังกพ็ บวา่ เขยี นเป็น สรีวไิ ชย สีวิไช หรือ สรีวชิ ยั เม่ืออุปสมบทแลว้ สิริวชิ โยภิกขกุ ก็ ลบั มาจาพรรษาที่อารามบา้ นปางอีกพรรษา จากน้นั ได้ ไปศึกษากมั มฏั ฐานและวิชาอาคมกบั ครูบาอปุ ละ วดั ดอยแต อาเภอแม่ท จงั หวดั ลาพนู ตอ่ มาไดไ้ ปฝากตวั เป็นศิษยข์ องครูบาวดั ดอยคาอีกดว้ ย และอีกท่านหน่ึงที่ถือวา่ เป็นครูของครูบาศรีวชิ ยั คอื ครูบาสมณะ วดั บา้ นโฮ่งหลวง ซ่ึงเป็นพระอุปัชฌายข์ องทา่ น ครูบาศรีวิชยั รับการศึกษาจากครูบาอุปละ วดั ดอยแตเป็นเวลา 1 พรรษากก็ ลบั มาอยทู่ ่ีอาราม บา้ นปาง จนถึง พ.ศ. 2444 อายไุ ด้ 24 ปี พรรษาที่ 4 ครูบาขตั ติยะไดจ้ าริกออกจากบา้ นปางไป บางทา่ นวา่ มรณภาพ ครูบาศรีวชิ ยั จึงรักษาการแทนในตาแหน่งเจา้ อาวาส และเมื่อครบพรรษาที่ 5 ก็ไดเ้ ป็นเจา้ อาวาสวดั บา้ นปาง จากน้นั ก็ไดย้ า้ ยวดั ไปยงั สถานที่ท่ีเห็นว่าเหมาะสม คือบริเวณเนินเขาซ่ึงเป็นที่ต้งั วดั
บา้ นปางในปัจจุบนั เพราะเป็นที่วิเวกและสามารถปฏิบตั ิธรรมไดเ้ ป็นอยา่ งดี โดยไดใ้ ห้ชื่อวดั ใหมแ่ ห่งน้ี วา่ วดั จอมสรีทรายมลู บุญเรือง แตช่ าวบา้ นทวั่ ไปยงั นิยมเรียกวา่ วดั บา้ นปาง ตามช่ือของหม่บู า้ น 2.3 ศาสนกจิ หลงั จากอุปสมบท ท่านไดศ้ ึกษาไสยศาสตร์กบั ครูบาขตั ติยะและครูบาอปุ ปละ แลว้ มาศึกษากรรมฐานกบั พระอุปัชฌายท์ ี่วดั บา้ นโฮ่งหลวง เม่ือกลบั มาอยวู่ ดั บา้ นปาง ท่านมกั เจริญ ภาวนาในป่ า ฉนั ภตั ตาหารม้ือเดียว ฉันมงั สวริ ัติ ไมฉ่ นั ของเสพติด เช่น หมาก พลู บหุ ร่ี เม่ียง ทาให้ ประชาชนเล่ือมใสท่านมาก เมื่อท่านทราบวา่ ท่ีใดยงั ขาดเสนาสนะที่จาเป็น หรือกาลงั ชารุดทรุดโทรม ทา่ นจะเป็นผนู้ าชาวบา้ นไปก่อสร้างจนสาเร็จ ผลงานที่สร้างช่ือเสียง มากที่สุดคอื การถนนข้ึนวดั พระธาตุ ดอยสุเทพ ที่มีระยะทางท้งั หมด 11.530 กิโลเมตร โดยเร่ิม ก่อสร้างเม่ือวนั ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 แลว้ เสร็จในวนั ท่ี 30 เมษายน พ.ศ. 2478 วดั ดอยแต พระศรีวิชยั กส็ ามารถชนะจิตใจครูบาอุปละ แห่งสานกั วดั ดอยแตไดด้ ว้ ยความขยนั หมน่ั เพียรศึกษาร่าเรียน วิชาต่างๆ อยา่ งต้งั อกต้งั ใจ ครูบาอุปละเจา้ สานกั สนใจ และ รักใคร่ในตวั พระศรีวิชยั กวา่ ศิษยอ์ ื่นๆ และ ไดถ้ า่ ยทอดวิชาใหเ้ ตม็ ที่ ครูบาอุปละนบั ไดว้ า่ เป็น อาจารยอ์ งคท์ ่ี 2 ของครูบาศรีวิชยั และครูบาอุปละก็ เป็นอาจารยอ์ งคส์ ุดทา้ ยดว้ ย เพราะหลงั จากน้ีแลว้ ไมป่ รากฏวา่ พระศรีวิชยั ไดไ้ ปศึกษาวิชาอ่ืนใด จาก
อาจารยอ์ งคใ์ ดองคห์ น่ึงอีก แตพ่ ระศรีวิชยั กส็ ามารถมีช่ือเสียงเกียรติคุณเป็นท่ีร่าลือ เพราะการประพฤติ ปฏิบตั ิตามแนวทางท่ีท่านพจิ ารณา เห็นวา่ ถูกตอ้ ง ดว้ ยตวั เอง พระศรีวชิ ยั ร่าเรียนอยสู่ านกั ครูบาอุปละ ประมาณ 1 ปี ก็ ศึกษาวิชาของอาจารยจ์ นหมดสิ้น จึงไดอ้ าลาครูบาอปุ ละกลบั วดั บา้ นปางเมื่อตน้ ปี พ.ศ. 2444พร้อมวิชาความรู้ตา่ งๆ และระเบียบวินยั สงฆ์ การกลบั มาสู่วดั บา้ นปางอนั เป็นศนู ยร์ วมจิตใจของชาวบา้ นปางหมู่บา้ นเลก็ ๆ แห่งน้ี เกียรติคณุ ของพระศรีวิชยั เริ่มเป็นที่ปรากฏและล่าลือในหมู่บา้ นปาง เพราะการปฏิบตั ิ ประพฤติอยา่ ง เคร่งครัดในพระธรรมวินยั ของท่านเอง พระศรีวิชยั น้นั ต้งั แต่เด็กมาแลว้ ทา่ นไม่กินเน้ือสัตวเ์ ลย เมื่อบวช เรียนแลว้ กไ็ มฉ่ นั อาหารทกุ ชนิดที่มีเน้ือสตั วเ์ จือปน ท่านฉนั แต่ผกั และขา้ ว และฉนั วนั ละ 1 ม้ือ ไมเ่ สพ หมาก เม่ียง และบุหรี่ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เมี่ยงน้นั ปกติเป็นท่ี นิยมของคนเมืองชาวเหนือทวั่ ไป ที่ชอบอม เมี่ยงอยตู่ ลอดเวลา พระภิกษุอื่นๆ ทว่ั ๆ ไป ฉนั เม่ียง เป็นปกติไม่ผดิ พระธรรมวินยั แตป่ ระการใด แต่ สาหรับพระศรีวิชยั ท่านไมแ่ ตะตอ้ งเลย เพียงความประพฤติอนั เคร่งครัดของพระศรีวิชยั เพยี งแค่น้ี ท่านก็ เอาชนะใจชาวบา้ นปางทว่ั ไปที่เลา่ ลือยกยอ่ งวา่ พระศรีวชิ ยั เป็นภิกษุสมถะอยา่ งยง่ิ สมยั เมื่อพระศรีวชิ ยั กลบั มาจาพรรษาท่ีวดั บา้ นปางอีกคร้ังหน่ึงน้นั ครูบาขตั ิมีอายมุ ากแลว้ พระศรีวิชยั ไดป้ รนนิบตั ิรับใช้ อาจารยเ์ ป็นอยา่ งดียง่ิ เป็นการสนองพระคณุ อนั ยงิ่ ใหญ่เสมือนบิดาของท่าน ที่ไดอ้ บรมมาก่อนหนา้ ที่จะ มาเป็ นสามเณร ประมาณปี พ.ศ. 2446 หลงั จากพระศรีวิชยั ไดก้ ลบั มาอยวู่ ดั บา้ นปางประมาณ 3 ปี ครูบาขตั ิ ไดม้ รณภาพ วดั บา้ นปางจึงขาดเจา้ วดั ที่จะปกครองดูแลพระภิกษสุ ามเณร ในฐานะท่ีพระศรีวิชยั มีความ ประพฤติอนั ดีงาม จึงไดร้ ับการยกยอ่ งใหเ้ ป็นเจา้ วดั บา้ นปาง นบั ต้งั แตพ่ ระศรีวิชยั กลบั คนื มาบา้ นปาง จนกระทงั่ ครูบาขตั ิมรณภาพน้นั เป็นช่วงระยะเวลา 3 ปี น้นั เป็นระยะเวลาท่ีพระศรีวชิ ยั เร่ิมเผยแพร่ หลกั ธรรมคาสอนของพระพุทธเจา้ สู่ชาวป่ าชาวเขาในละแวกใกลเ้ คียงเป็นคร้ังแรก บา้ นปางเป็นหม่บู า้ นคนเมือง ที่ลอ้ มลอบดว้ ยหมบู่ า้ นชาวป่ าชาวเขาหลายเผา่ และเผา่ ที่มีมากในแถบน้นั ไดแ้ ก่ พวกยาง หรือกระเหรี่ยง พวกหน่ึงก็คือ พวกยางเปี ยง อนั หมายถึงยางที่ อยบู่ นพ้ืนท่ีราบ ส่วนยางหรือกระเหร่ียงอีกพวกหน่ึงกค็ อื ยางดอย ที่มกั จะต้งั บา้ นเรือนอยทู่ ่ีบนเขา นอกจากชาวเขาเผา่ ยางแลว้ ก็ยงั มี มูเซอ ขา่ ขมุ อีกอ้ แมว้ ที่สร้างบา้ นอยกู่ ระจดั กระจายในเขต อาเภอล้ี ชาวเขาเหล่าน้ี เป็นผไู้ ม่มีศาสนา ลว้ นแต่นบั ถือผเี ป็นชีวติ จิตใจมีความเป็นอยอู่ ยา่ ง อดๆ อยากๆ ในประวตั ิที่พระศรีวิชยั ไดร้ ่าเรียนศึกษาอยา่ งหนกั น้นั ทา่ นไดพ้ บส่ิงหน่ึงที่ก่อใหเ้ กิดแรง บนั ดาลใจ ท่ีจะประพฤติปฏิบตั ิตามรอยพระพุทธองค์ นน่ั กค็ อื ในสมยั พทุ ธกาลเม่ือสมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจา้ ทรงตรัสรู้แลว้ ไดเ้ ท่ียวจาริกเผยแพร่พระธรรม ใหแ้ ก่หม่ชู าว ชมพูทวปี ในถ่ินกนั ดารนอ้ ยใหญ่ เพื่อใหช้ าวชมพูทวปี หลดุ พน้ จากความทุกข์ พระพุทธศาสนาจึงไดอ้ ุบตั ิข้ึนในกาลคร้ังน้นั ชวั่ ระยะเพยี ง
45 ปี ที่พระองคท์ รงเผยแพร่พระธรรม และทาให้ เกิดพระภิกษุ ภิกษณุ ีข้นึ มากมาย เป็นพระอรหนั ต์ หลายพนั องค์ เมื่อความคิดเช่นน้ีไดเ้ กิดข้ึนกบั พระศรีวชิ ยั ทา่ นจึงเร่ิมออกธุดงคไ์ ปในเขตอาเภอล้ี เป็น เขตแรก เมื่อไปสถานที่ใดมีชาวป่ าชาวเขาอยมู่ าก ทา่ นกไ็ ดป้ ักกลดอยแู่ ห่งละหลายๆวนั แนะนาใหช้ าวป่ า ชาวเขาใหร้ ู้จกั นบั ถือในพุทธศาสนาศาลาพระราชทานพระศรีวิชยั นบั เป็นพระธรรมจาริกองคแ์ รกแห่ง ลา้ นนาไทย ที่มงุ่ เผยแพร่พระธรรมเขา้ ไปสู่ชาวเขาเผา่ ต่างๆ วนั เวลาผา่ นไป ชาวป่ าชาวเขากเ็ ร่ิมเขา้ ใจ ศาสนาพุทธมาก กบั ความนบั ถือในตวั พระศรีวชิ ยั พระศรีวชิ ยั ท่านมีอจั ฉริยะในดา้ นภาษา สามารถเรียนรู้ไดร้ วดเร็ว ดงั น้นั จึงไมแ่ ปลก อะไรเลยท่ีท่านจะพูดภาษาชาวเขาไดห้ ลายเผา่ ซ่ึงทาใหก้ ารเผยแพร่หลกั ธรรมของทา่ นเป็นไปดว้ ยความ สะดวกข้นึ ตลอดระยะเวลา 3 5 ปี แรก ที่ทา่ นกลบั สู่บา้ นปางน้นั พระศรีวิชยั มกั จะออกธุดงคไ์ ปเร่ือยๆ ตามเวลา และโอกาสท่ีจะอานวย พระศรีวชิ ยั ไดจ้ าริกไปทวั่ เขตอาเภอล้ี เร่ือยไปในเขตอาเภอ บา้ นโฮ่ง แม่ทา ป่ าซาง ท้งั คนเมือง หมู่บา้ นชนบท และชาวป่ าชาวเขา ช่ือเสียงของพระศรีวิชยั กบั วดั บา้ นปางท่ีไม่มี ใครเคยรู้จกั กแ็ พร่หลาย ณ บดั น้ีพระศรีวิชยั ไดร้ ับการยกยอ่ งจากชาวป่ าชาวเขา จากคนเมืองทวั่ ไป ในเขต ชนบทประเทศแห่งน้ี ชาวเขาจานวนหลายเผา่ เร่ิมหนั มานบั ถือพระพทุ ธศาสนา แทน การนบั ถือผี รวมท้งั คนเมืองในหมบู่ า้ นชนบทตา่ งๆ กน็ ิยมนาลูกหลาน ไปฝากตวั ใหเ้ ป็นศิษยข์ องพระศรีวชิ ยั วดั บา้ น ปาง โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในระยะก่อนการเขา้ พรรษา จะมีชาวบา้ นจาก ทอ้ งถิ่นต่างๆ นาบตุ รหลานไป บรรพชาเป็นพระภิกษุ ที่วดั บา้ นปาง เพอ่ื ใหพ้ ระศรีวิชยั ไดอ้ บรมสงั่ สอน และเรียนหนงั สือธรรม จนกระทงั่ เม่ือครูบาขตั ิมรณภาพแลว้ เกียรติคณุ ของพระศรีวิชยั ก็มีมากข้ึน และมีผเู้ รียกพระศรีวิชยั เป็น ครูบาศรีวิชยั หรือ ชาวบา้ นบางคนเรียกวา่ ต๋นวิเศษ คือ เป็น ผวู้ ิเศษนน่ั เอง หลงั จากที่ครูบาขตั ิมรณภาพแลว้ มีผศู้ รัทธาในครูบาศรีวชิ ยั มงุ่ หนา้ มาหาเพือ่ ฟังเทศน์ ฟัง คาส่งั สอนของท่านอยเู่ สมอๆ คร้ังละมากๆ รวมท้งั จานวนภิกษุสามเณรก็เพิ่มข้ึนเร่ือยๆ ประกอบกบั สถานที่ต้งั ของวดั บา้ นปางน้นั อยบู่ นที่ราบเชิงเขาใกลช้ ิดติดกบั บา้ นปางจึงหาความสงบไมค่ ่อยจะได้ ครูบาศรีวิชยั จึงคิดถึงสถานที่สงบแห่งหน่ึง ซ่ึงเป็นสถานท่ีปลีกวิเวกท่ีทา่ นเคยไปนงั่ วิปัสสนา ต้งั แตค่ ร้ังท่านยงั เป็นสามเณรนอ้ ยๆ ที่นนั่ คือบริเวณยอดเขาทางดา้ นทิศตะวนั ออกเฉียงใตข้ อง บา้ นปาง ซ่ึงอยหู่ ่างจากวดั บา้ นปางประมาณ 2 กิโลเมตร สถานที่แห่งน้ีครูบาศรีวชิ ยั เคยไปนงั่ วปิ ัสสนาหา ความสงบแห่งดวงจิตอยเู่ สมอๆ ท่านจึงเกิดความคดิ ท่ีจะสร้างวดั บา้ นปางข้นึ ใหมบ่ นยอดเขาแห่งน้นั นบั เป็นเหตุการณ์เม่ือปี พ.ศ. 2447 หลงั จากท่ีครูบาขตั ิมรณภาพแลว้ 1 ปี ครูบาศรีวชิ ยั ตามประวตั ิแลว้ เม่ือ ท่านจะเริ่มทาส่ิงใด ทา่ นตอ้ งขอเวลานงั่ อธิษฐานเสียก่อน เมื่ออธิษฐานแลว้
รุ่งเชา้ ครูบาศรีวชิ ยั และเพือ่ นพระภิกษุลงจากยอดดอยแลว้ กลบั สู่วดั บา้ นปาง ณ ที่น้นั มีสานุศิษยม์ าร่วมชุมนุมกนั อยหู่ ลายร้อยคน ครูบาศรีวิชยั จึงไดแ้ จง้ แก่สานุศิษยว์ า่ จะสร้างวดั บา้ นปาง ใหมบ่ นยอดดอยแห่งน้ี สานุศิษยท์ ี่ชุมนุมกนั อยตู่ ่างแซ่ซอ้ งเสียงอึงม่ีไปทว่ั ยนิ ดีที่จะไดร้ ่วมสร้างวดั บา้ น ปางใหม่ข้นึ แลว้ อีกไมก่ ่ีวนั ต่อมาข่าวเรื่องครูบาศรีวิชยั จะสร้างวดั กแ็ พร่หลายไปทวั่ ไม่วา่ ชาวป่ า ชาวเขา หรือคนเมืองชนบทเม่ือไดร้ ับขา่ วน้ี ตา่ งกม็ ุง่ หนา้ เดินทางมาสู่บา้ นปาง จานวนร้อย จานวนพนั เพื่อช่วยครู บาศรีวิชยั สร้างวดั บา้ นปางเป็นหมบู่ า้ นชนบทเลก็ ๆ งานสร้างวดั บา้ นปางบนยอดเขาสาเร็จลงอยา่ งรวดเร็ว เมื่อทกุ คนต้งั ใจคนละไมค้ นละมือ ชาวเขาหลายเผา่ ลงไปเกบ็ กอ้ นหินตามลาธารใหญ่เชิงเขา นาข้นึ มาเรียง เป็นแนวกาแพงวดั คนเมืองผมู้ ีฝีมือในงานช่าง ก็ช่วยกนั ตดั ไมม้ าสร้างกุฏิ วหิ ารและโบสถ์ ช่วยกนั ปรับ พ้ืนที่บนยอดเขาใหร้ าบเรียบงดงาม ในท่ีสุดพระอารามใหม่ของครูบาศรีวชิ ยั ที่แลเห็นโดดเด่นอยบู่ นยอดเขา กส็ าเร็จ เรียบร้อยในเวลาอนั ส้ัน วนั ที่สร้างวดั เสร็จน้นั ตรงกบั วนั แรม 1 ค่า เดือน 3 จุลศกั ราช 1266 ฉลศู ก ตรงกบั ปี พ.ศ. 2447 ครูบาศรีวชิ ยั ไดต้ ้งั ชื่อใหว้ ดั บา้ นปางใหม่แห่งน้ีวา่ วดั ศรีดอนชยั ทรายมูลบุญ เรือน คือ เหมาะแก่ผทู้ รงศีล การสร้างวดั แห่งน้ีเม่ือปี พ.ศ. 2447 น้นั เปรียบเสมือนหน่ึงการพิสูจนเ์ กียรติคณุ หรือ บารมีของครูบาศรีวิชยั ซ่ึงขณะน้นั มีอายเุ พียง 26 ปี มีพรรษาเพยี ง 8 พรรษาเทา่ น้นั 2.4 อธกิ รณ์ ครูบาศรีวชิ ยั มีขอ้ พพิ าทกบั รัฐไทยจนถกู อธิกรณ์จากคณะสงฆ์ จนถึงข้นั ถูก เรียกตวั ลง พจิ ารณาขอ้ อธิกรณ์ ณ วดั เบญจมบพติ ร กรุงเทพฯ ถึงสองคร้ังดว้ ยกนั คร้ังแรกเมื่อ พ.ศ. 2464 และ คร้ังที่สอง หลงั การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475
วดั เบญจมบพิตร กรุงเทพฯ เพยี งไมก่ ่ีปี ใน พ.ศ. 2478-2479การถกู เรียกตวั ลงมาพิจารณาขอ้ อธิกรณ์คร้ังแรก พ.ศ. 2464 ของครูบาศรีวชิ ยั น้นั สืบเน่ืองมาจากขอ้ อธิกรณ์ในพ้ืนที่ภาคเหนือระหวา่ งครูบาศรีวิชยั กบั เจา้ คณะปกครองในพ้ืนที่ก่อน ในช่วง พ.ศ. 2451-2453 โดยถกู กลา่ วหาวา่ ต้งั ตนเป็นอปุ ัชฌายเ์ ถื่อน บรรพชา อปุ สมบทใหก้ บั คณะศรัทธา โดยไม่ไดร้ ับตราต้งั พระอปุ ัชฌายจ์ ากทางการ ไมเ่ ชื่อฟังพระสงฆฝ์ ่าย ปกครอง ไมย่ อมสารวจพระเณรในวดั ตามคาส่ังครูบาศรีวิชยั จึงถกู ดาเนินคดีถูกจบั กุมไว้ ณ วดั พระธาตุ หริภุญชยั เป็นเวลา 23 วนั หลงั จากน้นั ใน พ.ศ. 2454 ถกู กลา่ วหาจนเป็นเหตใุ หถ้ ูกนาตวั ลงไปพจิ ารณาคดี ที่กรุงเทพฯ ดว้ ยขอ้ หาหลายประการท้งั ทางการเมืองและความเชื่อ เช่น กระดา้ งกระเดื่องต่อคาส่งั เจา้ คณะ แขวง ซ่องสุมผคู้ นต้งั ตนเป็นผีบุญ สร้างความเล่ือมใสศรัทธาจากชาวบา้ นดว้ ยการเลา่ ถึงอิทธิฤทธ์ิ ปาฏิหาริยต์ ่างๆ นานา ไม่ ยอมเฉลิมฉลองการข้นึ ครองราชสมบตั ิของรัชกาลที่ 6 เม่ือพน้ จากขอ้ อธิกรณ์คร้ังแรกแลว้ น้นั ทาใหช้ ื่อเสียงของครูบาศรีวชิ ยั เป็นท่ีรู้จกั ของผคู้ นมากยง่ิ กวา่ เดิม โดยผคู้ นเช่ือวา่ ครูบาศรีวชิ ยั เป็นพระที่มีบุญญาบารมีสูงแมท้ างการจะยงั ไม่ สามารถทาอะไรครูบาศรีวชิ ยั ได้ และดว้ ยพลงั ศรัทธาอนั มหาศาลน้ีจึงเป็นจุดเร่ิมตน้ ขบวนการ บูรณปฏิสังขรณ์วดั วาอารามจานวนมากในเขตภาคเหนือของครูบาศรีวชิ ยั และดว้ ยกระบวนการดงั กล่าว ก็ เป็นเหตุใหเ้ กิดขอ้ อธิกรณ์คร้ังใหญข่ องครูบาศรีวชิ ยั กบั รัฐบาลคณะราษฎรในอีก 14 ปี ต่อมาการถูกเรียก ตวั ลงมาพจิ ารณาขอ้ อธิกรณ์คร้ังที่ 2 ของครูบาศรีวิชยั เกิดข้ึนใน พ.ศ. 2478 หลงั การเปล่ียนแปลงการ ปกครอง 2475 เพียงไมก่ ี่ปี ถือเป็นการถูกอธิกรณ์คร้ังใหญข่ องครูบาศรีวิชยั และพระสงฆใ์ นเครือข่ายดว้ ย มีการจบั พระสงฆส์ ึกเป็น จานวนมาก
โดยจุดเร่ิมตน้ ของการถูกอธิกรณ์เกิดข้ึนในช่วงท่ีครูบาศรีวชิ ยั ไดไ้ ปสร้างถนนข้นึ พระธาตุดอยสุเทพ โดยการนิมนตข์ องกลมุ่ ชนช้นั นาในภาคเหนือคนสาคญั อยา่ งหลวงศรีประกาศใน ระหวา่ งที่มีการสร้างถนนข้นึ พระธาตดุ อยสุเทพน้นั มีชาวบา้ นจานวนมากทว่ั ภาคเหนือไดม้ าช่วยกนั สร้าง ถนน และไม่เพยี งเทา่ น้นั ไดน้ าลูกหลานมาขอบรรพชาและอปุ สมบทใหอ้ ยภู่ ายใตก้ ารปกครองของครู บาศรีวิชยั จากความยง่ิ ใหญ่ในกิจกรรมและบทบาทของครูบาศรีวิชยั จึงทาใหม้ ีพระสงฆจ์ านวนมากใน เชียงใหมก่ วา่ 50 วดั 10 แขวง ขอลาออกจากการปกครองของคณะสงฆ์ ไปขอข้ึนอยใู่ นการปกครองของ ครูบาศรีวชิ ยั เหตกุ ารณ์ดงั กล่าวน้ีจึงเป็นเหตุลกุ ลามไปทว่ั หวั เมือง รวมวดั ต่างๆ ทว่ั ภาคเหนือท่ีขอแยกตวั ออกไปจากการปกครองคณะสงฆ์ ไปข้นึ กบั การปกครองของครูบาศรีวชิ ยั มากกวา่ 90 วดั และในระหวา่ ง ท่ีมีพระสงฆข์ อข้ึนตรงต่อการปกครองของครูบาศรีวิชยั น้นั ครูบาศรีวชิ ยั ไดอ้ อกหนงั สือสุทธิของคณะ ตนเองออกมาดว้ ย หลวงศรีประกาศ กรณีดงั กล่าวสร้างความไมไ่ วว้ างใจใหแ้ ก่รัฐไทยเป็นอยา่ งมาก จึงนาไปสู่การ ปราบปรามอยา่ งหนกั จากทางรัฐ ครูบาศรีวิชยั ถกู กลา่ วหาวา่ กระดา้ งกระเดื่องไม่ยอมปรองดอง กบั คณะ สงฆ์ ออกใบสุทธิเถื่อน บวชใหห้ นานปี หรือครูบาอภิชยั ขาวปี คนที่คณะสงฆไ์ ม่อนุญาตใหบ้ วช เหตกุ ารณ์ดงั กลา่ วทาใหค้ รูบาศรีวชิ ยั ถกู นาตวั ลงไปกกั บริเวณ ณ วดั เบญจมบพิตรเป็นคร้ังที่ 2 ใน พ.ศ. 2478-2479 โดยรัฐเห็นวา่ จะตอ้ งกกั บริเวณครูบาศรีวชิ ยั ไวจ้ นกวา่ จะจดั การปราบปรามพระสงฆใ์ น ภาคเหนือเสร็จสิ้น การปราบปรามเหตกุ ารณ์คร้ังน้ี ประการแรกคือ การนาตวั ครูบาศรีวิชยั ลงมา กรุงเทพฯ โดยรัฐเห็นวา่ จะตอ้ งนาตวั ครูบาศรีวชิ ยั ลงมากรุงเทพฯ ก่อน ถึงจะสามารถจดั การพระสงฆท์ ี่สร้างปัญหา
ในภาคเหนือได้ โดยใชต้ วั ครูบาศรีวิชยั เป็นเครื่องต่อรองกบั พระสงฆใ์ นเครือขา่ ยครูบาศรีวชิ ยั โดยมี ขอ้ แมก้ บั พระสงฆใ์ นภาคเหนือวา่ หากจะใหป้ ล่อยตวั ครูบาศรีวิชยั กลบั ไปน้นั พระสงฆเ์ หลา่ น้ีจะตอ้ ง ปฏิบตั ิตามสิ่งท่ีรัฐสง่ั เช่น ใหท้ ิง้ ใบสุทธิของท่ีออกโดยครูบาศรีวชิ ยั เสีย และใหก้ ลบั เขา้ มาอยภู่ ายใตก้ าร ปกครองของคณะสงฆเ์ ช่นเดิม หากพระสงฆร์ ูปใดปฏิบตั ิตามน้ีก็จะไมด่ าเนินการลงโทษ และหนานปี พระที่บวชใหม่ ท่ีไม่สามารถห่มผา้ เหลืองได้ ตอ้ งห่มผา้ ขาวเท่าน้นั หรือขณะน้นั เป็นพระอภิชยั ใหส้ ึกออกจากการเป็น พระ แมแ้ ตบ่ วชเณรก็ไม่ได้ เป็นไดเ้ พยี งผา้ ขาวเทา่ น้นั อยา่ งไรกต็ าม แมพ้ ระสงฆเ์ หลา่ น้นั จะไดป้ ฏิบตั ิตาม สิ่งท่ีรัฐสง่ั การแลว้ แต่รัฐก็ยงั ไม่ยอมปลอ่ ยตวั ครูบาศรีวชิ ยั จนครูบาศรีวชิ ยั จะตอ้ งยนิ ยอมเซ็นสญั ญาทา ขอ้ ตกลงกบั รัฐ โดยรัฐไดส้ ร้างขอ้ ตกลงกบั ครูบาศรีวิชยั เช่น ตอ้ งปฏิบตั ิตามคณะสงฆ์ ใหค้ รูบาศรีวิชยั สนบั สนุนเร่ืองการศึกษาของรัฐ สนบั สนุน ใหพ้ ระสงฆแ์ ละชาวบา้ นเรียนหนงั สือทางรัฐไทย จะสร้าง หรือบูรณะสถานท่ีแห่งใดน้นั จะตอ้ งขออนุญาตจากทางการก่อน เมื่อมีการเซ็นยนิ ยอมขอ้ ตกลงดงั กลา่ วแลว้ จึงไดม้ ีการปล่อยตวั ครูบาศรีวชิ ยั กลบั ใน พ.ศ. 2478การเซ็นยนิ ยอมขอ้ ตกลงดงั กล่าวน้ีถือเป็นเหตกุ ารณ์สาคญั อยา่ งยงิ่ ในทางประวตั ิศาสตร์ ความสมั พนั ธข์ องลา้ นนากบั สยาม จากการเซ็นยนิ ยอมของครูบาศรีวิชยั ในคร้ังน้ีเหตุการณ์ในคร้ังน้ีสร้าง ความโกรธเคืองต่อครูบาศรีวิชยั อยา่ งยงิ่ ถึงข้นั กล่าวขอยตุ ิการสร้างทางข้ึนพระธาตุดอยสุเทพ และจะไม่ ขอบรู ณปฏิสงั ขรณ์วดั ในภาคเหนืออีกต่อไป รวมถึงเป็นจุดกาหนดวลีที่เป็นอมตวาจาของครูบาศรีวชิ ยั ที่วา่ หากน้าปิ งไม่ไหลข้ึนทางเหนือ จะไมข่ อกลบั ไปเหยยี บแดนดินเชียงใหมอ่ ีก ครูบาเจา้ ศรีวิชยั มรณภาพเม่ือวนั ท่ี 21 กุมภาพนั ธ์พ.ศ. 2481 เม่ือก่อนนบั ศกั ราชใหม่ใน วนั สงกรานตถ์ า้ เทียบปัจจุบนั จะเป็นตน้ ปี พ.ศ. 2482 ที่วดั บา้ นปาง อาเภอล้ี จงั หวดั ลาพูน สิริอายไุ ด้ 60 ปี ต้งั ศพไวท้ ่ีวดั บา้ นปาง เป็นเวลา 1 ปี
ขบวนศพของครูบาเจ้าศรีวิชัยได้เคล่ือนออกจากวดั บ้านปาง อาเภอลี้ มาตามถนนสายลาพูน – ลี้
มณฑปท่ีตั้งศพครูบาศรีวิชัย ตง้ั อย่ดู ้านนอกวดั บ้านปาง อาเภอลี้ จังหวัดลาพูน จากน้นั ไดเ้ คล่ือนศพมาต้งั ไว้ ณ วดั จามเทวี อาเภอเมืองลาพูน จงั หวดั ลาพูนจนกระทง่ั วนั ท่ี 21 มีนาคม พ.ศ. 2489 จึงไดร้ ับพระราชทานเพลิงศพ โดยมีประชาชนมาร่วมในพธิ ีพระราชทานเพลิงศพ จานวนมาก และประชาชนเหล่าน้นั ไดเ้ ขา้ แยง่ ชิงอฏั ฐิธาตุของครูบาศรีวชิ ยั ต้งั แต่ไฟยงั ไมม่ อดสนิทแมแ้ ต่ แผน่ ดินตรงท่ีถวายพระเพลิง ก็ยงั มีผขู้ ดุ เอาไปสกั การบูชา อฏั ฐิธาตขุ องท่านท่ีเจา้ หนา้ ท่ีสามารถรวบรวม ไดไ้ ดถ้ ูกแบง่ ออกเป็น 7 ส่วน แบ่งไปบรรจุตามสถานท่ีตา่ ง ๆ ทว่ั แผน่ ดินลา้ นนาดงั น้ี •ส่วนที่ 1 บรรจุท่ี วดั จามเทวี จ.ลาพนู
•ส่วนท่ี 2 บรรจุที่ วดั สวนดอก จ.เชียงใหม่ •ส่วนท่ี 3 บรรจุที่ วดั พระแกว้ ดอนเตา้ จ.ลาปาง
•ส่วนท่ี 4 บรรจุท่ี วดั ศรีโคมคา จ.พะเยา
•ส่วนท่ี 5 บรรจุท่ี วดั พระธาตชุ ่อแฮ จ.แพร่ •ส่วนท่ี 6 บรรจุท่ี วดั น้าฮู จ.แม่ฮ่องสอน
• ส่วนท่ี 7 บรรจุที่ วดั บา้ นปาง อาเภอล้ี จ.ลาพูนhttps //www.chiangmainews.co.th/ ภาพน้ี เป็นท่ีเก็บศพ ครูบาศรีวชิ ยั 3.ผลงานของครูบาศรีวิชัย 3.1ผลงานที่สาคญั 3.1.1.สร้างทางข้ึนพระธาตุดอยสุเทพ ผลงานดา้ นการพฒั นาของท่านเป็นท่ีรู้จกั และยงั คงกลา่ วขวญั ถึงยคุ ปัจจุบนั ก็คอื ถนนข้นึ วดั พระธาตดุ อยสุเทพ ที่สมยั น้นั ถือไดว้ า่ เป็นการร่วมแรงร่วมใจของผคู้ นจากทว่ั ภาคเหนือที่ พร้อมใจกนั มาสร้างถนนก็วา่ ได้ ในสมยั ก่อนการจะเดินทางข้นึ ไปนมสั การพระธาตดุ อยสุเทพตอ้ งเดินเทา้ ข้นึ ไปดว้ ยความลาบาก ใชเ้ วลาไมต่ ่า 4 -5 ชว่ั โมง และการที่จะสร้างถนนข้ึนไปเป็นเร่ืองท่ียากเกินจะ เป็นไปได้ เพราะตอ้ งใชท้ ้งั แรงงานมากมาย เวลาและเงินตรามหาศาล ท้งั สมยั น้นั ยงั ไมม่ ีเครื่องจกั รที่ ทนั สมยั รัฐบาลในสมยั น้นั ซ่ึงมีพลเรือตรีหลวงธารงนาวาสวสั ด์ิ เป็นนายกรัฐมนตรี ไดท้ ราบเร่ืองจาก หลวงศรีประกาศ จึงไดส้ ่งนายช่างข้ึนมาทาการสารวจเส้นทาง ระยะทางท้งั หมด 11.530 กิโลเมตร โดย เริ่มก่อสร้างเม่ือวนั ที่ วนั ที่ 9 พฤศจิกายน 2477 แลว้ เสร็จในวนั ท่ี 30 เมษายน 2478
ภาพนีเ้ ป็นภาพท่ีครูบาเร่ิมสร้างบนั ไดขึน้ พระธาตดุ อยสุเทพ
3.2ผลงานการบูรณะ 3.2.1ผลงานในจงั หวดั ลาพูน ก่อนที่ครูบาศรีวิชยั จะมาบูรณะวดั พระธาตุหริภุญชยั เมื่อ พ.ศ. 2463 น้ีเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2458 ไดเ้ กิดพายใุ หญข่ ้ึนที่เมืองลาพูน พดั กระหน่า ทาความเสียหายแก่วดั และบา้ นเรือนเป็นอนั มาก โดยเฉพาะองคพ์ ระธาตุหริภญุ ชยั ถึงกบั ยอดฉตั รเอียง กฏุ ิวิหารในวดั ไดร้ ับความเสียหายเป็นอนั มาก สถานที่ ของวดั ในสมยั ก่อนท่ีครูบาศรีวชิ ยั จะเป็นประธาน นง่ั หนกั บรู ณะข้ึนใหม่ จึง คอ่ นขา้ งชารุดทรุดโทรมมากทีเดียวงานบูรณะวดั พระธาตหุ ริภุญชยั น้นั เริ่ม ต้งั แต่ถากถางหญา้ บริเวณวดั ที่รกไปดว้ ยตน้ ไมใ้ บหญา้ ปรับพ้นื ที่ใหเ้ รียบเสมอ ตกแตง่ สถานที่ตา่ งๆ ใหเ้ รียบร้อยดูงาม ส่วนงานบรู ณะใหญ่ไดแ้ ก่การบูรณะ องคพ์ ระธาตุ และบริเวณวิหารหลวง ส่ิงท่ีน่าชื่นชมอยา่ งยงิ่ กค็ ือ คนชาวเมือง เหนือที่มีความรู้ในเร่ืองวชิ าแกะสลกั และช่างปูน ช่างป้ัน ไดร้ ่วมใจกนั บูรณะ องคพ์ ระธาตุ และพระวิหารหลวงอยา่ งพร้อมเพรียง งานบรู ณะวดั หริภุญชยั เสร็จเรียบร้อยเมื่อเดือน 6 ข้ึน 6 ค่า ปี พ.ศ. 2463สิ้นเงินในการบูรณะไปท้งั หมด 322 500 รูปี เงินรูปี ในสมยั น้นั 1 รูปี ประมาณ 85 สตางค์ จึงเป็นเงินท้งั หมด 274 125.00 บาท เงินเกือบสามแสนบาทในสมยั น้นั พ.ศ.2463 วดั พระธาตหุ ริภุญชัยวรมหาวิหาร
ปชู นียสถานที่ครูบาศรีวิชยั ไดส้ ร้างและบูรณะจงั หวดั ลาพนู ดงั น้ี วดั พระธาตุหริภุญชยั วรมหาวิหาร ตาบลในเมือง อาเภอ เมืองลาพนู วดั อฏั ฐารส ต. ในเมือง อาเภอเมืองลาพนู วดั เชียงยนั ตาบล ในเมือง อาเภอ เมืองลาพูน วดั รมณียาราม ตาบล ตน้ ธง อาเภอเมืองลาพนู วดั พระธาตดุ วงเดียว ตาบลล้ี อาเภอล้ี วดั ดอยกอ้ ม ตาบล บา้ นโฮ่ง อาเภอ บา้ นโฮ่ง วดั จามเทวี ตาบล ในเมือง อาเภอ เมืองลาพนู วดั ชยั มงคล ตาบล ในเมือง อาเภอ เมืองลาพูน วดั ดอยติ ตาบล ป่ าสกั อาเภอ เมืองลาพนู วดั พระพุทธบาทตากผา้ ตาบล มะกอก อาเภอ ป่ าซาง วดั พระนอนมอ่ นชา้ ง ตาบล มะกอก อาเภอ ป่ าซาง วดั บา้ นปาง ตาบล ศรีวชิ ยั อาเภอ ล้ี วดั พระธาตุจอมสวรรค์ ตาบล ดงดา อาเภอ ล้ี วดั พระธาตุหา้ ดวง ตาบล ล้ี อาเภอ ล้ี วดั แมต่ ืน ตาบล แมต่ ืน อาเภอ ล้ี วดั ป่ าพลู ตาบล ป่ าพลู อาเภอ บา้ นโฮ่ง วดั วงั หลวง ตาบล ป่ าพลู อาเภอ บา้ นโฮ่ง วดั หว้ ยกาน ตาบล บา้ นโฮ่ง อาเภอ บา้ นโฮ่ง วดั หวั ขวั ตาบล ทงุ่ หวั ชา้ ง อาเภอ ทุ่งหัวชา้ ง วดั พระธาตุดอยหา้ งบาตร ตาบล หว้ ยยาบ อาเภอ บา้ นธิ วดั ตน้ โชค ตาบล เหมืองจ้ี อาเภอ เมืองลาพูน วดั สุพรรณรังษี ตาบล ในเมือง อาเภอ เมืองลาพนู วดั ชา้ งสี ตาบล ในเมือง อาเภอ เมืองลาพูน วดั ทาดอยคา ตาบล ทากาศเหนือ อาเภอ แมท่ า วดั ทาดอยคร่ัง ตาบล ทาขมุ เงิน อาเภอ แมท่ า วดั ทาดอยแช่ ตาบล ทากาศ อาเภอ แมท่ า
วดั แม่เทย ตาบล แม่ตืน อาเภอ ล้ี วดั แมป่ ้อก ตาบล ศรีวิชยั อาเภอ ล้ี วดั บา้ นโฮ่งหลวง ตาบล บา้ นโฮ่ง อาเภอ บา้ นโฮ่ง วดั พระพุทธบาทสามยอด ตาบล ป่ าพลู อาบล บา้ นโฮ่ง วดั ทงุ่ หวั ชา้ ง ตาบล ท่งุ หัวชา้ ง อาเภอ ทุ่งหวั ชา้ ง วดั ดอนแกว้ ตาบล บา้ นปวง อาเภอ ทุ่งหวั ชา้ ง วดั หนองป่ าตึง ตาบล ทุ่งหวั ชา้ ง อาเภอ ทงุ่ หวั ชา้ ง วดั ประตปู ่ า ตาบล ประตปู ่ า อาเภอ เมืองลาพูน วดั พระยนื ตาบล เวยี งยอง อาเภอ เมืองลาพูน วดั ตน้ ผ้งึ ตาบล เหมืองง่า อาเภอ เมืองลาพูน วดั หนองสร้อย ตาบล มะกอก อาเภอ ป่ าซาง วดั ฉางขา้ วนอ้ ยเหนือ ตาบล ป่ าซาง อาเภอ ป่ าซาง วดั ก่ขู าว ตาบล ป่ าพลู อาเภอ บา้ นโฮ่ง วดั ศรีบุญเรือง ตาบล ในเมือง อาเภอ เมืองลาพูน สะพานศรีวชิ ยั อนุสรณ์ 3.2.2ผลงานในจงั หวดั เชียงใหม่ วดั เกตการาม ตาบล วดั เกต อาเภอ เมืองเชียงใหม่ วดั จนั ทร์ ตาบล บา้ นจนั ทร์ อาเภอ กลั ยาวฒั นา วดั ตน้ ปิ น ตาบล แม่เหียะ อาเภอ เมืองเชียงใหม่ วดั ปราสาท ตาบล ศรีภูมิ อาเภอ เมืองเชียงใหม่ วดั ป่ าแดงมหาวหิ าร ตาบล สุเทพ อาเภอ เมืองเชียงใหม่ วดั พระธาตดุ อยคา ตาบล แม่เหียะ อาเภอ เมืองเชียงใหม่ วดั พระสิงหว์ รมหาวิหาร ตาบล พระสิงห์ อาเภอ เมือง เชียงใหม่ วดั พระบาทหว้ ยอ่ีลิง ตาบล สบเต๊ียะ อาเภอ จอมทอง วดั พนั หลงั ตาบล สาราญราษฎร์ อาเภอ ดอยสะเกต็ วดั พระธาตุดอยสะเกต็ ตาบล เชิงดอย อาเภอ ดอยสะเกต็ วดั พระนอนหนองผ้งึ ตาบล หนองผ้ึง อาเภอ สารภี วดั ป่ าจ้ี ตาบล อินทขลิ อาเภอ แม่แตง
วดั พระธาตดุ อยจอมแจง้ ตาบล ข้ีเหลก็ อาเภอ แมแ่ ตง วดั ร่าเปิ ง ตาบล ข้เี หลก็ อาเภอ แม่แตง วดั สบเปิ ง ตาบล สบเปิ ง อาเภอ แม่แตง วดั พระนอนขอนม่วง ตาบล ดอนแกว้ อาเภอ แม่ริม วดั พระพทุ ธบาทสี่รอย ตาบล สะลวง อาเภอ แม่ริม วดั บอ่ แกว้ วนาราม ตาบล บ่อแกว้ อาเภอ สะเมิง วดั พระธาตมุ อ่ นเป๊ี ยะ ตาบล แม่สาบ อาเภอ สะเมิง วดั ย้งั เมิน ตาบล ย้งั เมิน อาเภอ สะเมิง วดั พระธาตสุ บฝาง ตาบล แม่นาวาง อาเภอ แม่อาย วดั พระธาตดุ อยกู่ครูบาศรีวิชยั ตาบล เชิงดอย อาเภอ ดอย สะเกต็ วดั พระธาตุศรีวชิ ยั ตาบล แม่แตง อาเภอ แมแ่ ตง วดั แม่ขะจาน ตาบล ข้เี หลก็ อาเภอ แม่แตง วดั พระบรมธาตุดอยผาสม้ ตาบล แม่สาบ อาเภอ สะเมิง วดั ทา่ ตอน ตาเภอ ทา่ ตอน อาเภอ แม่อาย วดั หลวงขนุ วิน ตาบล แม่วิน อาเภอ แม่วาง วดั ถ้าเมืองออน ตาบล บา้ นสหกรณ์ อาเภอ แมอ่ อน วดั ดอกเอ้ือง ตาบล ศรีภูมิ อาเภอ เมืองเชียงใหม่ วดั แม่อีด ตาบล เชียงดาว อาเภอ เชียงดาว วดั พระเจา้ โท้ ตาบล ฮอด อาเภอ ฮอด วดั ดอยแกว้ ตาบล แม่เหียะ อาเภอ เมืองเชียงใหม่ วดั ดอยเปา ตาบล หนองควาย อาเภอ หางดง วดั พระธาตุดอยถ้า ตาบล น้าแพร่ อาเภอ หางดง วดั ถ้าตบั เตา ตาบล ศรีดงเยน็ อาเภอ ไชยปราการ วดั พระธาตดุ อยนอ้ ย ตาบล ดอยหล่อ อาเภอ ดอยหลอ่ วดั พระธาตุศรีจอมทอง ตาบล บา้ นหลวง อาเภอ จอมทอง วดั จอมคีรี ตาบล แม่นะ อาเภอ เชียงดาว วดั ศรีบุญเรือง ตาบล แมท่ า อาเภอ แม่ออน วดั ฟ่ อนสร้อย ตาบล พระสิงห์ อาเภอ เมืองเชียงใหม่
วดั แสนฝาง ตาบล ชา้ งม่อย อาเภอ เมืองเชียงใหม่ วดั อุปคุต ตาบล ชา้ งม่อย อาเภอ เมืองเชียงใหม่ วดั ขา้ วแท่นหลวง ตาบล สันทรายหลวง อาเภอ สันทราย วดั ศรีรัตนาวาฏครี ี ตาบล บอ่ แกว้ อาเภอ สะเมิง วดั พระธาตุศรีจอมแจง้ ตาบล ข่วงเปา อาเภอ จอมทอง วดั ศรีเกิด ตาบล ยหุ วา่ อาเภอ สนั ป่ าตอง วดั พระเจา้ เมง็ ราย ตาบล พระสิงห์ อาเภอ เมืองเชียงใหม่ วดั สันทรายหลวง ตาบล สนั ทรายหลวง อาเภอ สันทราย วดั สันหลวง ตาบล สนั นาเมง็ อาเภอ สันทราย ถนนศรีวชิ ยั เป็นตน้
บทท่ี 5 สรุปผล และข้อเสนอแนะ 1.สรุปผล จากการทาโครงงานศึกษาคน้ ควา้ ทางประวตั ิศาสตร์ เรื่องประวตั ิครูบาศรีวชิ ยั เพือ่ ศึกษา เกี่ยวกบั ประวตั ิความเป็นมาของครูบาศรีวิชยั และ ผลงานสาคญั ของครูบาศรีวิชยั ครูบาศรีวิชยั หรือ พระสีวิไชย เป็นพระเถระชาวจงั หวดั ลาพนู ผูม้ ีบทบาทสาคญั ในการสร้าง และบรู ณะพทุ ธศาสนสถานหลายแห่งทว่ั ภาคเหนือของประเทศไทย จนไดร้ ับการขนานนามวา่ ตนบญุ แห่งลา้ นนา เกิดเม่ือพลบค่าวนั องั คาร ท่ี 11 มิถนุ ายน พุทธศกั ราช 2421 ที่บา้ นปาง ต.แม่ตืน อ.ล้ี ลาพนู ขณะน้นั มีพายฟุ ้าร้องรุนแรง จึงต้งั ชื่อวา่ อินตาเฟื อน หรือ อา้ ยฟ้าร้อง บิดาชื่อควาย ส่วนมารดาช่ืออุสา เม่ืออายไุ ด้ 18 ปี ศึกษาเล่าเรียนและบวชเป็นสามเณรกบั พระอาจารยข์ ตั ิยะท่ีวดั บา้ นปาง จนอายไุ ด้ 21 ปี จึงไดอ้ ปุ สมบทในอุโบสถวดั บา้ นโฮ่งหลวง โดยมีครูบาสมณะ วดั บา้ นโฮ่งหลวง เป็นพระอปุ ัชฌาย์ หลงั จากอปุ สมบท ทา่ นไดศ้ ึกษาเลา่ เรียนกบั ครูบาขตั ติยะและครูบาอปุ ปละ แลว้ มาศึกษา กรรมฐานกบั พระอุปัชฌายท์ ี่วดั บา้ นโฮ่งหลวง เมื่อกลบั มาอยวู่ ดั บา้ นปาง ท่านมกั เจริญภาวนาในป่ า ฉนั ภตั ตาหารม้ือเดียว ฉันมงั สวริ ัติ ไม่ฉนั ของเสพติด เช่น หมาก พลู บหุ ร่ี เม่ียง ทาใหป้ ระชาชนเลื่อมใสท่าน มาก จนไดร้ ับฉายาวา่ ต๋นวิเศษ เมื่อทา่ นทราบวา่ ท่ีใดยงั ขาดเสนาสนะที่จาเป็นหรือกาลงั ชารุดทรุดโทรม ทา่ นจะเป็นผูน้ าชาวบา้ นไปก่อสร้างจนสาเร็จ ผลงานที่สร้างช่ือเสียงมากที่สุดคอื การถนนข้ึนวดั พระธาตุ ดอยสุเทพ ท่ีมีระยะทางท้งั หมด 11.530 กิโลเมตร โดยเร่ิมก่อสร้างเม่ือวนั ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2477 แลว้ เสร็จในวนั ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2478 ดว้ ยชื่อเสียงของครูบาเจา้ ศรีวชิ ยั ทาใหต้ อ้ งถูก อธิกรณ์อยถู่ ึง 6 คร้ังเป็นคดีเก่ียวกบั ระเบียบ การปกครองสงฆ์ แตท่ ุกคร้ังกไ็ มพ่ บความผดิ เกี่ยวกบั พระวนิ ยั และทางอาญาเลย สกั คร้ัง ครูบาเจา้ ศรีวชิ ยั มรณภาพเม่ือวนั ที่ 21 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2481 ท่ีวดั บา้ นปาง อาเภอล้ี จงั หวดั ลาพูน สิริอายไุ ด้ 60 ปี ต้งั ศพไวท้ ี่วดั บา้ นปาง เป็นเวลา 1 ปี จึงไดเ้ คล่ือนศพมาต้งั ไว้ ณ วดั จามเทวี อาเภอ เมืองลาพูน จงั หวดั ลาพนู จนกระทงั่ วนั ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2489 จึงไดร้ ับพระราชทานเพลิงศพ ไดม้ ีการ นาเอาอฏั ฐิธาตุของท่าน ที่สามารถรวบรวมไดไ้ ดถ้ กู แบ่งออกเป็น 7 ส่วน แบ่งไปบรรจุตามสถานท่ีต่าง ๆ
2.ข้อเสนอแนะ จากการทาโครงงานเร่ืองประวตั ิครูบาศรีวิชยั น้นั มีเร่ืองท่ีเราควรศึกษาเพ่มิ เติมเกี่ยวกบั ประวตั ิ ครูบาศรีวิชยั จึงควรมีการทาโครงงานศึกษาเก่ียวกบั ประวตั ิของบุคคลสาคญั เหลา่ น้นั 1.ประวตั ิครูบาอภิชยั ขาวปี แห่งวดั พระพุทธบาทผาหนาม 2. ประวตั ิครูบาชยั ยะวงศาพฒั นา แห่งวดั พระพุทธบาทหว้ ยตม้
บรรณานุกรม วิกพิ เี ดีย สารานุกรมเสรี. (มปป.). ครูบาศรีวิชัย. [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก https://th.wikipedia.org. (วันทค่ี ้นข้อมูล :1 กุมภาพนั ธ์ 2565). พระธรรมดลิ ก วดั เจดยี ์หลวง. (มปป.). ครูบาเจ้าศรีวิชัย สิริวิชโย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.dharma-gateway.com. (วันทีค่ ้นข้อมูล :1 กมุ ภาพนั ธ์ 2565). จกั รพงษ์ คาบุญเรือง. (2560). 139 ปี “ครูบาศรีวิชัย” ตนบญุ แห่งล้านนา - Chiang Mai News. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ https://www.chiangmainews.co.th. (วันทค่ี ้นข้อมูล :5 กุมภาพนั ธ์ 2565). ณัฐพงศ์ ดวงแก้ว. (มปป.). พลกิ ประวัตศิ าสตร์ ‘อมตะวาจาครูบาศรีวิชัย’ กบั การอภวิ ัฒน์สยาม พ.ศ. 2475. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://thestandard.co/. (วนั ท่คี ้นข้อมูล :8 กมุ ภาพนั ธ์ 2565). สารธรรม. (2560). ครูบาศรีวิชัย ! นกั บญุ แห่งล้านนา ศรัทธานิรันดร์ : ตอนจบ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ จาก https://talk--secret.blogspot.com/. (วันท่ีค้นข้อมูล :8 กมุ ภาพนั ธ์ 2565). evntsweekly news. (2562). วดั บ้านปาง ตามรอยถ่ินกาเนิดของนักบุญแห่งล้านนา “141 ปี ครูบาเจ้าศรี วิชัย”. [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก http://eventsweekly-news.com/. (วนั ท่ีค้นข้อมูล :10 กุมภาพนั ธ์ 2565). พระมหาสะง่า. (2554). ประวตั ิ ปฏปิ ทา ครูบาศรีวชิ ัย. [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก https://www.gotoknow.org/. (วันทค่ี ้นข้อมูล :15 กมุ ภาพนั ธ์ 2565). ก้อง กงั ฟู. (2553). ครูบาศรีวิชัย..72 ปี ละสังขาร สร้างอนุสาวรีย์..ยืนมองเชียงใหม่. [ออนไลน์]. เข้าถึง ได้จาก https://www.thairath.co.th/. (วันท่คี ้นข้อมูล :16 กุมภาพนั ธ์ 2565). จิรชาติ สันต๊ะยศ. (2565). ครูบาศรีวิชัย : “เจ้าตนบญุ แห่งล้านนา” กบั ความขัดแย้งในคณะสงฆ์. [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก https://www.silpa-mag.com. (วนั ท่คี ้นข้อมูล :21 กุมภาพนั ธ์ 2565).
ภาคผนวก เคา้ โครงโครงงาน
Search
Read the Text Version
- 1 - 46
Pages: