Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงงานเรื่องพิธีกรรมเรื่องข้าวของกะเหรี่ยง

โครงงานเรื่องพิธีกรรมเรื่องข้าวของกะเหรี่ยง

Published by pee_sak, 2022-03-14 02:58:12

Description: รายวิชาประวัติศาสตร์ ม.5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

Search

Read the Text Version

รายงานโครงงานวชิ าประวตั ศิ าสตร์ เรื่อง ประเพณีและพธิ ีกรรมท่เี กย่ี วกบั ข้าวของชาวกะเหรี่ยง รายงานนเี้ ป็ นส่วนหนึ่งของการศึกษาวชิ าประวตั ิศาสตร์ รหสั ส 32104ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 ปี การศึกษา 2564 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 จังหวดั ลาพนู

รายงานโครงงานวชิ าประวตั ศิ าสตร์ เรื่อง ประเพณีและพธิ ีกรรมเกย่ี วกบั ข้าวของชาวกะเหร่ียง โดย 1. นาง ธิดารัตน์ ถิ่นพนานิยม เลขที่ 6 ช้ัน ม.5/2 2.นาย คุณากร ฝั่นต๊ะ เลขท่ี 11 ช้ัน ม.5/2 3.นาย ทรงพล ติ๊บแดง เลขท่ี 16 ช้ันม.5/2 4.นาย ศักด์ิไพรทอง อดุ มไพรวลั ย์ เลขท่ี 18 ช้ันม.5/2 5.นายพรี พล พงศ์ไพรสนณ์ ลขท่ี 22 ช้ันม.5/2 เสนอ ครูพรี วุฒิ วงค์ตนั กาศ รายงานนเี้ ป็ นส่วนหน่งึ ของการศึกษาวชิ าประวตั ิศาสตร์ รหสั ส 32104 ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2564 โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 จังหวดั ลาพูน สานกั บริหารงานการศึกษาพเิ ศษ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ช่ือโครงงาน ประเพณีและพิธีกรรมที่เกี่ยวกบั ขา้ วของชาวกะเหร่ียง ชื่อผู้เขียน 1. นาง ธิดารัตน์ ถ่ินพนานิยม 2.นาย คุณากร ฝ้ันต๊ะ 3.นาย ทรงพล ติ๊บแดง 4.นาย ศกั ด์ิไพรทอง อุดมไพรวลั ย์ 5.นายพรี พล พงศไ์ พรสนณ์ อาจารย์ท่ีปรึกษาโครงงาน อาจารยพ์ ีรวุฒิ วงศต์ นั กาศ บทคัดย่อ จากการศึกษาคน้ ควา้ เร่ืองประเพณีและพิธีกรรมเก่ียวกบั ขา้ วของชาวกะเหร่ียง มีจุดมุ่งหมายเพอื่ ศึกษา ประวตั ิความเป็นมาของของประเพณีและพธิ ีกรรม ความเช่ือต่างๆของชาวกะเหร่ียง ศึกษาข้นั ตอนและวธิ ีการ ปลุกขา้ วต่างๆของชาวกะเหรี่ยงแหลง่ ท่ีไปศึกษาคือหอ้ งสมดุ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์26จงั หวดั ลาพนู และ หอ้ งคอมพิวเตอร์โดยการคน้ ควา้ หาขอ้ มลู จากหนงั สือและเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ ผลการศึกษาพบวา่ ประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกบั ขา้ วของชาวกะเหร่ียง ในแตล่ ะที่ยงั คงมีความเชื่อและ พิธีกรรมท่ีคลา้ ยคลึงกนั ไปตามสภาพแวดลอ้ มของที่น้นั ๆตามความเช่ือของผเู้ ฒ่าผแู้ ก่ในหมูบ่ า้ น หรือผทู้ ี่มี ความรู้สืบทอดตอ่ รุ่นสู่รุ่นของหมบู่ า้ นน้นั ๆและยงั มีการสืบทอดต่อๆไปใหก้ บั ลกุ หลานตอ่ ไปๆเพื่อที่จะอนุรักษ์ ส่ิงแวดลอ้ มและประเพณีที่ดีของชาวกะเหรี่ยงตอ่ ไป

กติ ติกรรมประกาศ โครงงานฉบบั น้ีสาเร็จลุล่วงไดด้ ว้ ยความกรุณาเป็นอยา่ งยง่ิ จาก คุณครู พีรวุฒิ วงคต์ นั กาศและคุณครู รัฐพงศ์ ใฝ่ใจความรู้ ท่ีไดใ้ ห้คาแนะนา ถา่ ยทอดวิชาความรู้ แนวคิด วธิ ีการดาเนินงานตรวจสอบความถูกตอ้ ง สมบูรณ์ของโครงงาน ขอขอบคุณครูหอ้ งสมดุ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 26 จงั หวดั ลาพูนห้องคอมพิวเตอร์ คอมพวิ เตอร์หอนอน ที่ใหค้ วามรู้เร่ืองประเพณีและพิธีกรรมท่ีเก่ียวกบั ขา้ วของชาวกะเหรี่ยง ทางคณะผจู้ ดั ทา ขอขอบพระคุณเป็นอยา่ งสูง ขอกราบขอบพระคณุ ครูภุมริน ยมหา ที่ไดใ้ หค้ วามอนุเคราะหใ์ นการใชห้ อ้ งคอมพวิ เตอร์ในการ จดั ทาโครงงานและใหศ้ ึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มูลทางอินเทอร์เน็ต ที่เกี่ยวขอ้ งกบั โครงงานในคร้ังน้ี ผจู้ ดั ทาขอกราบ พระคุณในความกรุณาเป็นอยา่ งยงิ่ ขอกราบขอบพระคุณครูมนวิภา ชนะทิพย์ ท่ีไดใ้ หค้ วามอนุเคราะหใ์ นการใหข้ อ้ มูลและใหศ้ ึกษา คน้ ควา้ ขอ้ มูลในห้องสมดุ และไดใ้ หข้ อ้ แนะนาเกี่ยวกบั หนงั สือที่เก่ียวขอ้ งกบั โครงงานในคร้ังน้ี และสาหรับการ ทาโครงงานใหม้ ีความถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ ผจู้ ดั ทาขอกราบพระคุณในความกรุณาเป็นอยา่ งยง่ิ สุดทา้ ยน้ี ขอกราบขอบพระคุณ ผปู้ กครองทกุ ท่าน ผเู้ ป็นกาลงั ใจใหโ้ อกาสทางการศึกษาแก่ ผจู้ ดั ทาเสมอมา ตลอดจนผมู้ ีพระคุณทกุ ท่านที่ไดอ้ บรมสั่งสอนและช้ีแนะแนวทางแก่ผจู้ ดั ทาเสมอมา ผจู้ ดั ทา หวงั เป็นอยา่ งยง่ิ วา่ โครงงานฉบบั น้ีจะเป็นประโยชน์ตอ่ ครูผสู้ อน ตลอดจนผทู้ ี่สนใจโดยทวั่ ไป จดั ทาโดย 1.นาง ธิดารัตน์ ถิ่นพนานิยม 2.นาย คุณากร ฝ้ันตะ๊ 3.นาย ทรงพล ติ๊บแดง 4.นาย ศกั ด์ิไพรทอง อุดมไพรวลั ย์ 5.นายพรี พล พงศไ์ พรสนณ์

คานา โครงงานเรื่องประเพณีและพิธีกรรมเก่ียวกบั ขา้ ว ของชาวกะเหรี่ยง เป็นส่วนหน่ึงของการเรียน รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่5 จดั ทาข้นึ เพือ่ การศึกษาและดาเนินข้นั ตอนทางประวตั ิศาสตร์อยา่ ง ถกู ตอ้ ง ตามหลกั การและเหตุผล ทางประวตั ิศาสตร์เพอ่ื ใหม้ ีความน่าเชื่อถือ ซ่ึงรายงานเลม่ น้ีมีเน้ือหาความรู้ที่ เก่ียวกบั ประวตั ิความเป็นมาของชาวกะเหรี่ยง ประเพณีและพิธีกรรม ความเชื่อตา่ งๆที่เกี่ยวกบั ขา้ วของชาวกะเหรี ยงที่สาคญั ๆตลอดจนถึงการปลุกขา้ วของชาวกะเหรี่ยง ที่มีการแบง่ ประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกบั การปลุกขา้ ว ต้งั แต่ ก่อนปลุก ช่วงเพาะปลุก ช่วงเกบ็ เก่ียว และหลงั การเกบ็ เกี่ยว แสดงใหเ้ ห็นถึงความเช่ือตา่ งๆของชาวกะเหรี ยงท่ีมีความเชื่อมโยงเก่ียวกบั สิ่งเหนือธรรมชาติท่ีชาวกะเหรี่ยงใหค้ วามเคารพ ดงั น้นั กลุ่มขา้ พเจา้ จึงเลือกหัวขอ้ น้ี มาทาโครงงาน เน่ืองจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจและมีประโยชน์ รวมถึงเป็นการสืบสานและอนุรักษป์ ระเพณีและ พธิ ีกรรมที่เกี่ยวกบั ขา้ วของชาวกะเหร่ียง ผจู้ ดั ทาหวงั วา่ โครงงานเลม่ น้ีจะมีประโยชน์ตอ่ ผูอ้ ่านหรือนกั เรียน นกั ศึกษา ท่ีกาลงั หาขอ้ มลู เร่ืองน้ี อยู่ หากมีขอ้ แนะนาหรือขอ้ ผิดพลาดประการใด ผจู้ ดั ทาขอนอ้ มรับไวแ้ ละขออภยั มา ณ ท่ีน้ีดว้ ย 1. นาง ธิดารัตน์ ถ่ินพนานิยม 2.นาย คณุ ากร ฝ้ันต๊ะ 3.นาย ทรงพล ต๊ิบแดง 4.นาย ศกั ด์ิไพรทอง อุดมไพรวลั ย์ 5.นายพีรพล พงศไ์ พรสนณ์

สารบญั หนา้ บทคดั ยอ่ กิตติกรรมประกาศ คานา สารบญั บทที่ 1 บทนา -ท่ีมาและความสาคญั -วตั ถปุ ระสงค์ บทท่ี 2 เอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ ง .ประวตั ิความเป็นมาของขา้ ว . ประวตั ิขา้ วท่ีมีในไทย .สายพนั ธข์ า้ วที่มีในไทย .จุดกาเนิดของพิธีกรรมเก่ียวกบั ขา้ ว .การต้งั ถ่ินฐานและการดารงชีวติ ของชาวกะเหรี่ยง บทท่ี 3 วิธีการดาเนินงาน ข้นั ตอนท่ี 1 กาหนดหวั ขอ้ เรื่องที่จะศึกษา ข้นั ตอนท่ี 2 สืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู ข้นั ตอนท่ี 3 การประเมินคณุ ค่าของหลกั ฐาน ข้นั ตอนที่ 4 นาขอ้ มูลมาวิเคราะห์ สงั เคราะห์ ละจดั หมวดหมูข่ อ้ มลู ข้นั ตอนที่ 5 เรียบเรียงและนาเสนอ บทท่ี 4 ผลการศึกษา บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาและขอ้ เสนอแนะ

บทท่ี 1 บทนา ทม่ี าและความสาคญั ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมมีพ้นื ท่ีราบล่มุ เหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะการปลูกขา้ ว ถือเป็นอาหารหลกั ของคนภายในประเทศ สงั คมไทยปลกู ขา้ วเพื่อการบริโภคมาต้งั แต่ยุคโบราณ เรียกไดว้ า่ ขา้ ว เป็นแหล่งอาหารท่ีหล่อเล้ียงคนในสงั คม เป็นอาหารหลกั ของคนไทยมาชา้ นานแลว้ เชื่อกนั วา่ เริ่มปลกู ทางภาค ตะวนั ออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) โดยประเทศไทยเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวนั ออก และไม่ไดร้ ับอิทธิพลมาจาก ที่ใด เห็นไดจ้ ากหลกั ฐานทางโบราณคดีที่ตาบลบา้ นเชียง จงั หวดั อุดรธานี ซ่ึงพบซากของเมลด็ ขา้ วโรยอยรู่ อบๆ โครงกระดูกท่ีมีอายรุ าว 5,600 ปี นอกจากน้ียงั พบเมลด็ ขา้ วที่ถ้าปุงฮุง จงั หวดั แม่ฮ่องสอน ท่ีแสดงใหเ้ ห็นวา่ มีการ ปลกู ขา้ วบริเวณน้ีมานานกวา่ 5,400 ปี มาแลว้ ท้งั วฒั นธรรมความเช่ือ และประเพณีท่ีเก่ียวกบั ขา้ วตา่ งๆ พธิ ีกรรมการปลกู ขา้ วจึงถือกาเนิดข้ึน กลายเป็นวฒั นธรรมสืบเนื่องต่อกนั มา ไมว่ า่ จะเป็นพิธีกรรม ทางศาสนา งานพระราชพิธี รวมท้งั ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อเกี่ยวกบั ขา้ วมาจนปัจจุบนั จุดม่งุ หมายที่ สาคญั ของพธิ ีกรรมการปลกู ขา้ วกเ็ พ่ือความอุดมสมบูรณ์ ไดผ้ ลผลิตจานวนมาก พิธีกรรมขา้ วยคุ แรกของ สังคมไทยก่อนที่จะรับเอาศาสนาฮินดูเขา้ มา ในสมยั น้นั การปลกู ขา้ วน้นั จาเป็นตอ้ งพ่ึงพงิ ธรรมชาติ จึงเป็นเรื่อง ของการพยายามท่ีจะติดตอ่ หรือขอร้องอานาจเหนือธรรมชาติ หรือผแี ถน โดยเชื่อวา่ อานาจน้ีจะสามารถบนั ดาล ผลผลิตสภาพดิน ฟ้า อากาศ โดยผา่ นพธิ ีกรรมทางไสยศาสตร์ที่ควบคุมอานาจลึกลบั เหนือธรรมชาติได้ ต่อมา เมื่อรับเอาพทุ ธศาสนาและศาสนาฮินดูเขา้ มา ทาใหผ้ สมผสานกนั กลายเป็นพิธีกรรมของชาวบา้ น และมีพระราช พธิ ีหลวง คอื พธิ ีแรกนาขวญั การประกอบพิธีกรรมมีความสาคญั ต่อชาวบา้ นมาก เพราะการปลกู ขา้ วเป็นการประกอบอาชีพและ ทามาหากินเล้ียงชีพ จะเห็นว่า คนนบั ถือขา้ ว เรียกขา้ ววา่ “แมโ่ พสพ”เป็นการยกยอ่ งขา้ ววา่ เป็นผใู้ หช้ ีวติ แก่ มนุษย์ เปรียบเสมือน “แม่” ผมู้ ีชีวิตจึงตอ้ งสุภาพอ่อนโยน เคารพนบั ถือ กตญั ญูกตเวที การปลกู ขา้ วไม่วา่ จะ ข้นั ตอนใด ดานา ไถ ตอ้ งมีพิธีบชู าของไหวแ้ ม่โพสพก่อนเสมอ พธิ ีกรรมขา้ วทาข้ึนตลอดปี ของการปลูกขา้ ว โดยจดั ต่อเนื่องตามลาดบั การเพาะปลูก ช่วงเวลาของ พิธีกรรมที่สาคญั จะอยตู่ ้งั แต่ก่อนเร่ิมฤดูกาลปลกู จนกระทงั่ หลงั การเกบ็ เก่ียวผลผลิต พิธีกรรมขา้ วท่ีสาคญั มีอยู่ ใน 4 ช่วงของการปลูก คอื

พธิ ีกรรมก่อนการเพาะปลูก วตั ถุประสงคเ์ พือ่ บวงสรวง บชู าสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิหรือบรรพบุรุษใหค้ มุ้ ครอง ป้องกนั ภยนั ตรายแก่ชีวิตและทรัพยส์ ิน ใหม้ ีความสวสั ดิมงคล มีความอดุ มสมบรู ณ์ ขอโอกาสและมีความเช่ือมนั่ ในการดารงชีวิตในรอบปี ปลูก อาทิ พธิ ีเล้ียงขนุ ผขี นุ ถ้า พธิ ีแห่นางแมว เทศน์พญาคนั คาก สวดคาถาปลาช่อน พธิ ีป้ันเมฆ พิธีบญุ บ้งั ไฟขอฝน พิธีบุญซาฮะ พิธีเหล่าน้ีจดั ข้ึนก่อนเร่ิมการเพาะปลูก พิธีกรรมช่วงเพาะปลกู ทาเพือ่ บวงสรวงบนบานแก่เทพเจา้ หรือสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิ บอกกล่าว ฝากฝังสิ่งท่ี เก่ียวขอ้ งกบั ขา้ วหรือการเพาะปลูก ขอใหก้ ารปลกู ขา้ วดาเนินไปไดด้ ว้ ยดี ปราศจากอนั ตรายต่างๆ อาทิ พธิ ีแรก ไถนา พิธีเล้ียงผีตาแฮก พธิ ีตกกลา้ พิธีแรกดาน้า พธิ ีปักขา้ วตาแฮก พิธีปักกกตาแฮก พิธีกรรมเพ่ือการเก็บเก่ียวและฉลองผลผลิต ทาเพือ่ ใหไ้ ดผ้ ลผลิตจานวนมาก เพ่ือแสดงความออ่ น นอ้ มกตญั ญูต่อขา้ ว พิธีกรรมน้ีจดั ข้ึนในช่วงฤดูกาลเกบ็ เก่ียวอาทิ พธิ ีรวบขา้ ว พิธีแรกเกี่ยวขา้ ว พิธีเชิญขา้ วขวญั พิธีวางขา้ วต๋างน้า พธิ ีปลงขา้ ว พธิ ีขนขา้ วข้ึนยงุ้ พิธีต้งั ลอมขา้ ว พิธีเปิ ดยงุ้ และพิธีปิ ดยงุ้ ในระยะแรกเริ่มของการปลูกขา้ ว สันนิษฐานวา่ น่าจะเป็นการปลูก “แบบเล่ือนลอย” คือในแต่ละปี หรือสองปี จะมีการปลกู ขา้ โดยอาศยั น้าจากธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของดินท่ีเหมาะสม โดยใชเ้ มลด็ ขา้ ว หวา่ นลงไปในดิน เมื่อปลกู ไดป้ ี หรือสองปี กย็ า้ ยที่ปลูกใหม่ไปเรื่อยๆ เน่ืองจากดินจะขาดความอดุ มสมบูรณ์ เป็นเช่นน้ีวนเวยี นไปรอบๆ ท่ีอยอู่ าศยั ขา้ วในวิถีชีวิตของคนไทยน้นั ผกู พนั ธ์กนั มาชา้ นาน ก่อใหเ้ กิดวฒั นธรรม ข้ึนอยา่ งมากมาย ไมว่ า่ จะเป็นในเรื่อง ของภาชนะ อาหาร พธิ ีกรรมตา่ งๆ ซ่ึงนบั วา่ ขา้ วมีจิตวิญญาณในการดารงชีวิตตามวิถีไทย เคร่ืองไม้ เครื่องมือ ต่างๆ ตามภมู ิปัญญาด้งั เดิม มีความเชื่อในดา้ นพธิ ีกรรม ในการทานาคร้ังแรกในบางพ้นื ท่ียงั มีพิธีกรรม ตามความ เช่ือด้งั เดิม พิธีกรรมท้งั หมดมีวตั ถปุ ระสงคห์ ลกั เพ่อื ความอดุ มสมบรู ณ์ของขา้ วและแสดงใหเ้ ห็นถึงวิธีการ แกไ้ ขปัญหาของชาวบา้ น รวมถึงสะทอ้ นภมู ิปัญญาของชาวบา้ นในการเผชิญกบั ปัญหาเรื่องปากทอ้ งและสร้าง แรงกาลงั ใจเพ่อื ความอยรู่ อดของชาวนาไทย แมว้ า่ พิธีกรรมบางอยา่ งอาจตดั ทอนไป เนื่องจากคนทานารุ่น ลูกหลานเห็นคุณคา่ ทางพธิ ีกรรมนอ้ ยแต่ก็มีใหเ้ ห็นในแหลง่ เพาะปลกู ขา้ วภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ยงั มี ความเชื่อเละรักษาวฒั นธรรมขา้ วและพธิ ีกรรมทางศาสนาเก่ียวกบั ขา้ วผา่ นประเพณีท่องเท่ียวตามจงั หวดั ต่างๆ ท่ี ไดจ้ ดั ข้ึนในปัจจุบนั ภูมิปัญญาเป็นความรู้ท่ีประกอบไปดว้ ยคุณธรรมซ่ึงสอดคลอ้ งกบั วิถีชีวติ ด้งั เดิมของชาวบา้ นใน วถิ ีด้งั เดิมน้นั ชีวิตของชาวบา้ นไมไ่ ดแ้ บง่ แยกเป็นส่วนๆ หากแต่ทุกอยา่ งมีความสมั พนั ธก์ นั การทามาหากิน การ อยรู่ ่วมกนั ในชุมชน การปฏิบตั ิศาสนา พิธีกรรมและประเพณี ต่างๆ ประเพณีทอ้ งถ่ินบางอยา่ งมีลกั ษณะเฉพาะและไดน้ าเอาพธิ ีกรรมอ่ืนๆ ที่เก่ียวขอ้ งกบั วถิ ีชีวิต กลมุ่ ชาติพนั ธุ์ ประวตั ิศาสตร์ความเป็นมาของทอ้ งถิ่น เป็นประเพณีประจาปี ของทอ้ งถ่ินน้นั ๆ ดว้ ย เช่น บางทอ้ งถ่ิน

ไดน้ าพิธีกรรมเกี่ยวกบั การรักษาเขา้ มาเก่ียวขอ้ ง หรือการผสมผสานของกล่มุ ชาติพนั ธุ์ในแต่ละทอ้ งถิ่นไดน้ าเอา วฒั นธรรมของชาติพนั ธุก์ ลุ่มใดกลุ่มหน่ึงมาสร้างอตั ลกั ษณ์ เช่น ประเพณีแห่บ้งั ไฟแถนแถบอาเภอศรีมหาโพธิ จงั หวดั ปราจีนบุรี กะเหรี่ยงเป็นอีกกลมุ่ ชาติพนั ธห์ น่ึงท่ีมีการทานาและมีพธิ ีกรรมความเชื่อต่างๆเก่ียวกบั ขา้ วและการ ทานาระบบการผลิตของกะเหร่ียง นาถือวา่ เป็นสิ่งปรารถนาของทุกคนเพราะนาเป็นพ้ืนท่ีทากินที่มีความหมาย ใครมีนาถือไดว้ า่ บคุ คลน้นั มีฐานะ ที่พอกินพอใชแ้ ละเป็นคนมีหนา้ มีตาในชุมชน สาหรับลกั ษณะการทานาใน สังคมกะเหรี่ยงเป็นนาแบบข้นั บนั ได จะอยตู่ ามท่ีรามลมุ่ หุบเขา ริมน้า ลาธาร ท่ีสามารถผนั น้าเขา้ ไปในพ้ืนท่ีได้ แน่นอนดา้ นการใหผ้ ลผลิต และถา้ ดงั น้นั ประเพณีและพธิ ีกรรมท่ีเกี่ยวกบั ขา้ ว จึงมีที่มาและความสาคญั ของโครงงานโดยตอ้ งศึกษา ประวตั ิความเป็นมา ประเพณีและพธิ ีกรรมที่ที่เก่ียวขอ้ งกบั ขา้ ว ของชาวกะเหรี่ยง แต่ละทอ้ งถิ่นท่ีคลา้ ยคลึงกนั ตามความเชื่อหรือเกิดข้นึ ตามธรรมชาติมาชา้ นานของชาวกะเหร่ียง ที่สืบต่อกนั มาจนถึงปัจจุบนั แตก่ ็ยงั ไมม่ ี ผคู้ นท่ีจะรู้ประวตั ิความเป็นมาของพิธีกรรมเก่ียวกบั ขา้ วของชาวกะเหรี่ยงอยา่ งแทจ้ ริง กล่มุ ของขา้ พเจา้ จึงตอ้ งการศึกษาประวตั ิความเป็นมาของพิธีกรรมเก่ียวกบั ขา้ วของชาวกะเหรี่ยง วตั ถปุ ระสงค์ 1.เพ่อื ศึกษาประเพณี และพธิ ีกรรมต่างๆที่เก่ียวกบั ขา้ วของชาวกะเหรี่ยง

บทที่2 เอกสารที่เกยี่ วข้อง จากการศึกษาโครงงานประวตั ิศาสตร์และภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน เร่ือง ประเพณีและพธิ ีกรรมของ กะเหรี่ยง พบวา่ มีเอกสารที่เก่ียวขอ้ งกบั โครงงาน ดงั น้ี 1.ประวตั ิความเป็นมาของขา้ ว 2.ประวตั ิขา้ วท่ีมีในประเทศไทย 3.สายพนั ธข์ า้ วที่มีในไทย 4.จุดกาเนิดของพิธีกรรมเกี่ยวกบั ขา้ ว 5.การต้งั ถ่ินฐานและการดารงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง โดยมีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี 1.ประวตั คิ วามเป็ นมาของข้าว หลกั ฐานพนั ธุศาสตร์แสดงวา่ ขา้ วมาจากการนามาปลูกเม่ือราว 8,200–13,500 ปี ก่อน ในภูมิภาคหุบ แมน่ ้าจูเจียงของจีน ก่อนหนา้ น้ี หลกั ฐานโบราณคดีเสนอวา่ ขา้ วมีการนามาปลูกในเขตหุบแมน่ ้าแยงจีในจีน ขา้ ว แพร่กระจายจากเอเชียตะวนั ออกไปยงั เอเชียตะวนั ออกเฉียงใตแ้ ละเอเชียใต้ ขา้ วถกู นามายงั ทวปี ยโุ รปผา่ นเอเชีย ตะวนั ตก และทวีปอเมริกาผา่ นการยดึ อาณานิคมของยุโรป ปกติการปลกู ขา้ วเป็นแบบปี ตอ่ ปี ทวา่ ในเขตร้อน ขา้ วสามารถมีชีวติ อยไู่ ดห้ ลายปี และสามารถไวต้ อ (ratoon) ไดน้ านถึง 30 ปี ตน้ ขา้ วสามารถโตไดถ้ ึง 1–1.8 เมตร ข้นึ อยกู่ บั พนั ธุแ์ ละความอดุ มสมบรู ณ์ของดินเป็น หลกั มีใบเรียว ยาว 50-100 เซนติเมตร และกวา้ ง 2-2.5 เซนติเมตร ช่อดอกหอ้ ยยาว 30-50 เซนติเมตร เมลด็ กิน ไดเ้ ป็นผลธญั พืชยาว 5-12 มิลลิเมตร และหนา 2-3 มิลลิเมตร การเตรียมดินสาหรับเพาะปลกู ขา้ วเหมาะกบั ประเทศและภมู ิภาคที่ค่าแรงต่าและฝนตกมาก เน่ืองจากมนั ใชแ้ รงงานมากท่ีจะเตรียมดินและตอ้ งการน้าเพยี งพอ อยา่ งไรก็ตาม ขา้ วสามารถโตไดเ้ กือบทกุ ท่ี แม้ บนเนินชนั หรือเขตภูเขาท่ีใชร้ ะบบควบคมุ น้าแบบข้นั บนั ได แมว้ า่ สปี ชีส์บุพการของมนั เป็นส่ิงพ้ืนเมืองของ เอเชียและส่วนท่ีแน่นอนของแอฟริกา ร้อยปี ของการคา้ ขายและการส่งออกทาใหว้ ฒั นธรรมสามญั ในหลายที่ทว่ั โลก ทว่ั โลกเปล่ียนแปลงตามกาลเวลาและยคุ สมยั จะเห็นไดว้ า่ ยง่ิ เวลาผา่ ไปนานดินก็ยง่ิ เกิดการเสื่อมโทรม เพราะมีการใช่สารเคมีต่างๆ

2. ประวตั ขิ ้าวที่มีในไทย เมลด็ ขา้ วที่เก่าแก่ท่ีสุดท่ีพบมีลกั ษณะคลา้ ยขา้ วปลูกของชุมชนสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ อายรุ าว 3,500-3,000 ปี ก่อนคริสตศ์ กั ราช ไดแ้ ก่ รอยแกลบขา้ วซ่ึงเป็นส่วนผสมของดินท่ีใชป้ ้ันภาชนะดินเผาท่ีโนนนก ทา ตาบลบา้ นโคก อาเภอภูเวียง จงั หวดั ขอนแก่น เป็นหลกั ฐานท่ียอมรับกนั โดยทว่ั ไปวา่ เก่าแก่ที่สุดคือประมาณ 3,500 ปี ก่อนคริสตศ์ กั ราช หลกั ฐานอื่น ๆ ท่ีแสดงใหเ้ ห็นวา่ สยามประเทศเป็นแหลง่ ปลูกขา้ วมาแต่โบราณ ไดแ้ ก่ เมลด็ ขา้ วท่ีขดุ พบที่ถ้าปุงฮุง จงั หวดั แม่ฮ่องสอน แสดงวา่ มีการปลูกขา้ วในบริเวณน้ีเมื่อ 3,500-3,000 ปี ก่อน คริสตศ์ กั ราช หรือราว 5,400 ปี มาแลว้ แกลบขา้ วที่พบที่ถ้าปุงฮุง มีท้งั ลกั ษณะของขา้ วเหนียวเมลด็ ใหญ่ที่เจริญ งอกงามอยใู่ นที่สูงเป็นขา้ วไร่และขา้ วเจา้ แต่ไม่พบลกั ษณะของขา้ วเหนียวเมลด็ ป้อม หรือขา้ วพวก จาโปนิกา (Japonica) เลย และแหล่งโบราณคดีที่บา้ นเชียง จงั หวดั อุดรธานีพบรอยแกลบขา้ วผสมอยกู่ บั ดินที่นามาป้ัน ภาชนะดินเผากาหนดอายไุ ดใ้ กลเ้ คียงกบั แกลบขา้ ว หลกั ฐานการคน้ พบเมลด็ ขา้ ว เถา้ ถ่านในดินและรอยแกลบบนเคร่ืองป้ันดินเผาที่โคกพนมดี อาเภอ พนสั นิคม จงั หวดั ชลบุรี แสดงใหเ้ ห็นถึงชุมชนปลูกขา้ วสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ชายฝั่งทะเล นอกจากน้ียงั พบ หลกั ฐานคลา้ ยดอกขา้ วป่ าเมืองไทยท่ีถ้าเขาทะลุ จงั หวดั กาญจนบุรี อายปุ ระมาณ 2,800 ปี (อาจจะก่อนหนา้ หรือ หลงั จากน้นั ประมาณ 300 ปี ) ซ่ึงเป็นช่วงรอยตอ่ ยคุ หินใหม่ตอนปลายกบั ยคุ โลหะตอนตน้ หลกั ฐานภาพเขียนบนผนงั ถ้าหรือผนงั หินอายไุ ม่นอ้ ยกวา่ 2,000 ปี ที่ผาหมอนนอ้ ย บา้ นตากุ่ม ตาบลหว้ ยไผ่ อาเภอโขงเจียม จงั หวดั อุบลราชธานี บนั ทึกการปลกู ธญั พชื อยา่ งหน่ึง มีลกั ษณะเหมือนขา้ ว และ ภาพแปลงของพชื คลา้ ยขา้ ว อาจตีความไดว้ า่ มนุษยส์ มยั น้นั รู้จกั ขา้ วหรือการเพาะปลูกขา้ วแลว้ ศาสตราจารยช์ ิน อยดู่ ี สรุปไวเ้ ม่ือ ปี พ.ศ. 2535 วา่ ประเทศไทยทานาปลกู ขา้ วมาแลว้ ประมาณ 5,471 ปี (นบั ถึงปี พ.ศ. 2514) ก่อนการปลกู ขา้ วในประเทศจีนหรืออินเดียราว 1,000 ปี ผลของการขดุ คน้ พบรอยแกลบ ขา้ วท่ีโนนนกทาสนบั สนุนสมมติฐานที่วา่ ขา้ วเร่ิมปลกู ในทวปี เอเชียอาคเนยใ์ นสมยั หินใหม่ จากน้นั แพร่ข้นึ ไปที่ ประเทศอินเดีย ประเทศจีน ประเทศญี่ป่ ุน และประเทศเกาหลี 3.สายพนั ธ์ข้าวทมี่ ีในไทย พนั ธุ์ขา้ วในประเทศไทย มีหลายพนั ธุ์ สามารถแบ่งแยกชนิดไดห้ ลายอยา่ ง เช่น แบ่งตาม นิเวศการ ปลกู แบ่งตามการตอบสนองตอ่ ช่วงแสง ธญั พชื เมืองหนาว หรือขา้ วเฉพาะถิ่น โดยมีรายชื่อพนั ธุ์ขา้ วดงั ต่อไปน้ี 3.1 ขา้ วหอมมะลิ 105 เป็นสายพนั ธุ์ขา้ วที่มีกล่ินหอมคลา้ ยใบเตย เป็นพนั ธุ์ขา้ วที่ปลูกที่อ่ืนไดไ้ ม่ดี เท่ากบั ปลูกในไทย และเป็นพนั ธุข์ า้ วที่ทาใหข้ า้ วไทยเป็นสินคา้ ส่งออกที่รู้จกั ไปทว่ั โลก ซ่ึงขา้ วหอม มะลิ 105 เป็นขา้ วท่ีมีตน้ กาเนิดจาก จ.ฉะเชิงเทรา เป็นขา้ วพนั ธุ์เบาที่ไดร้ ับการปรับปรุงพนั ธุ์มา จากขา้ วขาวดอกมะลิ ซ่ึงเป็นขา้ วพ้ืนเมืองท่ีพบและรู้จกั กนั ในอาเภอบางคลา้ จงั หวดั ฉะเชิงเทรา

ดว้ ยคณุ ลกั ษณะอนั โดดเด่นยามหุงขา้ ว กลิ่นจะหอมชวนใหร้ ับประทานไมเ่ หมือนพนั ธุ์ขา้ วใด ในโลก 3.2 ขา้ วหอมมะลิท่งุ กลุ า เป็นขา้ วพนั ธุท์ ่ีมาจากแหลง่ ปลกู ขา้ วหอมมะลิที่ดีที่สุดในโลก นนั่ กค็ อื ที่ ราบอนั มีอาณาเขตกวา้ งขวางใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ท่ีเราเรียกกนั วา่ “ทุ่งกลุ ร้องไห”้ ซ่ึงเมลด็ ขา้ วจะมีลกั ษณะยาว เรียว และเมลด็ ไมม่ ีหางขา้ ว เมลด็ ขา้ วท่ีผา่ นการสีแลว้ จะ มีความเล่ือน มนั จมูกขา้ วเลก็ เม่ือหุงแลว้ จะมีกลิ่นหอมและนุ่ม 3.3 ขา้ วเหนียวพนั ธุ์ กข. 6 ขา้ วพนั ธุ์มีลกั ษณะเมลด็ ยาวเรียว มีเปลือกสีน้าตาล เมลด็ มีขนส้นั เป็นสาย พนั ธุ์ขา้ วเหนียวหอม ไวต่อช่วงแสง เป็นพนั ธุข์ า้ วเหนียวท่ีไดร้ ับการปรับปรุงพนั ธุ์มา จากขา้ วเจา้ พนั ธุข์ าวดอกมะลิ 105 เมื่อนาไปหุงแลว้ ขา้ วจะนุ่ม มีกลิ่นหอม ทนแลง้ และ มีคณุ ภาพการหุงตม้ รับประทานดี เป็นขา้ วเหนียวที่ใหผ้ ลผลิตเฉล่ียสูงสุดเป็นอนั ดบั หน่ึง ซ่ึง เป็นพนั ธุข์ า้ วเหนียวท่ีนิยมปลูกกนั แพร่หลายในภาคเหนือและภาค ตะวนั ออกเฉียงเหนือ 3.4 ขา้ วเหนียวเขาวงกาฬสินธ์ เป็นขา้ วเหนียวท่ีปลูกในพ้ืนที่อาเภอเขาวง อาเภอกฉุ ินารายณ์ (เฉพาะ ตาบลนาโทและตาบลหนองหา้ ง) และกิ่งอาเภอนาคู (เฉพาะตาบลนาคูและตาบลบอ่ แกว้ ) จงั หวดั กาฬสินธุ์ ซ่ึงเป็นพ้ืนท่ีที่มีแคลเซียมและซิลกิ อนสูง อากาศเยน็ แหง้ น้า นอ้ ย ส่งผลใหข้ า้ ว เหนียวเขาวงกาฬสินธุ์มีความนุ่มและหอมมาก เม่ือน่ึงสุกจะหอม และนุ่ม ไม่แฉะติดมือ และขา้ วท่ีน่ึงแลว้ เม่ือเกบ็ ไวใ้ นภาชนะท่ีปิ ดหลายชว่ั โมง จนขา้ ว เยน็ ยงั คงรักษาความออ่ นนุ่มไวไ้ ด้ 3.5 ขา้ วเหนียวเข้ียว เป็นขา้ วท่ีมีเม็ดเรียวยาว สีขาว และทนทานต่อโรคตา่ งๆ ไดด้ ี เม่ือนามา หุงใหส้ ุกเมด็ ขา้ วที่ ไดจ้ ะเหนียวนุ่ม เรียงตวั สวยไม่เละ มีสีขาวในลกั ษณะเลื่อมเป็นมนั และมีกลิ่นหอมน่ารับประทานขา้ วเหนียวเข้ยี วงเู ป็นพนั ธุ์ขา้ วเหนียวท่ีมีคุณภาพดีและ เป็นสายพนั ธุ์หน่ึงท่ีไดร้ ับความนิยมในการนามาทาขา้ วเหนียวมนู เป็นขา้ วท่ีปลูก ในทางภาคเหนือ นิยมปลูกกนั มากในจงั หวดั เชียงราย

3.6 ขา้ วเหนียวดาหรือขา้ วก่า เมลด็ ขา้ วมีสีม่วงดา และเมลด็ ค่อนขา้ งแขง็ เค้ยี วละเอียดยากกวา่ แตน่ ิยม นามาทาเป็นขนมหวานมากกวา่ ขา้ วอ่ืน ๆ และเป็นขา้ วท่ีชาวนายกยอ่ งใหเ้ ป็นพญาขา้ ว เหนือขา้ วพนั ธุ์อื่น ๆ ซ่ึงชาวนามีความเชื่อวา่ ขา้ วก่าจะปกป้องคุม้ ครองขา้ วพนั ธุ์อื่นท่ีอยู่ ในทอ้ งนาไม่ใหถ้ ูกแมลงกดั กิน ทาใหผ้ ลผลิตในการเก็บเกี่ยวขา้ วไดผ้ ลดี ขา้ วก่ายงั ช่วย ป้องกนั โรคหวั ใจ ลดคอเลสเตอรอล และยบั ย้งั การเจริญเติบโตของโรคมะเร็ง 3.7 ขา้ วเหลืองประทิวชุมพร เป็นขา้ วพ้นื เมืองด้งั เดิมของอาเภอปะทิว จ.ชุมพร เป็นขา้ วพนั ธุห์ นกั ในฤดู นาปี เก็บเก่ียวในช่วงเดือนธนั วาคม มีจานวนเมด็ ต่อรวงจานวนมาก และปลูกในที่ท่ี เป็นดินเปร้ีนไดด้ ี อีกท้งั ยงั ทนตอ่ โรคของแมลงไดด้ ว้ ย ลกั ษณะเมลด็ มีสีเหลือง เลื่อม มนั เมลด็ ยาว มีน้าหนกั เมลด็ ท่ีดี เม่ือนาไปหุงแลว้ ขา้ วข้นึ หมอ้ จึงเป็นขา้ วท่ีชาวนา ชุมพรมกั นิยมปลกู เพราะปลกู ง่าย ไดผ้ ลผลิตท่ีดีเหมาะกบั พ้ืนที่และสภาพอากาศ 3.8 ขา้ วเจก๊ เชยเสาไหม พนั ธุ์ขา้ วพ้นื เมืองคุณภาพดีของอาเภอเสาไห้ จ.สระบุรี ที่มาของชื่อมาจาก ชื่อผนู้ าสายพนั ธุ์ขา้ วพนั ธุ์น้ีเขา้ มาในพ้ืนท่ี คือพ่อคา้ ชาวไทยเช้ือสายจีน ชื่อ “เจก๊ เชย” ซ่ึง ขา้ วสายพนั ธุ์น้ีมีชื่อเสียงมายาวนานต้งั แต่ตน้ รัชสมยั รัตนโกสินทร์ เป็นขา้ วท่ีหุงข้ึนหมอ้ ไม่แขง็ กระดา้ ง ท่ีสาคญั ไม่บูดงา่ ย และไม่ยบุ ตวั เม่ือราดแกง สามารถแปรรูปเป็น ผลิตภณั ฑเ์ ส้นและขนมไดด้ ี 3.9 ขา้ วไรซ์เบอร์ร่ี เป็นผลงานการปรับปรุงสายพนั ธุ์ของ รศ.ดร.อภิชาติ และทีมนกั วจิ ยั จา ศูนยว์ ิจยั พนั ธุ์ขา้ ว มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ และความร่วมมือจากคณะกรรมการวิจยั แห่งชาติ (วช.)โดยเป็นการผสมขา้ มสายพนั ธุ์ ระหวา่ งขา้ วเจา้ หอมนิล ซ่ึงเป็นสายพนั ธุ์ พ่อ + ขา้ วขาวดอกมะลิ105 ซ่ึงเป็นสายพนั ธุแ์ ม่ ซ่ึงพนั ธุข์ า้ วน้ีไดร้ ับการจดทะเบียนเป็น พนั ธุพ์ ชื ใหม่ มีลกั ษณะเรียวยาว ผิวมนั วาว เป็นขา้ วเจา้ ท่ีมีสีม่วงเขม้ คลา้ ยกบั ลูกเบอร์รี ที่มีสีมว่ งเขม้ เม่ือสุก มีกลิ่นหอมที่ เป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะตวั อีกท้งั ยงั มีรสชาติหอมมนั เน้ือสมั ผสั เหนียวนุ่ม เป็นขา้ วท่ี เกิดข้นึ ใหมจ่ ากการผสมขา้ มพนั ธุร์ ะหวา่ งขา้ วเจา้ หอมนิล และขา้ วขาวดอกมะลิ 105 มี ลกั ษณะเป็นขา้ วเจา้ สีม่วงเขม้ ซ่ึงสีมว่ งเขม้ ท่ีพบในขา้ วไรซ์เบอรี่ เนื่องจากผา่ นการขดั สี เพียงแคบ่ างส่วน

3.10 ขา้ วมนั ปู เป็นขา้ วท่ีชาวจีนเรียกวา่ ขา้ วแดง หรือช่ือพ้นื เมืองเรียกวา่ อ้งั คก่ั มีลกั ษณะ เยอื่ หุม้ เปลือกขา้ วเป็นสีแดงแบบสีมนั ปู จดั เป็นขา้ วกลอ้ งหรือขา้ วซ้อมมือชนิดหน่ึง มี ไขมนั ในปริมาณเดียวกบั ขา้ วกลอ้ ง ซ่ึงสูงกวา่ ขา้ วขดั สีประมาณสองเท่า มีสารท่ี เรียกวา่ เคโรทีนท่ีจะเปล่ียนเป็นวิตามินเอในร่างกายสูงกว่าขา้ วขดั สี เม่ือหุงสุกแลว้ เน้ือ ขา้ วจะเป็นสีชมพอู ่อน มีกลิ่นหอม เมลด็ นุ่มสวย ไมแ่ ฉะ ดูน่ารับประทาน ใชป้ ระกอบ อาหารตา่ ง ๆ ไดอ้ ร่อย ไมว่ า่ จะเป็นขา้ วผดั ขา้ วอบต่าง ๆ หรือเคยี่ วเป็นโจ๊ก 3.11 ขา้ วสังขห์ ยดพทั ลงุ ขา้ วที่มีกาเนิดอยใู่ นจงั หวดั พทั ลุง เป็นขา้ วที่มีเมลด็ เลก็ เรียว ทา้ ยงอน เยอื่ หุม้ เมลด็ จะมีสีแดงถึงแดงเขม้ เมื่อหุงสุกแลว้ เมลด็ ขา้ วจะนุ่ม และจบั ตวั กนั คลา้ ยขา้ ว เหนียว ขา้ วสังขห์ ยดมีคณุ ค่าทางอาหารสูงกวา่ ขา้ วพนั ธุ์อื่น ๆ มีเส้นใยสูง ช่วยชะลอ ความแก่ มีประโยชน์ในการบารุงโลหิต ป้องกนั โรคความจาเส่ือม และช่วยลดอตั รา เส่ียงของการเป็ นมะเร็ง 4.จุดกาเนดิ ของพธิ ีกรรมเกยี่ วกบั ข้าว การปลูกขา้ วเป็นการสร้างแหล่งอาหารหลกั ของคนไทยและคนภมู ิภาคอุษาคเนยม์ าต้งั แต่ยคุ ดึกดา บรรพ์ เนื่องจากการปลูกขา้ วจาเป็นตอ้ งพ่ึงพาธรรมชาติซ่ึงเป็นปัจจยั ท่ีมนุษยค์ วบคมุ ไม่ได้ ผคู้ นในภมู ิภาคน้ีจึง ประกอบพธิ ีกรรมที่เกี่ยวกบั การปลูกขา้ วเพอื่ เป็นหลกั ประกนั ทางจิตใจ 4.1มีวตั ถุประสงคก์ ารทาพธิ ีดงั น้ี 4.1.1. เป็นการขอร้องออ้ นวอนต่ออานาจเหนือธรรมชาติ ท้งั หลาย เช่น ผี ส่ิง ลึกลบั หรือเทวดาฟ้าดินตา่ งๆ ใหช้ ่วยดูแลรักษาตน้ ขา้ วใหเ้ จริญงอกงาม ใหไ้ ดผ้ ลผลิตตามจานวนท่ีตอ้ งการ 4.1.2 เป็นการบอกกล่าวต่อสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิที่ประจาอยใู่ นธรรมชาติ เพ่ือขอ อนุญาตใชส้ อยทรัพยากรต่างๆ ในการเพาะปลูก เช่น แม่พระธรณี ใน การขอใช้ พ้นื ดิน พระแม่คงคา ในการขอใชน้ ้า เป็นตน้ 4.1.3 เป็นการขอขมาต่ออานาจเหนือธรรมชาติ หรือแมแ้ ตส่ ิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงสตั วแ์ รงงานที่ใชใ้ นการปลกู ขา้ วตา่ งๆ 4.1.4 เป็นการเส่ียงทายวา่ จะไดผ้ ลผลิตดีหรือไม่ มากนอ้ ยเพียงใด เพื่อความ สบายใจหรือหากเสี่ยงทายแลว้ ไดผ้ ลท่ีไมด่ ีจะไดห้ าทางแกไ้ ขต่อไป เช่น

การบารุงเพ่ิมแร่ธาตุอาหารในดินและตน้ ขา้ ว การขยายพ้ืนที่เพาะปลกู ขา้ ว เป็ นตน้ 4.2 พิธีกรรมในการปลกู ขา้ วสามารถจาแนกตามลกั ษณะและ ช่วงเวลาในการประกอบพธิ ีกรรมออกเป็น 3 กล่มุ ดงั น้ี 4.2.1พธิ ีกรรม ก่อนลงมือปลกู ขา้ ว เป็นการบอกกลา่ วผบี รรพบรุ ุษ ผีประจาหมูบ่ า้ น ผปี ระจา ชุมชน หรือผีเมือง เพื่อขออนุญาตเร่ิมตน้ ปลูกขา้ วในปี น้นั ๆ และขอใหบ้ ุญบารมีช่วยคุม้ ครองใหไ้ ดผ้ ลผลิตตามที่ตอ้ งการ รวมถึงขอใหผ้ ปู้ ลกู มีสุขภาพดีมีเรี่ยวแรงปลกู ขา้ วจนถึงเกบ็ เก่ียว ซ่ึงในแต่ละภูมิภาคจะมีลกั ษณะพิธีกรรมคลา้ ยๆ กนั คอื การนาอาหารมาเซ่นสรวงสงั เวยผี การนิมนตพ์ ระสงฆม์ าเจริญ พระพทุ ธมนตเ์ พ่ือเป็นสวสั ดิมงคล รวมถึงการทาบุญกศุ ลอทุ ิศ ใหแ้ ก่บรรพบุรุษ ในกรณีท่ีฝนไม่ตกตอ้ งตามฤดูกาลจะตอ้ ง ประกอบพิธีกรรมขอฝน ซ่ึงมีลกั ษณะแตกต่างกนั ในแต่ละ ภมู ิภาค เช่น ในภาคอีสานจะมีการจุดบ้งั ไฟเพื่อบูชาพญาแถน ซ่ึงเป็นผที ่ีมีอานาจสูงสุดบนฟ้า ในภาคกลางมีพธิ ีกรรมแห่นาง แมว การบูชาพระคนั ธราชหรือพระราชพิธีพิรุณศาสตร์ ซ่ึงเป็น พธิ ีหลวง เป็นตน้ 4.2.2พิธีกรรมระหวา่ งปลูกขา้ ว เริ่มจากพธิ ีแรกนา ซ่ึงเป็นการเตรียมพ้นื ท่ีสาหรับปลูก ขา้ วและข้นั ตอนการหวา่ นเมลด็ หรือก่อนถอนตน้ กลา้ ไปปักดา ในแปลงนาจะตอ้ งประกอบพิธีแรกดานา เพื่อเป็นการบอก กล่าวพระแมโ่ พสพซ่ึงถือเป็นวิญญาณศกั ด์ิสิทธ์ิที่รักษาตน้ ขา้ ว เมื่อตน้ ขา้ วกาลงั ออกรวงต้งั ทอ้ ง อ่อนๆ ก็ประกอบพิธีทาขวญั ขา้ ว ซ่ึงเป็นพิธีท้งั ทางพทุ ธและ ทางไสย มีการถวายสิ่งของตา่ งๆ บูชาแม่โพสพใหด้ ูแลรักษาฃ ตน้ ขา้ วไม่ใหศ้ ตั รูพชื ชนิดต่างๆ มาทาลาย และหากมีน้ามาก

เกินไปจะประกอบพิธีไลเ่ รือ เพอ่ื ขบั ไลน่ ้าออกไปไม่ใหท้ ว่ ม ตน้ ขา้ ว 4.2.3พิธีกรรมช่วงเกบ็ เกี่ยว มีการบอกกล่าวเพือ่ ขออนุญาตเกบ็ เก่ียวผลผลิต เมื่อเก็บ เกี่ยวไดข้ า้ วแลว้ จะประกอบพิธีนวดขา้ ว เน่ืองจากการนวดขา้ ว น้นั จะเอารวงขา้ วฟาดลง กบั พ้ืนหรือใชว้ วั หรือควายมาเหยยี บ รวง จึงตอ้ งบอกกล่าวขอขมาพระแมโ่ พสพ เมื่อนาขา้ วเปลือก มาเก็บที่ยงุ้ ฉางก็ประกอบพิธีเปิ ดยงุ้ หรือเปิ ดฉาง แลว้ นาผลผลิต แรกเกบ็ เกี่ยวที่ไดไ้ ปทาทานขา้ ว คอื การนาขา้ วทีเก็บ เก่ียวได้ ในคร้ังแรกไปทาบญุ กบั พระสงฆ์ ซ่ึงเรียกวา่ เทศกาลสารทเดือน 10 หลงั จากหมดฤดูทานาแลว้ จะประกอบพธิ ีกรรมทาขวญั ววั ขวญั ควายเพ่ือเป็นการขอบคุณและขอขมา จนกระทง่ั การนา ผลผลิตขา้ วไปขายก็ตอ้ งประกอบพิธีตกั ขา้ ว ซ่ึงถือเป็นพธิ ีกรรม สุดทา้ ย 5.การต้ังถน่ิ ฐานและการดารงชีวิตของชาวกะเหรี่ยง สาหรับในประเทศไทยชาวกะเหรี่ยงจาแนกออกเป็ น 4 พวก ได้แก่ สะกอ โปว ป่ าโอ และค่า ยา (คะยา) โดยส่วนใหญ่เป็ นพวกสะกอและโปว ขณะท่ีป่ าโอและค่ายาคิดเป็ นเพียงร้อยละ 1 ของจานวน ประชากรกะเหรี่ยงท้ังหมดในไทย ไม่มีใครรู้ว่าถ่ินฐานเดิมของชาวกะเหรี่ยงอยู่ท่ีไหน กะเหรี่ยงต้ังถ่ิน ฐานกระจดั กระจายอยู่ในประเทศพม่ามาแต่โบราณ จากน้ันจึงได้เดินทางขา้ มแม่น้าสาละวินเขา้ มาใน ประเทศไทยในศตวรรษท่ี 18 สาเหตุการอพยพ ชาวแม่ฮ่องสอนเล่าว่า แต่เดิมพ้ืนที่อาศยั ของชาวกะเหร่ียงอยู่ตรงกลางระหว่างพม่ากบั ไทย เมื่อสมยั ที่ไทยและพม่ายงั ผลดั กนั รบผลัดกันรุกรานดินแดน กะเหรี่ยงท่ีอยู่ตรงกลางก็มกั จะตกที่นั่ง ลาบาก ถูกฝ่ ายที่มารุกดินแดน ไม่ไทยก็พม่า จบั ต้อนไปเป็ นเชลยให้จดั เสบียงอาหารให้บา้ ง ให้นาทาง บา้ ง ในช่วงที่ถูกจับตอ้ นไปตอ้ นมาน้ีเอง กะเหร่ียงบางคนก็อาจจะได้หมายตาดินแดนสาหรับต้งั รกราก ใหม่ในไทยที่ดูแล้วน่าจะสงบกว่าถ่ินฐานเดิม

อย่างไรก็ตาม ในขณะน้ันดินแดนไทยปัจจุบัน หรือฟากตะวนั ออกของแม่น้าสาละวิน เดิม เป็ นพ้ืนที่ครอบครองของโยนก ดงั น้ัน เม่ือกะเหร่ียงยา้ ยมาต้งั ถิ่นฐานในบริเวณน้ีจึงได้เขา้ กับโยนก ต่อมา เมื่อชาวโยนกอพยพยา้ ยถิ่นฐานเขา้ สู่ลา้ นนาไทยแถบแม่สะเรียงถึงเชียงใหม่ซ่ึงเป็ นพ้ืนท่ีของชาวลวั ะชาว กะเหรี่ยงก็ติดตามมาด้วย ที่ดินแดนเดิมของลวั ะ ชาวกะเหรี่ยงไดต้ ้งั หลกั แหล่งของตนอยู่ใกลก้ บั หมู่บา้ น ลวั ะ ทาให้มีโอกาสติดต่อกัน เกิดการรับวฒั นธรรมของลวั ะเขา้ มาไวใ้ นวิถีชีวิตดังจะพบเห็นได้มากในจ. แม่ฮ่องสอน จะเห็นไดว้ า่ คนไทยมีพธิ ีกรรมตามความเช่ือตา่ งๆ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การปลูกขา้ วมากมาย โดยเฉพาะ ความเช่ือในเร่ือง แม่โพสพ ซ่ึงเป็นวิญญาณศกั ด์ิสิทธ์ิท่ีรักษาตน้ ขา้ ว ดงั น้นั ในทุกๆกระบวนการต้งั แตก่ ่อนลงมือ ปลกู ขา้ วไปจนถึงหลงั การเก็บเกี่ยว ชาวนาจะประกอบพิธีกรรมต่างๆ เพือ่ บอกกล่าว ขออนุญาต และขอขมาแม่ โพสพ ท้งั น้ี โดยเช่ือวา่ จะทาใหเ้ กิดความอุดมสมบูรณ์ของพชื พนั ธุ์ธญั ญาหาร อนั นามาซ่ึงความสุขของคนใน สังคม

บทที่ 3 วธิ ีดาเนนิ การโครงงาน การจดั ทาโครงงานประวตั ิศาสตร์เร่ือง ประเพณีและพิธีกรรมที่เก่ียวกบั ขา้ วของชาวกะเหรี่ยง ผจู้ ดั ทามี วธิ ีการดาเนินงานตามข้นั ตอนทางประวตั ิศาสตร์ท้งั 5 ข้นั ตอนดงั น้ี ข้นั ตอนท่ี 1 กาหนดหัวข้อเร่ืองทจ่ี ะศึกษา - ไดป้ ระชุมหารือเพอ่ื หาขอ้ คิดเห็นของสมาชิกในกล่มุ แลว้ ประเด็นที่จะศึกษา เกี่ยวกบั ประเพณีและพธิ ีกรรมเก่ียวกบั ขา้ วของชาวกะเหรี่ยง - เขยี นเคา้ โครงโครงงานเพ่ือเสนอใหค้ รูท่ีปรึกษา - ครูท่ีปรึกษาใหแ้ กไ้ ขโครงงานและอนุมตั ิใหด้ าเนินการ ข้นั ตอนท่ี 2 สืบค้นและรวบรวมข้อมูล - หาขอ้ มูลจากผรู้ ู้ที่สามารถใหข้ อ้ มูลกบั เราเกี่ยวกบั ประเพณีและพธิ ีกรรมเกี่ยวกบั ขา้ ว - สืบคน้ หาขอ้ มลู จากอินเทอร์เนต็ - พบขอ้ มลู จานวน 3 เวบ็ ไซต์ คือ 1 http://www.arda.or.th/kasetinfo/rice/rice-histories.html ทีมาแหล่งข้อมูล ของข้าวไทย 2 http://thairice.org/html/aboutrice/culture01.html 3 http://www.openbase.in.th/node/10222 หอ้ งสมุดพบหนงั สือจานวน 3 เล่ม 1.สารนุกรมไทยสาหรับเยาวชน เล่ม3 2.สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน เลม่ ท่ี18 3.ประเพณีสิบสองเดือน (ประเพณี พธิ ีกรรม และความเช่ือของคนไทย) - เก็บรวบรวมบนั ทึกขอ้ มลู ไวเ้ ป็นหลกั ฐาน - บนั ทึกภาพท้งั หมดท่ีคดิ วา่ เก่ียวขอ้ งกบั ประเพณีและพิธีกรรมเกี่ยวกบั ขา้ ว ข้นั ตอนที่ 3 การประเมินคุณค่าของหลกั ฐาน - นาหลกั ฐานท่ีไดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ จากอินเตอร์เน็ตและหอ้ งสมุดมาตรวจสอบและ ประเมินคูณค่าของหลกั ฐานวา่ มีความน่าเชื่อถือมากนอ้ ยเพียงใด - ทาการประเมินคุณคา่ ของหลกั ฐานที่สืบคน้ ไดม้ าพิจารณาในรายละเอียดทกุ ดา้ น เพ่อื ให้

ไดข้ อ้ มลู ท่ีถกู ตอ้ งที่สุดและชดั เจน - พบขอ้ มลู ท่ีน่าเช่ือถือ จานวน 2 เวบ็ ไซต์ คอื 1. http://www.arda.or.th/kasetinfo/rice/rice-histories.htmlทีมาแหล่งข้อมูล ของข้าวไทย 2. http://thairice.org/html/aboutrice/culture01.html และหนงั สือจานวน 3 เลม่ 1.สารนุกรมไทยสาหรับเยาวชน เล่ม3 2.สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน เล่มที่18 3.ประเพณีสิบสองเดือน.(ประเพณี พิธีกรรม และความเช่ือแบบบูรณาการ ข้นั ตอนที่ 4 นาข้อมูลมาวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ละจดั หมวดหมู่ข้อมูล - นาขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการประเมินมาวิเคราะห์ใหล้ ะเอียดรอบคอบอีกคร้ังวา่ น่าเช่ือถือได้ จริงจดั เป็นหมวดหมู่ - นาขอ้ มลู ที่วิเคราะห์มาแลว้ จดั เป็นประเภทและหมวดหม่ขู องหลกั ฐานใหเ้ ป็นระบบ และหวั ขอ้ แต่ละหวั ขอ้ ดงั น้ี 1.ประวตั ิและความเป็นมาของชาวกะเหร่ียง 2.ความเช่ือของชาวกะเหรี่ยงที่เกี่ยวกบั ขา้ ว 3.พธิ ีกรรมเก่ียวกบั การปลกู ขา้ วของชาวกะเหร่ียง 3.1พิธีกรรมก่อนการปลูกขา้ ว 3.2พธิ ีกรรมหลงั การเพาะปลุก 3.3พิธีกรรมช่วงฤดูเกบ็ เก่ียว ข้นั ตอนท่ี 5 เรียบเรียงและนาเสนอ - สรุปเรียบเรียงประเด็นที่เราศึกษาคอื ประเพณีและวฒั นธรรมเก่ียวกบั ขา้ ว - นาเสนอโครงงาน

ตารางการดาเนนิ งาน ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ หมายเหตุ กจิ กรรม การดาเนินการ 1.กาหนด -รวมกล่มุ กาหนดหวั เรื่องท่ีจะ วนั ที่12 สมาชิกทุกคน หวั ข้อเรื่อง ศึกษาเกี่ยวกบั ประเพณีและ มกราคม พ.ศ. ท่ีจะศึกษา พธิ ีกรรมเกี่ยวกบั ขา้ วของชาว 2565 กะเหรี่ยง -นาเสนอหวั ขอ้ เรื่องที่จะศึกษา ใหค้ รูประจาวิชา -เขยี นเคา้ โครงโครงงานเพ่ือ เสนอใหค้ รูที่ปรึกษา 2.สืบค้น -คน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ปะเพณี วนั ที่20 สมาชิกทุกคน และ และพิธีกรรมของคนไทยจาก มกราคม พ.ศ. รวบรวม อินเทอร์เนต 2565 ข้อมูล -คน้ ควา้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั การต้งั ถ่ินฐานของชาวกะเหรี่ยง

3.ประเมิน -นาหลกั ฐานที่ไดจ้ ากการศึกษา วนั ที่23 สมาชิกทุกคน คณุ ค่าของ คน้ ควา้ จากอินเตอร์เน็ตและ มกราคม 2565 หลกั ฐาน หอ้ งสมุดมาตรวจสอบและ ประเมินคณุ ค่าของหลกั ฐานว่า มีความน่าเช่ือถือมากนอ้ ย เพยี งใด -ประเมินและพิจารณาใน รายละเอียดขอ้ มลู ในทกุ ๆดา้ น ซ้ึงตอ้ งใชเ้ หตผุ ลเป็นแนวทาง ในการตีความและประเมิน คุณคา่ เพือ่ นาไปสู่การคน้ พบ ขอ้ เทจ็ จริงประวตั ิศาสตร์ 4.นาข้อมูล -นาขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการประเมิน วนั ท่ี28 สมาชิกทุกคน วเิ คราะห์ มาวเิ คราะหใ์ หล้ ะเอียด มกราคม2565 สังเคราะห์ รอบคอบอีกคร้ังวา่ น่าเช่ือถือได้ และจดั จริง หมวดหมู่ -นาขอ้ มูลท่ีวเิ คราะห์มาแลว้ จดั เป็นประเภทและหมวดหมู่ ของหลกั ฐานใหเ้ ป็นระบบ

5.เรียบ -จดั ทารูปเลม่ โครงงาน วนั ท่ี26 สมาชิกทกุ คน เรียงและ นาเสนอ -จดั ทาเป็น e-book เพ่ือนาเสนอ กุมภาพนั ธ์ ใหค้ รูที่ปรึกษา 2565 -สรุปเรียบเรียงประเดน็ ท่ีเรา ศึกษาคือ เร่ืองประเพณีและ พิธีกรรมเก่ียวกบั ขา้ วของชาว กะหรี่ยง -นาเสนอโครงงาน

บทท่ี 4 ผลการดาเนินงานโครงงาน ผลการศึกษาโครงงานประวตั ิศาสตร์เร่ือง พธิ ีกรรมเกี่ยวกบั ขา้ วของชาวกระเหรื่ยง ไดพ้ บขอ้ มูลดงั ต่อไปน้ี 1.ประวัตคิ วามเป็ นมาของชาวกระเหร่ียง ชาวกะเหรี่ยง เรียกตนเองวา่ “ปกาเกอะญอ” ซ่ึงแปลวา่ “คน” เป็นชนเผา่ ท่ีมีจานวนมากท่ีสุด ใน ประเทศไทย แบ่งออกไดเ้ ป็น 4 กลมุ่ ไดแ้ ก่ สะกอ หรือยางขาว หรือ ปากฺกะญอ เป็นกลุ่มที่มีประชากรมากท่ีสุด โป หรือ โพล่ อยใู่ นเขตจงั หวดั แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลาพนู ปะโอ หรือ ตองสู และบะเว หรือ คะยา ในเขต จงั หวดั แม่ฮ่องสอน ถ่ินฐานเดิมของกะเหร่ียงอยบู่ ริเวณมองโกเลียเม่ือกวา่ 2,000ปี มาแลว้ ตอ่ มาไดห้ นีภยั จากการ รุกรานจากกองทพั จีน มาอยู่ท่ีธิเบต ถอยร่นลงมาทางใตเ้ รื่อยๆ ต้งั แตบ่ ริเวณที่ราบลุ่มแมน่ ้าแยงซีเกียง ลุ่มน้า สาละวนิ มาถึงคอคอดกระจงั หวดั ประจวบครี ีขนั ธ์ จานวนท่ีอพยพเขา้ มาในประเทศไทยในตอนปลายศตวรรษท่ี 18 ในรัชสมยั สมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ฯ ไมม่ ีใครรู้วา่ ถิ่นฐานเดิมของชาวกะเหร่ียงอยทู่ ี่ไหน มีแต่ตานานท่ีเลา่ ขานกนั มาวา่ ถ่ินกาเนิดของ กะเหร่ียงคือที่ “ธิบิ-โบิ” ซ่ึงมีคนสนั นิษฐานวา่ หมายถึงท่ี ธิเบตและทะเลทรายโกบีหญิงชาวกะเหรี่ยงเดินทาง กลบั จาก กะเหร่ียงต้งั ถิ่นฐานกระจดั กระจายอยใู่ นประเทศเมียนมาร์มาแตโ่ บราณจากน้นั จึงไดเ้ ดินทางขา้ มแม่น้า สาละวินเขา้ มาในประเทศไทยในศตวรรษที่ 18สาหรับสาเหตกุ ารอพยพของชาวกะเหรี่ยงน้นั ชาวแม่ฮ่องสอน เล่าวา่ แต่เดิมพ้นื ท่ีอาศยั ของชาวกะเหร่ียงอยตู่ รงกลางระหวา่ งพม่าและไทย เม่ือสมยั ท่ีไทยและพมา่ ยงั ผลดั กนั รบ ผลดั กนั รุกรานดินแดนกะเหรี่ยงที่อยตู่ รงกลางก็มกั จะตกที่นง่ั ลาบาก ถูกฝ่ายท่ีมารุกดินแดน ไมไ่ ทยก็พม่า จบั

ตอ้ นไปเป็นเชลยใหจ้ ดั เสบียงอาหารใหบ้ า้ ง ใหน้ าทางให้บา้ ง ในช่วงที่ถูกจบั ตอ้ นไปตอ้ นมาน้ีกะเหรี่ยงบางคนก็ อาจจะไดห้ มายตาดินแดนสาหรับต้งั รกรากใหม่ในไทยที่ดูแลว้ น่าจะสงบกวา่ ถิ่นฐานเดิมอยา่ งไรกต็ าม ในขณะ น้นั ดินแดนไทยปัจจุบนั หรือฟากตะวนั ออกของแม่น้าสาละวนิ เดิมเป็นพ้นื ที่ครอบครองของโยนก ดงั น้นั เมื่อ กะเหร่ียงยา้ ยเขา้ มาต้งั ถิ่นฐานในบริเวณน้ีจึงไดเ้ ขา้ มาสวามิภกั ด์ิกบั โยนกต่อมาเมื่อเม่ือชาวโยนกอพยพยา้ ยถิ่น ฐานเขา้ มาที่ลานนาไทยแถบแมส่ ะเรียงถึงเชียงใหมซ่ ่ึงเดิมเป็นพ้นื ท่ีของชาวลวั ะ ชาวกะเหรี่ยงก็ไดต้ ิดสอยห้อย ตามมาดว้ ย ท่ีดินแดนเดิมของลวั ะน้ีชาวกะเหรี่ยงไดต้ ้งั หลกั แหลง่ ของตนอยใู่ กลก้ บั หมู่บา้ นลวั ะ ทาใหม้ ีโอกาส ติดต่อกนั เกิดการรับวฒั นธรรมของลวั ะเขา้ มาไวใ้ นวิถีชีวิตดงั จะพบเห็นได้มากในจงั หวดั แม่ฮ่องสอน 2.ความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง จากการศึกษาโครงงานประวตั ิศาสตร์และความเช่ือของชาวกะเหร่ียงราชบุรีอยใู่ กลช้ ิดกบั ธรรมชาติ จึงผกู พนั กบั ธรรมชาติตลอดมา ไม่วา่ จะเป็นป่ าไม้ ภูเขา สายน้า และแผน่ ดิน ทาใหเ้ ขา้ ใจและใหค้ ุณค่าตอ่ ธรรมชาตดว้ ยการปฏิบตั ิดี เคารพนบั ถือต่อแม่ธรณี (ซ่งทะรี่) แม่คงคา (นาทิง้ ) และแมโ่ พสพ (ผีบือโย) ท้งั หมดจึงเป็นผมู้ ีพระคุณในฐานะผคู้ มุ้ ครองธรรมชาติ และเป็นสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิท่ีมีอานาจและบารมีเหนือมนุษยท์ ่ี จะตอ้ งเคารพดว้ ย การประกอบพธิ ีกรรมและขอ้ หา้ มต่าง ๆ มากมาย ซ่ึงลว้ นเป็นสญั ลกั ษณ์การแสดงออกถึงการ “ขอใช”้ และ “ขอบคณุ ” ธรรมชาติ เพื่อดารงไวซ้ ่ึงความสมั พนั ธ์อนั ดีงาม ความ เชื่อเร่ืองผแี ละส่ิงนอกเหนือธรรมชาติ เป็นเอกลกั ษณ์ด้งั เดิมของกะเหรี่ยง เป็นผลดีตอ่ ความเป็นอยู่ โดยรวมของสงั คมกะเหร่ียง จึงเป็นพ้ืนฐานสาคญั ของโครงสร้างสงั คมและวิธีการดาเนินชีวติ เป็นบ่อเกิดของ พ้นื ฐานสาคญั ของโครงสร้างสงั คมและวธิ ีการดาเนินชีวิต เป็นบอ่ เกิดของคุณธรรมนานปั การ ตลอดจน

ก่อใหเ้ กิดขอ้ หา้ ม จารีตต่าง ๆ ท่ีใชเ้ ป็นกฎสงั คมในการป้ามประพฤติปฏิบตั ิตา่ ง ๆ ชาวกะเหร่ียงเชื่อวา่ ทาอะไร อยยู่ อ่ มมีผรู้ ู้เห็นเสมอ และจะลงโทษผทู้ ่ีประพฤติไม่ดีใหเ้ จบ็ ป่ วย หรือทาใหเ้ กิดความเสียหายตอ่ พืชผลทาง การเกษตรหรือสตั วเ์ ล้ียงได้ หากกระทาผดิ ดว้ ยเหตดุ งั น้ีชาวกะเหร่ียงจึงไม่กลา้ กระทาผิดส่วน ความเชื่อ ทางดา้ นพิธีกรรมน้นั มกั จะมีพธิ ีเซ่นไหวต้ น้ ไมใ้ หญป่ ระจาหมู่บา้ น และมีพธิ ีแห่หงส์ขอฝน ซ่ึงมีเฉพาะที่บา้ น บ่อ ตาบลสวนผ้งึ จงั หวดั ราชบุรี ซ่ึงคลา้ ยกบั การแห่นางแมวของชาวนาไทยนน่ั เอง การแตง่ กายของกะเหรี่ยงเอกลกั ษณ์ การแตง่ กายของกะเหร่ียงโพล่งราชบุรีและเพชรบุรีจะ เหมือนกนั เพราะเป็นกลุม่ ที่มาจากทวายดว้ ยกนั แต่จะแตง่ กายไมเ่ หมือนกบั กะเหรี่ยงทางจงั หวดั กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และอทุ ยั ธานี โดยกะเหรี่ยงโพร่งจดั เป็นกะเหรี่ยงเขตวฒั นธรรมราชบุรี ท่ีมีศนู ยร์ วมจิตใจอยทู่ ี่วดั แจง้ เจริญ เขา้ มาเผยแผศ่ าสนาจึงไดร้ ับการตอ้ นรับเป็นอยา่ งดี เพราะถือเป็นเหตกุ ารณ์ที่ตรงกบั คาทานาย ดงั น้นั ชาวปเกอกาญอในประเทศไทยจึงเปลี่ยนไปถือคริสตก์ นั ไม่นอ้ ย สาหรับความเช่ือแบบพุทธน้นั มีความใกลเ้ คยี ง กบั การนบั ถือผี ชาวปเกอกาญอมีความเชื่อวา่ สภาพชีวิตที่แร้นแคน้ ปราศจากความมน่ั คงทางเศรษฐกิจและจิตใจ ชาวปเกอกาญอจึงปรารถนาจะพบผทู้ ี่สามารถพาพวกเขาไปสู่ความสุขสันติและอุดมสมบรู ณ์ ชาวกะเหรี่ยงจึง ยอมรับศาสนาใด ๆ กต็ ามที่เขา้ มาเผยแผโ่ ดยง่าย ส่วนผทู้ ี่นบั ถือผกี ็อาจจะนบั ถือศาสนาพทุ ธไปดว้ ยกไ็ ด้ โดยเม่ือ ถึงวนั พระกจ็ ะไปทาบุญตกั บาตร ขณะเดียวกนั ก็ไหวผ้ ีเจา้ ที่เจา้ ดิน ผนี ้าผีหนองดว้ ย เพราะบางคนเชื่อวา่ บชู าผี บรรพบุรุษเพอ่ื ใหส้ ุขภาพแขง็ แรงไม่เจบ็ ไขไ้ ดป้ ่ วย ส่วนการทาบญุ กบั พระก็หวงั จะมีกินมีใชใ้ นภายหนา้ ขณะเดียวกนั ผทู้ ่ีนบั ถือศาสนาคริสตก์ ม็ ิใชว้ า่ จะไม่นับถือผี เพราะความเช่ือเร่ืองผเี ป็นความเช่ือท่ีแน่นแฟ้น เก่ียวพนั กบั วิถีชีวิตมานาน ดว้ ยเหตนุ ้ีในหมู่บา้ นของปเกอกาญอบางหม่บู า้ นจึงมีท้งั วดั โบสถ์ และมีฮีโข่ ประกอบพธิ ีทางผไี วใ้ นหมู่บา้ นดว้ ย นอกจากความเชื่อในเรื่องผีตา่ ง ๆ ซ่ึงมีอิทธิพลต่อชีวิตประจาวนั แก่พวกเขาแลว้ ปเกอกาญอยงั เช่ือ ในเร่ืองขวญั ซ่ึงมีประจาตวั ของแตล่ ะคน ปเกอกาญอเช่ือว่าขวญั ในร่างกายของคนเรามีท้งั หมด 32 ขวญั แตพ่ วก เขาไม่สามารถนบั ไดห้ มดวา่ อยใู่ นส่วนไหนของร่างกาย เพียงแต่บอกไดว้ า่ อยใู่ นส่วนที่สาคญั ๆ ของร่างกาย เช่น ขวญั ท่ีศรีษะ ขวญั สองขวญั ที่ใบหูท้งั สองขา้ ง นอกจากน้นั ยงั เช่ือวา่ ขวญั ชอบท่ีจะหนีไปท่องเท่ียวตามความ ตอ้ งการของมนั เองและกอ็ าจจะถกู ผีร้ายตา่ ง ๆ ทาร้าย หรือกกั ตวั ไวแ้ ลว้ จะทาใหผ้ ูน้ ้นั ลม้ ป่ วย การรักษาหรือวธิ ีที่ จะช่วยเหลือคนเจบ็ ป่ วยไดก้ ็คอื การล่อ หรือ เรียกขวญั ใหก้ ลบั มาสู่คนป่ วยน้นั พร้อมกบั ทาพิธีผกู ขอ้ มือรับขวญั ดว้ ย ในสงั คมของปเกอกาญอน้นั ถือเป็นปกติธรรมดา เม่ือแต่ละวนั ในหมู่บา้ นจะทาพิธีเล้ียงผแี ละการเรียกขวญั ของคนเจ็บป่ วยแทนการรักษาดว้ ยยาสมยั ใหม่ บางคร้ังถึงแมเ้ จา้ หนา้ ท่ีจากอนามยั เขา้ ไปช่วยรักษาใหต้ ามแบบ ทนั สมยั แต่เผอิญวา่ ที่บา้ นคนป่ วยไดร้ ักษาดว้ ยการเล้ียงผแี ลว้ เขาจะปฏิเสธท่ีจะรักษาทนั ที เพราะตอ้ งรออีกอยา่ ง นอ้ ย 3 วนั

3.พธิ ีกรรมเกย่ี วกบั ข้าวของชาวกระเหรี่ยง 3.1พธิ ีกรรมก่อนการเพาะปลกู 3.1.1พิธีผกู ขอ้ มือเรียกขวญั พิบุ๊โย พิธีมดั มือเรียกขวญั ก่อนรุ่งอรุณของวนั ใหม่ ชาวกะเหร่ียงจะยงิ ปื นอีกคร้ังหน่ึง เพอ่ื เรียกขวญั ท่ี อยไู่ กล ๆ ท่ียงั เดินทางกลบั มาเมื่อคนื ยงั ไมถ่ ึงบา้ น จึงเรียกอีกคร้ัง จากน้นั ผเู้ ฒ่าผแู้ ก่ ประจาบา้ นจะนาสมาชิกในบา้ นมาทาพิธีเรียกขวญั บริเวณระเบียงบา้ นตรงหนา้ บนั ได โดยมีอุปกรณ์ประกอบคอื ตะกร้าขา้ วห่อซ่ึงขา้ งในจะบรรจุ พวงขา้ วห่อและขา้ วห่อ กลว้ ย ออ้ ย ยอดดอกไม(้ ยอดดอกดาวเรือง) ดา้ ยสีแดง กาไลเงิน สร้อยเงิน การเชิญขวญั หรือเรียกขวญั จะใชไ้ มค้ นขา้ ว เคาะตรงบนั ไดบา้ นพร้อมกบั การเรียกขวญั หลงั จากน้นั จะใชด้ า้ ยสีแดงผกู ขอ้ มือเรียกขวญั ใหก้ บั สมาชิกภายในบา้ นทกุ คน โดยใหผ้ อู้ าวุโสของ บา้ นเป็นผเู้ รียกขวญั ให้ เรียก “สู่ขวญั ” ใหก้ บั สมาชิกในบา้ น โดยจะนาเอากลว้ ยส่วน หน่ึง ขา้ วห่อ ยอดดอกไม้ ออ้ ย ซ่ึงอยใู่ นตะกร้าหรือกระบุงที่ใชท้ าพิธี มาประกอบการ เรียกขวญั แก่สมาชิกทกุ คน โดยผถู้ ูกเรียกขวญั จะแบสองขา้ งชิดติดกนั ยน่ื ไปขา้ งหนา้ ใหผ้ เู้ รียกขวญั ทาพิธีเชิญขวญั หรือสู่ขวญั คาเชิญขวญั เป็นภาษากะเหรี่ยง จะข้ึนตน้ ดว้ ยคาวา่ “ปรู้หลา่ เกท้ ่าย ๆ “ แปลวา่ ขวญั เอ๋ยขวญั มา คาเรียกขวญั อาจแปลเป็น ภาษาไทยไดว้ า่ “ขวญั เอ๋ยขวญั อยใู่ นดงมา อยใู่ นป่ ามา อยกู่ บั ผมี า อยกู่ บั สางมา ขวญั จงอยา่ ไปอยกู่ บั ผี กบั สาง ไม่ใช่เพอื่ นไมใ่ ช่พวกไมใ่ ช่ฝงู เรา ขวญั อยใู่ นดงมา อยใู่ นหว้ ยมา อยใู่ นหนองมา อยใู่ นท่งุ นามามาอยกู่ บั พ่อกบั แม่ มาอยกู่ บั ลูกกบั เมีย(กบั ผวั ) มาผกู แขนมากินขา้ วห่อ อยา่ ไดไ้ ปเท่ียว แลว้ ผกู ขอ้ มือดว้ ยดา้ ยสีแดงท้งั ซา้ ยและขวา ของที่ใชเ้ รียกขวญั เฉพาะตวั

ของสมาชิกภายในบา้ นจะตอ้ งเกบ็ รักษาเอาไวท้ ี่หวั นอนของแตล่ ะคน ดา้ ยสีแดงน้นั หากเกบ็ รักษาไวไ้ ดต้ ลอดปี จนกวา่ จะถึงเทศกาลในปี ต่อไปจะถือวา่ เป็นสิ่งที่ดี หลงั จาก น้นั จะกินขา้ วห่อร่วมกนั แต่ก่อนชาวกะเหร่ียงจะปลูกปะราพธิ ีที่ใชก้ ินขา้ วห่อท่ี หมบู่ า้ นทุกคนจะมากินขา้ วห่อพร้อมกนั ผใู้ หญ่ก็จะผกู ขอ้ มือหลานดว้ ยดา้ ยแดง ชายหนุ่มหญิง สาวก็จะป้อนขา้ วห่อใหแ้ ก่กนั และ 3.1.2 พธิ ีกรรม \"พิธี ล่ือทีบอโคะ๊ \" พิธีล้ือ ทีบอโคะ ในทกุ ปี ของชาวกะเหรี่ยงที่ใชน้ ้าในสายน้าเดียวกนั จะร่วมแรงร่วมใจช่วยกนั ซ่อมแซมฝาย ลงแขกเตรียมนา หวา่ นกลา้ และเล้ียงผีฝายก่อนดานา โดยนาเหลา้ อาหาร และไก่/หมู มาเซ่นไหว้ เรียกวา่ พธิ ีล้ือทีบอโคะ เพ่ือบอกกล่าวผีฝายใหช้ ่วย ดูแล ขา้ วใหง้ อกงาม ดูแลน้าใหม้ ีเพียงพอ และคมุ้ ครองชาวนาใหม้ ีสุขภาพแขง็ แรง ปลอดภยั ความสาคญั ของการไหวล้ ้ือทีบอโคะของชาวกะเหรี่ยงไมใ่ ช่เพียงแคร่ ะลึก ถึงคณุ ของน้าและการบนบานศาลกล่าว แตย่ งั สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงความสัมพนั ธอ์ นั แนบชิดในระดบั เครือญาติและความสามคั คีของคนที่ใชน้ ้าร่วมกนั อยา่ งพ่ึงพาอาศยั

3.2 พธิ ีกรรมในช่วงการเพาะปลกู 3.2 1. การลงแขกปลกู ขา้ ว ลงแขกปลกู ข้าว สาหรับการปลูกจะมีการลงแขกช่วยกนั ช่วยประหยดั ค่าแรง สร้างความ รักสามคั คใี น ชนเผา่ น้ีดว้ ย คนไหนสนใจอยากมาร่วมกิจกรรมสามารถเขา้ มาได้ ถือ เป็นการสร้าง เครือญาติร่วมกนั และยงั ไดข้ ้ึนมาเที่ยวดูทศั นียภาพบนยอดเขา ดูวถิ ี ชีวติ การหยอด ขา้ วไร่กะเหรี่ยง ซ่ึงเป็นพนั ธุ์ขา้ วดีมีคณุ ภาพทนความแลง้ ทนฝน คณุ ภาพของขา้ วดีมาก มีนกั วิชาการดา้ นการเกษตรเคยนาไปวิจยั แลว้ บอกวา่ ขา้ วซอ้ ม มือของ ขา้ วไร่เป็น พนั ธุข์ า้ วท่ีดีมากในดา้ นสรรพคุณ 3.2.2 พธิ ีเรียกขวญั ขา้ ว ผา้ เมโ่ ข่ พธิ ีเรียกขวญั ขา้ ว เป็นการเล้ียงอาหารเจา้ ท่ี ไร่ นาเจา้ ป่ าเจา้ เขาและเทพเทวดาท้งั หลาย เพ่ือน ช่วยปกป้องผนื นาและตน้ ขา้ วของพวกตนใหไ้ ดผ้ ลผลิตที่ดีข้นึ และเพยี งพอที่จะเล้ียง พวกเขาในวนั ต่อไปพิธีกรรมจะแตกต่างกนั ออกไปแลว้ แต่ศกั ภาพของแตล่ ะ

ครอบครัว บา้ งกเ็ ล้ียงดว้ ย ววั หมู และไก่เครื่องเซ่นบชู าท่ีใช่ในพธิ ีกรรม คือ ไมไ้ ผท่ ี่ ทาข้ึนมารุปกรวยขนาดพอเหมอาะสม ใชว้ างอาหาร เหลา้ และน้าโดยมีเสาเป็นไมไ้ ผ่ เหมือนกนั โดยชาวบา้ นจะช่วยกนั ต้งั เสาบูชาไวใ้ นบริเวณนาขา้ ว แลว้ นง่ั ลอ้ มวงต้งั อธิ ฐานพร้อมกบั พิธีกรรม เรียกขวญั ขา้ วจะทากนั ช่วงแรกของการปลุกขา้ ว และชาวบา้ น จะร่วมใจกนั ทาอาหารมาร่วมกนั ทานอาหารอธิฐานพร้อมกบั พิธีกรรม เรียกขวญั ขา้ ว จะทากนั ช่วงแรกของการปลุกขา้ ว และชาวบา้ นจะร่วมใจกนั ทาอาหารมาร่วมกนั ทาน อาหาร 3.2.3 การทาฝ่ายเล้ียงผี พธิ ีการทาฝ่ายเล้ียงผี ชาวปกาเกอะญอ มีประเพณีสืบสานชนเผา่ โดย เล้ียงผฝี าย เพ่อื ขอคมุ้ ครอง นาขา้ ว เมื่อเขา้ สู่ฤดูฝน นบั วา่ เป็นวนั สาคญั อีกวนั หน่ึงของเกษตรกรชาวปกาเกอะญอ ในพ้ืนท่ีไดท้ าการเล้ียงผีฝายหรือภาษากระเหรี่ยงเรียกวา่ ลื่อทีบอโค๊ะ นบั เป็นประเพณี ที่จดั ข้นึ สืบต่อกนั มาทุกปี เม่ือฤดูฝนมาเยือน ก่อนที่ชาวนาจะทานาปลกู ขา้ ว ชาวปกา เกอะญอ จะตอ้ งเล้ียงผีฝาย (ลื่อทีบอโค๊ะ) ก่อน เพือ่ เป็นการบอกกล่าวผฝี าย ใหช้ ่วย ดูแลขา้ ว ดูแลน้าทา่ ใหด้ ี สาหรับใหผ้ ลผลิตออกมาดีมีคณุ ภาพ ตลอดจนคมุ้ ครอง ชาวนาท่ีทานา ใหม้ ีสุขภาพแขง็ แรงและปลอดภยั โดยชาวนาทุกคน ทกุ ครอบครัวท่ีทา นาจะตอ้ งนาเหลา้ 1 ขวด และไก่ 1 ตวั มาท่ีลานเล้ียงผีฝาย พร้อมประกอบอาหาร รับประทานจนหมด ซ่ึงการนาไก่มาฆ่าเพือ่ ประกอบอาหารน้นั กเ็ หมือนการเซ่นไหว้ บนบานศาลกล่าวน้นั เอง โดยพธิ ีไดก้ าหนดใหใ้ ชไ้ ก่ ติดต่อกนั 3 ปี เมื่อถึงปี ที่ 4 จะใช้ หมู และปี ถดั ไปกจ็ ะใชไ้ ก่ สลบั กนั อยา่ งน้ีตลอดไป พร้อมมีขอ้ หา้ มวา่ เม่ือมา รับประทานแลว้ หา้ มอาเจียน โดยหากมีใครอาเจียนจะตอ้ งหาวนั ดีและเร่ิมทาพิธีใหม่

ท้งั หมด ซ่ึงประเพณีของชาวนาปากะญอน้ี รุ่นลกู รุ่นหลาน จะสืบทอดต่อไปจากรุ่นสู่ รุ่นตราบนานเทา่ นาน 3.3 พธิ ีกรรมในช่วงการเกบ็ เกย่ี ว 3.3.1 ประเพณีฟาดขา้ ว พิธีกรรมฟาดข้าวของชาวกะเหรี่ยง ช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่มีการเกี่ยวขา้ วของชาวกะเหร่ียงท่ีทาไ ท้งั บนภเู ขาและพ้นื ท่ีราบ เป็นฤดูกาลแห่งการเกบ็ เก่ียว โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ชาวไทยเช้ือสาย กะเหร่ียงท่ีมีวถิ ีชีวติ ผกู พนั กบั การทาไร่หมุนเวียนมานานนบั ร้อยปี โดยทาไดแ้ คป่ ี ละคร้ัง ชาวกะเหร่ียงจะทาแคร่ยกพ้นื ข้นึ มาดว้ ยไมไ้ ผเ่ พอื่ งา่ ยต่อการยนื ฟาดขา้ วได้ โดยจะรอง พ้ืนดว้ ยผา้ หรือมุง้ ไนล่อนสีฟ้าเพอื่ เก็บเม็ดขา้ วเปลือกที่ถกู ฟาดบนแคร่ แลว้ จะทาการเก็บ เศษฟางท่ีมาจากการฟาดในแตล่ ะคร้ัง เม่ือฟาดขา้ วจนหมดแลว้ เก็บเศษฟางที่คา้ งอยู่ แลว้ คอ่ ยเกบ็ ปิ ดไวใ้ หม้ ิดชิดเพ่ือตวงใส่ถงั ป๊ี บเพื่อนบั จานวนที่ไดท้ ้งั หมดในเชา้ วนั ต่อมา แลว้ ค่อยใส่ถงุ ป๋ ุยกลบั ไปเก็บในยงุ้ ฉางท่ีบา้ น

3.4 พธิ ีกรรมช่วงหลงั เกบ็ เกย่ี ว 3.4.1 ประเพณีเรียกขวญั ขา้ ว “พิธีเรียกขวญั ข้าว” “พธิ ีเรียกขวญั ขา้ ว” เป็นประเพณีด้งั เดิมที่สืบทอดกนั มานานมากแลว้ ของชาวกะเหรี่ยงปกติจะมีการทาพิธีเรียกขวญั ขา้ วหลงั เก็บเก่ียว ในช่วงเดือนพ.ย. – ธ.ค.คนกะเหรี่ยง เชื่อวา่ ขา้ วมีจิตวญิ ญาณ หล่อเล้ียงผคู้ นให้ ดารงชีวิตอยไู่ ดอ้ ยา่ ง มีความสุข ตราบใดมีขา้ วอยคู่ นก็จะมีชีวติ อยไู่ ดอ้ ยา่ งมีความสุข ขา้ วเปรียบเสมือน น้านมพระแโพสพ พธิ ีเรียกขวญั ขา้ วเป็นพิธีสาคญั อีกพธิ ี หน่ึง ที่เกี่ยวกบั ขา้ ว โดยตรงเจา้ ของไร่ตอ้ งทาพิธีนาขา้ วข้ึนกะล่อม (ยงุ้ ขา้ ว) เพื่อให้ ขา้ วทุกเมด็ กลบั มา อยรู่ วมกนั และเกบ็ ไวใ้ นท่ีปลอดภยั มิใหถ้ กู แดด ถกู ฝน ใหข้ า้ วอาศยั อยอู่ ยา่ งมี ความสุข 3.4.2 ประเพณีกินห่อขา้ วกะเหรี่ยง ประเพณีกินข้าวหอ่

ประเพณีกินขา้ วห่อกระเหรี่ยงนิยมทากนั ในช่วงเดือน 9 ไทย หรือเดือน สิงหาคมช่วงระหวา่ งการดูแลขา้ วของทุกปี ซ่ึงชาวไทยกะเหร่ียง เช่ือกนั ว่าเป็นเดือน แห่งโชคลาภและความกา้ วหนา้ จึงจดั ประเพณีกินขา้ วห่อกะเหรี่ยงข้ึนเพื่อเรียกขวญั ปัดเป่ าเคราะห์ร้ายแลว้ ในวนั น้ีญาติพ่ีนอ้ งซ่ึงจากกนั ไกล จะไดก้ ลบั บา้ นมาพบปะกนั และแบง่ ปันขา้ วห่อเพือ่ ไดผ้ กู สัมพนั ธ์ไมตรี พิธีเรียกขวญั ท่ีทาข้นึ เพราะเชื่อวา่ “ขวญั หนีไป ไมว่ า่ จะไปท่ีไหนก็ขอใหก้ ลบั มาอยรู่ วมกนั ”ประเพณีกินขา้ วห่อกระเหรี่ยง ตอ้ งใชเ้ วลาอยา่ งนอ้ ย 3 วนั ในการทาขา้ วห่อและพิธีกรรม กิจกรรมกไ็ ม่ยงุ่ ยาก ซบั ซอ้ นมากนกั วนั แรกจะเป็นวนั เก็บใบผาก คลา้ ยกบั ตน้ ไผ่ เพอ่ื นามาห่อขา้ วเหนียว วนั ท่ี 2 จะเป็นวนั ห่อขา้ วเหนียวพร้อมตม้ เพ่ือใหข้ า้ วเหนียวสุก วนั ท่ี 3 จะเป็นวนั กินขา้ วห่อ โดยช่วงจะถึงวนั ท่ี 3 แต่ละบา้ นจะทาพธิ ีเรียกขวญั จะ ใชด้ า้ ยสีแดง ผกู ที่ขอ้ มือสมาชิกท่ีอยใู่ นบา้ นทกุ คน จะทา 2 ช่วง ช่วงแรกจะทาก่อน พระอาทิตยข์ ้ึน เรียกวา่ พธิ ีเรียกขวญั และช่วงท่ีสองจะทาช่วงพระอาทิตยต์ ก จากพิธีกรรมแต่ละช่วงของการเพาะปลกู จะเห็นไดว้ า่ พิธีกรรมต่าง ๆ จะมีความเชื่อมโยงกบั ส่ิง เหนือธรรมชาติท่ีชาวกะเหรี่ยงใหค้ วามเคารพบูชา ไม่วา่ จะทาอะไรจะตอ้ งมีการเซ่นสรวงจะตอ้ งมี การบอกกล่าว ซ่ึงเป็นท่ีน่าสงั เกตไดว้ า่ ท้งั กะเหร่ียงที่นบั ถือศาสนาพทุ ธและศาสนาคริสตต์ ่างมีวถิ ีปฏิบตั ิที่ คลา้ ยคลึงกนั แมว้ า่ จะนบั ถือศาสนาท่ีต่างกนั และที่สาคญั ศาสนาท้งั สองศาสนามิไดใ้ หค้ วามสาคญั กบั ความเช่ือ ในเร่ืองผหี รือสิ่งเหนือธรรมชาติ ดงั น้นั จึงอาจเป็นไปไดว้ ่าการนบั ถือศาสนาด้งั เดิมของชาวกะเหรี่ยงยงั คงฝังราก ลึกอยใู่ นวถิ ีวฒั นธรรมของชาวกะเหร่ียงอยู่ แมช้ าวกะเหรี่ยงจะเปล่ียนศาสนาแลว้ ในปัจจุบนั แต่ชาวกะเหรี่ยงก็ ยงั คงนาความเชื่อด้งั เดิมของตนเองมาผสมผสานกนั ไดอ้ ยา่ งกลมกลืนและลงตวั การกระทาเช่นน้ีก็มีจุดมุ่งหมาย เพอ่ื ความสาเร็จและความอดุ มสมบรู ณ์ในการเพาะปลูกเป็นสาคญั นน่ั เอง

บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา จากการทาโครงงานศึกษาคน้ ควา้ ทางประวตั ิศาสตร์ เร่ือง ประเพณีและพิธีกรรมที่เก่ียวกบั ขา้ วของ ชาวกะเหร่ียง เพื่อศึกษาประเพณี และพิธีกรรมต่างๆท่ีก่ียวกบั ขา้ วของชาวกะเหรี่ยง ชาวกะเหร่ียง เรียกตนเองวา่ “ปกาเกอะญอ” ซ่ึงแปลวา่ “คน” เป็นชนเผา่ ท่ีมีจานวนมากที่สุด ใน ประเทศไทย แบ่งออกไดเ้ ป็น 4 กลมุ่ ไดแ้ ก่ สะกอ หรือยางขาว หรือ ปากฺกะญอ เป็นกลมุ่ ท่ีมีประชากรมากที่สุด โป หรือ โพล่ อยใู่ นเขตจงั หวดั แมฮ่ ่องสอน เชียงใหม่ และลาพนู ปะโอ หรือ ตองสู และบะเว หรือ คะยา ในเขต จงั หวดั และอาชีพส่วนใหญ่ของชาวกะเหร่ียงคอื การปลุกขา้ ว หรือการทาไร่หมุ่นเวียน ซ่ึงแต่ละทอ้ งถ่ินก็มีความ แตกต่างกนั ออกไปตามความเช่ือของทอ้ งถิ่นน้นั แต่ก็มีความเชื่อหรือประเพณีที่คลา้ ยคลึง ความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง จากการศึกษาความเช่ือของชาวกะเหร่ียงท่ีอย่ใู กลช้ ิดกบั ธรรมชาติ จึง ผกู พนั กบั ธรรมชาติตลอดมา ไมว่ า่ จะเป็นป่ าไม้ ภูเขา สายน้า และแผน่ ดิน ทาใหเ้ ขา้ ใจและใหค้ ุณค่าต่อธรรม ชาตดว้ ยการปฏิบตั ิดี เคารพนบั ถือต่อแม่ธรณี แม่คงคา (นาทิ้ง) และแม่โพสพ (ผบี ือโย) ท้งั หมดจึงเป็นผมู้ ี พระคุณในฐานะผคู้ มุ้ ครองธรรมชาติ และเป็นส่ิงศกั ด์ิสิทธ์ิที่มีอานาจและบารมีเหนือมนุษยท์ ่ีจะตอ้ งเคารพดว้ ย และประกอบพธิ ีกรรมและขอ้ หา้ มต่าง ๆ มากมาย ซ่ึงลว้ นเป็นสัญลกั ษณ์การแสดงออกถึงการ “ขอใช”้ และ “ขอบคณุ ” ธรรมชาติ เพอื่ ดารงไวซ้ ่ึงความสัมพนั ธอ์ นั ดีงาม ประเพณีและพิธีกรรมที่เกี่ยวกบั ขา้ วของชาว กะเหรี่ยง จะแบ่งออกเป็น 4 ช่วง คือ ช่วงก่อนปลุกขา้ ว จะมีพธิ ีกรรมที่สาคญั ๆคือ พธิ ีผกู ขอ้ มือเรียกขวญั พิบโุ๊ ย พิธีกรรม \"พิธี ลื่อทีบอโคะ๊ \" คือ ช่วงการเพาะปลุก ซ่ีงชาวกะเหร่ียงมีพธิ ีกรรมท่ีสาคญั คือ การลงแขกปลกุ ขา้ ว ของชาวกะเหรี่ยง ,พธิ ีเรียกขวญั ขา้ ว ‘ผา้ เม่โข่’, การทาฝ่ายเล้ียงผี คือ ช่วงการเกบ็ เกี่ยวขา้ ว คือ การทาฝ่ายเล้ียงผคี อื ช่วงหลงั เกบ็ เก่ียว คือ ประเพณีเรียกขวญั ขา้ ว,ประเพณีกินห่อขา้ วกะเหรี่ยง 2.ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาโครงงานประวตั ิศาสตร์เร่ือง ประเพณีและพีกรรมเก่ียวกบั ขา้ วของชาว กะเหร่ียงเป็นเร่ืองท่ีพวกเราตอ้ งศึกษาเพ่มิ เติมหรือเสนอแนะเกี่ยวกบั การปลกุ ขา้ วของชาวกะเหรี่ยง ที่เราสนใจและมีความสาคญั กบั การดารงชีวติ ของชาวกะเหรี่ยงมาก ไดแ้ ก่ การทาไร่หมนุ่ เวียนของ ชาวกะเหรี่ยง

บรรณานุกรม พธั กลุ จนั ทนมฏั ฐะ. ขา้ วสาลี ใน สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน โดยพระราช ประสงคใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั . เลม่ 17. หนา้ 239-273. กรุงเทพฯ : โครงการสารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน, 2536. สุนนั ทา ชลิตตาภรณ์.พฒั นาการความเขา้ ใจของประเพณีของไทย. ปี การศึกษา 2528. หนา้ 66. กรุงเทพฯ : บณั ฑิตวิทยาลยั จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลยั , 2530. มณี พยอมพยงค์ . ประเพณีสิบสองเดือนลา้ นนาไทย หนา้ 64-98 . เชียงใหม่ : ส.ทรัพย์ การพิมพ,์ 2529 จากเวปไซต์ 1 http://www.arda.or.th/kasetinfo/rice/rice-histories.html ทีมาแหล่งข้อมูล ของข้าวไทย 2 http://thairice.org/html/aboutrice/culture01.html 3 http://www.openbase.in.th/node/10222

ภาคผนวก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook