หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอบุ ลวรารัตนพ์ ิทยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน ๙๕ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๔ คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง คาอธบิ ายรายวิชา ปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้อง และคาแนะนา (instructions)ง่าย ๆที่ฟังหรืออ่าน อ่านออกเสียงคา สะกด คา อ่านกลุ่มคา ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก/ระบุภาพหรือ สญั ลักษณ์ หรือเครือ่ งหมายตรงตามความหมายของประโยคและข้อความสัน้ ๆท่ีฟงั หรอื อา่ น ตอบคาถามจากการฟัง หรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คาสั่ง คาขอร้อง และคาขออนุญาตง่าย ๆ พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเองตามและขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเองเพื่อน และครอบครัว พูดแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่อง ต่างๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง พูด/เขียนให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว พูด/วาด ภาพแสดงความสัมพนั ธ์ของสง่ิ ต่างๆใกล้ตัวทฟี่ งั หรืออา่ น พูดแสดงความคดิ เหน็ งา่ ยๆ เก่ยี วกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว พูดและทาท่าประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคาถามเกี่ยวกับเทศกาล/ วันสาคัญ/งานฉลองและชีวิตความเป็นอยู่ง่ายๆของเจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่ เหมาะสมกับวัย บอกความแตกต่างของเสียงตัว อักษร คา กลุ่มคา ประโยค และข้อความ ของภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของ เจา้ ของภาษากบั ของไทย ค้นคว้ารวบรวม คาศพั ท์ทเ่ี กยี่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อนื่ และนาเสนอด้วยการพูด/ การเขียน ฟัง/พูดในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการ สืบคน้ และรวบรวมข้อมูลตา่ งๆ โดยการฟัง พูด อ่าน เขียน ระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคาถาม พูดโต้ตอบ ใช้ บอก ทาท่าทาง เข้า ร่วม เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เกิดสมรรถนะตามความต้องการของ หลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ขึ้นในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับ ชีวติ ประจาวันได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด ต ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ ต ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป๔/๕ ต ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ ต ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ ต ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ ต ๓.๑ ป.๔/๑ ต ๔.๑ ป.๔/๑ ต ๔.๒ ป.๔/๑
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอบุ ลวรารัตนพ์ ิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรุง๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน ๙๖ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชว้ี ดั กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน เวลา ๘๐ ช่วั โมง อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๕ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ คาอธิบายรายวิชา ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั คาขอรอ้ ง และคาแนะนา ที่ฟังหรืออา่ น อา่ นออกเสียง ประโยค ข้อความ และบทกลอน สั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน ระบุ/วาดภาพสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยคและ ขอ้ ความสัน้ ๆทีฟ่ ังหรอื อา่ น บอกใจความสาคัญและตอบคาถามจากการฟังหรอื อา่ นบทสนทนา และนทิ านงา่ ยๆหรือ เรื่องสั้นๆ พูด/เขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คาสั่ง คาขอร้อง คาขออนุญาตและให้คาแนะนาง่าย ๆ พูด/เขียนแสดงความต้องการของตนเองตาม ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใน สถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเองเพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว พูดแสดง ความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆพร้อมทั้งให้เหตุผลสั้นๆประกอบ พูด/เขียนให้ ขอ้ มูลง่ายๆ เกีย่ วกับตนเองและเรอ่ื งใกล้ตัว ตอบคาถาม/บอกความสาคัญของเทศกาล/วนั สาคัญ/งานฉลองและชีวิต ความเป็นอยู่ง่ายๆของเจ้าของภาษา และการลาดับคา(order)ตามโครงสร้างของประโยคของภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม ของ เจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้ารวบรวม คาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนาเสนอด้วยการพูด/ การเขียน ฟัง พูด และอ่าน/เขียนในสถานการณ์ต่างๆท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)ในการสืบค้นและรวบรวมข้อมูลต่างๆ โดยการฟัง พูด อ่าน เขียน ระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคาถาม พูดโต้ตอบ ใช้ บอก ทาท่าทาง เข้า ร่วม เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เกิดสมรรถนะตามความต้องการของ หลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ขึ้นในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับ ชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓ ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓ ต ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ต ๓.๑ ป.๕/๑ ต ๔.๑ ป.๕/๑ ต ๔.๒ ป.๕/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชี้วัด
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอบุ ลวรารตั นพ์ ทิ ยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน ๙๗ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ๖ คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ เวลา ๘๐ ช่วั โมง คาอธบิ ายรายวชิ า ปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้อง และคาแนะนา ที่ฟังและอ่าน อ่านออกเสียง ข้อความ นิทาน และบทกลอน ส้นั ๆ ถกู ตอ้ งตามหลักการอา่ น เลือก/ระบุประโยค หรอื ขอ้ ความสั้นๆ ตรงตามภาพ สัญลกั ษณ์ หรือเครื่องหมายท่ี อ่าน บอกใจความสาคญั และตอบคาถามจากการฟังหรืออ่าน บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆและเรื่องเล่า พูด/เขียน โต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคล ใช้คาสั่ง คาขอร้อง และคาขออนุญาตและให้คาแนะนา พูด/เขียนแสดงความ ตอ้ งการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการใหค้ วามช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูด/เขียนเพ่ือขอและให้ ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆ พูดเขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และกิริยา ท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทศกาล/วัน สาคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการ ลาดับคา ตามโครงสร้าง ประโยค ของภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)และภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน/ ความแตกต่างระหว่างเทศกาลงานฉลอง และประเพณีของเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้ารวบรวม คาศัพท์ที่ เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งการเรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพูด/การเขียน ใช้ภาษาสื่อสารใน สถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศ(ภาษาอังกฤษ)ในการสืบค้นและ รวบรวมขอ้ มลู ตา่ งๆ โดยการฟัง พูด อ่าน เขียน ระบุ อ่านออกเสียง เลือก ตอบคาถาม พูดโต้ตอบ เข้าร่วม เปรียบเทียบ ค้นคว้า ใช้ บอก เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เกิดสมรรถนะตามความ ต้องการของหลักสูตร มคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ขน้ึ ในตัวของผู้เรียน และสามารถอยูร่ ว่ มกับผู้อืน่ ในสังคมได้อย่างมี ความสุข สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไป ประยกุ ต์ใช้กบั ชีวติ ประจาวันไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒ ต ๓.๑ ป.๖/๑ ต ๔.๑ ป.๖/๑ ต ๔.๒ ป.๖/๑ รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวช้วี ัด
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอบุ ลวรารตั นพ์ ทิ ยาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรับปรุง๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ๙๘ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษ๑ คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง คาอธิบายรายวชิ า เข้าใจคาสั่งและใช้คาสั่งในห้องเรียน คาขอร้อง ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา การอ่านออก เสียง คา กลุ่มคา ประโยคที่มีความหมายสมั พันธ์กับส่ิงต่างๆใกล้ตัว อาหาร เครื่องดืม่ บทอ่าน บทสนทนาดว้ ยภาษา ง่ายๆ ประโยค นิทานง่ายๆ ที่มีภาพประกอบ การเล่านิทานประกอบท่าทาง ให้ข้อมูลและความต้องการเกี่ยวกับ ตนเองสั้นๆ เชน่ การพูดแนะนา ตนเอง ขอบคุณ ขอโทษ เรียน รู้คา ศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลขนบธรรมเนยี ม ประเพณี เทศกาล งานฉลอง เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยสนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม และแสวงหาความรู้ ความเพลิดเพลินจากภาษาอังกฤษ การร้องเพลง เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถสื่อสาร ส่ิงทเ่ี รียนรู้ และนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู้ ๑. ปฏบิ ัติตามคาส่ัง คาขอรอ้ งที่ฟงั ได้ ๒. อา่ นออกเสียงตัวอกั ษร คา กลุ่มคา ประโยคงา่ ยๆ และบทพูดเขา้ จังหวะงา่ ยๆ ตามหลกั การอา่ นได้ ๓. บอกความหมายของคาและกลุม่ คาท่ีฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามการฟังทมี่ ภี าพประกอบ หรอื อ่านประโยคบทสนทนาหรือนทิ านงา่ ยๆได้ ๔. พูดโต้ตอบด้วยคาส้นั ๆ ง่ายๆ ในการสือ่ สารระหว่างบุคคลตามแบบทฟี่ งั ใช้คาสัง่ และคาขอรอ้ งงา่ ยๆ บอกความต้องการและความรสู้ กึ ของตนเอง พดู ขอและใหข้ ้อมูลเกี่ยวกบั ตนเองและเพ่ือนได้ ๕. สามารถพูดและทาท่าประกอบตามมารยาทสงั คม วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เข้ารว่ มกิจกรรมทาง ภาษา และวฒั นธรรมที่เหมาะสมกับวัย รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอุบลวรารัตนพ์ ิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๙๙ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) อ ๑๒๒๐๒ ภาษาอังกฤษ ๒ คาอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง คาอธิบายรายวชิ า ใช้คาสั่งที่ใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสียงคา กลุ่มคาบทอ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองคา ประโยคบทอ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง ข้อความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว คาที่มีความหมายสัมพันธ์กับ ส่ิงต่างๆ ใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่มวัฒนธรรมเจ้าของภาษาแสดงกิริยา การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง กิจกรรมทางภาษา การร้องเพลง การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียน โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหา ความรู้การสืบค้นข้อมูลและมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ ประชาธิปไตย ซื่อสัตย์ใฝ่เรียนรู้แสดงออกถึงความ เปน็ ไทย เพอื่ ให้เกิดความร้คู วามเข้าใจสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และ นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ผลการเรียนรู้ ๑. ปฏบิ ัติตามคาสั่ง คาขอรอ้ งทฟ่ี งั ได้ ๒. อา่ นออกเสียงตวั อกั ษร คา กลุม่ คา ประโยคงา่ ยๆ และบทพูดเขา้ จังหวะง่ายๆ ตามหลักการอ่านได้ ๓. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาที่ฟังตรงตามความหมายตอบคาถามการฟังที่มีภาพประกอบ หรือ อา่ นประโยคบทสนทนาหรือนทิ านงา่ ยๆได้ ๔. พูดโต้ตอบด้วยคาสั้นๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาสั่งและ คาขอร้องง่ายๆ บอกความตอ้ งการและความรสู้ กึ ของตนเอง พูดขอและใหข้ ้อมลู เก่ยี วกับ ตนเองและเพ่อื นได้ ๕. สามารถพูดและทาท่าประกอบตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรม ทาง ภาษา และวัฒนธรรมท่เี หมาะสมกบั วยั รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนอุบลวรารตั น์พิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ๑๐๐ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) อ ๑๓๒๐๓ ภาษาองั กฤษ ๓ คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๓ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง คาอธิบายรายวิชา ปฏิบัติตามคาสั่ง คาขอร้อง ฟัง และอ่านตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา การอ่านออก เสียงคา กลุ่มคา บทอ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง คา ประโยค บทอ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง ข้อความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว คา ที่มี ความหมายสัมพันธ์กับสิ่ง ต่างๆ ใกล้ตัว เวลา สถานที่ อาหาร เครื่องดื่ม วัฒนธรรมเจ้าของภาษา แสดงกิริยา การขอบคุณ ขอโทษ การพูด แนะนาตนเอง กจิ กรรมทางภาษา การรอ้ งเพลง การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่าน ในสถานการณท์ ่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้การสืบคน้ ข้อมลู และมีทกั ษะ ทางสงั คม มีวถิ ขี องระบอบประชาธปิ ไตย ซื่อสัตย์ ใฝ่เรียนรู้แสดงออกถึงความเป็นไทยเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจาวนั ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผลการเรียนรู้ ๑. ปฏบิ ตั ติ ามคาส่งั คาขอรอ้ งท่ฟี งั หรือ อ่านได้ ๒. อ่านออกเสยี งตัวอกั ษร คา กลมุ่ คา ประโยคงา่ ยๆ และบทพูดเข้าจังหวะงา่ ยๆ ตามหลกั การอา่ นได้ ๓. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ฟี ังตรงตามความหมาย ตอบคาถามการฟงั ที่มภี าพประกอบได้ ๔. เลือกระบุภาพ หรือสัญลักษณต์ รงตามความหมายของกลมุ่ คาและประโยคท่ีฟงั ได้ ๕. ตอบคาถามจากการฟัง หรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ หรืออ่านประโยค บทสนทนา หรอื นิทานง่ายๆได้ ๖. พูดขอและให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองและเพื่อนตามแบบทฟี่ งั ได้ ๗. พูดใหข้ อ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเองและเรื่องใกลต้ ัวได้ ๘. พูดโต้ตอบด้วยคาสั้นๆง่ายๆในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาสั่งและคาขอร้องง่ายๆ บอกความต้องการและความรูส้ กึ ของตนเอง พูดขอและให้ข้อมูลเกีย่ วกับตนเองและเพอ่ื นได้ ๙. สามารถพูดและทาท่าประกอบตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรม ทาง ภาษา และวัฒนธรรมที่เหมาะสมกบั วยั รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอบุ ลวรารตั นพ์ ิทยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรับปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน ๑๐๑ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอุบลวรารตั น์พิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน ๑๐๒ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น โรงเรียนอุบลวรารัตน์พิทยาคม ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จาก ประสบการณ์ตรง ได้ฝึกปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมตามความ สนใจจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย บาเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม มที ักษะในการดาเนินงาน สง่ เสริมให้มีวุฒิภาวะทาง อารมณ์ สงั คม ศีลธรรม จรยิ ธรรม ใหผ้ เู้ รยี นร้จู กั และเข้าใจตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชพี ไดอ้ ย่างเหมาะสม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่มุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาการเรียนรู้อย่างรอบ ด้านเพ่ือความเป็นมนุษย์ทส่ี มบรู ณ์ท้ังร่างกาย สตปิ ญั ญา อารมณ์ และสงั คม เสรมิ สร้างให้เปน็ ผู้มศี ีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังให้สร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพื่อสังคม สามรถจักการตนเองได้และอยู่ร่วมกับผู้อื่น อย่างมคี วามสุข โรงเรยี นอบุ ลวรารัตนพ์ ทิ ยาคม ไดจ้ ัดกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลกั ษณะ ดังนี้ ๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จกั ตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม ส ามารถ ตดั สินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเปา้ หมาย วางแผนชีวติ ทงั้ ด้านการเรยี น และอาชพี สามารถปรับตนไดอ้ ย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมี สว่ นรว่ มพัฒนาผ้เู รียน โดยนักเรยี นทกุ คนต้องเข้ารว่ มกจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ชวั่ โมงต่อปีการศึกษา ๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การทางานร่วมกัน รู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันเอื้ออาทรและ สมานฉันท์ โดยจดั ให้สอดคลอ้ งกบั ความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผ้เู รียน ให้ได้ปฏิบัติดว้ ยตนเองใน ทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทางานเน้นการทางาน รวมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษาและท้ องถิ่น กจิ กรรมนักเรียน ประกอบด้วย กจิ กรรมลูกเสือ เนตรนารี นกั เรยี นทุกคนต้องเข้ารว่ ม กิจกรรมลกู เสือ เนตรนารี ๔๐ ชั่งโมงต่อปกี ารศึกษา กจิ กรรม ชมรม นกั เรียนทุกคนตอ้ งเขา้ รว่ มกิจกรรม ชมรม ๓๐ ช่งั โมงตอ่ ปกี ารศกึ ษา ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ ต่อสังคม ชุมชนและท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความ เสียสละการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรคส์ ังคม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชัว่ โมงต่อปีการศึกษา โครงสรา้ งและอัตราเวลาการจดั กิจกรรม กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ระดบั ประถมศึกษา ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ๑. กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒. กจิ กรรมนกั เรยี น ๒.๑ ลกู เสือ-เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒.๒ กจิ กรรมชมรม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓. กจิ กรรมเพ่ือสงั คม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ และสาธารณประโยชน์ เวลาเรียนรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอบุ ลวรารัตน์พทิ ยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ๑๐๓ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ๑. กิจกรรมแนะแนว วตั ถุประสงค์ ๑. เพื่อผเู้ รยี นคน้ พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักละเห็นคุณคา่ ในตนเองและผอู้ ่นื ๒. เพื่อให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้จากข้อมูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพส่วนตัว สังคม เพื่อนาไปใช้ในการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพ ของตนเอง ๓. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นได้พัฒนาบคุ ลิกภาพ และรบั ตัวอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ๔. เพื่อให้ผูเ้ รียนมีความรู้ มที กั ษะ มคี วามคดิ สร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจตคติทดี่ ตี อ่ อาชีพสจุ ริต ๕. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมีค่านิยมทดี่ งี ามในการดาเนินชวี ิต สร้างเสรมิ วินยั คณุ ธรรมและจริยธรรมแกน่ ักเรยี น ๖. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นมีจิตสานึกในการรับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ครอบครวั สงั คม และประเทศชาติ แนวการจัดกิจกรรม โรงเรยี นบา้ นฝาผนงั ไดจ้ ดั กจิ กรรมแนะแนวเพ่ือชว่ ยเหลือและพฒั นาผู้เรียน ดงั นี้ ๑. จัดกิจกรรมเพื่อให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากขึ้น โดยใช้กระบวนการทางจิตวิทยา การ จัดบริการสนเทศ โดยให้มีเอกสารเพื่อใช้ในการสารวจข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต สัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การ เย่ยี มบา้ นนักเรยี น การใหค้ วามชว่ ยเหลือผูเ้ รยี นเร่ืองสุขภาพจิต เศรษฐกจิ การจัดทาระเบียนสะสม สมดุ รายงานประจาตัวนักเรียน และบัตรสขุ ภาพ ๒. การจัดกิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทาแบบทดสอบเพื่อรู้จักและเข้าใจตนเอง มีทักษะ ในการตัดสินใจ การปรับตวั การวางแผนเพอ่ื เลือกศึกษาตอ่ เลือกอาชีพ ๓. การจดั บริการใหค้ าปรึกษาแกผ่ ูเ้ รียนรายบคุ คล และรายกลุ่ม ในดา้ นการศกึ ษา อาชีพ และสว่ นตัว โดยมีผู้ให้คาปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการให้คาปรึกษา ตลอดจนมีห้องให้ คาปรกึ ษาท่ีเหมาะสม ๓.๑ ชว่ ยเหลือผู้เรยี นท่ปี ระสบปัญหาด้านการเงิน โดยการใหท้ ุนการศึกษาแก่ผ้เู รียน ๓.๒ ติดตามเก็บข้อมลู ของนกั เรียนท่ีสาเรจ็ การศึกษา ๒. กจิ กรรมนกั เรียน ๑. กิจกรรมลูกเสือ กจิ กรรมลกู เสอื - เนตรนารี ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ ทุกคน ได้ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพื่อส่งเสริม หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์เปน็ ประมุข ส่งเสริมความสามัคคี มีวินัย และบาเพญ็ ประโยชน์ตอ่ สงั คม โดยดาเนนิ การจดั กจิ กรรมตามขอ้ กาหนดของคณะกรรมการลกู เสอื แห่งชาติ วตั ถุประสงค์ พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เพื่อพัฒนา ลูกเสือทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคม
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอุบลวรารตั น์พทิ ยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน ๑๐๔ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) เพื่อให้เกิดความสามัคคี และความเจริญก้าวหน้า ทั้งนี้เพื่อความสงบสุข และความมั่งคงของประเทศชาติตาม แนวทางดงั ตอ่ ไปนี้ ๑. ให้มนี สิ ยั ในการสงั เกต จดจา เชอ่ื ฟัง และพ่ึงตนเอง ๒. ให้มคี วามซือ่ สัตย์สุจริต มรี ะเบียบวินยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น ๓. ใหร้ ู้จักบาเพญ็ ตนเพ่ือสาธารณประโยชน์ ๔. ใหร้ จู้ กั ทาการฝมี ือและฝกึ ฝนการทากจิ กรรมตา่ งๆตามความเหมาะสม ๕. ใหร้ จู้ ักรักษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม และความม่ังคงชองชาติ แนวการจดั กิจกรรม กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑-๓ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบานการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผู้เรียนศึกษา และฝกึ ปฏิบัตดิ ังนี้ ๑. เตรียมลูกเสือสารอง นิยายเรื่อเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจกรรมลูกเสือสารอง การทา ความเคารพเป็นหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบยี บแถวเบื้องต้น คาปฏิญาณ กฎ และคตพิ จนข์ องลูกเสือสารอง ๒. ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๑ , ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศต่างๆ การฝีมือ กิจกรรม กลางแจ้ง การบันเทิง การผูกเงื่อน คาปฏิญาณ และกฎของลูกเสือสารองโดยใช้กระ บานการทางาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ ทางลูกเสือ กระบวนการทาง เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถน่ิ ได้อยา่ งเหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสอื สารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่อื ฟัง และพ่งึ ตนเอง ซือ่ สัตย์ สุจริต มรี ะเบยี บวินัย และเห็นอกเห็น ใจผู้อื่น บาเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ทั้งนี้โดยไม่เกี่ยวข้อง กับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างมี ประสิทธิภาพ กจิ กรรมลูกเสอื - เนตรนารี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔-๖ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกจิ กรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปการปฏบิ ัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผู้เรียนศึกษาและ ปฏิบตั ิในเรื่อง ๑. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรม กลางแจง้ ระเบยี บแถว ๒. ลูกเสอื โท การรู้จกั ดแู ลตนเอง การชว่ ยเหลือผอู้ ื่น การเดินทางไปยงั สถานทต่ี ่างๆ ทักษะทางวิชา ลกู เสอื งานอดเิ รกและเร่ือทนี่ ่าสนใจ คาปฏญิ าณ และกฎของลกู เสือ ระเบยี บแถว
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนอบุ ลวรารตั น์พิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ๑๐๕ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ๓. ลูกเสือเอก การพึ่งพาตนเอง การบริการ การผจญภัย วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว โดยใช้ กระบวนการทางาน กระบวนการแก้ปัญหา ระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการ คิดริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิ ปัญญาทอ้ งถิ่นได้อยา่ งเหมาะสม เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสามญั มนี สิ ยั ในการสังเกต จดจา เชอ่ื ฟงั และพ่งึ ตนเอง ซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวินัย และเห็นอกเห็น ใจผู้อ่นื บาเพญ็ ตนเพือ่ สารธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมอื พัฒนากาย จติ ใจ และศลี ธรรม ทั้งน้ีโดยไมเ่ ก่ียวขอ้ ง กับลัทธิทางการเมืองใดๆ สนใจและอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างมี ประสทิ ธภิ าพ หมายเหตุ ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม และผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเครื่องหมายลูกเสือตรี ลูกเสือโท และลกู เสอื เอก ๒. กจิ กรรมชุมนมุ วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพ่ือใหผ้ เู้ รียนได้ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความตอ้ งการของตน ๒. เพอื่ ให้ผูเ้ รียนได้พฒั นาความรู้ ความสามารถดา้ นการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ใหเ้ กดิ ประสบกา รณทง้ั ทางวิชาการและวชิ าชีพตามศกั ยภาพ ๓. เพอื่ สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนใชเ้ วลาให้เกดิ ประโยชนต์ ่อตนเองและสว่ นรวม ๔. เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นทางานรว่ มกับผู้อ่นื ไดต้ ามวิถปี ระชาธิปไตย แนวการจัดกจิ กรรม การจัดกิจกรรมตามความสนใจ (ชมรม) ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการดาเนนิ กิจกรรมร่วมกัน โดยมีชมรมที่หลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วยกิจกรรม ด้านคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ และค่ายวิชาการ การศึกษาดูงาน การฝึกปฏบิ ตั ิ การบรรยายพิเศษดังตัวอย่างพอสงั เขปตอ่ ไปน้ี ๑. กิจกรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศลี ธรรมและจรยิ ธรรม จัดสอนจรยิ ธรรมในห้องเรียน จัดให้ มีการปฏิบัติกิจกรรมเนื่องในวันสาคัญทัง้ ทางชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยผู้เรียนมีส่วนร่วม ในการจดั กิจกรรมท้ังในดา้ นวฒั นธรรม ประเพณี กฬี า และศีลปะ ๒. กจิ กรรมพัฒนาทักษะชวี ติ จัดกิจกรรมแขง่ ขนั กีฬาสที ุกชว่ งชน้ั โดยผเู้ รยี นได้ฝึกทักษะการทางาน และการแกป้ ญั หาทกุ ข้นั ตอน ๓. กิจกรรมส่งเสริมนิสยั รักการทางาน จัดกิจกรรมวันวิชาการโดยผู้เรียนมีโอกาสปฏิบตั ิจริง และฝึก ทกั ษะการจดั การ ๔. กิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เช่น ประเพณไี หวค้ รู ประเพณลี อยกระทง
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอบุ ลวรารัตนพ์ ทิ ยาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน ๑๐๖ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ๕. กจิ กรรมส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย จัดให้มีการเลือกคณะกรรมการนกั เรยี น โดย ให้นากระบวนการประชาธปิ ไตยไปใชใ้ นการร่วมวางแผนดาเนนิ งานพัฒนาโรงเรยี น ๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ เพื่อป้องกันปัญหาโรคติดต่อร้ายแรง ปัญหายาเสพตดิ ปัญหาวัยรุน่ ใหค้ วามรเู้ พอ่ื ปลกู ฝงั ให้เป็นสภุ าพบรุ ุษ สุภาพสตรี ๗. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางภาษา หอ้ งปฏิบัติการทางวทิ ยาศาสตร์ ห้องเทคโนโลยีสารสนเทศ ๘. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามัย ให้บริการห้องพยาบาล มีบริการให้ความรู้แก่ผู้เรียน เพ่ือ ปอ้ งกนั โรคระบาดอย่างทนั เหตกุ ารณ์ ๓. กิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพื่อให้ผเู้ รยี นบาเพ็ญตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อครอบครวั โรงเรยี น ชุมชน และประเทศชาติ ๒. เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัด และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร ๓. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ๔. เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ๕. เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนมจี ติ สาธารณะและใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์ แนวการจดั กจิ กรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทาประโยชน์ ตามความสามารถ ความถนดั และความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร เพ่อื แสดงถงึ ความรบั ผดิ ชอบ ความดงี าม ความ เสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทาประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคมกิจกรรมสาคัญ ได้แก่ กิจกรรมบาเพ็ญ ประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดารงรักษา สืบสาน ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมพัฒนา นวัตกรรมและเทคโนโลยี เวลาเรียนสาหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วนกิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน์ จัดสรรเวลาให้ผู้เรียนระดับประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ รวม ๖ ปี จานวน ๖๐ ชั่วโมง(เฉลี่ยปีละ ๑๐ ชวั่ โมง) การจัดกจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ในระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๖ เปน็ การจัดกิจกรรม ภายในเวลาเรียน โดยให้ผู้เรียนรายงานแสดงกรเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดบันทึก และมีผู้รับรองผลการเข้าร่วม กจิ กรรมทุกครงั้ แนวทางการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โรงเรียนอุบลวรารตั นพ์ ทิ ยาคม กาหนดแนวทางในการประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นดงั นี้
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนอบุ ลวรารตั น์พทิ ยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรับปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน ๑๐๗ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ๑. การประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนรายกิจกรรม มีแนวทางปฏิบตั ิดงั นี้ ๑.๑ การตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอด ปีการศึกษา ๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียน ผู้เรียน ต้องได้รับการประเมินทุกผลการเรียนรู้ และผ่านทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการเรียนรู้ผ่านไม่น้อยกล่าร้อยละ ๕๐ หรอื มีคณุ ภาพในระดบั ๑ ขึ้นไป ๑.๓ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ ขอ้ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถอื วา่ ผเู้ รยี นมผี ลการเรยี น “ผ” ผ่านการประเมินกิจกรรมและนาผลการประเมนิ ไปบันทึก ในระเบียนแสดงผลการเรียน ๑.๔ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานไม่เป็นไปตาม เกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทากิจกรรม ในสว่ นทีผ่ เู้ รียนไมไ่ ด้เข้าร่วมหรือไมไ่ ด้ทาจนครบถ้วน แล้วจงึ เปลีย่ นผลการเรยี นจาก “มผ” เปน็ “ผ” และนาผล การประเมินไปบนั ทึกในระเบยี นแสดงผลการเรียน ๒. การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี นเพ่ือการตัดสนิ มแี นวปฏบิ ัติดังน้ี ๒.๑ กาหนดให้ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียน ทุกคนตลอดระดบั การศึกษา ๒.๒ ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ ทีโ่ รงเรียนกาหนด ผู้เรียนจะต้องผ่านกิจกรรม ๓ กิจกรรมสาคัญดงั น้ี ๒.๒.๑ กจิ กรรมแนะแนว ๒.๒.๒ กิจกรรมนักเรียน ไดแ้ ก่ ๑. กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี ๒. กจิ กรรมชมรม ๒.๒.๓ กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๒.๓ การนาเสนอผลการประเมินตอ่ คณะกรรมการกลุ่มสาระการเรยี นร้แู ละกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๒.๔ เสนอผู้บริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์การจบ แตล่ ะระดบั การศึกษา
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอุบลวรารตั นพ์ ิทยาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรับปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน ๑๐๘ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาอธบิ ายรายวชิ า กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอุบลวรารัตนพ์ ทิ ยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรับปรุง๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ๑๐๙ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น กิจกรรมแนะแนว ชั้นประถมศึกษาปที ี ๑ - ๖ เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี รู้จักและเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อืน่ มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีเจตคติที่ดีต่อการมี ชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดาเนินชีวิต สามารถปรับตัวให้ดารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่าง มีความสุข รู้จัก ตนเองในทุกด้าน รู้ความถนัด ความสนใจ และบุคลิกภาพของตนเอง รู้และเข้าใจโลกของงานอาชีพอย่าง หลากหลาย มีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจรติ รู้ข้อมูลอาชีพ สามารถเลือกตนแนวทางในการประกอบอาชีพได้อย่าง เหมาะสม มีการเตรียมตัวสู่อาชีพ สามารถวางแผนเพื่อประกอบอาชีพตามที่ตนเองมีความถนัดและสนใจ มี คุณลักษณะพ้ืนฐานที่จาเป็นในการประกอบอาชีพและพฒั นางานให้ประสบความสาเรจ็ เพื่อสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ ให้กับตนเอง ครอบครัว ชมุ ชนและประเทศชาติ พัฒนาตนเองในด้านการเรียนอย่างเต็มศักยภาพ รู้จักแสวงหาความรู้ใฝร่ ู้ใฝ่เรียนให้เป็นคนดีมีความรู้และ ทักษะทางวิชาการ รู้จักแสวงหาและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนการเรียนหรือการศึกษาต่อได้อย่างมี ประสิทธิภาพ มีวิธีการเรียนรู้ มีทักษะการคิด แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ คิดเป็น ทาเป็น มีคุณธรรม จริยธรรม เออื้ อาทรและสมานฉนั ท์ เพ่ือดารงชวี ิตอยูร่ วมกนั อย่างสงบสุขตามวิถชี วี ติ เศรษฐกิจพอเพยี ง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ รู้จัก เข้าใจ รักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น เกิดการเรียนรู้ สามารถวางแผนการเรียนรู้ อาชีพ รวมทั้งการดาเนินชีวิตและมีทักษะทางสังคม เกิดการเรียนรู้สามารถปรับตั วได้ อย่างเหมาะสม อย่รู ว่ มกับผ้อู ื่นไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ พงึ่ ตนเองได้มที ักษะในการเลอื กแนวทางการศึกษา การงานและ อาชีพ ชีวิตและสังคม มีสุขภาพจิตที่ดีและจิตสานึกในการทาประโยชน์ต่อครอบครัว สังคมและประเทศชาติตาม หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผลการเรียนรู้ ๑. เพ่อื ให้ผู้เรียนเกิดการเรยี นรู้ รู้จัก เขา้ ใจ รัก และเหน็ คณุ ค่าในตนเองและผ้อู ื่น ๒. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รียนเกิดการเรียนรู้ สามารถวางแผนการเรียน การศกึ ษาตอ่ อาชีพ รวมทง้ั การดาเนิน ชวี ิต และมีทกั ษะทางสงั คม ๓. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นเกิดการเรยี นรู้ สามารถปรบั ตัวได้อยา่ งเหมาะสม และอยรู่ ว่ มกับผอู้ ื่นไดอ้ ยา่ ง เหมาะสม ๔. สามารถประยกุ ต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้ รวม ๔ ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอบุ ลวรารัตน์พิทยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน ๑๑๐ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ชั้นประถมศึกษาปีที ๑ กจิ กรรมนกั เรียน (เตรียมลูกเสอื สารองและลูกเสอื สารองดาวดวงที่ ๑) เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี เปดิ ประชมุ กอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสอื และจดั กจิ กรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสารอง เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติ ในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลการปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง ในเรอื่ งตอ่ ไปนี้ ๑. เตรียมลูกเสือสารอง นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนด์ฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว เบื้องต้น คา ปฏิญาณ กฎและคติพจนข์ องลกู เสอื สารอง ๒. ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภยั บรกิ าร ธงและประเทศตา่ ง ๆ การฝมี อื กิจกรรมกลางแจง้ การบันเทิง การผกู เง่อื น คาปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื สารอง เพื่อใหม้ คี วามรู้ ความเขา้ ใจในกิจกรรมลกู เสอื สารองดาวดวงท่ี ๑ สามารถปฏิบัตติ ามคาปฏิญาณ กฎ และคติ พจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเ บียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รู้จักบาเพ็ญตนเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝมี ือและฝกึ ฝนทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ และสามารถ ประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ผลการเรยี นรู้ ๑. มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจา เชือ่ ฟังและพึง่ พาตนเองได้ ๒. มคี วามซ่ือสตั ย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวินัยและเห็นอกเหน็ ใจผู้อน่ื ๓. บาเพ็ญตนเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๔. ทาการฝมี ือและฝึกฝนการทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รักษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรมประเพณี ภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่นและ ความม่ันคง ๖. อนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ้ มและลดภาวะโลกร้อน ๗. สามารถประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้ รวม ๗ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอุบลวรารัตน์พทิ ยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน ๑๑๑ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที ๒ กิจกรรมนกั เรยี น (ลกู เสอื สารองดาวดวงที่ ๒) เวลา ๔๐ ชั่วโมง/ปี เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏบิ ัติกิจกรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏิบตั ติ ามคาปฏิญาณ คติพจน์และกฎของลูกเสอื สารอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษา ธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจใฝ่รู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกองในเรื่อง ตอ่ ไปน้ี ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชน ท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ มลดภาวะโลกร้อน เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๒ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝนทา กิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอ้ ม ความมั่นคงของชาติ และสามารถประยุกต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ผลการเรยี นรู้ 1. มีนสิ ัยในการสงั เกต จดจา เช่อื ฟงั และพ่งึ ตนเองได้ 2. มีความซือ่ สัตย์ สจุ รติ มีระเบียบวนิ ัย และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อนื่ 3. บาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ 4. ทาการฝมี อื และฝกึ ฝนทากิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม 5. รักษาและสง่ เสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถน่ิ และความมั่นคงของชาติ 6. อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น สามารถประยกุ ตใ์ ช้หลักปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ รวม ๖ ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอบุ ลวรารัตน์พทิ ยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน ๑๑๒ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ชน้ั ประถมศึกษาปที ี ๓ กิจกรรมนกั เรียน (ลกู เสือสารองดาวดวงที่ ๓) เวลา ๔๐ ชว่ั โมง/ปี เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามฐานการเรยี นรู้ โดยเนน้ ระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คตพิ จน์และกฎของลูกเสอื สารอง ศึกษาเรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริงใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษา ธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจใฝ่รู้ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกองในเรื่อง ต่อไปน้ี ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเริ่มกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์) การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสารอง อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติการอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชน ท้องถิ่น ความปลอดภัย บริการ การผูกเงื่อน ธง และประเทศต่าง ๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถ่ิน กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพกายสุขภาพจิตและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาตสิ ิ่งแวดล้อมลดภาวะโลกร้อน เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๓ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎและ คตพิ จน์ของลกู เสอื สารอง มีนสิ ยั ในการสงั เกต จดจา เช่ือฟงั และพึ่งตนเอง มคี วามซอื่ สตั ย์สจุ รติ มีระเบียบวนิ ัย และ เห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพญ็ เพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝมี อื และฝึกฝนทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความ เหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความมัน่ คงของชาติ และสามารถประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผลการเรยี นรู้ ๑. มนี สิ ัยในการสังเกต จดจา เชอื่ ฟงั และพึ่งตนเองได้ ๒. มคี วามซือ่ สัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเหน็ ใจผอู้ นื่ ๓. บาเพญ็ ตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๔. ทาการฝมี อื และฝกึ ฝนทากจิ กรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ๕. รักษาและสง่ เสรมิ จารีตประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและความมนั่ คงของชาติ ๖. อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน สามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงได้ รวม ๖ ผลการเรียนรู้
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอบุ ลวรารตั น์พทิ ยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน ๑๑๓ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชัน้ ประถมศึกษาปีที ๔ กจิ กรรมนกั เรยี น (ลกู เสือสามัญ (ลกู เสอื ตร)ี ) เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ปี เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของ ลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติในชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้และมีจติ สานกึ ในการอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการ ลูกเสือ ประวัติของ Load Baden Powell พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการ ลูกเสือไทยและลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถวท่ามือเปล่า ท่ามือไม้พลวง การใช้สัญญามือและนกหวีด การตั้งแถวและการเรียน แถว เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่าง ๆ ตาม ความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง ประโยชน์ และสามารถประยุกต์ใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ผลการเรยี นรู้ 1. มนี ิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟงั และพงึ่ ตนเองได้ 2. มีความซอื่ สัตย์สุจรติ มรี ะเบียบ วินยั และเหน็ อกเห็นใจผอู้ ื่น 3. บาเพ็ญตนเพื่อส่งเสริมและสาธารณะประโยชน์ 4. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ 5. รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมิปัญญาท้องถนิ่ และความมั่นคงของชาติ 6. อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกรอ้ น 7. สามารถประยุกตใ์ ช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง รวม ๗ ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอบุ ลวรารตั นพ์ ิทยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ๑๑๔ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คาอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชนั้ ประถมศึกษาปีที ๕ กจิ กรรมนกั เรยี น ( กิจกรรมลูกเสือสามัญ (ลกู เสอื โท) ) เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี เปดิ ประชมุ กองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยใหศ้ ึกษา วเิ คราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์และกฎของ ลูกเสือสามัญ เรียนรู้จากคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศกึ ษาธรรมชาติในชมุ ชนด้วยความสนใจ ใฝร่ ู้ มจี ิตสานกึ ในการอนรุ ักษ์ ทรพั ยากรธรรมชาติ วฒั นธรรม ภูมิปัญญา ท้องถิ่น ลดภาวะโลกร้อนและการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การ ร้จู ักดแู ลตนเอง การช่วยเหลือผอู้ ่ืน การเดนิ ทางไปยงั สถานทต่ี ่าง ๆ ทางานอดิเรก และเร่ืองที่สนใจ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ ของลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่าง ๆ ตาม ความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง ประโยชนแ์ ละสามารถประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ผลการเรยี นรู้ 1. มนี สิ ัยในการสังเกต จดจา เชอื่ ฟังและพึ่งตนเองได้ 2. มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีระเบียบ วนิ ยั และเหน็ อกเหน็ ใจผ้อู ืน่ 3. บาเพญ็ ตนเพ่ือสง่ เสรมิ และสาธารณะประโยชน์ 4. ทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ 5. รักษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ และความม่นั คงของชาติ 6. อนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ลดภาวะโลกร้อน 7. สามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง รวม ๗ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอุบลวรารัตนพ์ ทิ ยาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน ๑๑๕ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชั้นประถมศกึ ษาปที ี ๖ กิจกรรมนกั เรียน ( กจิ กรรมลกู เสอื สามัญ (ลูกเสอื เอก) ) เวลา ๔๐ ช่ัวโมง/ปี เปิดประชุมกองดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสามญั วิชาการของลูกเสือ ระเบียบแถว การพึ่งตนเอง การผจญภัย การใช้สัญลักษณ์ สมาชิกลูกเสือสามัญ ที่มีความ เป็นเอกลักษณ์ร่วมกนั เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ศึกษาธรรมชาติ วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วย ความสนใจ ใฝ่รู้ และประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและลดภาวะโลกรอ้ น เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็น อกเห็นใจผู้อื่น บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรม ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคง ประโยชนแ์ ละสามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ผลการเรยี นรู้ 1. มีนิสยั ในการสังเกต จดจา เชอ่ื ฟงั และพึ่งตนเองได้ 2. มคี วามซือ่ สัตย์สุจริต มรี ะเบียบ วินัยและเหน็ อกเห็นใจผูอ้ นื่ 3. บาเพ็ญตนเพ่ือสง่ เสรมิ และสาธารณะประโยชน์ 4. ทาการฝมี ือและฝึกฝนทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ตามความถนดั และความสนใจ 5. รกั ษาและสง่ เสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิน่ และความมั่นคงของชาติ 6. อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น 7. สามารถประยกุ ตใ์ ช้ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง รวม ๗ ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอุบลวรารัตน์พิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน ๑๑๖ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที ๑ - ๖ กิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ เวลา ๑๐ ช่ัวโมง/ปี ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ฝึกการทางานที่สอดคล้องกับชีวิตจริง ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สารวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ เน้น ทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม เสริมสร้างความมีน้าใจ เอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม คิด ออกแบบกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมตาม แนวทางวถิ ชี วี ติ เศรษฐกิจพอเพยี ง เพ่อื ให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ครอบครัว โรงเรยี น ชุมชน สังคมและประเทศชาติ สามารถ ออกแบบการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและความสนใจในลักษณะ อาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพ่ือ สังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีจิตสาธารณะและ ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ และสามารถประยกุ ต์ใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้ ผลการเรียนรู้ 1. บาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชนต์ ่อครอบครวั โรงเรยี น ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ 2. ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชนอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ ตามความถนัดและ ความสนใจในลักษณะอาสาสมคั ร 3. สามารถพฒั นาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ 4. ปฏบิ ตั กิ ิจการเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตามคณุ ลักษณะอันพึง ประสงค์ 5. สามารถประยกุ ตใ์ ช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้ รวม ๕ ผลการเรยี นรู้
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอุบลวรารตั นพ์ ิทยาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรับปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน ๑๑๗ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ช้ันประถมศึกษาปีที ๑ - ๖ กจิ กรรมนักเรยี น (กิจกรรมชมุ นมุ ) เวลา ๓๐ ช่วั โมง/ปี ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการ และพื้นฐานอาชีพ ทักษะชีวิตและสังคมตามศักยภาพ อย่างรอบด้าน เพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีความสามารถในการสื่อสาร มีทักษะการคิด แก้ปัญหา ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี พฒั นาทกั ษะในการทางานและการอย่รู ่วมกบั ผู้อื่นในสงั คมได้อยา่ งมคี วามสุข รัก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทางานรักความเป็นไทย มี จติ สาธารณะ เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ใหเ้ กิดประสบการณ์ทัง้ ทกั ษะทางวิชาการ ทักษะอาชีพ ทกั ษะชีวิต และสังคมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คิดเป็น ทาได้ ทางานร่วมกับผู้อื่นได้ ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย และประยกุ ตห์ ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้อยา่ งเหมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน 2. มีความรู้ ความสามารถดา้ นการคิดวิเคราะห์ สงั เคราะหใ์ หเ้ กิดประสบการณ์ ท้งั ทางวชิ าการและ วชิ าชพี ตามศกั ยภาพ 3. ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดประโยชนต์ ่อตนเองและสว่ นรวม 4. มุ่งมั่นในการทางานและทางานรว่ มกับผอู้ น่ื ไดต้ ามวิถีประชาธปิ ไตย 5. ประยุกตใ์ ช้หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างเหมาะสม รวม ๕ ผลการเรียนรู้
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอบุ ลวรารตั นพ์ ิทยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ๑๑๘ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาอธิบายรายวชิ า กิจกรรมชมุ นมุ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอบุ ลวรารตั น์พิทยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรุง๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน ๑๑๙ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมชุมนุม กิจกรรมชมุ นมุ ภาษาจนี ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖ หลกั การและเหตุผล จัดขึ้นเพื่อให้สมาชิกมีทักษะการสื่อสารภาษาจีน เรียนรู้คาศัพท์พื้นฐานภาษาจีน เข้าใจคาสั่ง คาขอร้อง ภาษาท่าทาง และประโยคที่ใช้ในชีวิตประจาวัน และหลักการใช้ สัทอักษรได้ถูกต้อง สามารถอ่านออก เสียง สัทอักษร กลุ่มคาและประโยคสั้น ๆ ได้ถูกต้องชัดเจน ตามหลักการออกเสียง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง บุคคลโดยใช้สื่อนวัตกรรม ในการสื่อสารเพื่อแสดงความต้องการของตนและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ใช้ถ้อยคาง่าย ๆ ใน การปฏสิ ัมพนั ธ์ การเขา้ ใจความแตกตา่ งระหว่างเสียงสระ พยญั ชนะ คา วลี ประโยคและขอ้ ความ ระหวา่ งวฒั นธรรม จีนและวัฒนธรรมไทย เห็นประโยชน์ของการรู้ภาษาจีน สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยกุ ต์ในกบั ชีวิตประจาวนั ได้อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวงั ๑. นกั เรยี นสามารถอา่ น เขยี นและออกเสียงสัทอกั ษรได้ ๒. ใช้คาศพั ทภ์ าษาจนี เบ้ืองต้นในการส่อื สาร การฟงั การพดู การอ่านและการเขยี นได้ ๓. รู้และเขา้ ใจความแตกตา่ งและเหมอื นวัฒนธรรมไทย จนี รวมท้ังหมด 3 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอุบลวรารัตน์พิทยาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน ๑๒๐ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมชมุ นุม กจิ กรรมชมุ นุมภาษาไทย ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖ หลกั การและเหตุผล ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาประจาชาติ อันเป็นเอกลักษณ์ที่สาคัญอย่างหนึ่งของชาติ สมควรจะ ไดร้ บั การทานบุ ารงุ สง่ เสริม และอนรุ กั ษไ์ วใ้ ห้ยงั่ ยืนตลอดไป ทั้งนี้ในยุคปัจจุบันวิชาการและเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วเกิดเทคนิคใหม่ ๆ ในการ ติดต่อสื่อสาร ท่ีมุ่งเน้นความสะดวกรวดเร็ว ส่งผลให้ภาษาไทยซึ่งเป็นสื่อกลางสาคัญในการติดต่อและผูกพันต่อการ ดารงชีวิตประจาวันของคนไทยได้รับผลกระทบ ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ทาให้ภาษาไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมอย่างน่าวิตกเป็นอย่างยิ่ง สภาพการณ์เช่นนี้หากไม่เร่งรีบหาทางแก้ไขและป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ การใช้ ภาษาไทยของเราก็จะยิ่งเสื่อมลง จะส่งผลเสียหายต่อเอกลักษณ์และคุณค่าของภาษาไทยเป็นทวีคูณ อ่านและเข้าใจ ความหมายของคา ประโยค ข้อความและจัดทาแบบฝึกเป็นรูปเล่ม จัดทาพจนานุกรมฉบับจิ๋ว ศึกษา ค้นคว้า เกย่ี วกับ ข่าว บทความจากส่ิงตีพิมพป์ ระเภทต่างๆ และประดิษฐ์ทค่ี ั่นหนงั สอื ประเภทตา่ งๆ เพื่อให้สมาชิกมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักค้นคว้า และแก้ปัญหาในการทางานอย่างมีระบบ เพื่อให้ สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพื่อให้สมาชิกมีความเข้าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิ ปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพื่อให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่และสิทธิภายในขอบเขตของ กฎหมายเพื่อให้สมาชิกมีความสงบซาบซึ้งในคุณค่า ดารงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย เพื่อให้สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะเพื่อให้สมาชิกไดร้ ับการส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกาย จิตใจ และ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อให้สมาชิกรู้จักบาเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสร้างเสริมความมั่นคงของชาติ เพื่อให้สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้สมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา สามารถ นาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับ ชีวิตประจาวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม ผลการเรยี นรู้ ๑. ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน ๒. อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้ว ร้อยกรองได้อย่างถกู ต้องตามอกั ขระวธิ ี ๓. เขยี น ได้ถูกต้องตามหลกั ภาษาไทย ๔. ใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสว่ นรวม ๕. นกั เรียนมคี วามตระหนกั และเห็นคณุ ค่าของภาษาไทย ในฐานะภาษาประจาชาติ ๖. นักเรียนสามารถเปน็ ตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันกจิ กรรมทางคณิตศาสตร์ รวม ๕ ผลการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอบุ ลวรารตั นพ์ ิทยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ๑๒๑ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมชุมนุม กิจกรรมชมุ นุมคณติ ศาสตร์ ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑-๖ หลกั การและเหตผุ ล คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่รอบตัวและชีวิตของเรา คณิตศาสตร์สามารถอธิบายสิ่ง ตา่ งๆ นานาทอ่ี ยูร่ อบตวั เราได้ ถึงแมว้ ่าคนส่วนใหญ่จะมองคณติ ศาสตร์นั้น ยาก ซับซอ้ น น่าเวียนหัว ทา ใหเ้ กิดความเครียด และความวติ กกังวลในการเรียน ชมุ นมุ น้ีจึงจดั ขนึ้ มาเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นในชุมนมุ ไดม้ องเหน็ มมุ มองอีกดา้ นหนง่ึ ของคณติ ศาสตร์ โดยการ รวบรวมด้านสนุกสนานของคณิตศาสตร์ ตลอดจนเกร็ดน่ารู้ต่างๆ มากมาย รวมถึงเกร็ดแปลกๆ เกี่ยวกับตัวเลขท่ี อาจจะทาให้นักเรียนเกิดหลงรักตัวเลขขึ้นมาก็ได้ และนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยในหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกตใ์ นกับชวี ติ ประจาวันได้อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวัง ๑. เพื่อใหน้ ักเรยี นมองเห็นความสาคญั ของคณติ ศาสตรใ์ นชวี ิตประจาวัน ๒. เพื่อให้นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ มีความสขุ และความสนุกสนานในการเขา้ ร่วม กิจกรรม ในวิชา คณติ ศาสตร์ ๓. เพื่อใหน้ ักเรยี นได้ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามทีต่ นเองถนัดและสนใจ ๔. เพื่อส่งเสริมนักเรยี นใหม้ ีทศั นคติที่ดตี ่อวชิ าคณิตศาสตร์ ๕. เพื่อใหน้ กั เรยี นสามารถนาความรูไ้ ปปรบั ใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้เป็น และได้ใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ ๖. นักเรียนสามารถเป็นตวั แทนเขา้ ร่วมแขง่ ขันกิจกรรมทางคณิตศาสตร์ รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอุบลวรารตั นพ์ ิทยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน ๑๒๒ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมชมุ นุม ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๑-๖ กจิ กรรมชุมนมุ สร้างสรรคด์ ้วยลลี ามือ หลักการและเหตผุ ล รู้จักชื่อ และบอกลักษณะของเส้นต่าง ๆ ซึ่งมาประกอบเป็นพยัญชนะ ตัวเลขและเป็นภาพต่างๆ ที่ใช้ใน ชีวิตประจาวันได้ เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา สามารถ นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้ เพื่อให้สมาชิกมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักค้นคว้า และแก้ปัญหาในการทางานอย่างมีระบบ เพื่อให้ สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพื่อให้สมาชิกมีความเข้าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพื่อให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่และสิทธิภายในขอบเขตของ กฎหมายเพื่อให้สมาชิกมีความสงบซาบซึ้งในคุณค่า ดารงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย เพื่อให้สมาชิกเกิดความรักและสามัคคีในหมู่คณะเพื่อให้สมาชิกได้รับการส่งเสริมการพัฒนาทางรา่ งกาย จิตใจ และ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อให้สมาชิกรู้จักบาเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสร้างเสริมความมั่นคงของชาติ เพื่อให้สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้สมาชิกพัฒนาตนเองตามวตั ถุประสงค์ของการจัดการศึกษา สามารถ นาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับ ชวี ติ ประจาวันไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑. ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดและความต้องการของตน ๒. มีความรู้ ความสามารถดา้ นการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ ท้งั ทางวิชาการและ วชิ าชพี ตามศกั ยภาพ ๓. ใชเ้ วลาวา่ งให้เกิดประโยชนต์ อ่ ตนเองและส่วนรวม ๔. มงุ่ มัน่ ในการทางานและทางานร่วมกบั ผอู้ ืน่ ได้ตามวิถีประชาธิปไตย ๕. ประยุกตใ์ ช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้อยา่ งเหมาะสม รวม ๕ ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอุบลวรารตั นพ์ ิทยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ๑๒๓ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมชมุ นุม กิจกรรมชุมนมุ คอมพิวเตอร์ ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๖ หลกั การและเหตผุ ล ในปัจจุบัน เทคโนโลยคี อมพิวเตอร์ได้พฒั นาไปอยา่ งรวดเรว็ ในหลากหลายสาขาวิชาโดยเฉพาะอย่างยิง่ การ พัฒนาด้านการสื่อสารและด้านข้อมูล ดังนั้นจึงจาเป็นอย่างยิ่งที่สถานศึกษาให้ความสาคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยีเพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ เกิดความตระหนักและเท่าทันเทคโนโลยีในปัจจุบันเพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนมี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในยุคศตวรรษที่ 21 ได้แก่ เป็นนักคิดวิเคราะห์ เป็นนักแก้ปัญหา เป็นนัก สร้างสรรค์ เป็นนักประสานความร่วมมือ รู้จักใช้ข้อมูลและข่าวสาร เป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นนักสื่อสาร และ ตระหนักรับรู้สภาวการณ์ของโลกปัจจุบันและอนาคตกิจกรรมชุมนุมคอมพิวเตอร์ จึงเป็นกิจกรรมกลุ่มเสริมทักษะ ด้านวิชาการ ในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีเพื่อพัฒนานักเรียนให้เต็มศกั ยภาพ เพื่อตอบสนองศักยภาพ ของนักเรียนได้หลากหลายวิชาสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมสร้างองค์ ความรู้และเพิ่มพูนทักษะ คอมพิวเตอร์ให้แก่นักเรียนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ตรงกับสภาพแวดล้อม และเทคโนโลยีใหม่ๆ และนามาปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้อย่างเหมาะสม ผลการเรียนร้ทู ีค่ าดหวัง ๑. นกั เรยี นเกิดทักษะในการใช้เทคโนโลยีในชวี ติ ประจาวัน ๒. นกั เรียนมีความรู้ทางดา้ นคอมพวิ เตอร์ นามาใช้ในงานตา่ งๆ ๓. นกั เรียนพัฒนาความรู้ความสามารถด้านการคดิ วเิ คราะห์ สังเคราะห์ ๔. นักเรยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นยิ มท่ีพึงประสงค์ ๕. นักเรยี นมมี นุษยสัมพันธ์ในการทากิจกรรมร่วมกนั กบั ผอู้ ืน่ รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอบุ ลวรารตั นพ์ ิทยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒๔ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาอธิบายรายวิชากิจกรรมชมุ นุม ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๑-๖ กิจกรรมชมุ นุมนาฏศลิ ป(์ ฟอ้ นรา) หลักการและเหตุผล ฝึกทา่ ราเบื้องต้นนาฏศลิ ปไ์ ทย ฝึกการแสดงนาฏศลิ ป์ไทยและนาฏศิลปพ์ นื้ เมอื ง 4 ภาค เหนือ กลางอีสาน ใต้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ๑. เพอ่ื ฝึกทกั ษะการราเบื้องต้นนาฏศลิ ป์ไทย ๒. เพอื่ ฝกึ ความม่ันใจ และกลา้ แสดงออกหนา้ สาธารณชน ๓. เพือ่ ปลูกฝังและอนุรักษศ์ ิลปวัฒนธรรมไทยพืน้ บ้าน รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรยี นรู้
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอุบลวรารตั นพ์ ิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน ๑๒๕ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมชมุ นุม กิจกรรมชุมนุมรกั การอ่าน ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑-๖ หลกั การและเหตุผล อ่านและเข้าใจความหมายของคา ประโยค ข้อความและจัดทาแบบฝึกเปน็ รปู เล่ม จัดทาพจนานกุ รมฉบับ จิ๋ว ศึกษา ค้นคว้าเกย่ี วกับ ข่าว บทความจากสง่ิ ตพี ิมพ์ประเภทตา่ งๆ และประดษิ ฐ์ท่คี ัน่ หนังสอื ประเภทตา่ งๆ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและเห็นคุณค่าเกี่ยวกับการจัดทาแบบฝึกเป็นรูปเล่ม จัดทาพจนานุกรมฉบับจว๋ิ และประดิษฐท์ ่คี ่ันหนังสือประเภทตา่ งๆ สามารถนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้ เพื่อให้สมาชิกมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รู้จักค้นคว้า และแก้ปัญหาในการทางานอย่างมีระบบ เพื่อให้ สมาชิกเป็นผู้มีระเบียบวินัยเพื่อให้สมาชิกมีความเข้าใจและเลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพื่อให้สมาชิกมีความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่แล ะสิทธิภายในขอบเขตของ กฎหมายเพื่อให้สมาชิกมีความสงบซาบซึ้งในคุณค่า ดารงไว้และส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทย เพื่อให้สมาชิกเกิดความรักและสามัคคใี นหมู่คณะเพือ่ ให้สมาชกิ ได้รับการส่งเสรมิ การพัฒนาทางร่างกาย จิตใจ และ รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อให้สมาชิกรู้จักบาเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสร้างเสริมความมั่นคงของชาติ เพื่อให้สมาชิกมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้สมาชิกพัฒนาตนเองตามวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษา สามารถ นาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใ ช้กับ ชีวิตประจาวนั ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๗. ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ้ งการของตน ๘. มคี วามรู้ ความสามารถด้านการคิดวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ให้เกิดประสบการณ์ ทั้งทางวิชาการและ วชิ าชพี ตามศกั ยภาพ ๙. ใชเ้ วลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม ๑๐. มุ่งมนั่ ในการทางานและทางานร่วมกบั ผู้อนื่ ไดต้ ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย ๑๑. ประยกุ ต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งได้อยา่ งเหมาะสม รวม ๕ ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอุบลวรารัตนพ์ ทิ ยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ๑๒๖ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) เกณฑก์ ารจบการศึกษา โรงเรียนอุบลวรารัตน์พิทยาคมพุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) กาหนดเกณฑส์ าหรับการจบการศกึ ษาระดับประถมศกึ ษา ดงั น้ี เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศึกษา ๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จานวน ๘๔๐ ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมจานวน ๘๐ ชั่วโมง และมี ผลการประเมนิ รายวิชาพ้ืนฐานผา่ นทกุ รายวชิ า ๒. ผ้เู รยี นต้องมีผลการประเมนิ การอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ๓. ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดบั “ผา่ น” ขึ้นไป ๔. ผูเ้ รยี นต้องเข้าร่วมกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นและไดร้ ับการตัดสินผลการเรียน “ผา่ น” ทกุ กิจกรรม การจดั การเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็น เป้าหมายสาหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชน ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กาหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง เสรมิ สร้างคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสาคญั ใหผ้ เู้ รียนบรรลุตามเป้าหมาย ๑. หลักการจดั การเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญ และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมี ความสาคัญท่สี ุด เช่ือวา่ ทุกคนมีความสามารถเรยี นรูแ้ ละพฒั นาตนเองได้ ยดึ ประโยชนท์ ่ีเกดิ กับผู้เรยี น กระบวนการ จัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองเนน้ ใหค้ วามสาคัญท้ังความรู้ และคุณธรรม ๒. กระบวนการเรยี นรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็น เครื่องมือที่จะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการ เรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญ สถานการณ์และแกป้ ัญหา กระบวนการเรยี นรูจ้ ากประสบการณ์จรงิ กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมือทาจรงิ กระบวนการ จัดการ กระบวนการวจิ ยั กระบวนการเรยี นรกู้ ารเรยี นรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลกั ษณะนิสยั กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน จึงจาเป็นต้องศึกษาทาความ เขา้ ใจในกระบวนการเรียนรตู้ า่ ง ๆ เพือ่ ใหส้ ามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรไู้ ด้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอุบลวรารัตนพ์ ิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน ๑๒๗ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ๓. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสาคัญของ ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ทีเ่ หมาะสมกบั ผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการ เรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็ม ตามศักยภาพและบรรลตุ ามเปา้ หมายที่กาหนด ๔. บทบาทของผู้สอนและผูเ้ รียน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมีบทบาท ดังนี้ ๔.๑ บทบาทของผู้สอน ๑) ศกึ ษาวเิ คราะหผ์ ู้เรยี นเปน็ รายบุคคล แล้วนาข้อมลู มาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ท่ี ทา้ ทความสามารถของผูเ้ รยี น ๒) กาหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่เป็น ความคิดรวบยอด หลกั การ และความสมั พนั ธ์ รวมทงั้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ พัฒนาการทางสมอง เพ่อื นาผู้เรยี นไปสู่เป้าหมาย ๔) จดั บรรยากาศท่เี ออื้ ตอ่ การเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลอื ผเู้ รยี นให้เกิดการเรียนรู้ ๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่ เหมาะสมมาประยกุ ต์ใช้ในการจดั การเรียนการสอน ๖) ประเมนิ ความก้าวหนา้ ของผู้เรียนด้วยวธิ ีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาตขิ องวิชา และระดับพัฒนาการของผู้เรียน ๗) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการจัดการ เรยี นการสอนของตนเอง ๔.๒ บทบาทของผู้เรยี น ๑) กาหนดเป้าหมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรยี นรู้ของตนเอง ๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งคาถาม คิดหา คาตอบหรอื หาแนวทางแกป้ ัญหาดว้ ยวธิ ีการต่างๆ ๓) ลงมือปฏบิ ัตจิ ริง สรุปส่งิ ท่ีได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนาความรู้ไปประยกุ ต์ใช้ในสถานการณต์ า่ งๆ ๔) มปี ฏสิ ัมพันธ์ ทางาน ทากิจกรรมร่วมกับกลมุ่ และครู ๕) ประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรยี นรู้ของตนเองอยา่ งต่อเน่ือง ส่ือการเรยี นรู้ สือ่ การเรยี นรเู้ ป็นเครือ่ งมือสง่ เสริมสนบั สนนุ การจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผเู้ รยี นเข้าถึงความรู้ ทักษะ กระบวนการ และคณุ ลกั ษณะตามมาตรฐานของหลกั สูตรไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ ส่ือการเรียนร้มู ีหลากหลายประเภท ทงั้ สอ่ื ธรรมชาติ สื่อส่ิงพมิ พ์ ส่อื เทคโนโลยี และเครอื ขา่ ย การเรียนร้ตู ่างๆ ที่มใี นท้องถ่นิ การเลือกใชส้ ่ือควรเลือกให้มี ความเหมาะสมกับระดบั พัฒนาการ และลลี าการเรียนรทู้ ่หี ลากหลายของผเู้ รยี น
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอบุ ลวรารตั น์พิทยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน ๑๒๘ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทาและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมี คุณภาพจากสื่อตา่ งๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนามาใชป้ ระกอบในการจดั การเรียนรู้ที่สามารถส่งเสรมิ และสื่อสารให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง สถานศกึ ษา เขตพ้นื ท่กี ารศึกษา หนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วข้องและผู้มหี นา้ ที่จัดการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน ควรดาเนนิ การดังนี้ ๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่าย การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การเรยี นรู้ ระหว่างสถานศกึ ษา ท้องถิ่น ชุมชน สังคมโลก ๒. จัดทาและจัดหาสื่อการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้งจัดหา สง่ิ ทมี่ ีอยู่ในทอ้ งถ่นิ มาประยกุ ตใ์ ช้เป็นส่อื การเรยี นรู้ ๓. เลอื กและใช้ส่อื การเรียนรทู้ มี่ ีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลอ้ ง กับวิธีการเรยี นรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหวา่ งบคุ คลของผ้เู รียน ๔. ประเมนิ คณุ ภาพของส่อื การเรียนรู้ทีเ่ ลอื กใช้อยา่ งเปน็ ระบบ ๕. ศกึ ษาคน้ ควา้ วจิ ยั เพือ่ พฒั นาสือ่ การเรียนร้ใู หส้ อดคล้องกับกระบวนการเรียนรขู้ องผูเ้ รียน ๖. จัดให้มีการก ากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อ การเรยี นรูเ้ ป็นระยะๆ และสม่าเสมอ ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศกึ ษา ควรคานึงถึงหลักการ สาคัญของสื่อการเรยี นรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจดั ประสบการณ์ใหผ้ ู้เรียน เนอ้ื หามีความถกู ต้องและทนั สมัย ไมก่ ระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขดั ต่อศีลธรรม มี การใชภ้ าษาทถี่ กู ต้อง รูปแบบการนาเสนอที่เข้าใจงา่ ย และน่าสนใจ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การประเมินเพ่ือ พัฒนาผเู้ รียนและเพื่อตัดสนิ ผลการเรยี น ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรขู้ องผเู้ รียน ใหป้ ระสบผลสาเรจ็ นั้น ผู้เรียน จะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสาคัญ และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะ เป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้ อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผูเ้ รียน ตลอดจนขอ้ มูลทเี่ ป็นประโยชน์ตอ่ การส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนเกิด การพัฒนาและเรียนรูอ้ ยา่ งเตม็ ตามศกั ยภาพ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับ เขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษา และระดบั ชาติ มีรายละเอยี ด ดงั นี้ ๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การ ซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอบุ ลวรารัตน์พิทยาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน ๑๒๙ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน ผู้ปกครองรว่ มประเมิน ในกรณที ไ่ี ม่ผ่านตวั ชีว้ ดั ใหม้ กี ารสอนซอ่ มเสรมิ การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อัน เป็นผลมาจากการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รบั การพัฒนาปรับปรุง และส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งนี้โดยสอดคล้อง กบั มาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวช้ีวัด ๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินทีส่ ถานศึกษาดาเนินการเพือ่ ตัดสินผล การเรียนของ ผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกบั การจดั การศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนใน สถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศกึ ษาจะเปน็ ข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการ ปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อ คณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ผปู้ กครอง และชมุ ชน ๓. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ตามมาตรฐานการเรยี นรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพื่อใชเ้ ปน็ ข้อมลู พื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรบั ผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสมั ฤทธิ์ของ ผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทาและดาเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้น สังกัด ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษา ในเขตพน้ื ที่การศึกษา ๔. การประเมนิ ระดบั ชาติ เป็นการประเมนิ คณุ ภาพผเู้ รยี นในระดับชาตติ ามมาตรฐานการเรยี นรตู้ าม หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน สถานศึกษาตอ้ งจัดให้ผเู้ รียนทุกคนทีเ่ รียน ในชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เขา้ รับการประเมิน ผลจากการประเมนิ ใช้เป็นข้อมูลในการเทยี บเคียงคณุ ภาพการศกึ ษาใน ระดับต่าง ๆ เพอ่ื นาไปใชใ้ นการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศกึ ษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการ ตดั สนิ ใจในระดบั นโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จาแนกตาม สภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มี ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นตา่ กล่มุ ผ้เู รียนท่ีมปี ัญหาดา้ นวินยั และพฤตกิ รรม กลมุ่ ผ้เู รยี นทปี่ ฏเิ สธโรงเรยี น กลุ่มผู้เรียนท่ี มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจ ของสถานศึกษาในการดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบ ความสาเรจ็ ในการเรยี น
หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอุบลวรารัตน์พทิ ยาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน ๑๓๐ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) สถานศึกษาในฐานะผรู้ บั ผดิ ชอบจัดการศึกษา จะต้องจดั ทาระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมนิ ผลการเรียน ของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกาหนดของหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน เพ่ือให้บุคลากรท่เี กี่ยวขอ้ งทกุ ฝ่ายถอื ปฏบิ ตั ิรว่ มกัน เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรียน ๑. การตัดสนิ การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรยี น ๑.๑ การตัดสนิ ผลการเรียน ในการตดั สินผลการเรยี นของกล่มุ สาระการเรยี นรู้ การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขยี น คณุ ลกั ษณะ อันพึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นน้นั ผสู้ อนต้องคานึงถงึ การพัฒนาผู้เรยี นแต่ละคนเปน็ หลัก และต้องเกบ็ ข้อมลู ของผูเ้ รียนทกุ ด้านอย่างสมา่ เสมอและต่อเนอ่ื งในแตล่ ะภาคเรียน รวมท้งั สอนซ่อมเสรมิ ผู้เรียนให้พฒั นาจนเตม็ ตามศกั ยภาพ ระดบั ประถมศกึ ษา (๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้งั หมด (๒) ผู้เรยี นต้องไดร้ ับการประเมนิ ทกุ ตัวช้วี ัด และผ่านตามเกณฑ์ทสี่ ถานศึกษากาหนด (๓) ผู้เรยี นตอ้ งได้รับการตดั สนิ ผลการเรียนทุกรายวชิ า (๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑท์ ี่สถานศกึ ษากาหนด ใน การอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี น คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่า สามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากผู้เรียนไม่ ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษา อาจต้ัง คณะกรรมการพจิ ารณาใหเ้ รียนซ้าชนั้ ได้ ท้ังน้ใี ห้คานึงถงึ วฒุ ิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเปน็ สาคญั ๑.๒ การให้ระดับผลการเรียน ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ระดับผล การเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ และระบบที่ใช้ คาสาคญั สะท้อนมาตรฐาน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผล การ ประเมินเปน็ ดเี ย่ียม ดี และผา่ น การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม และผลงานของผูเ้ รียน ตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากาหนด และใหผ้ ลการเข้ารว่ มกิจกรรมเปน็ ผ่าน และไม่ผา่ น ๑.๓ การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ หรือ อย่างนอ้ ยภาคเรียนละ ๑ ครง้ั การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัตขิ องผูเ้ รยี นท่สี ะท้อนมาตรฐาน การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรยี นรู้
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอุบลวรารัตนพ์ ทิ ยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน ๑๓๑ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ๒. เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน กาหนดเกณฑก์ ลางสาหรับการจบการศกึ ษาระดับประถมศึกษา ๒.๑ เกณฑ์การจบระดับประถมศกึ ษา (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียนท่ี หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐานกาหนด (๒) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา กาหนด (๓) ผู้เรยี นมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขยี นในระดับผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน ตามท่สี ถานศกึ ษากาหนด (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี สถานศกึ ษากาหนด (๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศึกษากาหนด สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรับผู้มี ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้คณะกรรมการ ของสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และผู้ที่เก่ียวข้อง ดาเนินการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ใน แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสาหรับกลุ่มเป้าหมาย เฉพาะ เอกสารหลักฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับ พัฒนาการของผเู้ รียนในด้านตา่ ง ๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดงั น้ี ๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาทกี่ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารกาหนด ๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ ผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ สถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียน เป็นรายบุคคล เมอ่ื ผ้เู รยี นจบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา (ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖) ๑.๓ แบบรายงานผู้สาเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชื่อและ ขอ้ มูลของผู้จบการศกึ ษาระดบั ประถมศึกษา (ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖) ๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่สี ถานศกึ ษากาหนด เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทาขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสาคัญ เกี่ยวกับผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจาตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผลการเรียน และ เอกสารอื่นๆ ตามวตั ถปุ ระสงค์ของการนาเอกสารไปใช้
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอบุ ลวรารตั น์พิทยาคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน ๑๓๒ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) การเทยี บโอนผลการเรียน สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยน รูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้ อ่ืนๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบนั การฝกึ อบรมอาชีพ การจดั การศึกษาโดยครอบครวั การเทียบโอนผลการเรยี นควรดาเนนิ การในชว่ งก่อนเปดิ ภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก ทีีี ่ สถานศึกษารับผขู้ อเทียบโอนเปน็ ผู้เรียน ท้ังน้ี ผู้เรียนที่ไดร้ ับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศกึ ษาตอ่ เน่อื งใน สถานศกึ ษาทร่ี บั เทยี บโอนอยา่ งน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาทรี่ บั ผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกาหนดรายวชิ า จานวนหนว่ ยกิตทจ่ี ะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดาเนนิ การได้ ดังน้ี ๑. พจิ ารณาจากหลกั ฐานการศกึ ษา และเอกสารอนื่ ๆ ทใ่ี หข้ ้อมลู แสดงความรู้ ความสามารถของผเู้ รยี น ๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรยี นโดยการทดสอบดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ ทัง้ ภาคความรแู้ ละ ภาคปฏิบตั ิ ๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริง การเทียบโอนผลการเรียนใหเ้ ป็นไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏบิ ตั ิ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร การบรหิ ารจัดการหลกั สูตร ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอานาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรนั้น หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาทหน้าท่ี และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามี ประสิทธิภาพสูงสุด อนั จะส่งผลให้การพฒั นาคุณภาพผเู้ รียนบรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรู้ท่กี าหนดไวใ้ นระดบั ชาติ ระดับท้องถิ่น ได้แก่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทใน การขับเคลอื่ นคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา เปน็ ตัวกลางที่จะเช่ือมโยงหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐานที่กาหนด ในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อนาไปสู่การจัดทาหลักสูตรของสถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสาเร็จ โดยมีภารกิจสาคัญ คือ กาหนด เป้าหมายและจุดเนน้ การพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น ในระดับทอ้ งถน่ิ โดยพิจารณาใหส้ อดคล้องกับสง่ิ ทเ่ี ป็นความต้องการ ในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพ การใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผู้เรยี น สถานศกึ ษามหี นา้ ท่ีสาคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการใช้หลกั สูตร การ เพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทาระเบียบการวัดและ ประเมนิ ผล ในการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้อง กับหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน และรายละเอียดที่เขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงาน สังกัดอื่นๆ ในระดับท้องถิ่นได้จัดทาเพิ่มเติม รวมทั้ง
หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนอุบลวรารัตน์พิทยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน ๑๓๓ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความต้องการ ของผเู้ รียน โดยทกุ ภาคสว่ นเขา้ มามีส่วนร่วมในการพฒั นาหลักสูตรสถานศกึ ษา
หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอุบลวรารัตน์พิทยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ๑๓๔ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ภาคผนวก
หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอุบลวรารัตน์พิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน ๑๓๕ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) คาส่ังสานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษาฉะเชงิ เทรา เขต ๒ ท่ี ๑๙๔ / ๒๕๖๑ เรอ่ื ง แตง่ ตง้ั คณะกรรมการบริหารหลกั สูตรและงานวิชาการสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐาน ********************************* เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ที่กาหนดให้สถานศึกษาขั้น พื้นฐานมีหน้าที่จัดทาสาระของหลักสูตรเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดารงชีวิต และการ ประกอบอาชีพ ตลอดจนเพอ่ื การศึกษาตอ่ ในสว่ นทเ่ี กีย่ วกบั สภาพของปัญหาในชมุ ชน และสงั คม ภูมิปญั ญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ และสอดคล้องกับ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔ อาศัยอานาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบญั ญตั ิระเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ.๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตร และงานวชิ าการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนอุบลว รารตั นพ์ ิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศกั ราช๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ดังนี้ รายช่อื หนา้ ที่ ๑.นางสาว เจนจิรา กุลคาแสง รหสั 6281107030 เลขท3ี่ D2 -คดิ วสิ ยั ทศั น์ -จดั ทาเอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา -การเทียบโอน -การบริหารจัดการหลักสูตร -คิดและออกแบบโครงสรา้ งเวลาเรยี น -จัดทาคาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผู้ เรียนทั้งหมด -ตรวจความเรียบร้อย -จัดทากจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณ ประโยชน์ -จัดทาคาอธิบายรายวิชาศลิ ปะ
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอุบลวรารัตน์พิทยาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ๑๓๖ พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ๒.นางสาวพิชญา เภตรา รหสั 6281107038 เลขท9ี่ D2 -จัดฟอรม์ แมท -ออกแบบหน้าปกและเลม่ ตรวจ -ดูความเรียบร้อย -จดั ทาสาระการเรียนรู้ -คิดโครงสรา้ งเวลาเรียน -ทาอีบุ๊ค -ทาคาสัง่ และแตง่ ต้งั หนา้ ท่ีสมาชิก -จัดทาคาอธิบายรายวชิ าการงานเทคโนโลยี ๓.นางสาว กนกวรรณ ออ่ นนวล รหสั 6281107039 เลขท1่ี 0 D2 -จัดทาสาระการเรยี นรูแ้ ละมาตรฐานการ เรียนรู้ทุกวิชา -คิดโครงสร้างเวลาเรยี น -จดั ทาโครงสร้างรายวชิ า( ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา) -จดั ทากิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน และโครง สรา้ งกจิ กรรม -จัดทาสารบญั -ตรวจความเรียบร้อย -จดั ทาคาอธิบายรายวชิ า ภาษาไทยและ คณิตศาสตร)์ ๔.นางสาว พัชราภา สงิ ห์ทุม รหสั 6281107040 เลขที่11 D2 -จัดทาคานา -ความนา -หลักการ -จุดหมาย -สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น -คณุ ลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค์ -มาตรฐานการเรียนรู้ -ตวั ชีว้ ดั ระดบั ประถมศกึ ษา -จัดทาออกแบบโครงสรา้ งเวลาเรยี น -ตรวจความเรียบร้อย -จดั ทาคาอธบิ ายรายวชิ าภาษาต่างประเทศ ๕.นางสาว ปภาดา พมิ พา รหสั 6281107042 เลขที่ 12 D2 -คดิ วสิ ยั ทศั น์ -จัดทาประกาศ -ระดบั การศึกษา -การจดั เวลาเรียน -จดั ทาออกแบบโครงสรา้ งเวลาเรยี น
หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนอุบลวรารัตนพ์ ิทยาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรุง๒๕๖๐) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ๑๓๗ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ๖.นางสาวชลธิชา ไชปัญหา -จัดทาการจดั การศึกษากลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ -จัดทาคาอธิบายรายวิชาชมุ นุมท้งั หมด -จดั ทากจิ กรรมแนะแนว -จัดทาคาอธบิ ายรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์และ สงั คมศกึ ษา -ตรวจสอบความเรยี บร้อย รหสั 6281107053 เลขท2ี่ 2 D2 -จดั ทาโครงสรา้ งรายวชิ า ( สุขศึกษาและพละ ศึกษา การงานอาชพี และเทคโนโลยี ภาษา ต่างประเทศ ) -การจัดการเรียนรู้ -สอ่ื การเรียนรู้ -การวดั และประเมินผล -เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา -จัดทากจิ กรรมนักเรยี น -จดั ทาคาอธบิ ายรายวิชาสขุ ศกึ ษาและ พละศึกษา) -ตรวจสอบความเรียบร้อย คณะกรรมการดาเนินการ มีหน้าท่ีและดาเนนิ การจดั การตามข้นั ตอนที่กาหนด ดังนี้ ๑. วางแผนการดาเนินงานวิชาการ กาหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและแนว ทางการจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ และสภาพเศรษฐกจิ สงั คม ศิลปวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิน่ ๒. จัดทาคู่มือการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการของสถานศึกษา นิเทศ กากับ ติดตาม ให้คาปรึกษา เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลและการแนะแนวให้สอดคล้องและ เปน็ ไปตามหลกั สูตรการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ๓. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวน การเรียนรู้ การวัดและ ประเมินผลและการแนะแนวให้เปน็ ไปตามจดุ หมายและแนวทางการดาเนนิ การของหลักสูตร ๔. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพื่อให้การใช้หลักสูตรเป็นไป อยา่ งมีประสทิ ธิภาพและมีคณุ ภาพ ๕. ประชาสมั พันธ์หลักสูตรและการใช้หลกั สตู รแกน่ ักเรียน ผปู้ กครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องและนาข้อมูล ป้อนกลับจากฝ่ายตา่ ง ๆ มาพิจารณาเพ่ือปรับปรุงและพัฒนาหลกั สตู รของสถานศึกษา ๖. สง่ เสรมิ สนับสนนุ การวจิ ัยเกี่ยวกบั การพฒั นาหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้ ๗. ติดตามผลการเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล ระดับชั้น และช่วงชั้น ระดับวิชา กลุ่มวิชา ในแต่ละปี การศกึ ษา เพ่ือปรบั ปรุงแกไ้ ข และพฒั นาการดาเนนิ งานด้านตา่ ง ๆ ของสถานศกึ ษา
หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอุบลวรารตั นพ์ ทิ ยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรับปรงุ ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน ๑๓๘ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตรระดับ สถานศึกษาในรอบปีที่ผ่านมา แล้ว ใช้ผลการประเมิน เพื่อวางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครูและการบริหาร หลักสูตรปกี ารศึกษาต่อไป ๙. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพัฒนาคุณภาพ นักเรยี นต่อคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพนื้ ฐาน คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รระดบั เหนอื สถานศึกษา สาธารณชน และผูเ้ ก่ียวข้อง ๑๐. ใหด้ าเนินการประชมุ คณะกรรมการอย่างน้อยภาคเรยี นละ ๒ คร้ัง ทั้งนี้ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ ทต่ี ้งั ไว้ ตัง้ แต่บดั นเี้ ป็นตน้ ไป สง่ั ณ วนั ท่ี ๓๐ เดอื น เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ (ลงชื่อ) (นางสาวพิชญา เภตรา) ผ้อู านวยการโรงเรยี นอบุ ลวรารัตนพ์ ทิ ยาคม
หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอบุ ลวรารตั นพ์ ิทยาคม พทุ ธศักราช ๒๕๖๓(ปรบั ปรุง๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน ๑๓๙ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145