แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 เร่ือง พลังงานความรอ้ น รหสั วิชา ว21102 รายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2/2562 เวลา 4 ชว่ั โมง ครผู ้สู อน นางสุมาลี สายธนู 1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสสารและพลงั งาน พลงั งานในชวี ิตประจาวนั ธรรมชาติของคลืน่ ปรากฏการณท์ ี่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมทั้งนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วดั ว 2.3 ม.1/2 ใช้เทอร์มอมเิ ตอร์ในการวดั อุณหภมู ิของสสาร ผลการเรียนรู้ รู้จักวิธีการใช้เคร่ืองมือวัดอุณหภูมิ หรอื ที่เรียกว่าเทอร์มอมิเตอร์ และสามารถเปรียบเทียบค่าอุณหภูมิ ระหว่างหน่วยวัดอุณหภมู ิได้อย่างถกู ต้อง ตลอดจนนาเทอร์มอมิเตอร์ไปใช้ประโยชน์ในการดาเดินชีวิตประจาวัน ได้ 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (จากตัวชีว้ ัด/ผลการเรียนรู้) 1. อธิบายถึงหนว่ ยวัดอุณหภมู ขิ องสารได้ (K) 2. ใช้เทอร์มอมิเตอรใ์ นการวัดอุณหภูมิของสสารได้ (P) 3. รับผิดชอบต่อหนา้ ที่และงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 3. สาระสาคัญ เคร่ืองมือวัดอุณหภูมิ เรียกว่า เทอร์มอมิเตอร์ (thermometer) มี 2 แบบ คือ เทอร์มอมิเตอร์แบบ กระเปาะ ใช้หลักการการขยายตวั และหดตัวของของเหลวที่บรรจุอยู่ในกระเปาะตามอุณหภมู ิภายนอก เทอร์มอ มิเตอร์แบบดิจิทัล ภายในมีไมโครชิปสามารถเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าให้เป็นตัวเลข ซึ่งเป็นค่าอุณหภูมิขณะน้ันได้ โดยหน่วยวัดอุณหภูมิมีอยู่หลายหน่วย ได้แก่ องศาเซลเซียส เคลวิน และองศาฟาเรนไฮต์ ซึ่งแต่ละหน่วยจะมี จุดเยือกแข็ง และจุดเดือดแตกต่างกัน หากต้องการเปรียบเทียบค่าอุณหภูมิระหว่างหน่วยวัดอุณหภูมิ จะได้ สมการ ดังน้ี C/5 = (K-273)/5 = (F-32)/9 =R/4
4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ และเลือกรับหรือไม่ รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดย คานงึ ถึงผลกระทบทีม่ ตี ่อตนเองและสังคม ๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพือ่ นาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรอื สารสนเทศ เพือ่ การตดั สินใจได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ ดาเนินชีวิตประจาวัน การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง บุคคล การจัดการปญั หาและความขดั แย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน การแก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม 5. สาระการเรียนรู้ 5.1 ความรู้ (Knowledge : K) เคร่ืองวัดอุณหภูมิ คือเคร่ืองมือวัดปริมาณของระดับความร้อนหรือความเย็น เคร่ืองมือวัดที่ใช้วัด อุณหภูมิเรียกว่าเทอร์โมมิเตอร์ ทาจากหลอดแก้วภายในบรรจุของเหลวประเภทปรอทหรือแอลกอฮอล์ โดย ของเหลวภายในหลอดแก้วจะหดตัวเมือ่ ได้รบั ความเย็นและขยายตัวเมื่อได้รับความร้อน บนหลอดแก้วจะมีสเกล สาหรบั บอกระดับอุณหภมู ิ เมื่อตอ้ งการวดั ให้จุ่มกระเปาะที่ปลายของหลอดแก้วให้สัมผสั กบั วตั ถทุ ี่ตอ้ งการวัด นอกจากเทอร์โมมิเตอร์แล้วยงั มีเคร่อื งมือวัดอุณหภูมิประเภทอื่นๆ เชน่ เทอร์โมคปั เปิล, รังสีอินฟาเรด, เทอร์มิสเตอร์ ฯลฯ หนว่ ยวัดอณุ หภมู ิที่ใชก้ นั โดยทัว่ มีอยู่ 3 หน่วย 1. เซลเซียส หรือ Celsius (°C) กาหนดให้จุดศูนย์องศาสัมบูรณ์อยู่ที่ -273°C จุดเยือกแข็งอยู่ที่ 0°C และจุดเดือดอยู่ที่ 100°C องศา 2. ฟาเรนต์ไฮต์ หรือ Fahrenheit (°F ) กาหนดให้จุดศูนย์องศาสัมบรู ณ์อยู่ที่ -459.67°F จุดเยือกแข็ง อยู่ที่ 32°F และจดุ เดือดอยู่ที่ 212°F 3. เคลวิน หรือ Kelvin (K) กาหนดให้จุดศูนย์องศาสัมบูรณ์อยู่ที่ 0K จุดเยือกแข็งอยู่ที่ 273K และจุด เดือดอยู่ที่ 373K มีวธิ ีการมากมายถูกพัฒนาขึน้ เพื่อวัดอุณหภูมิ ส่วนมากจะเป็นการวดั คณุ ลกั ษณะทางกายภาพของวัสดุ ทีแ่ ปรผันตามอุณหภูมิ ข้อควรระวังในการวัดอุณหภมู ิคือการเลือกเคร่อื งมือวดั ที่เหมาะสมกับวัสดทุ ี่ต้องการวัด ในบางสถานการณ์ความรอ้ นจากเครือ่ งมอื วัดเปน็ สาเหตุทาให้ค่าอณุ หภมู คิ ลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
ประโยชน์ของเทอร์มอมอเตอร์ ใช้สาหรับวัดอุณหภูมิ อากาศผิวพื้น อากาศชั้นบน อุณหภูมิติดระดับ ต่าง ๆ อุณหภูมิผิวน้าของแม่น้า ทะเล และการวัดอณุ หภูมอิ ากาศพื้นผิวต้องไม่ให้มีผลกระทบจากการแผร่ ังสีใด ๆ จากดวงอาทิตย์ จึงต้องวางเทอร์โมมิเตอร์ไว้ในตู้ อาจเป็นตู้ผนังเป็นโลหะขัดมัน หรือ ตู้ไม้ที่เป็นบานเกล็ด 2 ชั้น เรียกว่า Stevenson screen เทอร์โมมเิ ตอร์แบ่งตามลักษณะการใชง้ าน 3 แบบ 1). ตรวจวดั อุณหภมู ิปกติ ติดตงั้ แนวดิ่ง 2). ตรวจวดั อณุ หภูมิสงู สุดติดตง้ั แนวนอนด้านกระเปาะปรอทอยู่ต่ากว่าทามุมกับแนวระดบั 2 องศา 3). ตรวจวดั อณุ หภูมิตา่ สุด ติดตงั้ ในแนวนอนเอียง 2 องศา สงู จากพืน้ ดิน 2 นิว้ 5.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (Process : P) ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนมีการรู้เร่ืองเคร่ืองมือวัดอุณหภูมิเทอร์มอมิเตอร์น้ัน ผเู้ รียนต้องทักษะทีส่ าคัญ ดังตอ่ ไปนี้ 1. การกาหนดปัญหา ปัญหาเกิดจากการสังเกต โดยการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย ประกอบกับความช่างคิดช่างสงสัย สัมผัสโดยตรงกับเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อค้นหาข้อมูล และ บันทึกข้อมูลที่ได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งการกาหนดปัญหาต้องมีความชัดเจนและสัมพันธ์กับความรู้ ซึ่งต้องอาศัย ความคิดสรา้ งสรรค์ 2. การตั้งสมมมิตฐาน การคิดหาคาตอบล่วงหน้า ก่อนจะกระทาการทดลองโดยอาศัยการสังเกต ความรู้ ปละประสบการณ์เดิมเปน็ พื้นฐาน คาตอบที่คิดหาล่วงหน้านยี้ ังไม่เป็นหลักการ สมมติฐานหรือคาตอบ ที่คิดไว้ล่วงหนา้ มักกล่าวไว้เป็นข้อความที่บอกความสมั พันธ์ระหว่างตวั แปรต้นกับตัวแปรตาม 3. การตรวจสอบสมมติฐาน การดาเนินการตรวจสอบสมมติฐาน โดยอาศัยการรวบรวมข้อมูลทั้ง จากการสารวจ การทดลอง หรอื วิธีการอ่นื ๆ ประกอบกนั 4. การวิเคราะห์ข้อมูล การนาข้อมูลที่ได้จากการสังเกต ศึกษาค้นคว้า ทดลอง หรือการรวบรวม ข้อมลู และขอ้ เทจ็ จริงมาวิเคราะหผ์ ล 5. การสรุปผลการทดลอง การสรุปผลการทดลอง เป็นข้ันตอนสุดท้ายของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเกิดจากการนาเอาข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ได้จากการทดลองมาวิเคราะห์ผลและหาความสัมพันธ์ระหว่าง ข้อมลู หรอื ข้อเท็จจริงเพือ่ นามาอธิบาย และตรวจสอบดูว่าสมมตฐิ านทีต่ งั้ ข้นึ ถกู ต้องหรือไม่ 5.3 ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค(์ Attitude : A) 1. ซือ่ สัตย์สุจริต - ประพฤติตรงตามความเป็นจรงิ ตอ่ คนเองทั้งกาย และวาจา ใจ 2. มีวนิ ัย - ประพฤติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับของขอ้ ตกลงในห้องเรียน 3. ใฝเ่ รียนรู้ - ตั้งใจเพียงพยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ - แสวงหาความรรู้ ู้จากแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการเลือกใช้ส่อื อย่างเหมาะสม สรปุ เป็นองค์ความรู้ และสามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้ 4. มุ่งม่นั ในการทางาน - ต้ังใจและรับผิดชอบในหน้าทีก่ ารงาน - ทางานด้วยเพียงพยายามและอดทนเพือ่ ให้สาเรจ็ ตามเป้าหมาย
6. จุดเน้นสูก่ ารพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น(เลือกเฉพาะจดุ เน้นขอ้ ที่มใี นแผนการจดั การเรียนรู้ สามารถเพิม่ เติม จุดเน้นตามนโยบายอื่นๆได้) 6.1 ทกั ษะของคนในศตวรรษท่ี 21 คอื การเรียนรู้ 3R X 8C Reading (อ่านออก) (W) Riting (เขียนได้) (A) Rithemetics (คิดเลขเป็น) ทกั ษะด้านการคิดอย่างมวี ิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ไขปญั หา (Critical Thinking and Problem Solving) ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) ทักษะด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding) ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทางานเปน็ ทีมและภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and Leadership) ทกั ษะด้านการส่ือสาร สารสนเทศและรู้เท่าทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT Literacy) ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning) ทกั ษะการเปลี่ยนแปลง (Change) 6.2 ทักษะดา้ นชีวติ และอาชีพ ของคนในศตวรรษท่ี 21 ความยืดหยุ่นและการปรับตัว การรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์และเปน็ ตัวของตัวเอง ทักษะสังคมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม การเปน็ ผู้สรา้ งหรอื ผู้ผลิต (Productivity) และความรับผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้ (Accountability) ภาวะผู้นาและความรับผดิ ชอบ (Responsibility) 6.3 คณุ ลักษณะของคนในศตวรรษท่ี 21 คณุ ลักษณะด้านการทางาน ได้แก่ การปรบั ตวั ความเป็นผู้นา คณุ ลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชีน้ าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง คณุ ลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ ความเคารพผอู้ ื่น ความซื่อสตั ย์ ความสานึกพลเมอื ง 7. การบูรณาการ(เลือกเฉพาะข้อที่สามารถบูรณาการในแผนการจัดการเรียนรู้ สามารถเพิ่มเติมเรื่องอื่นๆ ได้) โครงการสถานศกึ ษาพอเพียง โครงการโรงเรียนคุณธรรม อาเซียนศกึ ษา คณุ ธรรม ค่านิยม 12 ประการ อนรุ กั ษ์พลังงานและสิง่ แวดล้อม อืน่ ๆ(ระบุ).....................................................................................
8. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน/ร่องรอยแสดงความร้)ู 1. ใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง การเปลีย่ นหนว่ ยวดั อณุ หภูมิ 2. ใบงานที่ 4.2 เร่อื ง การเปลี่ยนหนว่ ยวดั อณุ หภูมิ 3. ผังมโนทศั น์ เร่อื ง เครือ่ งมือวัดอณุ หภูมิ 4. ชิน้ งาน เครอ่ื งมอื เปลีย่ นหนว่ ยอุณหภูมิ 5. แบบฝึกหัดวทิ ยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model) ชั่วโมงที่ 1 ขัน้ นา กระตนุ้ ความสนใจ (Engage) 1. ครูแจง้ ผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 2. ครูใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน 3. ครถู ามคาถาม Big Question ว่า ความร้อนมคี วามสาคญั ต่อการดารงชีวติ อย่างไร (แนวตอบ ความร้อนมีความสาคัญต่อการดารงชีวิตในหลายด้าน เช่น ใชใ้ นการประกอบอาหาร ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ใช้ในการสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพืช เปน็ ต้น) 4. ครนู าน้า 3 ชนิด มาวางไว้ทีห่ นา้ ชั้นเรยี น ดังนี้ - อ่างน้าใบที่ 1 น้าอุ่น - อ่างน้าใบที่ 2 น้าอุณหภูมิหอ้ ง - อ่างน้าใบที่ 3 น้าใส่น้าแข็ง 5. ครตู ้ังประเด็นคาถามเพือ่ กระตนุ้ ความสนใจของนักเรียน เชน่ น้าในอ่างน้าแตล่ ะใบมีอณุ หภูมิเท่ากัน หรอื ไม่สังเกตจากอะไร ขั้นสอน สารวจค้นหา (Explore) 1. ครถู ามคาถาม prior knowledge นักเรียนว่า เพราะเหตุใด เมื่อเราจบั สิง่ ต่างๆ เราจงึ รสู้ ึกร้อนเย็น แตกต่างกัน (แนวตอบ เนื่องจากวัตถมุ ีความร้อนแตกต่างกนั และมีความรอ้ นแตกต่างกบั ความร้อนในมอื เรา) 2. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ออกเป็นกลุ่มละ 5-6 คน แล้วให้แต่ละกลุ่มวางแผน และแบ่งหน้าที่ค้นคว้า ความรู้ เร่ือง เคร่ืองมือวัดอุณหภูมิ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 หน้า 3-4 หรืออินเทอร์เน็ต และเอกสารต่าง ๆ ทีเ่ กีย่ วข้อง 3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิด แล้วสรปุ ข้อมลู ลงในสมุดบันทึก
อธิบายความรู้ (Explain) 1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มผลดั กนั เล่าเรือ่ งทีต่ นได้ศึกษามาให้สมาชิกในกลุ่มฟัง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมลู 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาเสนอผลการสืบค้นข้อมลู หน้าช้ันเรียน 3. ครเู สริมข้อมูล หรอื ความรเู้ พิม่ เติมให้กับข้อมลู ทีต่ ัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอ และแก้ไขให้ ถูกต้อง 4. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายผลจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยใช้แนวคาถาม ดงั น้ี - เครื่องมือวัดอณุ หภูมิ คอื อะไร (แนวตอบ เทอร์มอมิเตอร์) - เครือ่ งมือวัดอณุ หภูมมิ ีกีป่ ระเภท อะไรบ้าง (แนวตอบ 2 ประเภท ได้แก่ เทอร์มอมเิ ตอร์แบบกระเปาะ และเทอร์มอมเิ ตอร์แบบดิจทิ ลั ) - เครือ่ งมือวัดอุณหภูมมิ ีหลักการการทางานอย่างไร (แนวตอบ ขั้นอยู่กับประเภทของเครือ่ ง เช่น เทอร์มอมเิ ตอร์แบบกระเปาะใช้หลกั การหดตวั และ ขยายตัวของปรอทเมื่อได้รบั ความรอ้ นจากสาร เปน็ ต้น) 5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรปุ ผลจากการปฏิบัติกิจกรรมในชนั้ เรียน ชวั่ โมงท่ี 2 ขั้นสอน สารวจค้นหา (Explore) 1. ครใู หน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน จากน้ันให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มออกมารับใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง การวดั อุณหภมู ิ 2. ครูใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มศกึ ษาใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง การวดั อุณหภูมิ 3. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ทาการทดลองเพือ่ วัดอุณหภมู ิของน้าในอ่างนา้ แต่ละใบ ตามข้ันตอน ทีก่ าหนดในใบงานที่ 4.1 เร่ือง การวดั อณุ หภูมิ และบนั ทึกผลการทดลองลงในใบงาน อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอผลการทดลองในใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง การวดั อุณหภูมิ 2. ครูและนกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายเกี่ยวกับ เครื่องมอื วัดอณุ หภูมิ 3. ครอู ธิบายเพิ่มเติมว่า ในปจั จบุ นั เครื่องมอื วัดอณุ หภูมิดจิ ทิ ัลมีหลายประเภทใหเ้ ลือกใช้งาน ดังนี้ - เครือ่ งมอื วัดอณุ หภูมิแบบ data logger - เครื่องมอื วัดอณุ หภมู ิแบบ pen type - เครือ่ งมอื วดั อุณหภูมิแบบแยกโพรบ - เครื่องมอื วดั อณุ หภูมิไร้สาย wireless - เครือ่ งมอื วัดอุณหภมู ิอินฟราเรด - กล้องถ่ายภาพความรอ้ น
- เครือ่ งมอื วดั อณุ หภูมิ fiber optic ซึง่ ครอู าจนาเสนอด้วยภาพเครือ่ งมอื และเสริมความรใู้ หก้ บั นกั เรียนว่า แต่ละประเภทนิยม นามาใช้งานประเภทใด ขน้ั สรปุ ขยายความรู้ (Expand) 1. ครมู อบหมายใหน้ กั เรียนสรปุ ความรเู้ กีย่ วกบั เครื่องมือวดั อณุ หภมู แิ ละวิธีใช้งาน โดยสรปุ เขียนเปน็ แผนผงั ความคิดหรือผงั มโนทศั น์ 2. ครใู หน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 ชวั่ โมงท่ี 3 ข้นั นา กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครนู าภาพอณุ หภูมขิ องส่ิงตา่ ง ๆ มาให้นกั เรียนดู แล้วอธิบายให้นักเรียนฟงั ว่า เทอร์มอมิเตอรท์ ีใ่ ชว้ ดั อณุ หภมู ิโดยทั่วไปสามารถวัดค่าอณุ หภมู ไิ ด้หลายหน่วย เช่น องศาเซลเซียส องศาฟาเรนไฮต์ เคลวิน องศา โรเมอร์ 2. ครตู ั้งประเดน็ คาถามเพื่อกระตนุ้ ความสนใจของนกั เรียน เชน่ ครเู ขียนสญั ลักษณ์หน่วยวัดอุณหภูมิ บนกระดาน แล้วให้นักเรียนช่วยกนั บอกว่า สญั ลกั ษณ์บนกระดานใช้แทนหน่วยวัดอุณหภูมิใดบ้าง ขน้ั สอน สารวจค้นหา (Explore) 1. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ให้แต่ละกลุ่มวางแผนและแบ่งหน้าที่ค้นคว้าความรู้ เร่ือง ความสัมพันธ์ของหน่วยวัดอณุ หภูมิต่าง ๆ จากหนังสอื เรียน อินเทอร์เน็ต เอกสารต่าง ๆ ที่เกีย่ วข้องหรือจากสื่อ ต่าง ๆ 2. ครใู หต้ วั แทนแต่ละกลุ่มออกมารบั บัตรภาพ แล้วนาบตั รภาพไปให้สมาชิกภายในกลุ่มศกึ ษา 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคดิ แล้วสรุปข้อมลู เป็นความรู้ของกลุ่มลงในสมุดบันทึก อธิบายความรู้ (Explain) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลดั กนั เล่าเรือ่ งที่ตนได้ศึกษามาให้สมาชิกในกลุ่มฟัง 2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานาเสนอผลการสบื ค้นขอ้ มูลหน้าช้ันเรยี น 3. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายผลจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยใช้แนวคาถาม เชน่ - หนว่ ยวดั อุณหภูมิ คืออะไร (แนวตอบ หนว่ ยที่วดั ได้จากเทอร์มอมิเตอร)์ - หนว่ ยวดั อุณหภูมิ มีอะไรบ้าง พร้อมยกตวั อย่าง (แนวตอบ องศาเซลเซียส องศาฟาเรนไฮต์ เคลวิน และองศาโรเมอร)์
- การเปลี่ยนหนว่ ยวดั อุณหภมู ิ เพือ่ หาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยต่าง ๆ ทาอย่างไร (แนวตอบ ใช้สมการ C/5 = (K-273)/5 = (F-32)/9 = R/4 ) จากน้ันครูให้นกั เรียนจดคาถาม และตอบคาถามที่ได้จากการอภปิ รายร่วมกนั ลงในสมดุ บนั ทึก 4. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ ผลจากการปฏิบัติกิจกรรมในชนั้ เรียน ขัน้ สรุป ขยายความรู้ (Expand) 1. ครใู หน้ ักเรียนนาบัตรภาพทีไ่ ด้จากตวั แทนกลุ่มไปถ่ายเอกสาร แล้วติดลงในสมุด จากน้ันให้แตล่ ะคน เปลีย่ นหนว่ ยอณุ หภูมิต่างๆ ที่แสดงในบัตรภาพ ให้เป็นหน่วยองศาฟาเรนไฮต์ เคลวิน และองศาโรเมอร์ ตามลาดบั โดยแสดงวธิ ีทาลงในสมุดบนั ทึก 2. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบฝกึ หัดในแบบฝกึ วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 ชัว่ โมงที่ 4 ขน้ั สอน สารวจค้นหา (Explore) 1. ครใู หน้ ักเรียนจบั คู่กับแล้ว แลว้ ใหต้ ัวแทนออกมารบั ใบงานที่ 4.2 เรือ่ ง การเปลีย่ นหนว่ ยวดั อณุ หภมู ิ 2. ครใู หน้ ักเรียนแตล่ ะคู่ร่วมกันศึกษา และทาตามข้ันตอนที่กาหนดในใบงานที่ 4.2 เร่อื ง การเปลี่ยน หนว่ ยวัดอณุ หภมู ิ อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครสู ุ่มตัวแทนนักเรียน 6 คู่ แสดงวธิ ีคิดตามโจทย์ในใบงานที่ 4.2 เรอ่ื ง การเปลี่ยนหน่วยวดั อุณหภูมิ โดย 2 คู่ ตอ่ 1 ข้อ หน้าชั้นเรียน แล้วให้เพื่อนคู่อ่ืนที่ไม่ได้นาเสนอตรวจสอบ เปรียบเทียบวิธีคิดระหว่างคู่ที่ 1 กับ 2 ในแต่ละข้อ และเปรียบเทียบกบั วิธีทาของตนเอง จากน้ันเพิม่ เติมในส่วนทีบ่ กพร่อง และส่งตวั แทนกลุ่ม ออกมาแก้ไขและอธิบายให้เพือ่ นเข้าใจ 2. ครูคอยเสริมและแนะแนวทางความคิดของนกั เรียน ขัน้ สรปุ ขยายความรู้ (Expand) 1. ครใู หน้ ักเรียนทาแบบฝกึ หดั ในแบบฝกึ วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 2. ครูใหน้ ักเรียนทาชิน้ งาน เครื่องมือเปลี่ยนหนว่ ยอุณหภมู ิ โดยให้นกั เรียนออกแบบลงในกระดาษ A4 โดยมีหัวขอ้ ในการออกแบบ ดงั นี้ - ลกั ษณะ/รูปร่างของเครื่อง - ความสามารถในการเปลีย่ นหนว่ ย 10. สื่อการสอน
1. ใบงานที่ 4.1 เรื่อง การวัดอุณหภมู ิ 2. ใบงานที่ 4.2 เรื่อง การเปลีย่ นหนว่ ยวดั อุณหภูมิ 3. หนังสอื เรียน รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน ม.1 เล่ม 2 11. แหลง่ เรียนรูใ้ นหรือนอกสถานท่ี 11.1 หอ้ งเรียน 11.2 หอ้ งปฏิบตั ิการ 12. การวดั และประเมินผล (ใสต่ ามความเหมาะสม) 12.1 วธิ ีการวัดและประเมินผล - วัดความเข้าใจของนักเรียนโดยการสังเกตความสนใจ ความตั้งใจเรียน การแสดงความ คิดเหน็ การตอบคาถาม และการมสี ่วนรว่ มในการทาแบบฝกึ เสริมประสบการณใ์ นช้ันเรียน 12.2 เครื่องมอื - การประเมินทักษะผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 12.3 เกณฑก์ ารประเมิน - การประเมินทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 (ผ่านเกณฑ์ต้องมีคะแนนตั้งแต่ระดับปานกลาง หรอื มี 5 คะแนนขนึ้ ไป) 13. กิจกรรมเสนอแนะ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................
14. บันทกึ ผลหลังการสอน 14. 1. ผลการจดั การเรียนการสอน 1. นักเรียนจานวน 93 คน ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้ 80 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 86.02 ไม่ผ่านจดุ ประสงค์ 13 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 13.98 ได้แก่ 1. การเปลีย่ นหน่วยอุณหภูมิ 2. การอ่านค่าอณุ หภูมิ และการใชเ้ ทอร์มอมเิ ตอร์วัดอุณหภมู ิ นกั เรียนทีม่ ีความสามารถพิเศษ/นักเรียนพิการได้แก่ - 2. นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ทาใบงานที่ 4.1 และใบงานที่ 4.2 ได้ถกู ต้อง ประมาณ 76 – 85 % 3. นกั เรียนมีความรู้เกิดทกั ษะ นกั เรียนเกิดทกั ษะการสังเกต รบั รู้ความรู้สกึ จริงจากการทาใบงานที่ 4.1 การอ่านและการ เขียน พร้อมมีทักษาการคิดคานวณ เรื่องการเปลีย่ นหน่วยอุณหภมู ิดว้ ย 4. นกั เรียนเจตคติ ค่านิยม 12 ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม นักเรียนมคี วามรบั ผดิ ชอบ ใฝห่ าความรู้ มคี วามมงุ่ ม่นั ในการทางาน มีระเบียบวินัย ปฏิบตั ิตน ตามข้อตกลง หรอื กฎเกณฑท์ ี่ตงั้ ไว้ 78 – 83 % 14.2 ปญั หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ้ ข นกั เรียนทางานช้า ไม่ตรงเวลา เนื่องจาก อ่านช้า เขียนช้า ต้องฝกึ ใหน้ กั เรียนมนี ิสยั รักการอ่าน การเขียน และจะมีบางสว่ นทางานไม่เป็นระเบียบ 14.3 เสนอแนะ - ลงชือ่ ....................................................... ( นางสมุ าลี สายธนู ) ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะชานาญการ
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรียนรขู้ อง ......................................................แล้วมคี วามคิดเห็นดังน้ี 1. องค์ประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู้ ครบถ้วนและถกู ต้อง ยงั ไม่ครบถ้วนหรือไม่ถกู ต้อง ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป 2. ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรู้กบั หลักสูตรสถานศกึ ษา สอดคล้อง ยงั ไม่สอดคล้อง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป 3. รปู แบบของการจัดการเรียนรู้ เน้นผเู้ รียนเปน็ สาคัญ ยงั เน้นผู้เรยี นเปน็ สาคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป 4. สอ่ื การเรียนรู้ เหมาะสมกับรูปแบบการจดั การเรียนรู้ ยงั ไม่เหมาะ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป 5. การประเมินผลการเรียนรู้ ครอบคลุมจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ยังไม่ครอบคลุมประสงค์การเรียนรู้ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาต่อไป 6. ขอ้ เสนอแนะอื่น ๆ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ลงชือ่ ................................................................ (นายสเุ มธ หน่อแก้ว.) ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรียนน้าปลีกศึกษา
ตวั อยา่ งชน้ิ งาน เครื่องมือเปลี่ยนหน่วยอุณหภูมิ เคร่ืองมือเปลยี่ นหน่วยอณุ หภูมิ 0 ℃ ℃ °℃ C 1 23 4 56 7 89 . 0# cancel delete enter เครือ่ งมอื วดั นี้สามารถเปลีย่ นหนว่ ยไดเ้ พียง 3 หน่วย ดงั นี้ - องศาเซลเซยี ส - องศาฟาเรนไฮต์ - องศาโรเมอร์ สามารถเปลี่ยนหน่วยจาก 0-20 องศาเซลเซียส ตามตาราง ดงั น้ี ตารางค่าแสดงเปลย่ี นหนว่ ยอณุ หภมู ิของเครอ่ื ง ℃ ℃ °R 0 32 0 1 33.8 0.8 …. …. …. กระดาษ A4
ใบงานท่ี 4.1 เรอื่ ง การวัดอุณหภูมิ คาช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นทาการทดลองตามขั้นตอนทีก่ าหนด แลว้ บันทึกผลการทดลอง อปุ กรณ์ วธิ กี ารทดลอง ภาพประกอบการทดลอง อา่ งน้า 3 ใบ 1. ใชอ้ า่ งนา้ 3 ใบ วางเรียงกนั 1. น้าอนุ่ น้าแข็ง - ใบที่ 1 น้าอุ่นอุณหภมู ิประมาณ 2. นา้ อุณหภูมิห้อง น้าอนุ่ 50 องศาเซลเซียส 3. น้าใสน่ า้ แข็ง น้าอุณหภูมหิ ้อง - ใบที่ 2 นา้ อณุ หภูมิห้อง - ใบท่ี 3 นา้ ใสน่ า้ แข็ง 2. จมุ่ มือขวาลงในอ่างน้าใบท่ี 1 และจุ่ม มอื ซา้ ยลงในอา่ งน้าใบท่ี 3 พร้อมกัน แช่ ไว้ประมาณ 1 นาที หรือจะสลบั อ่างนา้ ก็ได้ แล้วแตค่ ุณครจู ะก้าหนด น้าอณุ หภมู ิห้อง และน้าใสน่ ้าแข็ง 3. ยกมอื ทั้ง 2 ขา้ งขนึ้ จากอา่ งน้า แล้วจ่มุ มือทงั้ 2 ขา้ งลงในอา่ งน้าใบท่ี 2 พร้อม กนั 4. สังเกตผลการทดลองเปรยี บเทียบ อุณหภูมทิ ร่ี ู้สึกได้
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ความร้สู กึ ครั้งท่ี จุ่มมือลงในภาชนะ 1 ใบท่ี 1 (น้าอนุ่ ) ใบที่ 3 (น้าผสมน้าแขง็ ) 2 ใบที่ 2 (นา้ อุณหภูมิห้อง) สรปุ ผลการทดลอง
เฉลยใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง การวัดอณุ หภูมิ คาช้แี จง : ให้นักเรียนทาการทดลองตามขั้นตอนทก่ี าหนด แลว้ บนั ทกึ ผลการทดลอง อุปกรณ์ วธิ กี ารทดลอง ภาพประกอบการทดลอง อา่ งน้า 3 ใบ 1. ใช้อ่างน้า 3 ใบ วางเรียงกนั 1. น้าอุ่น น้าแข็ง - ใบท่ี 1 น้าอุณหภมู ิหอ้ ง 2. น้าอณุ หภมู ิห้อง น้าอนุ่ - ใบที่ 2 น้าอุน่ อุณหภูมปิ ระมาณ 3. น้าใส่น้าแข็ง น้าอณุ หภมู หิ ้อง 50 องศาเซลเซียส - ใบที่ 3 น้าใสน่ า้ แข็ง 2. จุ่มมือขวาลงในอา่ งนา้ ใบท่ี 1 และจุ่ม มอื ซา้ ยลงในอา่ งน้าใบที่ 3 พร้อมกนั แช่ ไว้ประมาณ 1 นาที หรอื จะสลับอา่ งนา้ ก็ได้ แล้วแตค่ ุณครจู ะกา้ หนด น้าอณุ หภมู หิ ้อง และน้าใสน่ ้าแข็ง 3. ยกมือทั้ง 2 ข้างข้นึ จากอา่ งน้า แล้วจุ่ม มือทง้ั 2 ขา้ งลงในอา่ งน้าใบที่ 2 พรอ้ ม กนั 4. สงั เกตผลการทดลองเปรยี บเทยี บ อณุ หภูมทิ รี่ ู้สกึ ได้
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ความรู้สกึ คร้ังที่ จุม่ มือลงในภาชนะ อุ่น 1 ใบท่ี 1 (นา้ อนุ่ ) เย็น ใบที่ 3 (น้าผสมน้าแขง็ ) 2 ใบท่ี 2 (น้าอุณหภูมิห้อง) มอื ขา้ งทจ่ี มุ่ น้าอนุ่ มา จะร้สู กึ อุ่น มอื ข้างท่ีจุ่มน้าเยน็ มา จะร้สู ึกเย็น สรุปผลการทดลอง มือท่ีจุ่มลงไปในอ่างน้าใบที่ 1 จะรู้สึกอุ่นหรอื ร้อน เน่ืองจากขณะแช่มืออยู่ในน้าอุ่น เพราะความร้อนจากน้าใน อา่ งใบท่ี 1 จะถา่ ยโอนมายังมือ สว่ นมอื ท่ีจมุ่ ลงในอ่างน้าใบที่ 3 จะรสู้ ึกเย็น เพราะความรอ้ นจากมือจะถ่ายโอนไปยังน้า ทีอ่ ยู่ในอ่าง แต่เม่ือน้ามือที่จุ่มจากอ่างที่ 1 มาแช่ในนา้ ที่อณุ หภูมหิ ้องในอ่างท่ี 2 จะรู้สึกเย็นขึน เพราะความร้อนจากมือ ถ่ายโอนไปยังน้าท่ีอุณหภูมิห้อง ส่วนมือที่จุ่มในอ่างท่ี 3 มาแช่ในน้าที่อุณหภูมิห้องในอ่างที่ 2 จะรู้สึกร้อนขึน เพราะ ความรอ้ นจากน้าอณุ หภมู หิ อ้ งถา่ ยโอนมายังมือท่มี ีอณุ หภูมิต่้ากวา่ เนอื่ งจากแชม่ อื ในนา้ ใบท่ี 3 มากอ่ น
บตั รภาพ เรอื่ ง ระดับอุณหภูมิ คาชี้แจง : บตั รภาพแสดงระดับอุณหภมู ิของสิ่งต่าง ๆ อุณหภมู ิ ℃ ผวิ ของดวงอาทติ ย์ 6000 ไสห้ ลอดไฟ 2500 ตะเกยี งบนุ เซน็ 1500 น้าเดอื ด 100 ร่างกายมนุษย์ 37 อุณหภมู หิ อ้ ง 25 น้าแขง็ ละลาย 0 อาหารแช่แขง็ -20 ออกซเิ จนเหลว -180 จดุ เยอื กแขง็ สมั บรู ณ์ -273 ที่มา : ยุพา วรยศ และคณะ. 2553. หนังสือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 7. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทศั น์.
ใบงานท่ี 4.2 เรื่อง การเปล่ียนหน่วยวัดอุณหภมู ิ คา้ ช้ีแจง : ให้นักเรียนแสดงวิธกี ารเปลย่ี นหน่วยวัดอณุ หภูมเิ ดมิ ให้เป็นหน่วยวดั อ่ืน ตามท่ีโจทย์ก้าหนด 1. ถา้ วัดอณุ หภมู ิได้ 35 ้C อุณหภูมินี้จะมีค่าเทา่ ใดในหนว่ ยองศาฟาเรนไฮต์ ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................................................................................ 2. ถ้าวดั อณุ หภูมิได้ 30 ้C อุณหภมู ิน้จี ะมีคา่ เท่าใดในหนว่ ยองศาโรเมอร์ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... .......................................................................................................................................................... .................................. ................................................................................................. ........................................................................................... .................................................................. ................................................................................................... ....................... 3. ถ้าวดั อณุ หภมู ิได้ 90 ้F อุณหภูมินีจ้ ะมคี ่าเท่าใดในหนว่ ยองศาเซลเซยี ส ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................... ............................................................................................................. ............................................................................... ............................................................................................................................. ............................................................... ............................................................................................................................................................................................
เฉลย ใบงานท่ี 4.2 เรอ่ื ง การเปล่ียนหน่วยวดั อุณหภมู ิ คา้ ช้ีแจง : ให้นกั เรียนแสดงวิธีการเปลย่ี นหนว่ ยวดั อณุ หภมู ิเดิมให้เป็นหนว่ ยวดั อ่ืน ตามที่โจทย์กา้ หนด 1. ถา้ วดั อุณหภมู ไิ ด้ 35 ้C อุณหภูมนิ จ้ี ะมีค่าเทา่ ใดในหน่วยองศาฟาเรนไฮต์ สตู ร ℃−32 =℃ แทนคา่ ℃−932 5 9 = 35 F – 32 5 = 7×9 F = 63 + 32 F = 95 ดงั นน้ั อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซยี ส มีคา่ เทา่ กบั 95 องศาฟาเรนไฮต์ 2. ถ้าวัดอณุ หภมู ิได้ 30 ้C อุณหภมู ิน้ีจะมีค่าเทา่ ใดในหน่วยองศาโรเมอร์ สตู ร ℃ =℃ แทนค่า 5 = ℃4 30 5 4 R = 6×4 R = 24 ดังนนั้ อณุ หภูมิ 30 องศาเซลเซียส มีคา่ เทา่ กับ 24 องศาโรเมอร์ 3. ถา้ วัดอณุ หภูมิได้ 90 ้F อณุ หภมู ิน้จี ะมคี ่าเทา่ ใดในหน่วยองศาเซลเซยี ส สูตร ℃−32 =℃ แทนคา่ = ℃5 9 90−32 5 9 = 58×5 C 9 C = 32.22 ดงั นน้ั อณุ หภมู ิ 90 องศาฟาเรนไฮต์ มีคา่ เท่ากับ 32.22 องศาเซลเซยี ส
แบบประเมินทักษะผู้เรยี นในศตวรรษท่ี 21 (21st Century Skills) (10 คะแนน) ผรู้ บั การประเมิน/กลุ่ม ........................................................................ ระดับช้ัน/ห้อง.................. ผปู้ ระเมิน ตอนเอง เพื่อน ครู ประเมินครง้ั ที่ .......................วันที่ ......................เดือน ......................................... พ.ศ............... เรื่องที่เรยี นรู้................................................................................................................................ คาชี้แจง : ให้ผู้ประเมนิ สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วทาเครอ่ื งหมาย ให้ตรงกับระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพ ทักษะผเู้ รียน รายการประเมิน ดี ดี ปาน น้อย น้อย ปรับ หลักฐาน ด้าน มาก กลาง ที่สุด ปรงุ ที่เด่นชดั (5) (4) (3) (2) (1) (0) ทกั ษะผ้เู รยี นในศตวรรษท่ี 21(21st Century Skills) ทักษะในสาระ 1. Reading (อ่านออก) วิชาหลกั (Core 2. (W)Riting(เขียนได้) Subjects–3Rs) 3. (A)Rithemetics(คิดเลขเป็น) ทกั ษะการ 1.Critical Thinking and Problem เรยี นรแู้ ละ Solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมี นวตั กรรม วิจารณญาณและทกั ษะในการแก้ปญั หา) (Learning and 2.Creativity and Innovation (ทกั ษะด้าน Innovation Skills การสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม) – 8Cs) 3. Cross-cultural Understanding (ทักษะ ด้านความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม ต่าง กระบวนทศั น)์ 4. Collaboration,Teamwork and Leadership (ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การทางานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ า) 5. Communications, Information, and Media Literacy (ทักษะด้านการส่อื สาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ)
ระดบั คณุ ภาพ ทกั ษะผเู้ รียน รายการประเมิน ดี ดี ปาน น้อย น้อย ปรับ หลักฐาน ด้าน มาก กลาง ที่สดุ ปรุง ที่เด่นชดั (5) (4) (3) (2) (1) (0) 6. Computing and ICT Literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโน โลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร) 7. Career and Learning Skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้) 8. Compassion (มีคณุ ธรรมมเี มตตา กรณุ ามรี ะเบียบวินัย) ทักษะการเรียนร้แู ละภาวะผู้นา (2Ls) ทักษะการ 1. Learning(ทักษะการเรียนร)ู้ เรียนรู้และ 2. Leadership(ภาวะผู้นา) ภาวะผนู้ า (2Ls) ข้อสงั เกต หลกั ฐาน ร่องรอย อื่น ๆ .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน - พฤติกรรมที่ดีเด่นเปน็ ทีย่ อมรบั และเป็นแบบอย่างทีด่ ี ให้ 5 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 4 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชัดเจน ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั ิบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน - พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั ิบางครง้ั ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมทีไ่ ม่ปฏิบัติเลย ให้ 0คะแนน นาคะแนนท้ังหมดรวมกันได้คะแนนเต็ม 65 คะแนน แล้วหาร 6.5 จะได้คะแนนเต็ม 10 คะแนน เกณฑก์ ารแปลความหมายของช่วงคะแนน ช่วงคะแนน ความหมาย 9 -10 ดีมาก 7 - 8 ดี 5 – 6 ปานกลาง 3 – 4 น้อย 0 – 2 น้อยทีส่ ดุ ผลการประเมินทักษะผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 อยู่ในระดบั ดีมาก ดี ปานกลาง น้อย น้อยทีส่ ุด สรปุ ผลการทักษะผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 ผา่ น ไม่ผา่ น(ผ่าน ต้องมีคะแนนต้ังแต่ 5 คะแนนขนึ้ ไป) ลงชือ่ …………………………….………………….ผปู้ ระเมิน ( นางสุมาลี สายธนู ) ………../……………../…….….
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: