61 8Standing Waves คลน่ื นิง่ (การทดลองของเมลด) วัตถุประสงค 1. เพ่ือการศึกษาความสัมพันธร ะหวางความตึงกับความยาวคลน่ื ในเสน เชือกทสี่ ่นั 2. หาความถ่ีการส่นั ของแหลงกำเนิดคลื่น อปุ กรณก ารทดลอง ชุดคลืน่ นง่ิ ของเมลด ทฤษฎี คลื่นนงิ่ เกดิ จากคลืน่ 2 ขบวนทม่ี ีความยาวคลน่ื ความเรว็ และแอมพลิจูดเทากนั เคล่ือนท่ีสวนทาง กันในตวั กลางเดยี วกนั คล่ืนทง้ั สองจะรวมกันโดยการแทรกสอด ตำแหนงที่คลน่ื แทรกสอดแบบเสริมกนั จะ มีการขจัดมากที่สดุ เรียกวา “ตำแหนง ปฏิบัพ” (antinode) และตำแหนง ทแ่ี ทรกสอดแบบหักลางกันจะมี การขจัดนอยที่สุด (เปนศูนย) เรียกวา “ตำแหนงบัพ” (node) ตัวอยางเชน คลื่นนิ่งบนเสนเชอื กที่ขงึ ตงึ และปลายทงั้ สองขา ง โดยปลายขางหนงึ่ ผกู ติดกับแหลง กำเนดิ คลื่น สว นปลายอีกขางหนึ่งพาดอยูบนรอก (เชอื กตอ งตึง) คล่นื น่งิ บนเสนเชือกน้ีเกดิ จากคลน่ื ซ่งึ เคลอ่ื นท่ีจากปลายเชอื กขา งทผ่ี ูกตดิ กบั แหลง กำเนดิ ไป ถงึ ปลายที่ตรึงอยบู นรอกแลว จะสะทอนกลับ โดยคล่ืนสะทอนจะมเี ฟสตรงกนั ขามกับคลน่ื เดิมทีเ่ ขา กระทบ แตยังคงมีความยาวคล่นื ความเร็ว และแอมพลจิ ดู เทากนั คล่ืนสะทอนจะรวมกับคล่นื ขบวนใหมที่มาจาก ปลายเชือกทีผ่ ูกติดกับแหลงกำเนดิ คล่ืนเกดิ เปนคล่นื นิ่งมีตำแหนง บพั ปฏบิ ัพ และความยาวคลื่น ดังรูปท่ี 8.1
62 รปู ที่ 8.1 แสดงตำแหนงบัพ ปฏบิ ัพ บนคลน่ื น่งิ ในเสนเชือก เมือ่ f คือ ความถี่ของคลื่น มีหนวยเปนเฮิรตซ (Hz) λ คือ ความยาวของคลื่น มีหนวยเปน เมตร (m) T คอื ความตึงในเสน เชือก มีหนว ยเปน นวิ ตนั (N) และ μ คอื มวลตอความยาวของเสน เชือก มีหนว ยเปน กโิ ลกรัมตอเมตร (kg/m) ความสัมพันธระหวาง f, T และ λ ซึง่ แสดงไวใ นสมการดังตอ ไปนี้ f = 1Τ (8.1) λµ จากรปู ที่ 8.1 จะเหน็ เสนเชือกท้ังเสนแบง เปน Loop โดยความยาวของ 1 Loop เทากับ λ/2 ถาให L คือ ความยาวของเสนเชือกจากปลายที่ผูกติดกบั แหลงกำเนิดคลื่นถึงตำแหนงที่ตรึงบนรอก (กึ่งกลาง รอก) และ N คอื จำนวน Loop ท้ังหมดของคลื่นน่ิงบนเสน เชอื กยาว L จะไดว า N(λ/2) = L หรือ 1/λ = N/2L เมอื่ แทนคา ลงไปในสมการที่ (8.1) จะได f= NΤ (8.2) 2L µ เม่ือ m คอื มวลของจานที่ใสลกู ตมุ M คือ มวลที่ถว งบนจาน และ T คือ ความตึงของเสนเชือกที่เกิด จากน้ำหนกั ถว งและนำ้ หนักจาน จะได T = (M + m)g ดงั นน้ั เมอื่ นำไปแทนในสมการที่ (8.2) แลว ยกกำลงั สองจะได f2 = N2 (M + m)g 4µL2 หรือจดั รปู สมการใหมไดเ ปน =1 Mg + mg (8.3) N2 4µ (fL)2 4µ (fL)2 จะเห็นวาสมการท่ี (8.3) ทางขวามอื พจนแรกสัมพันธกบั น้ำหนักถวงบนจาน (Mg) พจนหลังสัมพันธ กับน้ำหนักของจาน (mg) ถานำสมการที่ (8.3) ไปเขียนกราฟเปรียบเทียบกับสมการของกราฟเสนตรง
63 y = bx + c เมอ่ื b คือ ความชันของกราฟ และ c คือ ระยะท่เี สนกราฟตดั กับแกน y ดังนน้ั ถา ให 1/N2 เปนแกนตั้ง (y) และ M เปนแกนนอน (x) จะไดกราฟของสมการท่ี (8.3) เปนเสนตรงซึ่งความชันของ กราฟ คือ b= g หรือ f = g (8.4) 4bµL2 4µ (fL)2 และจะไดร ะยะทก่ี ราฟตัดกบั แกน y คอื c = mg 4µ (fL)2 จากสมการท่ี (8.3) สามารถหาคา มวลของจาน (m) ไดจ ากจุดตัดบนแกน x (y = 0) 1= =0 Mg + mg N2 4µ (fL)2 4µ (fL)2 จดุ ตัดบนแกน x หรือ คา บนแกนx (M) = −mg 4µ(fL)2 = −m (8.5) g 4µ (fL)2 น่นั คอื มวลจานรองเทากบั คาจุดตัดบนแกน x นัน่ เอง จากคาความถีข่ องการสั่นของเชือก (f) ตามสมการที่ (8.4) ทำใหสามารถคำนวณคาความถี่การ ส่นั ของแหลงกำเนิดคลื่นไดจ ากความสัมพันธดงั นี้ ถาแหลงกำเนิดคล่ืนสนั่ ในทิศทางตัง้ ฉากกับแนวของเสนเชือกจะไดความถ่ีของแหลงกำเนิดคล่ืน เทา กับความถ่ีของการสน่ั ของเสนเชือก 1/N2 ∆(1/N2) ∆(M) -m M (kg) ภาพท่ี 8.2 กราฟแสดงความสัมพนั ธระหวา ง M และ 1/N2
64 อปุ กรณก ารทดลอง 2. เชอื กพรอมจานสำหรบั ใสน ้ำหนกั 1. แหลง กำเนิดคลน่ื 4. รอก 6. แหลง จา ยไฟ 3. ชดุ นำ้ หนกั 5. ตลบั เมตร วิธกี ารทดลอง ตอนที่ 1 ศกึ ษาความสัมพนั ธระหวางมวลท่ีถวง ความตงึ ของเสน เชอื กและความยาวคลน่ื ในเสนเชือก เมือ่ แหลง กำเนดิ คลื่นสัน่ ตงั้ ฉากกับแนวของเสน เชือก 1.1 จดั ชุดทดลองใหเชือกพาดอยูบ นลกู รอก (คาของ L ไมค วรตำ่ กวา 1 เมตร) และใหท ิศทางของการสั่น ของแหลง กำเนดิ คลน่ื อยใู นแนวท่ตี ั้งฉากกบั แนวของเสนเชอื กดงั รูปท่ี 8.3 Power Supply Wave generator รปู ที่ 8.3 แสดงการจัดตั้งอุปกรณการทดลองคล่ืนนิง่ ในเสนเชือก 1.2 เสียบปลั๊กไฟไหแ หลงกำเนิดคลน่ื ส่ันใสน้ำหนกั ลงบนจานทลี ะนอยจนเกิดคลื่นนงิ่ ชัดท่ีสุด นับจำนวน Loop ที่เกิดขึน้ แลวบันทึกจำนวน Loop และคา นำ้ หนกั ทใ่ี สลงบนจาน (โดยไมคดิ คานำ้ หนกั ของจาน) 1.3 เพม่ิ นำ้ หนกั บนจานทีละนอย เพ่ือลดจำนวน Loop บนเสน เชือกลงทลี ะ Loop บันทึกจำนวน Loop และคามวลทีใ่ สจ าน 1.4 ทำการทดลองเชนเดียวกับขอ 1.3 ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งไดจำนวน Loop อยางนอย 5 คาทุกครั้งที่ ทดลองใหเลอื กบนั ทึกคาน้ำหนักทีท่ ำใหเกดิ คล่ืนน่ิงทชี่ ัดเจนทสี่ ดุ (มองเห็น Loop ชัด เชือกจะไมสั้นและ
65 ไมสาย และปลายเชือกขางที่อยูบนรอกจะตองเปนตำแหนงบัพของคลื่นเสมอ) และมีคาแอมปลิจูดของ คลืน่ น่งิ มีคา มากทสี่ ุด ตอนท่ี 2 คำนวณคา ความถข่ี องแหลง กำเนิดคล่ืน 2.1 จากการทดลองตอนที่ 1 นำมาเขียนกราฟ โดยให 1/N2 เปนแกนตั้ง (y) และ M เปนแกนนอน (x) แลวหาคาความชนั (b) และระยะตัดบนแกน x (ดังแสดงในภาพท่ี 8.2) 2.2 คำนวณคาความถี่ของเสนเชือกตามสมการท่ี (8.4) บันทึกผลลงในตารางแลวนำคาความถี่ที่ไดไป เปรียบเทียบกับความถี่ของแหลงกำเนดิ คลน่ื (50 Hz) แลวบันทกึ ผลลงในตาราง และหาเปอรเซ็นตความ คลาดเคลอื่ น 2.3 หามวลของจานไดจ ากระยะท่ีกราฟตดั แกน x แลว คำนวณหาเปอรเซน็ ตค วามคลาดเคลอื่ น กรณีการศกึ ษาการทดลองเสมอื นจริง PhET Simulation แบบจำลองโตตอบเสมือนจริงเรื่อง คลื่นนิ่งในเสนเชือก (Wave on a string) สามารถนำเสนอ ออกมาไดอยางหลากหลายรูปแบบ ยกตัวอยางเชน คลื่น แอมพลิจูด ความถี่ ความหนวงของเสนเชือก ความตงึ ของเสนเชือก ลกั ษณะการผูกของปลายเชือก และลักษณะของการกำเนิดคลืน่ สามารถตรวจสอบ ไดวาจะเกิดอะไรขึ้นหาก แหลงกำเนิดคลื่นตางกัน มีความถี่ตางระดับกัน รวมถึงมีความแตกตางของ ลักษณะการผกู ของปลายเชอื ก จะสงผลตอ ลกั ษณะของคลนื่ อยา งไร และหากปรบั คาความหนวง ความตงึ ของเสนเชอื กจะสงผลตอ คล่ืนมากนอ ยเพยี งใด แบบจำลองโตตอบเสมือนจรงิ เร่ือง คล่ืนนง่ิ ในเสน เชอื ก รูปท่ี 8.4 หนาจอแสดงแบบจำลองโตต อบเสมือนจรงิ เรือ่ ง คล่นื น่งิ ในเสน เชือก
66 ตารางท่ี 8.1 สว นประกอบและรายละเอยี ดของอุปกรณเครือ่ งมอื ตา ง ๆ ลำดบั อปุ กรณ/เครื่องมือ รายละเอยี ด 1 ฟง กชนั เลือกแหลง กำเนิดคล่ืน 1. แบบกำหนดเอง คือ ผูทดลองสามารถเลื่อนขึ้นลงเองได เพื่อให เกดิ คล่นื ตามความประสงค 2. แบบแกวงไปมา คือ คลื่นที่เกิดขึ้นจะแกวงไปมาไดอยาเสถียร และตอ เน่ือง 3. แบบพัลส คือ คลื่นที่เกิดขึ้นจะเกิดเพียงหนึ่งลูกตอการกดหนง่ึ คร้ัง 2 กดเพือ่ ใหคลืน่ เริม่ ทำงานใหม 3 ฟงกช ันเลือกลกั ษณะการผูกของปลายเชือก 1. ปลายตรงึ แนน คอื ปลายเชือกจะถูกผูกแบบตรึงแนนไมสามารถขยับ ได 2. ปลายตึงหลวม คือ ปลายเชือกจะผูกติดกับหวง ซึ่งสามารถเคลือ่ นที่ ไดอยา งอิสระ 3. ปลายไมถูกตรึง คอื ปลายเชอื กจะถูกปลอ ยอยางอสิ ระ 4 เปนปุมกดเพื่อ Reset ใหอุปกรณกลับไปอยูในจุดเริ่มตนของการตั้งคา ใหม
5 67 6 7 ฟงกชันปรับคาแอมพลิจูด สามารถปรับไดจาก 0.00 เซนติเมตรจนถึง 8 1.25 เซนตเิ มตร 9 ฟงกชันปรับคาความถี่ สามารถปรับไดจาก 0.00 เฮิรตซ จนถึง 3.00 10 เฮริ ตซ 11 ฟงกชนั ปรับความหนวง สามารถปรับไดต ั่งแตไ มม เี ลย จนถงึ จำนวนมาก ตวั อยา งการวดั คา ตาง ๆ ฟง กช ันปรับความตงึ สามารถปรบั ไดต่งั แตระดบั ต่ำ จนถงึ ระดับสูง อปุ กรณเสริม 1. ไมบ รรทัด 2. ตัวจับเวลา 3. เสนอา งอิง ฟงกชันหยุดภาพ - ปุมสฟี า : สามารถกดเพอ่ื หยุดภาพเพ่ือดูลักษณะของคลน่ื อยา งชัดเจน - ปุมสีเทา : สามารถกดดภู าพถัดไปของการเคล่ือนที่ของคลื่นท่ีกดหยุด ไวก อ นหนา ฟง กช นั เลือกลักษณะภาพทแ่ี สดง - แสดงแบบภาพชา คือ ภาพของคลื่นท่แี สดงจะชา กวา ปกติ - แสดงแบบปกติ คอื ภาพของคล่นื ที่แสดงจะแสดงแบบปกติ
68 จากรูปใชความถี่ f = 1.00 Hz จะไดคาบของคลื่น (T = 1/1.00Hz = 1 s) และใชไมบรรทัดวัด ความยาวคลืน่ (λ) ได 6.2 เซนติเมตร จากรปู ใชค วามถี่ f = 3.00 Hz จะไดค าบของคลนื่ (T = 1/3.00Hz = 0.33 s) และใชไ มบรรทัดวัด ความยาวคล่นื (λ) ได 3.1 เซนตเิ มตร วธิ กี ารทดลอง ตงั้ คา ตาง ๆ ดงั นี้ 1. กำหนดคาแอมพลิจูดเทากับ 0.75 เซนตเิ มตร, ความถี่1.00 เฮิรตซ เลือกความหนว ง “ไมมเี ลย” และ ปรบั ความตงึ เรม่ิ ตน “ระดับต่ำ ” ดังรปู ที่ 8.5
69 รปู ที่ 8.5 แสดงหนาจอการตั้งคาเร่มิ ตนตา ง ๆ แลวกด เลน ท่ีเครอ่ื งหมาย บันทึกคา ลงในตารางท่ี 8.1 แลว ปรับคา ความถตี่ ามตารางท่ี 8.1 2. กำหนดคาแอมพลิจดู เทากับ 0.75 เซนติเมตร, ความถ่ี1.00 เฮิรตซ เลือกความหนวง “ไมมเี ลย” และ ปรบั ความตึงเริ่มตน “ระดับปานกลาง ” ดงั รปู ท่ี 8.6 รูปท่ี 8.6 แสดงหนาจอการตั้งคาเรม่ิ ตน ตาง ๆ แลวกด เลน ท่เี ครอื่ งหมาย บันทกึ คา ลงในตารางท่ี 8.2 แลว ปรบั คาความถ่ตี ามตารางท่ี 8.2
70 3. กำหนดคาแอมพลิจดู เทา กับ 0.75 เซนตเิ มตร, ความถี่1.00 เฮิรตซ เลือกความหนว ง “ไมมเี ลย” และ ปรบั ความตงึ เร่มิ ตน “ระดบั ปานกลาง ” ดังรูปที่ 8.7 รปู ท่ี 8.7 แสดงหนาจอการตัง้ คาเร่มิ ตน ตา ง ๆ แลว กด เลน ที่เครื่องหมาย บนั ทกึ คา ลงในตารางที่ 8.3 แลว ปรับคาความถ่ีตามตารางท่ี 8.3
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: