1 วทิ ยาลยั เทคนิคสรุ าษฎรธ์ านี การสอบวชิ าพฤติกรรมนนั ทนาการกบั การพัฒนาตน ครัง้ ท่ี 1 ประจาภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2562 คาชแ้ี จง 1. ขอ้ สอบหน่วยท่ี 1-3 จานวน 50 ข้อ จานวน 25 คะแนน 2. ห้ามทาเคร่อื งหมายใดๆ ลงในข้อสอบ 3. เลอื กคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว แลว้ ทาเคร่ืองหมาย X ลงในกระดาษคาตอบ 1. ความหมายของพฤติกรรมมนุษย์ ขอ้ ใดไม่ถูกต้อง 5. พฤตกิ รรมทต่ี ้องอาศัยเครือ่ งมอื ช่วยในการวเิ คราะห์ ก. อาการแสดงออกต่างๆ ต้องเป็นการเคล่อื นไหว จงึ จะสามารถเหน็ ได้ ตรงกับพฤติกรรมในข้อใด ทสี่ งั เกตได้หรอื วดั ไดเ้ ท่านั้น ก. Overt Behavior ข. กริยาอาการที่มนษุ ยแ์ สดงออก ข. Moral Behavior ค. ปฏิกริ ยิ าโต้ตอบเมื่อเผชิญกับส่งิ เรา้ (Stimulus) ค. Molecular Behavior ง. ปฏกิ ริ ิยาโต้ตอบเมื่อเผชิญกับสถานการณต์ ่างๆ ง. Covert Behavior 2. ขอ้ ใดคือความหมายของสงิ่ เร้าภายใน (Internal Stimulus) 6. เป็นพฤติกรรมที่ไม่สามารถสังเกตไดห้ รอื วัดได้โดยตรง ก. ส่งิ กระต้นุ ต่างๆ จากสิง่ แวดล้อมทางสงั คมทส่ี ามารถ ตรงกบั พฤติกรรมในข้อใด สมั ผสั ไดด้ ว้ ยประสาททั้ง 5 ก. Overt Behavior ข. เม่อื อยู่ในสงั คมจะมอี ิทธิพลมากกว่าในการกาหนดว่า ข. Moral Behavior บุคคลควรจะแสดงพฤตกิ รรมอย่างใดต่อผู้อืน่ ค. Molecular Behavior ค. จะมอี ิทธิพลสูงสุดในการกระตุ้นใหแ้ สดงพฤตกิ รรม ง. Covert Behavior ในวยั เดก็ 7. พฤติกรรมทส่ี ามารถสังเกตเห็นไดด้ ว้ ยตาเปล่า ง. สง่ิ เรา้ ท่เี กิดจากความต้องการของครอบครัว โดยไมต่ ้องใช้เครอื่ งมือวดั ตรงกบั พฤติกรรมในข้อใด 3. ข้อใดคือความหมายของสิ่งเร้าภายนอก (External Stimulus) ก. Overt Behavior ก. สงิ่ เร้าที่เกดิ จากความต้องการทางกายภาพ เชน่ ข. Moral Behavior ความหวิ ความกระหาย ค. Molecular Behavior ข. เม่อื อยู่ในสังคมจะมอี ทิ ธิพลมากกว่าในการกาหนดวา่ ง. Covert Behavior บคุ คลควรจะแสดงพฤติกรรมอยา่ งใดต่อผู้อื่น 8. ลกั ษณะพฤตกิ รรม การแสดงออกทางอารมณ์ ความร้สู กึ ค. จะมอี ิทธิพลสูงสุดในการกระตุ้นให้แสดงพฤตกิ รรม ดใี จ เสยี ใจ โกรธ อจิ ฉา ก้าวรา้ ว ขบขัน เป็นความ ในวัยเด็ก แตกต่างระหวา่ งมนุษย์ ทางใด ง. จะลดความสาคัญลงเม่ือเติบโตขนึ้ ก. ทางกาย (Physical) 4. พฤติกรรมแบ่งเป็นทปี่ ระเภท ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ก. 2 ประเภท ค. ทางสตปิ ญั ญา (Intelligence) ข. 3 ประเภท ง. ทางสังคม (Social) ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท
2 9. ลักษณะพฤติกรรม ความสามารถในการแสดงออกในหมู่คน 14.พฤติกรรม ชอบเกบ็ ตัว ลกึ ลับ ระวังตัว กลัวคน ไม่ชอบ หรอื ระหวา่ งคน การเขา้ สงั คม การพดู คุย อีคิว เป็นความ สังคม เป็นคนเจ้าระเบียบ มีลักษณะเปน็ คนฉลาด แตกต่างระหว่างมนุษย์ ทางใด รับผดิ ชอบสูง ตรงกบั ลกั ษณะรูปร่างแบบใด ก. ทางกาย (Physical) ก. รปู ร่างอว้ น ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ข. รูปร่างผอม ค. ทางสติปญั ญา (Intelligence) ค. รปู รา่ งแขง็ แรง ง. ทางสังคม (Social) ง. ถกู ทุกข้อ 10. ลกั ษณะพฤติกรรม รปู รา่ งท่ีเหน็ ภายนอก หนา้ ตา ทา่ ทาง 15.พฤติกรรม กระตือรือร้น ตัดสินใจเรว็ กล้าหาญ โครงกระดูก ผวิ ผม กล้ามเน้อื เป็นความแตกต่างระหวา่ ง ใจหนักแนน่ คบงา่ ย พูดจาตรงไปตรงมา บางครั้งอาจดู มนุษย์ ทางใด กา้ วรา้ ว ขวานผ่าซาก ตรงกับลักษณะรปู ร่างแบบใด ก. ทางกาย (Physical) ก. รูปรา่ งอ้วน ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ข. รูปร่างผอม ค. ทางสติปญั ญา (Intelligence) ค. รูปร่างแขง็ แรง ง. ทางสงั คม (Social) ง. ถูกทุกข้อ 11.ลักษณะพฤตกิ รรม ความคิดหรือความสามารถในการ 16.พฤติกรรม อารมณ์สนุกสนาน รกั ความสะดวกสบาย แก้ปัญหา ไอคิวสูง ไอควิ ต่า เป็นความแตกต่างระหว่าง โดยทั่วไปเป็นคนมมี นุษยสัมพันธ์ดี ตรงกบั ลักษณะรูปร่าง มนุษย์ ทางใด แบบใด ก. ทางกาย (Physical) ก. รปู ร่างอว้ น ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ข. รูปรา่ งผอม ค. ทางสตปิ ญั ญา (Intelligence) ค. รูปรา่ งแขง็ แรง ง. ทางสังคม (Social) ง. ถูกทุกข้อ 12.ยีนในโครโมโซน 23 คู่ Sperm เพศชาย 23 และ Ova 17.พฤติกรรม มักเฉลียวฉลาดเป็นเพราะไดอ้ ยู่ท่ามกลาง เพศหญิง 23 ส่งผลให้มนษุ ยม์ ีลักษณะแตกต่างกนั อย่างไร ผ้ใู หญเ่ ปน็ สว่ นมาก เกิดจากอทิ ธิพลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ก. ลักษณะรูปรา่ ง โครงกระดูก ขนาดรา่ งกาย หน้าตา ก. ลูกคนโต (First Born Child) ผิวพรรณ สผี ม เพศ ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ข. ชนดิ ของกลุ่มเลอื ด โดยลูกจะมเี ลอื ดกลุ่มเดียวกบั พอ่ ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) หรือแม่ ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) ค. ความบกพร่องทางร่างกายและโรคภัยไข้เจบ็ บางอย่าง 18.พฤติกรรม กระดบั สตปิ ญั ญา (I.Q) ต่ากว่าลูกคนอนื่ ง. ถูกทุกข้อ เกดิ จากอทิ ธิพลลาดบั การเกิดในข้อใด 13.สงิ่ แวดลอ้ ม หมายถึง ส่ิงทีอ่ ยู่รอบตวั มนษุ ยแ์ ละมีอทิ ธพิ ล ก. ลกู คนโต (First Born Child) ที่สามารถทาใหม้ นุษยม์ คี วามแตกต่างกัน คือข้อใด ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ก. สภาวะขณะอยู่ในครรภ์มผี ลตอ่ บุคลิกภาพมาก ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ข. การเลีย้ งดูของบิดามารดา ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) ค. ประสบการณ์และการเรยี นรู้ ง. ถกู ทุกข้อ
3 19.พฤติกรรม เอาแตใ่ จ ต้องการความรักมากกว่าคนอืน่ ๆ 25.พฤติกรรม คล่องตวั สูง มีชวี ิตชวี า รวดเร็ว คาดการ ชอบยกย่อง เกดิ จากอทิ ธิพลลาดับการเกิดในข้อใด ล่วงหน้าดี ตรงกับการแสดงออกแบบใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ลูกคนเดียว (Only Child) ง. ถูกทุกข้อ 20.พฤติกรรม ปรับตัวยาก สับสน เกิดจากอิทธพิ ลลาดบั 26.พฤติกรรม แสดงออกไม่มากไม่นอ้ ย ทั้งภาษากายและ การเกิดในข้อใด คาพูด ตรงกบั การแสดงออกแบบใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. ลกู คนสุดท้อง (Youngest Child) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ลูกคนเดียว (Only Child) ง. ถกู ทุกข้อ 21.พฤติกรรม เปน็ คนมีพรสวรรค์ (Gifted Child) เกิดจาก 27.พฤติกรรม เปดิ เผย คบงา่ ย (Social Life) ตรงกบั อทิ ธพิ ลลาดบั การเกดิ ในข้อใด การแสดงออกแบบใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ลกู คนเดียว (Only Child) ง. ถูกทุกข้อ 22.พฤติกรรม ชอบเพื่อนมากกว่าคนในครอบครวั เกดิ จาก 28.พฤติกรรม ขรึม แสดงออกช้า เยอื กเย็น (Wall Flower) อิทธพิ ลลาดบั การเกิดในข้อใด ตรงกบั การแสดงออกแบบใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ก. เกบ็ กดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ลูกคนเดียว (Only Child) ง. ถกู ทุกข้อ 23.พฤติกรรม เอาแต่ใจตนเอง มีความเช่อื ม่นั ในตนเองสูง 29.พฤติกรรม รับความรูส้ ึกไดด้ ี แตไ่ มล่ กึ คดิ สรา้ งสรรค์ เกดิ จากอทิ ธิพลลาดับการเกิดในขอ้ ใด ไมม่ าก ตรงกบั การแสดงออกแบบใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. ลกู คนสุดท้อง (Youngest Child) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ลกู คนเดียว (Only Child) ง. ถูกทุกข้อ 24.พฤติกรรม มีความเชื่อม่ันในตนเองสงู ชอบแข่งขนั 30.พฤติกรรม คิดช้า คดิ ไกล คดิ ลึก คิดสรา้ งสรรค์ ตรงกับ เกิดจากอทิ ธิพลลาดบั การเกิดในขอ้ ใด การแสดงออกแบบใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ก. เกบ็ กดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) ง. ถกู ทุกข้อ
4 31.ผ้มู ปี กตนิ สิ ัยหนกั ไปทาง นอ้ มใจเช่อื เลื่อมใสได้ง่าย 35.ผมู้ ปี กตินิสัยหนกั ไปทางฟุ้งซ่าน คิดเร่อื งนที้ ีเรื่องนน้ั ที ซ่ึงถา้ เลื่อมใสในส่ิงทีถ่ กู ก็ย่อมเปน็ คณุ จติ ใจเบิกบานใจ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่สามารถยดึ เกาะกบั เร่ืองใด แต่ถ้าไปเลอ่ื มใสในส่ิงท่ีผิดก็ยอ่ มเป็นโทษ ตรงกับ เร่อื งหนงึ่ ไดน้ านๆ ไม่ต้งั มัน่ ไม่มั่นคง นัน่ เอง ตรงกบั พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. โมหจริต ก. โมหจรติ ข. วิตกจรติ ข. วิตกจริต ค. สทั ธาจรติ ค. สทั ธาจริต ง. พุทธิจรติ ง. พทุ ธจิ รติ 32.ผมู้ ปี กตนิ ิสัยหนกั ไปทาง ใจร้อน ววู่ าม หงุดหงิดงา่ ย 36.ผ้มู ปี กตนิ สิ ัยหนกั ไปทาง เขลา เซื่องซึม เชื่อคนงา่ ย อารมณร์ ุนแรง โผงผาง เจ้าอารมณ์ ตรงกับพฤติกรรม งมงาย ขาดเหตผุ ล มองอะไรไม่ทะลุปรโุ ปร่ง ตรงกับ ของมนษุ ย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพทุ ธศาสนาแบบใด ก. ราคะจริต ก. ราคะจริต ข. โทสจริต ข. โทสจริต ค. โมหจรติ ค. โมหจริต ง. วิตกจริต ง. วติ กจริต 33.ผูม้ ปี กตินิสัยหนักไปทาง รกั สวย รักงาม ละมุนละไม 37.ข้อใดคือความหมายของการพัฒนา ชอบส่ิงทส่ี วยๆ เสยี งเพราะๆ กลนิ่ หอมๆ รสอร่อยๆ ก. การทาให้ดีขึ้นใหเ้ จรญิ ขน้ึ สมั ผัสทนี่ มุ่ ละมุน และจติ ใจจะยดึ เกาะกบั ส่ิงเหล่านัน้ ได้ ข. การพฒั นาจากสิง่ ที่มีอยูเ่ ดิม เป็นเวลานานๆ ตรงกับพฤติกรรมของมนุษย์ตามแนว ค. การสร้างสรรค์สงิ่ ใหม่ขน้ึ มา พระพทุ ธศาสนาแบบใด ง. ถกู ทุกข้อ ก. ราคะจรติ ข. โทสจรติ 38.ข้อใดคือความหมายของการพัฒนาตนเอง (Self Development) ค. โมหจริต ก. การพัฒนาความรคู้ วามสามารถของตนจากที่เปน็ อยู่ ง. วิตกจริต ใหม้ คี วามรู้ความสามารถเพิม่ ขึน้ ข. การพัฒนาตนเองตามศักยภาพของตนให้ดีขึ้น 34.ผมู้ ปี กตนิ ิสัยหนักไปทางชอบคดิ พิจารณาด้วยเหตผุ ล ทง้ั ทางร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสติปญั ญา อยา่ งลึกซง้ึ ชอบใชป้ ัญญาพิจารณาตามความเป็นจริง ค. เพื่อการดาเนนิ ชวี ิตอยา่ งมีความสุข ไมเ่ ชื่ออะไรโดยไม่มเี หตผุ ล ตรงกับพฤตกิ รรมของมนุษย์ ง. ถกู ทุกข้อ ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. โมหจรติ 39.ข้อใดไมใ่ ช่หลกั การพฒั นาตนเอง ตามท่ี ชาญชยั ข. วติ กจริต อาจนิ สมาจาร กลา่ วไว้ ค. สทั ธาจริต ก. บุคคลต้องสามารถปลดปล่อยศักยภาพระดับใหม่ออกมา ง. พทุ ธิจรติ ข. มสี ่ิงทา้ ทายภายนอกท่เี หมาะสม ค. การพัฒนาตนเอง ต้องไมเ่ ส่ยี ง ง. ตอ้ งมีความตัง้ ใจทเ่ี ข้มแขง็ เพียงพอทจ่ี ะผ่านขึ้นไปสู่ ศกั ยภาพใหม่
5 40.ข้อใดไม่ใช่หลักการพัฒนาตนเอง ตามที่ ปราณี รามสูต 45.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประเภทกิจกรรมนันทนาการ และ จารสั ดว้ งสุวรรณ กลา่ วไว้ ก. การทางานอดิเรก ก. ขน้ั ที่ 1 การตระหนักรถู้ งึ ความจาเปน็ ในการปรับปรงุ ตนเอง ข. การเขา้ รว่ มแขง่ ขนั กฬี า ข. ขน้ั ที่ 2 เปน็ ข้นั การวิเคราะห์ตนเอง ค. การอา่ นและเขียนหนังสือ ค. ขน้ั ที่ 3 การวางแผนพัฒนาตนเองและการตง้ั เปา้ หมาย ง. การร่วมกิจกรรมทางสังคม ง. ขนั้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล 46.ขอ้ ใดไม่ใช่ประเภทกิจกรรมนันทนาการ 41.แนวทางการพฒั นาตนเอง ควรพฒั นาดา้ นใด ก. การสร้างสรรคแ์ ละงานศิลปหัตถกรรม ก. การพฒั นาด้านจิตใจ ข. การเท่ยี วชมธรรมชาติ ข. การพฒั นาดา้ นความรู้ความสามารถ ค. การเขา้ รว่ มประกวดร้องเพลง ค. การพฒั นาตนเองส่คู วามต้องการของตลาดแรงงาน ง. การเข้ารว่ มกจิ กรรมอาสาสมัคร ง. ถกู ทุกข้อ 47.ข้อใดไมใ่ ช่การทางานอดิเรก 42.ขอ้ ใดคอื วธิ กี ารพัฒนาตนเองโดยการฝึกอบรม ก. การปลกู ต้นไมข้ าย ตามหลักวชิ าการ ข. การเก็บสะสมสิง่ ตา่ งๆ ก. การลงมือฝึกปฏิบัตจิ ริง ค. การประดิษฐ์ของใชต้ า่ งๆ ข. การอบรมเพิ่มเติม ง. การตกแต่งภายในบา้ น ค. การฝกึ จาลองเหตุการณ์ และใชว้ ธิ ีการอนื่ ๆ ง. ถกู ทุกข้อ 48.ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลกั ในการเลือกกิจกรรมนนั ทนาการ ก. สขุ ภาพของรา่ งกาย 43.ขอ้ ใดไม่ใช่ความหมายของนันทนาการ ข. ความสนใจ ความสามารถ และความถนดั ส่วนบคุ คล ก. กจิ กรรมทีเ่ ปน็ อาชีพ ค. ไมต่ ้องคานึงถึงงานทที่ าอยู่ ข. กิจกรรมที่ทาด้วยความสมัครใจในยามวา่ ง ง. สถานที่ ความสะดวก และความปลอดภยั ค. เพ่ือให้เกิดความสนุกสนาน เพลดิ เพลนิ ง. เพ่อื ผ่อนคลายความตงึ เครยี ด 49.ข้อใดไม่ใช่หลักในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ ก. ไมต่ ้องคานึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจ 44.ลกั ษณะของนนั ทนาการทส่ี าคญั ข. ไมข่ ัดต่อศลี ธรรม ประเพณี และวัฒนธรรมของสงั คม ก. เปน็ กจิ กรรมที่ทาโดยสมัครใจ ไมถ่ ูกบงั คับ ตลอดจนกฎหมายของบ้านเมือง ข. เปน็ กิจกรรมที่ทาในเวลาวา่ งนอกเหนือจากเวลา ค. ประโยชนต์ ่อสงั คม ในการทางาน ในการประกอบกจิ วตั รประจาวนั ง. ควรหลีกเลยี่ งกิจกรรมทจ่ี ะทาความรบกวนหรอื ซ่ึงไม่ก่อให้เกดิ ความเสียหายกับงานประจา ทาความราคาญใหแ้ กผ่ ู้อืน่ ค. เปน็ กิจกรรมท่ีทาใหเ้ กิดความสนกุ สนาน เพลิดเพลนิ ช่วยผอ่ นคลายความตึงเครียดทงั้ ร่างกายและจิตใจ 50.ข้อใดคือประโยชนข์ องนนั ทนาการ ง. ถกู ทุกข้อ ก. ประโยชน์ตอ่ ตนเอง ข. ประโยชน์ต่อครอบครัว ค. ประโยชนต์ อ่ สงั คม ง. ถกู ทกุ ข้อ
1 วิทยาลัยเทคนิคสรุ าษฎร์ธานี การสอบวิชาพฤติกรรมนันทนาการกับการพัฒนาตน ครง้ั ท่ี 1 ประจาภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2560 คาชแ้ี จง 1. ข้อสอบหนว่ ยที่ 1-3 จานวน 50 ข้อ จานวน 25 คะแนน 2. ห้ามทาเคร่อื งหมายใดๆ ลงในข้อสอบ 3. เลือกคาตอบทีถ่ กู ตอ้ งทสี่ ดุ เพียงคาตอบเดยี ว แล้วทาเครื่องหมาย X ลงในกระดาษคาตอบ 1. ความหมายของพฤติกรรมมนุษย์ ข้อใดไมถ่ ูกต้อง 6. เปน็ พฤติกรรมทีไ่ ม่สามารถสังเกตได้หรอื วดั ไดโ้ ดยตรง ก. อาการแสดงออกต่างๆ ต้องเป็นการเคลื่อนไหว ตรงกบั พฤติกรรมในข้อใด ท่ีสังเกตได้หรอื วดั ไดเ้ ทา่ น้ัน ก. Overt Behavior ข. กริยาอาการทม่ี นุษยแ์ สดงออก ข. Moral Behavior ค. ปฏิกริ ยิ าโตต้ อบเมื่อเผชิญกับสิง่ เรา้ (Stimulus) ค. Molecular Behavior ง. ปฏิกริ ยิ าโต้ตอบเม่ือเผชญิ กบั สถานการณต์ ่างๆ ง. Covert Behavior 2. ข้อใดคือความหมายของส่งิ เร้าภายใน (Internal Stimulus) 7. พฤติกรรมทส่ี ามารถสงั เกตเหน็ ไดด้ ้วยตาเปลา่ ก. ส่งิ กระตนุ้ ต่างๆ จากสง่ิ แวดล้อมทางสงั คมท่สี ามารถ โดยไม่ตอ้ งใช้เครอ่ื งมือวดั ตรงกับพฤตกิ รรมในข้อใด สัมผสั ได้ดว้ ยประสาทท้ัง ๕ ก. Overt Behavior ข. เมอ่ื อยู่ในสงั คมจะมีอทิ ธิพลมากกว่าในการกาหนดว่า ข. Moral Behavior บุคคลควรจะแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งใดต่อผูอ้ น่ื ค. Molecular Behavior ค. จะมอี ิทธพิ ลสงู สุดในการกระตุ้นให้แสดงพฤตกิ รรม ง. Covert Behavior ในวยั เด็ก 8. ลกั ษณะพฤตกิ รรม การแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สกึ ง. สง่ิ เร้าท่เี กดิ จากความต้องการของครอบครัว ดีใจ เสียใจ โกรธ อจิ ฉา ก้าวรา้ ว ขบขนั เป็นความ 3. ข้อใดคือความหมายของส่ิงเร้าภายนอก (External Stimulus) แตกต่างระหวา่ งมนุษย์ ทางใด ก. ส่งิ เรา้ ทเี่ กิดจากความต้องการทางกายภาพ เช่น ก. ทางกาย (Physical) ความหวิ ความกระหาย ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ข. เม่อื อยใู่ นสังคมจะมีอิทธิพลมากกวา่ ในการกาหนดว่า ค. ทางสติปญั ญา (Intelligence) บุคคลควรจะแสดงพฤตกิ รรมอย่างใดต่อผอู้ ่นื ง. ทางสงั คม (Social) ค. จะมอี ิทธิพลสงู สดุ ในการกระตนุ้ ให้แสดงพฤตกิ รรม 9. ลักษณะพฤติกรรม ความสามารถในการแสดงออกในหมคู่ น ในวัยเด็ก หรอื ระหว่างคน การเข้าสังคม การพดู คยุ อีควิ เป็นความ ง. จะลดความสาคัญลงเมื่อเตบิ โตขึ้น แตกต่างระหว่างมนุษย์ ทางใด 4. พฤติกรรมแบง่ เป็นทปี่ ระเภท ก. ทางกาย (Physical) ก. ๒ ประเภท ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ข. ๓ ประเภท ค. ทางสติปญั ญา (Intelligence) ค. ๔ ประเภท ง. ทางสังคม (Social) ง. ๕ ประเภท 10. ลกั ษณะพฤติกรรม รูปร่างท่เี ห็นภายนอก หนา้ ตา ทา่ ทาง 5. พฤตกิ รรมท่ีต้องอาศัยเครือ่ งมือช่วยในการวิเคราะห์ โครงกระดกู ผวิ ผม กล้ามเนอ้ื เป็นความแตกตา่ งระหวา่ ง
จึงจะสามารถเหน็ ได้ ตรงกับพฤติกรรมในข้อใด มนุษย์ ทางใด ก. Overt Behavior ก. ทางกาย (Physical) ข. Moral Behavior ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. Molecular Behavior ค. ทางสติปญั ญา (Intelligence) ง. Covert Behavior ง. ทางสังคม (Social) 2 11.ลกั ษณะพฤตกิ รรม ความคดิ หรือความสามารถในการ 17.พฤติกรรม มักเฉลียวฉลาดเป็นเพราะไดอ้ ยู่ทา่ มกลาง แก้ปญั หา ไอควิ สูง ไอควิ ตา่ เป็นความแตกตา่ งระหว่าง ผใู้ หญ่เป็นสว่ นมาก เกดิ จากอทิ ธิพลลาดบั การเกิดในข้อใด มนุษย์ ทางใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ก. ทางกาย (Physical) ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ค. ทางสติปญั ญา (Intelligence) ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child) ง. ทางสงั คม (Social) 18.พฤติกรรม กระดับสติปัญญา (I.Q) ตา่ กว่าลูกคนอ่นื 12.ยนี ในโครโมโซน 23 คู่ Sperm เพศชาย 23 และ Ova เกิดจากอิทธิพลลาดบั การเกิดในขอ้ ใด เพศหญิง 23 ส่งผลให้มนษุ ยม์ ีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร ก. ลกู คนโต (First Born Child) ก. ลกั ษณะรูปรา่ ง โครงกระดูก ขนาดรา่ งกาย หน้าตา ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ผิวพรรณ สผี ม เพศ ค. ลูกคนสุดท้อง (Youngest Child) ข. ชนดิ ของกลุ่มเลือด โดยลกู จะมีเลือดกลุ่มเดียวกบั พอ่ ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) หรือแม่ ค. ความบกพร่องทางร่างกายและโรคภยั ไขเ้ จ็บบางอย่าง 19.พฤติกรรม เอาแต่ใจ ตอ้ งการความรกั มากกว่าคนอ่นื ๆ ง. ถกู ทุกข้อ ชอบยกย่อง เกิดจากอทิ ธพิ ลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) 13.สิ่งแวดลอ้ ม หมายถึง ส่ิงทอ่ี ยู่รอบตวั มนุษยแ์ ละมีอทิ ธิพล ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ทสี่ ามารถทาใหม้ นุษย์มคี วามแตกตา่ งกนั คือข้อใด ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ก. สภาวะขณะอยู่ในครรภ์มผี ลตอ่ บคุ ลกิ ภาพมาก ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child) ข. การเล้ยี งดูของบดิ ามารดา ค. ประสบการณ์และการเรียนรู้ 20.พฤติกรรม ปรับตัวยาก สับสน เกดิ จากอิทธพิ ลลาดบั ง. ถูกทุกข้อ การเกดิ ในข้อใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) 14.พฤติกรรม ชอบเก็บตัว ลึกลับ ระวังตัว กลวั คน ไม่ชอบ ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) สังคม เป็นคนเจ้าระเบียบ มีลักษณะเป็นคนฉลาด ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) รับผดิ ชอบสูง ตรงกบั ลกั ษณะรูปรา่ งแบบใด ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) ก. รูปร่างอว้ น ข. รูปรา่ งผอม 21.พฤติกรรม เปน็ คนมีพรสวรรค์ (Gifted Child) เกิดจาก ค. รูปรา่ งแข็งแรง อิทธพิ ลลาดบั การเกิดในข้อใด ง. ถกู ทุกข้อ ก. ลกู คนโต (First Born Child) ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) 15.พฤติกรรม กระตือรอื ร้น ตัดสินใจเร็ว กล้าหาญ ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ใจหนกั แน่น คบงา่ ย พูดจาตรงไปตรงมา บางครั้งอาจดู ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child)
กา้ วรา้ ว ขวานผ่าซาก ตรงกับลักษณะรูปร่างแบบใด 22.พฤติกรรม ชอบเพอื่ นมากกว่าคนในครอบครัว เกิดจาก ก. รูปร่างอ้วน อทิ ธพิ ลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ข. รูปรา่ งผอม ก. ลกู คนโต (First Born Child) ค. รปู ร่างแขง็ แรง ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ง. ถูกทุกข้อ ค. ลูกคนสุดท้อง (Youngest Child) 16.พฤติกรรม อารมณ์สนุกสนาน รกั ความสะดวกสบาย ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) โดยทวั่ ไปเป็นคนมีมนุษยสัมพนั ธ์ดี ตรงกับลักษณะรปู รา่ ง แบบใด 23.พฤติกรรม เอาแตใ่ จตนเอง มีความเชอื่ ม่ันในตนเองสูง ก. รปู รา่ งอ้วน เกิดจากอิทธิพลลาดับการเกิดในขอ้ ใด ข. รูปร่างผอม ก. ลูกคนโต (First Born Child) ค. รปู ร่างแขง็ แรง ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) ง. ถกู ทุกข้อ ค. ลูกคนสุดท้อง (Youngest Child) ง. ลกู คนเดียว (Only Child) 24.พฤติกรรม มคี วามเชื่อมั่นในตนเองสูง ชอบแข่งขนั 3 เกดิ จากอทิ ธิพลลาดับการเกิดในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) 31.ผูม้ ปี กตนิ สิ ัยหนักไปทาง นอ้ มใจเชื่อ เลื่อมใสได้งา่ ย ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ซึง่ ถ้าเล่อื มใสในส่ิงท่ถี กู ก็ย่อมเปน็ คณุ จติ ใจเบิกบานใจ ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) แต่ถา้ ไปเลอื่ มใสในสิ่งท่ีผดิ ก็ย่อมเปน็ โทษ ตรงกับ ง. ลกู คนเดียว (Only Child) พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. โมหจริต 25.พฤติกรรม คลอ่ งตวั สูง มีชวี ิตชวี า รวดเร็ว คาดการ ข. วิตกจริต ล่วงหน้าดี ตรงกับการแสดงออกแบบใด ค. สัทธาจริต ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ง. พุทธิจริต ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) 32.ผมู้ ีปกตินิสัยหนักไปทาง ใจร้อน วู่วาม หงดุ หงดิ งา่ ย ง. ถูกทุกข้อ อารมณร์ นุ แรง โผงผาง เจ้าอารมณ์ ตรงกบั พฤติกรรม ของมนุษยต์ ามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด 26.พฤติกรรม แสดงออกไม่มากไม่นอ้ ย ท้ังภาษากายและ ก. ราคะจริต คาพดู ตรงกับการแสดงออกแบบใด ข. โทสจริต ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ค. โมหจรติ ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ง. วิตกจริต ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ 33.ผ้มู ปี กตนิ สิ ัยหนักไปทาง รักสวย รักงาม ละมนุ ละไม ชอบส่ิงที่สวยๆ เสียงเพราะๆ กลนิ่ หอมๆ รสอรอ่ ยๆ 27.พฤติกรรม เปิดเผย คบง่าย (Social Life) ตรงกับ สัมผสั ท่นี มุ่ ละมนุ และจติ ใจจะยึดเกาะกบั ส่ิงเหลา่ นัน้ ได้ การแสดงออกแบบใด เปน็ เวลานานๆ ตรงกับพฤติกรรมของมนุษย์ตามแนว ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) พระพทุ ธศาสนาแบบใด ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ก. ราคะจริต ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ข. โทสจริต ค. โมหจรติ
ง. ถูกทุกข้อ ง. วติ กจรติ 28.พฤติกรรม ขรึม แสดงออกช้า เยือกเยน็ (Wall Flower) 34.ผู้มีปกตนิ ิสัยหนักไปทางชอบคิด พจิ ารณาด้วยเหตุผล ตรงกบั การแสดงออกแบบใด อยา่ งลึกซงึ้ ชอบใชป้ ัญญาพิจารณาตามความเปน็ จรงิ ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ไมเ่ ชอ่ื อะไรโดยไมม่ ีเหตผุ ล ตรงกบั พฤติกรรมของมนุษย์ ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ก. โมหจรติ ง. ถูกทุกข้อ ข. วติ กจรติ 29.พฤติกรรม รับความรู้สึกได้ดี แต่ไมล่ ึก คิดสร้างสรรค์ ค. สทั ธาจรติ ไม่มาก ตรงกบั การแสดงออกแบบใด ง. พุทธจิ รติ ก. เกบ็ กดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) 35.ผูม้ ปี กตนิ ิสัยหนกั ไปทางฟุง้ ซ่าน คิดเรือ่ งนีท้ ีเรอ่ื งน้ันที ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) เปลีย่ นไปเปลย่ี นมา ไมส่ ามารถยึดเกาะกบั เรอื่ งใด ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) เรือ่ งหนง่ึ ไดน้ านๆ ไม่ตงั้ มั่น ไม่ม่ันคง น่ันเอง ตรงกับ ง. ถูกทุกข้อ พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด 30.พฤติกรรม คิดช้า คดิ ไกล คดิ ลกึ คิดสรา้ งสรรค์ ตรงกบั ก. โมหจริต การแสดงออกแบบใด ข. วติ กจรติ ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ค. สทั ธาจริต ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ง. พทุ ธิจริต ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ 4 36.ผมู้ ปี กตนิ ิสัยหนกั ไปทาง เขลา เซ่อื งซึม เชื่อคนง่าย 43.ข้อใดไมใ่ ช่ความหมายของนนั ทนาการ งมงาย ขาดเหตผุ ล มองอะไรไม่ทะลปุ รุโปร่ง ตรงกับ ก. กิจกรรมทเ่ี ป็นอาชีพ พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ข. กิจกรรมที่ทาด้วยความสมัครใจในยามวา่ ง ก. ราคะจริต ค. เพ่ือใหเ้ กิดความสนุกสนาน เพลิดเพลนิ ข. โทสจริต ง. เพ่อื ผ่อนคลายความตึงเครียด ค. โมหจริต 44.ลกั ษณะของนนั ทนาการท่ีสาคัญ ง. วิตกจรติ ก. เปน็ กจิ กรรมทท่ี าโดยสมคั รใจ ไม่ถูกบังคบั 37.ขอ้ ใดคือความหมายของการพัฒนา ข. เปน็ กจิ กรรมที่ทาในเวลาว่างนอกเหนือจากเวลา ก. การทาใหด้ ีขึน้ ใหเ้ จรญิ ขนึ้ ในการทางาน ในการประกอบกิจวัตรประจาวนั ข. การพฒั นาจากสง่ิ ที่มีอยเู่ ดิม ซงึ่ ไม่กอ่ ให้เกดิ ความเสียหายกับงานประจา ค. การสรา้ งสรรคส์ ิง่ ใหม่ข้นึ มา ค. เปน็ กจิ กรรมท่ีทาให้เกดิ ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ง. ถูกทุกข้อ ชว่ ยผอ่ นคลายความตงึ เครยี ดทง้ั รา่ งกายและจติ ใจ 38.ข้อใดคือความหมายของการพัฒนาตนเอง (Self Development) ง. ถูกทุกข้อ ก. การพฒั นาความรู้ความสามารถของตนจากทีเ่ ป็นอยู่ 45.ข้อใดไม่ใช่ประเภทกิจกรรมนนั ทนาการ ใหม้ ีความร้คู วามสามารถเพิ่มขึน้ ก. การทางานอดิเรก ข. การพัฒนาตนเองตามศักยภาพของตนใหด้ ีข้นึ ข. การเข้าร่วมแข่งขันกีฬา ท้งั ทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสตปิ ญั ญา ค. การอ่านและเขียนหนังสือ
ค. เพอ่ื การดาเนินชีวติ อย่างมีความสขุ ง. การร่วมกจิ กรรมทางสังคม ง. ถูกทุกข้อ 46.ข้อใดไม่ใช่ประเภทกิจกรรมนันทนาการ 39.ข้อใดไมใ่ ชห่ ลกั การพัฒนาตนเอง ตามที่ ชาญชยั ก. การสร้างสรรคแ์ ละงานศิลปหัตถกรรม อาจนิ สมาจาร กลา่ วไว้ ข. การเท่ยี วชมธรรมชาติ ก. บุคคลต้องสามารถปลดปล่อยศักยภาพระดับใหม่ออกมา ค. การเขา้ รว่ มประกวดร้องเพลง ข. มสี ่ิงทา้ ทายภายนอกท่ีเหมาะสม ง. การเขา้ ร่วมกจิ กรรมอาสาสมัคร ค. การพัฒนาตนเอง ต้องไมเ่ ส่ยี ง 47.ขอ้ ใดไม่ใช่การทางานอดเิ รก ง. ต้องมีความตัง้ ใจท่ีเข้มแขง็ เพียงพอทจี่ ะผ่านข้ึนไปสู่ ก. การปลกู ต้นไมข้ าย ศักยภาพใหม่ ข. การเก็บสะสมสิง่ ต่างๆ 40.ข้อใดไมใ่ ช่หลักการพัฒนาตนเอง ตามท่ี ปราณี รามสูต ค. การประดิษฐ์ของใชต้ ่างๆ และ จารัส ดว้ งสวุ รรณ กลา่ วไว้ ง. การตกแตง่ ภายในบา้ น ก. ขั้นท่ี 1 การตระหนักรู้ถึงความจาเปน็ ในการปรับปรงุ ตนเอง 48.ขอ้ ใดไม่ใช่หลักในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ ข. ขน้ั ท่ี 2 เป็นขั้นการวิเคราะหต์ นเอง ก. สุขภาพของรา่ งกาย ค. ขั้นที่ 3 การวางแผนพฒั นาตนเองและการต้งั เปา้ หมาย ข. ความสนใจ ความสามารถ และความถนัดสว่ นบุคคล ง. ขน้ั ท่ี 4 การประเมินผล ค. ไมต่ ้องคานึงถึงงานทีท่ าอยู่ 41.แนวทางการพฒั นาตนเอง ควรพฒั นาดา้ นใด ง. สถานที่ ความสะดวก และความปลอดภยั ก. การพัฒนาดา้ นจิตใจ 49.ข้อใดไมใ่ ช่หลกั ในการเลือกกิจกรรมนนั ทนาการ ข. การพัฒนาดา้ นความรูค้ วามสามารถ ก. ไม่ต้องคานึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจ ค. การพัฒนาตนเองสคู่ วามต้องการของตลาดแรงงาน ข. ไม่ขดั ต่อศลี ธรรม ประเพณี และวฒั นธรรมของสงั คม ง. ถูกทุกข้อ ตลอดจนกฎหมายของบ้านเมือง 42.ข้อใดคอื วธิ ีการพฒั นาตนเองโดยการฝึกอบรม ค. ประโยชนต์ อ่ สงั คม ตามหลกั วิชาการ ง. ควรหลีกเลี่ยงกจิ กรรมทจี่ ะทาความรบกวนหรอื ก. การลงมอื ฝึกปฏบิ ัติจริง ทาความราคาญให้แก่ผูอ้ ่นื ข. การอบรมเพม่ิ เตมิ 50.ข้อใดคือประโยชน์ของนันทนาการ ค. การฝกึ จาลองเหตุการณ์ และใช้วิธกี ารอืน่ ๆ ก. ประโยชนต์ อ่ ตนเอง ค. ประโยชน์ตอ่ สังคม ง. ถูกทุกข้อ ข. ประโยชนต์ อ่ ครอบครัว ง. ถกู ทกุ ข้อ
วทิ ยาลยั เทคนคิ สุราษฎรธ์ านี การสอบวิชาพฤติกรรมนันทนาการกบั การพัฒนาตน ครัง้ ที่ 1 ประจาภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2558 กขคง กขคง 1 26 2 27 3 28 4 29 5 30 6 31 7 32 8 33 9 34 10 35 11 36 12 37 13 38 14 39 15 40 16 41 17 42 18 43 19 44 20 45 21 46 22 47 23 48 24 49 25 50
1 วิทยาลัยเทคนิคสรุ าษฎร์ธานี การสอบวชิ าพฤติกรรมนันทนาการกับการพัฒนาตน คร้ังท่ี 1 ประจาภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2559 คาชแ้ี จง 1. ข้อสอบหนว่ ยที่ 1-3 จานวน 50 ข้อ จานวน 25 คะแนน 2. ห้ามทาเคร่อื งหมายใดๆ ลงในข้อสอบ 3. เลือกคาตอบทีถ่ กู ตอ้ งที่สุดเพียงคาตอบเดยี ว แล้วทาเครอ่ื งหมาย X ลงในกระดาษคาตอบ 1. ความหมายของพฤติกรรมมนุษย์ ข้อใดไม่ถูกต้อง 6. เปน็ พฤตกิ รรมท่ไี ม่สามารถสังเกตได้หรอื วดั ไดโ้ ดยตรง ก. อาการแสดงออกต่างๆ ต้องเป็นการเคลื่อนไหว ตรงกบั พฤติกรรมในข้อใด ท่ีสังเกตได้หรอื วดั ไดเ้ ทา่ น้ัน ก. Overt Behavior ข. กริยาอาการทม่ี นุษยแ์ สดงออก ข. Moral Behavior ค. ปฏิกริ ิยาโตต้ อบเมื่อเผชิญกับสิง่ เรา้ (Stimulus) ค. Molecular Behavior ง. ปฏิกริ ิยาโต้ตอบเม่ือเผชญิ กบั สถานการณต์ ่างๆ ง. Covert Behavior 2. ข้อใดคือความหมายของส่งิ เร้าภายใน (Internal Stimulus) 7. พฤติกรรมท่สี ามารถสังเกตเหน็ ไดด้ ้วยตาเปลา่ ก. ส่งิ กระตนุ้ ต่างๆ จากสง่ิ แวดล้อมทางสังคมท่สี ามารถ โดยไมต่ อ้ งใชเ้ ครอื่ งมือวดั ตรงกับพฤตกิ รรมในข้อใด สัมผสั ได้ดว้ ยประสาทท้ัง ๕ ก. Overt Behavior ข. เมอ่ื อยู่ในสงั คมจะมีอทิ ธิพลมากกว่าในการกาหนดว่า ข. Moral Behavior บุคคลควรจะแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งใดต่อผูอ้ น่ื ค. Molecular Behavior ค. จะมอี ิทธพิ ลสงู สุดในการกระตุ้นให้แสดงพฤตกิ รรม ง. Covert Behavior ในวยั เดก็ 8. ลกั ษณะพฤติกรรม การแสดงออกทางอารมณ์ ความรสู้ กึ ง. สง่ิ เร้าท่เี กดิ จากความต้องการของครอบครัว ดีใจ เสียใจ โกรธ อจิ ฉา ก้าวรา้ ว ขบขนั เป็นความ 3. ข้อใดคือความหมายของส่ิงเร้าภายนอก (External Stimulus) แตกต่างระหว่างมนุษย์ ทางใด ก. ส่งิ เรา้ ที่เกิดจากความต้องการทางกายภาพ เช่น ก. ทางกาย (Physical) ความหวิ ความกระหาย ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ข. เม่อื อยใู่ นสังคมจะมีอิทธิพลมากกว่าในการกาหนดว่า ค. ทางสตปิ ัญญา (Intelligence) บุคคลควรจะแสดงพฤตกิ รรมอย่างใดต่อผอู้ ่นื ง. ทางสงั คม (Social) ค. จะมอี ิทธิพลสงู สดุ ในการกระตนุ้ ให้แสดงพฤตกิ รรม 9. ลักษณะพฤติกรรม ความสามารถในการแสดงออกในหมคู่ น ในวัยเดก็ หรอื ระหวา่ งคน การเขา้ สังคม การพดู คยุ อีควิ เป็นความ ง. จะลดความสาคัญลงเมื่อเตบิ โตขึ้น แตกต่างระหว่างมนุษย์ ทางใด 4. พฤติกรรมแบง่ เป็นทปี่ ระเภท ก. ทางกาย (Physical) ก. ๒ ประเภท ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ข. ๓ ประเภท ค. ทางสตปิ ัญญา (Intelligence) ค. ๔ ประเภท ง. ทางสังคม (Social) ง. ๕ ประเภท 10. ลกั ษณะพฤติกรรม รปู ร่างท่เี ห็นภายนอก หนา้ ตา ทา่ ทาง 5. พฤตกิ รรมท่ีต้องอาศัยเครือ่ งมือช่วยในการวิเคราะห์ โครงกระดกู ผวิ ผม กล้ามเนอ้ื เป็นความแตกตา่ งระหว่าง
จึงจะสามารถเหน็ ได้ ตรงกับพฤติกรรมในข้อใด มนุษย์ ทางใด ก. Overt Behavior ก. ทางกาย (Physical) ข. Moral Behavior ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. Molecular Behavior ค. ทางสติปญั ญา (Intelligence) ง. Covert Behavior ง. ทางสังคม (Social) 2 11.ลกั ษณะพฤตกิ รรม ความคดิ หรือความสามารถในการ 17.พฤติกรรม มักเฉลียวฉลาดเป็นเพราะไดอ้ ยู่ทา่ มกลาง แก้ปญั หา ไอควิ สูง ไอควิ ตา่ เป็นความแตกตา่ งระหว่าง ผใู้ หญ่เป็นสว่ นมาก เกดิ จากอทิ ธิพลลาดบั การเกิดในข้อใด มนุษย์ ทางใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ก. ทางกาย (Physical) ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ค. ทางสติปญั ญา (Intelligence) ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child) ง. ทางสงั คม (Social) 18.พฤติกรรม กระดับสตปิ ญั ญา (I.Q) ตา่ กว่าลูกคนอ่นื 12.ยนี ในโครโมโซน 23 คู่ Sperm เพศชาย 23 และ Ova เกิดจากอิทธิพลลาดบั การเกิดในขอ้ ใด เพศหญิง 23 ส่งผลให้มนษุ ยม์ ีลักษณะแตกต่างกันอยา่ งไร ก. ลกู คนโต (First Born Child) ก. ลกั ษณะรูปรา่ ง โครงกระดูก ขนาดรา่ งกาย หน้าตา ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ผิวพรรณ สผี ม เพศ ค. ลูกคนสุดท้อง (Youngest Child) ข. ชนดิ ของกลุ่มเลือด โดยลกู จะมีเลือดกลุ่มเดียวกบั พอ่ ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) หรือแม่ ค. ความบกพร่องทางร่างกายและโรคภยั ไขเ้ จ็บบางอยา่ ง 19.พฤติกรรม เอาแต่ใจ ต้องการความรกั มากกว่าคนอ่นื ๆ ง. ถกู ทุกข้อ ชอบยกย่อง เกิดจากอิทธพิ ลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) 13.สิ่งแวดลอ้ ม หมายถึง ส่ิงทอ่ี ยู่รอบตวั มนุษยแ์ ละมีอทิ ธพิ ล ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ทสี่ ามารถทาใหม้ นุษย์มคี วามแตกตา่ งกนั คือข้อใด ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ก. สภาวะขณะอยู่ในครรภ์มผี ลตอ่ บคุ ลกิ ภาพมาก ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child) ข. การเล้ยี งดูของบดิ ามารดา ค. ประสบการณ์และการเรียนรู้ 20.พฤติกรรม ปรับตัวยาก สับสน เกดิ จากอิทธพิ ลลาดบั ง. ถูกทุกข้อ การเกดิ ในข้อใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) 14.พฤติกรรม ชอบเก็บตัว ลึกลับ ระวังตัว กลวั คน ไมช่ อบ ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) สังคม เป็นคนเจ้าระเบียบ มีลักษณะเป็นคนฉลาด ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) รับผดิ ชอบสงู ตรงกบั ลกั ษณะรูปรา่ งแบบใด ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) ก. รูปร่างอว้ น ข. รูปรา่ งผอม 21.พฤติกรรม เปน็ คนมีพรสวรรค์ (Gifted Child) เกิดจาก ค. รูปรา่ งแข็งแรง อิทธพิ ลลาดบั การเกิดในข้อใด ง. ถกู ทุกข้อ ก. ลกู คนโต (First Born Child) ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) 15.พฤติกรรม กระตือรือร้น ตัดสินใจเร็ว กล้าหาญ ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ใจหนกั แน่น คบงา่ ย พูดจาตรงไปตรงมา บางครัง้ อาจดู ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child)
กา้ วรา้ ว ขวานผ่าซาก ตรงกับลักษณะรปู รา่ งแบบใด 22.พฤติกรรม ชอบเพอื่ นมากกว่าคนในครอบครัว เกิดจาก ก. รูปร่างอ้วน อทิ ธพิ ลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ข. รูปรา่ งผอม ก. ลกู คนโต (First Born Child) ค. รปู ร่างแขง็ แรง ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ง. ถูกทุกข้อ ค. ลูกคนสุดท้อง (Youngest Child) 16.พฤติกรรม อารมณ์สนุกสนาน รักความสะดวกสบาย ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) โดยทวั่ ไปเป็นคนมีมนุษยสัมพนั ธด์ ี ตรงกับลกั ษณะรปู รา่ ง แบบใด 23.พฤติกรรม เอาแตใ่ จตนเอง มีความเชอื่ ม่ันในตนเองสูง ก. รปู รา่ งอ้วน เกิดจากอิทธิพลลาดบั การเกิดในขอ้ ใด ข. รูปร่างผอม ก. ลูกคนโต (First Born Child) ค. รปู ร่างแขง็ แรง ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) ง. ถกู ทุกข้อ ค. ลูกคนสุดท้อง (Youngest Child) ง. ลกู คนเดียว (Only Child) 24.พฤติกรรม มคี วามเชื่อมั่นในตนเองสูง ชอบแข่งขนั 3 เกดิ จากอทิ ธิพลลาดับการเกิดในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) 31.ผูม้ ปี กตนิ สิ ัยหนักไปทาง นอ้ มใจเชื่อ เลื่อมใสได้งา่ ย ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ซึง่ ถ้าเล่อื มใสในส่ิงท่ถี ูกก็ย่อมเปน็ คณุ จติ ใจเบิกบานใจ ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) แต่ถา้ ไปเลอื่ มใสในสิ่งท่ีผดิ ก็ย่อมเปน็ โทษ ตรงกับ ง. ลกู คนเดียว (Only Child) พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. โมหจริต 25.พฤติกรรม คลอ่ งตวั สูง มีชีวิตชวี า รวดเรว็ คาดการ ข. วิตกจริต ล่วงหน้าดี ตรงกับการแสดงออกแบบใด ค. สัทธาจริต ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ง. พุทธิจริต ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) 32.ผมู้ ีปกตินิสัยหนักไปทาง ใจร้อน วู่วาม หงดุ หงดิ งา่ ย ง. ถูกทุกข้อ อารมณร์ นุ แรง โผงผาง เจ้าอารมณ์ ตรงกบั พฤติกรรม ของมนุษยต์ ามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด 26.พฤติกรรม แสดงออกไม่มากไมน่ ้อย ทงั้ ภาษากายและ ก. ราคะจริต คาพดู ตรงกับการแสดงออกแบบใด ข. โทสจริต ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ค. โมหจรติ ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ง. วิตกจริต ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ 33.ผ้มู ปี กตนิ สิ ัยหนกั ไปทาง รักสวย รักงาม ละมนุ ละไม ชอบส่ิงที่สวยๆ เสียงเพราะๆ กลนิ่ หอมๆ รสอรอ่ ยๆ 27.พฤติกรรม เปิดเผย คบง่าย (Social Life) ตรงกับ สัมผสั ท่นี มุ่ ละมนุ และจติ ใจจะยึดเกาะกบั ส่ิงเหลา่ นัน้ ได้ การแสดงออกแบบใด เปน็ เวลานานๆ ตรงกับพฤติกรรมของมนุษย์ตามแนว ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) พระพทุ ธศาสนาแบบใด ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ก. ราคะจริต ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ข. โทสจริต ค. โมหจรติ
ง. ถูกทุกข้อ ง. วิตกจรติ 28.พฤติกรรม ขรึม แสดงออกช้า เยือกเยน็ (Wall Flower) 34.ผู้มปี กตนิ ิสัยหนักไปทางชอบคิด พจิ ารณาด้วยเหตุผล ตรงกบั การแสดงออกแบบใด อย่างลึกซงึ้ ชอบใชป้ ัญญาพิจารณาตามความเปน็ จรงิ ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ไมเ่ ชื่ออะไรโดยไมม่ ีเหตุผล ตรงกบั พฤติกรรมของมนุษย์ ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ก. โมหจรติ ง. ถูกทุกข้อ ข. วิตกจรติ 29.พฤติกรรม รับความรู้สึกได้ดี แต่ไมล่ ึก คดิ สรา้ งสรรค์ ค. สทั ธาจรติ ไม่มาก ตรงกบั การแสดงออกแบบใด ง. พุทธิจรติ ก. เกบ็ กดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) 35.ผู้มีปกตินิสัยหนกั ไปทางฟงุ้ ซ่าน คิดเรือ่ งนีท้ เี รอ่ื งน้ันที ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) เปลี่ยนไปเปลย่ี นมา ไม่สามารถยึดเกาะกบั เรอื่ งใด ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) เรือ่ งหน่งึ ไดน้ านๆ ไม่ตงั้ มั่น ไม่ม่ันคง น่ันเอง ตรงกับ ง. ถูกทุกข้อ พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด 30.พฤติกรรม คิดช้า คดิ ไกล คดิ ลกึ คิดสรา้ งสรรค์ ตรงกบั ก. โมหจริต การแสดงออกแบบใด ข. วติ กจรติ ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ค. สัทธาจริต ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ง. พทุ ธจิ ริต ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ 4 36.ผมู้ ปี กตนิ ิสัยหนกั ไปทาง เขลา เซ่อื งซึม เชื่อคนงา่ ย 43.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ความหมายของนนั ทนาการ งมงาย ขาดเหตผุ ล มองอะไรไม่ทะลปุ รโุ ปรง่ ตรงกับ ก. กิจกรรมทีเ่ ป็นอาชีพ พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ข. กจิ กรรมที่ทาด้วยความสมัครใจในยามวา่ ง ก. ราคะจริต ค. เพ่ือใหเ้ กิดความสนุกสนาน เพลิดเพลนิ ข. โทสจริต ง. เพ่อื ผ่อนคลายความตงึ เครียด ค. โมหจริต 44.ลกั ษณะของนันทนาการทีส่ าคัญ ง. วิตกจรติ ก. เปน็ กจิ กรรมทท่ี าโดยสมคั รใจ ไม่ถูกบังคบั 37.ขอ้ ใดคือความหมายของการพัฒนา ข. เปน็ กิจกรรมที่ทาในเวลาว่างนอกเหนือจากเวลา ก. การทาใหด้ ีขึน้ ใหเ้ จรญิ ขนึ้ ในการทางาน ในการประกอบกิจวัตรประจาวนั ข. การพฒั นาจากสง่ิ ที่มีอยเู่ ดิม ซงึ่ ไม่ก่อให้เกดิ ความเสยี หายกับงานประจา ค. การสรา้ งสรรคส์ ิง่ ใหม่ข้นึ มา ค. เปน็ กจิ กรรมท่ีทาให้เกดิ ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ง. ถูกทุกข้อ ช่วยผอ่ นคลายความตงึ เครยี ดทง้ั รา่ งกายและจติ ใจ 38.ข้อใดคือความหมายของการพัฒนาตนเอง (Self Development) ง. ถูกทุกข้อ ก. การพฒั นาความรู้ความสามารถของตนจากทเ่ี ป็นอยู่ 45.ข้อใดไม่ใช่ประเภทกิจกรรมนนั ทนาการ ให้มีความร้คู วามสามารถเพมิ่ ขึน้ ก. การทางานอดิเรก ข. การพัฒนาตนเองตามศักยภาพของตนใหด้ ีขึน้ ข. การเข้าร่วมแข่งขันกีฬา ท้งั ทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสตปิ ญั ญา ค. การอา่ นและเขียนหนังสอื
ค. เพือ่ การดาเนนิ ชวี ติ อย่างมคี วามสขุ ง. การรว่ มกจิ กรรมทางสงั คม ง. ถูกทุกข้อ 46.ข้อใดไม่ใช่ประเภทกิจกรรมนนั ทนาการ 39.ข้อใดไมใ่ ช่หลกั การพฒั นาตนเอง ตามท่ี ชาญชยั ก. การสรา้ งสรรคแ์ ละงานศิลปหัตถกรรม อาจนิ สมาจาร กล่าวไว้ ข. การเที่ยวชมธรรมชาติ ก. บุคคลต้องสามารถปลดปล่อยศักยภาพระดบั ใหม่ออกมา ค. การเข้ารว่ มประกวดร้องเพลง ข. มีส่ิงท้าทายภายนอกทเ่ี หมาะสม ง. การเขา้ รว่ มกจิ กรรมอาสาสมัคร ค. การพัฒนาตนเอง ต้องไมเ่ ส่ียง 47ข้อใดไมใ่ ช่การทางานอดิเรก ง. ตอ้ งมีความตง้ั ใจท่ีเข้มแข็งเพียงพอท่จี ะผา่ นขนึ้ ไปสู่ ก. การปลกู ต้นไมข้ าย ศักยภาพใหม่ ข. การเกบ็ สะสมสิง่ ต่างๆ 40.ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลกั การพฒั นาตนเอง ตามที่ ปราณี รามสูต ค. การประดิษฐ์ของใช้ต่างๆ และ จารสั ดว้ งสวุ รรณ กล่าวไว้ ง. การตกแตง่ ภายในบา้ น ก. ขน้ั ที่ 1 การตระหนักร้ถู ึงความจาเป็นในการปรับปรงุ ตนเอง 48.ข้อใดไมใ่ ช่หลกั ในการเลือกกิจกรรมนนั ทนาการ ข. ข้นั ท่ี 2 เป็นข้นั การวเิ คราะห์ตนเอง ก. สขุ ภาพของร่างกาย ค. ขั้นที่ 3 การวางแผนพัฒนาตนเองและการตงั้ เปา้ หมาย ข. ความสนใจ ความสามารถ และความถนดั สว่ นบุคคล ง. ขั้นที่ 4 การประเมินผล ค. ไมต่ ้องคานึงถงึ งานท่ีทาอยู่ 41.แนวทางการพฒั นาตนเอง ควรพัฒนาด้านใด ง. สถานที่ ความสะดวก และความปลอดภยั ก. การพฒั นาด้านจิตใจ 49.ข้อใดไม่ใช่หลักในการเลือกกิจกรรมนนั ทนาการ ข. การพัฒนาดา้ นความรูค้ วามสามารถ ก. ไม่ต้องคานึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจ ค. การพฒั นาตนเองส่คู วามตอ้ งการของตลาดแรงงาน ข. ไมข่ ดั ตอ่ ศีลธรรม ประเพณี และวัฒนธรรมของสงั คม ง. ถกู ทุกข้อ ตลอดจนกฎหมายของบ้านเมือง 42.ข้อใดคอื วธิ กี ารพฒั นาตนเองโดยการฝึกอบรม ค. ประโยชน์ตอ่ สงั คม ตามหลกั วิชาการ ง. ควรหลีกเลีย่ งกิจกรรมท่ีจะทาความรบกวนหรอื ก. การลงมอื ฝึกปฏบิ ัติจริง ทาความราคาญให้แก่ผอู้ ื่น ข. การอบรมเพม่ิ เติม 50.ขอ้ ใดคือประโยชนข์ องนนั ทนาการ ค. การฝึกจาลองเหตกุ ารณ์ และใช้วธิ กี ารอ่นื ๆ ก. ประโยชน์ต่อตนเอง ค. ประโยชน์ตอ่ สงั คม ง. ถูกทุกข้อ ข. ประโยชนต์ ่อครอบครัว ง. ถูกทุกข้อ
1. ความหมายของพฤติกรรมมนุษย์ ขอ้ ใดไมถ่ ูกต้อง ก. อาการแสดงออกต่างๆ ต้องเป็นการเคลอื่ นไหวที่สงั เกตได้หรอื วัดได้เท่านน้ั ข. กรยิ าอาการท่ีมนษุ ย์แสดงออก ค. ปฏิกริ ยิ าโต้ตอบเม่ือเผชิญกบั สง่ิ เร้า (Stimulus) ง. ปฏกิ ิริยาโตต้ อบเม่ือเผชญิ กบั สถานการณ์ต่างๆ 2. ขอ้ ใดคอื ความหมายของสิง่ เร้าภายใน (Internal Stimulus) ก. ส่งิ กระตุน้ ตา่ งๆ จากสง่ิ แวดล้อมทางสังคมทสี่ ามารถสัมผสั ไดด้ ว้ ยประสาททง้ั ๕ ข. เมอื่ อยู่ในสงั คมจะมอี ิทธิพลมากกวา่ ในการกาหนดวา่ บุคคลควรจะแสดงพฤติกรรมอย่างใดตอ่ ผู้อืน่ ค. จะมีอิทธพิ ลสงู สดุ ในการกระตุ้นให้แสดงพฤตกิ รรมในวัยเด็ก ง. สง่ิ เรา้ ที่เกดิ จากความต้องการของครอบครัว 3. ข้อใดคือความหมายของส่งิ เร้าภายนอก (External Stimulus) ก. ส่งิ เรา้ ท่ีเกดิ จากความต้องการทางกายภาพ เช่น ความหวิ ความกระหาย ข. เมอื่ อยู่ในสงั คมจะมอี ิทธิพลมากกว่าในการกาหนดวา่ บุคคลควรจะแสดงพฤติกรรมอย่างใดตอ่ ผอู้ น่ื ค. จะมีอิทธิพลสงู สดุ ในการกระตนุ้ ให้แสดงพฤตกิ รรมในวัยเด็ก ง. จะลดความสาคัญลงเมื่อเตบิ โตขึ้น 4. พฤติกรรมแบง่ เป็นทปี่ ระเภท ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท 7. พฤตกิ รรมท่ีสามารถสงั เกตเหน็ ได้ด้วยตาเปลา่ โดยไมต่ ้องใช้เครอื่ งมือวดั ตรงกับพฤติกรรมในข้อใด ก. Overt Behavior ข. Moral Behavior ค. Molecular Behavior ง. Covert Behavior 5. พฤติกรรมทีต่ ้องอาศยั เครอ่ื งมือช่วยในการวิเคราะห์จึงจะสามารถเหน็ ได้ ตรงกบั พฤติกรรมในข้อใด ก. Overt Behavior ข. Moral Behavior ค. Molecular Behavior ง. Covert Behavior 6. เปน็ พฤติกรรมท่ีไม่สามารถสังเกตได้หรือวัดได้โดยตรง ตรงกับพฤติกรรมในข้อใด ก. Overt Behavior ข. Moral Behavior ค. Molecular Behavior ง. Covert Behavior
10. ลกั ษณะพฤติกรรม รูปร่างทเ่ี หน็ ภายนอก หนา้ ตา ท่าทาง โครงกระดูก ผวิ ผม กล้ามเน้อื เป็นความแตกต่างระหว่าง มนษุ ย์ ทางใด ก. ทางกาย (Physical) ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. ทางสติปัญญา (Intelligence) ง. ทางสงั คม (Social) 8. ลักษณะพฤตกิ รรม การแสดงออกทางอารมณ์ ความร้สู กึ ดใี จ เสียใจ โกรธ อจิ ฉา ก้าวร้าว ขบขัน เป็นความแตกต่าง ระหวา่ งมนุษย์ ทางใด ก. ทางกาย (Physical) ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. ทางสตปิ ัญญา (Intelligence) ง. ทางสงั คม (Social) 11.ลกั ษณะพฤตกิ รรม ความคิดหรือความสามารถในการแกป้ ัญหา ไอควิ สูง ไอคิวตา่ เป็นความแตกต่างระหว่างมนุษย์ ทางใด ก. ทางกาย (Physical) ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. ทางสตปิ ญั ญา (Intelligence) ง. ทางสังคม (Social) 9. ลกั ษณะพฤตกิ รรม ความสามารถในการแสดงออกในหมู่คนหรอื ระหว่างคน การเขา้ สงั คม การพดู คุย อีคิว เป็นความ แตกตา่ งระหว่างมนุษย์ ทางใด ก. ทางกาย (Physical) ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. ทางสติปญั ญา (Intelligence) ง. ทางสังคม (Social) 12.ยีนในโครโมโซน 23 คู่ Sperm เพศชาย 23 และ Ova เพศหญิง 23 สง่ ผลให้มนุษย์มลี ักษณะแตกต่างกนั อย่างไร ก. ลกั ษณะรปู รา่ ง โครงกระดูก ขนาดร่างกาย หน้าตา ผวิ พรรณ สีผม เพศ ข. ชนดิ ของกลุ่มเลอื ด โดยลูกจะมีเลอื ดกลุ่มเดยี วกับพอ่ หรือแม่ ค. ความบกพรอ่ งทางรา่ งกายและโรคภยั ไข้เจบ็ บางอย่าง ง. ถกู ทุกข้อ 13.ส่งิ แวดลอ้ ม หมายถึง ส่ิงท่ีอยู่รอบตวั มนุษย์และมีอทิ ธิพลท่ีสามารถทาให้มนุษย์มคี วามแตกตา่ งกนั คือข้อใด ก. สภาวะขณะอยูใ่ นครรภ์มีผลต่อบคุ ลกิ ภาพมาก ข. การเลี้ยงดขู องบดิ ามารดา ค. ประสบการณ์และการเรยี นรู้ ง. ถกู ทุกข้อ 16.พฤติกรรม อารมณ์สนุกสนาน รกั ความสะดวกสบาย โดยทว่ั ไปเปน็ คนมมี นุษยสัมพนั ธ์ดี ตรงกบั ลักษณะรูปรา่ งแบบใด ก. รปู รา่ งอ้วน ข. รูปร่างผอม ค. รูปร่างแขง็ แรง ง. ถกู ทุกข้อ
15.พฤติกรรม กระตือรือร้น ตัดสินใจเร็ว กล้าหาญ ใจหนักแน่น คบง่าย พดู จาตรงไปตรงมา บงครั้งอาจดูกา้ วรา้ ว ขวานผ่า ซาก ตรงกับลักษณะรปู รา่ งแบบใด ก. รปู ร่างอว้ น ข. รปู รา่ งผอม ค. รูปรา่ งแขง็ แรง ง. ถกู ทุกข้อ 14.พฤติกรรม ชอบเกบ็ ตัว ลึกลับ ระวังตวั กลวั คน ไม่ชอบสังคม เปน็ คนเจ้าระเบียบ มีลักษณะเป็นคนฉลาด รบั ผดิ ชอบสงู ตรงกับลักษณะรูปรา่ งแบบใด ก. รูปรา่ งอว้ น ข. รูปร่างผอม ค. รูปรา่ งแข็งแรง ง. ถกู ทุกข้อ 18.พฤติกรรม กระดบั สตปิ ัญญา (I.Q) ต่ากวา่ ลกู คนอื่น เกิดจากอิทธพิ ลลาดบั การเกิดในข้อใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child) 21.พฤติกรรม เป็นคนมพี รสวรรค์ (Gifted Child) เกดิ จากอิทธิพลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) 20.พฤติกรรม ปรับตัวยาก สับสน เกิดจากอิทธิพลลาดับการเกดิ ในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลูกคนเดียว (Only Child) 22.พฤติกรรม ชอบเพือ่ นมากกว่าคนในครอบครัว เกดิ จากอิทธพิ ลลาดับการเกดิ ในข้อใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child) 19.พฤติกรรม เอาแตใ่ จ ต้องการความรักมากกว่าคนอืน่ ๆ ชอบยกย่อง เกดิ จากอิทธิพลลาดับการเกดิ ในข้อใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ค. ลูกคนสุดท้อง (Youngest Child) ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child)
24.พฤติกรรม มีความเชื่อม่ันในตนเองสูง ชอบแข่งขัน เกิดจากอิทธิพลลาดบั การเกิดในข้อใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ค. ลกู คนสุดท้อง (Youngest Child) ง. ลูกคนเดียว (Only Child) 17.พฤติกรรม มกั เฉลียวฉลาดเปน็ เพราะไดอ้ ย่ทู ่ามกลางผูใ้ หญ่เปน็ สว่ นมาก เกิดจากอิทธิพลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ค. ลกู คนสุดท้อง (Youngest Child) ง. ลูกคนเดียว (Only Child) 23.พฤติกรรม เอาแต่ใจตนเอง มีความเชือ่ มน่ั ในตนเองสงู เกิดจากอิทธพิ ลลาดบั การเกิดในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) 28.พฤติกรรม ขรึม แสดงออกช้า เยือกเยน็ (Wall Flower) ตรงกับการแสดงออกแบบใด ก. เกบ็ กดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ 30.พฤติกรรม คิดช้า คดิ ไกล คดิ ลึก คดิ สรา้ งสรรค์ ตรงกับการแสดงออกแบบใด ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ 25.พฤติกรรม คลอ่ งตวั สูง มีชวี ิตชวี า รวดเรว็ คาดการล่วงหน้าดี ตรงกับการแสดงออกแบบใด ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ 27.พฤติกรรม เปิดเผย คบง่าย (Social Life) ตรงกับการแสดงออกแบบใด ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ
29.พฤติกรรม รบั ความรสู้ กึ ได้ดี แต่ไม่ลกึ คิดสร้างสรรค์ไม่มาก ตรงกับการแสดงออกแบบใด ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ 26.พฤติกรรม แสดงออกไม่มากไมน่ ้อย ทง้ั ภาษากายและคาพูด ตรงกบั การแสดงออกแบบใด ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถูกทุกข้อ 33.ผู้มปี กตนิ ิสัยหนกั ไปทาง รักสวย รักงาม ละมนุ ละไม ชอบสิง่ ท่ีสวยๆ เสียงเพราะๆ กลน่ิ หอมๆ รสอร่อยๆ สัมผสั ที่นมุ่ ละมนุ และจิตใจจะยดึ เกาะกับส่งิ เหล่าน้ันได้เปน็ เวลานานๆ ตรงกบั พฤตกิ รรมของมนุษย์ตามแนวพระพทุ ธศาสนาแบบใด ก. ราคะจริต ข. โทสจริต ค. โมหจรติ ง. วิตกจริต 32.ผู้มีปกตนิ ิสัยหนักไปทาง ใจร้อน ววู่ าม หงุดหงิดงา่ ย อารมณ์รนุ แรง โผงผาง เจา้ อารมณ์ ตรงกบั พฤติกรรมของมนุษย์ตาม แนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. ราคะจริต ข. โทสจรติ ค. โมหจรติ ง. วติ กจริต 36.ผมู้ ีปกตินิสัยหนกั ไปทาง เขลา เซ่ืองซึม เชื่อคนงา่ ย งมงาย ขาดเหตผุ ล มองอะไรไม่ทะลปุ รุโปร่ง ตรงกับพฤตกิ รรมของ มนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. ราคะจรติ ข. โทสจริต ค. โมหจริต ง. วิตกจรติ 35.ผู้มีปกตินิสัยหนกั ไปทางฟุ้งซ่าน คิดเรอื่ งน้ีทีเร่อื งนน้ั ที เปล่ียนไปเปลยี่ นมา ไมส่ ามารถยดึ เกาะกบั เรือ่ งใดเร่ืองหนึ่งได้ นานๆ ไมต่ ้ังม่ัน ไม่ม่นั คง นัน่ เอง ตรงกบั พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. โมหจรติ ข. วิตกจรติ ค. สทั ธาจริต ง. พทุ ธจิ รติ
31.ผูม้ ปี กตนิ สิ ัยหนักไปทาง น้อมใจเชอ่ื เลื่อมใสได้งา่ ย ซ่ึงถ้าเลอื่ มใสในสง่ิ ท่ถี กู ก็ย่อมเป็นคณุ จิตใจเบิกบานใจ แตถ่ า้ ไป เลื่อมใสในสง่ิ ท่ผี ิดก็ยอ่ มเปน็ โทษ ตรงกับพฤติกรรมของมนษุ ย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. โมหจริต ข. วิตกจรติ ค. สทั ธาจรติ ง. พทุ ธจิ ริต 34.ผูม้ ปี กตินสิ ัยหนกั ไปทางชอบคิด พจิ ารณาด้วยเหตผุ ลอยา่ งลึกซ้ึง ชอบใช้ปัญญาพิจารณาตามความเปน็ จรงิ ไมเ่ ช่ืออะไร โดยไม่มเี หตุผล ตรงกับพฤติกรรมของมนษุ ย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. โมหจริต ข. วิตกจรติ ค. สัทธาจริต ง. พุทธจิ ริต 37.ขอ้ ใดคือความหมายของการพัฒนา ก. การทาให้ดีข้ึน ให้เจรญิ ขึน้ ข. การพฒั นาจากสง่ิ ที่มีอย่เู ดิม ค. การสรา้ งสรรค์สง่ิ ใหม่ขึ้นมา ง. ถกู ทุกข้อ 38.ข้อใดคอื ความหมายของการพัฒนาตนเอง (Self Development) ก. การพฒั นาความรู้ความสามารถของตนจากทเี่ ปน็ อยู่ ให้มคี วามรู้ความสามารถเพ่มิ ขึน้ ข. การพฒั นาตนเองตามศักยภาพของตนใหด้ ีขึน้ ทงั้ ทางรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ค. เพอื่ การดาเนนิ ชีวติ อย่างมคี วามสุข ง. ถูกทุกข้อ 39.ข้อใดไม่ใช่หลักการพฒั นาตนเอง ตามท่ี ชาญชยั อาจินสมาจาร กล่าวไว้ ก. บคุ คลตอ้ งสามารถปลดปล่อยศักยภาพระดบั ใหมอ่ อกมา ข. มสี ่งิ ท้าทายภายนอกท่เี หมาะสม ค. การพัฒนาตนเอง ต้องไมเ่ สย่ี ง ง. ตอ้ งมีความต้ังใจท่เี ข้มแขง็ เพียงพอที่จะผา่ นขึ้นไปสศู่ ักยภาพใหม่ 40.ข้อใดไม่ใช่หลักการพฒั นาตนเอง ตามที่ ปราณี รามสตู และ จารสั ดว้ งสุวรรณ กลา่ วไว้ ก. ข้ันที่ 1 การตระหนกั รู้ถงึ ความจาเป็นในการปรบั ปรุงตนเอง ข. ข้นั ที่ 2 เปน็ ข้ันการวเิ คราะห์ตนเอง ค. ขั้นที่ 3 การวางแผนพัฒนาตนเองและการต้ังเป้าหมาย ง. ขนั้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล 41.แนวทางการพฒั นาตนเอง ควรพัฒนาดา้ นใด ก. การพัฒนาดา้ นจิตใจ ข. การพัฒนาดา้ นความรคู้ วามสามารถ ค. การพฒั นาตนเองส่คู วามต้องการของตลาดแรงงาน ง. ถกู ทุกข้อ
42.ข้อใดคอื วิธีการพฒั นาตนเองโดยการฝึกอบรมตามหลักวชิ าการ ก. การลงมือฝึกปฏิบตั จิ ริง ข. การอบรมเพิม่ เตมิ ค. การฝึกจาลองเหตกุ ารณ์ และใชว้ ธิ ีการอนื่ ๆ ง. ถกู ทุกข้อ 43.ขอ้ ใดไม่ใช่ความหมายของนันทนาการ ก. กจิ กรรมทเี่ ป็นอาชีพ ข. กิจกรรมท่ีทาด้วยความสมัครใจในยามว่าง ค. เพ่ือใหเ้ กดิ ความสนกุ สนาน เพลดิ เพลิน ง. เพอื่ ผ่อนคลายความตึงเครียด 44.ลกั ษณะของนันทนาการทีส่ าคัญ ก. เป็นกจิ กรรมทที่ าโดยสมคั รใจ ไมถ่ ูกบังคบั ข. เป็นกิจกรรมท่ที าในเวลาวา่ งนอกเหนือจากเวลาในการทางาน ในการประกอบกิจวตั รประจาวัน ซึง่ ไม่กอ่ ให้เกดิ ความเสยี หายกับงานประจา ค. เป็นกิจกรรมทีท่ าใหเ้ กิดความสนุกสนาน เพลดิ เพลิน ช่วยผอ่ นคลายความตงึ เครียดทัง้ รา่ งกายและจติ ใจ ง. ถกู ทุกข้อ 45.ขอ้ ใดไม่ใช่ประเภทกิจกรรมนันทนาการ ก. การทางานอดิเรก ข. การเข้าร่วมแขง่ ขนั กีฬา ค. การอ่านและเขียนหนังสอื ง. การร่วมกจิ กรรมทางสังคม 46.ข้อใดไมใ่ ช่ประเภทกิจกรรมนันทนาการ ก. การสร้างสรรค์และงานศิลปหัตถกรรม ข. การเท่ยี วชมธรรมชาติ ค. การเขา้ ร่วมประกวดร้องเพลง ง. การเขา้ ร่วมกจิ กรรมอาสาสมัคร 47ข้อใดไม่ใช่การทางานอดิเรก ก. การปลกู ตน้ ไมข้ าย ข. การเก็บสะสมสิง่ ต่างๆ ค. การประดิษฐข์ องใชต้ า่ งๆ ง. การตกแตง่ ภายในบ้าน 48.ข้อใดไมใ่ ช่หลักในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ ก. สขุ ภาพของรา่ งกาย ข. ความสนใจ ความสามารถ และความถนดั ส่วนบคุ คล ค. ไม่ต้องคานึงถงึ งานที่ทาอยู่ ง. สถานที่ ความสะดวก และความปลอดภัย
49.ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลกั ในการเลือกกิจกรรมนนั ทนาการ ก. ไมต่ ้องคานึงถงึ ฐานะทางเศรษฐกจิ ข. ไมข่ ดั ตอ่ ศลี ธรรม ประเพณี และวฒั นธรรมของสงั คม ตลอดจนกฎหมายของบา้ นเมือง ค. ประโยชน์ตอ่ สงั คม ง. ควรหลีกเล่ยี งกิจกรรมทจี่ ะทาความรบกวนหรอื ทาความราคาญใหแ้ กผ่ ู้อนื่ 50.ข้อใดคือประโยชน์ของนนั ทนาการ ก. ประโยชนต์ อ่ ตนเอง ข. ประโยชนต์ อ่ ครอบครัว ค. ประโยชน์ตอ่ สังคม ง. ถูกทุกข้อ
1. ความหมายของพฤติกรรมมนุษย์ ข้อใดไม่ถกู ต้อง ก. อาการแสดงออกต่างๆ ต้องเป็นการเคล่อื นไหว ท่ีสงั เกตได้หรอื วัดไดเ้ ท่านัน้ ข. กริยาอาการทมี่ นุษย์แสดงออก ค. ปฏกิ ริ ิยาโต้ตอบเมื่อเผชิญกบั สงิ่ เร้า (Stimulus) ง. ปฏิกิรยิ าโต้ตอบเมื่อเผชญิ กบั สถานการณ์ต่างๆ 2. ขอ้ ใดคอื ความหมายของสิ่งเร้าภายใน (Internal Stimulus) ก. ส่งิ กระตุ้นต่างๆ จากสงิ่ แวดล้อมทางสังคมทสี่ ามารถ สัมผสั ไดด้ ว้ ยประสาททั้ง ๕ ข. เมอ่ื อยใู่ นสังคมจะมีอิทธิพลมากกว่าในการกาหนดว่า บุคคลควรจะแสดงพฤติกรรมอยา่ งใดต่อผูอ้ นื่ ค. จะมอี ิทธพิ ลสงู สุดในการกระตุ้นให้แสดงพฤตกิ รรม ในวยั เด็ก ง. ส่งิ เร้าทีเ่ กิดจากความต้องการของครอบครัว 3. ข้อใดคือความหมายของสิ่งเร้าภายนอก (External Stimulus) ก. สง่ิ เรา้ ทเ่ี กิดจากความต้องการทางกายภาพ เช่น ความหวิ ความกระหาย ข. เมือ่ อยู่ในสงั คมจะมีอิทธิพลมากกวา่ ในการกาหนดวา่ บุคคลควรจะแสดงพฤตกิ รรมอย่างใดต่อผูอ้ ืน่ ค. จะมอี ิทธิพลสงู สดุ ในการกระตนุ้ ใหแ้ สดงพฤตกิ รรม ในวัยเดก็ ง. จะลดความสาคัญลงเมื่อเติบโตขน้ึ 4. พฤติกรรมแบง่ เป็นทป่ี ระเภท ก. ๒ ประเภท ข. ๓ ประเภท ค. ๔ ประเภท ง. ๕ ประเภท 5. พฤติกรรมทตี่ ้องอาศัยเคร่อื งมอื ช่วยในการวิเคราะห์ จงึ จะสามารถเหน็ ได้ ตรงกบั พฤติกรรมในข้อใด ก. Overt Behavior ข. Moral Behavior ค. Molecular Behavior ง. Covert Behavior
6. เป็นพฤติกรรมท่ีไม่สามารถสังเกตได้หรือวดั ได้โดยตรง ตรงกบั พฤติกรรมในข้อใด ก. Overt Behavior ข. Moral Behavior ค. Molecular Behavior ง. Covert Behavior 7. พฤตกิ รรมท่ีสามารถสงั เกตเหน็ ได้ด้วยตาเปลา่ โดยไมต่ อ้ งใช้เครือ่ งมือวัด ตรงกับพฤตกิ รรมในข้อใด ก. Overt Behavior ข. Moral Behavior ค. Molecular Behavior ง. Covert Behavior 8. ลกั ษณะพฤติกรรม การแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สกึ ดใี จ เสียใจ โกรธ อิจฉา กา้ วร้าว ขบขนั เป็นความ แตกต่างระหว่างมนุษย์ ทางใด ก. ทางกาย (Physical) ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. ทางสติปัญญา (Intelligence) ง. ทางสงั คม (Social) 9. ลกั ษณะพฤตกิ รรม ความสามารถในการแสดงออกในหมคู่ น หรอื ระหวา่ งคน การเขา้ สงั คม การพูดคยุ อีคิว เป็นความ แตกตา่ งระหว่างมนุษย์ ทางใด ก. ทางกาย (Physical) ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. ทางสติปญั ญา (Intelligence) ง. ทางสงั คม (Social) 10. ลกั ษณะพฤติกรรม รูปร่างทีเ่ ห็นภายนอก หน้าตา ท่าทาง โครงกระดกู ผวิ ผม กล้ามเนอื้ เป็นความแตกต่างระหว่าง มนษุ ย์ ทางใด ก. ทางกาย (Physical) ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. ทางสตปิ ัญญา (Intelligence) ง. ทางสังคม (Social)
11.ลกั ษณะพฤตกิ รรม ความคิดหรือความสามารถในการ แก้ปญั หา ไอคิวสูง ไอควิ ต่า เป็นความแตกต่างระหวา่ ง มนุษย์ ทางใด ก. ทางกาย (Physical) ข. ทางอารมณ์ (Emotion) ค. ทางสตปิ ญั ญา (Intelligence) ง. ทางสังคม (Social) 12.ยนี ในโครโมโซน 23 คู่ Sperm เพศชาย 23 และ Ova เพศหญงิ 23 สง่ ผลให้มนุษยม์ ีลักษณะแตกต่างกันอยา่ งไร ก. ลักษณะรปู ร่าง โครงกระดูก ขนาดร่างกาย หน้าตา ผวิ พรรณ สีผม เพศ ข. ชนดิ ของกลุ่มเลือด โดยลกู จะมีเลอื ดกลุ่มเดียวกบั พ่อ หรือแม่ ค. ความบกพรอ่ งทางร่างกายและโรคภยั ไขเ้ จ็บบางอย่าง ง. ถูกทุกข้อ 13.สง่ิ แวดล้อม หมายถึง สงิ่ ทอ่ี ยู่รอบตัวมนุษยแ์ ละมีอทิ ธิพล ทส่ี ามารถทาให้มนุษย์มคี วามแตกตา่ งกนั คือข้อใด ก. สภาวะขณะอยใู่ นครรภ์มีผลตอ่ บุคลกิ ภาพมาก ข. การเลี้ยงดขู องบดิ ามารดา ค. ประสบการณ์และการเรียนรู้ ง. ถูกทุกข้อ 14.พฤติกรรม ชอบเกบ็ ตัว ลกึ ลับ ระวังตัว กลวั คน ไมช่ อบ สงั คม เป็นคนเจ้าระเบียบ มีลักษณะเปน็ คนฉลาด รับผิดชอบสูง ตรงกับลกั ษณะรปู ร่างแบบใด ก. รูปร่างอ้วน ข. รปู รา่ งผอม ค. รปู ร่างแขง็ แรง ง. ถกู ทุกข้อ 15.พฤติกรรม กระตือรอื ร้น ตัดสินใจเรว็ กลา้ หาญ ใจหนกั แนน่ คบงา่ ย พดู จาตรงไปตรงมา บงครั้งอาจดู กา้ วรา้ ว ขวานผา่ ซาก ตรงกับลกั ษณะรูปร่างแบบใด ก. รูปร่างอว้ น ข. รปู ร่างผอม ค. รูปรา่ งแขง็ แรง ง. ถูกทุกข้อ
16.พฤติกรรม อารมณ์สนกุ สนาน รักความสะดวกสบาย โดยทว่ั ไปเป็นคนมีมนุษยสัมพนั ธด์ ี ตรงกับลักษณะรูปรา่ ง แบบใด ก. รปู ร่างอ้วน ข. รูปรา่ งผอม ค. รปู รา่ งแข็งแรง ง. ถูกทุกข้อ 17.พฤติกรรม มกั เฉลียวฉลาดเปน็ เพราะไดอ้ ยู่ทา่ มกลาง ผู้ใหญ่เปน็ สว่ นมาก เกิดจากอทิ ธพิ ลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลูกคนเดยี ว (Only Child) 18.พฤติกรรม กระดบั สติปัญญา (I.Q) ต่ากว่าลูกคนอนื่ เกิดจากอิทธพิ ลลาดับการเกิดในขอ้ ใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลูกคนเดียว (Only Child) 19.พฤติกรรม เอาแต่ใจ ต้องการความรักมากกวา่ คนอนื่ ๆ ชอบยกย่อง เกิดจากอทิ ธพิ ลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child) 20.พฤติกรรม ปรับตัวยาก สับสน เกิดจากอิทธิพลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child) 21.พฤติกรรม เปน็ คนมพี รสวรรค์ (Gifted Child) เกิดจาก อทิ ธพิ ลลาดับการเกิดในข้อใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) ค. ลกู คนสุดท้อง (Youngest Child) ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child)
22.พฤติกรรม ชอบเพ่ือนมากกว่าคนในครอบครวั เกิดจาก อิทธพิ ลลาดบั การเกดิ ในข้อใด ก. ลูกคนโต (First Born Child) ข. ลกู คนกลาง (Wednesday Child) ค. ลกู คนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลกู คนเดียว (Only Child) 23.พฤติกรรม เอาแต่ใจตนเอง มีความเชือ่ ม่นั ในตนเองสูง เกิดจากอิทธิพลลาดบั การเกิดในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลกู คนเดียว (Only Child) 24.พฤติกรรม มคี วามเช่ือมั่นในตนเองสูง ชอบแข่งขัน เกดิ จากอทิ ธพิ ลลาดับการเกิดในข้อใด ก. ลกู คนโต (First Born Child) ข. ลูกคนกลาง (Wednesday Child) ค. ลูกคนสดุ ท้อง (Youngest Child) ง. ลกู คนเดยี ว (Only Child) 25.พฤติกรรม คล่องตัวสูง มีชวี ิตชีวา รวดเรว็ คาดการ ลว่ งหนา้ ดี ตรงกบั การแสดงออกแบบใด ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถูกทุกข้อ 26.พฤติกรรม แสดงออกไม่มากไมน่ อ้ ย ทั้งภาษากายและ คาพูด ตรงกบั การแสดงออกแบบใด ก. เกบ็ กดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถูกทุกข้อ 27.พฤติกรรม เปิดเผย คบง่าย (Social Life) ตรงกับ การแสดงออกแบบใด ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถูกทุกข้อ
28.พฤติกรรม ขรมึ แสดงออกช้า เยือกเย็น (Wall Flower) ตรงกบั การแสดงออกแบบใด ก. เก็บกดไมช่ อบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ 29.พฤติกรรม รับความรู้สกึ ได้ดี แตไ่ ม่ลกึ คดิ สรา้ งสรรค์ ไมม่ าก ตรงกับการแสดงออกแบบใด ก. เก็บกดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถูกทุกข้อ 30.พฤติกรรม คิดชา้ คดิ ไกล คดิ ลกึ คดิ สรา้ งสรรค์ ตรงกับ การแสดงออกแบบใด ก. เกบ็ กดไม่ชอบแสดงออก (Introvert Personality) ข. ชอบแสดงออก (Extrovert Personality) ค. แสดงออกกลางๆ (Ambivert Personality) ง. ถกู ทุกข้อ 31.ผู้มีปกตินสิ ัยหนกั ไปทาง น้อมใจเช่อื เลื่อมใสไดง้ ่าย ซง่ึ ถ้าเลือ่ มใสในสิ่งท่ีถกู กย็ ่อมเปน็ คณุ จิตใจเบกิ บานใจ แต่ถา้ ไปเลอ่ื มใสในสิ่งที่ผดิ ก็ยอ่ มเป็นโทษ ตรงกับ พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. โมหจรติ ข. วิตกจริต ค. สัทธาจรติ ง. พุทธจิ รติ 32.ผู้มีปกตินสิ ัยหนักไปทาง ใจรอ้ น ว่วู าม หงดุ หงดิ งา่ ย อารมณ์รุนแรง โผงผาง เจ้าอารมณ์ ตรงกบั พฤติกรรม ของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. ราคะจรติ ข. โทสจริต ค. โมหจริต ง. วิตกจริต
33.ผู้มีปกตินสิ ัยหนกั ไปทาง รกั สวย รักงาม ละมุนละไม ชอบสิ่งที่สวยๆ เสยี งเพราะๆ กล่นิ หอมๆ รสอร่อยๆ สมั ผสั ทนี่ ุ่มละมนุ และจิตใจจะยดึ เกาะกบั ส่ิงเหล่านัน้ ได้ เปน็ เวลานานๆ ตรงกับพฤติกรรมของมนุษยต์ ามแนว พระพุทธศาสนาแบบใด ก. ราคะจรติ ข. โทสจรติ ค. โมหจริต ง. วิตกจริต 34.ผมู้ ปี กตนิ ิสัยหนักไปทางชอบคดิ พิจารณาด้วยเหตผุ ล อยา่ งลึกซึง้ ชอบใช้ปัญญาพิจารณาตามความเป็นจริง ไม่เช่ืออะไรโดยไม่มีเหตุผล ตรงกับพฤติกรรมของมนษุ ย์ ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. โมหจริต ข. วติ กจริต ค. สทั ธาจรติ ง. พทุ ธิจริต 35.ผมู้ ปี กตนิ ิสัยหนักไปทางฟุ้งซ่าน คดิ เรือ่ งนท้ี ีเร่อื งนน้ั ที เปลย่ี นไปเปลย่ี นมา ไม่สามารถยดึ เกาะกับเร่อื งใด เร่อื งหน่ึงไดน้ านๆ ไม่ตัง้ ม่ัน ไม่ม่นั คง นน่ั เอง ตรงกับ พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพุทธศาสนาแบบใด ก. โมหจริต ข. วิตกจรติ ค. สัทธาจรติ ง. พทุ ธจิ รติ 36.ผู้มปี กตินสิ ัยหนักไปทาง เขลา เซ่ืองซมึ เช่ือคนง่าย งมงาย ขาดเหตุผล มองอะไรไม่ทะลปุ รุโปร่ง ตรงกับ พฤติกรรมของมนุษย์ตามแนวพระพทุ ธศาสนาแบบใด ก. ราคะจริต ข. โทสจริต ค. โมหจริต ง. วติ กจริต 37.ข้อใดคือความหมายของการพัฒนา ก. การทาให้ดีข้ึน ใหเ้ จรญิ ขึ้น ข. การพัฒนาจากส่ิงที่มีอยู่เดิม ค. การสร้างสรรค์ส่งิ ใหม่ขึน้ มา ง. ถกู ทุกข้อ
38.ขอ้ ใดคือความหมายของการพัฒนาตนเอง (Self Development) ก. การพฒั นาความรู้ความสามารถของตนจากท่เี ปน็ อยู่ ให้มคี วามรู้ความสามารถเพิม่ ขึ้น ข. การพฒั นาตนเองตามศักยภาพของตนให้ดีข้นึ ทั้งทางร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา ค. เพ่อื การดาเนนิ ชีวติ อย่างมคี วามสขุ ง. ถูกทุกข้อ 39.ข้อใดไมใ่ ช่หลกั การพัฒนาตนเอง ตามที่ ชาญชัย อาจนิ สมาจาร กล่าวไว้ ก. บุคคลต้องสามารถปลดปล่อยศักยภาพระดบั ใหมอ่ อกมา ข. มสี ิง่ ทา้ ทายภายนอกท่ีเหมาะสม ค. การพฒั นาตนเอง ต้องไมเ่ ส่ยี ง ง. ต้องมีความตงั้ ใจท่เี ข้มแข็งเพียงพอทจี่ ะผ่านขึน้ ไปสู่ ศักยภาพใหม่ 40.ขอ้ ใดไม่ใช่หลกั การพัฒนาตนเอง ตามท่ี ปราณี รามสูต และ จารสั ด้วงสวุ รรณ กล่าวไว้ ก. ขน้ั ท่ี 1 การตระหนกั รู้ถึงความจาเปน็ ในการปรบั ปรงุ ตนเอง ข. ข้ันที่ 2 เปน็ ขัน้ การวเิ คราะห์ตนเอง ค. ข้นั ที่ 3 การวางแผนพัฒนาตนเองและการตงั้ เป้าหมาย ง. ขนั้ ท่ี 4 การประเมนิ ผล 41.แนวทางการพฒั นาตนเอง ควรพัฒนาดา้ นใด ก. การพฒั นาดา้ นจิตใจ ข. การพฒั นาด้านความรคู้ วามสามารถ ค. การพัฒนาตนเองสคู่ วามต้องการของตลาดแรงงาน ง. ถูกทุกข้อ 42.ข้อใดคอื วิธีการพฒั นาตนเองโดยการฝึกอบรม ตามหลักวิชาการ ก. การลงมือฝึกปฏบิ ัตจิ ริง ข. การอบรมเพ่มิ เตมิ ค. การฝึกจาลองเหตกุ ารณ์ และใชว้ ธิ ีการอน่ื ๆ ง. ถูกทุกข้อ 43.ข้อใดไมใ่ ช่ความหมายของนนั ทนาการ ก. กจิ กรรมทเ่ี ป็นอาชีพ ข. กจิ กรรมท่ีทาดว้ ยความสมัครใจในยามวา่ ง ค. เพ่อื ใหเ้ กดิ ความสนุกสนาน เพลดิ เพลนิ ง. เพ่อื ผ่อนคลายความตงึ เครยี ด
44.ลักษณะของนนั ทนาการท่ีสาคญั ก. เป็นกิจกรรมที่ทาโดยสมัครใจ ไมถ่ ูกบงั คบั ข. เปน็ กจิ กรรมท่ีทาในเวลาวา่ งนอกเหนือจากเวลา ในการทางาน ในการประกอบกจิ วตั รประจาวนั ซง่ึ ไม่กอ่ ให้เกิดความเสียหายกับงานประจา ค. เปน็ กิจกรรมที่ทาให้เกิดความสนกุ สนาน เพลิดเพลิน ชว่ ยผอ่ นคลายความตึงเครียดทง้ั ร่างกายและจติ ใจ ง. ถกู ทุกข้อ 45.ข้อใดไมใ่ ช่ประเภทกิจกรรมนนั ทนาการ ก. การทางานอดิเรก ข. การเขา้ รว่ มแข่งขนั กีฬา ค. การอ่านและเขยี นหนังสือ ง. การรว่ มกิจกรรมทางสงั คม 46.ข้อใดไมใ่ ช่ประเภทกิจกรรมนันทนาการ ก. การสรา้ งสรรค์และงานศลิ ปหัตถกรรม ข. การเท่ียวชมธรรมชาติ ค. การเข้ารว่ มประกวดร้องเพลง ง. การเขา้ ร่วมกจิ กรรมอาสาสมัคร 47ข้อใดไม่ใช่การทางานอดิเรก ก. การปลกู ต้นไมข้ าย ข. การเก็บสะสมสงิ่ ตา่ งๆ ค. การประดิษฐ์ของใช้ตา่ งๆ ง. การตกแตง่ ภายในบ้าน 48.ขอ้ ใดไม่ใช่หลักในการเลือกกิจกรรมนันทนาการ ก. สุขภาพของร่างกาย ข. ความสนใจ ความสามารถ และความถนดั สว่ นบคุ คล ค. ไม่ต้องคานึงถงึ งานที่ทาอยู่ ง. สถานท่ี ความสะดวก และความปลอดภัย 49.ข้อใดไมใ่ ช่หลกั ในการเลือกกิจกรรมนนั ทนาการ ก. ไมต่ ้องคานึงถงึ ฐานะทางเศรษฐกจิ ข. ไม่ขดั ต่อศีลธรรม ประเพณี และวฒั นธรรมของสังคม ตลอดจนกฎหมายของบ้านเมือง ค. ประโยชน์ตอ่ สังคม ง. ควรหลีกเล่ียงกจิ กรรมทจ่ี ะทาความรบกวนหรอื ทาความราคาญให้แก่ผูอ้ ่ืน 50.ขอ้ ใดคือประโยชน์ของนนั ทนาการ ก. ประโยชน์ตอ่ ตนเอง ค. ประโยชน์ตอ่ สงั คม ข. ประโยชนต์ อ่ ครอบครวั ง. ถกู ทกุ ข้อ
Search
Read the Text Version
- 1 - 35
Pages: