หน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน รหัสวิชา ว 23101 รายวิชา วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2563 ผู้จดั ทา นางสาวภกั ดินันท์ สมรักษ์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนน้าปลีกศึกษา สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาเขต 29
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เร่อื ง ระบบนเิ วศ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วิชา ว 23101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2562 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 8 ชว่ั โมง ผู้สอน นางสาวภกั ดนิ นั ท์ สมรักษ์ 1.มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู้ (รายวิชาพนื้ ฐานมีท้ังมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ัด รายวิชาเพิม่ เติม มีผลการเรียนร)ู้ 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปญั หาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ 1.2ตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้ ว1.1ม.3/1อธิบายปฏิสมั พนั ธ์ขององค์ประกอบของระบบนิเวศที่ได้จากการสารวจ ว1.1ม.3/2อธิบายรปู แบบความสมั พันธ์ระหว่างสิง่ มีชีวติ กบั สิ่งมีชีวติ รูปแบบต่างๆในแหล่งทีอ่ ยู่เดียวกันทไี่ ด้จากการ สารวจ ว1.1ม.3/3สร้างแบบจาลองในการอธบิ ายการถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร ว1.1ม.3/4อธบิ ายความสัมพนั ธ์ของผผู้ ลิตผบู้ ริโภคและผยู้ ่อยสลายสารอินทรียใ์ นระบบนิเวศ ว1.1ม.3/5อธบิ ายการสะสมสารพิษในโซอ่ าหาร ว1.1ม.3/6ตระหนกั ถึงความสมั พันธ์ของสิง่ มีชีวติ และสิ่งแวดล้อมในระบบนเิ วศโดยไม่ทาลายสมดุลของระบบนเิ วศ 2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด ระบบนิเวศประกอบด้วยองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต (abiotic component) และองค์ประกอบที่มีชีวิต (biotic component) ซึ่งมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทีม่ ีชีวิตกบั องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต เช่น ต้นไม้ต้องการน้า แสง ธาตุอาหาร และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ตัวอย่าง
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบที่มีชีวิตกับองค์ประกอบที่มีชีวิต เช่น กวางกินหญ้า เสือกินกวาง แร้งกิน ซากเสือทีต่ ายแล้ว และจุลินทรีย์จะย่อยสลายซากเสือใหก้ ลายเปน็ สารอินทรีย์กลบั คืนสธู่ รรมชาติ สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศมีอยู่หลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดต่างก็มีรูปแบบความสัมพันธ์ที่แตกต่างกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศอาจทาให้สิ่งมีชีวิตบางชนิดได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ หรอื ไม่มผี ลตอ่ การดารงชีวติ ของสง่ิ มีชีวติ น้ันเลย สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน โดยมีการถ่ายทอดพลังงานในรูปของโซ่อาหารและ สายใยอาหาร ซึ่งโซ่อาหารมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตในบริเวณเดียวกันที่มีการถ่ายทอดพลังงานผ่านการ กินต่อกันเป็นทอด ๆ เริ่มจากสิ่งมีชีวิตที่เปน็ ผู้ผลิต และสายใยอาหารเป็นการถ่ายทอดพลังงานผ่านการกิน ที่ซับซ้อนมากขึ้นในระบบนิเวศต้องมีกระบวนการถ่ายทอดพลังงานที่เกิดขึ้นพร้อมกับการหมุนเวียนสาร และในระบบหนึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบทีไ่ ม่มีชีวิตและองค์ประกอบที่มีชีวิต ซึ่งมีความสมั พันธ์กันอย่าง เหมาะสมระบบนิเวศจงึ จะอยู่ในสภาวะสมดุล (equilibrium) 3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง/สาระการเรียนรเู้ พิ่มเติม(รายวิชาเพิ่มเติม) 1. ระบบนิเวศประกอบด้วยองค์ประกอบที่มีชีวิต เช่น พืช สัตว์ จุลินทรีย์ และองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต เช่น แสง น้า อุณหภมู ิ แร่ธาตุ แก๊ส องค์ประกอบเหล่านีม้ ีปฏิสัมพนั ธ์กัน เช่น พืชต้องการแสง น้าแร่ธาตุ และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ในการสร้างอาหาร สัตว์ต้องการอาหาร และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการดารงชีวิต เช่น อุณหภูมิ ความชื้น องค์ประกอบทั้งสองส่วนนีจ้ ะต้องมีความสัมพันธ์กนั อย่างเหมาะสมระบบนิเวศจงึ จะสามารถคงอยู่ต่อไปได้ 2. สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันในรูปแบบต่างๆ เช่น ภาวะพึ่งพากัน ภาวะอิงอาศัย ภาวะเหยื่อกับผู้ล่าภาวะ ปรสิต 3.สิ่งมีชีวติ ชนิดเดียวกนั ที่อาศยั อยู่ร่วมกนั ในแหล่งที่อยู่เดียวกันในช่วงเวลาเดยี วกันเรียกว่าประชากร 4.กลุ่มสิ่งมีชีวติ ประกอบด้วยประชากรของสิง่ มีชีวติ หลายๆชนิดอาศัยอยู่ร่วมกนั ในแหล่งทอี่ ยู่เดียวกนั 5.กลุ่มสิ่งมีชีวติ ในระบบนิเวศแบ่งตามหน้าที่ได้เปน็ 3กลุ่มได้แก่ ผผู้ ลิตผบู้ ริโภคและผยู้ ่อยสลายสารอินทรีย์ สิง่ มีชีวติ ท้ัง3กลุ่มนี้ มีความสัมพันธ์กันผผู้ ลิตเป็นสิ่งมีชีวติ ที่สร้างอาหารได้เอง โดยกระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสงผบู้ ริโภคเปน็ สิ่งมีชีวติ ที่ไม่สามารถสร้างอาหารได้เอง และต้องกินผู้ผลิตหรอื สิง่ มีชีวิตอืน่ เป็นอาหาร เม่อื ผผู้ ลิตและผบู้ ริโภคตายลง จะ ถูกย่อยโดยผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ซึ่งจะเปลี่ยนสารอินทรีย์เป็นสารอนินทรีย์กลับคืนสู่สิ่งแวดล้อม ทาให้เกิดการ
หมุนเวียนสารเป็นวัฏจักร จานวนผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์จะต้องมีความเหมาะสม จึงทาให้กลุ่ม สิง่ มีชีวติ อยู่ได้อย่างสมดลุ 6.พลงั งานถกู ถ่ายทอดจากผผู้ ลิตไปยงั ผบู้ รโิ ภคลาดับต่างๆรวมท้ังผยู้ ่อยสลายสารอินทรียใ์ นรปู แบบสายใยอาหารที่ ประกอบด้วยโซ่อาหารหลายโซท่ ี่สมั พนั ธ์กันในการถ่ายทอดพลังงานในโซ่อาหารพลงั งานที่ถกู ถ่ายทอดไปจะลดลงเรอ่ื ย ๆ ตามลาดบั ของการบริโภค 7.การถ่ายทอดพลงั งานในระบบนิเวศอาจทาใหม้ ีสารพิษสะสมอยู่ในสิง่ มีชีวติ ได้ จนอาจก่อใหเ้ กิดอนั ตรายต่อสิง่ มีชีวติ และทาลายสมดลุ ในระบบนิเวศดงั นั้นการดแู ลรกั ษาระบบนเิ วศใหเ้ กิดความสมดลุ และคงอยตู่ ลอดไปจงึ เปน็ สิ่งสาคัญ 3.2.สาระการเรียนรู้ท้องถิน่ (ถา้ มี) - 4. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น (เฉพาะท่เี กิดในหน่วยการเรยี นรูน้ ี)้ 4.1 ความสามารถในการสือ่ สาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา 4.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ 4.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ( เฉพาะท่เี กดิ ในหน่วยการเรยี นรูน้ ี้) 5.1คุณลกั ษณะอนั พึ่งประสงค์ (ตามหลกั สูตรแกนกลาง) □ 1) รกั ชาติศาสน์ กษัตรยิ ์ 2) ซื่อสัตย์สจุ ริต 3) มีวนิ ยั 4) ใฝเ่ รียนรู้ 5) อยู่อย่างพอเพยี ง 6) มุ่งมั่นในการทางาน □ 7) รักความเปน็ ไทย 8) มีจิตสาธารณะ 5.2คุณลักษณะตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล 1) มีความรู้พ้ืนฐานในยุคดิจติ อลวิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ภาษาพหวุ ฒั นธรรมตระหนกั สานึก ระดับโลก 2) สามารถคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ ปรบั ตัวใฝร่ ู้ ใฝเ่ รียนวิเคราะห์ สงั เคราะห์ สรปุ สร้างองค์ความรู้ 3) มีทักษะสื่อสารอยา่ งมีประสิทธิภาพ 4) มีความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ 5) มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. ทักษะผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3Rs8Cs 2Ls) (กาหนดลอยไวถ้ า้ จดั กจิ รรมทีม่ ีการปฏบิ ัต/ิกลุ่ม/ช้นิ งาน/โครงงานจะเกิดอยแู่ ล้ว)
1. ทักษะในสาระวิชาหลกั (3Rs) 1.1 Reading (อ่าน) 1.2 (W)Riting(เขียน) 1.3 (A)Rithemetics(คณิตฯ) 2. ทกั ษะการเรยี นรู้และนวตั กรรม(8Cs) 2.1 CriticalThinking and Problem Solving(การคิดวิจารณญาณและแก้ปญั หา) 2.2 Creativity and Innovation(การสร้างสรรค์และนวตั กรรม) 2.3 Cross-culturalUnderstanding(ความเข้าใจความต่างวัฒนธรรม) 2.4 Collaboration, Teamworkand Leadership (การทางานเปน็ ทีมภาวะผนู้ า) 2.5 Communications, Information,and MediaLiteracy (การสือ่ สารสารสนเทศ) 2.6 Computing and ICTLiteracy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลย)ี 2.7 Career and Learning Skills(ทกั ษะอาชีพและการเรยี นรู้) 2.8 Compassion(คุณธรรมเมตตากรุณาระเบียบวินัย) 7. บรู ณาการกิจกรรมสะเต็มศึกษา (จาก STEM สู่ STEAM) 1.S (Science) :ระบเุ น้ือหา/กิจกรรม 1. ธรรมชาติของสิ่งมีชีวติ 2. ชีววิทยาคืออะไร 3. ชีววิทยากับการดารงชีวติ 4. ชีวจริยธรรม 5.การศกึ ษาชีววิทยา 2.T(Technology) :ระบเุ น้ือหา/กิจกรรม การใช้คอมพิวเตอร์สบื ค้น ออกแบบรายงาน 3.E(Engineering) :ระบเุ น้ือหา/กิจกรรม การออกแบบโครงสร้าง ป้ายนิเทศรายงาน 4.A (Art) :ระบุเน้ือหา/กิจกรรม การออกแบบโครงสร้าง ป้ายนิเทศ 5.M (Mathematics) :ระบเุ น้ือหา/กิจกรรม จานวนนับ
8. การบูรณาการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (เฉพาะทเ่ี กิดในหน่วยการเรยี นรูน้ ี)้ 8.1บรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 8.2บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง 8.3บรู ณาการหอ้ งเรียนสีเขยี ว 8.4 อื่นๆ (โปรดระบ)ุ 9. การบูรณาการและเตรียมความพรอ้ มในการสอบ Pre O-NET, O-NET, PISA มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัดตวั ชีว้ ัดมาตรฐาน .................... - 10. ชิน้ งาน /ภาระงาน (รวบยอด) - ใบงานที่ 1.1 เรื่อง การตอบสนองต่อสง่ิ เร้าของส่งิ มชี ีวติ - ใบงานที่ 1.2 เรือ่ ง ชีวจริยธรรม - ใบงานที่ 1.3 เรื่อง วิธีการทางวิทยาศาสตร์ - รายงานการทดลอง เรื่อง อณุ หภูมิกบั การรักษาดุลยภาพของปลา 11. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ 1) เอกสารประกอบการเรียน - หนงั สือเรียนรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3เล่ม1หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1ระบบนิเวศ -ใบงานที่ 1.1เรอ่ื งระบบนเิ วศจาลอง -ใบงานที่ 1.2เร่อื งความสมั พนั ธ์ระหว่างสิง่ มีชีวติ -วัสดุอปุ กรณ์ทใี่ ช้ในการปฏิบตั ิกิจกรรมสารวจระบบนิเวศในท้องถิ่น -วสั ดุอุปกรณ์ทใี่ ช้ในการปฏิบตั ิกิจกรรมสารวจรปู แบบความสมั พันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวติ ภายในโรงเรยี น -วัสดอุ ปุ กรณ์ทใี่ ช้ในการปฏิบตั ิกิจกรรมความสมั พันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวติ -วสั ดุอปุ กรณ์ทใี่ ช้ในการปฏิบตั ิกิจกรรมจาลองการถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร -PowerPointเรอ่ื งระบบิเวศ -สลากชื่อสิ่งมีชีวติ ชนิดต่างๆ -บตั รภาพ -QRCodeเรอ่ื งบทบาทของสิ่งมีชีวติ ในระบบนิเวศ -QRCodeเรอ่ื งสายใยอาหาร - สมุดประจาตัวนักเรียน
2) แหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน -หอ้ งสมุด -หอ้ งปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศการศกึ ษาทางไกลผา่ นเทคโนโลยีสารสนเทศ(DLIT) -หอ้ งปฏิบตั ิการวิทยาศาสตร์ 3) สอบถามจากบคุ ลคลเช่นครู เจา้ หน้าทีท่ ั้งในและนอกโรงเรียนโดยสามารถติดต่อสอบถามแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับครูผ่านระบบเครอื ข่ายสังคม(SocialNetwork) และเพือ่ นได้ที่ (โทรศัพท์มอื ถอื ครู 090-6095294LineID:nun5294 12. การวัดและประเมินผล การวดั และประเมินผล(มีหรอื ไม่กไ็ ด้ อาจระบกุ ว้างๆ) รายการวดั วิธวี ัด เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ - แบบประเมินชิน้ งาน/ - ระดบั คณุ ภาพ2 12.1 การประเมินชิน้ งาน/ -ตรวจแผนผังมโนทัศน์ ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์ ภาระงาน (รวบยอด) เร่อื งระบบนิเวศ 12.2 การประเมินกอ่ นเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินตาม - แบบทดสอบก่อนเรียน ก่อนเรียนหนว่ ยการ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สภาพจริง หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ที่ 1ระบบนิเวศ ระบบนิเวศ ระบบนิเวศ 12.3 การประเมินระหว่าง -ตรวจใบงานที่ 1.1 -ใบงานที่ 1.1 - ร้อยละ 60 การจดั กิจกรรม ผา่ นเกณฑ์ 1) องคป์ ระกอบของ -ตรวจสมดุ ประจาตัว -สมดุ ประจาตัวหรอื ระบบนิเวศ หรอื แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ - ร้อยละ 60 วิทยาศาสตร์และ และเทคโนโลยี ม.3เล่ม1 ผา่ นเกณฑ์ 2) ผลบนั ทกึ การปฏิบตั ิ กิจกรรมสารวจ เทคโนโลยี ม.3เล่ม1 -สมดุ ประจาตัวหรอื - ร้อยละ 60 ระบบนิเวศใน - ตรวจสมุดประจาตวั แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์ ท้องถิน่ และเทคโนโลยี ม.3เล่ม1 หรอื แบบฝกึ หดั วิทยาศาสตรแ์ ละ เทคโนโลยี ม.3เล่ม1
รายการวัด วิธวี ัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ 3) ความสมั พันธร์ ะหว่าง -ตรวจใบงานที่ 1.2 -ใบงานที่ 1.2 - ร้อยละ 60 สิง่ มีชีวติ ในระบบนิเวศ -ตรวจสมดุ ประจาตัว -สมดุ ประจาตวั หรอื ผา่ นเกณฑ์ หรอื แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ 4) ผลบันทกึ การปฏิบตั ิ วิทยาศาสตร์ และ และเทคโนโลยี ม.3เล่ม1 - ร้อยละ 60 กิจกรรมสารวจ เทคโนโลยี ม.3เล่ม1 ผา่ นเกณฑ์ รปู แบบความสมั พันธ์ -ตรวจสมดุ ประจาตัว ระหว่างสิ่งมีชีวติ -สมดุ ประจาตัวหรอื - ร้อยละ 60 ภายในโรงเรียน หรอื แบบฝกึ หัด แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์ วิทยาศาสตร์ และ และเทคโนโลยี ม.3เล่ม1 5) ผลบันทกึ การปฏิบตั ิ เทคโนโลยี ม.3เล่ม1 กิจกรรมความสัมพันธ์ -สมดุ ประจาตัวหรอื - ร้อยละ 60 - ตรวจสมุดประจาตวั แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์ ระหว่างสิง่ มีชีวติ หรอื แบบฝกึ หัด และเทคโนโลยี ม.3เล่ม1 วิทยาศาสตร์ และ 6) โซ่อาหารและ - สมุดประจาตัว หรอื - ร้อยละ 60 สายใยอาหาร เทคโนโลยี ม.3เล่ม1 แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์ - ตรวจสมุดประจาตวั และเทคโนโลยี ม.3เล่ม1 7) ผลบันทกึ การปฏิบตั ิ กิจกรรมจาลองการ หรอื แบบฝกึ หัด -สมุดประจาตวั หรอื - ร้อยละ 60 ถ่ายทอดพลังงานใน วิทยาศาสตร์ และ แบบฝกึ หัดวทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์ สายใยอาหาร เทคโนโลยี ม.3เล่ม1 และเทคโนโลยี ม.3เล่ม1 8) สมดุลระบบนิเวศ - ตรวจสมุดประจาตวั หรอื แบบฝกึ หดั - สมุดประจาตัว หรอื - ร้อยละ 60 วิทยาศาสตร์ และ แบบฝกึ หดั วทิ ยาศาสตร์ ผา่ นเกณฑ์ เทคโนโลยี ม.3เล่ม1 และเทคโนโลยี ม.3เล่ม1 - ตรวจสมุดประจาตัว หรอื แบบฝกึ หัด วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ม.3เล่ม1
รายการวัด วิธวี ัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมนิ 9) การนาเสนอผลงาน/ - ประเมินการนาเสนอ -แบบประเมินการนาเสนอ -ระดบั คุณภาพ2 การปฏิบัติกิจกรรม ผลงาน/ผลการ ปฏิบตั ิกิจกรรม ผลงาน ผา่ นเกณฑ์ 10) พฤติกรรมการทางาน รายบคุ คล - สังเกตพฤติกรรม -แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดบั คณุ ภาพ2 การทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์ 11) พฤติกรรมการทางาน -สังเกตพฤติกรรม -แบบสงั เกตพฤติกรรม -ระดบั คุณภาพ2 กลุ่ม ผา่ นเกณฑ์ การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม 12) คุณลกั ษณะอนั พึง - ระดับคุณภาพ 2 ประสงค์ - สังเกตความมีวนิ ัย -แบบประเมินคุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์ 12.4 การประเมินหลงั เรยี น รบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ อันพึงประสงค์ - ร้อยละ 60 -แบบทดสอบหลงั เรยี น ผา่ นเกณฑ์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 และมุ่งมั่นในการ ทางาน ระบบนิเวศ - ตรวจแบบทดสอบ -แบบทดสอบหลงั เรยี น หลงั เรียนหน่วยการ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ที่ 1ระบบนิเวศ ระบบนิเวศ
13. กิจกรรมการเรยี นรู้ จานวนเวลาเรียน 3 ช่ัวโมง เร่อื งท่ี 1 เร่อื ง องคป์ ระกอบของระบบนเิ วศ แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : 5EsInstructionalModel ช่ัวโมงที่ 1 ขนั้ นา ข้ันท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage) 1. ครูใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ เพื่อวัดความรู้ เดิมของนกั เรียนก่อนเข้าสู่กิจกรรม 2. ครูถามคาถาม Big Question ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ เพือ่ กระตนุ้ ความสนใจของนักเรียน “เรือขนส่ง น้ำมันล่มกลำงทะเลส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่ำงไร” โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดง ความคิดเหน็ อย่างอสิ ระโดยครูยงั ไม่เฉลยว่าถูกหรอื ผดิ (แนวตอบ: ครำบน้ำมนั ที่ลอยอยู่บนผวิ น้ำทะเลจะปิดกันกำรสงั เครำะหด์ ้วยแสงของพืชนำ้ หรอื แพลงก์ตอนพชื บำงชนิดซึง่ ทำ้ หน้ำที่เป็นผผู้ ลิตในระบบนิเวศ ส่งผลกระทบต่อผบู้ ริโภคตำมมำรวมทังสำรเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ใน น้ำมันอำจท้ำปฏิกิริยำกับออกซิเจนในน้ำ ท้ำให้ปริมำณออกซิเจนในน้ำลดลง และเกิดกำรสะสมสำรพิษในโซ่ อำหำรทีเ่ ริม่ ตังแต่ผู้ผลิต ผบู้ ริโภคขันต้นไปจนถึงผบู้ ริโภคขันสุดท้ำยคือมนษุ ย์) 3. นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของตนเองก่อนเข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอน จากกรอบ Check for Understanding ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ 1 ระบบนิเวศ โดยบนั ทึกลงในสมดุ ประจาตวั นักเรียน 4. นักเรียนทากิจกรรม Engaging Activity โดยพิจารณาภาพระบบนิเวศในทะเล และระบบนิเวศ ในป่าไม้ จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการ เรียนรู้ 1 ระบบนิเวศ จากน้ันให้นักเรียนแต่ละคนสารวจองค์ประกอบที่อยู่ในภาพ แล้วลองวิเคราะห์ว่า องค์ประกอบที่อยู่ในภาพมีความสัมพันธ์กันอย่างไร โดยบันทึกลงใน สมุดประจาตวั นักเรียน (แนวตอบ :
ภำพจำกหนังสือเรียนรำยวิชำพืนฐำนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ม.3เล่ม1หน่วยกำรเรยี นรู้ 1 ภาพท่ี 1 ประกอบด้วยฉลำมปลำทะเลน้ำทะเลปะกำรังแสงแพลงก์ตอนควำมดันอณุ หภมู ิ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ ทะเลเป็นแหล่งที่อยู่อำศัยและใช้ในกำรด้ำรงชีวติ ของปลำทะเลปลำทะเล อำศยั ปะกำรังและหนิ เปน็ ที่หลบภัยฉลำมกินปลำทะเลเป็นอำหำร ภำพจำกหนงั สือเรียนรำยวิชำพืนฐำนวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ม.3เล่ม1หน่วยกำรเรยี นรู้ 1 ภาพท่ี 2ประกอบด้วย ต้นไม้ อำกำศแสงอุณหภูมิ ยีรำฟช้ำงกระทิงแรด ม้ำลำยสิงโตแรง้ วิเคราะหค์ วามสัมพนั ธ์ สิง่ มีชีวติ ต้องกำรแร่ธำตุ ดินอำกำศแสงอณุ หภมู ใิ นกำรดำ้ รงชีวติ ต้นไม้เปน็ ผผู้ ลิตทีอ่ ำศัยแสงและแร่ธำตุในดินรวมทังสภำพอำกำศในกำรเจริญเติบโตเพือ่ ผลิต พลังงำนเคมีสะสมอยู่ในส่วนต่ำง ๆ ของพืช และยีรำฟ ช้ำง ม้ำลำยต่ำงกินพืชเป็นอำหำร สิงโตกินยีรำฟ ช้ำง ม้ำลำย เมอ่ื สิงโตตำย แร้งจะมำกินซำกสิงโต) ข้นั สอน ขน้ั ท่ี 2 สารวจคน้ หา (Explore)
1. ครูถามคาถาม Key Question จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ เพื่อทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนว่า “แหล่งที่ อยู่อำศัยสำ้ คญั กบั สิง่ มีชีวติ อย่ำงไร” (แนวตอบ : แหลง่ ที่อยู่อำศัยเป็นแหล่งทีใ่ ชใ้ นกำรด้ำรงชีวติ เป็นที่หลบภยั และเลียงลกู อ่อน) 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรม สารวจระบบนิเวศในท้องถิน่ ให้นักเรียนทราบเพือ่ เปน็ แนวทางการปฏิบัติกิจกรรมทีถ่ กู ต้อง 3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศกึ ษากิจกรรม สารวจระบบนิเวศในท้องถิ่น จากหนงั สือเรยี นรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ โดยครูใช้ รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือมาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยกาหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายใน กลุ่มมีบทบาทหนา้ ที่ของตนเองดังน้ี สมาชิกคนที่ 1-2ทาหน้าที่เตรยี มวัสดอุ ปุ กรณท์ ีใ่ ช้ในการปฏิบัติกิจกรรมสารวจระบบนิเวศใน ท้องถ่นิ สมาชิกคนที่ 3-4ทาหน้าที่อา่ นวิธีปฏิบตั ิกิจกรรมและนามาอธิบายใหส้ มาชิกในกลุ่มฟงั สมาชิกคนที่ 5-6ทาหน้าที่บันทึกผลการปฏิบัติกิจกรรมลงในสมดุ ประจาตัวนักเรียน 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันกาหนดปัญหาและตั้งสมมติฐาน จากน้ันร่วมกันปฏิบัติกิจกรรม ตามข้ันตอน จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ 6.นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าช้ันเรียนในระหว่างทีน่ กั เรียนนาเสนอครคู อยให้ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อใหน้ ักเรียนมีความเข้าใจทีถ่ กู ต้อง (หมำยเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบประเมินกำรน้ำเสนอผลงำน) 7. ครูถามคาถามท้ายกิจกรรม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพื่อ หาคาตอบ ดงั น้ี ยกตวั อย่างองค์ประกอบที่พบในบริเวณที่สารวจ (แนวตอบ : ขึนอยู่กับผลกิจกรรม โดยมีแนวค้ำตอบ คือ องค์ประกอบทีไ่ ม่มีชีวติ เชน่ แสง น้ำ แก๊สคำร์บอนไดออกไซด์ แก๊สออกซิเจน อุณหภมู ิ หนิ ดิน และองค์ประกอบทีม่ ชี ีวติ เชน่ ปลำ นก มนษุ ย์ แมลง จลุ ินทรีย์ทีอ่ ยู่ในดินหรือนำ้ ) สิ่งมีชีวติ ที่พบมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวติ ในบริเวณที่สารวจอย่างไร (แนวตอบ : ขึนอยู่กับผลกิจกรรม โดยมีแนวค้ำตอบ คือ ส่ิงมีชีวิตมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงเปน็ ระบบ เชน่ สตั วก์ ินพืชเป็นอำหำร)
สิง่ มีชีวติ ที่พบมีความสัมพันธ์กับสิ่งไม่มชี ีวติ ในบริเวณทีส่ ารวจอย่างไร (แนวตอบ : ขึนอยู่กับผลกิจกรรม โดยมีแนวคำ้ ตอบ คือ สิง่ มีชีวติ ต้องกำรน้ำ แก๊ส อณุ หภมู ิที่ เหมำะสมต่อกำรด้ำรงชีวติ ) 8. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการปฏิบัติกิจกรรม สารวจระบบนิเวศในท้องถิ่น เพื่อให้ได้ ข้อสรุปร่วมกันว่า “ระบบนิเวศประกอบด้วยองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิตและองค์ประกอบที่มีชีวิตซึ่ง มีควำมสมั พันธ์กัน” ชัว่ โมงที่ 2-3 9. นักเรียนแบ่งกลุ่มเดิมจากการทากิจกรรม สารวจระบบนิเวศในท้องถิ่น โดยให้สมาชิกภายในกลุ่มแบ่งหน้าที่ ออกเปน็ 2ฝา่ ย ดงั นี้ ฝา่ ยที่ 1 : ทาหนา้ ทีศ่ ึกษาเนือ้ หาเกีย่ วกับองค์ประกอบทีไ่ ม่มีชีวิต และองค์ประกอบที่มีชีวิต จากหนังสอื เรียนรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ ที่ 1 ระบบนิเวศ หรอื แหลง่ การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ เช่น อินเทอร์เนต็ ฝา่ ยที่ 2 : ทาหนา้ ที่เตรยี มอุปกรณ์ ได้แก่ กระดาษ A4 อปุ กรณ์เครือ่ งเขยี น สีไม้ ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain) 10. สมาชิกที่อยู่ในฝ่ายที่ 1 ร่วมกันสรุปและอธิบายความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบนิเวศ ให้สมาชิกภายในกลุ่มทีอ่ ยู่ฝ่ายที่ 2 เข้าใจ 11. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลหรอื ผลที่ได้จากการสารวจระบบนิเวศในท้องถิน่ เพือ่ จาแนกว่าเป็นองค์ประกอบประเภทใดในระบบนิเวศ และสิ่งมชี ีวิตทีส่ ารวจได้มบี ทบาท อย่างไร ในระบบนิเวศ โดยบนั ทึกผลลงในกระดาษ A4 พร้อมตกแต่งชิน้ งานใหส้ วยงาม 12. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนของแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอชิ้นงานหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียน นาเสนอ ครคู อยให้ข้อเสนอแนะเพิม่ เติม เพื่อให้นกั เรียนทกุ คนมคี วามเข้าใจทีต่ รงกนั (หมำยเหตุ : ครเู ริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินกำรนำ้ เสนอผลงำน) 13. ครูต้ังประเด็นคาถามว่า อนินทรียสารกับอินทรียสารแตกต่างกันอย่างไร แล้วให้นักเรียน ร่วมกันสืบค้นขอ้ มูลเพิ่มเติม
(แนวตอบ : อนินทรียสำรเป็นสำรประกอบที่ไม่มีคำร์บอนเป็นองค์ประกอบ ยกเว้น CO3, HCO3, CO2, CaC2, HCN, เพชร, แกรไฟต์ ส่วนอินทรียสำรเป็นสำรประกอบที่มีธำตุคำร์บอน เป็นองค์ประกอบ) 14. นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศจาก QR Code เรอ่ื ง บทบาทของสิ่งมีชวี ิตในระบบนเิ วศ 15. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เร่ือง องค์ประกอบของระบบนิเวศ และให้ความรู้เพิม่ เตมิ โดยครอู าจใช้ PowerPoint เร่อื ง องค์ประกอบของระบบนเิ วศ 16. ให้นักเรียนทา Topic Questions เร่ือง องค์ประกอบของระบบนิเวศ จากหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ ลงใน สมดุ ประจาตวั นกั เรียน 17.ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด เร่ือง องค์ประกอบของระบบนิเวศ จากแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ระบบนิเวศ เป็นการบ้าน ส่งในชว่ั โมงถดั ไป ขั้นท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 18. ครูกาหนดปญั หาเกี่ยวกบั ราคาไข่ไก่ที่แพงข้นึ ในปจั จบุ ัน โดยใหน้ กั เรียนออกแบบระบบนิเวศ ของฟาร์มไก่จาลอง โดยใช้ระบบอินทรีย์ หรอื ระบบเลี้ยงไก่แบบธรรมชาติ โดยจาแนก องค์ประกอบของระบบนิเวศ พร้อมอธิบายความสมั พันธ์ระหว่างองค์ประกอบภายในระบบ นิเวศ ลงในใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง ระบบนิเวศจาลอง ขน้ั สรปุ นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบนิเวศ ซึ่งควรได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “ระบบนิเวศ คือ กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อำศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน และมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงเป็นระบบ ระบบนิเวศ ในแต่ละพืนที่ต่ำงประกอบไปด้วยองค์ประกอบ 2 ประเภท คือ องค์ประกอบที่ไม่มีชีวิต และองค์ประกอบที่มีชีวิตที่มี ปฏิสัมพันธ์กันโดยองค์ประกอบที่ไม่มีชีวิตเปน็ ปัจจัยที่ส้ำคัญในกำรด้ำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตและองค์ประกอบที่มีชีวิตมี ควำมสัมพันธ์กับองค์ประกอบที่มีชีวิต เช่น กำรกินของสิ่งมีชีวิต ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศมีบทบำทที่แตกต่ำงกัน คือผผู้ ลิตผบู้ ริโภคและผยู้ ่อยสลำยสำรอินทรีย์”
ขัน้ ประเมนิ ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ 2. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนก่อนเข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอนจากกรอบ Check for Understanding ในสมดุ ประจาตัวนักเรียน 3. ครตู รวจสอบผลการปฏิบตั ิกิจกรรม สารวจระบบนิเวศในท้องถิน่ 4. ครตู รวจสอบผลการทาใบงานที่ 1.1 เรื่อง ระบบนิเวศจาลอง 5. ครตู รวจ Topic Questions เรือ่ ง องค์ประกอบของระบบนิเวศ ในสมุดประจาตวั นักเรียน 6. ครูตรวจแบบฝึกหัด เร่ือง องค์ประกอบของระบบนิเวศ จากแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ 7. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน
เรือ่ งที่ 2 เรอ่ื ง ความสมั พันธร์ ะหว่างส่งิ มีชีวิตในระบบนเิ วศ จานวนเวลาเรียน 3 ชัว่ โมง แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : 5EsInstructionalModel ช่ัวโมงที่ 1 ขั้นนา ข้ันท่ี 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engage) 1. นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของตนเองก่อนเข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอน จากกรอบ Check for Understanding ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ระบบนเิ วศ โดยบันทึกลงในสมุดประจาตวั นักเรียน 2. นักเรียนทากิจกรรม Engaging Activity โดยพิจารณาภาพรังต่อบนต้นไม้ และกาฝากบนต้นไม้ จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ จากนั้นครูต้ังประเด็นคาถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “เพรำะเหตุใดต้นไม้ทัง 2 ต้น จึงมีลักษณะแตกต่ำงกัน” (แนวตอบ : เพรำะสิ่งทีม่ ำอำศยั อยู่ในต้นไม้ภำพที่ 1 และภำพที่ 2 แตกต่ำงกนั คือ ภำพที่ 1 ตวั ต่อมำอำศยั และท้ำรงั อยู่บนต้นไม้ โดยตวั ต่อไม่ได้ทำ้ ลำยหรอื สร้ำงควำมเสียหำยใหก้ ับต้นไม้ ต้นไมใ้ นภำพที่ 1 จึงมคี วำมอดุ มสมบูรณ์ปกติ แต่ในภำพที่ 2 กำฝำกซึง่ เปน็ ปรสิตของพืชมำ อำศยั อยู่กับต้นไมใ้ นภำพที่ 2 โดยกำฝำกจะใช้รำกแทงทะลุเข้ำไปยังท่อล้ำเลียงน้ำและธำตุ อำหำร คอยแย่งนำ้ และอำหำร ทำ้ ให้ต้นไมใ้ นภำพที่ 2 ไม่เจริญเติบโตและตำยในที่สดุ ) ขั้นสอน ขัน้ ท่ี 2 สารวจคน้ หา (Explore) 1. ครูถามคาถาม Key Question จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ เพื่อทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนว่า “เพรำะ เหตใุ ดเหำฉลำมจงึ อยู่รว่ มกับปลำฉลำมได้”
(แนวตอบ :เหำฉลำมไม่ได้สร้ำงควำมเดือดร้อนให้กับปลำฉลำมและยังได้รับเศษอำหำรที่เหลือจำกกำรกิน ของปลำฉลำมในขณะที่ปลำฉลำมก็ไม่ได้และไม่เสียประโยชน์จึงสำมำรถอยู่ร่วมกนั ได้) 2. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน จากนั้นครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรม สารวจรูปแบบ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตภายในโรงเรียน ให้นักเรียนทราบเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ กิจกรรมทีถ่ กู ต้อง 3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษากิจกรรม สารวจรปู แบบความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตภายใน โรงเรียน จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ โดยครูใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือมาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดย กาหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าที่ของตนเองและลงมือปฏิบัติกิจกรรม ดังน้ี สมาชิกคนที่ 1-2 ทาหน้าที่เตรียมวัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมสารวจรูปแบบ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสิ่งมีชวี ิตภายในโรงเรยี น สมาชิกคนที่ 3ทาหน้าที่อา่ นวิธีปฏิบตั ิกิจกรรมและนามาอธิบายใหส้ มาชิกในกลุ่มฟัง สมาชิกคนที่ 4 ทาหน้าที่ศึกษาและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตภายใน โรงเรียน สมาชิกคนที่ 5-6ทาหน้าที่สารวจสิ่งมีชีวิตภายในโรงเรียนให้ได้มากที่สุด และบันทึกผลลงในสมุด ประจาตวั นักเรียน 4. เม่ือสมาชิกในกลุ่มทาหน้าที่ของตนเองแล้ว ให้สมาชิกคนที่ 4 อธิบายทฤษฎี หรือรูปแบบ ความสมั พนั ธ์ของส่งิ มชี ีวติ ให้สมาชิกภายในกลุ่มเข้าใจ 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั กาหนดปัญหาและต้ังสมมติฐาน จากน้ันร่วมกันวิเคราะห์สิ่งมีชีวิตที่ ได้จากการสารวจ และระบรุ ูปแบบความสมั พันธ์ของส่งิ มชี ีวติ 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียน นาเสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิม่ เติม เพื่อให้นกั เรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมำยเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบประเมินกำรนำ้ เสนอผลงำน) 7. ครูถามคาถามท้ายกิจกรรม โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพือ่ หาคาตอบ ดังน้ี ในบริเวณทีส่ ารวจ สิง่ มีชีวติ คู่ใดบ้างทีม่ คี วามสัมพนั ธ์กัน (แนวตอบ : ขึนอยู่กับผลกิจกรรม ตัวอย่ำงค้ำตอบเช่น พืชกบั มนุษย์)
สิ่งมีชีวิตชนิดใดได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ หรือไม่ได้และไม่เสียประโยชน์จากการอยู่ ร่วมกนั (แนวตอบ : ขึนอยู่กับผลกิจกรรม ตัวอย่ำงค้ำตอบเช่น ดอกไม้กับผีเสือ นกท้ำรังบนต้นไม้ แมวกบั หน)ู 8. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการปฏิบัติกิจกรรม สารวจรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่าง สิง่ มีชีวติ ภายในโรงเรียน เพือ่ ให้ได้ข้อสรปุ ร่วมกันว่า “สิง่ มีชีวติ ไม่สำมำรถอยู่อย่ำงโดดเดี่ยวได้ จ้ำเป็นต้องมีควำมสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อประโยชน์ในกำรด้ำรงชีวิต ซึ่งควำมสัมพันธ์ของ ระหว่ำงสง่ิ มหี ลำยรปู แบบ” ชว่ั โมงที่ 2-3 9. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน และส่งตัวแทนกลุ่มออกมาจับสลาก หมายเลข 1-4 โดยแต่ละหมายเลขมีขอ้ ความลกั ษณะความสัมพันธ์ของส่งิ มีชีวติ ดงั น้ี หมายเลข 1 สิ่งมีชีวติ ต้องดารงชีวติ อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไม่สามารถแยกจากกันได้ หมายเลข 2 สิ่งมีชีวิตดารงชีวิตอยู่ได้อย่างอิสระ ถ้ามาอยู่ร่วมกันต่างฝ่ายจะให้ประโยชน์ซึ่ง กันและกนั หมายเลข 3 สิ่งมีชีวิตต้องอาศัยสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อการดารงชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตที่มาอาศัยจะ ก่อใหเ้ กิดโรค หมายเลข 4 สิ่งมีชีวติ ดารงชีวติ อยู่ได้ด้วยการล่าสิง่ มีชีวติ อ่ืนเป็นอาหาร 10. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกีย่ วกบั รปู แบบความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวติ ที่กลุ่มตนเอง จับสลากได้ จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด พร้อมยกตัวอย่างสิ่งมีชีวิต ที่มรี ูปแบบความสมั พันธ์นนั้ มาอย่างนอ้ ย 5 คู่ 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเร่ืองที่ได้ศึกษา จากนั้นส่งตัวแทนกลุ่มออกมาเสนอข้อมูล หนา้ ชั้นเรยี น จากนั้นให้นักเรียนร่วมกนั สรปุ ความรทู้ ีไ่ ด้ลงในสมดุ ประจาตวั นกั เรียน (หมำยเหตุ : ครเู ริม่ ประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสงั เกตพฤติกรรมกำรทำ้ งำนกลุ่มและ รำยบคุ คล) 12. นกั เรียนแบ่งกลุ่มเดิมทากิจกรรม ความสมั พนั ธ์ระหว่างส่งิ มีชีวติ จากหนังสอื เรียนรายวิชา พืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 ระบบนิเวศ โดยครใู ช้
รปู แบบการเรียนรแู้ บบร่วมมือมาจดั กระบวนการเรียนรู้ โดยกาหนดให้สมาชิกแตล่ ะคนภายใน กลุ่มมีบทบาทหนา้ ที่ของตนเอง ดังนี้ สมาชิกคนที่ 1-2ทาหน้าทีเ่ ตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์ทีใ่ ช้ในการปฏิบตั ิกิจกรรมความสมั พันธร์ ะหว่าง สิ่งมีชวี ิต สมาชิกคนที่ 3-4ทาหน้าที่อา่ นวิธีปฏิบัติกิจกรรมและนามาอธิบายใหส้ มาชิกในกลุ่มฟงั สมาชิกคนที่ 5-6ทาหน้าทีบ่ นั ทึกผลการปฏิบัติกิจกรรมลงในสมดุ ประจาตัวนกั เรียน 13. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันกาหนดปัญหาและต้ังสมมติฐาน จากน้ันร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตาม ขั้นตอน จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ ข้นั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain) 14. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้และวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้วอภิปราย ผลรว่ มกนั 15. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียน นาเสนอ ครคู อยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจทีถ่ กู ต้อง (หมำยเหตุ : ครเู ริ่มประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบประเมินกำรนำ้ เสนอผลงำน) 16. ครูถามคาถามท้ายกิจกรรม โดยใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นเพื่อหา คาตอบ ดงั น้ี เมือ่ เวลาผ่านไปค่า pH ที่วดั ได้จากชดุ ทดลองทั้ง 4 ชดุ เปน็ อย่างไร (แนวตอบ : ค่ำ pH ของชดุ กำรทดลองที่ 1 และ 3 มีค่ำต่ำ้ ลง ส่วนค่ำ pH ของชุดกำรทดลอง ที่ 2 และ 4 มีค่ำเท่ำเดิมหรือไม่ลดลงไปจำกเดิม) ความสัมพนั ธ์ระหว่างปลากับสาหร่ายเปน็ ความสมั พันธ์รปู แบบใด (แนวตอบ : ภำวะพึ่งพำกนั ) 17.นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายผลการปฏิบัติกิจกรรม ความสัมพนั ธ์ระหว่างสิง่ มีชีวิต เพือ่ ให้ได้ ข้อสรุปร่วมกันว่า “ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิต และควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตกับ สิ่งแวดล้อมล้วนมีควำมสัมพันธ์กัน จำกกำรทดลองปลำต้องอำศัยน้ำและสำหร่ำยในกำร ด้ำรงชีวิต รูปแบบควำมสัมพันธ์ระหว่ำงปลำกับสำหร่ำยจึงต้องเป็นแบบภำวะพึ่งพำกัน แต่ใน ธรรมชำติปลำต้องอำศัยอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นมำกมำย ไม่เพียงแค่สำหร่ำย ดังนัน รูปแบบ ควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำงปลำกับสำหร่ำยจึงเปน็ แบบภำวะกำรได้ประโยชน์ร่วมกนั ”
18. ครูเตรียมสลากชื่อสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ได้แก่ รา นกเอี้ยง เหาฉลาม ฉลาม กาฝาก ควาย ต้นไม้ มนุษย์ สาหร่าย และนก จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนจับสลากช่อื สิง่ มีชีวิต ซึง่ นกั เรียนที่จบั สลากได้ชื่อสง่ิ มชี ีวติ เดียวกนั ให้มารวมกลุ่มกนั 19. ครอู ธิบายเพิ่มเติมใหน้ ักเรียนเข้าใจเกีย่ วกับประชากร และกลุ่มสง่ิ มีชีวิตว่า “นักเรียนแต่ละ คนที่ถือสลำกช่ือสิ่งมีชีวิตล้วนเป็นสิ่งมีชีวิต ในควำมเป็นจริงส่ิงมีชีวิตไม่สำมำรถด้ำรงชีวิตอยู่ใน ระบบนิเวศได้โดยล้ำพัง เม่ือนักเรียนที่จับสลำกได้ชื่อสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันมำรวมกลุ่มกันใน แหล่งที่อยู่เดียวกันและเวลำเดียวกัน เรียกว่ำ ประชำกร (population) ดังนัน ในห้องเรียนนีจึง ประกอบด้วย ประชำกรของสิ่งมีชีวิตหลำยชนิดมำอยู่รวมกัน เรียกว่ำ กลุ่มสิ่งมีชีวิต (community)” 20. ให้นักเรียนแต่ละคนที่ถือสลากชื่อสิ่งมีชีวิตเลือกจับคู่กับเพื่อนที่ถือสลากชื่อสิ่งมีชีวิตอีกคนหนึ่ง แล้วระบคุ วามสัมพนั ธ์ของสง่ิ มีชีวติ 21. ครูสุ่มนักเรียน 5-10 คู่ ระบุและอธิบายความสัมพันธ์ของสง่ิ มชี ีวติ 22. ครอู ธิบายเพิ่มเติมให้นกั เรียนเข้าใจว่า “ควำมสัมพันธ์ของสิง่ ชีวิตทีน่ อกเหนอื จำกภำวะอิงอำศยั ภำวะพ่ึงพำกนั ภำวะปรสิต และกำรล่ำเหยือ่ เชน่ ภำวะกำรได้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งสิง่ มีชีวติ ทังสองฝ่ำย สำมำรถแยกกนั อยู่ได้ รวมทังภำวะกำรแก่งแย่งแข่งขันกนั เปน็ ควำมสัมพันธ์ที่ สิ่งมีชีวติ ทังสองฝำ่ ยต่ำงเสียประโยชน์ทังคู่ เนอ่ื งจำกมีกำรแก่งแย่งแข่งขนั กันระหว่ำงส่งิ มีชีวติ ชนิดเดียวกนั และต่ำงชนิดกัน” 23. ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนซกั ถามเนื้อหาเกีย่ วกบั เร่อื ง ความสัมพันธ์ระหว่างสง่ิ มีชีวิตในระบบ นิเวศและให้ความรเู้ พิ่มเติม โดยครอู าจใช้ PowerPoint เรอ่ื ง ความสมั พันธร์ ะหว่างสิ่งมีชีวติ ในระบบนเิ วศ 24. ให้นักเรียนทา Topic Questions เร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ จากหนังสือ เรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ ลงในสมดุ ประจาตวั นกั เรียน 25. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด เร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ จาก แบบฝึกหัดวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ เปน็ การบ้านส่งในช่วั โมงถดั ไป ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 26. ครูกาหนดปัญหาเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกในปัจจุบันที่มักแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝน โดยให้ นักเรียนออกแบบสิ่งมีชีวิตในบ่อน้าเพื่อแก้ปัญหา บ่อน้าขังกลางแจ้งที่ถูกปล่อยทิ้งร้างลงในใบ
งานท่ี 1.2 เร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต พร้อมอธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ของ สิ่งมีชีวติ ข้ันสรุป นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ ซึ่งควรได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “ควำมสมั พันธ์ระหว่ำงสิง่ มีชีวติ ในระบบนิเวศล้วนมีควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวติ ทังทำงตรงและทำงอ้อม ซึง่ สิง่ มีชีวติ ใน ระบบนิเวศมีอยู่หลำยชนิดแต่ละชนิดต่ำงมีรูปแบบควำมสัมพันธ์ที่แตกต่ำงกันเช่น ภำวะอิงอำศัยภำวะพึ่งพำกันภำวะ ปรสิตภำวะกำรล่ำเหยือ่ ภำวะกำรแก่งแย่งแข่งขันและภำวะกำรได้ประโยชน์ร่วมกนั ” ขน้ั ประเมนิ ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนก่อนเข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอน จากกรอบ Check for Understanding ในสมดุ ประจาตัวนกั เรียน 2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรม สารวจรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตภายใน โรงเรียน 3. ครตู รวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรม ความสมั พันธ์ระหว่างสง่ิ มชี ีวติ 4. ครูตรวจสอบผลการทาใบงานที่ 1.2 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสง่ิ มชี ีวติ 5. ครูตรวจ Topic Questions เร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ ในสมุดประจาตัว นักเรียน 6. ครูตรวจแบบฝึกหัด เร่ือง ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ จากแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ 7. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมหน้าช้ันเรยี น
เรื่องที่ 3 เร่อื ง โซ่อาหารและสายใยอาหาร จานวนเวลาเรียน 4 ชว่ั โมง แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : 5EsInstructionalModel ชวั่ โมงที่ 1 ขนั้ นา ขนั้ ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage) 1. นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของตนเองก่อนเข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอน จากกรอบ Check for Understanding ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 ระบบนเิ วศ โดยบนั ทึกลงในสมดุ ประจาตัวนกั เรียน 2. นักเรียนทากิจกรรม Engaging Activity โดยพิจารณาภาพท้ังหมด 9 ภาพ จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ จากนั้นนาหมายเลขที่อยู่ใต้ภาพมาเรียงลาดับการกินตามความคิดของนักเรียน แล้วให้นักเรียน เขียนสญั ลักษณ์ลกู ศรแทนการกิน โดยใหห้ วั ลูกศรช้ีไปทางหมายเลขของผู้บริโภค 3. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คน ออกมาเขียนคาตอบของตนเองหน้าช้ันเรียน โดยให้เพื่อนในชั้นเรียน ร่วมกันพิจารณาและเสนอความคิดว่าคาตอบถูกต้องหรือไม่ และควรเป็นอย่างไร จากนั้น นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายจากการทากิจกรรม Engaging Activity ว่า “สิ่งมีชีวิตมี ควำมสัมพันธ์แบบกินกันเปน็ อำหำร โดยในธรรมชำติสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งสำมำรถบริโภคสิ่งมีชีวติ อื่นได้มำกกว่ำ 1 ชนิด กลำยเปน็ ควำมสัมพนั ธ์ของสง่ิ มชี ีวติ ที่มีควำมซับซ้อน” ขัน้ สอน ขั้นท่ี 2 สารวจคน้ หา (Explore) 1. ครูถามคาถาม Key Question จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ เพือ่ ทบทวนความรเู้ ดิมของนกั เรียนว่า “พลังงำน ที่มนษุ ย์ใช้ทำ้ กิจกรรมมำจำกแหล่งใด และถ่ำยทอดมำสู่มนษุ ย์ได้อย่ำงไร”
(แนวตอบ:พลังงำนที่มนุษย์ใช้ทำ้ กิจกรรมมำจำกกำรบริโภคอำหำรโดยเริ่มต้นจำกพืชเปลีย่ นพลังงำนแสงจำก ดวงอำทิตย์ให้เปน็ พลังงำนเคมีแล้วถ่ำยทอดมำสู่ผู้บริโภคพืชไปสู่มนุษย์ ตำมล้ำดับ โดยมนุษย์สำมำรถได้รับ พลงั งำนจำกพืชโดยกำรบริโภคพืชหรอื บริโภคสัตว์ทีบ่ ริโภคพืชกไ็ ด้) 2. ครูตั้งประเด็นคาถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “ถ้าสิ่งมีชีวิตไม่มีการกินกันเป็นทอด ๆ จะ ส่งผลกระทบกบั สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศอย่างไร” โดยใหน้ ักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภปิ รายแสดง ความคิดเห็นอย่างอสิ ระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรอื ผดิ (แนวตอบ : สิ่งมีชีวิตชีวิตนันจะมีโอกำสสูญพันธุ์มำกกว่ำสิ่งมีชีวิตที่กินสิ่งมีชีวิตอื่นได้หลำกหลำยกว่ำ นอกจำกนีในระบบนิเวศนันจะไม่เกิดกำรถ่ำยทอดพลงั งำน) 3. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับเร่ือง โซ่อาหารและการเขียนแผนภาพโซ่อาหาร จากหนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ หรือ แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด เม่ือสมาชิกคนใดเข้าใจแล้ว อธิบายให้เพื่อน สมาชิกในกลุ่มเข้าใจเพื่อความรวดเรว็ ในการศึกษาเนือ้ หา 4. ครูกาหนดและเขียนชอ่ื สิง่ มีชีวติ บนกระดานใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่ม ดังน้ี กลุ่มที่ 1 : มนุษย์ แซลม่อน แพลงก์ตอนสัตว์ ฉลาม แพลงก์ตอนพืช กลุ่มที่ 2 : กะหล่าปลี เหยีย่ ว หนอน งู นกกระจอก กลุ่มที่ 3 : แมว สงิ โต หนู ข้าวโพด สนุ ัขจ้ิงจอก 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์สิ่งมีชีวิตที่ครูกาหนดให้ และร่วมกันเขียนแผนภาพโซ่อาหารลงใน กระดาษ A4 วาดภาพระบายสีสง่ิ มชี ีวติ พร้อมตกแตง่ ให้สวยงาม ชั่วโมงที่ 2-3 ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain) 6. ให้ตัวแทนกลุ่มของแต่ละกลุ่มนาเสนอโซ่อาหารของตนเอง โดยนาผลงานของตนเองไปติดไว้บน กระดานด้วยสกอตเทป และนาเสนอผลงาน เมือ่ ตัวแทนกลุ่มนาเสนอจบแล้ว นักเรียนคนใดมีข้อ สงสัย หรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ให้ยกมือแล้วลุกขึ้นถามคาถามหรือแสดงความคิดเห็นให้กับ ผลงานของเพื่อนกลุ่มอื่น ในระหว่างนี้ ครูจะประเมินความถูกต้องของโซ่อาหารและอธิบาย เพิ่มเติมให้นักเรียนเกิดความเข้าใจที่ตรงกนั 7. เม่ือตัวแทนทั้ง 3 กลุ่มนาเสนอครบทั้ง 3 กลุ่มแล้ว ครูสุ่มเรียกนักเรียน 1-2 คน อธิบาย เกีย่ วกับ “สายใยอาหาร”
8. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า “ในธรรมชาติสิ่งมีชีวิตไม่ได้กินสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียว แต่สามารถกินสิ่งมีชีวิตอื่นได้มากกว่า 1 ชนิด ทาให้เกิดการกินที่ซับซ้อน หรือมีโซ่อาหาร มากกว่าหลายโซ่ เรียกว่า สายใยอาหาร” 9. ครูตั้งประเด็นกระตุ้นความคิดของนักเรียนว่า หากสิ่งมีชีวิตที่ครูกาหนดให้กับแต่ละกลุ่มข้างต้น อยู่ในระบบนิเวศเดียวกันจะเกิดการกินที่ซับซ้อน ให้นักเรียนเขียนแผนภาพสายใยอาหารของ ระบบนิเวศน้ี 10. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายสายใยอาหารเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า สายใยอาหารของระบบนิเวศ นีส้ ามารถเขียนได้จากการนาโซ่อาหารของแต่ละกลุ่มมาเชือ่ มโยงกันเป็นสายใย ดงั น้ี โซ่อาหารกลุ่มที่ 1 : แพงก์ตอนพชื แพลงก์ตอนสัตว์ แซลม่อน ฉลาม มนษุ ย์ โซ่อาหารกลุ่มที่ 2 : กะหล่าปลี หนอน นกกระจอก งู เหยีย่ ว โซ่อาหารกลุ่มที่ 3 : ข้าวโพด หนู แมว สุนัขจ้ิงจอก สิงโต สายใยอาหาร มนษุ ย์ เหยยี่ ว สิงโต ฉลาม งู สนุ ัขจ้งิ จอก แซลมอ่ น นกกระจอก แมว แพลงกต์ อนสตั ว์ หนอน หนู แพลงก์ตอนพืช กะหลา่ ปลี ข้าวโพด 11. ครูต้ังประเด็นถามคาถามให้นักเรียนคิดต่อไปว่า ปริมาณพลังงานที่ถ่ายทอดจากผู้ผลิตไปยัง ผบู้ ริโภคจะมากขึ้นหรอื น้อยลง ซึ่งนักเรียนจะได้ทราบหลงั ทากิจกรรมตอ่ ไปนี้ 12. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ตามความสมัครใจ แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา กิจกรรม จาลองการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหารจากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ จากน้ันให้สมาชิก ภายในกลุ่มผลัดกันอธิบายแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันก่อนเริ่มปฏิบัติ กิจกรรม
13. ครูใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือมาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยกาหนดให้สมาชิกแต่ละคน ภายในกลุ่มมบี ทบาทหนา้ ที่ของตนเอง ดังน้ี สมาชิกคนที่ 1-2 ทาหน้าที่เตรียมวัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมจาลองการถ่ายทอด พลังงานในสายใยอาหาร สมาชิกคนที่ 3-4ทาหน้าทีอ่ า่ นวิธีปฏิบัติกิจกรรมและนามาอธิบายใหส้ มาชิกในกลุ่มฟงั สมาชิกคนที่ 5-6ทาหน้าทีบ่ นั ทึกผลการปฏิบตั ิกิจกรรมลงในสมุดประจาตัวนกั เรียน 14. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามข้ันตอนเพื่อสร้างแบบจาลอง จากหนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐานวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ ช่วั โมงที่ 4 15. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอแบบจาลองหน้าชั้นเรียน ในระหว่างที่นักเรียนนาเสนอ ครู คอยให้ข้อเสนอแนะเพิม่ เติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถกู ต้อง (หมำยเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นักเรียน โดยใช้แบบประเมินกำรนำ้ เสนอผลงำน) 16. ครถู ามคาถามท้ายกิจกรรม โดยใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ เพื่อหา คาตอบ ดังน้ี สิ่งมีชีวติ เริม่ ตน้ ของสายใยอาหารเป็นสิง่ มีชีวติ ชนิดใด (แนวตอบ : พชื ) ผบู้ ริโภคลาดับที่ 1 มกั เป็นสิ่งมีชีวติ ประเภทใด (แนวตอบ : ผู้บริโภคพืช) ระดบั พลังงานในสายใยอาหารทีถ่ กู ถ่ายทอดไปตามลาดับข้ันเปน็ อย่างไร (แนวตอบ : ลดลงตำมลำ้ ดบั ของผู้บริโภคทีส่ งู ขึน) 17.นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลการปฏิบัติกิจกรรม จาลองการถ่ายทอดพลังงานในสายใย อาหาร เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “ปริมำณพลังงำนจำกผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคล้ำดับต่ำง ๆ จะลดลงไปทีละขันตำมล้ำดบั ของผบู้ ริโภคที่สูงขนึ เนือ่ งจำกสิ่งมีชีวติ ไม่ได้กินสง่ิ มีชีวิตอนื่ ทังหมด มีบำงส่วนที่ไม่สำมำรถย่อยสลำยหรือดดู ซึมไปใช้ได้ รวมทังในกำรด้ำรงชีวิตประจ้ำวัน พลังงำน ควำมรอ้ นบำงสว่ นจะถกู ถ่ำยโอนสู่สิง่ แวดล้อม ดังนนั แบบจ้ำลองทีส่ ร้ำงควรมลี ักษณะคล้ำยกับ พีระมิดฐำนสำมเหลี่ยม”
18. ครูถามนักเรียนว่า แล้วปริมาณสารพิษที่ปนเปื้อนในโซ่อาหารจะเป็นอย่างไร เหมือนกับการ ถ่ายทอดปริมาณพลังงานหรือไม่ อย่างไร ให้นักเรียนเสนอความคิดอย่างอิสระ แล้วครูจึงค่อย เฉลยคาตอบที่ถกู ต้อง (แนวตอบ : ไม่เหมือนกัน ปริมำณสำรพิษที่ปนเปื้นในโซ่อำหำรจะเพิ่มขึน ตำมล้ำดับ โดยเริ่ม จำกผู้ผลิตไปยังผบู้ ริโภค ซึง่ ผบู้ ริโภคลำ้ ดับสุดท้ำยจะได้รบั ปริมำณสำรพิษมำกที่สุด) 19. อธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า “สำรพิษที่ปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อม จะปนเปื้อนไปตำมโซ่ อำหำรเช่นกัน โดยเริ่มจำกผู้ผลิตไปยังผู้บริโภคล้ำดับที่สูงขึน ปริมำณสำรพิษจะเพิ่มขึน ตำมลำ้ ดบั ของผู้บริโภค ดังนนั ผบู้ ริโภคล้ำดบั สุดท้ำยจะได้รับปริมำณสำรพิษมำกทีส่ ดุ ” 20. ครูเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนซักถามเน้ือหาเกี่ยวกับ เร่อื ง โซ่อาหารและสายใยอาหาร และให้ ความรเู้ พิม่ เติมจากคาถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เร่อื ง โซอ่ าหารและสายใย อาหาร ในการอธิบายเพิม่ เติม 21. นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายใยอาหาร จาก QR Code เร่ือง สายใยอาหาร 22. ให้นักเรียนทา Topic Questions เร่ือง โซ่อาหารและสายใยอาหาร จากหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ ลงในสมุด ประจาตัวนกั เรียน 23. ให้นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด เร่ือง โซ่อาหารและสายใยอาหาร จาก แบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เลม่ 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ เป็นการบ้านส่ง ในชั่วโมงถัดไป ขั้นท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 24. ให้นักเรียนวิเคราะห์สายใยอาหารจากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน้า 26 แล้วเขียนโซ่อาหารทั้งหมดลงในกระดาษ A4 พร้อมกับสืบค้นข้อมูล เพิ่มเติมเพื่อระบุประเภทของโซ่อาหารแต่ละโซ่อาหาร ตกแต่งชิ้นงานให้สวยงาม แล้วนามาส่ง ครใู นวนั ถัดไป ขั้นสรุป นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับโซ่อาหารและสายใยอาหาร ซึ่งควรได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “กำรถ่ำยทอดพลังงำนในระบบนิเวศเป็นรูปแบบควำมสัมพันธ์ระหว่ำงสิ่งมีชีวิตที่ส้ำคัญอย่ำงหนึ่งในระบบนิเวศ ซึ่งโซ่
อำหำรมีควำมสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตในบริเวณเดียวกันที่มีกำรถ่ำยทอดพลังงำนผ่ำนกำรกินต่อกันเป็นทอด ๆ เริ่มจำก สิง่ มีชีวติ ที่เป็นผผู้ ลิตและสำยใยอำหำรเป็นกำรถ่ำยทอดพลังงำนผำ่ นกำรกินที่ซบั ซ้อนมำกขึน” ข้ันประเมิน ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจแบบฝกึ หัด เร่ือง โซ่อาหารและสายใยอาหาร จากแบบฝกึ หดั วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ 2. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรียนก่อนเข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอนจากกรอบ Check for Understanding ในสมดุ ประจาตวั นักเรียน 3. ครตู รวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรม จาลองการถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร 4. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการปฏิบตั ิกิจกรรมหน้าชั้นเรียน
เรือ่ งที่ 4 เร่อื ง สมดุลระบบนเิ วศ จานวนเวลาเรียน 2 ชั่วโมง แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : 5EsInstructionalModel ชว่ั โมงที่ 1 ขั้นท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage) 1. ครูเปิดข่าวเกีย่ วกับไฟป่าที่เกิดขึน้ กบั ประเทศออสเตรเลียทีเ่ กิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2562 แล้วรว่ มกันอภิปรายความเสียหายและผลกระทบทีเ่ กิดขึน้ 2. ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระว่า เหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย จะส่งผลกระทบต่อสมดลุ ของระบบนิเวศอย่างไรบ้าง 3. ครูเกริ่นนาว่า นอกเหนือจากไฟป่าแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นที่ทาให้ระบบนิเวศเสียสมดุล โดยครู เตรียมบตั รภาพ จานวน 5 ภาพ ได้แก่ การสรา้ งเข่ือน คนลา่ สัตว์ ควนั จากโรงงานอุตสาหกรรม น้าเสียทีถ่ กู ปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรม และน้ามนั ร่วั ไหลกลางทะเล มานักเรียนศกึ ษา ขั้นสอน ข้นั ท่ี 2 สารวจคน้ หา (Explore) 1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเปน็ 5 กลุ่ม ตามความสมคั รใจของนักเรียน 2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมารับบตั รภาพ โดยกลุ่มที่ 1 2 3 4 และ 5 รับบัตรภาพที่ 1 2 3 4 และ 5 ตามลาดับ 3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มสารวจบตั รภาพ พร้อมท้ังอธิบายว่า การกระทาที่เกิดขึ้นทาให้ระบบนิเวศเสีย สมดุลอย่างไร 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาค้นคว้าข้อมลู จากหนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ระบบนิเวศ หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เชน่ อินเทอร์เน็ต และออกแบบกิจกรรมทีช่ ว่ ยรักษาสมดุลของระบบนิเวศจากบตั รภาพ 5. สมาชิกภายในกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็น จากนั้นให้แต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูลที่ได้ จากการอภปิ รายแสดงความคดิ เห็นลงในกระดาษ A4 (หมำยเหตุ :ครเู ริม่ ประเมินนกั เรียนโดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมกำรท้ำงำนกลุ่ม)
ชว่ั โมงที่ 2 ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลกระทบที่มีต่อระบบนิเวศ และแนวทางการอนุรักษ์ระบบ นิเวศให้สมดุลหน้าช้ันเรียน ในระหว่างที่นักเรียนนาเสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อให้ นกั เรียนมคี วามเข้าใจทีถ่ ูกต้อง (หมำยเหตุ : ครูเริม่ ประเมนิ นกั เรียน โดยใช้แบบประเมินกำรนำ้ เสนอผลงำน) 7. นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายผลจากการนาเสนอผลกระทบที่มตี ่อระบบนิเวศ และแนวทาง การ อนรุ กั ษ์ระบบนิเวศให้สมดลุ เพือ่ ให้ได้ข้อสรปุ ร่วมกนั ดังน้ี “ภาพท่ี 1 การสร้างเขื่อน เป็นกำรใช้พืนที่ป่ำไม้เป็นจ้ำนวนมำกเพื่อสร้ำงอ่ำงเก็บน้ำขนำด ใหญ่ ท้ำให้สูญเสียต้นไม้เป็นจ้ำนวนมำก ท้ำให้สัตว์ป่ำไม่มีที่อยู่อำศัย และไม่มีแหล่งอำหำร ดงั นนั หำกวำดภำพสำยใยอำหำรจะพบว่ำ กำรสร้ำงเขื่อนจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคพืชเป็นล้ำดับ แรก และส่งผลกระทบทำงอ้อมต่อผู้บริโภคประเภทอื่นตำมมำเป็นล้ำดับ เนื่องจำกสิ่งมีชีวิตมี กำรกินกันเป็นทอด ๆ แนวทำงกำรอนุรักษ์อำจจะเริ่มจำกกำรปลูกป่ำทดแทนพืนที่ที่สูญเสีย ไป ภาพท่ี 2 คนล่าสัตว์ เป็นกำรฆ่ำสัตว์เพื่อน้ำอวัยวะต่ำง ๆ ของสัตว์ไปขำย หรือล่ำสัตว์เพื่อ น้ำมำบริโภค ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคสิ่งมีชีวิตชนิดนันโดยตรง และส่งผล กระทบโดยอ้อมต่อสิ่งมีชีวิตอื่นที่มีควำมเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตที่บริโภคสัตว์ชนิดนัน ท้ำให้ จ้ำนวนสิง่ มีชีวติ ในโซ่อำหำรไม่สมดุล และส่งผลกระทบต่อสำยใยอำหำรในระบบนิเวศ และทำ้ ให้ระบบนิเวศเสียสมดุลในที่สุด แนวทำงกำรอนุรักษ์อำจเริ่มจำกกำรรณรงค์ไม่ให้มีกำรล่ำ สัตว์ และร่วมกนั อนรุ ักษ์ไม่ใหส้ ัตว์ป่ำสญู พันธุ์โดยเฉพำพันธุ์สตั ว์ป่ำที่หำยำก ภาพท่ี 3 ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นมลพิษทำงอำกำศอย่ำงหนึ่งที่สง่ ผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม ตัวอย่ำงเช่น โรงงำนถ่ำนหินที่มักปล่อยแก๊สที่มีส่วนประกอบของก้ำมะถัน เม่ือ แก๊สเหล่ำนีลอยไปสะสมกับน้ำในบรรยำกำศ ส่งผลให้น้ำฝนที่ตกลงมำมีฤทธิ์เป็นกรด จะ ส่งผลกระทบต่อพชื ซึง่ เป็นผผู้ ลิตซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเริ่มตน้ ในโซ่อำหำรหรือสำยใยอำหำร หำกพืช ได้รับควำมเสียหำยจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคตำมมำ แนวทำงกำรอนุรักษ์อำจรณรงค์ให้
โรงงำนอุตสำหกรรมมีกำรตรวจสอบและก้ำจัดมลพิษที่เกิดขึนจำกกระบวนกำรผลิต เพื่อลด ปัญหำมลพิษรัว่ ไหลสู่สิง่ แวดล้อมให้ได้มำกทีส่ ุด ภาพที่ 4 น้าเสียท่ถี ูกปลอ่ ยจากโรงงานอตุ สาหกรรม เป็นกำรปล่อยสำรเคมีลงสแู่ มน่ ำ้ ท้ำ ให้สัตว์น้ำตำยเปน็ จ้ำนวนมำก ก่อให้เกิดน้ำเน่ำเสีย นอกจำกนีน้ำเสียที่ปล่อยออกจำกโรงงำน อุตสำหกรรม ยังส่งผลให้มีกำรสะสมสำรเคมีในโซ่อำหำร ซึ่งปริมำณสำรเคมีที่สะสมจำก ผู้ผลิตไปยังผู้บริโภค จะเพิ่มขึนตำมล้ำดับของผู้บริโภคที่สูงขึน โดยผู้ที่จะได้รับผลกระทบมำก ที่สุด คือ ผู้บริโภคล้ำดับสุดท้ำย ซึ่งส่วนใหญ่คือ มนุษย์ แนวทำงกำรอนุรักษ์ คือ รณรงค์ให้ โรงงำนอุตสำหกรรมมีกำรตรวจสอบและก้ำจัดมลพิษที่เกิดขึนจำกกระบวนกำรผลิต เพื่อลด ปัญหำมลพิษร่วั ไหลสู่สิง่ แวดล้อม ภาพที่ 5 นา้ มันรั่วไหลกลางทะเล เปน็ กำรปล่อยสำรเคมีลงสู่น้ำทะเลโดยตรง ส่งผลให้สัตว์ ทะเลบำงชนิดตำยเป็นจ้ำนวนมำก เนื่องจำกน้ำมันที่ร่ัวไหลปิดกันกำรละลำยของออกซิเจนใน อำกำศ ท้ำให้สัตว์ทะเลขำดออกซิเจนและตำยในที่สุด นอกจำกนีสำรเคมีที่ปนเปื้อนอยู่ใน นำ้ มันอำจทำ้ ปฏิกิรยิ ำกบั ออกซิเจนในน้ำ ทำ้ ให้ปริมำณออกซิเจนในน้ำลดลง และยงั ทำ้ ให้เกิด กำรสะสมสำรพิษในโซ่อำหำร ดังนัน แนวทำงกำรอนุรักษ์ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุกำรณ์น้ำมัน รั่วไหลของน้ำมัน เพิ่มควำมปลอดภัย ตรวจเช็คสภำพเรือและถังน้ำมันให้อยู่ในสภำพดีก่อน ขนส่ง” 8. ครูเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถามเน้ือหาเกี่ยวกับ เรือ่ ง สมดุลระบบนิเวศ และให้ความรู้เพิ่มเตมิ 9. คาถามของนกั เรียน โดยครใู ช้ PowerPoint เร่อื ง สมดลุ ระบบนิเวศ ในการอธิบายเพิ่มเติม 12. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับความสาคัญของปะการังว่า “ปะกำรังเป็น ทรัพยำกรธรรมชำติที่ส้ำคัญต่อบริเวณชำยฝั่งทะเล เป็นที่อยู่อำศัย แหล่งอำหำร แหล่ง เพำะพนั ธ์ุของสตั ว์ทะเล ซึ่งมีสว่ นชว่ ยรกั ษำสมดุลธรรมชำติ” 13. นักเรียนตรวจสอบความเข้าใจของตนเองจากกรอบ Self Check เร่ือง ระบบนิเวศ จาก หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ โดยบนั ทึกลงในสมดุ ประจาตัวนกั เรียน 14. ครูมอบหมายให้นักเรียนทา Unit Questions เร่ือง ระบบนิเวศ จากหนังสือเรียนรายวิชา พื้นฐานวิทยาศาสตร์ ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ โดยทาลงในสมุดประจาตัว นักเรียน 15. นักเรียนแต่ละคนทาแบบฝึกหัด เร่ือง สมดุลระบบนิเวศ จากแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 ระบบนเิ วศ เปน็ การบ้านส่งในชว่ั โมงถัดไป
16.นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ระบบนเิ วศ เพื่อเปน็ การวดั ความรู้ หลงั เรยี นของนักเรียน 17. นกั เรียนแต่ละคนนาความรทู้ ี่ได้จากการเรียนของหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ มาเขียน สรปุ เปน็ แผนผงั มโนทัศน์ ลงในกระดาษ A4 พร้อมตกแตง่ ให้สวยงาม ข้นั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate) 18. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน ตามความสมัครใจ โดยให้แต่ละกลุ่มทากิจกรรม Application Activity เพื่อระดมความคิดออกแบบกิจกรรมฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเล และ นาเสนอแนวทางการดูแลรักษาระบบนิเวศตามแนวชายฝั่งทะเล โดยอาจจัดทาเป็นโครงการ หรือทาเป็นแผ่นพับ แล้วร่วมกันรณรงค์ให้คนในชุมชนไม่ทาลายสิ่งแล้วเพื่อปลูกจิตสานึก และ ตระหนกั ถึงสมดลุ ของระบบนิเวศ ขัน้ สรุป นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกบั สมดลุ ระบบนิเวศ ซึ่งควรได้ขอ้ สรุปร่วมกนั ว่า “สิง่ มีชีวติ ในระบบนิเวศล้วนมี กลไกในกำรปรับสภำวะตัวเองเน่ืองจำกสิ่งมีชีวิตต่ำงก็มีบทบำทและหน้ำที่ที่แตกต่ำงกัน กล่ำวคือ สิ่งมีชีวิตบำงชนิดท้ำ หน้ำที่เป็นผู้ผลิต หรือผู้บริโภค หรือผู้ย่อยสลำยสำรอินทรีย์ ซึ่งท้ำให้เกิดกำรหมุนเวียนสำรเป็นวัฏจักรและเกิดขึนไป พร้อมกับกำรถ่ำยทอดพลงั งำนท้ำใหร้ ะบบนิเวศเกิดควำมสมดลุ ” ขนั้ ประเมนิ ข้ันท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครตู รวจสอบแบบฝกึ หัด เรื่อง สมดลุ ระบบนิเวศ จากแบบฝกึ หัดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม. 3 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ 2. ครูตรวจสอบผลการตรวจสอบความเข้าใจของตนเองจากกรอบ Self Check เร่ือง ระบบนิเวศ ในสมุดประจาตวั นักเรียน 3. ครูตรวจแบบฝกึ หัด Unit Questions เรื่อง ระบบนิเวศ ในสมุดประจาตวั นกั เรียน 4. ครูวัดและประเมนิ ผลจากชิน้ งาน/ผลงาน แผนผังมโนทศั น์ เรื่อง ระบบนิเวศ 5. ครูตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ เพื่อตรวจสอบ ความเข้าใจหลงั เรียนของนักเรียน 6. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคาถาม พฤติกรรมการทางานรายบุคคล พฤติกรรมการทางานกลุ่ม และจากการนาเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรยี น
(ถ้าเป็นเรอ่ื งสุดท้ายของหน่วยการเรียนรู้ อาจมีการทาแบบทดสอบหลงั การเรียนหรอื แบบประเมินหลงั เรียนของหน่วยการ เรียนรู้น้ันๆเพื่อเปน็ การประเมินหลงั เรียนสุดท้าย) 14.สือ่ การเรียนรู้ /แหล่งเรียนรู้ 14.1 .สือ่ การเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.3 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ 2) ใบงานที่ 1.1 เรอ่ื ง สารวจระบบนิเวศในท้องถิน่ 3) ใบงานที่ 1.2 เรือ่ ง ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมชี ีวิต 4) วสั ดอุ ปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการปฏิบัติกิจกรรม สารวจระบบนิเวศในท้องถิน่ 5) วัสดุอปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการปฏิบัติกิจกรรม สารวจรูปแบบความสัมพนั ธ์ระหว่างสง่ิ มีชีวิตภายใน โรงเรียน 6) วสั ดอุ ปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ นการปฏิบัติกิจกรรม ความสัมพันธ์ระหว่างสิง่ มีชีวติ 7)PowerPoint เรือ่ ง ความสัมพนั ธ์ระหว่างส่งิ มีชีวติ ในระบบนิเวศ 8) สลากชอ่ื สิ่งมีชีวติ ชนิดตา่ ง ๆ 9) PowerPoint เรือ่ ง องค์ประกอบของระบบนิเวศ 10)QRCodeเร่อื งบทบาทของสิ่งมีชีวติ ในระบบนิเวศ 11) วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมจาลองการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหาร 12)PowerPoint เรอ่ื งความสัมพนั ธ์ระหว่างสิง่ มีชีวติ ในระบบนิเวศ 13)PowerPoint เรอ่ื งสมดุลระบบนิเวศ 14) บตั รภาพ 15) สมุดประจาตวั นกั เรียน 14.2 แหล่งเรียนรู้ 1) หอ้ งสมดุ 2) หอ้ งเรียน 3) บริเวณโรงเรียน
บันทึกการนิเทศจากฝ่ายบริหาร(ส่งก่อนจดั การเรยี นรู้ 1 สัปดาห์) ความเหน็ ของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ เหน็ ควรอนญุ าตให้ใชป้ ระกอบการจดั การเรียนรู้ได้ โดยมีข้อเสนอแนะเพิม่ เติม คือ ……………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..…………… ………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..………………………… ไม่เห็นควรอนุญาตให้ใช้ประกอบการจัดการเรยี นรู้ เพราะ ……………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..…………… ………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..………………………… ………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..………………………… ลงชื่อ......................................................... (นางสาวภัทริยา โพธิศรคี ุณ) หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ............/......................../.............. ความเหน็ ผบู้ ริหาร/ผทู้ ี่ได้รับมอบหมาย อนญุ าตให้ใช้ประกอบการจดั การเรยี นรู้ได้ โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมคือ ……………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..…………… ………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..………………………… ………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..………………………… ไม่อนญุ าตใหใ้ ช้ประกอบการจดั การเรียนรู้ เพราะ ……………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..…………… ………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..………………………… ………………………………………………………………..…………………………………………………………………………..………………………… ลงชือ่ ......................................................... (นายเถลิงศกั ดิ์ เถาว์โท) ผชู้ ่วยผู้อานวยการฝ่ายบริหารวิชาการ ............/......................../............
เอกสารแนบทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้ อาจเป็นดังน้ี 1. แบบทดสอบกอ่ นการเรยี น 2. แบบทดสอบหลังการเรยี น
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง ระบบนิเวศ คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. ขอ้ ใดอธิบายความหมายของระบบนิเวศได้ 6.สิ่งมีชีวติ ใดสาคญั ต่อระบบนิเวศมากที่สดุ ถกู ต้อง 1. หญ้า 1. สถานที่ทีม่ สี ิ่งมีชีวติ อาศัยอยู่ 2. ปลวก 2. สิง่ ต่าง ๆ ที่อยู่รวมกับสิง่ มีชีวติ 3. มนษุ ย์ 3.กลุ่มของสิง่ มีชีวติ ที่อยู่รวมกนั ในแต่ละแหล่ง 4. กระต่าย 4. ความสัมพนั ธ์ของกลุ่มสิ่งมชี ีวติ ในแหลง่ ที่ 7.ข้อใดจัดเปน็ ผบู้ ริโภคลาดับที่ 1 อยู่เดียวกนั 1. หญ้า 2. ขอ้ ใดไม่จดั เป็นระบบนิเวศ 2. สิงโต 1. ป่าเตง็ รัง 3. หนอน 2. สนามฟุตบอล 4.มนษุ ย์ 3. ลานสเก็ตน้าแข็ง 8.สิ่งมีชีวติ ใดมีบทบาทแตกต่างจากข้ออื่น 4. อทุ ยานแหง่ ชาติและป่าสงวน 1.ม้า 2.ววั 3. ขอ้ ใดจัดเป็นองค์ประกอบทีม่ ชี ีวติ ในระบบนิเวศ 3. จระเข้ 4. กระต่าย 1. ดิน 2. แรธ่ าตุ 9. สิ่งมีชีวติ ประเภทใดจะได้รับปริมาณสารพษิ มาก 3. ปะการัง 4. น้าทะเล ที่สุด 4. ขอ้ ใดคือองค์ประกอบที่ไม่มีชีวติ ในระบบนิเวศ 1.ผผู้ ลิต 1. แสง 2. ปะการัง 2.ผบู้ ริโภคลาดบั ที่ 1 3. ธาตอุ าหาร 4. น้าและความชืน้ 3.ผบู้ ริโภคลาดับที่ 2 5. บทบาทของส่ิงมชี ีวิตในข้อใดเกีย่ วข้องกับ 4.ผบู้ ริโภคลาดับสุดท้าย กระบวนการหมนุ เวียนสารมากทีส่ ุด 10.ข้อใดมคี วามหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด 1. ผู้ผลติ 1. ทะเลทราย 2. ผบู้ ริโภค 2. ทะเลเดดซี 3. ผยู้ ่อยสลายสารอินทรีย์ 3. ป่าชายเลน 4. ถกู ทุกข้อ 4. ข้ัวโลกเหนือ เฉลย 1.4 2. 3 3.3 4.2 5.3 6.1 7.3 8.3 9.4 10.3
แบบทดสอบหลังเรยี น หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรอ่ื ง ระบบนิเวศ คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดอธิบายความหมายของระบบนิเวศได้ 6.สิ่งมีชีวิตใดสามารถเป็นได้ท้ังผู้บริโภคลาดับที่ ถูกต้อง 1 และ 2 ได้ 1. สถานทีท่ ี่มสี ิ่งมีชีวติ อาศยั อยู่ 1. ม้า 2. วัว 2. สิง่ ต่าง ๆ ทีอ่ ยู่รวมกบั สิ่งมีชีวติ 3. หมี 4. ช้าง 3.กลุ่มของสิ่งมีชีวติ ที่อยู่รวมกนั ในแต่ละแหล่ง 7.สิง่ มีชีวติ ใดควรเป็นผบู้ ริโภคลาดบั ที่ 1 4. ความสัมพันธ์ของกลุ่มสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่ 1. หญ้า อยู่เดียวกนั 2. สิงโต 2. ชายคนหนึ่งสังเกตขอนไม้ริมสระน้าพบว่ามี 3. หนอน ปลวกตัวทาก ตะไคร่น้า เห็ดรา สิ่งมีมีชีวิตใดทา 4. สนุ ขั จ้ิงจอก หนา้ ที่เป็นผู้ผลิต 8.สิ่งมีชีวติ ใดได้รบั พลงั งานผา่ นการกินเป็นลาดับ 1. ปลวก 2. ตัวทาก น้อยทีส่ ุด 3. เห็ดรา 4. ตะไคร่น้า 1. ไก่ 2. เสือ 3. จากข้อ 2. สิ่งมีชีวติ ใดทาหน้าที่เปน็ ผู้ย่อย 3. หนอน 4. มนุษย์ สลายสารอินทรีย์ 9. สาเหตุใดที่ทาให้ขนาดประชากรในระบบนิเวศ 1. เหด็ 2. ปลวก เปลี่ยนแปลง 3. ขอนไม้ 4. ตะไคร่น้า 1. การเกิด 4. เพลี้ยกับต้นไมม้ ีความสัมพนั ธ์กันอย่างไร 2. การตาย 1. ภาวะปรสิต 3. การย้ายถิน่ ฐาน 2. ภาวะอิงอาศยั 4. ถกู ทกุ ข้อ 3. ภาวะพ่งึ พากัน 10. ข้อใดไม่ใช่แนวทางการในการรักษาสมดุลของ 4. ภาวะการได้รบั ประโยชน์ร่วมกนั ระบบนิเวศ 5. ข้อใดเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตแบบ 1. ปลูกต้นไม้ ภาวะพึ่งพากัน 2. . ปลกู ปะการัง 1.ดอกไม้กับผเี สือ้ 2.เหาฉลามกบั ฉลาม 3.ไม่ลา่ พันธุ์สัตว์หายาก 3.หนอนกบั ใบชาเชียว 4.โพรโทซัวในลาไส้ปลวก 4.สร้างสิ่งมีชีวติ ดดั แปรพันธกุ รรม เฉลย 1.4 2. 4 3. 1 4.1 5.4 6.3 7.3 8.3 9.4 10.4
Search
Read the Text Version
- 1 - 37
Pages: