1.3.5 สนับสนุนกิจกรรมหลักทางศาสนาและการเผยแพร่ศิลป์วัฒนธรรมท่ีส่งเสริมสังคม พหุวฒั นธรรมท่ีเข้มแขง็ 1.3.7 ส่งเสริมสภาวะแวดล้อมท่ีเอือต่อการลดความรุนแรง โดยยึดม่ันแนวทางสันติวิธี ทังการพูดคุย เพื่อสันติสุขกับผูท้ ี่เห็นต่างจากรฐั และสร้างความเข้มแข็งของหมู่บา้ นและชมุ ชนในการป้องกันและแก้ไขปญั หา ความไม่สงบ รวมทังพัฒนาทักษะและขีดความสามารถของกาลังประชาชนและก้าลงั ประจา้ ถ่ินใหพ้ ร้อมในการ ดแู ลความปลอดภยั ในพืนทีเ่ ป้าหมาย (Safety Sone) 1.5 การปอ้ งกนั ปราบปราม และบ้าบดั รักษาผตู้ ิดยาเสพตดิ เป้าหมายเชงิ ยุทธศาสตร์ - เด็ก เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน และประชาชน ได้รับการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด หมู่บ้าน/ ชมุ ชน พนื ทเ่ี ปา้ หมายมีการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพตดิ - ผู้เสพ ผ้ตู ดิ ยาเสพตดิ ได้รับการบ้าบดั รกั ษาครบตามแผนทก่ี า้ หนด ติดตามดแู ลชว่ ยเหลอื ตามกา้ หนด ตวั ชวี ัด - ผู้เสพรายใหมไ่ มเ่ กินรอ้ ยละ 7 - ร้อยละ 90 ของผู้ป่วยที่ใช้ยาเสพติดที่หยุดเสพต่อเนื่อง 3 เดือนหลังจากหน่ายจากการบ้าบัดรักษา ทุกระบบ นโยบายการจดั สรรงบประมาณ 1.5.1 สร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในเด็ก เยาวชน ผู้ใช้แรงงานและประชาชนกลุ่มเสี่ยงโดย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ส่งเสริมสถาบันครอบครัว สถานศึกษา สถานประกอบการ หมู่บ้าน/ชุมชน ให้มี บทบาทส้าคญั ในการใหค้ วามรู้ ความเขา้ ใจและปลูกฝงั ค่านยิ มถูกต้อง เพอื่ ป้องกันปัญหายาเสพตดิ 2. ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการสรา้ งความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ 2.6 การพัฒนาเศรษฐกจิ ดิจิทัล เปา้ หมายเชิงยทุ ธศาสตร์ - เพ่ิมขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและสรา้ งความเท่าเทยี มทางสงั คมด้วยเทคโนโลยี ตวั ชีวดั - ผลการจัดอนั ดับขีดความสามารถในการพฒั นาเศรษฐกิจดจิ ิทลั ของประเทศดขี นึ ไมน่ อ้ ยกวา่ 2 อันดบั (ตามการจดั อนั ดบั Network Readiness Index : NRI) นโยบายการจดั สรรงบประมาณ 2.6.1 ส่งเสริมการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตทุกหมู่บ้าน และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และบริการดิจิทัลเพื่อยกระดับความสามารถทางเศรษฐกิจและสร้างความเท่าเทียมทางสังคมรวมทัง ประสิทธภิ าพโครงขา่ ยอนิ เตอรเ์ นต็ ระหวา่ งประเทศส่กู ารเปน็ Asian Digital Hub 2.6.2 สนับสนุนการปรับเปล่ียนคุณภาพกระบวนการทางานและบริการของภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล อย่างมีประสทิ ธภิ าพและม่นั คงปลอดภัย 2.6.3 ส่งเสรมิ การให้ความรแู้ ละเพม่ิ ทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลแกป่ ระชาชนและผนู้ ้าทุกสาขา 2.7 การสง่ เสรมิ การวิจัยและนวตั กรรม เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์
- วจิ ัยและนวตั กรรมเพ่อื สรา้ ง/สะสมององคค์ วามร้ทู ีม่ ีศักยภาพ - พัฒนาระบบโครงสร้างพืนฐาน และปจั จัยเอือที่สนับสนนุ การวิจัยและนวตั กรรม ตวั ชวี ัด - องค์ความรู้ท่ีสามารถนาไปแก้ไขปัญหาสังคม ชุมชน ความม่ังคง สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ประชาชนในเรือ่ งสา้ คญั ตามนโยบายของรัฐบาลไม่นอ้ ยกว่า 5 ประเดน็ - องค์ความรสู้ ามารถนาไปตอ่ ยอดเชิงลึกหรือนาไปใช้แกไ้ ขปญั หาการด้าเนินงานของหนว่ ยงานร้อยละ50 - บคุ ลากรดา้ นการวิจัยและนวตั กรรมเพ่มิ ขนึ เป็น 100,000 คน นโยบายการจดั สรรงบประมาณ 2.7.3 สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากการวิจัยและนวัตกรรม นาองค์ความรู้ท่ีได้จากการวิจัยที่ สอดคล้องกบั ความตอ้ งการของหนว่ ยงานตา่ งๆไปใชเ้ พื่ออา้ งอิงและ/หรอื ต่อยอด 2.7.5 ส่งเสริมให้มีโครงสร้างพืนฐานด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่เหมาะสมร่วมทังสนับสนุนการ ยกระดบั มาตรฐานการวิจยั และมาตรฐานอตุ สาหกรรมตลอดจนส่งเสริมการผลิตและ เพิ่มสัดส่ว นบุคลากรวิจัยท่ีมีคุณภาพและสอดคล้องกับคว ามต้องการตามสาขายุทธศาสตร์และ เป้าหมายของประเทศ 3. ยุทธศาสตรด์ า้ นการพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพคน 3.1 การพฒั นาศักยภาพคนตามช่วงวัย เปา้ หมายเชงิ ยุทธศาสตร์ - คนไทยทกุ ช่วงวยั มีศักยภาพ ความมน่ั คงในชีวิตและมคี รอบครัวทเี่ ข้มแข็งอบอนุ่ ตัวชวี ดั - ร้อยละ 75 ของประชากรกลุ่มเป้าหมายมีศกั ยภาพเพ่ิมขนึ - ร้อยละ 80 ของครอบครวั มคี วามเขม้ แข็งอบอุ่น นโยบายการจัดสรรงบประมาณ 3.1.2 ส่งเสริมให้ประชากรแต่ละช่วงวัยเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และบริการต่างๆ ของภาครัฐ สร้าง โอกาสทางการศึกษาสาหรับกลุ่มด้อยโอกาส และการพัฒนาทักษะอาชีพส้าหรับแรงงานเพ่ือสร้างรายได้และ ความมน่ั คงในชวี ิต 3.1.3 สง่ เสริมการสร้างความอบอุ่น จรยิ ธรรมและคุณธรรมในกลุ่มปฐมวยั วัยเรยี น วัยแรงงานและวัย ผู้สงู อายุ ตลอดจนภมู ิคุม้ กนั จากการเปลย่ี นแปลงพฤตกิ รรมที่ไม่เหมาะสม ของเดก็ วัยรุ่น 3.2 การยกระดับคุณภาพการศกึ ษาและการเรียนรู้ตลอดชวี ิต เปา้ หมายเชิงยุทธศาสตร์ - ผู้เรียนได้รับการศึกษาท่ีมีคุณภาพ มาตรฐาน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึน มีทักษะในการคิด วิเคราะห์ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึง ตอบสนองความต้องการของคนทุกช่วงวัยและมีศักยภาพท่ี สอดคล้องกับทศิ ทางการพฒั นาประเทศ ตัวชีวัด - อันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการศึกษาของ IMD ดีขึนจากปี 2560 ไม่น้อยกว่า 2 อันดับ
- ร้อยละของนักเรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขันพืนฐาน (O- NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 ขึนไป เพิ่มขึนร้อยละของก้าลังแรงงาน (อายุ 15-59 ปี) ท่ีมีการศึกษา ระดบั ชันมัธยมศึกษาตอนตน้ ขึนไปเพ่มิ ขึน รอ้ ยละ 55.75 - ร้อยละของสถานศึกษาที่ได้รับบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (ความเร็วไม่ต่้ากว่า 30 Mbps) รอ้ ยละ 90 นโยบายการจดั สรรงบประมาณ 3.2.1 ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนและกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริม การพัฒนา ทักษะ ศิลปวัฒนธรรม คุณธรรม พลศึกษา และคุณลักษณะท่ีจ้าเป็นส้าหรับผู้เรียน ในศตวรรษ ท่ี 21 ทุกระดับ ทุกประเภทการศึกษาพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการองค์ความรู้แบบ สหวิทยาการ การปฏิบัติจริง การสร้างสมรรถนะความเช่ียวชาญเฉพาะด้านในสาขาวิชาหรืออาชีพตามความ ถนัดและความสนใจของผู้เรียน รวมทังเร่งรัดการยกระดับการเรียนรู้วิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษใน การศกึ ษาทุกระดบั ทุกประเภทการศกึ ษา 3.2.2 ส่งเสริมการพัฒนาระบบและมาตรฐานการประเมินคุณภาพการศึกษาพัฒนาระบบและกลไก ลการทดสอบการวัดและการประเมินความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของผู้เรียนในทุกระดับ การศึกษา ทุก กลุ่มเปา้ หมาย พฒั นาระบบคลังข้อสอบเพื่อวัดและประเมินผลการเรยี นรทู้ ่ีมีคุณภาพ มาตรฐาน ครอบคลุมการ วัดความรู้ ทักษะสมรรถนะของผู้เรียน รวมทังพัฒนามาตรฐานและระบบการประเมินคุณภาพภายในและการ ประเมินคุณภาพภายนอก 3.2.3 ส่งเสริมการผลติ และพัฒนาคุณภาพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องกับ นโยบายการผลิตและพัฒนาครูตามความต้องการใช้ครูทังเชิงปริมาณและคุณภาพพัฒนาสถาบันการศึกษาท่ี เป็นหน่ว ยผลิตครูและสถานศึกษาท่ีเป็นหน่ว ยปฏิบัติการสอนให้มีคุณ ภ าพและมาตรฐานในสาขาวิชาที่ สถาบนั การศกึ ษาเชยี่ วชาญ รวมทังพฒั นาศักยภาพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษาให้เปน็ ผู้สนับสนุน การเรียนรู้ (Facilitator) ผู้กระตุ้นแรงจูงใจ (Motivation) ผู้สร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration) ผู้ให้ค้าปรึกษา และชีแนะ (Coaching & Mentoring) และเพื่อแกป้ ญั หาการสอนไม่ตรงวฒุ ิ สอนคละชนั และการสอนในสาขา ขาดแคลนใหส้ ามารถจดั การเรยี นการสอนได้อย่างมีคุณภาพ 3.2.5 ส่งเสริมการพัฒนาส่ือและเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ และมาตรฐาน เชื่อมโยงผ่านระบบเทคโนโลยดี ิจิทัลท่ีทนั สมัย รวมทังการจัดการศึกษาทางไกลให้ครอบคลมุ ทุก พืนทีเ่ พื่อพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู ตลอดจนเสริมสรา้ งโอกาสให้ผูเ้ รยี นรู้มีการ เรียนรู้ท่ีหลากหลายและมีคุณภาพสนับสนุนการบูรณาการโครงข่ายส่ือสารโทรคมนาคมเพ่ือการศึกษา และ การบูรณาการฐานข้อมูลและสารสนเทศทางการศึกษาเพื่อให้สามารถ เชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ส่วนร่วมกันได้ อย่างมีประสทิ ธิภาพ 3.2.6 ส่งเสริมการขยายโอกาสทางการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ ตลอดชีวิตอย่าง ทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย (3-5 ปี) การจัดการศึกษากลุ่มเฉพาะด้านเฉพาะทาง และกลุ่มท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษในทุกระดับ ทุกปะเภทการศึกษา การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ทุกสังกัด บูรณาการฐานข้อมูลและพัฒนาระบบติดตามเด็กออกกลางคันและเด็กท่ีอยู่นอกระบบการศึกษา สร้างกลไกลความร่วมมือพัฒนาระบบการสะสมและเทียบโอนผลการเรียนการศึกษาในระบบ นอกระบบ
การศึกษาตามอัธยาศัยและประสบการณ์จากการทางานรวมทังปรับระบบการศึกษาให้ผู้เรียนสายสามัญและ สายอาชพี เรียนข้ามสายได้ ตลอดจนส่งเสรมิ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ให้มีความหลากหลายเอือต่อการศึกษาและ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ิต 4. ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความยากจน 4.4 การสง่ เสริมการดาเนินงานตามแนวทางปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เป้าหมายเชงิ ยทุ ธศาสตร์ - ประชาชนสามรถด้ารงชีวติ โดยพ่ึงพาตนเองไดอ้ ย่างมัน่ คงพอประมาณ ตวั ชวี ัด - จ้านวนชุมชนทีม่ กี ารฟืน้ ฟูแหล่งอาหารพืชทอ้ งถ่ินของชมุ ชนและความหลากหลายทางชีวภาพ - จ้านวนของหมู่บ้านท่ีมีการน้อมน้าหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ในการดา้ เนนิ ชีวิต นโยบายการจัดสรรงบประมาณ 4.4.1 ส่งเสริมการพัฒนาชุมชนในพืนท่ีศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 38 แห่งและพืนท่ี ขยายผล โครงการหลวงโดยสนับสนุนด้านวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ ส่งเสริมอาชีพฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากร รวมทัง พฒั นาศูนย์การเรียนรู้ใหเ้ กิดการพฒั นาทย่ี ่ังยืน 4.4.2 ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการถ่ายทอดเผยแพร่โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด้าริ พฒั นาขยายผลการปฏบิ ตั ไิ ปสูป่ ระชาชนในพืนท่ีอย่างเป็นรปู ธรรม 4.4.3 สนบั สนุนโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชดาริในด้านการเกษตรการพฒั นา แหล่งน้า ส่ิงแวดล้อม สาธารณสุข การส่งเสริมอาชีพ การคมนาคมและการส่ือสาร สวัสดิการสังคม และการศึกษา การพัฒนาแบบบูรณาการและอ่ืนๆ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้เกิดความ “พออยู่ พอกิน” สามารถพึ่งพาตนเองได้ 5. ยุทธศาสตร์ด้านการจัดการน้าและสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม อย่าง ยง่ั ยนื 5.2 การบรหิ ารจัดการขยะและส่ิงแวดลอ้ ม เปา้ หมายเชิงยุทธศาสตร์ - ขยะไดร้ ับการจดั การอยา่ งถูกต้องและมีประสิทธภิ าพ - ประชาชนอย่ใู นสภาพแวดลอ้ มทีม่ ีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานดีขนึ ตัวชวี ดั - ขยะมลู ฝอยชุมชนมกี ารนากลบั มาใช้ประโยชน์ไม่นอ้ ยกว่า 5.37 ลา้ นตัน - ขยะมลู ฝอยชุมชน 10.74 ล้านตนั ของเสียอันตรายชุมชน 0.087 ล้านตนั ขยะมูล ฝอยติดเชือ 0.048 ล้านตัน และกากอุตสาหกรรมที่เป็นอันตราย 2.24 ล้านตัน ได้รับการจัดการ อยา่ งถูกต้อง นโยบายการจัดสรรงบประมาณ 5.2.1 ส่งเสริมการลดการเกิดขยะมูลฝอยท่ีต้นทาง เสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรปกครอง สว่ นท้องถนิ่ ในการจัดการขยะมลู ฝอยของเสียอันตราย และการนาขยะไปใชป้ ระโยชนร์ วมถึงตังพืนท่ีต้นแบบใน การลดและคดั แยกขยะ ดูแลคุณภาพชวี ิตประชาชนทไ่ี ด้รบั ผลกระทบ 6. ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบบรหิ ารจัดการภาครฐั
6.1 การป้องกนั ปราบปรามการทจุ รติ และประพฤตมิ ิชอบ เปา้ หมายเชงิ ยุทธศาสตร์ - สังคมไทยมีภาพลักษณ์การปอู งกนั และปราบปรามการทจุ ริตดขี ึน ตวั ชวี ัด - ระดบั คะแนนดชั นีการรบั ร้กู ารทุจริตเปลีย่ นแปลงดีขึน โดยประเทศไทยไดร้ บั การ ประเมินค่าดัชนีการรบั ร้กู ารทุจรติ (Corruption Perceptions Index : CPI) สงู กวา่ ร้อยละ 44 ในปี 2561 นโยบายการจัดสรรงบประมาณ 6.1.1 สนับสนุนการสร้างจิตสานึก และปลูกฝังความซ่ือสัตย์สุจริต คุณธรรม จริยธรรม การรักษา ประโยชน์สาธารณะ สร้างค่านิยมให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงภัยร้ายแรงของการทุจริต และประยุกต์หลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเครื่องมือและให้ใช้กับทุกกลุ่มในสังคมสนับสนุนการขับเคลื่อนคุณธรรม จรยิ ธรรม ของนักการเมือง ข้าราชการ ภาคธุรกิจ เอกชนและภาคประชาสังคม เพอื่ การตอ่ ตา้ นทุจริตเสริมพลัง การมสี ่วนรว่ มของชมุ ชน และบูรณาการทุกภาคส่วนเพ่ือต่อต้านการทุจริต รวมถึงการตรวจสอบการด้าเนินงาน ของภาครัฐ 6.1.2 เสริมสรา้ งกลไกการป้องกนั การทจุ รติ เชิงรุกเพื่อยับยัง และสกัดกันการทุจริต ปฏิรปู กฎหมายที่ เก่ียวกับการป้องกัน ปราบปรามการทุจริต ให้มีประสิทธิภาพเท่าทันต่อพลวัตของการทุจริตและสอดคล้องกับ มาตรฐานสากล นา้ ไปสู่ระบบราชการทโ่ี ปร่งใส ๒.๘ จุดเน้นนโยบำยของรัฐมนตรีว่ำกำรกระทรวงศึกษำธิกำร (นำยธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) ด้วยราชกิจจานุเบกษา เม่ือวันศุกร์ท่ี 16 ธันวาคม 2559 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพ ยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตังให้นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ และหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ซ่ึงในวันที่ 20 ธนั วาคม 2559 นายธรี ะเกยี รติ เจรญิ เศรษฐศลิ ป์ รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรชี ่วยว่า การกระทรวงศึกษาธิการทังสองท่าน พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์และหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ได้มอบนโยบาย และจุดเน้นเชงิ นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ โดยมสี าระส้าคญั 7.1 น้อมน้าแนวพระราชด้าริ สืบสานพระราชปณิธานและพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพ ยวรางกูร มาขับเคล่ือนงานด้านการศึกษาให้เกิดเป็นรูปธรรม เพราะพระราชปณิธานของพระองค์ท่านถือเป็น พรอันสูงสุด และมอบเปน็ นโยบาย เพ่ือเปน็ แนวทางในการปฏิบตั แิ กห่ นว่ ยงานในสังกัด ดงั นี 1) พระบรมราโชบายดา้ นการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั มหาวชิราลงกรณบดนิ ทรเทพยวรางกรู มี ใจความสา้ คญั ว่า (1) “การศกึ ษาตอ้ งมุ่งสร้างพืนฐานให้แก่ผู้เรียนใน 2 ดา้ น คอื สง่ เสริมใหน้ ักเรยี นมีทัศนคติท่ี ถูกตอ้ ง (2) การศึกษาต้องมงุ่ สรา้ งพืนฐานชวี ิตหรืออปุ นิสัยท่ีมั่นคงเข้มแข็ง อาทิ การสร้างบคุ ลกิ และอุปนิสัยท่ีดี งาม (Character Education)” 2) สืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทที่ รงมีแนวพระราชกระแสฯ ทรงพระราชทานในวโรกาสต่าง ๆ เกีย่ วกับนักเรียน ครู และการศึกษา (1) นักเรียน
“ครูตอ้ งสอนให้เด็กนักเรียนมีน้าใจ เชน่ คนเรียนเกง่ ชว่ ยตวิ เพือ่ นที่เรียนล้าหลงั มใิ ช่ สอนใหเ้ ด็กคิดแต่ จะแขง่ ขนั (Compete) กับเพอื่ น เพื่อใหค้ นเกง่ ไดล้ าดบั ดี ๆ เช่น สอบไดท้ ่หี นึง่ ของชนั แตต่ ้องให้เด็กแขง่ ขันกับ ตนเอง” (11 ม.ิ ย. 2555) “ครไู ม่จา้ เปน็ ตอ้ งมคี วามรู้ทางเทคโนโลยมี าก แตต่ ้องมงุ่ ปลกู ฝงั ความดใี หน้ ักเรียนชันต้น ตอ้ งอบรมบ่ม นิสัยให้เปน็ พลเมืองดี เดก็ โตกต็ อ้ งท้าเชน่ กัน” (6 มิ.ย. 2555) “เราต้องฝึกหัดให้นักเรียนรู้จักทางานร่วมกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่คณะมากขึน จะได้มีความสามัคคี รู้จัก ดูแลช่วยเหลอื ซึง่ กันและกนั เออื เฟ้อื เผอ่ื แผค่ วามรูแ้ ละประสบการณ์แกก่ ัน”(5 ก.ค.2555) “เราต้องฝึกหัดให้นักเรียนรู้จักท้างานร่วมกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่คณะมากขึน จะได้มีความสามัคคี รู้จัก ดแู ลชว่ ยเหลือซึ่งกนั และกนั เออื เฟื้อเผือ่ แผค่ วามร้ปู ระสบการณแ์ ก่กนั ” (5 ก.ค.2555) “ท้าเปน็ ตัวอย่างใหน้ ักเรยี นเป็นคนดี นักเรยี นรกั ครู ครูรักนักเรยี น” (9 ก.ค. 2555) (2) ครู “เร่ืองครูมคี วามส้าคัญไมน่ ้อยกว่านักเรียน ปญั หาหนึ่ง คอื การขาดครเู พราะจ้านวนไม่พอ และครูย้าย บ่อย ดังนัน ก่อนคัดเลือกเด็กที่จะพัฒนาต้องพัฒนาครูก่อน ให้พร้อมที่จะสอนเด็กให้ได้ผลตามที่ต้องการ จึง จะต้องคัดเลือกครูและพัฒนาครู ตอ้ งตงั ฐานะในสังคมของครูใหเ้ หมาะสม และปลกู จติ สานึกโดยใช้ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง วิธีการคือ การให้ทุนและอบรม กล่าวคือ ต้องมีความรู้ทางวิชาการในสาขาที่เหมาะสมที่จะ สอน ต้องอบรมวิธีการสอนให้มีประสิทธภิ าพ มีความเป็นครูท่ีแท้จริงคือมีความรักความเมตตาตอ่ เด็ก ควรเป็น ครูทอ้ งทีเ่ พอื่ จะได้มีความผกู พันและคดิ ทจี่ ะพฒั นาท้องถิน่ ท่เี กดิ ของตนไม่คดิ ยา้ ยไปย้ายมา” (11 มิ.ย. 2555) “ตอ้ งปรบั ปรุงครู ครูจะอายุ 40-50 ปี ก็ต้องเรียนใหม่ ต้องปฏวิ ัตคิ รูอย่างจรงิ จัง (6 มิ.ย. 2555) “ปัญหาปจั จบุ ันคือ ครูม่งุ เขียนงานวิทยานิพนธ์ เขยี นตาราสง่ ผ้บู รหิ าร เพื่อใหไ้ ดต้ า้ แหน่งและเงินเดือน สูงขนึ แล้วบางทีกย็ ้ายไปที่ไหน ส่วนครูท่มี ุง่ การสอนหนังสือกลับไม่ได้อะไรตอบแทน ระบบไม่ยุติธรรม เราต้อง เปล่ียนระเบียบตรงจุดนี การสอนหนังสือต้องถือว่าเป็นความดีความชอบหากคนใดสอนดี ซึ่งส่วนมากคือมี คณุ ภาพและปรมิ าณ ต้องมี reward” (5 ก.ค. 2555) “ครูบางส่วนเวลาสอนนักเรียนจะสอนไม่หมดแต่เก็บไว้บางส่วน หากนักเรียนต้องการรู้ทังหมดวิชา ก็ ต้องเสียเงนิ ไปสมัครเรยี นพเิ ศษกบั ครูทา่ นนนั จะเปน็ การสอนในโรงเรียนหรือส่วนตวั กต็ าม” (5 ก.ค. 2555) 7.2 การดา้ เนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี กระทรวงศกึ ษาธิการจะด้าเนินการตามแผน ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ภายใต้วิสัยทศั น์ “ประเทศมีความมั่นคง มงั่ คัง่ ยงั่ ยนื เปน็ ประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้ก้าหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญฯ โดยยึด ยุทธศาสตร์ชาติเปน็ จุดเนน้ ดา้ นการศึกษาท่จี ะดาเนนิ การ 6 ด้าน คอื (1) ความม่ันคง (2) การสรา้ งความสามารถในการแข่งขัน (3) การพฒั นาและเสริมสร้างศักยภาพคน (4) การสรา้ งโอกาสความเสมอภาคและเทา่ เทียมกันทางสังคม (5) การสร้างการเติบโตบนคณุ ภาพชีวิตท่เี ป็นมติ รกบั ส่ิงแวดลอ้ ม (6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การภาครัฐ 7.3 จดุ เน้นการด้าเนินงานของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 1) ดา้ เนนิ การอยู่ภายใต้กรอบยทุ ธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)
2) ทุกโครงการของกระทรวงศึกษาธิการต้องเนน้ ความโปร่งใส และต่อต้านการทุจริต คอร์รปั ชนั่ 3) กระทรวงศึกษาธกิ าร ตอ้ งมคี ณุ ลักษณะ MM = Modernized MOE มีการด้าเนินการสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร 4) ดา้ เนินการเร่งดว่ นตามขอ้ ส่ังการของนายกรัฐมนตรใี หเ้ ห็นผลการด้าเนนิ การเปน็ รูปธรรม 7.4 จุดเน้นส้าคัญ นโยบาย แนวทางหลกั การดาเนนิ งานและโครงการส้าคัญของกระทรวงศึกษาธิการ โดยยดึ กรอบยทุ ธศาสตรช์ าติ 6 ด้านเปน็ หลักในการดา้ เนนิ การให้เป็นรูปธรรม ดงั นี 1) ด้านความมัน่ คง แนวทางหลัก : พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอนเน้นการเรียนการสอนเพื่อเกิดความ ปรองดอง ความสามัคคี เพอ่ื นชว่ ยเพอ่ื นโดยใช้รูปแบบ Active Learning 2) ด้านการผลิต พัฒนากาลังคนและสร้างความสามารถในการแข่งขันแนวทางหลัก : ผลิต พัฒนา ก้าลงั คนและงานวิจัยท่สี อดคลอ้ งกับการพฒั นาประเทศ 2.1) การยกระดบั มาตรฐาน พัฒนาหลกั สูตร สอื่ และครูดา้ นภาษา 2.1.1) พัฒนาวิชาภาษาอังกฤษในสถานศึกษาสังกัดสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน อย่างต่อเนื่อง 2.1.2) ขยายการพัฒนาวิชาภาษาอังกฤษในสถานศึกษาสังกัด ด้วยการอบรม โดย Boot Camp ตลอดจนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ หลักสูตรภาษาอังกฤษระยะสัน Application และส่อื ตา่ ง ๆ ที่หลากหลาย 2.1.3) พัฒนาวิชาภาษาจีน โดยหลักการเดียวกับวิชาภาษาอังกฤษ โดยปี 2560 จะด้าเนินการเป็น กล่มุ เล็กโดยการสนับสนนุ ของสถานทูตประเทศสาธารณรฐั ประชาชนจีน 3) ดา้ นการพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพคน แนวทางหลัก 3.1) การพฒั นาหลกั สตู ร กระบวนการเรยี นการสอน การวดั และประเมนิ ผล 3.1.1) การจัดการศกึ ษาเด็กปฐมวัย 1) ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน รับผิดชอบ ดูเด็กระดับชันอนุบาล 1 ถึงระดับชัน อนุบาล 2 (เดก็ อายุ 4-5 ปี) 2) หนว่ ยงานอน่ื อาทิ กระทรวงมหาดไทย รับผิดชอบดูเด็กของศูนย์เด็กเล็ก(เด็กอายุ 3 ปี) 3.1.2) การสง่ เสริม ปลูกฝังคณุ ธรรม จริยธรรม 1) เรื่องคุณธรรม เนน้ การพฒั นาคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ในเด็ก เยาวชนและต่อยอดการสร้างความดี ซ่ึงโมเดลการสร้างความดีมีหลายทาง ทังในโรงเรียนคุณธรรม โรงเรียนวิถพี ุทธและโครงการยุวทตู ความดี 2) รณรงค์ใหเ้ ด็ก “เกลยี ดการโกง ความไมซ่ ่อื สัตย์” 3.1.3) การพัฒนา ปรับปรงุ หลักสูตร การเรยี นการสอน 1) หลักสตู รมคี วามยึดหย่นุ ชุมชนท้องถ่นิ สามารถออกแบบหลกั สูตรเองได้ 2) ปรับปรุงหลักสูตร โดยเพ่ิม 3 วิชาซึ่งอยู่ในกรอบเดิม ได้แก่ วิชาภูมิศาสตร์ ICT และ Design and Technology โดยวิชา ICT และ Design and Technology เป็นการสนับสนุนช่วยเหลือจากประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา
3) เนน้ กิจกรรมการอา่ นโดยเฉพาะการอา่ นให้เด็กอนุบาลฟงั และการปรบั ปรงุ หอ้ งสมดุ 4) เน้นการจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบ Active Learning ในห้องเรียนปกติและกิจกรรมเสริม โดยกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เป็นกิจกรรม/วิธีการย่อยโดยเฉพาะรองรับผลการทดสอบ PISA และ STEM Education 3.1.4) การวดั และประเมนิ ผล 1) การวางแผนการประเมินผลนักเรยี นนานาชาติ (PISA) เพ่อื ใหผ้ ลคะแนนสูงขนึ 2) การประเมนิ ผล O-NET ในวชิ าสังคมศกึ ษาให้ส้านกั งาน คณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน เป็นผู้ประเมิน สาหรับวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ให้ สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยเี ปน็ ผูอ้ อกขอ้ สอบ 3) การออกขอ้ สอบวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ด้าเนนิ การในรูปคณะท้างานออกขอ้ สอบ 3.2) การผลติ พัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา 3.2.1) การสรรหาครู 1) โครงการพัฒนาครูเพื่อพัฒนาท้องถ่ิน มอบให้ ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐานและ ส้านักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา เปน็ หน่วยงานหลกั ด้าเนินการสรรหาครู (การผลติ รูปแบบการสรรหา การบรรจแุ ตง่ ตงั การติดตาม พรอ้ มการพัฒนา) 2) เปิดโอกาสให้คนเก่งมาเป็นครู 3.2.2) การประเมนิ วทิ ยฐานะครูให้เปน็ การเชื่อมโยงกับการเรียนการสอน 3.2.3) การพฒั นาครู การอบรมครู 1) หลกั สูตรในการอบรมครูให้มคี วามเช่ือมโยงกบั การได้รับวิทยฐานะ และการไดร้ บั ใบอนญุ าตวิชาชีพ ครู โดยตอ้ งเป็นหลักสูตรที่ไดร้ ับการอนมุ ัต/ิ เห็นชอบ 2) หน่วยด้าเนินการ ให้หน่วยงานกลางการพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ได้แก่ สถาบนั อุดมศึกษา มหาวิทยาลยั และสถาบนั พฒั นาครู คณาจารย์และบคุ ลากรทางการศกึ ษา 4) ด้านการสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้าทางการศึกษา แนวทางหลัก : โอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา 4.1 สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาโดยยกระดับคุณภาพสถานศึกษาที่ต้องการความ ช่วยเหลือและพฒั นาเป็นพเิ ศษอยา่ งเรง่ ดว่ น (ICU) โดยแต่งตังคณะกรรมการฯบรหิ ารจดั การ 4.2 เพ่ิมโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยบูรณาการเทคโนโลยี ดิจิทัลเพื่อการศึกษาให้ สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทังด้านโครงสร้างพืนฐานและระบบเครือข่าย ด้านระบบข้อมูลสารสนเทศเพ่ือ การศึกษา ด้านส่ือและองค์ความรู้ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และรู้เท่า ทนั การเปลย่ี นแปลง 4.3 จัดระบบการคัดเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลยั (Admission) เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการใช้สิทธ์ิ เขา้ ศกึ ษาต่อระดับอุดมศึกษาผา่ นระบบ Clearing-House 5) ด้านการเสริมสรา้ งคุณภาพชีวติ ประชาชนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแนวทางหลัก : พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอนการสร้างจิตส้านึก/ความตระหนักในการพัฒนาอย่างย่ังยืนและหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง 6) ด้านการพฒั นาระบบและการบรหิ ารจดั การ แนวทางหลกั : พฒั นาระบบบรหิ ารจัดการ
6.1) เรื่องกฎหมาย ปรับปรุงกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับด้านการศึกษา เพ่ือรองรับรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2550 และสอดคลอ้ งกบั ยคุ ปัจจบุ นั 6.2) ปรับโครงสร้างการบริหารราชการทังภายในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคปรับปรุงภารกิจงานของ หน่วยงานภายในส่วนกลางเพ่ือลดความซ้าซ้อน ในการท้างาน และปรับปรุงการบริหารงานเพ่ือรองรับ ส้านกั งานศกึ ษาธิการภาคและสา้ นักงานศกึ ษาธิการจังหวัด 7.5 การขับเคล่ือน ก้า กับและการติดตามและน้า จุดเน้นเชิงนโยบายรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารสู่การปฏิบตั ิ 1) จัดท้าแผนปฏิบัติการตามจุดเน้นเชิงนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่สอดคล้องกับ ยุทธศาสตรช์ าติ 6 ดา้ น 2) ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน กาหนดกรอบการติดตาม ประเมินผล และรายงาน รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร รายไตรมาส รอบ 6 เดอื น และ 12 เดือน ๒.๙. แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบั บท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) กระทรวงศึกษาธิการ ไดจ้ ัดทา้ แผนพัฒนาการศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) โดยได้น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เป็นกรอบในการด้าเนินงานและสอดคล้องกับ ทิศทางการพัฒนาประเทศในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) โดยกา้ หนดสาระส้าคัญ ดังนี วิสยั ทศั น์ “มุ่งพฒั นาผ้เู รยี นใหม้ คี วามร้คู ู่คุณธรรม มีคุณภาพชีวิตท่ดี ี มีความสุขในสังคม” พันธกจิ 1. ยกระดบั คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทกุ ระดับ/ประเภทสสู่ ากล 2. เสริมสรา้ งโอกาสการเข้าถงึ บรกิ ารทางการศึกษาของประชาชนอยา่ งทวั่ ถึง เท่าเทยี ม 3. พัฒนาระบบบรหิ ารจดั การการศกึ ษาตามหลกั ธรรมาภิบาล เปำ้ หมำยหลกั ของแผนพฒั นำกำรศกึ ษำฯ 1. คุณภาพการศึกษาของไทยดีขึน คนไทยมีคุณธรรมจริยธรรม มีภูมิคุ้มกันต่อการเปล่ียนแปลง และ การพัฒนาประเทศในอนาคต 2. กา้ ลงั คนไดร้ บั การผลิตและพัฒนา เพอ่ื เสริมสร้างศกั ยภาพการแขง่ ขนั ของประเทศ 3. มอี งคค์ วามรู้ เทคโนโลยี นวตั กรรม สนับสนนุ การพัฒนาประเทศอย่างย่งั ยืน 4. คนไทยได้รับโอกาสในการเรยี นรูอ้ ย่างตอ่ เนือ่ งตลอดชีวิต 5. ระบบบริหารจดั การการศกึ ษามีประสิทธภิ าพ และทุกภาคส่วนมีส่วนรว่ มตามหลักธรรมาภิบาล ตัวชีวดั ตามเปา้ หมายหลกั 1. ผลคะแนนสอบ PISA ในแต่ละวชิ า 2. ร้อยละที่เพิ่มขึนของคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาหลักระดับการศึกษาขันพืนฐานจาก การทดสอบระดับชาติ 3. ร้อยละคะแนนเฉล่ยี ของผเู้ รียนท่มี ีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม 4. รอ้ ยละคะแนนเฉล่ยี ของผู้เรียนทกุ ระดบั การศึกษามีความเปน็ พลเมอื งและพลโลก 5. สดั สว่ นผูเ้ รียนระดับมธั ยมศึกษาตอนปลายประเภทอาชีวศึกษาตอ่ สายสามญั
6. จ้านวนปกี ารศกึ ษาเฉลีย่ ของคนไทยอายุ 15-59 ปี 7. รอ้ ยละของกาลังแรงงานท่ีส้าเรจ็ การศึกษาระดับมธั ยมศึกษาตอนต้นขึนไป 8. รอ้ ยละของนักเรยี นต่อประชากรวยั เรยี นระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย อายุ 15-17 ปี 9. สัดส่วนผเู้ รยี นในสถานศกึ ษาทกุ ระดับของรัฐตอ่ เอกชน 10. จา้ นวนภาคเี ครือขา่ ยท่ีเข้ามามีสว่ นร่วมในการจดั /พฒั นาและส่งเสรมิ การศกึ ษายทุ ธศาสตร์ 11. ยุทธศาสตร์พัฒนาหลกั สูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมนิ ผล 12. ยทุ ธศาสตรผ์ ลิต พัฒนาครู คณาจารยแ์ ละบุคลากรทางการศึกษา 13. ยุทธศาสตร์ผลิตและพัฒนากาลังคน รวมทังงานวิจัยที่สอดคล้องกับความต้องการของการพัฒนา ประเทศ 14. ยทุ ธศาสตร์ขยายโอกาสการเขา้ ถงึ บริการทางการศึกษา และการเรยี นรอู้ ย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 15. ยทุ ธศาสตรส์ ่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดจิ ิทลั เพอ่ื การศกึ ษา 16. ยุทธศาสตรพ์ ัฒนาระบบบรหิ ารจัดการและสง่ เสริมให้ทุกภาคสว่ นมีส่วนร่วมในการจดั การศกึ ษา ๒.๑๐ แผนปฏบิ ัตริ าชการประจา้ ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561 ของกระทรวงศึกษาธกิ าร วิสัยทัศน์ มงุ่ พัฒนาผู้เรยี นให้มคี วามรคู้ คู่ ณุ ธรรม มีคณุ ภาพชีวิตทีด่ ี มีความสขุ ในสังคม พันธกจิ 1. ยกระดบั คณุ ภาพและมาตรฐานการศึกษาทกุ ระดบั /ประเภทส่สู ากล 2. เสรมิ สรา้ งโอกาสการเข้าถงึ บริการทางการศึกษาของประชาชนอยา่ งทั่วถึง เทา่ เทียม 3. พฒั นาระบบบริหารจัดการการศึกษาตามหลักธรรมาภิบาล ยุทธศาสตร์ 1. พฒั นาหลกั สูตร กระบวนการเรยี นการสอน การวดั และประเมนิ ผล 2. ผลิต พฒั นาครู คณาจารยแ์ ละบุคลากรทางการศกึ ษา 3. ยุทธศาสตร์ผลิตและพฒั นากาลังคน รวมทงั งานวจิ ัยท่สี อดคล้องกับความตอ้ งการ ของการพฒั นาประเทศ 4. ยุทธศาสตรข์ ยายโอกาสการเขา้ ถงึ บริการทางการศกึ ษา และการเรียนร้อู ย่างตอ่ เนือ่ ง ตลอดชวี ติ 5. ยุทธศาสตร์สง่ เสรมิ และพฒั นาระบบเทคโนโลยดี ิจทิ ัลเพือ่ การศึกษา 6. ยทุ ธศาสตรพ์ ัฒนาระบบบรหิ ารจดั การและสง่ เสริมให้ทกุ ภาคสว่ นมีสว่ นร่วมในการจัดการศกึ ษา เป้าหมายหลัก 1. คุณภาพการศึกษาของไทยดีขึน คนไทยมีคุณธรรมจริยธรรม มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงและ การพฒั นาประเทศในอนาคต 2. ก้าลังคนไดร้ ับการผลติ และพัฒนา เพอ่ื เสริมสร้างศกั ยภาพการแข่งขันของประเทศ 3. มอี งค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม สนับสนนุ การพฒั นาประเทศอย่างย่งั ยืน 4. คนไทยไดร้ ับโอกาสในการเรียนรูอ้ ยา่ งตอ่ เนอื่ งตลอดชวี ติ 5. ระบบริหารจดั การการศึกษามีประสิทธภิ าพตามหลกั ธรรมาภิบาล โดยการมีสว่ นร่วมจากทกุ ภาคส่วน กลยุทธ์
1. พฒั นากระบวนการเรียนการสอนท่ีมีคุณภาพ และจดั กิจกรรมเสริมทักษะพฒั นาผ้เู รียนในรปู แบบที่ หลากหลายสอดคลอ้ งกบั ทักษะท่ีจาเปน็ ในศตวรรษที่ 21 2. พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร การวัดและประเมินผลการศึกษาทุกระดับ/ประเภทการศึกษาให้ ทันสมยั สอดคลอ้ งกบั ความก้าวหน้าทางวทิ ยาการและการเปลย่ี นแปลงของสงั คมโลก 3. ส่งเสริมการพัฒนาเนือหาสาระที่ทันสมัยในทุกระดับ/ประเภทการศึกษาเพ่ือการผลิตส่ือการเรียน การสอน ตาราเรียนท่ีมีคุณภาพ รวมทงั ตาราเรยี นอเิ ล็กทรอนกิ ส์ 4. ปรับปรุงระบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติให้สอดคล้องกับหลักสูตรและกระบวนการจัดการ เรียนการสอน 5. ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองและพลโลก ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงในระบบการศกึ ษาอยา่ งเข้มขน้ 6. วางแผนการผลิต และการพัฒนาครู คณาจารย์ อย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับความต้องการใน การจัดการศึกษาทุกระดบั /ประเภทการศึกษา 7. ปรบั ระบบการผลิตครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ 8. เร่งรัดพฒั นาผบู้ รหิ ารสถานศึกษา รวมทังครปู ระจาการทส่ี อนไมต่ รงวุฒิ ครูท่ีสอนคละชนั และครูใน สาขาวิชาที่ขาดแคลน 9. สร้างขวญั กาลังใจ สร้างแรงจูงใจให้กับครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา 10. พัฒนาระบบบรหิ ารงานบุคคลของครู คณาจารยแ์ ละบุคลากรทางการศกึ ษาใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ 11. เร่งผลิตและพัฒนากาลังคนสาขาท่ีจาเป็นต่อการพัฒนาประเทศ อาทิ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี แพทย์ และพยาบาล 12. ส่งเสริมภาพลักษณ์การอาชีวศึกษา เร่งปรับค่านิยม และวางรากฐานทักษะอาชีพให้แก่ผู้เรียน ตังแต่วยั การศกึ ษาขันพืนฐาน 13. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาผูม้ ีความสามารถพิเศษอยา่ งต่อเนอื่ งทุกระดบั 14. เสรมิ สร้างความเข้มแข็งของกระบวนการผลติ และพฒั นากาลังคน โดยสรา้ งเครือข่ายความร่วมมือ ตามรปู แบบประชารฐั ทงั ระหวา่ งองค์กรภายในและต่างประเทศ 15. ส่งเสริมงานวจิ ัยและนวตั กรรมทส่ี ามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้จริง 16. ประกันโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาระดับการศึกษาขันพืนฐานให้แก่ผู้เรียนในทุกพืนที่ ครอบคลุมถงึ คนพิการ ผ้ดู ้อยโอกาส และผ้มู ีความตอ้ งการพเิ ศษ 17. เร่งสร้างความเข้มแข็งของระบบการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อยา่ งกวา้ งขวาง 18. จัดหาทนุ และแหลง่ ทุนทางการศกึ ษา 19. เร่งพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่เอือต่อการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพมีความ หลากหลาย และสามารถให้บรกิ ารไดอ้ ย่างทว่ั ถงึ 20. พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยีดิจิทัลเพ่ือการศึกษาและการบริหารจัดการท่ีทันสมัยและไม่ ซา้ ซอ้ น ใหผ้ ู้รับบรกิ ารสามารถเขา้ ถงึ ได้อย่างท่วั ถึงและมปี ระสิทธิภาพ
21. พัฒนากระบวนการจัดท้าระบบฐานข้อมูลกลางทางการศึกษาของประเทศระบบการรายงานผล ของฐานข้อมูลโดยเช่ือมโยงข้อมูลการศึกษาทุกระดับ/ประเภทการศึกษาให้เป็ นเอกภาพเป็นปัจจุบันและมี มาตรฐานเดยี วกัน 22. ผลิตและพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ หรือส่ือการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้เรียน สถานศึกษา และ หน่วยงานทางการศกึ ษาทกุ ระดับ/ประเภทการศกึ ษา นามาใชเ้ พม่ิ คณุ ภาพการเรยี นรอู้ ยา่ งเปน็ ระบบ 23. จัดหาอุปกรณ์/ทรัพยากรพืนฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับผูเ้ รียนอย่างเพียงพอท่ัวถึง และ เหมาะสมกบั การแสวงหาความรดู้ ้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง 24. ปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการการศึกษาให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โดยเน้นด้านคุณธรรม ความโปรง่ ใส ทงั ในระดับส่วนกลาง และในพนื ทรี่ ะดับภาค/จงั หวดั 25. พัฒนาระบบบรหิ ารงานงบประมาณ/การเงินใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ 26. ยกระดับคุณภาพการศึกษาตอบสนองการสร้างอาชีพและเพิ่มคุณภาพชีวิตลดความเหล่ือมล้า สรา้ งความสมานฉันท์ และเสริมสร้างความมนั่ คงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 27. เร่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดการศึกษา รวมทังสนับสนุนทรัพยากร เพอื่ การศกึ ษา 28. เสริมสร้างภาพลกั ษณห์ นว่ ยงานให้เกิดความรว่ มมือ และสรา้ งเครือข่าย/ความเปน็ ภาคหี ุน้ ส่วนกับ องคก์ ร ทงั ภายในและต่างประเทศ 29. ส่งเสริมและขยายผลให้สถานศึกษาระดับการศึกษาขันพืนฐานที่มีความพร้อมพัฒนาเป็น สถานศกึ ษานิติบุคคล ๒.๑๑ ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั พืนฐานมีอ้านาจหนา้ ท่ี ดังตอ่ ไปนี อ้านาจหนา้ ที่ของสา้ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพนื ฐาน 1. กฎกระทรวง แบง่ ส่วนราชการส้านกั งานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. 2546 (ราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 120 ตอนที่ 63 ก หน้า 17 - 23 วนั ที่ 7 กรกฎาคม 2546) ไว้ดังนี อาศัยอ้านาจตามความใน มาตรา 8 และ มาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ. 2546 รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ดงั ต่อไปนี ข้อ 1 ให้ส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน มีภารกิจเกี่ยวกับการจัดและการส่งเสริมการ ศึกษรขันพืนฐาน โดยให้มอี ้านาจหนา้ ที่ดงั ตอ่ ไปนี (1) จัดท้าข้อเสนอนโยบาย แผนพัฒนาการศึกษา มาตรฐานการจัดการศึกษา และหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขันพืนฐาน (2) ก้าหนดหลักเกณฑ์ แนวทาง และดาเนินการเก่ียวกับการสนับสนุนทรัพยากรการจัดตัง จัดสรร ทรพั ยากร และบรหิ ารงบประมาณอุดหนุนการจดั การศึกษาขนั พนื ฐาน (3) พัฒนาระบบการบริหาร และส่งเสริม ประสานงานเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศ การน้าเทคโนโลยี สารสนเทศไปใช้ในการเรยี นการสอน รวมทงั ส่งเสรมิ การนเิ ทศการบรหิ ารและการจดั การศกึ ษา (4) ตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจดั การศึกษาขันพนื ฐานของเขตพืนท่ีการศึกษา (5) พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน และกากับดูแลการจัดการศึกษาขัน พืนฐาน การศึกษาเพ่ือคนพิการ ผู้ด้อยโอกาสและผู้มีความสามารถพิเศษ และประสาน ส่งเสริม การจัดการ
ศึกษาขันพืนฐานของเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว องค์กร ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสงั คมอนื่ ของเขตพนื ที่การศึกษา (6) ดา้ เนนิ การเก่ยี วกบั งานเลขานุการของคณะกรรมการการศึกษาขันพนื ฐาน (7) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่กฎหมายก้าหนดให้เป็นอ้านาจหน้าท่ีและความรับผิดชอบของส้านักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาขนั พนื ฐาน หรอื ตามท่รี ฐั มนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย ข้อ 2 ใหแ้ บ่งสว่ นราชการสา้ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน ดังตอ่ ไปนี (1) สา้ นักอ้านวยการ (2) ส้านกั การคลังและสินทรัพย์ (3) ส้านักตดิ ตามและประเมินผลการจัดการศกึ ษาขันพนื ฐาน (4) ส้านกั ทดสอบทางการศึกษา (5) สา้ นกั เทคโนโลยเี พอ่ื การเรียนการสอน (6) ส้านักนโยบายและแผนการศึกษาขันพนื ฐาน (7) ส้านกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ (8) ส้านักพฒั นานวตั กรรมการจดั การศึกษา (9) สา้ นกั พัฒนาระบบริหารงานบุคคลและนิติการ (10) ส้านักวชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา
ตอนที่ 7 ทศิ ทำงกำรพฒั นำคณุ ภำพสถำนศกึ ษำ การจัดท้าแผนพัฒนาการจัดการศึกษาท่ีมุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา จ้าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องด้าเนนิ การอย่างมีคุณภาพและมีประสทิ ธิภาพ ชัดเจน เหมาะสม และถูกต้องตามหลัก วิชาการ ซ่ึงมีหลักการ แนวคิด และทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาที่สา้ คัญ ดังนี กระบวนกำรวเิ ครำะห์บริบทของสถำนศึกษำ (SWOT Analysis) SWOT Analysis เป็นกระบวนการวิเคราะห์บริบทของสถานศึกษาเพื่อให้ได้ผลสรุปส้าหรับก้าหนด วิสัยทัศน์และกลยุทธ์เพ่ือพัฒนาสถานศึกษาที่มีความชัดเจน จากข้อมูลท่ีเก่ียวข้องทังภายในและภายนอก สถานศึกษา SWOT เป็นค้าย่อมาจากค้าว่า Strengths, Weaknesses, Opportunities, Threats โดยมี ความหมาย ดงั นี Strengths คือ จุดแขง็ หรอื จดุ เดน่ หมายถึง การด้าเนนิ งานภายในสถานศกึ ษาท่บี รรลวุ ัตถปุ ระสงค์ Weaknesses คือ จุดอ่อนหรือจุดที่ควรพัฒนา หมายถึง การด้าเนินงานภายในสถานศึกษาท่ียัง ไมบ่ รรลุวัตถปุ ระสงค์ Opportunities คือ โอกาส หมายถึง ปัจจัยหรือสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอือประโยชน์ต่อการ ด้าเนินการของสถานศกึ ษาใหบ้ รรลุวัตถุประสงค์ Threats คือ อุปสรรค หมายถึง ปจั จยั และสถานการณภ์ ายนอกทท่ี ้าใหง้ านไมบ่ รรลุวัตถุประสงค์ กำรวเิ ครำะห์ข้อมลู เกี่ยวกับสภำพภำยในและสภำพภำยนอกของสถำนศึกษำ การวิเคราะห์ข้อมูลที่เก่ียวข้องกับสภาพภายในด้านจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และสภาพ ภายนอกดา้ นโอกาสและอุปสรรคของสถานศึกษานัน มกี ารวเิ คราะหห์ ลายแนวทางแต่ทน่ี ิยมใช้อย่างแพร่หลาย ได้แก่ รูปแบบการวิเคราะหต์ ามแนวทาง SWOT Analysis ซ่ึงมขี ้อควรตระหนกั ดงั นี ๑. วเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกของสถานศึกษา (External environment) โดย วิเคราะหส์ ภาพทเี่ ปน็ โอกาส (Opportunity) หรือสภาพทส่ี ถานศึกษาสามารถน้ามาพัฒนาจุดแข็งหรอื ปรับปรุง แก้ปัญหาจุดท่ีควรพัฒนาและสภาพท่ีเป็นปัญหาอุปสรรค (Threat) หรือสภาพที่สถานศึกษาต้องหาทาง หลีกเลี่ยง โดยพิจารณาจากองค์ประกอบด้านสังคมและวัฒนธรรม ( Social & Cultural) เทคโนโลยี (Technology) สภาพเศรษฐกิจ (Economics) การเมืองและกฎหมาย (Political & Legal) ที่มีผลกระทบต่อ สถานศึกษาโดยใช้หลักการระดมสมอง ผลการวิเคราะห์ได้สภาพท่ีเป็นโอกาสและปัญหาอุปสรรคของ สภาพแวดล้อมภายนอก ๒. วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในของสถานศึกษา (Internal environment) โดยวิเคราะห์ สภาพที่เป็นจุดแข็ง (Strengths) เพ่ือคงสภาพหรือพัฒนาให้ดียิ่งขึนหรือสภาพท่ีเป็นจุดที่ควรพัฒนา (Weakness) หรือสภาพที่ต้องปรับปรุง เปล่ียนแปลง หรือยุบเลิก โดยพิจารณาจากองค์ประกอบด้าน โครงสร้างและนโยบายการบริหาร (Structure & Policy) การบริการและผลผลิต (Service & Products) คน (Man) การเงนิ (Money) วสั ดุ อปุ กรณ์ (Materials) และการบรหิ ารจดั การ (Management)
๓. ประมวลผลการวิเคราะห์สภาพที่เป็นโอกาส ปัญหาอุปสรรค จุดแข็งและจุดอ่อน และสังเคราะหห์ าสภาพปัจจุบันและปัญหาของสถานศึกษา ซึ่งเปน็ จดุ ยืน หรอื จุดเรมิ่ ตน้ ของการพฒั นาคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษา สรุปข้อมูลผลการวิเคราะห์ให้ชัดเจนว่า สถานศึกษามีจุดเด่นด้านใดบ้างเพ่ือพัฒนา สง่ เสรมิ ตอ่ ไป มีจุดท่ีควรพฒั นาด้านใดบา้ งเพือ่ ปรับปรงุ แก้ไข ภายใตส้ ภาพโอกาสและอุปสรรคของสถานศึกษา แล้วน้าขอ้ มลู เหลา่ นไี ปสูก่ ารกา้ หนดจุดยืนของสถานศึกษาในลักษณะของวสิ ยั ทัศน์ ๔. น้าผลการวิเคราะหส์ ภาพภายในและภายนอกของสถานศึกษา ประมวลเป็นวิสยั ทัศน์ พันธ กจิ และเปา้ หมายของสถานศึกษา โรงเรียนนา้ ปลีกศึกษาได้ศึกษา ไดว้ เิ คราะหข์ ้อมลู สภาพภายในและภายนอก เพ่ือนา้ ผลไปประมวลเป็น วิสัยทศั น์ พนั ธกจิ และเป้าหมายของโรงเรยี นดังนี กำรวิเครำะหส์ ถำนกำรณส์ ภำพแวดล้อมภำยในและภำยนอก (SWOT Analysis) 1. ปจั จัยภำยนอกด้ำนสังคมและวฒั นธรรม (s) โอกำส อปุ สรรค 1. การศึกษาของประชากรในชมุ ชน จบการศกึ ษา 1. ชุมชนบางส่วนยงั มีการมวั่ สุมเล่นการพนนั ภาคบงั คบั มีความรอู้ ่านออกเขยี นได้ และส่งิ เสพตดิ ทา้ ใหน้ ักเรียนเกิดพฤติกรรมเลยี นแบบ 2. ชุมชนความสา้ คัญในการอนุรักษ์ประเพณี 2. การยา้ ยถน่ิ ของผู้ปกครอง ท้าให้นักเรยี นเรยี น วฒั นธรรมท้องถน่ิ และความร่วมมืออยา่ งดี ไมต่ ่อเนือ่ งส่งผลใหผ้ ลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นต่า้ 3. ชมุ ชนมีความสมั พันธ์อนั ดีต่อกันและใหค้ วาม 3. ผู้ปกครองไม่ไดเ้ ป็นแบบอย่างในด้านระเบยี บวินัย ชว่ ยเหลือซงึ่ กนั และกัน สง่ ให้นกั เรียนนา้ พฤตกิ รรมจากท่ีบา้ นมาทโ่ี รงเรียน 4. เปน็ ชมุ ชนทมี่ คี วามพร้อมดา้ นสาธารณปู โภค 4. ผู้ปกครองมีรายไดส้ ูงนยิ มนา้ บตุ รหลานไปเรียน 5. ชุมชนมคี วามพร้อมในดา้ นบคุ ลากรสนับสนนุ นอกเขตพนื ท่ี การศกึ ษา 5. นกั เรยี นส่วนใหญไ่ มไ่ ด้อยู่กับพ่อแม่ 6. ชุมชนให้ความไวว้ างใจในสุขภาพดา้ นการจัด 6. ครอบครวั แตกแยกเพมิ่ มากขนึ การศึกษาของโรงเรียน 7. สงั คมมสี ิง่ เสพติดหรืออบายมขุ เพ่ิมมากขึน 7. ชุมชนมภี ูมิปญั ญาท้องถนิ่ และแหลง่ เรยี นรตู้ าม 8. สภาพสังคมมคี วามเหล่ือมล้ากันค่อนขา้ งสูง ศกั ยภาพ 8. มีลกั ษณะการดา้ เนินชีวติ แบบสงั คมเมือง 9. ครอบครัวในชุมชนให้ความส้าคัญของการศึกษา
2. ปจั จัยภำยนอกดำ้ นเทคโนโลยี (T) โอกำส อปุ สรรค 1. ชุมชนมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เปน็ ผลดีตอ่ 1. เยาวชนบางสว่ นไม่ร้จู กั ใช้เทคโนโลยใี ห้ การศึกษาของบุตรหลาน เหมาะสมและเกิดประโยชน์ 2. มโี อกาสในการรบั ข้อมูลข่าวสารมากขึน 2. ผปู้ กครองบางคนใชเ้ ทคโนโลยีดา้ นบันเทิง 3. มกี ารตดิ ต่อส่อื สารไดร้ วดเรว็ ทนั เหตุการณ์ จนท้าใหเ้ กิดปญั หาครอบครัวและปัญหาสงั คม มสี ื่อลามก อนาจารมากขนึ 3. ไมม่ ีหน่วยงานที่ดูแล และจดั การการ ใหบ้ ริการสื่อ และเทคโนโลยีอย่างจรงิ จัง 3. ปจั จัยภำยนอกดำ้ นเศรษฐกจิ (E) มี 4 ดำ้ น โอกำส อุปสรรค 1. ผู้ปกครองส่วนใหม่ มีอาชีพม่ันคง และมี 1. ผูป้ กครองบางสว่ นมีอาชีพไมม่ ่นั คง รายได้ รายไดค้ ่อนข้างดี พร้อมทีจ่ ะให้การสนบั สนุน ไมแ่ น่นอน สง่ ผลต่อการเรียนของเด็ก การศึกษา 2. ภยั ธรรมชาติ น้าท่วม ภัยแล้ง ในบางพนื ทีท่ ่ี 2. มีท้าเลทเี่ หมาะสมกับการทา้ ธรุ กิจ มกี ารเกษตร 3. ชมุ ชนมอี าชีพเสรมิ นอกเหนือจากการท้านา 3. สภาพสงั คมทเี่ ป็นก่งึ สังคมเมอื ง ทา้ ใหม้ ี เช่น การปลกู ถัว่ ลสิ ง การปลูกยางพารา รา้ นอาหาร รายจ่ายมากกว่ารายรบั ฯลฯ 4. ชุมชนมีผูป้ ระกอบอาชีพราชการ หรอื อาชีพ 4. ขาดการออม ท่มี ัน่ คง 5. ชุมชนให้ความร่วมมอื ในการระดม ทรพั ยากร
4. ปจั จัยภำยนอกด้ำนกำรเมอื งและกฎหมำย (P) โอกำส อปุ สรรค 1. องค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน มสี ว่ นรว่ ม 1. การปรบั เปล่ียนคณะรฐั มนตรบี อ่ ยๆ ท้าให้ และสนับสนุนการจัดการศึกษา การทา้ งานไม่ต่อเนอ่ื ง และเกดิ ความซ้าซอ้ น 2. นโยบายการเมืองใหค้ รบ เสมอภาค 2. นโยบายขององค์กรส่วนท้องถ่ิน ทางการศึกษา ไมส่ อดคลอ้ งกบั นโยบายการศึกษา ท้าให้เกิดปญั หาต่อ ระบบการท้างาน ผลกำรศกึ ษำกำรจัดสภำพแวดลอ้ มโรงเรียนน้ำปลีกศึกษำ 1. ปัจจยั ภำยในด้ำนโครงสร้ำงและนโยบำย ( s1) จุดแข็ง จดุ อ่อน 1.มีขอ้ ตกลงรว่ มกันระหวา่ งโรงเรยี นกับผปู้ กครอง 1. ภาระงานของโรงเรียนมมี ากกวา่ จา้ นวนบุคลากร ชมุ ชน คณะกรรมการโรงเรียน เพือ่ พัฒนาคุณภาพ มจี ้านวนจา้ กดั ปฏิบตั ิงานซับซ้อน การศึกษา เพื่อเปน็ แนวทางในการพฒั นาระบบการ ปฏิบัตงิ านของโรงเรียนใหม้ ีประสิทธภิ าพ 2. การด้าเนนิ งานตามนโยบายท่ีมมี ากท้าให้เกิดผล เสียต่อการเรยี นการสอน 2. มีการกระจายอ้านาจแบ่งงานตามความถนัด ท้าใหเ้ กดิ ความคล่องตัวในการปฏบิ ัติงาน 3. การขบั เคลื่อนระบบการบริหารไมม่ ี ประสิทธภิ าพ 3. มีการแบ่งงานตามโครงสรา้ งการบรหิ าร อยา่ งชัดเจน 4. ขาดการนเิ ทศตดิ ตาม 4. มรี ะบบตรวจสอบภายในอย่างเข้มแข็ง
2. ปัจจยั ภำยในด้ำนผลผลิตของกำรบริหำร (s2) จดุ แขง็ จดุ อ่อน 1. นกั เรียนได้เรียนรูด้ ้วยวิธีการทีห่ ลากหลายและ 1. นักเรียนบางส่วนมีปญั หาทางดา้ นครอบครวั ประสบความสา้ เรจ็ ในการแข่งขนั ศักยภาพ มีผลกระทบต่อนักเรียนในด้านสขุ ภาพและการเรียน 2. อตั ราการศึกษาต่อของนกั เรยี นสงู ขึน 2. นักเรยี นไมก่ ล้าแสดงออก 3. นกั เรยี นมีระเบียบวนิ ัย 3. ความกระตือรอื รน้ ในการไปโรงเรยี นใฝเ่ รียนรู้ 4. นกั เรยี นมีจิตสาธารณะ 5. ถา้ นักเรียนมีคณุ ธรรมในประเพณีและวัฒนธรรม ทอ้ งถ่นิ 6. มีการใชท้ รัพยากรอย่างคุ้มค่า 3. ปจั จยั ภำยในด้ำนบคุ ลำกร (M1) จุดแขง็ จดุ ออ่ น 1. ครมู ีความต่ืนตวั และกระตือรือร้นในการพฒั นา 1. ครูบางคนขาดทักษะการใช้เทคโนโลยีท่ีทนั สมยั ตนเองนา้ ความรู้ที่ไดม้ าใช้ในการจัดการเรียนการ ใชส้ อ่ื ไมเ่ ต็มประสิทธิภาพสง่ ผลใหน้ กั เรยี นเรียนรู้ สอน ไม่เต็มตามศักยภาพ 2. ครมู ีผลงานดเี ด่นสามารถเป็นแบบอยา่ งแก่คน 2. ครขู าดความรเู้ ฉพาะด้านส่งผลตอ่ การเรยี นรู้ อ่นื ได้ ของนักเรียน 3. บุคลากรมีความสามคั คีในหมู่คณะ ทา้ ให้การ ปฏบิ ตั งิ านประสบความสา้ เรจ็ และมปี ระสทิ ธภิ าพ 3. จ้านวนครูไมเ่ พียงพอท้าใหก้ ารมอบหมายงาน 4. ครูนา้ ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ มาจดั การเรยี นการสอน บางอยา่ งไมต่ รงกบั ความถนดั และมเี พม่ิ มากขึน สง่ ผลใหน้ กั เรียนได้เรยี นรู้อยา่ งหลากหลายตามความ 4. การจดั สอนแทนทา้ ให้นักเรยี นเกดิ การเรียนรู้ ถนดั และความสนใจ ไม่เตม็ ตามศักยภาพ 5. ครมู ีอัตราการโยกย้ายต้่า ส่งผลให้การปฏิบตั งิ าน ไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่ืองและมปี ระสทิ ธภิ าพ 5. ครขู าดการประชาสมั พนั ธ์ตนเองและการ 6. ครมู คี วามสามัคคีในการท้างาน ประสานงานกบั หนว่ ยงานอนื่ 7. ครหู ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงในการด้าเนิน ชวี ิต 8. ครยู ดึ มนั่ และปฏบิ ัติตนตามขนบธรรมเนียม ประเพณไี ทย 9. ครสู อนตรงตามวิชาเอก 10. ครดู แู ลเอาใจใส่นักเรียนอย่างใกลช้ ิด 11. ครมู ีมนุษย์สัมพนั ธ์ท่ดี ีกับผู้ปกครองและชุมชน
4. ปัจจัยดำ้ นกำรเงิน (M2) จดุ แขง็ จดุ ออ่ น 1. โรงเรยี นมรี ะบบการใช้เงินถกู ต้องตามระเบยี บ 1. ขาดความคลอ่ งตวั ในการเบกิ จ่ายจากต้นสังกัด ของทางราชการสามารถตรวจสอบได้ สง่ ผลใหเ้ กิดปญั หาต่อระบบการเรยี นของโรงเรยี น 2. ครูและกรรมการโรงเรียนมีส่วนร่วมในการ 2. ครูที่เป็นเจา้ หนา้ ที่มีภาระงานมาก จึงทา้ ให้การ พจิ ารณาเบิกจา่ ยเงินของโรงเรยี น จัดท้าเอกสารหลกั ฐานไมค่ ่อยเป็นปัจจบุ นั 3. มกี ารบริหารจดั การอย่างมีประสทิ ธิภาพสามารถ ตรวจสอบได้ 4. ครูและบคุ ลากรมีส่วนรว่ มในการศึกษา งบประมาณ 5. มเี อกสารการเงนิ ทช่ี ดั เจน 6. มกี ารควบคุมการใชต้ นู้ ริ ภยั โดยมคี า้ ส่งั ชัดเจน 5. ปัจจัยภำยในด้ำนวัสดุอุปกรณ์ (M3) จดุ อ่อน จดุ แขง็ 1. โรงเรยี นมสี ือ่ เทคโนโลยีทางการศึกษาท่ีทันสมยั 1. วสั ดุครุภณั ฑ์ไม่เพยี งพอกับความตอ้ งการใชแ้ ละ บางสว่ นชา้ รดุ เส่อื มสภาพไม่สามารถน้ามาใชใ้ ห้เกดิ 2. ครคู ดิ คน้ ออกแบบและผลิตสอ่ื นวตั กรรมใชใ้ น ประโยชน์สงู สุดได้ การประกอบการเรียนการสอน 2. สื่อเทคโนโลยไี มเ่ พียงพอต่อการให้บริการ 3. ครนู า้ วัสดใุ นทอ้ งถ่นิ มาใชป้ ระกอบการเรยี น การสอนส่งผลให้นักเรยี นไดร้ ับประสบการณ์ตรง 4. มีแหล่งเรียนรู้ทย่ี ากต่อการจดั การเรียนรู้
6. ปัจจัยภำยในดำ้ นกำรบรกิ ำรจัดกำร (M4) จดุ แข็ง จุดอ่อน 1. โรงเรยี นจัดการบรหิ ารแบบมีสว่ นรว่ มและการ 1. การจดั เกบ็ ขอ้ มลู สารสนเทศไมเ่ ป็นระบบปจั จบุ นั กระจายอา้ นาจสามารถปฏบิ ตั งิ านได้อยา่ งมี ทา้ ให้ขาดความคล่องตวั ในการปฏิบตั ิงาน ประสทิ ธภิ าพ 2. โรงเรยี นขาดการประชาสัมพนั ธอ์ ย่างต่อเน่ือง 2. โรงเรียนมีการท้าแผนปฏบิ ตั กิ ารและโครงการ โดยมคี รทู ุกคนมสี ว่ นรว่ มในการปฏบิ ัตงิ าน อตั ลกั ษณ์ “ คณุ ธรรม นา้ ชวี ติ มจี ติ สาธารณะ” เอกลักษณ์ “ อุทยานรม่ ร่นื ” วิสัยทศั น์ (VISSION ) ภายในปีการศึกษา ๒๕๖๓ โรงเรียนน้าปลีกศึกษา มุ่งพัฒนาผู้เรียนแบบมีส่วนร่วม จากวิถีชุมชน สู่ประชาคมอาเซียน ให้มีคุณธรรม จริยธรรม น้าความรู้ และมีทักษะ สมรรถนะที่ส้าคัญ ตามหลักสูตรก้าหนด อย่างมคี ุณภาพ ไดม้ าตรฐานการศกึ ษา
พันธกจิ (MISSION) วสิ ัยทัศน์ พนั ธกิจ โรงเรียนน้าปลีกศึกษา มุ่งพัฒนา ๑. จัดกระบวนการบริหารและการจัดการศึกษาทังระบบให้เอือต่อ ผู้เรียนแบบมีส่วนร่วม เช่ือมโยงชุมชน การพัฒนาคุณภาพการศึกษา สู่ประชาคมอาเซียน ให้มีคุณธรรม ๒. บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเอือต่อการพัฒนาคุณภาพ จริยธรรม น้าความรู้ และมีทักษะ ของผู้เรยี น สมรรถนะท่สี ้าคญั ตามหลกั สตู รก้าหนด อย่างมคี ณุ ภาพ ได้มาตรฐานการศกึ ษา ๓. จดั กจิ กรรมส่งเสริมระบบดแู ลชว่ ยนกั เรยี นให้มีความเขม้ แขง็ ๔. จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่ พงึ ประสงค์ ๕. สง่ เสรมิ การจดั กระบวนการเรียนรทู้ ี่เนน้ ผเู้ รียนเปน็ ส้าคัญ ๖. จัดกิจกรรมส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการเชื่อมโยง บริบทและวถิ ีชุมชนสู่ประชาคมอาเซยี น ๗. จัดกระบว นการเรียนรู้พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางวิช าการ ของผูเ้ รยี น ๘. จัดระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาที่มีประสิทธิภาพให้ เกดิ ประสิทธผิ ลต่อการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา ๙. จดั กิจกรรมสง่ เสรมิ ความสามารถพิเศษของผ้เู รยี น เปำ้ ประสงค์ (GOAL)
พนั ธกจิ เป้ำประสงค์ ๑. จัดกระบวนการบริหารและการจัด ๑. จดั ระบบบรหิ ารเพือ่ พฒั นาโรงเรยี นทังระบบ การศึกษาทังระบบให้เอือต่อการพัฒนา ๒. โรงเรยี นมีการวางแผนพัฒนางานวชิ าการท่ีเนน้ คุณภาพ คุณภาพการศึกษา ของผเู้ รยี นรอบด้านทุกกลุ่มเป้าหมาย และด้าเนนิ การ เปน็ รปู ธรรม ๓. โรงเรียนวางแผนบริหารและการจัดการข้อมูลสารสนเทศ อย่างเป็นระบบ ๔. วางแผนและด้าเนินการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความ เชี่ยวชาญทางวิชาชีพมีและใช้แผน(ID Plan) ในการพัฒนา ตนเองตามทต่ี นเองสอดคล้องกับต้องการพัฒนาของตนเอง ๕. โรงเรียนวางแผนการก้ากับ ติดตาม ตรวจสอบและ ประเมนิ ผลการบริหารและจดั การศึกษา ๖. โรงเรียนมีการพัฒนาและแก้ปัญหาโดยใช้หลัก PLC สู่การ พฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ๗. โรงเรียนวางแผนพัฒนาอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม ทางกายภาพและสังคมให้เอือต่อการจัดการเรียนรู้ให้น่าดู นา่ อยู่ นา่ เรียน ๘. โรงเรียนมีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่โดดเด่น เป็นท่ี ยอมรับเชอ่ื ม่ัน ศรัทธาของชุมชน และหนว่ ยงานต้นสงั กดั ๒. บรหิ ารจดั การแบบมีสว่ นรว่ มเอือ ๙. โรงเรียนสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนและระดมทรัพยากร ต่อการพัฒนาคุณภาพของผเู้ รียน เพ่อื สง่ เสรมิ การจัดการศกึ ษา ๑๐. ครู บคุ ลากร นักเรยี น ผ้ปู กครอง ชมุ ชนท้องถิ่นและ ๓. จดั กิจกรรมสง่ เสรมิ ระบบดูแล หน่วยงานราชการสถานประกอบการอนื่ เขา้ มามีสว่ นรว่ ม ชว่ ยนักเรียนใหม้ ีความเข้มแข็ง การพฒั นาการจัดการศึกษา ๔. จดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ คุณธรรม ๑๑. โรงเรียนมีและใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อพัฒนา จรยิ ธรรมผู้เรียนใหม้ คี ุณลักษณะ คณุ ภาพของผู้เรียนอย่างรอบดา้ น ท่ีพงึ ประสงค์ ๑๒. พัฒนาคุณธรรม จริยธรรมนักเรียนให้มีคุณลักษณะและ ค่านิยมทดี่ งี ามตามแนวทางท่ีสถานศกึ ษากา้ หนด ๑๓. ผู้เรียนมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย จนสามารถอยรู่ ่วมกนั บนความแตกต่างได้อย่างมคี วามสุข ๑๔. ผู้เรียนมีสุขภาวะทางร่างกาย และจิตสังคม ตามท่ี โรงเรยี นก้าหนด
พนั ธกจิ เปำ้ ประสงค์ ๕. ส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้ ๑๕. มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน ท่ีเนน้ ผู้เรียนเป็นส้าคัญ ทกุ คนเขา้ มามีส่วนรว่ ม ๑๖. สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรและจัดกระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็นส้าคัญโดยยึดโยงกับบริบทของชุมชนและ ทอ้ งถนิ่ ๑๗. โรงเรียนมีการจัดระบบการตรวจสอบและประเมิน ค ว า ม รู้ ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ข อ ง ผู้ เ รี ย น อ ย่ า ง เ ป็ น ร ะ บ บ แ ล ะ มี ประสิทธภิ าพ ๑๘. ครูจัดกระบวนการเรียนรู้อิงมาตรฐานการศึกษา ตามแนวทางการพัฒนาหอ้ งเรียนคุณภาพ ๑๙.ครูใช้แหล่งเรียนรู้ และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อพัฒนา คณุ ภาพผู้เรียนอย่างคมุ้ ค่า ๒๐. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอน Active Learning แ ล ะ Stem Education ต ล อ ด ทั ง รปู แบบอ่นื ๆ สู่การพัฒนาคณุ ภาพของผเู้ รียน ๒๑. ครใู ชว้ ธิ กี ารวัดและประเมนิ ผลผู้เรียนอย่างหลากหลาย วิธีการตามหลักทฤษฎีของ Bloom ครอบคลุมทัง ความรู้ ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (KPA) จุดเนน้ และสมรรถนะ ท่สี ้าคญั ตามทห่ี ลกั สูตรกา้ หนด ๒๒. ครูมีการวัดและประเมินความก้าวหน้าด้านการเรียน ของผู้เรยี นรายบคุ คลเป็นชันปี ๒๓. โรงเรียนมีแผนและใช้แผนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรยี นสู่การพัฒนาคุณภาพของผู้เรยี น ๖. จัดกจิ กรรมส่งเสรมิ กระบวนการ ๒๔. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการยึดโยงบริบท เรยี นร้แู บบบรู ณาการเชือ่ มโยงบรบิ ท และท้องถิ่นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ และวถิ ชี ุมชนสปู่ ระชาคมอาเซียน สวนพฤกษศาสตร์ ส่กู ารพัฒนาคุณภาพของผูเ้ รียน ๒๕. ครูจัดกจิ กรรมและการเรยี นรู้สูป่ ระชาคมอาเซียน
พนั ธกจิ เป้ำประสงค์ ๗. จดั กระบวนการเรยี นรพู้ ัฒนา ผลสัมฤทธทิ์ างวชิ าการของผเู้ รียน ๒๖. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางวิชาการของการเรียนตามท่ี สถานศกึ ษากา้ หนด ๘. จดั ระบบประกันคุณภาพภายใน สถานศกึ ษาที่มีประสทิ ธิภาพให้เกิด ๒๗. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ประสิทธผิ ลต่อการพฒั นาคุณภาพ และทักษะ ๓R และ 8C ทีจ่ ้าเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ การศกึ ษา ๒๘. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารและ ICT เพ่ือการเรยี นรอู้ ย่างหลากหลาย ๒๙. ผู้เรียนมีความสามารถในการ คิดวิเคราะห์ คิดวจิ ารณญาณ อภปิ ราย แลกเปลีย่ นความคิดเห็นและ แกป้ ัญหา คิดสร้างสรรค์ อย่างเป็นระบบ ตดั สนิ ใจ แก้ปญั หา สรปุ องคค์ วามรู้ และน้าเสนอไดอ้ ย่างมเี หตุผล ๓๐. ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน เขียน การส่ือสาร และการคิดค้านวณตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชันตลอดทัง แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง ตอ่ เนื่อง ๓๑. ผู้เรียนมีความสามารถตามจุดเน้นและสมรรถนะ ที่สา้ คญั ตามท่ีหลกั สตู รก้าหนด ๓๒. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามความถนัดและสามารถ ของตนเองเตม็ ตามศักยภาพ ๓๓. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและพัฒนาการจาก ผลการทดสอบทังระดบั โรงเรียนและระดบั ชาติ ๓๔. ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนตามหลักสูตร สถานศกึ ษา ๓๕. นักเรียนมีความพร้อมในการศึกษาต่อ การฝึกงานหรือ การท้างาน ๓๖. โรงเรียนใช้ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เพือ่ ยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ๓๗. โรงเรยี นจดั ระบบการควบคุมภายใน
พนั ธกจิ เป้ำประสงค์ ๙. จัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถ ๓๘. โรงเรยี นมแี ละใชแ้ ผนพัฒนาความสามารถพิเศษ พิเศษของผู้เรียน ของผเู้ รียนให้สามารถเรียนรูต้ ามความถนัดและ ความสามารถเต็มศักยภาพของผู้เรยี นแตล่ ะบุคคล ๓๙. ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมและพัฒนาตามความถนัดและ ความสามารถเต็มตามศักยภาพของแต่ละบคุ คล
กลยทุ ธก์ ำรพัฒนำคณุ ภำพสถำนศึกษำ และตวั ช้ีวดั ควำมสำเร็จ กลยุทธ์ (Strategy) เปำ้ ประสงค์ กลยุทธร์ ะดับองค์กร ๑. จัดระบบบริหารเพื่อพัฒนาโรงเรียน ๑. พฒั นากระบวนการบรหิ ารและจัดการศกึ ษาเชงิ ระบบ ทงั ระบบ ๒. โรงเรียนมกี ารวางแผนพัฒนางาน วชิ าการท่ีเน้นคุณภาพของผ้เู รียนรอบ ด้านทกุ กลุ่มเปา้ หมาย และด้าเนนิ การ เปน็ รูปธรรม ๓. โรงเรยี นวางแผนบริหารและการ จัดการข้อมลู สารสนเทศอยา่ งเปน็ ระบบ ๔. วางแผนและดา้ เนินการพัฒนาครูและ บุคลากรให้มีความเช่ียวชาญทางวิชาชีพ มีและใช้แผน (ID Plan) ในการพัฒนา ตนเองตามที่ตนเองสอดคล้ อ ง กับ ต้องการพัฒนาของตนเอง ๕. โรงเรียนวางแผนการกา้ กับ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการบรหิ าร และจัดการศึกษา ๖. โรงเรียนมีการพัฒนาและแก้ปัญหา โดยใช้หลัก PLC สู่การพัฒนาคุณภาพ การศึกษา ๗. โรงเรียนวางแผนพฒั นาอาคาร ๒. พัฒนาอาคารสถานทีแ่ ละสภาพแวดล้อมเป็นสังคมแหง่ การ สถานท่แี ละสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เรียนรู้ให้เอือตอ่ เรยี นรู้ และสงั คมใหเ้ อือต่อการจดั การเรียนรู้ให้ น่าดู น่าอยู่ น่าเรยี น ๘. โรงเรียนมีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ ท่ีโดดเด่น เป็นท่ียอมรับเช่ือม่ัน ศรัทธา ของชมุ ชน และหน่วยงานตน้ สังกดั เป้ำประสงค์ กลยทุ ธร์ ะดับองคก์ ร
9. โรงเรยี นมแี ละใชร้ ะบบดูแลชว่ ยเหลือ 3. พัฒนาระบบดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียนใหม้ คี วามเข็มแข็ง นกั เรียนเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพของผเู้ รยี น อย่างรอบดา้ น ๑0. พัฒนาคุณธรรม จริยธรรมนักเรียน 4. สง่ เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมนักเรยี น ให้มีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีงามตาม แนวทางท่ีสถานศึกษาก้าหนด ๕. ส่งเสรมิ คุณธรรม จริยธรรมนักเรยี นใหม้ ีคุณลักษณะ ๑1. ผู้เรียนมีความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ที่พึงประสงค์ และความเป็นไทยจนสามารถอยู่ร่วมกัน บนความแตกต่างไดอ้ ย่างมคี วามสุข ๑2. ผู้เรียนมีสุขภาวะทางร่างกาย และ ๖. ส่งเสริมการพัฒนาสุขภาวะทางร่างกายและ จิตใจ สังคม ของ จิตสงั คม ตามที่โรงเรียนก้าหนด ผเู้ รยี น 13. ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ 7. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการยึดโยงบริบท บูรณาการยึดโยงบริบทและท้องถ่ินตาม และท้องถ่ินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ สวนพฤกษศาสตรใ์ นสถานศกึ ษาสู่ประชาคมอาเซียน สวนพฤกษศาสตร์ สู่การพัฒนาคุณภาพ ของผู้เรยี น 14. ครจู ดั กิจกรรมและการเรียนรู้ สูป่ ระชาคมอาเซยี น 15. โรงเรียนใชร้ ะบบประกนั คณุ ภาพ 8. พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้มีความเข็ม ภายในสถานศึกษาเพือ่ ยกระดับ แขง็ เกดิ ประสิทธผิ ลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 9. พฒั นาระบบควบคุมภายในให้เข้มแขง็ ๓๗. โรงเรยี นจดั ระบบการควบคุม ภายใน 16. โรงเรยี นมีและใชแ้ ผนพัฒนา 10. ส่งเสริมความถนัดและความสามารถเต็มตามศักยภาพของ ความสามารถพิเศษของผู้เรียนให้ ผู้เรยี นรายบคุ คล สามารถเรยี นรตู้ ามความถนัดและ ความสามารถเต็มศักยภาพของผเู้ รยี น แตล่ ะบคุ คล 17. ผเู้ รยี นไดร้ บั การส่งเสรมิ และพัฒนา ตามความถนัดและความสามารถเต็ม ตามศกั ยภาพของแตล่ ะบุคคล
ตวั บ่งช้วี ดั ควำมสำเร็จ เป้ำประสงค์ ตวั ชว้ี ัดควำมสำเรจ็ ๑. จดั ระบบบรหิ ารเพอื่ พฒั นาโรงเรียนทงั ระบบ โรงเรียนมีการบรหิ ารเชิงระบบเพ่ือพัฒนาโรงเรียน ทงั ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ๒. โรงเรยี นมีการวางแผนพัฒนางานวชิ าการทเี่ นน้ คุณภาพ โรงเรยี นวางแผนพฒั นางานวิชาการท่มี ่งุ เน้น ของผ้เู รยี นรอบด้านทุกกลมุ่ เป้าหมาย และด้าเนินการเปน็ พัฒนาคณุ ภาพของผู้เรยี นทุกกลุม่ เป้าหมายอยา่ ง รปู ธรรม เป็นรปู ธรรม ๓. โรงเรยี นวางแผนบรหิ ารและการจดั การข้อมูลสารสนเทศ โรงเรียนบรหิ ารจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบ อย่างเปน็ ระบบ สามารถน้าไปเป็นฐานการพฒั นาคุณภาพได้อย่าง มปี ระสิทธภิ าพ ๔. วางแผนและด้าเนินการพัฒนาครแู ละบุคลากรให้มีความ รอ้ ยละของครูมกี ารวางแผน (ID Plan) และ เชยี่ วชาญทางวิชาชีพมีและใช้แผน (ID Plan) พัฒนาตามแผนตามที่ความต้องการของตนเอง ในการพฒั นาตนเองตามความตอ้ งการพัฒนาของตนเอง และสอดคล้องกบั งานรบั ผดิ ชอบ ๕. โรงเรยี นวางแผนการกา้ กับ ติดตาม ตรวจสอบและ โรงเรียนมรี ะบบการก้ากับ ติดตาม ตรวจสอบและ ประเมนิ ผลการบรหิ ารและจดั การศกึ ษา ประเมนิ ผลการบรหิ ารและจดั การศกึ ษา ๖. โรงเรยี นมกี ารพฒั นาและแก้ปัญหาโดยใช้ หลัก รอ้ ยละระดับการบรหิ ารงานในโรงเรียนใช้ PLC PLC ส่กู ารพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา เป็นนวัตกรรมการพัฒนาและแก้ไขปัญหางาน ๗. โรงเรยี นวางแผนพฒั นาอาคารสถานท่ีและสภาพแวดล้อม โรงเรียนพฒั นาอาคารสถานท่ีและสภาพแวดล้อม ทางกายภาพและสงั คมใหเ้ อือตอ่ การจดั การเรยี นรูใ้ ห้น่าดู น่า ได้รับการพัฒนาให้เอือตอ่ การเรียนรู้ น่าดู นา่ อยู่ อยู่ นา่ เรียน น่าเรียน อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ๘. โรงเรียนมีเอกลักษณแ์ ละอัตลักษณ์ที่โดดเดน่ เปน็ ท่ยี อมรับ โรงเรยี นมจี ดุ เดน่ ของเอกลกั ษณ์ และ เช่ือม่นั ศรทั ธาของชมุ ชน และหนว่ ยงานตน้ สังกัด อัตลักษณ์อย่างชัดเจนเปน็ ที่ยอมรบั และเช่อื มนั่ ศรทั ธาของชุมชนและหน่วยงานตน้ สังกดั ๙. โรงเรียนสรา้ งความสัมพนั ธ์กบั ชมุ ชน และ ชมุ ชนใหค้ วามรว่ มมอื ในการพัฒนาการจดั ระดมทรัพยากรเพ่ือสง่ เสริมการจัดการศึกษา การศกึ ษา ๑๐. ครู บคุ ลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนท้องถิน่ และ ร้อยละคณะกรรมการสถานศึกษาขนั พนื ฐาน หนว่ ยงานราชการสถานประกอบการอน่ื เขา้ มสี ว่ นรว่ มการ เข้าใจบทบาทและปฏิบตั หิ น้าท่ตี ามบทบาทหนา้ ที่ พัฒนาการจดั การศึกษา ตามทก่ี ฎหมายกา้ หนด ๑๑. โรงเรยี นมีและใช้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพ่ือพฒั นา ร้อยละของนักเรยี นท่ีได้รับการดูแลช่วยเหลือ คณุ ภาพของผู้เรยี นอย่างรอบด้าน ตามระบบดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน
เปำ้ ประสงค์ ตวั ชี้วดั ควำมสำเร็จ ๑๒. พฒั นาคณุ ธรรม จรยิ ธรรมนกั เรยี นให้มีคณุ ลกั ษณะและ ร้อยละของผเู้ รียนท่ีมคี ุณธรรม จริยธรรมและ ค่านยิ มทดี่ ีงามตามแนวทางที่สถานศกึ ษาก้าหนด คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคต์ ลอดทังค่านยิ มหลัก ๑๒ ประการ ๑๓. ผเู้ รียนมคี วามภาคภูมใิ จในทอ้ งถ่ินและความเป็นไทยจน รอ้ ยละของผเู้ รียนมีความภาคภูมิใจในท้องถ่ินและ สามารถอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างไดอ้ ย่างมีความสขุ ความเปน็ ไทยจนสามารถอย่รู ่วมกนั ได้อยา่ งมี ความสุข ๑๖. สถานศกึ ษาพฒั นาหลักสูตรและจัดกระบวนการเรยี นรู้ที่ โรงเรียนพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษาและ เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สา้ คัญโดยยึดโยงกับบริบทของชมุ ชนและ จัดกระบวนการเรยี นรู้ที่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สา้ คัญ ทอ้ งถ่นิ ๑๗. โรงเรียนมกี ารจดั ระบบการตรวจสอบและประเมนิ ความรู้ โรงเรียนมกี ารจัดระบบตรวจสอบและประเมิน ความเขา้ ใจของผู้เรยี นอย่างเป็นระบบและมปี ระสิทธิภาพ ความรู้ ความเข้าใจของผู้เรียนอย่างมี ประสิทธิภาพ ๑๘. ครูจดั กระบวนการเรียนรู้องิ มาตรฐานการศึกษาตามแนว ร้อยละของครทู จ่ี ดั กระบวนการเรียนรตู้ ามแนว ทางการพฒั นาห้องเรยี นคณุ ภาพ ทางการพัฒนาหอ้ งเรียนคณุ ภาพ ๑๙. ครใู ช้แหลง่ เรยี นรู้ และภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น เพ่ือพัฒนา ร้อยละของครูทีจ่ ัดกระบวนการเรียนร้โู ดยใชแ้ หล่ง คุณภาพผู้เรียนอย่างคุ้มค่า เรยี นรู้และภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ อยา่ งคุม้ ค่า ๒๐. ครูจดั กจิ กรรมการเรียนรู้โดยใช้รปู แบบ การสอน ร้อยละของครูทีจ่ ดั กระบวนการเรยี นรู้แบบ Active Learning และ Stem Education ตลอดทงั Active Learning และ Stem Education รูปแบบอนื่ ๆ สู่การพฒั นาคุณภาพของผ้เู รียน ๒๑. ครูใชว้ ิธกี ารวัดและประเมนิ ผลผ้เู รยี นอยา่ งหลากหลาย ร้อยละของครทู ใี ช้วิธกี ารวดั และประเมนิ ผลตาม วิธีการตามหลกั ทฤษฎีของ Bloom ครอบคลุมทัง ความรู้ หลกั ทฤษฏขี องบลูม ทักษะ กระบวนการ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (KPA) รอ้ ยละของครูทว่ี ดั และประเมินผลผ้เู รยี น จดุ เน้นและสมรรถนะ ทีส่ า้ คัญตามท่ีหลักสูตรกา้ หนด ครอบคลุมอยา่ งรอบดา้ นทงั KPA ๒๒. ครูมกี ารวดั และประเมินความกา้ วหน้าดา้ นการเรียนของ รอ้ ยละของครูท่ีมีการประเมนิ ผลความกา้ วหนา้ ผเู้ รยี นรายบุคคลเปน็ ชนั ปี ด้านการเรยี นของผูเ้ รยี นรายบุคคล ๒๓. โรงเรยี นมแี ผนและใชแ้ ผนการยกระดับผลสมั ฤทธิ์ ร้อยละของครูที่มีแผนและใช้แผนการยกระดบั ทางการเรียนสกู่ ารพัฒนาคุณภาพของผู้เรยี น ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น ๒๔. ครูจดั กิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ ยึดโยงบริบท ร้อยละของครูทจ่ี ัดกระบวนการเรยี นรู้แบบ และท้องถิ่นตามหลักปรชั ญา ของเศรษฐกจิ บรู ณาการโดยยดึ โยงบริบทและท้องถิน่ ตามหลกั พอเพียงและสวนพฤกษศาสตร์ สกู่ ารพัฒนา ปรชั ญาของหลักเศรษฐกจิ พอเพียงและ คุณภาพของผเู้ รียน สวนพฤกษศาสตร์
เปำ้ ประสงค์ ตัวชว้ี ัดควำมสำเร็จ ๒๕. ครูจัดกิจกรรมและการเรยี นรูส้ ปู่ ระชาคมอาเซยี น ร้อยละของผู้เรยี นทเี่ รยี นรสู้ ่ปู ระชาคมอาเซียน ๒6. ผู้เรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางวิชาการของการเรียนตามที่ ร้อยละของผูเ้ รยี นที่มีผลสัมฤทธ์ทิ างวชิ าการ สถานศกึ ษาก้าหนด ของการเรียนตามท่สี ถานศึกษาก้าหนด ๒7.ผ้เู รียนได้รบั การพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและ ร้อยละของนักเรยี นท่ีมีความสามารถในการใช้ ทักษะ ๓R และ 8C ทีจ่ า้ เปน็ ในศตวรรษท่ี ๒๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้ตามทส่ี ถานศกึ ษา ก้าหนด ร้อยละของนักเรยี นท่ีมีความสามารถด้านทักษะ ๓ R และ 8C ตามท่สี ถานศึกษาก้าหนด ๒8. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ร้อยละของนักเรียนท่ีมีความสามารถใช้เทคโนโลยี และการสอื่ สารและ ICT เพ่ือการเรยี นรู้อย่างหลากหลาย เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย วธิ กี าร ๒9. ผู้เรียนมีความสามารถในการ คิดวิเคราะห์คิดวิจารณญาณ ร้อยละของนักเรียนท่ีมีความสามารถในการคิด อภิปราย แลกเปล่ียนความคิดเห็นและแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์คิดวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปล่ียน อยา่ งเป็นระบบ ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หา สรุปองคค์ วามรู้ และนา้ เสนอ ความคิดเห็นและแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ อย่าง ไดอ้ ย่างมเี หตผุ ล เป็นระบบ ตัดสินใจ แก้ปัญหา สรุปองค์ความรู้ และ น้าเสนอไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 30. ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน เขียน การส่ือสาร และ ร้อยละของนักเรียนที่มีความสามารถในการอ่าน การคดิ ค้านวณตามเกณฑ์ของแต่ละระดับชนั ตลอดทังแสวงหา เขียน การส่ือสาร และการคิดค้านวณตามเกณฑ์ ความรู้ด้วยตนเอง รักเรียนรู้ และพัฒนาตนเองต่อเนือ่ ง ของแต่ละระดับชันตลอดทังแสวงหาความรู้ด้วย ตนเอง รักเรยี นรู้ และพฒั นาตนเองต่อเน่ือง ๓1. ผู้เรียนมีความสามารถตามจุดเน้นและสมรรถนะท่ีส้าคัญ รอ้ ยละของนักเรียนที่มีความสามารถตามจดุ เน้น ตามทหี่ ลกั สูตรกา้ หนด ทห่ี ลกั สตู รกา้ หนด รอ้ ยละของนกั เรียนที่มี สมรรถนะท่สี ้าคัญตามทหี่ ลักสูตรก้าหนด ๓2. ผเู้ รยี นไดร้ บั การพฒั นาตามความถนัดและสามารถของ ร้อยละของนักเรียนที่ได้รับการพัฒนาตามความ ตนเองเต็มตามศกั ยภาพ (พหุปญั ญา) ถนัดและความสามารถเต็มตามศักยภาพของแต่ ละบคุ คล ๓3. ผู้เรียนมผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนและพฒั นาการจากผล ร้อยละของนักเรียนท่ีมีพัฒนาการด้านผลสัมฤทธ์ิ การทดสอบทังระดับโรงเรยี นและระดับชาติ ทางการเรยี นสงู ขนึ ๓4. ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรยี นตามหลักสตู ร ร้อยละของนักเรียนที่มีความก้าวหน้าทางการ สถานศกึ ษา เรยี นตามท่สี ถานศกึ ษาก้าหนด
เป้ำประสงค์ ตัวชว้ี ัดควำมสำเร็จ ๓5. นกั เรยี นมคี วามพร้อมในการศกึ ษาต่อ การฝกึ งานหรือ รอ้ ยละของนักเรยี นท่ีจบหลกั สตู รการศึกษา การทา้ งาน ขนั พนื ฐานมีความพร้อมในการศึกษา ฝกึ งาน หรือการท้างาน ๓6. โรงเรียนใช้ระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเพ่ือ โ ร ง เ รี ย น มี ร ะ บ บ ป ร ะ กั น คุ ณ ภ า พ ภ า ย ใ น ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน สถานศกึ ษาเพอื่ ยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ๓7. โรงเรียนจัดระบบการควบคุมภายใน โรงเรยี นมรี ะบบควบคุมภายในเป็นกลไก ในการควบคุมคุณภาพการศกึ ษา ๓8. โรงเรียนมีและใช้แผนพัฒนาความสามารถพิเศษของ โรงเรียนมีแผนการส่งเสริมความสามารถพเิ ศษ ผู้เรียนให้สามารถเรียนรู้ตามความถนัดและความสามารถเต็ม ของผเู้ รียน ศักยภาพของผูเ้ รยี นแต่ละบุคคล ๓9. ผูเ้ รียนได้รับการส่งเสริมและพัฒนา ตามความถนดั และ รอ้ ยละของนักเรยี นท่ีมีความสามารถพิเศษ ความสามารถเต็มตามศักยภาพของแตล่ ะบุคคล ไดร้ ับการส่งเสริมและพฒั นาเตม็ ความสามารถ ตามศกั ยภาพของแตล่ ะบคุ คล
ตอนที่ 8 กรอบกำรดำเนนิ งำนแผนงำนโครงกำร โครงการที่ปรากฏในแผนพัฒนาการจดั การศึกษา และโครงการ/กิจกรรมทส่ี นองอัตลักษณ์ ของสถานศึกษา สนองยุทธศาสตร์ นโยบาย และจุดเนน้ ของหน่วยงานตน้ สังกัด โรงเรยี นนา้ ปลกี ศึกษาได้จัดสรร งบประมาณตามโครงการและกล่มุ งาน รวม 51 โครงการ ดงั นี 1. กลุ่มบรหิ ำรวิชำกำร จ้านวน 29 โครงการ งบประมาณที่จดั สรร จ้านวน 984,100 บาท (เงินอดุ หนุน) จ้านวน 81,000 บาท (เงินกจิ กรรมพฒั นาคุณภาพผู้เรยี น) 2. กลุ่มบริหำรงำนบุคคล จา้ นวน 1 โครงการ งบประมาณท่ีจดั สรร จา้ นวน 299,550 บาท (เงนิ อดุ หนนุ ) 3. กลมุ่ บริหำรแผนและงบประมำณ จ้านวน 5 โครงการ งบประมาณทจ่ี ดั สรร จ้านวน 62,000 บาท (เงนิ อุดหนนุ ) จ้านวน 114,000 บาท (เงินกจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน) 4. กลุ่มบรหิ ำรกจิ กำรนกั เรียน จ้านวน 9 โครงการ งบประมาณที่จดั สรร จ้านวน 5,000 บาท (เงินอดุ หนนุ ) จา้ นวน 349,480 บาท (เงนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน) 5. กลุ่มบรหิ ำรงำนทว่ั ไป จ้านวน 7 โครงการ งบประมาณทีจ่ ดั สรร จา้ นวน 133,000 บาท (เงนิ อุดหนนุ ) จา้ นวน 112,000 บาท (เงนิ กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น)
ตอนที่ 9 กำรขบั เคล่ือนแผนสกู่ ำรปฏบิ ัติ โรงเรียนน้าปลีกศึกษา ใช้หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ในการบริหารแผนพัฒนาคุณภาพการจัด การศกึ ษาและแผนปฏบิ ตั ิการของโรงเรยี น ซึ่งมอี งคป์ ระกอบท่ีท่ีสา้ คัญ ๖ ประการดังนี ๑. หลักนิติธรรม คือการด้าเนินการ จะต้องถูกต้องตาม กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ค้าส่ังต่างๆ ทเ่ี กย่ี วข้องเป็นหลักในการดา้ เนนิ การในทกุ ขันตอน ๒. หลักคุณธรรม คือการด้าเนินการ จะต้องค้านึงถึงความถูกต้องไม่ผิดศีลธรรมอันดี ไม่ท้าให้ผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวขอ้ งและมสี ว่ นได้สว่ นเสียเดือดรอ้ น ๓. หลักความโปร่งใส คอื การด้าเนนิ การจะต้องสามารถตรวจสอบไดท้ ุกขนั ตอน ๔. หลักความมีส่วนร่วม คือการด้าเนินการจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องและมีส่วนได้ ส่วนเสีย เขา้ มามีส่วนร่วมในการด้าเนินการ ๕. หลักความรับผิดชอบ คือ การด้าเนินการจะมีผู้ได้รับมอบหมายและต้องมีความรับผิดชอบ พร้อมที่จะ ปรบั ปรุงและแก้ไขได้ตอ่ ไป ๖. หลักความคุ้มค่า คือการด้าเนินการต้องตระหนักว่ามีทรัพยากรค่อนข้างจ้ากัด ดังนันในการบริหาร จดั การจา้ เปน็ จะต้องยึดหลักความประหยดั ความคุ้มคา่ และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการก้ากับติดตามประเมินผลและรายงานผลการดา้ เนินงานนนั โรงเรยี นน้าปลีกศึกษา ปฏบิ ัตงิ านแบบมี ส่วนร่วมระหวา่ งผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอน คณะกรรมการสถานศึกษาขันพืนฐาน โดยใช้กระบวนการ/วงจร คุณภาพ (PDCA) ในการปฏบิ ัติงาน ๑) P : PLAN กำรวำงแผนจัดทำโครงกำร - วัตถปุ ระสงคเ์ หมาะสม สอดคลองกับมาตรฐานและกลยุทธ์ - มีการกา้ หนดผู้รบั ผิดชอบ - ระยะเวลาด้าเนินการที่กา้ หนด - ความเหมาะสมของงบประมาณที่กา้ หนด - มกี ารเสนอเพ่อื ขออนุมัตกิ อ่ นด้าเนินการหรือไม ๒) D : DO กำรกำกบั ตดิ ตำมกำรปฏิบัตงิ ำนตำมโครงกำร - มกี ารก้าหนดขนั ตอนหรอื วธิ ีการด้าเนนิ การ - มผี ู้รบั ผิดชอบดา้ เนินการไดตามทกี่ า้ หนดไว - มีการประสานงานกับผู้ที่เกย่ี วข้องมากน้อยเพียงไร - สามารถด้าเนนิ การตามระยะเวลาที่กา้ หนด - สามารถด้าเนินการไดตามงบประมาณที่ก้าหนดไว ๓) C : CHECK ตรวจสอบและติดตำมผลกำรดำเนนิ งำน
- มีการก้าหนดวธิ ี/รูปแบบการประเมิน - มรี ูปแบบของการประเมนิ เหมาะสม - ผลของการประเมินตรงกับวตั ถุประสงคท์ ีว่ างไว - ปญั หา/จุดออ่ น ท่ีพบในการด้าเนนิ การ - ข้อดี/จุดแข็ง ของการดา้ เนินการ ๔) A : ACTION นำข้อมูลทีไ่ ดจำกกำรกำกับติดตำมกำรดำเนินงำนไปปรบั ปรงุ ตอ่ ไป - มีการระดมสมองเพื่อหาทางแกปัญหา/จดุ อ่อนท่ีค้นพบ - มีการระดมสมองเพ่อื หาทางส่งเสริมข้อดี/จุดแข็งเพ่ิมขนึ - มีการน้าผลท่ีไดจากการระดมสมองเสนอผู้บริหารเพ่ือพิจารณาส้าหรับใช้วางแผนจัดท้าโครงการในครัง ต่อไป - กา้ หนดกลยทุ ธใ์ นการจัดทา้ แผนครงั ต่อไป กำรกำกบั ก้ากับดูการปฏิบัติงานตามโครงการต่างๆ ในรูปคณะกรรมการนิเทศติดตามผล โดยคณะกรรมการ ดา้ เนินการดงั นี ๑. ศกึ ษารายละเอยี ดแผนงานโครงการ ๒. สรา้ งเครอื่ งมอื นเิ ทศติดตาม หรือจัดทา้ แบบประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านเพื่อก้ากบั ขนั ตอน วิธีการ เวลา ผลการด้าเนินงานตามเป้าหมาย และจุดเนน้ กลยทุ ธข์ องโรงเรยี น ๓. ก้ากบั ดแู ล นิเทศตดิ ตามเปน็ ระยะอยา่ งตอ่ เน่ือง ๔. สรุป รายงานผลการกา้ กบั ดแู ลและนเิ ทศ 5. ก้าหนดใหผ้ ูร้ บั ผิดชอบงาน/โครงการ รายงานผลการปฏิบัตงิ านเปน็ ระยะเพ่อื ทราบ ความกา้ วหน้า ปญั หา อปุ สรรค และความสา้ เรจ็ ของงาน กำรตรวจสอบ ๑. การตรวจสอบคณุ ภาพภายใน โรงเรียนจะประเมินตนเองเปน็ การภายใน โดยใช้แบบ ประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร เพอื่ ตรวจสอบการปฏบิ ัตงิ านทกุ ขนั ตอน และน้าข้อมูลที่ได้ ไปปรับปรงุ พัฒนางาน ๒. การตรวจสอบคุณภาพจากภายนอก โรงเรียนจะรับการตรวจสอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขัน พืนฐาน ผู้ปกครองและชุมชน คณะกรรมการศูนย์อ้านวยการเครือข่าย หน่วยงานต้นสังกัด และองค์กรอิสระ เพือ่ เปน็ การประเมนิ มาตรฐานการจดั การศกึ ษาของโรงเรียนตามมาตรฐานที่ก้าหนดไว้ กำรรำยงำน ๑. ผู้รับผิดชอบรายงานผลการปฏิบัติงานตามงาน/โครงการที่ก้าหนดไว้ในแผนของโรงเรียนเม่ือสินสุด ระยะเวลาการดา้ เนินงาน
๒. โรงเรียนจัดท้ารายงานประจ้าปีของสถานศึกษา ในสินปีงบประมาณ เพ่ือรายงานในภาพรวมของผล การดา้ เนนิ งานแต่ละปี ในรูปของคณะกรรมการ ๓. โรงเรียนรายงานผลการด้าเนินงานในภาพรวม 4 ปีการศึกษาตามกลยุทธ์ของโรงเรียน ทงั ผลสา้ เรจ็ อปุ สรรค ปญั หา และแนวทางการด้าเนินการในระยะต่อไป ๔. เผยแพร่ผลการดา้ เนินงานให้ผูเ้ กี่ยวข้องและผู้มสี ่วนได้เสียในการจดั การศกึ ษาทราบ ในการบริหารงบประมาณของโรงเรียนน้าปลีกศึกษา สังกัดส้านักงานเขตพืนท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 ได้ค้านึงถึงความคุ้มค่า คุ้มทุน ประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน ตรงตามตัวชีวัดตามจุดเน้น 6 ยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา นโยบายเร่งด่วนส้านักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพืนฐาน และนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการ โดยการด้าเนินงานท่ีถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของงบประมาณ และระเบียบวิธีการบริหา ร งบประมาณ การเงินการคลัง ใช้หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ในการบริหารแผนพัฒนาคุณภาพการจัด การศึกษาและแผนปฏิบตั กิ ารของโรงเรยี น
ภำคผนวก
Search