× ห้าม ออก Y @ 5ำญึ๋กึกึ๊บุ์ce × ห้าม แจก ต่อ × ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ เทมเพลตกระดาษ ig : mundaepaper Font ตวั อกั ษร ig : sundae.sorbet
หื้ตกต่อ@ StUt Y มาYioe รู้ ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ BIOLOGY เซลล์ คือหน่วยท่เี ลก็ ทส่ี ุดของสิง่ มีชวี ติ เซลลม์ หี ลายชนิดและหลายรปู รา่ งขนึ้ อยกู่ บั ตำแหน่ง CELL ทีอ่ ยู่และหนา้ ที่ของเซลล์ ๐ เซลลท์ ุกเซลลม์ อี งคป์ ระกอบหลัก 3 ส่วน 1. เยอ่ื หุ้มเซลล์ 2. ไซโตพลาสซมึ เซลล์ สามารถเพ่ิมจำนวนได้ 3. นิวเคลียส เจรญิ เตบิ โตและสามารถตอบ สนองตอ่ ส่งิ เร้าได้ เซลลบ์ างชนิด NUCLEUS เคล่อื นที่ได้ เช่น เซลล์อสจุ ิ นิวเคลยี ส เป็นศนู ย์ควบคมุ กระบวนการต่างๆ ภายในเซลล์ และเปน็ ทีเ่ ก็บ “ สารพันธกุ รรม ” CYTOSOL ไซโตซอล คอื “ ของเหลว ” ภายในเซลล์ เปน็ ท่เี กิดปฏิกริ ิยาเคมสี ว่ นใหญ่ภายในเซลล์ ORGANELLEออรแ์ กแนล คอื อวยั วะของเซลล์ มีหลายชนิด ทำหนา้ ท่ีแตกต่างกนั แผนผังโครงสร้างเซลล์ ทาง - °เซลล์ - สว่ นห่อหมุ้ เซลล์ protoplasm ผอ๋Cell wall Cell membrane Nucleus อCytoplasm นิวเคลยี ส ไซโทพลาสซมึ ผนงั เซลล์ เยอื่ ห้มุ เซลล์ ๐ phospholipid #Cytosol Organelles ๐ Cholesterol ๐ Protein มีเยอ่ื หมุ้ 1 ชั้น มีเยอื่ ห้มุ 2 ชน้ั ๐ Carbohydrate ไมม่ ีเยอื่ ห้มุ N te :
× ห้าม co PY @ St Ud YJMY ioe ××หห้้าามมใแชจ้ใกนตเ่ชอิงพาณิชย์ ไดแ้ กพ่ วก แบคทีเรยี สาหร่ายสเี ขยี วแกมน้ำเงนิ ฟังไจ สัตว์ พชื โพรทิสต์ การจำแนกจากลกั ษณะของ Prokaryotic cell และ Eukaryotic cell tการเคล่อื นไหวของเซลล์ แฟกเจลลา ทำหนา้ ที่คลา้ ยหางโครงสร้างโปรคารโิ อต ยคู าริโอต - เยอ่ื หมุ้ นวิ เคลยี ส ** ไมม่ ี * * มี * ขนาด Ribosome 70S * 70S , 80S *• * นิวเคลยี ส ไมม่ นี วิ เคลยี สจรงิ มนี ิวเคลยี สจรงิ ผนงั 2 ช้ัน สารพนั ธุกรรม DNA อยู่เดยี่ วๆ ขดตัวเปน็ วงเสน้ รูปร่างโมเลกุลเป็นเสน้ ตรง เดยี วอยใู่ นไซโทพลาสซมึ อยู่ร่วมกบั โปรตนี Histone เรยี กว่า “นวิ คลอี อยด์” แบคทีเรียบางพวก อาจเปน็ วง Plasmid Organelle มีแค่ ribosome , flagellum มหี มดทุกชนิด * ไม่มี organelle ท่ีมีเย่ือหมุ้ ทกุ ชนิด แฟกเจลลา และซีเลยี ช่วยเคล่ือนท่ี เกดิ มาจาก เกดิ จาก ทบู ลู นิ tubulin • * เฟลเลจลิน (flagellin) • . การแบง่ เซลล์ แบง่ เปน็ 2 สว่ นงา่ ยๆ มที ั้งแบบไมโอซิส (Meiosis) Binary Fission และไมโทซิส (Mitosis) * เน่อื งจากไมม่ ี Cytoskeleton * * • ผนงั เซลล์ (ถา้ ม)ี แบคทเี รยี : เพปติโดไกลแคน พืช : เซลลูโลส * อารเ์ คยี : ไกลโคโปรตนี ฟงั ไจ : ไคติน * * * N te :
ฐื๋เอก @ Stut Y มา Yioe ต่อ \" ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ โครงสร้างของเซลลส์ ตั ว์ Nhthmrnrnrnmn Nuclear pore : รทู ่ีทำให้สารผ่านเขา้ ออก Rough Endoplasmic Reticulum (RER) Nucleolus : นวิ คลีโอลสั Nuclear membrane Ribosomes เยื่อหุ้มนวิ เคลยี ส ไรโบโซม Golgi apparatus _Smooth endoplasmic s Lysosome : ไลโซโซม reticulum ( SER ) ไม่มใี นเซลล์พชื / 1า Cell membrane Mitochondria เยือ่ หุ้มเซลล์ ไมโทคอนเดรยี Centriole เซนทริโอล ไมม่ ใี นเซลล์พืช \" โครงสรา้ งของเซลล์พชื - mmnmmm
× ห้าม co PY @ St Ud YJMY ioe × ห้าม แจก ต่อ × ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ l\\ l Cสว่ นห่อหมุ้ irr ๐ ผนงั เซลล์ ( Cell wall ) ไม่พบในเซลล์สัตว์ - เป็นองคป์ ระกอบช้ันนอกสดุ พบในเซลล์ พืช สาหรา่ ย ฟังไจ(เห็ด-รา) เซลล์E 33 และแบคทีเรียบางชนดิ ๐ พชื และสาหร่าย: ผนงั เซลล์มอี งคป์ ระกอบหลักคือคาร์โบไฮเดรต สว่ นใหญ่เป็น เซลลูโลส ๐ ฟังไจ : ผนังเซลลส์ ว่ นใหญ่เปน็ ไคติน ( Chitin ) ๐ แบคทเี รยี : เพปตโิ ดไกลแคน เกดิ จากโปรตนี จบั ตวั กบั คารโ์ บไฮเดรต *เพม่ิ เติม ผนังเซลลใ์ นพชื แบง่ ยอ่ ยไดเ้ ปน็ 3 ช้นั 1. Middle Lamella : เปน็ ช้ันเชื่อมระหว่างเซลลท์ ีอ่ ยู่ตดิ กนั เจริญมาจาก Celll Plate (เป็นผนงั ที่เกิดข้นึ ตอนแบ่งเซลล์) เป็นสารพวกเพคตดิ Pectin 2.Primary Wall : เป็นชัน้ ท่เี กิดขน้ึ เมอ่ื เซลลเ์ รม่ิ เจรญิ เติบโต อยู่ติดกับชน้ั Middle Lamella ประกอบด้วยสารพวกเซลลูโลส Cellulose เปน็ ส่วนใหญ่ 3.Secondary wall : เป็นชน้ั ทสี่ รา้ งหลังสดุ เกดิ ขึ้นเมอ่ื เซลลห์ ยดุ ขยายขนาดแลว้ พบเฉพาะ ในเซลลบ์ างชนิดเท่าน้ัน โดยมีสารพวก เซลลูโลส ควิ ทนิ ซเู บอริน ลกิ นนิ และเพคตินมาเกาะ ก สุ.เย่ือก หุม้ n เซลล์ rr Cell membrane ' ฟฺ n ก / n พบในทุกเซลล์ท่ียงั มชี วี ิต ( ยกเวน้ ไวรสั ไม่มีเซลล์ ) มคี ณุ สมบัติ : ยอมใหส้ ารบางชนดิ ผา่ นเข้าออกเทา่ นั้น โครงสร้างแบบ : ฟลอู ิต-โมเซอิค (Fluid-Mosaic Model) มโี ปรตีนแทรกอยใู่ นเยอ่ื หมุ้ เซลล์ ประกอบไปดว้ ย ฟอสโฟลพิ ิดไบเลเยอร์ N te :
พาณิชย์× ห้าม co PY @ StUdYJMY ioe ฬื๊ณํ๊ญื๊ณื่× × ๐ Phospholipid bilayer : เปน็ โครงสรา้ งของเยอ่ื หุม้ เซลล์ มโี มเลกุล 2 สว่ น คือ ส่วนมีขวั้ TT และ ส่วนไมม่ ขี ั้ว โดยจะเรยี งตัวเป็น 2 ช้นั คอื หันด้านทมี่ ขี ัว้ ของฟอสโฟลพิ ดิ ออกจากเซลล์ และเข้าสู่บรเิ วณทม่ี นี ้ำ สว่ นดา้ นหางที่ไมม่ ขี ้วั จะจบั กนั เองในบรเิ วณที่ไม่มีน้ำ สาเหตุทม่ี ีการเรยี งตวั แบบน้ี เพราะส่วนมีขวั้ มคี ุณสมบัตชิ อบน้ำ (hydrophilic) และส่วนหางไมม่ ีขว้ั ไม่ชอบน้ำ (hydrophobic) *hydrophilic ฟอสโฟลิพิด f ส่วนมีขว้ั o phospholipid u ส่วนไมม่ ีขวั้ lbilayer ชอบนำ้ ไม่ชอบนำ้ § hydrophobic ๐ Cholesterol : เปน็ สารชว่ ยให้เยื่อห้มุ เซลลไ์ หลลืน่ มีความยดื หยุ่น โดยจะแทรกตัวอย่รู ะหว่าง = ชั้น phospholipid ๐ Proteins : ทำหน้าทลี่ ำเลยี งสารผา่ นเขา้ ออกเยือ่ หุ้มเซลล์ มีหลายชนิดตามหนา้ ที่ คอื โปรตนี ทเ่ี ป็นช่องแชนแนล (channel) เปน็ ตวั รับ (receptor) เปน็ ตวั พา (carrier) และทำหนา้ ที่ในการจดจำเซลล์ (recogniton) ๐ Oligosaccharide (คารโ์ บไฮเดรต) : ทำหนา้ ท่ีตดิ ตอ่ ส่ือสารระหว่างเซลล์ - N te :
@ St Ut Y มา Yioe ผู้หื้มึ้แกงื \" \" ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ โปรโทพลาซมึ PROTOPLASM[\" \" ll Tc 1.) | ,,y nnnnn-nnnrnwnrfLO.irนิวเคลยี สy นิวเคลยี ส คือ สว่ นท่ีอยูภ่ ายในเยื่อหมุ้ เซลล์ทง้ั หมด ประกอบดว้ ย NUCLEUS ลักษณะ : ค่อนข้างกลม อยตู่ รงกลางเซลล์ ไซโทพลาสซึม LOYหน้าท่ี : ควบคมุ กจิ กรรมต่างๆภายในเซลล์ eX. การแบ่งเซลล์ เปน็ ทอ่ี ยู่ของสารพันธกุ รรม 1.เยื่อหุม้ นิวเคลียส มีรูพรนุ เรียกว่า “Nuclear pore” และมเี ม็ด Ribosome เกาะอยู่ 2.นิวคลีโอพลาซมึ (Nucleoplasm) อย่ภู ายในเย่อื หุม้ นวิ เคลียส แบง่ เป็น 2 ส่วน 2.1 โครมาตนิ (Chromatin) คอื ร่างแหโครโมโซม ประกอบดว้ ย / สาย DNA หรือ ยีน (Gene) และโปนตนี ฮสิ โตน อยูร่ วมกนั เม่ือมกี ารแบง่ เซลล์ โครมาตนิ จะหด ตัวกลายเป็นโครโมโซม 2.2 นิวคลีโอลสั (Nucleolus) : สังเคราะหไ์ รโบโซม เพอ่ื ทำหนา้ ทส่ี งั เคราะห์โปรตนี และรวบรวม กรดไรโบนิวคลีอกิ (Ribonucleic acid/RNA) ซง่ึ ทำหน้าที่ในการนำคำสงั่ จากนวิ เคลยี สไปยงั เซลลอ์ นื่ Iไซโทพลาสซึมเ CCYTOPLASM1 อยรู่ ะหวา่ งนิวเคลยี สและเยอ่ื หุ้มเซลล์ แบ่งเปน็ . 2 สว่ น คือ 1.ส่วนของเหลว (CYTOSOL) 2.สว่ นของแข็ง (ORGANELLE) ไซโตซอล (Cytosol) เปน็ ของเหลวทลี่ ะลายด้วยเอนไซมแ์ ละสาร อาหารต่างๆ ออร์แกแนลล์ (Organelle) เปน็ อวยั วะของเซลล์ เพราะเป็นองคป์ ระกอบ ทท่ี ำหนา้ ท่ตี ่างๆกนั N te :
× ห้าม co PY @ St Ud YJMY ioe × ห้าม แจก ต่อ .. . p × ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ . ของออร์แกเนยี ลล์ . . หน้าท่ีตา่ งๆ - ออรแ์ กแนลล์ทไ่ี ม่มเี ย่ือหุ้ม (Nonmembranous organelle) nrhrnrnrnernrnre nrnrnrernrnrvtnnrenrr 1.ไรโบโซม (Riboosome) : สรา้ งโปรตีน ท้งั โปรคารโิ อตและยคู าริโอต •พบใน เซลลเ์ ม็ดแดง ภายในไมโทรคอนเดรีย ภายในคลอโรพลาส เซลลท์ ี่หลงั่ เอนไซม์ ฮอร์โมน , แอนตบิ อดี * 2.ไซโทสเกเลตอน (Cytoskeleton) : เป็นโครงสรา้ งคำ้ จนุ เซลล์ และชว่ ยในการเคลื่อนไหว ของเซลล์ มี 3 ชนิด เรยี งจากใหญ่ไปเลก็ ตามลำดบั ฬ_-สึ๋ •้0น ๐ ไมโครทวิ บูล : เปน็ เสน้ ใยโปรตนี ทูบลู ิน (tubulin) ชว่ ยในการ เคลือ่ นทีข่ องออร์แกแนลล์ เปน็ ส่วนประกอบโครงสร้างของ ซิเลยี ละ-ต-←ณึึ๕๋๊0• *ก•รฉ0ื และแฟกเจลลัม ชว่ ยในการเคล่ือนไหวของส่งิ มชี ีวิตเซลล์เดยี ว Microtubule เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง ประมาณ 25 nm 5-aotnsoseo-TO-to s atke-nos-R.s-nk~n.mnอื๋TTeไRงงกคโ-C-tณ็ฏ็-eerssorหstoลoงมง ๐ Intermediate filament : เป็นโครงข่ายตลอดเซลล์ สรา้ งจาก โปรตนี หลายชนิดตามแต่ชนิดของเซลล์ เชน่ เคอราตดิ (Keratin) Intermediate filament Ex. ผม ขน เขา เลบ็ เสน้ ผา่ นศูนย์กลาง ประมาณ 10 nm ๐ ไมโครฟิลาเมนต์ : เปน็ เส้นใยโปรตนี แอคตนิ (actin) ทำหน้าที่ mnu-tE_nn~mnr-nn.mn เก่ียวกบั การเปลยี่ นแปลงรปู รา่ งและการไหลของ Cytoplasm Microfilament เชน่ การยืดหดขาเทยี มของอะมบี า เสน้ ผา่ นศนู ย์กลาง ประมาณ 7 nm 3. เซนทรโิ อล (Centriole) : ชว่ ยในการเคลือ่ นทขี่ องโครโมโซมและแยกโครมาติน แต่ละคู่ Protein f- links ออกจากกนั ในขณะแบง่ เซลล์ โครงสร้าง ประกอบไปดว้ ย ไมโครทิวบลู 9+0 คือ มไี มโครทวิ บูล 3 ทอ่ รวมกันเป็นมดั เรยี งกัน ทัง้ หมด 9 มดั เปน็ รูปวงแหวน และตรงกลางกระบอกไม่มี มกั อยู่เป็นคู่วางตัง้ ฉากกนั เรียกวา่ เซนโทรโซม (Centrosome) * ๐ เปน็ ตวั ใหก้ ำเนิด Spindel fiber ใชใ้ นการแบง่ เซลลข์ องสตั ว์ ๐ เซลลพ์ ืชและเหด็ รามเี ซนโทรโซม แต่ไม่มเี ซนทรโิ อลเป็นองคป์ ระกอบอยู่ ภายใน โดยในเซลล์พชื จะใช้ Polar cap ทำหนา้ ทแ่ี ทน ไมพ่ บในเซลล์พชื และฟงั ไจด้วยนะจ๊ะ *
ห้าม co PY @ St Ut Y มา Yioe หู๋ำม แจก ต่อ ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ 4.ซเิ ลียและแฟลกเจลลา (Cilia and Flagella) : การเคลอ่ื นไหว เป็นออแกแนลล์ท่ยี ื่น ออกมาจากเซลล์บางชนิด ลกั ษณะ : เปน็ เสน้ ขนขนาดเลก็ ๆ เคลอื่ นไหวไปมาได้ โครงสรา้ ง : เปน็ ท่อกลวงสนั้ ๆ ประกอบไปดว้ ย โมโครทวิ บลู แบบ 9+2 คือ ไมโครทวิ บูล 2 ท่อรวมกนั เป็นมดั เรยี งกันเป็น วงแหวน ทงั้ หมด 9 มดั และตรงกลางมไี มโครทวิ บูลอีก 2 อัน โดยแตล่ ะมัดจะมโี ปรตีนไดนนี (Dynein) เชอ่ื มทำให้สามารถ เคลอื่ นไหวได้ พบใน : ผนงั หลอดลม , สเปริ ม์ , โปรโตซวั , ยูกลีนา ออรแ์ กแนลล์ที่มเี ยือ่ หมุ้ 1 ช้ัน ( Unimembranous organelle) nrnrnrnrnrernr nrnrnrunrnnrvnnrnrenrnrrenv 1.รา่ งแหเอนโดพลาซึม หรอื เอนโดพลาสมิกเรตคิ ลู มั (Endoplasmic reticulum/ER) แบง่ เป็น 2 ชนิด 1. Smooth endoplasmic reticulum / SER) 2.Rough endoplasmic reticulum / RER) Iมีมากในตบั เพราะตอ้ งกำจดั สารพษิ ทีไ่ ด้จากอาหาร พบในเซลล์ท่หี ลั่งแอนติบอดี : เมด็ เลือดขาว ผวิ เรยี บ ผิวขรขุ ระ พบใน : ตับ , อัณฑะ , รังไข่ , ตอ่ มหมวกไตชน้ั นอก พบใน : ตบั อ่อน , เยือ่ บลุ ำไสเ้ ล็ก เซลล์กล้ามเน้อื เย่อื บกุ ระเพราะ , เมด็ เลอื ดขาว หน้าที่ : กำจัดสารพษิ ในเซลล์ สังเคราะห์ไขมัน พวก เซลล์ต่อมใต้สมอง Cholesterol , Steroid กระตนุ้ การทำงาน หน้าท่ี : สงั เคราะหโ์ ปรตีนท่ใี ชภ้ ายนอกเซลล์ ของกลา้ มเนอื้ เป็นชนิดมีไรโบโซมมาเกาะ อยู่ตำแหน่งใกล้ เปน็ ชนดิ ทไี่ มม่ ีไรโบโซมมาเกาะ อยูห่ ่างจากนวิ เคลยี ส นวิ เคลยี ส ออกมา จนถงึ บรเิ วณ Cell membrane พบมาในเซลล์หลั่งเอนไซม์ เช่น เยอ่ื บลุ ำไสเ้ ลก็ เซลลท์ ห่ี ลัง่ ฮอรโ์ มน : ต่อมใตส้ มอง
2.กอลจิคอมเพลก็ ซ์ (Golgi complex / Golgi body / Golgi Apparatus) ฐื๋ไง@ StutY มา Yioe ห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ หน้าท่ี : เตมิ คารโ์ บไฮเดรตใหก้ ับโปรตนี หรือ ไขมนั ทส่ี ง่ มาจากER นอกจากน้ียังบรรจแุ ละส่งออกสาร รูปร่างคลา้ ย ER โดยโครงสร้างจะประกอบด้วยถุงแบนๆ 3-20 ชัน้ คล้ายแพนเคก้ มีหนา้ ทรี่ บั ถุง (Vesicle) ขนส่งสารมาจากท้งั RER และ SER โดยถา่ ยโอนโมเลกุลทไี่ ดร้ บั ไปที่ถงุ ขนส่งใหมแ่ ละส่ง ตอ่ ไปท่ีเซลล์เป้าหมาย เช่น เยอื่ หมุ้ เซลล์ * ถงุ ทีห่ ลดุ แยกออกมาจากกอลจิในสัตว์ คอื ไลโซโซม * พบใน : ตอ่ มนำ้ ลาย ต่อมน้ำนม อสจุ ิ : กอลจจิ ะสร้างถงุ Aอcะrโoครsโoซmม e บรรจุเอนไซมย์ อ่ ย Nudeus • tฬnึนืฐ๊ืตั๊้สลายสารหมุ้ ไขไ่ ว้ที่ส่วนหวั ของอสจุ ิ เพ่อื เจาะไข่ เซลลพ์ ืช : กอลจิสรา้ งถงุ osome บรรจเุ พคตนิ เกดิ Cell Plate ขนึ้ 3.ไลโซโซม ( Lysosome ) หนา้ ที่หลกั : ย่อยสารและสิ่งทเี่ ซลลไ์ มต่ ้องการ ๐ ย่อยอาหาร : โดยรวมกบั food vesicle ทมี่ อี าหารอยู่ ๐ ยอ่ ยเซลล์ตวั เอง : โดยรวมกับ vesicle ทีบ่ รรจุออร์แก แนลล์หมดอายุ หรือแตกออกเพ่อื ย่อยเซลลต์ วั เอง เช่น ลูกอ๊อด ย่อยหางตัวเองทิง้ เพ่อื เจริญต่อไปเปน็ กบ (Autolysis) * ไมพ่ บในเซลลพ์ ืช พบมากใน เม็ดเลอื ดขาว 4.เพอรอกซโิ ซม (Peroxisome) : เกย่ี วขอ้ งกับปฏิกิริยาออซเิ ดชนั หล่ังเอนไซม์ catalase ยอ่ ย H2O2 ท่เี ปน็ พิษให้เป็นนำ้ พบใน : เซลลพ์ ชื , ตับ , ไต 5.แวควิ โอล (Vacuole) : คล้าย vesicle แตใ่ หญ่กว่า มีหลายหน้าท่ี ๐ Food vacuole : ใส่อาหารที่กนิ เข้ามาของสัตว์ช้นั ต่ำ ๐ Central /Sap vacuole : พบในพชื ใชบ้ รรจสุ ารตา่ งๆ เช่น รงควัตถุ เกลือแร่ โดยสว่ นของเยอ่ื หุม้ เรียกว่า Tonoplast ๐ Contractile vacuole : ขับนำ้ ส่วนเกนิ ออกจากโพรโทซวั พบใน : สตั ว์ชน้ั ต่ำ เช่น อะมบี า พารามเี ซียม เซลลพ์ ชื โพรโทซัวน้ำจดื
ห้าม co PY @ St Ut Y มา Yioe ต่อ หู๋ำม แจก ฺห้ามใช้ในเชิงพาณิชย์ ออร์แกแนลล์ทมี่ ีเย่ือหุ้ม 2 ชั้น ( Bimembranous organelle ) nrnrnrnrnnnre rnrnrnrnrnrernrnrernrnrnreruu 1.ไมโทคอนเดรยี ( Mitochondria ) : เปน็ แหลง่ สร้างพลังงานของเซลล์ (ATP) โดยกระบวนการ หายใจระดับเซลล์ พบใน : เซลลย์ ูคารโิ อตท้ังหมด หัวใจ สมอง เซลล์กล้ามเนอื้ เซลล์อสจุ ิ ๐ สามารถเปล่ียนรปู ร่างหรือเคล่ือนยา้ ยไปมาได้ ๐ มีขนาดเลก็ กวา่ คลอโรพลาสต์ และจะเหน็ ไดภ้ ายใต้กล้อง จุลทรรศนเ์ ทา่ นัน้ ๐ มีเยื่อหุม้ 2 ชนั้ โดยเยื่อหมุ้ ชั้นใน (Inner membrne) พบั เว้า เปน็ ครสิ ตี (Cristae) ซง่ึ จะยน่ื เข้าไป ในเมทริกซ์ (Matrix) โดยครสิ ตีจะช่วยเพม่ิ พื้นท่ีผิวของเยื่อห้มุ ชัน้ ใน เยอื่ หุ้มชนั้ ในจะห่อหุ้มMatrix ซึง่ ประกอบไปด้วยเอนไซมห์ ลายชนดิ ท่ชี ่วยในการสลายคารโ์ บไฮเดรตและสารอาหาร 7.๐ เพิม่ จำนวนตวั เองแบบ Binary fission ๐ ชน้ั ในเมทริกซ์ มี DNA วงแหวน และ ไรโบโซม 70s (กระบวนการหายใจระดับเซลล์) 2.คลอโรพลาสต์ (Chloroplast) : สงั เคราะหแ์ สง (photosynthesis) ๐ มีขนาดใหญ่ เยือ่ หุม้ 2 ช้นั คอื ชั้นนอก และ ช้นั ใน ๐ ลกั ษณะ DNA เปน็ วงแหวน และ ไรโบโซม 70s ๐ เพม่ิ จำนวนตวั เองแบบ Binary fission ๐ โครงสรา้ งภายในมสี ่วนทยี่ ืน่ เว้าเขา้ ขา้ งใน เรียกว่า ลาเมลลา (Lamella) ลาเมลลา ลอยอย่ใู นของเหลวทีเ่ รยี กว่า สโตรมา (Steoma) หรือเมทรกิ ซ์ ซ้อนกนั เปน็ ตั้งเรยี กทงั้ ตง้ั วา่ กรานมุ (Granum) หลายๆ กรานมุ จะเรียกวา่ กรานา (Grana) ๐ รงควตั ถุทีใ่ ช้จบั พลงั งานแสงอยบู่ นเยื่อหุม้ ไทลาคอยด์ เรียงลำดบั จากโครงสร้างเล็กไปใหญ่ ๐ เอนไซมท์ ่สี รา้ งคาร์โบไฮเดรตอยู่ภายในสโตรมา Photosystem -> Thylakoid -> * พบในเซลล์พืชเทา่ นน้ั จา้ าาาาาาาาาา * Granum -> Grana -> Chloroplast เพ่มิ เตมิ !! • พลาสติค (PLASTID) เป็นออรแ์ กเนลล์ที่มขี นาดใหญ่ พบเฉพาะในเซลลพ์ ืชและสาหรา่ ย ไม่พบในเซลลส์ ตั ว์ เห็ดรา แบคทีเรีย และสาหรา่ ยสเี ขียวแกมน้ำเงนิ แบง่ เป็น 2 พวกใหญ่ 1.พลาสตดิ ท่ีมีสี เรยี กว่า โครโมพลาสต์ (Chromoplast) ยกเว้นสเี ขยี วเรยี ก คลอโรพลาส์ ๐ คลอโรพลาสต์ : พลาสตดิ มสี เี ขียว เพราะมีคลอโรฟิลล์ ๐ โครโมพลาสต์ : พลาสติดมีสีเหลือง แดง ส้ม เพราะมีสารพวก แคโรทีนอยด์ 2.พลาสตดิ ทไี่ ม่มีสี : เรยี กว่า ลิวโคพลาส์ พบได้ในรากทอี่ ยใู่ ต้ดนิ ลำตน้ ใตด้ นิ
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: