Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ระบบในร่างกายมนุษย์ ระบบผิวหนัง

ระบบในร่างกายมนุษย์ ระบบผิวหนัง

Published by Library Horwang Pahtumthani, 2020-05-29 12:33:55

Description: วิชา : สุขศึกษา
เรื่อง : ระบบในร่างกายมนุษย์ ระบบผิวหนัง
ระดับ : มัธยมศึกษาปีที่ 4
จัดทำโดย : ครูอมรรัตน์ วงษ์ดวงแก้ว
อัพโหลด : ห้องสมุด รร.หอวัง ปทุมธานี
*ห้ามนำไปใช้เชิงพานิชย์ อนุญาตสำหรับการศึกษาเท่านั้น

Search

Read the Text Version

องคป์ ระกอบของรา่ งกายมนษุ ย์

องค์ประกอบของรา่ งกาย องค์ประกอบของร่างกายจะเริ่มจากหน่วยที่เล็กที่สุดเรียกว่า เซลล์ (Cell) เซลล์หลาย ๆ เซลล์จะรวมกลุ่มเป็น เนื้อเยื่อ (Tissue) เพื่อทาหน้าท่ี เฉพาะอย่าง เนื้อเยื่อหลาย ๆ ชนิดจะรวมกันเป็น อวัยวะ(Organ) เพื่อทา หน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง อวัยวะหลาย ๆ อวัยวะที่ทาหน้าที่ประสานกันจะ รวมกลมุ่ กนั เปน็ ระบบ (System) ร่างกายคนเรามีอวัยวะมากมายหลายชนิด ทาหน้าที่แตกต่างกันไป อวัยวะที่ทางานประสานกันเพื่อทาหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งในร่างกาย เรียกว่า ระบบอวัยวะ ระบบอวัยวะในร่างกายคนเราแบ่งออกตามหน้าที่ได้หลายระบบ ระบบตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ส่วนประกอบของระบบ และอวัยวะที่เกี่ยวข้อง ศึกษา ได้จากตารางดงั ต่อไปนี้

ตารางแสดงระบบต่าง ๆ ในรา่ งกาย ระบบ อวัยวะที่เกีย่ วขอ้ ง 1. ระบบย่อยอาหาร ปาก ฟนั ต่อมน้าลาย หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร 2. ระบบขบั ถา่ ยของเสีย ลาไส้เล็ก ตับออ่ น ตบั ลาไส้ใหญ่ ทวารหนัก ไต กระเพาะปัสสาวะ ผวิ หนงั ลาไสใ้ หญ่ 3. ระบบไหลเวียนเลอื ดและ หัวใจ ตอ่ มนา้ เหลือง หลอดเลือด ท่อน้าเหลือง นา้ เหลือง มา้ ม ไขกระดูก ผิวหนงั ขน เลบ็ 4. ระบบห่อหุ้มรา่ งกาย สมอง ไขสันหลัง เสน้ ประสาท หู ตา จมกู ล้ิน 5. ระบบประสาท – อวัยวะสมั ผสั ผวิ หนัง

ระบบ อวัยวะท่เี กย่ี วขอ้ ง 6. ระบบกลา้ มเนื้อ กล้ามเนอื้ เรยี บ กล้ามเนอื้ ลาย กล้ามเนื้อหวั ใจ 7. ระบบโครงกระดกู กระดกู แกน กระดูกระยาง กระดกู ขอ้ ตอ่ เส้น 8. ระบบหายใจ เอน็ 9. ระบบสบื พนั ธ์ุ จมูก หลอดลม ปอด 10. ระบบตอ่ มไรท้ ่อ รังไข่ ทอ่ นาไข่ มดลูก อณั ฑะ ต่อมลูกหมาก ต่อมทาหนา้ ทผ่ี ลิตฮอร์โมนต่าง ๆ

ระบบผิวหนงั

ระบบหอ่ หุ้มร่างกาย (Integumentary system) 1) ผิวหนัง (Skin) เป็นส่วนที่สาคัญและซับซ้อนมากมีหน้าที่ ห่อหมุ้ ร่างกายท้งั หมด เป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดของร่างกาย ใช้เลือด หล่อเลี้ยงในปริมาณ 1/3 ของเลือดในร่างกาย ผู้ที่มีสุขภาพดีจะต้อง ปราศจากโรคผวิ หนงั และรอยด่างดา มผี ิวพรรณเปล่งปล่ังสวยงาม สว่ นผู้ ที่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ผิวหนังจะซีดเซียว แห้งหรืออาจเป็นโรคผิวหนังต่าง ๆ เช่น เป็นผดผื่นคัน หิด กลาก เกลื้อน เป็นต้น ผิวหนังจึงแสดงให้เห็น ถึงระดบั สุขภาพของคนเราได้

โครงสร้างของผิวหนงั 1.1) ชั้นหนังกาพร้า (Epidermis) เป็นผิวหนังชั้นนอก มี ลักษณะบางมากประกอบด้วยเยื่อบุผิวและเซลล์บุผิวที่ตายแล้วเรียงกันเป็น ลาดับชน้ั ตา่ ง ๆ ชัน้ ในสุดประกอบดว้ ยเซลล์ผวิ ท่ยี งั มีชีวิตทาหน้าที่แบ่งเซลล์ มาทดแทนเซลลช์ ้ันนอกสดุ ที่ตาย และหลุดออกมาเป็นขี้ไคล และมีเซลล์ท่ี มีสารเมลานิน ทาให้เกิดสีผิวช่วยดูดรังสีอัลตร้าไวโอเลตไม่ให้ผ่านเข้าสู่ ร่างกาย ซึ่งผิวหนังของแต่ละคนแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเซลล์สีที่เรียกว่า เมลานิน (Melanin pigments) ที่อยู่ชั้นลึกสุดของผิวหนังกาพร้า ถ้ามีเม ลานนิ มากผวิ จะมีสคี ล้า ถ้ามเี มลานินน้อยผิวจะมีสีขาว

1.2) ชั้นหนังแท้ (Dermis) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อหลายชนิด ทา ใหผ้ วิ หนงั เหนียวยืดหยุ่นได้ และยงั มตี ่อมเหงอื่ ต่อมไขมัน ประสาทสัมผัส ชนิดต่าง ๆ และหลอดเลือดจานวนมากมาย ถัดจากหนังแท้เป็นชั้นไขมัน ประกอบด้วยเนื้อเยื่อไขมัน ทาหน้าที่ในการป้องกันการสูญเสียความร้อน และรองรบั การสะเทอื น เมอื่ อายมุ าก ๆ ชน้ั ไขมนั จะสลายหายไปบางสว่ น



หนา้ ทข่ี องผวิ หนงั 1. ปอ้ งกนั อวยั วะภายใน เปน็ หนา้ ทที่ ีส่ าคัญที่สุดของผิวหนัง เพราะผิวหนงั เป็นส่งิ ทห่ี อ่ หุ้มรา่ งกายเรา 2. ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ อุณหภูมิ ของรา่ งกายปกติจะอยู่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส 3. ขับถ่ายของเสียออกจากต่อมเหงื่อออกทางรูเหงื่อ เพื่อ กาจัดของเสียและระบายความร้อนออกจากร่างกาย อีกทั้งทาให้ ผิวหนังชุ่มชื้นทั่วร่างกาย ทั่วร่างกายของเรามีต่อมเหงื่อประมาณ 2 ล้านต่อม มมี ากท่สี ุดบรเิ วณฝ่ามือฝา่ เทา้

4. ขับน้ามันออกจากต่อมไขมันออกทางรูขน ทาให้ผิวหนังไม่ แห้งแตกและยังช่วยลดแสงแดดที่ตกกระทบผิวหนังอีกทั้งช่วย ปอ้ งกนั นา้ ท่จี ะไหลเขา้ – ออกทางผวิ หนงั 5. เป็นแหล่งสร้างวิตามินดีให้แก่ร่างกาย โดยอาศัยแสงแดด ช่วยสงั เคราะหส์ ารเฮอร์โกสเตอรอยที่อยู่ในผิวหนังให้เป็นวิตามินดี เพือ่ ป้องกนั โรคกระดูกออ่ น 6. รบั ความรสู้ กึ โดยมีปลายประสาทรับร้คู วามรู้สึกตา่ งๆ ชั้นหนังกาพร้า ปลายประสาทรับความเจ็บปวด สมั ผสั ชัน้ หนังแท้ ปลายประสาทรับความเยน็ ช้ันไขมัน ปลายประสาทรบั ความร้อน แรงกดดนั

ความผิดปกติของผิวหนังที่พบบ่อย สิว (Acne) เกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น การ เปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศในช่วงวัยรุ่น ส่งผลให้ต่อมไขมันขับ ไขมันออกมามาก เมื่อไขมันแข็งตัวอุดตันต่อมไขมันและรูขนก็จะ ทาให้เกิดสิวเสี้ยน และถ้าถูกไขมันที่ต่อมไขมันขับออกมาใหม่ดัน จนนูนขึ้นจะเป็นหัวสิว ถ้ามีเชื้อแบคทีเรียคุกคามเข้าไปยังต่อม ไขมันและรูขนที่เป็นสิวนั้น ก็จะเกิดการอักเสบ บวมแดงและเป็น หนอง ซึ่งบางคนเรียกสิวชนิดนี้ว่า สิวหัวช้าง นอกจากนี้ สิวยัง อาจเกิดจากเช้อื จุลนิ ทรยี ์ที่อยู่ในต่อมไขมันใต้ผิวหนังมีมากผิดปกติ อากาศที่ร้อนและชื้นทาให้เหงื่อออก ผิวหนังสกปรก ภาวะที่ตึง เครียด และการใช้เครื่องสาอางที่เป็นน้ามันหรือครีมอาจทาให้มี การอดุ ตันของรขู นและเป็นสาเหตุทาให้เกดิ สวิ ได้

เม่ือเป็ นสิวควรล้างหน้าด้วยน้าสะอาดบ่อย ๆ อย่าใช้มือแกะหรือบีบ หัวสิวเพราะจะเพิ่มความสกปรก และทาให้เกิดการอักเสบมากขึน้ หลกี เลยี่ งอาหารมัน ๆ หรือหวานจัด เช่น ไอศกรีม ช็อกโกแลต เป็ น ต้น นอกนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เลิกวิตกกังวลในสิ่งต่าง ๆ มาก เกินไป หากเป็ นสิวมาก ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรนายาของคนอื่น มารักษาสิว เพราะการเกิดสิวในแต่ละคนจะไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับ สุขภาพ ฮอร์โมน และกรรมพนั ธ์ุ

ตาปลา (Corn) เกิดจากแรงกดหรือมีแรงเสียดสีผิวหนัง บริเวณนน้ั บอ่ ย ๆ ทาใหผ้ วิ หนังค่อย ๆ ด้าน และหนาตัวขึ้นมีลักษณะ เปน็ เม็ดกลม ๆ แขง็ ๆ และจะเจบ็ ปวดมากเมื่อเม็ดกลม ๆ นั้นกดลงบน เนอื้ อ่อนท่อี ยู่ดา้ นลา่ งลงไปโดยทว่ั ไปตาปลามกั จะเกิดบริเวณน้ิวเท้าหรือ ฝ่าเท้า เนื่องจากใส่รองเท้าที่คับเกินไป วิธีป้องกันไม่ให้เกิดตาปลาที่ดี ทส่ี ดุ คอื การสวมรองเทา้ ที่ไม่คับหรอื ไม่บบี เทา้ และเมื่อเป็นแล้วหากจะ ตัดทิ้งหรือคว้านออกต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดเพราะอาจจะ อกั เสบและติดเชอื้ โรคได้

กลิ่นตัว (Odour) เกิดจากปฏิกิริยาเคมีของกรดไขมันจาก ตอ่ มเหงอ่ื เซลล์บผุ ิวทตี่ ายแล้ว เหงื่อรวมกบั แบคทเี รียและความชื้น เกิดเป็นกลน่ิ ตวั ข้ึน หากมกี ลิ่นตัวควรอาบน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ฟอกสบู่ โดยเฉพาะบรเิ วณรักแร้ ขาหนีบใต้คอและหลังหู แล้วเช็ด ตวั ให้แห้ง ถา้ มกี ลน่ิ ตวั แรง อาจใช้ก้อนสารส้มหรอื ลูกกลิ้งระงับกลนิ่ เหงอ่ื ทาบริเวณรักแรห้ ลงั อาบน้าทุกคร้งั ด่ืมน้าสะอาดวันละมาก ๆ

โรคราที่เท้า หรือฮ่องกงฟุต เกิดจากติดเชื้อราที่เท้า เนื่องจาก รองเท้าอับชน้ื หรอื เดินลยุ น้าสกปรก ทาให้มอี าการคันบริเวณซอกนิ้วเท้า และอาการคันจะเพิ่มมากขึ้น ถ้ามีการเกาด้วยจะทาให้ผิวหนังลอก เป็นขุย ๆ มีกลิ่นเหม็น หากเป็นนาน ๆ ผิวหนังบริเวณนั้นจะมีเนื้อนูน หนา แขง็ และลอกออกเปน็ ขยุ ๆ สามารถลามไปยังน้วิ ใกลเ้ คยี งได้ การ ป้องกันและรักษาทาได้โดยการล้างเท้าให้สะอาดแล้วเช็ดให้แห้งส นิท พยายามอย่าใหเ้ ทา้ อับช้นื ในกรณีทีม่ เี หง่ือออกบริเวณเท้ามากอาจใช้แป้ง ฝุ่นโรยบรเิ วณงา่ มน้ิวเท้า เพื่อชว่ ยให้นิ้วเท้าและฝ่าเท้าแห้งได้ โรคเชื้อรา ที่เท้ามีการรักษาค่อนข้างยาก ควรจะปรึกษาแพทย์และเมื่อหายแล้วไม่ ควรนาถุงเท้า และรองเท้าคู่เดิมมาใช้อีก เพราะยังมีเชื้อราอยู่ ถ้าจะ นามาใช้ควรนาไปฆ่าเชื้อโดยการต้มหรืออบฟอร์มาลีนเพื่อให้เชื้อตาย กอ่ น

ผิวหนังแห้งกร้าน (Dry’s skin) เกิดจากสภาพแวดล้อม ภายนอกผิดปกติ เช่น อากาศหนาวจัดหรืออากาศแห้งมาก การฟอกสบู่ บางชนิด เช่น สบู่ยา หรือใช้สบู่บ่อยครั้งเกินไปทาให้ไขมันที่ผิวหนังลด น้อยลง ผิวหนังไม่อาจรักษาความชื้นไว้ได้จึงแห้ง เป็นขุยและแตกอย่าง รุนแรง มีอาการคันและแสบอาจติดเชื้อทาให้ผิวหนังอักเสบได้ การ ป้องกันให้หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น หนาวจัด ร้อนจัด และสวมใส่เสื้อผ้าที่ให้หนังแห้งและแตกมากขึ้น ควร ใช้น้ามันหรือครีมทาผิวเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังไว้และป้องกัน ไมใ่ ห้นา้ ระเหยออกจากผิวหนังมากเกินไป และควรระมัดระวังในการอาบ นา้ อุ่น การใช้กระเปา๋ น้าร้อน การผิงไฟกลางแจ้ง เพราะจะทาให้ผิวหนัง แห้งและแตกมากยิง่ ข้นึ

เกลื้อน (Tinea versicolor) เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจาก เชื้อราชนิดหนึ่ง พบมากในผู้ที่ประกอบอาชีพที่อยู่ในอุณหภูมิสูงมี เหงื่อออกมาก มคี วามช้ืนสูง หรอื สกปรกเปรอะเปอ้ื นพวกไขมันและ ฝุ่นละออง เช่น นักกีฬา ทหาร ตารวจจราจร ผู้ใช้แรงงาน เป็น ตน้ ลักษณะของเกลื้อนที่ผิวหนังจะเป็นปื้นๆ มีขนาดต่างๆ กัน อาจ มีสีค่อนข้างแดง น้าตาล ขาวซีด อาจมีสะเก็ดบาง ๆ เล็ก ๆ เป็นต้น การป้องกันและรักษาทาไดโ้ ดยอาบนา้ และเช็ดตวั ให้แห้งอยู่เสมอ ไม่ คลุกคลีหรือใช้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มร่วมกับผู้เป็นเกลื้อน และถ้าเป็น เกลื่อนให้ใช้ขี้ผึ้งรักษากลากเกลื้อนทาบริเวณที่เป็น ถ้ามีอาการ ลกุ ลามมากขนึ้ ให้ไปพบแพทย์

กลาก (Ring Worm) เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิด จากเชื้อราหลายชนิด กลากจะขึ้นทั่วไป และมีลักษณะต่าง ๆ กัน ตามตาแหน่งของผิวหนังที่เป็น เช่น ที่ศีรษะ ลาตัว ขาหนีบ ก้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อรา อาการโดยทั่วไป จะเป็นผื่น แดงที่ผิวหนัง จากจุดเล็ก ๆ แล้วขยายออกเป็นวงเดียว หรือ สองสามวงแล้วลามมาติดกันเป็นวงใหญ่ มีอาการคันบ้างแต่ไม่ มากนัก และติดต่อสู่ผู้อื่นได้ มีการป้องกันและรักษาเช่นเดียวกับ เกลือ้ น

ฝี (Avscess) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอยู่บน ผิวหนังทั่วไป ทาให้เกิดการอักเสบที่บริเวณรอบ ๆ ขุมขน ต่อมเหงื่อ ตอ่ มไขมัน หรือทางรากผม ตอ่ มาเปน็ หนอง ระยะแรกจะมีลักษณะบวม แดง แข็ง และร้อนบริเวณที่เป็น เจ็บมาก เริ่มจากเป็นเม็ดเล็ก ๆ หรือ ก้อนแข็งแล้วโตอย่างรวดเร็ว มีหัวหนองสีเหลืองตรงกลาง ต่อมาหัว หนองอ่อนตัวลงจนมีลักษณะนุ่มเหลว มีหนองสีเหลือง เหนียวเหลว ซึ่งมีเชื้อโรคปะปนอยู่มาก และอาจกระจายไปสู่ที่อื่นๆ ของร่างกายได้ การป้องกันและรักษา อาบน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และรักษาผิวหนัง ให้สะอาดอยู่เสมอไม่ใช้เล็บหรือมือที่สกปรกแกะ เกา ผิวหนัง หากเป็นฝี ห้ามบีบหรือบ่งหัวฝีจนกว่าจะมีอาการอ่อนนุ่มที่ตรงกลาง ถ้าฝีไม่แตก ออก หรือเปน็ หนองควรไปพบแพทย์ ถา้ ปวดหรือมไี ขใ้ หก้ นิ ยาลดไข้

สงั คัง (Tinea Cruris) เปน็ โรคเชื้อราชนิดหนึ่งที่เกิด บริเวณขาหนีบใกล้ๆ กับอวัยวะเพศหรืออาจจะพูดได้ว่า สงั คงั คือกลากที่ขาหนีบนน่ั เอง ทส่ี าคญั คือตาแหน่งที่เกิดของ โรคนี้จะเกิดบริเวณขาหนีบใกล้ๆ กับอวัยวะเพศ ด้วยเหตุนี้ จึงทาให้คนส่วนมากคิดไปเองวา่ สงั คงั คอื กามโรคชนิดหนึ่ง

อาการของสังคังที่เห็นได้เด่นชัด คือ อาการคันอย่างรุนแรง บรเิ วณทเ่ี ปน็ (ขาหนีบ) จะเกิดเป็นผื่นแดงที่ผิวหนัง ต่อมาจะเริ่มเป็น ตุ่มแดงขยายออกไปเป็นวงกว้างขึ้น บริเวณขอบวงจะนูนแดงและ มีขุยขาว ๆ อาการคันจากการเป็นสังคังจะทาให้รู้สึกราคาญอยู่นิ่ง ไม่ได้ต้องเกาอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเกายิ่งคัน ยิ่งเกายิ่งมัน หากเกาแรง เกินไปอาจทาให้ผิวหนังถลอกทาให้ทั้งคันและแสบผสมกันไป ทาให้ คนทเ่ี ปน็ สงั คงั เสียบุคลิกภาพที่ดีไปเลย

สาเหตุของสังคัง เกิดจากการได้รับเชื้อราและเชื้อรา นั้นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่จะลุกลามต่อไปเป็นวงกว้าง เช้อื รามักอยู่ในเซลล์ที่ตายแล้วบริเวณขาหนีบและเนื่องจาก ประเทศไทยเปน็ เมอื งรอ้ น อากาศชน้ื เหงื่อออกตามร่างกาย ได้ง่ายโดยเฉพาะบริเวณขาหนีบซึ่งเป็นมุมอับ อากาศ ระบายเข้า-ออกไม่ดีทาให้เกิดการหมักหมมของเชื้อราเป็น แหลง่ แพรเ่ ชอ้ื ราไปเลย

วิธีป้องกันและรักษาสังคัง เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มมีอาการ คันบริเวณขาหนีบ อย่าชะล่าใจปล่อยให้ลุกลามไปมากกว่า นี้ ให้รีบไปหาหมอเพื่อทาการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา กินหรือยาทาที่ได้รับมาจากหมอ ให้ใช้ยานั้นอย่างต่อเนื่อง ตามทหี่ มอส่งั อย่างเคร่งครดั และที่สาคัญคือเมื่ออาการสังคัง ทุเลาหรอื ดขี นึ้ แล้วอยา่ หยดุ ใชย้ าโดยเด็ดขาด ให้ใช้ยาต่อไป อกี ระยะหนึง่ เพอื่ ป้องกันไมใ่ หก้ ลบั มาเปน็ สงั คังซ้าอีก

สิ่งสาคัญที่สุดของการป้องกันและรักษาสังคัง คือ การรักษาความสะอาดของร่างกายโดยอาบน้าทุกวันๆ ละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย หลังอาบน้าเสร็จแล้วเช็ดตัวให้แห้ง อย่าให้ร่างกายมีความอับชื้นโดยเฉพาะที่ขาหนีบ ส่วน ความสะอาดของข้าวของเครื่องใช้ เช่น เสื้อผ้า กางเกง ชุด ชั้นใน ที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม ฯลฯ ต้องหมั่นรักษาความ สะอาดอยู่เสมอ นอกจากนี้สิ่งที่ควรระวังเพิ่มเติมคือ ไม่ใช้ ของใช้ร่วมกับผูอ้ ื่นไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ โดย เด็ดขาด พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในเรื่องของการ รกั ษาความสะอาดของร่างกายเพ่อื ให้ห่างไกลจากโรคสังคัง

เล็บ ส่วนของเล็บที่เลยหนังกาพร้าออกมาเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว สว่ นที่อยใู่ นหนงั กาพร้าเป็นสว่ นที่มีชวี ติ สามารถแบง่ เซลล์ได้ การตดั เล็บ มือให้ตัดมนตามนิ้วมือ ส่วนเล็บเท้าให้ตัดตรง เล็บที่มีสุขภาพดีจะมี แผน่ เลบ็ เรียบสีชมพูเรื่อ ๆ ตามสีของเลือดที่สะท้อนผ่านเล็บขึ้นมา แต่ ถา้ เปน็ โรคโลหติ จางเลบ็ จะมีสีซดี ขาว หมน่ั รักษาเล็บให้สะอาดอยเู่ สมอ หนา้ ทขี่ องเล็บ เล็บชว่ ยให้การหยบิ จบั ส่งิ ตา่ ง ๆได้สะดวก ใช้ สาหรบั แคะ แกะ เกา ขว่ น และชว่ ยป้องกนั ไมใ่ ห้ปลายนิว้ มอื น้ิวเทา้ ไดร้ บั อันตรายไดโ้ ดยง่าย

ความผิดปกติเกี่ยวกบั เลบ็ ไดแ้ ก่ เล็บขบ (Ingrown nail) มักเป็นกับนิ้วหัวแม่เท้าที่เกิด จากการงอกของเล็บที่กดลึกเข้าไปในเนื้อบริเวณซอกเล็บ ทาให้ เกิดความเจ็บปวด อาจเป็นแผล ถ้าติดเชื้อก็จะเกิดการอักเสบ ได้ การป้องกันรักษา ให้ตัดเล็บเป็นแนวตรง ไม่ควรตัดสั้น จนเกินไป ถ้ามีอาการเล็บขบให้ทาความสะอาดมุมเล็บ ใช้สาลี ชบุ ยาฆ่าเชือ้ อดุ ไวใ้ ตเ้ ล็บ

เชอ้ื ราทเ่ี ลบ็ (Tinea unguium) ส่วนใหญ่จะเป็นกับผู้ทางาน ที่ทาให้มือต้องเปียกน้าอยู่เป็นประจา หรือเท้าอยู่ในที่อับชื้น อาการ ส่วนมากจะเป็นที่ซอกเล็บก่อน แล้วลามออกไปยังผิวหนังข้างเล็บและ ตัวเลบ็ เล็บจะเปลี่ยนสีเป็นสีขาวขุ่นหรือสีเหลืองจะเกิดมีขุยสะสมอยู่ใต้ เล็บ ทาให้เล็บแยกออกจากเนื้อแล้วค่อย ๆ กร่อนลงที่ตอนปลายแล้ว ลามต่อไปจนถึงโคนเล็บ การป้องกันรักษา ตัดเล็บให้สั้น รักษาเล็บให้ สะอาดและแห้งอยู่เสมอ ไม่ควรเกาบริเวณที่เป็นเชื้อราเพราะเชื้อราจะ ตดิ เลบ็ มาได้ ถ้าตอ้ งโดนนา้ บ่อยหรือโดนน้าเป็นเวลานานให้ใช้ถุงมือยาง สวมก่อน ถุงเท้ารองเท้าควรรักษาให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ และไม่ ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น ถ้าเล็บเป็นเชื้อราให้ใช้ขี้ผึ้งรักษาเชื้อราทาบริเวณท่ี เปน็ ถ้ามีอาการมากควรปรกึ ษาแพทย์

ขนหรือผม (Hair) งอกออกมาจากขุมขน ที่โคนขนเป็นส่วน ที่มีชีวิตได้รับการหล่อเลี้ยงจากเส้นเลือดฝอยและมีเส้นประสาทพันรอบ โคนขน มีกล้ามเนื้อช่วยให้ขนลุกชันเมื่อมีอากาศหนาวเย็น เส้นผม หรือเส้นขนจะเหยียดหรืองอขึ้นอยู่กับลักษณะของรูขุมขน ส่วนของเส้น ผม เส้นขนที่งอกเลยหนังกาพร้าขึ้นมาเป็นส่วนที่ไม่มีชีวิต เส้นผมจะมี ต่อมในเซลล์เส้นผมที่ผลิตเม็ดสีลงไปในแต่ละเซลล์ของเส้นผม เม็ดสี เหล่านจ้ี ะมสี ีตา่ ง ๆ คือ ดา นา้ ตาลเข้ม และเหลืองปนแดง สีของเส้นผม ขึ้นอยู่กับเม็ดสีเหล่านี้ว่ามีมากน้อยแค่ไหน คนเราเมื่ออายุมากขึ้นการ สร้างเม็ดสีจะลดน้อยลงจนกระทั่งหยุดสร้าง ผมจะเริ่มมีสีอ่อนลงและ หงอกขาวในทส่ี ดุ เสน้ ผมแตล่ ะเส้นจะมอี ายุประมาณ 7 ปี แล้วจะหลุด ร่วงไป และจะมีเสน้ ใหมง่ อกขึน้ มาแทนที่ในรูขุมขนเดมิ

หน้าที่ของเส้นผม เส้นผมมีหน้าที่ช่วยป้องกันไม่ให้ หนังศีรษะได้รับความร้อนหรือความเย็นมากเกินไปและยัง ช่วยลดความรุนแรงจากอันตรายต่าง ๆ ที่มากระทบศีรษะ นอกจากนี้เส้นผมยงั ชว่ ยเสริมความงามให้แก่ใบหน้าและซับ เหงือ่ หรือสิ่งสกปรกหรือช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายอีก ดว้ ย

ความผดิ ปกติของเส้นผม ไดแ้ ก่ ผมร่วง (Alopecia) ผมของคนเราจะร่วงได้ตาม ธรรมชาติแล้วงอกขึ้นมาใหม่อยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าหากร่วง มากกว่าปกติก็อาจจะมีสาเหตุมาจากการขาดสารอาหาร การ เจ็บปว่ ยดว้ ยโรค เชื้อรา แพ้ยาสระผม หรืหอเกิดจากต่อมน้ามัน ที่โคนผมไม่ผลิตน้ามันมาหล่อเลี้ยงเส้นผม เป็นต้น การป้องกัน รักษา รบั ประทานอาหารตามหลกั โภชนาการจะช่วยบารุงเส้นผม ให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการเป่าผมด้วยความร้อน การย้อมผม การดัดผม และเม่อื เกิดความผิดปกตคิ วรรบี ปรกึ ษาแพทย์

รังแค ( Dandruff) เกิดจากผิวหนังหรือเซลล์ที่ตาย แล้วแห้งหลุดออกมาเป็นแผ่นหรือเป็นขุย ๆ มักเกาะติดอยู่กับ เส้นผม ทาให้คันศีรษะและเป็นสาเหตุให้ผมร่วงได้ การป้องกัน รักษา หมั่นสระผมเป็นประจาด้วยยาสระผมอ่อน ๆ หวีหรือ แปรงผมบ่อย ๆ งดใช้น้ามันหรือครีมใส่ผม หากรังแคยังไม่หาย ควรรีบปรึกษาแพทย์

การบารุงรกั ษาระบบห่อหุ้มร่างกาย ระบบห่อหุ้มร่างกายทุกส่วนล้วนมีความสาคัญต่อร่างกาย เราจึงควรบารุงรักษาอวัยวะทุกส่วนให้สามารถทางานได้ตามปก ติ ดังนี้ 1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของผิวหนัง เช่น พวก โปรตีน ผกั ผลไมท้ ีม่ วี ิตามนิ เอ วติ ามนิ บี และวิตามนิ ซี 2. ออกกาลังกายกลางแจ้งอย่างสม่าเสมอเพื่อให้ต่อมต่าง ๆ ที่อยู่ใต้ผิวหนังได้ทางาน และการได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้า และตอนเย็นร่างกายจะได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตซึ่งจะทาให้ผิวหนัง แขง็ แรงสมบูรณ์ ผวิ พรรณเปล่งปลง่ั

3. ชาระล้างร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ ได้แก่ การอาบน้า การกาจัดกลิ่นตัว การสระผม การรักษาผมและการตัดเล็บ โดยเฉพาะการอาบน้าอุ่นจะช่วยผ่อนคลายความเครียดของ กล้ามเนอื้ และทาความสะอาดผวิ หนังไดด้ ี นอกจากนี้ยังทาให้โลหิต ไหลเวียนไปเลี้ยงผิวหนังได้มาก ช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า การใช้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่สะอาดจะช่วยป้องกัน โรคผวิ หนังบาง 4. การเลือกใช้เครื่องสาอาง เช่น ยาสระผม สบู่ ครีม บารุงผิว ให้เหมาะสม มิฉะนั้นอาจเกิดอาการแพ้เป็นผื่นคัน หรือ เกดิ สวิ ได้ 5. พักผ่อนให้เพียงพอ และทาจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่ เสมอ

ภาคผนวก

ภาคผนวก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook