Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 16บ้านหนังสือชุมชน

16บ้านหนังสือชุมชน

Published by waryu06, 2021-08-26 07:51:49

Description: 16บ้านหนังสือชุมชน

Search

Read the Text Version

บันทึกข้อความ สว่ นราชการ ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอชนแดน ที่ ศธ ๐๒๑๐.๕๔๐๓/ วันท่ี ๕ สงิ หาคม ๒๕๖๔ เรือ่ ง สรุปผลการปฏบิ ตั งิ านโครงการส่งเสริมการเรยี นร้สู ำหรบั นกั เรียน นกั ศกึ ษาและประชาชน กจิ กรรม ห้องสมุดเคลื่อนทส่ี ูบ่ า้ นหนังสือชมุ ชน ปลกู ฝงั คนรกั การอ่าน เรยี น ผูอ้ ำนวยการศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อำเภอชนแดน ตามที่ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชนแดนได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน กิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่สู่บ้านหนังสือชุมชน ปลูกฝังคนรักการอ่าน ระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม ๒๕๖๔ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง และ รู้จักแหล่งข้อมูล วิธีการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว การประชาสัมพันธ์กิจกรรม และสามารถรับบริการต่างๆ ของห้องสมุดประชาชนอำเภอชนแดนได้ ส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านนำไปสู่การเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพชีวติ ใหด้ ี ขึ้น บัดนโ้ี ครงการดงั กลา่ วได้ดำเนินการเสรจ็ สิ้นเรียบร้อยแลว้ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชนแดน จึงขอสรุปผลการปฏิบัติงานโครงการดังกล่าวรายละเอียดตาม เอกสารท่แี นบมาพร้อมน้ี จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ นางวารี ชูบวั บรรณารักษช์ ำนาญการ

คำนำ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอชนแดน มอบหมายให้ห้องสมุด ประชาชนอำเภอชนแดน ดำเนินการจดั ทำโครงการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับนักเรียนนักศึกษาและประชาชน กิจกรรมห้องสมุดเคลื่อนที่สู่บ้านหนังสือชุมชน ปลูกฝังคนรักการอ่าน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา และ ประชาชนทั่วไป ได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง และรู้จักแหล่งข้อมูล วิธีการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและ รวดเร็ว การประชาสัมพันธ์กิจกรรม และสามารถรับบริการต่างๆ ของห้องสมุดประชาชนอำเภอชนแดนได้ ส่งเสรมิ ให้มนี ิสัยรักการอา่ นนำไปสู่การเรยี นรู้ และพฒั นาคุณภาพชวี ติ ให้ดีข้นึ นน้ั ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอชนแดน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สรุปผลการปฏิบัติงานโครงการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เล่มนี้คงเป็นประโยชน์ในการใช้เป็นคู่มือในการ ดำเนินงานต่อไป หากมีข้อเสนอแนะประการใดโปรดแจ้งคณะผู้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงใน ครงั้ ตอ่ ไป ผู้จัดทำ สงิ หาคม 2564

สารบัญ หนา้ 1-9 บทท่ี 1 บทนำ 10 - 34 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยทเี่ กี่ยวข้อง 35 - 43 บทที่ 3 วิธดี ำเนินการตามโครงการ 44 - 48 บทที่ 4 ผลการดำเนนิ การตามโครงการ 49 - 50 บทท่ี 5 สรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ ภาคผนวก รูปภาพ รายชื่อผูเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรม แบบประเมนิ ความพึงพอใจ คำส่งั โครงการ คณะผู้จัดทำ

1 บทที่ 1 บทนำ 1.ชือ่ โครงการ โครงการจัดการศึกษาตามอธั ยาศยั กิจกรรมท่ี 2 โครงการส่งเสรมิ การเรียนรูส้ ำหรบั นักศึกษาและประชาชน กิจกรรมหอ้ งสมุดเคลอ่ื นทส่ี ู่บา้ นหนังสือชุมชน ปลกู ฝังคนรักการอา่ น 2.  สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 ด้านการพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์ ยุทธศาสตร์ชาตดิ ้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษยม์ ีเป้าหมายการพัฒนาท่ีสำคัญเพอื่ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เปน็ คนดี เกง่ และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย ใจ สติปัญญา มี พัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกชว่ งวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รกั ษาศีลธรรม และเปน็ พลเมืองดีของชาติ มีหลกั คดิ ทถี่ กู ต้อง มที กั ษะท่ีจา่ เปน็ ในศตวรรษท่ี 21 มที ักษะสือ่ สารภาษาอังกฤษและภาษาท่ี 3และอนรุ ักษ์ภาษาท้องถ่ิน มีนสิ ัยรกั การเรยี นรแู้ ละการพัฒนาตนเองอย่าง ตอ่ เน่ืองตลอดชีวิต สกู่ ารเปน็ คนไทยทม่ี ที กั ษะสูง เปน็ นวัตกร นกั คิด ผ้ปู ระกอบการ เกษตรกรยคุ ใหม่และอ่ืน ๆ โดย มสี มั มาชีพตามความถนัดของตนเอง ประเด็นที่ 2 การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุกช่วงวัย ประกอบด้วย (1) ช่วงการตั้งครรภ์/ปฐมวัย เน้นการเตรียมความพร้อมให้แก่พ่อแม่ก่อนการตั้งครรภ์ (2) ช่วงวัย เรียน/วัยรุ่น ปลูกฝังความเป็นคนดี มีวินัยพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่สอดรับกับศตวรรษที่ 21 (3) ช่วงวัยแรงงาน ยกระดับศักยภาพ ทักษะและสมรรถนะแรงงานสอดคล้องกับความต้องการของตลาด และ (4) ช่วงวัยผู้สูงอายุ ส่งเสริมใหผ้ ้สู งู อายุเป็นพลังในการขับเคล่อื นประเทศ ประเดน็ ที่ 6 การสรา้ งสภาพแวดล้อมทีเ่ อื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดย (1) การสร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย (2) การส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ครอบครัวและชุมชนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (3) การปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอก หอ้ งเรยี น และ (4) การพัฒนาระบบฐานขอ้ มูลเพ่อื การพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์  สอดคล้องกับแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 การเสริมสรา้ งและพัฒนาศกั ยภาพทุนมนษุ ย์ 3.1 ปรบั เปล่ียนค่านยิ มคนไทยให้มีคุณธรรม จริยธรรม มวี นิ ัย จิตสาธารณะ และพฤติกรรม ทพี่ งึ ประสงค์ 3.1.2 ส่งเสริมให้มีกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งในและนอกห้องเรียนที่สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ความมีวินัย จิตสาธารณะ รวมทั้งเร่งสร้างสภาพแวดล้อมภายในและโดยรอบสถานศึกษาให้ปลอด จากอบายมุข อยา่ งจรงิ จัง 3.2 พฒั นาศกั ยภาพคนให้มที กั ษะความรูแ้ ละความสามารถในการดำรงชีวิตอยา่ งมีคุณค่า

2 3.2.2 พัฒนาเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ มีความคิด สร้างสรรค์ มีทักษะการทำงานและการใชช้ วี ิตท่ีพร้อมเขา้ สูต่ ลาดงาน 3.3 ยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาและการเรียนรูต้ ลอดชีวิต 3.3.6 จัดทำสื่อการเรียนรู้ที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์และสามารถใช้งานผ่านระบบอุปกรณ์สื่อสาร เคล่อื นที่ ให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ง่าย สะดวก ทั่วถึง ไม่จากัดเวลาและสถานที่ และใช้มาตรการทางภาษีจูงใจให้ ภาคเอกชนผลิตหนงั สอื ส่อื การอ่านและการเรยี นรู้ทมี่ คี ุณภาพและราคาถูก 3.3.7 ปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และมีชีวิต อาทิพิพิธภัณฑ์ หอ้ งสมดุ โบราณสถาน อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์ โรงเรียนผสู้ งู อายุ รวมทัง้ สง่ เสริมให้มีระบบการจัดการความรทู้ ่เี ป็นภูมิ ปัญญาทอ้ งถิ่น  สอดคลอ้ งกับนโยบาลของรัฐบาล (กระทรวงศึกษาธิการ) 1. การพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์ 1.1 การจัดการศึกษาเพ่ือคณุ วุฒิ พัฒนาผเู้ รยี นใหม้ ีความรอบร้แู ละทักษะชีวติ เพื่อเป็นเครอ่ื งมือใน การดำรงชวี ติ และสรา้ งอาชพี อาทิ การใช้เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั สุขภาวะและทัศนคติที่ดีตอ่ การดูแลสุขภาพ 1.2 การเรียนรูต้ ลอดชีวิต - จัดการเรยี นรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกชว่ งวัย เนน้ สง่ เสรมิ และยกระดับทกั ษะภาษาอังกฤษ (English for All)  สอดคล้องกบั นโยบายและจุดเนน้ การดำเนนิ งาน กศน. จดุ เน้นการดําเนนิ งานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ภารกิจตอ่ เนอ่ื ง 1.4 การศึกษาตามอัธยาศยั 1) พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ที่มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอ่านและพัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางและทั่วถึง เช่น การพัฒนา กศน . ตําบล ห้องสมุด ประชาชนทุกแห่งให้มีการบริการที่ทันสมัย ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน การสร้างเครือข่าย ส่งเสริมการอ่าน จัดหน่วยบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ ห้องสมุดชาวตลาด พร้อมหนังสือและอุปกรณ์เพื่อจัดกิจกรรม ส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ที่หลากหลายให้บริการกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างทั่วถึง สม่ำเสมอ รวมทั้ง เสริมสร้างความพร้อมในด้านบุคลากร สื่ออุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการอ่าน และการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่าน อยา่ งหลากหลายรปู แบบ 3) ประสานความรว่ มมือหนว่ ยงาน องค์กร หรอื ภาคสว่ นต่าง ๆ ท่ีมีแหล่งเรียนรู้อน่ื ๆ เพือ่ สง่ เสริม การจดั การศกึ ษาตามอธั ยาศยั ใหม้ ีรูปแบบทีห่ ลากหลาย และตอบสนองความตอ้ งการของประชาชน เชน่ พิพิธภณั ฑ์ ศนู ยเ์ รยี นรู้ แหลง่ โบราณคดี วดั ศาสนาสถาน หอ้ งสมุด รวมถึงภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ เปน็ ต้น

3  สอดคล้องกับตวั ชี้วดั การประกนั คณุ ภาพภายในสถานศึกษา มาตรฐานการศึกษาตามอัธยาศัย มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผูร้ บั บรกิ ารการศึกษาตามอัธยาศัย ตัวบง่ ชท้ี ่ี 1.1 ผู้รับบริการมีความรู้ หรอื ทักษะ หรอื ประสบการณ์ สอดคลอ้ งกับ วัตถุประสงค์ของโครงการ หรือกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศยั มาตรฐานท่ี 2 คุณภาพการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ตัวบ่งช้ีที่ 2.1 การกำหนดโครงการหรือกิจกรรมการศกึ ษาตามอัธยาศัย ตัวบ่งชท้ี ี่ 2.2 ผ้จู ัดกจิ กรรมมคี วามรู้ ความสามารถในการจัดการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ตัวบง่ ชีท้ ่ี 2.3 ส่ือหรอื นวัตกรรม และสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการจดั การศึกษาตาม อัธยาศัย ตวั บ่งช้ีท่ี 2.4 ผ้รู บั บริการมีความพงึ พอใจต่อการจัดการศกึ ษาตามอธั ยาศัย มาตรฐานที่ 3 คณุ ภาพการบรหิ ารจดั การของสถานศกึ ษา ตวั บง่ ช้ที ี่ 3.1 การบริหารจัดการของสถานศึกษาทีเ่ น้นการมสี ่วนร่วม ตัวบ่งชี้ที่ 3.2 ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตัวบง่ ชท้ี ี่ 3.5 การกำกับ นิเทศ ตดิ ตาม ประเมนิ ผลการดำเนนิ งานของสถานศึกษา ตัวบง่ ชท้ี ่ี 3.7 การสง่ เสรมิ สนับสนนุ ภาคีเครอื ขา่ ยใหม้ สี ่วนร่วมในการจดั การศกึ ษา ตัวบง่ ชท้ี ่ี 3.8 การสง่ เสริม สนบั สนนุ การสรา้ งสงั คมแห่งการเรียนรู้ ข้อเสนอแนะ ของ สมศ. ข้อที่ 1 ในการดำเนินแผนงาน/โครงการ สถานศึกษาควรมีการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานทุก ระยะ ขั้นตอนของการดำเนินงาน เพื่อประเมินผลและนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นระบบครบ วงจร PDCA และในการประเมินความพึงพอใจ ควรเพมิ่ ข้อเหตุผล ขอ้ คิดเหน็ หรอื ขอ้ เสนอแนะว่าเพราะเหตุใดข้อ นั้นจงึ ใหค้ ะแนนมากหรือน้อย ข้อที่ 13 ในการบริหารจัดการการดำเนินโครงการ กิจกรรมต่างๆ สถานศึกษาควรดำเนินการให้ ครบถว้ นเปน็ ระบบครบวงจร PDCA และในโครงการกิจกรรมควรกำหนดวัตถุประสงคเ์ ป็นรปู ธรรม มีการออกแบบ ประเมินให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ มีการดำเนินการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่าง ตอ่ เนื่องและนำผลการประเมนิ ที่ได้ไปวเิ คราะหถ์ ึงอปุ สรรค และนำไปวางแผน ปรบั ปรงุ พัฒนาในปีต่อไป 3. หลักการและเหตุผล ห้องสมุดประชาชน เป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญของชุมชน มีบทบาทหน้าที่ในการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอกโรงเรียน โดยมีสื่อความรู้ ในการให้บริการและจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับ การศึกษา สร้างนิสัยรักการอ่าน ศึกษาค้นคว้า สนองความสนใจใฝ่รู้ รู้จักวิธีการค้นคว้าด้วยตนเองอยู่ตลอดเวลา ตลอดชีวิต การรับรู้ข้อมูลข่าวสารจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับคนในชุมชน การจัดกิจกรรมในเชิงรุก เพื่อให้เกิดการ

4 เรยี นรู้ของคนในชุมชน ปัจจบุ นั หอ้ งสมดุ ประชาชนไดจ้ ดั หาทรัพยากรสารสนเทศหลากหลายรูปแบบสำหรบั ให้บริการ ได้แก่ สื่อส่ิงพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ และสื่อมัลติมีเดีย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใชแ้ ละผู้รบั บริการ และเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดต่อการใช้ทรัพยากรสารสนเทศที่มีอยู่ในห้องสมุด ซึ่งผู้ใช้และผู้รับบริการต้องรู้แนวทางในการเข้าถึง ทรพั ยากรสารสนเทศแตล่ ะรูปแบบ เพ่ือใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพและไดร้ ับประโยชนจ์ ากทรพั ยากรสารสนเทศนนั้ ๆ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชนแดนเล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมผู้ใช้และผู้รับบริการได้ศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมด้วยตนเอง และรู้จักแหล่งข้อมูล วิธีการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว การส่งเสริมประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สามารถรับบริการต่างๆของห้องสมุดได้ ห้องสมุดประชาชนอำเภอชนแดนจึงได้จัดโครงการ ส่งเสริมการเรยี นรสู้ ำหรบั นกั เรยี น นกั ศกึ ษาและประชาชน 4. วัตถปุ ระสงค์ 4.1 เพอ่ื ให้นักเรยี น นกั ศกึ ษาและประชาชนทวั่ ไปเขา้ ถงึ และมโี อกาสได้อา่ นหนังสือ 4.1 เพื่อกระตุ้นใหน้ ักเรียน นกั ศกึ ษาและประชาชนทั่วไปเขา้ มารับบริการในห้องสมุดประชาชนอำเภอ ชนแดนมากขนึ้ 4.2 เพอื่ สง่ เสรมิ ให้นักเรียน นักศกึ ษาและประชาชนท่วั ไปมีความรคู้ วามเขา้ ใจการเข้าถงึ แหล่งสาร สารสนเทศไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและตรงตามความตอ้ งการ 4.4 เพอ่ื เป็นการส่งเสรมิ สนบั สนุนใหน้ กั เรียน นักศกึ ษา และประชาชนทวั่ ไปมีนสิ ยั รกั การอ่านนำไปสู่ การเรียนรู้ และพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ให้ดขี ึ้น 5. เป้าหมาย จำนวน 400 คน เชงิ ปริมาณ นักเรยี น นักศกึ ษา และประชาชนท่วั ไป เชงิ คุณภาพ 1. นักเรยี น นกั ศกึ ษาและประชาชนท่วั ไปเข้าถึง และมีโอกาสได้อา่ นหนงั สอื 2. นักเรยี น นักศึกษาและประชาชนท่วั ไปเขา้ มารบั บรกิ ารในห้องสมุดประชาชนอำเภอ ชนแดนมากขน้ึ 3. นักเรยี น นักศกึ ษาและประชาชนทว่ั ไปมคี วามรู้ความเขา้ ใจการเข้าถึงแหลง่ สารสารสนเทศไดอ้ ย่าง ประสิทธภิ าพและตรงตามความต้องการ 4. นักเรียน นกั ศึกษา และประชาชนท่ัวไปมนี สิ ัยรักการอา่ นนำไปสู่ การเรยี นรู้ และพฒั นาคุณภาพ ชวี ิตให้ดขี น้ึ

6. วธิ ีดำเนินการ กิจกรรมหลกั วัตถปุ ระสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ก 1. ขั้นเตรียมการ ครูและบุคลากร เพื่อจัดประชุมครูและบคุ ลากรทางการ กศน. อำเภอชนแดน ช ศึกษา จำนวน 20 คน ว - ชแี้ จงทำความเขา้ ใจรายละเอยี ด โครงการ - ช้ีแจงแนวทางในการดำเนนิ โครงการ - จัดทำโครงการและแผนการดำเนนิ การ เพ่อื อนมุ ัติ - แตง่ ตั้งกรรมการดำเนินงานตาม โครงการ 2. ประชุมกรรมการ เพื่อประชมุ ทำความเข้าใจกบั กรรมการ ครูและบุคลากร ช กศน. อำเภอชนแดน ข ดำเนนิ งาน ดำเนินงานทกุ ฝ่ายในการจดั กิจกรรม จำนวน 20 คน โครงการและการดำเนนิ งาน 3. จัดเตรยี มเอกสาร เพ่ือดำเนินการจดั ทำ จดั ซ้อื วัสดุอุปกรณ์ กรรมการฝ่ายที่ได้รบั จ วัสดุ อุปกรณใ์ นการ ทใ่ี ช้ในการดำเนนิ การ มอบหมาย ดำเนินโครงการ

5 กลมุ่ เปา้ หมาย พื้นทด่ี ำเนนิ การ ระยะเวลา งบประมาณ เปา้ หมาย (เชงิ คณุ ภาพ) เม.ย.64 - กศน. อำเภอ ชแ้ี จงทำความเขา้ ใจ รายละเอียดและ ชนแดน วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ ช้แี จงวตั ถปุ ระสงค์ บทบาทหนา้ ท่ี กศน. อำเภอ เม.ย.64 - ของกรรมการดำเนินงานโครงการ ชนแดน จดั ซ้ือวสั ดุอุปกรณ์ในการจัดโครงการ กศน. อำเภอ มิ.ย.64 2,496 ชนแดน บาท

กจิ กรรมหลัก วัตถุประสงค์ กลมุ่ เปา้ หมาย ก นกั เรียน นกั ศึกษา 4. ดำเนินการจัด 1. รักการอ่านผา่ นส่ือออนไลน์ และประชาชนทัว่ ไป ส กจิ กรรม 2. วนั รักการอา่ น จำนวน 2,370 คน แ 3. หอ้ งสมดุ เคล่ือนทส่ี ่บู ้านหนังสือชุมชน น ปลูกฝงั คนรกั การอ่าน ช 4. เสรมิ การอ่าน สร้างการเรียนรู้ กบั หอ้ งสมุดประชาชน 5. ส่งเสรมิ การอ่าน สรา้ งสรรค์ปญั ญา นำพาส่อู าชีพ 6. บนั ทกึ รักการอ่าน 5. สรุป/ประเมนิ ผล เพอื่ ให้กรรมการฝ่ายประเมนิ ผลเก็บ ตามกระบวนการ ส และรายงานผล รวบรวมขอ้ มลู และดำเนนิ การประเมินผล ประเมินโครงการ ต โครงการ การจัดกิจกรรม 5 บท จำนวน 3 เล่ม

6 กล่มุ เปา้ หมาย พืน้ ที่ดำเนนิ การ ระยะเวลา งบประมาณ เปา้ หมาย (เชิงคณุ ภาพ) พ้นื ที่อำเภอ เม.ย. 64 - ส่งเสริมสนับสนนุ ให้นกั เรียน นกั ศึกษา ชนแดน ถงึ และประชาชนท่วั ไปมีนิสัยรักการอา่ น นำไปสู่ การเรยี นรู้ และพัฒนาคณุ ภาพ ก.ย.64 ชวี ติ ใหด้ ีข้นึ สรปุ รายงานผลการดำเนินงาน กศน. อำเภอ ก.ย.64 - ตามระบบ PDCA ชนแดน

7 7. วงเงินงบประมาณ จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ไตรมาส 3 แผนงาน : พ้นื ฐานดา้ นการพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ผลผลิตที่ 5 ผู้รับบริการการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมการจัดการศึกษา ตามอัธยาศัย งบดำเนินงาน ห้องสมุดประชาชนอำเภอชนแดน (ตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง เดือนมิถุนายน 2564) รหสั งบประมาณ 36005 เป็นเงนิ 2,496.- บาท (สองพันสี่ร้อยเก้าสิบหกบาทถ้วน) รายละเอยี ดดงั น้คี อื ค่าวัสดุ เป็นเงิน 2,496 บาท รวมเป็นเงิน 2,496 บาท 8. แผนการใชจ้ ่ายงบประมาณ แผนการใช้จ่ายรายไตรมาส ไตรมาสที่ 1 ไตรมาสที่ 2 ไตรมาสที่ 3 ไตรมาสท่ี 4 - - 2,496 - 9. ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการ ตำแหน่ง : บรรณารักษ์ชำนาญการ ชื่อ - สกุล : นางวารี ชบู วั เบอรโ์ ทรศัพทม์ ือถือ : 056 – 761667 เบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน : 056 – 761667 อีเมลล์ : [email protected] ผรู้ ่วมดำเนินการ นางสมบตั ิ มาเนตร์ ตำแหนง่ ครูอาสาสมคั รฯ นางสาวลาวณั ย์ สทิ ธิกรววยแกว้ ตำแหน่ง ครอู าสาสมัครฯ นางลาวิน สเี หลอื ง ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล นางสาวมุจลินท์ ภูยาธร ตำแหนง่ ครู กศน.ตำบล นางสาวนภารตั น์ สสี ะอาด ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล นางสาวลดาวรรณ์ สุทธิพันธ์ ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล นางผกาพรรณ มะหิทธิ ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล นางสาวพัชราภรณ์ นรศิ ชาติ ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล นางสรุ ัตน์ จันทะไพร ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล นายเกรยี งไกร ใหมเ่ ทวนิ ทร์ ตำแหนง่ ครู กศน.ตำบล นางสาวณฐั ชา ทาแน่น ตำแหนง่ ครู กศน.ตำบล นางสาวอษุ า ย่งิ สกุ ตำแหน่ง ครูประจำศูนยก์ ารเรยี นชมุ ชน นางสาวกัญญาณฐั จันปัญญา ตำแหนง่ ครูประจำศูนย์การเรยี นชุมชน นายปัณณวัฒน์ สขุ มา ตำแหนง่ ครูประจำศูนย์การเรยี นชุมชน

8 นางสาววรางคณา นอ้ ยจนั ทร์ ตำแหนง่ ครปู ระจำศนู ย์การเรียนชมุ ชน นายศิวณชั ญ์ อศั วสมั ฤทธิ์ ตำแหน่ง ครปู ระจำศนู ยก์ ารเรียนชมุ ชน นางสาวเยาวดี โสดา ตำแหนง่ นักจดั การงานท่ัวไป 10. เครอื ขา่ ย 10.1 บา้ นหนงั สือชุมชน 10.2 โรงพยาบาลชนแดน 10.3 โรงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพตำบล 10.4 กศน.ตำบลทั้ง 9 แห่ง 10.5 หน่วยงานของรฐั และเอกชน 11.โครงการทเี่ กีย่ วข้อง 11.1 โครงการจัดการศกึ ษาตามอัธยาศยั 11.2 โครงการพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียน 11.3 โครงการประชาสมั พนั ธ์งาน กศน. 11.4 โครงการส่งเสริมและพัฒนาประสิทธภิ าพการทำงานรว่ มกบั เครือขา่ ย 11.5 โครงการประกันคุณภาพสถานศึกษา 12. ผลลัพธ์ 12.1 นกั เรยี น นักศึกษาและประชาชนทวั่ ไปเข้าถึง และมีโอกาสไดอ้ ่านหนงั สอื 12.2 นักเรยี น นกั ศึกษาและประชาชนทั่วไปเขา้ มารับบริการในห้องสมดุ ประชาชนอำเภอ ชนแดนมากขึ้น 12.3 นักเรยี น นกั ศกึ ษาและประชาชนท่วั ไปมคี วามรู้ความเข้าใจการเข้าถงึ แหล่งสารสารสนเทศได้อย่าง ประสิทธภิ าพและตรงตามความต้องการ 12.4 นกั เรียน นกั ศึกษา และประชาชนทวั่ ไปมนี ิสยั รกั การอา่ นนำไปสู่ การเรยี นรู้ และพฒั นาคณุ ภาพ ชวี ิตให้ดีข้ึน 13. ดชั นีวัดผลสำเรจ็ ของโครงการ 13.1 ตัวชี้วัดผลผลิต (output) กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ 80 % มีความพึงพอใจในการเข้าร่วม กิจกรรม 13.2 ตวั ชว้ี ดั ผลลพั ธ์ ( outcome ) นกั เรียน นักศึกษา และประชาชนทัว่ ไปรักการอา่ น เพอ่ื พัฒนาคุณภาพ ชวี ติ ทด่ี ีข้ึน

9 14. การติดตามผลประเมนิ ผลโครงการ 14.1 แบบประเมนิ ความพงึ พอใจผเู้ ขา้ ร่วมกจิ กรรม / โครงการ 14.2 สรุป/รายงานผลการจัดกจิ กรรม

10 บทที่ 2 เอกสารทเี่ กย่ี วขอ้ ง กจิ กรรมสง่ เสริมการอา่ น กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน หมายถึง การกระทำต่าง ๆ เพ่ือให้เด็กเกิดความสนใจที่จะอ่าน เห็น ความสำคัญของการอ่าน เกิดความเพลิดเพลินท่ีจะอ่าน เกิดความมุ่งมั่นท่ีจะอ่าน และอ่านจนเป็นนิสัย ทั้งน้ี การ อ่านหนังสือเป็นทักษะสำคัญทักษะหนึ่งในชีวิตประจำวัน เพราะการอ่านหนังสือจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเรา ได้เป็นอย่างดียิ่ง เม่ือคนเราอ่านหนังสือจะเกิดความสามารถสร้างความรู้ อารมณ์ จินตนาการ และ ความ เพลิดเพลิน การที่เด็กจะเกิดทักษะการอา่ นหนังสือได้น้ันจำเป็นจะต้องอาศัยความรว่ มมือจากบุคคลหลายฝ่าย ทั้ง ครอบครวั โรงเรยี นและชุมชน ในการจัดกจิ กรรมส่งเสรมิ การอา่ นให้แก่เด็ก

11 กจิ กรรมส่งเสรมิ การอ่านคือ การกระตุ้นด้วยวธิ กี ารต่างๆ เพื่อใหผ้ ู้อ่านสนใจการอา่ นจนกระทั่งมนี ิสัยรัก การอา่ น และได้พัฒนาการอ่านจนกระทง่ั มคี วามสามารถในการอา่ น นำประโยชน์จาการอา่ นไปใชไ้ ดต้ รงตาม วัตถุประสงค์ของการอา่ นทุกประเภท (ฉวีวรรณ คหู าภนิ ันทน์, 2542 : 93) กรมวชิ าการ (อ้างถึงใน ฉววี รรณ คหู าภินนั ทน์, 2542 : 93) ให้ความหมายว่า กิจกรรมส่งเสรมิ การอ่าน คือ การกระทำเพ่ือ 1. เร้าใจบุคคลหรือบุคคลท่เี ป็นเปา้ หมายใหเ้ กิดความอยากรู้ อยากอ่านหนังสอื โดยเฉพาะหนงั สอื ที่มี คุณภาพ 2. เพื่อแนะนำชักชวนให้เกดิ ความพยายามท่จี ะอา่ นให้แตกฉาน สามารถนำความร้จู ากหนงั สอื ไปใช้ ประโยชน์ เกดิ ความเข้าใจในเรอ่ื งตา่ งๆ ดีขึน้ 3. เพอ่ื กระตนุ้ แนะนำให้อยากรู้ อยากอ่านหนังสือหลายอย่าง เปดิ ความคิดให้กวา้ ง ให้มีการอ่านต่อเนื่อง จนเปน็ นิสยั พัฒนาการอา่ นจนถงึ ขั้นที่สามารถวิเคราะห์เร่ืองท่ีอ่านได้ 4. เพอ่ื สรา้ งบรรยากาศทีจ่ ูงใจให้อ่าน ดังนัน้ สามารถกลา่ วได้ว่า กจิ กรรมสง่ เสรมิ การอา่ น หมายถึงกิจกรรมต่างๆทหี่ ้องสมุดจดั ขน้ึ เพื่อส่งเสรมิ ให้ เกิดการอา่ นอยา่ งต่อเนือ่ งจนกระท่ังเป็นนิสยั รักการอ่าน เช่น การเล่านทิ าน การเชิดหุ่น การแสดงละคร การ แนะนำหนังสือทนี่ ่าสนใจ เป็นตน้ ลกั ษณะของกิจกรรมสง่ เสริมการอา่ นท่ีดี 1. เรา้ ความสนใจ เชน่ การจัดนิทรรศการท่ีดึงดคู วามสนใจ การตอบปัญหา มีรางวัลตา่ งๆ การใชส้ ื่อ เทคโนโลยใี หม่ๆเข้ามาชว่ ย 2. จงู ใจใหอ้ ยากอ่านและกระตนุ้ ให้อยากอ่าน เชน่ ขา่ วท่ีกำลังเป็นทีส่ นใจ หรือหวั ขอ้ เรื่องทเ่ี ปน็ ท่ีสนใจ เช่น การวจิ ยั การเตรยี มตัวสอบ การสมัครงาน เป็นตน้ 3. ไม่ใช้เวลานาน ความยากง่ายของกิจกรรมเหมาะสมกบั เพศ ระดับอายุ การศึกษา 4. เปน็ กจิ กรรมที่มุง่ ไปส่หู นังสือ วสั ดกุ ารอ่าน โดยการนำหนงั สือหรอื วสั ดุการอา่ นมาแสดงทุกครั้ง 5. ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน แฝงการเรียนรตู้ ามอัธยาศัยจากการรว่ มกิจกรรมด้วย ความหมายและความสำคญั ของหอ้ งสมดุ หอ้ งสมุดประชาชน หมายถงึ ห้องสมุดที่ตัง้ ข้ึนเพ่อื ใหบ้ ริการแก่ประชาชน โดยไม่จำกัด เพศ วัย เชอ้ื ชาติ ศาสนา และพน้ื ความรู้ ใหบ้ รกิ ารสารสนเทศครบทุกหมวดวชิ า และอาจมีการบรกิ ารบางเร่อื งเปน็ พิเศษ ตามความต้องการของท้องถ่ิน และจะจดั ให้บริการแกป่ ระชาชนโดยไมค่ ดิ มลู คา่ บทบาทหน้าทข่ี องห้องสมุดประชาชน มี 3 ประเภท คอื

12 1. หน้าทท่ี างการศกึ ษา หอ้ งสมุดประชาชนเป็นแหลง่ ให้การศึกษานอกระบบโรงเรียน มหี นา้ ทใ่ี ห้ การศกึ ษาแกป่ ระชาชนทว่ั ไป ทกุ ระดับการศึกษา 2. หน้าทท่ี างวฒั นธรรม หอ้ งสมุดปะชาชนเป็นแหลง่ สะสมมรดกทางปัญญาของมนษุ ย์ ท่ีถา่ ยทอดเป็น วฒั นธรรมท้องถ่ิน ท่หี ้องสมดุ ตง้ั อยู่ 3. หนา้ ทที่ างสงั คม ห้องสมดุ ประชาชนเป็นสถาบนั ทางสังคมไดร้ ับเงนิ อุดหนุนจากรฐั บาลและท้องถน่ิ มา ดำเนนิ กิจการ จึงมีหน้าท่ี แสวงหาขา่ วสารข้อมลู ทม่ี ปี ระโยชนม์ าบรกิ ารประชาชน หอ้ งสมุดประชาชนในประเทศไทยมหี น่วยงานต่างๆรับผิดชอบ ดงั นี้ 1. หอ้ งสมุดประชาชนสังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร สังกดั กรมการศึกษานอกโรงเรยี น ไดแ้ ก่ ห้องสมดุ ประชาชนระดับจังหวดั และระดับอำเภอ นอกจากน้ีกรมการศึกษานอกโรงเรียนยงั ไดจ้ ดั ทีอ่ ่านหนงั สือประจำ หมบู่ ้าน ทีอ่ ่านหนังสอื ในวัด และหอ้ งสมดุ เคลือ่ นท่ี 2. ห้องสมุดประชาชน สังกดั กรงุ เทพมหานคร มีทง้ั หมด 12 แหง่ ได้แก่ หอ้ งสมุดประชาชนสวนลุมพนิ ี หอ้ งสมดุ ประชาชนซอยพระนาง ห้องสมุดประชาชนปทุมวัน ห้องสมดุ ประชาชนอนงคาราม ห้องสมดุ ประชาชนวัด สงั ข์กระจาย ห้องสมุดประชาชนบางเขน หอ้ งสมดุ ประชาชนบางขนุ เทยี น ห้องสมุดประชาชนวัดรชั ฎาธษิ ฐาน วรวิหารตลิ่งชัน ห้องสมดุ ประชาชนประเวช หอ้ งสมุดประชาชนวัดลาดปลาเค้า หอ้ งสมุดประชาชนภาษีเจริญ หอ้ งสมุดประชาชนวดั ราชโอรส 3. ห้องสมดุ ประชาชนของธนาคารพาณิชย์ เป็นห้องสมุดที่ธนาคารพาณิชยเ์ ปดิ ขนึ้ เพื่อบริการสงั คม และ เพ่ือประชาสัมพนั ธ์กิจการของธนาคารใหเ้ ป็นทร่ี ู้จกั แพรห่ ลาย เช่น หอ้ งสมุดประชาชนของธนาคารกรงุ เทพจำกดั 4. ห้องสมดุ ประชาชนของรัฐบาลตา่ งประเทศ โดยไดร้ บั การสนับสนุนจากรัฐบาลต่างประเทศ เช่น หอ้ งสมุดบริตชิ เคาน์ซลิ ของรัฐบาลสหราชอาณาจกั ร ที่ตงั้ อย่บู ริเวณสยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร 5. ห้องสมุดประชาชนเสียคา่ บำรงุ หอ้ งสมดุ ประชาชนประเภทนใี้ ห้บริการเฉพาะสมาชกิ เทา่ น้นั โดยผู้ท่ี เป็นสมาชกิ จะต้องเสยี ค่าบำรุงตามระเบยี บของหอ้ งสมดุ ไดแ้ ก่ ห้องสมุดนีลสนั เฮย์ ตง้ั อยูท่ ี่ถนนสรุ วิ งศ์ กรุงเทพมหานคร บทบาทและความสำคญั ของหอ้ งสมสดุ ต่อสังคมในด้านต่าง ๆ 1. เปน็ สถานท่ีเพื่อสงวนรักษาและถา่ ยทอดวฒั นธรรม ห้องสมดุ เป็นแหลง่ สะสมวิวัฒนาการของมนษุ ย์ ตงั้ แตอ่ ดีตจนถงึ ปัจจุบนั ถ้าไม่มแี หลง่ คน้ ควา้ ประเภทหอ้ งสมุดเปน็ ศูนยก์ ลางแล้ว ความรู้ต่างๆ อาจสูญหายหรือ กระจดั กระจายไปตามทตี่ ่างๆ ยากแก่คนรนุ่ หลงั จะติดตาม 2. เปน็ สถานทีเ่ พ่ือการศกึ ษา ค้นควา้ วิจยั ห้องสมดุ ทำหน้าท่ีใหก้ ารศึกษาแกป่ ระชาชนทุกรูปแบบ ทง้ั ใน และนอกระบบการศึกษา เร่ิมจากการศึกษาข้ันพ้นื ฐานถึงระดบั สงู

13 3. เป็นสถานทสี่ ร้างเสริมความคดิ สรา้ งสรรค์และความจรรโลงใจ หอ้ งสมุดมหี นา้ ท่ีรวบรวมและเลอื กสรร ทรพั ยากร สารสนเทศ เพื่อบริการแกผ่ ใู้ ช้ ซ่งึ เปน็ สิ่งทม่ี คี ุณค่าผูใ้ ช้ไดค้ วามคิดสร้างสรรค์ ความจรรโลงใจ นานาประการ เกดิ ประโยชน์แกต่ นเองและสงั คมต่อไป 4. เปน็ สถานท่ีปลกู ฝังนิสัยรกั การอา่ นและการเรยี นรตู้ ลอดชีวติ ห้องสมุดจะชว่ ยให้บคุ คลสนใจในการอ่าน และรกั การอา่ นจนเป็นนสิ ัย 5. เป็นสถานทส่ี ง่ เสรมิ การาใช้เวลาว่างในเปน็ ประโยชน์ ห้องสมดุ เปน็ สถานทรี่ วบรวมสารสนเทศทุก ประเภท เพ่ือบริการแกผ่ ู้ใช้ตามความสนใจและอา่ นเพ่ือฆา่ เวลา อา่ นเพ่ือความเพลดิ เพลิน หรืออา่ นเพอ่ื สาระบนั เทิงได้ท้ังสิ้น นบั ว่าเป็นการพักผ่อนอยา่ งมีความหมายและให้ประโยชน์ 6. เปน็ สถานทส่ี ่งเสรมิ ความเป็นประชาธิปไตย ห้องสมดุ เป็นสาธารณะสมบตั ิ มีส่วนส่งเสรมิ ให้บคุ คลร้จู กั สิทธแิ ละหน้าทข่ี องพลเมือง กลา่ วคอื เมอ่ื มีสทิ ธใิ นการใช้ก็ย่อมมีสิทธใิ นการบำรงุ รักษาร่วมกนั และให้ความร่วมมือ กับห้องสมุดด้วยการปฏบิ ัตติ ามระเบียบ แบบแผนของห้องสมดุ ความหมายของสื่อส่ิงพิมพ์ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานไดใ้ ห้ความหมายคาทีเ่ กี่ยวกับ“สอื่ ส่ิงพิมพ”์ ไวว้ า่ “สง่ิ พมิ พ์ หมายถึง สมดุ แผน่ กระดาษ หรือวัตถุใด ๆ ท่พี ิมพ์ขึน้ รวมตลอดทง้ั บทเพลง แผนที่ แผนผงั แผนภาพ ภาพวาด ภาพระบาย สี ใบประกาศ แผ่นเสียง หรอื ส่ิงอ่นื ใดอนั มีลักษณะเชน่ เดียวกัน” “สอ่ื หมายถึง ก. ทาการติดตอ่ ให้ถึงกนั ชักนาให้ รจู้ กั กนั น. ผ้หู รือส่งิ ที่ทาการตดิ ตอ่ ให้ถงึ กนั หรือชักนาให้รู้จกั กัน” “พมิ พ์ หมายถึง ก. ถ่ายแบบ, ใชเ้ ครื่องจักรกด ตวั หนงั สือหรือภาพ เป็นต้นให้ติดบนวตั ถุ เชน่ แผน่ กระดาษ ผา้ ทาใหเ้ ปน็ ตัวหนังสอื หรือรปู รอยอย่างใด ๆ โดย การกดหรือการใช้พมิ พ์หนิ เครื่องกล วธิ เี คมี หรือวิธอี นื่ ใด อนั อาจใหเ้ กิดเปน็ สิง่ พิมพ์ขนึ้ หลายสาเนา น. รูป , รปู ร่าง, ร่างกาย, แบบ” ดงั นั้น “สอื่ สง่ิ พิมพ”์ จงึ มคี วามหมายว่า “สงิ่ ทีพ่ ิมพ์ข้นึ ไมว่ ่าจะเปน็ แผน่ กระดาษหรือวัตถุ ใด ๆ ด้วยวิธกี ารต่าง ๆ อนั เกิดเป็นชิน้ งานท่มี ลี ักษณะเหมือน ต้นฉบบั ขน้ึ หลายสาเนาในปรมิ าณมากเพื่อเปน็ สง่ิ ที่ ทาการติดต่อ หรือชักนาให้บุคคลอื่นได้เหน็ หรือทราบ ขอ้ ความตา่ ง ๆ” สิง่ พมิ พ์เพื่อการศึกษา หมายถึง สงิ่ ทีพ่ มิ พ์ขนึ้ ในรปู แบบต่างๆ ทงั้ หนังสือ ตารา เอกสาร วารสารต่างๆ ท่ี ใหค้ วามรู้ เนอ้ื หาสาระที่มีประโยชน์ เช่น หนังสือเรยี นภาษาไทย ป. 6 หรอื อาจเป็นชดุ ภาพประกอบการศึกษา เช่น ภาพประกอบการศกึ ษาชุดอาหารไทย เปน็ ต้น และสามารถนามาใชใ้ นการศกึ ษาได้

14 ความเปน็ มา ส่ิงพิมพ์ถือได้ว่าเป็นสิ่งท่ีความสำคัญยิ่งควบคู่มากับการพัฒนาการของมนุษยชาติ และจัดเป็นส่ือมวลชน ประเภทหนึ่งท่ีมีความสำคัญมาตลอดนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในการถ่ายทอดความรู้วิชาการ และเพ่ือการติดต่อ สื่อสารสาหรับมนุษยชาติ ดังคำจำกัดความของพจนี พลสิทธ์ิ (2536 : 3) สรุปความเป็นมาและความสาคัญของ ส่ิงพิมพ์ ว่า “ส่ิงพิมพ์” นับเป็นวัสดุที่แสดงถึงพัฒนา การความเจริญก้าวหน้าทางด้านสติปัญญา ของมนุษย์ ความคิด จินตนาการ เจตคติ ความฝนั ชวี ิต วัฒนธรรม สังคม เหตุการณ์ เรื่องราวต่าง ๆ ของมนุษย์แต่ลายคุ สมัย สามารถเก็บรักษาสืบทอดจาดชนรุ่นหนึ่งไปสู่ชนรุ่นหลัง ความคิดในเร่ืองการพิมพ์นี้นอกเหนือจาก เพื่อเป็น เคร่ืองมือในการบันทึกความคิด จินตนาการ ความรู้ และเหตุการณ์ต่างๆ แล้วยังเป็นเคร่ืองแสดงให้เห็นว่าชนชาติ ต่าง ๆ ในโลกนลี้ ้วนมคี วามพยายามทจี่ ะพัฒนาความคิดของตนให้เจริญก้าวหน้าทนั สมยั อย่างตอ่ เน่ือง ความคิดใน เรือ่ งการพิมพท์ ่ีมีจุดประสงค์เร่ิมแรกก็คงเพ่ือให้มกี ารแพร่หลายเร่ืองความคดิ ความรู้ ไปสู่ชนรุน่ หลัง และเพ่ือให้มี หลาย ๆ สาเนาจะได้เก็บรักษาให้คงอยู่ได้นานปีน้ัน ในยุคปัจจุบันชนรุ่นหลังได้สานต่อความคิดเรื่องการพิมพ์ จนกระทั่งกลายเป็นเทคโนโลยีท่ีทันสมัย และซับซ้อน สามารถผลิตส่ิงพิมพ์ได้หลากหลายชนิดตอบสนอง วตั ถปุ ระสงคข์ องมนุษยชาติได้กว้างขวางนอกเหนือจากสือ่ สิ่งพิมพ์จะเป็นส่ือมวลชนที่มีความเกยี่ วกันกับมนุษยชาติ มานานนับพนั ๆ ปี และมคี วามเก่าแก่กว่าสอ่ื มวลชนประเภทอน่ื ไม่วา่ จะเปน็ วทิ ยุกระจายเสยี ง วิทยโุ ทรทัศน์ หรือ อนิ เตอร์เน็ต ซง่ึ เป็นสอ่ื ประเภทหน่ึงที่มีการใช้แพร่หลายไปทั่วโลกเช่นในปจั จุบนั ก็ตาม แต่ส่ือสิ่งพิมพ์ก็ยังเป็นส่ือที่ มีการใช้อย่างแพร่หลายเป็นที่นิยมของทุกชนชาติมิได้ย่ิงหย่อนไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นสื่อส่ิงพิมพ์ประเภทใดก็ตาม เช่น หนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสาร วารสาร หรือส่ิงพิมพ์ประเภทต่าง ๆ สาเหตุสาคัญที่ทาให้ส่ือส่ิงพิมพ์ยังเป็นที่ นยิ มแพรห่ ลายมาโดยตลอด ก็เพราะบุคคลสามารถเลอื กอ่านไดต้ ามความเหมาะสม อีกทั้งยังใช้เป็นเอกสารอ้างอิง ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประวตั กิ ารพิมพใ์ นประเทศไทย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กรุงศรีอยุธยา ได้เริ่มแต่งและพิมพ์หนังสือคำสอนทางศาสนา คริสต์ ขึ้น และหลังจากน้ันหมอบรัดเลย์เข้ามาเมืองไทย และได้เริ่มด้านงานพิมพ์จนสนใจเป็นธุรกิจด้านการพิมพ์ ใน เมอื งไทย พ.ศ.2382 ไดพ้ มิ พเ์ อกสารทางราชการเปน็ ช้ินแรก คือ หมายประกาศห้ามสูบฝ่นิ ซง่ึ พระบาทสมเด็จพระ น่ังเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้จ้างพิมพ์จานวน 9,000 ฉบับ ต่อมาเม่ือวันท่ี 4 ก.ค.2387 ได้ออกหนังสือฉบับแรก ข้ึน คือ บางกอกรีคอร์ดเดอร์ (Bangkok Recorder) เป็นจดหมายเหตุอย่างสั้น ออกเดือนละ 2 ฉบับ และใน 15 มิ.ย. พ.ศ.2404 ได้พิมพห์ นังสือเล่มออกจำหน่ายโดยซือ้ ลิขสิทธจิ์ าก หนังสือนิราศลอนดอนของหมอ่ มราโชทัยและ ไดเ้ รมิ่ ตน้ การซ้ือขาย ลขิ สทิ ธิหน่ายในเมอื งไทย หมอบรัดเลย์ไดถ้ ึงแกก่ รรมในเมืองไทยกิจการ การพิมพข์ องไทยจึง เร่ิมต้นเป็นของไทย หลังจากน้ันใน พ.ศ.2500 ประเทศไทยจึงนา เคร่ืองพิมพ์แบบโรตารี ออฟเซท (Rotary off Set) มาใช้เป็นครั้งแรก โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชนาเครื่องหล่อเรียงพิมพ์ Monotype มาใช้กับตัวพิมพ์ภาษาไทย ธนาคาร แห่งประเทศไทยได้จัดโรงพมิ พ์ธนบัตรในเมืองไทยขึ้นใชเ้ อง

15 ประเภทของสือ่ ส่ิงพิมพ์เพื่อการศึกษา ส่ือส่ิงพมิ พป์ ระเภทหนงั สือ 1. หนงั สือตำรา เป็นส่ือที่พิมพ์เป็นเล่ม ประกอบด้วยเน้ือหาการเรียนการสอนโดยอธิบายเนื้อหาวิชาอย่างละเอียดชัดเจน อาจมีภาพถ่ายหรือภาพเขียนประกอบเพื่อเพม่ิ ความสนใจของผู้เรียน หนังสือตาราน้ีอาจใช้เป็นสื่อการเรียนในวิชา นั้นโดยตรงนอกเหนือจากการบรรยายในชนั้ เรียน หรืออาจใชเ้ ป็นหนังสืออ่านประกอบหรือหนังสืออ่านเพ่ิมเตมิ กไ็ ด้ การใช้หนังสือในการเรียนการสอนนับวา่ มีประโยชน์แก่ผูเ้ รียนทงั้ ในด้านการศึกษารายบุคคลเพือ่ ใหผ้ ู้เรียนสามารถ ใช้อา่ นในเวลาทตี่ อ้ งการ และในด้านเศรษฐกิจเนือ่ งจากสามารถใชอ้ ่านได้หลายคนและเกบ็ ไวไ้ ด้เปน็ เวลานาน 2. แบบฝึกปฏิบตั ิ เป็นสมุดหรือหนังสือที่พิมพ์ข้ึนโดยมีเนื้อหาเป็นแบบฝึกหัดหรือแบบฝึกปฏิบัติเพื่อเป็นการเพ่ิมทักษะหรือ ทดสอบผเู้ รียน อาจมเี น้ือหาในรูปแบบคาถามใหเ้ ลอื กคาตอบ หรือเป็นต้นแบบเพื่อใหผ้ ู้เรียนฝึกปฏิบัติตามโดยอาจ มีรูปประกอบเพื่อใหเ้ ขา้ ใจไดง้ ่ายยิ่งข้นึ เชน่ แบบคดั ตวั อักษร ก ไก่ เปน็ ตน้ 3. พจนานกุ รม เปน็ หนังสือท่ีมีเนอ้ื หาเปน็ คาศัพท์และคาอธิบายความหมายของคาศัพท์ แต่ละคาน้ัน โดยการเรียงตามลา ดับจากอักษรตัวแจกถึงตัวสุดท้ายของภาษาท่ีต้องการจะอธิบาย คาศัพท์และคาอธิบายจะเป็นภาษาเดียวกันหรือ ต่างภาษาก็ได้ เช่น คาศัพท์ภาษาอังกฤษและมีคาอธิบายเป็นภาษาไทย หรือท้ังคาศัพท์และคาอธิบายต่างก็เป็น ภาษาอังกฤษ เปน็ ตน้ 4. สารานุกรม เปน็ หนงั สือที่พมิ พ์ขึน้ เพ่ืออธบิ ายหัวขอ้ หรอื ขอ้ ความต่างๆ ตามลาดบั ของตวั อักษร เพื่อให้ผอู้ ่านสามารถ คน้ ควา้ เพื่อความรู้และการอา้ งองิ โดยมีรูปภาพ แผนภมู ิ ฯลฯ ประกอบคาอธบิ ายใหช้ ัดเจนยง่ิ ขน้ึ 5. หนงั สือภาพและภาพชดุ ตา่ งๆ เป็นหนงั สอื ทปี่ ระกอบดว้ ยภาพต่างๆ ที่เป็นเรอื่ งเดยี วกันตลอดทั้งเลม่ ส่วนใหญจ่ ะเปน็ หนังสือภาพท่ีพิมพ์ สอดสีสวยงาม เหมาะแก่การเก็บไว้ศึกษาหรือเปน็ ที่ระลึก เช่น หนังสือภาพชดุ พระที่นง่ั วิมานเมฆ หรือหนงั สอื ภาพ ชดุ ทัศนียภาพของประเทศต่างๆ เปน็ ต้น 6. วทิ ยานพิ นธแ์ ละรายงานการวิจัย เป็นสิง่ พมิ พท์ ี่พิมพ์ออกมาจานวนไมม่ ากนักเพือ่ เผยแพรไ่ ปยังห้องสมุด สถาบันการศึกษาตา่ งๆ หรือ หน่วยงานท่เี ก่ียวข้องกบั งานวิจัยนน้ั เพื่อให้ผ้สู นใจใช้เปน็ เอกสารค้นควา้ ข้อมลู หรือใช้ในการอ้างอิง 7. ส่ิงพมิ พย์ ่อส่วน (Microforms) หนังสือทีเ่ ก่าหรือชารุดหรือหนงั สอื พิมพ์ท่ีมอี ยู่เป็นจานวนมากย่อมไมเ่ ป็นที่สะดวกในการเก็บรกั ษาไว้ จงึ จำเป็นต้องหาวิธเี ก็บสิ่งพมิ พเ์ หล่านีไ้ วโ้ ดยอาศัยลกั ษณะการยอ่ สว่ นลงให้เหลือเลก็ ท่สี ดุ เท่าทจี่ ะทาได้ เพื่อประหยัด เนือ้ ทใ่ี นการเกบ็ รักษาและสามารถทจี่ ะนำมาใชไ้ ดส้ ะดวก จงึ มีวิธกี ารต่างๆ โดยอาศยั เนื้อท่ใี นการเก็บรักษาและ สามารถทีจ่ ะนามาใช้ไดส้ ะดวก จึงมีวิธีการตา่ งๆ โดยอาศยั เทคโนโลยีในการทาสงิ่ พมิ พ์ย่อส่วน ได้แก่

16 ก. ไมโครฟิล์ม (Microfilm) เป็นการถา่ ยหนงั สือแต่ละหน้าลงบนม้วนฟลิ ์มที่มคี วามกวา้ งขนาด 16 หรอื 35 มลิ ลิเมตร โดยฟิลม์ 1 เฟรมจะ บรรจุหน้าหนงั สอื ได้ 1-2 หน้าเรยี งติดต่อกนั ไป หนังสือเลม่ หน่ึงจะสามารถบันทกึ ลงบนไมโครฟลิ ม์ โดยใช้ความยาว ของฟิลม์ เพยี ง 2-3 ฟุต ตามปกติจะใช้ฟิลม์ 1 ม้วนต่อหนังสอื 1 เลม่ และบรรจุม้วนฟิล์มลงในกล่องเล็กๆ กล่องละ ม้วนเม่อื จะใช้อ่านก็ใสฟ่ ิล์มเข้าในเคร่ืองอ่านที่มจี อภาพหรือจะอัดสาเนาหน้าใดก็ไดเ้ ชน่ กัน ข. ไมโครฟชิ (Microfiche) เป็นแผ่นฟลิ ์มแขง็ ขนาด 4 x 6 น้วิ สามารถบนั ทกึ ขอ้ ความจากหนังสอื โดยย่อเป็นกรอบเลก็ ๆ หลายๆ กรอบ แผ่นฟลิ ม์ น้จี ะมเี นื้อท่มี ากพอทจ่ี ะบรรจหุ น้าหนงั สือทยี่ ่อขนาดแลว้ ไดห้ ลายรอ้ ยหนา้ ตวั อักษรท่ีย่อจะมีสีขาวบนพ้นื หนา้ หนังสือสีดา สามารถอ่านไดโ้ ดยวางแผ่นฟลิ ์มลงบนเคร่ืองฉายทขี่ ยายภาพให้ไปปรากฏบนจอภาพสาหรบั อา่ น และจะอา่ นหน้าใดกไ็ ดเ้ ล่อื นภาพไปมา และยงั สามารถนาไปพมิ พ์บนกระดาษและอัดสาเนาไดด้ ้วย สอ่ื ส่ิงพมิ พ์เพ่ือเผยแพร่ข่าวสาร – หนงั สือพิมพ์ (Newspapers) เป็นส่ือส่ิงพิมพ์ท่ผี ลิตขน้ึ โดยนาเสนอเรือ่ งราว ขา่ วสารภาพและความ คดิ เหน็ ในลกั ษณะของแผน่ พิมพ์ แผ่นใหญ่ ที่ใช้วธิ ีการพับรวมกนั ซ่ึงสือ่ สิ่งพิมพ์ชนิดนี้ ได้พิมพอ์ อกเผยแพร่ทง้ั ลักษณะ หนงั สือพิมพร์ ายวนั , รายสปั ดาห์ และรายเดือน – วารสาร, นติ ยสาร เป็นส่ือสง่ิ พมิ พท์ ผ่ี ลิตขึน้ โดยนาเสนอสาระ ขา่ ว ความบนั เทิง ท่ีมรี ปู แบบการนาเสนอ ทโี่ ดดเด่น สะดดุ ตา และสร้างความสนใจใหก้ บั ผู้อ่าน ทัง้ นี้การผลิตนน้ั มกี าร กาหนดระยะเวลาการออกเผยแพร่ที่ แนน่ อน ท้ังลกั ษณะวารสาร, นิตยสารรายปักษ์ (15 วนั ) และ รายเดอื น – จลุ สาร เป็นส่อื สง่ิ พมิ พ์ท่ีผลิตขนึ้ แบบไมม่ ุง่ หวังผลกาไร เป็นแบบใหเ้ ปลา่ โดยให้ผอู้ า่ นไดศ้ กึ ษาหาความรู้ มีกาหนดการออกเผยแพร่เป็นคร้งั ๆ หรอื ลาดบั ตา่ ง ๆ ในวาระพิเศษ แสดงเนื้อหาเป็นข้อความท่ผี ู้อา่ น อ่านแล้ว เขา้ ใจงา่ ย สง่ิ พิมพอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์ เป็นสอ่ื ส่ิงพิมพท์ ่ผี ลติ ข้ึนเพ่ือใช้งานในคอมพิวเตอร์ หรือระบบเครือข่ายอนิ เตอร์เนต็ ไดแ้ ก่ Document Formats, E-book for Palm/PDA เปน็ ต้น บทบาทของสื่อสิง่ พิมพเ์ พ่ือการศกึ ษา บทบาทของสื่อสงิ่ พิมพใ์ นสถานศกึ ษา ส่ือสิ่งพิมพ์ถกู นาไปใชใ้ นสถานศกึ ษาโดยทั่วไป ซ่ึงทาใหผ้ ้เู รียน ผสู้ อนเข้าใจในเน้ือหามากขึน้ เชน่ หนงั สือ ตารา แบบเรยี น แบบฝึกหัดสามารถพฒั นาได้เปน็ เน้อื หาในระบบ เครอื ข่ายอินเตอร์เน็ตได้

17 แนวทางการประยุกต์ใช้ส่ือสง่ิ พมิ พ์เพ่ือการเรยี นการสอน หรอื การศึกษา การใช้สิง่ พิมพ์เพื่อการศึกษาในการเรียน การสอนนั้นจำแนกได้เปน็ 3 วธิ ี คอื 1. ใชเ้ ป็นแหล่งขอ้ มูลเก่ยี วกบั วชิ าท่เี รียน 2. ใชเ้ ป็นวัสดกุ ารเรยี นรว่ มกบั ส่ืออืน่ ๆ 3. ใชเ้ ปน็ สื่อเสรมิ ในการเรียนรูแ้ ละเพมิ่ พูนประสบการณ์ .จากวิธกี ารใชส้ ่งิ พมิ พ์ทง้ั 3 วิธีนัน้ ผู้สอนสามารถนาสิง่ พิมพท์ ้ังท่ีเป็นสง่ิ พิมพ์ทั่วไป หรอื ส่งิ พิมพ์เพื่อการศกึ ษา โดยเฉพาะมาใชใ้ นการเรียนการสอนก็ได้ ทงั้ นี้โดยพิจารณาตามลกั ษณะของสิ่งพมิ พ์และลกั ษณะของการใช้ ดงั น้ี 1. สิ่งพมิ พท์ ีเ่ ขียนขึน้ ในลกั ษณะของหนงั สือตารา ใชเ้ พอ่ื การศึกษาในระบบโรงเรียนตามหลักสตู ร 2. สง่ิ พมิ พท์ ี่เขียนขึน้ ในลักษณะบทเรียนสาเร็จรปู เพ่ือง่ายต่อการศกึ ษาด้วยตนเอง เหมาะสาหรับใช้ใน การศกึ ษาทางไกลร่วมกับสอ่ื อ่ืนๆ เช่น โทรทศั น์ เทปเสยี งสรปุ บทเรยี น และการสอนเสริม เป็นต้น 3. สิง่ พิมพ์เสริมการเรียนการสอน เช่น แบบฝึกปฏบิ ัติ คมู่ อื เรียน ฯลฯ อาจใชร้ ว่ มกับสอ่ื บุคคลหรือ สือ่ มวลชนประเภทอื่นๆ ได้ 4. สง่ิ พมิ พท์ วั่ ๆ ไป เชน่ นติ ยสาร หนงั สอื พิมพ์ ฯลฯ ทมี่ ีคอลมั นห์ รือบทความทีใ่ หป้ ระโยชน์ ผู้สอนอาจแนะ นาใหผ้ เู้ รยี นอา่ นเพ่อื เพิม่ พูนความรู้หรอื เพื่อนามาใชอ้ า้ งอิงประกอบการค้นควา้ 5. สง่ิ พมิ พ์ประเภทภาพชุด เป็นการให้ความรู้ทางรปู ธรรมเพ่ือใช้ในการเสรมิ สร้างประสบการณ์ ทาใหผ้ ู้เรยี น เขา้ ใจเหตกุ ารณ์เร่ืองราวหรอื สงิ่ ที่เป็นนามธรรมได้ชัดเจนขึ้น เช่น ภาพชดุ ชีวิตสัตว์ หรอื ภาพชดุ พระราช พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวญั เปน็ ตน้ (สานกั การศึกษา กรุงเทพมหานคร, 9 กนั ยายน 2553) ประโยชน์และคุณคา่ ของสื่อส่งิ พิมพ์เพอื่ การศึกษา 1. ส่อื สิ่งพมิ พ์สามารถเก็บไวไ้ ด้นาน สามารถนามาอ่านซ้าแลว้ ซา้ อกี ได้ 2. สอ่ื สงิ่ พิมพ์เป็นสอ่ื ทีม่ รี าคาถูกเม่ือเทียบกบั สอ่ื อนื่ ๆ 3. สือ่ สิ่งพมิ พ์เป็นสอ่ื ทใ่ี ชง้ ่าย ไมย่ ุง่ ยาก 4. สือ่ สงิ่ พมิ พเ์ ปน็ สอ่ื ทีจ่ ัดทาไดง้ ่าย โดยครผู ้สู อนสามารถทาได้เองได้ มวี ิธีทาทีไ่ ม่ยงุ่ ยากซับซ้อน เช่น ใบ งาน ใบความรู้ เปน็ ต้น

18 ขอ้ ดีและข้อจากดั ของส่ือส่ิงพมิ พเ์ พ่ือการศกึ ษา ข้อดี 1. สามารถอ่านซ้า ทบทวน หรอื อ้างอิงได้ 2. เปน็ การเรียนร้ทู ่ีดีสาหรับผูท้ ่ีสนใจ 3. เป็นการกระตุ้นให้คนไทยรักการอ่าน ขอ้ จำกัด 1. ผู้มีปญั หาทางสายตา หรือผสู้ ูงอายอุ ่านไม่สะดวกในการใช้ 2. ข้อมูลไมส่ ามารถปรบั ปรุงแกไ้ ขได้ทันท่วงทไี ด้ 3. ผู้ไม่รู้หนงั สอื ไมส่ ามารถเข้าถึงได้ ความหมายของส่ือออนไลน์ ความหมายของส่ือสังคมออนไลน์ ส่อื สงั คมออนไลน์ หมายถึง ส่ือดิจิทลั ทเ่ี ปน็ เครื่องมือในการปฏิบัตกิ ารทางสงั คม(Social Tool) เพื่อใช้ ส่ือสารระหว่างกนั ในเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเวบ็ ไซต์และโปรแกรมประยุกตบ์ นสอื่ ใดๆ ที่มี การเชอื่ มต่อกับอินเทอรเ์ น็ต โดยเนน้ ให้ผใู้ ชท้ งั้ ทีเ่ ป็นผูส้ ่งสารและผู้รบั สารมีส่วนร่วม (Collaborative) อยา่ ง สร้างสรรค์ ในการผลิตเนื้อหาขนึ้ เอง (User-GenerateContent:UGC) ในรปู ของข้อมูลภาพและเสยี ง สำหรับในยคุ นี้ เราคงจะหลีกเล่ียงหรือหนีคำวา่ Social Media ไปไมไ่ ด้ เพราะไม่วา่ จะไปที่ไหน ก็จะพบ เหน็ มันอยตู่ ลอดเวลา ซ่ึงหลายๆ คนกอ็ าจจะยงั สงสยั วา่ “Social Media” มันคอื อะไรกันแน่ วนั นี้เราจะมารจู้ กั ความหมายของมนั กันครบั คำว่า “Social” หมายถงึ สงั คม ซ่ึงในทีน่ ้จี ะหมายถึงสังคมออนไลน์ ซึง่ มขี นาดใหม่มากในปจั จุบัน คำวา่ “Media” หมายถึง ส่ือ ซ่งึ ก็คือ เน้ือหา เร่ืองราว บทความ วีดีโอ เพลง รปู ภาพ เป็นต้น ดังนัน้ คำวา่ Social Media จงึ หมายถงึ ส่ือสงั คมออนไลนท์ ่มี ีการตอบสนองทางสงั คมไดห้ ลายทิศทาง โดยผา่ นเครอื ข่ายอนิ เตอร์เน็ต พูดงา่ ยๆ ก็คอื เวบ็ ไซตท์ ีบ่ ุคคลบนโลกนี้สามารถมีปฏสิ ัมพันธโ์ ต้ ้ตอบกนั ได้น่ันเอง พ้นื ฐานการเกดิ Social Media กม็ าจากความต้องการของมนุษย์หรือคนเราทีต่ ้องการติดตอ่ ส่ือสารหรอื มี ปฏิสมั พันธ์กัน จากเดิมเรามเี ว็บในยุค 1.0 ซ่งึ ก็คือเวบ็ ทแี่ สดงเนอ้ื หาอยา่ งเดยี ว บุคคลแตล่ ะคนไม่สามารถตดิ ต่อ หรือโต้ตอบกนั ได้ แตเ่ มือ่ เทคโนโลยีเว็บพฒั นาเขา้ สยู่ ุค 2.0 ก็มีการพัฒนาเวบ็ ไซตท์ ีเ่ รียกวา่ web application ซง่ึ ก็คอื เวบ็ ไซต์มีแอพลเิ คชันหรือโปรแกรมต่างๆ

19 ทม่ี าและความสำคัญ สื่อสังคมออนไลน์กลับส่งอทิ ธิพลลบต่อชีวติ ประจำวนั และความสมั พนั ธ์ของคนในสังคมอยา่ งชดั เจนมาก ยิง่ ขึ้นจนกลายเป็นประเดน็ ทางสงั คม ที่ท้ังสือ่ บทกฎหมาย และประชาชนเองจะต้องให้ความสำคัญในการปอ้ งกัน และแก้ไขปัญหาเหลา่ นี้ ส่อื สงั คมออนไลนใ์ ชส้ ่ือสารระหว่างกนั ในเครือข่ายทางสงั คม ผ่านทางเวบ็ ไซต์และโปรแกรมประยุกต์บน สอ่ื ใดๆ ทีม่ ีการเชื่อมตอ่ กบั อินเทอร์เน็ต โดยเน้นใหผ้ ้ใู ชท้ ้ังทีเ่ ปน็ ผู้ส่งสารและผ้รู บั สารมสี ว่ นรว่ ม อย่างสรา้ งสรรค์ ในการผลติ เนอ้ื หาขึน้ ในรปู ของข้อมูล ภาพ และเสียง ทง้ั นก้ี ารใช้สือ่ ออนไลน์ตา่ งๆ ก็ต้องอยู่ในขอบเขตในความพอประมาณ เลน่ ในประมาณที่พอเหมาะเพ่อื เป็นผลดีตอ่ สายตาและรา่ งกาย ประเภทสอ่ื สังคมออนไลน์ ประเภทของสือ่ สังคมออนไลน์ มีด้วยกนั หลายชนิด ข้ึนอยู่กับลกั ษณะของการนำมาใชโ้ ดยสามารถแบง่ เป็นกลมุ่ หลกั ดังนี้ 1. Weblogs หรือเรียกสั้นๆ วา่ Blogs คือ ส่อื สว่ นบุคคลบนอินเทอรเ์ น็ตที่ใช้เผยแพร่ข้อมลู ข่าวสาร ความรู้ ข้อคิดเห็น บันทึกส่วนตวั โดยสามารถแบ่งปนั ให้บคุ คลอ่นื ๆ โดยผู้รับสารสามารถเขา้ ไปอ่าน หรอื แสดงความ คดิ เห็นเพ่ิมเติมได้ ซ่ึงการแสดงเน้อื หาของบล็อกนนั้ จะเรยี งลำดบั จากเนือ้ หาใหม่ไปส่เู นื้อหาเกา่ ผเู้ ขียนและผอู้ ่าน สามารถค้นหาเน้ือหาย้อนหลังเพือ่ อ่านและแก้ไขเพ่ิมเตมิ ได้ตลอดเวลา เช่น Exteen,Bloggang,Wordpress,Blogger,Okanation 2. Social Networking หรอื เครือข่ายทางสงั คมในอินเทอร์เน็ต ซงึ่ เป็นเครือข่ายทางสังคมท่ีใช้สำหรับเชือ่ มต่อ ระหวา่ งบุคคล กลุ่มบคุ คล เพ่ือให้เกดิ เป็นกลุ่มสังคม(Social Community) เพื่อรว่ มกันแลกเปลีย่ นและแบง่ ปัน ข้อมูลระหวา่ งกนั ท้ังด้านธรุ กจิ การเมือง การศึกษา เช่น Facebook, Hi5, Ning,Linkedin,MySpace,Youmeo,Friendste 3. Micro Blogging และ Micro Sharing หรอื ท่ีเรียกกันว่า “บล็อกจิว๋ ” ซงึ่ เป็นเว็บเซอร์วิสหรือเวบ็ ไซต์ท่ี ให้บรกิ ารแก่บคุ คลทว่ั ไปสำหรับให้ผใู้ ชบ้ ริการเขยี นข้อความสน้ั ๆ ประมาณ 140 ตัวอักษรที่ เรยี กว่า “Status” หรือ “Notice” เพ่ือแสดงสถานะของตัวเองวา่ กำลงั ทำอะไรอยู่หรอื แจ้งข่าวสารตา่ งๆแกก่ ล่มุ เพ่อื นในสงั คมออนไลน์ (OnlineSocialNetwork) (Wikipedia,2010) ท้ังนกี้ ารกำหนดให้ใช้ข้อมลู ในรูปข้อความ สั้นๆ กเ็ พื่อให้ผู้ใช้ทีเ่ ป็นท้ังผู้เขียนและผอู้ ่านเขา้ ใจง่าย ทน่ี ิยมใช้กันอย่างแพรห่ ลายคือ Twitter 4. Online Video เป็นเวบ็ ไซต์ที่ให้บริการวดิ ีโอออนไลนโ์ ดยไม่เสียคา่ ใชจ้ ่าย ซ่ึงปจั จบุ ันไดร้ บั ความนิยมอยา่ ง แพรห่ ลายและขยายตวั อยา่ งรวดเร็วเน่ืองจากเน้ือหาท่นี ำเสนอในวิดีโอออนไลนไ์ ม่ถูกจำกัดโดยผงั รายการที่ แน่นอนและตายตัวทำให้ผู้ใช้บรกิ ารสามารถติดตามชมไดอ้ ย่างต่อเนื่องเพราะไม่มีโฆษณาคัน่ รวมทัง้ ผใู้ ชส้ ามารถ เลือกชมเนื้อหาได้ตามความต้องการและยังสามารถเช่อื มโยงไปยังเวบ็ วิดโี ออนื่ ๆ ท่เี กยี่ วข้องได้จำนวนมากอกี ด้วย เชน่ Youtube, MSN, Yahoo

20 5. Poto Sharing เปน็ เว็บไซตท์ ีเ่ นน้ ให้บริการฝากรูปภาพโดยผใู้ ชบ้ รกิ ารสามารถอัพโหลดและดาวน์โหลด รปู ภาพเพ่ือนำมาใช้งานได้ ท่ีสำคัญนอกเหนือจากผใู้ ช้บริการจะมีโอกาสแบง่ ปันรูปภาพแลว้ ยังสามารถใช้เป็น พนื้ ที่เพื่อเสนอขายภาพท่ีตนเองนำเข้าไปฝากได้อกี ด้วย เช่น Flickr, Photobucket, Photoshop,Express, Zooom 6. Wikis เป็นเวบ็ ไซตท์ มี่ ีลักษณะเปน็ แหล่งข้อมลู หรือความรู้ (Data/Knowledge)ซึง่ ผู้เขยี นส่วนใหญอ่ าจจะ เป็นนักวชิ าการ นักวิชาชพี หรือผูเ้ ชย่ี วชาญเฉพาะทางดา้ นต่างๆ ทงั้ การเมือง เศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรม ซ่งึ ผใู้ ช้ สามารถเขยี นหรือแก้ไขขอ้ มลู ไดอ้ ยา่ งอสิ ระ เช่น Wikipedia, Google Earth,diggZy Favorites Online 7. Virtual Worlds คือการสรา้ งโลกจินตนาการโดยจำลองส่วนหน่ึงของชวี ิตลงไป จดั เป็นส่ือสงั คมออนไลน์ท่ี บรรดาผูท้ อ่ งโลกไซเบอร์ใช้เพ่ือสอ่ื สารระหวา่ งกนั บนอนิ เทอร์เน็ตในลกั ษณะโลกเสมอื นจรงิ (Virtual Reality) ซึ่งผู้ ท่ีจะเขา้ ไปใช้บริการอาจจะบริษทั หรือองค์การด้านธรุ กิจ ดา้ นการศึกษา รวมถงึ องคก์ ารด้านสื่อ เชน่ สำนกั ข่าว รอยเตอร์ สำนกั ข่าวซเี อ็นเอ็น ตอ้ งเสียคา่ ใชจ้ า่ ยในการซ้ือพื้นที่เพอื่ ให้บุคคลในบริษัทหรือองค์กรได้มีช่องทางใน การนำเสนอเร่ืองราวตา่ งๆ ไปยงั กลุม่ เครือข่ายผใู้ ชส้ ่ือออนไลน์ ซ่ึงอาจจะเป็นกลุม่ ลูกค้าทงั้ หลัก และรองหรือ ผู้ที่ เก่ียวขอ้ งกบั ธรุ กจิ ของบริษัท หรือองค์การก็ได้ ปจั จบุ นั เวบ็ ไซต์ทใี่ ช้หลัก Virtual Worlds ทีป่ ระสบผลสำเร็จและ มีชื่อเสียง คือSecond life 8. Crowd Sourcing มาจากการรวมของคำสองคำคือ Crowd และ Outsourcing เปน็ หลกั การขอความ รว่ มมือจากบุคคลในเครือขา่ ยสังคมออนไลน์ โดยสามารถจัดทำในรปู ของเว็บไซต์ทม่ี ีวตั ถุประสงคห์ ลักเพอื่ คน้ หา คำตอบและวิธกี ารแก้ปัญหาต่างๆท้ังทางธุรกิจ การศกึ ษา รวมทัง้ การสอ่ื สาร โดยอาจจะเปน็ การดึงความรว่ มมือ จากเครือข่ายทางสงั คมมาช่วยตรวจสอบขอ้ มูลเสนอความคิดเห็นหรือให้ข้อเสนอแนะ กลมุ่ คนท่ีเขา้ มาให้ข้อมลู อาจจะเป็นประชาชนทัว่ ไปหรือผู้มีความเชยี่ วชาญเฉพาะด้านทอี่ ยู่ในภาคธุรกจิ หรอื แม้แต่ในสังคมนักข่าว ข้อดีของ การใช้หลัก Crowd souring คือ ทำให้เกิดความหลากหลายทางความคดิ เพ่ือนำ ไปสู่การแก้ปัญหาท่มี ี ประสทิ ธิภาพ ตลอดจนช่วยตรวจสอบหรอื คดั กรองขอ้ มลู ซ่ึงเปน็ ปัญหาสาธารณะรว่ มกันได้ เช่น Idea storm, Mystarbucks Idea 9. Podcasting หรอื Podcast มาจากการรวมตัวของสองคำ คือ “Pod” กับ “Broadcasting” ซึ่ง “POD” หรอื PersonalOn - Demand คอื อปุ สงค์หรือความต้องการสว่ นบคุ คล ส่วน “Broadcasting” เปน็ การนำสือ่ ต่างๆ มารวมกนั ในรปู ของภาพและเสยี ง หรอื อาจกลา่ วง่ายๆ Podcast คือ การ บนั ทึกภาพและเสยี งแล้วนำมาไว้ในเว็บเพจ (Web Page) เพื่อเผยแพรใ่ ห้บุคคลภายนอก (The public in general) ทีส่ นใจดาวน์โหลดเพ่อื นำไปใชง้ าน เชน่ Dual Geek Podcast, Wiggly Podcast 10. Discuss / Review/ Opinion เป็นเวบ็ บอร์ดท่ผี ใู้ ชอ้ นิ เทอร์เนต็ สามารถแสดงความคิดเหน็ โดยอาจจะ เกยี่ วกบั สนิ ค้าหรอื บริการ ประเดน็ สาธารณะทางการเมือง เศรษฐกจิ สงั คม เช่น Epinions, Moutshut, Yahoo!Answer, Pantip,Yelp

21 ประโยชนข์ อง Social networks เครือขา่ ยสังคมออนไลน์ 1. สามารถแลกเปลีย่ นข้อมูลความร้ใู นสิ่งทส่ี นใจรว่ มกันได้ 2. เปน็ คลังข้อมลู ความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคดิ เห็น แลกเปล่ยี นความรู้ หรือตั้ง คาถามในเร่ืองต่างๆ เพ่ือใหบ้ ุคคลอนื่ ท่สี นใจหรือมีคาตอบได้ชว่ ยกันตอบ 3. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการตดิ ตอ่ ส่อื สารกบั คนอ่ืน สะดวกและรวดเรว็ 4. เปน็ ส่อื ในการนำเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขยี น รูปภาพ วีดโิ อต่างๆ เพื่อให้ผอู้ นื่ ไดเ้ ขา้ มารบั ชมและ แสดงความคิดเหน็ 5. ใช้เป็นส่อื ในการโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์ หรือบริการลกู คา้ สาหรับบริษัทและองคก์ รต่างๆ ช่วยสร้างความ เชอื่ ม่ันให้ลูกค้า 6. ชว่ ยสรา้ งผลงานและรายไดใ้ ห้แก่ผู้ใช้งาน เกิดการจ้างงานแบบใหมๆ่ ข้ึน 7. คลายเครยี ดไดส้ ำหรบั ผใู้ ช้ท่ีต้องการหาเพ่ือนคุยเลน่ สนกุ ๆ 8. สรา้ งความสัมพนั ธ์ทด่ี ีจากเพ่ือนสู่เพ่ือนได้

22 สตู รและวธิ ีการทำพิมเสนนำ้ ประโยชน์ของ พิมเสนน้ำ ช่วยทำให้ชื่นใจ แก้เป็นลม แก้หวัดคัดจมูก หน้ามืดตาลาย วิงเวียนศีรษะ แก้เคล็ด ขัดยอก แมลงสัตว์กัดต่อย แก้ปวดท้อง จุกเสียด ท้องอืด ฯลฯ ใช้ทาถูนวดบรรเทาอาการปวด อาการ อักเสบได้ นอกจากน้ี ยังใช้เป็นยาสูดดมแก้หวัด แกว้ ิงเวียน เป็นลม แก้แมลงกัดตอ่ ยได้ดี อีกด้วย แต่ไม่ควรดมมาก ะอาจทำให้เยือบุจมูกอักเสบ หรือประสาทการรับรู้กล่ินเสียได้ ใครที่กำลังมองหา ที่ไม่ต้องใช้ฝมี ือและเงินทุนมาก นัก การทำ พิมเสนน้ำ ขายน่าจะเป็นคำตอบสำหรับคุณ ขายง่าย ผู้บริโภคนิยม ใช้เงินลงทุนต่ำ สามารถทำกันใน ครอบครัว ใช้เวลาวา่ งหลังเลิกงาน ถา้ หากใครไมม่ นั่ ใจวา่ จะขายไดห้ รอื ไม่ แรกๆกล็ องซ้ือวัตถดุ บิ มาลองทำแล้วขาย เ ล่ น ๆ ก็ ไ ด้ www.ThaiSMEsCenter.com ไ ด้ มี ขั้ น ต อ น แ ล ะ วิ ธี ก า ร ท ำ พิ ม เ ส น น้ ำ ม า ฝ า ก

23 วสั ดุ/อุปกรณ์ ขวดแก้วใสปากกว้างมฝี าปิด (ใช้ขวดกาแฟเปล่าลา้ งน้ำสะอาดแลว้ ก็ได้) ตาชงั่ ไซรงิ คฉ์ ดี ยาพลาสติก (ไมต่ ้องมีเขม็ ) ขวดบรรจพุ มิ เสนนำ้ ส่วนผสม แปง้ เมนทอล 16 กรัม พิมเสน 8 กรมั การบรู 4 กรัม ยคู าลิปตสั 2 ซซี ี วิธีการทำ นำสว่ นผสมทงั้ หมดใส่ในขวดแกว้ ปิดฝาแล้วเขยา่ ส่วนผสมจะค่อยๆ ละลายจนเป็นน้ำใส เขยา่ ไปเรื่อยๆ จนเขา้ กัน ดี นำไปบรรจุใส่ขวดหรือทำเปน็ ยาดำสำลี โดยปั้นสำลีใสใ่ นขวดพอประมาณ ใช้ไซริงค์ดูด พิมเสนนำ้ หยดใสส่ ำลี เม่ือบรรจุขวดแล้ว ปดิ ฉลากชอ่ื ผลติ ภัณฑ์ท่ีขวดใหเ้ รียบร้อย และนำไปจำหนา่ ย ตลาด/แหลง่ จำหนา่ ย ตง้ั แผงขายตามยา่ นชมุ ชน ตลาด ปา้ ยรถเมล์ ท่ารถ-ท่าเรือโดยสาร สถานขี นส่ง งานวดั ฝากขายมนิ ิมาร์ท รา้ น ขายยา หรอื ติดต่อขายส่งตามร้านจำหน่ายของชำร่วยงานพิธตี ่าง ๆ

24 ขอ้ แนะนำ กอ่ นนำออกจำหน่าย ควรตดิ ต่อ อย. โดยติดต่อท่ีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองยา โทร. 590-7200 เพ่ือขออนุญาตการผลิตยา เมื่อได้รับใบอนุญาตการผลิตยาแล้ว จึงนำไปข้ึนทะเบียนตำรับยา เพื่อแสดงว่า ออกจำหน่ายได้อย่างถูกกฎหมาย เพราะเป็นสินค้าท่ีมีคุณภาพผ่านการรับรองจาก อย. แล้ว สามารถนำไป ดัดแปลงเป็นของชำรว่ ยขายได้ โดยบรรจุในขวดเล็กๆ น่ารักแล้วตกแต่งขวดโดยใช้เสน้ ไหมสวย ๆ ติดกาวพันรอบ ขวด หรือตามแตจ่ ะดดั แปลง

25 การทำเจลแอลกอฮอล์ลา้ งมือ วิธที ําเจลลา้ งมือแอลกอฮอล์ ทำไดเ้ อง ตอ้ งเตรยี มอะไรบ้าง วิธที ําเจลลา้ งมอื แอลกอฮอลเ์ พ่ือทำความสะอาดและป้องกันเช้อื โรคน้ันทำเองได้ไมย่ าก ช่วงท่ขี องขาด ตลาดการทำเจลล้างมือเองเป็นการตอบโจทย์ทดี่ สี ุด อีกทง้ั ยังพกพาสะดวก ทดแทนการลา้ งมอื ไดใ้ นกรณีที่อยขู่ า้ ง นอกหรือไม่สะดวก หลาย ๆ คนอาจจะอยากรแู้ ล้ววา่ วิธีทําเจลล้างมอื แอลกอฮอลน์ ้นั ทำอย่างไรบ้าง แตก่ ่อนอ่ืน ตอ้ งเตรียมของกนั หน่อย จะมีดงั ตอ่ ไปนี้

26 วิธีทําเจลล้างมือแอลกอฮอล์สูตรกรมวิทย์ฯ สตู รที่ 1 สูตรนีเ้ ราจะทำตามกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทไี่ ด้แนะนำมา สามารถเปิดคลิปแลว้ ทำได้ทีละขัน้ ตอนเลย รบั รอง ว่าไมย่ าก อปุ กรณท์ ำเจลล้างมือ 1. น้ำรอ้ น 142.75 กรัม 2. 95% เอทิลแอลกอฮอล์ 350 กรัม 3. คารโ์ บพอล 940 2.5 กรัม 4. ไตรเอทาโนลามีน 1.75 กรัม 5. กลีเซอรนี 3 กรัม วธิ ที ำ ๑. ใหเ้ ทคารโ์ บพอล 940 ปรมิ าณ 2.5 กรัม ลงในน้ำร้อน คนอย่างสมำ่ เสมอจนละลายหมด จากน้นั ปล่อยใหพ้ องตัวเตม็ ที่ 2. เติม 95% เอทิลแอลกอฮอล์ ปรมิ าณ 350 กรัม ลงไป โดยระหว่างเตมิ ต้องคนอยู่ตลอด คนให้เขา้ กัน 3. ลำดับถดั มาคอ่ ย ๆ เติมไตรเอทาโนลามีน ปริมาณ 1.75 กรัม เพ่ือปรบั ความเป็นกรดด่าง 4. จากนั้นให้เตมิ กลีเซอรีน ปรมิ าณ 3 กรัม เปน็ การเพ่ิมความชุ่มชืน้ ให้กับผิว

27 วธิ ที าํ เจลลา้ งมือตามสูตรกรมอนามัยโลก สูตรที่ 2 สูตทําเจลล้างมือนเี้ ป็นอีกสตู รหนึ่งท่ีง่ายเชน่ เดยี วกนั ตามคำแนะนำของกรมอนามยั โลกหรือ WHO หากใครมี สว่ นประกอบตามนก้ี ็สามารถเริ่มต้นทำเจลลา้ งมือกันไดเ้ ลย อปุ กรณ์ 1. เอทานอล (Ethanol) 96% 8333 มล. 2. ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) 3% 417 มล. 3. กลีเซอรอล (Glycerol) 98% 145 ml วิธีทำ 1. ให้เทเอทานอลลงไปในถงั ผสมหรอื ขวดท่ีเตรยี มไว้ 2. จากนนั้ เตมิ ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซดล์ งไปโดยใชก้ ระบอกตวง 3. เตมิ กลเี ซอรอลและน้ำตม้ สุกลงไปโดยใชก้ ระบอกตวง ให้เตม็ ขวดหรอื ถัง 4. ควรปิดฝาทนั ทีเมื่อเทเสร็จเพ่ือป้องกันการระเหย 5. ผสมให้เขา้ กันโดยการเขย่าขวดหรอื ถงั เบา ๆ เปน็ อนั เสร็จ 6. บรรจเุ จลลา้ งมอื ท่ีไดล้ งขวดเลก็ ๆ ท่ีเหมาะต่อการพกพา

28 วิธที ําเจลลา้ งมือวา่ นหางจระเข้ สตู รท่ี 3 สตู รนีม้ ีอุปกรณน์ อ้ ยมาก ๆ สามารถหาไดง้ า่ ยอกี ด้วย จะทำอยา่ งไรน้ันตามไปดกู ันเลย อุปกรณ์ รับบิง้ แอลกอฮอล์ (Rubbing Alcohol) หรือเอทลิ แอลกอฮอล์ ความเข้มข้นบรสิ ุทธอ์ิ ย่างนอ้ ย 91% เจลวา่ นหางจระเข้ วิธีทำ 1. ตวงแอลกอฮอล์ปริมาณ 2/3 ถ้วยตวง 2. เจลว่านหางจระเข้ 1/3 ถ้วยตวง 3. เทสว่ นผสมทง้ั สองอยา่ งเข้าด้วยกนั ในชาม และคนให้เข้ากัน รู้วิธีทําเจลล้างมือแอลกอฮอล์ไปแล้ว หากใครอยากทำสามารถหาซื้ออุปกรณ์ ส่วนผสมต่าง ๆ ได้ท่ีร้าน ขายเคมีภัณฑห์ รือรา้ นทขี่ ายอุปกรณ์ทางวทิ ยาศาสตร์ หากทำเจลล้างมอื แล้วควรใช้ใหห้ มดภายใน 30 วันเนื่องจาก ประสทิ ธภิ าพจะลดลงนน่ั เอง แตท่ างทีด่ ีทีส่ ุดในการปอ้ งกันเชื้อโรคคือการล้างมือด้วยน้ำสบู่ ควรลา้ งมือ 7 ข้ันตอน ให้ครบทุกข้ัน รับรองว่ามือสะอาดปราศจากเช้ือโรคอย่างแน่นอน อีกทั้งอย่าลืมทำความสะอาดโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ท่ีมีการสมั ผสั อย่เู ป็นประจำ หากใครมีศิริบัญชาแอลกอฮอล์อยแู่ ล้วก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน ออกไปขา้ งนอกก็ตอ้ งใส่หนา้ กากอนามยั ทุกคร้งั

29 ไวรัสโคโรนาสายพนั ธใ์ุ หม่ 2019 Covid-19 1. หมวดความร้ทู ่ัวไป ข้อ1 Q : ไวรสั โคโรนาสายพันธุใ์ หม่ 2019 คือ ? A: ไวรสั โคโรนาสายพนั ธุใ์ หม่ 2019 เปน็ ตระกูลของไวรสั ทกี่ ่อให้อาการปว่ ยต้งั แตโ่ รคไข้หวดั ธรรมดาไป จนถงึ โรคทม่ี ีความรุนแรงมาก เช่น โรคระบบทางเดนิ หายใจตะวนั ออกกลาง (MERS-CoV) และโรคระบบ ทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS-CoV) เปน็ ตน้ ซึ่งเป็นสายพันธุใ์ หมท่ ี่ไมเ่ คยพบมาก่อนในมนุษย์ กอ่ ให้เกดิ อาการป่วยระบบทางเดนิ หายใจในคน และสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ โดยเชอ้ื ไวรัสนพ้ี บครง้ั แรกในการระบาดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรฐั ประชาชนจีน ในชว่ งปลายปี 2019 ข้อ2 Q: ไวรัสโคโรนาสายพันธุใ์ หม่ 2019 เหมือนไวรัสโรคทางเดนิ หายใจตะวันออกกลางและโรคซารส์ หรือ ไม่? A: ไม่เหมือน เนอ่ื งจากตระกูลโคโรนาไวรสั เป็นสาเหตุการปว่ ยในคนและในสตั ว์ เชน่ อูฐ แมว คางค้าว ซ่ึง ไวรัสโคโรนาสายพนั ธ์ใุ หม่ 2019 ไมเ่ หมอื นกบั ไวรัสโรคทางเดนิ หายใจตะวันออกกลาง (Middle East Respiratory Syndrome: MERS) หรือ ไวรสั โรคระบบทางเดินหายใจเฉยี บพลนั รนุ แรง (Severe Acute Respiratory Syndrome: SARS) ii ข้อ3 Q: อาการของผปู้ ่วยไวรัสโคโรนาสายพนั ธุ์ใหม่ 2019 มอี าการอยา่ งไร? A: อาการท่ัวไป ได้แก่ อาการระบบทางเดนิ หายใจ มีไข้ ไอ หายใจถี่ หายใจลำบาก ในกรณีทอี่ าการรุนแรง มาก อาจทำใหเ้ กิดภาวะแทรกซอ้ น เช่น ปอดบวม ปอดออักเสบ ไตวาย หรืออาจเสยี ชวี ิต ข้อ4 Q: ผู้ป่วยไวรสั โคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่ 2019 รักษาอยา่ งไร? A: การรักษาแบบประคบั ประคองเพือ่ บรรเทาอาการปว่ ยต่างๆ โดยปัจจบุ ันยงั ไม่มีวัคซนี ปอ้ งกนั โรค

30 2. ลกั ษณะของเชือ้ ไวรัส ข้อ1 Q: ระยะเวลาการมีชีวิตอยขู่ องเชื้อในสง่ิ แวดล้อม เช่น บนสิ่งของ อาหาร? A: ยังไมม่ ีข้อมลู ท่ีชดั เจนว่าไวรสั โคโรนาสายพนั ธ์ุใหม่ 2019 อยู่บนพ้นื ผวิ ไดน้ านเพียงใด ขณะทขี่ ้อมลู เบื้องต้นแสดงให้เห็นวา่ ไวรัสอาจอยู่รอดไดใ้ นไม่กีช่ ่ัวโมง โดยน้ำยาฆ่าเช้อื สามารถฆา่ เชือ้ ไวรัสไมใ่ ห้สามารถ แพร่เช้ือได้ ขอ้ 2 Q: ความรนุ แรงของเชอ้ื ไวรัสโคโรนาสายพันธใุ์ หม่ 2019 เม่อื เทียบกับไวรสั โคโรนาสายพันธ์ุอื่นๆ ? A: ผู้ทีต่ ดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนาสายพนั ธุใ์ หม่ 2019 มอี าการคลา้ ยไข้หวัด อาการทางเดินหายใจ เชน่ มีไข้ ไอ มี น้ำมูก ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการรุนแรงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เชน่ ปอดบวม ปอดออักเสบ ไตวาย หรอื อาจเสยี ชวี ิต แมว้ า่ อาการหลายอย่างจะคลา้ ยคลึง แตเ่ นือ่ งจากเกิดจากเชอื้ ไวรัสทแี่ ตกตา่ งกัน จงึ เป็น เรื่องยากที่จะสามารถระบุโรคตามอาการเพียงอย่างเดยี ว จงึ ตอ้ งอาศยั การทดสอบทางห้องปฏบิ ตั กิ ารเพื่อ ยนื ยันเชื้อ 3. การแพร่กระจายของเชื้อ ขอ้ 1 Q: ไวรสั โคโรนาสายพนั ธุใ์ หม่ 2019 สามารถแพร่กระจายเช้ือไดอ้ ยา่ งไ? A: ไวรัสชนดิ นีม้ ีความเป็นไปไดท้ มี่ ีสัตวเ์ ป็นแหลง่ รงั โรค ส่วนใหญแ่ พร่กระจายผ่านการสัมผสั กับผ้ตู ดิ เช้ือ ผ่านทางละอองเสมหะจากการไอ จาม น้ำมกู น้ำลาย ปจั จุบนั ยงั ไม่มหี ลักฐานสนับสนนุ การแพร่กระจาย เช้อื ผา่ นทางการพืน้ ผวิ สัมผสั ท่มี ีไวรสั แล้วมาสมั ผัส ปาก จมูกและตา สามารถแพร่เชื้อผ่านทาง Fexo-oral route ไดด้ ้วย

31 ข้อ2 Q: การซอื้ สนิ คา้ หรอื สิ่งของท่มี าจากสาธารณรฐั ประชาชนจนี มีความเส่ยี งต่อการติดเช้อื ไวรสั โคโรนา สายพันธใุ์ หม่ 2019 หรือไม่? A: ขณะน้ยี งั คงมีขอ้ จำกดั ดา้ นองค์ความรู้เก่ียวกับเชอ้ื ไวรสั โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และการแพรก่ ระจาย เชื้อ ดงั นัน้ จงึ ใช้ข้อมลู วชิ าการของเช้ือไวรสั โคโรนาที่มพี นั ธุกรรมใกล้เคียงกัน ซึ่งพบวา่ ไวรัสโคโรนามี ความสามารถในการมีชวี ิตอยู่บนผวิ สมั ผัสได้ไมด่ ี จึงมีความเส่ียงนอ้ ยมากท่ีจะแพร่กระจายเชอ้ื ไวรัสจาก สนิ คา้ หบี ห่อหรอื ส่งิ ของ ปจั จบุ ันยังไมม่ หี ลักฐานสนับสนนุ การแพรก่ ระจายเชอ้ื ผา่ นทางสินคา้ นำเข้าจาก ประเทศจีน และยงั ไม่พบผูป้ ว่ ยที่มีความสมั พันธก์ ับการขนส่งสินคา้ แต่อย่างใด ขอ้ 3 Q: การนำเขา้ สตั วห์ รือผลิตภณั ฑจ์ ากสัตวจ์ ากสาธารณรฐั ประชาชนจีนมีเสย่ี งต่อการแพร่กระจายเชื้อ อย่างไร? A: ขณะนยี้ ังไม่มหี ลกั ฐานสนบั สนนุ การนำเข้าสัตวห์ รือผลิตภัณฑ์จากสัตว์จากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ อาจจะกอ่ ให้เกิดความเส่ียงในการแพร่กระจายเชื้อได้ 4. การป้องกันตนเอง ข้อ1 Q: ประชาชนทั่วไปควรป้องกันตนเองอย่างไร? A: หลีกเลีย่ งการสมั ผัสใกลช้ ดิ ผู้มอี าการปว่ ย รกั ษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร หลีกเลย่ี งการสมั ผัสบรเิ วณ ตา จมกู และปาก โดยไม่ไดล้ ้างมอื ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือน้ำยาแอลกอฮอล์ล้างมอื 70% หากมไี ข้ ไอ หายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวตั ิการเดนิ ทาง ขอ้ 2 Q: เม่อื ทา่ นมีอาการป่วยท่านควรป้องกันการแพร่กระจายเชอ้ื ส่ผู ู้อนื่ อย่างไร? A: ควรพกั อยู่ทบ่ี ้าน ปดิ ปากและจมกู ด้วยทชิ ชทู กุ ครัง้ ที่ไอหรอื จาม และท้งิ ลงถังขยะ ทำความสะอาดและ ทำลายเชือ้ ตามวัสดุส่งิ ของ และผิวสัมผสั ตา่ งๆ

32 ขอ้ 3 Q: หากทา่ นมีอาการปว่ ยหลังกลบั จากการเดินทางไปสาธารณรฐั ประชาชนจีนควรทำอยา่ งไร? A: หากทา่ นเดนิ ทางกลบั จากสาธารณรฐั ประชาชนจนี ภายใน 14 วัน และมีอาการไข้ ไอ นำ้ มกู เหน่ือย หอบ โปรดไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจง้ ประวัติการเดนิ ทาง และควรปอ้ งกนั การแพร่กระจายเช้ือสูผ่ ้อู ื่น โดย งดเดินทางขณะปว่ ย ถา้ จำเป็นควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หลีกเล่ยี งคลกุ คลก่ี บั ผ้อู ื่น ปิดปากและ จมูกดว้ ยทิชชูทกุ คร้ังที่ไอหรือจามและท้ิงลงถงั ขยะ ควรลา้ งมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ลา้ ง มือ 70% ขอ้ 4 Q: หากสงสัยว่ามอี าการป่วยจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ควรทำอยา่ งไร? A: ผ้ปู ่วยสงสัยโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะมีอาการไข้ ร่วมกบั อาการทางเดินหายใจ เชน่ ไอจาม มีน้ำมูก เหนือ่ ยหอบ และมีประวัติเดินทางไปยงั ประเทศจนี ภายใน 14 วนั ก่อนเร่มิ มีอาการ หากมี อาการและประวัตเิ ดนิ ทางดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัตกิ ารเดนิ ทางเพ่ือรับการตรวจ วินิจฉัยและรักษาตอ่ ไป ข้อ5 Q: ชนดิ ของหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกนั โรคตดิ เช้อื ไวรสั โคโรนาได้ A: 1) บคุ คลท่ีไมม่ ีอาการระบบทางเดินหายใจ ไม่จำเปน็ ต้องสวมหน้ากากอนามยั (Surgical Mask เน่ืองจากไม่มีหลกั ฐานแสดงถึงการปอ้ งกันบุคคลที่ไมป่ ว่ ย อย่างไรกต็ ามอาจสวมใสห่ นา้ กากอนามยั ใน ประเทศท่มี ีความเสย่ี ง หรอื เมื่ออยูใ่ นที่ชุมชนท่มี ีคนจำนวนมากเพือ่ ป้องกนั ตัวเอง 2) บุคคลท่ีมอี าการระบบทางเดินหายใจควรสวมหนา้ กากอนามยั (Surgical Mask) และไปพบแพทย์ หาก มีไข้ ไอ และหายใจลำบากiiii

33 ขอ้ 6 Q: การทำความสะอาดที่พัก A: ควรมกี ารทำความสะอาดสถานที่ อปุ กรณ์ เครื่องใชท้ ี่มีผู้สัมผัสจำนวนมาก เช่น ลกู บิดประตู ราวบันได โตะ๊ อาหาร ผา้ หม่ ผา้ ปูเตียง เครอ่ื งครัว จาน ชาม ชอ้ น ซ้อม แกว้ นำ้ ด้วยนำ้ ยาทำความสะอาดหรือเช็ด ด้วยแอลกอฮอล์ 70% อย่างนอ้ ยวนั ละ 1-2 คร้งั ขอ้ 7 Q: ขอแบบคดั กรองโรคในสถานทท่ี ี่มผี ้เู ข้าออก หรือรวมตวั กันจำนวนมากอย่างฮอล์สำหรับจัดกจิ กรรม ใหญ่ ๆ A: ผ้จู ดั กจิ กรรมควรคัดกรองผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรม ด้วยอาการ ไข้ ร่วมกบั อาการะบบทางเดินหายใจ ไอ มีน้ำ มกู เหน่อื ยหอบ และมปี ระวัติการเดนิ ทางจากประเทศจีน ภายใน 14 วัน ขอ้ 8 Q: ระดบั ของการแจง้ เตือนมีก่ีระดบั ปจั จุบนั อย่ใู นระดบั สูงสุดแล้วหรือยัง A: การแจง้ เตือนมี 4 ระดบั โดยขณะนอี้ ย่ใู นระดับที่ 3 หลีกเลี่ยงการเดินทางท่ีไม่จำเปน็

34 5. การตรวจหาเชื้อไวรสั โคโรนาสายพนั ธุ์ใหม่ หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารอา้ งองิ หอ้ งปฏิบัติการที่สามารถตรวจ 2019- ห้องปฏบิ ตั กิ ารอน่ื ๆ ท่ีตรวจได้ แต่ยัง Reference Laboratory nCoV ได้ ตามที่ ไมไ่ ดร้ บั การประกาศโดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประกาศ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันวจิ ัยวิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์(NIH) ศนู ย์ สำนักงานควบคุมป้องกันโรคที่ 2 4 และ สาธารณสุข วิทยาศาสตร์การแพทย์ทกุ แห่ง ยกเวน้ 10 ศวก.สระบุรี ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์สขุ ภาพ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล สถาบนั บำราศนราดูร โรคติดต่อ อุบัตใิ หม่ สภากาชาดไทย (TRC-EID) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาล รามาธบิ ดี โรงพยาบาลราชวิถี คณะแพทยศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์ มหาวิทยาลัย

35 บทท่ี 3 วธิ ีการดำเนินงานตามโครงการ 1. วิธกี ารดำเนนิ งาน ข้ันเตรยี มการ เพื่อจดั ประชุมครูและบคุ ลากรทางการศึกษา - ชแี้ จงทำความเขา้ ใจรายละเอียดโครงการ - ชแ้ี จงแนวทางในการดำเนินโครงการ - จัดทำโครงการและแผนการดำเนนิ การเพื่ออนุมัติ - แต่งตัง้ กรรมการดำเนินงานตามโครงการ 1. คณะกรรมการอำนวยการ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานฝ่าย ต่าง ๆ ให้เปน็ ไปด้วยความเรียบรอ้ ย ประกอบด้วย 1.1 นายสมประสงค์ น้อยจนั ทร์ ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอชนแดน ประธานกรรมการ 1.2 นายเกรยี งฤทธ์ิ เดตะอุด ครูผู้ชว่ ย กรรมการ 1.3 นางสมบัติ มาเนตร์ ครอู าสาสมัครฯ กรรมการ 1.4 นางสาวลาวัณย์ สทิ ธกิ รวยแก้ว ครอู าสาสมคั รฯ กรรมการ 1.5 นางวารี ชบู วั บรรณารกั ษช์ ำนาญการ กรรมการและเลขานุการ 2. ฝา่ ยตดิ ตอ่ ประสานงาน มีหน้าท่ี ติดต่อประสานงานสถานที่จดั การจดั กจิ กรรม ประกอบดว้ ย 2.1 นางวารี ชบู วั บรรณารักษ์ชำนาญการ 2.2 นางสาวมุจลนิ ท์ ภูยาธร ครู กศน. ตำบล 2.3 นางลาวนิ สเี หลือง ครู กศน. ตำบล 2.4 นางสาวนภารัตน์ สสี ะอาด ครู กศน. ตำบล 2.5 นางสาวลดาวรรณ์ สุทธพิ นั ธ์ ครู กศน. ตำบล 2.6 นางผกาพรรณ มะหิทธิ ครู กศน. ตำบล 2.7 นางสาวพชั ราภรณ์ นริศชาติ ครู กศน. ตำบล 2.8 นางสุรัตน์ จนั ทะไพร ครู กศน. ตำบล 2.9 นายเกรยี งไกร ใหมเ่ ทวินทร์ ครู กศน. ตำบล 2.10 นางสาวณฐั ชา ทาแนน่ ครู กศน. ตำบล 2.11 นางสาวอุษา ยิง่ สกุ ครู ศรช.

36 3. ฝ่ายการเงินและพัสดุ มีหน้าที่ จัดซื้อพัสดุและยืมเงินสำรองจ่ายตามโครงการ และจัดทำเอกสาร เบกิ จ่ายพัสดุ และการเงนิ ตามโครงการให้ถูกต้องเรยี บรอ้ ยและทนั ต่อเวลาประกอบดว้ ย 3.1 นางวารี ชบู วั บรรณารักษ์ชำนาญการ 3.2 นางสมบัติ มาเนตร์ ครูอาสาสมัครฯ 3.3 นายศวิ ณัชญ์ อัศวสมั ฤทธิ์ ครู ศรช. 4. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ ส่งข่าวประชาสัมพันธ์วิทยุห้างทองเรดิโอ เสียงตามสาย วิทยุชุมชน ประชาสมั พันธท์ างออนไลน์ Facebook Line ประกอบด้วย 4.1 นางวารี ชูบวั บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 4.2 นางสาวมุจลนิ ท์ ภูยาธร ครู กศน. ตำบล 4.3 นางลาวิน สีเหลือง ครู กศน. ตำบล 4.4 นางสาวนภารตั น์ สีสะอาด ครู กศน. ตำบล 4.5 นางสาวลดาวรรณ์ สุทธพิ นั ธ์ ครู กศน. ตำบล 4.6 นางผกาพรรณ มะหทิ ธิ ครู กศน. ตำบล 4.7 นางสาวพัชราภรณ์ นริศชาติ ครู กศน. ตำบล 4.8 นางสรุ ัตน์ จนั ทะไพร ครู กศน. ตำบล 4.9 นายเกรียงไกร ใหมเ่ ทวินทร์ ครู กศน. ตำบล 4.10 นางสาวณัฐชา ทาแน่น ครู กศน. ตำบล 4.11 นางสาวอษุ า ยง่ิ สุก ครู ศรช. 5. ฝ่ายจัดกิจกรรม มีหน้าที่ให้กรรมการมีหน้าที่จัดกิจกรรมโครงการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับนักศึกษา และประชาชน มีหน้าที่จัดเตรียมใบความรู้ ใบงาน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ส่งเสริมการอ่านจากหนังสือ และ สือ่ ออนไลน์ สอื่ การเรยี นการสอน เกม และกิจกรรมนันทนาการ ดังนี้ 5.1 กจิ กรรมรกั การอ่านผ่านส่ือออนไลน์ 5.1.1 นางวารี ชูบวั บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 5.1.2 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครอู าสาสมัครฯ 5.1.3 นางสาวลาวัณย์ สทิ ธกิ รวยแกว้ ครอู าสาสมัครฯ 5.1.4 นางสาวมจุ ลนิ ท์ ภยู าธร ครู กศน. ตำบล 5.1.5 นางลาวิน สเี หลือง ครู กศน. ตำบล 5.1.6 นางสาวนภารตั น์ สสี ะอาด ครู กศน. ตำบล 5.1.7 นางสาวลดาวรรณ์ สทุ ธพิ ันธ์ ครู กศน. ตำบล 5.1.8 นางผกาพรรณ มะหิทธิ ครู กศน. ตำบล 5.1.9 นางสาวพชั ราภรณ์ นรศิ ชาติ ครู กศน. ตำบล 5.1.10 นางสุรตั น์ จนั ทะไพร ครู กศน. ตำบล

37 5.1.11 นายเกรียงไกร ใหมเ่ ทวนิ ทร์ ครู กศน. ตำบล 5.1.12 นางสาวณฐั ชา ทาแน่น ครู กศน. ตำบล 5.1.13 นายศิวณชั ญ์ อศั วสมั ฤทธิ์ ครู ศรช. 5.1.14 นางสาวกัญญาณฐั จันปญั ญา ครู ศรช. 5.1.15 นายปณั ณวฒั น์ สขุ มา ครู ศรช. 5.1.16 นางสาวอุษา ยงิ่ สุก ครู ศรช. 5.1.17 นางสาววรางคณา นอ้ ยจันทร์ ครู ศรช. 5.1.18 นางสาวเยาวดี โสดา นักจดั การงานท่วั ไป 5.2 กจิ กรรมวันรักการอา่ น บรรณารกั ษ์ชำนาญการ 5.2.1 นางวารี ชูบวั ครูอาสาสมัครฯ 5.2.2 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครูอาสาสมัครฯ 5.2.3 นางสาวลาวณั ย์ สทิ ธกิ รวยแก้ว ครู กศน. ตำบล 5.2.4 นางสาวมจุ ลนิ ท์ ภูยาธร ครู กศน. ตำบล 5.2.5 นางลาวิน สีเหลือง ครู กศน. ตำบล 5.2.6 นางสาวนภารตั น์ สสี ะอาด ครู กศน. ตำบล 5.2.7 นางสาวลดาวรรณ์ สทุ ธพิ นั ธ์ ครู กศน. ตำบล 5.2.8 นางผกาพรรณ มะหิทธิ ครู กศน. ตำบล 5.2.9 นางสาวพชั ราภรณ์ นรศิ ชาติ ครู กศน. ตำบล 5.2.10 นางสุรัตน์ จันทะไพร ครู กศน. ตำบล 5.2.11 นายเกรยี งไกร ใหม่เทวนิ ทร์ ครู กศน. ตำบล 5.2.12 นางสาวณฐั ชา ทาแน่น ครู ศรช. 5.2.13 นายศิวณัชญ์ อศั วสมั ฤทธ์ิ ครู ศรช. 5.2.14 นางสาวกญั ญาณฐั จันปญั ญา ครู ศรช. 5.2.15 นายปัณณวัฒน์ สขุ มา ครู ศรช. 5.2.16 นางสาวอุษา ย่งิ สกุ ครู ศรช. 5.2.17 นางสาววรางคณา น้อยจันทร์ นักจัดการงานทว่ั ไป 5.2.18 นางสาวเยาวดี โสดา 5.3 กจิ กรรมห้องสมดุ เคลอ่ื นทส่ี บู่ า้ นหนังสอื ชมุ ชน ปลูกฝังคนรกั การอา่ น 5.3.1 นางวารี ชูบัว บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 5.3.2 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครูอาสาสมัครฯ 5.3.3 นางสาวลาวณั ย์ สทิ ธกิ รวยแก้ว ครูอาสาสมัครฯ

38 5.3.4 นางสาวมุจลนิ ท์ ภูยาธร ครู กศน. ตำบล 5.3.5 นางลาวิน สีเหลือง ครู กศน. ตำบล 5.3.6 นางสาวนภารตั น์ สีสะอาด ครู กศน. ตำบล 5.3.7 นางสาวลดาวรรณ์ สทุ ธิพันธ์ ครู กศน. ตำบล 5.3.8 นางผกาพรรณ มะหิทธิ ครู กศน. ตำบล 5.3.9 นางสาวพชั ราภรณ์ นริศชาติ ครู กศน. ตำบล 5.3.10 นางสรุ ตั น์ จนั ทะไพร ครู กศน. ตำบล 5.3.11 นายเกรียงไกร ใหมเ่ ทวนิ ทร์ ครู กศน. ตำบล 5.3.12 นางสาวณฐั ชา ทาแน่น ครู กศน. ตำบล 5.3.13 นายศิวณชั ญ์ อัศวสัมฤทธ์ิ ครู ศรช. 5.3.14 นางสาวกัญญาณฐั จันปญั ญา ครู ศรช. 5.3.15 นายปณั ณวฒั น์ สขุ มา ครู ศรช. 5.3.16 นางสาวอษุ า ยงิ่ สุก ครู ศรช. 5.3.17 นางสาววรางคณา น้อยจันทร์ ครู ศรช. 5.3.18 นางสาวเยาวดี โสดา นักจัดการงานทว่ั ไป 5.4 กิจกรรมเสรมิ การอา่ น สรา้ งการเรยี นรู้ กับห้องสมุดประชาชน 5.4.1 นางวารี ชูบวั บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 5.4.2 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครอู าสาสมัครฯ 5.4.3 นางสาวลาวณั ย์ สทิ ธกิ รวยแก้ว ครอู าสาสมัครฯ 5.4.4 นางสาวมจุ ลนิ ท์ ภูยาธร ครู กศน. ตำบล 5.4.5 นางลาวนิ สีเหลือง ครู กศน. ตำบล 5.4.6 นางสาวนภารตั น์ สีสะอาด ครู กศน. ตำบล 5.4.7 นางสาวลดาวรรณ์ สทุ ธิพันธ์ ครู กศน. ตำบล 5.4.8 นางผกาพรรณ มะหิทธิ ครู กศน. ตำบล 5.4.9 นางสาวพัชราภรณ์ นรศิ ชาติ ครู กศน. ตำบล 5.4.10 นางสรุ ัตน์ จนั ทะไพร ครู กศน. ตำบล 5.4.11 นายเกรยี งไกร ใหม่เทวนิ ทร์ ครู กศน. ตำบล 5.4.12 นางสาวณฐั ชา ทาแนน่ ครู กศน. ตำบล 5.4.13 นายศิวณัชญ์ อศั วสมั ฤทธิ์ ครู ศรช. 5.4.14 นางสาวกัญญาณัฐ จันปญั ญา ครู ศรช. 5.4.15 นายปัณณวฒั น์ สุขมา ครู ศรช. 5.4.16 นางสาวอษุ า ยง่ิ สกุ ครู ศรช.

39 5.4.17 นางสาววรางคณา นอ้ ยจันทร์ ครู ศรช. 5.4.18 นางสาวเยาวดี โสดา นักจดั การงานทวั่ ไป 5.5 กิจกรรมส่งเสริมการอา่ น สรา้ งสรรคป์ ัญญา นำพาสอู่ าชพี 5.5.1 นางวารี ชบู วั บรรณารักษ์ชำนาญการ 5.5.2 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครอู าสาสมัครฯ 5.5.3 นางสาวณัฐชา ทาแน่น ครู กศน. ตำบล 5.5.4 นางสาวอุษา ย่ิงสกุ ครู ศรช. 5.6 กจิ กรรมบนั ทึกรักการอ่าน บรรณารักษ์ชำนาญการ 5.6.1 นางวารี ชูบวั ครูอาสาสมัครฯ 5.6.2 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครูอาสาสมัครฯ 5.6.3 นางสาวลาวัณย์ สิทธกิ รวยแก้ว ครู กศน. ตำบล 5.6.4 นางสาวมจุ ลินท์ ภูยาธร ครู กศน. ตำบล 5.6.5 นางลาวิน สเี หลือง ครู กศน. ตำบล 5.6.6 นางสาวนภารัตน์ สสี ะอาด ครู กศน. ตำบล 5.6.7 นางสาวลดาวรรณ์ สทุ ธิพนั ธ์ ครู กศน. ตำบล 5.6.8 นางผกาพรรณ มะหทิ ธิ ครู กศน. ตำบล 5.6.9 นางสาวพัชราภรณ์ นรศิ ชาติ ครู กศน. ตำบล 5.6.10 นางสุรัตน์ จนั ทะไพร ครู กศน. ตำบล 5.6.11 นายเกรียงไกร ใหมเ่ ทวนิ ทร์ ครู กศน. ตำบล 5.6.12 นางสาวณฐั ชา ทาแนน่ ครู ศรช. 5.6.13 นายศิวณชั ญ์ อัศวสมั ฤทธ์ิ ครู ศรช. 5.6.14 นางสาวกญั ญาณฐั จันปัญญา ครู ศรช. 5.6.15 นายปณั ณวัฒน์ สขุ มา ครู ศรช. 5.6.16 นางสาวอุษา ยง่ิ สุก ครู ศรช. 5.6.17 นางสาววรางคณา นอ้ ยจันทร์ นกั จัดการงานท่ัวไป 5.4.18 นางสาวเยาวดี โสดา 6. ฝ่ายรบั ลงลงทะเบียน ใหก้ รรมการมหี นา้ ท่จี ัดเตรยี มเอกสารสำหรับการลงทะเบยี น และรบั ลงทะเบยี น ผูเ้ ข้ารว่ มโครงการ ดังนี้ 6.1 นางสาวอษุ า ยิ่งสุก ครู ศรช. 6.2 นางสาวกญั ญาณัฐ จนั ปญั ญา ครู ศรช.

40 7. ฝ่ายวัดผลและประเมินผลโครงการ มีหน้าที่แจกแบบสอบถามความพึงพอใจและเก็บรวบรวม แบบสอบถามความพึงพอใจ ประเมินผลการดำเนนิ งาน ประเมินความพึงพอใจ ปัญหา อปุ สรรค และขอ้ เสนอแนะ และจดั ทำรายงานผลการดำเนินงานหลังเสร็จสนิ้ โครงการ ดังน้ี 7.1 นางวารี ชูบวั บรรณารักษ์ชำนาญการ 7.2 นางสาวอษุ า ยิ่งสุก ครู ศรช. 7.3 นางสาวกญั ญาณฐั จันปัญญา ครู ศรช.

2. ขัน้ ดำเนินการ กจิ กรรมหลกั วัตถปุ ระสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ก 1. ขนั้ เตรียมการ ครูและบุคลากร เพ่ือจดั ประชุมครูและบคุ ลากรทางการ กศน. อำเภอชนแดน ช ศกึ ษา จำนวน 20 คน ว - ชแี้ จงทำความเขา้ ใจรายละเอยี ด โครงการ - ช้ีแจงแนวทางในการดำเนนิ โครงการ - จัดทำโครงการและแผนการดำเนนิ การ เพื่ออนมุ ัติ - แตง่ ต้ังกรรมการดำเนินงานตาม โครงการ 2. ประชุมกรรมการ เพ่อื ประชมุ ทำความเข้าใจกบั กรรมการ ครูและบุคลากร ช กศน. อำเภอชนแดน ข ดำเนนิ งาน ดำเนินงานทกุ ฝา่ ยในการจดั กิจกรรม จำนวน 20 คน โครงการและการดำเนนิ งาน 3. จดั เตรยี มเอกสาร เพื่อดำเนนิ การจดั ทำ จดั ซ้อื วัสดุอุปกรณ์ กรรมการฝ่ายที่ได้รบั จ วสั ดุ อปุ กรณใ์ นการ ทใ่ี ชใ้ นการดำเนินการ มอบหมาย ดำเนินโครงการ

41 กลมุ่ เปา้ หมาย พน้ื ท่ดี ำเนินการ ระยะเวลา งบประมาณ เปา้ หมาย (เชงิ คณุ ภาพ) เม.ย.64 - กศน. อำเภอ ชแ้ี จงทำความเขา้ ใจ รายละเอียดและ ชนแดน วตั ถปุ ระสงค์ของการจัดโครงการ ชี้แจงวัตถุประสงค์ บทบาทหนา้ ท่ี กศน. อำเภอ เม.ย.64 - ของกรรมการดำเนินงานโครงการ ชนแดน จัดซอื้ วัสดอุ ุปกรณ์ในการจดั โครงการ กศน. อำเภอ ม.ิ ย.64 2,496 ชนแดน บาท

กจิ กรรมหลัก วัตถปุ ระสงค์ กลมุ่ เปา้ หมาย ก นกั เรียน นกั ศึกษา 4. ดำเนินการจัด 1. รกั การอ่านผ่านสื่อออนไลน์ และประชาชนทัว่ ไป ส กจิ กรรม 2. วนั รักการอา่ น จำนวน 2,370 คน แ 3. ห้องสมุดเคล่ือนทส่ี ่บู ้านหนังสือชุมชน น ปลูกฝังคนรักการอ่าน ช 4. เสริมการอ่าน สรา้ งการเรยี นรู้ กบั หอ้ งสมดุ ประชาชน 5. ส่งเสรมิ การอา่ น สร้างสรรค์ปญั ญา นำพาสอู่ าชีพ 6. บนั ทกึ รกั การอ่าน 5. สรุป/ประเมนิ ผล เพอื่ ใหก้ รรมการฝา่ ยประเมนิ ผลเก็บ ตามกระบวนการ ส และรายงานผล รวบรวมขอ้ มลู และดำเนินการประเมินผล ประเมินโครงการ ต โครงการ การจัดกิจกรรม 5 บท จำนวน 3 เล่ม

42 กลุ่มเป้าหมาย พ้นื ทด่ี ำเนินการ ระยะเวลา งบประมาณ เป้าหมาย (เชิงคณุ ภาพ) พื้นท่ีอำเภอ เม.ย. 64 - ส่งเสริมสนบั สนุนให้นักเรยี น นกั ศกึ ษา ชนแดน ถงึ และประชาชนทั่วไปมีนสิ ยั รักการอา่ น นำไปสู่ การเรยี นรู้ และพัฒนาคณุ ภาพ ก.ย.64 ชีวติ ให้ดีขึน้ สรปุ รายงานผลการดำเนินงาน กศน. อำเภอ ก.ย.64 - ตามระบบ PDCA ชนแดน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook