Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 12ชาวตลาด

12ชาวตลาด

Published by waryu06, 2021-07-07 02:24:46

Description: 12ชาวตลาด

Search

Read the Text Version

บนั ทกึ ข้อความ ส่วนราชการ ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอชนแดน ที่ ศธ ๐๒๑๐.๕๔๐๓/ วันท่ี ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๔ เรอ่ื ง สรุปผลการปฏบิ ัติงานโครงการห้องสมดุ เคลอ่ื นทีส่ ำหรบั ชาวตลาด ตามพระราชดำริของสมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี เรียน ผอู้ ำนวยการศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอชนแดน ตามท่ี ห้องสมุดประชาชนอำเภอชนแดนได้จัดทำโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างเดือนมกราคม - มีนาคม ๒๕๖๔ ณ ตลาดนัดทั้ง ๙ ตำบลในพื้นที่อำเภอชนแดน เพื่อให้ประชาชน ชุมชน ชาวตลาด ได้รับบรกิ ารสง่ เสริมการอ่านเพ่ือการเรียนรูท้ ี่หลากหลายให้มคี ุณภาพชวี ิตทีด่ ีขึ้น สามารถใช้ เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ส่งเสริมให้มีนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต บัดนี้โครงการ ดงั กลา่ วไดด้ ำเนนิ การเสร็จสิน้ เรียบรอ้ ยแล้ว ห้องสมุดประชาชนอำเภอชนแดน จงึ ขอสรุปผลการปฏิบัติงานโครงการดังกล่าวรายละเอียดตาม เอกสารที่แนบมาพร้อมน้ี จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดทราบ นางวารี ชูบวั บรรณารกั ษ์ชำนาญการ

คำนำ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอชนแดน มอบหมายให้ห้องสมุด ประชาชนอำเภอชนแดน ดำเนินการจัดทำโครงการหอ้ งสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด ตามพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างเดือนมกราคม - มีนาคม ๒๕๖๔ ณ ตลาดนัดทั้ง ๙ ตำบลในพื้นที่อำเภอชนแดน เพื่อให้ประชาชน ชุมชน ชาวตลาด ได้รับ บรกิ ารสง่ เสรมิ การอ่านเพ่ือการเรยี นรูท้ ห่ี ลากหลายให้มีคุณภาพชีวิตที่ดขี ึน้ สามารถใชเ้ วลาว่างให้เกดิ ประโยชน์ สง่ เสรมิ ให้มีนิสัยรักการอ่านและการเรยี นรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชวี ติ น้นั ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอชนแดน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สรุปผลการปฏิบัติงานโครงการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย เล่มนี้คงเป็นประโยชน์ในการใช้เป็นคู่มือในการ ดำเนินงานต่อไป หากมีข้อเสนอแนะประการใดโปรดแจ้งคณะผู้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงใน ครงั้ ตอ่ ไป ผูจ้ ดั ทำ มนี าคม 2564

สารบญั หนา้ 1-5 บทที่ 1 บทนำ 6 - 37 บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ัยทเี่ ก่ยี วข้อง 38 - 44 บทท่ี 3 วิธีดำเนนิ การตามโครงการ 45 - 49 บทที่ 4 ผลการดำเนินการตามโครงการ 50 - 51 บทที่ 5 สรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ ภาคผนวก รปู ภาพ รายชอื่ ผู้เข้าร่วมกจิ กรรม แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ คำสง่ั โครงการ คณะผู้จัดทำ

1 บทที่ 1 บทนำ 1.ช่อื โครงการ โครงการจดั การศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมท่ี 4 โครงการหอ้ งสมุดเคลื่อนทีส่ ำหรับชาวตลาด ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี 2. สอดคล้องกับนโยบาย/ยุทธศาสตรแ์ ละจดุ เนน้ การดำเนนิ งาน สำนกั งาน กศน. : 2.1 12 ภารกิจ “เร่งดว่ น” ข้อท่ี 2 ขับเคลื่อนนโยบายของรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ (นายณัฏฐพล ทปี สวุ รรณ) และ รัฐมนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ (ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์) ให้เกิดผลเปน็ รูปธรรม 2.2 สอดคลอ้ งกับมาตรฐาน กศน. มาตรฐานการศกึ ษาตามอัธยาศัย มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผ้รู ับบรกิ ารการศึกษาตามอธั ยาศยั ตัวบง่ ช้ที ี่ 1.1 ผู้รับบริการมีความรู้ หรือทักษะ หรอื ประสบการณ์ สอดคลอ้ งกับ วัตถุประสงค์ของโครงการ หรอื กจิ กรรมการศึกษาตามอัธยาศยั มาตรฐานท่ี 2 คุณภาพการจัดการศึกษาตามอธั ยาศัย ตวั บ่งชท้ี ี่ 2.1 การกำหนดโครงการหรือกิจกรรมการศกึ ษาตามอัธยาศยั ตวั บง่ ชท้ี ่ี 2.2 ผ้จู ัดกจิ กรรมมคี วามรู้ ความสามารถในการจัดการศึกษาตามอธั ยาศัย ตวั บ่งชีท้ ่ี 2.3 ส่อื หรือนวตั กรรม และสภาพแวดล้อมท่เี อื้อต่อการจัดการศึกษาตาม อธั ยาศยั ตัวบ่งชที้ ่ี 2.4 ผรู้ ับบรกิ ารมคี วามพึงพอใจต่อการจัดการศกึ ษาตามอธั ยาศัย มาตรฐานท่ี 3 คุณภาพการบริหารจดั การของสถานศกึ ษา ตวั บง่ ชี้ที่ 3.1 การบริหารจัดการของสถานศกึ ษาทเี่ น้นการมีสว่ นร่วม ตวั บง่ ชท้ี ่ี 3.2 ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา ตวั บ่งชท้ี ี่ 3.5 การกำกับ นิเทศ ตดิ ตาม ประเมินผลการดำเนินงานของสถานศึกษา ตัวบง่ ช้ที ี่ 3.7 การสง่ เสรมิ สนับสนุนภาคเี ครือขา่ ยใหม้ ีส่วนรว่ มในการจัดการศึกษา ตวั บง่ ชท้ี ่ี 3.8 การส่งเสริม สนับสนุนการสร้างสงั คมแหง่ การเรียนรู้ 2.3 ของเสนอแนะ ของ สมศ. ข้อที่ 1 ในการดำเนินแผนงาน/โครงการ สถานศึกษาควรมีการติดตามตรวจสอบการดำเนินงานทุก ระยะ ขั้นตอนของการดำเนินงาน เพื่อประเมินผลและนำผลการประเมินมาปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นระบบครบ วงจร PDCA และในการประเมนิ ความพึงพอใจ ควรเพิ่มขอ้ เหตผุ ล ข้อคดิ เห็นหรือขอ้ เสนอแนะว่าเพราะเหตุใดข้อ นัน้ จึงใหค้ ะแนนมากหรือนอ้ ย

2 ข้อที่ 13 ในการบริหารจัดการการดำเนินโครงการ กิจกรรมต่างๆ สถานศึกษาควรดำเนินการให้ ครบถ้วนเปน็ ระบบครบวงจร PDCA และในโครงการกจิ กรรมควรกำหนดวัตถปุ ระสงคเ์ ป็นรูปธรรม มีการออกแบบ ประเมินให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ มีการดำเนินการนิเทศ กำกับ ติดตาม และประเมินผลอย่าง ตอ่ เนื่องและนำผลการประเมินทไ่ี ดไ้ ปวิเคราะหถ์ งึ อปุ สรรค และนำไปวางแผน ปรับปรุง พัฒนาในปีตอ่ ไป 3. หลกั การและเหตุผล ตามที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้สำนักงาน กศน.ดำเนินการ “ห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด” ตามพระราชดำริของตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารีเพื่อส่งเสริมการอ่านของประชาชน ชุมชน ชาวตลาด อันจะนำสู่การเรียนรู้ที่หลากหลายในการพัฒนา คุณภาพชีวิต นน้ั ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อำเภอชนแดน จึงได้มอบหมายให้หอ้ งสมุดประชาชน อำเภอชนแดนดำเนินการจัดทำโครงการ “ห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด” ตามพระราชดำริของตาม พระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปีงบประมาณ 2564 โดยใช้หลักการมสี ว่ นรว่ มจากทุกภาคสว่ นที่เกยี่ วข้อง อันจะกอ่ ให้เกิดพลังอันเข้มแข็งของชุมชนในการสร้าง วฒั นธรรมการอา่ นและสง่ เสรมิ ใหช้ ุมชนเป็นศนู ยก์ ลางการเรียนรู้และการพฒั นาโดยชุมชนเพ่ือชมุ ชนอย่างแท้จริง 4. วัตถุประสงค์ 4.1 เพอื่ สร้างความรู้ ความเข้าใจ เรื่อง “หอ้ งสมดุ เคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด” ตามพระราชดำริของสมเด็จ พระกนิษฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี 4.2 เพื่อดำเนินการ “ห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด” ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราช เจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี 4.3 เพื่อให้ประชาชน ชุมชน ชาวตลาด ได้รับบริการส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้มี คุณภาพชีวิตท่ีดขี ้นึ สามารถใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์และได้แลกเปลีย่ นประสบการณ์ซึง่ กันและกนั 5. เปา้ หมาย เชงิ ปรมิ าณ ๑. ดำเนนิ การ “ห้องสมุดเคลือ่ นทสี่ ำหรับชาวตลาด” ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธริ าชเจ้า กรม สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ในปงี บประมาณ 2564 จำนวน 9 แหง่ ๒. กลุ่มเป้าหมาย นกั เรียน นักศึกษา และประชาชนท่วั ไป จำนวน 180 คน เชิงคุณภาพ ประชาชน ชุมชน ชาวตลาด ได้รับบริการส่งเสริมการอ่านเพื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้มี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ส่งเสริมให้มีนิสยั รักการอ่านและการเรียนรูอ้ ย่าง ตอ่ เนือ่ งตลอดชวี ติ

3 6. วิธีดำเนินการ กิจกรรมหลกั วตั ถปุ ระสงค์ กลุ่มเปา้ หมาย เปา้ หมาย พืน้ ทดี่ ำเนนิ การ ระยะเวลา งบประมาณ ครแู ละบุคลากร 20 คน กศน. อำเภอ พ.ย.63 - 1. ข้ัน เพอื่ จัดประชุมครูและ กศน. อำเภอ ชนแดน ชนแดน 20 คน 14 ธ.ค.63 - เตรยี มการ บุคลากรทางการศึกษา - กศน. อำเภอ 15 ธ.ค.63 - ครูและบุคลากร 180 คน ชนแดน ม.ค.-ม.ี ค.64 - - ชีแ้ จงทำความเข้าใจ กศน. อำเภอ 2 เล่ม ม.ี ค.64 - ชนแดน กศน. อำเภอ รายละเอียดโครงการ ชนแดน กรรมการฝ่ายที่ พื้นที่อำเภอ - ชแ้ี จงแนวทางในการ ไดร้ ับมอบหมาย ชนแดน ดำเนนิ โครงการ นกั เรียน กศน. อำเภอ นักศกึ ษา และ ชนแดน - จดั ทำโครงการและ ประชาชนท่วั ไป แผนการดำเนนิ การเพ่ือ ตาม กระบวนการ อนมุ ตั ิ ประเมิน โครงการ - แต่งตง้ั กรรมการ 5 บท ดำเนนิ งานตามโครงการ 2. ประชุม เพื่อประชุมทำความเข้าใจ กรรมการ กับกรรมการดำเนนิ งาน ดำเนินงาน ทกุ ฝา่ ยในการจัดกจิ กรรม โครงการและการ ดำเนนิ งาน 3. จดั เตรยี ม เพื่อดำเนินการจดั ทำ เอกสาร วัสดุ จัดซือ้ วสั ดุอปุ กรณ์ทีใ่ ชใ้ น อปุ กรณ์ในการ การดำเนนิ การ ดำเนนิ โครงการ 4. ดำเนินการ 1. รถหอ้ งสมดุ เคลื่อนที่ จดั กิจกรรม 2. อ่านผา่ นคิวอาร์โค้ด 3. กิจกรรมส่งเสรมิ การ อ่าน 4. สาธติ อาชพี 5. สรุป/ เพ่อื ให้กรรมการฝ่าย ประเมนิ ผล ประเมนิ ผลเกบ็ รวบรวม และรายงานผล ขอ้ มูลและดำเนนิ การ โครงการ ประเมินผลการจัด กิจกรรม

4 7. วงเงินงบประมาณ ไมใ่ ช้ 8. แผนการใชจ้ า่ ยงบประมาณ แผนการใชจ้ ่ายรายไตรมาส ไตรมาสท่ี 1 ไตรมาสที่ 2 ไตรมาสท่ี 3 ไตรมาสท่ี 4 - - - - 9. ผู้รบั ผิดชอบโครงการ 9.1 นางวารี ชูบวั ตำแหน่ง บรรณารักษ์ชำนาญการ 9.2 นางสาวอุษา ย่ิงสุก ตำแหน่ง ครปู ระจำศูนย์การเรียนชุมชน 9.4 ครู กศน.ตำบล 9.5 ครอู าสาสมคั รการศึกษานอกโรงเรยี น 9.6 ครปู ระจำศูนย์การเรยี นชุมชน 10. เครอื ข่าย 10.1 เทศบาลตำบลชนแดน 10.2 สถานีขนสง่ เทศบาลตำบลชนแดน 10.3 หนว่ ยงานภาครัฐและเอกชน 10.4 ตลาดนดั ทั้ง 9 แหง่ 11.โครงการท่ีเกยี่ วขอ้ ง 11.1 โครงการจดั การศกึ ษาตามอธั ยาศยั 11.2 โครงการพฒั นาคุณภาพผู้เรียน 11.3 โครงการประชาสัมพนั ธง์ าน กศน. 11.4 โครงการส่งเสรมิ และพัฒนาประสทิ ธิภาพการทำงานรว่ มกับเครอื ขา่ ย 12. ผลลัพธ์ “หอ้ งสมุดเคล่ือนท่สี ำหรับชาวตลาด” ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี สามารถให้บริการความรู้ ความบนั เทงิ เป็นการสง่ เสริมการอา่ น การใช้เวลาว่าง ใหเ้ กิดประโยชน์ ส่งเสริมใหม้ นี สิ ยั รกั การอ่านและการเรียนรอู้ ย่างตอ่ เน่อื งตลอดชวี ิต ชวี ิตให้ดีขน้ึ

5 13. ดัชนวี ดั ผลสำเร็จของโครงการ 13.1 ตัวชี้วัดผลผลิต (output) กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ 80 % มีความพึงพอใจในการเข้าร่วม กจิ กรรม 13.2 ตัวช้วี ัดผลลัพธ์ ( outcome ) นักเรยี น นกั ศกึ ษา และประชาชนทว่ั ไปรกั การอา่ น เพือ่ พัฒนาคุณภาพ ชวี ิตท่ีดีข้ึน 14. การติดตามผลประเมินผลโครงการ 14.1 แบบประเมินความพึงพอใจผูเ้ ข้ารว่ มกิจกรรม / โครงการ 14.2 สรปุ /รายงานผลการจัดกิจกรรม

6 บทที่ 2 เอกสารทเี่ กย่ี วข้อง กจิ กรรมสง่ เสรมิ การอา่ น กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน หมายถึง การกระทำต่าง ๆ เพ่ือให้เด็กเกิดความสนใจท่ีจะอ่าน เห็น ความสำคัญของการอ่าน เกิดความเพลิดเพลินที่จะอ่าน เกิดความมุ่งม่ันท่ีจะอ่าน และอ่านจนเป็นนิสัย ท้ังนี้ การ อ่านหนังสือเป็นทักษะสำคัญทักษะหน่ึงในชีวิตประจำวัน เพราะการอ่านหนังสือจะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเรา ได้เป็นอย่างดียิ่ง เม่ือคนเราอ่านหนังสือจะเกิดความสามารถสร้างความรู้ อารมณ์ จินตนาการ และ ความ เพลิดเพลนิ การที่เด็กจะเกดิ ทักษะการอ่านหนังสือได้นั้นจำเป็นจะตอ้ งอาศัยความรว่ มมือจากบุคคลหลายฝ่าย ทั้ง ครอบครัว โรงเรียนและชุมชน ในการจัดกิจกรรมส่งเสรมิ การอา่ นใหแ้ ก่เด็ก

7 กิจกรรมส่งเสริมการอ่านคือ การกระตุ้นด้วยวธิ ีการต่างๆ เพื่อให้ผู้อ่านสนใจการอ่านจนกระท่ังมีนิสัยรัก การอ่าน และได้พัฒนาการอ่านจนกระทั่งมีความสามารถในการอ่าน นำประโยชน์จาการอ่านไปใช้ได้ตรงตาม วตั ถุประสงคข์ องการอ่านทกุ ประเภท (ฉววี รรณ คูหาภินันทน์, 2542 : 93) กรมวิชาการ (อ้างถึงใน ฉวีวรรณ คูหาภินันทน์, 2542 : 93) ให้ความหมายว่า กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน คือ การกระทำเพ่อื 1. เร้าใจบุคคลหรือบุคคลที่เป็นเป้าหมายให้เกิดความอยากรู้ อยากอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือที่มี คณุ ภาพ 2. เพื่อแนะนำชักชวนให้เกิดความพยายามท่ีจะอ่านให้แตกฉาน สามารถนำความรู้จากหนังสือไปใช้ ประโยชน์ เกดิ ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ดีขน้ึ 3. เพ่ือกระตนุ้ แนะนำใหอ้ ยากรู้ อยากอา่ นหนังสือหลายอย่าง เปิดความคิดให้กวา้ ง ใหม้ ีการอา่ นต่อเน่อื ง จนเป็นนิสัย พัฒนาการอา่ นจนถึงขน้ั ที่สามารถวิเคราะห์เร่ืองที่อา่ นได้ 4. เพอื่ สร้างบรรยากาศทจ่ี งู ใจใหอ้ ่าน ดงั นั้น สามารถกล่าวได้ว่า กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน หมายถงึ กจิ กรรมตา่ งๆท่ีห้องสมุดจดั ขนึ้ เพื่อส่งเสรมิ ให้ เกิดการอ่านอย่างต่อเนื่องจนกระท่ังเป็นนิสัยรักการอ่าน เช่น การเล่านิทาน การเชิดหุ่น การแสดงละคร การ แนะนำหนังสอื ท่ีนา่ สนใจ เป็นตน้ ลกั ษณะของกิจกรรมสง่ เสรมิ การอา่ นทดี่ ี 1. เร้าความสนใจ เช่น การจัดนิทรรศการที่ดึงดูความสนใจ การตอบปัญหา มีรางวัลต่างๆ การใช้สื่อ เทคโนโลยีใหมๆ่ เข้ามาชว่ ย 2. จูงใจให้อยากอ่านและกระตุ้นให้อยากอ่าน เช่น ข่าวท่ีกำลังเป็นที่สนใจ หรือหัวข้อเร่ืองที่เป็นท่ีสนใจ เช่น การวจิ ัย การเตรียมตวั สอบ การสมัครงาน เปน็ ตน้ 3. ไมใ่ ชเ้ วลานาน ความยากงา่ ยของกิจกรรมเหมาะสมกับเพศ ระดับอายุ การศึกษา 4. เป็นกจิ กรรมที่มงุ่ ไปสหู่ นังสอื วสั ดุการอา่ น โดยการนำหนังสอื หรือวัสดุการอ่านมาแสดงทุกคร้งั 5. ให้ความสนกุ สนานเพลดิ เพลิน แฝงการเรยี นรู้ตามอัธยาศัยจากการร่วมกิจกรรมดว้ ย ความหมายและความสำคญั ของหอ้ งสมดุ ห้องสมุดประชาชน หมายถงึ ห้องสมุดทีต่ ั้งขึ้นเพอ่ื ให้บริการแก่ประชาชน โดยไม่จำกดั เพศ วยั เช้ือชาติ ศาสนา และพื้นความรู้ ให้บริการสารสนเทศครบทุกหมวดวิชา และอาจมีการบริการบางเรื่องเป็นพิเศษ ตามความตอ้ งการของทอ้ งถ่นิ และจะจัดใหบ้ รกิ ารแก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลคา่ บทบาทหนา้ ท่ีของหอ้ งสมดุ ประชาชน มี 3 ประเภท คอื

8 1. หน้าที่ทางการศึกษา ห้องสมุดประชาชนเป็นแหล่งให้การศึกษานอกระบบโรงเรียน มีหน้าท่ีให้ การศกึ ษาแก่ประชาชนท่ัวไป ทกุ ระดับการศกึ ษา 2. หน้าท่ีทางวัฒนธรรม ห้องสมุดปะชาชนเป็นแหล่งสะสมมรดกทางปัญญาของมนุษย์ ท่ีถ่ายทอดเป็น วฒั นธรรมท้องถ่ิน ทีห่ อ้ งสมุดตงั้ อยู่ 3. หน้าท่ีทางสังคม ห้องสมุดประชาชนเป็นสถาบันทางสังคมได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลและท้องถิ่นมา ดำเนินกิจการ จึงมหี น้าที่ แสวงหาข่าวสารขอ้ มลู ที่มีประโยชน์มาบริการประชาชน ห้องสมุดประชาชนในประเทศไทยมหี น่วยงานต่างๆรับผดิ ชอบ ดังนี้ 1. ห้องสมุดประชาชนสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน ได้แก่ ห้องสมุด ประชาชนระดับจังหวัด และระดับอำเภอ นอกจากนี้กรมการศึกษานอกโรงเรียนยังได้จัดท่ีอ่านหนังสือประจำ หมูบ่ า้ น ทอ่ี า่ นหนงั สือในวดั และห้องสมุดเคลือ่ นที่ 2. ห้องสมุดประชาชน สังกัดกรุงเทพมหานคร มีทั้งหมด 12 แห่ง ได้แก่ ห้องสมุดประชาชนสวนลุมพินี หอ้ งสมุดประชาชนซอยพระนาง หอ้ งสมดุ ประชาชนปทุมวนั ห้องสมุดประชาชนอนงคาราม ห้องสมุดประชาชนวัด สังข์กระจาย ห้องสมุดประชาชนบางเขน ห้องสมุดประชาชนบางขุนเทียน ห้องสมุดประชาชนวัดรัชฎาธิษฐาน วรวิหารตลิ่งชัน ห้องสมุดประชาชนประเวช ห้องสมุดประชาชนวัดลาดปลาเค้า ห้องสมุดประชาชนภาษีเจริญ ห้องสมดุ ประชาชนวัดราชโอรส 3. ห้องสมุดประชาชนของธนาคารพาณิชย์ เป็นห้องสมุดท่ีธนาคารพาณิชย์เปิดขึ้นเพ่ือบริการสังคม และ เพอ่ื ประชาสมั พันธ์กจิ การของธนาคารให้เป็นท่รี ู้จักแพรห่ ลาย เช่น หอ้ งสมดุ ประชาชนของธนาคารกรงุ เทพจำกดั 4. ห้องสมุดประชาชนของรัฐบาลต่างประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลต่างประเทศ เช่น หอ้ งสมุดบริตชิ เคาน์ซลิ ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ที่ตงั้ อยูบ่ รเิ วณสยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร 5. ห้องสมุดประชาชนเสียค่าบำรุง ห้องสมุดประชาชนประเภทนี้ให้บริการเฉพาะสมาชิกเท่าน้ัน โดยผู้ที่ เป็นสมาชิกจะต้องเสียค่าบำรุงตามระเบียบของห้องสมุด ได้แก่ ห้องสมุดนีลสันเฮย์ ต้ังอยู่ท่ีถนนสุริวงศ์ กรุงเทพมหานคร บทบาทและความสำคัญของห้องสมสุดต่อสังคมในดา้ นตา่ ง ๆ 1. เป็นสถานท่ีเพื่อสงวนรักษาและถ่ายทอดวัฒนธรรม ห้องสมุดเป็นแหล่งสะสมวิวัฒนาการของมนุษย์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถ้าไม่มีแหล่งค้นคว้าประเภทห้องสมุดเป็นศูนย์กลางแล้ว ความรู้ต่างๆ อาจสูญหายหรือ กระจดั กระจายไปตามทตี่ ่างๆ ยากแกค่ นร่นุ หลงั จะตดิ ตาม 2. เป็นสถานที่เพื่อการศึกษา ค้นคว้าวิจัย ห้องสมุดทำหน้าท่ีให้การศึกษาแก่ประชาชนทุกรูปแบบ ทั้งใน และนอกระบบการศกึ ษา เริม่ จากการศึกษาขัน้ พื้นฐานถงึ ระดบั สงู

9 3. เป็นสถานที่สรา้ งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความจรรโลงใจ ห้องสมุดมีหน้าท่ีรวบรวมและเลือกสรร ทรัพยากร สารสนเทศ เพ่ือบริการแก่ผู้ใช้ ซ่ึงเป็นส่ิงท่ีมีคุณค่าผู้ใช้ได้ความคิดสร้างสรรค์ ความจรรโลงใจ นานาประการ เกดิ ประโยชน์แก่ตนเองและสังคมต่อไป 4. เป็นสถานท่ปี ลูกฝงั นสิ ัยรักการอ่านและการเรียนรตู้ ลอดชีวิต ห้องสมดุ จะช่วยใหบ้ ุคคลสนใจในการอ่าน และรกั การอ่านจนเป็นนิสยั 5. เป็นสถานท่ีส่งเสริมการาใช้เวลาว่างในเป็นประโยชน์ ห้องสมุดเป็นสถานที่รวบรวมสารสนเทศทุก ประเภท เพ่ือบริการแก่ผู้ใช้ตามความสนใจและอ่านเพ่ือฆ่าเวลา อ่านเพื่อความเพลิดเพลิน หรืออ่านเพ่ือ สาระบันเทงิ ไดท้ ั้งสิน้ นบั ว่าเปน็ การพกั ผ่อนอย่างมคี วามหมายและใหป้ ระโยชน์ 6. เป็นสถานที่ส่งเสรมิ ความเป็นประชาธิปไตย ห้องสมุดเป็นสาธารณะสมบัติ มีส่วนส่งเสริมให้บุคคลรู้จัก สทิ ธิและหน้าที่ของพลเมือง กล่าวคอื เมือ่ มีสทิ ธใิ นการใช้ก็ยอ่ มมีสิทธิในการบำรุงรักษาร่วมกนั และใหค้ วามรว่ มมือ กบั หอ้ งสมดุ ดว้ ยการปฏิบัติตามระเบยี บ แบบแผนของห้องสมดุ ความหมายของสอื่ สิง่ พมิ พ์ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายคาท่ีเกี่ยวกับ“ส่ือส่ิงพิมพ์”ไว้ว่า “ส่ิงพิมพ์ หมายถึง สมุด แผ่นกระดาษ หรือวัตถใุ ด ๆ ที่พิมพ์ขึ้น รวมตลอดท้ังบทเพลง แผนที่ แผนผัง แผนภาพ ภาพวาด ภาพระบาย สี ใบประกาศ แผ่นเสยี ง หรอื ส่ิงอ่ืนใดอันมีลกั ษณะเช่นเดียวกัน” “สื่อ หมายถึง ก. ทาการติดต่อให้ถงึ กนั ชักนาให้ รู้จักกัน น. ผู้หรือสิ่งท่ที าการติดต่อให้ถึงกนั หรอื ชักนาให้รู้จักกัน” “พิมพ์ หมายถงึ ก. ถ่ายแบบ, ใช้เคร่ืองจักรกด ตัวหนังสือหรือภาพ เป็นต้นให้ติดบนวัตถุ เช่น แผ่นกระดาษ ผ้า ทาให้เป็นตัวหนังสือหรือรูปรอยอย่างใด ๆ โดย การกดหรือการใช้พิมพ์หิน เคร่ืองกล วิธีเคมี หรือวิธีอื่นใด อันอาจให้เกิดเป็นสิ่งพิมพ์ขึ้นหลายสาเนา น. รูป , รูปร่าง, รา่ งกาย, แบบ” ดังน้ัน “สอ่ื สงิ่ พิมพ์” จึงมีความหมายว่า “สิ่งท่ีพิมพ์ข้ึน ไมว่ า่ จะเป็นแผ่นกระดาษหรือวตั ถุ ใด ๆ ด้วยวิธีการต่าง ๆ อันเกิดเป็นช้ินงานท่ีมีลักษณะเหมือน ต้นฉบับขึ้นหลายสาเนาในปรมิ าณมากเพื่อเป็นสิ่งที่ ทาการติดต่อ หรือชกั นาใหบ้ คุ คลอ่ืนได้เห็นหรอื ทราบ ข้อความตา่ ง ๆ” ส่ิงพิมพ์เพ่ือการศึกษา หมายถึง สิ่งท่ีพิมพ์ข้ึนในรูปแบบต่างๆ ท้ังหนังสือ ตารา เอกสาร วารสารต่างๆ ท่ี ให้ความรู้ เนื้อหาสาระท่ีมีประโยชน์ เช่น หนังสือเรียนภาษาไทย ป. 6 หรืออาจเป็นชุดภาพประกอบการศึกษา เช่น ภาพประกอบการศกึ ษาชุดอาหารไทย เป็นต้น และสามารถนามาใชใ้ นการศึกษาได้

10 ความเปน็ มา ส่ิงพิมพ์ถือได้ว่าเป็นส่ิงท่ีความสำคัญย่ิงควบคู่มากับการพัฒนาการของมนุษยชาติ และจัดเป็นสื่อมวลชน ประเภทหนึ่งท่ีมีความสำคัญมาตลอดนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในการถ่ายทอดความรู้วิชาการ และเพ่ือการติดต่อ สื่อสารสาหรับมนุษยชาติ ดังคำจำกัดความของพจนี พลสิทธ์ิ (2536 : 3) สรุปความเป็นมาและความสาคัญของ ส่ิงพิมพ์ ว่า “ส่ิงพิมพ์” นับเป็นวัสดุที่แสดงถึงพัฒนา การความเจริญก้าวหน้าทางด้านสติปัญญา ของมนุษย์ ความคิด จินตนาการ เจตคติ ความฝนั ชีวิต วัฒนธรรม สงั คม เหตุการณ์ เรื่องราวต่าง ๆ ของมนุษย์แต่ลายุคสมัย สามารถเก็บรักษาสืบทอดจาดชนรุ่นหน่ึงไปสู่ชนรุ่นหลัง ความคิดในเร่ืองการพิมพ์นี้นอกเหนือจาก เพ่ือเป็น เคร่ืองมือในการบันทึกความคิด จินตนาการ ความรู้ และเหตุการณ์ต่างๆ แล้วยังเป็นเคร่ืองแสดงให้เห็นว่าชนชาติ ต่าง ๆ ในโลกนลี้ ้วนมคี วามพยายามที่จะพัฒนาความคิดของตนให้เจริญก้าวหนา้ ทันสมัยอย่างต่อเน่ือง ความคิดใน เรือ่ งการพิมพท์ ่ีมีจุดประสงค์เริ่มแรกก็คงเพื่อให้มกี ารแพร่หลายเรือ่ งความคดิ ความรู้ ไปสู่ชนรนุ่ หลัง และเพ่ือให้มี หลาย ๆ สาเนาจะได้เก็บรักษาให้คงอยู่ได้นานปีน้ัน ในยุคปัจจุบันชนรุ่นหลังได้สานต่อความคิดเรื่องการพิมพ์ จนกระทั่งกลายเป็นเทคโนโลยีท่ีทันสมัย และซับซ้อน สามารถผลิตสิ่งพิมพ์ได้หลากหลายชนิดตอบสนอง วตั ถปุ ระสงคข์ องมนุษยชาตไิ ด้กว้างขวางนอกเหนือจากสือ่ สิ่งพมิ พ์จะเปน็ ส่ือมวลชนท่ีมีความเกย่ี วกันกับมนุษยชาติ มานานนับพนั ๆ ปี และมีความเก่าแก่กว่าสอื่ มวลชนประเภทอน่ื ไมว่ า่ จะเปน็ วทิ ยุกระจายเสยี ง วิทยโุ ทรทัศน์ หรือ อนิ เตอร์เน็ต ซง่ึ เป็นสอ่ื ประเภทหนึ่งท่ีมีการใช้แพร่หลายไปท่ัวโลกเช่นในปัจจุบันก็ตาม แต่สื่อส่ิงพิมพ์ก็ยงั เป็นส่อื ที่ มีการใช้อย่างแพร่หลายเป็นที่นิยมของทุกชนชาติมิได้ย่ิงหย่อนไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ประเภทใดก็ตาม เช่น หนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสาร วารสาร หรือส่ิงพิมพ์ประเภทต่าง ๆ สาเหตุสาคัญท่ีทาให้สื่อส่ิงพิมพ์ยังเป็นท่ี นยิ มแพรห่ ลายมาโดยตลอด ก็เพราะบุคคลสามารถเลอื กอ่านได้ตามความเหมาะสม อีกท้ังยังใช้เป็นเอกสารอ้างอิง ไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประวตั กิ ารพิมพใ์ นประเทศไทย ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กรงุ ศรีอยุธยา ได้เริ่มแต่งและพิมพ์หนังสือคำสอนทางศาสนา คริสต์ ขึ้น และหลังจากน้ันหมอบรัดเลย์เข้ามาเมืองไทย และได้เริ่มด้านงานพิมพ์จนสนใจเป็นธุรกิจด้านการพิมพ์ ใน เมอื งไทย พ.ศ.2382 ได้พิมพ์เอกสารทางราชการเป็นช้ินแรก คือ หมายประกาศห้ามสูบฝ่นิ ซง่ึ พระบาทสมเดจ็ พระ น่ังเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงโปรดให้จ้างพิมพ์จานวน 9,000 ฉบับ ต่อมาเม่ือวันที่ 4 ก.ค.2387 ได้ออกหนังสือฉบับแรก ข้ึน คือ บางกอกรีคอร์ดเดอร์ (Bangkok Recorder) เป็นจดหมายเหตุอย่างส้ัน ออกเดือนละ 2 ฉบับ และใน 15 มิ.ย. พ.ศ.2404 ได้พิมพห์ นังสือเล่มออกจำหน่ายโดยซ้ือลิขสิทธิจ์ าก หนังสือนริ าศลอนดอนของหม่อมราโชทัยและ ไดเ้ รมิ่ ตน้ การซ้ือขาย ลิขสิทธิหน่ายในเมืองไทย หมอบรัดเลย์ไดถ้ ึงแกก่ รรมในเมืองไทยกิจการ การพิมพข์ องไทยจึง เร่ิมต้นเป็นของไทย หลังจากน้ันใน พ.ศ.2500 ประเทศไทยจึงนา เคร่ืองพิมพ์แบบโรตารี ออฟเซท (Rotary off Set) มาใช้เป็นคร้ังแรก โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิชนาเครื่องหล่อเรียงพิมพ์ Monotype มาใช้กับตัวพิมพ์ภาษาไทย ธนาคาร แห่งประเทศไทยได้จัดโรงพิมพธ์ นบตั รในเมืองไทยขึน้ ใช้เอง

11 ประเภทของสือ่ สิ่งพมิ พ์เพอ่ื การศึกษา สื่อสง่ิ พมิ พ์ประเภทหนังสอื 1. หนังสอื ตำรา เป็นสื่อท่ีพิมพ์เป็นเล่ม ประกอบด้วยเน้ือหาการเรียนการสอนโดยอธิบายเน้ือหาวิชาอย่างละเอียดชัดเจน อาจมีภาพถ่ายหรอื ภาพเขียนประกอบเพ่ือเพิ่มความสนใจของผู้เรียน หนังสือตาราน้ีอาจใช้เป็นสือ่ การเรียนในวิชา นั้นโดยตรงนอกเหนือจากการบรรยายในช้นั เรียน หรืออาจใช้เปน็ หนังสอื อา่ นประกอบหรอื หนังสืออ่านเพ่ิมเติมกไ็ ด้ การใชห้ นังสือในการเรียนการสอนนับวา่ มีประโยชน์แก่ผ้เู รียนทั้งในด้านการศึกษารายบุคคลเพอื่ ให้ผู้เรียนสามารถ ใชอ้ า่ นในเวลาทต่ี ้องการ และในดา้ นเศรษฐกิจเนื่องจากสามารถใชอ้ ่านไดห้ ลายคนและเก็บไวไ้ ดเ้ ปน็ เวลานาน 2. แบบฝกึ ปฏบิ ตั ิ เป็นสมุดหรือหนังสือที่พิมพ์ข้ึนโดยมีเน้ือหาเป็นแบบฝึกหัดหรือแบบฝึกปฏิบัติเพ่ือเป็นการเพ่ิมทักษะหรือ ทดสอบผ้เู รียน อาจมเี นื้อหาในรปู แบบคาถามใหเ้ ลอื กคาตอบ หรือเป็นต้นแบบเพอื่ ใหผ้ ู้เรียนฝกึ ปฏิบตั ิตามโดยอาจ มรี ูปประกอบเพือ่ ให้เข้าใจได้งา่ ยย่ิงขนึ้ เชน่ แบบคัดตัวอักษร ก ไก่ เปน็ ต้น 3. พจนานุกรม เปน็ หนังสือที่มเี นือ้ หาเปน็ คาศัพท์และคาอธิบายความหมายของคาศัพท์ แตล่ ะคานั้น โดยการเรียงตามลา ดับจากอักษรตัวแจกถึงตัวสุดท้ายของภาษาที่ต้องการจะอธิบาย คาศัพท์และคาอธิบายจะเป็นภาษาเดียวกันหรือ ต่างภาษาก็ได้ เช่น คาศัพท์ภาษาอังกฤษและมีคาอธิบายเป็นภาษาไทย หรือท้ังคาศัพท์และคาอธิบายต่างก็เป็น ภาษาอังกฤษ เปน็ ตน้ 4. สารานุกรม เป็นหนังสือท่ีพิมพ์ข้ึนเพ่ืออธิบายหัวข้อหรือข้อความต่างๆ ตามลาดับของตัวอักษร เพ่ือให้ผู้อ่านสามารถ คน้ คว้าเพ่ือความร้แู ละการอา้ งองิ โดยมรี ปู ภาพ แผนภมู ิ ฯลฯ ประกอบคาอธิบายให้ชัดเจนยิ่งขน้ึ 5. หนังสือภาพและภาพชุดต่างๆ เป็นหนังสอื ที่ประกอบดว้ ยภาพต่างๆ ทเ่ี ป็นเรื่องเดียวกันตลอดทั้งเล่ม สว่ นใหญจ่ ะเปน็ หนังสือภาพทพี่ ิมพ์ สอดสสี วยงาม เหมาะแก่การเกบ็ ไว้ศึกษาหรอื เป็นท่ีระลึก เช่น หนงั สือภาพชดุ พระท่ีนั่งวิมานเมฆ หรือหนังสือภาพ ชดุ ทัศนยี ภาพของประเทศต่างๆ เปน็ ตน้ 6. วทิ ยานิพนธแ์ ละรายงานการวิจัย เป็นส่ิงพิมพ์ท่ีพิมพ์ออกมาจานวนไม่มากนักเพื่อเผยแพร่ไปยังห้องสมุด สถาบันการศึกษาต่างๆ หรือ หน่วยงานทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั งานวิจยั นน้ั เพื่อใหผ้ สู้ นใจใช้เปน็ เอกสารค้นคว้าข้อมลู หรอื ใชใ้ นการอ้างอิง 7. ส่ิงพิมพย์ อ่ สว่ น (Microforms) หนังสือที่เก่าหรือชารุดหรือหนังสือพิมพ์ที่มีอยู่เป็นจานวนมากย่อมไม่เป็นท่ีสะดวกในการเก็บรักษาไว้ จึง จำเป็นตอ้ งหาวิธีเก็บสิ่งพิมพ์เหล่านี้ไว้โดยอาศยั ลกั ษณะการย่อส่วนลงให้เหลือเล็กทส่ี ุดเท่าที่จะทาได้ เพื่อประหยัด เนื้อที่ในการเก็บรักษาและสามารถที่จะนำมาใช้ได้สะดวก จึงมีวิธีการต่างๆ โดยอาศัยเนื้อที่ในการเก็บรักษาและ สามารถท่ีจะนามาใช้ไดส้ ะดวก จงึ มีวิธกี ารตา่ งๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีในการทาสงิ่ พิมพย์ อ่ ส่วน ได้แก่

12 ก. ไมโครฟิลม์ (Microfilm) เป็นการถ่ายหนังสือแต่ละหน้าลงบนม้วนฟิล์มที่มีความกว้างขนาด 16 หรือ 35 มิลลิเมตร โดยฟิล์ม 1 เฟรมจะ บรรจหุ น้าหนงั สือได้ 1-2 หนา้ เรียงติดตอ่ กันไป หนังสอื เล่มหนงึ่ จะสามารถบนั ทึกลงบนไมโครฟลิ ์มโดยใช้ความยาว ของฟิลม์ เพียง 2-3 ฟตุ ตามปกตจิ ะใช้ฟลิ ม์ 1 ม้วนต่อหนังสือ 1 เลม่ และบรรจุม้วนฟิล์มลงในกล่องเล็กๆ กลอ่ งละ ม้วนเมือ่ จะใช้อ่านก็ใส่ฟลิ ม์ เข้าในเครื่องอา่ นท่มี ีจอภาพหรือจะอัดสาเนาหนา้ ใดก็ได้เชน่ กัน ข. ไมโครฟชิ (Microfiche) เป็นแผ่นฟิล์มแข็งขนาด 4 x 6 น้ิว สามารถบันทึกข้อความจากหนังสือโดยย่อเป็นกรอบเล็กๆ หลายๆ กรอบ แผ่นฟิล์มนจี้ ะมีเน้ือทมี่ ากพอทีจ่ ะบรรจุหน้าหนังสือที่ย่อขนาดแลว้ ไดห้ ลายร้อยหน้า ตัวอักษรที่ย่อจะมสี ีขาวบนพื้น หน้าหนังสือสีดา สามารถอ่านได้โดยวางแผ่นฟิล์มลงบนเคร่ืองฉายท่ีขยายภาพให้ไปปรากฏบนจอภาพสาหรับอ่าน และจะอ่านหนา้ ใดกไ็ ดเ้ ลื่อนภาพไปมา และยังสามารถนาไปพิมพ์บนกระดาษและอัดสาเนาได้ดว้ ย ส่อื สง่ิ พิมพ์เพือ่ เผยแพรข่ า่ วสาร – หนังสือพิมพ์ (Newspapers) เป็นส่ือส่ิงพิมพ์ท่ีผลิตข้ึนโดยนาเสนอเรื่องราว ข่าวสารภาพและความ คิดเห็น ในลักษณะของแผ่นพิมพ์ แผ่นใหญ่ ที่ใช้วิธีการพับรวมกัน ซึ่งส่ือสิ่งพิมพ์ชนิดน้ี ได้พิมพ์ออกเผยแพร่ท้ัง ลักษณะ หนังสอื พิมพ์รายวนั , รายสัปดาห์ และรายเดอื น – วารสาร, นติ ยสาร เปน็ ส่ือสงิ่ พิมพท์ ่ผี ลิตขน้ึ โดยนาเสนอสาระ ข่าว ความบันเทงิ ทมี่ รี ูปแบบการนาเสนอ ท่โี ดดเดน่ สะดุดตา และสรา้ งความสนใจใหก้ ับผู้อา่ น ทั้งนี้การผลิตน้ัน มีการ กาหนดระยะเวลาการออกเผยแพร่ท่ี แนน่ อน ท้งั ลักษณะวารสาร, นติ ยสารรายปกั ษ์ (15 วนั ) และ รายเดอื น – จุลสาร เป็นสื่อส่ิงพิมพ์ทผ่ี ลติ ขึ้นแบบไม่มงุ่ หวังผลกาไร เป็นแบบให้เปล่าโดยให้ผ้อู ่านได้ศึกษาหาความรู้ มีกาหนดการออกเผยแพร่เป็นครั้ง ๆ หรือลาดับต่าง ๆ ในวาระพิเศษ แสดงเนื้อหาเป็นข้อความที่ผู้อ่าน อ่านแล้ว เขา้ ใจง่าย สิง่ พิมพอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เป็นส่ือสิ่งพิมพ์ท่ีผลิตขึ้นเพื่อใช้งานในคอมพิวเตอร์ หรือระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ได้แก่ Document Formats, E-book for Palm/PDA เปน็ ตน้ บทบาทของส่อื ส่ิงพิมพเ์ พื่อการศึกษา บทบาทของส่ือสิ่งพิมพ์ในสถานศึกษา สื่อสิ่งพิมพ์ถูกนาไปใช้ในสถานศึกษาโดยทั่วไป ซ่ึงทาให้ผู้เรียน ผู้สอนเข้าใจในเนื้อหามากขึ้น เช่น หนังสือ ตารา แบบเรียน แบบฝึกหัดสามารถพัฒนาได้เป็นเน้ือหาในระบบ เครอื ขา่ ยอินเตอรเ์ น็ตได้

13 แนวทางการประยุกต์ใช้ส่ือส่ิงพิมพ์เพื่อการเรียนการสอน หรือการศึกษา การใช้ส่ิงพิมพ์เพื่อการศึกษาในการเรียน การสอนนน้ั จำแนกไดเ้ ป็น 3 วิธี คือ 1. ใช้เป็นแหลง่ ขอ้ มลู เกีย่ วกับวชิ าท่ีเรยี น 2. ใช้เป็นวัสดุการเรยี นรว่ มกับสือ่ อ่ืนๆ 3. ใช้เป็นส่ือเสรมิ ในการเรยี นรแู้ ละเพิม่ พูนประสบการณ์ .จากวิธีการใช้สิ่งพิมพ์ทั้ง 3 วิธีน้ัน ผู้สอนสามารถนาสิ่งพิมพ์ทั้งท่ีเป็นสิ่งพิมพ์ท่ัวไป หรือส่ิงพิมพ์เพื่อการศึกษา โดยเฉพาะมาใชใ้ นการเรยี นการสอนกไ็ ด้ ท้งั น้โี ดยพิจารณาตามลกั ษณะของสิง่ พมิ พแ์ ละลักษณะของการใช้ ดงั นี้ 1. สิ่งพมิ พท์ ่เี ขียนข้นึ ในลักษณะของหนังสือตารา ใช้เพอ่ื การศกึ ษาในระบบโรงเรียนตามหลกั สตู ร 2. ส่ิงพิมพ์ที่เขียนขึ้นในลักษณะบทเรียนสาเร็จรูปเพ่ือง่ายต่อการศึกษาด้วยตนเอง เหมาะสาหรับใช้ใน การศึกษาทางไกลร่วมกับสื่ออื่นๆ เชน่ โทรทัศน์ เทปเสยี งสรปุ บทเรยี น และการสอนเสริม เป็นต้น 3. ส่ิงพิมพ์เสริมการเรียนการสอน เช่น แบบฝึกปฏิบัติ คู่มือเรียน ฯลฯ อาจใช้ร่วมกับสื่อบุคคลหรือ ส่อื มวลชนประเภทอืน่ ๆ ได้ 4. ส่งิ พิมพ์ทั่วๆ ไป เช่น นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ที่มีคอลัมน์หรือบทความที่ให้ประโยชน์ ผู้สอนอาจแนะ นาให้ผู้เรยี นอา่ นเพอ่ื เพิ่มพูนความรู้หรอื เพ่ือนามาใช้อา้ งองิ ประกอบการค้นคว้า 5. สิ่งพิมพ์ประเภทภาพชุด เป็นการให้ความรูท้ างรูปธรรมเพอื่ ใชใ้ นการเสรมิ สร้างประสบการณ์ ทาให้ผู้เรียน เข้าใจเหตุการณ์เร่ืองราวหรือส่ิงท่ีเป็นนามธรรมได้ชัดเจนข้ึน เช่น ภาพชุดชีวิตสัตว์ หรือภาพชุดพระราช พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นต้น (สานักการศึกษา กรุงเทพมหานคร, 9 กันยายน 2553) ประโยชน์และคุณค่าของสอื่ ส่ิงพิมพเ์ พอื่ การศึกษา 1. สอ่ื สิ่งพมิ พส์ ามารถเกบ็ ไวไ้ ดน้ าน สามารถนามาอ่านซ้าแล้วซ้าอีกได้ 2. สื่อสิ่งพมิ พเ์ ปน็ ส่ือที่มรี าคาถูกเมอ่ื เทยี บกบั สื่ออนื่ ๆ 3. ส่ือส่ิงพมิ พ์เปน็ สือ่ ทีใ่ ช้งา่ ย ไมย่ ุ่งยาก 4. ส่ือส่ิงพิมพ์เป็นส่ือที่จัดทาได้ง่าย โดยครูผู้สอนสามารถทาได้เองได้ มีวิธีทาท่ีไม่ยุ่งยากซับซ้อน เช่น ใบ งาน ใบความรู้ เปน็ ต้น

14 ขอ้ ดีและข้อจากดั ของส่อื สง่ิ พมิ พเ์ พ่อื การศกึ ษา ขอ้ ดี 1. สามารถอา่ นซ้า ทบทวน หรืออา้ งอิงได้ 2. เป็นการเรียนรูท้ ่ีดสี าหรับผู้ท่สี นใจ 3. เปน็ การกระตนุ้ ให้คนไทยรักการอา่ น ข้อจำกดั 1. ผู้มีปญั หาทางสายตา หรอื ผสู้ ูงอายอุ ่านไมส่ ะดวกในการใช้ 2. ขอ้ มลู ไม่สามารถปรบั ปรงุ แก้ไขไดท้ นั ทว่ งทไี ด้ 3. ผูไ้ ม่ร้หู นังสือ ไมส่ ามารถเข้าถงึ ได้ ความหมายของสือ่ ออนไลน์ ความหมายของสอ่ื สังคมออนไลน์ ส่ือสังคมออนไลน์ หมายถึง ส่ือดิจิทัลท่ีเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการทางสังคม(Social Tool) เพ่ือใช้ ส่ือสารระหว่างกนั ในเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซตแ์ ละโปรแกรมประยกุ ต์บนสอื่ ใดๆ ที่มี การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเน้นให้ผู้ใช้ทั้งท่ีเป็นผู้ส่งสารและผู้รับสารมีส่วนร่วม (Collaborative) อย่าง สรา้ งสรรค์ ในการผลิตเนอ้ื หาข้ึนเอง (User-GenerateContent:UGC) ในรปู ของขอ้ มูลภาพและเสยี ง สำหรับในยุคนี้ เราคงจะหลีกเลี่ยงหรือหนีคำว่า Social Media ไปไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็จะพบ เห็นมันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลายๆ คนก็อาจจะยังสงสัยว่า “Social Media” มันคืออะไรกันแน่ วันน้ีเราจะมารู้จัก ความหมายของมนั กนั ครบั คำวา่ “Social” หมายถงึ สังคม ซง่ึ ในทนี่ จี้ ะหมายถึงสงั คมออนไลน์ ซึ่งมขี นาดใหมม่ ากในปัจจุบัน คำว่า “Media” หมายถึง สื่อ ซึ่งกค็ อื เนื้อหา เรอ่ื งราว บทความ วดี ีโอ เพลง รูปภาพ เปน็ ตน้ ดังนั้นคำว่า Social Media จึงหมายถึง สื่อสังคมออนไลน์ท่ีมีการตอบสนองทางสังคมได้หลายทิศทาง โดยผ่านเครอื ข่ายอนิ เตอร์เนต็ พูดงา่ ยๆ ก็คือเว็บไซต์ท่ีบุคคลบนโลกน้ีสามารถมปี ฏสิ ัมพนั ธโ์ ้ต้ตอบกนั ได้น่ันเอง พ้ืนฐานการเกิด Social Media ก็มาจากความต้องการของมนษุ ย์หรือคนเราท่ีต้องการติดต่อสอ่ื สารหรือมี ปฏิสัมพันธ์กัน จากเดิมเรามีเว็บในยุค 1.0 ซึ่งก็คือเว็บท่ีแสดงเน้ือหาอย่างเดียว บุคคลแต่ละคนไม่สามารถติดต่อ หรือโต้ตอบกันได้ แต่เมื่อเทคโนโลยีเวบ็ พัฒนาเข้าสู่ยุค 2.0 ก็มกี ารพัฒนาเวบ็ ไซต์ท่ีเรียกว่า web application ซ่ึง ก็คือเว็บไซตม์ ีแอพลิเคชนั หรอื โปรแกรมต่างๆ

15 ทม่ี าและความสำคัญ ส่ือสังคมออนไลน์กลับส่งอิทธิพลลบต่อชีวิตประจำวนั และความสัมพนั ธ์ของคนในสงั คมอยา่ งชัดเจนมาก ย่งิ ขึ้นจนกลายเป็นประเด็นทางสังคม ท่ีท้งั สือ่ บทกฎหมาย และประชาชนเองจะต้องให้ความสำคัญในการป้องกัน และแกไ้ ขปัญหาเหล่าน้ี สอ่ื สังคมออนไลน์ใช้ส่ือสารระหว่างกนั ในเครอื ข่ายทางสังคม ผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรมประยุกต์บน สื่อใดๆ ท่ีมีการเช่ือมต่อกับอินเทอร์เน็ต โดยเน้นให้ผู้ใช้ท้ังที่เป็นผู้ส่งสารและผู้รับสารมีส่วนร่วม อย่างสร้างสรรค์ ในการผลติ เน้ือหาขน้ึ ในรูปของขอ้ มูล ภาพ และเสยี ง ทั้งน้ีการใช้สื่อออนไลน์ต่างๆ ก็ต้องอยู่ในขอบเขตในความพอประมาณ เล่นในประมาณที่พอเหมาะเพื่อ เป็นผลดีตอ่ สายตาและรา่ งกาย ประเภทสื่อสังคมออนไลน์ ประเภทของส่ือสังคมออนไลน์ มีด้วยกันหลายชนิด ข้ึนอยู่กับลักษณะของการนำมาใช้โดยสามารถ แบง่ เปน็ กลมุ่ หลกั ดงั นี้ 1. Weblogs หรือเรียกส้ันๆ ว่า Blogs คือ ส่ือส่วนบุคคลบนอินเทอร์เน็ตที่ใช้เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ข้อคิดเห็น บันทึกส่วนตัว โดยสามารถแบ่งปันให้บุคคลอื่นๆ โดยผู้รับสารสามารถเข้าไปอ่าน หรือแสดง ความคิดเห็นเพิ่มเตมิ ได้ ซึง่ การแสดงเนื้อหาของบล็อกนัน้ จะเรยี งลำดบั จากเน้ือหาใหม่ไปสู่เนอื้ หาเก่า ผู้เขยี นและ ผ้อู ่านสามารถคน้ หาเน้ือหายอ้ นหลงั เพื่ออา่ นและแก้ไขเพ่มิ เติมได้ตลอดเวลา เชน่ Exteen,Bloggang,Wordpress,Blogger,Okanation 2. Social Networking หรือเครือข่ายทางสังคมในอินเทอร์เน็ต ซ่ึงเป็นเครือข่ายทางสังคมท่ีใช้สำหรับ เชื่อมตอ่ ระหวา่ งบุคคล กลุ่มบุคคล เพ่ือให้เกิดเปน็ กลมุ่ สงั คม(Social Community) เพอื่ รว่ มกันแลกเปล่ียนและ แ บ่ ง ปั น ข้ อ มู ล ร ะ ห ว่ า ง กั น ท้ั ง ด้ า น ธุ ร กิ จ ก า ร เมื อ ง ก า ร ศึ ก ษ า เ ช่ น Facebook, Hi5, Ning,Linkedin,MySpace,Youmeo,Friendste 3. Micro Blogging และ Micro Sharing หรือที่เรียกกันว่า “บล็อกจ๋ิว” ซึ่งเป็นเว็บเซอร์วิสหรือเว็บไซต์ท่ี ให้ บ ริการแก่บุ ค ค ลท่ั วไป สำห รับ ให้ ผู้ใช้บ ริก ารเขียน ข้อ ความ สั้น ๆ ป ระม าณ 140 ตัวอั กษ รที่ เรียกว่า “Status” หรือ “Notice” เพือ่ แสดงสถานะของตวั เองว่ากำลังทำอะไรอยูห่ รอื แจ้งข่าวสารตา่ งๆแก่กลุ่ม เพอื่ นในสงั คมออนไลน์ (OnlineSocialNetwork) (Wikipedia,2010) ทงั้ นี้การกำหนดให้ใชข้ ้อมูลในรปู ข้อความ ส้ันๆ ก็เพื่อให้ผู้ใช้ที่เป็นทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน เข้าใจง่าย ท่ีนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Twitter 4. Online Video เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการวิดีโอออนไลน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซ่ึงปัจจุบันได้รับความนิยม อยา่ งแพร่หลายและขยายตัวอย่างรวดเร็วเน่ืองจากเน้อื หาท่นี ำเสนอในวิดีโอออนไลน์ไม่ถูกจำกัดโดยผังรายการที่ แน่นอนและตายตัวทำให้ผใู้ ช้บริการสามารถติดตามชมได้อยา่ งต่อเน่ืองเพราะไมม่ ีโฆษณาคน่ั รวมทั้งผู้ใช้สามารถ เลือกชมเน้ือหาได้ตามความตอ้ งการและยงั สามารถเช่อื มโยงไปยงั เว็บวดิ โี ออนื่ ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ งได้จำนวนมากอีกดว้ ย เชน่ Youtube, MSN, Yahoo

16 5. Poto Sharing เป็นเว็บไซต์ท่ีเน้นให้บริการฝากรูปภาพโดยผู้ใช้บริการสามารถอัพโหลดและดาวน์โหลด รูปภาพเพื่อนำมาใช้งานได้ ที่สำคัญนอกเหนือจากผู้ใช้บริการจะมีโอกาสแบ่งปันรูปภาพแล้ว ยังสามารถใช้เป็น พ้ื น ท่ี เพื่ อ เส น อ ข า ย ภ า พ ที่ ต น เอ ง น ำ เข้ า ไ ป ฝ า ก ไ ด้ อี ก ด้ ว ย เช่ น Flickr, Photobucket, Photoshop,Express, Zooom 6. Wikis เป็นเว็บไซต์ท่ีมีลักษณะเป็นแหล่งข้อมูลหรือความรู้ (Data/Knowledge)ซ่ึงผู้เขียนส่วนใหญ่ อาจจะเป็นนักวิชาการ นักวิชาชีพหรอื ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านตา่ งๆ ท้ังการเมือง เศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรม ซึ่งผู้ใช้สามารถเขียนหรือแก้ไขข้อมูลได้อย่างอิสระ เช่น Wikipedia, Google Earth,diggZy Favorites Online 7. Virtual Worlds คอื การสร้างโลกจินตนาการโดยจำลองสว่ นหน่ึงของชีวิตลงไป จดั เป็นส่อื สงั คมออนไลน์ ที่บรรดาผู้ท่องโลกไซเบอร์ใช้เพ่ือส่ือสารระหว่างกันบนอินเทอร์เน็ตในลักษณะโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ซ่ึงผู้ที่จะเข้าไปใช้บริการอาจจะบริษัทหรือองค์การด้านธุรกิจ ด้านการศึกษา รวมถึงองค์การด้านส่ือ เช่น สำนักข่าวรอยเตอร์ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ต้องเสียคา่ ใช้จ่ายในการซื้อพื้นท่ีเพื่อให้บุคคลในบริษัทหรือองค์กร ได้มีช่องทางในการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ไปยังกลุ่มเครือข่ายผู้ใช้สื่อออนไลน์ ซ่ึงอาจจะเป็นกลุ่ม ลูกค้าท้ังหลัก และรองหรือ ผู้ท่ีเก่ียวข้องกับธุรกิจ ของบริษัท หรือองค์การก็ได้ ปัจจุบันเว็บไซต์ท่ีใช้หลัก Virtual Worlds ที่ ประสบผลสำเรจ็ และมีช่ือเสียง คอื Second life 8. Crowd Sourcing มาจากการรวมของคำสองคำคือ Crowd และ Outsourcing เป็นหลักการขอความ รว่ มมือจากบุคคลในเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยสามารถจัดทำในรปู ของเว็บไซต์ที่มวี ัตถุประสงค์หลักเพื่อค้นหา คำตอบและวิธีการแก้ปัญหาต่างๆท้ังทางธุรกิจ การศึกษา รวมท้ังการสื่อสาร โดยอาจจะเป็นการดึงความ ร่วมมือจากเครือข่ายทางสังคมมาช่วยตรวจสอบขอ้ มูลเสนอความคิดเห็นหรือให้ขอ้ เสนอแนะ กลุ่มคนทีเ่ ข้ามาให้ ข้อมูลอาจจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือผู้มีความเช่ียวชาญเฉพาะด้านท่ีอยู่ในภาคธุรกิจหรือแม้แต่ในสังคมนัก ข่าว ข้อดขี องการใช้หลัก Crowd souring คือ ทำให้เกิดความหลากหลายทางความคิดเพอื่ นำ ไปส่กู ารแก้ปญั หาที่ มปี ระสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยตรวจสอบหรอื คัดกรองข้อมลู ซึง่ เป็นปัญหาสาธารณะร่วมกันได้ เชน่ Idea storm, Mystarbucks Idea 9. Podcasting ห รื อ Podcast ม า จ า ก ก า ร ร ว ม ตั ว ข อ ง ส อ ง ค ำ คื อ “Pod” กั บ “Broadcasting” ซ่ึง “POD” หรือ PersonalOn - Demand คือ อุปสงค์หรือความต้องการส่วนบุคคล ส่วน “Broadcasting” เป็นการนำสื่อต่างๆ มารวมกันในรูปของภาพและเสียง หรืออาจกล่าวง่ายๆ Podcast คือ การ บันทึกภาพและเสียงแล้วนำมาไว้ในเว็บเพจ (Web Page) เพื่อเผยแพร่ให้บุคคลภายนอก (The public in general) ท่ีสนใจดาวนโ์ หลดเพอื่ นำไปใชง้ าน เช่น Dual Geek Podcast, Wiggly Podcast 10. Discuss / Review/ Opinion เป็นเว็บบอร์ดที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถแสดงความคิดเห็น โดยอาจจะ เกี่ยวกับ สินค้าหรือบริการ ประเด็นสาธารณะทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม เช่น Epinions, Moutshut, Yahoo!Answer, Pantip,Yelp

17 ประโยชนข์ อง Social networks เครอื ข่ายสังคมออนไลน์ 1. สามารถแลกเปล่ยี นขอ้ มลู ความรใู้ นสง่ิ ท่สี นใจรว่ มกนั ได้ 2. เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อมเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคิดเห็น แลกเปล่ียนความรู้ หรือต้ัง คาถามในเร่ืองตา่ งๆ เพอื่ ใหบ้ ุคคลอ่ืนทีส่ นใจหรือมคี าตอบได้ชว่ ยกนั ตอบ 3. ประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายในการตดิ ตอ่ ส่อื สารกับคนอ่ืน สะดวกและรวดเร็ว 4. เป็นส่ือในการนำเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขียน รูปภาพ วีดิโอต่างๆ เพ่ือให้ผู้อื่นได้เข้ามารับชมและ แสดงความคดิ เห็น 5. ใช้เป็นส่ือในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือบริการลูกค้าสาหรับบริษัทและองค์กรต่างๆ ช่วยสร้างความ เช่อื มนั่ ให้ลูกคา้ 6. ชว่ ยสรา้ งผลงานและรายไดใ้ ห้แก่ผใู้ ช้งาน เกิดการจา้ งงานแบบใหมๆ่ ข้นึ 7. คลายเครยี ดได้สำหรับผใู้ ชท้ ีต่ ้องการหาเพอื่ นคุยเล่นสนกุ ๆ 8. สรา้ งความสมั พนั ธท์ ่ีดีจากเพ่ือนสู่เพือ่ นได้

18 ความหมายของอาชพี อาชีพ หมายถึง การทำกิจกรรม การทำงาน การประกอบการที่ไม่เป็นโทษแก่สังคม และมีรายได้ตอบ แทน โดยอาศัยแรงงาน ความรู้ ทักษะ อุปกรณ์ เครื่องมือ วิธีการ แตกต่างกันไปกลุ่มอาชีพตามลักษณะการ ประกอบอาชพี มี 2 ลกั ษณะ คือ อาชีพอิสระ และอาชีพรบั จ้าง 1. อาชพี อิสระ หมายถึง อาชีพทุกประเภทท่ผี ู้ประกอบการดำเนินการด้วยตนเอง แต่เพยี งผู้เดยี วหรือเป็น กลุ่ม อาชีพอิสระเป็นอาชีพท่ีไม่ต้องใช้คนจำนวนมาก แต่หากมีความจำเป็นอาจมีการจ้างคนอ่ืนมาช่วยงานได้ เจ้าของกิจการเป็นผู้ลงทุน และจำหน่ายเอง คิดและตัดสินใจด้วยตนเองทุกเร่ือง ซึ่งช่วยให้การพัฒนางานอาชีพ เป็นไปอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ การประกอบอาชีพอิสระ เช่น ขายอาหาร ขายของชำ ซ่อมรถจักรยานยนต์ ฯลฯ ในการประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการจะต้องมีความรู้ ความสามารถในเร่ือง การบริหาร การจัดการ เช่น การตลาด ทำเลท่ีต้ัง เงินทุน การตรวจสอบ และประเมินผล เป็นต้น นอกจากน้ียังต้องมีความอดทนต่องาน หนัก ไม่ถ้อถอยต่อ ปัญหาอุปสรรคที่เกิดข้ึน มีความคิดริเร่ิม สร้างสรรค์ และมองเห็นภาพการดำเนินงาน ขอ ง ตนเองไดท้ ะลุปรุโปร่ง 2. อาชีพรับจ้าง หมายถึง อาชีพท่ีมีผู้อ่ืนเป็นเจ้าของกิจการ โดยตัวเองเป็นผู้รับจ้าง ทำงานให้ และได้รับ ค่าตอบแทนเป็นค่าจ้าง หรือเงินเดือน อาชีพรับจ้างประกอบด้วย บุคคล 2 ฝ่าย ซ่ึงได้ตกลงว่าจ้างกัน บุคคลฝ่าย แรกเรยี กว่า \"นายจ้าง\" หรือผู้วา่ จ้าง บคุ คลฝ่ายหลงั เรียกว่า \"ลูกจ้าง\" หรือผู้รบั จ้าง มีคา่ ตอบแทนท่ีผู้ว่าจ้างจะต้อง จ่ายให้แก่ ผูร้ ับจา้ งเรียกว่า \"ค่าจ้าง\" การประกอบอาชีพรับจ้าง โดยทั่วไปมีลักษณะ เป็นการรับจ้างทำงานในสถาน ประกอบการหรือโรงงาน เปน็ การรบั จ้างในลกั ษณะการขายแรงงาน โดยได้รบั ค่าตอบ แทนเป็นเงนิ เดือน หรอื คา่ ตอบแทนท่ีคิดตามช้ินงานท่ี ทำได้ อตั ราค่าจา้ งขึ้นอยู่กบั การกำหนด ของเจ้าของสถานประกอบการ หรือนายจ้าง การทำงานผู้รับจ้างจะทำอยู่ภายในโรงงาน ตามเวลาที่

19 นายจ้างกำหนด การประกอบอาชีพรับจ้างในลักษณะนี้มีข้อดีคือ ไม่ต้องเสี่ยง กับกาลงทุน เพราะลูกจ้างจะใช้ เคร่ืองมือ อุปกรณ์ท่ีนายจ้างจัดไว้ให้ทำงานตามท่ีนายจ้าง กำหนด แต่มีข้อเสีย คือ มักจะเป็นงานที่ทำซ้ำ ๆ เหมือนกันทุกวัน และต้องปฏิบตั ติ ามกฎ ระเบยี บของนายจ้าง ในการประกอบอาชีพรบั จ้างนั้น มีปัจจัยหลายอย่าง ท่ีเอื้ออำนวยให้ผู้ประกอบอาชีพ รับจ้างมีความเจริญก้าวหน้าได้ เช่น ความรู้ ความชำนาญในงาน มีนิสัยการ ทำงานที่ดี มีความกระตือรือร้น มานะ อดทน ในการทำงาน ยอมรับกฎเกณฑ์และเช่ือฟังคำสั่ง มีความซื่อสัตย์ สุจริต ความขยันหม่ันเพียร รับผิดชอบ มีมนุษยสัมพันธ์ท่ีดี รวมท้ัง สุขภาพอนามัยท่ีดี อาชีพต่าง ๆ ในโลกมี มากมาย หลากหลายอาชีพ ซ่ึงบุคคลสามารถจะเลือกประกอบ อาชีพได้ตามความถนัด ความต้องการ ความชอบ และความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ ประเภทใด จะเป็นอาชีพอิสระ หรืออาชีพรับจ้าง ถ้าหากเป็นอาชีพท่ีสุจริต ย่อมจะทำให้ เกิดรายได้มาสู่ตนเอง และครอบครัว ถ้าบุคคลผู้นั้นมีความมุ่งม่ัน ขยัน อดทน ตลอดจน มีความรู้ ขอ้ มูลเกยี่ วกบั อาชีพตา่ ง ๆ จะทำให้มองเหน็ โอกาสในการเข้าสอู่ าชพี และพฒั นา อาชีพใหม่ ๆ ใหเ้ กดิ ข้ึนอยู่เสมอ แซนวชิ เพอื่ สุขภาพ แซนวิช เงนิ ลงทนุ : ครงั้ แรกประมาณ 800 บาท รายได้ : ประมาณ 500 บาท/วนั วสั ดุ/อปุ กรณ์ : โต๊ะ-เก้าอี้ ถาดวางแซนด์วิช มีด เขียง ภาชนะใส่ขนมปังและไส้ พลาสติกใส (ห่อแซนด์วิช) สก๊อตเทป ตะกร้าใสข่ อง

20 วิธที ำไส้แซนดว์ ชิ : มายองเนส (นำ้ สลดั ) สว่ นผสม : – น้ำมันสลดั 2 ถ้วยตวง – ไขแ่ ดง (ไข่ไก)่ 6 ฟอง – มสั ตาร์ด 1 ชอ้ นโต๊ะ – พรกิ ไทยปน่ 1 ช้อนชา – น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง – เกลือป่น 1 ชอ้ นชา – น้ำมะนาว 5 ช้อนโตะ๊ วิธที ำ : 1. ผสมนำ้ ตาลทราย มัสตารด์ พริกไทยปน่ เกลอื ป่น เขา้ ด้วยกัน 2. ใสไ่ ข่แดงลงไปคนหรอื ใชเ้ ครือ่ งตจี นขนึ้ ฟู 3. ใสน่ ำ้ มนั สลดั สลบั กับน้ำมะนาวจนหมด ผักดอง สว่ นผสม : – กะหล่ำปลีห่ันฝอย 2 ถ้วยตวง – แครอทหัน่ ฝอย 1 ถ้วยตวง – น้ำสำหรับดอง (น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง และเกลือป่น 1 ช้อนชา ผสมกัน) วิธีทำ : 1. เคล้ากะหล่ำปลกี บั แครอทพอน่ิมล้างนำ้ ผงึ่ ใหส้ ะเด็ดน้ำ 2. เทน้ำสำหรับดองใส่ในผกั เคลา้ ให้ท่วั หมักไว้ 1 คืน 3. นำข้ึนจากนำ้ ดอง บบี ใหแ้ ห้ง สับให้ละเอียด ไส้ไก่ สว่ นผสม : – อกไก่ต้มสับละเอียด ½ ถว้ ยตวง – หมูแฮมตดิ มันเลก็ น้อยสับละเอียด ½ ถ้วยตวง – ผักดองสับละเอยี ด 1 ช้อนโตะ๊

21 – มายองเนส (น้ำสลัด) ¼ ถ้วยตวง วีธีทำ : ผสมเคร่ืองปรุงพอเข้ากัน ทาบนขนมปังช้ินหนึ่ง แล้ววางผักกาดหอมข้างบน เอาขนมปังอีกช้ินหน่ึงทา เนยบาง ๆ ประกบกบั ชน้ิ แรก ไส้ปลาทูนา่ สว่ นผสม : – ปลาทนู ่ากระป๋องยลี ะเอยี ด 1 ถ้วยตวง – หอมใหญ่สับละเอียด ¼ ถว้ ยตวง – มายองเนส ¼ ถ้วยตวง – กา้ นผักชสี บั ละเอยี ด 2 ชอ้ นโต๊ะ วธิ ที ำ : ผสมเคร่อื งปรงุ ให้เขา้ กนั ทาบนขนมปงั ชิน้ หนงึ่ เอาขนมปงั อีกช้นิ หนึง่ ทาเนยบางๆ ประกบกับชน้ิ แรก ไส้ไสก้ รอกหรอื แฮม สว่ นผสม : – ไส้กรอกหรือแฮมสไลซบ์ างพอควร – ผักดองสับละเอียด 1 ถ้วยตวง – มายองเนส (น้ำสลดั ) 1 ถ้วยตวง วิธที ำ : ทาน้ำสลัดบนขนมปังชิ้นหนึ่ง โรยผักดองให้ท่ัวแผ่น ปิดด้วยขนมปังอีกช้ินหน่ึงซึ่งทาเนยด้านบน วางไส้ กรอกหรอื แฮมข้างบนขนมปงั เอาขนมปงั อกี ช้นิ หนึง่ ทาเนยบาง ๆ ประกบรวมเป็นขนมปัง 3 แผ่น ไส้หมหู ยอง วิธที ำ : ผสมหมหู ยองกับน้ำสลัด คลุกใหเ้ ข้ากนั ใส่วางบนขนมปังท่ีทาเนยแลว้ วางประกบกนั วิธที ำแซนด์วชิ : 1. นำขนมปงั มาตัดริมแขง็ ออก 2. ใสไ่ ส้แล้วประกบกนั 2 แผน่ หรือ 3 แผน่ ตามตอ้ งการจากน้นั ตัดครึ่งเป็นชิน้ สามเหลย่ี มหรือตัดอกี คร่ึง เป็นชิ้นสามเหล่ยี มเลก็ 3. หอ่ ด้วยกระดาษพลาสตกิ ใส ตลาด/แหล่งจำหน่าย : แหล่งชุมชนบริเวณที่คนสัญจรไปมาบรเิ วณใกล้ป้ายรถประจำทางหรอื ใกลส้ ถานทที่ ำงาน

22 ขอ้ แนะนำ : 1. ไส้แซนด์วิชสามารถดัดแปลงได้อีกมาก เช่น ไส้หมูหยองกับน้ำพริกเผา ไส้ตับบด ไส้ไข่ต้มสุก ฯลฯ 2. ควรเลือกใช้ขนมปังท่ีใหม่ สด และนิ่ม และหากต้องการความสะดวกก็ใช้ขนมปังชนิดที่ตัดขอบสำเร็จ แลว้ 3. ควรขายในเวลาเชา้ เพราะบุคคลส่วนใหญม่ กั รับประทานเปน็ อาหารเชา้ 4. ถ้ามีเงินลงทุนน้อย ก็ใช้โต๊ะชนิดพับได้ต้ังวางขายแซนด์วิชและมีเก้าอี้สำหรับน่ังขาย 1 ตัว แต่ถ้ามีเงิน ลงทนุ มากกอ็ าจใช้เปน็ รถเขน็ การสานตะกรา้ จากเสน้ พลาสตกิ อปุ กรณท่ีต้องเตรยี ม - เส้นพลาสติกสตี ามชอบ - กรรไกร - สายวดั - ลวด - คีมดดั ลวด

23 ถา้ ทำตามขนาดทรี่ า้ นตัดเส้นตามนคี้ ะ เส้นตั้ง 40 ซ.ม. - 9 เส้น เสน้ นอน 50 ซ.ม. - 7 เส้น เสน้ สาน 60 ซ.ม. - 5 เส้น เส้นเกบ็ ขอบปาก 60 ซ.ม. - 1 เสน้ ลวด เบอร1์ 4 ยาว 50 ซ.ม. - 1 เสน้ ขั้นตอนการทำ - ใช้หนังยางมัดปลายเส้นต้ังท้ัง 9 เส้น รวมไว้ด้วยกัน โดยให้เส้นเรียงกัน เหมือนในภาพ (อาจติดเทปใส เพอ่ื ช่วยให้เสน้ ไมเ่ คลือ่ นและสานงา่ ยขึ้น) - นำเส้นนอนอีก 7 เส้น มาสานขัดกับเส้นตั้ง โดยสานให้เส้นสับหว่างกัน ให้เส้นท่ีสานขัดแล้วอยู่ช่วงกลาง เหมือน ในรูป

24 - จากน้ันจัดเส้นแนวนอนให้ชิด แล้วนำเส้นสาน อีก 5 เส้น มาสานขึ้ันไปด้านบน โดยเร่ิมสานประมาณครึ่งนึงของ เส้นต้งั - เร่มิ สานโดยการนับเสน้ สานลงมาถงึ เสน้ ท่ี6 แลว้ สานขัดสบั หว่างขึน้ ไปด้านบน เหมอื นในรูป

25 - สานขัดไปจนหมดเส้น แลว้ พอถึงมุม ก็นับเสน้ ที่6 เหมอื นเดิม ทำจนครบทง้ั 4 มมุ (ถา้ สานแลว้ กลัวเสน้ หลุด ใช้การพับเส้นแล้วสอดขดั ไวด้ ังภาพ) - พอสานครบท้ัง 4 ดา้ นแล้ว ก็สอดเสน้ สานใหต้ ัวงานผสานกัน ทัง้ 5 เส้น ใหค้ รบ - ดึงจดั ชิ้นงานใหช้ ดิ กัน ไดข้ นาด และพับมุมกล่องใหส้ วยงาม - จากนนั้ ดดั ลวด ดา้ นกว้าง 9.5 ซ.ม. ด้านยาว 12.5 ซ.ม.

26 - จากนัน้ นำลวด ครอบตรงปากชนิ้ งาน แล้วพับเส้นให้ทับลวดดังภาพ - นำเสน้ เกบ็ ขอบปากวางทับลวด แล้วพบั เสน้ ท่เี หลอื สอดลงมา ดงึ เก็บงานให้เรียบรอ้ ย - สอดเสน้ เกบ็ งาน แล้วตัดเสน้ ท่ีเศษออกมา ให้เรียบร้อย - เสร็จแล้วจา้ ได้กลอ่ งใส่ใบเลก็ ของกระจุกกระจิก สีทองสวยเชียว - สำหรบั ท่านที่อยากไดแ้ บบสวยๆ โดยท่ไี มต่ ้องทำ สงั่ ซอ้ื เราได้เลยคะ่ รบั รอง ถกู ดี ทน

27 การพับดอกกุหลาบจากใบเตย 1. ส่วนโคนใบเตยถือเป็นส่วนของก้านกุหลาบน เร่ิมจากกะจากโคนขึ้นมาเอาขนาดตามความยาวก้านท่ีต้องการ จากน้ันพับไปทางขวา ให้ไดอ้ ย่างภาพท่ี 1 จากภาพที่ 1 เราหมนุ ใหม้ าอยู่ในรปู แบบสามเหลย่ี มตามภาพดา้ นล่าง (มือซา้ ยจบั สว่ นโคน มือขวาจบั ส่วนปลาย)

28 2. มือขวาจบั สว่ นปลายไว้ มอื ซา้ ยพับส่วนโคนลงมา ดงั ภาพ 3. จบั ส่วนโคนไว้ พับส่วนปลายลงมา (พับไปทางด้านหลัง) 4. หมุนมอื ทจ่ี บั ส่วนโคนพับทบลงมาหาส่วนปลาย 1 ครัง้ (จะไดส้ ่วนใจกลางดอกไม้) 5. ใชม้ ือซ้ายเล่อื นขน้ึ มาจับยึดสว่ นใจกลางดอกไว้ให้ม่ัน จากน้นั บิดดสว่ นปลาย 1 คร้ัง ตามภาพ เพอ่ื ทำกลีบดอก 6. จากนนั้ จับรวบกันไว้ที่ก้านลกั ษณะเหมือนดอกไม้

29 7. มือขวาบิ ดส่วน ปลายแล้ว จับ รวบไว้ที่ก้าน ท ำอย่างนี้ ไป เร่ือย ๆ จะได้กลีบดอกไม้ท่ีสวยงาม 8. ทำมาจนเกือบสดุ ปลายใบเตย 9. บิดเหมือนทำกลบี ดอกอีก 1 ช้ัน แตใ่ หม้ คี วามเนน่ แบบรัดขอ้ ไว้ 10. จากนน้ั นำปลายใบเตยซ่อนขดั ไว้ดา้ นใน เปน็ อนั เสรจ็ 1 ดอก ทำจำนวนดอกตามปริมาณที่ต้องการ จากน้ันนำมา จัดช่อ เสร็จแล้วจ้า ไปวางไว้ในรถดีกว่า ขับไป หอมไปตลอด ทาง

30 ห้องสมดุ เคลอื่ นที่ ความหมายของห้องสมดุ เคลื่อนท่ี ห้องสมุดเคลอ่ื นท่ี (Mobile library) เป็นบริการสารสนเทศเคล่ือนที่ นับเป็นการจัดบริการในเชิงรุก โดย มีวัตถุประสงค์เพ่ือส่งเสริมการอ่าน และการให้ความรู้และความบันเทิงแก่ผู้ท่ีอยู่ห่างไกลจากแหล่งข้อมูล โดยนำ ทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ เช่น สื่อส่ิงพิมพ์ สื่อโสตทัศน์ เกมส์ ของเล่น ฯลฯ ไปยังชุมชนด้วยพาหนะ ประเภทต่างๆ เช่น รถ รถไฟ เรือ ฯลฯ หรือบางแห่งอาจใช้วิธีการเดินทางด้วยเท้าในกรณีที่สามารถเข้าถึงด้วย พาหนะอืน่ การดำเนินการห้องสมุดเคลื่อนที่ สามารถใช้วัสดุ อุปกรณ์ประเภทต่างๆ บรรจุทรัพยากรสารสนเทศ เคลอื่ นย้ายไปยังสถานทต่ี ่างๆ เชน่ กล่องหนงั สือ ถุงหนังสือ ย่ามหนงั สอื กระเป๋าหนงั สือเป็นต้น ส่วนใหญ่ การดำเนินการห้องสมุดเคล่ือนท่ีของประเทศไทยอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานด้าน การศกึ ษาของรฐั เช่น กระทรวงศกึ ษาธิการ รวมทั้งเป็นงานบริการประเภทหนึง่ ของห้องสมดุ ประชาชน ย่ิงกว่านั้น ปัจจุบันห้องสมุดของมหาวิทยาลัย ภาควิชาบรรรารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ รวมทั้งชมรมนักศึกษาของ สถาบนั อดุ มศึกษาต่างๆ ไดใ้ ห้ความสำคัญกบั ห้องสมุดเคลอื่ นที่ มกี ารจัดโครงการหลายโครงการท่ีเข้าข่ายห้องสมุด เคล่อื นที่ การดำเนินงานห้องสมุดเคลือ่ นที่จะประสบผลสำเร็จได้น้ัน หน่วยงานท่ีดำเนินการ ควรประสานขอความ ร่วมมือกับหน่วยงานอ่ืนๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมท้ังกลุ่มบุคคลหรือบุคคลที่เป็นผู้นำชุมชน เช่น พระ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น สำหรับการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานเอกชน อาจเป็นการขอรับการสนับสนุนพาหนะ วัสดุอปุ กรณแ์ ละงบประมาณในการดำเนินงาน การจดั กิจกรรมห้องสมุดเคล่ือนที่ เป็นการจัดบริการโดยใช้แนวคดิ ทั้งงานหอ้ งสมุดและศูนยก์ ารเรียน ซ่ึง อาจจัดการเรยี นการสอนหลักสตู รส้ันๆ ร่วมไปกับงานบรกิ ารพน้ื ฐานของห้องสมุด เช่น บรกิ ารการอ่าน บรกิ ารยมื - คืน เป็นต้น นอกจากนี้ อาจเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใชบ้ ริการในการออกให้บริการห้องสมุดเคล่ือนท่ีแต่ละ ครง้ั ด้วย ความสำคญั ของห้องสมดุ เคลอื่ นท่ี ห้องสมุดเคลื่อนทน่ี บั เป็นรปู แบบหนงึ่ ของกาารบรกิ ารความร้สู ชู่ ุมชน ที่มีความสำคญั ในดา้ นต่างๆดงั น้ี 1. เป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาอย่างท่ัวถึง และส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตแก่ประชาชน เพ่ือ พัฒนาตนเอง สงั คมประเทศชาตติ ่อไป ท้งั น้เี พราะห้องสมุดเคลื่อนที่มีลักษณะเคลอื่ นย้ายความรู้ไปสู่พนื้ ที่ต่างๆ ซึ่ง สอดคล้องกับแนวศึกษาสมัยใหม่ของรัฐ โดยเห็นได้จากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หมวดที่ 4 มาตราที่ 25 ระบุ ไว้ว่า “ รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดต้ังแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาส ตร์และ เทคโนโลยี ศนู ย์กฬี าและนันทนาการ และแหล่งเรียนรอู้ ืน่ อย่างเพยี งพอและมีประสิทธภิ าพ” (สำนักคณะกรรมการ การศึกษาแห่งชาติ 2542 : 14)

31 2. เป็นการขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศ ทำให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ การ คมนาคมไม่สะดวก และด้อยโอกาสในการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศได้มีโอกาสสามารถรับรู้ข่าวสารในสาขาวิชาการ ตา่ งๆ ไดม้ ากข้ึน 3. เป็นการส่งเสริมการอ่านให้ประชาชนได้รับความรู้ความเพลิดเพลินจากการอ่าน เห็นคุณค่าของการ อ่าน และปลูกฝังนิสยั รักการอา่ นรวมท้งั ป้องกนั การไม่รูแ้ ละการลืมการรหู้ นังสือ 4. เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนรู้จกั ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพ่ือพัฒนาตนเอง อันเปน็ พื้นฐานท่ีจะ นำไปสคู่ วามก้าวหนา้ ของสงั คมและประเทศชาติต่อไป ประเภทของห้องสมดุ เคล่อื นที่ ห้องสมุดเคล่อื นที่สามารถดำเนินการได้ในหลายลักษณะท้ังทางบกและทางน้ำ ท้ังนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการ คมนาคมหรือท้องถ่ินท่ีชุมชนต้ังอยู่ เท่าที่ผ่านมาหน่วยงานหลายแห่งได้จัดห้องสมุดเคล่ือนที่ในลักษณะต่างๆ ห้องสมุดเคล่ือนที่บางแห่งยุติการดำเนินงานไปแล้ว บางแห่งยังคงดำเนินการอยู่ ซึ่งเป็นจุดด้อยของห้องสมุด เคลื่อนท่ี ที่มกั ดำเนนิ การไม่ต่อเน่ือง ด้วยเหตผุ ลจากการขาดการเอาใจใส่ การขาดงบประมาณและบุคลากรในการ ดำเนินการอย่างต่อเนอื่ งและจริงจัง 1. ห้องสมดุ เคล่อื นท่ีทางน้ำ เป็นการบริการที่มุ่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนท่ีอาศัยอยู่ริมน้ำ โดยใช้เรือเป็นพาหนะ หรือท่ีเรียกว่า ห้องสมุดเรือหรือห้องสมุดลอยน้ำ เพื่อบริการแก่ประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในเขตลุ่มน้ำหรือตามริมน้ำ เน่ืองจาก ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำ มีวิถิชีวิตและการเดินทางสัญจร โดยทางน้ำเป็นหลัก ปัจจุบันหน่วยงานท่ีจัดห้องสมุด เคลื่อนท่ีท่ีนา่ สนใจคือ - เรือห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติ ดำเนินการโดยกระทรวงศึกษาธิการ โดยได้รับความร่วมมือจาก กองทัพเรือมอบเรือที่ปลดระวางการใช้งานแล้วและดัดแปลงเป็นห้องสมุดเคลื่อนท่ี ทรัพยากรสารสนเทศที่ ให้บริการ ประกอบด้วยหนังสือหลากหลายประเภท วีดิทัศน์และบทเรียนสำเร็จรูป บริการสารสนเทศท่ีจัดคือ บริการการอ่าน บริการยืม-คืน บริการจองหนังสือ ส่วนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการใช้บริการน้ันมีหลายลักษณะ อาทิ การแขง่ ขันตอบปญั หาชงิ รางวลั การวาดภาพ การแขง่ ขนั การอา่ นและการเขียน เปน็ ต้น การให้บริการจะแล่นลอยลำไปให้บริการตาามจุดต่างๆ ท่ีกำหนดไว้ ในแต่ละวันจอด ให้บรกิ ารตาม ทา่ ทกี่ ำหนด ท้งั นี้จะมตี าราง ประชาสมั พันธ์การใหบ้ รกิ ารลว่ งหน้า - เรือนางนพมาศ ดำเนินการโดยกระทรวงศึกษาธกิ าร เป็นเรือขนาด 2 ชั้น รูปแบบของกิจกรรม การใหบ้ รกิ ารแบง่ ออกเป็น 2 ลกั ษณะไดแ้ ก่เปน็ หอ้ งสมุดเคลื่อนทีแ่ ละศูนย์การเรยี นเคล่ือนท่ีทางนำ้ การจดั บริการเรือนางนพมาศนน้ั มีการจดั ทรัพยากรสารสนเทศหลายประเภท โดยเน้นหนงั สอื ท่ีมีเนื้อหา สอดคล้อง กับชีวติ ประชาชนรมิ น้ำท่ีเก่ียวกับด้านสุขภาพอนามัย กฎหมายท่ีเกี่ยวกับชีวติ ประจำวัน เช่น กฎหมาย แรงงาน กฎหมายครอบครัว กฎหมายที่ดิน เป็นต้น รวมท้ังหนังสือด้านประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของ

32 กรุงเทพมหานคร วัฒนธรรม ประเพณี และอารยธรรมแถบลุ่มน้ำ นอกจากน้ีมีส่ือโสตทัศน์ประเภทวีดิทัศน์ และ แถบเสียงท่ีมเี นือ้ หาสง่ เสริมดา้ นอาชพี สารคดี ธรรมะและบันเทงิ 2. ห้องสมุดเคลือ่ นทที่ างบก เป็นการจัดห้องสมุดเคล่ือนที่โดยใช้รถประเภทต่างๆ เป็นพาหนะให้บริการเคลื่อนที่ไปตามชุมชนใน ทอ้ งท่ีต่างๆ ท้ังในชนบทและในเขตเมือง เชน่ ชมุ ชนแออัด เขตกอ่ สรา้ ง โรงงานเป็นต้น ห้องสมดุ เคล่ือนท่ีทางบกท่ี น่าสนใจคือ - รถห้องสมุดศูนยก์ ารเรียนเคลื่อนท่ี เปน็ ห้องสมดุ เคลื่อนท่ีท่ีใชร้ ถประจำทางขององคก์ ารขนส่งมวลชน กรุงเทพเป็นพาหนะ และดำเนินการโดยกระทรวงศึกษาธิการ มีรถใช้ดำเนินการอยู่ 3 คัน รถแต่ละคันจัดบริการ แตกต่างกัน รถคันท่ี 1 สำหรับบริการเด็กในชุมชนแออัด เขตก้อสร้าง มูลนิธิสงเคราะห์ต่างๆ และโรงเรียนที่ขาด แคลนหนังสือ โดยจัดบริการเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร รถคันท่ี 2 บรกิ ารกลุ่มนักศึกษาการศึกษานอกระบบท่ี มีการจัดกิจกรรมการพบกลุ่ม โดยจัดในบริเวณโรงเรียน วัด โรงงาน ส่วนรถคันท่ี 3 สำหรับบริการประชาชน ท่วั ไป โดยจดั ตามสถานท่ตี ่างๆ เช่นบ้านคนชราบางแค ชุมชนแออัด ฯลฯ ทั้งนี้ทรัพยากรสารสนเทศ และกจิ กรรม ท่จี ัดในรถแตล่ ะคนั จะเลือกหนงั สอื และกิจกรรมท่ีเหมาะสม กับกลุ่มเป้าหมายทีม่ าใช้บรกิ าร - ห้องสมุดเคล่ือนที่รถพ่วงขนาดเล็ก เป็นห้องสมุดท่ีใช้รถพ่วงขนาดเล็กเป็นพาหนะ ดำเนินการโดย ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร โดยดัดแปลงภายในเป็นชั้นหนังสือ ด้านข้างของรถท้ัง 2 ด้าน เป็นบอร์ดนิทรรศการ ทรัพยากรสารสนเทศที่ให้บริการ ประกอบด้วยหนังสือท่ีเน้น หนังสือเด็ก หนังสือแนะนำอาชีพ วีดิทัศน์ และเกมส์ต่างๆ นอกจากบริการห้องสมุดแล้ว ยังมีการฝึกฝนอาชี พ ง่ายๆ เช่น การตัดผม การซ่อมรถ เป็นต้น การออกให้บริการจะหมุนเวียนไปในชนบทท่ีขาดแคลน การรับรู้ ขา่ วสารประมาณเดอื นละ 2-3 คร้ัง นอกจากน้ี การจัดห้องสมุดเคลื่อนทย่ี ังสามารถดำเนินการได้โดยนำทรัพยากรสารสนเทศ บรรจุใส่ในอุปกรณ์ ประเภทต่างๆ นำเคลื่อนย้ายออกให้บริการในสถานท่ีต่างๆ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ บรรจุทรัพยากรสารสนเทศเคลือ่ นท่ี ไปให้บริการในท่ีต่างๆ มีหลายประเภท ตัวอย่างโครงการห้องสมุดเคล่ือนท่ีที่ใช้วัสดุ อุปกรณ์บรรจุทรัพยากร สารสนเทศที่นา่ สนใจ คือ - โครงการชุดความรู้สู่ชนบท ของสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ใชก้ ล่องหนังสือเคล่อื นย้ายไป สถานท่ีต่างๆ ภายในกล่องบรรจุหนังสือ แผ่นพับ ภาพ ฯลฯ โยแต่ละกล่องมีหัวเรื่องกำกับไว้ชัดเจน ภายใต้ฝา เปิด - ปิด แต่ละกล่องมีการแจ้งรายการวัสดุ ที่อยู่ภายในกล่อง ผู้ประสงค์ใช้บริการสามารถเลือกอ่านตามความ สนใจ และความต้องการ หนังสือมีหลายประเภท เช่น หนังสือเด็ก การวางแผนครอบครัว สุขภาพอนามัย ยาเสพ ติด ฯลฯ โดยนำกล่องหนังสือไปไว้ ณ ที่อ่านประจำหมมู่บ้าน โดยมีผู้นำชุมชนเช่น กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน เป็น ผรู้ ับผิดชอบในการใหบ้ รกิ ารยมื -คืน ตลอดจนผใู้ ช้สามารถ ยืมย่ามความรูไ้ ปอ่านทบ่ี ้านได้ดว้ ย โดยกำหนดช่วงเวลา การยมื และการหมุนเวยี น ไปในจุดต่างๆ ตามกำหนด

33 - โครงการส่งเสริมการอ่านของสำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ใช้ย่ามบรรจุทรัพยากร สารสนเทศเคลอ่ื นย้านไปในสถานที่ต่างๆ ยา่ มความรจู้ ัดแจกเป็นใบๆ ตามหวั ข้อเร่ืองท่ีกำหนดผุ้ใช้บริการสามารถ เลือกย่ามความรู้ในหัวข้อเรื่องตามความสนใจ จัดให้บริการตามห้องสมุดโรงเรียนในชนบท โดยมีครูบรรณารักษ์ รับผิดชอบในบริการ ยืม-คืน ตลอดจนผู้ใช้สามมารถยืมย่ามความรู้ไปอ่านที่บ้านได้ด้วย โดยกำหนดช่วงเวลาการ ยมื และการหมนุ เวียน ทั้งนจ้ี ะเปลย่ี นทรัพยากรสารสนเทศในยา่ มความรสู้ มำ่ เสมอ - ห้องสมุดเคล่ือนที่ของศูนย์วิทยพัฒนา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช ปัจจุบันมีศูนย์วิทพัฒนา จำนวน 10 ศูนย์ กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ การให้บริการมีลักษณะเช่น ใช้กระเป๋าหนังสือทำด้วยไม้บรรจุ ทรัพยากรสารสนเทศ เคลอ่ื นย้ายไปสถานที่ตา่ งๆ ทีก่ ำหนดพร้อมการทำกจิ กรรมอืน่ ๆ ของมหาวทิ ยาลัย - ห้องสมุดเคล่ือนที่ของห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารี จังหวัดนครราชสีมา ใช้ถุงหนังสือบรรจุ ทรัพยากร สารสนเทศเคล่ือนที่ ให้บริการรแก่ประชาชนทั่วไป นักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอก ระบบโรงเรียน โดยเฉพาะ กลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเด็กด้อยโอกาส คนพิการ ผู้ท่ีอยู่ห่างไกลจากห้องสมุดหรืออาจจะมาใช้ห้องสมุดไม่สะดวก เพื่อวัตถุประสงค์ เพ่ือวัตถุประสงค์ให้ได้รับข่าวสารท่ีทันสมัย รวมท้ังส่งเสริมการเรียนและการอ่าาน ภายในถุง หนังสือบรรจุ หนังสือประภทต่างๆ โดยมีอาสาสมัครบริการถุงหนังสือ เคลื่อนที่ไปบริการในชุมชน มีกำหนด ระยะเวลาการเปลี่ยนทรัพยากรสารสนเทศในถงุ รปู แบบและวธิ ดี ำเนนิ งานห้องสมุดเคล่อื นที่ ห้องสมุดเคล่ือนที่ สามาดำเนินการได้ท้ังทางบกและทางน้ำโดยใช้พาหนะแตกต่างกัน ได้แก่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เกวียน หรือเรือ ทั้งนี้แล้วแต่สภาพการคมนาคมหรือท้องถ่ินที่ชุมชนน้ันตั้งอยู่ และเรียกชื่อ แตกตา่ งกันออกไป เชน่ ต้หู นังสือเคล่ือนที่ หีบหนังสอื สูป่ ระตูบ้าน หรือหนังสือมขี า เป็นตน้ รูปแบบหนงั สอื เคลื่อนท่ี หอ้ งสมดุ เคลอื่ นที่สามารถจดั ได้หลายรปู แบบ ทีส่ ำคัญไดแ้ ก่ 1. กระเป๋าหนังสือเคลอื่ นที่ จัดโดยการคัดเลอื กหนังสือใส่กระเปา๋ ซึ่งอาจทำโดยผ้าหรอื ไม้ขนาดต่างๆ กัน แล้วแต่ขนาดของสถานที่ที่จะนำออกไปให้บริการ กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชนท่ีด้อยโอกาสในการเข้าถึง ข่าวสารและด้อยโอกาสในการศึกษา เช่น ชาวชนบท ชาวเขา ที่ดำเนินการห้องสมุดเคลื่อนท่ีในรูปแบบน้ี ได้แก่ โครงการหนังสือสัญจรสำหรบั ผู้ใชแ้ รงงาน สโมสรเด็กเคล่ือนที่ โครงการหนงั สือสัญจรเพ่ือเด็กในชนบทและเด็กใน โรงเรยี นของมลู นธิ ิเพ่ือการพัฒนาเดก็ กระเป๋าหนังสือเคลือ่ นที่ของสมาคมพฒั นาการอา่ นของเด็ก เปน็ ต้น

34 ภาพที่ 1.1 บริการในรปู แบบกระเป๋าหนังสือเคล่ือนท่ี 2. หีบหนังสือ จัดโดยการคัดเลือกหนังสือประเภทต่างๆ ใส่หีบซึ่งอาจทำด้วยอีบุก ไม้ หรือสังกะสี แล้ว นำออกไปให้บริการแก่ประชาชนถึงที่อยู่อาศยั เชน่ โครงการหบี หนังสอื ส่ปู ระตูบ้าน โครงการหีบอบี ุกบรรจุหนังสือ หรอื โครงการหบี หนังสอื ซ่ึงใหบ้ รกิ ารแกป่ ระชาชนท่วั ไป ภาพท่ี 2.1 บริการในรูปแบบหีบหนงั สอื

35 3. ถุงหนังสือ เป็นบริการห้องสมุดเคลื่อนที่ของกรมการศึกษานอกโรงเรียน ที่จัดข้ึนโดยใช้ถุงบรรจุ หนงั สอื ประมาณ 20 เล่ม หมุนเวยี นให้ชาวบ้านในชนบทได้อา่ น โดยมีครอู าสาสมัครเป็นผเู้ ดินแจก ภาพที่ 3.1 บริการในรูปแบบถุงหนงั สือ 4. หอ้ งสมุดเรอื หรือห้องสมุดลอยน้ำ เปน็ บริการทีจ่ ดั ใหป้ ระชาชนที่ตง้ั บ้านเรือนอย่รู ิมแม่นำ้ หรือทะเล เช่น ห้องสมุดเรือของโครงการศกึ ษานอกโรงเรียน เรือควีนอลซิ าเบทท่ี 2 ซ่งึ เปน็ เรือโดยสารขา้ มทวีปทมี่ ีห้องสมุด อยู่บนดาดฟ้าของเรือ ภาพที่ 4.1 บรกิ ารในรปู แบบห้องสมดุ เรือหรอื ห้องสมดุ ลอยน้ำ

36 5. รถยนต์เคลื่อนท่ี เปน็ ห้องสมุดเคล่ือนท่ีท่ีจัดโดยใช้รถยนต์บรรทุกหนงั สอื ออกให้บริการแก่ประชาชนท่ี อยู่ตามท้องถิ่นต่างๆ ท้ังในชนบทและในเมือง เช่น โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่เพื่อชุมชนในชนบท โครงการ ห้องสมดุ เคล่อื นที่สำหรับชมุ ชนชาวเขา โครงการตหู้ นังสือเคลือ่ นท่สี ำหรับเดก็ ภาพที่ 5.1 บริการในรปู แบบรถยนต์เคล่ือนท่ี 6. ห้องสมุดรถไฟ เป็นการจัดบริการหนังสือให้แก่ประชาชนท่ีเดินทางด้วยรถไฟ เช่น โครงการส่งเสริม การอ่านบนรถไฟ ภาพท่ี 6.1 บรกิ ารในรูปแบบหอ้ งสมดุ รถไฟ

37 บริการห้องสมดุ เคลื่อนที่น้ันสามารถจัดได้หลายรูปแบบแตกต่างกันตามสภาพของท้องถ่ิน แต่เป้าหมายที่สำคญั คือ การให้ข่าวสารและความรู้ในสาขาวิชาต่างๆ เพ่ือการส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญา เพื่อความเพลิดเพลิน และ เพ่ือพัฒนาทักษะทางวิชาชีพของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย หรือบุคคลอ่ืนๆ เพื่อร่วมจัดกิจกรรมและเพ่ือการ ประชาสัมพนั ธ์

38 บทท่ี 3 วิธีการดำเนินงานตามโครงการ 1. วิธกี ารดำเนนิ งาน ขนั้ เตรยี มการ เพอ่ื จัดประชุมครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา - ชแ้ี จงทำความเข้าใจรายละเอยี ดโครงการ - ช้แี จงแนวทางในการดำเนนิ โครงการ - จดั ทำโครงการและแผนการดำเนนิ การเพื่ออนุมตั ิ - แตง่ ตงั้ กรรมการดำเนนิ งานตามโครงการ 1. คณะกรรมการอำนวยการ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานฝ่าย ต่าง ๆ ให้เป็นไปดว้ ยความเรยี บร้อย ประกอบดว้ ย 1.1 นายสมประสงค์ นอ้ ยจันทร์ ผ้อู ำนวยการ กศน.อำเภอชนแดน ประธานกรรมการ 1.2 นายเกรยี งฤทธิ์ เดตะอุด ครูผ้ชู ว่ ย กรรมการ 1.3 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครอู าสาสมัครฯ กรรมการ 1.4 นางสาวลาวัณย์ สทิ ธิกรวยแกว้ ครอู าสาสมัครฯ กรรมการ 1.5 นางวารี ชูบัว บรรณารักษ์ชำนาญการ กรรมการและเลขานกุ าร 2. ฝ่ายตดิ ต่อประสานงาน มหี นา้ ที่ ตดิ ต่อประสานงานสถานที่จดั การจัดกจิ กรรม ประกอบด้วย 2.1 นางวารี ชูบวั บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 2.2 นางสาวมุจลนิ ท์ ภูยาธร ครู กศน. ตำบล 2.3 นางลาวิน สเี หลอื ง ครู กศน. ตำบล 2.4 นางสาวนภารัตน์ สสี ะอาด ครู กศน. ตำบล 2.5 นางสาวลดาวรรณ์ สทุ ธิพันธ์ ครู กศน. ตำบล 2.6 นางผกาพรรณ มะหิทธิ ครู กศน. ตำบล 2.7 นางสาวพชั ราภรณ์ นรศิ ชาติ ครู กศน. ตำบล 2.8 นางสรุ ตั น์ จนั ทะไพร ครู กศน. ตำบล 2.9 นายเกรยี งไกร ใหมเ่ ทวนิ ทร์ ครู กศน. ตำบล 2.10 นางสาวณฐั ชา ทาแน่น ครู กศน. ตำบล 2.11 นางสาวอุษา ยงิ่ สุก ครู ศรช.

39 3. ฝ่ายการเงินและพัสดุ มีหน้าที่ จัดซื้อพัสดุและยืมเงินสำรองจ่ายตามโครงการ และจัดทำเอกสาร เบิกจ่ายพัสดุ และการเงินตามโครงการใหถ้ ูกต้องเรยี บร้อยและทันต่อเวลาประกอบดว้ ย 3.1 นางวารี ชบู ัว บรรณารักษช์ ำนาญการ 3.2 นางสมบัติ มาเนตร์ ครูอาสาสมัครฯ 3.3 นายศิวณชั ญ์ อัศวสัมฤทธ์ิ ครู ศรช. 4. ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ ส่งข่าวประชาสัมพันธ์วิทยุห้างทองเรดิโอ เสียงตามสาย วิทยุชุมชน ประชาสัมพันธท์ างออนไลน์ Facebook Line ประกอบดว้ ย 4.1 นางวารี ชูบัว บรรณารักษช์ ำนาญการ 4.2 นางสาวมุจลินท์ ภูยาธร ครู กศน. ตำบล 4.3 นางลาวนิ สีเหลอื ง ครู กศน. ตำบล 4.4 นางสาวนภารตั น์ สสี ะอาด ครู กศน. ตำบล 4.5 นางสาวลดาวรรณ์ สุทธพิ ันธ์ ครู กศน. ตำบล 4.6 นางผกาพรรณ มะหิทธิ ครู กศน. ตำบล 4.7 นางสาวพชั ราภรณ์ นริศชาติ ครู กศน. ตำบล 4.8 นางสุรัตน์ จันทะไพร ครู กศน. ตำบล 4.9 นายเกรียงไกร ใหม่เทวินทร์ ครู กศน. ตำบล 4.10 นางสาวณฐั ชา ทาแน่น ครู กศน. ตำบล 4.11 นางสาวอษุ า ย่ิงสุก ครู ศรช. 5. ฝ่ายจัดกิจกรรม มีหน้าท่ีให้กรรมการมีหน้าที่จัดกิจกรรมโครงการห้องสมุดเคลื่อนท่ีสำหรับชาวตลาด ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีหน้าท่ี จัดเตรยี มใบความรู้ ใบงาน กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ สง่ เสริมการอา่ นจากหนังสือ และส่ือออนไลน์ สาธิตอาชีพ รถห้องสมดุ เคล่อื นที่ เกม และกิจกรรมนันทนาการ ดงั น้ี 5.1 ตลาดนัดบา้ นซบั หมาแสน หมู่ท่ี 6 ต.ซับพุทรา อำเภอชนแดน จงั หวดั เพชรบูรณ์ 5.1.1 นางวารี ชบู วั บรรณารักษ์ชำนาญการ 5.1.2 นางสาวลาวณั ย์ สิทธกิ รวยแก้ว ครูอาสาสมัครฯ 5.1.3 นางสาวนภารตั น์ สีสะอาด ครู กศน. ตำบล 5.1.4 นายปัณณวฒั น์ สุขมา ครู ศรช. 5.1.5 นางสาวอษุ า ยงิ่ สกุ ครู ศรช. 5.1.6 นางสาวเยาวดี โสดา นักจัดการงานท่วั ไป

40 5.2 ตลาดนดั บา้ นทา่ ข้าม หมู่ท่ี 1 ตำบลท่าขา้ ม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ 5.2.1 นางวารี ชบู ัว บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 5.2.2 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครูอาสาสมัครฯ 5.2.3 นางสาวลดาวรรณ์ สทุ ธิพันธ์ ครู กศน. ตำบล 5.2.4 นางสาวอษุ า ย่ิงสกุ ครู ศรช. 5.2.5 นางสาวเยาวดี โสดา นักจดั การงานท่วั ไป 5.3 ตลาดนดั สถานขี นส่งเทศบาลตำบลชนแดน ตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จงั หวดั เพชรบรู ณ์ 5.3.1 นางวารี ชูบัว บรรณารักษ์ชำนาญการ 5.3.2 นางสาวลาวัณย์ สิทธกิ รวยแกว้ ครูอาสาสมัครฯ 5.3.3 นางสาวมจุ ลินท์ ภูยาธร ครู กศน. ตำบล 5.3.4 นายปณั ณวัฒน์ สุขมา ครู ศรช. 5.3.5 นางสาวอุษา ยง่ิ สุก ครู ศรช. 5.3.6 นางสาววรางคณา น้อยจันทร์ ครู ศรช. 5.3.7 นางสาวเยาวดี โสดา นกั จัดการงานทั่วไป 5.4 ตลาดนดั บา้ นหนองกลอย หมู่ที่ 5 ตำบลตะกุดไร อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ 5.4.1 นางวารี ชบู ัว บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 5.4.2 นางสมบัติ มาเนตร์ ครูอาสาสมัครฯ 5.5.3 นางสาวณัฐชา ทาแน่น ครู กศน. ตำบล 5.4.4 นางสาวอษุ า ยิง่ สกุ ครู ศรช. 5.4.5 นางสาวเยาวดี โสดา นักจัดการงานทว่ั ไป 5.5 ตลาดนัดวัดสระประทมุ ทอง หมู่ท่ี 2 ตำบลศาลาลาย อำเภอชนแดน จงั หวัดเพชรบูรณ์ 5.5.1 นางวารี ชูบวั บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 5.5.2 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครอู าสาสมัครฯ 5.5.3 นางผกาพรรณ มะหทิ ธิ ครู กศน. ตำบล 5.5.4 นางสาวอุษา ยิ่งสุก ครู ศรช. 5.5.5 นายศิวณชั ญ์ อศั วสมั ฤทธ์ิ ครู ศรช. 5.5.6 นางสาวเยาวดี โสดา นักจดั การงานทั่วไป

41 5.6 ตลาดนดั วัดลาดแค หมู่ท่ี 5 ตำบลลาดแค อำเภอชนแดน จงั หวดั เพชรบูรณ์ 5.6.1 นางวารี ชบู วั บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 5.6.2 นางสาวลาวัณย์ สทิ ธกิ รวยแก้ว ครูอาสาสมัครฯ 5.6.3 นางสาวพัชราภรณ์ นริศชาติ ครู กศน. ตำบล 5.6.4 นายศวิ ณัชญ์ อัศวสมั ฤทธิ์ ครู ศรช. 5.6.5 นางสาวอุษา ยง่ิ สกุ ครู ศรช. 5.6.6 นางสาวเยาวดี โสดา นกั จดั การงานทวั่ ไป 5.7 ตลาดนัดโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพตำบลบ้านโคกสำราญ หมู่ท่ี 8 ตำบลบา้ นกลว้ ย อำเภอชนแดน จังหวดั เพชรบูรณ์ 5.7.1 นางวารี ชูบวั บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 5.7.2 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครอู าสาสมัครฯ 5.7.3 นางสุรัตน์ จันทะไพร ครู กศน. ตำบล 5.7.4 นางสาวอุษา ยง่ิ สกุ ครู ศรช. 5.7.5 นางสาวเยาวดี โสดา นักจัดการงานทว่ั ไป 5.8 ตลาดนัดเทศบาลตำบลดงขยุ ตำบลดงขุย อำเภอชนแดน จงั หวดั เพชรบรู ณ์ 5.8.1 นางวารี ชูบวั บรรณารกั ษช์ ำนาญการ 5.8.2 นางสมบตั ิ มาเนตร์ ครูอาสาสมัครฯ 5.8.3 นายเกรยี งไกร ใหมเ่ ทวนิ ทร์ ครู กศน. ตำบล 5.8.4 นางสาวอษุ า ยง่ิ สุก ครู ศรช. 5.8.5 นางสาวเยาวดี โสดา นกั จดั การงานท่วั ไป 5.9 ตลาดนดั บา้ นห้วยงาชา้ ง ตำบลพุทธบาท อำเภอชนแดน จงั หวดั เพชรบูรณ์ 5.9.1 นางวารี ชบู วั บรรณารักษ์ชำนาญการ 5.9.2 นางสาวลาวณั ย์ สทิ ธกิ รวยแก้ว ครอู าสาสมัครฯ 5.9.3 นางลาวนิ สเี หลือง ครู กศน. ตำบล 5.9.4 นางสาวอุษา ยิง่ สุก ครู ศรช. 5.9.5 นายศวิ ณชั ญ์ อัศวสัมฤทธ์ิ ครู ศรช. 5.9.6 นางสาวกญั ญาณัฐ จันปัญญา ครู ศรช. 5.9.7 นางสาวเยาวดี โสดา นกั จัดการงานทว่ั ไป

42 5.10 พนักงานขบั รถห้องสมดุ เคลอ่ื นท่ี นายอำพล เพชรสขุ ตำแหน่ง พนักงานบรกิ าร มีหน้าที่ ดูแลรักษารถยนตท์ ีอ่ ยูใ่ นความรับผดิ ชอบ ตลอดจนอุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆ ของรถยนต์ ให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและพร้อมที่จะปฏิบัติราชการได้ทุกเวลา ดูแลรักษาความสะอาดรถยนต์ และตรวจสอบ สภาพภายในรถยนต์ ภายนอกรถยนต์ อุปกรณ์ประจำรถยนต์ เพื่อให้ทราบว่าสภาพภายนอกและอุปกรณ์มีสภาพ ปกติหรือไม่หากเกิดความเสียหาย จะได้ดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นได้ และเพื่อให้รถยนต์อยู่ในสภาพที่จะ ใหบ้ ริการอย่างเหมาะสม 6. ฝา่ ยรับลงลงทะเบียน ใหก้ รรมการมหี นา้ ทจี่ ดั เตรียมเอกสารสำหรบั การลงทะเบียน และรบั ลงทะเบียน ผ้เู ข้ารว่ มโครงการ ดังนี้ 6.1 นางสาวอษุ า ย่ิงสุก ครู ศรช. 6.2 นายอำพล เพชรสุข พนกั งานบริการ 7. ฝ่ายวัดผลและประเมินผลโครงการ มีหน้าที่แจกแบบสอบถามความพึงพอใจและเก็บรวบรวม แบบสอบถามความพึงพอใจ ประเมินผลการดำเนนิ งาน ประเมนิ ความพงึ พอใจ ปญั หา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ และจัดทำรายงานผลการดำเนนิ งานหลงั เสร็จสิ้นโครงการ ดงั น้ี 7.1 นางวารี ชบู วั บรรณารกั ษ์ชำนาญการ 7.2 นางสมบัติ มาเนตร์ ครอู าสาสมัครฯ 7.3 นางสาวณัฐชา ทาแน่น ครู กศน. ตำบล 7.4 นางสาวอษุ า ยิ่งสุก ครู ศรช.

43 2. ขั้นดำเนินการ กจิ กรรมหลกั วัตถปุ ระสงค์ กลุ่มเปา้ หมาย เปา้ หมาย พน้ื ท่ีดำเนินการ ระยะเวลา งบประมาณ 1. ข้นั เพือ่ จดั ประชุมครูและ ครูและบุคลากร 20 คน กศน. อำเภอ พ.ย.63 - เตรยี มการ บคุ ลากรทางการศึกษา กศน. อำเภอ ชนแดน - ช้แี จงทำความเข้าใจ ชนแดน 20 คน 14 ธ.ค.63 - 2. ประชุม รายละเอยี ดโครงการ - กศน. อำเภอ 15 ธ.ค.63 - กรรมการ - ช้ีแจงแนวทางในการ ครแู ละบคุ ลากร 180 คน ชนแดน ม.ค.-ม.ี ค.64 - ดำเนนิ งาน ดำเนนิ โครงการ กศน. อำเภอ 2 เลม่ มี.ค.64 - - จดั ทำโครงการและ ชนแดน กศน. อำเภอ 3. จัดเตรียม แผนการดำเนินการเพ่ือ ชนแดน เอกสาร วัสดุ อนมุ ตั ิ กรรมการฝ่ายท่ี พ้ืนที่อำเภอ อุปกรณ์ในการ - แตง่ ตัง้ กรรมการ ได้รับมอบหมาย ชนแดน ดำเนินโครงการ ดำเนนิ งานตามโครงการ 4. ดำเนนิ การ เพ่ือประชุมทำความเข้าใจ นกั เรยี น กศน. อำเภอ จัดกจิ กรรม กบั กรรมการดำเนินงาน นักศกึ ษา และ ชนแดน ทุกฝ่ายในการจัดกิจกรรม ประชาชนทัว่ ไป 5. สรุป/ โครงการและการ ประเมินผล ดำเนนิ งาน ตาม และรายงานผล เพอื่ ดำเนินการจัดทำ กระบวนการ โครงการ จดั ซอื้ วัสดอุ ุปกรณท์ ี่ใชใ้ น ประเมนิ การดำเนนิ การ โครงการ 5 บท 1. รถห้องสมุดเคล่ือนท่ี 2. อา่ นผา่ นควิ อารโ์ ค้ด 3. กจิ กรรมสง่ เสริมการ อา่ น 4. สาธิตอาชีพ เพื่อให้กรรมการฝ่าย ประเมนิ ผลเกบ็ รวบรวม ข้อมลู และดำเนินการ ประเมนิ ผลการจัด กิจกรรม

44 3. ขัน้ สรุปการจดั กิจกรรม 1. ดชั นีวัดผลสำเรจ็ ของโครงการ 1.1 ตัวชี้วัดผลผลติ (output) กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ 80 % มีความพึงพอใจในการเข้าร่วม กิจกรรม 1.2 ตวั ช้ีวัดผลลัพธ์ (outcome) นักเรยี น นักศึกษา และประชาชนท่ัวไปรักการอ่าน เพื่อพัฒนาคุณภาพ ชวี ติ ทด่ี ีขนึ้ 2. การติดตามผลประเมนิ ผลโครงการ 2.1 แบบประเมนิ ความพึงพอใจผ้เู ขา้ รว่ มกจิ กรรม / โครงการ 2.2 สรปุ /รายงานผลการจัดกิจกรรม

45 บทที่ 4 ผลการดำเนินงานตามโครงการ ผลการดำเนินงานตามโครงการ การศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมโครงการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กิจกรรมที่ 4 โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี แบง่ ออกเปน็ 3 ส่วน ดังน้ี สว่ นท่ี 1 ข้อมูลท่ัวไป เพศ รอ้ ยละ จำนวน 24.90 เพศ 75.10 ชาย 52 100 หญงิ 157 รวม 209 จากตาราง สรุปได้ว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย อัธยาศัย กิจกรรมที่ 4 โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิ ราชเจ้า กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ในครัง้ น้ี เป็นเพศหญิง มากทีส่ ดุ จำนวน 157 คน คิด เป็นรอ้ ยละ 75.10 ช่วงอายุ อายุ รอ้ ยละ ต่ำกวา่ 15 ปี จำนวน 9.10 15 - 29 ปี 16.30 30 – 39 ปี 19 9.10 40 - 49 ปี 34 16.30 50 - 59 ปี 19 25.80 60 ปีข้นึ ไป 34 23.40 54 100 รวม 49 209 จากตาราง สรุปได้ว่า ผู้เข้าร่วมโครงการการศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการจัดการศึกษา ตามอัธยาศัย กิอัธยาศัย กิจกรรมที่ 4 โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด ตามพระราชดำริของสมเด็จพระ กนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในครั้งน้ี เป็นช่วงอายุ 50 - 59 ปี มากที่สดุ จำนวน 54 คน คดิ เป็นร้อยละ 25.80

46 ระดับการศกึ ษา การศกึ ษา ร้อยละ ประถมศึกษา จำนวน 53.10 111 23.90 ม.ตน้ 12.90 ม.ปลาย 50 2.90 ปวช./ปวส. 27 7.20 ปริญญาตรี 6 สงู กวา่ ปรญิ ญาตรี 15 - รวม - 100 209 จากตาราง สรุปได้ว่า ผู้เข้าร่วมโครงการการศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการจัดการศึกษา ตามอัธยาศัย กิจกรรมที่ 4 โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราช เจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในครั้งนี้ การศึกษาระดับ ประถมศึกษา มากที่สุด จำนวน 111 คน คดิ เป็นร้อยละ 53.10 อาชีพ อาชีพ รอ้ ยละ รบั จ้าง จำนวน 27.30 เกษตรกรรม 35.40 ผนู้ ำชุมชน 57 ค้าขาย 74 - รับราชการ - 18.70 นักเรียน/นักศึกษา 39 อื่นๆ ระบุ - - รวม 39 18.70 - 209 - 100 จากตาราง สรุปได้ว่า ผู้เข้าร่วมโครงการการศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายโครงการจัดการศึกษาตาม อัธยาศัย กิจกรรมที่ 4 โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับชาวตลาด ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในครั้งนี้ เป็นอาชีพเกษตรกรรม มากที่สุด จำนวน 74 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 35.40


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook