1 รายงานผล การศึกษาดงู านของ สานกั งาน กศน.จังหวดั อบุ ลราชธานี วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ กศน.อาเภอเมืองกาญจนบรุ ี และหอ้ งสมดุ ประชาชนจงั หวดั กาญจนบรุ ี นางสาวสุภาภรณ์ หวงั เลศิ พาณชิ ย์ บรรณารกั ษป์ ฏิบตั ิการ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอเมืองกาญจนบรุ ี สานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวดั กาญจนบุรี
คำนำ การศกึ ษาดงู านของ สานกั งาน กศน.จงั หวดั อุบลราชธานี วันท่ี ๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ ณ กศน.อาเภอ เมอื งกาญจนบุรี และหอ้ งสมดุ ประชาชนจังหวดั กาญจนบรุ ี การศกึ ษาดูงานกจิ กรรมหนึ่งในกระบวนการพัฒนา บคุ ลากร ในอันทจี่ ะชว่ ยเพิ่มพนู ความรู้ทกั ษะประสบการณใ์ หก้ บั ตัวบคุ ลากร อีกทง้ั เปิดมมุ มองท่ีจะรบั กบั การ เรียนรใู้ นส่ิงใหมๆ่ เป็นการแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ เชน่ กัน ในการนี้อาเภอเมืองกาญจนบุรี ให้ท่านและบุคลากร กศน.อาเภอเมืองกาญจนบุรี เข้าร่วมกิจกรรม และให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสานักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี จึงได้จัดทาผลการเข้าร่วม กจิ กรรม ดังรายละเอยี ดทปี่ รากฏในเล่มน้ี นางสาวสภุ าภรณ์ หวงั เลิศพาณิชย์ บรรณารกั ษป์ ฏบิ ตั ิการ ๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ หนา้ 2
สำรบญั เรื่อง หน้ำ บทท่ี ๑ บทนา ๔ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ ๗ เป้าหมาย ๘ ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ บั บทท่ี ๒ เอกสารท่เี ก่ยี วข้อง บทท่ี ๓ สรุปผลกิจกรรม หน้า 3
บทท่ี ๑ บทนำ หลักกำรและเหตผุ ล ตานานเมืองอุบล ได้กล่าวกันถึงการสืบเช้ือสายจากเจ้านครเชียงรุ้ง แสนหวีฟ้า ของเจ้าปางคา พระบิดา ของเจ้าพระตา เจ้าพระวอ โดยกล่าวถึง ปี พ.ศ.2228 เกิดวิกฤตทางการเมือง ในนครเชียงรุ้ง เนอื่ งจาก จีนฮอ่ หัวขาว หรอื ฮอ่ ธงขาว ยกกาลงั เข้าปล้นเมืองเชียงรงุ้ เจ้านครเชียงรงุ้ ได้แก่ เจ้าอินทกมุ าร เจ้า นางจันทกุมารี เจ้าปางคา อพยพไพร่พล จากเมืองเชียงรุ้ง มาขอพ่ึงพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช แห่ง เวียงจันทน์ ซ่ึงเป็น พระประยูรญาติ ทางฝ่ายมารดา พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โปรดให้นาไพร่พลไปตั้งที่ เมืองหนองบัวลุ่มภู เมือง หนองบัวลุ่มภู จึงอยู่ในฐานะ พิเศษ คือไม่ต้อง ส่งส่วย บรรณาการ มีสทิ ธิสะสม ไพรพ่ ล อย่างเสรีเป็นอิสระ ไมข่ ้ึนกับ เวยี งจันทน์ มีชอ่ื วา่ \"นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัว บาน\" สันนิษฐานว่า น่าจะมีฐานะ เป็นเมืองลูกหลวง ต่อมา พระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ให้ เจ้าอินทกุมาร เสกสมรส กับ พระราชธิดาพระองค์หน่ึง ไดโ้ อรส คือ เจ้าคา หรือเจ้าองค์นก ให้เจา้ นางจันทกมุ ารี เสกสมรส กับ พระอปุ ยวุ ราช ได้โอรส คอื เจา้ กิงกศี ราช และ เจา้ อินทโสม ซึง่ ต่อมา คือบรรพบุรษุ ของ เจ้านายหลวงพระ บาง ส่วนเจา้ ปางคา ให้เสกสมรสกับ พระราชนัดดา ได้โอรส คือ เจ้าพระตา เจ้าพระวอ สันนิษฐานว่า ทั้งสอง ทา่ นเป็นเสนาบดี กรุงศรสี ัตนาคนหุต ต้ังแต่สมัย พระไชยเชษฐาธิราชที่ 2 (ชยั วงค์เว้) พระอัยกาของ พระเจ้า สิรบิ ุญสาร การดารงฐานะเป็น เจ้านายเช้ือสายพระราชวงศ์ ของพระเจ้าวอ พระเจ้าตา เห็นได้จากหลักฐาน หลายประการ อาทิ การท่ีหนองบัว ลุ่มภู เป็นเมือง ใหญ่ มีไพรพ่ ลมาก ดงั ปรากฎเมืองหน้าด่านท้ังสี่ คือ เมอื ง ภูเขียว ภูเวียง เมืองผ้าขาว เมืองพันนา และ การท่ี เมืองอุบล ดารง ฐานะเป็น เจ้าประเทศราชเมื่อเข้ามาพ่ึง พระบรมโพธิสมภาร ของพระมหากษัตริย์ ไทย ตา่ งจากเมืองเขมร ป่าดงอ่ืนๆ และเม่ือกาเนิด พ.ร.บ. นามสกุล โปรด พระราชทานนามสกลุ \"ณ อุบล\" อันหมายถงึ เชื้อสายเจ้านาย อุบลราชธานี แต่โบราณ เม่ือเจ้านายอบุ ล ถึงแก่อสัญกรรม ก็มี ประเพณี การทาศพแบบนกหัสดีลงิ ค์ อันสืบมาจากนครเชยี งรุ้ง ในเชียงใหม่ ก็ปรากฎการ ทาศพแบบนกหสั ดลี งิ ค์เช่นเดยี วกัน การต้ังเมืองอุบลราชธานี ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช บ้านเมือง ค่อนข้างสงบก็ทรงมี นโยบายที่จะ จัดต้งั เมอื ง ใหม้ ากขนึ้ ทั้งน้ีเพ่ือเป็นการรวบรวมไพร่พลให้เป็นปึกแผ่น เพื่อ ความสงบสุข สมเด็จฯ กรมพระยาดารง ราชานุภาพได้ทรงกล่าวถึง เร่ืองน้ีว่า \"…รัชกาล ที่ 1 ถึงรัชการท่ี 3 ให้เจ้าเมืองร้าง เท่ียวเกลี้ยกล่อมหา ผู้คนมาเป็นพลเมือง โดย ไม่ต้องใชอ้ านาจ อาจทาได้ด้วยยินดดี ้วยกัน ทุก ฝ่ายกส็ าเร็จ ประโยชน์ ถึงความม่งุ หมาย เจา้ เมืองไหนเกลย้ี กล่อมคนมาได้มาก ก็ไดท้ รัพย์เศษส่วน และไดผ้ คู้ น สาหรับอาศัยใชส้ อยมากข้นึ ก็เตม็ ใจขวนขวาย ตั้งบ้านเมือง ฝ่ายราษฎรทไ่ี ปเที่ยวหลบล้ี เดือดร้อนลาบากมาก อยู่ เม่ือรวู้ ่า บ้านเมอื งเรียบรอ้ ยอย่างเดิม ก็ยินดที ่ีจะกลบั มา โดยมาก……\" คงจะเป็น เพื่อสนองตอบ พระบรม ราโชบาย ในการตั้งเมืองดังกล่าวมาแล้ว และเพ่ือความอุดมสมบูรณ์ในการประกอบอาชีพของ ไพร่บ้าน พลเมือง \" ในปี พ.ศ.2329 ( จุลศักราช 1148 ปีมะเมีย นพศก) พระประทุมจึงย้ายครอบครัวไพร่พลมาตั้งอยู่ ณ ตาบลแจระแม ตอื ตาบล ที่ต้งั อยทู่ าง ทศิ เหนือ เมืองอบุ ลปจั จุบนั \" หน้า 4
สถาปนาเมืองอุบลราชธานี พ.ศ.2335 พระประทุมสรุ ราช (ท้าวคาผง) ได้พาพรรคพวกไพรพ่ ลตง้ั อยู่ที่ ตาบลห้วยแจระแม (บริเวณบ้าน ท่าบ่อ ในปัจจุบัน) ด้วยความปกติสุขเป็นเวลานานหลายปี จนกระท่ัง พ.ศ. 2334 (จุลศักราช 1153 ตรีศก) อ้ายเชียงแก้ว ซ่ึงตั้งบ้านอยู่ที่ตาบลเขาโองแขวง เมืองโขง คิดการกบฎ พา พรรคพวก ไพร่พลเขา้ ยึดนครจาปาศักด์ิ พระเจ้าองค์หลวง (ไชยกุมาร) เจา้ เมืองซึง่ กาลังปว่ ยอยกู่ ็มี อาการป่วย ทรุดหนัก และถึงแก่พิราลัย อ้ายเชียงแก้วจึงยึดเมือง นครจาปาศักดิ์ไว้ได้ ความทราบ ถงึ พระบาทสมเด็จพระ พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอิน) เม่ือครั้งเป็น พระพรหม ยกกระบัตร ยกกองทัพเมืองนครราชสีมามาปราบกบฎอา้ ยเชียงแก้ว อยา่ งไรกด็ ีขณะท่ีกองทัพนครราชสีมายก มาไมถ่ ึงน้ัน พระประทุมสุรราช (ทา้ วคาผง) และท้าวฝา่ ยหน้า ผู้น้อง ท่ีตั้งอยู่บ้านสิงห์ทา่ (เมืองยโสธร) ได้ยก กาลังไปรบอ้ายเชียงแก้วก่อน ท้ังสองฝ่าย ได้สู้รบกันที่บริเวณ แก่งตะนะ (อยู่ในท้องที่ อาเภอโขงเจียม) กอง กาลัง อ้ายเชียงแกว้ แตกพา่ ยไป อ้ายเชยี งแก้วถกู จบั ได้ และถูกประหารชวี ติ เมื่อกองทพั เมอื งนครราชสีมายก มาถึงเมืองจาปาศักด์ิ เหตุการณ์กส็ งบเรยี บรอ้ ยแลว้ จึงพากันยกกองทัพ ไปตีพวกขา่ \"ชาติกระเสงสวาง จะราย ระแดร\"์ ซ่งึ ตั้งอยฝู่ ั่งตะวนั ออกแม่น้าโขง จับพวกขา่ เปน็ เชลย ได้เป็นจานวนมาก จากความ ดีความชอบในการ ปราบปรามกบฎอ้ายเชียงแก้วน้ีเอง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช จึงได้ โปรดเกล้าฯ แต่งต้ังให้ ท้าวฝ่ายหน้าเป็น พระวิไชยราชขัตติยวงศา ครองนครจาปาศักด์ิ และโปรดเกล้าฯ แต่งต้ังให้ พระ ประทุม สรุ ราช เปน็ พระประทุม วรราชสรุ ยิ วงศ์ ครอง เมืองอุบลราชธานี พร้อมกับยกฐานะบ้านห้วยแจระแม ข้ึนเป็นเมอื งอุบลราชธานี เมื่อวันจันทร์ แรม 13 ค่า เดอื น 8 จุลศักราช 1154 (พ.ศ.2335) ดังปรากฎ ในพระ สุพรรณบัตรต้ัง เจ้าประเทศราชในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ว่า “ ด้วย พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้า ผู้ผ่าน พิภพกรุงเทพ มหานครศรีอยุธยา มีพระราชโองการโปรดเกล้า โปรด กระหม่อม ต้ังให้ พระประทุม เป็นพระประทุมวรราช สุรยิ วงศ์ ครองเมือง อุบลราชธานี ศรีวนาไลยประเทศ ราช เศกให้ ณ วัน 2 แรม 13 คา่ เดือน 8 จุลศกั ราช 1154 ปจี ัตวาศก \" หน้า 5
วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้การตอ้ นรับคณะศึกษาดงู าน สานักงาน กศน.จังหวดั อบุ ลราชธานี ๒. เพ่อื แลกเปล่ยี นเรยี นร้รู ว่ มกนั ของบุคลากร เป้ำหมำย ๑. บุคลากรสานักงาน กศน.จงั หวัดอุบลราชธานี ๒. กศน.อาเภอเมืองกาญจนบุรี ผลท่ีคำดวำ่ จะได้รบั คณะศึกษาดงู าน มีความประทบั ใจตอ่ การมาศึกษาดงู าน และไดร้ บั ความรู้ จากการศึกษาดงู าน เชน่ การใช้โปรแกรม AI ส่งเสริมการอ่าน แนะนา OOCC ของจังหวัดกาญจนบุรี ทั้ง ๑๓ อาเภอ และนาเสนอ ๑ อาเภอ ๑ อาชีพ หน้า 6
บทที่ 2 เอกสำรท่ีเก่ียวข้อง มเี อกสารทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง หนงั สอื ขอศึกษาดูงาน หน้า 7
กิจกรรม บทที่ 3 วัน เดอื น ปี สรุปผลกิจกรรม สถำนที่ดำเนินกำร กลุ่มเปำ้ หมำย การใช้โปรแกรม AI สง่ เสรมิ การอ่าน วันที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ณ ห้องสมดุ ประชาชนจังหวดั กาญจนบุรี บคุ ลากร สานักงาน กศน.จังหวดั อุบลราชธานี ผลทีเ่ กดิ ขึ้นจำกกำรดำเนินงำน บุคลากรที่ได้รับมอบหมาย สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้รับบริการได้ และจัดกิจกรรม สง่ เสรมิ การอ่าน โดยใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทัล เกดิ การเรียนร้รู ่วมกนั รว่ มท้งั แลกเปลย่ี นประสบการณ์ มุมมองความ คดิ เห็นต่างๆ หนา้ 8
ภำคผนวก - ภาพประกอบ - หนงั สือขอศึกษาดูงาน หน้า 9
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 นายศักดิ์ชัย นาคเอี่ยม ผู้อานวยการ กศน.อาเภอเมือง กาญจนบุรี ให้การต้อนรับ นางอุไร ยืนสุข รองผู้อานวยการสานักงาน กศน.จังหวัด อุบลราชธานี และบุคลากร กศน. ศึกษาดูงาน ณ กศน.อาเภอเมืองกาญจนบุรี และห้องสมุด ประชาชนจังหวดั กาญจนบรุ ี หน้า 10
หนา้ 11
หนา้ 12
หนา้ 13
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: