ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ประโยชน์ของเครือข่ายคอมพิ วเตอร์ หลักการทำงานของระบบเครือข่าย หน่วยที่ 1 พื้ นฐานระบบเครือข่ายคอมพิ วเตอร์ องค์ประกอบของระบบเครือข่าย แบบจำลอง OSI
หน่วยที่ 1 พื้ นฐานระบบเครือข่ายคอมพิ วเตอร์ ความหมายของระบบเครือข่าย เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ( Computer Network ) หมายถึง การนำเครื่อง คอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปมาเชื่อมต่อกันโดยใช้สื่อกลางการสื่อสารข้อมูล เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารสาระระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ และการใช้ ทรัพยากรจของระบบร่ามกัน เช่นเครื่องพิมพ์ แสกนเนอร์ ประโยชน์ของเครือข่าย คอมพิ วเตอร์ และประหยัดค่าใ ช้จ่าย 1. ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันได้สะดวกและเร็วยิ่งขึ้น เช่น อีเมล การสนทนาออนไลน์ 2. ช่วยให้เกิดการแบ่งปันทรัพยากรซึ่งกันและกัน 3. ช่วยเพิ่มความสามารถและความสมดุลในการทำงาน แก่ระบบประยุกต์บางระบบได้โดยงาน ประยุกต์บางระบบสามารถกระจายงานไปประมวลผลยังเครื่องลูกข่ายที่ว่างได้ 4. ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายซึ่งหากเปรียบเทียบกับการติดต่อสื่อสารหรือการรับส่งข้อมูลผ่าน ช่องทางอื่นการติดต่อสื่อสารโดยใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า 5. ความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของระบบเครือข่าย ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีทั้ง ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ขึ้นมาเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง หลักการทำงานของระบบเครือข่าย ผดซขึ้่ั่อางงหนนมัู้มนสลื่อาหมียกอลัถลงกกึงคากา์กงปราาโเรรดรชืทะ่ยแอำกจลมงอะกตาบ่ตเนอ้ปพอืขเ้ลคงนีอ่ยมรฐีงืนขอาร้อขขนะ้่อตาบทีย่มกบสูคลลำเอคงแคัหมรลญือพระืิขอส5ว่ากเาตอยฎรอคงสเคกรอน์์ปมณมเีทจรพฑิะดุศ์ววกปริเธตะอีรกหอบะารสวร์่ไจางสึดืงงค้่อ์แอมเุีสกพปทื่่าอการใงรรชเณ้ะดส์ีืห่ยเอปวว็ส่นากาังผนรูก้สักข่น้ังอบแขม้กูลอลาะมรรูกลสะื่าทอหีร่รสวสั่ืบ่าาอรงขส้กขอั้านอมรูมลูล
หน่วยที่ 1 พื้ นฐานระบบเครือข่ายคอมพิ วเตอร์ หลักการทำงานของระบบเครือข่าย 1. ข่าวสาร หมายถึงข้อมูลหรือสารสนเทศที่เป็นข้อความตัวเลขรูปภาพเสียงและวิดีโอโดย ข่าวสารที่ส่งไปจะต้องได้รับการเข้ารหัสเพื่อส่งผ่านสื่อและเมื่อปลายทางก็จะต้องทำการ ถอดรหัสให้กลับมาเป็นข้อความดังเดิม 2. ผู้ส่ง หรือแหล่งกำเนิดข่าวสาร หมายถึงอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับส่งข่าวสารซึ่งอาจเป็นเครื่อง คอมพิวเตอร์ workstation โทรศัพท์ กล้อง วีดีโอ เป็นต้น 3. ผู้ส่งหรือแหล่งกำเนิดข่าวสารหมายถึงอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับส่งข่าวสารซึ่งอาจเป็นเครื่อง คอมพิวเตอร์ workstation โทรศัพท์ กล้อง วีดีโอ เป็นต้น 4. สื่อกลาง หมายถึง เส้นทางเชิงกายภาพที่ใช้สำหรับการลำเลียงข่าวสารจากผู้ส่งไปยังผู้รับ กรณีที่เป็นการสื่อสารแบบไร้สายตัวกลางที่ใช้อัดเป็น สายทองแดง สายโคแอกเชียล 5.โปรโตคอล หมายถึง กฎเกณฑ์ข้อปฏิบัติที่กำหนดขึ้นมาเพื่อนำมาใช้เป็นข้อตกลงร่วมกัน ระหว่างผู้ส่งและผู้รับเพื่อให้บรรลุการสื่อสาร 6.สัญญาณแบบอนาล็อก หมายถึง สัญญาณที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือการเคลื่อนที่ของข้อมูล แบบต่อเนื่องโดยสัญญาจะมีขนาดที่ไม่คงที่มีการเปลี่ยนแปลงขนาดของสัญญาณแบบค่อย เป็นค่อยไปและจะมีลักษณะเป็นเส้นโค้งต่อเนื่องกันไป
หน่วยที่ 1 พื้ นฐานระบบเครือข่ายคอมพิ วเตอร์ สัญญาณแบบดิจิตอล หมายถึง สัญญาณที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลแบบไม่ต่อเนื่องที่มีขนาดแน่นอนประกอบขึ้น จากระดับสัญญาณเพียง 2 ค่าคือสัญญาณระดับสูงสุดและสัญญาณระดับต่ำสุด.
หน่วยที่ 1 พื้ นฐานระบบเครือข่ายคอมพิ วเตอร์ แบบจำลอง OSI iมOาSแตบรมีฐบกาจานำรกลแาอบร่งงทกOำรงSอาIบน(ทภOำาpงยาeในนnอรSอะyบกsเบtปe็กนmาชรั้นสiืn่อๆtสเeพืาr่cอรoทชี่่nวพัยnฒใeนนcกาtiขาoึ้รนnอโ)ดอเปยก็นอแรงบูปคบ์แกรบาะรบบรคบะวหเคาวม่ราือคงิขดป่าทรีย่ะกคเลท่อาศมววพถ่ิึางว ดคเุ้วตณยอลมรั์กสาตษามรณฐาะารแนถละ ติดต่อสื่อสารระหว่างกันได้แม้ว่าระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แต่ละระบบแตกต่างกันหรือใช้คอมพิวเตอร์ที่ ต่างแพล็ตฟอร์มกันก็ตาม องค์ประกอบของระบบเครือข่าย กนัำนมอายู่เใชืน่1อเ.มคเตรคื่ออรื่ขใอ่นางยรคะขอึ้บนมบอพิยเวูค่กเัรตบืออรขูร่ป์าแเยปบข็ึน้บนอขอุปอยู่กงกัรเบคณห์รืทอนี่้ทขา่ำาที่ยหทีโ่นกด้าำยทหีก่เนาป็รดนกใทหำั้้หงแเนกค่เดรืค่อครุืง่ณอแงลมัน่กัข้น่ษาๆยณแะลขะอเงคเรคื่อรื่งอลงูกคขอ่ามยพทิีว่เเชืต่ออมร์ตท่ีอ่ คอมพิว2เต. ออุรป์เพกื่รอณเ์พิเ่มครปือรขะ่าสิยทธหิภมาาพยใถนึงกอาุปรรกับรสณ่์งตข่้ออพมู่วลงที่จำเป็นต้องใช้ในการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย 3. เราท์เตอร์ เป็นอุปกรณ์ค้นหาเส้นทางในการรับส่งข้อมูลระหว่างผู้ส่งและผู้รับ 4. ฮับ เป็นอุปกรณ์ศูนย์กลางการเชื่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่าย เมทา่ากนัก้นว่า5ฮ.ัสบวโิดตยซ์สเวปิ็ตนซอ์ุจปะกส่รงณข์้อศูมนูลย์อกอลกาไงปกเาฉรพเชืา่อะมพเอครร์ื่ตอทงี่คใชอ้ใมนพกิวาเรตติอดร์ตใ่นอกรัะบบเคบรืเ่อคงรืคออข่มายพิทวี่มเีตคอวรา์ปมลสาายมทาารงถ อินเทอร6์เ.นเ็กตตเวย์ เป็นจุดต่อเชื่อมของเครือข่ายทำหน้าที่เป็นทางเข้าสู่ระบบเครือข่ายต่างๆบน
อุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิ วเตอร์ หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย หลักการทำงานของระบบเครือข่าย อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย เนื้อหาสาระ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นกลุ่มของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างที่ถูกนำมาเชื่อมต่อกันเพื่อให้ผู้ใช้ สามารถติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูล และใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในเครือข่ายร่วมกันได้ ซึ่งการเชื่อม ต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นระบบเครือข่ายนั้นได้ จะต้องอาศัยอุปกรณ์สื่อสารในระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่รับและส่งข้อมูลโดยผ่านทางสื่อกลาง อุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย คอมพิ วเตอร์ ปการระสสิรท้าธงิภเคารพือแขล่าะยรควอดมเรพ็ิววเคตออมร์พิเวริ่เมตมอาร์จเปา็กนกอุาปรกทีร่ผูณ้ใ์ชท้ี่ตม้ีอคงวกาามรสทีา่จมะาแรลถกในเปกลาี่ยรปน ขร้ะอมมูวลลกัผนลอขย้่อามงูมลีใน ปริมาณมากอย่างรวดเร็วอยู่แล้ว แต่ไม่สามารถแชร์ข้อมูลนั้นกับคนอื่นอย่างมีประสิทธิภาพได้ และการที่คอมพิวเตอร์จะเชื่อมต่อกันเป็นครือข่ายได้ ต้องมีอุปกรณ์พื้นฐานดังต่อไปนี้ หลักการทำงานของระบบเครือข่าย สสขจอุ่ะองาปผมสงกลแารร้ราบใณหถง์บ้รสตีขสััพจ้่ญวอีงำทสอมืญลัู่เญนลตอาโทญองณีด่สรายท่์ขึงณ้ผำ(นไ่Rาหปไมeนปนยาpั้ตไงเทัดีeหผวู่้ท้ใaกมรกัืวtบลอeลนาเนrขกสึง)ิ้ัสนดดญัเ้ญปโควญ็ดยญนวยาหาอาทณุมีตปณุ่สไขนักีม้เญ้่อดกรถิูมญณมากู์รลทาตชีใื่้ท่ณสชีออ่่้สงรงมไ่ีมงกรมตี่ผ่าทตส่อูจาเอญเนตาครหก์อตสรัืตารวอา้์ยจนกมข่ดะลทาาัรงายราับรงชงคู่ปเสแวอนัืทญลย่ีมอ่ะขญพง2สิยจ่.วา1งาาเณสยตกัญคดอสิัวจรญญ์ิาทตีญาม่อทณยาำลาณทงเีว่ขาส้อขานรา้อมอาจงางยจูสจใ่ัใะหญานเกมบชญ่ัน้นนัาี้า้นตบกณ่อราาีทพงไยีปลำทภงยใเาัหตง้พอร์
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย รีพี ทเตอร์ รีพีทเตอร์ถูกนำมาใช้กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีความยาวจำกัดหรือกรณีที่ต้องการเพิ่ม จำนวน เครื่องลูกข่ายมากขึ้นเพราะระยะทางที่ไกลมากสัญญาณที่ถูกส่งออกไปจะเริ่มผิด เพี้ยนและความเข้มของสัญญาณจะอ่อนลงรีพีทเตอร์ทำงานอยู่ในชั้นกายภาพมันจึงไม่ตรวจ สอบว่าสัญญาณที่ส่งเป็นข้อมูลอะไร ส่งมาจากที่ไหนและส่งไปที่ไหน ถ้ามีสัญญาณเข้ามารีพีท เตอร์จะทวนสัญญาณแล้วส่งต่อออกไปเสมอ รีพีทเตอร์ไม่สามารถกลั่นกรองสัญญาณที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ดังนั้นพีทเตอร์จึงไม่ได้มีส่วน ช่วยจัดการ จราจรหรือลดปริมาณข้อมูลที่สงออกมาบนเครือข่าย
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย บริดจ์ บริดจ์ (Bridge) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์สองเครือข่ายเข้า ตัวยกัน เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานในระดับชั้นกายภาพและระดับชั้นชื่อมโยงข้อมูลของแบบจำลอง osi ฉะนั้นการทำงานมันจะสร้างสัญญาณใหม่เมื่อได้รับสัญญาณทุกครั้ง และยังมารถตรวจสอบเลขที่อยู่ ของเครื่องส่งต้นทางและเครื่องผู้รับปลายทางที่บรรจุอยู่ในข้อมูลได้ดังนั้นบริตจะทำหนาที่เป็นตัวกรอง และส่งผ่านข้อมูลไปยังส่วนตง ๆ ของระบบเครือข่าย ทำให้การชื่อมต่อระบบครือข่ายมีประสิทธิภาพ โดยลดการชนกันของข้อมูลและยังสามารถใช้ในการชื่อมต่อเครือข่ายที่แตกต่างกันได้ ดังรูปที่ 2.2
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย ฮับ ฮับ (Hub) เป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่ในชั้นกายภาพของสวิตซ์ ดังรปู ที่ แบบจำลองฮับเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณลักษณะเหมือนรี่พีทเตอร์แต่มีหลายพอรัต ฮับจะให้ในการเชื่อมต่อ เครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง โดยจะกระจายสัญญาณออกไปยังทุกพอร์ต การรับส่งข้อมูลของฮับเป็นแบบแพร่กระจาย (Broadcast) เมื่อฮับได้รับข้อมูลจากผู้ส่งฮับจะ ทำการรับ ส่งข้อมูลออกไปยังทุกพอร์ตโดยไม่รู้จุดหมายปลายทางของผู้รับว่าอยู่ที่ใด เครื่องทุกเครื่องที่เชื่อมต่อเช้า กับข้อมูลจะพอร์ตของฮับจะได้รับข้อมูลเหมือนกัน
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย สวิตซ์ สวิตซ์ (Swich) เป็นอุปกรณ์ชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ทำงานอยู่ในชั้นกายภาพบน สวิตซ์ ชั้นเชื่อมโยงข้อมูลของแบบจำลอง สวิตซ์มีลักษณะการทำงานคล้ายกับบริดจ์แต่มีพอร์ตหลายพอร์ต สวิตซ์จะส่งข้อมูลที่ได้รับมาจากพอร์ตหนึ่งไปยังพอร์ตปลายทางเท่านั้น ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ เชื่อมต่อการเชื่อมต่อกับพอร์ตที่เหลือสสมารถส่งข้อมูลถึงกันและกันไดีในวลาเดียยกัน ไม่ทำให้เกิด การชนกันของข้อมูลในเครือข่าย อีกทั้งอัตราความเร็วในการรับสงข้อมูลจะไม่ขึ้นอยู่กับจำนวน เครื่องคอมพิวตอที่เชื่อมต่อเข้ากับ สวิตซ์มีความสามารถในการทำงานมากกว่าฮับ โดยสวิตซ์จะ ทำงานในการรับส่งข้อมูลที่รู้ส่งฮับจะสามารถสงข้อมูลจากพอร์ตหนึ่งไปยังเฉพาะพอร์ตปลายทางที่ ต้องการส่งข้อมูลไปนั้นทำให้พอร์ตที่เหลือทำการรับส่งข้อมูลได้พร้อมกันในเวลาเดียวกัน ทำให้ สวิตซ์มีการทำงานในแบบที่ความเร็วในการรับส่งต่อเข้ากับข้อมูลจะไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนของ คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อยู่กับสวิตซ์ตัวยเหตุนี้ทำให้ในปัจจุบันสวิตซ์จะได้รับความนิยมใน การนำมาใช้งานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มากกว่าฮับ
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย เราท์เตอร์ เราท์เตอร์ (Router) เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานอยู่ในชั้นกายภาพ ชั้นเชื่อมโยงข้อมูลและชั้นเครือข่าย ข้อมูล โดยเราท์เตอร์จะสร้างสัญญาณใหม่เมื่อไต้รับสัญญาณที่ถูกส่งเข้ามา แล้วตรวจสอบเลขที่ของ เครื่องผู้ส่งและเรื่องผู้รับที่ส่งมาเพื่อส่งไปยังเซ็กที่ถูต้อง และจะตรวจสอบไอพีแอดเดรสของผู้รับเพื่อ เลือกเส้นทางในการจัดส่งข้อมูลให้ไปถึงปลายทางได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องเราท์เตอร์เป็นอุปกรณ์ ที่มีการทำงานซับซ้อนกว่าบริดจ์ ทำหน้าที่เชื่อมต่อเครือข่ายคล้ายกับสวิตซ์ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อ เครือข่ายแลนกับเครือข่ายแลน หรือการเชื่อมต่อเครือข่ายแลนกับเครือข่ายพอร์ต แวน เราท์เตอร์ ทำหน้าที่กำหนดเส้นทางสำหรับรับส่งข้อมูลระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกัน
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย เกตเวย์ เกตเวย์ (Gล) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูล ทำหน้าที่เชื่อมต่อเครือชายที่ ลักษณะการเชื่อมต่อที่ต่างกันละมีโปโดคอลสำหรับการส่งรับข้อมูลต่างกัน เชื่อมต่อกันไต้ เช่น การ เกตเวย์เชื่อมต่อเครือข่าย Ethernet ที่ใช้สายส่งแบบ TP เข้ากับเครือข่าย Token Ring หรือเครือ ข่ายแลนเครื่องกับเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม หรือระหว่างเครือข่ายแลนกับเครือข่ายแวน
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย เครื่องคอมพิ วเตอร์แม่ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เป็นอุปกรณ์ที่ทำหนัที่เป็นผู้ให้บริการต่างๆใน เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เมื่อมีผู้ใช้งานขอใช้บริการ เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายจะจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ใน เครื่องเพื่อให้บริการในทันที โดยทั่วไปเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (server) จะแบ่งเป็น2 แบบ คือ 1. แบบ Rack ที่มีลักษณะเป็นกล่องสีเหลี่ยมแบนยาว สามารถนำไปวางเรียงในตู้ Rack ทำให้ประหยัดเนื้อที่ในการจัดก็บและใช้งานง่าย 2. แบบ Tower หนตาจะเหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไป
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย เครื่องคอมพิ วเตอร์ลูกข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย(Client) เป็นคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายที่ร้องขอบริการและเข้าถึง ข้อมูลที่จัดเก็บในเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย หรือเป็นคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ในระบบเครือข่าย โมเด็ม ทำหน้าที่แปลงสัญญาณอะนาล็อกที่ได้จากสายโทศัพท์ให้กลับไปเป็นสัญญาณตจิ ิตอล เพื่อส่งต่อไป ยังเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ในระบบครือข่ายนั้นมีผู้ใช้เป็นจำนวนมากทำให้มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายทั้งผู้ที่ประสงค์และประสงค์ร้าย ทำให้เกิดการบริการข้อมูลทั่วไปและอาชญากรรมทางต้นเครือข่ายคอมพิวเตอร์จึงต้องมี อุปกรณ์ที่ใช้รักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่ายด้วย ดังนี้ อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย 2.2.1 ไฟร์วอลล์ ไฟร์วอลล์ ) หมายถึง ซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่ทำหนาที่ตรวจสอบและควบคุม ระบบข้อมูลที่มาจากอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย โดยสามารถกำหนดได้ว่าข้อมูลนั้นอนุญาตให้ ใครเข้าถึง 2.2.2 AAA Server ซึ่งจะมีการตรวจสอบดังนี้ คือ 1. คุณเป็นใคร Who you are (Authentication) คอมพิวเตอร์ 2. คุณได้รับอนุญาตให้ทำอะไรบ้าง What you are allowed to do (Authorization) สามา 3. คุณทำอะไรไปบ้าง What you actually do
หน่วยที่ 2 อุปกรณ์ระบบเครือข่าย อุปกรณ์ไร้สาย ระบบเครือข่ายไร้สายเป็นระบบการสื่อสารข้อมูลที่นำมาใช้ทดแทน หรือเพิ่มต่อกับระบบเครือข่าย ใช้สายแบบเดิมโดยใช้การส่งคลื่นความถี่วิทยุ RF และคลื่นอินฟราเรดในการรับและส่งข้อมูล ระหว่างคอมพิวเตอร์ผ่านทางอากาศทะลุกำแพงพดาน หรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ โดยปราศจากการเดิน สาย ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมโยงชำระบบเศรืยจากที่ใดก็ได้ที่อยู่ในรัศมีของสัญญาณ สามารถแก้ ปัญหาเรื่องการติดตั้งสายสัญญาณในพื้นที่ที่ทำได้ยากทำให้ผู้ใช้สามารถคลื่อนย้ายไปทำงานยงั ที่ ต่างๆ ได้ เครือข่ายไร้สายประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้
มาตรฐานเครือข่าย องค์ประกอบของเครือข่าย หน่วยที่ 3 ประเภทของเครือข่าย ความหมายของ การประยุกต์ใช้งานเครือข่าย เครือข่าย ประเภทของเครือข่าย
หน่วยที่ 3 ประเภทของเครือข่าย เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Neพor) หมายถึง เครือข่ายการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไป ที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ มีการชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ในเครือข่าย โดยใช้สื่อที่เป็นสายหรือสื่อแบบไร้สายการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นเครือชยคอมพิวเตอร์มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความ สามารถของระบบคอมพิวเตอร์ให้สูงขึ้นและลดต้นทุนของระบบคอมพิวเตอร์โดยรวมลง ซึ่งการโอนย้ายข้อมูลระหว่าง เครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายจะทำให้ระบบมีความสามารถเพิ่มมากขึ้น มีการแบ่งการใช้ทรัพยากร เช่น หน่วยประมวล ผล หนยความจำหน่วยจัดก็บข้อมูลโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีราคาแพงและไม่สามารถจัดหามาให้ ทุกคนได้ ทำให้ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายค้นทรัพยากรของระบบคอมพิวเตอร์ลงได้ เครือข่ายแลน (LAN) ปัจจุบันองค์กรต่างๆมีการใช้ระบบเครืข่ายคอมพิวเตอร์ข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจเพื่อ ติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารร่วมกันทำให้สามารถลดต้นทุนทางค้นฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถของระบบให้สูงขึ้น ทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน เป็นกลุ่ม สามารถทำงานพร้อมกัน ใช้ข้อมูลต่าง ๆ ร่วมกัน ทำให้องค์กรดรับประโยชน์มาก ขึ้นสามารถใช้อุปกรณ์ได้คุ้มค่ายิ่งขึ้นเครือข่ายแลนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ภายในองศ์กร ต่างๆ ทั้งกาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นด้นธุรกิจด้านอุตสาหกรรม ด้านการศึกษา ด้าน สาธารณสุข และด้านการเงิน
หน่วยที่ 3 ประเภทของเครือข่าย ความหมายของเครือข่ายแลน เครือข่ายแลน (LAN) มาจากคำว่า Local Area Network หมายถึง ระบบเครือข่ายที่มีการเชื่อม โยงกันระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ในลักษณะเป็นกลุ่มขนาดเล็ก โดยมีการติดตั้งและ ใช้งานในบริเวณใกล้เคียงกัน เช่น ภายในแผนกเดียวกัน ภายในสำนักงานเดียวกัน ภายในอาคาร เดียวกันหรือระหว่างอาคารที่อยู่ห่างไกลกันไม่มาก เช่น เครือข่ายภายในสถานศึกษา เป็นต้น โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันและใช้ทรัพยากรร่วมกัน เครือข่าย แลนถูกจำกัดด้วยขนาดและระยะทาง ที่สมารถใช้อุปกรณ์ทวนสัญญาณได้ไม่กิน 4 ตัว ทำให้มีความ ยาวของการเชื่อมต่อทั้งหมดไม่กิน 92ร แตร ดังนั้นหากต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายในระยะทางที่ไกล กว่านี้ จึงไม่สามารถใช้เทคโนโลยีเครือข่ายแลนได้ องค์ประกอบของเครือข่ายแลน การเชื่อมต่อเครือข่ายแลน ประกอบด้วยองค์ประกอบที่สำคัญ 2 ส่วน คือ 1. ฮาร์ดแวร์ (Hardพare) เป็นส่วนประกอบของเครื่อข่ายที่สามารถมองเห็นหรือจับต้อง กับส 2.ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึงชุดโปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานเครื่องคอมพวิ เตอร์ 3.1.3 ประเภทของเครือข่ายแลน เครือข่ายแลนสามารถแบ่งตามการใช้งานได้ 2 ประเภท คือ เครือข่ายแลนแบบไคลเอน เซิร์ฟเวอร์ (ClientSever และเครือข่ายแลนแบบเพียร์ทูเพียร์ (Peer-to-Peer)
หน่วยที่ 3 ประเภทของเครือข่าย มาตรฐานเครือข่ายแลน การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายแลนมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สามารถ สื่อสารข้อมูลระหว่างกันได้และถ้ามีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อมีจำนวนมากก็จะทำให้เกิดความ ยุ่งยากมากขึ้น ผู้พัฒนาจึงต้องหาวิธีการและเทคนิคในการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ทำให้การเชื่อมต่อ เครือข่ายง่ายขึ้น โดยมีการกำหนดเทคโนโลยีที่ใช้ในการรับส่งข้อมูลภายในเครือข่ายแลนออกมา หลายมาตรฐาน แต่ละมาตรฐานมีข้อกำหนดฉพาะที่จะบ่งบอกลักษณะรูปแบบของข้อมูล คุณสมบัติทางการเชื่อมต่อต่าง ๆ ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้ผู้ผลิตและผู้พัฒนาต้องสร้างให้สามารถใช้งาน ร่วมกันสื่อสารระหว่างกันได้หน่วยงาน EEE ได้จัดตั้งโครงการเพื่อกำหนดมาตรฐานกลางที่เกี่ยวข้อง กับเครือข่ายแลนซื่อว่าโครงการ802 มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบเครือ ข่ายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากอุปกรณ์เครือข่ายผลิตจากโรงงานผู้ผลิตที่ตกต่างกัน นอกจากนั้นโครงการ 802 ยังประกอบด้วยโครงการย่อยเพื่อใช้กำหนดมาตรฐานเครือข่ายแลน แต่ละประเภท กฎข้อที่สอง การประยุกต์ใช้งานเครือข่ายแลน องค์กรส่วนใหญ่จะติดตั้งเครือชยแลนเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสารเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการดำเนินงานหรือดำเนินธุรกรรมผ่านระบบเครือข่ายดังนั้นจึงสามารถนำเครือข่าย แลนไปประยุกต์ใช้งานในด้านต่างๆ
หน่วยที่ 3 ประเภทของเครือข่าย โทเค็น โทเค็นเป็นแพ็กเก็ตของข้อมูลที่เดินทางไปรอบเครือข่ายแบบโทเค็น ที่เดินทางวนไปตามโหนดต่าง บนครือข่าย เพื่อให้โหนดที่ต้องกาส่งข้อมูลฝกขอมูลปยังโหนดผู้รับ กาส่งผ่านโทเห็นเป็นกลไก ควบคุมการรับส่งข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดการชนกันของฟรมข้อมูล โดยโทเค็นมีลักษณะเป็นฟรมขนาด เล็กที่ถูกส่งไปยังแตะสถนีในลักษณะเรียนไปเป็นตามลำดับที่ได้ออกแบบไว้ สถานีใดที่ได้รับโทเด็น จะมีสิทธิในการนำข้อมูลหนึ่งเฟรมหรือมากว่าหนึ่งเฟรมจนกว่าข้อมูลที่งหมด จากนั้นจึงจะปล่อยโท เด็นให้สถานีอื่นที่อยู่ถัดไป โทเค็นบัส โทเด็นบัส (Token Bus) เป็นเครือข่ายแลนตามมาตรฐาน EEE 802.4 ที่ใช้สายโคแอคเซียล เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูล ด้วยอัตราความเร็วหลายระดับ คือ 1 Mbps 5 Mbps หรือ 10 Mbps โดยไม่โทโพโลยีการชื่อมต่อแบบบัส และใช้วิธีการใช้ใช้ตัวกลางโดยการส่งผ่านโทเด็น ซึ่ง แตล่ ะสถานีในเครือข่ายจะทราบที่อยู่ของสถานีที่อยู่ทางซ้ายและขวาของตัวเอง โดยสถานีที่มีดที่อยู่ สูงสุดจะสามารถส่งเฟรมข้อมูลได้ และเมื่อส่งเฟรมข้อมูลแล้วสถานีนั้นจะปล่อยโทเด็นให้กับสถานีที่ มีคู่อยู่รองลงไป โดยการโทเด็นเข้าไปในตัวกลางและระบุคที่อยู่ปลายทางเป็นสถานีต่อไป สถานีที่ได้ รับโทเค็นจะสามารถส่งข้อมูล
หน่วยที่ 3 ประเภทของเครือข่าย โทเค็นริง โทเค็นริง (Token Ring) เป็นเครือข่ายแลนตามมาตรฐาน EEE 802.5 พัฒนาโดยบริษัทไอบีเอ็ม (BM) ใช้โทโพโลยีการเชื่อมต่อแบบดาว โดยมีอุปกรณ์ศูนย์กลางที่เรียกว่า MSAU (Mut-StationAccess Unit) ใช้วิธีการเข้าใช้ตัวกลางโดยการส่งผ่านโทเด็นในสมัยก่อนโทเด็นริง ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะการเชื่อมต่อแบบโทเด็นริงไม่ทำให้เกิดการชนกันของข้อมูลใน เครือข่าย แต่มีอัตราการส่งข้อมูลต่ำ จึงไม่ได้รับความนิยมเท่ากับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
หน่วยที่ 3 ประเภทของเครือข่าย เครือข่าย FDDI เครือข่าย FDDI (Fiber Distributed Data Interface) เป็นเครือข่ายแลนที่พัฒนาโ ดยองค์กร กำหนดมาตรฐานของสหรัฐอมริกา ANSI (America National Standard Insitute ) เพื่อนำมาใช้ เป็นเครือข่ายหลักสำหรับเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอื่น เป็นเครือข่ายที่มีอัตราเร็ว 100 Mbps ขึ้นไป ใช้สายใยแก้วนำแสงเป็นตัวลางในการับส่งข้อมูล โดยการส่งผ่านโทเด็นตามมาตรฐาน IEEE 82.5 สามารถรับส่งข้อมูลระยะทางได้ไกลถึง 200 กิโลมตร และถ้าใช้ตัวกลางเป็นสาย บTP จะเรียกเครือ ข่ายชนิดนี้ว่าCDDI (Copper Distributed Data Interface)เครือข่าย FDD! มีการเชื่อมต่อโดยใช้ โทโพโลยีแบบวงแหวน โดยมีเส้นทางการส่งข้อมูลเป็นวงแหวน2วงที่ส่งข้อมูลสวนทางกัน คือ วงแหวนหลัก (Pimary Ring) และวงแหวนรอง (Secondary Ring) ที่ใช้เป็นเส้นหวงสำรองเมื่อ วงแหวนหลักใช้งานไม่ได้ โดยวงแหวนหนึ่งจะรับส่งข้อมูลนทิศทางตามเข็มนาฬิกาและอีกวงแหวน หนึ่งจะรับส่งข้อมูลในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา เครือข่าย ATM เครือข่าย ATM (Asynchronous Transfer Mode) เป็นเครือข่ายที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีการสูง ข้อมูลแบบใหม่เพื่อตอบสนองในด้นความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูลเครือข่าย ATM ประยุกต์ได้ หลายรูปแบบทั้งแN หรือพN ใช้กับตัวกลางได้ทั้งแบบลวดทองแดงหรือสายใยแก้วนำแสง เครือชย ATทเป็นเครือข่ายที่ประยุกต์ได้หลายรูปแบบทั้งแบบN หรือพN ใช้ได้กับตัวกลางแบบลวดทองแดง หรือสายใยแก้วนำแสง แต่โครงสร้างการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างโหนดเป็นแบบสวิตซ์ที่เรียกว่า ATM Switchการส่งผ่านข้อมูลแต่ละเชลจึงขึ้นกับแอดเดรสที่กำหนด
กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน เครือข่ายแลนเสมือน เครือข่ายแลนเสมือนหรือ VAN (Virtual Area Network) หมายถึง เครือข่ายแลนจำลองย่อยที่ถูกสร้าง ภายใต้เครือข่ายแลนจริง เพื่อทำให้กลุ่มของคอมพิวเตอร์ละอุปกรณ์สามารถเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มย่อย ภายใต้ระเบียบการทำงานและนโยบายด้านการักษาความปลอดภัยเดียวกัน เครือข่ายแลนเสมือนถูก เครือข่ายแวน เครือข่ายแวน หรือ WAN (Wide Area Network) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย แลนที่อยู่ห่างไกลกัน และไม่สามารถเชื่อมต่อกันโดยใช้เทคโนโลยี LAN ระยะทางเป็นข้อจำกัดในการออก แบบเครืข่าย WAN เพราะเมื่อต้องส่งข้อมูลไปไกลๆ กำลังของสัญญาณก็จะอ่อนลงซึ่งมีผลต่อ ประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูล เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผทอเกเเีัิปคป่ลนน็มรีนลืีตเเค่อ่ปทยใอ็วนขนนอ่กาารผรแมา์่ยะเาบรปนคดน็แับลอตบอลอเิมบดนก(ุดีพiคยเnเิภปทวควัtยเลeอกลีตั่คrยรน่์อnออเนผนรeูงน้์็ขใขtตค้ชขอ์้น้ไกมสามดาูร้างาลดธนจมุ้อรใาิอาหนกกริยญจเคถเท่มนำแทืีอ่ห่วอลเ่รชาาง์กืเ่จอวนเIิ็nปทามตกtลยตีสe่่ผยาอูา้rใลนcกมัชัยo้ขนาง่nราาทแัถวn่นวลสเeทโชะุืาลc่กหอรtกคมไนio่ดนโแว้nดอสยหยยางNล่่มาามงีeงนมาขtอ้รราิwอัสถฐตมoรูบเรลชะrฐ้าkตาโาล่ดถาเนึปยงงอ็กิขทนนี้ๆา่อรกเรทมะเารูขัยลอร้บาะเทรสชด์ุ่ืทเ้่กงอนวา็ขอยม้ตงอยกตแเ่ั่มปานอูล็งลนไระทรมีเะเ่่คแะววห่หลรลาืวอจก่าวา่ไขะาง่มงา่มยี
หน่วยที่ 3 ประเภทของเครือข่าย VPN VPN (Virtual Private Network) หมายถึง เครือข่ายเสมือนส่วนตัวที่ทำงานโดยใช ้โครงสร้างของ อเคงรคื์อกขร่าด้ยวสยากธาารรเณข้าะรหหัรืสอขจ้อะมวูิ่ลงบก่นอนเคส่รืงอเพขื่่าอยใหไ้อข้พอี่กม็ูไลด้มแีคต่วยัางมสปาลมอารดถภัคยงมคาวกาขมึ้นเปV็นPเNครถืูอกข น่าำยมเาฉใพช้ากัะบของ องค์กรขนาดใหญ่ที่มีสาขาอยู่ตามที่ต่างๆ และต้องการต่อเชื่อมเข้าหากัน โตยังคงสามารถรักษา เครือข่ายให้ใช้ได้เฉพาะคนภายในองค์กรหรือคนที่เกี่ยวข้องด้วยเทคโนโลยี ขPง จะทำการเชื่อมต่อ องค์ประกอบข้อมูลและทรัพยากรต่างๆ ของระบบเครือข่ายหนึ่งให้ข้ากับระบบเครือข่ายหนึ่ง คิว โดยจะให้ผู้ใช้งานสร้างท่ออุโมงค์เสมือนเพื่อใช้ในการส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือ การใช้งานอินเทอร์เน็ต
หน่วยที่ 4 ตัวกลางการเชื่อมต่อเครือข่าย อุปกรณ์การเชื่อมต่อเครือข่าย
หน่วยที่ 4 ตัวกลางการเชื่อมต่อเครือข่าย การสื่อสารต้องอาศัยสื่อกลางเพื่อการส่งผ่านข้อมูลในการนำข้อมูลไปยังจุดหมายปลายทางและติดต่อสื่อสระหว่าง คอมพิวเตอร์อาจจะใช้สายเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์หรืออาจจะเชื่อมต่อแบบไร้สายและสื่อลางกาสื่อสรมีความสำคัญ มากเพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่กำหนดประสิทธิภาพในการสื่อสาร เช่น ความเร็วในกาส่งข้อมูล ปริมาณของข้อมูลที่ สามารถนำไปด้ในหนึ่งหน่วยวลา รวมถึงคุณภาพของข้อมูลสื่อกลางในการสื่อสารข้อมูลเป็นส่วนที่ทำให้เกิดการ เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์เข้าด้วยกัน และเป็นส่วนที่ยอมให้ข่าวสารข้อมูลเดินทางผ่านจากผู้ส่งไปยังผู้รับ สื่อกลางที่ ใช้ในการสื่อสารข้อมูลมีอยู่หลาย ป้องกันสัญญาณประเภทซึ่งแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันในด้นปริมาณข้อมูล ที่สามารถนำผ่านไปได้ในวลาขณะได้ข้อมูล ขณะหนึ่งสื่อหรือตัวกลางการสื่อสาข้อมูลเป็นองค์ประกอบสำคัญของ การสื่อสารข้อมูล เพราะการเลือกข้อมูลลดลงสื่อกลางที่หมะสมจะทำให้เกิดประสิทธิาพในการสื่อสาร สายทองแดง สายทองแดง สื่อกลางประเทสายทองแดง เป็นสื่อกลางทางกายภาพที่ใช้ในการการเชื่อมโยงระหว่างผู้รับ และ ได้ไกลประผู้ส่งข้อมูล โดยอาศัยสัญญาณเป็นสื่อกลางในระบบสื่อสารข้อมูลแบ่งออกเป็น 4.1.1 สายโดแอกเซียล (Coaxial) สายโดแอกเซียล ประกอบด้วย แกนตัวนำที่เป็นลวดทองแดงตรงกลาง 1 เส้น และมีฉนวน แบบเจาะ พลาสติกหนาหุ้มลวดตัวนำ และถัดจฉนวนจะมีตชยที่ถักจาลวดตัวนำหุ้มฉนวนอีก ชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันกรรบกวนจากคลื่นสามแม่เหล็กไฟฟาและสัญญาณรบกวนอื่นและหุ้ม รอบตาขำยอีกชั้นด้วยพลาสติก
หน่วยที่ 4 ตัวกลางการเชื่อมต่อเครือข่าย สายคู่ตีเกลียว สายคู่ตีเกลียว (Twisted Pair) เป็นสายนำสัญญาณที่ได้รับความนิยมในการใช้งานในระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์มากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากการติดตั้งง่ายและมีราคาไม่แพง รวมถึงมี การพัฒนาให้สายคู่ตีเกลียวสามารถรองรับการรับส่งสัญญาณข้อมูลในอัตราที่ค่อนข้างสูงได้
หน่วยที่ 4 ตัวกลางการเชื่อมต่อเครือข่าย สายใยแก้วนำแสง สายใยแก้วนำแสงสมารถบ่งออกเป็น 2 ชนิด ตามทคนิคที่ใช้ในการสงลำแสงผ่าน ใ ด้แก่สายใยแก้ว 1น้.ำแสสายงแใยบแบก้มวัลนตำิโแหสมงดแบแบลมะัลสตาิยโหใยมแดก้MวนMำแ(สMงนแlบ-Mบชdิงeเ)กิกลาโหรสม่งดสัญดังญนี้าณแสงที่สัญญ าณแสงหลา ลำแสงจะถูกส่งจากแหล่งกำเนิดแสงด้วยมุมหักเหที่มุมต่างกันภายในแกนกลางของสายและอาศัย การสะท้อนแสงที่เกิดขึ้นภายในสายไปยังปลายสาย จึงเรียกลักษณะการสงแบบนี่ว่ามัลติโหมด และ สามารแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ (1) แบบ Sep-index ที่ส่วนห่อหุ้มมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 125 ถึง 400 ไมโคเมตร และสำหรับส่วนแกนกลางมีขนาดส้นผ่านศูนย์กลางระหว่า50mถึง200 ๓ โดยมีความ หนาแน่นที่เท่ากันตลอดทั้งสาย ดังนั้นลำแสงที่มีมุมตกระทบที่ต่างกัน จะมีมุมหักเหที่ต่างกันด้วย ส่วนที่ ห่อหุ้มแกนกลางจะทำหนำที่ในกาสะท้อนลำแลง ทำให้แงเคลื่อนที่ไปยังแกนเรื่อย ๆ จน กระทั่งถึงปลาย (2) แบบ Graded-เทdx ที่ส่วนห่อหุ้มมีขนาดส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง125 M ถึง100 um สวน แกนลางมีขนาดเส้นศูนย์ลาระหว่าง 0 m ถึง 10 และมีความหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆจนกระทั่งมีคู่สูงสุด ที่สวนห่อหุ้มดังนั้นเมื่อมีการส่งลำแส้งข้าไปแสงจะคอยๆหักหตามความหนาแน่นของสายใยแก้วนำ แสงจนกระทั้งหักเหกลับหมดที่ส่วนห่อหุ้ม และลักษณะของการหักเหของลำแสงจะมีลักษณะเป็น เส้นโค้ง 2. สายใยแก้วนำแสงแบบชิงเกิลโหมด SM (Single Mode) การส่งลำแสของสายชนิดนี้จะคล้ายกัน กับสายแบบ step-index แต่ลำแสงที่ออกจากแหล่งเนิดนั้นจะส่งออกไปเกือบที่จะเป็นเส้นตรงจึง ทำให้ลำแสงเดินทางออกไปเป็นแนวนอนของเส้นตรงโดยไม่อาศัยหลักการหักเหและการสะท้อน ของลำแสงเหมือนกับสายใยแก้วนำแสงประเภทอื่น
หน่วยที่ 4 ตัวกลางการเชื่อมต่อเครือข่าย การเชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสง การเชื่อมต่อของสายใยแก้วนำแสกับอุปกรณ์ครือข่ายหรืออุปกรณ์อื่น ๆ จะใช้หัวต่อที่ปลาย สายใยแก้วนำแสงและลักษณะของหัวต่อสายใยแก้วนำแสงที่นิยมใช้งานมีอยู่3 แบบ ตังนี้ 1. หัวต่อแบบ SC (Subscriber Channel) เป็นหัวต่อที่ออกแบบโดยบริษัท AT&T เพื่อใช้ เชื่อมต่อสายใยแก้วนำแสงทั้งแบบชิงเกิลโหมดและแบบมัลติโหมดเข้ากับอุปกรณ์เครือข่าย LAN ภายในอาคารสำนักงานหรือเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารในระบบเคเบิ้ลทีวีหัวต่อสายใยแก้ว นำแสงแบบ SC
หน่วยที่ 4 ตัวกลางการเชื่อมต่อเครือข่าย เครือข่ายไร้สาย การสื่อสารไร้สาย หมายถึง การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างจุดสองจุดหรือมากกว่า โดยไม่ได้เชื่อมต่อกันด้วย ตัวนำ แต่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้แสง เสียง สนามแม่เหล็กหรือสนามไฟทำให้เกิดการสีอระยะไกลในที่ ที่ไม่สามารถใช้สายได้ คลื่นวิทยุ คลื่นวิทยุเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าในอากาศทำให้เกิด คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากระจายออกไปรอบ ๆ สายอากาศในทุทิศทุกทางดังนั้นการับสัญญาณคคืนแม่เหล็ก ไฟฟ้าของสาอากาศจึงไม่จำเป็นต้องตั้งทิศทางให้ชี้ตรงกับทิศทางของเสาส่งสัญญาณหรือทิศทางการแพร่ กระจายคลื่น โดยปกติแล้วการแพร่ระจายคลื่นวิทยุจะมีวิธีการแพร่กระจายได้ 3 รูปแบบ ไมโครเวฟ หตแใินนดรืแอตว่นเรอสะว้สืนเ่บอสต้บสนรโาตงทรหรรไงรมทื่เัอใตศีหอย้นรย์วู่บใกแนักนลรวะะนไเมดปกั็บโนาคสรครสาวืเ่ยวอาฟตมสาเาถีก่รขิโดขดอขอึยง้นงคเสคจลืา่ลานื่อกนใาคนวิกทวชา่ายวศุมงททีตนี่ี่ใ้้ทอชม้ีำงใค่นหกาารนที้ระ่าสนับท้นีำ่บใมคนคาลกืล่กืน่านใวรนิวรทิัทรบยะยุสุคด่ังAวบสาMัไญมมถญโคี ่คสลูาืร่งนณเมมวนาิัทต้ในชรยุ้ตใ้นFอMกงอายรู่
หน่วยที่ 4 ตัวกลางการเชื่อมต่อเครือข่าย บลูทูธ บลูทูธ (Bluetooth) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการติดต่อเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ค ลื่นวิทยุความถี่ สูงประมาณ 24GHz โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่อเป็นเส้นตรงเหมือนอินฟราเรด การสื่อสา รบลูทูธถูก พัฒนาขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์สื่อสาร ถูกนำไปใช้ติดต่อสื่อสารใน ระบบโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ในระยะทางที่ไม่ไกลสำหรับการรับส่งข้อมูลขนาดไม่ ใหญ่และจำนวนไม่มาก และมีการสูญเสียพลังงานน้อย ทำให้ใช้งานสำหรับการติดต่อสื่อสารได้นาน เซลล์ลูล่าร์ เซลล์ลูล่าร์ (Cellular) เป็นระบบที่ได้รับการพัฒนามจากระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดะ สัญญาณแบบแอนะล็อกความถี่สูงด้วยหลักการแบ่งองสัญญาณทางความถี่ทำหมีช่องสัญญาณสำ การติดต่อสื่อสารเป็นจำนวนมากได้ระบบการสื่อสารโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเซลลูล่าร์จะทำการ แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นคลื่นความถี่เพื่อส่งออกไปยังผู้รับแต่ในปัจจุบันระบบโทรศัพท์เซลลูล่าร์ แบบดิจิตอลได้รับความนิยมในการใช้งานมากกว่าเนื่องจากระบบที่ใช้สัญญาณแอนะล็อกมีความไว ต่อสัญญาณรบกวน
โปรโตคอล TCPIP หน่วยที่5 โปรโตคอล UDP HTTP FTP
หน่วยที่5 โปรโตคอล ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นระบที่จะต้องมีการสื่อสารข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่ ในเครือข่ายที่ มีฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์กี่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อให้การสื่อสารสามารถติดต่อสื่อสารกัน ดังนั้นเพื่อให้สามารถ ติดต่อสื่อสารกันอย่างมีประสิริภาพสามารตีความหมายได้ตรงกัน จะต้องมีการกำหนดระเบียบวิธีการติดต่อสื่อสาร ขึ้น โปรโตคอล โปรโตคอล (Protocol) หมายถึง มาตรฐานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการสื่อสารข้อมูลในเครือ ข่าย ซึ่งครอบคลุมถึงวิธีการและรูปแบบการส่งข้อมูล จังหวะเวลาการส่งข้อมูล ลำดับการรับ ส่งข้อมูล และวิจัดการป้องกันความผิดพลาดต่าง ๆ โปรโตคอลเปรียบเสมือนภาษาที่ใช้ในการ สื่อสารในระบบเครือข่ายเป็นกฎเกณฑ์และกระบวนการในการสื่อสาร โปรโตคอลมีอยู่หลาย ชนิดซึ่งแต่ละชนิดจะมีจุดประสงค์ในการทำงานที่แตกต่างกัน โดยโปรโตคอลจะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ 1. Syntax หมายถึง รูปแบบหรือโครงสร้างของข้อมูล เช่น กำหนดว่าใน 8 บิต แรกจะหมาย ถึงแอดเดรสของผู้สงอีก 8 บิต ถัดมาหมายถึงแอดเดรสของผู้รับ ส่วนที่หลือจึงจะเป็นข้อมูล ซึ่งถ้าไม่มีการกำหนดรูปแบบ Syntax แล้ว แอนติตี้จะไม่สามารถทราบได้เลยว่าบิตแต่ละบิต ที่ได้รับมานั้นคืออะไร 2. Semantics หมายถึง ความหมายของข้อมูลที่ได้รับมา เช่น เมื่อทราบแอดเดรสของผู้รับ แล้วเอนติตี้จะสามารถทำการหาเส้นทาง เป็นต้น 3. Timing เป็นข้อกำหนดของเวลาในการรับส่งข้อมูล เนื่องจากเอนติตี้แต่ละตัวนั้นมา ความเร็วในกรับส่งที่ไทำกัน เช่น ตัวหนึ่งมีความเร็วของการส่ง 100 Mbps แต่อีกตัวมี ความเร็วในการรับแต่1 Mbps ถ้าไม่มีโปรโตคอลแล้วข้อมูลโดยส่วนใหญ่จะหายไป เนื่องจาก เอนติตี้ที่ทำงานช้ากว่าจะไม่สามารถรับข้อมูลได้ทันโปรโตคอลการสื่อสารข้อมูลในปัจจุบันมี อยู่มากมาย และเนื้อหาในหน่วยนี้จะกล่าวถึงโปรโตคอลที่มีการใช้งานอย่างกว้างขวาง เช่น TCPIP, FTP, HTTP และ HTTPs ดังนี้
หน่วยที่5 โปรโตคอล TCPIP TCPIP (Transmission Control Protocol internetworking Protocol) หมายถึง ชุดของ โปรโตคอลที่ถูพัฒนขึ้นมา เพื่อใช้ในการลกเปลี่ยนข้อมูลบนเครือข่ายอินทอร์เน็ต โปโดคอล TCPP ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานบนเครือข่ายระยะไกล เครือข่ายท้องถิ่นและยังสามารถ เชื่อมต่อไปยังโลกภายนอกหรือหรือข่ายอินเทอร์ได้ดังนั้นโปรโตคอลTCPIP จึงเป็นโปรโตคอล ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง TCPIP เป็นชุดของโปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสารผ่านเครือข่าย อินเทอร์เน็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ติดต่อสื่อสารระหว่างระบบที่มีความแตกต่างกันจาก ตันทางชมเครือข่ายไปยังปลายทางและสามารถหาเส้นทางที่จะส่งข้อมูลไปได้เองโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ในระหว่างทางอาจจะผ่านเครือข่ายที่มีปัญหา โปรโตคอลTCPIP ก็ยังคงหาเส้นทางอื่น ในการส่งผ่านข้อมูลไปให้ถึงปลายทางได้โดยการส่งข้อมูลด้วยโปรโตคอลTCPIP จะเป็นการส่ง ข้อมูลผ่านชั้นการสื่อสาซึ่งแต่ละชั้นจะทำการประกอบข้อมูลที่ได้รับมากับข้อมูลส่วนควบคุม ซึ่งถูกนำมาไว้ในส่วนของข้อมูลเรียกว่า Header โดยภายใน Header จะบรรจุข้อมูลที่สำคัญ ของโปรโตคอลที่ทำการห่อหุ้มข้อมูลเมื่อผู้รับได้รับข้อมูลก็จะเกิดกระบวนการทำงานย้อน กลับและทราบว่าข้อมูลที่ตามมามีลักษณะอย่างไร
หน่วยที่ 5 โปรโตคอล FTP โปรโตคอล FTP (File Transfer Protocol) เป็นโปรโตคอลที่บริการด้านการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล ระหว่าโฮสต์หรือคัดลอกข้อมูลบนเครือข่าย การทำงานของ FTP จะเริ่มจากผู้ใช้ผ่านโปรแกรม User Interface และถ้ามีการใช้คำสั่งต่างๆ ของ FTP จะเป็นหน้าที่ PI ทำหน้าที่แปลคำสั่งและทำงานตามคำสั่ง ในกรณีที่มีการรับส่งข้อมูลที่จะเป็น หน้าที่ของ D
หน่วยที่5 โปรโตคอล HTTP โปรโตคอล HTTP (Hyper text Transfer Protocol) เป็นข้อกำหนดที่ใช้สำหรับเรียกดู เอกสาร\"เวิลด์ไวด์เว็บ ซึ่งจัดเป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูลระหว่างโปรแกรมเบราเซอร์และ เว็บเชิร์ฟเวอร์เป็นโปรโตคอลในระดับชั้นโปรแกรมประยุกต์เพื่อการแจกจ่ายและการทำงาน ร่วมกันกับสารสนเทศของสื่อผลเป็นมาตรฐานในการร้องขอและการตอบรับการใช้เว็บไข ระหว่างเครื่องลูกข่ายกับเครื่องแม่ข่ายผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์
หน่วยที่5 โปรโตคอล UDP โปรโตคอล UDP (User Datagram Protocol) เป็นโปรโตคอลในลำดับชั้นทรานสปอร์ต โดย ในส่วนของเฮดเดอร์จะประกอบด้วยหมายเลขพอร์ตต้นทางและปลายทาง ขนาดความกว้าง ของข้อมูล และตัวควบคุมข้อผิดพลาด (Checksum) โดยแพ็ก็ตที่ประกอบขึ้นจาก บDP นี้จะ เรียกว่า ยูสเซอร์ดาต้าแกรม(User Datagram)
TOPOLOGY BUS TOPOLOGY CIENTSEVER STAR TOPOLOGY PEER-TO-PEER หน่วยที่6 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย รูปแบบการเชื่อมต่อครือข่าย Ring Topology เครือข่าย LAN การเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต
หน่วยที่6 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย การนำคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเป็นระบบเครือข่ายนั้น จะต้องมีการศึกษาถึงรูปแบบโครงสร้างและกรจัดวาง อุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบเครือข่าย เพื่อทำให้การใช้งานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์รู้ประโยชน์และมีประสิทธิภาพ ในการใช้งานสูงสุด Topology โทโพโลยี (Topology) หมายถึง ลักษณะทางกายภาพของระบบเครือข่าย เป็นลักษณะของ การเชื่อมโยงสายสื่อสารเข้ากับอุปกรณ์และเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายเข้าด้วยกันซึ่งโท โพโลยีที่นิยมใช้บนเครือข่ายท้องถิ่นจะมีอยู่3 ชนิดด้วยกัน ดังนี้ 1.โทโพโลยีแบบบัส 2.โทโพโลยีแบบดาว 3.โทโพโลยีแบบวงแหวน
หน่วยที่6 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย Bus Topology โทโพโลยีแบบบัส (Bus Topology) เป็นเครือข่ายที่มีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบบัส โดยเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์กับตัวกลางหลักที่เรียกบัสเพียงเส้นเดียวยาวต่อเนื่องและมี Connectorตัวเชื่อมต่อ และที่จุดปลายของทั้งสองค้นจะต้องมีอุปกรณ์ปิดหัวท้ายที่เรียกว่า Terminator เพื่อกำจัดสัญญาณรบกวนที่จะเกิดขึ้นจากกาสะท้อนกลับของอุปกรณ์ของฝ่ายผู้รับ ย้อนกลับไปหาฝายผู้ส่งโทโพโลยีแบบบัสเป็นวิธีการเชื่อมต่อที่ง่ายที่สุดและเป็นวิธีที่นิยมอย่างมาก ในอดีต แต่ปัจจุบันมีการใช้งาน
หน่วยที่6 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย Star Topology โทโพโลยีแบบดาว (Star Topology) (เกิดมาจากเครือข่ายที่มีการเชื่อมต่อเข้ากับเครื่อง คอมพิวเตอร์มนฟรมที่เป็นศูนย์กลางในปัจจุบันได้มีการนำโทโพโลยีแบบดาวมาประยุกต์ใช้งาน โดย ให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ศูนย์กลางที่รียกว่าฮับหรือสวิตซ์โดยอุปกรณ์ ศูนย์กลางจะทำหน้ำที่เป็นศูนย์ควบคุมเส้นทางการสื่อสารทั้งหมด และทำหน้ำที่จัดการข้อมูลให้กับ เครื่องปลายทาง
หน่วยที่6 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย Ring Topology โทโพโลยีแบบวงแหวน (Ring Topology) เป็นเครือข่ายที่มีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบวงแหวนโดย เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะเชื่อมต่อกับเครื่องถัดไปเรื่อยๆจนกระทั้งเครื่องแรกและเครื่อง สุดท้ายมีการเชื่อมโยงกันทำให้มีลักษณะเป็นวงแหวน การรับส่งข้อมูลในโทโพโลยีแบบวงแหวน ข้อมูลจะถูกส่งไปในทิศทางเดียวกันภายในวงแหวน และใช้วิธีการสงข้อมูลผ่านโทเด็น (Token passing) ซึ่งโทเค็น คือข้อมูลพิเศษที่ส่งผ่านในโทโพโลยีแบบวงแหวน และถูกส่งต่อกันไปเรื่อยๆ ถ้า เครื่องใดที่ต้องการส่งข้อมูลเมื่อได้รับโทเด็นจะมีสิทธิ์ที่จะส่งข้อมูลโดยใส่ที่อยู่ของเครื่องปลายทางไว้ ในข้อมูลแล้วส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ จนถึงเครื่องปลายทางที่มีอยู่ตรงกับที่ระบุในฟรมข้อมูล เครื่องนั้นก็ จะนำข้อมูลไปใช้งานและส่งเฟรมข้อมูลตอบรับไปยังเครื่องผู้ส่งเพื่อบอกให้ทราบว่าได้รับข้อมูล เรียบร้อยแล้ว เมื่อเครื่องผู้ส่งได้รับการตอบรับแล้วจะส่งโทเด็นไปยังเครื่องถัดไป
หน่วยที่6 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย รูปแบบการเชื่อมต่อครือข่าย หรือการสงสันทางกาสื่อสารเพื่อส่งข้อมูลจากอุปกรณ์หนึ่งไปยังอุปกรณ์หนึ่ง โดยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่แบ่งตามหน้ำที่การทำงานสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ และเครือ ข่ายแบบไคลแอนด์เชิร์ฟเวอร์ มีรายละเอียดดังนี้ 1.การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ 2.การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไคลแอนด์เซิร์ฟเวอร์ PEER-TO-PEER เคทเเคทปอ็่รัรนาพืมอเคทพยขีิน่ายวากกมเยตำรกแัอหตนบ่ราน์เบทงคีด่เมรวพๆีื่ีอกายซขขาึร้่่์รงอาทกเยูมัชเูืนป่พลอีแรหยมะลรรต์ืเะ่อภอ(กPทัคทนeรอนัีeพ้มเไชrยม่พ-่นิtาจวoกำเแ-รตเPฟปสอ็้่eนมวรe์นขตเr้้ขใออ)้าดมงหดูขม้ลรีวอืผอูย้เงดกคกูเัแคารนื่ลรรอื่เอแโงชืดพงล่อินยะมัม้คนจพัต์อดท่ีอ่มโกตดเ้พาคอิยรวรงืแรกเอตะตาข่บ่อลรารบะใย์ชแเ้แคเงตนบ่ารืืล่่นอบอะงงรจเุ่จจมคดาะกรตืั่ก่ทอบอผำงูผจู้ใสุง้ใดชา า้ชค้นมคเอปใาน็นมรนอลถืพเ่ันิคกแวรษบเื่อตณงขอป่ัะารน์ทยจี่ะ CientSever ขตใเเผดขดเจทเูีู่่่คชคปห้่นาาดาแาิ็เู้รรรนรบวยืตง์ืลแถี่้ฟออยึๆสเเราลรงคิพงขกวาเกืกะ่ค่พแบราอวอรืาิบา่่ออลยสมารใรร์บรมหงเะแเกพข้คว(ซัห์รพตบบFิบัอม้ิรกรืลรอiว์่บรสเัอlทฟิษวิกคัเeงกไ้ทงตงมวมาทคราืไีีแธ่Sออ่คทิอฮครลเ์ักบe้รรรวแงางลแ์่ี์ายeงไากรบแอเ(์รค่ปกrมดพDางัอืนใล่วนปรดสปชอa่นิด่้ัแากขสว์lลงทนด้เaเอำาน์อกอชชำขb็ิิหนน้เมท(รดรหอี์a์ูคCน่ดทฟฟลภสน์มsรiั้ไืูดรeกเเ่าeยาลัอดววพสn้มคทแแิงมอีอSท่ยtาอลเบลราร)eชร์า์ธมะิิะกร์rหถรกิก((บ์พvหทกCSฟบิรราeืรวาeวรiอิรเร่ัerหรโเาวพeใ)รเตดnจหอคชาrยจัแ้อยt)ุดรรงนราขSืึ์ลร่เจ่้หาทกอ์กงคัีeอคะ่นดางเรใรvรมืเครืหลรกซอืู่แร่ึอeู้อลี่รเกาบงืเยก่กงrคอใงี่ใร)ข่กรเไหยอน่ิงรชทื้คืากเ่เิ่วเเนอหปครยรลพชา์็ัก่งีฟพนรนัรแนืึๆย่บแม่อขเงเยีอคง้วมคแหงเอท่าพนรคีอขรฟ่ืนกมื่มอ้ดอ้รรอูาีื์ม์ารลกงอตทกยขท้ตัขุเ่ขีาขอ่บทกา่่ช่าอราิรา้งยำคเฟงอวใมคยมทหูชวีีวสงลๆ้รส่กืากนบขอ่าอ้าามำออรททไรมงีีรุิดตห่่เกปอบไห้้ตกาีอิหนาน่กรนรรด้ยุิงรบดถญระกตเวกจัคณใ้รตบากงาิาิาห์ักรรดร้บบตืรจกคอกัาะตีขเเดฐเั่รอข้ยขคบคงอ่า้เเามการกเรบกนงืืั็คี่ยใอ่อพบบผยปขชูิร้้ขื้งพใว่ขวออ่ฏงอื้เชีา้ิเกอา้นชกมงบตัยิูนับมเรทจทลอตปั์ูีช้่ฟเิลขิะจงเรคก้รร์ก์ยเอเะเ็ฟะารัรแวคบืีงมเรอหยอเลูรสรไีืวลเข่กยนระฟอคา่ี์อ้าวกมตงรล่ร้ืย์า์หวออาเ่ไาพรนงฟืึ่่ถมองลี์
หน่วยที่6 รูปแบบการเชื่อมต่อเครือข่าย เครือข่าย LAN เครือข่าย LAN (Local Area Netwok) เป็นเครือข่ายส่วนบุคคลที่มีการเชื่อมต่อเค รื่อง คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงในระยะทางไม่เกิน 0 กิโลเมต ร เข้าด้วยกัน เช่น การเชื่อมต่อเครือข่ายภายในแผนกเดียวกัน ภายในสำนักงาน หรือภายในอาคารเดียวกัน เป็นต้น เครือข่าย AN ถูกออกแบบขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์หลักในการแบ่งปันกันใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ เช่น หน่วยประมวลผลกลางความเร็วสูง ฮาร์ดดิสก์ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น ซึ่งการสร้างเครือข่าย N นี้ องค์กรสามารถทำเองได้ โดยเชื่อมต่อสายสัญญาณภายในพื้นที่ของตนอง เครือข่าย N มีตั้งแต่เครือ ข่ายขนาดเล็กที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปภายในห้องเตียวกันจนไปถึงการเชื่อม โยงระหว่างห้องหรือเชื่อมโยงระหว่างองค์กร เครือข่าย LN จึงเป็นเครือข่ายที่รับผิดชอบโดยเจ้าของ และสามารถรับส่งสัญญาณกันด้วยความเร็วสูงมาก ทำให้การรับส่งข้อมูลมีความผิดพลาดน้อยและ สามารถรับส่งข้อมูลจำนวนมากในเวลาจำกัดได้ แต่จะถูกจำกัดด้วยขนาดและระยะทางที่จะต้อง ห่างกันไม่มาก การเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต internet มาจากคำว่า inter Connection Network ซึ่งหมายถึง เครือข่ายของเครือข่าย คอมพิวเตอร์ระบบต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ เครื่อง คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องทั่งโลกสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้โดยใช้มาตรฐานในการรับส่งข้อมูล เดียวกันที่เรียกว่า TCPIP(Transmission Control Protocollnteret Protco) ระบบอินทอร์เน็ต เป็นสมือนใยแมงมุมที่ครอบคลุมทั่วโลก ซึ่งในแต่ละจุดที่เชื่อมต่อจะสามารถสื่อสารกันได้หลายเส้น ทางตามความต้องการ ไม่กำหนดตายตัวการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสามารถทำได้2 วิธีคือการซื่อมต่อ โดยตรงด้วยเกตเวย์ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์เข้ากับสายคนหลักของอินทอร์เน็ต โดยผ่านกตเวย์หรือเราท์เตอร์ การเชื่อมต่อแบบนี้มักใช้กับองค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากมีคู่ใช้จ่ายสูง มากและมีความเร็วในการสื่อสารสูงมากและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน ISP (internet Service Providers) เป็นการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าสู่อินเทอร์เน็ตโดยผ่านบริษัทผู้ให้บริการจัดสรรการ เชื่อมโยง
ตัวอย่างระบบปฏิบัติการเครือข่าย ตัวอย่างระบบปฏิบัติการเครือข่าย หน่วยที่ 7 การติดตั้งระบบปฏิบัติการเครือข่าย ระบบปฏิบัติการ CENTOS
หน่วยที่ 7 การติดตั้งระบบปฏิบัติการเครือข่าย ความหมายระบบปฏิบัติการเครือข่ายหรือ NOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกออกแบบมาสำหรับจัดงานด้านการ ติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ และช่วยให้คอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่กับเครือข่ายสามารถใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ ระบบปฏิบัติการเครือข่ายนิยมใช้ปัจจุบันจะใช้หลักการประมวลผลแบบไคลเอนต์เซิร์ฟเวอร์ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการเครือข่าย 1. ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่องที่ทำหน้าที่เป็นแม่ข่าย เช่น File server ของบริษัทไมโครซอฟต์ ระบบปฏิบัติการเครือข่าตั้งแต่ Windows NT เป็นต้น มาจะมีการรวมระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการเครือข่ายไว้ด้วยกันโดย Windows NT Server ทำหน้าที่ของเครื่องแม่ข่าย 2. ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ (UNIX) เป็นระบบปฏิบัติการอเนกประสงค์ที่เป็นทั้งแบบ Multitasking และ Multiuser ในปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในองค์กรมากข้นเนื่องจากบริษัทชั้นนำที่ผลิต โปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ ได้พัฒนาโปรแกรมที่สามารถทำงานได้บนยูนิกซ์
หน่วยที่ 7 การติดตั้งระบบปฏิบัติการเครือข่าย ตัวอย่างระบบปฏิบัติการเครือข่าย 3. ระบบปฏิบัติการลิงนุกซ์ เป็นระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ประเภทหนึ่ง เป็นระบบปฏิบัติการประเภทฟรีแวร์ที่ไม่เ สียค่าใช้จ่ายเป็น ระบบปฏิบัติการเช่นเดียวกับดอส วินโดว์ หรือยูนิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่มีความ สามารถของตัว ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมประยุกต์ 4. ระบบปฏิบัติการ Novell Netware เป็นระบบปฏิบัติการ NetWare เป็น ระบบปฏิบัติการเครือข่ายขนาด 32ที่สนับสนุนการทำงานของ Windows , UNIX และ MacOS มีการรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการระบบเครือข่าย 5. ระบบปฏิบัติการเครือข่ายแบบอื่น ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการ Windows ของไมโครซอฟต์ และ NetWare จะเป็นระบบ ระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด
Search