7สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เปิดตำนานอันยิ่งใหญ่ของทัชมาฮาล กำแพงเมืองจีน โคลอสเซียม มาชูปิกชู กริชตูเรเดงโตร์ และสิ่งมหัศจรรย์ อื่นๆ มีหลายองค์กรในโลกยุคปั จจุบันต่างก็จัดทำบัญชี 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ขึ้น โดยมีเกณฑ์ในการคัด เลือกสถานที่ต่างๆ ต่างกันออกไป แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ ชัดคือ จำนวนสิ่งมหัศจรรย์ที่ได้รับการคัดสรรมานี้มีความ หลากหลายทางอารยธรรมมากกว่าการจัดทำบัญชีฯในโลก ยุคกลาง ซึ่งนอกจากจะมีอารยธรรมกรีก โรมัน และอียิปต์ แล้วก็ยังมีอารยธรรมอื่นๆด้วยอาทิเช่นอินเดียจอร์แดนและ กลุ่มประเทศอเมริกาใต้ซึ่งการจัดทำบัญชีเหล่านี้มีทั้งความ เหมือนและความแตกต่างกันในบางรายการ
รูปปั้ นพระเยซูคริสต์ (Christ Redeemer) รูปปั้ นพระเยซูคริสต์ความสูง 38 เมตร ที่มีความยิ่ง ใหญ่และสง่างาม บนยอดเขาโคคาวาโด (Cocavardo) ใน เมืองริโอเดจาเนโร (Rio de Janero) ประเทศบราซิล เริ่ม ก่อสร้างในปี ค.ศ. 1922 และใช้เวลาก่อสร้าง 9 ปี เป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และเป็นจุดชมวิวเมืองริโอเดจาเนโรที่ดี ที่สุดแห่งหนึ่ง
กำแพงเมืองจีน (Great Wall of China) สิ่งมหัศจรรย์ที่ติดอันดับทั้งจากโลกยุคกลาง และโลกยุคใหม่ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “กำแพงหมื่นลี้” สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้ (Qin Si Huang) เพื่อป้ องกันการรุกรานจากชนเผ่าทางเหนือ และมีการ สร้างขยายต่อเติมมาถึงในสมัยราชวงศ์หมิง จากการ สำรวจในปี ค.ศ. 2012 พบว่ากำแพงหลักและสาขา ย่อยต่างๆ มีความยาวรวมกันเกือบ 22,000 กิโลเมตร โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะนิยมไปเยี่ยมชมกำแพง เมืองจีนกันที่เมืองปั กกิ่ง
เมืองโบราณมาชูปิกชู (Machu Picchu) มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เมืองสาปสูญแห่งอินคา” (The Lost City of The Incas) เป็นเมืองที่มีสิ่งปลูกสร้างกว่า 200 หลัง ตั้งอยู่ยอดเขา สูงในเขตคุสโค (Cusco) เมืองอูรูบัมบา (Urubamba) ประเทศเปรู สร้างโดย จักพรรดิปาชากูติ (Pachacuti) แห่งอาณาจักรอินคาในช่วงศตวรรษที่ 15 แต่ ภายหลังจากที่สเปนเข้ามายึดครอง เมืองแห่งนี้จึงถูกปล่อยร้างทิ้งไว้กว่า 300 ปี และถูกค้นพบอีกครั้งโดยนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน ไฮแรม บิงแฮม (Hiram Bingham) ในปี ค.ศ. 1911
นครเพตรา (Petra) เมืองโบราณที่สร้างโดยการเจาะและแกะสลักหินผาในหุบเขา ที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาปเดดซี (Dead Sea) และอ่าวอัคบา (Gulf of Aqaba) ในเขตเมืองมาอัน (Ma’an) ประเทศจอร์แดน คาดว่าสร้างขึ้นในราว 312 ปีก่อนคริสตกาล และเป็น เมืองหลวงของชาวนาบาเทียน (Nabataeans) สันนิษฐานว่านครแห่งนี้ถูกทิ้งร้าง ในปี ค.ศ. 106 จนกระทั่งถูกค้นพบอีกครั้งในปี ค.ศ. 1812 โดยโจฮันน์ ลุควิค เบิร์กฮาร์ท (Johann Ludwig Burckhardt) นักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์
พีระมิดแห่งเมืองชีเชนอิตซา (Chichen Itza) เมืองโบราณของชาวมายา (Maya) ที่มีพื้นที่ครอบคลุมมากกว่า 5 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตเมืองทินัม (Tinum) ในคาบสมุทรยูคาทาน (Yucatan) ประเทศเม็กซิโก (Mexico) มีวิหารที่สร้างในลักษณะเป็นพีระมิด และมีแท่นบูชายัญสำหรับทำพิธีสังเวยเทพเจ้าอยู่ด้านบน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นใน ราว 600 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาในราวปี ค.ศ. 1532 ชาวสเปนได้เข้ามายึดครอง และถูกทิ้งร้างไปในที่สุด
สนามกีฬาโคลอสเซียม (Colosseum) อีกหนึ่งผลงานการก่อสร้างที่ได้รับการจัดอันดับทั้งใน รายการสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางและโลกยุคใหม่ เป็นสนาม กีฬาขนาดมหึมาที่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมของชาวโรมัน ตั้งอยู่ ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี สร้างขึ้นในราวคริสต์ศักราชที่ 70 สามารถจุผู้เข้าชมได้เป็นจำนวนหลายหมื่นคน สนามกีฬาแห่งนี้ มีอายุยาวนานกว่า 2,000 ปี และยังเป็นต้นแบบของการออกแบบ สนามกีฬามาจนถึงยุคปัจจุบันอีกด้วย
ทัชมาฮาล (Taj Mahal) สุสานหินอ่อนสีขาวขนาดใหญ่ ที่เรียกได้ว่าเป็นอัญมณี แห่งศิลปะมุสลิมในประเทศอินเดีย ตั้งอยู่บนริมฝั่ งแม่น้ำยมุนา (Yamuna) ในเมืองอักรา (Agra) สร้างตามพระราชดำริของ จักพรรดิ ชาห์ จาฮาน (Shah Jahan) ในปี ค.ศ. 1632 ใช้เวลา ก่อสร้างกว่า 20 ปี เพื่อเป็นที่ฝังพระศพของพระมเหสีมุมทัช มา ฮาล (Mumtaz Mahal) ต่อมาถึงช่วงปลายพระชนม์ชีพ จักรพรรดิ ชาห์ จาฮาน ถูกพระราชโอรสของพระองค์เองคุมขัง เป็นเวลาหลายปีจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ และพระศพของพระองค์ ได้ถูกฝังอยู่เคียงข้างพระมเหสีในทัชมาฮาลนั่นเอง
Search
Read the Text Version
- 1 - 8
Pages: