Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ความรู้เบื้องต้นของประเทศกัมพูชา

ความรู้เบื้องต้นของประเทศกัมพูชา

Published by khemisarakan.3699, 2020-06-22 03:15:22

Description: ความรู้เบื้องต้นของประเทศกัมพูชา

Search

Read the Text Version

ใบความรู้ เร่ือง ความรเู้ บื้องต้นของประเทศกัมพชู า รายวชิ า ภาษาเขมรเบอ้ื งต้น รหสั ข 23202 ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 สอนโดย นางสาวเขมสิ รากาญจน์ สมถวลิ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ โรงเรียนสงั ขะ อาเภอสังขะ จงั หวัดสุรนิ ทร์

ใบความรู้ เรอ่ื ง ความรเู้ บ้ืองตน้ ของประเทศกมั พชู า 1. ประวตั ศิ าสตร์ประเทศกมั พชู าโดยสังเขป กัมพูชาหรือเขมร เป็นชื่อท่ีใช้เรียกชาติพันธ์ของประเทศหน่ึง ที่ได้ต้ังรกรากก่อร่างสร้างตัว ก่อนชาติพันธุ์ใด ๆ ในเอเชียอาคเนย์จากหลักฐานทางโบราณคดี บันทึกจากจดหมายเหตุของจีน และตานานนิยายพ้ืนบ้านของชาวพื้นเมืองซ่ึงมีความสอดคล้องกันทาให้ทราบว่า อาณาจักรขอม โบราณเรม่ิ ตน้ ขึ้นเม่ือประมาณพุทธศตวรรษที่ 6 โดยจดหมายเหตุจีนบันทึกไว้ว่า มีอาณาจักรหน่ึง ค่อนข้างป่าเถ่ือนช่ือฟูนัน อยู่ทางตอนใต้ของแหลมอินโดจีน มีราชินีทรงพระนามว่าลิวหยี่เป็น ผู้ปกครองเมือง และต่อมามีชายชาวต่างชาติ ช่ือฮวนเตียนเดินทางมาจากต่างประเทศอื่นเพ่ือมา ปราบนางลิวหย่ี และต่อมาก็ได้สมรถกับนางและได้นาดินแดนแห่งนี้ไปสู่ขนบประเพณีท่ีเจริญกลุ่ม ชาติพันธ์เขมรทีอ่ าศัยอยู่ในประเทศท่ีเป็นถิ่นกาเนิดของตน หรือในพ้ืนแผ่นดินท่ีเคยเป็นของเขมรมา กอ่ นมักเรยี กตนเองว่า “เขมร (แขมร)” ไม่นิยมเรียกตนเองว่า “กัมพูชา” โดยได้ยึดถือความหมาย ของคาว่า กัมพูชา นั้นสาหรับเรียกหรือหมายถึง ชื่อของประเทศ หรืออาณาจักรเขมรเท่าน้ัน ซ่ึง เขมรหรือกัมพชู านีม้ ีประวัตอิ ันยาวไกลมาก จึงขอกล่าวโดยสังเขปดังตอ่ ไปน้ี 1.1. กัมพูชากอ่ นประวตั ิศาสตร์ จากหลักฐานทางโบราณคดีได้บอกถึงประวัดติศาสตร์และวัฒนธรรมที่อาจเป็นอารยะธรรม ของเขมรมีอายุเร่ิมต้นจาก 600,000 ถึง 120,000 ปีก่อนคริสตศักราช ในยุคสมัยหินเก่า และ ตอ่ เนื่องมาถงึ สมยั ยคุ หนิ ใหม่จาก 8,000 – 2,000 ปีก่อนคริสตกาล จนกระท่ังถึงยุคโลหะ คือจาก 2,000,000 – 1,000 ปกี ่อนคริสตกาล พบรองรอยวฒั นธรรมทีส่ าโรงเสนและมลไู พร

1.2. สมยั ประวตั ศิ าสตร์ สมัยอาณาจกั รฟูนนั หรืออาณาจักรพนม(ภน์มุ ) อาณาจักรนอี้ ยใู่ นพื้นที่เอเชียอาคเนย์ในต้นครสิ ตศกั ราช จดหมายเหตุจีนเรียกดินแดนนี้ว่า “บุยนา” หรือ “ฟูนัน” และยังได้ระบุว่า ฟูนันมีพ้ืนท่ีกว้างใหญ่ประมาณ 5,000 – 6,000 ล้ี ราชธานีของ อาณาจกั รพนมมชี ื่อว่า “วธยาปุระ” มคี วามหมายวา่ “เมืองแห่งนายพราน” ในสมยั นม้ี ีสภาพสังคมเป็นเกษตรกรรม มีการควบคมุ ระบบชลประทาน ขุดสระ และบาราย มีการ ระบายน้า เป็นแหลง่ อารยธรรมทไ่ี ด้รับอทิ ธพิ ลจากอินเดยี วมากที่สุด กษัตริยท์ ี่ปรากฏชอื่ ยู่ในสมยั น้ีมีเพียง 2 องคค์ อื 1. โกณฑนิ ยะวรมนั (-พ.ศ. 1057 ) 2. รทุ รวรมัน (1057 – ราว 1100 ) ข. สมัยเจนละ (พ.ศ. 1250 – 1350 ) ประมาณกลางคริสต์ศตวรรษที่ 6 หรือพุทธศตวรรษท่ี 12 ในปริมณฑลเดียวกันมี รัฐอีกรัฐหน่ึงเกิดขึ้น จีนกล่าวถึงรัฐน้ีในนามว่า เจนละ ซึ่งเจริญรุ่งเรืองอยู่จนถึงประมาณปี ค.ศ. 681 หรอื พ.ศ. 1224 ซง่ึ ปรากฏนามพระมหากษตั ริย์ 5 พระองค์ 1. พระบาทภววรมันท่ี 1 (ราว พ.ศ. 1141) 2. พระบาทมเหนทรวรมนั หรือจิตรเสน (ราว พ.ศ. 1150-1159) 3. พระบาทอิศานวนมัน (พ.ศ. 1159-1180) 4. พระบาทภววรมนั ท่ี 2 (ราว พ.ศ. 1180 ) 5. พระบาทชยั วรมนั ท่ี 1 (พ.ศ. 1200-1224) 6. หลงั จากน้ันเจนละก็แตกออกเปน็ 2 สว่ น คือ เจนละบกและเจนละนา้

ค. สมยั พระนคร (พ.ศ. 1350-1420 ) หลังจากเจนละแยกออกเป็นสองส่วน เราก็ขาดข้อมูลความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ จนประมาณ ค.ศ.802 -850 (พ.ศ. 1345-1420) มกี ษตั ริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่า พระบาทชัยวร มัน ท่ี 2 เสดจ็ ข้ึนครองราชย์ และรวมกัมพชู าเปน็ ปึกแผ่นอีกครั้ง หลังจากน้ันประเทศเขมรโบราณ คงมีความเป็นอยู่ท่ีปรกติสุขแม้จะมีการแย่งราชสมบัติเปลี่ยนราชวงศ์ย้ายเมืองหลวงบ่อยครั้ง นัก ประวัติศาสตร์ลงความเห็นว่า “สมัยน้ีเป็นยุคสมัยที่เขมรเจริญรุ่งเรืองสุดขีดแห่งประวัติศาสตร์ กัมพูชา” โดยมีหลักฐานทางโบราณวัตถุสถานปรางค์ปราสาทหินและศิลาจารึกมากมาย รวมไปถึง วฒั นธรรมประเพณี ความเชื่อทางศาสนา อักษรศาสตร์ วรรณคดี พร้อมท้ังความเจริญทางศิลปะ และสถาปัตยกรรม ปรากฏให้เห็นเด่นชัดและส่อถึงการปกครองก้าวหน้าไปสู้สุดยอดแห่ง อารย ธรรมแห่งกมั พชู าอย่างแทจ้ รงิ ง. สมัยหลังเมืองพระนคร ในปี พ.ศ. 1937 พระนครหลวงถูกไทยเข้ายึดครอง และมีสงครามยืดเยื้อกันมา หลายปี 2 เกือบร้อยปี จนถึงปี พ.ศ. 1974 เขมรได้ย้ายเมืองหลวงจากเมืองพระนครไปต้ังอยู่ท่ี ลงแวก แตก่ ็ถกู ไทยรุกรายอกี ในปี พ.ศ.2136 จึงยา้ ยเมืองหลวงไปอยู่ท่ีเมืองอุดงค์ แต่อยู่ไม่นานก็ ยา้ ยเมอื งหลวงไปตงั้ อยู่ทีพ่ นมเปญ หรือเรียกในนามพื้นท่ีแห่งนั้นวา่ “จตุมขุ ”

ประเทศกัมพชู า มชี อ่ื ทางการ : ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) ตั้งอยู่ทาง ทศิ ตะวนั ออกเฉยี งใต้ของแหลมอินโดจนี มีพน้ื ท่ีประมาณ 181,035 ตารางกิโลเมตร ภาพท่ี 1 ธงชาติประจาราชอาณาจักรกมั พูชา ภาพที่ 2 พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สหี โมนี ภาพที่ 3 สมเด็จอคั รมหาเสนาบดเี ดโช ฮุนเซน เมอื งหลวง : กรงุ พนมเปญ (Phnom Penh) ประมุขรัฐ : พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหโมนี โดยได้รับการคัดเลือกจากสภาราช บลั ลงั ก์ ใหข้ นึ้ ครองราชยเ์ มอื่ วันท่ี 14 ตลุ าคม 2547 ประมขุ ฝา่ ยบริหาร : สมเดจ็ ฮุน เซน (Samdech Hun Sen) เพลงชาติ : เพลงนาคราช (Nokoreach) สกุลเงนิ : เรยี ล จานวนประชากร : 16 ลา้ นคน เชอื้ ชาติ : ชาวเขมร 85% ชาวญวน 5% ชาวจีน 5% อื่น ๆ 5%

ภาษา : ภาษาเขมร เป็นภาษาทางการ ส่วนภาษาท่ีใช้โดยท่ัวไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษา ฝรั่งเศส ศาสนา : รัฐธรรมนูญกัมพูชาบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจาชาติ เพราะมีผู้นับถือ พระพทุ ธศาสนา 95% ศาสนาอิสลาม3% ศาสนาคริสต1์ .7% ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู 0.3% ภมู ิศาสตร์ : กัมพูชา มีพ้ืนท่ีประมาณ 181,035 ตารางกิโลเมตร มีส่วนที่กว้างที่สุดจากทิศ ตะวันออกไป ทศิ ตะวนั ตก 580 กิโลเมตร จากเหนอื จรดใต้ 450 กโิ ลเมตร ลักษณะภมู ิประเทศ : ท่ตี ้งั กัมพูชามีทีต่ ง้ั อยูก่ ลางภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ กมั พูชา มที ะเลสาบ น้าจืดซึ่งเกิดจากแม่น้าโขงขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียชื่อว่า “โตนเลสาบ” (Tonle Sap) มีแม่น้าโขง ไหลผ่านยาว 500 กโิ ลเมตร จากนน้ั ไหลเข้าส่เู วียดนามลงสทู่ ะเลจนี ใต้ นบั ว่าเป็นแม่น้านานาชาติ และ เชอื่ กันว่า ปลาบึกซ่ึงเป็นปลาน้าจดื ทใี่ หญ่ที่สดุ ในโลกว่ายทวนน้าจากโตนเลสาปขึ้นสู่ประเทศ ไทย- ลาว กอ่ นไปผสมพันธ์ุที่จีนซึ่งเป็นต้นแม่น้าโขง โตนเลสาป อยู่ห่างจากกรุงพนมเปญประมาณ 100 กิโลเมตร ฤดนู ้าหลากน้าท่วมถงึ 7,500 ตารางกิโลเมตร ลึกถึง 10 เมตร โตนเลสาปครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ไดแ้ ก่ กาปงธม กาปงฉนัง โพธสิ ัตว์ พระตะบอง และเสียมเรยี บ ในโตนเลสาบมีปลาชุกชุมกว่า 300 ชนดิ ประเทศกมั พชู ามพี รมแดนติดดนิ แดนดงั ต่อไปน้ี สว่ นใหญ่เปน็ ที่ราบ ประกอบด้วยที่ราบ รอบทะเลสาบเขมร และท่ีราบลุ่มแม่น้าโขง มีทิวเขาล้อมรอบทางเหนือ คือ เทือกเขาพนมดงรัก เทือกเขาบรรทัด เทือกเขาอันนัม กัมพูชา มีลักษณะภูมิประเทศคล้ายชามหรืออ่าง คือ ตรงกลาง เปน็ แอง่ ทะเลสาบและลุ่ม แม่น้าโขง อนั กวา้ งขวาง มภี เู ขาล้อมรอบอยู่ 3 ด้าน ได้แก่ - ดา้ นตะวันออกมแี นวเทือกเขาอนั นัมท่ีเป็นพรมแดนกบั ประเทศเวียดนาม - ดา้ นเหนอื และตะวนั ตกเฉียงเหนือมแี นวเทือกเขาพนมดงรกั ทเี่ ปน็ พรมแดนกับประเทศไทย - ด้านใตแ้ ละตะวันตกใตม้ ีแนวเทือกเขาบรรทดั ที่เปน็ แนวพรมแดนกบั ประเทศไทย - ดา้ นตะวันออกเฉยี งใตเ้ ทา่ น้ันท่เี ปน็ ทรี่ าบลุ่มแมน่ ้าโขง

ทิศเหนือ : ติดประเทศไทย จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และลาวแขวงอัตตะปือ และจาปาสัก ทิศตะวันออก : ตดิ เวียดนาม จังหวัดกอนทมู เปลกู ซาลาย ด๊ักลัก๊ สอ่ งแบ๋ เตยนิน ลองอาน ด่งท๊าบ อันซาง และเกยี งซาง ทิศตะวันตก : ติดประเทศไทย (จงั หวัดสระแก้ว จนั ทบุรี และตราด) ทิศใต้ : ตดิ อ่าวไทย ภาพท่ี 4 แผนทป่ี ระเทศกมั พูชาในปจั จบุ ัน แมน่ า้ และทะเลสาบท่ีสาคัญ : 1. แม่นา้ โขง ไหลจากลาวเขา้ สภู่ าคเหนือของกัมพชู าแลว้ ไหลผ่านเข้าเขต เ วี ย ด น า ม มี ความยาวใน เขตกัมพชู ารวม 500 กโิ ลเมตร 2. แม่น้าทะเลสาบ เชอื่ มระหว่างแมน่ า้ โขงกับทะเลสาบ ความยาวประมาณ 130 กิโลเมตร 3. แม่น้าบาสัก (Bassac) เชื่อมต่อกับแม่น้าทะเลสาบที่หน้าพระมหาราชวังกรุงพนมเปญ ความยาว 80 กโิ ลเมตร

4. ทะเลสาบ (Tonle Sap) เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีเน้ือทที่ ง้ั หมด 3 ,0 0 0 ต า ร า ง กโิ ลเมตร ลักษณะภูมิอากาศ : ร้อนชื้น มีฤดูฝนยาวนาน อุณหภูมิโดยเฉล่ีย 20 – 36 องศาเซลเซียส อุณหภูมเิ ฉล่ยี ใน กรงุ พนมเปญ 27 องศาเซลเซยี ส ภูเขา : ยอดเขาสูงที่สุดของกัมพูชาคือ พนมอาออรัล สูงจากระดับน้าทะเลปานกลาง 1,813 เมตร ทิศเหนือของกัมพูชามีเขตแดนติดกับประเทศไทยระยะทางยาว 750 กิโลเมตร ติดกับจังหวัด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี ตราด โดยมีเทือกเขาพนมดงรัก และ เทือกเขาบรรทัดกั้น เขตการปกครอง : มี 24 จังหวัด และ 1 ราชธานี ไดแ้ ก่ ราชธานีพนมเปญ 1. ไพลิน 2. แกบ 3. พระสหี นุ 4. กระแจะ 5. เกาะกง 6. กนั ดาล 7. กัมปงจาม 8. กมั ปงชนัง 9. กัมปงทม 10. กัมปงสะปอื 11. กมั ปอต 12. ตาแกว้

13. รัตนคีรี 14. พระวหิ าร 15. พระตะบอง 16. โพธิสตั ย์ 17. บันเตยี เมียนเจย 18. เปรเวง 19. มณฑลคีรี 20. สตงึ เตรง 21. สวายเรยี ง 22. เสยี มราฐ 23. อุดรมีชัย 24. ตโบงฆมุม ป่าไม้ : กัมพูชาเป็นประเทศทม่ี ปี ่าไม้อดุ มสมบรู ณ์มากทสี่ ุดหากเปรียบเทียบกับประเทศเพ่ือนบ้าน ปัจจุบันป่าไม้ลดลงอย่างมากหลังจากท่ีรัฐบาลเปิดให้สัมปทานป่ากับบริษัทเอกชนจากประเทศ อินโดนเี ซยี มาเลเซีย และญปี่ ่นุ เศรษฐกจิ : เกษตรกรรม อยู่บริเวณที่ราบภาคกลาง รอบทะเลสาบเขมร พืชท่ีสาคัญคือ ข้าว เจา้ ยางพารา พริกไทย การประมง บริเวณรอบทะเลสาบเขมร เป็นแหล่งประมงน้าจืดที่สาคัญที่สุด ในภมู ิภาค ผลผลิตทางการเกษตรทสี่ าคัญ : ข้าว ยางพารา ไม้ ผลิตภณั ฑ์ประมง ผลผลิตทางอตุ สาหกรรมที่สาคญั : อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ส่ิงทอ เคมี

ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ส่ี าคัญ : อญั มณี (พลอย ไพลิน ฯลฯ) เหลก็ ฟอสเฟต บอ๊ กไซต์ ซิลิคอน ถ่าน หิน แมงกานิส ภาพที่ 4 และภาพที่ 5 วิถีชีวิตโตนเลสาบ วฒั นธรรมประเทศกัมพชู า ประเทศกัมพูชา เป็นประเทศท่ีมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน วัฒนธรรมประเพณีจึงมีความ เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ความเชื่อ และวิถีชีวิตของคนในประเทศ ซึ่งศิลปวัฒนธรรมท่ีเป็น เอกลกั ษณ์ ได้แก่ 1. ระบาอัปสรา เปน็ การแสดงนาฏศิลป์ที่โดดเด่นของกัมพูชา ซ่ึงถอดแบบการแต่งกายและท่าร่าย รามาจากภาพจาหลกั รูปนางอัปสรที่ปราสาทนครวดั 2. เทศกาลน้าหรือ “บอน อม ตุก” เทศกาลประจาปีที่ย่ิงใหญ่ของกัมพูชา จัดข้ึนในเดือน พฤศจิกายนเพื่อเปน็ การแสดงความสานกึ ในพระคุณของแม่น้าที่นา ความอุดมสมบูรณ์มาให้ โดยจะมี การแข่งเรือยาว แสดงพลดุ อกไมไ้ ฟและการแสดงขบวนเรือประดบั ไฟ

ชุดประจาชาติ คอื ซมั ปอต หรอื ผ้านุ่งกมั พูชา ทอดว้ ยมือ มีทัง้ แบบหลวมและแบบพอดี คาดทบั เส้ือบริเวณ เอว ผ้าท่ีใช้มักทาจากไหมหรอื ฝ้าย หรือทง้ั สองอยา่ งรวมกนั ซมั ปอตสาหรับผู้หญิงมีความคล้ายคลึง กบั ผา้ นุ่งของประเทศลาวและไทย ทั้งน้ี ซมั ปอดมีหลายแบบซึ่งจะแตกตา่ งกันไปตามชนช้ันทางสังคม ของชาวกัมพูชา ถ้าใชใ้ นชีวิตประจาวันจะใช้วัสดุราคาไมส่ ูง ซึง่ จะส่งมาจากประเทศญี่ป่นุ นิยมทา ลวดลายตามขวาง ถ้าเปน็ ชนดิ หรหู ราจะทอด้ายเงนิ และด้ายทอง ดอกไม้ประจาชาติ : ดอกลาดวน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook