1 ISSN : XXXX - XXXX หน้าปก
2 คณะผู้ทรงคุณวุฒิอ่านประเมินบทความ (Peer review) ศาสตราจารยก์ ติ ติคณุ ดร.นงลักษณ์ วริ ชั ชยั Ph.D. (Education) ศาสตราจารย์ ดร.สาเนาว์ ขจรศลิ ป์ Ph.D. (Student Personal and Guidance) ศาสตราจารย์ ดร.บุญธรรม จติ ต์อนันต์ Ph.D. (Agricultural Education) รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมนั ต์ วัฒนาณรงค์ Ph.D. (Vocational/ Technical Education-Instructional System Technology) รองศาสตราจารย์ ดร.กมลรฐั อนิ ทรทัศน์ Ph.D. (Development Communication) รองศาสตราจารย์ ดร.เกียรติศักด์ิ พนั ธ์ลาเจยี ก ค.ด. (เทคโนโลยแี ละสอื่ สารการศกึ ษา) รองศาสตราจารย์ ดร.วรี ะ ไทยพานชิ Ph.D. (Curriculum & Instruction) รองศาสตราจารย์ ดร.อานวย เดชชยั ศรี กศ.ด. (เทคโนโลยีการศกึ ษา) ท่ปี รึกษา คณะบรรณาธิการ บรรณาธิการอานวยการ หวั หนา้ กองบรรณาธิการ รองศาสตราจารย์ ดร.สรุ ชัย จวิ เจรญิ สกลุ กองบรรณาธิการ ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ น.ต.ดร.สญั ชัย พฒั นสทิ ธิ์ รองศาสตราจารย์ ดร.สาโรช โศภรี กั ข์ รองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ สมพงษ์ รองศาสตราจารย์ จงกล แกน่ เพม่ิ รองศาสตราจารย์ สรุ ชัย ประเสรฐิ สรวย ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.กอบกุล สรรพกิจจานง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศศิฉาย ธนะมยั อาจารย์ ดร.ไพฑูรย์ ศรีฟ้า อาจารย์ ดร.ณฐั พล ราไพ
3 บทบรรณาธกิ าร \"วารสารวิจยั ออนไลน์นวัตกรรมการศึกษา : e-Journal of Innovative Education\" ฉบับที่ 2 ปที ี่ 1 (พฤษภาคม-ตลุ าคม 2556) เล่มน้ีเปน็ วารสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e-Journal) ของภาควชิ าเทคโนโลยี การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ท่ีพยายามรวบรวมผลงานวชิ าการ ท่เี ปน็ บทความ และบทความวิจยั ท่ีเป็นผลงานของอาจารยแ์ ละนิสิตระดับบณั ฑิตศึกษา ทั้งภายในและ ภายนอกมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ท้งั นีเ้ พราะปญั หาในการลงตพี ิมพง์ านวจิ ยั ทัง้ ของนิสิตและอาจารย์ มมี ากขนึ้ ตามลาดับ เพราะวารสารทสี่ ามารถรับตีพิมพ์บทความมนี อ้ ย แต่จานวนบทความกลบั เพ่ิมพนู ขนึ้ อย่างรวดเรว็ จนเปน็ ปญั หาการขอจบการศึกษาของนิสิตระดบั บณั ฑิตศึกษา และการเผยแพร่ผลงาน ของอาจารยก์ ็หาท่ีลงตีพิมพย์ ากขน้ึ วารสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์ฉบบั นจี้ งึ เป็นอีกชอ่ งทางหรอื เวทที างความคดิ หน่งึ ในการแสดงออกทางวชิ าการ เน้อื หาในฉบบั ปฐมฤกษ์น้ี จะลงตีพิมพ์บทความวิจัยทัง้ หมด เพราะว่ามีบทความวจิ ยั ที่จะลง ตพี ิมพ์เป็นจานวนมาก บทความท่ีลงพิมพ์ในฉบบั นเี้ ปน็ บทความที่ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง (peer review) จากผ้ทู รงคุณวุฒิภายนอกเรยี บร้อยแลว้ จงึ เป็นข้อรับประกนั ว่าสามารถอา้ งอิงบทความที่อยูใ่ น วารสารเลม่ นีไ้ ด้ สว่ นในวารสารเลม่ ตอ่ ๆ ไปจะพยายามให้มีบทความอนื่ ๆท่ีมปี ระโยชนจ์ ากนกั วิชาการ และผทู้ รงคุณวฒุ ิในสาขาเทคโนโลยแี ละสื่อสารการศึกษา และจะพยายามลงบทความวจิ ัยทีย่ งั เหลือ ไมไ่ ดล้ งตีพิมพ์อกี เป็นจานวนมาก หวงั วา่ คงเปน็ ประโยชน์สาหรบั ผู้อา่ นไมว่ ่าจะเปน็ วารสารเลม่ นีห้ รือ เป็นเล่มตอ่ ๆ ไป รศ.ดร.ณรงค์ สมพงษ์ กองบรรณาธกิ าร วว ตลุ าคม ปปปป
4 สารบญั หน้า 1 การพัฒนาบทเรยี นคอมพิวเตอรม์ ลั ตมิ ีเดยี เรื่องการสร้างคาสมาส 8 สาหรบั นักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 โรงเรยี นรตั นาธเิ บศร์ โดย นารีรัตน์ ศรีสนทิ การพัฒนาบทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ัลติมีเดีย เรื่อง มรดกโลกในอาเซียน สาหรบั นักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรยี นนวมิทราชินูทิศ เบญจมราชาลยั โดย พิมพส์ ิริ พนั ธเ์ ตย้ี การพฒั นาบทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ัลติมีเดยี เรื่อง ระบบการทางานของคอมพิวเตอร์ 17 สาหรบั นกั เรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 โรงเรียนสขุ มุ นวพันธ์อุปถัมภ์ โดย สุภาภรณ์ เพง็ พุฒ การพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอรม์ ลั ตมิ เี ดยี เร่ือง ทศนยิ ม สาหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดย พชั ราภรณ์ วงคค์ าจนั ทร์ 23 การพฒั นาบทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนวิชาชีววิทยา เรื่อง มิวเทชัน สาหรับชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โดย อมรรตั น์ พิมพะ 33 การพัฒนาส่ือคอมพิวเตอรม์ ลั ตมิ เี ดยี เรอื่ ง เทคนิคการสรา้ งงานดว้ ยโปรแกรม Photoshop 40 สาหรบั นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรยี นชิตใจช่นื โดย ลกั ขณา ปากพลีนอก การพัฒนาการสอนบนเวบ็ เร่อื ง การเรยี นรู้โปรแกรมประมวลผลคา 50 สาหรับนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 โรงเรียนนวมนิ ทราชินูทศิ เบญจมราชาลยั โดย พรี ะเทพ กาวินชัย
สารบัญ (ต่อ) 5 หน้า การสรา้ งบทเรียนบนเครือขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ เร่ือง การบรหิ ารจัดการหอ้ งสมดุ 56 สาหรับอาจารย์ประจาศูนย์การเรียนปัญญาภิวฒั นก์ รุงเทพฯ-ภมู ภิ าค 65 โดย จิรวงศ์ โตโสม 72 การพัฒนาการสอนบนเวบ็ วชิ าภาษาองั กฤษ เรอ่ื ง การแต่งกายประจาชาติ 78 ของประเทศสมาชกิ อาเซยี น สาหรับนกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 85 โดย นฤมล เอีย่ มสาอาง 92 98 บทเรียนออนไลน์ เรื่อง การสรา้ งงานแอนเิ มชั่น สาหรับนักศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนอบุ ลรตั นราชกัญญาราชวิทยาลยั นครปฐม โดย สราลี สทุ ธิศาสตร์ การพฒั นาเว็บไซตป์ ระชาสัมพันธก์ ล่มุ งานโรงเรียนอาชีวศึกษา สานกั งานคณะกรรมการสง่ เสริมการศึกษาเอกชน โดย ณฏั ฐ์ หอมสวุ รรณ การพฒั นาหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ เร่อื งระบบงานไปรษณยี ์เบื้องต้น สาหรบั พนักงานบริษัท ไปรษณยี ์ไทย จากัด โดย กฤษณะ สขุ สมจติ การสรา้ งหนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ เร่ือง การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศในการนาเสนองาน สาหรับนักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นเทศบาลวดั ละหาร โดย ประพีร์ สมศิริธรรม การพฒั นาหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์บนไอแพด สาหรบั เด็กปฐมวัย ระดับช้นั อนุบาล 3 โรงเรียนอนุบาลแย้มสอาด โดย ณรงคช์ าญ ปานมัน่
สารบัญ (ต่อ) 6 หน้า การพฒั นาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรอ่ื งพิษภัยบุหร่ี สาหรับนักศกึ ษาชนั้ ปที ี่ 1 107 หลกั สูตรโสตทัศนศึกษาทางการแพทย์ วิทยาลยั เทคโนโลยีทางการแพทย์ 114 และสาธารณสขุ กาญจนาภิเษก 122 โดย วนิดา ทุมมยั 129 136 การพฒั นาบทเรียนวดี ิทัศน์ เรื่อง การจัดแสงเพ่ือการผลิตรายการโทรทัศน์ 143 สาหรับนกั ศึกษาชนั้ ปที ี่ 3 มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา 154 โดย สรุ วิช ศรที องคา การผลติ วดี ิทัศน์ เรอื่ ง การเสิรฟ์ วอลเลยบ์ อลสาหรับนักเรียน ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4 โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ โดย เจรญิ ปักสมัย การสรา้ งดจิ ทิ ลั วดิ ีโอ เร่ือง การซ่อมหนังสือ สาหรับอาจารย์ประจาศนู ยก์ ารเรียนปญั ญาภิวฒั นก์ รงุ เทพฯ-ภมู ิภาค โดย ธมน แสงแกว้ พฤติกรรมการยอมรบั นวตั กรรม Tablet PC ของครู ในสงั กัดสานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษานครนายก โดย อรพรรณ สนั ต์สงั วร การพัฒนาแผนการสอนโดยใชแ้ ทบ็ เลต็ วชิ าสงั คมศกึ ษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 โดย ปางลลี า บูรพาพิชิตภยั การพฒั นาบทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอน กลุม่ สาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพ และเทคโนโลยีเรอื่ งเทคโนโลยีสารสนเทศ สาหรบั นักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โดย ปวนั นา ยวนเกิด
สารบัญ (ตอ่ ) 7 หน้า วดี ิทัศนด์ จิ ทิ ลั เพ่ือการฝึกซ้อมสาหรับบณั ฑติ ท่จี ะเขา้ รับพระราชทานปรญิ ญาบตั ร 168 มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวิชยั สงขลา โดย อุทยั วรรณ ชาลีผล 179 การพฒั นาบทเรียนคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดีย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี เรือ่ งระบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ สาหรับนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 นางสาวอาญานี อาวปรยี า
1 การพัฒนาบทเรยี นคอมพิวเตอรม์ ัลตมิ ีเดีย เร่อื งการสรา้ งคาสมาส สาหรบั นกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนรัตนาธเิ บศร์ DEVELOPMENT OF THE COMPUTER MULTIMEDIA PROGRAM ON CREATING “KHAM-SA-MAS” FOR MATTHAYOMSUKSA 2 STUDENTS OF RATTANATIBATE SCHOOL นารรี ัตน์ ศรสี นิท 1 บทคดั ย่อ ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่องการ สร้างคาสมาส สูงกว่าคะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธ์ิ กา รวิ จัย ครั้ งน้ี มีวั ตถุ ปร ะส งค์ เพ่ื อ ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนปกติอย่างมี 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง นัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ค่าดัชนี การสร้างคาสมาส ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย ปีท่ี 2 ระหว่างการเรียนปกติกับการเรียน เรื่องการสร้างคาสมาสเท่ากับ 0.87 ซึ่งแสดงว่า ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย 2) ศึกษา บทเรียนสามารถทาให้ผู้เรียนมีความก้าวหน้า ดั ช นี ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล ข อ ง บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ทางการเรียนรู้เพ่ิมขึ้นร้อยละ 87 และ 3) มัลติมีเดีย เร่ืองการสร้างคาสมาส และ3) ศึกษา นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ ข อ ง นั ก เ รี ย น ที่ มี ต่ อ บ ท เ รี ย น มัลติมีเดีย เรื่องการสร้างคาสมาส อยู่ในระดับ คอมพวิ เตอรม์ ลั ตมิ ีเดยี เร่อื งการสร้างคาสมาส มาก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ คาสาคัญ : บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนรัตนาธิ การการสรา้ งคาสมาส เบศร์ จานวน 2 ห้อง ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่าง แบบกลุ่ม (cluster sampling) โดยวิธีการจับ Abstract สลากเลือกห้องเรียน เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ บทเรียน The purposes of this research were 1) to compare the learning คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่องการสร้าง achievement scores of the students who ค า ส ม า ส ส า ห รั บ ช้ั น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ปี ที่ 2 learned with computer multimedia แบบทดสอบ program with those of the students who learn by traditional style., 2) to study the วัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและแบบ effectiveness index of the computer ประเมินคุณภาพบทเรียนมัลติมีเดียเรื่องการสร้าง multimedia program on creating “Kham- คาสมาส สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าร้อยละ sa-mas”, and 3) to study the student’s ค่าเฉล่ีย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ satisfaction on computer multimedia t-test (dependent sample) ผลการวิจัยที่สาคัญพบว่า 1) คะแนน เฉล่ยี ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรยี นที่เรยี น 1 นิสติ ปรญิ ญาโท ภาควชิ าเทคโนโลยกี ารศกึ ษา ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2 program. ผู้เรยี นมีผลสัมฤทธิ์อยู่ในระดับกลาง และค่อนข้าง Thirty students from อ่อน โดยเฉพาะเรื่องการสร้างคาสมาส ซึ่งเป็น เรื่องท่ีเข้าใจยาก เน่ืองจากคาสมาสมีหลักเกณฑ์ Matthayomsuksa 2 were drawn by cluster ในการสังเกต การจาแนก และการสร้างซับซ้อน sampling. Research instruments were ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ผู้ เ รี ย น มี เ ว ล า เ รี ย น จ า กั ด แ ล ะ computer multimedia program on มีศักยภาพในการเรียนรู้ที่รวดเร็วไม่เท่ากัน อีกทั้ง creating a “Kham-sa-mas”, learning ผูเ้ รยี นไม่มีส่ือในการทบทวนความรู้ด้วยตนเองจน achievement tests, and students’s เกิดความเขา้ ใจการใช้ทักษะทางภาษาไทย ผู้เรียน satisfaction questionnaire toward ตอ้ งหม่ันฝึกฝนทักษะจนเกดิ ความชานาญสามารถ computer multimedia program on ใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และ creating “Kham-sa-mas”. The data was นาไปใช้ในชีวิตจริง ผู้เรียนต้องรู้หลักการใช้ analyzed by using percentage, mean, ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย standard deviation and t-test ใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมกับโอกาสและบุคคล (independent sample). ดังน้ันการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน รายวิชาภาษาไทยจึงควรมีวิธีการสอนท่ีทันสมัย The research findings were 1) the ดึงดูดความสนใจและสอดคล้องกับธรรมชาติของ learning achievement scores of the ผู้เรียน โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล student who learned with computer ผู้สอนนอกเหนือจากการถ่ายทอดความรู้ และ multimedia program were significantly อบรมดูแลผู้เรียนแล้วผู้สอนต้องเพิ่มบทบาทเป็นผู้ higher than those of student who learned เอ้ือประโยชน์และช้ีแนะแนวทางในการเรียนรู้ให้ by traditional style at 0.05 level., 2) the ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และแสวงหาความรู้ได้ด้วย effectiveness index of the computer ตนเอง ปัจจุบนั สภาพสังคมมีการพัฒนารุดหน้าไป multimedia program on creating “Kham- มาก การจดั การเรยี นการสอนจึงควรใช้เทคโนโลยี sa-mas” was at 0.87 that means learners เข้ามาประยกุ ต์ใช้เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นสื่อ could be improved all progressive higher การเรียนการสอน ซึ่งยืน ภู่วรวรรณ (2546) learning for 87 percents, and 3) the กล่าวว่า การนาคอมพิวเตอร์มาใช้ในระบบการ student’s satisfaction toward the เรียนการสอนเป็นวิธีหนึ่งท่ีช่วยแก้ปัญหาเร่ือง computer multimedia program creating ความแตกต่างระหว่างบุคคล การนาคอมพิวเตอร์ “Kham-sa-mas” was at high level. มาใช้ในการเรียนการสอนหรือท่ีเรียกว่าบทเรียน คอมพิวเตอร์เป็นตัวเลือกที่ดีที่เหมาะสมอย่างหนึ่ง Keyword : Computer multimedia ในการเปลี่ยนนามธรรมให้เป็นรูปธรรมและ programon creating “Kham-sa-mas” ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนตามความสามารถของ ตนเอง จึงเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดและการ บทนา เ รี ย น รู้ ร ะ ห ว่ า ง ผู้ ส อ น กั บ ผู้ เ รี ย น ใ ห้ เ กิ ด ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ ยกระดบั การศกึ ษาให้แก่ ปัจจุบันผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา ภาษาไทย ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียน รตั นาธิเบศร์ มาตรฐานท่ี 4 หลกั การใช้ภาษาของ
3 ผเู้ รียนเกดิ ผลสมั ฤทธท์ิ างการศึกษาท่สี งู ขึน้ วิธกี ารศึกษา การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประชากร ได้แก่ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษา เร่ืองการสร้างคาสมาส จึงควรมีสื่อที่มีความ น่าสนใจและตอบสนองด้านความแตกต่างระหว่าง ปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียน บคุ คล ผู้วิจยั จึงเลง็ เหน็ ว่าการสร้างสื่อการเรยี น การสอน รัตนาธิเบศร์ จงั หวัดนนทบรุ ี ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียน่าจะเป็น ทางออกในการแก้ปัญหา เพราะคุณสมบัติของ ก ลุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง ไ ด้ แ ก่ นั ก เ รี ย น ช้ั น บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียนั้น มีความ น่าสนใจ และแตกต่างจากการนาเสนอในรูป มัธยมศึกษาปีที่ 2 จานวน 2 ห้องเรียน ได้แก่ ม. แบบเดิม ๆ โดยเพ่ิมเทคนิคการเสนอภาพ ขอ้ ความ ภาพน่ิง ภาพเคล่ือนไหวท่ีมีสีสันสวยงาม 2/4 จานวน 38 คน เป็นกลุ่มควบคุม และม. และมีเสียงประกอบ ทาให้การเรียนการสอนน่า ต่ืนตาตื่นใจ สามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนให้เกิดการ 2/10 จานวน 38 คน เป็นกลุ่มทดลอง โดยใช้ เรียนรู้ และตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่าง บุคคลทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้เข้าใจเน้ือหา วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (cluster sampling) ด้วย ส า ม า ร ถ ช่ ว ย แ ก้ ปั ญ ห า ใ น ด้ า น ข อ ง ข้ อ จ า กั ด เก่ียวกับเวลาและสถานท่ีศึกษาได้ซึ่งน่าจะทา วิธีการจับสลากมา 2 ห้อง จับสลากครั้งแรกเป็น ใหผ้ ลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของนกั เรียนดขี ึน้ ได้ กลุ่มควบคุม จับสลากครั้งที่สอง วัตถุประสงค์ เป็นกลมุ่ ทดลองเคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการวิจยั คือ 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน เร่ืองการสร้างคาสมาส ของนักเรียนชั้น 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง มัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ ระหว่าง การเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียกับ การสร้างคาสมาส สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษา การเรียนปกติ ปที ่ี 2 2. เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่องการสร้าง 2. แบบทดสอบ เร่ือง การสร้างคาสมาส คาสมาส สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรยี นรัตนาธิเบศร์ สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียน รัตนาธิเบศร์ เป็นข้อสอบแบบเลือกตอบ ชนิด ท่ีมีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ืองการ สร้างคาสมาส สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ตัวเลอื ก 2 โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ 3. แบบประเมินคุณภาพบทเรียน คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ืองการสร้างคาสมาส สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียน รัตนาธิเบศร์ สาหรับผู้เช่ียวชาญ 3 ด้าน ด้านละ 3 คน ได้แก่ ด้านเนื้อหา ด้านเทคนิค และด้าน การวัดและประเมินผล 4. แบบสอบถามความพึงพอใจ ท่ีมีต่อ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง การสร้าง คาสมาส สาหรับนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 การเก็บรวบรวมข้อมลู 1. ผู้วิจัยช้ีแจงวัตถุประสงค์ของการ ดาเนินโครงการวิจัยต่อผู้อานวยการโรงเรียน รัตนาธิเบศร์ เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์ของการวิจัย วิธีใช้ส่ือการสอน และการทดสอบหาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนให้ผู้อานวยการโรงเรียนทราบพร้อม นาหนังสือขอความอนุเคราะห์ขอใช้สถานท่ีและ
4 ขอให้นักเรียนเป็นกลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูล วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจานวน 30 นาที เมื่อ เพื่อทาการวิจัย มอบให้แด่ผู้อานวยการโรงเรียน ทาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแล้ว รตั นาธเิ บศร์ เสร็จให้กลุ่มทดลองทาแบบสอบถามความพึง พอใจ 2. ผู้วิจัยชี้แจงวิธีการทาแบบทดสอบ ก่อนเรียน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการ 6. ผู้วิจัยนาผลจากการทาแบบทดสอบ เรียน รวมถึงวิธีการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ ก่อนเรียนและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ มัลติมีเดียกับนักเรียนกลุ่มทดลอง ผู้วิจัยเป็นผู้ เรียน ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมา ควบคุมการทดลองด้วยตนเอง ส่วนนักเรียนกลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิตแิ ละสรปุ ผลต่อไป ควบคุมเรียนปกติตามแผนการการจัดการเรียนรู้ เรอ่ื งการสร้างคาสมาสกับครูผู้สอนท่านอื่นที่ไม่ใช่ ผลการศึกษา ผวู้ ิจัย นักเรียนทง้ั 2 กลุ่ม ใชเ้ วลาในการเรยี นและ ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรวมท้ังสิ้น 3 1. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ช่ัวโมง ทางการเรียน เรื่องการสร้างคา สมาส ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนรัตนาธิ 3. นักเรียนกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เบศร์ ระหว่างการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ ทาแบบสอบก่อนเรียน ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบ มลั ติมเี ดียกับการเรียนปกติ พบว่าคะแนนสัมฤทธิ์ เลือกตอบ ชนิด 4 ตัวเลือก โดยใช้เวลาทา ทางการเรียนของกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุม แบบทดสอบ 30 นาที อยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดบั .05 4. ผู้วิจัยนานักเรียนกลุ่มทดลองไป 2. ผลของการหาค่าดัชนีประสิทธิผลของ ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ พร้อมตกลงกติกา บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเร่ืองการสร้าง ม า ร ย า ท ใ น ก า ร เ รี ย น ใ น ห้ อ ง ป ฏิ บั ติ ก า ร คาสมาส สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 คอมพวิ เตอร์ ผ้วู ิจัยอธบิ ายข้ันตอนการใช้บทเรียน โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ จากผลการคานวณพบว่า คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย และให้นักเรียนกลุ่ม ผู้ เ รี ย น เ มื่ อ เ รี ย น จ า ก บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ทดลองศึกษาบทเรียนด้วยตนเอง โดยใช้เวลา มลั ตมิ ีเดียเร่ืองการสร้างคาสมาส สาหรับนักเรียน ศึกษาและทาแบบฝึกหัด 2 ชั่ว โ มง (ตาม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีดัชนีประสิทธิผลมีค่า ตารางสอนนักเรียนเรียนวิชาภาษาไทยวันละ 1 เทา่ กบั 0.87 แสดงให้เหน็ วา่ บทเรยี นคอมพิวเตอร์ ช่ัวโมง) ผู้วิจัยให้นักเรียนกลุ่มทดลองบันทึก มัลติมีเดีย เร่ืองการสร้างคาสมาส สาหรับ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียลงแผ่นซีดีหรือ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 สามารถทาให้ อุปกรณ์บันทึกอ่ืน ๆ เพ่ือนาไปศึกษานอกเวลา ผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้ เรื่องการ ท้ายช่ัวโมงแรกบนั ทึกหนว่ ยที่ 1 - หน่วยท่ี 2 ท้าย สรา้ งคาสมาสเพ่มิ ข้นึ ร้อยละ 87 ชั่วโมงที่สองบนั ทึกหน่วยท่ี 3 - หน่วยที่ 4 และใน ชั่วโมงที่ 3 ผู้วิจัยให้นักเรียนทบทวนก่อนทา 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจานวน บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ืองการสร้าง 30 นาที คาสมาส สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ พบว่านักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 5. หลังจากกลุ่มทดลองเรียนด้วย จานวน 38 คน ที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ืองการสร้าง มัลติมีเดีย เร่ืองการสร้างคาสมาส สาหรับ คาสมาสแลว้ ผวู้ ิจยั ใหก้ ลุ่มทดลองทาแบบทดสอบ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนรัตนาธิ
5 เบศร์ มีความพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ คาสมาส สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 อยใู่ นระดบั มาก โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ พบว่าค่าดัชนีประสิทธิผลที่ ( ˉx = 4.50) ได้จากผลการคานวณมีดัชนีประสิทธิผลมีค่า เทา่ กบั 0.87 แสดงใหเ้ ห็นว่าบทเรียนคอมพวิ เตอร์ อภิปรายผลการวจิ ยั มัลติมีเดียเร่ืองการสร้างคาสมาส สาหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 สามารถทาให้ผู้เรียนมี 1. ผลการเปรียบเทยี บผลสัมฤทธิ์ทางการ ความก้าวหน้าทางการเรียนรู้เร่ืองการสร้าง เรียน เรอื่ งการสร้างคาสมาส ของนักเรยี น คาสมาสเพิ่มขึ้นร้อยละ 87 ทั้งนี้การที่ค่าดัชนีมี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ ประสิทธิผลอยู่ในระดับนี้อาจเป็นเพราะผู้เรียนให้ ระหว่างการเรียนปกติและการเรียนด้วยบทเรียน ค ว า ม ส น ใ จ แ ล ะ ตั้ ง ใ จ เ รี ย น ด้ ว ย บ ท เ รี ย น คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย พบว่าผู้เรียนท่ีเรียนด้วย คอมพิว เ ตอร์มัล ติมีเดีย ด้ว ยคุ ณลักษณ ะ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ืองการสร้าง มัลติมีเดียทาให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว คาสมาส สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สนุกสนาน และลักษณะบทเรียนคอมพิวเตอร์ยัง โรงเรยี นรตั นาธเิ บศร์ มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการ ต อ บ ส น อ ง ต่ อ ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ร ะ ห ว่ า ง บุ ค ค ล เรียนสูงกว่านักเรียนที่เรียนแบบปกติอย่างมี ผู้เรียนสามารถทบทวนความรู้และทาแบบฝึกก่ี นัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่า คร้ังก็ได้จนกว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในเน้ือหาแต่ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่องการสร้าง ละหน่วย นอกจากน้ีนักเรียนยังมีเจตคติที่ดีต่อ คาสมาส สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 การใช้คอมพวิ เตอรใ์ นการเรียน จึงส่งผลให้ผู้เรียน โ ร ง เ รี ย น รั ต น า ธิ เ บ ศ ร์ เ ป็ น บ ท เ รี ย น ที่ มี มีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้เรื่องการสร้าง ประสิทธิภาพ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบทเรียนได้ถูก คาสมาสเพิ่มข้ึนร้อยละ 87 ซ่ึงสอดคล้องกับ ชาย วิเคราะห์ ออกแบบ พฒั นา นาไปใช้ และประเมิน หมอดู (2554)ที่ได้พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ อย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน ทั้งนี้บทเรียนยังผ่าน เ รื่ อ ง ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ การพจิ ารณาจากผู้เชีย่ วชาญท้ัง 3 ด้าน ด้านละ 3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า ดัชนีประสิทธิผล คน จึงส่งผลให้บทเรียนเป็นเคร่ืองมือท่ีมีคุณภาพ ของบทเรียนคอมพิวเตอร์มีค่าเท่ากับ 0.69 ที่ได้ ก่อให้เกิดเรียนรู้ท่ีอยู่ในระดับสูงข้ึนกว่าการเรียน พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์เร่ืองส่วนประกอบ แบบปกติ ซึ่งสอดคล้องกับอตินุช เตรัตน์ (2551) ของคอมพิวเตอร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 พบว่า ซึ่งได้ศึกษาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการ ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์มีค่า เรียน เรื่องโครงสร้างไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เท่ากบั 0.69 ร ะ ห ว่ า ง ก า ร เ รี ย น ผ่ า น บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ มัลติมีเดียกับการสอนแบบปกติ พบว่าในด้าน 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อ ความรคู้ วามเขา้ ใจ และทักษะการฟัง แตกต่างกัน บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ืองการสร้าง อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยกลุ่ม คาสมาส สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ทดลองที่เรียนผ่านบทเรียนคอมพิว เตอร์ โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ พบว่านักเรียนกลุ่มทดลอง มัลติมีเดียมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่ากลุ่ม จานวน 38 คน ที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ ควบคุม มัลติมีเดีย เร่ืองการสร้างคาสมาส สาหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรียนรัตนาธิ 2. ผลของการหาค่าดัชนีประสิทธิผล เบศร์ มคี วามพึงพอใจต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์อยู่ ของบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเร่ืองการสร้าง
6 ในระดับมาก โดยประเด็นที่ผู้เรียนมีระดับความ เปล่ียนบทบาทจากเดิมท่ีเคยกาหนดทุกอย่างใน พึงพอใจมากท่ีสุด ได้แก่ มีคาแนะนาบทเรียนท่ี ชั้นเรียนเป็นผู้อานวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิด เข้าใจง่าย เนื้อหาสอดคล้องกับจุดประสงค์การ การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนการสอนปกติอาจ เรียนรู้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียน บทเรียนมี ทาให้ผู้เรียนที่เรียนช้าเรียนไม่ทันเพื่อน เกิดความ การยกตัวอย่างอย่างเหมาะสม ทาให้เข้าใจง่าย ท้อแท้ในการเรียนและไม่ชอบการเรียนในท่ีสุด บทเรียนมีการสรุปเนื้อหาในแต่ละหน่วยอย่าง ในทางกลับกันหากผู้สอนมีวิธีการสอนโดยใช้สื่อท่ี เหมาะสม มีแบบฝึกหัดให้นักเรียนฝึกเพ่ือทบทวน หลากหลายและเป็นสื่อท่ีเหมาะกับผู้เรียน ผู้เรียน ความรู้ การออกแบบหน้าจอโดยรวมมีความ สามารถนาสื่อนั้นไปศึกษานอกเวลาตามศักยภาพ เหมาะสม ขนาดและรูปแบบตัวอักษรมีความ เม่ือผู้เรียนเข้าใจทาได้และเรียนทันเพื่อนผู้เรียน ชัดเจนอ่านง่าย และได้รับความรู้เร่ืองการสร้าง จะเกิดความภูมิใจในตนเองและมีใจรักที่จะเรียน คาสมาสมากข้ึน ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะบทเรียน ต่อไป คอมพิวเตอร์ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นน้ัน ได้ผ่าน กระบวนการสัมภาษณ์และสอบถามนักเรียนใน 2. แบบฝึกหัดเป็นส่วนสาคัญอย่างมาก การออกแบบหน้าจอ ขนาดตัวอักษร รวมถึง ในการฝึกฝนผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ ดังนั้นการท่ี แบบฝึกหัด ประกอบการพัฒนาบทเรียน ทาให้ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียมีแบบฝึกหัดให้ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่ผู้วิจัยสร้างข้ึน ผู้เรียนได้ทาอย่างพอเหมาะจะทาให้ผู้เรียนรู้สึก ทาให้ผู้เรียนเกิดความพึงพอใจในระดับมาก ซ่ึง สนุกในการเรียน นอกจากนี้แบบฝึกหัดควรมี สอดคล้องกับ นวลละออ เอ่ียมละออ (2554) ท่ี ปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน มีการตอบสนองทันที เช่น รายงานผลการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ การแจ้งคะแนนทันทีท่ีผู้เรียนทาแบบฝึกหัดเสร็จ มัลติมีเดีย เร่ืองการออกแบบผลิตภัณฑ์สามมิติ ส้ิน แบบฝึกหัดควรมีลักษณะที่หลากหลายที่ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระ ส า คั ญ ต้ อ ง มี ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม กั บ เ น้ื อ ห า การเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียน วัตถปุ ระสงคแ์ ละผเู้ รยี น ราชวินิตบางเขน พบว่าความพึงพอใจของ นักเรียนท่ีมีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย 3. การให้เวลานักเรียนได้มีโอกาส เร่ืองการออกแบบผลิตภัณฑ์ สามมิติ สาหรับ ทบทวนความรู้ด้วยตนเองอย่างเต็มศักยภาพ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 มีค่าคะแนนเฉลี่ย ผู้สอนควรสร้างส่ือท่ีเอื้ออานวยให้ผู้เรียนนา โดยรวมอยใู่ นระดับมาก กลับไปศึกษาเพิ่มเติมนอกเวลา เพราะเน่ืองจาก เวลาเรียนที่โรงเรียนมีระยะเวลาท่ีจากัด หาก สรุปผลการศกึ ษาและข้อเสนอแนะ ผสู้ อนมสี อ่ื ที่นักเรยี นสามารถนาไปศึกษาเรียนรู้ได้ ด้วยตนเองนอกเวลาเรียน ผู้เรียนก็สามารถที่จะ 1. ผลจากการวิจัยในคร้ังนี้แสดงให้เห็น เรียนรู้ได้ตามศักยภาพความแตกต่างระหว่าง ว่าบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่องการสร้าง บคุ คล คาสมาส สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ สามารถทาให้ผู้เรียนเกิด 4. ผูเ้ รียนมคี วามแตกต่างกันดังนั้นผู้สอน ความรู้ความเข้าใจ และสามารถสร้างคาสมาสได้ ต้องหมั่นสังเกตผู้เรียน และคอยอานวยความ ท้ังน้ีผู้สอนจึงควรปรับกระบวนการสอนให้ผู้เรียน สะดวกแนะนานักเรียนที่เกิดปัญหาระหว่างเรียน ได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างเต็มศักยภาพ ผู้สอนควร ผู้สอนต้องเดินดูนักเรียนและสังเกตพฤติกรรม นกั เรียน
7 5. การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ ผู้สอน นวลละออ เอี่ยมละออ. 2554. รายงาน ต้องตรวจสอบสภาพเครื่องคอมพิวเตอร์ให้พร้อม การพฒั นาบทเรยี นคอมพิวเตอร์ สาหรับการทางาน เพื่อลดปัญหาท่ีอาจเกิดขึ้น มัลตมิ เี ดีย เร่ืองการออกแบบผลิตภัณฑ์ ขณะนักเรียนใช้เรียน นอกจากน้ีผู้สอนต้องมีกฎ สามมิติ. กลมุ่ สาระการเรียนรู้ การงาน ในการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ เพ่ือให้ อาชีพและเทคโนโลยี,โรงเรียนราชวินิต นักเรียนมีวนิ ยั ในการใชห้ ้องเรยี น บางเขน สาหรบั นกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษา ปที ี่ 6. 6. ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับความคงทน ในการเรียนหลังจากที่ผู้เรียนเรียนด้วยบทเรียน อตนิ ชุ เตรัตน์. 2551. “การเปรียบเทยี บ คอมพิวเตอรม์ ัลติมีเดยี ไปแล้ว ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน และความคงทน ในการเรยี นรู้เรื่องโครงสรา้ งไวยากรณ์ 7. ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบ ภาษาอังกฤษ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ความก้าวหน้าระหว่างนักเรียนกลุ่มเก่งและ ภาษาตา่ งประเทศของนักเรยี นชว่ งชั้น นั ก เ รี ย น ก ลุ่ ม อ่ อ น ท่ี เ รี ย น ด้ ว ย บ ท เ รี ย น ที่ 3 ระหว่างการเรียนผ่านบทเรยี น คอมพวิ เตอร์มลั ตมิ เี ดีย คอมพวิ เตอร์มลั ตมิ ีเดียกับการสอนแบบ ปกติ.” วารสารวิชาการศกึ ษาศาสตร์ 8. ควรมกี ารพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ปีท่ี 9 มัลติมีเดีย วิชาภาษาไทย ที่เกี่ยวข้องกับหลัก (2): 165-171. ภาษา เน่ืองจากเป็นเร่ืองยากแต่หลักภาษาน้ัน เป็นพ้นื ฐานสาคัญของการใช้ภาษาไทย 9. ควรพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดียเป็นบทเรียนออนไลน์ หรือพัฒนา บทเรียนให้สามารถใช้งานได้บนสมาร์ตโฟนและ อปุ กรณ์แทปเล็ต เอกสารอา้ งอิง ยืน ภ่วู รวรรณ. 2546. ไอซที ีเพอื่ การศกึ ษา ไทย. กรงุ เทพมหานคร : ซเี อ็ดยเู คชนั่ ชาย หมอดู. 2554. การพัฒนาบทเรยี น คอมพิวเตอรช์ ่วยสอนเรอื่ ง ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่2. วทิ ยานิพนธ์ ปรญิ ญา ครุศาสตรมหาบัณฑติ , สาขาคอมพวิ เตอรศ์ ึกษา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั มหาสารคาม.
8 การพัฒนาบทเรยี นคอมพิวเตอร์มัลติมีเดยี เร่ือง มรดกโลกใน อาเซยี น สาหรับนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นนวมทิ ราชนิ ทู ิศ เบญจมราชาลัย Development of Multimedia Computer Courseware on World Heritage in ASEAN for Mathayomsuksa 5 Students at Nawamintharachinuthit Benjamalachalai School พมิ พส์ ิริ พันธ์เตี้ย1 บทคดั ย่อ 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียสาหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 เรื่อง มรดกโลก การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือ ในอาเซียน 2) แบบประเมินคุณภาพบทเรียน 1) พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง มรดกโลกใน เรือ่ ง มรดกโลกในอาเซียน สาหรับนักเรียนชั้น อาเซียน 3) แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง เบญจมราชาลยั ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ มรดกโลกในอาเซียน และ 4) แบบสอบถาม ตามเกณฑ์ 80/80 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียน คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง มรดกโลกใน 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนกับ อาเซยี น สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค ะ แ น น ส อ บ ก่ อ น เ รี ย น ด้ ว ย บ ท เ รี ย น ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง มรดกโลกใน และ t-test อาเซียน 3) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง มรดก ผลการวิจัยพบว่า 1) บทเรียน โลกในอาเซียน และ 4) ศึกษาความพึงพอใจ คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง มรดกโลกใน ของนักเรียนท่ีมีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ อาเซียน มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมากและมี มัลติมเี ดยี เร่ือง มรดกโลกในอาเซยี น ประสิทธิภาพ 86.11/84.33 สอดคล้องตาม เกณฑ์ท่ีกาหนดไว้ 2) นักเรียนที่เรียนจาก ก ลุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง คื อ นั ก เ รี ย น ช้ั น บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง มรดก มัธยมศึกษาปีที่ 5/4 จานวน 30 คน โลกในอาเซียน มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูง โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย กว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญ ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2555 โดยการสุ่ม ทางสถิติท่ีระดับ .05 3) ดัชนีประสิทธิผลของ แบบกลมุ่ เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการวิจัย คอื บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง มรดก โลกในอาเซียน มีค่าเท่ากับ 0.61 และ 1 นิสิตปริญญาโท ภาควชิ าเทคโนโลยกี ารศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อบทเรียน 9 คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง มรดกโลกใน อาเซยี น อยูใ่ นระดับมากทสี่ ดุ จึ ง ต้ อ ง จั ด เ นื้ อ ห า ส า ร ะ แ ล ะ กิ จ ก ร ร ม ใ ห้ สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของ Abstract ผู้เรียน โดยคานึงถึงความแตกต่างระหว่าง The purposes of this research บุ ค ค ล น อ ก จ า ก นั้ น ใ น ห ม ว ด 9 ข อ ง พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ก า ร ศึ ก ษ า แ ห่ ง ช า ติ were: 1) to develop and find out พุทธศักราช 2542 ยังกล่าวอีกว่าเทคโนโลยี quality and efficiency of Multimedia เ ป็ น สิ่ ง ส า คั ญ ใ น ก า ร ช่ ว ย แ ก้ ปั ญ ห า ด้ า น Computer Courseware on World การศึกษาให้ลุล่วงไปได้ โดยเฉพาะเทคโนโลยี Heritage in ASEAN for Mathayomsuksa สารสนเทศที่ใช้เพิ่มประสิทธิภ าพและ 5 Students, Nawamintharachinuthit ประสิทธิผลด้านการเรียนรู้แก่ผู้เรียน และจะ Benjamalachalai School at 80/80 เ พ่ิ ม ค ว า ม ส า คั ญ ย่ิ ง ขึ้ น ใ น อ น า ค ต criteria. 2) to compare the learning สถาบันการศึกษาต่างๆ ได้ตระหนักถึง achievement scores with pre-test ความสาคัญของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ scores after using the Multimedia โดยคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเป็นส่ือหน่ึงที่ถูก Computer Courseware on World นามาใชอ้ ยา่ งกว้างขวาง ทาใหก้ ารเรยี น Heritage in ASEAN. 3) to study Effectiveness index of the Multimedia ก า ร ส อ น บ ร ร ลุ เ ป้ า ห ม า ย ไ ด้ อ ย่ า ง มี Computer Courseware on World ประสิทธิภาพ การเรียนการสอนดาเนินไป Heritage in ASEAN and 4) to study the ด้วยดี ช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน และ students’ satisfaction toward the มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ได้มากขึ้นในเวลาที่มี Multimedia Computers Courseware จากัด และช่วยให้การเรียนการสอนง่ายขึ้น on World Heritage in ASEAN. เพราะสามารถทาส่ิงท่ีเป็นนามธรรมให้เป็น รูปธรรม และสามารถทาสิ่งที่ซับซ้อนให้ง่าย บทนา ขนึ้ ได้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปัจจุบันได้มีการนาบทเรียนมัลติมีเดียมาใช้ใน พุทธศักราช 2542 หมวด 4 ตามแนวการจัด การเรียนการสอนมากขึ้น เน่ืองจากมี การศึกษา มาตรา 22 กล่าวว่าการจัด คุณลักษณะพิเศษที่เหมาะสมโดยบทเรียน ก า ร ศึ ก ษ า ต้ อ ง ยึ ด ห ลั ก ว่ า ผู้ เ รี ย น ทุ ก ค น มี คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียจะประกอบไปด้วย ความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และ ภาพกราฟิก ภาพเคล่ือนไหว มีการใช้ภาพ ถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด กระบวนการ ลาย เส้น ซ่ึ งเป็ นส่ ว นช่ ว ยใ นก ารส ร้า ง จัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถ บรรยากาศ ทาให้เกิดความเข้าใจ สนุกสนาน พัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตามศักยภาพ เพลิดเพลิน พร้อมกันนี้ยังมีการเสริมแรงด้วย
ข้อมูลยอ้ นกลับอยา่ งทนั ทีทนั ใด ทาให้นักเรียน 10 เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ ช่วยสร้างความกระตือรือร้นของนักเรียนใน จากการเรียนมีหลายวิธี เช่น การสอนแบบ การเรียนให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้บทเรียน บรรยาย การสอนอภิปราย และการสอนโดย คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียยังสามารถบันทึก ให้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (ปรียาพร วงศ์ คะแนน และข้อมลู การตอบสนองอย่างรวดเร็ว อนตุ รโรจน์, 2544) โดยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน สามารถฝึกฝนปฏบิ ัตซิ า้ ได้เทา่ ทตี่ ้องการโดยไม่ การใช้ความคิด และการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เกิดความเบื่อหน่าย ซึ่งนับว่าเหมาะท่ีจะ ซึ่งจะนาไปสู่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทาง นามาใช้ในการเรี ยนการสอนอย่างย่ิ ง ปัญญา สร้างสังคมที่มีการร่วมมือ การให้ ผู้เรียนเป็นผู้สร้างองค์ความรู้เกิดจากการให้ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ผู้ เ รี ย น มี บ ท บ า ท ใ น ก า ร เ รี ย น อ ย่ า ง ตื่ น ตั ว ศาสนา และวัฒนธรรม ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ (บุปผาชาติ ทัฬิกรณ์, 2540) นอกจากน้ี ความเข้าใจการดารงชีวิตของมนุษย์ทั้งใน Piaget (อ้างถึงใน วรรณทิพา รอดแรงค้า, ฐานะปัจเจกบุคคล และการอยู่ร่วมกันใน 2540) ได้กล่าวถึงปัจจัยการพัฒนาทางด้าน สังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การ สติปัญญาและความคิด คือการท่ีคนเรามี จัดการทรัพยากรท่ีมีอยู่อย่างจากัด เข้าใจถึง ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม และจะต้องมี การพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลา ความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง จะทาให้ระดับ ตามเหตุปัจจัยต่างๆ เกิดความเข้าใจในตนเอง ความคดิ และปญั ญาพัฒนาขึน้ ด้วย ประชาคม และผู้อ่ืน มีความอดทนอดกลั้น ยอมรับใน อาเซียน เป็นเป้าหมายของการรวมตัวกันของ ความแตกต่าง และมีคุณธรรม สามารถนา ประเทศสมาชกิ อาเซียนเพ่ือเพิ่มอานาจต่อรอง ความรไู้ ปปรับใชใ้ นการดารงชีวิต เป็นพลเมือง และขีดความสามารถการแข่งขันของอาเซียน ดี ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ช า ติ แ ล ะ สั ง ค ม โ ล ก ในเวทีระหว่างประเทศในทุกด้าน รวมถึง (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551 : 132) ความสามารถในการรับมือกับปัญหาใหม่ๆ ใน ระดบั โลกทสี่ ง่ ผลกระทบมาถึงภูมิภาคอาเซียน การจัดกระบวนการเรียนรู้ในปัจจุบัน เช่น ภาวะโลกร้อน การก่อการร้าย หรือกล่าว มุ่งเน้นความสาคัญท่ีตัวผู้เรียนโดยเปิดโอกาส อีกนัยหน่ึงคือ การเป็นประชาคมอาเซียนคือ ให้เลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจ ก า ร ท า ใ ห้ ป ร ะ เ ท ศ ส ม า ชิ ก อ า เ ซี ย น เ ป็ น ส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในทุกกระบวนการเรียนรู้ ครอบครัวเดยี วกันท่ีมีความแข็งแกร่งและมีภูมิ พัฒนาความสามารถในการแสวงหาความรู้ ต้านทานท่ีดี โดยสมาชิกในครอบครัวมีสภาพ และการนาความรู้มาประยุกต์ใช้เพ่ือพัฒนา ความอยู่ที่ดี ปลอดภัย และสามารถทามา ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ รวมทั้งปลูกฝัง ค้าขายได้อย่างสะดวกมากยิ่งข้ึน ประชาคม ความมีคุณธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะที่พึง อาเซียนถือกาเนิดข้ึนอย่างเป็นทางการเม่ือ ประสงค์ วิธีการจัดการเรียนรู้ท่ีจะช่วยให้ เดือนตุลาคม 2546 จากการท่ีผู้นาอาเซียนได้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และเกิดทักษะต่างๆ ร่ ว มล ง น ามใน ปฏิญญ าว่าด้ว ย คว าม ร่ ว มมื อ
อาเซียนที่เรียกว่า “ ข้อตกลงบาหลี 2 ” เพ่ือ 11 เห็นชอบให้จัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2563 แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดต้ังให้ คุณค่าอันดีงามของประเทศในอาเซียนน้ันได้ เสร็จในปี 2558 และเนื่องจากมีรายละเอียด จากบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเร่ือง ในเน้ือหาเรื่องอาเซียนท่ีจะเรียนรู้มาก จึง ม ร ด ก โ ล ก ใ น อ า เ ซี ย น ท่ี ผู้ เ รี ย น ไ ด้ ศึ ก ษ า พบว่าการเรียนรู้จะพบปัญหาคือผู้เรียนไม่ เข้าใจในเนื้ อหาที่มีความซับซ้อน และ ดั ง นั้ น ก า ร น า เ อ า น วั ต ก ร ร ม ที่ เน่ืองมาจากเนื้อหาที่มีอยู่มาก ทาให้เวลาใน เหมาะสมเข้ามาใช้เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาในการ การเรียนรู้ไม่เพียงพออาจทาให้ผู้เรียนพลาด จัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ เน้ือหาที่สาคัญไป และอาจทาให้ผู้เรียนเกิด เป็นเทคโนโลยีที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหา ความเบื่อหน่ายในการเรียนการสอน หรืออาจ ต่างๆ ได้ เน่ืองจากคอมพิวเตอร์มีบทบาท ทาให้ผู้เรียนบางคนไม่ชอบการเรียนรู้เรื่อง สาคัญในด้านการส่ือสารและการจัดการศึกษา อาเซยี นอกี ดว้ ย โดยเฉพาะในด้านการศึกษา คอมพิวเตอร์ เปรียบเสมือนผู้ช่วยที่มีความสาคัญมากเพราะ คาว่า มรดกโลก มีผู้ให้ความหมายไว้ ได้เข้ามามีบทบาท ทั้งงานการบริหาร การ อย่างหลากหลาย ซึ่งอาจสรุปได้ว่าหมายถึง บริการ และการเรียนการสอน (กรมวิชาการ มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ อันได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ, 2545) และเมื่อนา ป่าไม้ ภูเขา ทะเลสาบ ทะเลทราย อนุสาวรีย์ นวัตกรรมเข้ามาช่วยในการจัดการเรียนการ ส่ิงก่อสร้างต่างๆ รว มไปถึงเมือง และ สอนแลว้ น้ัน ก็จะเพิ่มศักยภาพของการจัดการ ศิลปกรรม วัฒนธรรม โบราณสถานและแหล่ง เรียนรู้เพ่ิมมากยิ่งข้ึนเพ่ือตอบสนองความ โบราณคดี ซึ่งแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ ต้ อ ง ก า ร ข อ ง นั ก เ รี ย น ไ ด้ อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม และความภาคภูมิใจของชนในชาติ ท่ีสะท้อน ให้เห็นถึงอารยธรรมของชุมชนท่ีทรงคุณค่า จากเหตุผลความสาคัญและสภาพ ควรแก่การอนุรักษ์ปกป้องให้ตกทอดไปยังชน ปัญหาดังที่ได้กล่าวมา จึงเห็นว่าควรจัด รุ่นหลังและเป็นส่ิงท่ีทุกคนในโลกเป็นเจ้าของ กิจกรรมการเรียนการสอนท่ีจะทาให้นักเรียน ร่ว มกัน ด้ว ยเหตุนี้ทาให้ผู้วิจัยเล็งเห็น เกิดการเรียนรู้ การพัฒนาความคิด เกิดความ ความสาคัญในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ สนใจ โดยการพัฒนากระบวนการเรียนการ มัลติมีเดีย เร่ือง มรดกโลกในอาเซียน เพื่อให้ สอนให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน โดยการใช้ ผู้เรียนได้มีความเข้าใจและตระหนักถึงคุณค่า บทเรยี นคอมพวิ เตอรม์ ลั ติมีเดียซ่ึงจะทาให้เกิด ในมรดกโลกในอาเซียน อีกท้ังยังสามารถ การเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพที่จะพัฒนาผู้เรียน เรยี นร้ดู ้านตา่ งๆ อาทิเชน่ ด้านภมู ศิ าสตร์ ด้าน มากยง่ิ ข้ึน ประวัติศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม และด้าน วัตถุประสงคข์ องการวิจัย 1. เพ่ือพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดียเร่ือง มรดกโลกในอาเซียน สาหรับ นักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนวมินท
ราชินูทิศ เบญจมราชาลัย ท่ีมีคุณภาพและ 12 ประสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80 เคร่อื งมือทใ่ี ชใ้ นการวิจยั 2. เพ่ือเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิ 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย ทางการเรียนกับคะแนนสอบก่อนเรียนของ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน เรื่อง มรดกโลกในอาเซียน สาหรับนักเรียนช้ัน นวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย ท่ีเรียนด้วย มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเรื่อง มรดก เบญจมราชาลยั โลกในอาเซยี น 2. แบบประเมินคุณภาพบทเรียน 3. เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของ คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง มรดกโลกใน บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง มรดก อาเซียน สาหรับผู้เชี่ยวชาญทางด้านเน้ือหา โลกในอาเซียน และผู้เชี่ยวชาญดา้ นเทคโนโลยกี ารศึกษา 4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของ 3. แบบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีมีต่อบทเรียน จากบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเร่ือง มรดกโลกใน มรดกโลกในอาเซียน สาหรับนักเรียนช้ัน อาเซียน มัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย ประโยชนท์ ่ีได้รับ 1. ได้บทเรยี นคอมพวิ เตอร์มัลติมีเดีย 4. แบบสอบถามความพึงพอใจของ นกั เรยี นท่ีมีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง มรดกโลกในอาเซียน ที่มีคุณภาพและ เร่ือง มรดกโลกในอาเซียน สาหรับนักเรียนช้ัน ประสิทธิภาพสาหรับนาไปใช้กับนักเรียนช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย เบญจมราชาลัย การเก็บรวบรวมข้อมูล 2. เป็นแนวทางในการสร้างบทเรียน 1. ช้ีแจงให้นักเรียนท่ีผู้วิจัยใช้เป็น คอมพวิ เตอร์มัลติมเี ดยี เรือ่ งอืน่ ๆ และวชิ าอื่นๆ กลุ่มตัวอย่างให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการ 3. เป็นแนวทางในการพัฒนาสื่อ เก็บรวบรวมขอ้ มลู การวจิ ยั บทเรียนมัลติมีเดียเรื่องอาเซียน ในโปรแกรม อืน่ ๆ ตอ่ ไป 2. วัดความรู้พื้นฐานของกลุ่ม ตัวอย่างโดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียนใช้เวลา ขอบเขตการวจิ ัย 50 นาที กลุ่มตัวอย่างในการดาเนินการวิจัย 3. เก็บแบบทดสอบคืนพร้อมท้ัง ครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5/4 ตรวจให้คะแนนเพ่ือเก็บเป็นคะแนนสอบก่อน โรงเรยี นนวมนิ ทราชินูทิศ เบญจมราชาลัยที่ได้ เรียน จากสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) โดย การจับฉลาก จานวน 30 คน 4. เว้นระยะเวลา 1 สัปดาห์ แล้วจึง มาพบกลุ่มตัวอย่างอีกครั้งเพ่ือแนะนาถึง วิธกี ารใช้บทเรยี นคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง มรดกโลกในอาเซียน
5. ใหก้ ลุม่ ตัวอย่างเรียนด้วยบทเรียน 13 คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง มรดกโลกใน 4. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ เบญจมราชาลัย มี อาเซยี น ค ว า ม พึ ง พ อ ใ จ ต่ อ บ ท เ รี ย น ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ มัลติมีเดีย เรื่อง มรดกโลกในอาเซียน อยู่ใน 6. เมื่อส้ินสุดการเรียน ให้กลุ่ม ระดับมากทสี่ ุด ตัวอย่างทาการทดสอบวัดผลสมฤทธ์ิทางการ อภิปรายผลการวิจัย 1. บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรียนโดยใช้เวลา 50 นาที เรื่อง มรดกโลกในอาเซียน เป็นส่ือการเรียน 7. เมื่อกลุ่มตัวอย่างทาแบบวัด การสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ และ สามารถนาไปใช้เป็นส่ือการเรียนการสอนได้ ผลสัมฤทธิ์เสร็จแล้วจึงให้ทาแบบสอบถาม เนื่องจากผู้วิจัยได้ศึกษาและรวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับองค์ประกอบ ทฤษฎีต่าง ๆ ท่ี ความพึงพอใจ เก่ียวขอ้ งกบั คอมพวิ เตอร์มัลมีเดีย รวมถึงการ ออกแบบบทเรียนให้มีความน่าสนใจโดยใช้ 8. นาคะแนนการทดสอบก่อนเรียน เ ท ค นิ ค ต่ า ง ๆ ท่ี เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ภ า พ นิ่ ง ภาพเคล่ือนไหว สี เสียง ทาให้เกิดการดึงดูด แ ล ะ ผ ล สั ม ฤ ท ธ์ิ ท า ง ก า ร เ รี ย น ไ ป ต ร ว จ ใ ห้ ความสนใจของผู้เรียน และทาให้การเรียนรู้ เกิดประสิทธิภาพเพ่ิมมากขึ้น นอกจากผู้วิจัย ค ะ แ น น น า ข้ อ มู ล ที่ ไ ด้ ม า วิ เ ค ร า ะ ห์ จะนาทฤษฎีต่าง ๆ มาเป็นหลักในการ ดาเนินงานสร้างสื่อแล้ว ผู้วิจัยได้นาบทเรียน เปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิ โดยสถติ ิค่า t-test คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียนี้ไปผ่านกระบวนการ ตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ จึงทาให้บทเรียน 9. นาคะแนนจากแบบสอบถาม คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง มรดกโลกใน ความพงึ พอใจ คานวณหาค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์ท่ี อาเซยี น มีประสิทธภิ าพตามเกณฑ์ที่กาหนด กาหนดไว้ 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจาก ผลการวิจยั 1 . จ า ก ก า ร ห า คุ ณ ภ า พ แ ล ะ บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง มรดก ประสิทธิภาพ พบว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ โลกในอาเซียน สงู กว่าคะแนนก่อนเรียนอย่าง มัลติมีเดีย เรื่อง มรดกโลกในอาเซียน สาหรับ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีคุณภาพอยู่ใน มนี ยั สาคัญทางสถติ ิท่รี ะดบั .05 เน่อื งจากการ ร ะ ดั บ ดี ม า ก แ ล ะ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ 86.11/84.33 เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีผู้วิจัย เรียนเรื่อง มรดกโลกในอาเซียน โดยเฉพาะใน กาหนดไว้ หัวข้อมรดกโลกในมรดกโลกในอาเซียน ซึ่ง 2. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนด้วย บทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เร่ือง มรดก ผู้วิจัยได้ศึกษาข้อมูลมาอย่างละเอียด และได้ โลกในอาเซียน สูงกว่าคะแนนทดสอบก่อน เรยี นอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ่ีระดับ .05 ส อ บ ถ า ม เ พ่ิ ม เ ติ ม กั บ ค รู ผู้ ส อ น แ ล ะ 3. ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียน ผ้เู ช่ียวชาญทางด้านน้ีโดยตรง ทาให้การเรียน คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง มรดกโลกใน อาเซียน มีค่าเท่ากับ 0.61 หรือคิดเป็นร้อยละ ในหัวข้อมรดกโลกในมรดกโลกในอาเซียนท่ีมี 6 1 แ ส ด ง ว่ า นั ก เ รี ย น มี ค ว า ม รู้ เ พิ่ ม ข้ึ น รอ้ ยละ 61
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: