หมายถงึ การถ่ายทอดลกั ษณะตา่ งๆ ของสง่ิ มชี วี ติ จากรุ่นสรู่ นุ่(Generation) เชน่ รนุ่ พอ่ แมล่ งไปสรู่ นุ่ ลกู หลาน มกี ารเรม่ิ ตน้การศกึ ษาเรอ่ื งพนั ธุกรรมโดย เกรเกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel)เป็นผทู้ ค่ี น้ พบและอธบิ ายหลกั การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมในชว่ งกลางของทศวรรษท่ี 18 พนั ธุกรรมเป็นสง่ิ ทท่ี าใหค้ นเรามีลกั ษณะตา่ งๆแตกต่างกนั ไปมากมาย โดยมหี น่วยควบคมุ ท่ีเรยี กวา่ ยนี ส์ ซง่ึ มที งั้ ยนี สท์ ค่ี วบคมุ ลกั ษณะเดน่ และยนี สท์ ค่ี วบคมุลกั ษณะดอ้ ย แต่สว่ นหน่ึงทท่ี าใหล้ กั ษณะเราแตกต่างออกไป คอืสภาพแวดลอ้ ม เชน่ ความอว้ น อาจเกดิ จากสภาพแวดลอ้ มมากกวา่ พนั ธกุ รรม
กจิ กรรมการเรียนรู้ท่ี 1 บุคคล สมศักด์ิ สมชาย สมศรี ลักษณะ 1.ตาชนั้ เดยี ว ✓ ✓ ✓• สำรวจลกั ษณะทำงพนั ธุกรรม 2.ต่ิงหู ✓ ✓✓ ก. ของเพื่อนในห้อง10 ลกั ษณะ 3.ห่อลิ้น ข. ของสมำชิกในครอบครัวค. บนั ทกึ ผลกำรสำรวจในตำรำงบนั ทกึ ผล # ทำลงสมุด
โครโมโซม คือ โครงสร้ำงทำงพนั ธกุ รรมท่ีอย่ภู ำยใน นวิ เคลียสของเซลล์สิ่งมีชีวิตโครโมโซมท่แี สดงลักษณะเพศหญงิ โครโมโซมท่แี สดงลักษณะเพศชาย
sex cell
โครโมโซมเป็ นแหล่งบรรจสุ ารพันธุกรรมของส่ิงมีชีวติ อยู่ในนิวเคลียส มีความจาเพาะทงั้ ขนาด รูปร่าง และจานวนในส่งิ มีชีวติ แต่ละชนิด บนโครโมโซมมยี ีน ซ่งึ ส่วนใหญ่ทาหน้าท่กี าหนดการสร้างโปรตนี ไว้ใช้
การจบั ของ DNA กับโปรตนี ฮสี โตน
รูปแสดงโครโมโซม รูปแสดงโครโมโซม ของเพศชาย ของเพศหญิงท่มี า : http://gotoknow.org ท่มี า : http://gotoknow.org
• ปี พ.ศ. 2496 เจ ดี วอตสัน (J.D. Watson) นักชวี เคมีชาวอเมริกัน และ เอฟ คริก (F. Crick) นักฟิ สิกส์ชาวองั กฤษ ได้เสนอ แบบจาลองโครงสร้างโมเลกุลของ DNA ท่สี มบรู ณ์ท่สี ุด
ดีเอน็ เอเป็ นกรดนิวคลีอิก ซ่งึ เป็ นโมเลกุลพอลิเมอร์ทางชีวภาพ โดยมีลักษณะเป็ น โครงสร้างเกลียวคู่ ซ่งึ เป็ นโครงสร้างท่ีมีความเสถยี รท่สี ุด โดยเกลียวคู่ของดเี อน็ เอท่พี บมากท่สี ุดในธรรมชาตจิ ะเป็ นโครงสร้างระดบั นาโน ซ่งึ มีเส้นผ่านศนู ย์กลางประมาณ 2 นาโนเมตร เบสท่อี ย่เู ป็ นแขนงข้างแต่ละตวั อยู่ห่างกนั 0.34 นาโนเมตร การเวียนหน่ึงรอบของเกลียวคู่ (ท่มี ลี าดบัเบสอยู่ 10 คู่) คดิ เป็ นระยะทางได้3.4 นาโนเมตร
โครงสร้างของดเี อน็ เอ
ประกอบด้วยนำ้ ตำลดีออกซีไรโบส มคี ำร์บอน 5 อะตอม
โครงสร้างดเี อน็ เอ มไี นโตรจนี ัสเบส 4 ชนิดได้แก่ เบสอะดนี ีน (adenin : A) เบสไซโทซนี (cytosine : C)เบสกวั นีน (guanine : G) และเบสไทมีน (thymine : T)
การแบ่งเซลล์ (CELL DIVISION)
การแบ่งเซลล์แบบไมโทซสี
การแบ่งเซลล์แบบไมโทซีสเซลล์ส่วนใหญ่ในส่งิ มีชีวติ จะแบ่งตวั แบบไมโทซสีเม่ือเซลล์แบ่งตัวแบบไมโทซีสจะแยกออกเป็ นเซลล์ใหม่ 2 เซลล์ ทม่ี ีจำนวนชุดโครโมโซมหรือชุดสารพันธุกรรมตลอดจนข้อมูลทางพันธุกรรมเหมือนกับเซลล์เริ่มต้นและเหมือนกันเองทุกประกำร การแบ่ งเซลล์ ของเซลล์ ร่ างกาย
รอบของการแบ่งเซลล์แบบไมโทซสี ในหน่ึงรอบของการแบ่ง แบบไมโทซีส จะเป็ นการเกดิ สลับกันระหว่างอินเตอร์เฟส (interphase) และไมโทตกิ เฟส (mitotic phase) ซ่งึเป็ นช่วงของการแบ่งนิวเคลียส (mitosis) และการแบ่งไซโทพลาซึม(cytokinesis) ทัง้ นีเ้ พ่ือให้ได้เป็ นเซลล์ใหม่ 2 เซลล์
การแบ่งเซลล์นัน้ เซลล์ต้องเพ่มิ ปริมาณขององค์ประกอบท่ีสาคัญของเซลล์ เช่น ดเี อน็ เอ เย่อื ห้มุ เซลล์ และเซนโทรโซม(centrosome) ซ่งึ ทาหน้าท่สี ร้างเส้นใยสปิ นเดลิ (spindlefibers) ตลอดจนโปรตนี ต่างๆ จานวนมาก
การแบ่งเซลล์ในระยะอนิ เตอร์เฟสเป็ นช่วงท่เี ซลล์เตรียมความพร้อมก่อนแบ่งไซโทพลาลซมึ และนิวเคลียสแบ่งเป็ นระยะG1 เซลล์ใหญ่ขนึ้ , สังเคราะห์สาร S สังเคราะห์ DNA เป็ นเส้นในโครมาทนิ เพ่มิ ขนึ้G2 สร้างโปรตีนและออร์แกเนลล์
ระยะนีใ้ นนิวเคลียส สารพนั ธุกรรมจะพนั กันแน่นเข้าจนเร่ิมเหน็ เป็ นรูปโครโมโซม เซนตริโอลเคล่ือนท่ไี ปยังแต่ละขัว้ ของเซลล์ เม่อื ถงึ ช่วงสุดท้ายของระยะนีท้ ่ีบางครัง้ เรียกว่าโพรเมตาเฟส (prometaphase) จะมีการสร้างเส้นใยสปิ นเดลิ (spindle fiber) ไปจับยงับริเวณไคนีโตคอร์ (kinetochore) ของโครโมโซม เย่อืห้มุ นิวเคลียสสลายไป
เส้นใยไมโตตกิ สปิ นเดลิ สร้างเสร็จสมบูรณ์โครโมโซมเรียงตัวตรงกลางเซลล์
ในระยะเมทาเฟส เซนโทรโซมทงั้ สองอันจะเคล่ือนมาอยู่คนละขัว้ ของเซลล์ และดึงให้โครโมโซมให้วางตัวในแนวเมทาเฟสเพลทซ่ึงอย่บู ริเวณก่งึ กลางของเซลล์
ระยะอะนาเฟส (anaphase)
ระยะอะนาเฟส (anaphase)เป็นระยะที่เริ่มขึน้ เม่ือเซนโทรเมียร์ท่ียึดโครมำทิดส อ ง เ ส้ น ใ ห้ ติ ด กั น เ ร่ิ ม แ ย ก อ อ ก จ ำ ก กั นอนั กำรแยกจำกกนั นีเ้ ป็นผลจำกกำรทำงำนของไมโครทูบูล กำรแยกกันของเซนโทรเมียร์ ทำให้ซีสเตอร์โครมำทิดแยกออกจำกกนั เพื่อเคลื่อนไปยงัคนละขวั้ ของเซลล์
และการแบ่งไซโตพลาสซึม (cytokinesis) เป็ นระยะท่ตี รงข้ามกับโพรเฟส คือโครโมโซมคลายตวั เป็ นเส้นใย โครมาตนิ เหมือนเดมิ มกี ารสร้าง เย่อื ห้มุ นิวเคลียสขนึ้ อีกครัง้ จากนัน้ จงึ ตามมาด้วยการแบ่งไซ โตพลาสซมึ ถ้าเป็ นในเซลล์พืช จะมีการสร้างผนังเซลล์ขนึ้ ใหม่ ตรงกลางเซลล์ เม่อื ผนังเซลล์ ใหม่ชนกบั ผนังเซลล์เดมิ จะได้ เซลล์ลูก 2 เซลล์
การแบ่งไซโตพลาสซมึ (cytokinesis)การแบ่งไซโทพลาซมึ ในเซลล์สัตว์เกดิ จากการหดตัวของคอนแทรกไทล์ริง
กำรแบง่ ไซโทพลำซมึ ในเซลล์พืชเกิดจำกกำรสร้ำงแผน่ กนั้ เซลล์
รอบของการแบ่งเซลล์แบบไมโอซีส
เป็ นช่วงท่ใี ช้เวลาถงึ 90% ของการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส โครมาตินหดตัวเข้ ามาเป็ น โครโมโซ ม โคร โม โ ซม ท่ีเป็ นคู่ กัน(homologous chromosome) มาเข้าคู่กัน ทาให้เหน็ แต่ละคู่มี 4โครมาทดิ เกดิ การแลกเปล่ียนชนิ้ ส่วนระหว่างซิสเตอร์ โครมาตดิซ่งึ เรียกว่า ครอสซ่งิ โอเวอร์ (crossing over) ซ่งึ ทาให้เกิดการกลายพันธ์ุหรือการแปรผนั พนั ธุกรรม
ระยะนี้ โครโมโซมท่มี ี 4โครมาตดิ มาเรียงตวั ท่รี ะนาบกลางเซลล์ มีเส้นใยสปิ นเดลิ จับท่ไี คนีโตคอร์
เป็ นระยะท่มี กี ารดงึ โฮโมโลกัสโครโมโซมออกจากกนั เป็ นระยะท่ีเกิดการลดจานวนโครโมโซม
แต่ละขวั้ ของเซลล์มีโครโมโซมเป็ นแฮพลอยด์(n) 2 ชุด (แต่ยังมีซสิ เตอร์โครมาตดิ อยู่) มีการแบ่งไซโตพลาสซมึ และสร้างเย่อื ห้มุ นิวเคลียสขึน้ ใหม่
Search