โครงกำรเกษตรธรรมชำติ เรียนร้จู ำกปรำชญ์ชำวบำ้ น วนั ท่ี 9 มกรำคม 2563 ณ ทที่ ำกำรผูใ้ หญบ่ ้ำน หม่ทู ่ี 3 ตำบลหนองไมแ้ ดง อำเภอเมอื งชลบรุ ี จังหวัดชลบรุ ี กศน.ตำบลนำปำ่ ศนู ยก์ ำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั อำเภอเมืองชลบุรี
คำนำ ทา่ มกลางกระแสความเปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ ท่ีเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ย่อมมคี วามเสี่ยงที่จะ เกิดขึน้ ไดท้ ุกเม่ือ ดังจะเหน็ ไดจ้ ากอดตี ทผี่ ่านมาผลของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอยา่ งรวดเร็วทาใหเ้ กดิ วิกฤติ ทางเศรษฐกจิ หรอื วกิ ฤตติ ม้ ยากุ้ง ซ่ึงถือเปน็ บทเรยี นสาคญั ที่ทาใหเ้ ราตอ้ งตระหนกั ถงึ การดาเนินชวี ิตที่ ตอ้ งมี ความระมัดระวงั รอบคอบ และมีเหตผุ ลมากยิ่งข้ึน ดงั นั้นจากสถานการณ์ทปี่ ระชาชนและบ้านเมอื งอยู่ ใน สภาวะดงั กล่าว พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช ทรงไดม้ ีพระราชดารสั เรื่อง “ปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพยี ง” ถือเป็นหลักนาทางในการพฒั นาประเทศโดยยดึ หลักทางสายกลาง เพื่อท่ีจะให้ ประเทศรอดพ้นจากวกิ ฤติ ซ่ึงภาคส่วนตา่ งๆ ไดน้ ้อมนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มาปฏบิ ตั ิใชจ้ นถึง ปจั จบุ ัน ประกอบกับเป็นนโยบายทรี่ ฐั บาลใหค้ วามสาคญั ในการนามาขับเคลอ่ื นการพัฒนาประเทศในดา้ น ตา่ งๆ ซ่ึงเปน็ การถา่ ยทอดความรแู้ ละประสบการณ์จากบุคคลผเู้ ปน็ ต้นแบบในการดาเนินชีวติ ตามหลกั ปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง หรือที่เรียกวา่ ปราชญช์ าวบ้าน เปน็ การขยายผลให้เกษตรกรได้มีความรูค้ วามเขา้ ใจใน การนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปปรบั ใช้ในการดาเนินชวี ิตและประกอบอาชีพเกษตรกรรม สามารถ ปรบั เปล่ียนแนวคิดและพฤติกรรมในการประกอบอาชีพด้วยการพึ่งพาตนเองได้อย่างเหมาะสม นอกจากน้ยี ัง สง่ ผลกระทบทางดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และสง่ิ แวดล้อม คือ เกษตรกรมรี ายจ่ายในครวั เรอื นลดลงจากการนา ผลผลติ ในแปลงมาบริโภค และมีรายได้ เพิม่ ข้นึ จากการลดต้นทนุ การผลติ ท่ีไมน่ าปจั จัยการผลิตจากภายนอก มาใช้ เช่น ปุย๋ เคมี สารเคมีกาจัดศัตรูพืช เป็นตน้ มีการนาผลผลิตทเ่ี หลือจากการบรโิ ภคไปจาหนา่ ย มกี าร ออมเงนิ เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ เกษตรกรมีอาหารบรโิ ภคท่เี พียงพอมีความปลอดภัยต่อผ้บู รโิ ภค เนอื่ งจากไม่ใช้สารเคมีในการทาการเกษตร หรือใชส้ ารเคมใี นปริมาณทเ่ี หมาะสม รวมทัง้ ยงั เป็นจดุ เรยี นร้แู ละ ถา่ ยทอดความรู้ด้านการเกษตรให้กับคนในชุมชน สามารถสรา้ งเครือขา่ ยความรว่ มมอื กับชุมชนอนื่ ๆ ได้ กศน.ตาบลนาปา่ จึงเลง็ เห็นความสาคัญจงึ จดั ทาโครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนรู้จาก ปราชญช์ าวบา้ น ขน้ึ เพื่อให้ขยายผลการเรยี นรู้และปลูกฝังคา่ นิยมจากแหลง่ เรียนร้ใู นชมุ ชน อกี ทั้งยงั เปน็ แหล่งส่งเสริมมิตรภาพความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งผเู้ รียนกบั ปราชญผ์ ้รู ใู้ นชุมชนได้ ท้ายนี้ กศน.ตาบลนาปา่ ต้องขอบคุณ กศน.อาเภอเมอื งชลบรุ ี และผู้ที่เกี่ยวข้องท่ีให้คาปรึกษาแนะนา การจัดทาโครงการฯ หากมีข้อบกพร่องประการใด ผู้จัดต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่น้ี และจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นใน โอกาสตอ่ ไป กศน.ตาบลนาปา่ มกราคม 2563
สำรบญั หนำ้ บทที่ 1 บทนา...................................................................................................................................................1 ความเป็นมา ...............................................................................................................................1 วตั ถุประสงค์...............................................................................................................................1 เป้าหมาย....................................................................................................................................1 ผลลัพธ์ ....................................................................................................................................... 1 ดัชนวี ัดผลสาเร็จของโครงการ.....................................................................................................2 2 เอกสารการศึกษาและรายงานทเ่ี กยี่ วข้อง ............................................................................................3 ยทุ ธศาสตร์และจดุ เน้นการดาเนนิ งาน สานกั งาน กศน.ประจาปงี บประมาณ 2563 ………………3 แนวทาง/กลยทุ ธก์ ารดาเนนิ งานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั ของ กศน.อาเภอเมืองชลบรุ ี……………………………………………………………………………………………………..11 เอกสาร/งานวจิ ยั ทเ่ี ก่ียวข้อง……………………………………………………………………………………………..20 3 วิธีดาเนินงาน.......................................................................................................................................40 ประชุมบุคลากรกรรมการสถานศกึ ษา........................................................................................40 จัดต้งั คณะทางาน ......................................................................................................................40 ประสานงานกับหน่วยงานและบุคคลทเ่ี กีย่ วข้อง ........................................................................40 ดาเนินการตามแผน ...................................................................................................................40 สรุปผลและรายงาน ...................................................................................................................41 4 ผลการดาเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล............................................................................................42 ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้แบบสอบถามของผู้เขา้ รบั การอบรมในโครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนรจู้ าก ปราชญ์ชาวบ้าน ....................................................................................................42 ตอนท่ี 2 ข้อมูลเก่ียวกับความคดิ เหน็ ท่ีมตี ่อโครงการเกษตรธรรมชาติ เรยี นรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน ……………………………………………………………………………………………………………………………………..44 5 สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ.................................................................................................46 สรุปผล ......................................................................................................................................46 อภปิ รายผล................................................................................................................................47 ข้อเสนอแนะ .............................................................................................................................47 บรรณานุกรม ภาคผนวก
สำรบญั ตำรำง ตำรำงท่ี หนำ้ 1 แสดงคา่ ร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามเพศ……………………………... 42 2 แสดงค่ารอ้ ยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามอายุ…………………………….. 42 3 แสดงคา่ ร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามอาชพี …………………………… 43 4 ตารางที่ 4 แสดงค่าร้อยละของผูต้ อบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามระดบั การศึกษา.. 43 5 ตารางที่ 5 ผลการประเมินโครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนรจู้ ากปราชญ์ชาวบา้ น …… 44 ผลการประเมนิ โครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนรู้จากปราชญช์ าวบ้าน…… 45 6 ตารางท่ี 6 ผา่ นการฝึกอบรมได้นาความร้ไู ปใชจ้ รงิ ……………………………………………… 45
บทที่ 1 บทนำ ควำมเป็นมำ เศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นปรชั ญาทีช่ ถ้ี ึงแนวทางปฏิบตั ติ น โดยคานึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันท่ีดี เพื่อพร้อมรับต่อความเสี่ยง บนพ้ืนฐานของความรอบรู้ ความรอบคอบ ระมัดระวัง และคุณธรรม การใช้ความรู้อย่างถูกหลักวิชาการ ควบคู่ไปกับการกระทา ท่ีไม่เบียดเบียนกัน การแบ่งปัน ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน ความร่วมมือปรองดองกันในสังคม จะสร้างสายใย เช่ือมโยงคนในภาคส่วนต่างๆของ สงั คมเข้าดว้ ยกนั สร้างสรรค์พลังในทางบวก นาไปสู่ความสามัคคี การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน และการพร้อม รับต่อการเปลย่ี นแปลงต่างๆ ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ กศน.ตาบลนาป่า จึงได้จัดทาโครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน ขึ้น เพ่ือให้ ประชาชนไดต้ ระหนกั และเกิดการเรียนรู้ ในการพง่ึ พาตนเอง มีการดาเนินชวี ิตให้อยูอ่ ยา่ งพอประมาณ เดินทาง สายกลาง มีความพอดี มีความพอเพียงกับตนเอง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีคุณค่า สร้างความรักสามัคคี พฒั นาความผกู พันในครอบครัวมากยง่ิ ขนึ้ ให้ และสามารถทาบญั ชรี ายรบั รายจ่ายได้อย่างถกู ตอ้ ง วตั ถุประสงค์ 1. เพือ่ ใหป้ ระชาชน มีการใช้ชวี ติ ประจาวันตามหลักการของความพอเพยี ง ความพอดี การใชช้ วี ิต อยา่ งรอบคอบ ไม่ประมาท ใชท้ รพั ยากรทม่ี ีอยใู่ หเ้ กิดประโยชน์คุ้มค่า 2. เพ่อื ให้ประชาชน นาความร้ทู ไ่ี ดร้ บั ไปปรบั ใช้ในชีวิตประจาวัน สามารถลดรายจา่ ย เพิ่ม รายได้ภายในครัวเรือน และมคี ณุ ภาพชีวิตท่ีดี เป้ำหมำย เชงิ ปรมิ ำณ ประชาชนตาบลนาป่า จานวน 8 คน เชิงคุณภำพ ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการฯ มีการใช้ชีวิตประจาวนั ตามหลักการของความพอเพียง ความพอดี การใช้ ชีวติ อย่างรอบคอบ ไม่ประมาท ใช้ทรพั ยากรทีม่ ีอยูใ่ ห้เกิดประโยชน์คุม้ คา่ และนาความรู้ท่ีได้รบั ไปปรบั ใช้ใน ชวี ิตประจาวัน สามารถลดรายจา่ ย เพม่ิ รายได้ ภายในครวั เรอื น และมคี ุณภาพชีวิตทีด่ ี ผลลัพธ์ ผู้เขา้ ร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 มกี ารใช้ชีวิตประจาวนั ตามหลักการของความพอเพยี ง ความ พอดี การใชช้ วี ิตอยา่ งรอบคอบ ไม่ประมาท ใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ใหเ้ กิดประโยชน์คุม้ ค่า และนาความรู้ท่ีได้รบั ไป ปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน สามารถลดรายจ่าย เพ่ิมรายได้ ภายในครวั เรอื น และมีคณุ ภาพชวี ิตท่ีดี
ดัชนตี วั ชว้ี ัดผลสำเร็จของโครงกำร ตวั ช้วี ัดผลผลติ - ผเู้ ข้าร่วมโครงการฯ ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80 - ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มคี วามพงึ พอใจอย่ใู นระดับดีขน้ึ ไป ไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ 80 ตวั ชี้วัดผลลัพธ์ - ผู้เข้ารว่ มโครงการฯ ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 50 สามารถนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวติ ประจาวันได้ - ผ้เู ขา้ รว่ มโครงการฯ ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 10 สามารถนาความรู้ทไี่ ด้รับไปขยายผลได้
บทท่ี 2 เอกสำรกำรศึกษำและรำยงำนทเ่ี กี่ยวข้อง ในการจดั ทารายงานโครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน คร้งั น้ี ผู้จดั ทาโครงการได้ ทาการคน้ ควา้ เน้อื หาเอกสารการศึกษาและรายงานท่เี กี่ยวข้อง ดังน้ี 1. ยุทธศาสตร์และจดุ เน้นการดาเนนิ งาน สานกั งาน กศน.ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2563 2. แนวทาง/กลยทุ ธ์การดาเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ของ กศน. อาเภอเมืองชลบรุ ี 3. กศน. WOW 4. เอกสารงานทเี่ ก่ียวข้อง - ความรูเ้ รื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพยี ง - ความรู้เรอื่ งเกษตรผสมผสาน - ความรู้เรื่องจลุ ลินทรีย์สังเคราะห์แสง - ความรเู้ ร่อื งการทาลูกประคบสมุนไพร - ความรเู้ รอ่ื งการทาเชือ้ ก้อนเหด็ นางฟ้า 1.นโยบำยและจดุ เน้นกำรดำเนนิ งำน สำนกั งำน กศน.ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2563 วิสยั ทัศน์ คนไทยได้รบั โอกาสการศกึ ษาและการเรยี นรู้ตลอดชวี ติ อยา่ งมีคุณภาพ สามารถดารงชีวิตทเ่ี หมาะสม กับช่วงวยั สอดคลอ้ งกับหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และมีทักษะท่ีจาเปน็ ในโลกศตวรรษที่ 21 พันธกิจ 1. จดั และส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ทมี่ ีคุณภาพ เพื่อยกระดับ การศึกษา พัฒนาทักษะการเรียนรขู้ องประชาชนทกุ กลุ่มเป้าหมายใหเ้ หมาะสมทุกช่วงวยั พร้อมรับ การเปลย่ี นแปลงบรบิ ททางสังคม และสร้างสังคมแหง่ การเรียนรตู้ ลอดชวี ติ 2 สง่ เสรมิ สนับสนุน และประสานภาคเี ครือขา่ ย ในการมสี ว่ นร่วมจัดการศกึ ษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศยั และการเรยี นรูต้ ลอดชวี ิต รวมท้งั การดาเนินกจิ กรรมของศูนย์การเรยี นและแหลง่ การเรียนรู้อื่น ในรปู แบบตา่ ง ๆ 3. สง่ เสริมและพัฒนาการนาเทคโนโลยีทางการศึกษา และเทคโนโลยีดจิ ิทัลมาใช้ใหเ้ กิด ประสิทธิภาพในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กบั ประชาชนอย่างทั่วถึง
4.พัฒนาหลักสตู รรูปแบบการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ส่ือและนวัตกรรม การวัดและประเมนิ ผลในทกุ รปู แบบให้สอดคล้องกบั บรบิ ทในปัจจบุ นั 5. พฒั นาบุคลากรและระบบการบริหารจดั การให้มีประสิทธิภาพ เพอ่ื มุ่งจดั การศกึ ษาและ การเรียนรทู้ มี่ ีคณุ ภาพ โดยยึดหลักธรรมาภิบาล เปำ้ ประสงค์ 1. ประชาชนผู้ด้อย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมท้งั ประชาชนท่ัวไปได้รบั โอกาส ทางการศึกษาในรปู แบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน การศกึ ษาต่อเน่ือง และการศกึ ษาตาม อธั ยาศยั ท่ีมคี ุณภาพอย่างเทา่ เทียมและทั่วถึง เปน็ ไปตามสภาพ ปัญหา และความตอ้ งการของแตล่ ะ กลมุ่ เปา้ หมาย 2. ประชาชนได้รับการยกระดับการศกึ ษา สรา้ งเสรมิ และปลูกฝงั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ ความเปน็ พลเมือง อนั นาไปสู่การยกระดับคณุ ภาพชีวติ และเสริมสร้างความเขม้ แขง็ ใหช้ ุมชน เพื่อพฒั นาไปสู่ ความม่ันคงและย่งั ยนื ทางด้านเศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ประวตั ิศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม 3.ประชาชนไดร้ บั โอกาสในการเรียนรูแ้ ละมเี จตคตทิ างวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถคิด วเิ คราะห์ และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน รวมทัง้ แก้ปัญหาและพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ได้อย่าง สรา้ งสรรค์ 4.ประชาชนไดร้ บั การสร้างและสง่ เสริมให้มนี สิ ยั รักการอา่ นเพอื่ การแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง 5.ชมุ ชนและภาคเี ครือขา่ ยทุกภาคสว่ น รว่ มจัด ส่งเสริม และสนบั สนนุ การดาเนนิ งานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมท้ังการขบั เคลื่อนกิจกรรมการเรยี นรู้ของชุมชน 6. หน่วยงานและสถานศึกษาพฒั นา เทคโนโลยที างการศกึ ษา เทคโนโลยดี จิ ทิ ัล มาใช้ ในการยกระดบั คุณภาพในการจัดการเรียนร้แู ละเพิม่ โอกาสการเรยี นรู้ใหก้ บั ประชาชน 7. หนว่ ยงานและสถานศกึ ษาพฒั นาสื่อและการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพ่ือแก้ปัญหาและพฒั นา คณุ ภาพชีวติ ทีต่ อบสนองกบั การเปลี่ยนแปลงบรบิ ทด้านเศรษฐกิจ สงั คม การเมือง วฒั นธรรม ประวตั ิศาสตร์ และส่ิงแวดล้อม รวมทง้ั ตามความต้องการของประชาชนและชุมชนในรูปแบบที่หลากหลาย 8. หนว่ ยงานและสถานศึกษามรี ะบบการบริหารจัดการที่เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล 9.บคุ ลากรของหนว่ ยงานและสถานศกึ ษาไดร้ ับการพัฒนาเพื่อเพ่มิ สมรรถนะในการปฏิบัติงาน การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ตัวช้ีวัด ตวั ชว้ี ัดเชิงปริมำณ 1. จานวนผเู้ รยี นการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาชั้นพ้นื ฐานทไี่ ด้รับการสนับสนุนค่าใชจ้ ่ายตาม สทิ ธทิ กี่ าหนดไว้ 2. จานวนของคนไทยกลุ่มเปา้ หมายตา่ ง ๆ ที่เข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นร/ู้ เขา้ รับบรกิ ารกจิ กรรม การศกึ ษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอธั ยาศยั ท่ีสอดคล้องกบั สภาพ ปญั หา และความต้องการ
3. รอ้ ยละของกาลงั แรงงานท่ีสาเร็จการศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป 4. จานวนภาคเี ครอื ข่ายที่เขา้ มามสี ่วนร่วมในการจัด/พัฒนา/ส่งเสริมการศึกษา (ภาคเี ครือข่าย : สถานประกอบการ องคก์ ร หนว่ ยงานท่ีมารว่ มจดั /พฒั นา/ส่งเสรมิ การศึกษา) 5. จานวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพนื้ ทสี่ งู และชาวไทยมอแกน ในพื้นที่ 5 จงั หวัด 11 อาเภอไดร้ ับบริการการศกึ ษาตลอดชวี ติ จากศูนยก์ ารเรียนชมุ ชนสงั กดั สานกั งาน กศน. 6. จานวนผู้รับบรกิ ารในพนื้ ที่เปา้ หมายไดร้ ับการสง่ เสริมด้านการรูห้ นังสือและการพฒั นาทกั ษะชีวิต 7. จานวนนกั เรยี นนกั ศึกษาท่ีไดร้ บั บรกิ ารตวิ เข้มเต็มความรู้ 8. จานวนประชาชนทไ่ี ดร้ ับการฝกึ อาชีพระยะสนั้ สามารถสรา้ งอาชพี เพื่อสร้างรายได้ 9. จานวน ครู กศน. ตาบล จากพืน้ ท่ี กศน.ภาค ได้รบั การพัฒนาศักยภาพดา้ นการจดั การเรียนการ สอนภาษาอังกฤษเพือ่ การส่อื สาร 10. จานวนประชาชนท่ไี ดร้ ับการฝกึ อบรมภาษาตา่ งประเทศเพื่อการส่ือสารด้านอาชีพ 11. จานวนผูส้ ูงอายุภาวะพึ่งพงิ ในระบบ Long Term Care มีผดู้ ูแลท่มี คี ุณภาพและมาตรฐาน 12. จานวนประชาชนท่ผี ่านการอบรมจากศูนยด์ จิ ิทลั ชุมชน 13. จานวนศนู ย์การเรยี นชมุ ชน กศน. บนพน้ื ทีส่ ูง ในพนื้ ท่ี 5 จังหวัด ทีส่ ง่ เสริมการพฒั นาทกั ษะการ ฟัง พูดภาษาไทยเพื่อการส่ือสาร ร่วมกนั ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จานวนบคุ ลากร กศน. ตาบลทส่ี ามารถจัดทาคลงั ความร้ไู ด้ 15. จานวนบทความเพื่อการเรยี นรูต้ ลอดชวี ิตในระดบั ตาบลในหัวข้อตา่ ง ๆ 16. จานวนหลักสูตรและสอ่ื ออนไลนท์ ี่ใหบ้ ริการกับประชาชน ทัง้ การศึกษานอกระบบระดับ การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน การศกึ ษาตอ่ เน่ือง และการศึกษาตามอธั ยาศัย ตวั ชว้ี ัดเชิงคณุ ภำพ 1. ร้อยละของคะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET)ทุกรายวชิ าทุกระดบั 2. ร้อยละของผู้เรยี นท่ีได้รับการสนับสนนุ การจัดการศึกษาขั้นพน้ื ฐานเทยี บกับคา่ เป้าหมาย 3. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเปา้ หมายทล่ี งทะเบยี นเรยี นในทกุ หลกั สูตร/กจิ กรรมการศกึ ษา ตอ่ เนือ่ งเทียบกับเปา้ หมาย 4. รอ้ ยละของผ้ผู า่ นการฝกึ อบรม/พฒั นาทักษะอาชีพระยะสนั้ สามารถนาความรู้ไปใช้ ในการประกอบอาชีพหรือพฒั นางานได้ 5. ร้อยละของผู้เรยี นในเขตพื้นท่จี งั หวดั ชายแดนภาคใต้ที่ไดร้ ับการพฒั นาศักยภาพ หรอื ทกั ษะดา้ น อาชพี สามารถมงี านทาหรอื นาไปประกอบอาชีพได้ 6. รอ้ ยละของผู้จบหลักสูตร/กิจกรรมทีส่ ามารถนาความรคู้ วามเข้าใจไปใชไ้ ดต้ ามจุดมงุ่ หมาย ของหลักสตู รกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง 7. ร้อยละของประชาชนท่ีไดร้ ับบรกิ ารมคี วามพึงพอใจตอ่ การบริการ/เขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้ การศกึ ษาตามอัธยาศยั
8. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเปา้ หมายที่ได้รับบรกิ าร/ขา้ ร่วมกจิ กรรมท่ีมีความร้คู วามเข้าใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมุง่ หมายของกิจกรรมท่ีกาหนด ของการศกึ ษาตามอธั ยาศยั 9. ร้อยละของนักเรยี น/นักศึกษาทม่ี ผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนในวิชาทไ่ี ด้รบั บรกิ ารติวเขม้ เต็มความรู้ เพมิ่ สงู ขนึ้ 10. ร้อยละของผู้สูงอายุท่ีเปน็ กลุ่มเปา้ หมาย มโี อกาสมาเขา้ รว่ มกิจกรรมการศกึ ษาตลอดชวี ิต นโยบำยเรง่ ดว่ นเพอ่ื ร่วมขับเคลอ่ื นยทุ ธศำสตรก์ ำรพัฒนำประเทศ 1.ยุทธศำสตร์ด้ำนควำมมนั คง 1.1 พัฒนาและเสรมิ สรา้ งความจงรักภักดีต่อสถาบนั หลกั ของชาติ โดยปลกู ฝงั และ สร้างความตระหนักรถู้ ึงความสาคัญของสถาบนั หลกั ของชาติ รณรงคเ์ สริมสร้างความรักและความภาคภูมิใจใน ความเปน็ คนไทยและชาติไทย น้อมนาและเผยแพรศ่ าสตรพ์ ระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมถึง แนวทางพระราชดารติ ่าง ๆ 1.2 เสริมสรา้ งความรคู้ วามเขา้ ใจท่ีถูกต้อง และการมีส่วนร่วมอย่างถูกตอ้ งกบั การ ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมุข ในบรบิ ทของไทย มีความเปน็ พลเมอื งดี ยอมรบั และเคารพความหลากหลายทางความคิดและอดุ มการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนบั สนุนการจดั การศึกษาเพือ่ ป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาภยั คุกคาม ในรูปแบบใหม่ ทง้ั ยาเสพติด การคา้ มนุษย์ ภยั จากไซเบอร์ ภยั พิบัติจากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ฯลฯ 1.4 ยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษาและสรา้ งเสรมิ โอกาสในการเขา้ ถึงบรกิ ารการศึกษา การพัฒนาทักษะ การสร้างอาชีพ และการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต้ และพนื้ ท่ชี ายแดนอน่ื ๆ 1.5 สรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วฒั นธรรมของประเทศ เพ่ือนบ้านยอมรับและเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์ุ และชาวต่างชาติที่มีความหลากหลาย ในลกั ษณะพหุสงั คมที่อย่รู ่วมกนั 2 ยุทธศำสตรด์ ้ำนกำรสรำ้ งควำมสำมำรถในกำรแข่งขนั 2.1 เร่งปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพ่ือยกระดับทักษะด้านอาชีพของประชาชนให้ เป็นอาชีพท่ีรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณาการ ความรว่ มมอื ในการพฒั นาและเสรมิ ทกั ษะใหมด่ า้ นอาชพี (Upskill & Reskill) รวมถงึ ม่งุ เนน้ สร้างโอกาสในการ สร้างงาน สร้างรายได้ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงานท้ังภาคอุตสาหกรรมและการบริการ โดยเฉพาะในพน้ื ทีเ่ ขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขตพฒั นาพเิ ศษตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศสาหรับพ้ืนท่ีปกติ ให้พัฒนาอาชีพทเี่ นน้ การตอ่ ยอดศกั ยภาพและตามบรบิ ทของพน้ื ท่ี 2.2 จดั การศึกษาเพ่ือพัฒนาพื้นทีภ่ าคตะวันออก ยกระดับการศึกษาใหก้ บั ประชาชนใหจ้ บ การศึกษาอย่างน้อยการศึกษาภาคบังคับ สามารถนาคุณวุฒิท่ีได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ รวมท้ัง พัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพตามความต้องการของประชาชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตอบสนองต่อ บรบิ ทของสงั คมและชุมชน รวมทง้ั รองรับการพฒั นาเขตพื้นท่ีระเบยี บเศรษฐกจิ ภาคตะวนั ออก (EEC)
2.3 พัฒนาและส่งเสริมประชาชนเพ่ือต่อยอดการผลิตและจาหน่ายสนิ ค้าและผลิตภัณฑ์ ออนไลน์ 1) เร่งจัดตง้ั ศูนย์ให้คาปรึกษาและพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ Brand กศน.เพ่ือยกระดับคุณภาพ ของสนิ ค้าและผลิตภัณฑ์ การบริหารจดั การท่คี รบวงจร (การผลิต การตลาด การส่งออก และสรา้ งชอ่ งทาง จาหนา่ ย) รวมทงั้ ส่งเสริมการใชป้ ระโยชน์จากเทคโนโลยดี จิ ิทลั ในการเผยแพร่และจาหน่ายผลิตภณั ฑ์ 2) พฒั นาและคัดเลือกสุดยอดสินคา้ และลติ ภัณฑ์ กศน. ในแต่ละจงั หวัด พรอ้ มทงั้ ประสาน ความรว่ มมือกับสถานีบริการน้ามนั ในการเป็นซ่องทางการจาหน่ายสุดยอดสนิ ค้าและผลติ ภณั ฑ์ กศน. ใหก้ วา้ งขวางยิง่ ข้ึน 3 ยุทธศำสตร์กำรพัฒนำและเสรมิ สร้ำงศักยภำพทรัพยำกรมนุษย์ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ เป็นผู้เชื่อมโยงความรู้กับ ผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น \"ครูมืออาชีพ\" มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ สงั คมและเปน็ \"ผู้อานวยการการเรียนรู้\" ที่สามารถบรหิ ารจดั การความรู้ กิจกรรม และการเรยี นรทู้ ีด่ ี 1) เพ่ิมอัตราข้าราชการครูให้กับ กศน. อาเภอทุกแห่ง โดยเร่งดาเนินการเร่ืองการหาอัตราตาแหน่ง การสรรหา บรรจุ และแตง่ ตง้ั ข้าราชการครู 2) พฒั นาข้าราชการครใู นรปู แบบครบวงจร ตามหลักสูตรที่เชอื่ มโยงกับวิทยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ตาบลให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะ การจัดการเรยี นการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทกั ษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4) พัฒนาศึกษานิเทศก์ ใหส้ ามารถปฏบิ ตั กิ ารนิเทศได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทุกระดับทุกประเภทให้มีทักษะความรู้เร่ืองการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและ ภาษาต่างประเทศที่จาเปน็ 3.2 พัฒนาแหลง่ เรยี นรู้ให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือตอ่ การเรียนรู้ มคี วามพรอ้ ม ในการให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เป็นแหล่งสารสนเทศสาธารณะท่ีง่ายต่อการเข้าถึง มี บรรยากาศที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ เป็นคาเช่าพ้ืนท่ีการเรียนรู้สาหรับคนทุกช่วงวัย มีสิ่งอานวยความสะดวก มี บรรยากาศสวยงามมีชวี ติ ทด่ี ึงดูดความสนใจ และมคี วามปลอดภยั สาหรบั ผู้ใชบ้ รกิ าร 1) เร่งยกระดับ กศน.ตาบลนาร่อง 928 แห่ง (อาเภอละ 1 แห่ง) ให้เป็น กศน.ตาบล 5 ดี พรีเมี่ยม ท่ีประกอบด้วย ครูดี สถานท่ีดี (ตามบริบทของพื้นท่ี) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีนวัตกรรมการ เรียนรู้ทดี่ ีมปี ระโยชน์ 2) จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. เพ่ือยกระดับการเรียนรู้ ใน 6 ภูมิภาค เป็นพื้นท่ีการเรียนรู้ (Co - Learning Space) ท่ีทันสมัยสาหรับทุกคน มีความพร้อมในการให้บริการต่าง ๆ อาทิ พ้ืนที่สาหรับการ ทางาน/การเรียนรู้ พ้ืนท่ีสาหรับกิจกรรมต่าง ๆ มีห้องประชุมขนาดเล็ก รวมท้ังทางานร่วมกับห้องสมุด ประชาชนในการให้บริการในรูปแบบห้องสมุดดิจิทัล บริการอินเทอร์เน็ต ส่ือมัลติมีเดีย เพ่ือรองรับการเรียนรู้ แบบ Active Learning
3) พฒั นาห้องสมุดประชาชน \"เฉลิมราชกุมารี\" ให้เป็น Digital Library โดยให้มีบริการหนังสอื ใน รูปแบบ e - Book บรกิ ารคอมพิวเตอร์ และอนิ เทอรเ์ น็ตความเรว็ สงู รวมทงั้ Free Wifi เพอื่ การสืบคน้ ข้อมลู 3.3 สง่ เสริมการจดั การเรียนรูท้ ที่ นั สมยั และมีประสทิ ธภิ าพ เอ้อื ต่อการเรียนรู้สาหรับทกุ คน สามารถ เรยี นได้ทุกทีท่ ุกเวลา มกี จิ กรรมท่ีหลากลาย น่าสนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพ่อื พัฒนาศักยภาพ การเรียนรู้ของประชาชน รวมท้งั ใชป้ ระโยชนจ์ ากประชาชนในชุมชนในการรว่ มจดั กิจกรรมการเรยี นร้เู พื่อ เชือ่ มโยงความสมั พันธข์ องคนในชุมชนไปสกู้ ารจดั การความรู้ของชุมชนอย่างยั่งยนื 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อ ส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจนสนับสนนุ ให้มกี ารจดั กจิ กรรมเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมใหก้ บั บคุ ลากรในองค์กร 2) จดั ให้มีหลักสูตรลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยให้สานักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ปกทม. จัดต้ังกองลูกเสือ ท่ี ลูกเสือมีความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศ เป็นลูกเสือมัคคุเทศก์จังหวัดละ 1 กอง เพ่ือส่งเสริมลูกเสือ จติ อาสาพัฒนาการท่องเที่ยวในแตล่ ะจังหวัด 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ท้ังภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสรา้ งความเขา้ ใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอย่างมคี ุณภาพ 1) เร่งจดั ทาทาเนยี บภูมิปญั ญาทอ้ งถนิ่ ในแต่ละตาบล เพื่อใชป้ ระโยชนจ์ ากภมู ปิ ญั ญาท้องถ่ิน ในการสรา้ งการเรียนร้จู ากองค์ความรใู้ นตวั บุคคลให้เกิดการถ่ายทอดภูมิปัญญา สรา้ งคุณคา่ ทางวัฒนธรรม อย่างยัง่ ยนื 2) สง่ เสริมภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ินสู่การจดั การเรยี นรชู้ ุมชน 3) ประสานความรว่ มมอื กับภาคีเครือขา่ ยเพอ่ื การขยายและพัฒนาการศึกษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอธั ยาศัยใหเ้ ขา้ ถงึ กลมุ่ เป้าหมายทุกกล่มุ อย่างกวา้ งขวางและมคี ุณภาพ อาทิ กลมุ่ ผูส้ ูงอายุ กลุม่ อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อประโยชนต์ ่อการจัดการศกึ ษาและกลุ่มเป้าหมาย 1) พัฒนาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. ทงั้ ในรูปแบบของการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน การพัฒนาทักษะ ชวี ติ และทกั ษะอาชีพ การศึกษาตามอธั ยาศัย รวมทั้งการพัฒนาชอ่ งทางการค้าออนไลน์ 2) สง่ เสรมิ การใช้เทคโนโลยใี นการปฏิบตั งิ าน การบรหิ ารจัดการ และการจดั การเรียนรู้ 3) ส่งเสริมให้มีการใชก้ ารวจิ ัยอย่างง่ายเพ่ือสร้างนวตั กรรมใหม่ 3.6 พัฒนาศักยภาพคนด้านทักษะและความเขา้ ใจในการใชเ้ ทคโนโลยีดิจิทลั (Digital Literacy) 1) พฒั นาความรแู้ ละทกั ษะเทคโนโลยีดิจทิ ัลของครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา เพ่ือพฒั นา รูปแบบการจัดการเรยี นการสอน 2) ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีดิจทิ ลั เพื่อใหป้ ระชาชนมีทกั ษะความเขา้ ใจและ
ใช้เทคโนโลยีดิจทิ ลั ทส่ี ามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั รวมทงั้ สร้างรายไดใ้ ห้กับตนเองได้ 3.7 พัฒนาทกั ษะภาษาต่างประเทศเพ่ือการสื่อสารของประชาชนในรปู แบบตา่ ง ๆ อย่างเปน็ รปู ธรรม โดยเน้นทกั ษะภาษาเพื่ออาชีพ ทง้ั ในภาคธุรกจิ การบรกิ าร และการท่องเทีย่ ว รวมทั้งพฒั นา ส่อื การเรียนการสอนเพือ่ ส่งเสรมิ การใช้ภาษาเพ่อื การส่อื สารและการพฒั นาอาชพี 3.8 เตรียมความพรอ้ มการเข้าสูส่ ังคมผสู้ งู อายุทเ่ี หมาะสมและมคี ุณภาพ 1) ส่งเสริมการจดั กจิ กรรมใหก้ บั ประชาชนเพ่ือสรา้ งความตระหนกั ถึงการเตรยี มพร้อมเข้าสู่ สังคมผ้สู งู อายุ (Aging Society) มคี วามเข้าใจในพฒั นาการของช่วงวยั รวมท้ังเรยี นรูแ้ ละมีสว่ นร่วมในการดูแล รบั ผิดชอบผ้สู ูงอายุในครอบครวั และชมุ ชน 2) พัฒนาการจดั บริการการศึกษาและการเรยี นรสู้ าหรับประชาชนในการเตรียมความพร้อม เข้าส่วู ัยสูงอายทุ ี่เหมาะสมและมีคุณภาพ 3) จดั การศึกษาเพื่อพฒั นาคุณภาพชีวติ สาหรับผสู้ งู อายุภายใต้แนวคิด \"Active Aging\" การศึกษาเพอ่ื พฒั นาคุณภาพชวี ิต และพฒั นาทกั ษะชวี ิต ให้สามารถดูแลตนเองทัง้ สุขภาพกายและสุขภาพจิต และรูจ้ ักใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยี 4) สร้างความตระหนกั ถึงคุณค่าและศักด์ิศรขี องผู้สูงอายุ เปดิ โอกาสใหม้ ีการเผยแพร่ภมู ิปัญญาของ ผสู้ ูงอายุ และให้มสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมดา้ นต่าง ๆ ในชุมชน เชน่ ดา้ นอาชพี กีฬา ศาสนาและวฒั นธรรม 5) จัดการศึกษาอาชพี เพื่อรองรับสังคมผูส้ ูงอายุ โดยบรู ณาการความรว่ มมือกับหนว่ ยงาน ทเี่ กี่ยวข้อง ในทุกระดบั 3.9 การส่งเสรมิ วทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ การศึกษา 1) จดั กจิ กรรมวิทยาศาสตร์เชิงรกุ และเนน้ ให้ความรู้วิทยาศาสตร์อย่างงา่ ยกับประชาชนในชุมชนทัง้ วิทยาศาสตรใ์ นวถิ ชี วี ิต และวิทยาศาสตรใ์ นชีวิตประจาวนั 2) พฒั นาสอ่ื นิทรรศการเละรูปแบบการจัดกจิ กรรมทางวิทยาศาสตรใ์ ห้มคี วามทันสมัย 3.10 สง่ เสริมการร้ภู าษาไทยใหก้ บั ประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพ้ืนที่สงู ให้ สามารถฟัง พดู อ่าน และเขียนภาษาไทย เพอื่ ประโยชนใ์ นการใช้ชวี ิตประจาวนั ได้ 4 ยุทธศำสตร์ตน้ กำรสร้ำงโอกำสและควำมเสมอภำคทำงสงั คม 4.1 จดั ต้ังศูนย์การเรยี นรสู้ าหรบั ทุกช่วงวัย ทเ่ี ปน็ ศูนย์การเรยี นรตู้ ลอดชีวิตที่สามารถให้บรกิ าร ประชาชนไดท้ ุกคน ทุกชว่ งวยั ท่ีมีกจิ กรรมทห่ี ลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ในแต่ละวัยและ เปน็ ศนู ย์บรกิ ารความรู้ ศูนยก์ ารจัดกิจกรรมทีค่ รอบคลมุ ทุกช่วงวัย เพือ่ ให้มีพฒั นาการเรียนร้ทู ี่เหมาะสมและมี ความสขุ กับการเรียนร้ตู ามความสนใจ 1) เร่งประสานกบั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน เพ่ือจดั ทาฐานข้อมลู โรงเรยี นทีถ่ กู ยบุ รวม หรือคาดว่าน่าจะถกู ยบุ รวม 2) ใหส้ านกั งาน กศน.จังหวัดทุกแห่งท่ีอย่ใู นจังหวดั ทมี่ ีโรงเรียนทถ่ี ูกยบุ รวม ประสานขอใช้ พื้นทเ่ี พื่อจดั ตั้งศูนย์การเรยี นรู้สาหรับทุกช่วงวยั กศน. 4.2 สง่ เสริมและสนบั สนุนการจัดการศกึ ษาและการเรียนรู้สาหรบั กลุ่มเป้าหมายผู้พิการ
1) จัดการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน การศกึ ษาเพ่ือพฒั นาทกั ษะชีวติ และทักษะอาชีพ และการศึกษา ตามอัธยาศยั โดยเน้นรปู แบบการศกึ ษาออนไลน์ 2) ใหส้ านกั งาน กศน.จงั หวัดทุกแหง่ /กทม. ทาความร่วมมือกับศูนย์การศึกษาพเิ ศษประจา จงั หวัด ในการใชส้ ถานท่ี วสั ดุอุปกรณ์ และครภุ ัณฑด์ า้ นการศกึ ษา เพ่ือสนบั สนนุ การจัดการศกึ ษาและการ เรยี นรู้สาหรบั กล่มุ เป้าหมายผู้พิการ 4.3 ยกระดับการศึกษาให้กบั กลุม่ เปา้ หมายทหารกองประจาการ รวมท้ังกลุ่มเป้าหมาย พิเศษอืน่ ๆ อาทิ ผูต้ อ้ งขงั คนพกิ าร เด็กออกกลางคนั ประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ใหจ้ บการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สามารถนาความรู้ท่ีได้รบั ไปพฒั นาตนเองไดอ้ ย่าง ต่อเน่อื ง 4.4 พฒั นาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระยะส้นั ให้มคี วามหลากหลาย ทนั สมัย เหมาะสมกับ บรบิ ทของพ้นื ท่ี และตอบสนองความต้องการของประชาชนผรู้ ับบรกิ าร 5. ยทุ ธศำสตร์ด้ำนกำรสร้ำงกำรเติบโตบนคณุ ภำพชีวติ ที่เปน็ มิตรต่อส่ิงแวดล้อม 5.1 สง่ เสรมิ ให้มีการให้ความรู้กบั ประชาชนในการรับมอื และปรบั ตวั เพื่อลดความเสียหาย จากภยั ธรรมชาติและผลกระทบท่เี กีย่ วข้องกบั การเปล่ยี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ 5.2 สรา้ งความตระหนักถงึ ความสาคัญของการสร้างสงั คมสีเขียว ส่งเสรมิ ความรใู้ หก้ ับประชาชน เก่ียวกบั การคัดแยกตง้ั แตต่ น้ ทาง การกาจดั ขยะ และการนากลบั มาใช้ช้า เพื่อลดปรมิ าณและตน้ ทุนในการ จัดการขยะของเมือง และสามารถนาขยะกลบั มาใชป้ ระโยชนไ์ ดโ้ ดยงา่ ย รวมทั้งการจดั การมลพิษในชุมชน 5.3 ส่งเสริมให้หนว่ ยงานและสถานศึกษาใชพ้ ลังงานท่เี ป็นมติ รกับสงิ่ แวดล้อม รวมทงั้ ลดการใช้ ทรัพยากรทสี่ ่งผลกระทบต่อส่งิ แวดลอ้ ม เชน่ รณรงคเ์ รื่องการลดการใชถ้ ุงพลาสติก การประหยดั ไฟฟ้า เป็นตน้ 6. ยุทธศำสตร์ด้ำนกำรปรบั สมดุลและพัฒนำระบบหำรบรหิ ำรจดั กำรภำครัฐ 6.1 พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัตริ าชการใหท้ ันสมัย มคี วามโปรง่ ใส ปลอดการทุจรติ และ ประพฤติมิชอบ บรหิ ารจัดการบนขอ้ มลู และหลักฐานเชงิ ประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธม์ิ ีความโปร่งใส 6.2 นานวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบการทางานที่เป็นดิจิทัล มาใช้ในการบรหิ ารและพัฒนางาน สามารถเชอ่ื มโยงกับระบบฐานข้อมลู กลางของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งพฒั นาโปรแกรมออนไลนท์ ี่ สามารถเชอ่ื มโยงข้อมูลต่าง ๆ ทท่ี าให้การบริหารจดั การเป็นไปอยา่ งตอ่ เนื่องกนั ตง้ั แต่ตน้ จนจบกระบวนการ และใหป้ ระชาชนกลุ่มเปา้ หมายสามารถเข้าถงึ บริการได้อยา่ งทันที ทุกทแี่ ละทุกเวลา 6.3 ส่งเสรมิ การพัฒนาบุคลากรทุกระดบั อยา่ งต่อเน่ือง ให้มคี วามรู้และทกั ษะตามมาตรฐาน ตาแหนง่ ให้ตรงกับสายงาน ความชานาญ และความต้องการของบุคลากร
2. แนวทำง/กลยทุ ธก์ ำรดำเนนิ งำนกำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศยั ของ กศน.อำเภอเมอื งชลบุรี ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอเมอื งชลบุรี ได้กาหนดทิศทางการ ดาเนินงาน ตามแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา และแผนปฏิบัตกิ ารประจาปี โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี ทิศทำงกำรดำเนนิ งำนของสถำนศกึ ษำ ✍ ปรัชญำ “คดิ เป็น ทาเป็น เนน้ ICT” ✍ วสิ ยั ทศั น์ “จดั การศึกษาตลอดชีวิต ผูกมติ รกับเครือข่าย กระจายความรูส้ ู่ชุมชน ทกุ ทีท่ ุกเวลาดว้ ย ICT มี อาชีพและแข่งขนั ในประชาคมอาเซียนอยา่ งยั่งยนื ” ✍ อตั ลกั ษณ์ “ก้าวไปในยุคดจิ ทิ ัล” ✍เอกลกั ษณ์ “องคก์ รออนไลน์” ✍ พันธกิจ 1. จดั และส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รยี น มีความรู้การศึกษาข้ันพืน้ ฐานอยา่ งมีคณุ ภาพ 2. จดั การศึกษาอาชีพให้ผู้เรียนมอี าชพี ทาได้ ขายเป็น และมีทกั ษะชวี ติ ที่เหมาะสมทกุ ช่วงวัย 3. จัดและสง่ เสริมใหป้ ระชาชนนาเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพ่อื พฒั นาตนเองและสร้างชอ่ งทางการจาหนา่ ย สนิ คา้ 4. จดั และสง่ เสริมการศึกษาตามอธั ยาศยั ท่มี งุ่ ให้ผู้รับบริการมนี ิสยั รักการอ่าน และพฒั นาแหลง่ เรยี นรู้ ในชุมชน 5. จดั และส่งเสรมิ สนบั สนุน พฒั นาแหลง่ เรยี นรู้ ส่ือ และภูมิปัญญาท้องถ่ิน 6. จัดและส่งเสรมิ การศกึ ษาตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชนใหม้ ี ความเขม้ แขง็ อย่างยงั่ ยืน 7. จดั และสง่ เสรมิ ประชาชนให้เปน็ พลเมืองดตี ามวิถีประชาธิปไตย 8. ส่งเสริม สนบั สนนุ ภาคีเครือข่าย ให้มีส่วนรว่ มในการจดั การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม อธั ยาศยั เพ่ือให้เกิดการเรยี นรตู้ ลอดชีวิต 9. พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรใู้ หส้ อดคลอ้ งกับพ้นื ท่ีระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค ตะวนั ออก (EEC) และความต้องการของกลมุ่ เปา้ หมาย
10. พัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะในการปฏบิ ตั งิ านตามบทบาทหนา้ ที่อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและ ต่อเนอ่ื งโดยเน้นการนาเทคโนโลยีดจิ ทิ ัลมาใช้ในการบริหารจดั การ 11. สถานศกึ ษามรี ะบบการบรหิ ารจัดการตามหลักธรรมมาภบิ าล 12. ปฏบิ ัตงิ านอนื่ ๆ ที่ได้รบั มอบหมาย ✍เป้ำประสงค์ และตัวช้ีวดั ควำมสำเรจ็ ตวั ชี้วดั ควำมสำเร็จ ร้อยละของประชากรกลมุ่ ตา่ งๆ (กลมุ่ ประชากรวยั แรงงาน เปำ้ ประสงค์ ปกติทว่ั ไป กลุม่ ประชากรวยั แรงงานทเ่ี ปน็ ผู้ยากไร้ ประชาชนไดร้ ับโอกาสทางการศกึ ษาในรูปแบบของ ผดู้ ้อยโอกาส ผพู้ กิ าร และกลมุ่ ผู้สงู อายุ) ที่ไดร้ บั บริการ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ทีม่ ี การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อย่างท่วั ถงึ คุณภาพอย่างทัว่ ถึงและเปน็ ธรรม ครอบคลมุ และเป็นธรรม ร้อยละของผเู้ รียนทเ่ี ขา้ รบั การศกึ ษาอาชพี เพ่อื การมงี านทาท่ีมี ผเู้ รยี นท่เี ขา้ รับการฝึกอาชีพมสี มรรถนะในการ สมรรถนะในการประกอบอาชีพที่เพ่มิ ข้ึน ประกอบอาชพี สามารถประกอบอาชพี ทีส่ รา้ งรายได้ ใหก้ บั ตนเองและครอบครัวได้ จานวนของภาคีเครือขา่ ยในการดาเนนิ งานการศึกษานอก องคก์ รภาคสว่ นต่างๆรว่ มเป็นภาคเี ครอื ขา่ ยในการ ระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยเพิ่มมากข้ึน ดาเนนิ งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อธั ยาศยั อยา่ งกวา้ งขวาง รอ้ ยละของของผเู้ รยี นที่มคี วามพึงพอใจตอ่ การใชเ้ ทคโนโลยี สถานศกึ ษานาเทคโนโลยีดิจิทลั มาใชใ้ นการเพม่ิ ดิจทิ ัลของสถานศึกษา ประสิทธภิ าพการจดั การศกึ ษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอธั ยาศยั อยา่ งทัว่ ถึง รอ้ ยละของบคุ ลากรของสถานศกึ ษาทไี่ ดร้ บั การพัฒนาเพอ่ื เพม่ิ บคุ ลากรของสถานศึกษาไดร้ ับการพฒั นาเพื่อเพิม่ สมรรถนะในการปฏบิ ตั งิ านการศกึ ษานอกระบบและ สมรรถนะในการปฏิบตั งิ านการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศยั โดยเน้นการนาเทคโนโลยดี ิจทิ ลั มาใชใ้ น การศกึ ษาตามอัธยาศยั อยา่ งทัว่ ถึง การบรหิ ารจัดการ ร้อยละของสถานศกึ ษามกี ารพฒั นาระบบการบริหารจัดการ สถานศึกษามีการพัฒนาระบบการบริหารจดั การเพอ่ื เพ่ือเพิ่มประสิทธภิ าพโดยเน้นการนาเทคโนโลยีดิจทิ ลั ในการ เพ่ิมประสทิ ธิภาพโดยเน้นการนาเทคโนโลยดี จิ ิทลั ใน ดาเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั การดาเนนิ งานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษา ตามอธั ยาศัย รอ้ ยละของบคุ ลากรของสถานศึกษาปฏิบัตงิ านไดเ้ ตม็ บุคลากรของหนว่ ยงานปฏิบตั ิงานตามที่ได้รับ ประสิทธภิ าพ มอบหมายอย่างมีประสทิ ธิภาพ ✍กลยุทธ์ กลยทุ ธท์ ี่ 1 ส่งเสริม และพัฒนาคณุ ภาพการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย ใหเ้ ป็นไป ตามนโยบายและมาตรฐานการศึกษาอยา่ งต่อเน่ือง กลยุทธท์ ่ี 2 สง่ เสรมิ ให้ผ้รู บั บริการได้รับการพฒั นาคณุ ภาพชีวิตโดยใชก้ ระบวนการคิดเปน็ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กลยุทธ์ท่ี 3 สง่ เสรมิ สนับสนุนใหภ้ าคเี ครือขา่ ยมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอธั ยาศยั เพื่อใหเ้ กิดการเรียนรตู้ ลอดชวี ติ กลยทุ ธท์ ี่ 4 พัฒนาหลกั สูตรและรูปแบบการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ใหส้ อดคล้องกบั พนื้ ทเ่ี ขตพฒั นา พิเศษภาคตะวนั ออก (EEC) และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยการมีสว่ นร่วมของภูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ และแหล่งเรยี นรู้ทั้งภาครัฐและเอกชน กลยทุ ธ์ที่ 5 ส่งเสริมให้มีการประชาสัมพนั ธ์ ในรูปแบบที่หลากหลาย กลยทุ ธท์ ี่ 6 พฒั นาระบบการนิเทศภายในสถานศกึ ษาโดยใชก้ ระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคสว่ น กลยทุ ธ์ที่ 7 พัฒนาระบบคุณภาพการศึกษาโดยใช้วงจรการพัฒนาคณุ ภาพ (PDCA) เป็นหลักในการ จดั การศึกษา กลยุทธ์ท่ี 8 พัฒนาบุคลากรของสถานศกึ ษาให้มีความสามารถใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ลั เพื่อการจดั กระบวนการเรยี นรู้ การบริหารจดั การ และส่งเสรมิ การทางานเปน็ ทีม ✍เขม็ มุ่งสู่ควำมสำเร็จ 1.มี กศน.ตาบลเปน็ หลักแหล่ง 2. มีคอมฯ/อุปกรณ์ครบทุก กศน.ตาบล 3. ให้ทกุ คนมีความรู้ ICT 4. มรี ะบบจัดเก็บ/รายงานผ่านออนไลน์ 5. ภายใน1-2 ปีตอ้ งเปน็ 1 ใน กศน.จงั หวัด 6. ภายใน 3 ปีตอ้ งเป็น 1-5 ของสานักงาน กศน. ✍กำรบริหำรนำ ICT สู่กำรปฏิบัติ 1.การจัดหาคอมฯ/อปุ กรณ์ 2.ข้นั การพัฒนา 3.การประเมนิ ผล/รายงาน 1. กำรจัดหำคอมฯ/อปุ กรณ์ 1.1 การเปดิ ตวั กศน.ตาบล โดย 1) เชิญสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร (ส.ส.),สมาชิกวุฒสิ ภา (ส.ว.) เป็นตน้ 2) นานักศึกษา กศน. หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ปจั จบุ นั มที ัง้ ส้ิน 4,621 คน 3) เชิญภาคีเครือขา่ ย อาทเิ ช่น โรงเรียน, อบต., เทศบาล, อบจ. , อาเภอ เปน็ ต้น 4) เสนอโครงการพัฒนา กศน.ตาบล ให้เปน็ แหล่งเรียนรดู้ ้านดิจิทลั 1.2 เชิญ ส.ส./ส.ว. เขา้ รว่ มทุกกจิ กรรม 1) โครงการเขา้ ค่ายต่าง ๆของนักศึกษา กศน. 2) โครงการวนั วิชาการ ของนักศกึ ษา กศน. 3) โครงการ อ่ืน ๆ
2. ขน้ั กำรพฒั นำ 2.1 พัฒนาระบบ จะพฒั นาระบบการจดั เก็บ/รายงานต่างๆผา่ นออนไลน์ 2.2 พัฒนาคน 1) ครู กศน./จนท.ทุกคน 2) นกั ศกึ ษา กศน.หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ทั้ง 2 กลุม่ เปา้ หมาย ต้องมคี วามรู้ ด้าน ICT และสามารถนาไปประยุกต์ใชไ้ ด้ สาหรับในส่วนของนกั ศกึ ษา กศน. หลักสตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กศน.อาเภอเมอื งชลบุรี จะตอ้ งประกาศเป็นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พรอ้ มท้ังใช้งบอดุ หนนุ (กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผู้เรียน) ในการ ขับเคลื่อน โดยจัดโครงการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี น ด้าน ICT พรอ้ มท้ังจัดทาสรุปเปน็ รูปเลม่ ( 5 บท) 3.กำรประเมินผล/รำยงำน 3.1 รายงานผา่ นออนไลน์ โดยผ่านทางเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ http://118.172.227.194:7008/choncity/ และ จดั ทา Application รายงานผ่านทางสมาร์ทโฟน 3.2 รายงานสรุปผลเปน็ รูปเลม่ (5 บท) จดั ทาสรุปผลโครงการ/กิจกรรม เป็นรปู เลม่ (5บท) เพ่ือรองรบั การประเมนิ คุณภาพโดยต้น สงั กัด และภายนอก ✍แผนพัฒนำคณุ ภำพกำรศกึ ษำ (เฉพำะปี 2563) เปำ้ ประสงค์ กลยทุ ธ์ โครงกำร/กจิ กรรม เป้ำหมำย ตวั ชี้วดั เกณฑค์ วำมสำเรจ็ ควำมสำเร็จ (รอ้ ยละ) 1. กลมุ่ เป้าหมาย กลยทุ ธ์ท่ี 1 1. โครงการ 8,000 คน 1. กลุ่มเปา้ หมาย 1. ร้อยละของ 8,000 คน ไดร้ ับโอกาสทาง ส่งเสริม ยกระดับจดั ไดร้ ับโอกาสทาง กลมุ่ เป้าหมาย การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน และพฒั นา การศึกษานอก การศกึ ษาแต่ละ ได้รับโอกาสทาง การศกึ ษาตอ่ เนอื่ ง คณุ ภาพ ระบบระดบั ประเภทของ กศน. การศึกษาแตล่ ะ และการศึกษาตาม การศกึ ษา การศึกษาขนั้ 2. ผ้จู บหลกั สูตร ประเภทของ กศน. อัธยาศัยท่มี ีคุณภาพ นอกระบบ พ้นื ฐานใหม้ ี การศึกษาขนั้ 2. รอ้ ยละของผ้จู บ ใหเ้ ปน็ ไปตามความ และ คุณภาพ พน้ื ฐานแต่ละระดับ หลักสตู รการศึกษา ตอ้ งการและ การศกึ ษา 2. โครงการพฒั นา มีผลสมั ฤทธิ์ ขน้ั พนื้ ฐานแตล่ ะ สอดคล้องกับสภาพ ตาม คณุ ภาพผูเ้ รียน ทางการเรียนเฉลีย่ ระดบั มผี ลสมั ฤทธ์ิ ปัญหาของ อัธยาศัย ให้ กศน.ตามหลกั สตู ร > 2.00 ทางการเรยี นเฉล่ยี กลุ่มเป้าหมาย เปน็ ไปตาม การศกึ ษานอก 3. กลมุ่ เป้าหมาย > 2.00 5.กลุ่มเป้าหมาย นโยบาย ระบบระดบั ร่วมกจิ กรรม 3. รอ้ ยละของ ไดร้ บั การส่งเสรมิ และ การศึกษาข้นั พฒั นาคุณภาพ กล่มุ เป้าหมายรว่ ม และสนบั สนุนการ มาตรฐาน พน้ื ฐาน ผู้เรียน กจิ กรรมพัฒนา
พัฒนาคุณภาพชีวิต การศกึ ษา พุทธศักราช 2551 4. กลมุ่ เป้าหมาย คุณภาพผู้เรียน ตามหลกั ปรัชญาของ อย่าง 3. โครงการส่งเสรมิ 27 คน เขา้ รว่ มกิจกรรม 4.ร้อยละของ เศรษฐกจิ พอเพียง ตอ่ เนอ่ื ง การร้หู นังสอื สง่ เสริมการรู้ กลมุ่ เปา้ หมายเข้า เพอื่ พฒั นาสงั คม สาหรบั ประชาชน หนังสือ ร่วมกจิ กรรม และชุมชนใหม้ คี วาม อาเภอเมืองชลบรุ ี 5. กลมุ่ เป้าหมาย ส่งเสรมิ การรู้ เข้มแขง็ อย่างยั่งยนื 4. โครงการจดั 1,020 คน ทุกประเภท หนงั สอื 3.กลุ่มเปา้ หมาย การศกึ ษาเพอ่ื สามารถนาความรู้ 5. ร้อยละของ ไดร้ บั การสร้างและ พัฒนาอาชพี (ศนู ย์ ไปใช้ในการพฒั นา กลุ่มเป้าหมายทกุ ส่งเสริมให้เปน็ ผ้รู ัก ฝึกอาชพี ชุมชน) อาชพี หรือคณุ ภาพ ประเภทสามารถ การอา่ นและใฝ่รู้ใฝ่ ชวี ติ ได้ นาความรไู้ ปใชใ้ น เรยี นอย่างตอ่ เนื่อง 6. กลุ่มเปา้ หมายมี การพัฒนาอาชพี ตลอดชีวิต คุณลกั ษณะทพี่ งึ หรือคุณภาพชวี ติ ประสงค์ตาม ได้ จุดมงุ่ หมายของ หลกั สูตร เปำ้ ประสงค์ กลยุทธ์ โครงกำร/กจิ กรรม เปำ้ หมำย ตวั ชีว้ ัด เกณฑค์ วำมสำเรจ็ 285 คน ควำมสำเรจ็ (ร้อยละ) กลยุทธ์ท่ี 3 1. โครงการเรียนรู้ 7. กลมุ่ เปา้ หมายมี สง่ เสริม ปรชั ญาของ สว่ นร่วมในการจดั 6. รอ้ ยละของ สนับสนนุ ให้ เศรษฐกิจพอเพียง การศึกษานอก กลุ่มเป้าหมายมี ภาคี และเกษตรทฤษฎี ระบบและการจัด คุณลกั ษณะทีพ่ ึง เครอื ขา่ ยมี ใหม่ การศกึ ษาตาม ประสงค์ตาม สว่ นร่วมใน 2.โครงการ อัธยาศยั จุดมุ่งหมายของ การจดั เสริมสรา้ งคุณภาพ 2. มีบ้านหนงั สอื หลักสูตร การศึกษา ชีวติ ทเี่ ปน็ มติ รกบั ชุมชนทีเ่ ป็นไปตาม 7. รอ้ ยละของ นอกระบบ สง่ิ แวดล้อม เกณฑค์ รบทุก กลุ่มเป้าหมายมี และ 3.โครงการเกษตร ตาบลอยา่ งน้อย ความพงึ พอใจตอ่ การศกึ ษา ยคุ ใหมต่ ามวิถี ตาบลละ 1 แหง่ การรว่ มกิจกรรม ตาม ความพอเพยี ง 3. มมี ุมหนังสอื เพ่อื การเรียนรู้ทุก อัธยาศยั 4.โครงการอบรม ชุมชนอยา่ งนอ้ ย ประเภท 1. ร้อยละ 80
เพ่อื ให้เกดิ เชงิ ปฏบิ ัตกิ าร ตาบลละ 1 ของกลุ่มเปา้ หมาย การเรียนรู้ ตลอดชีวิต ดา้ นเศรษฐกิจ ความพึงพอใจต่อ ได้รบั การส่งเสริม พอเพยี ง การร่วมกจิ กรรม การเรียนรทู้ างดา้ น 5.โครงการปรชั ญา การเรียนรูท้ ุก หลักปรัชญาของ ของเศรษฐกจิ 11,500 คน ประเภท เศรษฐกิจพอเพยี ง พอเพยี ง 1. กล่มุ เปา้ หมาย 2. ร้อยละ 80 นาวิถีพอเพียงสู่ ไดร้ ับการสง่ เสรมิ ของกลมุ่ เป้าหมาย ชมุ ชน การเรียนรทู้ างด้าน นาความรไู้ ปใช้ใน 6.โครงการอบรม หลกั ปรัชญาของ การพัฒนาอาชีพ และเรียนร้ตู ามรอย เศรษฐกจิ พอเพียง และพัฒนา พระยคุ ลบาทด้วย 2. กล่มุ เปา้ หมาย คณุ ภาพชีวติ ได้ หลกั ปรชั ญาของ นาความรไู้ ปใชใ้ น 3. รอ้ ยละ 90 ของ เศรษฐกจิ พอเพียง การพฒั นาอาชพี กลมุ่ เป้าหมายมี 7.โครงการเรียนรู้ และพัฒนา ความพงึ พอใจใน เศรษฐกิจพอเพียง คณุ ภาพชีวติ ได้ ระดับดขี ้นึ ไป และการพัฒนาที่ 3. กลมุ่ เปา้ หมายมี ยั่งยืน \"วิถีไทย วถิ ี ความพงึ พอใจใน พอเพยี ง\" ระดบั ดขี ้นึ ไป เป้ำประสงค์ กลยทุ ธ์ โครงกำร/กิจกรรม เปำ้ หมำย ตัวช้ีวัด เกณฑค์ วำมสำเรจ็ ควำมสำเรจ็ (รอ้ ยละ) 9.สถานศึกษาพฒั นา กลยุทธ์ท่ี 4 1. โครงการสง่ เสรมิ 800 คน 1. กลุ่มเป้าหมาย ส่ือ แหลง่ เรยี นร้แู ละ พัฒนา การอา่ นเพ่ือพฒั นา ภาคเี ครอื ข่ายมี 1. รอ้ ยละ 80 ของ ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ หลกั สตู ร บ้านหนงั สอื ชุมชน แหง่ 4 เป้าหมายภาคี ด้วยการจัด และรูปแบบ 2. โครงการ กลุม่ เปา้ หมายมี เครือขา่ ยมสี ว่ น กระบวนการเรยี นรู้ การจดั หอ้ งสมดุ เคลอื่ นที่ ความพึงพอใจใน ร่วมในการจัด ทตี่ อบสนองกับการ กจิ กรรม สาหรบั ชาวตลาด 17 ตาบล ระดบั ดีขึ้นไป การศกึ ษานอก เปล่ยี นแปลงบริบท การเรียนรู้ 3.โครงการเมืองนกั 1.กลุม่ เป้าหมาย ระบบและการจดั ด้านเศรษฐกิจ สังคม ให้ อา่ น ไดร้ บั การพฒั นา การศึกษาตาม การเมอื ง ในรปู แบบ สอดคล้อง 4.โครงการอา่ น ชีวติ ให้สอดคล้อง อัธยาศยั ท่หี ลากหลาย กบั พ้นื ที่เขต สรา้ งงานผา่ น กบั พน้ื ท่ีเขตพฒั นา 2. มบี ้านหนังสอื พฒั นา QRCode พิเศษภาค ชมุ ชนทเ่ี ป็นไปตาม เกณฑ์ครบทกุ
พิเศษภาค ตะวันออก (EEC) ตาบลอยา่ งน้อย ตะวนั ออก 4. กลุม่ เป้าหมายมี ตาบลละ 1 แห่ง (EEC) ความพึงพอใจใน 3. มมี ุมหนังสือ และความ ระดบั ดีขึ้นไป เพ่อื ชมุ ชนอยา่ ง ต้องการของ กลุม่ เป้าหม น้อยตาบลละ 1 าย โดยการ 1. กศน.อาเภอ แหง่ มสี ่วนร่วม และกศน.ตาบลมี 4. รอ้ ยละ 80 ของ ของ การอัพเดทข้อมูล กลุ่มเปา้ หมายมี การประชาสัมพนั ธ์ ความพงึ พอใจใน กจิ กรรมทางเวบ็ ระดับดีข้ึนไป ไซด์เป็นประจาทกุ เดือน เปำ้ ประสงค์ กลยุทธ์ โครงกำร/กิจกรรม เปำ้ หมำย ตัวชวี้ ัด เกณฑ์ควำมสำเร็จ ควำมสำเร็จ (รอ้ ยละ) ภูมิปญั ญา 1. โครงการ 17 ตาบล 1. สถานศึกษามี คูม่ ือระบบการ 1. ร้อยละ 75 ท้องถ่นิ และ English นา่ รู้ คู่ นิเทศภายใน ของกลุ่มเปา้ หมาย 2. ผู้นเิ ทศมกี าร ได้รับการพัฒนา แหล่งเรียนรู้ Service โรงแรม นิเทศการจัด ชวี ติ ให้สอดคลอ้ ง กจิ กรรมและ กับพน้ื ทเ่ี ขตพัฒนา ทั้งภาครฐั 2.โครงการ Smart รายงานผลเปน็ พเิ ศษภาค ประจาทกุ เดือน ตะวนั ออก (EEC) และเอกชน ONIE เพื่อสร้าง 2. รอ้ ยละ 80 ของ กลุม่ เปา้ หมายมี กลยุทธ์ท่ี 5 Smart farmers สง่ เสรมิ ใหม้ ี 3.โครงการ Digital การ Literacy ประชาสมั พั (เพอ่ื สรา้ งสงั คม
นธ์ ใน ออนไลน)์ ความพงึ พอใจใน ระดับดีขึ้นไป รูปแบบท่ี 4.โครงการการคา้ 1. รอ้ ยละ 100 ของ กศน.อาเภอ หลากหลาย ออนไลน์ สสู่ งั คม และ กศน.ตาบลมี การอพั เดทขอ้ มลู กลยุทธ์ที่ 6 Digital การประชาสัมพนั ธ์ กิจกรรมทางเว็บ พัฒนา 5.โครงการเพิม่ ไซด์ เปน็ ประจาทุก ระบบการ ประสิทธภิ าพการ เดือน 1. ร้อยละ 100 นิเทศ บรหิ ารจัดการขยะ ของสถานศกึ ษามี คมู่ ือระบบการ 7.ชมุ ชนและภาคี ภายใน มลู ฝอย นเิ ทศภายใน 2. รอ้ ยละ 80 ของ เครอื ขา่ ยร่วมจัด สถานศึกษา 1. โครงการพฒั นา ผนู้ เิ ทศมีการนเิ ทศ การจัดกจิ กรรม สง่ เสรมิ และ โดยใช้ ระบบ และรายงานผล เปน็ ประจาทุก สนับสนนุ การ กระบวนกา ประชาสมั พนั ธ์ของ เดือน ดาเนินงาน รมีส่วนร่วม สถานศึกษา การศึกษานอกระบบ จากทกุ ภาค 1. โครงการพัฒนา และการศกึ ษาตาม ส่วน บคุ ลากรการนเิ ทศ อธั ยาศัย ภายในสถานศกึ ษา กศน.อาเภอเมือง ชลบรุ ี เปำ้ ประสงค์ กลยทุ ธ์ โครงกำร/กิจกรรม เป้ำหมำย ตัวช้วี ดั เกณฑค์ วำมสำเร็จ ควำมสำเร็จ (ร้อยละ) 10.สถานศกึ ษามี กลยทุ ธท์ ี่ 7 1. โครงการบริหาร 39 คน 1. สถานศกึ ษามี ระบบการบริหาร พัฒนา ความเสี่ยงของ คู่มือการบรหิ าร 1. สถานศกึ ษามี จดั การตามหลัก ระบบ สถานศกึ ษา กศน. ความเส่ียง คมู่ ือการบรหิ าร ธรรมาภบิ าล คุณภาพ อาเภอเมืองชลบุรี 2. รายงานสถานะ ความเส่ียง การศึกษา 2. โครงการพฒั นา ทางการเงนิ เปน็ 2. รายงานสถานะ โดยใช้วงจร ระบบประกัน ประจาทุกเดือน ทางการเงนิ เปน็ การพัฒนา คุณภาพการศกึ ษา ประจาทกุ เดอื น
คุณภาพ กศน.อาเภอเมือง (PDCA) ชลบรุ ี เป็นหลักใน การจดั การศกึ ษา 8. บุคลากรของ กลยทุ ธ์ท่ี 8 1.โครงการพัฒนา 39 คน 1.บคุ ลากรของ 1. ร้อยละ 80 ของ สถานศึกษาได้รบั สถานศกึ ษาทกุ คน บุคลากรของ การพฒั นาเพื่อเพ่ิม พัฒนา บุคลากรด้าน ไดร้ ับการพฒั นาเพ่อื สถานศกึ ษาทกุ คน สมรรถนะในการ เพมิ่ สมรรถนะใน ได้รบั การพฒั นา ปฏิบัติงานตาม บุคลากร วชิ าการ:Google การปฏิบัติงานตาม เพ่อื เพม่ิ สมรรถนะ บทบาทหนา้ ทอ่ี ยา่ ง ของ Form บทบาทหนา้ ทอ่ี ยา่ ง ในการปฏบิ ตั ิงาน มปี ระสทิ ธภิ าพและ สถานศึกษา 2.โครงการพัฒนา มปี ระสทิ ธภิ าพและ ตามบทบาทหนา้ ท่ี ต่อเน่อื ง ใหม้ ี บุคลากรด้าน ต่อเนื่อง อย่างมี ความสามา วชิ าการ:การจัดทา 2.บุคลากรของ ประสทิ ธิภาพและ รถใช้ สื่อการเรยี นการ สถานศึกษาสามารถ ตอ่ เน่ือง เทคโนโลยี สอน Clip Video นาความรไู้ ปใชใ้ น 2. ร้อยละ 80 ดิจทิ ลั เพอื่ 3.โครงการบริหาร การพฒั นาการ ของบคุ ลากรของ การจัด จดั การข้อมลู ปฏิบตั ิงานตาม สถานศึกษา กระบวนกา ข่าวสาร กศน.ฝ่า บทบาทหน้าทอ่ี ยา่ ง สามารถนาความรู้ กระแส Social มปี ระสทิ ธภิ าพ ไปใชใ้ นการ 3. บคุ ลากรของ พัฒนาการ รเรียนรู้ Network สถานศึกษามีความ ปฏบิ ตั งิ านตาม พึงพอใจในระดบั ดี บทบาทหนา้ ท่ี การบรหิ าร 4.โครงการประชุม ข้ึนไป อยา่ งมี ประสทิ ธิภาพ จัดการ และ บุคลากรเพ่อื เพม่ิ ส่งเสรมิ การ ประสิทธภิ าพในการ ทางานเปน็ ปฏบิ ตั งิ าน ทมี 5.โครงการประชมุ เชิงปฏบิ ตั กิ ารการ จัดกระบวนการ เรียนการสอน 3. กศน. WOW 1.พฒั นาครู กศน.และบคุ ลากรท่เี กยี่ วข้องกบั การจัดกจิ กรรมการศึกษาและเรยี นรู้:GOOD TEACHER เพ่มิ อัตรำขำ้ รำชกำรครู กศน. 928 อัตรำ - เร่งดาเนินการเร่ืองการหาอัตราตาแหนง่ การสรรหา บรรจุ แตง่ ต้งั ขา้ ราชการครู กศน. พัฒนำครูและบุคลำกร กศน. -พัฒนาครู กศน.
-พฒั นาศึกษานเิ ทศก์ -พฒั นาบคุ ลากร กศน.ทุกระดับ ทุกประเภท 4. เอกสำรงำนที่เกีย่ วขอ้ ง ควำมรู้เกี่ยวกับเศรษฐกจิ พอเพยี ง เศรษฐกจิ พอเพียง คือ ปรชั ญาท่พี ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวทรงช้แี นวทางการดาเนินชีวติ ให้แก่ ปวงชนชาวไทยมาเปน็ ระยะเวลานาน ในชว่ งต้ังแตก่ ่อนการเกิดวกิ ฤตเศรษฐกิจ เพอ่ื มงุ่ ให้พสกนิกรไดด้ ารงชีวติ อยู่ได้อย่างยงั่ ยืน มนั่ คง และปลอดภัย ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทีเ่ กิดขนึ้ ตามกระแสโลกาภิวฒั น์ อกี ทงั้ พระองคย์ ังได้ทรงพระราชทานความหมายของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง เอาไวเ้ ปน็ ภาษาอังกฤษวา่ Sufficiency Economy ดงั พระราชดารสั ท่ไี ดท้ รงตรัสไวเ้ มื่อวันท่ี 23 ธนั วาคม 2554 “ในที่นเ้ี ราฟงั เขาถามว่าเศรษฐกิจพอเพยี ง จะแปลเป็นภาษาองั กฤษวา่ อย่างไร กอ็ ยากจะตอบว่ามีแล้วใน หนังสือ ไมใ่ ช่หนังสือตาราเศรษฐกจิ แตเ่ ป็นหนงั สือพระราชดารสั ทอี่ ตุ ส่าหม์ าปรับปรุงให้ฟังได้ และแปลเป็น ภาษาอังกฤษ เพราะคนท่ีฟงั ภาษาไทยบางทีไมเ่ ข้าใจภาษาไทย ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ จึงได้แปลเป็น ภาษาองั กฤษ และเน้นวา่ เศรษฐกิจพอเพียง แปลว่า Sufficiency Economy โดยเขียนเป็นตัวหนาในหนงั สือ” แตเ่ นือ่ งด้วยคาวา่ Sufficiency Economy เปน็ คาที่เกดิ มาจากความคิดใหม่ อีกท้ังยังเป็นทฤษฎีใน พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว จึงไมม่ ีปรากฏอยใู่ นตาราเศรษฐศาสตร์ ซ่ึงบางคนอาจจะยังสงสัยอยวู่ า่ Self- Sufficient Economy สามารถใช้แทน Sufficiency Economy ได้หรอื ไม่ หากว่าไม่ไดม้ ีความหมายอยา่ ง เดยี วกัน หรอื ไมส่ ามารถใช้เหมอื นกนั ได้ จะมคี วามเหมือน หรือแตกต่างกนั อย่างไร โดยคาว่า Self- Sufficiency มีความหมายตามพจนานกุ รทว่ี า่ การไม่ต้องพึ่งใคร และการไมต่ ้องพึ่งใครในความหมายของ พระองค์ท่านน้นั คือ “Self-Sufficiency นน้ั หมายความว่า ผลิตอะไรมีพอทีจ่ ะใช้ ไมต่ ้องไปขอยืมคนอื่น อยไู่ ด้ด้วยตนเอง” ฉะนั้น เมื่อเตมิ คาวา่ Economy เขา้ ไป กลายเป็น Self-Sufficient Economy แลว้ นนั้ จะมีความหมายวา่ เศรษฐกิจแบบพอเพยี งกับตัวเอง คือ การทีส่ ามารถอยู่ได้ด้วยตนเองอยา่ งไม่เดือดรอ้ น ไม่ต้องพ่งึ พาผู้อน่ื แตใ่ น ทุกวันนี้ ประเทศไทยเรายังเดือดร้อน ยังมคี วามจาเปน็ ต้องพึง่ พาผู้อนื่ อยู่ ทใี่ นความเปน็ จริงทีเ่ ราจะสามารถ ชว่ ยเหลือตวั เองได้กต็ าม ดงั น้ัน Self-Sufficient Economy จงึ หมายถงึ เศรษฐกจิ แบบพอเพยี งกับตวั เอง ท่ี แตกตา่ งจาก Sufficiency Economy ซง่ึ หมายถึง เศรษฐกิจพอเพยี งทยี่ ังคงมกี ารพึง่ พากันและกนั อยู่ ดังพระ ราชดารัสเพม่ิ เติมท่ีวา่ “คือพอมีพอกนิ ของตวั เองนั้นไม่ใช่เศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ เศรษฐกิจสมัยหนิ สมยั หินนนั้ เป็นเศรษฐกิจพอเพยี ง เหมอื นกนั แตว่ า่ ค่อยๆ พัฒนาข้นึ มา ต้องมีการแลกเปล่ยี นกัน มีการชว่ ยระหวา่ งหมบู่ ้าน หรอื ระหว่าง จะ เรียกว่าอาเภอ จงั หวัด ประเทศ จะตอ้ งมกี ารแลกเปลย่ี น มีการไม่พอเพยี ง จึงบอกวา่ ถ้ามีเศรษฐกจิ พอเพียง เพยี งเศษหน่ึงส่วนส่ีกจ็ ะพอแลว้ จะใชไ้ ด้”
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งนน้ั เปน็ แนวทางการดารงชีวติ และการปฏบิ ัตติ นของประชาชนทุกระดับ โดยยดึ แนว ทางการพัฒนาที่มคี น หรอื ประชาชนเป็นศนู ย์กลาง ซง่ึ ส่ิงเหลา่ นเ้ี องจะเป็นตวั การทนี่ าไปส่กู ารพฒั นาท่ยี ั่งยืน หรือในภาษาองั กฤษ คือ Sustainable Development หลักแนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพียง การพัฒนาตามหลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง คือการพฒั นาทตี่ ้งั อยูบ่ นพน้ื ฐานของทางสายกลางและ ความไม่ประมาท โดยคานงึ ถงึ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคมุ้ กนั ท่ีดใี นตัว ตลอดจนใช้ ความรูค้ วามรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตดั สินใจและการกระทา ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง มหี ลกั พิจำรณำอยู่ 5 สว่ น ดงั น้ี 1. กรอบแนวควำมคดิ เปน็ ปรชั ญาที่ชแ้ี นะแนวทางการดารงอยู่และปฏบิ ตั ิตนในทางท่คี วรจะเปน็ โดยมีพืน้ ฐานมาจากวิถีชวี ิตดั้งเดิม ของสงั คมไทย สมารถนามาประยกุ ต์ใช้ได้ตลอดเวลา และเปน็ การมองโลกเชงิ ระบบที่มกี ารเปลยี่ นแปลงอยู่ ตลอดเวลา ม่งุ เนน้ การรอดพ้นจากภัย และวกิ ฤต เพอ่ื ความมน่ั คง และ ความยัง่ ยืน ของการพฒั นา 2. คณุ ลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนามาประยุกต์ใชก้ ับการปฏบิ ัตติ นได้ในทุกระดบั โดยเน้นการปฏิบตั ิบนทางสายกลาง และการพัฒนาอยา่ งเป็นข้นั ตอน 3. คำนิยำม ความพอเพยี งจะต้องประกอบดว้ ย 3 คุณลกั ษณะ พร้อม ๆ กัน ดังน้ี 1. ควำมพอประมำณ: หมายถึง ความพอดีท่ีไมน่ ้อยเกินไปและไม่มากเกนิ ไปโดยไมเ่ บียดเบียนตนเองและ ผู้อ่นื เชน่ การผลติ และการบรโิ ภคท่ีอยู่ในระดบั พอประมาณ 2. ควำมมเี หตุผล: หมายถึง การตดั สนิ ใจเก่ียวกบั ระดับของความพอเพยี งนัน้ จะต้องเปน็ ไปอยา่ งมีเหตผุ ล โดยพจิ ารณาจากเหตปุ ัจจยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งตลอดจนคานงึ ถึงผลท่คี าดว่าจะเกิดข้นึ จากการกระทาน้นั ๆ อย่าง รอบคอบ 3. กำรมีภมู ิคมุ้ กันทีด่ ีในตวั : หมายถงึ การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลีย่ นแปลงด้านตา่ ง ๆ ทจ่ี ะเกิดขนึ้ โดยคานงึ ถึงความเปน็ ไปได้ของสถานการณ์ ต่าง ๆ ทค่ี าดวา่ จะเกิดขน้ึ ในอนาคตทัง้ ใกล้และ ไกล 4. เง่ือนไข การตัดสนิ ใจและการดาเนนิ กิจกรรมต่าง ๆ ให้อยใู่ นระดบั พอเพยี งน้นั ต้องอาศัยทง้ั ความรู้ และคณุ ธรรมเป็น พน้ื ฐาน กล่าวคอื
- เงอ่ื นไขควำมร:ู้ ประกอบด้วย ความรอบร้เู กี่ยวกบั วชิ าการตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวข้องอยา่ งรอบด้าน ความ รอบคอบทจี่ ะนาความรูเ้ หล่านัน้ มาพิจารณาให้เชอ่ื มโยงกัน เพ่ือประกอบการวางแผน และความ ระมดั ระวงั ในขน้ั ปฏบิ ัติ - เงือ่ นไขคณุ ธรรม: ท่ีจะตอ้ งเสรมิ สร้างประกอบดว้ ย มีความตระหนกั ในคุณธรรม มีความซอ่ื สตั ยส์ ุจริต และมคี วามอดทน มคี วามเพยี ร ใชส้ ติปัญญาในการดาเนนิ ชีวติ 5. แนวทำงปฏบิ ัติ/ผลทีค่ ำดวำ่ จะไดร้ บั ผลจากการนาปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยุกต์ใช้ คอื การพัฒนาท่สี มดุลและยงั่ ยนื พร้อมรับต่อการ เปลย่ี นแปลงในทุกด้าน ทัง้ ดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม ส่ิงแวดลอ้ ม ความรแู้ ละเทคโนโลยี เศรษฐกิจพอเพียงกับทฤษฎใี หมต่ ามแนวพระราชดาริ เศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางปฏบิ ัตขิ องทฤษฎีใหม่ เปน็ แนวทางในการพัฒนาทีน่ าไปสูค่ วามสามารถใน การพึ่งตนเอง ในระดับตา่ ง ๆ อย่างเป็นขั้นตอน โดยลดความเส่ยี งเกย่ี วกับความผันแปรของธรรมชาติ หรอื การ เปลยี่ นแปลงจากปจั จยั ตา่ ง ๆ โดยอาศยั ความพอประมาณและความมีเหตุผล การสรา้ งภมู ิคุ้มกันท่ดี ี มคี วามรู้ ความเพยี รและความอดทน สตแิ ละปญั ญา การช่วยเหลือซึ่งกันและกันและความสามัคคี เกษตรผสมผสำน (Integrated farming) กำรเกษตรแบบผสมผสำน ไมม่ คี าจากัดความ เพราะสามารถแตกแขนงออกได้หลายแบบ ไม่มีการเจาะจง ชนิดของพืชทีส่ ามารถปลูกแต่การทาการเกษตรแบบผสมผสานน้ีนัน้ ภายในแปลงปลกู ควรมีพืชพนั ธ์นานาชนิด มีความร่มรืน่ เยน็ สบาย เพื่อใหพ้ ืชหลายชนิดมกี ารเอื้อเฟื้อตอ่ กนั ได้มากทสี่ ุดโดยสว่ นใหญ่แล้วพืชพนั ธุ์ที่พบ ภายในสวน มที ั้งไม้ผล ไมย้ นื ต้น พืชผักสมุนไพร ผักพ้ืนบ้าน ผักปา่ ผักสวนครวั และอนื่ ๆ ท่ีสามารถนามาใช้ ประโยชนไ์ ดท้ กุ อยา่ ง รวมท้ัง แปลงดอกไม้ แปลงข้าว การเล้ยี งปลาในนาข้าว การเพาะพันธ์ปลาในบอ่ ปลา เรียกไดว้ ่าเป็นการผสมผสานทุกสิ่งทุกอยา่ ง ในพ้ืนทีจ่ ากดั 1-2 ไร่ได้อย่างลงตวั และท่ีสาคญั สามารถพ่ึงพาตนเองได้อยา่ งย่งั ยนื
เริม่ ทำกำรเกษตรแบบผสมผสำน * กอ่ นอนื่ ตอ้ งดูสภาพดนิ ก่อน ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร สภาพดินเหมาะกับการปลกู พืชอะไรได้บ้าง * การเลยี้ งสตั ว์ต่างๆ เม่อื รูแ้ ล้ววา่ จะปลกู พชื อะไร กด็ วู ่า สตั วท์ จี่ ะเลีย้ งนั้น เอ้ือประโยชน์กบั พืชที่ปลกู อยา่ งไรบ้าง ใช้เป็นอาหาiหรอื ใช้ประโยชนอ์ ะไรจากพืชและสัตว์ มีการเอื้อประโยชน์ตอ่ กันอย่างไร หลกั กำรพืน้ ฐำนของระบบเกษตรกรรมแบบผสมผสำน 1. ตอ้ งมกี ิจกรรมการเกษตรตงั้ แต่ 2 กิจกรรมขึ้นไป จงึ จะถอื วา่ เป็นการผสมผสานทด่ี ี โดยการทา การเกษตรทั้งสองกิจกรรมนน้ั ต้องทาในพื้นที่และระยะเวลาเดยี วกนั กิจกรรมการเกษตรควรประกอบไปดว้ ย การปลูกพืชและการเล้ยี งสตั ว์ อย่างไรก็ตามอา0สามารถผสมผสานระหว่างการปลกู พชื ต่างชนดิ หรอื การเล้ยี ง สตั ว์ตา่ งชนดิ กนั กไ็ ด้ ในการจัดการกิจกรรมการผลิตทางการเกษตร ใหม้ ีการผสมผสานเกื้อกลู กัน อย่างได้ ประโยชนส์ ูงสดุ นน้ั ควรจะมีกิจกรรมหลายๆ อยา่ งโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ควรจะมีการปลูกพืชและเล้ยี งสัตว์ร่วมกนั ไปด้วย เน่ืองจากพชื และสตั ว์ มกี ารใชท้ รัพยากรทแี่ ตกตา่ งกัน และมหี ่วงโซค่ วามสัมพันธ์ท่ีต่อเนื่องกนั อยู่ พืช โดยทั่วไปมหี นา้ ท่ีและบทบาทในการดึงเอาแร่ธาตใุ นดิน อากาศ และพลงั งานจากแสงแดดมาสังเคราะหใ์ ห้อยู่ ในรูปของอาหารพวกแป้ง น้าตาล โปรตนี และแรธ่ าตุต่างๆ ทสี่ ตั วส์ ามารถใชป้ ระโยชนไ์ ด้ สาหรบั สตั วน์ น้ั สัตว์ ไมส่ ามารถบรโิ ภคอากาศและแรธ่ าตทุ ี่จาเป็นโดยตรง แต่จะตอ้ งบริโภค อาหารจากพืชอีกต่อหนง่ึ เม่ือสตั วน์ นั้ ขบั ถ่ายของเสีย หรอื ตายลงก็จะเนา่ เป่อื ยย่อยสลายกลายเป็นแรธ่ าตตุ า่ งๆ ทจี่ ะเปน็ ประโยชนก์ ับพืช วงจร ความสัมพนั ธ์ เชน่ น้ี จะหมุนเวยี นไปรอบแล้วรอบเลา่ จนกลายเป็นห่างโซ่ความสมั พนั ธ์ของสัตว์ ท่ีไมส่ ามารถ แยกออกจากกันได้ ระบบกจิ กรรมปัจจุบันที่เลีย้ งสัตว์ หรอื ปลกู พชื อย่างใดอยา่ งหนึ่ง แต่เพียงอย่างเดียวใน พ้นื ทีก่ ว้างขวาง จึงสร้างผลกระทบต่อสมดลุ ระหวา่ งพชื กบั สัตว์ และก่อใหเ้ กดิ ปัญหาตอ่ ระบบนเิ วศในทส่ี ุด 2. การเกอ้ื กลู ประโยชนร์ ะหวา่ งกิจกรรมเกษตรต่างๆ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในระบบ เกษตรแบบผสมผสานนัน้ เกิดขึ้นท้ังจากวงจรการใช้แรธ่ าตุอาหารรวมทงั้ อากาศและพลงั งาน ควำมหมำยของระบบเกษตรผสมผสำน และระบบไร่นำสวนผสมอย่ำงเปน็ ทำงกำร ระบบเกษตรกรรมที่จะนาไปสู่การเกษตรยงั่ ยนื โดยมรี ปู แบบทดี่ าเนนิ การมีลักษณะใกลเ้ คียงกนั และทาให้ ผู้ ปฏิบตั มิ คี วามสับสนในการให้ความหมายและวิธีปฏิบัติทถ่ี ูกต้อง ได้แก่ระบบเกษตรผสมผสานและระบบ ไรน่ า สวนผสม ในทีน่ ้จี งึ ขอให้คาจากดั ความรวมทั้งความหมายของคาทง้ั 2 คา ดังตอ่ ไปน้ี 1. ระบบเกษตรผสมผสำน เปน็ ระบบการเกษตรที่มีการเพาะปลูกพชื หรอื การเล้ียงสตั วต์ า่ งๆ ชนดิ อยู่ ในพืน้ ที่เดยี วกันภายใตก้ ารเก้ือกลู ประโยชน์ต่อกันและกันอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพสูงสุด โดยอาศยั หลักการอยู่ รวมกันระหวา่ งพชื สตั ว์ และสง่ิ แวดล้อม การอยู่รวมกนั อาจจะอยใู่ นรปู ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งพืชกับพชื พชื กับ สตั ว ์ หรอื สัตว์กบั สัตว์กไ็ ด้ ระบบ เกษตรผสมผสานจะประสบผลสาเร็จได้ จะตอ้ งมีการวางรูปแบบ และ ดาเนนิ การโดยให้ความสาคญั ต่อกิจกรรม แตล่ ะชนดิ อย่างเหมาะสมกับสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม มีการใช้แรงงาน เงนิ ทุน ท่ีดนิ ปัจจยั การผลติ และทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ตลอดจนรจู้ กั นาวสั ดเุ หลือใชจ้ ากการผลิตชนดิ หน่ึง มาหมุนเวยี นใช้ประโยชนก์ บั การผลิตอีกชนดิ หนง่ึ กับการผลติ อีกชนิด
หน่งึ หรือหลายชนดิ ภายในไร่นาแบบครบวงจร ตวั อย่างกิจกรรมดงั กล่าว เชน่ การเล้ียงไก่ หรือสุกรบนบอ่ ปลาการเล้ยี งปลาในนาข้าว การเล้ยี งผ้งึ ในสวนผลไม้ เป็นตน้ 2. ระบบไรน่ ำสวนผสม เปน็ ระบบการเกษตรที่มีกิจกรรมการผลิตหลาย ๆ กจิ กรรมเพอ่ื ตอบสนองต่อ การบรโิ ภคหรือลดความเส่ียงจากราคาผลติ ผลทม่ี ีความไมแ่ น่นอนเทา่ น้นั โดยมิได้มีการจดั การใหก้ ิจกรรม การผลติ เหลา่ นนั้ มีการผสมผสานเกอื้ กูลกันเพ่ือ ลดตน้ ทนุ การผลิตและคานึงถงึ สภาพแวดล้อมเหมือนเกษตร ผสมผสานการทาไรน่ าสวนผสมอาจมีการเกื้อกูลกนั จาก กิจกรรมการผลิตบ้าง แต่กลไกการเกดิ ขึ้น น้ันเป็น แบบ “เปน็ ไปเอง” มใิ ช่เกดิ จาก “ความรู้ ความเข้าใจ” อย่างไร ก็ตามไรน่ าสวนผสม สามารถพัฒนาความรู้ ความสามารถของเกษตรกรผู้ดาเนนิ การให้เป็นการดาเนนิ การในลกั ษณะของระบบเกษตรผสมผสำนได้ กำรทำน้ำหมกั จำกจุลนิ ทรียส์ งั เครำะห์แสง นำ้ หมักจำกจลุ ินทรียส์ ังเคราะห์แสงคอื อะไรกันแน่ จุลินทรียคจุลนิ ทรีย์ที่เปน็ ประโยชน์ต่อพชื เปน็ สง่ิ มชี ีวติ ขนาดเล็กที่พบได้ทว่ั ไปตามธรรมชาติท้งั ในดินและน้า ทาหนา้ ทก่ี าจัดของเสยี กา๊ ซและสารพิษต่าง ๆ ประโยชน์จากน้าหมักจุลินทรีย์สงั เคราะหแ์ สง 1. ชว่ ยตรงึ ไนโตเจนในดิน เพมิ่ ไนโตเจนให้กบั พชื 2. เร่งการเจรญิ เติบโต ทาให้พืชแข็งแรงแลว้ โตเร็วเปน็ 3 เท่า เมอ่ื ใชท้ างดินทาใหร้ ากพืชแข็งแรงและหาอาหารไดด้ ีขึน้ ใช้กบั นาข้าวช่วยเรง่ การแตกกอของข้าว 3. ช่วยในการยอ่ ยธาตอุ าหารและวตั ถอุ ินทรีย์ในดิน เพือ่ ให้พืชดดู ซึมไปใช้ได้อยา่ งง่ายดาย 4. ป้องกันพชื โดยการทาลายจลุ ินทรีย์ไม่ดีในดนิ ที่เป็นสาเหตุทท่ี าใหเ้ กดิ โรคพชื สิง่ ทีต่ อ้ งเตรยี ม 1. นา้ จากแหล่งน้าธรรมชาติ 2. ขวดขนาด 1.5 ลติ รหรอื มากกว่า 3. ไข่ไก่ 1 ฟอง 4. นา้ ปลายห่ี ้อใดก็ได้ 5. ผงชูรส 6. กะปิ
วธิ ีทาน้าหมกั จลุ ินทรีย์สังเคราะห์แสง 1. ตอกไข่ไก่ 2 ฟอง ใส่ถว้ ยตใี หเ้ ขา้ กนั แลว้ ผงชรู ส ½ ชอ้ นโต๊ะ น้าปลา 4 ช้อนโตะ๊ กะปิ ½ ช้อนโตะ๊ (กะปิเป็นตวั ช่วยเรง่ ใหจ้ ุลินทรยี ์สงั เคราะหแ์ สงตดิ แดงได้ง่ายขน้ึ ) 2. คนส่วนผสมทง้ั หมดให้เข้ากนั แลว้ ตกั ใสข่ วดน้า(อัตราสว่ น 3 ช้อนโตะ๊ ตอ่ นา้ ขวด 1.5 ลิตร 1 ขวด 3. ใส่นา้ เปล่าลงไปจนเต็ม เขยา่ ให้เข้ากัน นาไปตากแดด 5-7 วัน(นาไปตัง้ ไว้ในบรเิ วณกลางแจ้งทีม่ ีแดด ส่งถึงทุกวัน) 4. หลงั จากนั้นจะกลายเปน็ สแี ดง แสดงวา่ จุลินทรียส์ ังเคราะห์แสงนน้ั เจริยเตบิ โตจนเตม็ ขวดแลว้ เคล็ดลับทที่ ำใหจ้ ุลินทรีย์สงั เครำะหแ์ สงตดิ แดง 100 % - หากใช้น้าประปา จะออกเป็นสีเขียว หรือแดง ไมเ่ ต็มที่ - หากใชน้ ้าบึง สระ (โดยเฉพาะนา้ จากบ่อเล้ยี งปลา) จะได้ผลดมี าก - น้าบาดาลจะติดแดงบา้ ง ขาวบ้าง ขนึ้ อยู่กบั สารเจอื ปนในแหล่งน้า วธิ ใี ช้น้ำหมักจุลินทรียส์ ังเครำะหแ์ สง 1. 100 CC ต่อน้า 20 ลติ ร สาหรบั ฉดี พ่น 2. 200 CC ต่อนา้ 20 ลิตร สาหรบั รดราดทางดนิ หมายเหตุ หลายคนอาจจะใช้อตั ราสว่ นทีม่ ากกว่าน้ไี ดน้ ะครับ ขน้ึ อยูก่ ับการใชข้ องแต่ละคน ซ่ึงไมม่ ีถกู ไม่มีผดิ ครบั สว่ นผมจะผสมจุลนิ ทรยี ์สังเคราะห์แสงไปกับอาหารจานด่วนและยเู รียนา้ จึงใช้อัตราสว่ นตามนี้
กำรทำลกู ประคบสมุนไพร อปุ กรณ์การทาลูกประคบสมุนไพร 1.มดี 2.เขยี ง 3.ผา้ ดิบสาหรับห่อลกู ประคบ 4.กรรไกร 5.ตาช่งั 6.เชอื ก หรอื ดา้ ยสีขาว 7.สว่ นผสมสตู รลูกประคบสมุนไพร ข้นั ตอนวธิ ีกำรทำ 1. ลา้ งสมนุ ไพรให้สะอาดล้างจนกว่าจะสะอาดประมาณ 3-4น้า 2.หน่ั สมนุ ไพรเปน็ ชิน้ เล็กๆ
3.นาสมนุ ไพรห่ันเปน็ ช้ินเล็กๆไปอบแหง้ ดว้ ยเคร่ืองอบแหง้ 4.นามาพิมเสน, การบรู ,และเกลือแกง ผสมรวมกันกับสมุนไพร ที่ผ่านการอบแห้งผสมคลุกเคลา้ ให้เขา้ กัน 5. นาผ้าขนาด กวา้ ง 35 x ยาว 35 เซนตเิ มตรมาห่อเปน็ ลกู ประคบ นาสมุนไพรทั้งหมดมาวางตรงกลางของผา้
6.เริ่มตน้ จับมุมผา้ ทลี ะ 2 มมุ ขึ้นมาทบกัน จับจนครบท้งั 4 มมุ ใหร้ วบมุมผา้ ทล่ี ะมมุ อีกครั้งหน่งึ จนครบอกี ท้งั 4 มุม 7.ชั่งนา้ หนกั 100 กรัม วิธีกำรมดั ลกู ประคบแหง้ 1. จับมุมทั้งส่ขี องผ้าเขา้ หากนั
2. คอ่ ยๆรวบผา้ ขึน้ มาและป้ันให้มีลกั ษณะเป็นลูกรปู หยดน้า 3. ใช้เชือกมัดใหแ้ นน่
4. จบั มมุ ท้ังส่ีของผ้าเข้าหากันให้มลี ักษณะเปน็ รูปสามเหลีย่ ม 5. พับมมุ ผา้ ลงมาประมาณ 1 ส่วน 3 6. พับผ้าท่เี หลือลงมาและนาปลายเชอื กด้านสัน้ วางตรงกลาง
7. มว้ นผ้าเขา้ หากัน เพ่ือจะทาเปน็ ด้ามจับลกู ประคบ 8. นาเชือกมาพันรอบด้านจบั ที่ทาไว้ให้แน่นและมดั กบั เชือกเส้นส้นั ด้านใน
9. ซ่อนปมเชือกและปลายเชือกท่เี หลือให้เรียบร้อย 10.บรรจุภณั ฑเ์ ปน็ อันเสรจ็ เสร็จเรียบรอ้ ย ราคา 35 บาท กำรทำก้อนเชื้อเพำะเหด็ นำงฟ้ำ เห็ดนางฟ้าเป็นเห็ดอีกชนิดหน่ึงที่มีการเพาะกันอย่างแพร่หลาย เจริญเติบโตได้ดีโดยเฉพาะในช่วง ปลายฝนต้นหนาว หรือในช่วงอุณหภูมิท่ีเหมาะสมที่สุดคือ 25 องศาเซลเซียส ในระดับความช้ืนสัมพัทธ์ท่ี 80- 85% ถ่นิ กาเนิดดั้งเดมิ ของเห็ดนางฟ้านัน้ มาจากแถบภเู ขาหมิ าลัยในประเทศอนิ เดยี ลักษณะของดอกโดยทั่วไป จะคล้ายกับเห็ดนางรมและเป๋าฮื้อเนื่องจากอยู่ในตระกูลเดียวกัน ต่างกันตรงท่ีหมวกดอกจะมีสีขาวนวลจนถึง น้าตาลอ่อนและมีเนอื้ หนาแนน่ กว่าเห็ดนางรม ขนาดดอกปานกลาง สามารถจาหน่ายทั้งแบบสดและแปรรูปได้ หลายชนิด พันธุ์เห็ดนางฟ้าท่ีนิยมเพาะในประเทศไทย ได้แก่ เห็ดนางฟ้าภูฐาน ซึ่งนามาจากภูฐานประเทศอินเดีย เป็น พันธุ์ท่ีให้ผลผลิตสูง มีรสหวาน มีกล่ินหอม มีความกรอบอร่อย และสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นนานถึง 3-4 วัน
หลังจากเก็บเห็ดรุ่นแรกแล้วจะมีระยะพักตัวเพียง 5-7 วัน ก็จะออกดอกให้เก็บผลผลิตต่อไปได้ วิธีการเพาะ เห็ดนางฟา้ มขี ั้นตอนคลา้ ยการเพาะเหด็ ในถงุ พลาสตกิ ท่วั ไปโดยเริ่มจากการแยกเชื้อและเล้ียงในอาหารวุ้น การ เลยี้ งเช้อื ในเมลด็ ขา้ วฟ่าง การทาก้อนเช้ือและการทาให้เกิดดอกเห็ด ในที่น้ีจะกล่าวถึงตั้งแต่วิธีการทาก้อนเช้ือ เปน็ ต้นไป วธิ ีกำรทำก้อนเชือ้ เห็ดนำงฟำ้ เห็ดนางฟ้าเป็นเห็ดท่ีสามารถเจริญเติบโตได้ดีในวัสดุเพาะหลายชนิด เช่น ข้ีเล่ือย ฟางสับ หรือซัง ขา้ วโพด แต่วัสดทุ ่ีดที สี่ ดุ คือ ขเ้ี ลือ่ ยไมย้ างพารา ซงึ่ มีวิธกี ารผลิตกอ้ นเช้อื ดงั ต่อไปนี้ กำรทำก้อนเช้อื จำกฟำงสบั ฟางทใ่ี ช้เพาะควรเป็นฟางท่ีแห้งสนิท ไม่มีเชื้อราปะปนหรือมีกล่ินเหม็น สูตรอาหารที่ใช้คือ ใช้ฟางสับ ยาว 2-3 น้ิว 100 กก. ปุ๋ยนา(สูตร 16-20-0) 1 กก. ดีเกลือ 0.2 กก. ปูนขาว 1 กก. ความช้ืน 70-75 % โดยมี ขั้นตอนการทาดงั นี้ 1. นาฟางสบั ไปแชน่ า้ หรือรดน้าใหท้ ว่ั แล้วผสมปุ๋ยและดเี กลอื ลงไปคลุกเคลา้ ใหเ้ ข้ากนั แล้วทาเป็นกองสูงคลุม ดว้ ยพลาสติก หมกั ทิ้งไว้ 3 วนั ในวันท่ี 3,4,5 และ6 ใหก้ ลับกองฟางทุกวนั 2. ในวนั ที 7 ใหใ้ สป่ นู ขาวเพ่ือปรบั ความเปน็ กรด-ดา่ ง และไล่ก๊าซแอมโมเนยี ทีเ่ กดิ ขึ้นระหวา่ งการหมักฟาง คลกุ เคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั แลว้ ต่ออีก 1-2 วนั 3. บรรจใุ ส่ถุงพลาสตกิ ท่ีใชเ้ พาะเหด็ ซึ่งควรบรรจใุ ห้หมดภายในวนั เดียว ถงุ ก้อนเชอื้ ควรมีขนาด 8 ขีด ถึง 1 กก. เมื่ออัดกอ้ นเช้ือแน่นดีแล้ว ใสค่ อขวดพลาสติก อุดดว้ ยสาลแี ละปิดดว้ ยกระดาษ แล้วรดั ยางใหแ้ นน่ 4. นาก้อนเชือ้ ท่ีได้ไปนึ่งฆ่าเชื้อทันที ใชเ้ วลาประมาณ 3-4 ชม. นับจากน้าเดือด แลว้ ท้ิงไวใ้ ห้เยน็ 5. นาหวั เชือ้ เห็ดท่เี ลีย้ งไวใ้ นเมล็ดขา้ วฟ่าง ใชป้ ระมาณ 10-20 เมล็ดต่อกอ้ นเข่ียลงในกอ้ นเชอ้ื ที่เย็นดีแล้ว แลว้ รีบปดิ ปากถงุ ด้วยสาลแี ละกระดาษทนั ที สถานที่ท่ใี ช้ถา่ ยหัวเชอ้ื เห็ดลงก้อนเช้ือควรสะอาดลมสงบ วัสดุทใี่ ช้เขยี่ หวั เช้ือควรทาความสะอาดด้วยแอลกอฮอลก์ ่อนทุกครั้ง 6. แล้วนากอ้ นเช้ือที่ถา่ ยหวั เชอื้ เห็ดลงเรยี บร้อยแล้วไปบ่มไว้ในโรงบ่มก้อนเชื้อต่อไป กำรทำก้อนเชื้อจำกข้เี ล่ือย
ขี้เล่ือยที่ใช้เป็นวัสดุเพาะที่ดีท่ีสุด ได้แก่ ขี้เล่ือยไม้ยางพารา การทาก้อนเช้ือจากขี้เลื่อยนี้ไม่ต้องหมัก เหมอื นใชฟ้ างสับ แต่การเลอื กหัวเช้ือควรให้แนใ่ จวา่ เปน็ หวั เช้ือที่สามารถย่อยข้ีเลื่อยเป็นอาหารได้ สาหรับสูตร ทใ่ี ช้ เชน่ ขเี้ ล่อื ยไมย้ างพารา 100 กก. ราละเอียด 5 กก. แป้งข้าวเจ้าหรือน้าตาลทราย 1 กก. ดีเกลือ 0.2 กก. ปูนขาว 1 กก. ความชืน้ 60-70% ซึง่ มีข้นั ตอนดังน้ี 1. ขี้เล่ือยท่ีใช้ควรเป็นข้ีเล่ือยกลางเก่ากลางใหม่จะดีท่ีสุด หากเป็นข้ีเลื่อยใหม่ควรกองทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ เนื่องจากข้ีเล่ือยใหม่จะสลายธาตุอาหารบางอย่างทาให้เกิดก๊าซแอมโมเนีย ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อเชื้อเห็ดและ ทาให้ความร้อนในก้อนเชื้อสูงเกินไป แต่ถ้าเป็นข้ีเล่ือยเก่าอาจมีการปะปนของเชื้อโรคหรือเชื้อราชนิดอื่นได้ งา่ ย อกี ท้ังมักไมค่ อ่ ยมธี าตุอาหารสะสมอย่มู ากนัก 2. หลังจากเตรยี มสูตรอาหารไดแ้ ลว้ ให้นาสว่ นผสมท้ังหมดไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วบรรจุใส่ถุงพลาสติกท่ีใช้ เพาะเห็ด ซึ่งควรบรรจุให้หมดภายในวันเดียว ถุงก้อนเช้ือควรมีขนาด 8 ขีด ถึง 1 กก. เม่ืออัดก้อนเชื้อแน่นดี แลว้ ใส่คอขวดพลาสติก อุดด้วยสาลีและปดิ ดว้ ยกระดาษ แล้วรัดยางใหแ้ น่น 3. นากอ้ นเช้ือท่ไี ด้ไปนึง่ ฆา่ เชื้อทันที ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. นับจากนา้ เดอื ดแล้วท้งิ ไว้ให้เยน็ 4. นาหัวเชื้อเห็ดท่ีเล้ียงไว้ในเมล็ดข้าวฟ่าง ใช้ประมาณ 10-20 เมล็ดต่อก้อน เขี่ยลงในก้อนเชื้อท่ีเย็นดีแล้ว แล้วรบี ปดิ ปากถงุ ดว้ ยสาลแี ละกระดาษทันที สถานท่ีที่ใช้ถ่ายหัวเช้ือเห็ดลงก้อนเชื้อควรสะอาด ลมสงบ วัสดุที่ ใช้เข่ียหวั เช้ือควรทาความสะอาดดว้ ยแอลกอฮอล์ก่อนทุกครง้ั 5. นากอ้ นเชื้อทีถ่ า่ ยหวั เช้อื เห็ดลงเรยี บรอ้ ยแล้วไปบม่ ไวใ้ นโรงบ่มกอ้ นเช้ือต่อไป กำรบม่ ก้อนเช้ือ หลงั จากใส่เชอื้ เหด็ ลงในถงุ ก้อนเชื้อแล้ว ใหน้ าไปบม่ ในโรงบ่มเช้ือหรือบริเวณท่ีมีอุณหภมู ิปกติ เพื่อให้ เส้นใยเจริญในก้อนเช้อื ในการจดั วางหากวางในแนวตงั้ ไม่ควรให้ถงุ ทับซ้อนกัน ถ้าจัดวางในแนวนอนสามารถ จดั วางซอ้ นกนั ได้แต่ตอ้ งหมน่ั กลบั ก้อนเชื้อด้านลา่ งข้ึนด้านบน เพ่อื ให้อากาศถา่ ยเทสะดวก ในชว่ งทเ่ี ส้นใยจะ เดินเต็มถงุ ต้องหมั่นตรวจดโู รคแมลง มด มอดแมลงสาบ ปลวกหรือไร หากพบใหร้ บี นาก้อนเชอื้ ออกไปกาจดั ทนั ที หรือฉดี พน่ ดว้ ยสารสกดั ตะไคร้หอมรอบ ๆ โรงบ่มเพื่อป้องกนั ไวก้ ่อนได้ กำรทำใหเ้ กดิ ดอก ในการทาให้เหด็ เกิดดอกต้องย้ายก้อนเช้ือจากโรงบม่ ไปไวโ้ รงเพาะ โรงเรอื นที่เหมาะสาหรบั การเพาะ เหด็ นางฟา้ ควรเปน็ โรงเรือนท่สี ามารถเกบ็ ความช้ืนไดด้ ี มีความชืน้ สัมพัทธ์ประมาณ 80-85% อุณหภูมทิ ่ีดี ทีส่ ุดสาหรบั การเกดิ ดอกคือ 25 องศาเซลเซยี ส มีระบบถา่ ยเทอากาศดีและสะดวกต่อการทาความสะอาด การ
คัดแยกก้อนเชื้อจากโรงบม่ ให้สงั เกตดูว่าก้อนเชือ้ นั้นมเี ส้นใยเดินเตม็ ถุงแลว้ และควรปลอ่ ยทงิ้ ไวส้ ักระยะหนึง่ เพอ่ื ใหเ้ สน้ ใยรดั ตวั และสะสมอาหารก่อนนาไปเปิดปากก้อนเช้อื ใหเ้ กิดดอกคล้ายเหด็ นางรมตอ่ ไป 1. วิธวี างก้อนเชื้ออาจวางในลักษณะแนวนอนบนชนั้ วางซ้อน ๆ กันชั้นละ 3-5 ก้อนหรือเรยี งโดยใชเ้ ชอื ก แขวนแล้วตดั ปากถุงบรเิ วณคอขวด เพื่อใหด้ อกเหด็ ออกดอกออกมา 2. วิธกี ารควบคมุ ความช้ืนในระยะนี้ หากไม่ได้เพาะในช่วงปลายฝนตน้ หนาว ซึง่ มอี ณุ หภมู แิ ละความชน้ื ที่ พอเหมาะอาจใชว้ ิธีการพน่ น้าฝอย ๆ หรอื รดนา้ ท่ีพน้ื โรงเพาะก็ได้(ถ้าใชน้ ้าประปาควรพักน้าไว้ 3-4 วัน เพ่ือ คลอรนี ระเหยออกไปก่อน) วิธีกำรเกบ็ เหด็ นำงฟำ้ การเก็บเหด็ นางฟา้ ควรเกบ็ ในขณะทก่ี ลุ่มของดอกเหด็ ยงั ไม่บานเตม็ ท่ี และควรเกบ็ เห็ดทั้งกล่มุ ไมค่ วร เลอื กเก็บเฉพาะดอกใหญ่ในกลุ่มเดียวกนั เพราะจะทาใหด้ อกอน่ื ๆ ในกลุ่มนนั้ ฟ่อเสียหายท้งั กลุ่ม กรณที ่ีกลมุ่ ดอกเหด็ มีท้งั ดอกเล็กและดอกใหญ่ โดยดอกเล็กมจี านวนมากกวา่ ควรรอให้ดอกเลก็ โตได้ทีก่ ่อนแลว้ คอ่ ยเกบ็ การเก็บให้ใชม้ ือไม่ควรใช้มีดตัด เพราะจะทาให้ส่วนของโคนก้านที่เหลอื ติดอยูเ่ นา่ และสรา้ งความเสยี หายใหก้ บั ดอกเหด็ อนื่ ๆ ในก้อนได้ วธิ ีการเก็บให้ใช้มือจบั ทโ่ี คนของดอกแล้วดงึ เบา ๆ จากนัน้ จงึ ใช้มีดคม ๆ ตัดสิ่ง สกปรกท่ีตดิ มากับโคนดอกท้ิงไป ปัญหำที่พบมำกในกำรเพำะเห็ดนำงฟำ้ หากเป็นเหด็ นางฟา้ ภฐู านมกั จะไม่ค่อยมีปญั หาเร่ืองการปลอมปนของเชื้อราชนิดอืน่ ในก้อนถงุ เนือ่ งจากเปน็ พันธ์ุที่มคี วามตา้ นทานตอ่ เชื้อราชนิดอ่ืนสูง โดยเฉพาะราเขียวและราดา ซ่งึ เปน็ ราทส่ี รา้ งความ เสยี หายให้กบั เหด็ หลายชนดิ และในขนั้ การเพาะ หากมีการดแู ลรกั ษาท่ีดี ปญั หาที่อาจเกิดข้ึนมกั พบในชว่ งเห็ด ออกดอกอาจพบปัญหาแมลงเขา้ ทาลายดอกเห็ดโดยเฉพาะพวกแมลงหว่ี เนือ่ งจากเหด็ นางฟ้าภูฐานจะมีกล่นิ หอม วธิ ปี ้องกันให้ใช้สารสมนุ ไพรฉีดบรเิ วณรอบ ๆ โรงเรือนหรอื หากพบการทาลายท่กี ้อนเช้ือเห็ดใหร้ ีบกาจดั ออกไปเผาทาลายทนั ที ขนั้ ตอนกำรเพำะเหด็ นำงฟ้ำ ขั้นตอนท่ี 1 กำรเตรียมโรงเรือนสำหรับเพำะเหด็ นำงฟ้ำ
กำรเตรียมโรงเรือนสำหรบั เพำะเห็ดนำงฟ้ำ สาหรบั โรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้านั้นควรมีขนาด 2 x 15 x 2 (กวา้ ง x ยาว x สูง) เมตร ซ่ึงจะวางก้อน เชื้อเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าได้ประมาณ 4,000 กอ้ น โรงเรือนควรเป็นแบบทส่ี รา้ งง่าย ลงทุนน้อย และวัสดุ ทจ่ี ะนามาสร้างเปน็ โรงเรือนนั้นจะต้องหาง่ายท่ีมีอยู่ในท้องถ่นิ เปน็ วัสดุทีม่ าจากธรรมชาติ เชน่ ฟาง, หญ้าแฝก, ไม้ไผ่ เปน็ ต้น สาหรับการสรา้ งโรงเรือนให้เหมาะสมนน้ั ควรสร้างในที่เย็นชืน้ และสะอาดปราศจากศัตรูของเห็ด ทีจ่ ะเข้ามารบกวน หลังคามุงจากหรอื แฝก แลว้ คลุมทบั ด้วยสะแลนอีก 1 ชนิ้ การคลมุ หลังคาขน้ึ อยกู่ บั ชนดิ ของเห็ดด้วย เพ่ือป้องกนั ลม ลมแรง ลมคอ่ ย ลมหนาว ลมแห้งแลง้ สภาพลม สภาพอากาศ มีผลกระทบตอ่ การ ออกดอกของเห็ดได้เช่นเดียวกนั ปิดประตดู ว้ ยกระสอบปา่ นหรือแผน่ ยาง ปพู ืน้ ด้วยทราย เพื่อเกบ็ ความชน้ื ทิศทางลม ก้อมสี ่วนสาคญั ในการโรงเพาะเหด็ ตอ้ งดทู ศิ ทางของลมเหนอื ลมใต้ เพ่ือปอ้ งกนั การพัดพาเชอื้ โรค ท่ีจะมผี ลต่อก้อนเหด็ และการออกดอกของเห็ด การสรา้ งโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าขนาด 2 x 15 x 2 มี ทั้งหมด 4 ดา้ นดว้ ยกนั ซง่ึ แต่ละด้านสามารถเก็บก้อนเชอื้ เห็ดนางรม และเห็ดนางฟา้ ได้ถึง 1,000 กอ้ น ซงึ่ การ ทาโรงเรอื นในลกั ษณะน้ี ใชพ้ ื้นท่ีรวมแลว้ แค่ประมาณ 60 ตารางเมตรเท่านัน้ วสั ดใุ นการทางานกใ็ ชท้ ี่มอี ยู่ตาม ธรรมชาติ เชน่ ไม้ไผ่ ไมย้ คู า หรือ อ่ืน ๆ ตวั เสาก็อาจจะใช้ไม้ทม่ี ขี นาดใหญ่เพือ่ ความแข็งแรงของโรงเรือน หลงั คาก็ใช้หญา้ แฝก ซึ่งเป็นวัสดุท่เี หมาะกบั การทาโรงเรอื นเป็นอยา่ งดี เน่ืองจากสามารถกกั เก็บความร้อนช้นื ได้ดี เป็นภมู ิอากาศทเ่ี ห็ดนางรม และเหด็ นางฟา้ ชอบ ข้นั ตอนท่ี 2 กำรทำกอ้ นเชอ้ื เพำะเหด็ นำงฟ้ำ
วธิ ีกำรทำกอ้ นเชอ้ื เพำะเหด็ นำงรม และเห็ดนำงฟ้ำ การทาก้อนเช้ือเพาะเห็ดนางฟา้ นั้นจาเป็นตอ้ งหาวัสดุอปุ กรณท์ ี่ต้องเตรยี มดังน้ี ได้แก่ขเ้ี ล่ือยยางพารา หรอื ข้ีเล่ือยไม้เน้ือออ่ น แต่ในทางปฏิบัติน้ันขี้เลื่อยยางพาราจะใหผ้ ลดีท่ีสุด จากนน้ั ก็หาส่วนผสมตา่ งๆเพ่ือใหไ้ ด้ คุณค่าทางอาหารมากย่งิ ขึ้น และสูตรการทากอ้ นเชื้อเห็ดนางรม และเหด็ นางฟา้ มีส่วนผสมหลัก ๆดังนี้ ข้เี ลอื่ ยยางพาราแห้งสนิท 100 กโิ ลกรมั ราละเอยี ด 6 – 8 กิโลกรมั ขา้ วโพดป่น 3 – 5 กิโลกรัม ปนู ยิบซัม 1 กิโลกรัม หนิ ปนู หรอื ผงชอล์ก 1 กโิ ลกรมั ดีเกลอื 0.2 กิโลกรมั น้า 80 กโิ ลกรัม EM 1 ลิตร เมือ่ หาส่วนผสมมาครบแลว้ กท็ าการตากและกองขเี้ ลื่อยยางพาราไวป้ ระมาณ 7 วนั จากน้นั คอ่ ยทาการ ผสมโดยการเติมน้าลงประมาณ 70 เปอรเ์ ซนต์ ทดสอบโดยการกาส่วนผสมถา้ มีน้าซมึ ตามงา่ มมือแสดงวา่ การ ผสมนี้ผสมนา้ มากเกินไปแตถ่ ้าเมอ่ื บีบแล้วขี้เล่ือยแตกเปน็ 3 ก้อนแสดงว่าการผสมใช้ได้เรยี กว่าพอดีแล้วแต่ถ้า วา่ ถ้ากาแล้วแบมือออกแลว้ ขเี้ ล่ือยจบั ตัวไมเ่ ป็นกอ้ นแสดงวา่ เติมน้าน้อยจนเกนิ ไป เมอ่ื ผสมเขา้ กนั ได้ท่ีแลว้ กท็ า การกรอกใส่ถุงเพาะเหด็ ใส่ให้ได้น้าหนักประมาณ 800 – 900 กรัม หลงั จากนั้นกท็ าการรวบปากถุงกระทุ้งกบั พื้นให้แน่นพอประมาณหลังจากนนั้ ก็ทาการใส่คอขวด ขั้นตอนท่ี 3 กำรหยอดเชื้อและบ่มเชอื้ เหด็ นำงฟำ้ การหยอดเช้ือและบ่มเชอื้ เห็ดนางฟ้า เม่อื ทาก้อนเชอ้ื เสรจ็ แล้ว เรากจ็ ะนาก้อนเช้อื ท่ีได้ทาการหยอดเชอ้ื และบม่ เชื้อเหด็ นางรม และเห็ด นางฟ้าตามลาดับ โดยกอ่ นอน่ื ก้อนเช้ือท่ีได้นนั้ เรากจ็ ะนามาทาการนึง่ เพื่อฆา่ เชื้อ ถ้ามีหม้อนงึ่ ความดนั อยู่แลว้ ก็ ใหน้ ่งึ ที่ความดัน 25 ปอนดต์ ่อตารางนิว้ โดยทาการนึ่งท่รี ะยะเวลาประมาณ 1 – 2 ชว่ั โมง ถา้ ไม่มหี ม้อนึ่งความ ดนั อาจใช้หม้อนึ่งจากถังนา้ มัน 200 ลติ ร แทนก็ได้ แตจ่ ะต้องทาการนึง่ ประมาณ 3 ครง้ั โดยทาการนงึ่ ที่ อุณหภมู ิ 100 อาศาเซลเซียส นงึ่ ท่ีระยะเวลาประมาณ 2-3 ช่วั โมง และทาการนง่ึ ท้งั หมด 3 คร้งั เมือ่ ผ่าน ขน้ั ตอนการนง่ึ ฆ่าเชอื้ เรยี บรอ้ ยแลว้ เรากจ็ ะทาการหยอดเช้ือเห็ดลงสู่ก้อนเช้ือ เช้ือเหด็ จากเมลด็ ขา้ วฟ่างควร
หยอดเช้ือลงประมาณ 20 – 25 เมลด็ เมอ่ื หยอดเชื้อลงสู่ก้อนเชอื้ เหด็ เสรจ็ แลว้ ให้ทาการปดิ ปากถงุ ก้อนเช้อื ให้ เรยี บรอ้ ย หลังจากทาการหยอดเช้อื ลงในกอ้ นเช้ือเสร็จ เรากจ็ ะทาการบม่ เชื้อเหด็ ในอีกข้ันตอนหน่ึง โดยการ บ่มเชือ้ นั้นต้องนาก้อนไปบม่ ไวท้ รี่ ะยะเวลาประมาณ 20-25 วัน กรรมวธิ ีการบม่ ก็ไมย่ ุ่งยากอะไร เพียงแต่ต้อง เก็บให้เป็นระเบียบ ไม่ถูกแดด ไมถ่ ูกฝน ลมไมโ่ กรกไม่มีแมลง ไมม่ ีหนู อากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก ขัน้ ตอนท่ี 4 กำรเก็บเกี่ยวผลผลติ เหด็ นำงฟ้ำ การเก็บเกย่ี วผลผลติ เห็ดนางรม และเหด็ นางฟ้า หลังจากที่ได้เราทาการบ่มเชื้อเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นช่วงระยะเวลาของการ เปดิ ดอกและทาการเก็บเกีย่ วผลผลติ เหด็ นางรม และเห็ดนางฟ้าจะออกดอกเม่ือมีความชื้นสูงพออากาศไม่ร้อน มาก เม่ือถูกเหน่ียวนาด้วยอากาศเย็นตอนกลางคืนก็จะออกดอกได้ดี เทคนิคท่ีทาให้ออกดอกสม่าเสมอและ ดอกใหญ่สามารถทาได้ดังน้ี เม่ือเก็บดอกเสร็จต้องทาความสะอาดหน้าก้อนเชื้อโดยเข่ียเศษเห็ดออกให้หมด งดให้น้าสัก 3 วัน เพื่อให้เชื้อฟักตัวแล้วก็กลับมาให้น้าอีกตามปกติเห็ดก็จะเกิดเยอะเหมือนเดิมหรือเมื่อเก็บ ดอกเห็ดเสร็จกท็ าความสะอาดหน้ากอ้ นเช้ือเหมอื นเดมิ แล้วรัดปากถงุ ไมใ่ ห้อากาศเขา้ ท้ิงระยะเวลาประมาณ 2 – 3 วัน ให้น้าปกติหลังจากนั้นก็เปิดปากถุงก็จะเกิดดอกท่ีสม่าเสมอเป็นการเหน่ียวนาให้ออกดอกพร้อมกัน เมื่อเห็ดออกดอกและบานจนได้ขนาดที่ต้องการแล้ว ให้เก็บดอกโดยจับท่ีโคนดอกท้ังช่อ โยกซ้ายขวา-บนล่าง แล้วดึงออกจากถุงเห็ด ระวังอย่าให้ปากถุงเห็ดบาน ถ้าดอกเห็นโคนขาดติดอยู่ให้แคะออกทิ้งให้สะอาดเพื่อ ปอ้ งกนั การเนา่ เสยี เป็นสาเหตุทาให้เกดิ หนอนจากการวางไข่ของแมลงได้ การดูลักษณะดอกเห็ดที่ควรเก็บ คือ ดอกไมแ่ ก่ หรืออ่อนจนเกินไป ดูท่ีขอบดอกยังงุ้มอยู่คือดอกที่เหมาะแก่การเก็บเกี่ยว ถ้าขอบยกข้ึนแสดงว่าแก่ แล้ว ดอกเห็ดที่แก่จัด และออกสปอร์เป็นผงขาวด้านหลังดอกเห็ด ต้องรีบเก็บออก เพราะสปอร์จะเป็นตัวชัก นาใหแ้ มลงเขา้ มาในโรงเรอื นเพาะเหด็ นางรม และเหด็ นางฟา้ ได้ ขัน้ ตอนที่ 5 ปัญหำที่พบในกำรเพำะเห็ดนำงฟ้ำ ปญั หำท่ีพบในกำรเพำะเหด็ นำงรม และเหด็ นำงฟำ้ เราสามารถวิเคราะห์ปญั หาในการเพาะเห็ดนางรม และเห็ดนางฟ้าออกมาได้ 7 ข้อหลกั ๆ ดงั นี้ 1. เชอ้ื ในถุงไมเ่ ดิน สาเหตุ ขณะหยอดเชอื้ ถุงก้อนเช้ือร้อนเกนิ เช้ืออ่อนแอเกินไป และลมื หยอดเช้ือ วิธีแก้ไข ตั้งก้อนเช้ือใหเ้ ย็นอย่างนอ้ ย 24 ช่งั โมง คดั เช้ืออ่อนแอท้งิ ก่อนหยอดเชอ้ื ขณะหยอดเชื้อต้องมสี ติ และสมาธิแนน่ แน่ 2. หนอนแมลงหว่ีกนิ เส้นใย
สาเหตุ แมลงหว่ไี ข่ไวท้ ฝี่ าจกุ หรอื สาลี วิธีแกไ้ ข ตรวจสอบสขุ ภาพอนามัยของโรงเรือน จกุ สาลี ตอ้ งนง่ึ ฆา่ เชอ้ื สาลตี ้องอุดใหแ้ น่น ปิดกระดาษใหส้ นิท อยา่ ให้มชี ่อง |3. เชอ้ื เดิน แต่หยดุ มีกลิน่ บูด มีนา้ เมือก มสี เี หลือง เขยี ว หรอื สีดา สาเหตุ มีราหรือแบคทีเรยี ปนเป้ือน นงึ่ ฆ่าเช้ือไมห่ มด น่งึ ฆ่าเชือ้ ดีแต่กระบวนการลดความร้อนและเปดิ หมอ้ นึ่ง ไม่ถูกต้อง เชอื้ เห็ดท่ีใชไ้ มม่ ีคุณภาพ วธิ กี ารหยอดเช้ือไม่ดี บ่มถงุ ก้อนเชอ้ื หนาแน่นเกินไปทาให้การระบาย อากาศไมด่ ี มคี ารบ์ อนไดออกไซค์มาก วธิ แี กไ้ ข ให้ทบทวนสาเหตหุ ลกั ของการปนเป้ือน ตรวจกระบวนการนึ่ง เรือ่ ง เวลา อณุ หภูมิ จานวนก้อน ไล่ อากาศในหม้อนงึ่ ค่อยๆลดความรอ้ น อย่าเปดิ หม้อน่งึ อย่ารวดเรว็ ตรวจดูจุกสาลวี ่าแนน่ หรือไม่ ใช้เชื้อเห็ดที่ บริสทุ ธ์ิ อบรมวธิ ีการปลอดเช้ือ และปรับปรงุ วิธที างาน ห้องบ่มเชื้อควรมีอณุ หภูมิ 25 – 30 องศาเซลเซียส ปรับปรงุ เรอ่ื งสขุ อนามยั ฟาร์ม 4. เชอื้ เดนิ เตม็ ก้อน แต่ไม่ออกดอก สาเหตุ เชอ้ื เป็นหมัน เช้อื ไมด่ ี สภาพแวดลอ้ มในโรงเรือนไมเ่ หมาะสม มีสง่ิ ปนเปอื้ น เชน่ รา ไร แบคทีเรยี หนอน และมีการใช้สารเคมมี ากเกนิ ไป วิธแี กไ้ ข จดั หาเชอ้ื ใหม่ จัดสภาพในโรงเรอื นใหเ้ หมาะสม จัดสขุ อนามยั ฟารม์ แสง อณุ หภมู ิ ความชนื้ การ ถ่ายเทอากาศ และไม่ควรใช้สารเคมีกาจัดแมลง 5. เกิดดอกเหด็ แต่กา้ นยาวหมวกดอกไมแ่ ผ่ออก สาเหตุ แสงไมเ่ พียงพอและมีคาร์บอนไดออกไซคม์ ากเกนิ ไป วธิ แี ก้ไข ปรับแสงให้มากขนึ้ จดั ให้อากาศถ่ายเทไดด้ ขี ้นึ 6. เกิดหน่อมากแตด่ อกกลบั เตบิ โตน้อย สาเหตุ เชื้อออ่ นแอ เงื่อนไขเหมาะแก่การเกดิ หน่อ ไม่เหมาะแก่การพฒั นาของดอก ขาดออกซเิ จนและแสง อาหารในก้อนเช้อื ไม่เพียงพอหรือไม่มคี ุณภาพ เชือ้ ท่ีใช้ไมด่ ี มีคุณภาพต่า มจี ุลนิ ทรียต์ า่ งๆรบกวน การถ่ายเท อากาศไมด่ ี ความชนื้ สูงเกินไปและรดน้ามากเกินไป เกิดจากการใช้สารเคมใี นชว่ งเปดิ ดอก การแก้ไข เปลี่ยนเชื้อใหม่ ปรับเงื่อนไขของการเกิดดอก เพ่ิมการถา่ ยเทอากาศ เพิม่ ช่องแสง ตรวจสอบคณุ ภาพของวัตถดุ ิบ ใชเ้ ชอ้ื ทม่ี ีอัตราการเดินเสน้ ใยดี ปรบั โรงเรอื นไมใ่ ห้เหมาะกับจุลนิ ทรยี ์ เพิ่มการ ถ่ายเทอากาศ ลดความช้นื ลง ควรเลกิ ใช้สารเคมใี นชว่ งเปิดดอก 7. เกิดดอกเพียงร่นุ เดยี วรนุ่ ตอ่ ไปไม่เกดิ สาเหตุ อาหารในก้อนเชอื้ ไม่เพียงพอ เกิดการปนเป้ือน การจดั โรงเรอื นไมด่ ี เชื้อไม่ดี การแก้ไข ปรับสตู รอาหารใหม่ จดั การเร่ืองสขุ อนามัยฟาร์ม ปรับเรื่องแสง อณุ หภูมิ ความชนื้ ขดู ลอกผิวส่วนท่ี
ปากถงุ ออก ปรบั ปรุงวิธกี ารจัดการและเอาใจใส่มากขึ้น เปล่ยี นเชือ้ ใหม่ # เพ่ิมเตมิ : เหด็ เปน็ พชื ที่มกี ารตอบสนองตอ่ สภาพแวดลอ้ มและสิ่งเร้าภายนอกอย่างรวดเร็ว ฉะน้นั ปัญหาที่ พบถา้ ได้รับการแก้ไขท่ีถกู ต้องและทนั ทว่ งที ก็จะทาใหเ้ ห็ดนางฟา้ เจริญเตบิ โตได้ดขี ึ้น และ เปน็ เห็ดทม่ี คี ุณภาพ
บทท่ี 3 วิธกี ำรดำเนนิ งำน ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอเมอื งชลบรุ ี ได้เล็งเหน็ ความสาคัญใน การจดั จงึ ไดจ้ ดั ทาโครงการเกษตรธรรมชาติ เรยี นรู้จากปราชญ์ชาวบา้ น โดยมีข้ันตอนดังนี้ 1. ประชุมคณะกรรมการ กศน.ตาบล และองคก์ รนกั ศกึ ษา กศน.ตาบลนาปา่ 2. จดั ตง้ั คณะทางาน 3. ประสานงาน/ประชาสัมพันธ์ 4. ดาเนนิ งานตามแผน 5. วัดผล/ประเมินผล/สรุปผลและรายงาน 1. ประชมุ บุคลำกรกรรมกำร กศน.ตำบลนำป่ำ กศน.ตาบลนาปา่ ไดว้ างแผนงานร่วมกับคณะกรรมการ กศน.ตาบล และองค์กรนักศึกษา กศน. ตาบลนาป่า เพ่ือหาแนวทางในการดาเนินงานและกาหนดวัตถุประสงค์ร่วมกนั 2. จดั ตัง้ คณะทำงำน จัดทาคาสัง่ แต่งตั้งคณะทางานโครงการ เพ่ือมอบหมอบหมายหนา้ ทใ่ี นการทางานใหช้ ัดเจน 2.1 คณะกรรมการท่ปี รกึ ษา/อานวยการ มหี น้าท่ีอานวยความสะดวก และให้คาปรึกษาแกไ้ ข ปญั หาที่เกดิ ขึ้น 2.2 คณะกรรมการฝ่ายจัดสถานท่ี มีหนา้ ที่ จัดโต๊ะ เกา้ อ้ี เวทกี ารดาเนนิ งานใหเ้ รยี บร้อย รวมทัง้ จัดหาเครอื่ งเสียง อานวยความสะดวก ตลอดการจดั กจิ กรรม 2.3 คณะกรรมการฝา่ ยบนั ทกึ ภาพและประชาสมั พันธ์ มีหน้าทบ่ี ันทกึ ภาพกิจกรรมตลอดโครงการ และประชาสมั พันธ์กจิ กรรมใหส้ าธารณชนได้ทราบ 2.4 คณะกรรมการฝา่ ยรับลงทะเบยี นและประเมนิ ผลหน้าทจี่ ัดทาหลกั ฐานการลงทะเบียน ผู้เขา้ ร่วมโครงการและรวบรวมการประเมนิ ผล และรายงานผลการดาเนินการ 3. ประสำนงำนกบั ผู้เรยี น/ประชำสัมพันธ์ ประสานงานกับวิทยากร ประชาชน และเครอื ข่ายในตาบล เชน่ ประสานเรอ่ื งสถานทใ่ี ช้ทา กิจกรรม รปู แบบการจดั กิจกรรมโครงการ วัน เวลา สถานท่ี รายละเอยี ดการเขา้ รว่ มกิจกรรม พร้อมทง้ั ประชาสัมพนั ธก์ ารจัดกจิ กรรม
4. ดำเนนิ กำรตำมแผนงำนโครงกำร โครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนรู้จากปราชญช์ าวบ้าน วนั ที่ 9 มกราคม 2563 ณ ทท่ี าการผูใ้ หญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านเลขที่ 40 หมู่ 3 ตาบลหนองไมแ้ ดง อาเภอเมืองชลบรุ ี จงั หวัดชลบรุ ี มี ประชาชนผ้เู ข้ารว่ มโครงการฯ เปน็ จานวน 8 คน 5. วัดผล/ประเมนิ ผล/สรุปผลและรำยงำน โครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนรจู้ ากปราชญช์ าวบ้าน วันท่ี 9 มกราคม 2563 ณ ท่ที าการผ้ใู หญ่บา้ น หมู่ 3 บา้ นเลขท่ี 40 หมู่ 3 ตาบลหนองไมแ้ ดง อาเภอเมืองชลบุรี จงั หวดั ชลบุรี มี ประชาชนผเู้ ข้ารว่ มโครงการฯ เป็นจานวน 8 คน กศน.ตาบลนาป่า ได้ดาเนนิ การตามขนั้ ตอนและได้รวบรวมขอ้ มูลจากแบบสารวจสถิตทิ ี่ใชใ้ นการ วเิ คราะห์ คือโดยกาหนดค่าลาดับความสาคญั ของการประเมินผลออกเปน็ 5 ระดบั ดงั น้ี มากที่สดุ ใหค้ ะแนน 5 มาก ใหค้ ะแนน 4 ปานกลาง ให้คะแนน 3 นอ้ ย ให้คะแนน 2 น้อยท่สี ดุ ให้คะแนน 1 ในการแปลผล ผู้จัดทาได้ใช้เกณฑ์การพจิ ารณาจากคะแนนเฉลย่ี ตามแนวคิดของบุญชม ศรสี ะอาด และบญุ ส่ง นิวแก้ว (2535,หนา้ 22-25) 4.51-5.00 หมายความวา่ ดมี าก 3.51-4.50 หมายความว่า ดี 2.51-3.50 หมายความว่า ปานกลาง 1.51-2.50 หมายความว่า น้อย 1.00-1.50 หมายความวา่ ต้องปรบั ปรุง ประชาชนทีเ่ ข้ารว่ มโครงการฯ จะตอ้ งกรอกข้อมลู ตามแบบสอบถาม เพ่อื นาไปใช้ในการประเมนิ ผล ของการจดั กจิ กรรมดงั กล่าว และจะได้นาไปเป็นข้อมลู ปรับปรงุ และพัฒนา ตลอดจนใชใ้ นการจดั ทาแผนการ ดาเนนิ การในปีต่อไป
บทที่ 4 ผลกำรดำเนินงำนและกำรวิเครำะหข์ ้อมลู ในการจัดโครงกำรเกษตรธรรมชำติ เรียนรู้จำกปรำชญ์ชำวบ้ำน วันพฤหัสบดีท่ี 9 มกราคม 2563 เวลา 08.00 - 16.30 น. ณ ที่ทาการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านเลขที่ 40 หมู่ 3 ตาบลหนองไม้แดง อาเภอเมืองชลบุรี จงั หวดั ชลบุรี เขา้ ร่วมโครงการ จานวน 8 คน ซงึ่ ไดส้ รุปผลจากแบบสอบถามและนาเสนอ ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู จากการกาหนดขนาดของกลมุ่ ตัวอยา่ งโดยใช้ตาราง ซึ่งไดส้ รปุ ผลจากแบบสอบถามและ นาเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู จากผู้เข้าร่วม จานวน 8 ชดุ ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้ตอบแบบถามของผู้เข้าร่วมโครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนรู้จากปราชญ์ ชาวบ้าน วันพฤหัสบดีท่ี 9 มกราคม 2563 เวลา 08.00 - 16.30 น. ณ ท่ีทาการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านเลขท่ี 40 หมู่ 3 ตาบลหนองไม้แดง อาเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เข้าร่วมโครงการ จานวน 8 คน ผู้เข้ารว่ มกิจกรรมท่ีตอบแบบสอบถามได้นามาจาแนกตามเพศ อายุ และอาชีพ ผู้จัดทาได้นาเสนอจาแนกตาม ขอ้ มลู ดังกล่าว ดังปรากฏตามตารางท่ี 1 ดงั ต่อไปน้ี ตำรำงท่ี 1 แสดงคำ่ ร้อยละของผ้ตู อบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมเพศ ความคดิ เห็น ชาย หญิง เพศ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ ผเู้ ข้าร่วมกิจกรรมโครงการเกษตรธรรมชาติ เรยี นรู้ 2 25.00 6 75.00 จากปราชญ์ชาวบ้าน จากตารางที่ 1 แสดงวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามของผเู้ ขา้ ร่วมโครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนรู้จาก ปราชญช์ าวบ้าน เปน็ ชาย 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 25.00 เปน็ หญงิ 6 คิดเปน็ ร้อยละ 75.00 ตำรำงที่ 2 แสดงคำ่ ร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมอำยุ อายุ ตา่ กว่า 15 ปี 15-29 ปี 30-39 ปี 40-49 ปี 50-59 ปี 60 ปีข้ึนไป จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ ประเภท -- -- 4 50.00 1 12.50 3 37.50 ความคิดเห็น ผูเ้ ขา้ ร่วมกจิ กรรม - - โครงการเกษตร ธรรมชาติ เรยี นรู้ จากปราชญช์ าวบ้าน
จากตารางที่ 2 แสดงวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามของผู้เข้ารว่ มผู้เขา้ รว่ มกิจกรรมโครงการเกษตร ธรรมชาติ เรียนร้จู ากปราชญ์ชาวบ้าน ในช่วงอายุ 40-49 ปี มีจานวนสูงสุด 4 คน คิดเปน็ ร้อยละ 50.00 ในช่วงอายุ 50-59 ปี มีจานวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 12.50 ในช่วงอายุ 60 ปีขนึ้ ไป จานวนสูงสดุ 3 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 37.50 ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ รอ้ ยละของผูต้ อบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมอำชพี รบั จา้ ง ค้าขาย รับราชการ เกษตรกร อ่ืนๆ(ว่างงาน) ประเภท จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ ความคิดเห็น ผ้เู ข้าร่วมกจิ กรรม 2 25.00 1 12.50 - - - - 5 62.50 โครงการเกษตร ธรรมชาติ เรียนรู้ จากปราชญ์ ชาวบ้าน จำกตำรำงท่ี 3 แสดงวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เขา้ รว่ มกจิ กรรมโครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนร้จู ากปราชญ์ชาวบา้ น ประกอบอาชีพรับจ้าง มีจานวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 25.00 อาชีพค้าขาย มีจานวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 12.50 ประกอบอาชีพอื่น ๆ มีจานวน 5 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 62.50 ตำรำงที่ 4 แสดงค่ำรอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมระดบั กำรศึกษำ ความคดิ เหน็ ประถม ม.ตน้ ม.ปลาย สูงกว่า ม.ปลาย จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ ผู้เขา้ ร่วมกจิ กรรม โครงการเกษตร 5 62.50 - - 1 12.50 2 25.00 ธรรมชาติ เรยี นร้จู าก ปราชญช์ าวบ้าน จำกตำรำงท่ี 4 แสดงวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามของผ้เู ขา้ รว่ มกิจกรรมโครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนร้จู ากปราชญ์ชาวบา้ น การศึกษาระดบั ประถมศึกษา มีจานวน 5 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 62.50 ระดับ ม.ปลาย มจี านวน 1 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 12.50 ระดับสูงกวา่ ม.ปลาย จานวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 25.00
ตอนที่ 2 ขอ้ มลู เกี่ยวกับควำมคิดเหน็ ของผูเ้ ขำ้ ร่วมโครงการเกษตรธรรมชาติ เรียนร้จู ากปราชญ์ ชาวบา้ น ความคดิ เห็นของผเู้ ขา้ ร่วมกจิ กรรม จานวน 8 คน จากแบบสอบถามท้ังหมดที่มตี อ่ โครงการเกษตร ธรรมชาติ เรียนร้จู ากปราชญ์ชาวบ้าน ณ ทท่ี าการผ้ใู หญ่บา้ น หมู่ 3 บ้านเลขท่ี 40 หมู่ 3 ตาบลหนอง ไม้แดง อาเภอเมอื งชลบรุ ี จงั หวัดชลบรุ ี ดังปรากฏในตารางที่
Search