โครงการชุมชนนาปา่ ต้านยาเสพติด วันที่ 14 มกราคม 2563 ณ กศน.ตาบลนาป่า หมทู่ ่ี 7 ตาบลนาป่า อาเภอเมืองชลบุรี จงั หวัดชลบรุ ี กศน.ตาบลนาปา่ ก ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเมืองชลบุรี
คำนำ ด้วยปัจจุบนั สถาณการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติด ยังคงระดบั ความรุนแรงอยา่ งต่อเน่ือง รฐั บาล จึงกาหนดให้การปอ้ งกนั และแกไ้ ขยาเสพติด เป็นนโยบายท่ีสาคญั และเร่งดว่ นในการบริหารราชการแผ่นดนิ โดยยดึ หลัก \"ผู้เสพ คอื ผูป้ ว่ ยทตี่ ้องได้รับการบาบดั รักษา ผคู้ า้ คอื ผ้ทู ี่ตอ้ งไดร้ บั โทษตามกระบวนการยตุ ิธรรม\" ซง่ึ กาหนดใหเ้ รง่ รัดปราบปรามการค้ายาเสพติด และปอ้ งกันไม่ให้กลุม่ เส่ียงเข้าไปเป็นเหยอื่ ของยาเสพตดิ โดย ใชก้ ระบวนการมีสว่ นร่วมของทุกภาคสว่ นในสงั คม ให้ร่วมดาเนินการในลกั ษณะบูรณาการ ควบค่กู ับมาตรการ ทางกฎหมาย ซึง่ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพตดิ ในประเทศไทย พบวา่ มีเด็กและเยาวชน จานวน ไม่นอ้ ยที่เขา้ ไปย่งุ เกี่ยวกบั ยาเสพติด ทัง้ เกิดจากความตง้ั ใจ และเกิดจากการหลงผดิ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อีกทง้ั ยงั มีปัจจัยเสย่ี งต่าง ๆ ที่ทาให้มีโอกาสเข้าไปติดยาเสพติดเพ่ิมมากขึ้นอีก จงึ จาเปน็ ต้องได้รับการดแู ลเอาใจใส่ อยา่ งเพียงพอ ต้องไดร้ ับการถ่ายทอดความรูค้ วามเข้าใจท่ีถูกต้องและการรโู้ ทษท่รี ้ายแรงของส่ิงเสพตดิ อย่าง เหมาะสม การรูจ้ ักการหลกี เลย่ี งสิ่งเสพตดิ และสิง่ สาคัญคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับคนในชุมชน โดยผนึก กาลงั ทกุ ภาคส่วน ใหร้ ว่ มคิด ร่วมทา ร่วมรับผิดชอบ และร่วมแรงร่วมใจเปน็ พลงั ของแผ่นดนิ ทจ่ี ะต่อส้เู พอ่ื เอาชนะปัญหายาเสพติด กศน.ตาบลนาปา่ จงึ เล็งเหน็ ความสาคัญจึงจดั ทาโครงการชุมชนนาป่า ต้านยาเสพตดิ ข้ึน เพอื่ ให้ประชาชนมคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั ยาเสพติดและโทษพิษภัยของยาเสพติด รวมท้ังวธิ กี ารปฏบิ ัติตน ใหห้ า่ งไกลจากยาเสพตดิ ทา้ ยนี้ กศน.ตาบลนาปา่ ต้องขอบคณุ กศน.อาเภอเมอื งชลบุรี และผู้ที่เกี่ยวข้องท่ีให้คาปรึกษาแนะนา การจัดทาโครงการ หากมีข้อบกพร่องประการใด ผู้จัดต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้ และจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นใน โอกาสต่อไป กศน.ตาบลนาป่า มกราคม 2563
สำรบญั หน้ำ บทท่ี 1 บทนา...................................................................................................................................................1 ความเปน็ มา ...............................................................................................................................1 วัตถุประสงค์...............................................................................................................................1 เปา้ หมาย....................................................................................................................................1 ผลลัพธ์ ....................................................................................................................................... 2 ดชั นวี ัดผลสาเร็จของโครงการ.....................................................................................................2 2 เอกสารการศึกษาและรายงานท่เี กย่ี วข้อง ............................................................................................3 ยทุ ธศาสตร์และจุดเน้นการดาเนนิ งาน สานกั งาน กศน.ประจาปีงบประมาณ 2563 ………………3 แนวทาง/กลยทุ ธก์ ารดาเนินงานการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย ของ กศน.อาเภอเมืองชลบรุ ี……………………………………………………………………………………………………..11 เอกสาร/งานวจิ ัยท่ีเกีย่ วข้อง……………………………………………………………………………………………..23 3 วธิ ดี าเนินงาน.......................................................................................................................................32 ประชุมบคุ ลากรกรรมการสถานศกึ ษา........................................................................................32 จัดตัง้ คณะทางาน ......................................................................................................................32 ประสานงานกับหน่วยงานและบุคคลท่ีเกีย่ วข้อง ........................................................................32 ดาเนินการตามแผน ...................................................................................................................32 สรปุ ผลและรายงาน ...................................................................................................................33 4 ผลการดาเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมลู ............................................................................................34 ตอนท่ี 1 ข้อมูลสว่ นตัวผู้แบบสอบถามของผเู้ ข้ารับการอบรมในโครงการปลูกฝงั วธิ ีคดิ แยกแยะ ผลประโยชน์สว่ นตวั และผลประโยชน์ส่วนรวม..............................................................34 ตอนที่ 2 ข้อมลู เกยี่ วกบั ความคดิ เห็นที่มีต่อโครงการปลูกฝงั วิธคี ิดแยกแยะ ผลประโยชนส์ ว่ นตวั และผลประโยชน์ส่วนรวม..............................................................36 5 สรุปผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ.................................................................................................38 สรุปผล ......................................................................................................................................39 อภปิ รายผล................................................................................................................................39 ขอ้ เสนอแนะ .............................................................................................................................39 บรรณานกุ รม ภาคผนวก
ค สำรบญั ตำรำง ตำรำงท่ี หนำ้ 1 แสดงค่าร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามเพศ……………………………... 32 2 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามอายุ…………………………….. 32 3 แสดงคา่ ร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามอาชีพ…………………………… 33 4 ตารางท่ี 4 แสดงคา่ รอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามระดบั การศึกษา.. 33 5 ตารางท่ี 5 ผลการประเมนิ โครงการปลูกฝังวธิ ีคดิ แยกแยะผลประโยชน์สว่ นตวั และ ผลประโยชน์ส่วนรวม…………………………………………………………………….… 34 6 ตารางที่ 6 ผ่านการฝกึ อบรมไดน้ าความรู้ไปใชจ้ ริง……………………………………………… 35
บทท่ี 1 บทนำ ควำมเปน็ มำ ด้วยปัจจบุ ันสถาณการณก์ ารแพรร่ ะบาดของยาเสพตดิ ยังคงระดบั ความรุนแรงอยา่ งต่อเน่ือง รฐั บาล จึงกาหนดให้การปอ้ งกนั และแกไ้ ขยาเสพติด เปน็ นโยบายที่สาคัญและเรง่ ดว่ นในการบริหารราชการแผ่นดนิ โดยยดึ หลัก \"ผูเ้ สพ คอื ผปู้ ว่ ยทต่ี ้องไดร้ ับการบาบดั รักษา ผคู้ า้ คอื ผทู้ ี่ต้องได้รบั โทษตามกระบวนการยุตธิ รรม\" ซ่งึ กาหนดให้เร่งรัดปราบปรามการค้ายาเสพตดิ และป้องกันไม่ให้กลมุ่ เสย่ี งเข้าไปเปน็ เหยอื่ ของยาเสพตดิ โดย ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคสว่ นในสงั คม ใหร้ ่วมดาเนินการในลกั ษณะบูรณาการ ควบคูก่ ับมาตรการ ทางกฎหมาย ซงึ่ จากสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของยาเสพตดิ ในประเทศไทย พบว่ามีเด็กและเยาวชน จานวน ไมน่ ้อยท่ีเข้าไปยุง่ เก่ียวกบั ยาเสพตดิ ทัง้ เกดิ จากความตั้งใจ และเกดิ จากการหลงผิดโดยรเู้ ท่าไม่ถึงการณ์ อีกท้ัง ยงั มปี ัจจยั เสี่ยงตา่ ง ๆ ที่ทาให้มโี อกาสเข้าไปตดิ ยาเสพตดิ เพ่ิมมากข้ึนอีก จึงจาเป็นต้องได้รับการดแู ลเอาใจใส่ อยา่ งเพียงพอ ต้องไดร้ บั การถ่ายทอดความรูค้ วามเขา้ ใจที่ถูกต้องและการรูโ้ ทษท่รี า้ ยแรงของส่งิ เสพติดอย่าง เหมาะสม การรูจ้ ักการหลกี เล่ียงสิง่ เสพตดิ และส่งิ สาคัญคอื การสร้างภมู คิ มุ้ กันให้กบั คนในชุมชน โดยผนึก กาลังทุกภาคส่วน ใหร้ ่วมคิด รว่ มทา ร่วมรบั ผิดชอบ และร่วมแรงร่วมใจเปน็ พลงั ของแผ่นดนิ ท่จี ะตอ่ สู้เพื่อ เอาชนะปญั หายาเสพติด ดงั น้ัน กศน.ตาบลนาปา่ ได้เลง็ เหน็ ความสาคัญ จงึ ไดจ้ ดั ทาโครงการชุมชนนาป่า ตา้ นยาเสพตดิ ขึ้น วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอื่ ใหผ้ เู้ ข้ารบั การอบรม มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั ยาเสพติดและโทษพิษภยั ของยาเสพตดิ 2. เพ่ือให้ผ้เู ข้ารับการอบรมรู้วธิ กี ารปฏิบัตติ นใหห้ ่างไกลจากยาเสพตดิ เปำ้ หมำย เชงิ ปรมิ ำณ มผี ู้เขา้ ร่วมโครงการ จานวน 21 คน เชิงคุณภำพ ผู้เขา้ รว่ มโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั ยาเสพตดิ และโทษพษิ ภยั ของยาเสพติด รวมทั้งวธิ ีการปฏิบัติ ตนให้ห่างไกลจากยาเสพตดิ
ผลลพั ธ์ ประชาชนในเขตพื้นท่ีตาบลนาปา่ ร้อยละ 80 มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับยาเสพตดิ และโทษ พิษภยั ของยาเสพติด รวมทั้งวิธีการปฏบิ ตั ิตนใหห้ ่างไกลจากยาเสพตดิ ดชั นีตวั ชวี้ ัดผลสำเรจ็ ของโครงกำร ตัวชว้ี ัดผลผลติ - มีผู้เข้าร่วมโครงการ ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเปา้ หมาย - ผู้เข้ารว่ มโครงการ มีความพงึ พอใจในระดบั ดีขึน้ ไปไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตัวช้ีวดั ผลลัพธ์ - ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการ ไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 20 สามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ใน ชวี ติ ประจาวนั ได้ - ผ้เู ขา้ รว่ มโครงการ สามารถไปขยายผลได้ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 5 ของเป้าหมาย
บทที่ 2 เอกสำรกำรศกึ ษำและรำยงำนที่เกย่ี วข้อง ในการจดั ทารายงานโครงการ คร้งั น้ี ผู้จดั ทาโครงการชมุ ชนนาปา่ ตา้ นยาเสพติด ได้ทาการค้นคว้า เนอ้ื หาเอกสารการศกึ ษาและรายงานทเี่ กย่ี วข้อง ดงั น้ี 1. ยุทธศาสตร์และจุดเน้นการดาเนินงาน สานกั งาน กศน.ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563 2. แนวทาง/กลยทุ ธก์ ารดาเนินงานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ของ กศน. อาเภอเมืองชลบุรี 3. กศน. WOW 4. เอกสารงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง - ความรเู้ ร่ืองเก่ียวกบั ยาเสพติด - ความรเู้ รือ่ งเกี่ยวกบั โทษพิษภยั ของยาเสพติด 1.นโยบำยและจุดเนน้ กำรดำเนนิ งำน สำนกั งำน กศน.ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2563 วิสยั ทัศน์ คนไทยได้รบั โอกาสการศกึ ษาและการเรียนรตู้ ลอดชวี ิตอย่างมีคณุ ภาพ สามารถดารงชวี ิตทเ่ี หมาะสม กับชว่ งวัย สอดคล้องกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมที ักษะทีจ่ าเป็นในโลกศตวรรษที่ 21 พันธกิจ 1. จัดและส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยท่มี คี ุณภาพ เพ่ือยกระดับ การศกึ ษา พฒั นาทักษะการเรียนรขู้ องประชาชนทกุ กล่มุ เป้าหมายให้เหมาะสมทุกชว่ งวัย พร้อมรบั การเปลย่ี นแปลงบริบททางสงั คม และสรา้ งสงั คมแห่งการเรียนรตู้ ลอดชวี ติ 2 ส่งเสริม สนบั สนุน และประสานภาคีเครือข่าย ในการมีสว่ นร่วมจัดการศกึ ษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั และการเรยี นรู้ตลอดชีวติ รวมทงั้ การดาเนินกิจกรรมของศูนย์การเรียนและแหล่ง การเรียนรู้อ่นื ในรปู แบบตา่ ง ๆ 3. ส่งเสรมิ และพฒั นาการนาเทคโนโลยที างการศึกษา และเทคโนโลยีดิจิทลั มาใชใ้ หเ้ กิด ประสทิ ธภิ าพในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ใหก้ บั ประชาชนอยา่ งท่วั ถึง 4.พฒั นาหลกั สูตรรปู แบบการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ส่ือและนวตั กรรม การวดั และประเมนิ ผลในทกุ รูปแบบให้สอดคลอ้ งกบั บริบทในปัจจบุ ัน 5. พัฒนาบคุ ลากรและระบบการบรหิ ารจดั การให้มปี ระสทิ ธิภาพ เพ่อื มุ่งจัดการศึกษาและ การเรียนร้ทู ี่มีคณุ ภาพ โดยยดึ หลกั ธรรมาภิบาล
เปำ้ ประสงค์ 1. ประชาชนผู้ดอ้ ย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมท้งั ประชาชนทวั่ ไปได้รบั โอกาส ทางการศกึ ษาในรูปแบบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตาม อธั ยาศัย ท่ีมคี ุณภาพอย่างเทา่ เทยี มและทวั่ ถึง เปน็ ไปตามสภาพ ปัญหา และความตอ้ งการของแตล่ ะ กลุ่มเปา้ หมาย 2. ประชาชนไดร้ บั การยกระดับการศึกษา สร้างเสรมิ และปลูกฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรม และ ความเป็นพลเมือง อันนาไปส่กู ารยกระดับคณุ ภาพชวี ิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งใหช้ ุมชน เพอ่ื พฒั นาไปสู่ ความมนั่ คงและยง่ั ยืนทางด้านเศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ประวตั ิศาสตร์ และสง่ิ แวดล้อม 3.ประชาชนไดร้ ับโอกาสในการเรยี นรู้และมเี จตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยที เ่ี หมาะสม สามารถคิด วิเคราะห์ และประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั รวมท้งั แก้ปญั หาและพฒั นาคุณภาพชีวติ ได้อย่าง สร้างสรรค์ 4.ประชาชนไดร้ บั การสรา้ งและส่งเสริมให้มนี สิ ัยรักการอ่านเพื่อการแสวงหาความร้ดู ้วยตนเอง 5.ชุมชนและภาคเี ครือข่ายทุกภาคสว่ น รว่ มจัด ส่งเสรมิ และสนบั สนุนการดาเนินงานการศกึ ษานอก ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย รวมทัง้ การขับเคลื่อนกิจกรรมการเรียนรู้ของชมุ ชน 6. หน่วยงานและสถานศึกษาพฒั นา เทคโนโลยีทางการศกึ ษา เทคโนโลยดี จิ ิทลั มาใช้ ในการยกระดบั คุณภาพในการจดั การเรียนร้แู ละเพ่มิ โอกาสการเรยี นรูใ้ ห้กบั ประชาชน 7. หนว่ ยงานและสถานศึกษาพัฒนาส่ือและการจดั กระบวนการเรียนรู้ เพื่อแกป้ ัญหาและพฒั นา คณุ ภาพชีวติ ท่ีตอบสนองกบั การเปล่ยี นแปลงบรบิ ทด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสง่ิ แวดล้อม รวมทง้ั ตามความตอ้ งการของประชาชนและชมุ ชนในรูปแบบทห่ี ลากหลาย 8. หน่วยงานและสถานศึกษามรี ะบบการบริหารจดั การที่เป็นไปตามหลกั ธรรมาภิบาล 9.บุคลากรของหน่วยงานและสถานศึกษาไดร้ ับการพัฒนาเพ่อื เพมิ่ สมรรถนะในการปฏิบัติงาน การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอย่างมปี ระสิทธิภาพ ตวั ชว้ี ดั ตัวชี้วดั เชิงปริมำณ 1. จานวนผู้เรียนการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาชัน้ พน้ื ฐานท่ไี ด้รบั การสนบั สนุนค่าใช้จ่ายตาม สิทธทิ ่กี าหนดไว้ 2. จานวนของคนไทยกลุ่มเปา้ หมายต่าง ๆ ท่เี ข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนร/ู้ เขา้ รับบริการกจิ กรรม การศึกษาต่อเนื่อง และการศึกษาตามอัธยาศยั ท่ีสอดคลอ้ งกับสภาพ ปัญหา และความต้องการ 3. รอ้ ยละของกาลังแรงงานที่สาเรจ็ การศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ ข้ึนไป 4. จานวนภาคีเครอื ข่ายท่ีเข้ามามสี ว่ นรว่ มในการจดั /พฒั นา/ส่งเสริมการศึกษา (ภาคเี ครือข่าย : สถานประกอบการ องคก์ ร หนว่ ยงานท่ีมาร่วมจดั /พัฒนา/ส่งเสรมิ การศึกษา) 5. จานวนประชาชน เด็ก และเยาวชนในพื้นทส่ี ูง และชาวไทยมอแกน ในพ้ืนที่ 5 จงั หวัด
11 อาเภอได้รบั บริการการศึกษาตลอดชีวิตจากศนู ยก์ ารเรยี นชมุ ชนสังกดั สานักงาน กศน. 6. จานวนผู้รบั บริการในพืน้ ท่ีเปา้ หมายได้รบั การส่งเสรมิ ด้านการรู้หนังสือและการพัฒนาทกั ษะชีวิต 7. จานวนนักเรียนนักศึกษาที่ไดร้ บั บรกิ ารตวิ เข้มเต็มความรู้ 8. จานวนประชาชนท่ไี ดร้ บั การฝกึ อาชีพระยะส้นั สามารถสร้างอาชีพเพ่อื สร้างรายได้ 9. จานวน ครู กศน. ตาบล จากพ้นื ที่ กศน.ภาค ไดร้ บั การพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการ สอนภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่อื สาร 10. จานวนประชาชนท่ไี ด้รบั การฝึกอบรมภาษาต่างประเทศเพ่ือการสื่อสารดา้ นอาชีพ 11. จานวนผสู้ ูงอายภุ าวะพ่ึงพิงในระบบ Long Term Care มีผู้ดูแลท่มี คี ุณภาพและมาตรฐาน 12. จานวนประชาชนท่ผี า่ นการอบรมจากศูนยด์ ิจิทลั ชมุ ชน 13. จานวนศูนยก์ ารเรียนชุมชน กศน. บนพ้ืนทสี่ งู ในพื้นท่ี 5 จังหวดั ทสี่ ่งเสรมิ การพัฒนาทักษะการ ฟงั พดู ภาษาไทยเพ่ือการสื่อสาร รว่ มกนั ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ตชด. และกศน. 14. จานวนบุคลากร กศน. ตาบลทส่ี ามารถจัดทาคลังความรไู้ ด้ 15. จานวนบทความเพื่อการเรยี นรตู้ ลอดชีวิตในระดบั ตาบลในหัวข้อต่าง ๆ 16. จานวนหลกั สตู รและสอ่ื ออนไลนท์ ่ีให้บริการกบั ประชาชน ท้ังการศึกษานอกระบบระดับ การศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน การศึกษาตอ่ เน่ือง และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ตวั ช้ีวดั เชิงคณุ ภำพ 1. รอ้ ยละของคะแนนเฉล่ยี ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติ การศึกษานอกระบบ (N-NET)ทกุ รายวชิ าทุกระดบั 2. รอ้ ยละของผูเ้ รียนที่ได้รับการสนับสนนุ การจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานเทียบกับคา่ เปา้ หมาย 3. ร้อยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายท่ีลงทะเบยี นเรียนในทุกหลักสตู ร/กจิ กรรมการศึกษา ตอ่ เนอ่ื งเทยี บกบั เป้าหมาย 4. รอ้ ยละของผ้ผู ่านการฝกึ อบรม/พฒั นาทักษะอาชพี ระยะสั้นสามารถนาความร้ไู ปใช้ ในการประกอบอาชีพหรอื พัฒนางานได้ 5. รอ้ ยละของผ้เู รียนในเขตพ้ืนทจ่ี งั หวดั ชายแดนภาคใตท้ ่ีได้รับการพฒั นาศกั ยภาพ หรอื ทกั ษะด้าน อาชีพ สามารถมีงานทาหรือนาไปประกอบอาชีพได้ 6. รอ้ ยละของผจู้ บหลักสูตร/กิจกรรมท่ีสามารถนาความรู้ความเข้าใจไปใช้ไดต้ ามจุดมุง่ หมาย ของหลกั สูตรกิจกรรม การศึกษาต่อเนื่อง 7. รอ้ ยละของประชาชนท่ีไดร้ ับบรกิ ารมคี วามพงึ พอใจต่อการบรกิ าร/เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ การศึกษาตามอธั ยาศยั 8. รอ้ ยละของประชาชนกลุ่มเป้าหมายทีไ่ ด้รบั บรกิ าร/ข้ารว่ มกิจกรรมทมี่ คี วามร้คู วามเข้าใจ/เจตคติ ทักษะ ตามจุดมงุ่ หมายของกิจกรรมที่กาหนด ของการศึกษาตามอธั ยาศัย
9. รอ้ ยละของนกั เรยี น/นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นในวชิ าที่ได้รบั บริการติวเข้มเต็มความรู้ เพมิ่ สงู ข้นึ 10. รอ้ ยละของผู้สงู อายุท่เี ปน็ กล่มุ เป้าหมาย มีโอกาสมาเขา้ ร่วมกจิ กรรมการศึกษาตลอดชีวิต นโยบำยเรง่ ด่วนเพือ่ ร่วมขับเคลอ่ื นยทุ ธศำสตรก์ ำรพฒั นำประเทศ 1.ยทุ ธศำสตร์ด้ำนควำมมนั คง 1.1 พัฒนาและเสรมิ สรา้ งความจงรักภกั ดตี อ่ สถาบันหลักของชาติ โดยปลูกฝังและ สรา้ งความตระหนักรถู้ งึ ความสาคญั ของสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสรมิ สร้างความรักและความภาคภูมิใจใน ความเปน็ คนไทยและชาติไทย นอ้ มนาและเผยแพร่ศาสตรพ์ ระราชา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงรวมถึง แนวทางพระราชดาริตา่ ง ๆ 1.2 เสรมิ สร้างความรู้ความเข้าใจทถี่ ูกต้อง และการมีส่วนร่วมอยา่ งถูกต้องกับการ ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ ในบรบิ ทของไทย มคี วามเปน็ พลเมืองดี ยอมรบั และเคารพความหลากหลายทางความคดิ และอดุ มการณ์ 1.3 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพอ่ื ปอ้ งกันและแก้ไขปญั หาภยั คุกคาม ในรปู แบบใหม่ ทงั้ ยาเสพติด การคา้ มนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภยั พิบัตจิ ากธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ล 1.4 ยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาและสร้างเสริมโอกาสในการเข้าถึงบรกิ ารการศึกษา การพัฒนาทักษะ การสร้างอาชีพ และการใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัด ชายแดนภาคใต้ และพนื้ ทีช่ ายแดนอ่ืน ๆ 1.5 สรา้ งความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วฒั นธรรมของประเทศ เพื่อนบ้านยอมรับและเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์ุ และชาวต่างชาติท่ีมีความหลากหลาย ในลักษณะพหุสังคมที่อย่รู ว่ มกนั 2 ยทุ ธศำสตร์ด้ำนกำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขัน 2.1 เร่งปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพ กศน. เพื่อยกระดับทักษะด้านอาชีพของประชาชนให้ เป็นอาชีพท่ีรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (First S - curve และ New S-curve) โดยบูรณาการ ความร่วมมือในการพฒั นาและเสริมทกั ษะใหมด่ ้านอาชีพ (Upskill & Reskill) รวมถงึ มุง่ เน้นสรา้ งโอกาสในการ สร้างงาน สร้างรายได้ และตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงานท้ังภาคอุตสาหกรรมและการบริการ โดยเฉพาะในพ้ืนทีเ่ ขตระเบียงเศรษฐกิจ และเขตพัฒนาพิเศษตามภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศสาหรับพื้นที่ปกติ ใหพ้ ัฒนาอาชีพทีเ่ นน้ การต่อยอดศักยภาพและตามบรบิ ทของพ้ืนท่ี 2.2 จัดการศกึ ษาเพ่ือพัฒนาพน้ื ท่ภี าคตะวนั ออก ยกระดับการศกึ ษาให้กับประชาชนให้จบ การศึกษาอย่างน้อยการศึกษาภาคบังคับ สามารถนาคุณวุฒิที่ได้รับไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ รวมท้ัง พัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพตามความต้องการของประชาชน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ตอบสนองต่อ บริบทของสังคมและชมุ ชน รวมท้ังรองรับการพฒั นาเขตพื้นที่ระเบยี บเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) 2.3 พัฒนาและสง่ เสริมประชาชนเพอื่ ตอ่ ยอดการผลิตและจาหน่ายสนิ ค้าและผลติ ภณั ฑ์
ออนไลน์ 1) เร่งจดั ตัง้ ศนู ย์ให้คาปรึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ Brand กศน.เพื่อยกระดับคุณภาพ ของสินค้าและผลติ ภัณฑ์ การบริหารจัดการทคี่ รบวงจร (การผลิต การตลาด การส่งออก และสรา้ งช่องทาง จาหน่าย) รวมท้ังส่งเสรมิ การใชป้ ระโยชนจ์ ากเทคโนโลยีดิจิทัลในการเผยแพร่และจาหนา่ ยผลิตภณั ฑ์ 2) พฒั นาและคัดเลือกสุดยอดสนิ ค้าและลติ ภัณฑ์ กศน. ในแตล่ ะจงั หวดั พรอ้ มทง้ั ประสาน ความรว่ มมือกบั สถานบี ริการน้ามันในการเปน็ ซ่องทางการจาหน่ายสุดยอดสินคา้ และผลติ ภณั ฑ์ กศน. ให้กว้างขวางยิ่งข้ึน 3 ยุทธศำสตร์กำรพัฒนำและเสริมสร้ำงศักยภำพทรัพยำกรมนุษย์ 3.1 พัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมและการเรียนรู้ เป็นผู้เช่ือมโยงความรู้กับ ผู้เรียนและผู้รับบริการ มีความเป็น \"ครูมืออาชีพ\" มีจิตบริการ มีความรอบรู้และทันต่อการเปล่ียนแปลงของ สังคมและเป็น \"ผู้อานวยการการเรียนรู้\" ทสี่ ามารถบรหิ ารจดั การความรู้ กจิ กรรม และการเรียนร้ทู ีด่ ี 1) เพิ่มอัตราข้าราชการครูให้กับ กศน. อาเภอทุกแห่ง โดยเร่งดาเนินการเร่ืองการหาอัตราตาแหน่ง การสรรหา บรรจุ และแต่งตงั้ ข้าราชการครู 2) พฒั นาขา้ ราชการครใู นรปู แบบครบวงจร ตามหลักสตู รท่เี ชอ่ื มโยงกบั วิทยฐานะ 3) พัฒนาครู กศน.ตาบลให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาทักษะ การจดั การเรยี นการสอนออนไลน์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทกั ษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ 4) พัฒนาศึกษานเิ ทศก์ ใหส้ ามารถปฏิบัตกิ ารนเิ ทศได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ 5) พัฒนาบุคลากร กศน.ทุกระดับทุกประเภทให้มีทักษะความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและ ภาษาต่างประเทศท่จี าเปน็ 3.2 พฒั นาแหล่งเรยี นร้ใู ห้มีบรรยากาศและสภาพแวดลอ้ มที่เอ้ือตอ่ การเรียนรู้ มีความพร้อม ในการให้บริการกิจกรรมการศึกษาและการเรียนรู้ เป็นแหล่งสารสนเทศสาธารณะท่ีง่ายต่อการเข้าถึง มี บรรยากาศท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นคาเช่าพื้นที่การเรียนรู้สาหรับคนทุกช่วงวัย มีสิ่งอานวยความสะดวก มี บรรยากาศสวยงามมีชีวิต ท่ดี งึ ดดู ความสนใจ และมคี วามปลอดภยั สาหรับผ้ใู ชบ้ ริการ 1) เร่งยกระดับ กศน.ตาบลนาร่อง 928 แห่ง (อาเภอละ 1 แห่ง) ให้เป็น กศน.ตาบล 5 ดี พรีเม่ียม ท่ีประกอบด้วย ครูดี สถานที่ดี (ตามบริบทของพื้นที่) กิจกรรมดี เครือข่ายดี และมีนวัตกรรมการ เรียนรู้ท่ดี มี ีประโยชน์ 2) จัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ กศน. เพื่อยกระดับการเรียนรู้ ใน 6 ภูมิภาค เป็นพ้ืนที่การเรียนรู้ (Co - Learning Space) ท่ีทันสมัยสาหรับทุกคน มีความพร้อมในการให้บริการต่าง ๆ อาทิ พ้ืนที่สาหรับการ ทางาน/การเรียนรู้ พ้ืนที่สาหรับกิจกรรมต่าง ๆ มีห้องประชุมขนาดเล็ก รวมทั้งทางานร่วมกับห้องสมุด ประชาชนในการให้บริการในรูปแบบห้องสมุดดิจิทัล บริการอินเทอร์เน็ต สื่อมัลติมีเดีย เพ่ือรองรับการเรียนรู้ แบบ Active Learning
3) พัฒนาห้องสมุดประชาชน \"เฉลมิ ราชกมุ ารี\" ใหเ้ ป็น Digital Library โดยให้มบี ริการหนงั สือใน รปู แบบ e - Book บรกิ ารคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตความเรว็ สูง รวมทั้ง Free Wifi เพอ่ื การสบื คน้ ข้อมูล 3.3 สง่ เสรมิ การจัดการเรียนรู้ทที่ นั สมยั และมปี ระสทิ ธภิ าพ เอ้ือต่อการเรียนรู้สาหรับทกุ คน สามารถ เรียนได้ทุกทีท่ ุกเวลา มีกิจกรรมท่หี ลากลาย นา่ สนใจ สนองตอบความต้องการของชุมชน เพ่อื พัฒนาศักยภาพ การเรียนรขู้ องประชาชน รวมทงั้ ใชป้ ระโยชนจ์ ากประชาชนในชุมชนในการร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรูเ้ พ่ือ เชอ่ื มโยงความสัมพนั ธ์ของคนในชุมชนไปสู้การจัดการความร้ขู องชุมชนอย่างยั่งยืน 1) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีปลูกฝังคุณธรรม สร้างวินัย จิตสาธารณะ ความรับผิดชอบต่อ ส่วนรวม และการมีจิตอาสา ผ่านกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ อาทิ กิจกรรมลูกเสือ กศน. กิจกรรมจิตอาสา ตลอดจนสนับสนุนให้มกี ารจดั กิจกรรมเพอื่ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมใหก้ บั บคุ ลากรในองคก์ ร 2) จัดใหม้ หี ลักสตู รลูกเสือมัคคุเทศก์ โดยให้สานักงาน กศน.จังหวัดทุกแห่ปกทม. จัดตั้งกองลูกเสือ ท่ี ลูกเสือมีความพร้อมด้านทักษะภาษาต่างประเทศ เป็นลูกเสือมัคคุเทศก์จังหวัดละ 1 กอง เพื่อส่งเสริมลูกเสือ จติ อาสาพัฒนาการท่องเทยี่ วในแต่ละจังหวัด 3.4 เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ประสาน ส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย ท้ังภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพือ่ สร้างความเขา้ ใจ และให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับ ประชาชนอยา่ งมคี ณุ ภาพ 1) เร่งจดั ทาทาเนยี บภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ ในแต่ละตาบล เพื่อใชป้ ระโยชนจ์ ากภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ ในการสรา้ งการเรียนร้จู ากองคค์ วามรใู้ นตัวบุคคลใหเ้ กิดการถา่ ยทอดภูมปิ ญั ญา สร้างคุณค่าทางวัฒนธรรม อยา่ งย่งั ยนื 2) สง่ เสรมิ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ สู่การจัดการเรียนรู้ชุมชน 3) ประสานความร่วมมอื กบั ภาคเี ครือข่ายเพอ่ื การขยายและพฒั นาการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยให้เข้าถึงกลมุ่ เป้าหมายทุกกลมุ่ อย่างกว้างขวางและมคี ุณภาพ อาทิ กลุ่มผสู้ งู อายุ กล่มุ อสม. 3.5 พัฒนานวัตกรรมทางการศึกษาเพ่ือประโยชน์ต่อการจดั การศึกษาและกลุม่ เป้าหมาย 1) พฒั นาการจัดการศึกษาออนไลน์ กศน. ทงั้ ในรูปแบบของการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน การพัฒนาทักษะ ชวี ติ และทักษะอาชพี การศึกษาตามอธั ยาศยั รวมทั้งการพัฒนาช่องทางการคา้ ออนไลน์ 2) สง่ เสรมิ การใช้เทคโนโลยใี นการปฏบิ ัตงิ าน การบริหารจัดการ และการจัดการเรยี นรู้ 3) ส่งเสริมใหม้ ีการใชก้ ารวจิ ยั อยา่ งงา่ ยเพ่ือสรา้ งนวตั กรรมใหม่ 3.6 พัฒนาศกั ยภาพคนด้านทักษะและความเข้าใจในการใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ิทลั (Digital Literacy)
1) พฒั นาความรู้และทักษะเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั ของครูและบคุ ลากรทางการศึกษา เพื่อพฒั นา รปู แบบการจัดการเรยี นการสอน 2) ส่งเสรมิ การจดั การเรียนรดู้ ้านเทคโนโลยดี ิจทิ ลั เพอ่ื ใหป้ ระชาชนมที ักษะความเขา้ ใจและ ใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ ัลทีส่ ามารถนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวัน รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ 3.7 พฒั นาทักษะภาษาต่างประเทศเพ่ือการส่ือสารของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ อยา่ งเปน็ รูปธรรม โดยเนน้ ทกั ษะภาษาเพ่ืออาชีพ ทัง้ ในภาคธรุ กจิ การบริการ และการท่องเที่ยว รวมท้ังพฒั นา สือ่ การเรียนการสอนเพอ่ื สง่ เสรมิ การใชภ้ าษาเพื่อการส่อื สารและการพฒั นาอาชพี 3.8 เตรยี มความพร้อมการเข้าส่สู ังคมผ้สู ูงอายุทีเ่ หมาะสมและมีคุณภาพ 1) ส่งเสรมิ การจดั กิจกรรมใหก้ บั ประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงการเตรียมพร้อมเข้าสู่ สังคมผู้สงู อายุ (Aging Society) มคี วามเข้าใจในพฒั นาการของชว่ งวัย รวมทงั้ เรยี นรู้และมีสว่ นรว่ มในการดแู ล รบั ผดิ ชอบผู้สงู อายุในครอบครวั และชุมชน 2) พฒั นาการจัดบริการการศึกษาและการเรยี นรสู้ าหรบั ประชาชนในการเตรียมความพร้อม เข้าสูว่ ัยสงู อายทุ เ่ี หมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสาหรบั ผสู้ ูงอายุภายใตแ้ นวคดิ \"Active Aging\" การศกึ ษาเพือ่ พฒั นาคุณภาพชวี ติ และพัฒนาทักษะชวี ิต ใหส้ ามารถดแู ลตนเองทงั้ สุขภาพกายและสขุ ภาพจิต และร้จู ักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 4) สรา้ งความตระหนักถึงคุณค่าและศกั ด์ิศรีของผ้สู งู อายุ เปิดโอกาสให้มีการเผยแพร่ภูมิปัญญาของ ผสู้ งู อายุ และให้มีส่วนร่วมในกจิ กรรมดา้ นต่าง ๆ ในชมุ ชน เชน่ ดา้ นอาชีพ กีฬา ศาสนาและวฒั นธรรม 5) จดั การศึกษาอาชีพเพื่อรองรบั สังคมผู้สูงอายุ โดยบรู ณาการความร่วมมือกับหนว่ ยงาน ท่ีเก่ยี วข้อง ในทุกระดบั 3.9 การสง่ เสริมวิทยาศาสตร์เพอื่ การศึกษา 1) จดั กิจกรรมวทิ ยาศาสตร์เชิงรุก และเนน้ ให้ความรวู้ ิทยาศาสตรอ์ ยา่ งงา่ ยกับประชาชนในชุมชนทัง้ วทิ ยาศาสตรใ์ นวิถชี ีวิต และวิทยาศาสตรใ์ นชวี ิตประจาวนั 2) พฒั นาสือ่ นิทรรศการเละรูปแบบการจัดกจิ กรรมทางวิทยาศาสตร์ใหม้ คี วามทันสมยั 3.10 สง่ เสริมการร้ภู าษาไทยให้กบั ประชาชนในรปู แบบต่าง ๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขตพ้นื ท่สี งู ให้ สามารถฟัง พูด อ่าน และเขยี นภาษาไทย เพ่ือประโยชนใ์ นการใช้ชวี ติ ประจาวันได้ 4 ยุทธศำสตร์ตน้ กำรสร้ำงโอกำสและควำมเสมอภำคทำงสงั คม 4.1 จดั ตัง้ ศูนยก์ ารเรยี นรสู้ าหรับทกุ ชว่ งวยั ที่เป็นศูนยก์ ารเรยี นรูต้ ลอดชวี ติ ทสี่ ามารถให้บรกิ าร ประชาชนได้ทุกคน ทุกช่วงวัย ท่ีมกี จิ กรรมทห่ี ลากหลาย ตอบสนองความต้องการในการเรียนรู้ในแตล่ ะวัยและ เปน็ ศูนยบ์ ริการความรู้ ศนู ย์การจัดกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกชว่ งวัย เพ่อื ใหม้ ีพฒั นาการเรียนรูท้ เี่ หมาะสมและมี ความสขุ กับการเรยี นรู้ตามความสนใจ 1) เร่งประสานกับสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน เพอื่ จัดทาฐานข้อมลู โรงเรยี นท่ีถูกยุบ รวม หรอื คาดวา่ นา่ จะถูกยบุ รวม
2) ให้สานกั งาน กศน.จังหวดั ทกุ แห่งทีอ่ ยใู่ นจังหวดั ทมี่ โี รงเรียนท่ีถูกยุบรวม ประสานขอใช้ พืน้ ทเ่ี พอ่ื จดั ต้ังศนู ย์การเรยี นรู้สาหรบั ทกุ ชว่ งวยั กศน. 4.2 สง่ เสริมและสนบั สนนุ การจัดการศึกษาและการเรยี นรสู้ าหรบั กลมุ่ เปา้ หมายผู้พกิ าร 1) จัดการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน การศกึ ษาเพื่อพฒั นาทกั ษะชวี ติ และทักษะอาชีพ และการศึกษา ตามอธั ยาศัย โดยเน้นรูปแบบการศึกษาออนไลน์ 2) ให้สานกั งาน กศน.จงั หวดั ทกุ แห่ง/กทม. ทาความรว่ มมือกับศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจา จงั หวัด ในการใชส้ ถานที่ วสั ดุอปุ กรณ์ และครุภณั ฑด์ า้ นการศกึ ษา เพอ่ื สนบั สนนุ การจดั การศกึ ษาและการ เรียนรสู้ าหรับกลุ่มเป้าหมายผู้พกิ าร 4.3 ยกระดบั การศึกษาให้กบั กลุ่มเปา้ หมายทหารกองประจาการ รวมทัง้ กลุ่มเป้าหมาย พเิ ศษอน่ื ๆ อาทิ ผตู้ อ้ งขงั คนพิการ เด็กออกกลางคนั ประชากรวยั เรียนทอ่ี ยนู่ อกระบบการศกึ ษา ใหจ้ บการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน สามารถนาความรทู้ ่ีได้รบั ไปพัฒนาตนเองได้อย่าง ต่อเนื่อง 4.4 พฒั นาหลกั สูตรการจดั การศกึ ษาอาชีพระยะสนั้ ให้มคี วามหลากหลาย ทนั สมยั เหมาะสมกับ บริบทของพนื้ ท่ี และตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้รับบรกิ าร 5. ยุทธศำสตรด์ ำ้ นกำรสร้ำงกำรเติบโตบนคุณภำพชีวติ ทเี่ ป็นมติ รต่อสิ่งแวดล้อม 5.1 สง่ เสรมิ ให้มีการให้ความรู้กับประชาชนในการรบั มอื และปรับตัวเพื่อลดความเสียหาย จากภัยธรรมชาติและผลกระทบท่ีเก่ยี วข้องกบั การเปล่ียนแปลงสภาพภมู อิ ากาศ 5.2 สรา้ งความตระหนักถงึ ความสาคญั ของการสร้างสงั คมสีเขียว ส่งเสรมิ ความรู้ใหก้ ับประชาชน เกย่ี วกับการคดั แยกตัง้ แต่ตน้ ทาง การกาจดั ขยะ และการนากลบั มาใชช้ า้ เพ่ือลดปริมาณและตน้ ทนุ ในการ จดั การขยะของเมือง และสามารถนาขยะกลบั มาใชป้ ระโยชน์ไดโ้ ดยงา่ ย รวมทั้งการจดั การมลพิษในชุมชน 5.3 สง่ เสรมิ ให้หนว่ ยงานและสถานศึกษาใชพ้ ลังงานที่เปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม รวมทง้ั ลดการใช้ ทรพั ยากรท่สี ง่ ผลกระทบต่อสิง่ แวดลอ้ ม เชน่ รณรงคเ์ ร่ืองการลดการใชถ้ งุ พลาสตกิ การประหยดั ไฟฟ้า เป็นตน้ 6. ยุทธศำสตร์ด้ำนกำรปรับสมดลุ และพัฒนำระบบหำรบรหิ ำรจดั กำรภำครัฐ 6.1 พฒั นาและปรับระบบวธิ ีการปฏบิ ัติราชการให้ทนั สมัย มคี วามโปรง่ ใส ปลอดการทจุ รติ และ ประพฤติมิชอบ บริหารจัดการบนข้อมลู และหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ มุ่งผลสัมฤทธ์มิ ีความโปร่งใส 6.2 นานวัตกรรมและเทคโนโลยรี ะบบการทางานท่เี ปน็ ดจิ ิทัล มาใชใ้ นการบริหารและพัฒนางาน สามารถเชอื่ มโยงกับระบบฐานข้อมูลกลางของกระทรวงศึกษาธกิ าร พร้อมท้ังพฒั นาโปรแกรมออนไลนท์ ่ี สามารถเชอ่ื มโยงข้อมูลตา่ ง ๆ ทีท่ าให้การบรหิ ารจัดการเป็นไปอย่างต่อเนื่องกันต้ังแต่ตน้ จนจบกระบวนการ และให้ประชาชนกลุ่มเปา้ หมายสามารถเข้าถงึ บรกิ ารได้อย่างทันที ทุกที่และทกุ เวลา 6.3 สง่ เสริมการพัฒนาบุคลากรทกุ ระดับอย่างต่อเนอ่ื ง ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐาน ตาแหน่ง ให้ตรงกับสายงาน ความชานาญ และความต้องการของบุคลากร
2. แนวทำง/กลยุทธก์ ำรดำเนนิ งำนกำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั ของ กศน.อำเภอเมอื งชลบุรี ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอเมอื งชลบุรี ได้กาหนดทิศทางการ ดาเนินงาน ตามแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา และแผนปฏิบัตกิ ารประจาปี โดยมีรายละเอยี ด ดงั น้ี ทิศทำงกำรดำเนนิ งำนของสถำนศกึ ษำ ✍ ปรัชญำ “คดิ เป็น ทาเป็น เนน้ ICT” ✍ วสิ ยั ทศั น์ “จดั การศึกษาตลอดชีวิต ผูกมติ รกับเครือข่าย กระจายความร้สู ชู่ มุ ชน ทกุ ทีท่ ุกเวลาดว้ ย ICT มี อาชีพและแข่งขนั ในประชาคมอาเซียนอยา่ งยั่งยนื ” ✍ อตั ลกั ษณ์ “ก้าวไปในยุคดจิ ทิ ัล” ✍เอกลกั ษณ์ “องคก์ รออนไลน์” ✍ พันธกิจ 1. จดั และส่งเสรมิ ใหผ้ ้เู รยี น มีความรู้การศึกษาข้ันพ้ืนฐานอยา่ งมคี ณุ ภาพ 2. จดั การศึกษาอาชีพให้ผู้เรียนมอี าชพี ทาได้ ขายเป็น และมีทักษะชีวติ ท่เี หมาะสมทกุ ช่วงวยั 3. จัดและสง่ เสริมใหป้ ระชาชนนาเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพ่อื พฒั นาตนเองและสร้างชอ่ งทางการจาหนา่ ย สนิ คา้ 4. จดั และส่งเสริมการศึกษาตามอธั ยาศยั ที่มงุ่ ให้ผู้รับบริการมีนิสยั รกั การอ่าน และพัฒนาแหลง่ เรยี นรู้ ในชุมชน 5. จดั และส่งเสรมิ สนบั สนุน พฒั นาแหลง่ เรยี นรู้ ส่ือ และภมู ิปัญญาท้องถ่ิน 6. จัดและส่งเสรมิ การศกึ ษาตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชนใหม้ ี ความเขม้ แขง็ อย่างยัง่ ยืน 7. จดั และสง่ เสรมิ ประชาชนให้เปน็ พลเมืองดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย 8. ส่งเสริม สนบั สนนุ ภาคีเครือข่าย ให้มีส่วนรว่ มในการจดั การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม อธั ยาศยั เพ่ือให้เกิดการเรยี นรตู้ ลอดชีวิต 9. พัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนร้ใู หส้ อดคลอ้ งกับพ้นื ที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค ตะวนั ออก (EEC) และความต้องการของกลมุ่ เปา้ หมาย
10. พัฒนาบุคลากรใหม้ ีสมรรถนะในการปฏบิ ตั งิ านตามบทบาทหนา้ ที่อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและ ต่อเนอ่ื งโดยเน้นการนาเทคโนโลยีดจิ ทิ ัลมาใช้ในการบริหารจัดการ 11. สถานศกึ ษามรี ะบบการบรหิ ารจัดการตามหลักธรรมมาภิบาล 12. ปฏบิ ัตงิ านอนื่ ๆ ที่ได้รบั มอบหมาย ✍เป้ำประสงค์ และตัวช้ีวดั ควำมสำเรจ็ ตวั ชีว้ ดั ควำมสำเร็จ ร้อยละของประชากรกลมุ่ ต่างๆ (กลมุ่ ประชากรวยั แรงงาน เปำ้ ประสงค์ ปกติทว่ั ไป กลุ่มประชากรวยั แรงงานท่ีเปน็ ผู้ยากไร้ ประชาชนไดร้ ับโอกาสทางการศกึ ษาในรูปแบบของ ผดู้ ้อยโอกาส ผ้พู ิการ และกลมุ่ ผู้สงู อายุ) ที่ไดร้ บั บริการ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ทีม่ ี การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อย่างทวั่ ถึง คุณภาพอย่างทัว่ ถึงและเปน็ ธรรม ครอบคลมุ และเปน็ ธรรม ร้อยละของผเู้ รยี นทเี่ ขา้ รับการศกึ ษาอาชพี เพ่อื การมีงานทาท่ีมี ผเู้ รยี นท่เี ขา้ รับการฝึกอาชีพมสี มรรถนะในการ สมรรถนะในการประกอบอาชีพที่เพม่ิ ขึน้ ประกอบอาชพี สามารถประกอบอาชพี ทีส่ รา้ งรายได้ ใหก้ บั ตนเองและครอบครัวได้ จานวนของภาคเี ครือขา่ ยในการดาเนินงานการศึกษานอก องคก์ รภาคสว่ นต่างๆรว่ มเป็นภาคเี ครอื ขา่ ยในการ ระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยเพมิ่ มากข้ึน ดาเนนิ งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อธั ยาศยั อยา่ งกวา้ งขวาง รอ้ ยละของของผูเ้ รียนที่มีความพึงพอใจตอ่ การใชเ้ ทคโนโลยี สถานศกึ ษานาเทคโนโลยีดิจิทลั มาใชใ้ นการเพม่ิ ดิจทิ ัลของสถานศึกษา ประสิทธภิ าพการจดั การศกึ ษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอธั ยาศยั อยา่ งทัว่ ถงึ รอ้ ยละของบคุ ลากรของสถานศกึ ษาท่ไี ดร้ บั การพัฒนาเพ่อื เพม่ิ บคุ ลากรของสถานศึกษาไดร้ ับการพฒั นาเพื่อเพิม่ สมรรถนะในการปฏิบตั งิ านการศึกษานอกระบบและ สมรรถนะในการปฏิบตั งิ านการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอธั ยาศยั โดยเน้นการนาเทคโนโลยดี ิจทิ ัลมาใชใ้ น การศกึ ษาตามอัธยาศยั อยา่ งทัว่ ถึง การบรหิ ารจดั การ ร้อยละของสถานศึกษามกี ารพฒั นาระบบการบริหารจัดการ สถานศึกษามีการพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การเพอ่ื เพ่ือเพิ่มประสทิ ธภิ าพโดยเน้นการนาเทคโนโลยีดิจทิ ลั ในการ เพ่ิมประสทิ ธิภาพโดยเน้นการนาเทคโนโลยดี จิ ิทลั ใน ดาเนินงานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั การดาเนนิ งานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษา ตามอธั ยาศัย รอ้ ยละของบคุ ลากรของสถานศกึ ษาปฏิบัตงิ านไดเ้ ตม็ บุคลากรของหนว่ ยงานปฏิบตั ิงานตามที่ได้รับ ประสิทธภิ าพ มอบหมายอย่างมีประสทิ ธิภาพ ✍กลยุทธ์ กลยทุ ธท์ ี่ 1 ส่งเสริม และพัฒนาคณุ ภาพการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ใหเ้ ป็นไป ตามนโยบายและมาตรฐานการศึกษาอยา่ งต่อเน่ือง กลยุทธท์ ่ี 2 สง่ เสรมิ ให้ผู้รบั บริการได้รับการพฒั นาคุณภาพชีวิตโดยใช้กระบวนการคิดเปน็ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กลยทุ ธ์ที่ 3 ส่งเสริม สนับสนุนให้ภาคเี ครอื ขา่ ยมสี ว่ นรว่ มในการจดั การศกึ ษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศยั เพื่อใหเ้ กิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต กลยุทธ์ท่ี 4 พฒั นาหลกั สตู รและรูปแบบการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ให้สอดคลอ้ งกับพนื้ ท่เี ขตพฒั นา พเิ ศษภาคตะวนั ออก (EEC) และความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยการมีส่วนรว่ มของภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ และแหล่งเรียนรู้ท้งั ภาครฐั และเอกชน กลยทุ ธท์ ี่ 5 สง่ เสรมิ ใหม้ ีการประชาสัมพนั ธ์ ในรูปแบบทีห่ ลากหลาย กลยุทธ์ท่ี 6 พฒั นาระบบการนิเทศภายในสถานศกึ ษาโดยใชก้ ระบวนการมีสว่ นรว่ มจากทกุ ภาคส่วน กลยุทธท์ ่ี 7 พัฒนาระบบคุณภาพการศึกษาโดยใช้วงจรการพัฒนาคุณภาพ (PDCA) เปน็ หลักในการ จดั การศึกษา กลยทุ ธ์ที่ 8 พฒั นาบุคลากรของสถานศกึ ษาใหม้ ีความสามารถใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ัลเพื่อการจดั กระบวนการเรียนรู้ การบริหารจัดการ และสง่ เสริมการทางานเปน็ ทมี ✍เขม็ มุ่งสคู่ วำมสำเรจ็ 1.มี กศน.ตาบลเป็นหลักแหล่ง 2. มคี อม /อุปกรณ์ครบทุก กศน.ตาบล 3. ใหท้ ุกคนมีความรู้ ICT 4. มรี ะบบจัดเกบ็ /รายงานผา่ นออนไลน์ 5. ภายใน1-2 ปตี อ้ งเป็น 1 ใน กศน.จงั หวดั 6. ภายใน 3 ปีต้องเปน็ 1-5 ของสานกั งาน กศน. ✍กำรบรหิ ำรนำ ICT สูก่ ำรปฏิบตั ิ 1.การจัดหาคอม /อุปกรณ์ 2.ข้นั การพฒั นา 3.การประเมินผล/รายงาน 1. กำรจัดหำคอมฯ/อุปกรณ์ 1.1 การเปดิ ตัว กศน.ตาบล โดย 1) เชิญสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.),สมาชกิ วฒุ ิสภา (ส.ว.) เปน็ ต้น 2) นานกั ศึกษา กศน. หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ปจั จบุ นั มที งั้ สิ้น 4,621 คน 3) เชิญภาคเี ครือขา่ ย อาทิเช่น โรงเรยี น, อบต., เทศบาล, อบจ. , อาเภอ เป็นต้น 4) เสนอโครงการพฒั นา กศน.ตาบล ให้เปน็ แหลง่ เรยี นรู้ด้านดจิ ิทัล 1.2 เชญิ ส.ส./ส.ว. เข้าร่วมทุกกิจกรรม 1) โครงการเขา้ คา่ ยต่าง ๆของนกั ศึกษา กศน. 2) โครงการวันวิชาการ ของนักศึกษา กศน. 3) โครงการ อ่นื ๆ
2. ขัน้ กำรพัฒนำ 2.1 พฒั นาระบบ จะพฒั นาระบบการจัดเก็บ/รายงานต่างๆผ่านออนไลน์ 2.2 พัฒนาคน 1) ครู กศน./จนท.ทุกคน 2) นกั ศกึ ษา กศน.หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 ทง้ั 2 กล่มุ เป้าหมาย ตอ้ งมีความรู้ ดา้ น ICT และสามารถนาไปประยุกตใ์ ชไ้ ด้ สาหรบั ในสว่ นของนักศกึ ษา กศน. หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 กศน.อาเภอเมืองชลบรุ ี จะตอ้ งประกาศเป็นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ พรอ้ มท้งั ใช้งบอุดหนุน (กิจกรรมพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน) ในการ ขบั เคลอื่ น โดยจดั โครงการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียน ด้าน ICT พร้อมท้ังจัดทาสรุปเป็นรปู เล่ม ( 5 บท) 3.กำรประเมินผล/รำยงำน 3.1 รายงานผ่านออนไลน์ โดยผ่านทางเครือขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ http://118.172.227.194:7008/choncity/ และ จดั ทา Application รายงานผา่ นทางสมาร์ทโฟน 3.2 รายงานสรุปผลเป็นรูปเล่ม (5 บท) จัดทาสรปุ ผลโครงการ/กิจกรรม เปน็ รูปเล่ม (5บท) เพื่อรองรบั การประเมินคุณภาพโดยตน้ สังกัด และภายนอก ✍แผนพฒั นำคุณภำพกำรศกึ ษำ (เฉพำะปี 2563) เปำ้ ประสงค์ กลยทุ ธ์ โครงกำร/กจิ กรรม เป้ำหมำย ตัวช้วี ัด เกณฑ์ควำมสำเรจ็ 8,000 คน ควำมสำเรจ็ (ร้อยละ) 1. กลุ่มเป้าหมาย กลยทุ ธท์ ี่ 1 1. โครงการ 1. กลุม่ เป้าหมาย 8,000 คน ไดร้ ับโอกาสทาง 1. ร้อยละของ ได้รับโอกาสทาง ส่งเสริม ยกระดับจัด การศึกษาแต่ละ กลมุ่ เป้าหมาย ประเภทของ กศน. ไดร้ ับโอกาสทาง การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน และพฒั นา การศกึ ษานอก 2. ผ้จู บหลกั สูตร การศกึ ษาแต่ละ การศกึ ษาขั้น ประเภทของ กศน. การศกึ ษาตอ่ เนื่อง คุณภาพ ระบบระดบั พืน้ ฐานแตล่ ะระดับ 2. รอ้ ยละของผูจ้ บ มีผลสัมฤทธิ์ หลกั สตู รการศกึ ษา และการศึกษาตาม การศกึ ษา การศึกษาขน้ั ทางการเรยี นเฉล่ยี ข้นั พืน้ ฐานแตล่ ะ > 2.00 ระดับมผี ลสมั ฤทธิ์ อัธยาศยั ท่มี ีคณุ ภาพ นอกระบบ พน้ื ฐานให้มี 3. กลมุ่ เป้าหมาย ทางการเรยี นเฉลย่ี ร่วมกจิ กรรม > 2.00 ให้เป็นไปตามความ และ คุณภาพ พฒั นาคุณภาพ 3. รอ้ ยละของ กลุ่มเป้าหมายรว่ ม ต้องการและ การศกึ ษา 2. โครงการพัฒนา สอดคล้องกับสภาพ ตาม คุณภาพผเู้ รยี น ปัญหาของ อัธยาศยั ให้ กศน.ตามหลักสูตร กลุ่มเป้าหมาย เป็นไปตาม การศึกษานอก 5.กลุ่มเป้าหมาย นโยบาย ระบบระดบั ไดร้ ับการสง่ เสริม และ การศึกษาข้นั
และสนบั สนนุ การ มาตรฐาน พน้ื ฐาน ผ้เู รียน กจิ กรรมพัฒนา พฒั นาคุณภาพชวี ติ การศึกษา พุทธศักราช 2551 4. กลมุ่ เปา้ หมาย คุณภาพผูเ้ รยี น ตามหลักปรัชญาของ อย่าง 3. โครงการสง่ เสริม 27 คน เขา้ ร่วมกจิ กรรม 4.รอ้ ยละของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ต่อเนอ่ื ง การรหู้ นงั สือ ส่งเสรมิ การรู้ กล่มุ เปา้ หมายเข้า เพอ่ื พัฒนาสงั คม สาหรับประชาชน หนังสอื ร่วมกิจกรรม และชุมชนให้มีความ อาเภอเมืองชลบุรี 5. กลุ่มเป้าหมาย ส่งเสรมิ การรู้ เขม้ แข็งอย่างย่ังยืน 4. โครงการจดั 1,020 คน ทุกประเภท หนงั สอื 3.กลมุ่ เป้าหมาย การศกึ ษาเพอ่ื สามารถนาความรู้ 5. ร้อยละของ ไดร้ บั การสร้างและ พัฒนาอาชพี (ศนู ย์ ไปใช้ในการพฒั นา กลมุ่ เปา้ หมายทุก ส่งเสริมให้เปน็ ผ้รู ัก ฝึกอาชพี ชมุ ชน) อาชีพหรอื คุณภาพ ประเภทสามารถ การอ่านและใฝร่ ใู้ ฝ่ ชีวติ ได้ นาความรไู้ ปใช้ใน เรียนอย่างตอ่ เนื่อง 6. กลุม่ เปา้ หมายมี การพัฒนาอาชพี ตลอดชีวติ คณุ ลักษณะท่พี งึ หรอื คุณภาพชวี ติ ประสงค์ตาม ได้ จุดมุ่งหมายของ หลักสตู ร เปำ้ ประสงค์ กลยทุ ธ์ โครงกำร/กจิ กรรม เปำ้ หมำย ตัวชวี้ ัด เกณฑ์ควำมสำเรจ็ 285 คน ควำมสำเรจ็ (รอ้ ยละ) กลยุทธท์ ี่ 3 1. โครงการเรียนรู้ 7. กลมุ่ เป้าหมายมี สง่ เสริม ปรชั ญาของ ส่วนรว่ มในการจัด 6. ร้อยละของ สนบั สนนุ ให้ เศรษฐกิจพอเพยี ง การศึกษานอก กลุ่มเป้าหมายมี ภาคี และเกษตรทฤษฎี ระบบและการจดั คณุ ลักษณะท่ีพึง เครือขา่ ยมี ใหม่ การศกึ ษาตาม ประสงคต์ าม สว่ นรว่ มใน 2.โครงการ อธั ยาศยั จดุ ม่งุ หมายของ การจดั เสริมสรา้ งคุณภาพ 2. มบี ้านหนังสอื หลักสูตร การศกึ ษา ชีวติ ที่เปน็ มิตรกับ ชมุ ชนท่ีเป็นไปตาม 7. ร้อยละของ นอกระบบ สิ่งแวดล้อม เกณฑค์ รบทุก กล่มุ เปา้ หมายมี และ 3.โครงการเกษตร ตาบลอยา่ งน้อย ความพงึ พอใจตอ่ การศกึ ษา ยคุ ใหมต่ ามวถิ ี ตาบลละ 1 แหง่ การร่วมกิจกรรม ตาม ความพอเพยี ง 3. มมี มุ หนังสอื เพื่อ การเรียนรทู้ ุก ประเภท
อธั ยาศัย 4.โครงการอบรม ชุมชนอยา่ งนอ้ ย 1. ร้อยละ 80 เพ่อื ให้เกดิ การเรียนรู้ เชิงปฏิบตั กิ าร ตาบลละ 1 ของกลุ่มเป้าหมาย ตลอดชีวิต ดา้ นเศรษฐกิจ ความพึงพอใจตอ่ ได้รับการสง่ เสรมิ พอเพยี ง การร่วมกิจกรรม การเรยี นรทู้ างด้าน 5.โครงการปรชั ญา การเรยี นรทู้ ุก หลักปรัชญาของ ของเศรษฐกิจ 11,500 คน ประเภท เศรษฐกจิ พอเพยี ง พอเพียง 1. กลุ่มเป้าหมาย 2. รอ้ ยละ 80 นาวิถีพอเพียงสู่ ได้รับการสง่ เสริม ของกลมุ่ เปา้ หมาย ชมุ ชน การเรียนรู้ทางดา้ น นาความรไู้ ปใช้ใน 6.โครงการอบรม หลกั ปรชั ญาของ การพัฒนาอาชีพ และเรยี นรตู้ ามรอย เศรษฐกจิ พอเพียง และพฒั นา พระยคุ ลบาทด้วย 2. กลมุ่ เปา้ หมาย คุณภาพชวี ิตได้ หลกั ปรชั ญาของ นาความรไู้ ปใช้ใน 3. รอ้ ยละ 90 ของ เศรษฐกิจพอเพยี ง การพัฒนาอาชพี กลมุ่ เป้าหมายมี 7.โครงการเรียนรู้ และพัฒนา ความพงึ พอใจใน เศรษฐกิจพอเพยี ง คุณภาพชีวติ ได้ ระดับดีขน้ึ ไป และการพฒั นาท่ี 3. กล่มุ เปา้ หมายมี ยงั่ ยนื \"วถิ ไี ทย วิถี ความพงึ พอใจใน พอเพียง\" ระดับดีขึน้ ไป เป้ำประสงค์ กลยุทธ์ โครงกำร/กิจกรรม เป้ำหมำย ตวั ชวี้ ัด เกณฑค์ วำมสำเร็จ ควำมสำเร็จ (ร้อยละ) 9.สถานศกึ ษาพฒั นา กลยุทธ์ที่ 4 1. โครงการส่งเสรมิ 800 คน 1. กลุม่ เปา้ หมาย สอ่ื แหล่งเรยี นรู้และ พัฒนา การอา่ นเพอื่ พฒั นา ภาคเี ครือข่ายมี 1. ร้อยละ 80 ของ ภมู ิปญั ญาทอ้ งถน่ิ หลักสตู ร บ้านหนงั สอื ชุมชน แหง่ 4 เปา้ หมายภาคี ดว้ ยการจัด และรูปแบบ 2. โครงการ กลมุ่ เปา้ หมายมี เครือข่ายมีสว่ น กระบวนการเรยี นรู้ การจดั ห้องสมดุ เคล่ือนท่ี ความพงึ พอใจใน ร่วมในการจดั ทีต่ อบสนองกับการ กิจกรรม สาหรบั ชาวตลาด 17 ตาบล ระดับดขี น้ึ ไป การศึกษานอก เปล่ยี นแปลงบรบิ ท การเรียนรู้ 3.โครงการเมอื งนกั 1.กลุ่มเป้าหมาย ระบบและการจัด ดา้ นเศรษฐกจิ สังคม ให้ อา่ น ได้รบั การพฒั นา การศกึ ษาตาม การเมือง ในรปู แบบ สอดคลอ้ ง 4.โครงการอา่ น ชวี ติ ใหส้ อดคล้อง อัธยาศัย ทหี่ ลากหลาย กบั พน้ื ทีเ่ ขต สร้างงานผา่ น กบั พ้ืนที่เขตพฒั นา 2. มบี า้ นหนังสือ ชุมชนทีเ่ ป็นไปตาม
พฒั นา QRCode พิเศษภาค เกณฑค์ รบทุก พิเศษภาค ตะวนั ออก ตะวันออก (EEC) ตาบลอยา่ งน้อย (EEC) และความ 4. กลุม่ เปา้ หมายมี ตาบลละ 1 แห่ง ต้องการของ กลุ่มเป้าหม ความพึงพอใจใน 3. มมี มุ หนงั สือ าย โดยการ มีส่วนรว่ ม ระดบั ดีขนึ้ ไป เพอ่ื ชมุ ชนอยา่ ง ของ นอ้ ยตาบลละ 1 1. กศน.อาเภอ แหง่ และกศน.ตาบลมี 4. รอ้ ยละ 80 ของ การอพั เดทขอ้ มูล กล่มุ เป้าหมายมี การประชาสมั พนั ธ์ ความพึงพอใจใน กจิ กรรมทางเว็บ ระดับดขี น้ึ ไป ไซดเ์ ป็นประจาทกุ เดือน เปำ้ ประสงค์ กลยทุ ธ์ โครงกำร/กจิ กรรม เป้ำหมำย ตัวชีว้ ดั เกณฑค์ วำมสำเรจ็ ควำมสำเร็จ (ร้อยละ) ภมู ปิ ญั ญา 1. โครงการ 17 ตาบล 1. สถานศกึ ษามี คู่มอื ระบบการ 1. รอ้ ยละ 75 ท้องถิ่นและ English นา่ รู้ คู่ นิเทศภายใน ของกลมุ่ เป้าหมาย 2. ผูน้ เิ ทศมกี าร ไดร้ บั การพฒั นา แหล่งเรียนรู้ Service โรงแรม นิเทศการจดั ชีวติ ให้สอดคลอ้ ง กจิ กรรมและ กบั พ้ืนที่เขตพฒั นา ทั้งภาครฐั 2.โครงการ Smart รายงานผลเปน็ พิเศษภาค ประจาทกุ เดือน ตะวนั ออก (EEC) และเอกชน ONIE เพ่อื สร้าง 2. ร้อยละ 80 ของ กลยุทธท์ ี่ 5 Smart farmers ส่งเสริมให้มี 3.โครงการ Digital การ Literacy
ประชาสัมพั (เพอื่ สร้างสังคม กลุ่มเปา้ หมายมี ความพงึ พอใจใน นธ์ ใน ออนไลน)์ ระดบั ดีข้ึนไป 1. รอ้ ยละ 100 รปู แบบที่ 4.โครงการการคา้ ของ กศน.อาเภอ และ กศน.ตาบลมี หลากหลาย ออนไลน์ สสู่ ังคม การอัพเดทข้อมลู การประชาสัมพนั ธ์ กลยทุ ธท์ ่ี 6 Digital กิจกรรมทางเว็บ ไซด์ พัฒนา 5.โครงการเพิ่ม เปน็ ประจาทกุ เดือน ระบบการ ประสทิ ธิภาพการ 1. รอ้ ยละ 100 ของสถานศกึ ษามี นเิ ทศ บริหารจดั การขยะ คูม่ ือระบบการ นเิ ทศภายใน 7.ชมุ ชนและภาคี ภายใน มลู ฝอย 2. รอ้ ยละ 80 ของ ผ้นู ิเทศมีการนิเทศ เครอื ขา่ ยร่วมจดั สถานศึกษา 1. โครงการพัฒนา การจัดกิจกรรม และรายงานผล สง่ เสริมและ โดยใช้ ระบบ เปน็ ประจาทกุ เดอื น สนับสนนุ การ กระบวนกา ประชาสมั พนั ธ์ของ ดาเนินงาน รมสี ว่ นร่วม สถานศกึ ษา การศึกษานอกระบบ จากทกุ ภาค 1. โครงการพฒั นา และการศกึ ษาตาม ส่วน บุคลากรการนเิ ทศ อัธยาศยั ภายในสถานศกึ ษา กศน.อาเภอเมือง ชลบุรี เป้ำประสงค์ กลยทุ ธ์ โครงกำร/กจิ กรรม เปำ้ หมำย ตวั ช้วี ัด เกณฑ์ควำมสำเร็จ ควำมสำเรจ็ (ร้อยละ) 10.สถานศกึ ษามี กลยุทธ์ท่ี 7 1. โครงการบริหาร 39 คน 1. สถานศึกษามี ระบบการบริหาร พฒั นา ความเส่ียงของ คูม่ อื การบริหาร 1. สถานศึกษามี จดั การตามหลัก ระบบ สถานศึกษา กศน. ความเสยี่ ง คู่มือการบรหิ าร ธรรมาภิบาล คุณภาพ อาเภอเมืองชลบรุ ี 2. รายงานสถานะ ความเส่ียง การศึกษา 2. โครงการพฒั นา ทางการเงินเปน็ 2. รายงานสถานะ โดยใชว้ งจร ระบบประกนั ประจาทกุ เดือน ทางการเงินเปน็ ประจาทกุ เดือน
การพัฒนา คุณภาพการศกึ ษา คุณภาพ กศน.อาเภอเมือง (PDCA) ชลบรุ ี เป็นหลกั ใน การจดั การศึกษา 8. บคุ ลากรของ กลยุทธ์ที่ 8 1.โครงการพฒั นา 39 คน 1.บคุ ลากรของ 1. รอ้ ยละ 80 ของ สถานศกึ ษาได้รบั สถานศึกษาทุกคน บุคลากรของ การพัฒนาเพื่อเพมิ่ พฒั นา บคุ ลากรด้าน ไดร้ บั การพัฒนาเพ่อื สถานศกึ ษาทุกคน สมรรถนะในการ บคุ ลากร วิชาการ:Google เพิ่มสมรรถนะใน ได้รบั การพฒั นา ปฏิบตั งิ านตาม ของ Form การปฏบิ ัติงานตาม เพอ่ื เพมิ่ สมรรถนะ บทบาทหนา้ ทอี่ ย่าง สถานศึกษา 2.โครงการพัฒนา บทบาทหน้าทอ่ี ยา่ ง ในการปฏิบตั ิงาน มีประสทิ ธภิ าพและ ให้มี บุคลากรด้าน มีประสทิ ธิภาพและ ตามบทบาทหนา้ ท่ี ตอ่ เน่ือง ความสามา วชิ าการ:การจัดทา ต่อเนื่อง อย่างมี รถใช้ สอ่ื การเรยี นการ 2.บุคลากรของ ประสิทธภิ าพและ เทคโนโลยี สอน Clip Video สถานศึกษาสามารถ ต่อเนอื่ ง ดจิ ทิ ัลเพื่อ 3.โครงการบริหาร นาความรไู้ ปใช้ใน 2. ร้อยละ 80 การจดั จดั การขอ้ มลู การพฒั นาการ ของบุคลากรของ กระบวนกา ขา่ วสาร กศน.ฝา่ ปฏบิ ตั งิ านตาม สถานศึกษา รเรยี นรู้ กระแส Social บทบาทหนา้ ท่ีอยา่ ง สามารถนาความรู้ Network มปี ระสทิ ธภิ าพ ไปใชใ้ นการ 3. บคุ ลากรของ พฒั นาการ การบริหาร 4.โครงการประชุม สถานศกึ ษามีความ ปฏิบตั ิงานตาม พงึ พอใจในระดับดี บทบาทหนา้ ที่ จดั การ และ บคุ ลากรเพ่ือเพม่ิ ขน้ึ ไป อย่างมี ประสทิ ธภิ าพ ส่งเสริมการ ประสทิ ธภิ าพในการ ทางานเปน็ ปฏิบัติงาน ทมี 5.โครงการประชุม เชิงปฏิบัติการการ จัดกระบวนการ เรียนการสอน 3. กศน. WOW 1.พฒั นาครู กศน.และบคุ ลากรที่เกย่ี วข้องกบั การจัดกจิ กรรมการศึกษาและเรยี นรู้:GOOD TEACHER เพ่ิมอตั รำขำ้ รำชกำรครู กศน. 928 อัตรำ - เร่งดาเนินการเรอื่ งการหาอัตราตาแหนง่ การสรรหา บรรจุ แต่งตงั้ ข้าราชการครู กศน. พฒั นำครแู ละบุคลำกร กศน. -พัฒนาครู กศน.
-พัฒนาศึกษานิเทศก์ -พฒั นาบุคลากร กศน.ทุกระดับ ทกุ ประเภท 4. เอกสำรงำนท่เี กีย่ วขอ้ ง ควำมรู้เกยี่ วกับยำเสพติด ประเทศไทยต้องเผชิญกับปญั หายาเสพตดิ มาช้านาน โดยสภาพปัญหาได้เปล่ียนแปลงไปตาม สภาวะการณข์ องโลกในยุคปัจจุบัน ซึ่งถือวา่ เปน็ กล่มุ เส่ยี งสาคัญท่ีต้องมีการเฝา้ ระวงั อย่างใกล้ชดิ เนื่องจากมี โอกาสเข้าไปเกย่ี วข้องกบั ยาเสพตดิ ควรไดร้ บั การเสรมิ สรา้ งภูมคิ ุม้ กนั ต่อยาเสพติด และปจั จัยย่ัวยตุ า่ งๆ รวมทั้งการเสรมิ สรา้ งทกั ษะชีวติ เพอื่ ป้องกนั การกลบั ไปใช้ซ้า ซ่งึ เม่ือจาแนกชนิดยาเสพติดท่มี ีผ้เู ข้ารับการ บาบัดรักษามากทส่ี ดุ คอื ยาบ้า รอ้ ยละ 75.20 รองลงมา คือ กญั ชา ร้อยละ 6.83 และกระทอ่ ม รอ้ ยละ 4.17 ด้านพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดทนี่ ่าเปน็ กงั วล คือ การใช้ยาเสพตดิ มากกวา่ 1 ชนดิ รว่ มกันมีแนวโนม้ เพิ่มข้นึ ซ่งึ สง่ ผลใหก้ ารบาบดั รักษามีความยุง่ ยาก ซบั ซ้อนมากขนึ้ นอกจากนป้ี ัจจบุ ันยังพบวา่ เด็กและเยาวชนมกี ารนา สารต่างๆ ทหี่ าได้ง่ายมาผสมกันเพื่อให้ออกฤทธิเ์ หมือนสารเสพติด ซ่งึ เด็กและเยาวชนมกี ารทดลองด่ืมสาร เหล่านเี้ น่ืองจากมองว่าเกิดจากสว่ นผสมของสารท่ีไมเ่ ปน็ อันตราย โดยท่ไี ม่ไดค้ านึงวา่ มฤี ทธเ์ิ สพตดิ ปญั หาสาร เสพตดิ เปน็ ปญั หาทีเ่ ป็นภยั ร้ายแรงต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิต สง่ ผลต่อพฒั นาการทั้งด้านรา่ งกาย จติ ใจ และสมองโดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ทง้ั ในระยะส้นั และระยะยาว กระทบต่อการพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ ของประเทศเยาวชนท่ีมอี ายตุ ่ากว่า 25 ปี เป็นกล่มุ ประชากรทีม่ ขี นาดใหญ่ ซ่ึงเป็นวัยที่ดาเนนิ ชีวิตในช่วงหวั เล้ียวหวั ต่อ ใฝห่ าความรู้ อยากเหน็ อยากลองของใหม่ รกั พวกพ้อง รกั เพื่อน เช่อื เพื่อน และมองหาแบบอยา่ ง เพอื่ ดาเนนิ รอยตามแบบ ทัศนคตทิ ่ีผดิ ๆเกยี่ วกับการใชส้ ารเสพติดในวัยรุ่น เช่น การเสพไอซ์ ทาให้ผอม ผวิ ขาว การเสพยาบ้าทาใหเ้ พ่ิมความตน่ื เต้นในการมเี พศสมั พันธ์ อ่านหนงั สอื ไดน้ านขึน้ ทาให้มกี าลังวังชา ทาให้มี จิตใจแจม่ ใส ทาให้มสี ขุ ภาพดี ทาใหส้ ติปญั ญาดี สามารถรกั ษาโรคบางอย่างได้ จากทัศนคติดังกล่าวทาใหเ้ กิด ความรูส้ ึกอยากลองใช้ จนมีการติดสารเสพตดิ นั้นในท่สี ุด ความหมายสำรเสพติด คอื สารใด ๆ กต็ ามท่ีไมใ่ ชอ่ าหารซ่ึงสามารถมผี ลกระทบต่อการทางานของ รา่ งกายและจติ ใจ ยาเสพติดสามารถเปลี่ยนความคิด ความรสู้ กึ และการกระทาของบุคคลได้ โดยแบง่ ตาม ประเภทการออกฤทธิต์ ่อจติ ประสาท ได้แก่ สารกระตุ้นประสาท คอื สารทก่ี ระตุ้นรา่ งกายและการทางานของสมองใหท้ างานเร็วข้นึ ไดแ้ ก่ บหุ รี่ โคเคน ยาบ้า ไอซ์ กระท่อม สารกดประสาท คอื สารทีท่ าใหร้ า่ งกายและการทางานของสมองชา้ ลง ไดแ้ ก่ เหล้า เฮโรอีน ยาหลอนประสาท คือ สารที่ทาให้การมองเห็น ความรู้สึก และการไดย้ นิ เปล่ยี นแปลงไป ได้แก่ ยาอี ยาเค สารทอ่ี อกฤทธผิ์ สมผสาน คอื สารท่มี ีการออกฤทธิ์กดประสาท กระตุ้นประสาท หรือหลอนประสาทได้ พร้อมๆกนั ไดแ้ ก่ กัญชา
โทษพษิ ภยั ของยำเสพติด 1. ยำบ้ำ ยาบ้า (ยามา้ เมทแอมเฟตามีน หรือแอมเฟตามนี ) มีลักษณะเป็นเม็ดกลมสสี ้ม แดง นา้ ตาล เขียว มีอักษร WY, Y, R การออกฤทธิ์ ยาบ้าจะออกฤทธโิ์ ดยการเขา้ ไปกระตุน้ ประสาท ทาให้ผู้เสพมอี าการติดยาท้ังทางรา่ งกายและจติ ใจ เมื่อฤทธ์ยิ า เขา้ สรู่ า่ งกายในชว่ งระยะแรกทเ่ี สพใหม่ๆ จะออกฤทธิ์กระตุ้นร่างกายใหม้ ีอาการต่อไปน้ี เกิดการตืน่ ตัว ไมง่ ่วง มกี าลงั วงั ชา อัตราการเตน้ ของจังหวะหวั ใจเรว็ ข้นึ ความดันโลหิตสูง มีอาการใจส่นั ตึงเครยี ด โทษของยาบ้า เม่ือฤทธิ์ยาหมดลง ผ้เู สพจะมีอาการออ่ นเพลียมากกว่าปกติ ระบบส่งั การทางสมองทางานชา้ ลง การตัดสินใจ ช้าและเป็นสาเหตุท่ีก่อใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุรา้ ยแรงขนึ้ ได้ และหากยังคงเสพยาบา้ ติดตอ่ กันเป็นเวลานาน หรอื เสพ มากเกินขนาด ฤทธย์ิ ากจ็ ะยงิ่ ทาลายระบบประสาทในร่างกายจนส่งผลเสียลุกลามมากข้นึ ไปอีก ได้แก่ สมองเส่ือม มอี าการประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา วติ กกังวล หวาดระแวง เสยี สติ คลมุ้ คลัง่ เป็นบา้ จนสามารถทารา้ ยผู้อ่นื และตนเองได้ เกิดภาวะหมดสติ และทาใหเ้ สยี ชีวติ ได้ 2. เฮโรอีน การออกฤทธ์ิ เฮโรอีนจะเปน็ สารเสพติดมลี ักษณะเปน็ ผงสขี าวท่ีมีฤทธ์ิกดระบบประสาท ทาให้ผู้เสพรสู้ ึกผ่อนคลายจาก ความเครยี ด มีความสุข และลดอาการเจ็บปวดได้ หรอื ไม่ทาใหร้ ูส้ กึ เจ็บปวดเลย รวมถงึ ทาให้รสู้ กึ เหมือนมนึ เมา สมองและการรบั รจู้ ะเบลอคล้ายกบั อาการก่งึ งว่ งก่ึงตื่น ทาใหผ้ ้เู สพรสู้ ึกวา่ ตนเองได้หลีกหนจี ากความวุ่นวายและความเครยี ดภายในจิตใจ โทษของเฮโรอนี เฮโรอนี เปน็ ยาเสพติดท่ีทาให้ผ้เู สพติดไดง้ ่ายทัง้ ด้านรา่ งกายและจิตใจ รวมถึงทาใหเ้ กดิ โทษระยะยาวทเี่ ปน็ อนั ตรายถึงชีวติ ได้ ไดแ้ ก่ อาการปวดตามสว่ นตา่ งๆ ได้แก่ กล้ามเน้ือ กระดูก ข้อต่อ สนั หลงั บ้ันเอวและปวดศรี ษะอยา่ งรนุ แรง
ผิวหนังออกเป็นสีแดง มีอาการจุกภายในอกราวกบั จะขาดใจตาย อ่อนเพลยี อย่างหนกั มีอาการหนาวๆ ร้อนๆ นอนไม่หลับ กระสบั กระส่าย ทุรนทรุ ายอดึ อดั บางรายอาจมีอาการชกั ตาตั้ง น้าลายไหลฟูมปาก มา่ นนัยต์ตาดาหดลง มนึ งง ความจาเสื่อม หายใจไม่ออก หวั ใจเต้นช้าลง เกดิ ภาวะเสน้ เลอื ดหดตัว เส่ยี งตอ่ การเป็นโรคเส้นเลอื ดในสมองอุดตนั เปน็ โรคปอดอักเสบ ตบั และไตเสอื่ ม เป็นโรคซมึ เศร้า โรวติ กกงั วล นอกจากนี้ ผูเ้ สพเฮโรอนี ทต่ี ิดเชอ้ื ไวรสั เอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus: HIV) อยสู่ ามารถเป็นผูท้ ่ี แพรเ่ ชื้อดงั กลา่ วให้ระบาดไปสูผ่ ้อู ื่นตอ่ ไปดว้ ย หากใช้เขม็ ฉีดยาหรือมีเพศสมั พันธโ์ ดยไมผ่ ่านการป้องกนั 3. ยำอี ยำเลฟิ เอค็ ซต์ ำซี การออกฤทธ์ิ ยาดังกลา่ วหลงั จากเสพไปแล้ว ฤทธยิ์ าจะออกภายในเวลา 45 นาที ซง่ึ ฤทธ์ิยาสามารถอยูใ่ นร่างกายได้ยาวนาน ประมาณ 6–8 ช่วั โมง ยาชนิดนี้มักแพรร่ ะบาดในกลมุ่ วยั รุ่นท่ีนยิ มเทยี่ วกลางคืน โทษของยาอี ยาเลิก เอค็ ซต์ าซี ในครั้งแรกที่เสพ ตัวยาจะออกฤทธ์กิ ระตุ้นประสาทเพยี งแค่ระยะสนั้ ๆ จากนน้ั จะออกฤทธ์หิ ลอนประสาท ส่งผลให้ผู้เสพมีอาการตดิ ยาทางด้านจติ ใจในเวลาต่อมา และมีอาการรว่ มอย่างอนื่ ตามมาดว้ ย ไดแ้ ก่ ใจสน่ั ระดับความดันโลหิตสงู เหง่ือออกเยอะ เกดิ ความเปลี่ยนแปลงเกยี่ วกับระบบประสาทการรับรู้ทั้งหมด ส่งผลท้งั การไดย้ ิน และการมองเห็นแสงสตี ่างๆ ที่มีความผิดปกตไิ ปจากความจริง เกิดอาการเคลิบเคล้ิม ไมส่ ามารถควบคุมอารมณข์ องตนเองได้
4. โคเคน การออกฤทธิ์ โคเคนออกฤทธ์ิโดยการกระตุ้นระบบประสาท และจะส่งผลทางดา้ นจติ ใจมากกวา่ ด้านร่างกาย แต่ท้ังน้ขี ้ึนอยู่ กบั วธิ ี และปรมิ าณทเ่ี สพเข้าไปดว้ ย และผูเ้ สพอาจรู้สึกขาดยาซงึ่ เป็นอาการทเ่ี กิดขึน้ ดา้ นรา่ งกายบา้ ง แตจ่ ะไม่ รุนแรงเท่าใดนัก โทษของโคเคน โคเคนเป็นยาเสพติดท่ีอันตรายตอ่ ระบบไหลเวียนเลอื ด รวมไปถึงอตั ราการเต้นของหวั ใจ โดยฤทธิ์จากโคเคนจะ สง่ ผลใหผ้ ้เู สพมอี าการตอ่ ไปนี้ ระดบั ความดนั โลหิตสงู หวั ใจเตน้ อยา่ งรนุ แรง กระวนกระวาย มไี ข้ นอนไม่หลับ ผนังจมกู ขาดเลือด สง่ ผลใหเ้ ยื่อบโุ พรงจมูกฝอ่ มีการฉีกขาดหรอื ทะลุ สมองจะไดร้ บั การถูกกระตุน้ อยา่ งรุนแรง ทาให้มอี าการชกั เลือดออกในสมอง เกิดเน้ือสมองตายในบางส่วน เพราะสารโคเคนจะเขา้ ไปทาใหห้ ัวใจจะได้รบั การกระตุ้นอยู่เสมอ ทาให้กลา้ มเนื้อหัวใจเสือ่ มสภาพลงทีละ น้อยๆ จนกระทั่งหัวใจไมส่ ามารถบีบตวั ตอ่ ไปได้ไหว และทาให้ผเู้ สพมภี าวะหวั ใจลม้ เหลวในที่สุด นอกจากน้ี หากยังคงเสพติดต่อกันเปน็ เวลานาน ยังทาใหเ้ กิดโรคซมึ เศรา้ อย่างหนกั ได้ด้วย 5. ยำเค การออกฤทธ์ิ ยาเคเป็นสารเสพตดิ ท่จี ะออกฤทธิ์หลอนประสาทได้อยา่ งรุนแรงมาก โดยผ้เู สพจะมีอาการเคลิบเคลมิ้ เข้าใจผิด คิดว่าตนเองเป็นผู้ทม่ี ีอานาจวิเศษ การรบั ร้แู ละการตอบสนองกบั สง่ิ แวดล้อมรอบตวั จะเปล่ียนไป ไม่วา่ จะเป็น การมองภาพ แสง สีและการได้ยินเสียง ซง่ึ จะมีอาการสญู เสยี กระบวนการคดิ รว่ มด้วย โทษของยาเค ฤทธ์ิของยาเคมกั สง่ ผลตอ่ ระบบการคดิ การรบั รูแ้ ละตอบสนองของผู้เสพ โดยจะเกดิ อาการตอ่ ไปน้ี ตาลาย ร่างกายไม่สามารถเคล่อื นไหวอย่างสัมพันธก์ ันได้ การเคลื่อนไหวทางด้านรา่ งกายไม่เปน็ ไปในจงั หวะทสี่ ัมพนั ธ์กันดงั เดิมอีก การทางานของสมองทางดา้ นการรับรู้ และการตอบสนองกับสงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั มกี ารเปล่ียนไป เกิดภาวะติดขัดในระบบหายใจ มีปญั หาโรคจิต เปน็ คนวิกลจริต มีความคดิ สบั สน
หแู วว่ 6. กญั ชำ การออกฤทธิ์ กญั ชาจะออกฤทธิห์ ลายอย่างกบั ระบบประสาทสว่ นกลาง โดยจะกระตนุ้ การกดประสาท และทาใหผ้ ูเ้ สพเกิด อาการประสาทหลอน มภี าวะอารมณ์และจติ ใจทเ่ี ปล่ียนแปลงไป โดยในเบ้ืองตน้ ฤทธิจ์ ากกญั ชาจะเข้าไป กระต้นุ การทางานของระบบประสาท ทาใหผ้ ู้เสพเกิดอาการตอ่ ไปนี้ ตนื่ เต้น ต่นื ตวั คยุ เกง่ สนุกสนานและหัวเราะร่าเรงิ ได้ตลอดเวลา มีอาการเหมือนเมาสุราอ่อนๆ มอี าการงว่ งซมึ โทษของกัญชา หากรา่ งกายได้รับปรมิ าณกัญชาเข้าไปมากเกินขนาด กจ็ ะเกิดภาวะผิดปกตเิ กี่ยวกบั ระบบประสาทได้ เชน่ ประสาทหลอน เห็นภาพลวงตา หแู วว่ ระบบความคดิ เกดิ การสับสน มึนงง ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ กระท่ังในท่สี ดุ เมื่อผ้เู สพเสพกัญชาเกนิ ขนาดในปริมาณมาก ฤทธ์จิ ากกญั ชาก็จะเขา้ ไปทาลายสมอง ปอด และ ทาลายระบบภูมิคมุ้ กันในรา่ งกายใหเ้ ส่ือมสภาพทรดุ โทรมต่อไป 7. กระทอ่ ม การออกฤทธิ์ ใบกระท่อมมีสารไมตราจยั นิน (Mitragynine) ท่จี ะออกฤทธ์กิ ระตนุ้ ประสาท ทาใหผ้ ู้เสพเกิดการเสพติดด้าน จิตใจมากกวา่ แตก่ จ็ ะมีการเสพตดิ ด้านรา่ งกายดว้ ยเลก็ น้อย ทาใหเ้ ม่ือขาดยาก็จะมีอาการลงแดงแต่ไมร่ นุ แรง มาก ฤทธิ์จากใบกระท่อมยังกระตุ้นให้ผู้เสพมีอาการดังน้ี มเี รยี่ วแรงพลังมากมาย ทางานได้อยา่ งไม่รู้สึกเหน็ดเหนือ่ ย ทนตอ่ สภาวะอากาศรอ้ นหนาวไดอ้ ย่างไมร่ ูส้ ึกรู้สา โทษของใบกระท่อม โทษจากใบกระทอ่ มจะส่งผลตอ่ ผิวหนังของผูเ้ สพ รวมถงึ เกิดอาการผดิ ปกตทิ างประสาทรว่ มดว้ ย ได้แก่ มสี ภาพผวิ หนังที่แห้งดาไหมเ้ กรียม ปากแหง้ ทอ้ งผกู นอนไม่หลบั
หนาวสน่ั เมอ่ื อยู่ท่ามกลางอากาศชืน้ จติ ใจสับสน โลเล ประสาทหลอน สภาพรา่ งกายเกดิ ความเส่ือมโทรมอยา่ งหนัก 8. มอรฟ์ ีน การออกฤทธิ์ มอรฟ์ นี จะออกฤทธเ์ิ ขา้ ไปกดระบบประสาท ผเู้ สพจะมีอาการเสพติดทง้ั ทางรา่ งกาย จติ ใจ และมีอาการขาดยา ทัง้ ทางรา่ งกายดว้ ย โทษของมอร์ฟนี สาหรับอาการเสพตดิ มอร์ฟนี ท่ีก่อให้เกดิ โทษกับร่างกายได้แก่ ท้องผูก คลื่นเหยี น อาเจียน คนั หน้า ตาแดง ง่วงซมึ สมองชา้ เกิดอาการมนึ ๆ ชาๆ สตปิ ญั ญาเส่ือม ไมส่ นใจต่อส่งิ แวดล้อมโดยรอบ ร่างกายทรุดโทรมอยา่ งหนัก 9. ฝิน่ การออกฤทธ์ิ ฝ่ินจะออกฤทธิเ์ ข้าไปกดระบบประสาท สง่ ผลให้ผู้เสพมีอาการเสพตดิ ทงั้ ทางร่างกาย จติ ใจ และยังมีภาวะขาด ยาทางร่างกายอีกด้วย โทษของฝิน่ จิตใจเลอื่ นลอย โลเล สับสน มอี าการง่วงซมึ ตลอดเวลา ตาหรี่ พดู จาวกวนไมร่ ู้เรื่อง ความคิดทางานเช่ืองช้า ชีพจรเตน้ ในระดบั ชา้ ขน้ึ นอกจากนี้ กรณีที่เกดิ การเสพติดฝ่ินเกินขนาด กจ็ ะสง่ ผลให้ฤทธ์ยิ าเขา้ ไปกดระบบการหายใจ ทาให้เสียชวี ิตได้ ในทีส่ ดุ
10. เห็ดขคี้ วาย การออกฤทธ์ิ เหด็ ขี้ควายมีสารอันตรายสาคัญอยา่ งไซโลซีนและไซโลไซบีนผสมอยู่ สารท้งั สองชนดิ น้ีจะออกฤทธห์ิ ลอน ประสาท สง่ ผลให้ผูเ้ สพเกิดอาการมึนเมา เคลิบเคล้ิมและบ้าคล่ังได้เป็นอยา่ งมาก โทษของเห็ดข้ีควาย เห็ดขี้ควายเปน็ สารเสพติดทีอ่ อกฤทธิเ์ ข้าไปทาลายระบบประสาทได้อยา่ งรุนแรง และหากผูเ้ สพมภี าวะภมู ิ ต้านทานนอ้ ยอยู่แลว้ เมื่อเสพเข้าไปในปริมาณมากๆ ก็อาจส่งผลใหเ้ สยี ชวี ิตได้ เมอ่ื ทราบกนั แลว้ วา่ โทษของยาเสพติดมีอะไรบา้ ง จากน้กี ็ควรระมัดระวงั ป้องกนั ดว้ ยการใสใ่ จลกู หลาน หรือคน ทคี่ ุณรักใหอ้ ยูภ่ ายใตค้ วามรัก ความเขา้ ใจ วา่ ยาเสพเป็นอันตรายตอ่ ตนเองขนาดไหน ในส่วนทางด้านสถานศึกษา คุณครกู ็ควรจัดกิจกรรมเผยแพรค่ วามรู้เกีย่ วกบั โทษของยาเสพติดให้เด็กรุ่นใหม่ได้ รู้จกั และเขา้ ใจมากข้นึ รวมถึงได้ตระหนักถึงโทษรา้ ยแรงต่างๆ ของยาแตล่ ะชนิด หากคณุ มีภาวะจติ ใจหดหู่ มีปัญหากบั ชีวิตไมว่ า่ เร่ืองใดก็ตาม ไม่ควรอยู่คนเดยี วลาพัง ควรหาทางออกดว้ ยการ ปรกึ ษาคนในครอบครัว คนสนทิ ที่ไว้วางใจหรือไปพบจติ แพทย์ ไมค่ วรคบเพื่อนท่ีเสพยา พร้อมหม่นั ออกกาลงั กาย หรอื ทากิจกรรมสรา้ งสรรค์อยู่เสมอ เพียงเท่านี้กจ็ ะทาใหค้ ุณและคนท่ีคณุ รักหา่ งไกล จากโทษของยาเสพติดได้มากขนึ้ แล้ว ทำไมคนจึงเสพสำรเสพติด??? 1. ตนเอง อยากรู้ อยากลอง ต้องการเป็นท่ยี อมรับของกลมุ่ เพ่ือน ไมม่ ีความรูเ้ ร่ืองสารเสพติด ประสบ ความลม้ เหลวในชวี ติ หรือเกิดจากการเจ็บปว่ ย - อยากทดลอง เกดิ จากความอยากรู้อยากเห็นซ่ึงเปน็ นิสัยของคนโดยทั่วไปและไมค่ ดิ ว่าตนจะตดิ สาร เสพติด จงึ ไปทาการทดลองใช้ ในการทดลองใชค้ รัง้ แรกๆ อาจมคี วามรสู้ กึ ดีหรือไม่ดกี ต็ าม ถ้ายังไม่ตดิ สารเสพ ติดก็อาจประมาทไปใชอ้ กี จนในทีส่ ุดกต็ ิดสารเสพตดิ น้ัน หรือ ถ้าไปทดลองใช้สารเสพตดิ บางชนิด เช่น เฮโรอีน แม้จะเสพเพยี งครง้ั เดียว ก็อาจทาให้ติดได้ - ถูกหลอกลวง ยาเสพติดมีรูปแบบตา่ งๆ มากมาย ผถู้ ูกหลอกลวงไมท่ ราบว่าสงิ่ ที่ตนได้กนิ เข้าไปนั้น เปน็ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษรา้ ยแรง คิดวา่ เปน็ ยาธรรมดาไมม่ ีพษิ ร้ายแรง หรือเปน็ อะไรตามทผี่ ้หู ลอกลวงแนะนา ผล สดุ ทา้ ยกลายเป็นผูต้ ดิ สารเสพติด 2. ครอบครัว เช่น บุคคลในครอบครัวตดิ สารเสพติด ครอบครวั ไม่มีความอบอ่นุ มีการทะเลาะเบาะ แว้งกัน การหย่าร้างและแต่งงานใหม่ของหวั หน้าครอบครัว พอ่ แมไ่ มเ่ ข้าใจลูก รกั ลกู ไม่เท่ากนั และมีการ เปรียบเทียบระหว่างลกู แตล่ ะคน หรอื เปรยี บเทยี บกบั ลูกเพื่อนบา้ น 3. ส่งิ แวดลอ้ ม เชน่ มีแหลง่ ผลติ หรือแหลง่ ระบาดของยาเสพตดิ ท่สี ามารถเข้าถึงไดง้ า่ ย มตี ัวอยา่ งจาก สื่อประเภทต่างๆ สังคมไม่เปิดโอกาสหรือไมย่ อมรับผตู้ ิดยาได้กลับเข้ามาสู่สงั คมปกติ อาศัยอยใู่ นในสิง่ ส่ิงแวดลอ้ มท่เี ออ้ื ตอ่ การติดยาเสพตดิ
4. เศรษฐกจิ เชน่ เศรษฐกิจ ตกต่า ว่างงาน มีหนสี้ ินลน้ พ้นตวั กลมุ้ ใจทเี่ ปน็ หนก้ี ็ไปกนิ เหลา้ หรือสูบ กญั ชาให้เมาเพอ่ื ท่ีจะไดล้ ืมเร่ืองหนสี้ ิน บางคนต้องการรายได้เพิ่มข้นึ โดยพยายามทางานหนกั มากขน้ึ ท้งั ๆ ท่ี ร่างกายอ่อนเพลียมาก จงึ รับประทานสารกระตนุ้ ประสาทเพ่อื ใหส้ ามารถทางานต่อไปได้ เปน็ ต้น ถา้ ทาอยู่เป็น ประจาทาใหต้ ิดสารเสพตดิ นั้นได้ เส้นทำงกำรตดิ ยำ เส้นทางการติดยาตงั้ แต่เรมิ่ เสพจนกระทงั่ ติดสามารถแบง่ ได้ เปน็ 4 ระยะ ได้แก่ 1. เริม่ ทดลองอยากรู้อยากเห็น (Experiment and first-time use) เมือ่ มีคนแนะนาให้ทดลอง ร่วมกับความรู้สกึ อยากลอง หรอื ใช้ gateway drug อยูแ่ ลว้ เช่น บุหรี่ เหล้า ซงึ่ สารเหล่านท้ี าให้เกดิ การเรียนรู้ ว่าสารทาให้เกดิ ความพงึ พอใจ สบายไดม้ ากกว่าทเี่ ป็นอยู่ หรือเพ่มิ พละกาลงั ในการทางาน 2. ใชเ้ ป็นครั้งคราว (Occasional use) เกิดความติดใจในผลของสารเสพตดิ เรียนรู้วา่ หากใช้ปริมาณ มากขนึ้ กจ็ ะไดร้ ับผลความรูส้ ึกดีมากข้นึ เกดิ ความรสู้ ึกเปน็ สขุ อย่างมาก 3. ใช้สมา่ เสมอใชอ้ ย่างพร่าเพรื่อ (Regular use) หมกมุน่ กบั การหาสารมาเสพ มีอาการเมายา การ ทางาน การเรยี นแย่ลง สมั พันธภาพกับคนรอบข้างไม่ดี ใชจ้ ่ายเงินเปลอื ง อาจถูกจบั เนอ่ื งจากเสพหรือคา้ 4. เกิดภาวะพง่ึ พาสรุ ายาเสพติด (Dependence) ใชส้ ารมาอยา่ งต่อเนื่องยาวนาน จนเกดิ อาการทน ต่อยา (Tolerance) และภาวะถอนยา (Withdraw) หรอื มีการใชเ้ กินขนาด (Drug Overdose) โดยไม่ต้ังใจ พิษภัยร้ำยของสำรเสพตดิ ตอ่ ร่างกายและจิตใจของผู้เสพ 1.ทาลายประสาทสมอง จิตใจเสอื่ ม ซมึ เศร้า วิตกกังวล เลือ่ นลอย และเกิดภาวะผดิ ปกตทิ างจติ จาก สารเสพตดิ นั้นๆพิษจากสารเสพติดทาลายอวัยวะตา่ งๆใหเ้ สื่อมลง มีโรคแทรกซ้อนไดง้ ่าย ร่างกายซบู ซดี ออ่ นเพลยี 2.เสียบคุ ลิกภาพ ขาดความสนใจตนเอง ขาดสติสัมปชัญญะการควบคุมกลา้ มเนอ้ื และระบบประสาท บกพร่อง ทาใหป้ ระสบอุบตั เิ หตุได้ง่าย ต่อครอบครัวและสังคม 1. ครอบครวั ทม่ี ผี ตู้ ิดสารเสพตดิ มักได้รับความเดือดร้อนจากผู้ตดิ สารเสพตดิ ในทุกด้าน เชน่ การขาด ความรบั ผิดชอบต่อหน้าทีน่ าไปสู่ความขดั แยง้ ทะเลาะวิวาท กอ่ ให้เกิดความเครยี ด และตอ้ งแกไ้ ขปญั หาบ่อยๆ 2.ทาให้สญู เสยี สมรรถภาพ การทางาน ทาให้เกิดผลกระทบต่อครอบครัวท้ังทางเศรษฐกจิ และสังคม เสยี ทรพั ยส์ นิ รายได้ของครอบครัวเน่อื งจากต้องซ้ือสารเสพตดิ มาเสพ และรกั ษาโรคที่เกิดจากสารเสพติด 3.ปญั หาสารเสพตดิ ก่อให้เกิดความหวาดระแวงจากประชาชนและสังคมเปน็ วงกว้าง เนื่องจากเกรงวา่ บุตรหลานจะเขา้ ไปเกย่ี วข้องกับสารเสพตดิ หรือถูกประทุษรา้ ยจากผู้เมาสารเสพติด หรือมีความผิดปกติทางจติ จากการใชส้ ารเสพติด ตอ่ ส่วนรวมและประเทศชาติ เปน็ ภัยต่อความมั่นคง สง่ ผลกระทบต่อเศรษฐกจิ สงั คมและวฒั นธรรม และวิถีชีวติ ทเ่ี ปน็ สขุ ของคนใน ประเทศประเทศชาติสูญเสยี งบประมาณในการป้องกัน ปราบปราม บาบดั รักษาผ้ตู ิดสารเสพตดิ
เรำทกุ คนจะป้องกนั สำรเสพตดิ อย่ำงไร? ตนเองเปน็ บทบาทสาคญั ทีส่ ามารถปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดได้ ดังน้ี 1. ศึกษาความรเู้ ก่ยี วกับโทษ และพิษภัยของสารเสพติด ไมท่ ดลองเสพสารเสพติดทุกชนดิ รเู้ ทา่ ทนั การหลอกลวง ชกั จูงจากกลุ่มผคู้ ้าสารเสพติด เลอื กคบเพอื่ นที่ไมใ่ ช้สารเสพตดิ และใชท้ ักษะการปฏเิ สธเมอ่ื ถูก ชกั ชวน 2. มที ัศนคติทด่ี ีต่อชวี ติ มคี วามภาคภมู ใิ จในตนเองวา่ มคี ุณค่าทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสงั คม ไม่ ควรทาลายชีวติ ทไี่ ด้มาดว้ ยการตดิ สารเสพตดิ 3. ตระหนกั ในบทบาทหน้าทีข่ องตนเอง ระลกึ เสมอว่าขณะนี้ตนเองมีบทบาทหน้าท่ีอะไรเชน่ มหี นา้ ท่ี เรียนหนงั สือกค็ วรต้งั ใจศกึ ษาเลา่ เรยี นเชื่อฟงั คาส่งั สอนของพ่อ แม่ ครู อาจารย์ เปน็ ตน้ 4. รักษาสุขภาพรา่ งกายใหแ้ ข็งแรงและทาจิตใจให้แจม่ ใสใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ ในการทา กจิ กรรมตา่ งๆเช่น อ่านหนงั สือ เล่นกฬี า หรือทางานอดิเรกต่างๆ 5. มที กั ษะในการดาเนนิ ชีวิต ร้จู ักแก้ไขปัญหาในทางท่ีถูกที่ควร กลา้ เผชิญปัญหา ร้จู กั คิดไตร่ตรองด้วย เหตุผล ไมห่ ลกี หนปี ญั หาด้วยการเสพสารเสพติด 6. ขอคาปรึกษาหรือขอความชว่ ยเหลือจากผู้ใหญ่ ผปู้ กครอง เพราะการแกไ้ ขปัญหาโดยลาพงั แบบ ร้เู ท่าไม่ถงึ การณ์ อาจนาไปสกู่ ารใชช้ ีวติ ทีผ่ ดิ พลาดได้ ครอบครัว ควรสอดสอ่ งดูแลเด็กและบุคคลในครอบครวั อย่าใหเ้ กย่ี วข้องกับยาเสพติด อบรม สง่ั สอน ใหร้ ถู้ ึงโทษ ภยั ของยาเสพตดิ ดูแลเรอ่ื งการคบเพ่ือน คอยส่งเสริมให้รู้จักใชเ้ วลาในทางที่เป็นประโยชน์ เชน่ การทางาน บา้ น การเล่นกีฬา เพื่อปอ้ งกันไม่ใหเ้ ด็กหนั เหไปสนใจในยาเสพตดิ ทกุ คนในครอบครัวควรสรา้ งความรักความ เขา้ ใจ และสัมพนั ธภาพอนั ดีต่อกัน ที่พ่ึง เปน็ ทีป่ รึกษาและให้กาลงั ใจแก่กนั และกัน นอกจากน้ีพ่อแม่ควรเป็น แบบอย่างที่ดีในการไมใ่ ชส้ ารเสพติด เชน่ ไมส่ บู บุหรี่ ไม่ดม่ื เหลา้ โรงเรียน ควรมีกจิ กรรมให้ความรู้เรอื่ งพิษภยั สารเสพติดอย่างสมา่ เสมอครคู วรเอาใจใสใ่ นการดูแลนกั เรียน เป็น ท่ปี รึกษาทดี่ ี และมกี ารจดั กจิ กรรมใหแ้ ก่นกั เรยี นอย่างสรา้ งสรรค์ เพือ่ ส่งเสริมใหใ้ ชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ พอ่ แมผ่ ู้ปกครองควรทำอยำ่ งไรเมอ่ื ลกู ยุ่งเก่ยี วกบั สำรเสพติด พ่อแมผ่ ู้ปกครองจะต้องรว่ มมือรว่ มใจช่วยเหลอื โดยอาศัยความรัก ความเขา้ ใจ เปน็ พื้นฐานในการทา ใจยอมรับสภาพปัญหาที่เกดิ ขึ้น และปฏบิ ตั ิในสิง่ ต่อไปนี้ 1. ระงบั สตอิ ารมณ์ อย่าววู่ ามยอมรับความจริง ยอมรบั สภาพวา่ ลกู ติดยา เพอื่ เตรียมตัวช่วยเหลอื บุตร หลาน 2. ไมค่ วรแสดงความก้าวร้าวกับลูก เพราะจะทาให้ลูกปกปิดซ่อนเร้นมากขึ้น 3. แสดงความรกั ความเหน็ ใจอย่างจริงใจ เพื่อให้ลูกหลานยอมเปิดใจ ยอมรับความช่วยเหลอื 4. ต้องหาข้อมูลเพมิ่ เติมวา่ บุตรหลานตดิ สารเสพติดประเภทใด ฤทธร์ิ นุ แรงแค่ไหน ใชส้ ารเสพตดิ มา
นานแลว้ หรอื ยัง ใชป้ รมิ าณแค่ไหน โดยอาจหาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น เพ่อื นสนิท ครูท่ีโรงเรียน ห้องนอน กระเปา๋ เส้ือผา้ เปน็ ตน้ 5. ปรกึ ษาผูม้ ีความรู้ ความเชย่ี วชาญเฉพาะ เช่น ศูนยใ์ หค้ าปรกึ ษาปัญหาสารเสพตดิ หากลูกหลานติด สารเสพตดิ มานาน จนทาใหส้ ภาพร่างกายและจิตใจเปล่ียนแปลงไป หรอื มีพฤติกรรมและบคุ ลิกภาพเบีย่ งเบน ไปจากเดิม และครอบครวั หรือไม่สามารถแก้ไขปญั หาได้ ผู้ปกครองควรส่งลกู เข้ารับการบาบัดรกั ษาและฟน้ื ฟู สมรรถภาพทางด้านจิตใจ ในสถานบาบดั รกั ษาตา่ ง ๆ ทว่ั ประเทศ ผลกระทบจากปญั หาสารเสพตดิ ทาใหเ้ กิดความเสียหายทั้งต่อตัวผ้เู สพ ครอบครัว สงั คม เศรษฐกจิ และประเทศชาติ การแก้ไขปัญหาสารเสพตดิ ต้องเร่ิมตน้ จากครอบครวั ซึง่ ใกล้ชิดกบั เด็กและเยาวชนมากท่ีสดุ โดยการใหเ้ วลากับบตุ รหลานและร่วมกันแก้ไขปญั หาตา่ งๆท่ีเกิดขน้ึ นอกจากน้สี งั คมโรงเรียนและสถานศึกษา ต้องมีการติดตาม สงั เกตพฤติกรรมนักเรียน-นักศกึ ษาที่เขา้ ข่ายเก่ยี วข้องกับสารเสพตดิ การมงุ่ ใหค้ วามรู้ใน เรือ่ งอนั ตราย ผลกระทบที่เกิดจากการใชส้ ารเสพติด สรา้ งการรับรู้ ความตระหนกั ถึงภัยอนั ตรายนา่ จะการ ปอ้ งกันและแกไ้ ขปัญหาสารเสพตดิ และเปน็ หนา้ ท่ีของทุกคนจะต้องร่วมมือกนั
บทที่ 3 วิธกี ำรดำเนินงำน ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอเมืองชลบุรี ไดเ้ ลง็ เหน็ ความสาคญั ใน การจัดจงึ ไดจ้ ัดทาโครงการชุมชนนาป่า ตา้ นยาเสพตดิ โดยมีข้ันตอนดังน้ี 1. ประชมุ คณะกรรมการ กศน.ตาบล และองคก์ รนกั ศกึ ษา กศน.ตาบลนาปา่ 2. จดั ต้งั คณะทางาน 3. ประสานงาน/ประชาสัมพันธ์ 4. ดาเนินงานตามแผน 5. วดั ผล/ประเมินผล/สรปุ ผลและรายงาน 1. ประชุมบคุ ลำกรกรรมกำร กศน.ตำบลนำป่ำ กศน.ตาบลนาปา่ ได้วางแผนงานรว่ มกบั คณะกรรมการ กศน.ตาบล และองคก์ รนักศึกษา กศน. ตาบลนาปา่ เพื่อหาแนวทางในการดาเนินงานและกาหนดวตั ถปุ ระสงค์ร่วมกัน 2. จัดตง้ั คณะทำงำน จัดทาคาส่ังแต่งตง้ั คณะทางานโครงการ เพื่อมอบหมอบหมายหนา้ ทใ่ี นการทางานใหช้ ัดเจน 2.1 คณะกรรมการทป่ี รึกษา/อานวยการ มหี นา้ ทอ่ี านวยความสะดวก และให้คาปรึกษาแกไ้ ข ปญั หาทเ่ี กิดข้ึน 2.2 คณะกรรมการฝา่ ยจดั สถานท่ี มหี นา้ ท่ี จดั โต๊ะ เกา้ อี้ เวทกี ารดาเนนิ งานใหเ้ รยี บร้อย รวมทัง้ จดั หาเครื่องเสยี ง อานวยความสะดวก ตลอดการจดั กิจกรรม 2.3 คณะกรรมการฝ่ายบนั ทึกภาพและประชาสมั พันธ์ มีหน้าทบ่ี นั ทกึ ภาพกิจกรรมตลอดโครงการ และประชาสัมพันธ์กจิ กรรมให้สาธารณชนได้ทราบ 2.4 คณะกรรมการฝา่ ยรับลงทะเบยี นและประเมนิ ผลหน้าทีจ่ ดั ทาหลกั ฐานการลงทะเบียน ผู้เขา้ รว่ มโครงการและรวบรวมการประเมินผล และรายงานผลการดาเนนิ การ 3. ประสำนงำนกบั ผูเ้ รยี น/ประชำสัมพนั ธ์ ประสานงานกบั วิทยากร ประชาชน และเครือข่ายในตาบล เชน่ ประสานเรอื่ งสถานท่ีใชท้ า กิจกรรม รปู แบบการจัดกิจกรรมโครงการ วัน เวลา สถานท่ี รายละเอียดการเขา้ รว่ มกิจกรรม พร้อมทงั้ ประชาสัมพนั ธก์ ารจดั กจิ กรรม
4. ดำเนนิ กำรตำมแผนงำนโครงกำร โครงการชุมชนนาปา่ ตา้ นยาเสพตดิ วันที่ 14 มกราคม 2563 ณ กศน.ตาบลนาป่า หมู่ที่ 7 ตาบลนาป่า อาเภอเมืองชลบรุ ี จังหวัดชลบรุ ี มปี ระชาชนผูเ้ ขา้ รว่ ม โครงการ เปน็ จานวน 25 คน 5. วดั ผล/ประเมินผล/สรุปผลและรำยงำน โครงการชุมชนนาป่า ต้านยาเสพติด วันท่ี 14 มกราคม 2563 ณ กศน.ตาบลนาป่า หมู่ที่ 7 ตาบลนาป่า อาเภอเมืองชลบุรี จงั หวัดชลบรุ ี มปี ระชาชนผู้เข้าร่วม โครงการ เปน็ จานวน 25 คน กศน.ตาบลนาปา่ ได้ดาเนินการตามขน้ั ตอนและได้รวบรวมขอ้ มูลจากแบบสารวจสถิติท่ีใชใ้ นการ วเิ คราะห์ คือโดยกาหนดค่าลาดบั ความสาคญั ของการประเมนิ ผลออกเป็น 5 ระดบั ดงั น้ี มากทส่ี ุด ให้คะแนน 5 มาก ใหค้ ะแนน 4 ปานกลาง ให้คะแนน 3 นอ้ ย ให้คะแนน 2 นอ้ ยที่สุด ให้คะแนน 1 ในการแปลผล ผูจ้ ดั ทาได้ใช้เกณฑก์ ารพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยตามแนวคิดของบุญชม ศรีสะอาด และบญุ ส่ง นวิ แกว้ (2535,หน้า 22-25) 4.51-5.00 หมายความวา่ ดีมาก 3.51-4.50 หมายความวา่ ดี 2.51-3.50 หมายความว่า ปานกลาง 1.51-2.50 หมายความวา่ นอ้ ย 1.00-1.50 หมายความว่า ต้องปรบั ปรงุ ประชาชนท่ีเข้าร่วมโครงการ จะต้องกรอกข้อมลู ตามแบบสอบถาม เพื่อนาไปใชใ้ นการประเมนิ ผล ของการจดั กิจกรรมดงั กลา่ ว และจะได้นาไปเปน็ ข้อมลู ปรับปรงุ และพฒั นา ตลอดจนใชใ้ นการจดั ทาแผนการ ดาเนนิ การในปตี ่อไป
บทที่ 4 ผลกำรดำเนินงำนและกำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ในการจดั โครงกำรชมุ ชนนำปำ่ ตำ้ นยำเสพตดิ วนั องั คารท่ี 14 มกราคม 2563 เวลา 08.00 - 16.30 น. ณ กศน.ตาบลนาป่า หมู่ท่ี 7 ตาบลนาป่า อาเภอเมืองชลบรุ ี จังหวดั ชลบุรี เข้า ร่วมโครงการ จานวน 25 คน ซง่ึ ไดส้ รุปผลจากแบบสอบถามและนาเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล จากการ กาหนดขนาดของกลุ่มตวั อย่างโดยใชต้ าราง ซง่ึ ไดส้ รุปผลจากแบบสอบถามและนาเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล จากผู้เข้าร่วม จานวน 25 ชุด ตอนท่ี 1 ข้อมลู สว่ นตวั ผ้ตู อบแบบถามของผ้เู ข้าร่วมโครงการชมุ ชนนาป่า ต้านยาเสพติด วนั องั คาร ท่ี 14 มกราคม 2563 เวลา 08.00 - 16.30 น. ณ กศน.ตาบลนาปา่ หมู่ท่ี 7 ตาบลนาปา่ อาเภอเมือง ชลบุรี จงั หวัดชลบุรี เขา้ รว่ มโครงการ จานวน 25 คน ผเู้ ขา้ รว่ มกจิ กรรมที่ตอบแบบสอบถามได้นามา จาแนกตามเพศ อายุ และอาชพี ผูจ้ ดั ทาไดน้ าเสนอจาแนกตามข้อมูลดังกลา่ ว ดงั ปรากฏตามตารางท่ี 1 ดังตอ่ ไปน้ี ตำรำงที่ 1 แสดงคำ่ รอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมเพศ ความคดิ เห็น ชาย หญิง เพศ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ ผเู้ ข้ารว่ มกิจกรรมโครงการชุมชนนาปา่ 14 56.00 11 44.00 ต้านยาเสพติด จากตารางท่ี 1 แสดงว่า ผ้ตู อบแบบสอบถามของผเู้ ข้าร่วมโครงการชมุ ชนนาปา่ ต้านยาเสพติด เป็นชาย 14 คน คิดเปน็ ร้อยละ 56.00 เปน็ หญิง 11 คดิ เป็นร้อยละ 44.00 ตำรำงที่ 2 แสดงค่ำรอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมอำยุ อายุ ต่ากวา่ 15 ปี 15-29 ปี 30-39 ปี 40-49 ปี 50-59 ปี 60 ปีขน้ึ ไป ประเภท จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ ความคิดเหน็ 1 4.00 21 84.00 1 4.00 2 8.00 - - - - ผู้เขา้ รว่ มกิจกรรม โครงการ ชมุ ชนนาป่า ต้านยาเสพติด
จากตารางที่ 2 แสดงว่า ผตู้ อบแบบสอบถามของผเู้ ขา้ รว่ มผูเ้ ข้าร่วมกิจกรรมโครงการชมุ ชนนาป่า ตา้ นยาเสพติด ในชว่ งอายุ ตา่ กวา่ 15 ปี มจี านวน 11 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4.00 ในช่วงอายุ 15-29 ปี มีจานวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 84.00 ในชว่ งอายุ 30-39 ปี มีจานวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 4.00 ในช่วงอายุ 40-49 ปี มจี านวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 8.00 ตำรำงที่ 3 แสดงคำ่ รอ้ ยละของผ้ตู อบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมอำชพี รบั จา้ ง คา้ ขาย รับราชการ เกษตรกร อน่ื ๆ(วา่ งงาน) ประเภท จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ ความคิดเหน็ ผูเ้ ข้ารว่ มกจิ กรรม 12 48.00 - - - - - - 13 52.00 โครงการ ชุมชนนาปา่ ต้านยาเสพติด จำกตำรำงท่ี 3 แสดงว่า ผูต้ อบแบบสอบถามของผู้เขา้ รว่ มกจิ กรรมโครงการชุมชนนาป่า ตา้ นยา เสพติด ประกอบอาชีพรับจ้าง มจี านวน 12 คน คิดเปน็ ร้อยละ 48.00 ประกอบอาชพี อนื่ ๆ มีจานวน 13 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 52.00 ตำรำงที่ 4 แสดงคำ่ ร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถำม โดยจำแนกตำมระดับกำรศกึ ษำ ความคิดเห็น ประถม ม.ตน้ ม.ปลาย สูงกว่า ม.ปลาย จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ ผเู้ ขา้ ร่วมกิจกรรม โครงการ 16 64.00 3 12.00 4 16.00 2 8.00 ชุมชนนาป่า ตา้ นยาเสพตดิ จำกตำรำงท่ี 4 แสดงว่า ผูต้ อบแบบสอบถามของผ้เู ขา้ ร่วมกจิ กรรมโครงการชุมชนนาปา่ ตา้ นยา เสพติด การศึกษาระดับประถมศึกษา มีจานวน 16 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 64.00 ระดับ ม.ตน้ มจี านวน 3 คน คดิ เป็นร้อยละ 12.00 ระดบั ม.ปลาย มจี านวน 4 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 16.00 ระดบั สงู กว่า ม.ปลาย จานวน 2 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 8.00
ตอนท่ี 2 ข้อมลู เก่ยี วกับควำมคดิ เห็นของผเู้ ขำ้ ร่วมโครงการชุมชนนาป่า ตา้ นยาเสพตดิ ความ คดิ เห็นของผูเ้ ข้าร่วมกิจกรรม จานวน 25 คน จากแบบสอบถามทัง้ หมดที่มตี อ่ โครงการชมุ ชนนาป่า ตา้ นยา เสพติด ณ ทก่ี ศน.ตาบลนาปา่ หมู่ที่ 7 ตาบลนาปา่ อาเภอเมอื งชลบรุ ี จงั หวัดชลบรุ ี ดังปรากฏในตารางที่ เนือ้ หาโครงการชมุ ชนนาปา่ ต้านยาเสพตดิ N = 25 X̄ S.D. อันดับที่ ระดบั ผลการประเมนิ ตอนท่ี 1 ควำมพึงพอใจด้ำนเนอ้ื หำ 1.เนื้อหาตรงตามความต้องการ 4.76 0.44 4 ดมี าก 2.เน้ือหาเพยี งพอต่อความตอ้ งการ 4.72 0.46 5 ดมี าก 3.เน้อื หาเป็นปจั จบุ ันและทันสมยั 4.72 0.46 5 ดมี าก 4.เนื้อหามปี ระโยชนต์ ่อการนาไปใชใ้ นการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ 4.84 0.37 2 ดมี าก ตอนที่ 2 ควำมพงึ พอใจดำ้ นกระบวนกำรจดั กิจกรรม 5. การเตรยี มความพร้อมกอ่ นจดั กจิ กรรม 4.80 0.41 3 ดีมาก 6. การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงค์ 4.88 0.33 1 ดมี าก 7. การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกบั เวลา 4.72 0.46 5 ดีมาก 8. การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั กลมุ่ เปา้ หมาย 4.76 0.44 4 ดมี าก 9. วธิ ีการวัดผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวตั ถปุ ระสงค์ 4.72 0.46 5 ดมี าก ตอนท่ี 3 ควำมพึงพอใจตอ่ วิทยำกร 10. วิทยากรมคี วามร้คู วามสามารถในเรือ่ งทีถ่ ่ายทอด 4.80 0.41 3 ดีมาก 11. วิทยากรมเี ทคนิคการถ่ายทอดใช้สอ่ื เหมาะสม 4.80 0.41 3 ดมี าก 4.72 0.46 5 ดีมาก 12. วิทยากรเปดิ โอกาสใหม้ ีสว่ นรว่ มและซักถาม 4.76 0.44 4 ดีมาก ตอนที่ 4 ควำมพึงพอใจดำ้ นกำรอำนวยควำมสะดวก 4.88 0.33 1 ดมี าก 4.72 0.46 5 ดมี าก 13. สถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณแ์ ละสง่ิ อานวยความสะดวก 4.77 0.04 14. การสอ่ื สาร การสร้างบรรยากาศเพอื่ ใหเ้ กดิ การเรียนรู้ 15. การบรกิ าร การชว่ ยเหลอื และการแก้ปัญหา ค่ำเฉลย่ี
จากตารางท่ี 5 พบว่า โดยเฉล่ียแล้วผู้เข้ารับการอบรมในโครงการชุมชนนาป่า ต้านยาเสพติด อยู่ในระดับ ดี มาก เมื่อวิเคราะหเ์ ปน็ รายขอ้ ความพึงพอใจในภาพรวมของผู้รบั การอบรม (x̄= 4.88) ลาดับที่ 1 การออกแบบ กิจกรรมเหมาะสมกับวัตถุประสงค์, การส่อื สาร การสรา้ งบรรยากาศเพอ่ื ให้เกิดการเรียนรู้ (x̄=4.84) เป็นลาดับ ที่ 2 เน้ือหามีประโยชน์ต่อการนาไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต (x̄ =4.80) เป็นลาดับท่ี 3 การเตรียมความ พรอ้ มก่อนจัดกจิ กรรม, วทิ ยากรมีความรคู้ วามสามารถในเรื่องที่ถ่ายทอด, วิทยากรมีเทคนิคการถ่ายทอดใช้ส่ือ เหมาะสม (x=̄ 4.76) เป็นลาดับท่ี 4 เนื้อหาตรงตามความต้องการ, การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับ กล่มุ เป้าหมาย, สถานท่ี วัสดุ อุปกรณแ์ ละสง่ิ อานวยความสะดวก (x=̄ 4.72) เป็นลาดับที่ 5 เนื้อหาเพียงพอต่อ ความต้องการ, เนื้อหาเป็นปัจจุบันและทันสมัย, การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา, วิธีการวัดผล/ประเมินผล เหมาะสมกับวัตถุประสงค์, วิทยากรเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมและซักถาม, การบริการ การช่วยเหลือและการ แกป้ ญั หา ตามลาดับ ผลกำรประเมินโครงกำรชุมชนนำป่ำ ต้ำนยำเสพตดิ เนอ้ื หาโครงการชมุ ชนนาป่า ตา้ นยาเสพตดิ N = 25 x̄ S.D. อันดบั ที่ ระดับผลการประเมนิ 1. การมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม 4.76 0.44 3 ดีมาก 2. ความพึงพอใจในการเข้ารว่ มโครงการ 4.80 3. การคิดอยา่ งมีเหตผุ ล 4.84 0.41 2 ดีมาก 4. การเข้าใจ และรับฟังความคิดเหน็ จากผู้อน่ื 4.72 5. การรูจ้ ัก และเขา้ ใจตนเอง 4.68 0.37 1 ดมี าก 4.76 ค่ำเฉลย่ี 0.46 4 ดีมาก 0.48 5 ดีมาก 0.04 ดมี ำก ผลการประเมนิ โครงการชุมชนนาปา่ ต้านยาเสพตดิ พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วผเู้ ขา้ ร่วมโครงการชมุ ชน นาปา่ ตา้ นยาเสพตดิ อยูใ่ นระดบั ดีมาก เมื่อวิเคราะหเ์ ป็นรายขอ้ พบว่า (x̄ =4.84) เปน็ ลาดบั ที่ 1 การคดิ อย่างมีเหตุผล (x̄ =4.80) เปน็ ลาดับท่ี 2 ความพงึ พอใจในการเข้าร่วมโครงการ ( (x̄ =4.76) เป็นลาดับท่ี 3 การมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม (x̄ =4.72) เป็นลาดบั ท่ี 4 การเขา้ ใจ และรบั ฟังความคิดเห็นจากผู้อ่นื (x̄ =4.68) เป็นลาดับที่ 5 การรู้จกั และเข้าใจตนเอง ตามลาดับ
ตำรำงที่ 6 ผ่ำนกำรฝึกอบรมได้นำควำมรู้ไปใช้จริง ประเภท เพม่ิ รายได้ ลดรายจา่ ย นาไปประกอบ พฒั นาคุณภาพชวี ิต ใช้เวลาว่างใหเ้ ป็น ประโยชน์ ความคิดเห็น อาชีพ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการชุมชน จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ นาปา่ ตา้ นยาเสพติด --- - 25 100.00 - - จากตารางท่ี 6 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมผู้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการชุมชน นาปา่ ตา้ นยาเสพตดิ ไดน้ าความรไู้ ปใชจ้ ริง ด้านพัฒนาคุณภาพชีวติ จานวน 25 คน รอ้ ยละ 100.00
บทท่ี 5 สรุป อภปิ รำยผล และขอ้ เสนอแนะ จากโครงการชุมชนนาป่า ต้านยาเสพติด โดยมวี ัตถุประสงคเ์ พ่ือใหป้ ระชาชน มคี วามรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกบั ยาเสพติดและโทษพิษภัยของยาเสพติด รวมท้ังวธิ ีการปฏบิ ัตติ นใหห้ ่างไกลจากยาเสพตดิ ในวนั ท่ี 14 เดือนมกราคม พ.ศ. 2563 ณ ทกี่ ศน.ตาบลนาป่า หมู่ท่ี 7 ตาบลนาปา่ อาเภอเมืองชลบุรี จังหวดั ชลบรุ ี ทง้ั น้ขี อสรุปและอภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะดงั นี้ 1. สรปุ ผล 1.1 ผู้ตอบแบบสอบถามของโครงการชมุ ชนนาป่า ต้านยาเสพติด จานวนท้ังหมด 25 คน เปน็ ชาย 14 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 56.00 เปน็ หญงิ 11 คิดเป็นร้อยละ 44.00 ในช่วงอายุ ตา่ กวา่ 15 ปี มจี านวน 11 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 4.00 ในชว่ งอายุ 15-29 ปี มจี านวน 21 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 84.00 ในช่วงอายุ 30- 39 ปี มจี านวน 1 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 4.00 ในช่วงอายุ 40-49 ปี มจี านวน 2 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 8.00 ประกอบอาชีพรับจ้าง มจี านวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 48.00 ประกอบอาชีพอ่นื ๆ มีจานวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 52.00การศึกษาระดับประถมศึกษา มจี านวน 16 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 64.00 ระดบั ม.ตน้ มจี านวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 12.00 ระดบั ม.ปลาย มจี านวน 4 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 16.00 ระดบั สงู กวา่ ม.ปลาย จานวน 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 8.00 1.2 ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ความคดิ เห็นของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการชุมชนนาปา่ ตา้ นยาเสพติด มีความพงึ พอใจในภาพรวมอยู่ในระดบั ดีมาก เม่อื วเิ คราะห์เปน็ รายขอ้ ความพงึ พอใจใน ภาพรวมของผ้รู บั การอบรม (x̄= 4.88) ลาดบั ที่ 1 การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์, การ สื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพือ่ ใหเ้ กิดการเรยี นรู้ (x̄=4.84) เป็นลาดับที่ 2 เนอื้ หามปี ระโยชนต์ อ่ การนาไปใช้ ในการพฒั นาคุณภาพชีวติ (x̄ =4.80) เป็นลาดับท่ี 3 การเตรยี มความพร้อมก่อนจดั กจิ กรรม, วทิ ยากรมคี วามรู้ ความสามารถในเรอ่ื งทถี่ ่ายทอด, วิทยากรมีเทคนิคการถา่ ยทอดใช้ส่ือเหมาะสม (x̄=4.76) เปน็ ลาดบั ท่ี 4 เน้ือหาตรงตามความต้องการ, การจัดกิจกรรมเหมาะสมกบั กลุม่ เปา้ หมาย, สถานท่ี วัสดุ อปุ กรณ์และสิ่ง อานวยความสะดวก (x̄=4.72) เป็นลาดับท่ี 5 เน้อื หาเพียงพอต่อความตอ้ งการ, เนอ้ื หาเปน็ ปัจจบุ ันและ ทนั สมยั , การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับเวลา, วธิ ีการวดั ผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์, วทิ ยากรเปดิ โอกาสให้มีสว่ นรว่ มและซักถาม, การบริการ การช่วยเหลือและการแกป้ ัญหา ตามลาดบั
2. อภิปรำยผล - ผู้เขา้ ร่วมโครงการชมุ ชนนาปา่ ตา้ นยาเสพติด มีความพงึ พอใจอย่ใู นระดบั ดีมาก คดิ เป็น คา่ เฉล่ยี 4.77 3. ข้อเสนอแนะ อยากให้หน่วยงานทั้งภาครฐั บาล และเอกชน ช่วยกันรณรงค์ปลกู จิตสานกึ เกี่ยวกับ ยาเสพติดและโทษพิษภัยของยาเสพตดิ อยา่ งจรงิ จงั
บรรณำนกุ รม กรมการศกึ ษานอกโรงเรียน. (ม.ป.ป. : 9), (2546:76). บุญชม ศรสี ะอาด และ บุญสง่ นิวแก้ว. (2535 หน้า 22 – 25). บรรพต สุวรรณประเสรฐิ . (2544:12). สานกั งานบริหารการศกึ ษานอกโรงเรยี น. (2549:2), (2549:5). แหลง่ อ้างองิ วินดั ดา ปิยะศิลป์ และพนม เกตมุ าน. (2545). ตาราจติ เวชเด็กและวยั รนุ่ . กรงุ เทพ : บยี อนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์. ศนู ยอ์ านวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรมสุขภาพจติ . (2559). สถติ กิ ารบาบัดรกั ษาระบบรายงาน บสต. Retrieved 30 พฤษภาคม 2559, from www.nccd.go.th สานักงานสถติ ิแห่งชาติ. (2559). ขอ้ มูลประชากร 2557. Retrieved 30 พฤษภาคม 2559, from www.nso.go.th https://www.honestdocs.co/10-sins-of-drugs
ภำคผนวก
แบบ กศ.ตน. 10 แบบประเมินควำมพงึ พอใจ หลักสูตร/โครงกำรชมุ ชนนาปา่ ต้านยาเสพตดิ ระหว่างวนั ท่ี 14 เดือนมกราคม พ.ศ.2563 สถำนทจี่ ัด กศน.ตาบลนาปา่ หมทู่ ี่ 7 ตาบลนาปา่ อาเภอเมอื ง จังหวัดชลบุรี ขอ้ มลู พน้ื ฐำนของผู้ประเมนิ ควำมพงึ พอใจ เพศ ชาย หญงิ อายุ...........ปี วฒุ กิ ารศึกษา........................อาชีพ.................... คำช้ีแจง 1. แบบประเมินความพงึ พอใจ มี 4 ตอน 2. โปรดแสดงเครือ่ งหมาย √ ในชอ่ งวา่ งระดับความพงึ พอใจตามความคดิ เห็นของทา่ น ระดบั ควำมพงึ พอใจ หมำย เหตุ ข้อ รำยกำรประเมนิ ควำมพึงพอใจ มำกที่สุด มำก ปำน น้อย นอ้ ย กลำง ทสี่ ุด ตอนท่ี 1 ควำมพึงพอใจดำ้ นเนื้อหำ 1 เน้อื หาตรงตามความตอ้ งการ 2 เนอ้ื หาเพยี งพอต่อความต้องการ 3 เนือ้ หาปจั จบุ ันทันสมัย 4 เนื้อหามีประโยชน์ต่อการนาไปใช้ในการพฒั นาคุณภาพชีวติ ตอนที่ 2 ควำมพึงพอใจดำ้ นกระบวนกำรจัดกิจกรรม/กำรอบรม 5 การเตรียมความพร้อมก่อนอบรม 6 การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ 7 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกบั เวลา 8 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับกล่มุ เปา้ หมาย 9 วธิ ีการวดั ผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์ ตอนที่ 3 ควำมพงึ พอใจตอ่ วิทยำกร 10 วิทยากรมคี วามร้คู วามสามารถในเรือ่ งทถี่ ่ายทอด 11 วิทยากรมเี ทคนคิ การถา่ ยทอดใชส้ อื่ เหมาะสม 12 วทิ ยากรเปดิ โอกาสใหม้ สี ว่ นรว่ มและซักถาม ตอนท่ี 4 ควำมพงึ พอใจดำ้ นกำรอำนวยควำมสะดวก 13 สถานที่ วสั ดุ อุปกรณแ์ ละสง่ิ อานวยความสะดวก 14 การสื่อสาร การสร้างบรรยากาศเพอื่ ให้เกิดการเรียนรู้ 15 การบรกิ าร การชว่ ยเหลือและการแก้ปญั หา ผ้ผู ่านการฝกึ อบรมได้นาความร้ไู ปใชจ้ ริง เพ่ิมรายได้ ลดรายจ่าย นาไปประกอบอาชพี พฒั นาคุณภาพชวี ติ ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์ อ่ืนๆ ระบุ………………………. ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ....................................................................................................................................................................................... หมำยเหตุ สถานศึกษาอาจปรับเปล่ยี นตามความเหมาะสมกับโครงการ /กจิ กรรมทจี่ ัดอบรม
โครงกำรชุมชนนำปำ่ ต้ำนยำเสพติด ประจำปีงบประมำณ 2563 ผรู้ บั ผิดชอบ นำงสำวศศวิ ณั ย์ ออ่ นศรีทอง 1.หลักกำรและเหตผุ ล ด้วยปัจจุบนั สถาณการณก์ ารแพร่ระบาดของยาเสพติด ยงั คงระดับความรนุ แรงอยา่ งต่อเนื่อง รฐั บาล จงึ กาหนดใหก้ ารปอ้ งกันและแก้ไขยาเสพติด เปน็ นโยบายที่สาคัญและเร่งด่วนในการบริหารราชการแผน่ ดนิ โดยยึดหลกั \"ผูเ้ สพ คือ ผ้ปู ว่ ยท่ตี อ้ งได้รับการบาบัดรกั ษา ผู้ค้า คือผู้ท่ีต้องไดร้ ับโทษตามกระบวนการยุตธิ รรม\" ซ่งึ กาหนดใหเ้ รง่ รัดปราบปรามการคา้ ยาเสพตดิ และปอ้ งกันไมใ่ ห้กลุ่มเส่ียงเข้าไปเป็นเหยื่อของยาเสพติด โดย ใชก้ ระบวนการมสี ว่ นรว่ มของทุกภาคส่วนในสังคม ให้ร่วมดาเนินการในลักษณะบูรณาการ ควบค่กู บั มาตรการ ทางกฎหมาย ซ่งึ จากสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของยาเสพตดิ ในประเทศไทย พบว่ามีเด็กและเยาวชน จานวน ไม่นอ้ ยที่เขา้ ไปยุ่งเก่ยี วกบั ยาเสพตดิ ท้งั เกิดจากความต้ังใจ และเกดิ จากการหลงผิดโดยรูเ้ ทา่ ไม่ถงึ การณ์ อีกทง้ั ยังมีปัจจยั เส่ยี งต่าง ๆ ที่ทาให้มีโอกาสเข้าไปตดิ ยาเสพตดิ เพิ่มมากข้ึนอีก จึงจาเปน็ ต้องได้รบั การดูแลเอาใจใส่ อย่างเพียงพอ ต้องได้รบั การถ่ายทอดความรคู้ วามเข้าใจที่ถูกตอ้ งและการร้โู ทษทร่ี ้ายแรงของสิ่งเสพตดิ อย่าง เหมาะสม การรจู้ ักการหลกี เลี่ยงส่งิ เสพตดิ และสิ่งสาคัญคอื การสร้างภูมิคมุ้ กันให้กบั คนในชุมชน โดยผนึก กาลังทกุ ภาคส่วน ให้รว่ มคิด รว่ มทา รว่ มรบั ผดิ ชอบ และร่วมแรงร่วมใจเป็นพลังของแผ่นดนิ ทจ่ี ะตอ่ สูเ้ พอื่ เอาชนะปัญหายาเสพติด ดงั น้นั กศน.ตาบลนาปา่ ไดเ้ ล็งเหน็ ความสาคัญ จงึ ไดจ้ ดั ทาโครงการชุมชนนาปา่ ต้านยาเสพติด ขึ้น 2.วัตถปุ ระสงค์ 2.1. เพ่ือให้ผ้เู ข้ารับการอบรม มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับยาเสพตดิ และโทษพษิ ภัยของยาเสพติด 2.2. เพอ่ื ให้ผูเ้ ข้ารับการอบรมรู้วธิ กี ารปฏิบตั ิตนใหห้ า่ งไกลจากยาเสพติด 3.เป้ำหมำย 3.1 เชงิ ปรมิ าณ มผี เู้ ขา้ ร่วมโครงการ จานวน 21 คน 3.2 เชิงคุณภาพ ผเู้ ข้าร่วมโครงการ มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ยาเสพตดิ และโทษพษิ ภัยของยาเสพติด รวมทั้ง วธิ กี ารปฏิบัติตนให้หา่ งไกลจากยาเสพตดิ 4.ตัวชี้วดั ควำมสำเร็จ 4.1. เพื่อให้ผเู้ ขา้ รบั การอบรม มคี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั ยาเสพติดและโทษพษิ ภัยของยาเสพติด 4.2. เพ่ือใหผ้ ู้เขา้ รับการอบรมรู้วิธกี ารปฏิบัติตนใหห้ ่างไกลจากยาเสพติด 5.ขน้ั ตอนกำรดำเนนิ กำรโครงกำร 5.1.ประชมุ วางแผนการปฏิบัติงาน
5.2.เขยี นโครงการเพอื่ ขออนุมัตโิ ครงการ 5.3.ประสานงานหนว่ ยงานทเี่ กีย่ วข้อง 5.4. ดาเนนิ งานตามโครงการ 5.5. สรุปและรายงานผล 6.ระยะเวลำดำเนินงำน วนั ที่ 14 มกราคม 2563 7.สถำนทใ่ี นกำรจัดกิจกรรมโครงกำร กศน.ตาบลนาปา่ หมู่ที่ 7 ตาบลนาปา่ อาเภอเมืองชลบุรี จงั หวัดชลบุรี 8.ผลกำรดำเนินโครงกำร 8.1 ผลกำรประเมนิ ข้อมลู พื้นฐำนของผูเ้ ขำ้ ร่วมโครงกำร 1. จานวนผูเ้ ขา้ รว่ มโครงการ 25 คน เปน็ ชาย 14 คน เป็นหญิง 11 คน 2. อายเุ ฉล่ยี อยใู่ นชว่ ง 14 - 47 ปี 3. อาชพี รบั จา้ ง ธุรกจิ ส่วนตวั 4. กลุม่ เป้าหมาย กลุม่ แรงงานไทย 8.2 ควำมพงึ พอใจของผู้เขำ้ รว่ มโครงกำร - ผู้เขา้ รว่ มโครงการ มีความพงึ พอใจในระดบั ดีขนึ้ ไปไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80 8.3 บรรลุตำมวตั ถุประสงค์คือ - ผู้เข้าร่วมโครงการ ไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 20 สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวันได้ - ผู้เข้ารว่ มโครงการ สามารถไปขยายผลได้ไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 5 ของเปา้ หมาย 8.4 สรุปงบประมำณในกำรดำเนนิ งำน ใชง้ บประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ไปพลางก่อน แผนงานพ้ืนฐานด้านการ พฒั นาและเสริมสรา้ งศักยภาพคน งบดาเนินงาน เพ่ือใช้จา่ ยในการจดั การศกึ ษาต่อเน่อื ง ผลผลติ ท่ี 4 ผู้รับบริการการศึกษานอกระบบ (เดือนตุลาคม 2562 ถึงเดือนมนี าคม 2563) การศึกษาเพอื่ พฒั นาทักษะชีวติ รหสั งบประมาณ 2000239004000000 จานวน 2,415.- บาท 9. จำนวนผูเ้ รียนและผูผ้ ่ำนกำรเรยี น/อบรม จำแนกตำมอำยุและเพศ เพศ ตำ่ กวำ่ 15 ปี 15-39 ปี 40-59 ปี 60 ปขี นึ้ ไป รวม รวมทงั้ สน้ิ ชญ ชญ อำยุ ช ญ ช ญ ช ญ 25 -- 14 11 25 จานวนผเู้ รยี น - 1 13 9 1 1 -- 14 11 จานวนผผู้ า่ นการฝึกอบรม - 1 13 9 1 1
10. จำนวนผเู้ รยี นและผูผ้ ่ำนกำรฝกึ อบรม จำแนกตำมกลมุ่ อำชีพและเพศ กลุ่มอำชีพ รับ พนักงำน คำ้ ขำย เกษตรกรรม รับจำ้ ง อ่นื ๆ รวม รวมทงั้ สนิ้ รำชกำร รฐั วิสำหกิจ อำยุ 25 จานวนผู้เรยี น ช ญ ช ญ ชญ ช ญ ชญชญช ญ 25 จานวนผผู้ ่านการฝึกอบรม - - - - - - - - 8 4 6 7 14 11 - - - - - - - - 8 4 6 7 14 11 11. จำนวนผ้เู รียนและผู้ผ่ำนกำรฝึกอบรม จำแนกตำมกลมุ่ เปำ้ หมำยและเพศ กลุ่มเปำ้ หมำย ผ้นู ำทอ้ ง ทหำร แรงงำน แรง กลมุ่ อำยุ สตรี ถิน่ อบต. ผ้ตู ้อง กอง ไทย งำน เกษตรกร อสม. อ่นื ๆ รวม รวม จานวนผู้เรียน ขัง ประจำ ตำ่ ง ชญ ทั้งสน้ิ จานวนผผู้ ่าน -- ชญ ชญ การฝึกอบรม กำร ด้ำว -- 14 1 25 -- 25 ช ญ ช ญ ชญ ช ญ ช ญ ชญ ช ญ ช ญ -- 1 14 1 - - - - - - - - 14 11 -- - - - - 1 - - - - - - - - 14 11 -- - - - - 12.ปัญหำและอุปสรรคที่เกดิ ขึน้ ระหว่ำงดำเนนิ งำน - 13.ข้อเสนอแนะในกำรจัดกจิ กรรมโครงกำรคร้ังตอ่ ไป - 14.ภำพกิจกรรม (จำนวน 2-4 ภำพ)
พธิ ีเปดิ โครงการ วิทยากรใหค้ วามรู้ผูเ้ ขา้ อบรม วทิ ยากรใหค้ วามรู้ผ้เู ขา้ อบรม ภาพหมู่พร้อมป้ายโครงการ ............................................ ผรู้ ายงาน (นางสาวศศวิ ณั ย์ ออ่ นศรที อง) ครู กศน.ตาบล
ตวั อยำ่ งแบบประเมนิ
Search