Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore PLC กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ปรับปรุง)

PLC กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ปรับปรุง)

Published by nuket-sk, 2022-05-29 09:36:10

Description: PLC กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

Search

Read the Text Version

มกี ารแลกเปลย่ี นเรยี นรแู้ ละให้ข้อมูลสะทอ้ นกลบั เพ่ือพัฒนาและปรับปรงุ การจัดการเรียนรู้ โดยมกี ารจัดกิจกรรมชุมนุมแห่งการเรยี นรทู้ างวชิ าชีพ (Professional Learning Community :PLC ) กล่มุ สาระการเรียนรู้ ศลิ ปะ ช่ือกลุ่ม PLC กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระการเรยี นรู้ศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์) ประเดน็ ปญั หา สาเหตุ ครขู าดความร้คู วามเข้าใจเร่ืองวธิ ีการสอนในรปู แบบทห่ี ลากหลาย กระบวนการแก้ปญั หา/พัฒนา ผลการจดั กจิ กรรมการพัฒนา นกั เรยี นไดร้ บั การพฒั นาด้านการจดั การเรยี นรู้ได้ไม่เต็มศักยภาพ สง่ ผลให้ ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นอย่ใู นระดับไมน่ ่าพึงพอใจ ข้อเสนอแนะ ครูกลุม่ สาระการเรียนรู้ศิลปะต้องได้รับการพฒั นาการจดั การเรยี นรู้ด้านเทคนิค การสอน โดยการแลกเปล่ยี นเรียนรู้เทคนิคการสอนภายในกลุ่มสาระศลิ ปะ และ นอกกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะมีการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ พัฒนาการจดั การเรยี น การสอน โดยครูผู้สอนทุกคนได้นำเทคนิคการสอนในรปู แบบท่ีหลากหลายมา สนทนา แลกเปลี่ยนการเรยี นรู้จากประสบการณ์ตรงของแต่ละท่านในกล่มุ สาระ ศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์ รวมถึงครทู กุ คนได้รบั การนเิ ทศตดิ ตามการเรยี นการสอน ภายในโรงเรียน คิดเปน็ ร้อยละ 100 ของครูในกลมุ่ สาระฯ จากทค่ี รใู นกลุ่มสาระการเรียนรศู้ ิลปะได้รับการพัฒนาการจดั การเรียนร้ใู น เร่ืองเทคนิคการสอน ทำให้ผเู้ รียนมีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนทดี่ ีขน้ึ ครูผู้สอนไดร้ บั คำตชิ ม ข้อเสนอแนะจากผูน้ เิ ทศการสอน ส่งผลใหค้ รผู ู้สอน สามารถนำข้อเสนอแนะ ดงั กลา่ วไปปรับใชก้ ับตนเองและผู้เรียนในโอกาสต่อไป ได้

ภาพกิจกรรม (Professional Learning Community :PLC ) ครใู นกลุ่มสาระการเรยี นรแู้ ลกเปลย่ี นเรยี นรู้เรอื่ ง ชแี้ นะการคิดเชงิ นวัตกรรม โดยครูเกศรา เพชรมณี เป็นผู้ถ่ายทอดการจัดการเรยี นรู้

รายช่อื ผเู้ ข้าร่วมการจดั กิจกรรมชมุ นมุ แหง่ การเรยี นร้ทู างวชิ าชพี โดยมีการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ (Professional Learning Community :PLC ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ผู้เข้ารว่ ม ตำแหนง่ ลายมือชือ่ ท่ี แลกเปล่ยี นเรียนรู้ 1. นางเกศรา เพชรมณี หัวหนา้ กลุม่ สาระฯ 2. นายชนนั ท์ รตั นพงษ์ รองหวั หน้ากลุม่ สาระฯ 3. นายวีรศกั ด์ิ รัตนเบญจกร ครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก 4. นายสุวิทย์ ปลอดอ่อน ครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก 5. นางสาวภิญญดา เภาพงศ์ ครูโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก 6. นางสาวอรอนงค์ ศรีวิเชียร ครูโรงเรยี นสุไหงโก-ลก 7. นางสาวสมฤทยั พรหมจันทร์ ครโู รงเรียนสไุ หงโก-ลก 8. นายนวิ ฒั น์ สนานคณุ ครูโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก

ภาพกิจกรรม (Professional Learning Community :PLC ) ครใู นกลุ่มสาระการเรยี นรแู้ ลกเปล่ียนเรยี นรู้ เรอื่ ง การจดั การเรียนรทู้ กั ษะจำเปน็ แหง่ อนาคต โดยครภู ญิ ญดา เภาพงศ์ เป็นผถู้ ่ายทอดการจดั การเรยี นรู้

ภาพกิจกรรม (Professional Learning Community :PLC ) ครูในกลุ่มสาระการเรยี นรแู้ ลกเปลีย่ นเรียนรู้ถึงเทคนคิ การสอนการจัดการเรยี นรู้ แบบสรา้ งสรรค์ CBL โดยครูชนันท์ รัตนพงษ์ เป็นผู้ถ่ายทอดการจดั การเรยี นรู้

รายช่อื ผเู้ ข้าร่วมการจดั กิจกรรมชมุ นมุ แหง่ การเรยี นร้ทู างวชิ าชพี โดยมีการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ (Professional Learning Community :PLC ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ผู้เข้ารว่ ม ตำแหนง่ ลายมือชือ่ ท่ี แลกเปล่ยี นเรียนรู้ 1. นางเกศรา เพชรมณี หัวหนา้ กลุม่ สาระฯ 2. นายชนนั ท์ รตั นพงษ์ รองหวั หน้ากลุม่ สาระฯ 3. นายวีรศกั ด์ิ รัตนเบญจกร ครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก 4. นายสุวิทย์ ปลอดอ่อน ครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก 5. นางสาวภิญญดา เภาพงศ์ ครูโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก 6. นางสาวอรอนงค์ ศรีวิเชียร ครูโรงเรยี นสุไหงโก-ลก 7. นางสาวสมฤทยั พรหมจันทร์ ครโู รงเรียนสไุ หงโก-ลก 8. นายนวิ ฒั น์ สนานคณุ ครูโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก

ภาพกิจกรรม (Professional Learning Community :PLC ) ครใู นกลมุ่ สาระการเรยี นรู้แลกเปล่ียนเรียนรถู้ ึงเทคนิคการสอน ทีเ่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั โดยครนู วิ ฒั น์ สนานคณุ เป็นผถู้ ่ายทอดการจดั การเรยี นรู้

รายช่อื ผเู้ ข้าร่วมการจดั กิจกรรมชมุ นมุ แหง่ การเรยี นร้ทู างวชิ าชพี โดยมีการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ (Professional Learning Community :PLC ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ผู้เข้ารว่ ม ตำแหนง่ ลายมือชือ่ ท่ี แลกเปล่ยี นเรียนรู้ 1. นางเกศรา เพชรมณี หัวหนา้ กลุม่ สาระฯ 2. นายชนนั ท์ รตั นพงษ์ รองหวั หน้ากลุม่ สาระฯ 3. นายวีรศกั ด์ิ รัตนเบญจกร ครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก 4. นายสุวิทย์ ปลอดอ่อน ครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก 5. นางสาวภิญญดา เภาพงศ์ ครูโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก 6. นางสาวอรอนงค์ ศรีวิเชียร ครูโรงเรยี นสุไหงโก-ลก 7. นางสาวสมฤทยั พรหมจันทร์ ครโู รงเรียนสไุ หงโก-ลก 8. นายนวิ ฒั น์ สนานคณุ ครูโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก

ภาพกิจกรรม (Professional Learning Community :PLC ) ครเู ข้าอบรมรับการพฒั นาการจดั ทำส่อื การเรียนการสอนทกุ กลุ่มสาระการเรียนรู้ เพอ่ื ใช้ในการจดั การเรยี นการสอนออนไลน์ โดยมี ครสู มฤทยั พรหมจนั ทร์ เปน็ แกนนำการถ่ายทอดของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ

รายช่อื ผเู้ ข้าร่วมการจดั กิจกรรมชมุ นมุ แหง่ การเรยี นร้ทู างวชิ าชพี โดยมีการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ (Professional Learning Community :PLC ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ผู้เข้ารว่ ม ตำแหนง่ ลายมือชือ่ ท่ี แลกเปล่ยี นเรียนรู้ 1. นางเกศรา เพชรมณี หัวหนา้ กลุม่ สาระฯ 2. นายชนนั ท์ รตั นพงษ์ รองหวั หน้ากลุม่ สาระฯ 3. นายวีรศกั ด์ิ รัตนเบญจกร ครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก 4. นายสุวิทย์ ปลอดอ่อน ครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก 5. นางสาวภิญญดา เภาพงศ์ ครูโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก 6. นางสาวอรอนงค์ ศรีวิเชียร ครูโรงเรยี นสุไหงโก-ลก 7. นางสาวสมฤทยั พรหมจันทร์ ครโู รงเรียนสไุ หงโก-ลก 8. นายนวิ ฒั น์ สนานคณุ ครูโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก

ภาพกิจกรรม (Professional Learning Community :PLC ) แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ ารจดั ทำส่อื การสอนโดยครู วีรศักด์ิ รัตนเบญจกร

หลักการใชส้ แี ละสอ่ื การเรยี นการสอน หลกั การใชส้ ี การใช้สกี บั งานออกมานนั้ อยทู่ ่ีนักออกแบบมจี ุดมงุ่ หมายใด ท่จี ะสร้างความสนใจ ความเรา้ ใจต่อผดู้ ู เพ่ือให้เขา้ ถึงจดุ หมายทต่ี นตอ้ งการ หลักของการใชม้ ดี ังน้ี การใชส้ วี รรณะเดยี ว ความหมายของสวี รรณะเดียว ( tone) คือกลุ่มสที แ่ี บง่ ออกเป็นวงลอ้ ของสีเปน็ 2 วรรณะ คือ วรรณะรอ้ น ( warm tone) ซ่งึ ประกอบดว้ ย สีเหลอื ง สีส้ม สแี ดง สีม่วง สเี หลา่ นใี้ ห้อิทธิพล ต่อ ความรสู้ ึก ต่นื เต้น เร้าใจ กระฉบั กระเฉง ถือว่าเป็นวรรณะร้อน วรรณะเย็น ( cool tone) ประกอบดว้ ย สีเหลือง สเี ขียว สนี ้ำเงิน สมี ว่ ง สีเหลา่ นด้ี ู เย็นตา ให้ ความรู้สึก สงบ สดช่นื (สีเหลอื งกับสมี ว่ งอยู่ได้ทงั้ สองวรรณะ) การใชส้ ีแต่ละคร้งั ควรใชส้ วี รรณะเดียวในภาพ ท้ังหมด เพราะจะทำใหภ้ าพความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกัน (เอกภาพ) กลมกลืน มแี รงจูงใจใหค้ ลอ้ ยตามได้มาก การใชส้ ตี ่างวรรณะ หลักการท่วั ไป ใชอ้ ตั ราส่วน 80% ต่อ 20% ของวรรณะสี คือ ถา้ ใช้สวี รรณะร้อน 80% สีวรรณะเยน็ ก็ 20% เป็นตน้ ซงึ่ การใชแ้ บบนส้ี รา้ งจดุ สนใจของผู้ดู ไม่ควรใช้อตั ราสว่ นท่เี ท่ากันเพราะจะทำใหไ้ มม่ สี ีใด เดน่ ไมน่ า่ สนใจ วรรณะของสี คือสที ี่ให้ความร้สู กึ ร้อน-เย็น ในวงจรสจี ะมีสีรอ้ น 7 สี และสเี ย็น 7 สี ซง่ึ แบง่ ท่ี สีมว่ ง กบั สีเหลอื ง ซึ่งเปน็ ได้ท้ังสองวรรณะ การใชส้ ีตรงกนั ขา้ ม สตี รงขา้ มจะทำใหค้ วามรู้สกึ ท่ตี ัดกันรุนแรง สรา้ งความเด่น และเรา้ ใจไดม้ ากแตห่ ากใชไ้ ม่ถูก หลักหรอื ไม่เหมาะสมหรอื ใช้จำนวนสีมากสีจนเกินไป กจ็ ะทำให้ ความร้สู ึกพร่ามัว ลายตา ขัดแยง้ ควรใชส้ ี ตรงข้าม ในอตั ราสว่ น 80% ต่อ 20% หรือหากมีพ้นื ท่ีเท่ากันท่ีจำเป็นต้องใช้ ควรนำสขี าว หรือสดี ำ เขา้ มา เสรมิ เพอ่ื ตดั เสน้ ใหแ้ ยกออก จาก กนั หรืออกี วิธหี นึง่ คือการลดความสดของสตี รงข้ามให้หม่นลง

สีตรงข้ามมี 6 คไู่ ดแ้ ก่ สีเหลือง ตรงข้ามกับ สีม่วง สแี ดง ตรงข้ามกับ สีเขยี ว สีน้ำเงนิ ตรงขา้ มกับ สสี ้ม สเี ขยี วเหลอื ง ตรงข้ามกับ สมี ่วงแดง สสี ม้ เหลือง ตรงขา้ มกบั สีม่วงนำ้ เงิน สสี ้มแดง ตรงข้ามกบั สีเขียวน้ำเงิน วงล้อสี สีแดง เปน็ สขี องไฟและเลือด พลงั งาน สงคราม อันตราย ความแขง็ แรง พละกำลังความปรารถนา และ ความรัก สแี ดงอ่อน เป็นความสนกุ สนาน ความอ่อนไหว ความย่ัวยุทางเพศ ความปรารถนา และความรัก สชี มพู สือ่ ถงึ ความเป็นผ้หู ญิง ความโรแมนติก ความรกั มิตรภาพ และความละเอยี ดอ่อน สีแดงเขม้ คือ ความโกรธ บา้ คล่งั ความมงุ่ ม่ัน ความกล้าหาญ ผูน้ ำ ความใคร่ ความกระฉับกระเฉง และ ความมงุ่ รา้ ย สีน้ำตาล สอื่ ถงึ การชวนคดิ ความเสถียรภาพ แขง็ แกรง่ และคุณภาพ สนี ำ้ ตาลแดง ความหมายในทางบวกส่ือถงึ ฤดูเก็บเกยี่ ว การเกิดผลสำเร็จ เก่าแก่ และโบราณนอกจากนี้ จะพบบ่อยในโฆษณาขายบ้าน และสือ่ ถงึ ครอบครัว สสี ้ม เกดิ จากสีแดงทม่ี ีพลัง และสเี หลืองท่สี ื่อถึงความสุข มาเปน็ สีสม้ จึง หมายถึง ความสนุก ความสดใส แสงแดดความร้อนแรง ความกระตือรือรน้ ชวนใหห้ ลงรัก ช่างคดิ ช่างฝัน ความต้ังใจ ความสำเรจ็ การ ช่วยเหลือนยิ มใช้ในการโฆษณาผลไม้ ผลไม้เพ่ือสขุ ภาพ และของเล่น สีสม้ เข้ม หมายถึง โกหก หลอกลวง มีอุบาย ไม่นา่ ไวใ้ จ และน่าสงสัย สสี ม้ แดง หมายถึง ความปรารถนา ความยั่วยุทางเพศ ความเพลิดเพลนิ ดูมีอำนาจ กา้ วร้าว และแสดง ถึงความกระหาย

สเี หลือง เปน็ สีของแสงอาทติ ย์ สอ่ื ถึง ความสนกุ สนาน ความสุข ความฉลาด หลักการใช้สอ่ื การสอน การทผ่ี สู้ อนจะนำสื่อการสอนมาใชใ้ นการเรยี นการสอน เพ่ือจดั ประสบการณใ์ หผ้ เู้ รียนเกดิ การเรยี นรู้ อยา่ งมีประสิทธภิ าพตามวตั ถุประสงค์นั้น มีหลกั การทีผ่ สู้ อนควรมคี วามเข้าใจในการใช้ส่อื การสอน ซง่ึ แบ่ง หลกั การออกเป็น 4 ข้ันตอนตามชว่ งเวลาของการใช้สอื่ การสอนดังน้ี 1. การวางแผน (Planning) การใชส้ อ่ื การสอนต้องมีการวางแผน โดยในข้นั ของการวางแผนคือการพจิ ารณาวา่ จะเลอื กใช้สื่อใดใน การเรยี นการสอน ซง่ึ รายละเอยี ดของการเลอื กใชส้ อื่ การสอนได้กลา่ วไวใ้ นหวั ขอ้ หลักการเลอื กใช้ส่อื การสอน อย่างไรกต็ ามการวางแผนเป็นขั้นตอนแรก และเป็นข้นั ตอนที่มคี วามสำคัญมาก ผู้ใช้สอื่ การสอนควรเลือกใช้สอ่ื การ สอนโดยพิจารณาจากปจั จยั ท่ีเก่ียวข้องให้ครบถ้วน หากการวางแผนผดิ พลาด กจ็ ะทำให้การใช้ส่ือการสอนล้มเหลว ต้ังแตย่ ังไม่ได้ปฏิบัตกิ ารใชส้ อื่ การสอนเลย 2. การเตรยี มการ (Preparation) เม่อื ไดว้ างแผนเลือกใชส้ อ่ื การสอนแลว้ ขั้นต่อมาคือการเตรียมการสงิ่ ตา่ งๆ เพื่อใหก้ ารใช้สือ่ การสอน เปน็ ไปอย่างมีประสิทธภิ าพและตรงตามวัตถุประสงค์ กอ่ นใช้สอื่ การสอน ผู้ใช้ควรเตรยี มความพร้อมในสิง่ ต่างๆ ดงั นี้ 2.1 การเตรียมความพร้อมของผสู้ อน เพ่ือใหภ้ าพของผู้สอนในการใช้ส่อื การสอนเป็นไปอย่างดแี ละราบรืน่ เปน็ ทป่ี ระทับใจต่อผู้เรยี น และสำคญั ที่สดุ คือ การสร้างความมน่ั ใจให้แก่ผูส้ อน ดงั น้นั ผูส้ อนควรมีการเตรยี มพรอ้ มในการใช้สอ่ื การสอน เช่น การ เตรยี มบทบรรยายประกอบสื่อ การจัดลำดับการใชส้ ื่อ การตรวจเชค็ สภาพหรือทดลองส่อื ก่อนการใชง้ านจริง 2.2 การเตรยี มความพร้อมใหผ้ เู้ รยี น กอ่ นใช้ส่ือการสอน ผสู้ อนควรทำความเข้าใจกบั ผู้เรียนถึงกิจกรรมการเรียน และลกั ษณะการใช้สื่อการสอน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนทราบบทบาทของตน และเตรียมตวั ทจ่ี ะมีส่วนร่วมกบั กิจกรรมหรือตอบสนองตอ่ สื่อ 2.3 การเตรยี มความพร้อมของสื่อและอุปกรณ์หรอื เคร่ืองมือที่ใช้รว่ มกัน สื่อการสอนบางอย่างต้องใชร้ ่วมกบั อปุ กรณ์หรือเครื่องมืออ่ืนด้วย ดังนั้น ผ้ใู ชส้ ือ่ ควรทดสอบการใชส้ ่ือกอ่ นใช้ งานจริง เชน่ การตรวจสอบแหล่งจา่ ยกระแสไฟฟ้า การตรวจสอบการเสยี บปลกั๊ หรือสายไฟต่างๆ เปน็ ต้น

2.4 การเตรียมความพร้อมของสภาพแวดลอ้ มและห้องสอน ส่อื แต่ละอย่างเหมาะสมท่ีจะใชก้ ับสภาพหอ้ งหรือสภาพแวดล้อมทีแ่ ตกตา่ งกันไป เช่น ขนาดของห้องเรยี นควร เหมาะสมกับสอ่ื ทใ่ี ช้ สภาพของแสงหรือเสยี งก็ควรจัดให้เหมาะสมเช่นกัน 3. การนำเสนอส่อื (Presentation) ในชว่ งการนำเสนอเนอ้ื หาบทเรยี น อาจแบ่งชว่ งเวลาออกไดเ้ ปน็ 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงนำเข้าสู่บทเรียน ช่วง สอนเนื้อหาบทเรียน และช่วงสรปุ ในทุกช่วงเวลาสามารถนำส่อื การสอนเข้ามาใช้อำนวยความสะดวกใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การรับรู้หรอื การเรียนร้ไู ด้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ ผเู้ ลือกใช้สื่อการสอนควรมีความเขา้ ใจวา่ สอื่ การสอนทนี่ ำมาใชใ้ น แตล่ ะช่วงเวลาใช้เพ่ือวตั ถุประสงค์ใด 1. ชว่ งนำเข้าสบู่ ทเรียน การใช้สอ่ื การสอนช่วงนำเขา้ สู่บทเรียน เป็นการใช้สื่อเพื่อเตรยี มความพร้อมให้กับผเู้ รยี นในการทีจ่ ะเร่ิมตน้ เรยี น และเพื่อสรา้ งความน่าสนใจให้แกบ่ ทเรยี น 2. ชว่ งสอนเน้อื หาบทเรยี น การใช้สือ่ การสอนในชว่ งสอนเนื้อหาบทเรยี น เป็นการใช้สือ่ เพอ่ื ถ่ายทอดสาระ ความรู้ หรอื เนื้อหาบทเรยี น ใหแ้ กผ่ ู้เรยี น เพ่ือสร้างให้ผ้เู รียนเกดิ การเรยี นรู้อย่างถกู ต้องและครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร 3. ชว่ งสรปุ บทเรยี น ในชว่ งสดุ ท้ายของการสอน ควรมีการใชส้ ่อื การสอนเพ่ือสรุปเน้อื หาทสี่ ำคัญของบทเรียน เพ่อื ชว่ ยผู้เรยี นใน การสรุปสาระที่ควรจำ หรือเพือ่ ช่วยโยงไปสู่เน้อื หาในบทต่อไป นอกจากการใช้สื่อการสอนให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของชว่ งการนำเสนอแลว้ ในขณะทใ่ี ช้สอื่ ยงั มหี ลกั การท่ีควร ปฏิบัตดิ งั นี้ 1 ใช้ส่อื การสอนตามลำดับทวี่ างแผนไว้ หากพบปญั หาเฉพาะหน้าควรแกไ้ ขลำดบั การนำเสนอในภาพรวม ใหม้ กี ารเปล่ียนแปลงน้อยทีส่ ุด 2 ควบคุมเวลาการใชส้ ่ือใหเ้ ปน็ ไปตามแผนที่วางอยา่ งไวอ้ ย่างดแี ลว้ คือใช้เวลาให้เหมาะสมกับเนื้อหา ไม่ นำเสนอเรว็ หรือช้าเกนิ ไป

3 ไมค่ วรให้ผเู้ รียนเห็นสอ่ื ก่อนการใช้ เพราะอาจทำให้ผู้เรียนหมดความตน่ื เตน้ หรือหมดความนา่ สนใจ หรือไม่ควรนำเสนอส่อื หลาย ๆ อยา่ งในเวลาเดยี วกนั เพราะสือ่ หนึ่งอาจแย่งความสนใจจากอีกสือ่ หน่งึ หรือ อาจทำใหผ้ เู้ รยี นสับสน หรอื อาจมีปญั หาในเรื่องการรบั รู้ของผเู้ รยี นที่ไม่สามารถรบั รู้ได้พร้อมๆ กัน 4 ทำกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบการใชส้ ื่อการสอนตามข้นั ตอนที่วางแผนไว้ เชน่ การระดมสมอง การตั้ง คำถาม การอภิปราย เป็นต้น 5 การนำเสนอควรมจี ดุ เน้นและอธิบายรายละเอยี ดในสว่ นทส่ี ำคญั ในขณะนำเสนอ โดยเฉพาะจุดท่ีผู้เรียน ไมเ่ ข้าใจและสบั สน 6 การนำเสนอด้วยสื่อควรออกแบบให้ผู้เรยี นมีปฏิสัมพันธ์กบั การนำเสนอ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ปฏสิ มั พนั ธ์ดา้ น การใชค้ วามคิด ผู้เรียนควรมีโอกาสมีส่วนรว่ มกบั กจิ กรรมหรือการใช้สือ่ อยา่ งทัว่ ถึง 4. การตดิ ตามผล (Follow - up) ภายหลงั การใชส้ ่ือการสอนแล้ว ผูส้ อนควรทำการซกั ถาม ตอบคำถามผู้เรยี น หรืออภปิ รายเกย่ี วกบั เนือ้ หาของสอื่ ทไี่ ด้นำเสนอไปแล้ว เพื่อสรปุ ถึงประสบการณ์ที่ผู้เรียนได้รบั และเพื่อทำการประเมินผเู้ รยี นวา่ มีความ เขา้ ใจบทเรยี นเพยี งใด และเพ่ือประเมินประสทิ ธภิ าพของสือ่ การสอน ตลอดจนวิธีการใช้สื่อการสอนของครูว่า มี ขอ้ ดี ข้อบกพร่อง หรือสงิ่ ท่ีควรแกไ้ ขตอ่ ไปอย่างไรบ้าง

รายช่อื ผเู้ ข้าร่วมการจดั กิจกรรมชมุ นมุ แหง่ การเรยี นร้ทู างวชิ าชพี โดยมีการแลกเปล่ียนเรยี นรู้ (Professional Learning Community :PLC ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ผู้เข้ารว่ ม ตำแหนง่ ลายมือชือ่ ท่ี แลกเปล่ยี นเรียนรู้ 1. นางเกศรา เพชรมณี หัวหนา้ กลุม่ สาระฯ 2. นายชนนั ท์ รตั นพงษ์ รองหวั หน้ากลุม่ สาระฯ 3. นายวีรศกั ด์ิ รัตนเบญจกร ครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก 4. นายสุวิทย์ ปลอดอ่อน ครโู รงเรียนสุไหงโก-ลก 5. นางสาวภิญญดา เภาพงศ์ ครูโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก 6. นางสาวอรอนงค์ ศรีวิเชียร ครูโรงเรยี นสุไหงโก-ลก 7. นางสาวสมฤทยั พรหมจันทร์ ครโู รงเรียนสไุ หงโก-ลก 8. นายนวิ ฒั น์ สนานคณุ ครูโรงเรยี นสไุ หงโก-ลก

สรุปผลการประเมนิ พฤติกรรมการสอน (รายบคุ คล) ชื่อผสู้ อน นางเกศรา เพชรมณี วิชาที่สอน ศ22104 ชั้น ม.2/3 จุดเดน่ ท่ีสุดของการสอนคร้งั นี้ *  1. การนำเข้าสบู่ ทเรียน  2. การดำเนินการสอน  3. การใช้สอื่ ประกอบการเรียนการสอน  4.การใช้คำถามกระตุ้นให้ผู้เรียนเกดิ การเรียนรู้  5. การเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนแสดงความคิดเหน็ หรือมีสว่ นรว่ มในการเรียนการสอน  6.การมอบหมายภารงาน/ช้นิ งาน  7. การสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ท่กี ำหนด  8. การวดั ประเมินผล  9. การสรุปบทเรียน รูปภาพการนิเทศภายใน (สังเกตการสอนระบบออนไลน์)

สรุปผลการประเมนิ พฤติกรรมการสอน (รายบุคคล) ชื่อผสู้ อน นางสาวอรอนงค์ ศรีวเิ ชียร วิชาทส่ี อน ศ23103 นาฏศิลป์ ชน้ั ม.3/2 จุดเดน่ ทส่ี ุดของการสอนครงั้ น้ี *  1. การนำเข้าสู่บทเรียน  2. การดำเนินการสอน  3. การใช้สอื่ ประกอบการเรียนการสอน  4.การใช้คำถามกระตุ้นให้ผ้เู รียนเกิดการเรยี นรู้  5. การเปดิ โอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเหน็ หรอื มีส่วนรว่ มในการเรยี นการสอน  6.การมอบหมายภารงาน/ชิ้นงาน  7. การสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ท่กี ำหนด  8. การวดั ประเมินผล  9. การสรุปบทเรียน รปู ภาพการนเิ ทศภายใน (สังเกตการสอนในระบบออนไลน์)

สรปุ ผลการประเมินพฤติกรรมการสอน (รายบุคคล) ชื่อผู้สอน นายชนนั ท์ รตั นพงษ์ วชิ าทีส่ อนศ 30104 ดนตรี 1 ชน้ั ม.5/8 จุดเดน่ ทสี่ ุดของการสอนครงั้ น้ี *  1. การนำเข้าสู่บทเรียน  2. การดำเนินการสอน  3. การใชส้ ่ือประกอบการเรียนการสอน  4.การใชค้ ำถามกระตนุ้ ใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรยี นรู้  5. การเปดิ โอกาสให้นักเรยี นแสดงความคดิ เหน็ หรือมีสว่ นร่วมในการเรียนการสอน  6.การมอบหมายภารงาน/ชิน้ งาน  7. การสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ท่กี ำหนด  8. การวดั ประเมินผล  9. การสรุปบทเรยี น รปู ภาพการนเิ ทศภายใน (สังเกตการสอนในระบบออนไลน์)

สรุปผลการประเมนิ พฤติกรรมการสอน (รายบุคคล) ชือ่ ผู้สอน นางสาวภญิ ญดา เภาพงศ์ วิชาทส่ี อน ศ 21104 ช้ัน ม.1/2 จดุ เดน่ ทีส่ ุดของการสอนคร้ังนี้ *  1. การนำเข้าสู่บทเรียน  2. การดำเนนิ การสอน  3. การใช้ส่อื ประกอบการเรียนการสอน  4.การใช้คำถามกระตนุ้ ให้ผเู้ รียนเกิดการเรยี นรู้  5. การเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคดิ เหน็ หรอื มสี ่วนรว่ มในการเรียนการสอน  6.การมอบหมายภารงาน/ชิ้นงาน  7. การสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ท่กี ำหนด  8. การวัดประเมนิ ผล  9. การสรุปบทเรยี น รูปภาพการนิเทศภายใน (สังเกตการสอนในชน้ั เรียน)

สรุปผลการประเมินพฤติกรรมการสอน (รายบุคคล) ชือ่ ผู้สอน นายวีรศักด์ิ รัตนเบญจกร วชิ าที่สอน ศิลปะ ช้ัน ม.3/6 จดุ เดน่ ทีส่ ุดของการสอนคร้งั นี้ *  1. การนำเข้าสบู่ ทเรียน  2. การดำเนนิ การสอน  3. การใชส้ อื่ ประกอบการเรียนการสอน  4.การใช้คำถามกระตุ้นให้ผเู้ รียนเกิดการเรียนรู้  5. การเปิดโอกาสให้นักเรยี นแสดงความคดิ เหน็ หรือมีส่วนรว่ มในการเรียนการสอน  6.การมอบหมายภารงาน/ช้ินงาน  7. การสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ท่กี ำหนด  8. การวัดประเมนิ ผล  9. การสรุปบทเรียน รปู ภาพการนเิ ทศภายใน (สงั เกตการสอนในช้นั เรียน)

สรปุ ผลการประเมนิ พฤตกิ รรมการสอน (รายบคุ คล) ช่อื ผสู้ อน นายสุวทิ ย์ ปลอดอ่อน วชิ าทสี่ อน ศ21103 ช้นั ม.1/8 จุดเดน่ ท่สี ดุ ของการสอนครง้ั นี้ *  1. การนำเข้าสบู่ ทเรียน  2. การดำเนินการสอน  3. การใชส้ ่ือประกอบการเรียนการสอน  4.การใช้คำถามกระต้นุ ให้ผเู้ รียนเกิดการเรยี นรู้  5. การเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เหน็ หรอื มสี ว่ นรว่ มในการเรียนการสอน  6.การมอบหมายภารงาน/ชนิ้ งาน  7. การสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ กี่ ำหนด  8. การวดั ประเมินผล  9. การสรปุ บทเรียน รปู ภาพการนเิ ทศภายใน (สงั เกตการสอนในชน้ั เรยี น)

สรปุ ผลการประเมนิ พฤตกิ รรมการสอน (รายบคุ คล) ช่อื ผ้สู อน นางสาวสมฤทัย พรหมจนั ทร์ วิชาทส่ี อน ทฤษฎดี นตรี ชัน้ ม.3/5 จดุ เด่นท่สี ดุ ของการสอนคร้งั น้ี *  1. การนำเข้าส่บู ทเรียน  2. การดำเนินการสอน  3. การใชส้ ่ือประกอบการเรียนการสอน  4.การใชค้ ำถามกระตนุ้ ให้ผูเ้ รียนเกดิ การเรยี นรู้  5. การเปิดโอกาสใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เห็นหรือมีสว่ นรว่ มในการเรยี นการสอน  6.การมอบหมายภารงาน/ชน้ิ งาน  7. การสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ทีก่ ำหนด  8. การวดั ประเมินผล  9. การสรุปบทเรยี น รปู ภาพการนิเทศภายใน (สังเกตการสอนในชั้นเรียน)

สรุปผลการประเมินพฤตกิ รรมการสอน (รายบคุ คล) ช่อื ผู้สอน นายนิวฒั น์ สนานคณุ วิชาท่ีสอน จุดเด่นท่สี ุดของการสอนครั้งนี้ *  1. การนำเข้าสู่บทเรียน  2. การดำเนินการสอน  3. การใชส้ ือ่ ประกอบการเรียนการสอน  4.การใชค้ ำถามกระตุ้นให้ผูเ้ รียนเกดิ การเรยี นรู้  5. การเปิดโอกาสให้นักเรยี นแสดงความคดิ เห็นหรือมีสว่ นรว่ มในการเรยี นการสอน  6.การมอบหมายภารงาน/ชน้ิ งาน  7. การสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงคท์ ก่ี ำหนด  8. การวดั ประเมนิ ผล  9. การสรปุ บทเรยี น รปู ภาพการนเิ ทศภายใน (สังเกตการสอนในช้นั เรยี น)

จากการจัดกระบวนการจดั การเรียนการสอนทเ่ี น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั โดยมกี ารแลกเปลย่ี นเรยี นรแู้ ละใหข้ ้อมลู สะทอ้ นกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรงุ การจัดการเรยี นรู้ ครูผสู้ อน กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ จำนวน ......8....... คน การจัดกิจกรรมชมุ นุมแหง่ การเรียนรู้ทางวชิ าชีพ โดยมีการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ (Professional Learning Community :PLC ) สรปุ ผลจากการจัดกิจกรรมการพฒั นา:ชุมนมุ แหง่ การเรยี นรทู้ างวิชาชพี โดยมี การแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ (Professional Learning Community :PLC ) ในภาพรวม กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ได้ดังน้ี 1. คุณครไู ดร้ บั การพัฒนาการจัดการเรยี นการสอนทุกคน 2. ครทู กุ คนในกลมุ่ สาระการเรียนรไู้ ดร้ บั การนเิ ทศภายใน 3. นกั เรียนมคี วามสนใจในการเรียน/มีความกระตือรอื รน้ /มีส่วนรว่ มในการเรยี นมากขน้ึ ทำให้ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนสูงข้นึ 5. มกี ารจดั กิจกรรมการเรียนรู้/โดยใชเ้ ทคนิคทห่ี ลากหลาย เชน่ ตามความเหมาะสมของ รายวิชา จากการจดั กจิ กรรมทำใหน้ ักเรียนมีความสขุ กับการเรยี นมากขน้ึ 6. นกั เรียนส่วนใหญ่ มที กั ษะพื้นฐานทด่ี ีในหลายๆด้าน มคี วามคลอ่ งในการปฏบิ ัติกจิ กรรม มคี วามคงทนในการเรยี น รวมทง้ั ตัง้ ใจเรยี น/มีเจตคติที่ดีการเรียน และมเี หตุผลทาง จรยิ ธรรมสงู ขึ้น 7. นักเรยี นสามารถเรยี นรู้ได้ และสามารถหาความรู้เพม่ิ เติมไดโ้ ดยใชก้ ารคน้ ควา้ หาความรู้ ทางสอ่ื ต่างๆ อนิ เตอร์เน็ต ได้ดว้ ยตนเอง

PLC คืออะไร? สาคัญอย่างไร? April 2, 2015 การสร้ างชุมชนการเรียนรู้ ทางวิชาชีพ (PLC) ในยคุ ปัจจุบนั เป็นท่ีทราบกนั ดีแลว้ วา่ ในแตล่ ะช้นั เรียนจะมีนกั เรียน ที่มีความสามารถท่ีหลากหลายและแตกต่างกนั ดงั พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแกไ้ ขเพมิ่ เติม (ฉบบั ที่2) พุทธศกั ราช 2545 มาตรา 10 ที่ระบุวา่ การ จดั การศึกษาตอ้ งจดั ใหบ้ ุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกนั ในการรับการศึกษาข้นั พ้ืนฐานไม่ นอ้ ยกวา่ สิบสองปี ที่รัฐตอ้ งจดั ใหอ้ ยา่ งทวั่ ถึงและมีคุณภาพ โดยไมเ่ กบ็ คา่ ใชจ้ ่าย การ จดั การศึกษาสาหรับบคุ คลซ่ึงมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สงั คม การส่ือสารและการเรียนรู้หรือมีร่างกายพกิ าร หรือทพุ พลภาพหรือ บุคคลซ่ึงไมส่ ามารถพ่งึ ตนเองไดห้ รือไมม่ ีผดู้ ูแลหรือดอ้ ยโอกาส ตอ้ งจดั ใหบ้ คุ คลดงั กล่าว มีสิทธิและโอกาสไดร้ ับการศึกษาข้นั พ้นื ฐานเป็นพิเศษ การศึกษาสาหรับคนพกิ ารใน วรรคสอง ใหจ้ ดั ใหต้ ้งั แต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไมเ่ สียค่าใชจ้ ่ายและใหบ้ คุ คล ดงั กลา่ วมีสิทธิไดร้ ับความช่วยเหลืออ่ืนใดทางการศึกษา นอกจากน้ีแลว้ ในมาตรา 22 ยงั ระบุถึงหลกั การจดั การศึกษาวา่ ผเู้ รียนทกุ คนสามารถเรียนรู้และพฒั นาตนเองได้ ตอ้ งจดั การศึกษาท่ีพฒั นาผเู้ รียนตามธรรมชาติและเตม็ ศกั ยภาพ ครูทุกคนมีความจาเป็นอยา่ งยงิ่ ที่จะตอ้ งแสวงหาวธิ ีการท่ีจะช่วยใหน้ กั เรียนทกุ คนสามารถเรียนรู้ไดต้ ามเจตนารมณ์ของ พระราชบญั ญตั ิดงั กลา่ ว ซ่ึงนวตั กรรมใหมท่ ี่ครูจะตอ้ งทราบคือ Professional Learning Community (PLC) โดยที่ PLC ยอ่ มาจาก Professional Learning Community ซ่ึงหมายถึง Community of Practice (CoP) ในการทาหนา้ ท่ีครูนน่ั เอง

หรือกลา่ วอีกนยั หน่ึง เป็นการรวมตวั กนั ทางานไปพฒั นาทกั ษะและการเรียนรู้เพอื่ ปฏิบตั ิ หนา้ ท่ีครูเพอื่ ศิษยไ์ ป โดยรวมตวั กนั แลกเปล่ียนเรียนรู้ (ลปรร.) จากประสบการณ์ ตรง ทาใหก้ ารทาหนา้ ที่ครูเพื่อศษิ ยเ์ ป็นการทางานเป็นกล่มุ หรือเป็นทีม ซ่ึงอาจเป็น ทีมในโรงเรียนเดียวกนั กไ็ ด้ ตา่ งโรงเรียนกนั กไ็ ด้ หรืออาจจะอยหู่ ่างไกลกนั กไ็ ด้ โดย ลปรร. ผา่ น ICT ชุ มชนแห่ งการเรียนรู้ ทางวิชาชีพ (PLC) คืออะไร? ชุมชนการเรียนรู้ทางวชิ าชีพหรือ PLC คือ การรวมตวั รวมใจ รวมพลงั ร่วมมือกนั ของ ครู ผบู้ ริหาร และนกั การศึกษา ในโรงเรียน เพอื่ พฒั นาการเรียนรู้ของผเู้ รียนเป็นสาคญั ดงั ท่ี Sergiovanni (1994) ไดก้ ลา่ ววา่ PLC เป็นสถานที่สาหรับ “ปฏิสมั พนั ธ”์ ลด “ความโดดเดี่ยว” ของมวลสมาชิกวชิ าชีพครูของโรงเรียนในการทางาน เพ่ือปรับปรุง ผลการเรียนของนกั เรียน หรืองานวิชาการ โรงเรียน ซ่ึง Hord (1997) มองใน มมุ มองเดียวกนั โดยมองการ รวมตวั กนั ดงั กลา่ ว มีนยั ยะแสดงถึงการเป็นผนู้ าร่วมกนั ของ ครู หรือเปิ ดโอกาสใหค้ รูเป็น “ประธาน” ในการเปล่ียนแปลง (วิจารณ์ พานิช, 2555) การมีคุณค่าร่วม และวสิ ัยทศั น์ร่วมกนั ไปถึงการเรียนรู้ร่วมกนั และการนาส่ิงที่เรียนรู้ไป ประยกุ ตใ์ ช้ อยา่ งสร้างสรรคร์ ่วมกนั การรวมตวั ในรูปแบบน้ีเป็นเหมือน แรงผลกั ดนั โดย อาศยั ความตอ้ งการและความสนใจของ สมาชิกใน PLC เพ่ือการเรียนรู้และพฒั นา วชิ าชีพ สู่มาตรฐานการเรียนรู้ของนกั เรียนเป็นหลกั (Senge, 1990) การพฒั นา วิชาชีพใหเ้ ป็น “ครูเพ่อื ศิษย”์ (วิจารณ์ พานิช, 2555) โดยมองวา่ เป็น “ศิษยข์ องเรา” มากกวา่ มองวา่ “ศษิ ยข์ องฉนั ”และการ เปล่ียนแปลงคุณภาพการจดั การเรียนรู้ท่ีเริ่มจาก “การเรียนรู้ ของครู” เป็นตวั ต้งั ตน้ เรียนรู้ที่จะมองเห็นการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พฒั นาการจดั การเรียนรู้ของตนเอง เพ่อื ผเู้ รียน เป็นสาคญั อยา่ งไรก็ตามการรวมตวั การเรียน การเปล่ียนแปลงใดๆ เป็นไปไดย้ ากท่ีจะทาเพียงลาพงั หรือเพียงนโยบาย เพือ่ ใหเ้ กิด การขบั เคล่ือนท้งั ระบบโรงเรียน จึงจาเป็นตอ้ งสร้างความ เป็น PLC ท่ีสอดคลอ้ งกบั ธรรมชาติทางวชิ าชีพร่วมในโรงเรียน ยอ่ มมีความ เป็นชุมชน

ที่สัมพนั ธก์ นั อยา่ งแน่นแฟ้น (Senge, 1990) ชุมชน ท่ีสามารถขบั เคลื่อนใหเ้ กิดการ เปล่ียนแปลงทางวชิ าชีพไดน้ ้นั จึงจาเป็นตอ้ งมีอยรู่ ่วมกนั อยา่ งมีความสุขทางวิชาชีพ มี ฉนั ทะ และศรัทธาในการทางาน “ครูเพอื่ ศิษยร์ ่วมกนั ” บรรยากาศ การอยรู่ ่วมกนั จึงเป็น บรรยากาศ “ชุมชนกลั ยาณมิตร ทางวชิ าการ” (สุรพล ธรรมร่มดี, ทศั นีย์ จนั อินทร์, และ คงกฤช ไตรยวงศ,์ 2553) ท่ีมีลกั ษณะความเป็นชุมชน แห่งความเอ้อื อาทรอยบู่ น พ้นื ฐาน “อานาจเชิงวิชาชีพ” และ “อานาจเชิงคุณธรรม” (Sergiovanni, 1994) เป็นอานาจท่ีสร้างพลงั มวลชนเริ่มจากภาวะผนู้ าร่วมของครูเพอื่ ขบั เคลื่อนการ ปรับปรุง และพฒั นาสถานศึกษา (Fullan, 2005) กล่าวโดยสรปุ PLC หมายถึง การรวมตวั ร่วมใจร่วมพลงั ร่วมทา และร่วมเรียนรู้ ร่วมกนั ของครู ผบู้ ริหาร และนกั เรียน บนพ้นื ฐานวฒั นธรรมความสมั พนั ธ์แบบ กลั ยาณมิตร มีวสิ ัยทศั น์ คุณคา่ เป้าหมาย และภารกิจร่วมกนั โดยทางานร่วมกนั แบบทีม เรียนรู้ที่ครูเป็นผนู้ าร่วมกนั และผบู้ ริหารแบบผดู้ ูแลสนบั สนุน สู่การเรียนรู้และพฒั นา วิชาชีพเปลี่ยนแปลงคณุ ภาพตนเอง สู่คุณภาพการจดั การเรียนรู้ท่ีเนน้ ความสาเร็จหรือ ประสิทธิผลของผเู้ รียนเป็นสาคญั และความสุขของการทางานร่วมกนั ของสมาชิกใน ชุมชนการเรียนรู้ ชุ มชนแห่ งการเรียนรู้ ทางวิชาชีพ (PLC) มีความสาคัญอย่ างไร? ความสาคญั ของ PLC จากผลการวิจยั โดยตรงของที่ยนื ยนั วา่ การดาเนินการในรูปแบบ PLC นาไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพท้งั ดา้ นวชิ าชีพและผลสมั ฤทธ์ิของนกั เรียน

จากการสังเคราะห์รายงานการวจิ ยั เก่ียวกบั โรงเรียนที่มีการจดั ต้งั PLC โดยใชค้ าถามวา่ โรงเรียนดงั กลา่ วมีผลลพั ธ์อะไรบา้ ง ท่ีแตกตา่ งไปจากโรงเรียนทว่ั ไปที่ไมม่ ีชุมชนแห่ง วิชาชีพ และถา้ แตกตา่ งแลว้ จะมีผลดีตอ่ ครูผสู้ อนและต่อนกั เรียนอยา่ งไรบา้ งซ่ึงมีผลสรุป 2 ประเด็นดงั น้ี ประเดน็ ที่ 1 ผลดีต่อครูผู้สอนพบวา่ PLC ส่งผลต่อครูผสู้ อนกล่าวคือลดความรู้สึก โดดเดี่ยวงานสอนของครู เพิ่มความรู้สึกผกู พนั ตอ่ พนั ธกิจและเป้าหมายของโรงเรียนมาก ข้ึน โดยเพมิ่ ความกระตอื รือร้นที่จะปฏิบตั ิใหบ้ รรลพุ นั ธกิจอยา่ งแขง็ ขนั จนเกิดความรู้สึก วา่ ตอ้ งการร่วมกนั เรียนรู้และรับผิดชอบต่อพฒั นาการโดยรวมของนกั เรียนถือเป็นพลงั การเรียนรู้ซ่ึงส่งผลใหก้ ารปฏิบตั ิการสอนในช้นั เรียนใหม้ ีผลดียงิ่ ข้ึน กล่าวคือมีการคน้ พบ ความรู้ และความเชื่อที่เก่ียวกบั วิธีการสอนและตวั ผเู้ รียนซ่ึงที่เกิดจากการคอยสังเกตอยา่ ง สนใจ รวมถึงเขา้ ใจในดา้ นเน้ือหาสาระ ที่ตอ้ งจดั การเรียนรู้ไดแ้ ตกฉานยงิ่ ข้ึนจนตระหนกั ถึงบทบาทและพฤติกรรมการสอนท่ีจะช่วยใหน้ กั เรียนเกิดการเรียนรู้ไดด้ ีที่สุด อีกท้งั การ รับทราบขอ้ มูลสาระสนเทศต่างๆ ที่จาเป็นตอ่ วชิ าชีพไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง และรวดเร็วข้ึน ส่งผลดีตอ่ การปรับปรุงพฒั นางานวชิ าชีพไดต้ ลอดเวลา เป็นผลใหเ้ กิดแรงบนั ดาลใจท่ีจะ พฒั นาและอทุ ิศตนทางวิชาชีพเพอ่ื ศษิ ย์ ซ่ึงเป็นท้งั คุณค่าและขวญั กาลงั ใจต่อการ ปฏิบตั ิงานใหด้ ียง่ิ ข้ึนทสี่ าคญั คือยงั สามารถลดอตั ราการลาหยดุ งานนอ้ ยลง เมื่อ เปรียบเทียบกบั โรงเรียนแบบเก่ายงั พบวา่ มีความกา้ วหนา้ ในการปรับเปลี่ยนวธิ ีการจดั การ เรียนรู้ใหส้ อดคลอ้ งกบั ลกั ษณะผเู้ รียนไดอ้ ยา่ งเด่นชดั และรวดเร็วกวา่ ที่พบในโรงเรียน แบบเก่า มีความผกู พนั ท่ีจะสร้างการเปลี่ยนแปลงใหมๆ่ ใหป้ รากฏอยา่ งเดน่ ชดั และยงั่ ยนื ประเดน็ ที่ 2 ผลดีต่อผเู้ รียนพบวา่ PLC ส่งผลตอ่ ผเู้ รียนกลา่ วคือสามารถลดอตั ราการ ตกซ้าช้นั และจานวนช้นั เรียนท่ีตอ้ งเล่ือนหรือชะลอการจดั การเรียนรู้ใหน้ อ้ ยลง อตั ราการ ขาดเรียนลดลงมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในวิชาวทิ ยาศาสตร์ประวตั ิศาสตร์และวชิ าการ อ่านท่ีสูงข้ึนอยา่ งเด่นชดั เมื่อเทียบกบั โรงเรียนแบบเก่าสุดทา้ ยคือมี ความแตกตา่ งดา้ น ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนระหวา่ งกลุ่มนกั เรียนท่ีมีภมู ิหลงั ไม่เหมือนกนั และลดลงชดั เจน

กล่าวโดยสรุป คือ PLC มีพฒั นาการมาจากกลยทุ ธร์ ะดบั องคก์ รที่ มุ่งเนน้ ใหอ้ งคก์ รมีการปรับตวั ตอ่ กระแสการเปลี่ยนแปลงของสงั คมท่ีเกิดข้ึนอยา่ งรวดเร็ว โดยเริ่มพฒั นาจากแนวคิดองคก์ รแห่งการเรียนรู้และปรับประยกุ ตใ์ หม้ ีความสอดคลอ้ ง กบั บริบทของโรงเรียนและการเรียนรู้ร่วมกนั ในทางวชิ าชีพ ท่ีมีหนา้ งานสาคญั คือความ รับผดิ ชอบการเรียนรู้ของผเู้ รียนร่วมกนั เป็นสาคญั จากการศึกษาหลายโรงเรียนในประเทศ สหรัฐอเมริกาดาเนินการในรูปแบบ PLC พบวา่ เกิดผลดีทางวชิ าชีพครู และผเู้ รียนที่มงุ่ พฒั นาการของผเู้ รียนเป็นสาคญั กลยุทธ์ ในการจัดการและใช้ ชุมชนแห่ งการเรียนทางรู้ วิชาชีพ (PLC) อย่ างย่ังยืนเป็ นอย่ างไร? 1. เร่ิมต้นด้วยข้นั ตอนง่ายๆ (Take a baby steps) โดยเร่ิมตน้ จากการกาหนด เป้าหมาย อภิปราย สะทอ้ นผล แลกเปลี่ยนกบั คนอื่นๆ เพอ่ื กาหนดวา่ จะดาเนินการ อยา่ งไร โดยพิจารณาและสะทอ้ นผลในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี 1.1 หลกั การอะไรที่จะสร้างแรงจูงใจในการปฏิบตั ิ 1.2 เราจะเริ่มตน้ ความรู้ใหม่อยา่ งไร 1.3 การออกแบบอะไรท่ีพวกเราควรใชใ้ นการตรวจสอบหลกั ฐานของการเรียนรู้ท่ี สาคญั 2. การวางแผนด้วยความร่วมมือ (Plan Cooperatively) สมาชิกของกลุ่ม กาหนดสารสนเทศที่ตอ้ งใชใ้ นการดาเนินการ 3. การกาหนดความคาดหวงั ในระดบั สูง (Set high expectations) และ วิเคราะห์การสอนสืบเสาะหาวธิ ีการที่จะทาใหป้ ระสบผลสาเร็จสูงสุด 3.1 ทดสอบขอ้ ตกลงท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การสอนหลงั จากไดม้ ีการจดั เตรียมตน้ แบบท่ีเป็น การวางแผนระยะยาว (Long-term)

3.2 จดั ใหม้ ีช่วงเวลาของการช้ีแนะ โดยเนน้ การนาไปใชใ้ นช้นั เรียน 3.3 ใหเ้ วลาสาหรับครูที่มีความยงุ่ ยากในการสังเกตการณ์ปฏิบตั ิในช้นั เรียนของครูท่ี สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้อยา่ งประสบผลสาเร็จ 4. เริ่มต้นจากจุดเลก็ ๆ (Start small) เริ่มตน้ จากการใชก้ ลมุ่ เลก็ ๆ ก่อน แลว้ คอ่ ย ปรับขยาย 5. ศึกษาและใช้ข้อมูล (Study and use the data) ตรวจสอบผลการ นาไปใชแ้ ละการสะทอ้ นผลเพอ่ื นามากาหนดวา่ แผนไหน ควรใชต้ อ่ ไป/แผนไหนควร ปรับปรุงหรือยกเลิก 6. วางแผนเพื่อความสาเร็จ (Plan for success) เรียนรู้จากอดีต ปรับปรุงหรือ ปฏิเสธในส่ิงท่ีไมส่ าเร็จ และทาต่อไป ความสาเร็จในอนาคต หรือความลม้ เหลวข้ึนอยกู่ บั เจตคติและพฤติกรรมของครู 7. นาสู่สาธารณะ (Go public) แผนไหนท่ีสาเร็จก็จะมีการเชิญชวนใหค้ นอ่ืนเขา้ มามีส่วนร่วม ยกยอ่ งและแลกเปล่ียนความสาเร็จ 8. ฝึ กฝนร่างกายและหล่อเลยี้ งสมอง (Exercise the body & nourish the brain) จดั กิจกรรมที่ไดม้ ีการเคลื่อนไหวและ เตรียมครูท่ีทางานสาเร็จของแต่ละ กลุ่มโดยมีการจดั อาหาร เคร่ืองด่ืมท่ีมีประโยชน์ ลาดบั ตอ่ ไปจะไดก้ ล่าวถึงเทคนิคท่ีใชใ้ นการสร้างชุมชนแห่งการเรียนทางรู้วชิ าชีพ (PLC) ท่ีสามารถนามาใชเ้ ป็นแนวทางสาหรับการสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายใน กลุ่มผทู้ ่ีเขา้ มามีส่วนร่วมได…้

เอกสารอ้างองิ • ประเวศ วะสี และคณะ. (2547). ธรรมชาตขิ องสรรพส่ิง: การเข้าถงึ ความจริงทั้งหมด. กรุงเทพฯ: ร่วม ดว้ ยช่วยกนั . • พระธรรมปิ ฎก (ป.อ.ปยตุ .โต). (2542). เพอื่ ชุมชนแห่งการศึกษาและ บรรยากาศทางวชิ าการ (คุณธรรม ของครูอาจารย์และ ผู้บริหาร). กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม. • วจิ ารณ์ พานิช. (2554). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษยใ์ นศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: ตถาตาพลบั ลิเคชน่ั จาา กดั . • สุรพล ธรรมร่มดี, ทศั นีย์ จนั อินทร์, และคงกฤช ไตรยวงค.์ (2553).อาศรมศิลป์ วจิ ยั : การวจิ ยั และพฒั นา ชุมชนแห่งการเรียนรู้ แนวจิตตปัญญา. โครงการเอกสารวิชาการการเรียนรู้สู่ การเปลี่ยนแปลง ลาดบั ที่ 8. นครปฐม: เอม่ี เอน็ เตอร์ไพรส์ จากดั . • Stoehr, J., Banks, M., & Allen, L. (2011). PLCs, DI, & RTI: A Tapestry for school change. Thousand Oakes, California: Crowin. • Senge, P. M. (1990). The Fifth Discipline: The Art and Practice of the Learning Organization. Doubleday, New York, NY: MCB UP Ltd. • Senge, P. M., N. Cambron-McCabe, T. Lucas, A. Kleiner, J.Dutton, & B. Smith. (2000). Schools that Learn:A Fifth Discipline Fieldbook for Educators, Parents, and Everyone Who Cares about Education. New York: Doubleday.




Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook