น้ำเสยี (Wastewater) หมำยถงึ น้ำท่ีผ่ำนกำรใชป้ ระโยชนจ์ ำกกจิ กรรมต่ำง ๆแลว้ ไดแ้ ก่ กำรใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ของประชำกรเช่น ใชใ้ นกำรอปุ โภคและบรโิ ภค กำรประกอบอำหำร กำรชำระลำ้ งร่ำงกำย หรอื ใชใ้ นอตุ สำหกรรม สง่ิ สกปรกในน้ำเสยี (Impurity) สง่ิ สกปรกท่ีปนเป้ือนในน้ำเสยี เป็ นสง่ิ จำ้ เป็ นท่ีตอ้ งกำจดั ออกจำก น้ำเสยี ซ่งึ มอี ยูม่ ำกมำยหลำยชนิดโดยน้ำเสยี แต่ละชนิดกม็ ีสง่ิ สกปรกท่ปี นเป้ือนอยู่แตกต่ำงกนั ออกไปข้ึนอยู่กบั กจิ กรรม ท่ีทำใหเ้ กดิ น้ำเสยี น้นั ๆ สำมำรถจดั เป็นหมวดหมู่ไดด้ งั น้ี จุลนิ ทรยี ์ สำรอนิ ทรยี ท์ จ่ี ลุ นิ ทรยี ย์ อ่ ยสลำยได้ ตะกอนแขวนลอย (Microorganisms) (Biodegradable organic matters) (Suspended solids)
สำรพษิ สแี ละควำมขุ่น สำรประกอบไนโตรเจนและฟอสฟอรสั (Toxic substances) (Color and turbidity) (Nitrogenous compounds and phosphorus compounds) สง่ิ สกปรกท่ลี อยน้ำได้ น้ำมนั และไขมนั สำรอนิ ทรยี ท์ ่จี ุลนิ ทรยี ย์ ่อยสลำยไดย้ ำก (Floating matters) (Oil & grease) (Hardly biodegradableorganic matters)
การแบง่ ประเภทนา้ เสยี สามารถ 1.กำรแบ่งประเภทของน้ำเสยี ตำม 2.กำรแบ่งประเภทของน้ำเสยี ตำม 3.ลกั ษณะสมบตั ิน้ำเสยี แบ่งไดห้ ลายรูปแบบเช่นแบ่งตามแหลง่ แหลง่ กำเนิด ลกั ษณะสมบตั ขิ องสง่ิ สกปรก -ลกั ษณะสมบตั นิ า้ เสยี ทางกายภาพ กาเนดิ นา้ เสยี หรอื แบง่ ตามชนดิ -นา้ เสยี ชมุ ชน -นา้ เสยี อนิ ทรยี ์ -ปรมิ าณออกซเิ จนละลายนา้ ของสง่ิ สกปรกทป่ี นเป้ือนในนา้ เสยี -นา้ เสยี เกษตรกรรม -นา้ เสยี อนนิ ทรยี ์ -นา้ เสยี อตุ สาหกรรม
ปจั จบุ นั กฎหมำยท่เี กย่ี วขอ้ งกบั กำรควบคมุ ปญั หำดำ้ นสง่ิ แวดลอ้ มมดี ว้ ยกนั หลำยฉบบั โดยกำรควบคมุ ของหน่วยงำนรำชกำรหลำยหน่วยงำน ไดแ้ ก่ กระทรวงคมนำคม กระทรวงมหำดไทยกระทรวงวทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยกี ระทรวงทรพั ยำกรและสง่ิ แวดลอ้ ม กระทรวงสำธำรณสขุ กระทรวงอตุ สำหกรรมเป็ นตน้ พระรำชบญั ญตั ิท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั กำรรกั ษำ สง่ิ แวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ -พ.ร.บ. เดนิ เรอื ในน่ำนน้ำไทย พ.ศ. 2546 -พ.ร.บ. สง่ เสรมิ และรกั ษำคณุ ภำพ สง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชำติ พ.ศ. 2535 -พ.ร.บ. ควบคมุ อำหำร พ.ศ. 2521 -พ.ร.บ. โรงงำน พ.ศ. 2535 -พ.ร.บ. กำรสำธำรณสขุ พ.ศ. 2535
สง่ิ ประดิษฐถ์ กู สรำ้ งข้ึนเพอ่ื จำลองสภำพของพ้นื ท่ชี ่มุ น้ำท่ีมีในธรรมชำตดิ ว้ ยกำรปลูกพชื ในบ่อกกั เกบ็ น้ำพชื ท่ปี ลูกอำจเป็ นพชื ท่ีโตจำกดินจำพวกกกแกกธูปาำษี หรอื พชื ลอยน้ำ เช่น บวั ผกั ตบชวำจอกแหนและผกั กระเฉดเป็นตน้ โดยปกตินิยมใชว้ ่งิ ประดิษฐใ์ นกำรปรบั ปรุงคณุ ภำพน้ำท้ิงท่ีผ่ำนกำรบำบดั แลว้ หรอื บำบดั น้ำเสยี ท่ีมีค่ำบโี อดี ไม่สูงมำกเช่นน้ำเสยี ชมุ ชนเป็ นตน้ บ่ึงประดษิ ฐแ์ บ่งออกเป็ น 2 ประเภทตำมลกั ษณะกำรไหล ไดแ้ ก่
1.ประเภทน้ำไหลบนผวิ ชนั้ กรองอยำ่ งอิสระ (Free water surface system, FWS) ประกอบดว้ ยบ่อน้ำท่ีพ้นื บ่อเป็นชน้ั ดินเพอ่ื ใหร้ ำกพชื ยดึ เกำะอยู่ไดอ้ ำจปูชน้ั กนั ซมึ เช่นชน้ั ดินเหนียวหรอื แผ่นพลำสติกใตช้ น้ั ดินเพอ่ื ป้ องกนั กำรปนเป้ือนน้ำใตด้ ินบ่อ มโี ครงสรำ้ งทำงเขำ้ และออกของน้ำท่เี หมำะสมระดบั น้ำอำจถกู รกั ษำใหอ้ ยูท่ ่รี ะดบั ไม่ก่ชี ม. จนถงึ 0.8 ม.หรอื มำกกว่ำข้ึนกบั วตั ถปุ ระสงคข์ องบึงประดษิ ฐ์
2) ประเภทน้ำไหลผำ่ นชนั้ กรองในแนวนอน (Subsurface flow system, SF) เป็ นบ่อขุดท่บี รรจดุ ว้ ยตวั กลำง เช่น หนิ บดและกรวดซ่ึงเป็นฐำนใหพ้ ชื ยดื เกำะและเจรญิ เติบโตและอำจใชพ้ ชื ชนิดเดยี วกนั กบั บึงประดิษฐแ์ บบแรกแตป่ ลกู บรเิ วณดำ้ นบนของชน้ั กรอง อำจปูวสั ดกุ นั ซึมใตช้ น้ั กรองเพ่อื ป้ องกนั กำรปนเป้ือนลงสูช่ น้ั น้ำใตด้ ินปกติชน้ั ตวั กลำงมีควำมหนำ 0.3-0.6 ม. น้ำท่ีไหลเขำ้ บงึ ประดิษฐจ์ ะถกู รกั ษำระดบั ใหอ้ ยูต่ ำ่ กว่ำผิวหนำ้ ของชน้ั ตวั กลำงอยูต่ ลอดเวลำ
วิธีการดาเนินงาน 1.ศึกษำขอ้ มูลเกย่ี วกบั บ่อบำ้ บดั น้ำเสยี (บงึ ประดษิ ฐ)์ 2.ทำแบบประเมนิ กำรพฒั นำและกำรจดั ทำบ่อบำบดั น้ำเสยี 3.จดั ทำโมเดล 4.จดั ทำรำยงำนและพำวเวอรพ์ อ้ ย
วิธีการทาโมเดล 1.นำโหลแกว้ มำวดั ขนำดและตดั ฟิ วเจอรบ์ อรด์ ใหม้ ขี นำดเท่ำโหลแกว้ 2.นำหลอดมำแปะเป็นทอ่ น้ำเขำ้ และน้ำออก 3.นำฟิ วเจอรบ์ อรด์ วำงลงในโหลเพ่อื จำลองเป็นแผ่น PE 4.นำแป้ งโดไปผสมสเี พ่อื จำ้ ลองเป็นดินและนำหนิ กรวดขนำดเลก็ มำวำงเพอ่ื กรองของเสยี 5.นำตน้ ไมป้ ลอมมำปกั บนแป้ งโดเพ่อื จำ้ ลองเป็นพชื น้ำ
ผลกำรศึกษำ จำกกำรศึกษำกำรบำ้ บดั น้ำเสยี โดยใชว้ ธิ บี งึ ประดษิ ฐแ์ บบน้ำไหลใตผ้ ิวดินเป็ นบ่อขุดท่ีบรรจุดว้ ยตวั กลำง เช่น หนิ บดและกรวด ซ่งึ เป็นฐำนใหพ้ ชื ยดึ เกำะและเจรญิ เตบิ โต ซ่งึ แบบ SF มีขอ้ ไดเ้ ปรยี บมำกกวำ่ แบบ FWS เน่ืองจำกปฏกิ ริ ยิ ำชีวภำพ ท่ีเกดิ ข้ึนในบงึ ประดิษฐท์ ง้ั 2 ประเภท เกดิ จำกแบคทเี รยี ท่เี จรญิ เตมิ โตแบบ เกำะติดผวิ ของพชื หรอื ตวั กลำงชน้ั กรองของบึงประดิษฐแ์ บบ SFS มำกกว่ำ ทำใหเ้ กดิ ปฏกิ ริ ยิ ำชีวภำพไดเ้ รว็ กว่ำจงึ สำมำรถใชพ้ ้นื ท่ีท่มี ีขนำดเลก็ กว่ำ และเน่ืองจำกกำรรกั ษำระดบั น้ำตำ่ กวำ่ ผิวหนำ้ ชน้ั กรองจงึ ทำ้ ใหม้ ปี ญั หำ เร่อื งยงุ จำกกำรท่ีไม่เหน็ น้ำท่ีไหลบงึ ประดิษฐจ์ งึ ไม่มีปญั หำดำ้ นมวลชน
จำกกำรดำเนินงำนโดยกำรศึกษำกำรบำบดั น้ำเสยี โดยวธิ บี งึ ประดษิ ฐซ์ ่งึ ไดม้ กี ำรศึกษำทง้ั 2 แบบ คือ ระบบบึงประดษิ ฐแ์ บบน้ำอยูเ่ หนือผิวดิน FWS และระบบบงึ ประดิษฐแ์ บบน้ำไหลใตผ้ ิวดิน SFS แต่เม่ือนำทง้ั 2 ประเภทมำเปรยี บเทียบกนั บึงประดิษฐแ์ บบ SFS จะมีขอ้ ไดเ้ ปรยี บมำกกวำ่ มีพ้นื ท่ผี วิ ใหแ้ บคทเี รยี เจรญิ เตบิ โตไดม้ ำกกวำ่ แต่ค่ำตวั กลำงค่ำขนสง่ และค่ำกอ่ สรำ้ งชน้ั กรองมีค่ำสูงมำกถงึ แมพ้ ้นื ท่ที ่ตี อ้ งใชน้ อ้ ยกว่ำแต่ ค่ำกอ่ สรำ้ งโดยรวมสูงกว่ำบึงประดษิ ฐแ์ บบ FWS ซ่งึ บงึ ประดิษฐ์ แบบ FWS ยอ้ มมใชเ้ ป็นระบบบำบดั น้ำเสยี ตน้ ทนุ ตำ่ สำหรบั น้ำเสยี จำกเหมือง
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: