Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารข่าวรัฐสภาฉบับเดือนพฤษภาคม 2561

เอกสารข่าวรัฐสภาฉบับเดือนพฤษภาคม 2561

Published by sapasarn2019, 2020-09-09 01:36:00

Description: เอกสารข่าวรัฐสภาฉบับเดือนพฤษภาคม 2561

Search

Read the Text Version

วัตถปุ ระสงค์ เ�พ��่ือ��เ�ป�็�น��ว�า�ร�ส�า�ร�รา�ย��งา�น��ข่�า��ว�แ�ล�ะ�บ�ท��ค�ว�า�ม��ท�่ีเ�ก�ี่ย�ว�ข�้อ��ง�ก�ับ�ว�ง�ง�า�น��ร�ัฐ�ส�ภ��า� �แ�ล��ะ�เผ��ย�แ�พ��ร�่น�โ�ย��บ�า�ย�ก�า�รป�ฏ�ิ�บ�ัต��ิง�า�น�ข��อ�ง�ส�ำ��น�ัก��ง�า�น� เลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร  ให้สมาชิกฯ  ข้าราชการ  และประชาชนทวั่ ไปไดร้ บั ทราบ ระเบยี บการ ๑. ออกเปน็ รายเดอื น  (ปลี ะ ๑๒ เลม่ ) ๒. ส่วนราชการบอกรับเป็นสมาชิกโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  ที่ผู้จัดการเอกสารข่าวรัฐสภา  กลุ่มงานผลิตเอกสาร  สำ�นักประชาสัมพันธ์  สำ�นักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  ถนนประดิพัทธ์ิ  แขวงสามเสนใน  เขตพญาไท  กรุงเทพฯ  ๑๐๔๐๐  โทร.  ๐ ๒๒๔๔  ๒๒๙๑-๕ โทรสาร  ๐ ๒๒๔๔  ๒๒๙๒ ๓. การย้ายท่ีอยู่ของสมาชิกโปรดแจ้งให้ผู้จัดการทราบทันที  พร้อมท้ังแจ้งสถานท่ีอยู่ใหม่ให้ชัดแจ้ง  เพ่ือความสะดวกในการ จดั ส่งเอกสาร ที่ปรึกษา เอกสารข่าวรัฐสภา นายสรศักด ์ิ เพยี รเวช ปที  ่ี ๔๓  ฉบบั ท ่ี ๘๕๙  เดอื นพฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๖๑ นางสาวสภุ าสนิ ี ขมะสนุ ทร ภาพกจิ กรรม ๒ บรรณาธกิ าร การประชมุ สภา ๘ นางจงเดอื น สุทธิรัตน์ สรปุ ผลการประชมุ สภานิติบญั ญตั แิ หง่ ชาต ิ รอบรว้ั สภา ๘ ผู้จัดการ ข่าวในประเทศ นางบษุ ราค�ำ เชาวนศ์ ริ ิ ๑๗ ขา่ วต่างประเทศ กองบรรณาธิการ ๑๗ นางพรรณพร สนิ สวัสดิ์ แวดวงคณะกรรมาธกิ าร ๒๓ นางสาวอารีย์วรรณ พลู ทรัพย์ กฎหมายควรรู้ นายพิษณุ จารยี พ์ ันธ์ ภาพเกา่ เล่าเร่อื ง ๓๐ นางสาวอรทัย แสนบุตร เรอื่ งน่าร ู้ ๓๕ นางสาวจฬุ วี รรณ เติมผล ๔๑ นางสาวนธิ ิมา ประเสริฐภกั ดี ๔๔ นางสาวสหวรรณ เพ็ชรไทย นางสาวอาภรณ ์ เน่ืองเศรษฐ์ ๒ ๘ ๑๗ ๓๐ นางสาวสรุ ดา เซ็นพานิช ๓๕ ๔๑ ๔๔ นางสาวเสาวลกั ษณ ์ ธนชยั อภิภทั ร นางสาวดลธ ี จุลนานนท์ นางสาวจริยาพร ดกี ัลลา ฝ่ายศิลปกรรม นายมานะ เรอื งสอน นายนธิ ทิ ศั น์ องค์อศิวชัย นางสาวณฐั นนั ท์ วิชติ พงศเ์ มธี พิมพท์ ่ี ส�ำ นักการพิมพ์ สำ�นกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร ผูพ้ ิมพผ์ ู้โฆษณา นางสาวกัลยรัชต ์ ขาวส�ำ อางค์

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๒ ภาพกิจกรรม ¡¨Ô ¡ÃÃÁʧ‹ àÊÃÔÁáÅÐʹѺʹع¡Òû¯ÔºµÑ ÔµÒÁ»ÃÐÁÇŨÃÔ¸ÃÃÁ¢ÒŒ ÃÒª¡ÒÃÃ°Ñ ÊÀÒÊÒÁÞÑ วันจันทรท่ี ๑๒ มนี าคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๘.๐๐ นากิ า ณ บรเิ วณดา นหนาอาคารสาํ นกั งานเลขาธิการ สภาผแู ทนราษฎร ถนนประดพิ ัทธ นายสรศักด์ิ เพยี รเวช เลขาธกิ ารสภาผูแทนราษฎร พรอมดวย ผบู รหิ าร ขาราชการ พนักงานราชการ และลูกจาง สํานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร รวมรองเพลงชาติไทย และเพลงจําขึ้นใจ เพอื่ สงเสริมและสนับสนุนการปฏิบัตติ ามประมวลจริยธรรมขาราชการรฐั สภาสามัญ Ãͧ»ÃиҹÊÀÒ¹µÔ ÔºÞÑ ÞµÑ Ôá˧‹ ªÒµÔ ¤¹·Ë่Õ ¹่§Ö ໹š »Ãиҹ㹾¸Ô ÕÁͺÃÒ§ÇÅÑ â¤Ã§¡Òà “ËÂØ´µÒº¹·ŒÍ§¶¹¹ ´ÇŒ ÂÍÒÊÒµÒ¨ÃҨÔ วนั พุธท่ี ๑๔ มนี าคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๓.๓๐ นากิ า ณ บริเวณหอ งโถง ช้นั ๑ อาคารรฐั สภา ๑ นายสรุ ชยั เลย้ี งบญุ เลศิ ชยั รองประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ คนทห่ี นง่ึ ในฐานะประธานคณะกรรมการบรู ณาการ ประสานงาน กรณีกูชีพฉุกเฉิน สภานิติบัญญัติแหงชาติ เปนประธาน ในพิธีมอบรางวัลพรอมเกียรติบัตรใหกับเจาของคลิป ในโครงการ “หยุดตายบนทองถนน ดวยอาสาตาจราจร” คลปิ ที่ไดรบั รางวลั ที่ ๑ คอื คลิปรถตูนักเลง รางวลั ที่ ๒ คือ คลปิ จงั หวะนใ้ี ครผดิ และรางวลั ท่ี ๓ คอื คลปิ กระบะสวนเลน จากนั้น ไดมอบเกียรติบัตรชมเชยสถานีวิทยุโทรทัศน ไทยทีวีสี ชอง ๓ เนื่องจากเปนแบบอยางการใชละคร โทรทัศน สื่อสารกรณีกูชีพฉุกเฉินอันเปนประโยชน ตอสงั คม

ÀÒ¾¡Ô¨¡ÃÃÁ ๓ »ÃиҹÊÀÒ¹µÔ ÔºÑÞÞѵáÔ Ë‹§ªÒµÔ ãË¡Œ ÒÃÃѺÃͧ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒúÃÔËÒÃÃ°Ñ ÊÀÒÍÊÔ ÅÒÁÍËÔ Ã‹Ò¹ วนั พฤหสั บดที ่ี ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๑ ณ หอ งรับรอง ชน้ั ๒ อาคารรฐั สภา ๑ ศาสตราจารยพ เิ ศษพรเพชร วชิ ติ ชลชยั ประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ ใหก ารรบั รอง ดร. โกลมั เรซา คอเทป็ (H.E. Dr. Gholam Reza Kateb) สมาชิกคณะกรรมการ บริหารรัฐสภาอิสลามอิหราน ในโอกาสนําคณะกรรมการ บริหารรัฐสภาอิสลามอิหรานเดินทางเยือนประเทศไทย ระหวางวันที่ ๑๔-๒๐ มีนาคม ๒๕๖๑ โดยมีสมาชิก สภานิติบญั ญัตแิ หง ชาติ และนายนัฑ ผาสขุ เลขาธกิ ารวุฒสิ ภา ปฏบิ ตั หิ นา ทเ่ี ลขาธกิ ารสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ รว มใหก ารรบั รอง ¾Ô¸Õແ´¡Ô¨¡ÃÃÁÂØÇª¹»ÃЪҸ»Ô äµÂ »ÃШӻ‚ òõöñ วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มนี าคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๘.๐๐ นากิ า ณ พระบรมราชานุสาวรียพระบาทสมเด็จพระปกเกลา เจา อยูหัว คณะยวุ ชนประชาธิปไตย ประจําป ๒๕๖๑ รนุ ท่ี ๑ ไดเขาถวายความเคารพและถวายสัตยปฏิญาณตน โดยมี นายสรศกั ด์ิ เพยี รเวช เลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎร นางสาวสภุ าสนิ ี ขมะสนุ ทร รองเลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎร วาท่ีรอยตํารวจตรี อาพัทธ สุขะนันท ท่ปี รึกษาดานกฎหมาย และนางจงเดอื น สุทธิรตั น ผูอาํ นวยการสํานักประชาสมั พันธ ใหการตอ นรบั จากน้ัน เวลา ๐๙.๐๐ นากิ า ณ บรเิ วณหองโถง อาคารรัฐสภา ๑ นายสุรชัย เล้ยี งบุญเลิศชัย รองประธาน สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ คนทห่ี นง่ึ เปน ประธานในพธิ เี ปด กจิ กรรม ยวุ ชนประชาธปิ ไตย ประจาํ ป ๒๕๖๑ รนุ ท่ี ๑ โดยมี นายสรศกั ด์ิ เพียรเวช เลขาธิการสภาผูแทนราษฎร กลาวรายงาน ท้ังน้ี กิจกรรมยุวชนประชาธิปไตย จัดข้ึนโดยมีกลุมเปาหมาย เปนเยาวชน ชายและหญิง ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย สายสามัญ สายอาชีพ และอุดมศึกษาหรือเทียบเทา อายุ ๑๕-๒๐ ป จาํ นวน ๒ รนุ รุนละ ๑๖๐ คน จาก ๗๖ จงั หวัด และกรงุ เทพมหานคร ระยะเวลาการจดั กิจกรรม รุนละ ๑๐ วนั โดย รุนที่ ๑ อบรมวนั ที่ ๑๔-๒๓ มีนาคม ๒๕๖๑ และรนุ ท่ี ๒ อบรมวันท่ี ๒๘ มีนาคม - ๖ เมษายน ๒๕๖๑ ณ สถาบนั วิชาการทโี อที ถนนงามวงศวาน จังหวัดนนทบรุ ี

àÍ¡ÊÒâҋ ÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๔ ¾¸Ô Õ»´ ¡¨Ô ¡ÃÃÁÂØÇª¹»ÃЪҸ»Ô äµÂ »ÃШӻ‚ òõöñ ÃØ¹‹ ·Õ่ ñ วันศกุ รท่ี ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๓.๐๐ นากิ า ณ สถาบนั วิชาการทีโอที ถนนงามวงศว าน จังหวดั นนทบรุ ี นายสรศกั ด์ิ เพยี รเวช เลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎร เปนประธานในพิธีปดกิจกรรมยุวชนประชาธิปไตย ประจําป ๒๕๖๑ รุนที่ ๑ และไดมอบเกียรติบัตร พรอมเข็มยุวชน ประชาธปิ ไตย ใหแกผผู า นการอบรมคา ยยุวชนประชาธิปไตย จาํ นวน ๑๖๐ คน โดยมี นางจงเดอื น สทุ ธริ ตั น ผอู าํ นวยการ สาํ นกั ประชาสมั พันธ กลาวรายงาน »ÃиҹÊÀÒ¹µÔ ÔºÑÞÞѵÔá˧‹ ªÒµÔ ãË¡Œ ÒÃÃºÑ ÃͧàÍ¡Í¤Ñ ÃÃÒª·ÙµÊÒ¸ÒÃ³Ã°Ñ ÍÍÊàµÃÂÕ »ÃШӻÃÐà·Èä·Â วนั จันทรท่ี ๑๙ มนี าคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๕.๐๐ นากิ า ณ หองรบั รองพิเศษ ช้ัน  ๒ อาคารรฐั สภา  ๒ ศาสตราจารยพิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ ใหก ารรบั รอง นางอวี า แฮเกอร (H.E. Mrs. Eva Hager) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรีย ประจําประเทศไทย ในโอกาสเขารับตําแหนงใหม โดยมี คณะกรรมการบริหารกลุมมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย - ออสเตรยี นําโดย พลเอก สุวโรจน ทพิ ยมงคล พรอมดวย นายนฑั ผาสุข เลขาธิการวฒุ ิสภา ปฏิบตั หิ นาทีเ่ ลขาธกิ าร สภานติ ิบญั ญตั ิแหง ชาติ รว มใหการรบั รอง ¡Ò÷Ӻѹ·Ö¡¢ÍŒ µ¡Å§Ç‹Ò´ŒÇ¤ÇÒÁËÇÁÁÍ× (MOU) วนั อังคารที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๐๐ นากิ า ณ หอ งประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข ๒๒๐ ช้นั ๒ อาคารรฐั สภา ๒ นายสรุ ชยั เลี้ยงบุญเลศิ ชยั รองประธานสภานติ ิบัญญตั แิ หง ชาติ คนที่หนงึ่ ในฐานะประธาน คณะกรรมการประชาสัมพันธสภานิติบัญญัติแหงชาติ เปนสักขีพยานในการทําบันทึกขอตกลงวาดวยความรวมมือ (MOU) ในการสรางเครือขายเพื่อสนับสนุนการเผยแพร ความรูเกี่ยวกับการเมือง การปกครอง บทบาทหนาที่ และอํานาจของสภานิติบัญญัติแหงชาติ ระหวางสํานักงาน เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหนาที่สํานักงานเลขาธิการ สภานิติบัญญัติแหงชาติ กับกรมสงเสริมการปกครองทองถ่นิ กระทรวงมหาดไทย และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

ÀÒ¾¡Ô¨¡ÃÃÁ ๕ ¡¨Ô ¡ÃÃÁÍÍ¡¡ÓÅ§Ñ ¡ÒÂà¾×่ÍÊÌҧàÊÃÔÁÊØ¢ÀÒ¾¾ÅÒ¹ÒÁÑ วันพธุ ท่ี ๒๑ มนี าคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๕.๓๐ นากิ า ณ บริเวณดา นหนา อาคารรฐั สภา ๒ พลเอก จิระ โกมทุ พงศ อดตี สมาชิกสภาขบั เคล่ือนการปฏริ ปู ประเทศ พรอมดว ยผบู รหิ าร ขาราชการ พนักงานราชการ และลูกจาง สํานักงานเลขาธิการ สภาผูแทนราษฎร และสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ตลอดจน สื่อมวลชน รวมกิจกรรมออกกําลังกายเพื่อสรางเสริมสุขภาพ พลานามยั ตามนโยบายของรฐั บาล àÅ¢Ò¸Ô¡ÒÃÊÀҼٌ᷹ÃÒÉ®ÃËÇÁáÊ´§¤ÇÒÁÂÔ¹´Õã¹âÍ¡ÒÊ˹§Ñ Ê×;ÁÔ ¾á ¹Ç˹Ҍ ¤ÃºÃͺ óø »‚ วนั พฤหสั บดีท่ี ๒๒ มนี าคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๓.๐๐ นากิ า ณ บรษิ ทั หนงั สอื พมิ พแ นวหนา จาํ กดั นายสรศกั ด์ิ เพยี รเวช เลขาธิการสภาผูแทนราษฎร รวมแสดงความยินดีในโอกาส หนงั สอื พมิ พแ นวหนา ครบรอบ ๓๘ ป โดยมี นายประชาไท ธนณรงค บรรณาธกิ ารหนงั สือพมิ พแ นวหนาใหการตอ นรับ ÁÍºà§¹Ô Ê¹ÑºÊ¹Ø¹¡ÒèѴ¡ÒÃᢋ§¢¹Ñ âºÇÅ§่Ô ¡ÒáØÈÅà¾Í×่ ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒºµØ ø´Ô Ò ª‹Ò§ÀÒ¾¡ÒÃàÁ×ͧ วันศุกรท ่ี ๒๓ มนี าคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๓๐ นาิกา ณ บรเิ วณหอ งโถง อาคารรฐั สภา ๑ นางสาวสภุ าสินี ขมะสนุ ทร รองเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร มอบเงินสนับสนุนการจัดการ แขงขันโบวลิ่งการกุศลเพ่ือการศึกษาบุตร ธิดา ของชางภาพ การเมอื ง ครง้ั ท่ี ๙ ในนามสาํ นกั งานเลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎร โดยมี นายชัยยศ ศิริสวัสดิ์ ประธานชมรมชางภาพการเมือง พรอ มคณะกรรมการชมรมฯ รวมรบั มอบเงินสนับสนนุ ¡ÒûÃЪÁØ ÊÁªÑ ªÒÊËÀÒ¾ÃѰÊÀÒ ¤Ã§้Ñ ·่Õ ñóø วันที่ ๒๔-๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑ ณ ศนู ยก ารประชมุ นานาชาติเจนีวา (CICG) นครเจนวี า สมาพนั ธรฐั สวิส นายสรุ ชัย เล้ียงบญุ เลศิ ชัย รองประธานสภานติ บิ ญั ญัติแหงชาติ คนทหี่ น่งึ ในฐานะหัวหนาคณะผูแทนสภานิติบัญญัติแหงชาติ นําคณะ ผูแทนพบปะหารือทวิภาคีรวมกับคณะผูแทนรัฐสภาตางประเทศ และเลขาธิการสหภาพรัฐสภา รวม ๔ วาระ ในระหวาง การประชมุ สมชั ชาสหภาพรัฐสภา ครงั้ ท่ี ๑๓๘ และการประชมุ อ่นื ๆ ท่เี ก่ยี วของ

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๖ ¡ÒûÃЪÁØ ÊÁÒ¤ÁàÅ¢Ò¸¡Ô ÒÃÃѰÊÀÒ วันที่ ๒๔-๓๐ มนี าคม ๒๕๖๑ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นางพรพิศ เพชรเจริญ รองเลขาธิการ สภาผูแทนราษฎร และสมาชิกสมาคมเลขาธิการรัฐสภา ไดเดินทางไปเขารวมประชุมสมาคมเลขาธิการรัฐสภา (The Meeting of Association of Secretaries General of Parliaments - ASGP) ประจาํ ฤดูใบไมผ ลิ ป ๒๕๖๑ â¤Ã§¡ÒÃͺÃÁàªÔ§»¯ÔºÑµÔ¡Òà “¡ÒÃàµÃÕÂÁ¤ÇÒÁ¾ÃŒÍÁ㹡ÒÃ໚¹à¨ŒÒÀÒ¾¨Ñ´¡ÒûÃЪØÁÊÁѪªÒÃѰÊÀÒÍÒà«Õ¹ ã¹»‚ ¾.È. òõöò” วันอังคารท่ี ๒๗ มนี าคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๘.๔๕ นาิกา ณ หอ งสารนเิ ทศ อาคารรัฐสภา ๑ นายสรศกั ดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผูแทนราษฎร เปนประธานในพิธีเปดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การเตรียมความพรอม ในการเปน เจาภาพจัดการประชุมสมัชชารฐั สภาอาเซยี น ในป พ.ศ. ๒๕๖๒” โดยมี นางสาวสภุ าสินี ขมะสนุ ทร รองเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร กลาวรายงาน ท้ังนี้ ในป พ.ศ. ๒๕๖๒ รฐั สภาไทยจะเปนเจาภาพจัดการประชมุ สมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ ๔๐ สํานักงานเลขาธิการ สภาผแู ทนราษฎร และสํานักงานเลขาธิการวฒุ ิสภา ในฐานะ เปน หนว ยงานสนบั สนนุ การปฏบิ ตั งิ านของรฐั สภา จงึ มสี ว นชว ย ในการดําเนินการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนใหบรรลุ ผลสมั ฤทธ์ิ จากนน้ั นางสาวสภุ าสนิ ี ขมะสนุ ทร รองเลขาธกิ าร สภาผูแทนราษฎร บรรยายเร่ือง “ระบบการประชุมสมัชชา รัฐสภาอาเซียน (AIPA) และการปฏิบัติหนาที่เลขานุการ ของที่ประชมุ ตา ง ๆ ท่เี กย่ี วของ” ¶ÇÒ¾ÃоêÂÑ Á§¤Å à¹×่ͧã¹âÍ¡ÒÊÇ¹Ñ ¤ÅÒŒ ÂÇ¹Ñ ¾ÃÐÃÒªÊÁÀ¾ วันศุกรที่ ๓๐ มนี าคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๔.๐๐ นากิ า ณ ศาลาดสุ ดิ าลยั พระตาํ หนกั จติ รลดารโหฐาน สมเดจ็ พระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราช วโรกาสให นายสรศกั ด์ิ เพยี รเวช เลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎร นําผูบริหาร และขาราชการ สํานักงานเลขาธิการสภาผูแทน ราษฎร เขาเฝา ทูลละอองพระบาท เพ่ือถวายพระพรชัยมงคล เน่อื งในโอกาสวนั คลา ยวันพระราชสมภพ วันท่ี ๒ เมษายน ๒๕๖๑

ÀÒ¾¡Ô¨¡ÃÃÁ ๗ ¾Ô¸¡Õ Å‹ÒÇÍÒÈÔÃÇÒ·áÅÐŧ¹ÒÁ¶ÇÒ¾Ãоà วันจันทรที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๙ นาิกา ณ บรเิ วณหอ งโถง อาคารรัฐสภา ๑ นายสรศกั ดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผูแทนราษฎร เปนประธานในพิธี กลาวอาศิรวาทและลงนามถวายพระพร ในโอกาสวันคลาย วันพระราชสมภพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกมุ ารี โดยมี คณะผูบ ริหาร ขา ราชการ พนักงานราชการ และลูกจา ง สาํ นกั งานเลขาธกิ ารสภาผูแทนราษฎร เขารว มพธิ ี ¡Ô¨¡ÃÃÁÊ׺ÊÒ¹»ÃÐླÕä·Âô¹Ó้ ¢Í¾ÃÊÁÒªÔ¡ÊÀÒ¹µÔ ºÔ ÞÑ ÞµÑ Ôá˧‹ ªÒµÍÔ ÒÇØâÊ วันพฤหสั บดีที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐ นาิกา ณ บริเวณหองโถง ช้ัน ๑ อาคารรัฐสภา ๑ ศาสตราจารยพ เิ ศษพรเพชร วชิ ติ ชลชยั ประธานสภานติ บิ ญั ญตั ิ แหง ชาติ เปน ประธานในกจิ กรรมสบื สานประเพณีไทยรดนาํ้ ขอพรสมาชิกสภานติ บิ ัญญัตแิ หง ชาติอาวุโส เน่ืองในเทศกาล สงกรานต โดยมีนายสุรชัย เล้ียงบุญเลิศชัย รองประธาน สภานิติบัญญัติแหงชาติ คนท่ีหนึ่ง นายพีระศักด์ิ พอจิต รองประธานสภานติ บิ ัญญตั แิ หง ชาติ คนท่ีสอง และสมาชกิ สภานิติบัญญัติแหงชาติ พรอมดวย ผูบริหารสํานักงาน เลขาธิการสภาผูแทนราษฎร ผูบริหารสํานักงานเลขาธิการ วฒุ สิ ภา ขา ราชการ และสอ่ื มวลชน รว มพธิ สี รงนาํ้ พระพทุ ธรปู และรดนํา้ ขอพรสมาชกิ สภานิติบัญญัตแิ หงชาตอิ าวโุ ส ¾Ô¸·Õ ÓºØÞ »ÃШӻ‚ òõöñ วันจันทรท่ี ๙ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๙ นาิกา ณ สํานักงานเลขาธิการสภาผูแทนราษฎร ถนนประดิพทั ธ นายสรศักด์ิ เพียรเวช เลขาธิการสภาผแู ทน ราษฎร เปนประธานในพิธีทําบุญ ประจําป ๒๕๖๑ โดยมผี บู ริหาร ขาราชการ พนักงาน ลกู จา งของสาํ นักงานฯ เขารวมในพิธี ทั้งนี้ ภายในงานมีการประกอบพิธีบวงสรวง เสดจ็ พอ ประสทิ ธโิ ชค พอ ปสู ธุ รี ะมงคล เจา ท่ี รกุ ขเทพ สรรพเทพ สรรพวญิ ญาณ ถวายเคร่อื งสักการะ เครือ่ งสงั เวย พรอมทงั้ ประกอบพิธที างศาสนา และถวายภัตตาหารเพลแดพระสงฆ จากน้นั ไดรวมรดนํ้าดาํ หัวขอพรจาก นายสรศักด์ิ เพยี รเวช เลขาธิการสภาผแู ทนราษฎร เนอ่ื งในโอกาสวันสงกรานตด ว ย

àÍ¡ÊÒâҋ ÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๘ การประชุมสภา สรปุ ผลการประชุมสภานติ ิบญั ญตั ิแหงชาติ ครง้ั ท่ี ๑๐/๒๕๖๑ วนั พฤหสั บดที ่ี ๑๕ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๖๑ ผลการพิจารณา ประธานดาํ เนนิ การเปด ประชมุ และใหท ป่ี ระชมุ รบั ทราบ ท่ีประชุมไดพิจารณาลงมติในวาระท่ีสาม สมควร ประกาศใชเปนกฎหมาย พรอมทั้งเห็นชอบดวยกับ เร่อื งท่ีประธานจะแจงตอ ทีป่ ระชุม ดงั น้ี ขอสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพื่อสงไปยัง ๑. เรอ่ื ง รายงานผลการดาํ เนนิ การของคณะรฐั มนตรี คณะรฐั มนตรปี ระกอบการพจิ ารณาดําเนินการตอไป ๒. ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาราง ตามขอสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาราง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกต้ัง พระราชบญั ญตั กิ องทนุ เงนิ ใหก ยู มื เพอ่ื การศกึ ษา พ.ศ. .... สมาชิกสภาผูแ ทนราษฎร พ.ศ. .... ตามมาตรา ๒๖๗ วรรคหา ของรฐั ธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย (เรื่อง ที่ประชมุ รับทราบ ดวนท่ี ๒) ๒. เรอ่ื ง สรปุ ความกา วหนา การตดิ ตามการปฏบิ ตั งิ าน ตามท่ีสภานิติบัญญัติแหงชาติไดสงรางพระราช ตามนโยบายของรัฐบาลดานการขับเคลื่อนและปฏิรูป บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกต้ังสมาชิก การบริหารราชการแผนดิน (กขป. ๖ คณะ) (รายงาน สภาผูแทนราษฎร พ.ศ. .... ที่สภานติ ิบญั ญตั ิแหง ชาติ คร้งั ที่ ๘) ลงมติใหความเห็นชอบแลวไปยังคณะกรรมการราง ท่ีประชุมรับทราบ รัฐธรรมนูญและคณะกรรมการการเลือกต้ังเพื่อพิจารณา เรื่องท่พี จิ ารณา วารางประราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกลาว เรื่องรับรองรายงานการประชุม ซึ่งท่ีประชุม ตรงตามเจตนารมณข องรฐั ธรรมนญู หรอื ไม โดยใหแ จง ให พจิ ารณารบั รองรายงานการประชมุ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ ประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติทราบภายในสิบวัน จาํ นวน ๑ คร้ัง คือ นบั แตว นั ทไ่ี ดร บั รา งพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู นน้ั คร้ังท่ี ๖๔/๒๕๖๐ วนั พฤหสั บดีท่ี ๙ พฤศจิกายน ตอมาภายในกําหนดเวลาดังกลาว คณะกรรมการราง ๒๕๖๐ รัฐธรรมนูญไดสงความเห็นมายังสภานิติบัญญัติแหงชาติ จากนั้น ประธานของท่ีประชุมไดดําเนินการให แจงวา รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวย ทีป่ ระชุมพจิ ารณาเร่ืองดวน ดงั น้ี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร พ.ศ. .... ท่ี เร่ืองท่ีพิจารณา สภานิติบัญญัติแหงชาติไดพิจารณาและลงมติใหความ ๑. รางพระราชบัญญัติการกลับเปนผูประกันตน พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธกิ ารวสิ ามัญพิจารณาเสร็จแลว (เรือ่ งดว นที่ ๑)

¡ÒûÃЪÁØ ÊÀÒ ๙ เห็นชอบแลวนั้น มีประเด็นไมตรงตามเจตนารมณของ เจตนารมณของรัฐธรรมนูญหรือไม โดยใหแจงให รัฐธรรมนูญ และขณะเดยี วกันคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาตทิ ราบภายในสบิ วนั นบั แต ไดมีความเห็นวา รางพระราชบัญญัติประกอบ วันท่ีไดรับรางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้น รัฐธรรมนูญดังกลาวมีประเด็นไมตรงตามเจตนารมณ ตอมาภายในกําหนดเวลาดังกลาว คณะกรรมการราง ของรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจกั รไทยเชน กัน รัฐธรรมนูญไดสงความเห็นมายังสภานิติบัญญัติแหงชาติ แจงวา รางพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวย สภานิติบัญญัติแหงชาติจึงตองดําเนินการต้ัง การไดมาซงึ่ สมาชิกวฒุ สิ ภา พ.ศ. .... ทสี่ ภานิติบญั ญตั ิ คณะกรรมาธิการวิสามัญข้นึ คณะหน่งึ มีจํานวนสิบเอ็ดคน แหงชาติลงมติเห็นชอบแลวนั้น มีประเด็นไมตรงตาม ประกอบดวยประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือประธาน เจตนารมณของรัฐธรรมนูญ และขณะเดียวกัน องคกรอิสระที่เก่ียวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแหงชาติ คณะกรรมการเลอื กตง้ั ไดม คี วามเหน็ วา รา งพระราชบญั ญตั ิ และกรรมการรางรัฐธรรมนูญซ่ึงคณะกรรมการราง ประกอบรัฐธรรมนูญดังกลาวมีประเด็นท่ีไมตรงตาม รฐั ธรรมนญู มอบหมาย ฝา ยละหา คน เพื่อพิจารณาแลว เจตนารมณของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย เสนอตอสภานิติบัญญัติแหงชาติภายในสิบหาวันนับแต เชนเดยี วกนั ในการนี้ สภานติ บิ ญั ญัติแหง ชาติ จงึ ตอง วนั ทไ่ี ดร บั แตงตงั้ เพอ่ื ใหความเหน็ ชอบตามมาตรา ๒๖๗ ดาํ เนนิ การตง้ั คณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั ขน้ึ คณะหนง่ึ มจี าํ นวน วรรคหา ของรัฐธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย สิบเอ็ดคน ประกอบดวยประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือ ประธานองคกรอิสระท่ีเก่ียวของ สมาชิกสภานิติบัญญัติ ผลการพจิ ารณา แหงชาติและกรรมการรางรัฐธรรมนูญซึ่งคณะกรรมการ ที่ประชุมไดพิจารณาและมีมติใหตั้งกรรมาธิการ รางรัฐธรรมนูญมอบหมาย ฝายละหาคน เพ่อื พิจารณา วิ ส า มั ญ พิ จ า ร ณ า ร า ง พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ป ร ะ ก อ บ แลวเสนอตอสภานิติบัญญัติแหงชาติภายในสิบหาวัน รัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร นับแตวันที่ไดรับแตงต้ังเพ่ือใหความเห็นชอบตามมาตรา พ.ศ. .... จาํ นวน ๑๑ คน ประกอบดว ยประธานกรรมการ ๒๖๗ วรรคหาของรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย การเลือกต้ัง สมาชิกสภานิติบัญญัติแหงชาติและ กรรมการรางรัฐธรรมนูญ โดยมีกําหนดระยะเวลาการ ผลการพิจารณา ดําเนินงานภายใน ๑๕ วนั นับแตว นั ท่ีสภานิตบิ ญั ญัติ ท่ีประชุมไดพิจารณาและมีมติใหตั้งกรรมาธิการ แหงชาติมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ชุดนี้ ทั้งนี้ วิ ส า มั ญ พิ จ า ร ณ า ร า ง พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ป ร ะ ก อ บ เปน ไปตามมาตรา ๒๖๗ วรรคหา ของรฐั ธรรมนูญแหง รฐั ธรรมนูญวา ดวยการไดม าซ่ึงสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. .... ราชอาณาจักรไทย ประกอบขอบังคับการประชุม จาํ นวน ๑๑ คน ประกอบดว ยประธานกรรมการการเลอื กตง้ั สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอ ๑๓๐ วรรคหา (๔) ส ม า ชิ ก ส ภ า นิ ติ บั ญ ญั ติ แ ห ง ช า ติ แ ล ะ ก ร ร ม ก า ร ร า ง ๓. ต้ังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาราง รัฐธรรมนูญ โดยมีกําหนดระยะเวลาการดําเนินงาน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซึ่ง ภายใน ๑๕ วนั นับแตว ันทส่ี ภานิติบญั ญัตแิ หงชาตมิ มี ติ สมาชกิ วุฒสิ ภา พ.ศ. .... ตามมาตรา ๒๖๗ วรรคหา ของ ต้ังคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ชุดนี้ ท้ังน้ี เปนไปตาม รัฐธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย (เรื่องดวนท่ี ๓) มาตรา ๒๓๗ วรรคหา ของรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย ตามที่สภานิติบัญญัติแหงชาติไดสงรางพระราช ประกอบขอบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติ บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการไดมาซ่ึงสมาชิก พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอ ๑๓๐ วรรคหา (๔) วุฒิสภา พ.ศ. .... ที่สภานิติบัญญัติแหงชาติลงมติให ๔. รางพระราชบัญญตั ิการผงั เมือง พ.ศ. .... ซ่ึง ความเห็นชอบแลวไปยังคณะกรรมการรางรัฐธรรมนูญ คณะรฐั มนตรเี ปนผูเ สนอ (เร่อื งดวนท่ี ๔) และคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาวาราง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกลาวตรงตาม

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๑๐ ผลการพจิ ารณา จริยธรรมดังกลาวไมไดกําหนดกลไกการบังคับใชโดย ท่ีประชุมไดลงมติในวาระที่หน่ึงรับหลักการแหง ละเอียด ซ่ึงนอกจากกลไกการบังคับใชท่ีกําหนดไวใน รางพระราชบัญญัติดังกลาวไดพิจารณา และมีมติใหต้ัง รัฐธรรมนูญแลว จะตองไปบัญญตั ิรายละเอียดของกลไก คณะกรรมาธิการวิสามัญข้ึนคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา ในการบังคับใชมาตรฐานทางจริยธรรมเพ่ิมเติมไวใน จาํ นวน ๓๕ คน โดยมกี าํ หนดการแปรญตั ตภิ ายใน ๑๕ วนั กฎหมายท่ีเกี่ยวของดวย ดังน้ัน อาศัยอํานาจตาม ตามขอบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแหงชาติ พ.ศ. รฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย มาตรา ๑๒๘ วรรคหนง่ึ ๒๕๖๐ ขอ ๑๑๗ วรรคหน่ึง และท่ีประชุมมีมติให ที่กําหนดใหสภามีอํานาจตราขอบังคับเกี่ยวกับประมวล คณะกรรมาธิการวสิ ามัญฯ พิจารณารา งพระราชบัญญตั ิ จรยิ ธรรมของสมาชกิ และกรรมาธกิ ารและสามารถกาํ หนด ฉบับนี้ใหแลวเสร็จ ภายใน ๖๐ วัน นับแตวันท่ี มาตรฐานทางจริยธรรมเพิ่มข้ึนจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแหงชาติมีมติต้งั คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ และองคกรอสิ ระรวมกนั กําหนดได และตามมาตรา ๒๑๙ ชุดน้ี วรรคสอง กาํ หนดวา ไมห ามท่ีสภาผแู ทนราษฎร วฒุ สิ ภา ๕. รางขอบังคับวาดวยประมวลจริยธรรมของ หรือคณะรัฐมนตรี ท่ีจะกําหนดจริยธรรมเพ่ิมขึ้นให สมาชิกสภานติ ิบญั ญัตแิ หง ชาตแิ ละกรรมาธกิ าร พ.ศ. .... เหมาะสมกับการปฏิบัติหนาที่ของตน คณะกรรมการ ซ่ึงคณะกรรมการจริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติ จริยธรรมสภานิติบัญญัติแหงชาติ จึงเห็นควรเสนอให แหง ชาตเิ ปนผูเสนอ (เรือ่ งดว นท่ี ๕) สภานิติบัญญัติแหงชาติตราขอบังคับเกี่ยวกับประมวล ตามที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา จริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแหงชาติและ ๒๑๙ บัญญตั ิใหศาลรัฐธรรมนูญและองคก รอสิ ระรว มกนั กรรมาธิการข้ึนเพ่ือใชเปนกลไกในการควบคุมความ กําหนดมาตรฐานทางจริยธรรมข้ึนใชบังคับแกตุลาการ ประพฤติทางจริยธรรมและเพ่ือวางมาตรฐานการปฏิบัติ ศาลรัฐธรรมนูญและผูดํารงตําแหนงในองคกรอิสระ ห น า ที่ ข อ ง ส ม า ชิ ก ส ภ า นิ ติ บั ญ ญั ติ แ ห ง ช า ติ แ ล ะ รวมทั้งผูวาการตรวจเงินแผนดินและหัวหนาหนวยงาน กรรมาธกิ าร ธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองคกรอิสระ และเมื่อ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได โดย ในการน้ี คณะกรรมการจริยธรรมสภานิติบัญญัติ ในการจัดทํามาตรฐานทางจริยธรรมดังกลาว ใหรับฟง แหงชาติไดพิจารณายกรางขอบังคับวาดวยประมวล ความคิดเห็นของสภาผูแทนราษฎร วุฒิสภา และคณะ จริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแหงชาติและ รัฐมนตรีประกอบดวย และเมื่อประกาศใชบังคับแลว กรรมาธิการ พ.ศ. .... เสร็จแลวและเสนอมายัง ใหใชบังคับแกสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สภานิติบัญญัติแหงชาติเพ่ือพิจารณา โดยท่ีขอบังคับ และคณะรัฐมนตรีดวย แตไมหามที่สภาผูแทนราษฎร การประชมุ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ไมไ ด วุฒิสภา หรือคณะรัฐมนตรที ี่จะกาํ หนดจริยธรรมเพิ่มข้ึน กํ า ห น ด วิ ธี พิ จ า ร ณ า ร า ง ข อ บั ง คั บ ว า ด ว ย ป ร ะ ม ว ล ใหเหมะสมกบั การปฏิบัตหิ นาท่ขี องตน น้ัน จริยธรรมของสมาชิกสภานิติบัญญัติแหงชาติและ ตอมา ศาลรัฐธรรมนูญและองคกรอิสระได กรรมาธกิ ารไว ทป่ี ระชมุ จงึ เหน็ ควรใหพ จิ ารณารา งขอ บงั คบั ฯ กําหนดรางมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาล ฉบับนี้ โดยนําความในหมวด ๖ การเสนอและ รัฐธรรมนูญและผูดํารงตําแหนงในองคกรอิสระ รวมทั้ง การพิจารณารางพระราชบัญญัติแหงขอบังคับการประชุม ผูวาการตรวจเงินแผนดินและหัวหนาหนวยงานธุรการ สภานิติบัญญัติแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาใชบังคับโดย ของศาลรฐั ธรรมนญู และองคกรอิสระ พ.ศ. .... และได อนุโลม และที่ประชุมไดลงมติรับหลักการแหงราง เสนอตอสภานิติบัญญัติแหงชาติเพ่ือรับฟงความคิดเห็น ข อ บั ง คั บ ว า ด ว ย ป ร ะ ม ว ล จ ริ ย ธ ร ร ม ข อ ง ส ม า ชิ ก และไดมีการประกาศใชแลว แตดวยเหตุท่ีมาตรฐานทาง สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาตแิ ละกรรมาธกิ าร พ.ศ. .... ไวพ จิ ารณา โดยท่ีไดมีสมาชิกฯ เสนอญตั ติตามขอ บังคบั ฯ ขอ ๑๑๕

¡ÒûÃЪØÁÊÀÒ ๑๑ วรรคสอง ขอใหท ี่ประชมุ พิจารณารางขอ บังคับฯ ฉบบั น้ี ประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติไดแจงตอท่ีประชุมวา โดยกรรมาธิการเตม็ สภา ซึง่ ทป่ี ระชมุ เหน็ ชอบ ไดรับการประสานจากหนวยงานท่ีเก่ียวของวาติดภารกิจ เรง ดว นจงึ ขอเลอ่ื นการพจิ ารณารายงานฉบบั นอ้ี อกไปกอ น ผลการพจิ ารณา ซ่งึ ทีป่ ระชุมไมมคี วามเห็นเปน อยา งอืน่ ท่ีประชุมลงมติในวาระที่สามสมควรประกาศใช ข อ บั ง คั บ ว า ด ว ย ป ร ะ ม ว ล จ ริ ย ธ ร ร ม ข อ ง ส ม า ชิ ก สรุปผลการพจิ ารณารางพระราชบัญญัติ สภานติ บิ ัญญัตแิ หง ชาติและกรรมาธกิ าร พ.ศ. .... โดย รับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติไวพิจารณา จํานวน ใหมีผลใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา ๑ ฉบับ คือ นเุ บกษาเปนตน ไป ตอจากน้ัน ประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติ - รา งพระราชบญั ญตั กิ ารผงั เมือง พ.ศ. .... ไดแจงตอที่ประชุมวาในการประชุมสภาคร้ังน้ีไมมีเรื่อง สมควรประกาศใชเ ปนกฎหมาย จํานวน ๑ ฉบบั คือ กระทูถ าม และไดดําเนินการใหท ปี่ ระชุมพจิ ารณาเรอ่ื งท่ี คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแลว คือ รายงาน - รางพระราชบัญญัติการกลับเปนผูประกันตน การพิจารณาศึกษา เร่ือง “ยุทธศาสตรการสงเสริมและ พ.ศ. .... พฒั นาอตุ สาหกรรมโคเนอ้ื ไทยทง้ั ระบบ” ซง่ึ คณะกรรมาธกิ าร การเกษตรและสหกรณพ จิ ารณาเสรจ็ แลว (ระเบยี บวาระท่ี ๔) ครง้ั ท่ี ๑๑/๒๕๖๑ วนั พฤหสั บดที ่ี ๒๒ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๖๑ ผลการพิจารณา ประธานดําเนินการเปดประชุมและใหท่ีประชุม ทป่ี ระชมุ มมี ตริ บั ทราบรายงานฯ ดงั กลา วพรอ มทง้ั เห็นชอบดวยกับขอเสนอแนะของคณะกรรมาธิการฯ รับทราบ เรอ่ื งทปี่ ระธานจะแจงตอทปี่ ระชุม ดังนี้ เพอ่ื สง ไปยงั คณะรฐั มนตรปี ระกอบการพจิ ารณาดาํ เนนิ การ ๑. เรอ่ื ง รายงานผลการดาํ เนนิ การของคณะรฐั มนตรี ตอไป หลังจากน้ัน ประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติได ตามขอสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาราง ดําเนินการใหท ีป่ ระชุมพจิ ารณาเรือ่ งท่คี า งพิจารณา ดงั น้ี พระราชบญั ญตั สิ ถาบนั คมุ ครองเงนิ ฝาก (ฉบบั ท่ี ..) พ.ศ. .... ๑. รายงานของผูสอบบัญชีและงบการเงินกองทุน สงเคราะหเกษตรกรสําหรับปส้ินสุดวันท่ี ๓๐ กันยายน ๒. เรอ่ื ง รายงานผลการดาํ เนนิ การของคณะรฐั มนตรี ๒๕๕๗ (ตามมาตรา ๒๔ วรรคสอง แหงพระราชบัญญตั ิ ตามขอ เสนอแนะของคณะกรรมาธกิ ารการปกครองทอ งถน่ิ กองทุนสงเคราะหเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔) (ระเบียบวาระ เรื่อง การถายโอนภารกิจโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพ ที่ ๕.๑) ประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติไดแจงตอ ตําบล (รพ.สต.) ใหแกองคกรปกครองสว นทองถน่ิ ที่ประชุมวาไดรับการประสานจากหนวยงานท่ีเกี่ยวของ วาติดภารกิจเรงดวนจึงขอเลื่อนการพิจารณารายงาน เนอ่ื งจากทป่ี ระชมุ คณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั กจิ การ ฉบบั นอ้ี อกไปกอ น ซง่ึ ทป่ี ระชมุ ไมม คี วามเหน็ เปน อยา งอน่ื สภานิติบัญญัติแหงชาติมีมติใหเชิญผูชี้แจงที่เก่ียวของ ๒. รายงานขอมูลสถานการณดานความรุนแรง เขารว มประชมุ จึงขอเล่ือนการพจิ ารณารับทราบรายงาน ในครอบครัวสําหรับการรายงานตามมาตรา ๑๗ แหง ผลการดาํ เนินการฉบบั นีอ้ อกไปกอ น พระราชบัญญัติคุมครองผูถูกกระทําดวยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจาํ ป ๒๕๕๙ (ตามมาตรา ที่ประชุมรับทราบ ๑๗ แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูถูกกระทําดวยความ เรื่องที่พจิ ารณา รุนแรงในครอบครวั พ.ศ. ๒๕๕๐) (ระเบยี บวาระท่ี ๕.๒) ประธานของที่ประชุมไดดําเนินการใหท่ีประชุม พิจารณาเร่ืองรับรองรายงานการประชุม ซึ่งที่ประชุม พจิ ารณารบั รองรายงานการประชมุ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ จํานวน ๓ ครั้ง ดังนี้ ๑. ครั้งที่ ๖๕/๒๕๖๐ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ๒. คร้ังท่ี ๖๖/๒๕๖๐ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เ ป น ก า ร ลั บ เ ว น แ ต ท่ี มี บั ญ ญั ติ ไ ว เ ป น อ ย า ง อ่ื น ๓. คร้งั ท่ี ๖๗/๒๕๖๐ วันศกุ รที่ ๒๔ พฤศจกิ ายน ในรฐั ธรรมนญู ดงั นน้ั การใหค วามเหน็ ชอบบคุ คลผไู ดร บั การเสนอช่ือใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกต้ัง ๒๕๖๐ จึงตอ งกระทาํ เปน การลับ ในการนี้ ประธานของท่ปี ระชุม เรอ่ื งที่พิจารณา ไดกําหนดวิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยใหใชบัตรออก ประธานของที่ประชุมไดดําเนินการใหท่ีประชุม เสียงลงคะแนนลับ ตามขอบังคับฯ ขอ ๖๘ (๒) ซึ่ง ที่ประชมุ ไมมีความเห็นเปน อยางอนื่ สาํ หรับคะแนนเสียง พิจารณาเร่ืองดว น ดังนี้ เห็นชอบจะตองไมนอยกวากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิก ๑. รางพระราชบัญญัติการยาสูบแหงประเทศไทย ทัง้ หมดเทาทมี่ อี ยูของสภา ตามมาตรา ๒๑๗ ประกอบ มาตรา ๒๐๔ ของรฐั ธรรมนญู แหงราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธกิ ารวิสามัญพิจารณาเสร็จแลว (เรอื่ งดว นท่ี ๑) ผลการออกเสยี งลงคะแนนปรากฏวา บคุ คลผไู ดร บั การเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกต้ัง ผลการพจิ ารณา ท้งั ๗ คน คือ ท่ีประชุมลงมติในวาระท่ีสาม สมควรประกาศใช เปนกฎหมาย พรอมทั้งเห็นชอบดวยกับขอสังเกตของ ๑) นายฐากร ตัณฑสทิ ธิ์ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เพ่ือสงไปยังคณะรัฐมนตรี ๒) ศาสตราจารย ดร. เรอื งวทิ ย เกษสุวรรณ ประกอบการพจิ ารณาดําเนนิ การตอไป ๓) นางชมพรรณ พงษเ จรญิ สธุ ีรชาติ ๒. ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอช่ือให ๔) รองศาสตราจารย ดร. อสิ สรยี  หรรษาจรญู โรจน ดาํ รงตําแหนงกรรมการการเลอื กต้งั (ตามมาตรา ๒๒๒ ๕) นายประชา เตรัตน มาตรา ๒๑๗ ประกอบมาตรา ๒๐๔ ของรัฐธรรมนญู ๖) นายฉตั รไชย จันทรพรายศรี แหง ราชอาณาจกั รไทย และมาตรา ๑๒ แหง พระราชบญั ญตั ิ ๗) นายปกรณ มหรรณพ ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกต้ัง ผลการพิจารณา พ.ศ. ๒๕๖๐) (เรื่องดวนท่ี ๒) หลังจากประธาน กรรมการการเลอื กตง้ั ทง้ั ๗ คน ไดร บั ความเหน็ ชอบ คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทําหนาท่ีตรวจสอบประวัติ ดวยคะแนนเสียงนอยกวากึ่งหน่ึงของจํานวนสมาชิก ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล ทง้ั หมดเทา ทม่ี อี ยขู องสภา จงึ ถอื วา ไมไ ดร บั ความเหน็ ชอบ ผไู ดรับการเสนอช่อื ใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกต้งั ใหดํารงตําแหนงกรรมการการเลือก ในกรณีน้ี จึงตอง (พลเอก อดู เบอ้ื งบน) ไดเ สนอรายงานของคณะกรรมาธกิ ารฯ ดําเนินการสรรหาหรือคัดเลือกบุคคลใหมแทนผูไดรับการ ในสวนท่ีหน่ึงซ่ึงเปนรายงานโดยเปดเผยแลว ประธาน เสนอชอ่ื ทง้ั ๗ คน แลว เสนอตอ สภาเพอ่ื ใหค วามเหน็ ชอบ ของทป่ี ระชมุ ไดด าํ เนนิ การประชมุ ลบั ตามทค่ี ณะกรรมาธกิ าร ตอ ไป ทงั้ น้ีตามมาตรา ๒๑๗ ประกอบมาตรา ๒๐๔ ของ สามัญฯ รองขอตอทีป่ ระชุมสภาเพื่อใหม ีการดําเนินการ รัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจกั รไทย ประชุมลับ ตามขอบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแหง ตอจากนั้น ประธานของท่ีประชุมไดขอปรึกษา ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอ ๑๓๗ วรรคสอง เพ่ือพจิ ารณา ตอที่ประชุมเพื่อขอเล่ือนการพิจารณาระเบียบวาระเรื่อง รายงานในสว นทส่ี อง ซงึ่ เปนรายงานลบั ตามขอ บงั คบั ท่ีคางพิจารณา เรื่องที่เสนอใหม และเร่ืองอื่น ๆ ขอ ๑๓๕ วรรคสอง หลงั จากดาํ เนนิ การประชมุ ลบั เสรจ็ สน้ิ แลว ไปพจิ ารณาในวนั ศกุ รท ่ี ๒๓ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๑ ซง่ึ ทป่ี ระชมุ ประธานของท่ีประชุมไดดําเนินการประชุมโดยเปดเผย ไมม ีความเห็นเปนอยา งอนื่ โดยที่ประชุมรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๐ วรรคหา บัญญตั ิวา การออกเสียงลงคะแนนเลือก หรือใหความเห็นชอบใหบุคคลดํารงตําแหนงใดใหกระทํา

¡ÒûÃЪØÁÊÀÒ ๑๓ สรปุ ผลการพจิ ารณารา งพระราชบัญญตั ิ ประธานของที่ประชุมไดดําเนินการประชุมลับ ตามท่ี สมควรประกาศใชเปน กฎหมาย จํานวน ๑ ฉบบั คือ คณะกรรมาธิการสามัญฯ รองของตอที่ประชุมสภา เพ่ือใหมีการดําเนินการประชุมลับ ตามขอบังคับการ - รางพระราชบัญญัติการยาสูบแหงประเทศไทย ประชุมสภานติ ิบัญญัติแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ขอ ๑๓๗ พ.ศ. .... วรรคสอง เพื่อพิจารณารายงานในสวนที่สอง ซ่ึงเปน รายงานลบั ตามขอ บงั คบั ฯ ขอ ๑๓๕ วรรคสอง หลงั จาก ครัง้ ท่ี ๑๒/๒๕๖๑ วนั ศุกร ๒๓ กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. ๒๕๖๑ ดาํ เนนิ การประชมุ ลับเสรจ็ สน้ิ แลว ประธานของท่ีประชมุ ประธานดําเนินการเปดประชุมและจะแจงตอ ไดดําเนินการประชุมโดยเปดเผย โดยท่ีรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๐ วรรคหา บญั ญัติวา ท่ปี ระชุม ดงั น้ี การออกเสียงลงคะแนนเลือกหรือใหความเห็นชอบให ในการประชุมครั้งน้ีไมมีเร่ืองท่ีประธานจะแจงตอ บุคคลดํารงตําแหนงใดใหกระทําเปนการลับ เวนแตที่มี บทบญั ญัติไวเ ปน อยางอนื่ ในรฐั ธรรมนญู ดังนั้น การให ทป่ี ระชมุ เรอ่ื งรบั รองรายงานการประชมุ และเรอ่ื งกระทถู าม ความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอเสนอช่ือใหดํารง ประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติจึงดําเนินการใหท่ปี ระชุม ตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุดจึงตองกระทํา พิจารณาเรื่องดว น ดงั นี้ เปนการลับ ในการนี้ ประธานของท่ีประชมุ ไดก ําหนดวธิ ี การออกเสียงลงคะแนนโดยใหใชบัตรออกเสียงลง เรอ่ื งทพ่ี จิ ารณา คะแนนลบั ตามขอ บงั คับฯ ขอ ๖๘ (๒) ซึ่งที่ประชุม ๑. รางพระราชบัญญัติกองทุนเพ่อื ความเสมอภาค ไมมีความเห็นเปนอยางอ่ืน สําหรับคะแนนเสียงในการ ทางการศึกษา พ.ศ. .... ซ่ึงคณะรัฐมนตรีเปนผูเสนอ ใหความเปนชอบหรือไมเห็นชอบจะใชเสียงขางมาก (เร่ืองดว นที่ ๒) เปน เกณฑ ผลการพิจารณา ที่ประชุมไดลงมติในวาระท่ีหนึ่งรับหลักการ ผลการพจิ ารณา แหงรางพระราชบัญญัติดังกลาวไวพิจารณาและมีมติ ผลการออกเสยี งลงคะแนนปรากฏวา บคุ คลผไู ดร บั ใหตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหน่ึงเพ่ือพิจารณา การเสนอชื่อใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด จาํ นวน ๒๙ คน โดยมกี าํ หนดการแปรญตั ตภิ ายใน ๗ วนั ทง้ั ๑๔ คน คอื ตามขอบังคบั ฯ ขอ ๑๑๗ วรรคหน่งึ และท่ปี ระชมุ มีมติให ๑) นางสายสุดา เศรษฐบุตร คณะกรรมาธิการวสิ ามัญฯ พิจารณารางพระราชบัญญัติ ๒) นายวุฒิ มชี วย ฉบับนี้ใหแลวเสร็จภายใน ๔๒ วัน นับแตวันที่ ๓) นายฤทัย หงสส ิริ สภานิติบัญญัติแหงชาติมีมติต้งั คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ๔) นางสุกญั ญา นาชัยเวียง ชุดนี้ ๕) นายกติ ดนัย ธรมธชั ๒. ใหความเห็นชอบบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อให ๖) นายอําพน เจริญชวี นิ ทร ดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด (ตามมาตรา ๗) นายไชยวฒั น ธํารงศรีสขุ ๑๕ วรรคสาม แหงพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลปกครอง ๘) นายประสาน บางประสิทธิ์ และวิธพี จิ ารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แกไขเพมิ่ เติม ๙) นายโสภณ บญุ กลุ (ฉบบั ท่ี ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐) (เรอ่ื งดว นท่ี ๑) หลงั จากประธาน ๑๐) นายจักริน วงศก ุลฤดี คณะกรรมาธิการสามัญเพ่ือทําหนาท่ีตรวจสอบประวัติ ๑๑) นางศิริวรรณ จลุ โพธ์ิ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล ๑๒) นายประวิทย เอือ้ นิรันดร ผูไดรับการเสนอชื่อดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครอง สูงสุด (พลเอก อูด เบื้องบน) ไดเสนอรายงานของ คณะกรรมาธกิ ารฯ ในสว นหนง่ึ ซง่ึ เปน รายงานโดยเปด เผยแลว

àÍ¡ÊÒâҋ ÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๑๔ ๑๓) นายจิรศักด์ิ จิรวดี และ ของคณะกรรมาธิการใหประชาชนทราบ เวนแต ๑๔) นายธรี รฐั อรา มทวีทอง สภาผแู ทนราษฎรหรอื วฒุ สิ ภา แลว แตก รณี มมี ตใิ หเ ปด เผย ไดรับความเห็นชอบดวยคะแนนเสียงขางมาก จึงถือวาไดรับความเห็นชอบใหดํารงตําแหนงตุลาการ ผลการพิจารณา ศาลปกครองสงู สดุ ที่ประชุมไดพิจารณาและลงมติมิใหเปดเผยบันทึก จากน้ัน ไดม ีสมาชิกฯ เสนอญตั ตติ ามขอ บังคบั ฯ การประชมุ ของคณะกรรมาธกิ ารฯ จาํ นวน ๗ ครง้ั ดงั กลา ว ขอ ๔๐ (๒) ใหย กระเบยี บวาระเรอ่ื งทค่ี า งพจิ ารณา ลาํ ดบั ๒. ขอใหส ภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาตพิ จิ ารณาเพอ่ื มมี ติ ที่ ๕.๓ ระเบยี บวาระเรื่องท่ีเสนอใหม ลาํ ดบั ที่ ๖.๒ และ มิใหเปดเผยบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการ ลาํ ดบั ท่ี ๖.๓ ขน้ึ มาพจิ ารณากอ น ซง่ึ ทป่ี ระชมุ ไมม คี วามเหน็ การศกึ ษาและการกฬี า จาํ นวน ๑ ครง้ั คอื ครง้ั ท่ี ๑/๒๕๖๑ เปนอยางอื่น ประธานของที่ประชุมจึงดําเนินการ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๑ ในวาระพิจารณา ใหท่ีประชุมพจิ ารณาระเบียบวาระตามลาํ ดับ ดงั น้ี เรื่องรอ งเรียนเฉพาะกรณี (ตามมาตรา ๑๒๙ วรรคหก ๑. ขอใหสภานิติบัญญัติแหงชาติพิจารณาเพ่อื มีมติ ของรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย) (ระเบยี บวาระท่ี ๖.๒) ใหเปดเผยบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการสามัญ หลังจากประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและ เพื่อทําหนาท่ีตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและ การกีฬา (นายตวง อันทะไชย) ไดแ ถลงผลการพจิ ารณา พฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูรับการเสนอชื่อให ของคณะกรรมาธิการฯ ท่ีไดมีมติมิใหเปดเผยบันทึกการ ดํารงตําแหนงกรรมการการเลือกต้งั จํานวน ๗ ครงั้ คอื ประชุมของคณะกรรมาธิการคร้ังดังกลาว โดยท่ี ครั้งท่ี ๑ วันองั คารที่ ๒๖ ธนั วาคม ๒๕๖๐ รฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย มาตรา ๑๒๖ วรรคหก ครัง้ ท่ี ๒ วันพุธที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ บัญญัติวา ใหสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเปดเผย ครงั้ ท่ี ๓ วนั ศกุ รท ี่ ๒ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๑ บันทึกการประชุม รายงานการดําเนินการรายงาน ครง้ั ที่ ๔ วนั องั คารที่ ๖ กุมภาพันธ ๒๕๖๑ การสอบหาขอ เทจ็ จรงิ หรอื รายงานการศกึ ษา แลว แตก รณี ครัง้ ท่ี ๕ วนั พธุ ที่ ๗ กุมภาพันธ ๒๕๖๑ ของคณะกรรมาธกิ ารใหป ระชาชนทราบ เวน แตส ภาผแู ทน ครัง้ ท่ี ๖ วันพธุ ท่ี ๑๔ กมุ ภาพันธ ๒๕๖๑ ราษฎรหรือวุฒิสภา แลว แตก รณี มมี ตใิ หเปดเผย ครั้งที่ ๗ วนั จนั ทรท ี่ ๑๙ กุมภาพนั ธ ๒๕๖๑ ผลการพิจารณา (ตามมาตรา ๑๒๙ วรรคหก ของรัฐธรรมนูญ ท่ีประชุมไดพิจารณาและลงมติมิใหเปดเผยบันทึก แหงราชอาณาจักรไทย (ระเบียบวาระท่ี ๕.๓) การประชมุ ของคณะกรรมาธิการ จํานวน ๑ ครัง้ ดงั กลาว ห ลั ง จ า ก ป ร ะ ธ า น ค ณ ะ ก ร ร ม า ธิ ก า ร ส า มั ญ ๓. ขอใหสภานิติบัญญัติแหงชาติพิจารณาเพ่อื มีมติ เพื่อทําหนาที่ตรวจสอบประวัติความพฤติและพฤติกรรม มิใหเปดเผยบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการสามัญ ทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอช่ือใหดํารง เพ่ือทําหนาท่ีตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและ ตําแหนงกรรมการการเลือกตั้งไดแถลงผลการพิจารณา พฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อให ของคณะกรรมาธิการฯ ท่ีไดมีมติใหเปดเผยบันทึก ดาํ รงตาํ แหนงตลุ าการศาลปกครองสงู สุด จํานวน ๖ ครัง้ การประชมุ ของคณะกรรมาธกิ ารฯ จาํ นวน ๗ ครง้ั ดงั กลา ว คอื และขอใหสภานิติบัญญัติแหงชาติพิจารณาตามมาตรา ครั้งท่ี ๑ วันจนั ทรที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ ๑๒๙ วรรคหก ของรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย ครง้ั ท่ี ๒ วนั พธุ ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๑ ที่บัญญัติวา ใหสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเปดเผย ครง้ั ที่ ๓ วันจนั ทรท ี่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๑ บันทึกการประชุม รายงานการดําเนินการ รายงาน ครง้ั ท่ี ๔ วันพธุ ที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ การสอบหาขอ เทจ็ จรงิ หรอื รายงานการศกึ ษา แลว แตก รณี คร้ังที่ ๕ วนั จันทรที่ ๕ กุมภาพนั ธ ๒๕๖๑ และ ครั้งท่ี ๖ วนั อังคารท่ี ๑๓ กุมภาพนั ธ ๒๕๖๑

¡ÒûÃЪØÁÊÀÒ ๑๕ (ตามมาตรา ๑๒๙ วรรคหก ของรัฐธรรมนูญ ผลการพิจารณา แหง ราชอาณาจักรไทย) (ระเบียบวาระที่ ๖.๓) ที่ประชมุ มีมติเหน็ ชอบ ๒. ขอขยายเวลาการพิจารณารางพระราชบัญญัติ ห ลั ง จ า ก ป ร ะ ธ า น ค ณ ะ ก ร ร ม า ธิ ก า ร ส า มั ญ มาตรการของฝายบริหารในการปองกันและปราบปราม เพ่ือทําหนาท่ีตรวจสอบประวัติความประพฤติและ การทจุ รติ (ฉบบั ที่ ..) พ.ศ. .... (ระเบียบวาระที่ ๗) พฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผูไดรับการเสนอช่ือ โดยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ไดขอขยายเวลา ใหดํารงตําแหนงตุลาการศาลปกครองสูงสุด ไดแถลงผล การพิจารณารางพระราชบัญญัติดังกลาว เปนคร้ังท่ีสอง การพจิ ารณาของคณะกรรมาธกิ ารฯ ทไ่ี ดม มี ตมิ ใิ หเ ปด เผย ออกไปอกี ๓๐ วัน นับแตว ันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๑ ตาม บนั ทึกการประชมุ ของคณะกรรมาธกิ ารฯ จาํ นวน ๖ ครัง้ ขอบงั คับฯ ขอ ๙๘ วรรคหน่งึ (๑) ดงั กลาว และขอใหสภานติ ิบัญญัตแิ หง ชาตพิ จิ ารณาตาม ผลการพิจารณา มาตรา ๑๒๙ วรรคหก ของรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย ทีป่ ระชมุ มีมติเหน็ ชอบ ที่บัญญัติวา ใหสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเปดเผย ๓. ขอขยายเวลาการพิจารณารางพระราชบัญญัติ บันทึกการประชุม รายงานการดําเนินการ รายงาน ธนาคารอิสลามแหงประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... การสอบหาขอ เทจ็ จรงิ หรอื รายงานการศกึ ษา แลว แตก รณี (เปนเร่ืองท่ีไมปรากฏในระเบียบวาระการประชุม) ของคณะกรรมาธกิ ารใหป ระชาชนทราบ เวน แตส ภาผแู ทน โดยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ไดขอขยายเวลา ราษฎรหรอื วฒุ ิสภา แลวแตกรณี มีมตใิ หเ ปด เผย การพิจารณารางพระราชบัญญัติดังกลาวเปนครั้งที่หนึ่ง ออกไปอีก ๓๐ วนั นบั แตว ันท่ี ๔ มนี าคม ๒๕๖๑ ตาม ผลการพจิ ารณา ขอบังคับฯ ขอ ๙๘ วรรคหนงึ่ (๑) ที่ประชุมไดพิจารณาและลงมติมิใหเปดเผยบันทึก ผลการพจิ ารณา การประชมุ ของคณะกรรมาธกิ ารฯ จาํ นวน ๖ ครง้ั ดงั กลา ว ทป่ี ระชมุ มมี ตเิ ห็นชอบ จากน้ัน ประธานของท่ีประชุมไดดําเนินการให ตอมา ประธานของท่ีประชุมไดดําเนินการให ท่ีประชุมพิจารณาเรื่องอื่น ๆ และเร่ืองท่ีไมปรากฏ ทป่ี ระชมุ พจิ ารณาเรอ่ื งทค่ี ณะกรรมาธกิ ารพจิ ารณาเสรจ็ แลว ในระเบยี บวาระการประชุม ดงั น้ี ดังนี้ ๑. ขอขยายเวลาการพิจารณารางพระราชบัญญัติ ๑. รายงานการพจิ ารณาศกึ ษาขอ เสนอเชงิ นโยบาย สงเสริมมาตรฐานผฝู ก สอนกีฬาและผตู ัดสนิ กฬี า พ.ศ. .... โครงการคูปองพัฒนาครูของสํานักงานคณะกรรมการ (เปนเรื่องที่ไมปรากฏในระเบียบวาระการประชุม) การศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งคณะกรรมาธิการการศึกษาและ โดยประธานคณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั ฯ ไดข อขยายเวลา การกีฬาพิจารณาเสร็จแลว (ระเบียบวาระท่ี ๔.๑) การพิจารณารางพระราชบัญญัติดังกลาว เปนครั้งท่ีสี่ ผลการพิจารณา ออกไปอีก ๙๐ วนั โดยขอบังคับฯ ขอ ๙๘ วรรคหนง่ึ (๑) ท่ีประชุมมีมติรับทราบรายงานฯ ดังกลาว กําหนดใหประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติเสนอตอ พรอ มทง้ั เหน็ ชอบดว ยกบั ขอ เสนอแนะของคณะกรรมาธกิ ารฯ ที่ประชุมสภาและท่ีประชุมสภาอาจลงมติเห็นชอบใหงด เพอ่ื สง ไปยงั คณะรฐั มนตรปี ระกอบการพจิ ารณาดาํ เนนิ การ ใชขอ บังคับฯ ขอ ๙๘ วรรคหนึ่ง (๑) ประกอบขอ ๒๑๓ ตอ ไป เปน การชว่ั คราวเฉพาะกรณโี ดยใหค ณะกรรมาธกิ ารวสิ ามญั ฯ ๒. รายงานการพจิ ารณาศกึ ษา เรอ่ื ง ครอู าชวี ศกึ ษา ขยายเวลาการพิจารณารางพระราชบัญญัติดังกลาว : การผลิต การพัฒนาและมาตรฐานครูวิชาชีพ ซึ่ง เปนครง้ั ทส่ี ่อี อกไปอกี ๙๐ วนั นับแตว นั ท่ี ๔ มีนาคม คณะกรรมาธกิ ารการศกึ ษาและการกฬี าพจิ ารณาเสรจ็ แลว ๒๕๖๑ (ระเบียบวาระที่ ๔.๒)

¡ÒûÃЪØÁÊÀÒ ๑๖ ผลการพจิ ารณา ผลการพิจารณา ที่ประชุมมีมติรับทราบรายงานฯ ดังกลาว ท่ีประชมุ ไดพิจารณารับทราบรายงานฯ พรอ มทง้ั เหน็ ชอบดว ยกบั ขอ เสนอแนะของคณะกรรมาธกิ ารฯ จากน้ัน ประธานของที่ประชุมไดดําเนินการให เพอ่ื สง ไปยงั คณะรฐั มนตรปี ระกอบการพจิ ารณาดาํ เนนิ การ ทปี่ ระชมุ พจิ ารณาเร่อื งทเี่ สนอใหม คือ รายงานประจาํ ป ตอไป ๒๕๕๙ สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี จากน้ัน ประธานของที่ประชุมไดดําเนินการให แหงชาติ (สวทช.) (ตามมาตรา ๒๑ แหงพระราชบญั ญัติ ที่ประชมุ พิจารณาเร่ืองทคี่ า งพจิ ารณา ดงั นี้ พัฒนาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๓๔) ๑. รายงานของผูสอบบัญชีและงบการเงินกองทุน (ระเบยี บวาระที่ ๖.๑) สงเคราะหเกษตรกรสําหรับปสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ผลการพจิ ารณา ๒๕๕๗ (ตามมาตรา ๒๔ วรรคสอง แหง พระราชบญั ญตั ิ ที่ประชุมไดพจิ ารณารับทราบรายงานฯ ดังกลา ว กองทนุ สงเคราะหเ กษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔) (ระเบยี บวาระท่ี ๕.๑) สรุปผลการพิจารณารางพระราชบญั ญัติ รับหลักการแหงรางพระราชบัญญัติไวพิจารณา จํานวน ผลการพจิ ารณา ที่ประชุมไดพจิ ารณารับทราบรายงานฯ ๑ ฉบบั คือ ๒. รายงานขอมูลสถานการณดานความรุนแรง - รางพระราชบัญญัติกองทุนเพ่อื ความเสมอภาค ในครอบครัวสําหรับการรายงานตามมาตรา ๑๗ แหง ทางการศกึ ษา พ.ศ. .... พระราชบัญญัติคุมครองผูถูกกระทําดวยความรุนแรง ในครอบครวั พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจาํ ป ๒๕๕๙ (ตามมาตรา ๑๗ แหง พระราชบญั ญัติคุม ครองผูถกู กระทําดวยความรุนแรง ในครอบครวั พ.ศ. ๒๕๕๐) (ระเบยี บวาระท่ี ๕.๒)

ÃͺÃÇÑ้ ÊÀÒ-¢Ò‹ Çã¹»ÃÐà·È ๑๗ ÃͺÃÇ้Ñ ÊÀÒ ขาวในประเทศ โครงการกอสรางอาคารรฐั สภาแหงใหม วนั ท่ี ๑๒ มนี าคม ๒๕๖๐ ณ บรเิ วณหอ งโถง ชน้ั ๑ อาคารรฐั สภา ๑ นายสรศกั ด์ิ เพยี รเวช เลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎร พรอมดวยนายประสทิ ธ์ิ อนนั ตวริ ุฬห รองเลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎร และนายโชตจิ ุฑา อาจสอน ท่ปี รกึ ษาบรหิ ารโครงการ ก อ ส ร า ง อ า ค า ร รั ฐ ส ภ า แ ห ง ใ ห ม ก ลุ ม นิ ติ บุ ค ค ล รว มทาํ งาน CAMA แถลงขา วเกย่ี วกบั โครงการกอ สรา ง อาคารรัฐสภาแหงใหมว า ไดมีสวนงานใหมที่เพ่ิมข้ึน ไดแก ดาตา เซน็ เตอร ศูนยข อมลู หลกั และศนู ยข อมูล สาํ รอง พรอ มทง้ั มกี ารปรบั ปรงุ ไอซที ใี หม คี วามทนั สมยั เพ่ิมขึ้น และสาเหตุของการของบประมาณเพิ่มเติม จากเดิมที่ตั้งไว เน่ืองจากท่ีผานมาไมมีงบประมาณ ในเรอ่ื งระบบสารสนเทศ ซง่ึ การของบประมาณเพม่ิ เตมิ เปน ไปตามความเหมาะสม การเสวนาสมาชกิ สภานติ บิ ัญญตั แิ หง ชาติพบประชาชน วนั ท่ี ๑๒ มนี าคม ๒๕๖๐ ณ หอ งประชุมประชานารถ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลตะวนั ออก วทิ ยาเขต จกั รพงษภวู นารถ นายสรุ ชยั เลี้ยงบญุ เลิศชยั รองประธานสภานิติบญั ญัติแหงชาติ คนท่หี น่งึ เปนประธานเปดการเสวนา “สมาชกิ สภานติ บิ ญั ญตั ิแหงชาตพิ บประชาชน ณ กรุงเทพมหานคร (กลมุ กรงุ เทพกลาง)” จัดขน้ึ โดย คณะอนุกรรมการเตรยี ม การดาํ เนินงานโครงการสมาชิกสภานิตบิ ญั ญตั แิ หงชาติพบประชาชน ในโครงการสมาชกิ สภานติ ิบัญญัตแิ หงชาตพิ บประชาชน มีวตั ถปุ ระสงคเ พ่อื มงุ เผยแพรบทบาท หนา ที่และอํานาจของสมาชิกสภานิตบิ ัญญตั ิแหง ชาติ ตรวจสอบตดิ ตามการดําเนินงาน ตามนโยบายของรัฐบาล พรอมท้ัง รับฟงความคิดเห็น ตลอดจนปญหาอุปสรรคในดานตาง ๆ ของประชาชนในพื้นท่ี กรงุ เทพมหานคร (กลมุ กรงุ เทพกลาง) นายสรุ ชยั ไดก ลา ววา เปนโอกาสดที พี่ น่ี อ งประชาชน ไดเ ขา มาเพอ่ื รว มแสดงความคดิ เหน็ ในครง้ั น้ี โดยหวงั วา โครงการน้ี นอกจากจะสรางความรูความเขาใจ ยังตองการใหประชาชน สะทอนปญ หาในพ้นื ทีท่ ้ัง ๙ เขต ไดแ ก เขตพระนคร เขตดุสติ เขตปอมปราบศตั รพู า ย เขตดนิ แดง เขตหว ยขวาง เขตพญาไท เขตราชเทวี เขตวังทองหลาง และเขตสมั พนั ธวงศด วย เพื่อที่ทาง สภานติ ิบญั ญัติแหง ชาติจะนําปญหาตาง ๆ ท่ปี ระชาชนเสนอมา เขา สทู ป่ี ระชมุ พรอ มทง้ั จะเชญิ หนว ยงานทเ่ี กย่ี วขอ งเขา รบั ทราบ ปญหา เพ่อื การแกไขตอ ไป

àÍ¡ÊÒâҋ ÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๑๘ รองประธานสภานติ ิบัญญัตแิ หง ชาติ คนทห่ี นึง่ บรรยายพิเศษ วันท่ี ๑๗ มนี าคม ๒๕๖๑ ณ หอ งประชุมประภาสน อวยชยั ชน้ั ๔ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร ทา พระจนั ทร กรงุ เทพฯ นายสุรชัย เลย้ี งบญุ เลศิ ชัย รองประธานสภานิติบญั ญตั แิ หงชาติ คนท่ีหน่ึง บรรยายพิเศษ ในหัวขอเร่ือง “บทบาทหนาที่ของ รฐั สภาและความสมั พนั ธก บั รฐั บาล” ใหแ ก ผเู ขา รบั การฝก อบรม ในหลักสูตร “การพัฒนาขาราชการในตําแหนงวิทยากรใหเปน นกั วิชาการนติ ิบัญญตั ิ” จัดโดย สถาบันเสริมศกึ ษาและทรัพยากร มนุษย มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร การประชมุ วชิ าการสันนบิ าต จงั หวัดอุตรดิตถ วนั ท่ี ๒๑ มนี าคม ๒๕๖๑ ณ หอ งประชมุ โรงแรมตน ทอง รีสอรท อําเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ คนทส่ี อง เปน ประธานเปด การประชุมวิชาการสันนิบาต จังหวัดอุตรดิตถ และบรรยาย พิเศษเร่ือง “อนาคตประเทศไทยและทิศทางการปฏิรูปทองถิ่น” ซึ่งสันนิบาตเทศบาลจังหวัดอุตรดิตถ จัดขึ้นเพื่อใหเจาหนาที่ ผปู ฏบิ ตั งิ านมคี วามรู ความเขา ใจในกฎหมาย ระเบยี บ และแนวปฏบิ ตั ิ เกย่ี วกบั การบริหารงาน รวมทงั้ การปฏบิ ตั ติ ามนโยบายของรัฐ และสามารถนาํ ไปใชใ นเชงิ ปฏริ ปู ประเทศไทย ๔.๐ เพอ่ื ตอบสนอง ตอความตองการของประชาชนในพื้นท่ีไดอยางถูกตองและ รวดเร็ว รองประธานสภานติ บิ ญั ญตั แิ หงชาติ คนทีห่ นง่ึ รับหนงั สอื วนั ท่ี ๒๑ มนี าคม ๒๕๖๑ ณ หองโถง ชั้น ๑ อาคาร รัฐสภา ๑ นายสุรชัย เล้ียงบุญเลิศชัย รองประธาน สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ คนทห่ี นง่ึ รบั หนงั สอื จาก นายศรสี วุ รรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองคการพิทักษรัฐธรรมนูญไทย เพื่อขอใหตรวจสอบคุณสมบัติของผูไดรับการคัดเลือกใหเปน ผูสมควรไดรับเลือกเปนกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน และกจิ การโทรคมนาคมแหงชาติ (กสทช.) และขอใหม ี การแกไขกระบวนการและผลการสรรหาของคณะกรรมการ สรรหาใหเปนไปตามกฎหมายกอนที่สภานิติบัญญัติแหงชาติ จะพิจารณาตอ ไป นายสรุ ชยั ไดก ลา วขอบคุณท่ชี ว ยตรวจสอบ เรอ่ื งดงั กลา ว ท้ังนี้ ไดบรรจุในระเบียบวาระการประชุมสภานติ บิ ญั ญตั ิแหง ชาติ เพ่อื ตงั้ คณะกรรมาธิการสามญั เพ่อื ทาํ หนาท่ี ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของผูดํารงตําแหนง กสทช. ตามท่ีคณะกรรมการสรรหาฯ พจิ ารณาคัดเลอื กผสู มัครในแตละดา น จาํ นวน ๗ ดา น รวมจํานวน ๑๔ คน เรยี บรอ ยแลว

ÃͺÃÇ้Ñ ÊÀÒ-¢Ò‹ Çã¹»ÃÐà·È ๑๙ โครงการสมาชิกสภานิตบิ ัญญตั แิ หงชาติพบประชาชน ณ กรุงเทพมหานคร (กลุมกรุงเทพใต) วนั ที่ ๒๑ มนี าคม ๒๕๖๑ ณ อาคารศิลปวัฒนธรรม จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั ศาสตราจารยพ เิ ศษพรเพชร วชิ ติ ชลชยั ประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติ เปนประธานในพิธีเปด โ ค ร ง ก า ร ส ม า ชิ ก ส ภ า นิ ติ บั ญ ญั ติ แ ห ง ช า ติ พ บ ป ร ะ ช า ช น ณ กรุงเทพมหานคร (กลุม กรงุ เทพใต) โดยมีการจดั งานเสวนา เร่ือง “พัฒนากรุงเทพใตเพื่อนวัตกรรมและสรางสรรค” มีวัตถุประสงคเพ่ือรับฟงปญหาประชาชน โดยมีผูอํานวยการ สํานักเขต นักวิชาการ ผูแทนสวนราชการท่ีเก่ียวของ และ ภาคประชาชน ในเขตพื้นทีก่ รงุ เทพใต จํานวน ๑๐ เขต ไดแก เขตปทมุ วนั เขตบางรกั เขตสาทร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตคลองเตย เขตวัฒนา เขตพระโขนง เขตสวนหลวง และเขตบางนา จาํ นวน ๑๕๐ คน เขารวมภายในงาน ทั้งน้ี ประธาน สภานิตบิ ญั ญัตแิ หงชาติ ไดก ลา วถงึ โครงการสมาชกิ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาตพิ บประชาชนวา ไดด าํ เนนิ การมาแลว ๗๖ จงั หวดั รบั เรอ่ื งรอ งเรยี นมากกวา ๑๑,๐๐๐ เรือ่ ง ไดรับการแกไขปญ หาและตดิ ตามประเมินผลแลว มากกวา ๘,๐๐๐ เรื่อง สําหรบั การพบปะรับฟงปญหาจากประชาชนในเขตกรุงเทพใตวันนี้จะทําใหสภานิติบัญญัติแหงชาติไดรับทราบถึงปญหาในพื้นที่ มากยิง่ ขน้ึ ซึง่ จะนาํ ไปรวบรวมเพอ่ื ประกอบการพิจารณาตอไป การขน้ึ ทะเบียนสตั วเลยี้ ง วันที่ ๒๓ มนี าคม ๒๕๖๑ นายวลั ลภ ตังคณานรุ ักษ สภานติ บิ ัญญตั ิแหงชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ ติดตามกลไกและพิจารณาการปกปองคุมครองสัตว แถลงขาว ก า ร ขึ้ น ท ะ เ บี ย น สั ต ว เ ลี้ ย ง เ พื่ อ ป อ ง กั น โ ร ค พิ ษ สุ นั ข บ า ว า คณะกรรมการฯ ไดด าํ เนนิ การจดั ทาํ รา งพระราชบญั ญตั ิ (พ.ร.บ.) ปองกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซ่งึ เปนแกไขเพม่ิ เตมิ พ.ร.บ. ปองกนั การทารุณกรรม และการจัดสวสั ดภิ าพสัตว พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยเพ่ิมมาตรา ๒๒/๑ กําหนดใหราชการสวนทองถิ่นออกขอบัญญัติทองถิ่น และ ใหเ จา ของสตั วน าํ สตั วเ ลย้ี งมาขน้ึ ทะเบยี นสตั วเ ลย้ี ง เพอ่ื ประโยชน ในการจัดสวัสดิภาพสัตว และความรับผิดชอบของเจาของสัตวรวมถึงการรักษาสภาวะความเปนอยูท่ีเหมาะสมของสัตวและ ประชาชนในทองถิ่น โดยใหราชการสวนทองถ่ินมีหนาที่และอํานาจกําหนดเรื่องประเภท ชนิด จํานวนของสัตวเลี้ยง เคร่ืองหมายประจําตัวสัตว รวมถึงมาตรการอยางใดอยางหนึ่งสําหรับการข้ึนทะเบียนสัตวเล้ียง ท้ังนี้ หลักเกณฑ วิธีการ และแบบการแจงรายการการขึ้นทะเบียนสัตวเล้ียงใหเปนไปตามที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณประกาศกําหนด โดยคาํ นงึ ถงึ บรบิ ทของแตล ะทอ งถน่ิ รวมทง้ั เพม่ิ มาตรา ๓๒/๑ กาํ หนดโทษสาํ หรบั ความผดิ สาํ หรบั เจา ของสตั วผ ฝู า ฝน หรอื ไมป ฏบิ ัตติ ามตามขอบัญญตั ิทอ งถิน่ และหากกฎหมายฉบับนีม้ ีผลใชบังคบั เจาของสตั วเ ลี้ยงตองนําสตั วไ ปขนึ้ ทะเบียน และ ราชการสวนทองถิ่นก็ตองขึ้นทะเบียนสัตวเรรอนดวย หากมีผูมีความประสงคขอรับสัตวไปดูแลตอก็ตองไดรับอนุญาตจาก สวนทองถิ่นดว ย

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃѰÊÀÒ ๒๐ การประชมุ คณะกรรมาธกิ ารสามัญสหภาพรฐั สภา วันท่ี ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๓๐ นาิกา (เวลาทอ งถน่ิ ณ นครเจนวี า) ณ หอ งหมายเลข ๒ ศนู ยก ารประชมุ นานาชาตเิ จนวี า (CICG) นครเจนวี า สมาพนั ธรฐั สวิส นายอนศุ าสน สุวรรณมงคล ผูแทนสภานิติบัญญัติแหงชาติ และกรรมาธิการใน คณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาวาดวยสันติภาพและ ความมัน่ คงระหวา งประเทศ พรอมดว ย พลเอก วรพงษ สงาเนตร ผแู ทนสภานิติบญั ญัตแิ หงชาติ และนายนรนติ ิ เศรษฐบตุ ร ทปี่ รึกษา คณะผูแทนสภานิติบัญญัติแหงชาติ เขารวมการประชุม คณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาวาดวยสันติภาพและ ความมน่ั คงระหวา งประเทศ (ชว งทห่ี นง่ึ ) ในโอกาสการประชมุ สมชั ชาสหภาพรฐั สภา ครง้ั ท่ี ๑๓๘ และการประชมุ อน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ ง ซึง่ ในท่ปี ระชุมไดน าํ เสนอเกย่ี วกับรางขอมติ หัวขอ “การธาํ รงรักษาสนั ตภิ าพในฐานะเครอ่ื งมือในการบรรลกุ ารพฒั นาท่ียัง่ ยืน (Sustaining peace as a vehicle for achieving sustainable development)” โดยเฉพาะการกลาวถงึ บทบาทของรัฐสภาซง่ึ เปน กลไกสําคญั ตอการสรางสังคมที่มสี นั ติภาพ ปราศจากความขัดแยง ตลอดจนการเนน ย้ําวารางขอมติมวี ตั ถุประสงคเพอ่ื เสนอ แนะแนวปฏิบัติท่ีดีสําหรับการประยุกตใชในระดับประเทศ และจะไมมุงประเด็นไปที่การจัดการกับปญหาท่ีเกิดจากสงคราม แตเ ปนการเสริมสรา งความรวมมือเพอื่ ไปสสู ันติภาพ ทั้งน้ี นายอนุศาสน สุวรรณมงคล ไดกลาวถอยแถลง อภปิ รายเนอื้ หารางขอ มตติ อท่ีประชมุ เปน ลาํ ดบั แรก โดยชี้ใหเ ห็นวา รางขอมติไดฉายภาพรวมของเปาหมายที่ ๑๖ ของเปาหมาย การพฒั นาท่ียั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) อันเก่ียวของกบั การสรางสังคมทส่ี งบสขุ ยตุ ธิ รรม และไมแ บงแยก โดยเฉพาะในแงของการดํารงชีวิต สิทธิมนุษยชน การมีสวนรวม ธรรมาภบิ าล การจดั การภาครฐั และกฎหมาย ในทกุ ระดบั ของสงั คม ซึ่งประเทศไทยไดกําหนดใหมีนโยบายและยุทธศาสตรท่ีสอดคลอง กับความตองการของทุกภาคสว น เพือ่ ไปสูการธาํ รงรักษาสันตภิ าพ ที่แทจริง และไดเนนย้ําตอท่ีประชุมวารัฐสภาเปนองคาพยพซึ่งเปนศูนยกลางของกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย ดังน้ัน บทบาทหลักของรัฐสภาคือการสรางหลักประกันตอประสิทธิผลของการนําไปปฏิบัติ ซึ่งรางขอมตินี้ไดใหขอเสนอแนะ ครอบคลมุ การปฏิบตั ิที่จําเปน ตอการธํารงรักษาสันติภาพในระดบั ประเทศ จากนั้น ในวันที่ ๒๖-๒๗ มนี าคม ๒๕๖๑ ไดเ ขารวม ในการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาวาดวย สันติภาพและความมนั่ คงระหวางประเทศ (ชว งท่สี อง) ซง่ึ ท่ีประชุม ไดพิจารณาระเบียบวาระสําคัญซึ่งเกี่ยวของกับการยกรางขอมติ พรอมท้ัง ไดเขารวมการประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพ รฐั สภาวา ดว ยสนั ตภิ าพและความมน่ั คงระหวา งประเทศ (ชว งทส่ี าม) ซ่ึงท่ีประชุมไดพิจารณาใหการรับรองรางขอมติ หัวขอ “การธํารง รักษาสันติภาพในฐานะเคร่ืองมือในการบรรลุการพัฒนาที่ย่ังยืน” ภายหลังเสร็จส้ินการประชุม นายอนุศาสน สุวรรณมงคล ไดเขา แสดงความยนิ ดีกับ Mr. José Ignacio Echániz Salgado ประธานคณะกรรมาธกิ ารฯ คนใหม และเขาแสดงความยินดกี ับ Mr. Boris Tarasiuk ประธานคณะกรรมาธิการการตางประเทศยูเครน เนอ่ื งจากขอเสนอจากยูเครนไดรบั การพจิ ารณาจาก ทป่ี ระชุมเปนหวั ขอ สาํ หรับการอภิปรายคร้งั ตอ ไป

ÃͺÃÇÑ้ ÊÀÒ-¢Ò‹ Çã¹»ÃÐà·È ๒๑ การประชุมคณะกรรมาธกิ ารสามัญสหภาพรัฐสภาวาดวยการพฒั นาท่ีย่ังยืน การคลัง และการคา วันท่ี ๒๗ มนี าคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๔.๓๐ นากิ า (เวลาทอ งถน่ิ ณ นครเจนวี า) ณ ศนู ยก ารประชมุ นานาชาตเิ จนวี า (CICG) นครเจนวี า สมาพนั ธรฐั สวสิ พลเอก วรี ณั ฉนั ทศาสตรโ กศล ผูแทนสภานิติบัญญัติแหงชาติ ไดเขารวมการประชุม คณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาวาดวยการพัฒนาที่ย่ังยืน การคลงั และการคา ในโอกาสการประชมุ สมัชชาสหภาพรฐั สภา ครัง้ ที่ ๑๓๘ และการประชมุ อน่ื ๆ ทเี่ กี่ยวของ ในการน้ี ทป่ี ระชุม ไดร ับรองรางขอ มติ หัวขอ “Engaging the private sector in implementing the SDGs, especially on renewable energy” ตลอดจน รบั ทราบกิจกรรมที่คณะกรรมาธิการฯ จะดาํ เนนิ การ ในโอกาสตอ ไป โดยเฉพาะหัวขอสําหรับการอภปิ รายในการประชมุ คณะกรรมาธิการฯ คอื “บทบาทของการคา และการลงทุน ที่ยุติธรรมและเสรีตอการนําเปาหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนไปปฏิบัติ โดยเฉพาะในดานความเทาเทียมทางเศรษฐกิจ ระบบ โครงสรา งพน้ื ฐานทย่ี ง่ั ยนื อตุ สาหกรรม และนวตั กรรม นอกจากน้ี ทป่ี ระชมุ ไดเ หน็ ชอบรายนามประธานรว มของคณะกรรมาธกิ ารฯ ๒ คน คือ Ms. J. Mhlanga ผแู ทนจากซมิ บบั เว และ Ms. W. Bani Mustapha ผูแทนจากจอรแ ดน สาํ หรบั ตาํ แหนง ท่ีวา งลงใน คณะกรรมาธิการฯ ที่ประชุมเห็นชอบรายนามที่เสนอโดยกลุมภูมิรัฐศาสตรตาง ๆ ซ่ึงรวมถึง นายวรพล โสคติยานุรักษ ผแู ทนสภานติ ิบญั ญัตแิ หงชาติ ในสัดสวนกลุม ภูมริ ัฐศาสตรเ อเชยี -แปซฟิ ก ใหด าํ รงตาํ แหนงกรรมาธิการ (Member of the Bureau) ในคณะกรรมาธิการสามญั สหภาพรฐั สภาวาดว ยการพัฒนาท่ยี ่ังยนื การคลงั และการคา ดวย รองประธานสภานติ ิบัญญตั ิแหง ชาติ คนทสี่ อง ลงพ้ืนทถี่ นนพหลโยธนิ วันพุธที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๑ ณ สํานักงานเขตสายไหม กรุงเทพฯ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สภานิติบัญญัติแหงชาติ คนท่ีสอง พรอมดวยสมาชิกสภานิติบัญญัติแหงชาติ ลงพ้นื ท่ถี นนพหลโยธิน และสุขาภิบาล ๕ เพื่อศึกษาสภาพปญหาการขยายถนนพหลโยธิน เพ่ือแกปญหาและศึกษาสภาพปญหาการจราจร พรอมรวมกันหารือ ในประเดน็ ปญ หาการจราจรและแนวทางการแกป ญ หา จากหนว ยงาน และภาคประชาชนทเ่ี กย่ี วขอ ง เพอ่ื รบั ทราบถงึ ปญ หาในพน้ื ท่ี และรวบรวมปญหาขอ เสนอแนะตา ง ๆ เพือ่ นําไปประกอบการพิจารณาตอไป

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๒๒ เลขาธกิ ารวฒุ ิสภารบั หนงั สือจากชมรมสถาบันชาวไรออ ยภาคอสี าน วนั พฤหัสบดีท่ี ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๑ ณ หองโถง ชัน้ ๑ อาคารรฐั สภา ๑ นายนัฑ ผาสขุ เลขาธกิ ารวุฒสิ ภา ปฏิบัตหิ นา ที่ เลขาธกิ ารสภานติ บิ ญั ญตั แิ หงชาติ ไดร บั มอบหมายจากประธาน สภานิติบัญญัติแหงชาติ เปนผูแทนรับหนังสือจาก นายเลียบ บญุ เชอ่ื ง ประธานชมรมสถาบนั ชาวไรอ อ ยภาคอสี าน พรอ มดว ย กลุมสหพันธชาวไรออยแหงประเทศไทย สหสมาคมชาวไรออย แหงประเทศไทย ชมรมสถาบนั ชาวไรออ ยภาคอสี าน สมาพันธ ชาวไรออยแหงประเทศไทย เพ่ือเสนอรางพระราชบัญญัติออย และนํ้าตาลทราย พ.ศ. …. โดยขอใหปรับแกไขการเพิม่ รายได จากการผลิตออยและนํ้าตาลทราย ตลอดจนผลพลอยได ใหระบบอุตสาหกรรมออยและนํ้าตาลทรายเพิ่มมากข้ึน และ ปรับปรงุ คณุ สมบัตสิ ถาบนั ชาวไรออ ยเพอ่ื ใหม ีความเขม แขง็ ยง่ิ ข้ึน กิจกรรมแขงขนั กฬี าของยวุ ชนประชาธปิ ไตย ๔ ภมู ิภาค วนั ท่ี ๑ เมษายน ๒๕๖๑ ณ สถาบนั วิชาการทีโอที จังหวัดนนทบุรี นางจงเดือน สุทธิรัตน ผูอํานวยการสํานัก ประชาสัมพันธ เปนประธานในพิธีเปดกิจกรรม Team Empowerment ซง่ึ เปน กจิ กรรมแขง ขนั กฬี าของยวุ ชนประชาธปิ ไตย ๔ ภูมภิ าค ไดแ ก ภาคกลาง ภาคเหนอื ภาคใต และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ประกอบดวยกิจกรรมแขงขันทีมฟุตซอล ทมี แชรบ อล และประกวดกองเชยี ร เพอ่ื เสรมิ สรา งความสมั พนั ธ และมิตรภาพที่ดีของยุวชนประชาธิปไตยท่ัวทุกภูมิภาค ใหรูจัก น้ําใจนักกฬี า รูแพ รูชนะ รูอ ภัย พรอมมอบของรางวลั ใหกบั ตวั แทนยุวชนประชาธปิ ไตย ซึ่งผลการแขง ฟตุ ซอลทมี ชนะเลิศ ไดแ ก ภาคเหนอื ผลการแขง ขนั แชรบ อลทมี ชนะเลศิ ไดแ ก ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และรางวลั กองเชยี รช นะเลศิ ไดแ ก ภาคเหนอื บรรยายหัวขอ “ศาสตรพระราชาสกู ารพัฒนา ท่ียงั่ ยนื ” วันจันทรท ่ี ๒ เมษายน ๒๕๖๑ เวลา ๑๓.๐๐ นาิกา ณ สถาบนั วชิ าการทโี อที จังหวัดนนทบุรี หมอมหลวงปนดั ดา ดศิ กลุ ผชู ว ยรฐั มนตรปี ระจาํ สาํ นกั นายกรฐั มนตรี บรรยายหวั ขอ “ศาสตรพระราชาสูการพัฒนาที่ย่ังยืน” ใหกับคณะยุวชน ประชาธปิ ไตย ประจาํ ป ๒๕๖๑ รนุ ท่ี ๒ โดยกลาวถึงหลักการ ทรงงานในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลท่ี ๙ รวมทัง้ ข้ันตอนการทรงงานตามศาสตรพ ระราชา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการดําเนินชีวิตแบบพอเพียง ตามแนวพระราชดําริ เพื่อใหยุวชนประชาธิปไตยนําหลักการ ทรงงานของรัชกาลที่ ๙ มาเปนแนวทางในการปฏิบัติตนและ ปฏิบัติงานในชีวิตประจําวันได โดยมีนางจงเดือน สุทธิรัตน ผอู าํ นวยการสาํ นกั ประชาสมั พนั ธ ใหก ารตอ นรบั และมอบของทร่ี ะลกึ

ÃͺÃÇÑ้ ÊÀÒ-¢Ò‹ ǵҋ §»ÃÐà·È ๒๓ นายกรัฐมนตรีสโลวีเนียลาออก ÃͺÃ้ÇÑ ÊÀÒ ขาวตางประเทศ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๑ นายกรัฐมนตรีมิโล ซีซาร แหงสโลวีเนีย ลาออกจากตําแหนงแลว หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําตัดสินใหผลการลงประชามติโครงการรถไฟเม่ือเดือนกันยายนปท่ีแลวเปนโมฆะ และสั่งใหมีการลงคะแนนเสียงใหม นายกรัฐมนตรี เปดเผยวาไดสงจดหมายลาออกไปยังรัฐสภาและ จะแจง ใหป ระธานาธบิ ดที ราบอยา งเปน ทางการตอ ไป เพ่ือใหป ระชาชนตัดสนิ ใจเลอื กอกี ครั้ง สําหรับโครงการรถไฟน้ี มีระยะทาง ๒๗ กิโลเมตรเพ่ือเช่ือมตอทาเรือโคเปอรในชายฝง อาเดรียติคกับเมืองดิวากาใกลชายแดนกับอิตาลี แตกลุมคัดคานยื่นเร่ืองตอศาลโดยกลาวหาวา เปนการทําประชามติที่หวังผลการเลือกต้ังท่ัวไปท่ี กําลังจะมีข้นึ ในอีกไมก่เี ดือนขางหนา โดยมีลักษณะ เหมอื นการนาํ เงนิ งบประมาณแผน ดนิ ไปจา ยตอบแทน ใหกับผูออกเสียงสนบั สนุนโครงการ นายมิโล ซซี าร รัฐสภาญปี่ ุนมมี ติรับรอง “คุโรดะ” นัง่ ผูวา การ BOJ วนั ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๑ รัฐสภาญ่ีปุนไดม มี ติอนมุ ัติ การเสนอช่ือนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ใหดํารงตําแหนงผูวาการ ธนาคารกลางญี่ปนุ (Bank of Japan : BOJ) ตอ อกี สมัย พรอมกับ รบั รองการเสนอชอ่ื รองผวู า การ BOJ อกี ๒ คน คอื นายมาซาโยชิ อามามยิ ะ กรรมการบรหิ ารของ BOJ และนายมาซาสมุ ิ วาตานาเบะ ศาสตราจารยจากมหาวิทยาลัยวาเซดะ จะดํารงตําแหนง รองผวู า การ BOJ โดยมรี ะยะเวลาในการดาํ รงตาํ แหนง ๕ ป โดยคาดวา คณะผูบริหารของ BOJ ชุดน้ีจะเดินหนาใชนโยบายผอนคลาย นายฮารฮุ ิโกะ คุโรดะ การเงินเชงิ รุกตอไป เน่อื งจากเงินเฟอ ของญีป่ นุ ยังคงอยหู างไกลจากเปาหมายของ BOJ ทรี่ ะดบั ๒% นายคุโรดะ ผูวา การ BOJ วยั ๗๓ ป เคยเปนเจาหนาท่รี ะดับสูงของกระทรวงการคลัง กอ นทจี่ ะเขารบั ตาํ แหนง ผอู าํ นวยการธนาคารเพอ่ื การพฒั นาแหง เอเชยี (ADB) ทง้ั น้ี สภาผแู ทนราษฎรญป่ี นุ ไดล งมตริ บั รองการเสนอชอ่ื นายคโุ รดะเปน ผวู า การธนาคารกลางญป่ี นุ หลงั จากทว่ี ฒุ สิ ภาไดล งมตริ บั รองไปแลว ในชว งเชา ของวนั ดยี วกนั นายคโุ รดะ ยังคงเผชิญกับความทาทายในเรื่องการดําเนินนโยบายการเงิน และการสื่อสารที่ชัดเจนกับตลาดการเงิน ขณะท่ี นักเศรษฐศาสตร มองวา BOJ ยงั ลาหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ทีต่ า งกเ็ รมิ่ ปรับ นโยบายการเงินกลับสภู าวะปกติ

àÍ¡ÊÒâҋ ÇÃѰÊÀÒ ๒๔ ญ่ีปุนปรบั แกกฎหมายลดอายผุ ูบรรลนุ ิตภิ าวะ วันที่ ๑๖ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๑ รฐั สภาญีป่ ุน อยรู ะหวาง พิจารณาปรับแกกฎหมายลดอายุผูบรรลุนิติภาวะจากเดิม ๒๐ ป เปน ๑๘ ป ทาํ ใหผ มู อี ายตุ ง้ั แต ๑๘ ป สามารถดาํ เนนิ ธรุ กรรมทกุ อยา งได ตามกฎหมายโดยไมตองไดรับอนุญาตจากผูปกครอง อาทิ สามารถแตงงานหรือลงนามขอตกลงสัญญาตาง ๆ ไดดวยตัวเอง สําหรับกฎหมายฉบับนี้หากผานความเห็นชอบจะมีผลบังคับใชในป พ.ศ. ๒๕๖๕ นางโยโกะ คามิกาวะ รัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม ของญี่ปุนแถลงตอสื่อมวลชนวา การปรับแกกฎหมายในคร้ังนี้ มีความสําคัญเปนอยางมากและเปนสวนหน่ึงของนโยบายสงเสริมการมีสวนรวมของประชากรวัยหนุมสาวในสังคม เพ่ือสรางความตระหนักวาพวกเขาก็เปนผูใหญคนหนึ่ง ทั้งนี้ หากสภานิติบัญญัติแหงชาติของญี่ปุนใหการรับรอง จะถือเปนการแกประมวลกฎหมายแพงวาดวยเกณฑอายุการบรรลุนิติภาวะเปนคร้ังแรกนับตั้งแตท่ีมีการประกาศใช กฎหมายดงั กลา วในป พ.ศ. ๒๔๑๙ อยางไรกต็ ามกฎหมายญี่ปนุ ท่จี ะใหบ รรลนุ ติ ิภาวะ ในอายุ ๑๘ ปได แตยงั คงหา ม บคุ คลอายตุ ํา่ กวา ๒๐ ป ซ้ือบุหรี่ ดม่ื แอลกอฮอล หรือเขาบอนการพนนั สี จนิ้ ผิง เขา พธิ ีปฏิญาณตนในตาํ แหนงประธานาธิบดสี มยั ท่ีสอง วนั ท่ี ๑๗ มนี าคม ๒๕๖๑ นาย สี จน้ิ ผงิ ประธานาธบิ ดจี นี เพ่ิงไดรับการเลือกต้ังดํารงตําแหนงประธานาธิบดีเปนสมัยที่สอง และเขา พธิ สี าบานตนในกรงุ ปก กง่ิ โดยวางมอื ซา ยของเขาบนแทน รัฐธรรมนูญ ยกกําปนขวาและอานคําสาบานปฏิญาณตนวา “ขาพเจา รับคําม่ันของประชาชนและทํางานใหกับประเทศ สังคมนิยมสมัยใหมท่ีมีความเจริญรุงเรือง ประชาธิปไตยม่ันคง กาวหนาทางวัฒนธรรม ดวยสามัคคีและดีงามจะจงรักภักดีตอ รฐั ธรรมนญู ของสาธารณรฐั ประชาชนจีน เพ่อื ปกปอ งอํานาจของ รัฐธรรมนูญใหเปนไปตามพนั ธกรณีทางกฎหมายของเรา” นาย สี จนิ้ ผงิ รายงานขา วกลาววา ประธานาธบิ ดจี ีนสาบานตนตอรัฐธรรมนูญเมื่อเขารับตาํ แหนง หลังไดร บั คะแนนเสียง เลือกต้ังเปนประธานาธิบดีจีนเปนสมัยท่ีสองอยางเปนเอกฉันทจากการประชุมสมัชชาผูแทนประชาชนจีน (NPC) ครงั้ ที่ ๑๓ ซ่ึงจดั ขนึ้ ณ อาคารมหาศาลาประชาชน กรงุ ปก กิง่ โดยมมี ติเปน เอกฉันททัง้ หมด ๒,๙๗๐ เสียง รับรอง ใหเ ปน ประธานาธบิ ดสี มยั ทส่ี อง ซง่ึ ตามกฎหมายทร่ี ฐั สภาไดบ ญั ญตั ขิ น้ึ ในเดอื นกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยกาํ หนดให เจาหนา ท่ีของรฐั ทกุ คนตองสาบานตอ รัฐธรรมนญู เมื่อเขารับตาํ แหนง

ÃͺÃÇ้Ñ ÊÀÒ-¢Ò‹ ǵҋ §»ÃÐà·È ๒๕ ออง ซาน ซู จี ถกู กดดนั อยา งหนักในประเด็นโรฮนิ จา วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๑ นางออง ซาน ซู จี ทีป่ รกึ ษา แหงรัฐและรัฐมนตรีตางประเทศเมียนมา ยกเลิกหมายเขารวม งานของสถาบันคลังสมองโลวีที่เดิมมีกําหนดกลาวปาฐกถาและ เปดใหถาม-ตอบในงานที่เปดใหสาธารณชนเขารวมในนครซิดนีย ของออสเตรเลีย โดยแจงกับคณะผูจัดงานวาไมคอยสบาย แตก ลบั ถกู มองวา การยกเลกิ ในครง้ั นเ้ี กดิ ขน้ึ หลงั จากนางซู จี ถกู กดดนั อยางหนัก ในประเด็นโรฮินจาบนเวทีการประชุมวาระพิเศษผูนํา ออสเตรเลีย-อาเซยี น นางซู จี เขารวมประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย นางออง ซาน ซู จี ที่นครซิดนีย โดยชาติสมาชิกไดหารือถึงสถานการณวิกฤตดานมนุษยธรรมของชาวโรฮินจากวา ๗ แสนคนที่หนี ความรุนแรงออกจากรัฐยะไข โดยเฉพาะท่ีนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย หยิบยกวาประเด็นโรฮินจา ไมใชเ ร่ืองกิจการภายในเฉพาะของพมา แตส งผลรวมตอภมู ิภาค โดยเฉพาะดา นความมน่ั คง หากกองกําลงั ติดอาวธุ ถูกบบี คน้ั จะหันไปหากลมุ ไอเอส นอกจากนร้ี ะหวา งการเยอื นนางซู จี เจอกบั แรงวิพากษวจิ ารณแ ละถูกประทว งโดย กลมุ ชาวโรฮนิ จา ในออสเตรเลยี ซง่ึ ออกแถลงการณเ รยี กรอ งใหน ายกรฐั มนตรอี อสเตรเลยี ยกประเดน็ วกิ ฤตสทิ ธมิ นษุ ยชน ของชาวโรฮนิ จาขน้ึ หารอื กบั นางซู จี และใหอ อสเตรเลยี หยดุ ใหค วามชว ยเหลอื ทางทหารหรอื ทางธรุ กจิ กบั รฐั บาลเมยี นมา รัฐบาลเมียนมาถูกนานาชาติกลาวหาวากวาดลางชาติพันธุชาวโรฮินจา หลังเกือบ ๗ แสนคนหนีความ รนุ แรงไปบงั กลาเทศ แมม ขี อ ตกลงสง ตวั โรฮนิ จากลบั แตป จ จบุ นั มชี าวโรฮนิ จาเพยี ง ๘,๐๐๐ คน ทข่ี อกลบั บา นทร่ี ฐั ยะไข ซ่งึ รัฐบาลเมียนมาอนุมัตกิ ลบั เพียง ๒๐๐ - ๓๐๐ คน เทาน้นั ฝายคานโคโซโวขวา งแกส นํา้ ตาในรฐั สภา วันท่ี ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๑ ฝายคานของโคโซโว ไดสรางความวุนวายท่ีรัฐสภา ดวยการขวางปาแกสนํ้าตาในหอง ประชุมอาคารรัฐสภา เพื่อขัดขวางการอภิปรายและโหวตลงมติ การอนุมัติขอตกลงชายแดนกับมอนเตเนโกร ขณะมีการประชุม เพื่อผลักดันขอตกลงดังกลาว ทําใหบรรดา ส.ส. ในนั้นพากัน สําลักและหายใจไมออก สาํ หรับการอนมุ ตั ขิ อ ตกลงชายแดนฉบับ ป ๒๐๑๕ คือกุญแจสําคัญท่ีจะทําใหโคโซโวเดินทางแบบปลอด วีซาเขาสูสหภาพยุโรป แตพรรคฝายคานตอตาน โดยอางวา เปนการยกท่ดี นิ ราว ๘,๐๐๐ เฮคเตอร ซึง่ เปนของโคโซโวใหแก ประเทศเพอ่ื นบานไปแบบผดิ กฎหมาย

àÍ¡ÊÒâҋ ÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๒๖ ผนู าํ เปรูลาออก วนั ท่ี ๒๑ มนี าคม ๒๕๖๑ นายเปโดร พาโบล คกุ ซนิ สกี ประธานาธิบดีเปรูวัย ๗๙ ปี ที่ครองอํานาจมาเกือบ ๒ ป ไดประกาศลาออกจากตําแหนงอยางเปนทางการ ทามกลาง กระแสกดดันใหสละอํานาจต้ังแตปกอน โดยข้ัวการเมือง พรรคฝายคาน กลาวหาวาพัวพันการคอรรัปชันรับสินบนจาก บรษิ ทั กอ สรา งยกั ษใ หญ โอเดอเบรชต สญั ชาตบิ ราซลิ และใหส นิ นาํ้ ใจ มูลคาหลายลานดอลลารแกนักการเมืองและนักธุรกิจในลาติน อเมรกิ าหลายประเทศเพ่ือใหไดส ญั ญากอ สรา ง ในแถลงการณลาออกท่นี ายคุกซินสกีบันทึกคลิปวีดิโอ ไวลวงหนา ระบุวา การตัดสินใจดังกลาวเปนทางออกที่ดีท่ีสุด ของประเทศ และไมอยากเปนตัวทําลายความเอกภาพและ นายเปโดร พาโบล คุกซนิ สกี ปรองดอง ขณะท่ีผูสื่อขาวรายงานวา ระหวางชวงถายทอดคลิปวีดิโอนั้น นายคุกซินสกีไดหลบออกจากประตูหลัง ทําเนียบรัฐบาลอยางเงียบๆ ซ่ึงการลาออกมีข้ึนในขณะท่ีฝายคานเตรียมย่ืนมติตอสภา ขอถอดถอนนายคุกซินสกี ออกจากตาํ แหนง ดว ย โดยกรณีน้ีเทากับวาสภาเปรูตองตัดสินใจวาจะยอมรับการลาออกของนายคุกซินสกี หรือจะไมยอมรับ เพ่ือนําไปสูการลงมติถอดถอน คาดวาการตัดสินใจทางใดทางหน่ึงจะมีข้ึนในภายหลัง ขณะท่ีผูจะมารับตําแหนง แทนคือ นายมารตนิ วิซคารรา รองประธานาธบิ ดีเปรู ซง่ึ จะดาํ รงตาํ แหนงแทนเขาไปจนครบวาระในเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ เพื่อไมตองจัดการเลอื กต้งั กอนกําหนด สิงคโปรผา นกฎหมายหา มถา ยทอดกอ การราย วันท่ี ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๑ รัฐสภาสิงคโปร ผานกฎหมายเก่ียวกับการใหอํานาจเจาหนาท่ีรัฐหาม บุคคลใดก็ตามที่อยูภายในบริเวณใกลเคียงกับสถานที่เกิด เหตกุ ารณร ายแรง ซงึ่ รวมถึง การกอ การราย ไมใ หถา ยภาพ และวิดีโอ หรือส่ือสารเกี่ยวกับปฏิบัติการของตํารวจ ผา นการสงขอความ ตวั อักษรและขอ ความเสียง ทา มกลาง เสียงประทวงวาเปนการบั่นทอนเสรภี าพสอื่ รัฐบาลสิงคโปรอางวา สิงคโปรเปนเกาะท่ีเปน ศูนยกลางทางการเงินและเปนเปาหมายใหญของพวกอาชญากรรม การถายทอดสดจากเหตุการณอาจชวยใหผกู อเหตุ รับรูความเคล่ือนไหวของฝายเจาหนาที่ได แตนักเคลื่อนไหวหลายคนโตแยงวา กฎหมายนี้เสี่ยงกระทบเสรีภาพส่ือ ในสิงคโปรทปี่ กติกอ็ ยูในสภาพยํา่ แยอยูแ ลว

ÃͺÃÇÑ้ ÊÀÒ-¢Ò‹ ǵҋ §»ÃÐà·È ๒๗ “วนิ มนิ ต” ไดร ับเลอื กเปนประธานาธบิ ดเี มยี นมา วนั ท่ี ๒๘ มนี าคม ๒๕๖๑ รฐั สภาเมยี นมาไดเ ลอื กนายวนิ มนิ ต รองประธานาธิบดี ข้ึนเปนประธานาธิบดีคนใหมของเมียนมา หลังจากนายติน จอ ประกาศลาออกจากตําแหนง ประธานาธบิ ดี อยางกะทนั หัน โดยอางเหตผุ ลเรื่องสขุ ภาพ ซ่งึ ตามรัฐธรรมนูญ เมียนมา รองประธานาธิบดีท่มี ีอาวุโสสูงสุดจะทําหนาท่รี ักษาการ ประธานาธิบดีเมยี นมา ขณะที่รัฐสภาจะทําหนาท่ีคัดเลือกผูที่จะมา ดํารงตําแหนง ประธานาธิบดีเมยี นมาคนใหมภ ายใน ๗ วนั นายวิน มนิ ต การลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดีคนใหมของสมาชิกรัฐสภาเมียนมามีข้นึ ขณะท่รี ัฐบาลพลเรือนของ เมียนมากําลังพยายามเดินหนาใหเกิดสันติภาพและความปรองดองข้นึ ในประเทศ ทามกลางแรงกดดันจากนานาชาติ จากกรณที ก่ี องทพั พมา กวาดลา งชาวโรฮนี จาในรฐั ยะไข จนทาํ ใหช าวโรฮนี จาตอ งลภ้ี ยั ไปอยใู นบงั กลาเทศหลายแสนคน โดยในการลงคะแนนเพอ่ื เลอื กประธานาธบิ ดี นายวนิ มนิ ต ไดค ะแนนเสยี งสนบั สนนุ ๔๐๓ เสยี ง ขณะทน่ี ายมนิ ต สว ย ตัวแทนจากกองทพั ได ๒๑๑ เสยี ง ขณะทนี่ ายเฮนรี แวน ตโิ อ รองประธานาธบิ ดไี ด ๑๘ เสียง นายวนิ มนิ ต วยั ๖๗ ป เปน สมาชิกอาวโุ สของพรรคสันนบิ าตแหงชาติเพ่ือประชาธิปไตย(เอน็ แอลด)ี ทน่ี างออง ซาน ซจู ี ไวว างใจมากทส่ี ดุ เปน อดตี สภาผแู ทนราษฎรและสภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาตขิ องเมยี นมา และเปน หนง่ึ ในผูสมคั รพรรคเอน็ แอลดที ช่ี นะการเลือกต้ังทั่วไปเมอ่ื ป ๒๕๓๓ แตรัฐบาลทหารในขณะนนั้ ไมยอมรบั ผลการเลือกตง้ั ทาํ ใหส มาชกิ พรรคหลายคนถกู จบั กมุ และดาํ เนนิ คดี ทง้ั นน้ี ายอู วนิ มนิ ต คาดวา จะมบี ทบาทในการกระตนุ รฐั บาลเมยี นมา ซง่ึ ไดร ับผลกระทบการเศรษฐกิจทชี่ ะลอตัว การปฏิรปู การเมอื ง รวมถงึ เสียงวิพากษวิจารณจากประชาคมโลกตอกรณี การรบั มือสถานการณผูลภ้ี ัยโรฮนี จา รฐั บาลมาเลเซยี เสนอรางกฎหมาย “ตอ ตา นขา วปลอม ๒๐๑๘” วันที่ ๒๖ มนี าคม ๒๕๖๑ รฐั บาลมาเลเซยี ของ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค เสนอรางกฎหมาย “ตอตาน ขา วปลอม ๒๐๑๘” เขา สกู ารพจิ ารณาของท่ปี ระชุมรัฐสภา โดยมีสาระสําคัญวาผูที่เผยแพรส่ิงท่ีเรียกวา “ขาวปลอม” อาจตองรบั โทษจําคุกเปนเวลาสงู สดุ นานถงึ ๑๐ ป หรือปรับ เปนเงนิ สูงสดุ ๕๐๐,๐๐๐ รงิ กติ (ราว ๓.๙ ลานบาท) หรอื ทัง้ จาํ ท้งั ปรบั รา งกฎหมายนใี้ หค าํ จํากัดความของ “ขาวปลอม” หรือ “ขาวเท็จ” วาหมายถึงขอมูลใดก็ตามท่ีไมวาจะเปน ตวั อักษร ภาพนงิ่ ภาพเคล่อื นไหว หรือคลปิ เสยี งซ่งึ ไดร บั นายนาจิบ ราซัค การพสิ จู นแ ลว วา ไมม มี ลู ความจรงิ แมม คี วามคลาดเคลอ่ื นเพยี งนดิ เดยี วกถ็ อื เปน ขา วปลอม โดยหากผา นความเหน็ ชอบ จากทั้งสองสภา กฎหมายดังกลาวจะมีผลบังคับใชกับผูกระทําความผิดที่เปนชาวตางชาติ ตอใหไมไดอาศัยอยูใน มาเลเซียกต็ าม

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๒๘ ท้ังนี้ ผูนํามาเลเซียกลาววารางกฎหมายตอตานขาวปลอมฉบับน้ีจะนําไปสูการลดจํานวนขาวสารเท็จ และขอมูลลวงที่เผยแพรอยูในสังคม ในขณะท่ีกฎหมายยังคงคุมครองสิทธิและมอบเสรีภาพอยางเต็มที่ใหแกพลเมือง ในการแสดงออกทางความคิดเห็นและเผยแพรขอมูลขาวสารตามกรอบของรัฐธรรมนูญ และหวังวาจะชวยสงเสริมให ประชาชนมคี วามตระหนกั และความรบั ผิดชอบมากขนึ้ ในการเผยแพรขาวหรอื ขอมูลใด ๆ อยางไรก็ตาม หลายฝายมองวาน่ีคือการมุงเปาโจมตีสื่อ เพื่อเปนการเชือดไกใหลิงดูปดปากประชาชน โดยเฉพาะในประเด็นคดีฉอโกงอื้อฉาวกองทุนวันเอ็มดีบี ท่ีมีช่ือของนายกรัฐมนตรีเขาไปเก่ียวของ ท้ังน้ี ฝายคาน ต้งั คําถามวา มาเลเซียตองการกฎหมายแบบน้จี ริงหรือไม เน่อื งจากในปจจุบันส่อื แทบทุกแหงในประเทศอยภู ายใต “การตรวจสอบอยางเครงครัด” ของภาครัฐอยูแลว โดยเฉพาะขอมูลใดก็ตามที่เก่ียวของกับคดีทุจริตในโครงการ กองทนุ พัฒนาแหง รฐั “วันเอม็ ดีบี” ทย่ี ังคงมีขอครหาวา นายนาจบิ มีสวนเกี่ยวขอ ง และฝา ยรัฐบาลกังวลวาจะสง ผลตอ การเลอื กตง้ั ท่วั ไป ที่จะมขี น้ึ ในเดือนสิงหาคมนี้ นายกรฐั มนตรีญ่ปี ุนเรยี กรอ งเกาหลีเหนอื ยตุ ิโครงการนวิ เคลียร วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๑ นายชนิ โซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญ่ีปุนไดออกโรงยํ้าขอเรียกรองให เกาหลีเหนือยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียรและขีปนาวุธ หลงั จากทน่ี ายคมิ จอง อนึ ผนู าํ สงู สดุ เกาหลเี หนอื ไดเ ดนิ ทาง เยือนกรุงปกก่ิง เพื่อหารือระดับสุดยอดกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจนี กอ นหนา น้ี ผู นํ า ญี่ ปุ น ก ล า ว ร ะ ห ว า ง ก า ร ป ร ะ ชุ ม ค ณ ะ กรรมาธกิ ารรฐั สภาวา “ตนคดิ วา เรากําลังอยูในสถานการณ ท่ีฝายเกาหลีเหนือตองการการเจรจา” และ “ส่ิงสําคัญคือ เกาหลีเหนือตองลมเลิกโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียรและ นายชนิ โซ อาเบะ ขีปนาวธุ อยา งสมบรู ณแ ละถาวร” นายอาเบะหลีกเล่ียงท่จี ะระบวุ า รัฐบาลญี่ปุน ตอ งการสบื หาความจริงเร่อื งการเจรจาระหวางผนู าํ สงู สดุ ของ เกาหลีเหนือและประธานาธิบดีของจีนหรือไม ระบุแตเพียงวา ญ่ีปุนมีความสนใจอยางยิ่งตอความเคลื่อนไหวของ เกาหลเี หนอื และอยรู ะหวา งการวเิ คราะหข อ มลู นอกจากนย้ี งั กลา วดว ยวา “เราตอ งการคาํ อธบิ ายโดยละเอยี ดจากจนี ” อดตี ประธานาธิบดีแควนกาตาลญุ ญา ขน้ึ ศาลเยอรมนี นายการเลส ปจุ เดมอนต วนั ที่ ๒๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ นายการเลส ปุจเดมอนต อดีตประธานาธิบดีแควนกาตาลุญญา ของสเปน ปรากฏตัวท่ีศาลในประเทศเยอรมนี หลงั อดตี ผนู ํา ซ่ึงสนับสนุนใหแควนกาตาลุญญาใหแยกตัวออกจากสเปน ถูกจับกุมในประเทศเยอรมนีตามหมายจับของสหภาพยุโรป รายงานระบวุ า นายปจุ เดมอนต ถกู จบั กมุ ไดร ะหวา งขา มแดน จากประเทศเดนมารกสูประเทศเยอรมนี หลังจากท่ีอดีต ผูนํากาตาลุญญาหลบหนีมาประมาณ ๕ เดือน โดยศาล จะพจิ ารณาวา จะมกี ารควบคมุ ตวั เพอ่ื สง ตวั ผรู า ยขา มแดนหรอื ไม

ÃͺÃÇÑ้ ÊÀÒ-¢Ò‹ ǵҋ §»ÃÐà·È ๒๙ พรรคฝา ยคานญปี่ นุ เรยี กรอ งใหภ รยิ า “อาเบะ” ใหป ากคาํ เรอ่ื งการขายทด่ี ิน วนั ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๑ พรรคฝายคานของญีป่ ุน ทั้ง ๖ พรรคเห็นพองเร่ืองการผลักดันใหพรรคฝงรัฐบาล จัดการประชุมสภาไดเอ็ทเพ่ือหารือเกี่ยวกับเหตุอื้อฉาว ท่ีเก่ียวพันกับนายชินโซ อาเบะและภริยา ในกรณีท่ีมีการ ขายท่ีดินดวยราคาที่ตํ่ากวาการประเมินใหกับนายโมริโตโมะ กาคุเอ็น ผูบริหารโรงเรียนเอกชนซ่ึงมีสายสัมพันธอันดีกับ นางอากเิ อะ อาเบะ ซง่ึ พรรคฝา ยคา นมองวา อดตี เจา หนา ทร่ี ฐั ไมสามารถอธิบายขอสงสัยตางๆนานาไดอยางชัดเจน ในการชี้แจงตอรฐั สภา แกนนําของพรรคฝายคานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ นายชนิ โซ-นางอากเิ อะ อาเบะ สภาไดเอท็ จงึ ไดต ดั สนิ ใจเรยี กรอ งใหน างอากเิ อะ อาเบะ และเจา หนา ทค่ี นอน่ื ๆ ทเ่ี ชอ่ื วา มสี ว นเกย่ี วขอ งกบั การเจรจา ตอรองเพ่ือทาํ ขอตกลงในการจดั ซ้อื ทีด่ ินดวยราคาที่ถูกลง มาใหค ําใหก ารตอ รฐั สภา ขณะทพี่ รรคฝง รฐั บาลไดอ อกมา ปฏเิ สธแนวคดิ เร่ืองการเรยี กตวั ภรยิ านายกฯมาใหค าํ ใหการ มาเลเซยี ปรับระบบการแบงเขตเลอื กตง้ั วนั ท่ี ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ผปู ระทวง ชาวมาเลเซียหลายรอยคนเดินขบวนไปยังหนาอาคาร รัฐสภาในกรุงกัวลาลัมเปอร เพ่ือคัดคานการท่ีรัฐบาลของ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค เสนอรางกฎหมายแกไขเขต เลือกตั้ง เขาสูที่ประชุม ซึ่งรัฐสภาตองเล่ือนพิจารณาราง กฎหมายดังกลาวราว ๑ ชว่ั โมงหลงั บรรดาสมาชกิ สภาผแู ทน ราษฎรฝายคานพากันคัดคาน แตในที่สุดสภาผูแทนราษฎร ของมาเลเซียมีมติเสียงขางมาก ดวยคะแนนเสียง ๑๒๙ เสียง ตอ ๘๐ เสียง อนุมัติรางกฎหมายวาดวยการแกไข ระบบการแบง เขตเลอื กตัง้ สําหรบั การเลอื กต้ังทัว่ ไปคร้ังใหม ทจ่ี ะมขี ึ้นในชวงเดอื นสิงหาคมน้ี สมาชกิ ทีอ่ อกเสยี งสนับสนนุ ลวนมาจาก “แนวรวมแหงชาติ” (บีเอ็น) ทเ่ี ปนพรรครัฐบาลผสม ๑๓ พรรค ภายใตการนําของพรรคมลายูสามัคคีแหงชาติ (อัมโน) ของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค สวนเสียงคัดคานทั้งหมด มาจากแนวรวม “ปากาตัน ฮาราปน” หรือ “พนั ธมิตรแหงความหวงั ” ของอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.มหาเธร โมฮัมหมัด ทอี่ ภิปรายโตแยงและประทวงอยางหนกั จนถกู เชญิ ออกจากหอ งประชมุ ไปหลายคน ซึ่งบรรดาผปู ระทวงไดใ หเ หตผุ ล วาการเสนอปรับเขตเลือกต้ังใหมจะเอ้ือประโยชนใหกับรัฐบาลผสม ๑๓ พรรค ในนาม “แนวรวมแหงชาติ”(บีเอ็น) ที่มพี รรคมลายสู ามัคคแี หง ชาติ (อัมโน) ของนายนาจบิ เปน แกนนํา แตค ณะกรรมการการเลอื กตง้ั แหงชาติของมาเลเซยี ยงั คงยืนยันวา การปรับเปลย่ี นเขตเลือกตง้ั ใหม “เปนเรอ่ื งปกต”ิ ตามความเปล่ียนแปลงดา นภูมิประชากรศาสตร และ ไมม ปี ระเด็นการเมอื งเขามาเกี่ยวขอ ง

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๓๐ แวดวง คณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธกิ ารการกฎหมายกระบวนการยุตธิ รรมและกิจการตาํ รวจ สภานติ ิบัญญัติแหง ชาติ วันท่ี ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๑ พลเรอื เอก ศิษฐวัชร วงษส วุ รรณ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยตุ ิธรรมและกจิ การตํารวจ สภานติ ิบัญญตั ิแหง ชาติ (สนช.) เปน ประธานเปด การสมั มนา เรื่อง “ประชาชน จะไดร บั ความชว ยเหลอื จากกองทนุ ยตุ ธิ รรมไดอ ยา งไร\" จดั ขน้ึ ณ หอ งรบั รอง ๑-๒ ชน้ั ๓ อาคารรฐั สภา ๒ วตั ถปุ ระสงค ของการจดั สมั มนาครง้ั นี้เพือ่ ตองการประชาสัมพนั ธใหป ระชาชนรบั ทราบสทิ ธิของตนเอง ท่ไี ดร บั จากกองทนุ ยตุ ิธรรม และความเชื่อมโยงการทํางานระหวางหนวยงานท่ีเก่ียวของกับภารกิจของกองทุนดังกลาว รวมท้ังพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทนุ ยตุ ิธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ไดยกระดบั กองทนุ ยุติธรรมใหม สี ถานะเปน นติ ิบุคคลและเปน แหลง เงนิ ทุน เพื่อใหความชวยเหลือประชาชนในการดําเนินคดี โดยเฉพาะผูตองหาหรือจําเลยที่มีรายไดนอย และเพื่อใหทุกคน สามารถเขาถึงกระบวนการยุติธรรมไดอยางเสมอภาค เปนธรรม และทั่วถึง ทั้งน้ี ท่ีผานมาประชาชนรับทราบถึง บทบาทการดําเนินงานของกองทุนคอนขางนอย ดังน้ัน สํานักงานกองทุนฯ จึงไดประชาสัมพันธเชิงรุกใหความรูกับ ประชาชนและหนวยงานท่ีมีอํานาจควบคุมตัวผูตองหาหรือ จําเลยใหทราบถึงสิทธิประโยชนท่ีจะไดรับจากกองทุนใหมากข้ึน อยา งไรก็ตามกองทนุ นี้ ยังตองการใหรัฐบาลจดั สรรงบประมาณ หรือเงินบริจาคของประชาชนเพิ่ม เพื่อชวยเหลือผูท่ีขาดแคลน ทนุ ทรัพยใ หมากขึน้ คณะอนุกรรมาธิการศกึ ษาดา นโลจิสติกส ในคณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม สภานิติบัญญัตแิ หงชาติ วันท่ี ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๑ พลเอก วรพงษ สงาเนตร ประธานคณะอนกุ รรมาธิการศึกษาดา นโลจิสติกส ในคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภานิติบัญญัติแหงชาติ (สนช.) เปนประธานในการเปดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพอ่ื กาํ หนดวสิ ัยทัศนยทุ ธศาสตรช าติดานโลจสิ ตกิ ส ๒๐ ป โดยกลาววา ประเทศไทยยงั ไมเ คยมียุทธศาสตรชาตดิ านนี้ จึงเห็นวาทุกภาคสวนควรรวมกันเสนอแนะแนวทางเพ่ือแกไข ปญ หาตาง ๆ ที่เกดิ ขึ้น ซ่ึงจะนําไปสกู ารพฒั นาระบบโลจิสติกส ในอนาคต และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ จะชวยใหทุกคน ซง่ึ เปน ผทู ม่ี คี วามรคู วามเชย่ี วชาญนาํ ความรคู วามสามารถของตนเอง ทม่ี มี าวเิ คราะหจ ดุ แขง็ และจดุ ออ นของระบบโลจสิ ตกิ ส กอ นนาํ มา กาํ หนดเปาหมาย และวิสยั ทศั น ทัง้ น้ี ในการสัมมนายงั ไดเ ปด โอกาสใหผเู ขารวมกิจกรรมแลกเปล่ยี นความคิดเห็นซ่งึ กันและกัน โดยมงุ เนน การระดมสมองแบบ world cafe มองขา มความขดั แยง และรับฟงความคิดเห็นของผูอ่ืน รวมท้ังไดเสนอแนะแนวทาง การพฒั นาระบบโลจสิ ติกสของไทย โดยอา งอิงจากระบบธรรมชาติ คอื ข้นั ตอนและการดาํ เนนิ งานบรหิ ารในทกุ ๆ ดานจะตองเรียบงาย ไมซับซอน นอกจากนี้ผูเขารวมสัมมนายังไดรับชมนิทรรศการ อีเวนทการด ซึ่งเปนความรู ดา นระบบโลจสิ ตกิ ส โดยนาํ วธิ กี ารจบั คเู ดนิ รว มกนั ไปเปน คสู นทนา เพอ่ื ใหเ กดิ การแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ระหวา งกนั

áǴǧ¡ÃÃÁÒ¸¡Ô Òà ๓๑ คณะกรรมาธกิ ารการพาณชิ ย การอตุ สาหกรรม และการแรงงาน สภานติ ิบัญญตั แิ หง ชาติ วนั ท่ี ๑๕ มนี าคม ๒๕๖๑ พลเอก สงิ หศ กึ สงิ หไ พร ประธานคณะกรรมาธกิ ารการพาณชิ ย การอตุ สาหกรรม และการแรงงาน สภานิตบิ ญั ญตั ิแหง ชาติ (สนช.) รับหนังสือจากนายพนั ธนวุฒิ ถ่ินคาํ แบง เลขาสมาคมการคาผผู ลติ หลงั คาเหล็กไทย พรอมตัวแทนจากสมาคมเหล็กลวด สมาคม ผูผลิตลวดเหล็กแรงดึงสูง สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ คอนกรตี ไทย และสมาคมโลหะไทย เพือ่ ขอคดั คา นการแกไ ข รางพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การตอบโตการทุมตลาดและ การอุดหนุนซ่ึงสินคาจากตางประเทศ (ฉบับท่ี) พ.ศ. .... เพราะเห็นวากฎหมายฉบับน้ีอุมนายทุนใหญ ไมเอื้อ ประโยชนใ ห SMEs ทาํ ลายเศรษฐกจิ ของประเทศ และกฎหมายน้ี ยังผลักภาระใหประชาชนตองซื้อสินคาท่ีมีราคาแพงข้ึน จึงตองการแสดงจุดยืนคัดคานรางกฎหมายขางตนเพราะ จากการศกึ ษาเหน็ ไดว า รา ง พ.ร.บ. นส้ี ง ผลเสยี ตอ ประเทศชาตแิ ละประชาชนมากกวา ผลดี ดา นพลเอก สงิ หศ กึ กลา ววา ยินดีนําขอเสนอดังกลาวเขาสูการพิจารณาและนําไปสูการศึกษาวามีผลกระทบอยางไร รวมถึงจะใหความเปนธรรม ในเรอ่ื งน้แี ละจะประสานผทู เี่ กย่ี วของตอไป คณะกรรมาธิการการสาธารณสขุ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หงชาติ วันท่ี ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๑ คณะกรรมาธิการ การสาธารณสุข สภานติ ิบัญญตั ิแหงชาติ ประชุมหารอื รว มกบั ผูแทนกรมบญั ชกี ลาง เพ่ือติดตามโครงการบตั รสวัสดิการรกั ษา พยาบาลขา ราชการ โดยพบวา ทผ่ี า นมาเกดิ ปญ หาหลายอยา ง อาทิ กรณีสวมสิทธิ การเวียนเทียนรับยาจากสถานพยาบาล แลวนําไปจําหนายตออีกทอดหนึ่ง ขณะเดียวกันยังพบวา ขาดการตรวจสอบการใชส ทิ ธเิ บกิ จา ยตรง ซง่ึ ทาํ ใหเ กดิ การรว่ั ไหล ของการเบกิ จา ยเงนิ สวสั ดกิ ารรกั ษาพยาบาล และทาํ ใหก ารใชส ทิ ธิ สวัสดิการเพิ่มสูงข้ึน ทั้งน้ี กรมบัญชีกลางไดปรับปรุง ประสิทธิภาพระบบการเบิกจายตรง เพื่อแกปญหาท่ีเกิดขึ้นไวหลายประการ อาทิ การใชบัตรประจําตัวประชาชน เพอ่ื แสดงตวั ตนของผใู ชส ทิ ธอิ ยา งแทจ รงิ ในการอนมุ ตั สิ ทิ ธเิ บกิ จา ยตรงประเภทผปู ว ยนอก ซง่ึ การปรบั ระบบเบกิ จา ยตรง ท่ีเตรียมนําระบบใหมมาใช จะทําใหผูมีสิทธิสามารถใชสิทธิเบิกจายตรงกับสถานพยาบาลท่ีเขารวมโครงการไดทันที โดยไมตอ งรอการดําเนินการแสกนนิ้วแบบระบบเดิม ทตี่ องใชเวลานานถึง ๑๕–๓๐ วนั นอกจากน้ียงั ไดเ ตรียมวาง ระบบการตรวจสอบใหครอบคลุมทุกดาน ทั้งการปองกันการสวมสิทธิ การเวียนเทียนรับยาไปขายตอ การสราง การตรวจสอบการใชย าทีผ่ ดิ ปกติ รวมถึงการสรางการรับรรู ว มกนั เพอ่ื ใหท ราบถงึ ขอ มลู การใชสทิ ธกิ ารรกั ษาพยาบาล ของสถานพยาบาลทเ่ี ขา รว มโครงการไดอ ยา งถกู ตอ ง เปน ไปตามขอ เสนอแนะของกระทรวงสาธารณสขุ และตามมาตรการ ของคณะกรรมการปอ งกันและปราบปรามการทจุ ริตแหง ชาติ (ป.ป.ช.)

àÍ¡ÊÒâҋ ÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๓๒ คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิตบิ ญั ญัติแหงชาติ วันท่ี ๑๙ มนี าคม ๒๕๖๑ คณะกรรมาธกิ ารการศกึ ษาและการกีฬา สภานติ ิบัญญตั แิ หง ชาติ จดั โครงการสมั มนา รบั ฟง ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั รา งพระราชบญั ญตั ิ (พ.ร.บ.) กฬี ามวย พ.ศ. .... ณ หอ งประชมุ กรรมาธกิ าร หมายเลข ๒๑๓-๒๑๖ อาคารรฐั สภา ๒ โดยมตี วั แทนจากหนว ยงานทเ่ี กย่ี วขอ งเขา รว มแสดงความเหน็ อาทิ กระทรวงการทอ งเทย่ี วและกฬี า กระทรวงวฒั นธรรม การกฬี าแหง ประเทศไทย สมาคมกฬี ามวยอาชพี แหง ประเทศไทย สมาคมกฬี ามวยไทยสมคั รเลน แหงประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภฯ และบุคคล ในวงการกีฬามวย จาํ นวน ๑๕๐ คน ซึง่ การจัดสัมมนา ครง้ั นเ้ี พอ่ื รบั ฟง ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั รา ง พ.ร.บ. กฬี ามวย เพ่มิ บทบัญญัติใหนักกีฬามวยอาชีพตองไดรับคาตอบแทน อยางเหมาะสม พรอ มกําหนดอายุนกั มวยเดก็ หากขึน้ ชก ตองมีอายุ ๑๒-๑๔ ป และตองสวมเครื่องปองกันดวย หวังสรางมาตรฐานกีฬามวยใหสอดคลองกับหลักสากล รวมท้ังสะทอนปญหา อาทิ ปญหาการพนันที่ทําใหเกิด การลมมวย และปญหานักมวยเด็กในตางจังหวัดที่ไมไดรับคาตอบแทนอยางเหมาะสม เปนตน โดยคณะทํางานฯ จะนําปญหาดังกลาวไปประกอบการพิจารณาจัดทํารางกฎหมายใหสมบูรณตอไป สําหรับการรับฟงความเห็นคร้ังน้ี เปน ไปตาม มาตรา ๗๗ ของรฐั ธรรมนญู พ.ศ. ๒๕๖๐ ทก่ี าํ หนดใหต อ งรบั ฟง ความเหน็ จากผทู เ่ี กย่ี วขอ งอยา งเปน ระบบ และเปน โอกาสอนั ดที ่ีผทู ่ีเก่ียวขอ งไดใ หข อเสนอแนะที่เปนประโยชนตอการจดั ทาํ เนอ้ื หารา งกฎหมายใหส มบรู ณย่งิ ข้ึน และเปน การพฒั นาอุตสาหกรรมกีฬามวยอยางครบวงจรดวย คณะกรรมาธกิ ารการสงั คม กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผสู ูงอายุ คนพิการ และผูดอ ยโอกาส สภานติ บิ ัญญตั ิแหง ชาติ วนั ท่ี ๒๑ มนี าคม ๒๕๖๑ นายวลั ลภ ตงั คณานรุ กั ษ ประธานคณะกรรมาธกิ ารการสงั คม เดก็ เยาวชน สตรี ผสู งู อายุ คนพกิ าร และผดู อ ยโอกาส สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ (สนช.) รับหนังสือจากนายธีรยุทธ สุคนธวิท ประธาน ภาคีเครือขายขนสงมวลชนทุกคนตองขึ้นได (T4A) เพ่อื ย่นื ขอเสนอแนะในการปองกันไมใหมีการเลือกปฏิบัติ ตอ คนพกิ ารในการใชง านขนสง สาธารณะ โดยไดก ลาวถงึ กรณีที่มีการรายงานขาววา “คนพิการทุบกระจกประตู ลิฟตของสถานีรถไฟฟาบีทีเอสอโศก” ซึ่งเปนปญหา มายาวนาน จากเหตกุ ารณขา งตน สะทอ นใหเ ห็นถงึ การปลอ ยปละละเลยของหนว ยงานท่ีเก่ียวของตอ การแกไ ขปญหา ความเดือดรอนของประชาชน ในการเขา ถึงระบบขนสง สาธารณะและยงั เปน การละเมิดสทิ ธขิ ้นั พน้ื ฐานในการเดินทาง ของคนพกิ ารทย่ี งั คงเกดิ ขน้ึ อยา งตอ เนอ่ื ง ดงั นน้ั จงึ ตอ งการเสนอแนะแนวทางแกป ญ หาในระบบบรกิ ารรถไฟฟา บที เี อส ตอ สนช. ดานนายวัลลภ ขอรับเร่ืองดังกลาวไวพิจารณาและจะนําไปกําชับใหทุกภาคสวนท่ีเกี่ยวของปฏิบัติตาม กฎหมาย อยา ละเมิดสิทธิมนษุ ยชน พรอ มจะเรง รดั จัดการใหเ กดิ การปฏบิ ัตอิ ยางจริงจังและเปน รูปธรรม

áǴǧ¡ÃÃÁÒ¸Ô¡Òà ๓๓ คณะกรรมาธกิ ารวิสามัญการพทิ ักษและเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ  สภานิตบิ ัญญตั ิแหงชาติ วนั ที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๑ ณ ลานเอเทรย่ี ม ชน้ั ๓ ศนู ยก ารคาเซ็นทรลั เวลิ ด กรงุ เทพฯ คณะกรรมาธิการ วิสามัญการพิทักษและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย สภานิติบัญญัติแหงชาติ รวมกับสํานักงานกองทุน สนบั สนนุ การสรางเสริมสขุ ภาพ (สสส.) เครือขา ยจติ อาสา พลงั แผนดนิ ธนาคารจติ อาสา สาํ นกั งานคณะกรรมการ การอดุ มศกึ ษา สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน (สพฐ.) สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) องคก รภาคีเครือขา ยมหาวทิ ยาลัย และองคก รภาคีตา ง ๆ จัดพธิ ีมอบรางวลั ผลงานสอ่ื สรา งสรรค หัวขอ “จิตอาสา พลังแผนดนิ ทาํ ดี ทําไดท ุกวัน…เริ่มตนวนั น้”ี ชงิ ถว ยพระราชทานสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี โดยนางสาวจินตนนั ท ชญาตร ศภุ มิตร สมาชิกสภานติ บิ ัญญัติแหง ชาติ ในฐานะประธานกรรมการโครงการ D7Days ความดีตามพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เปนประธานเปดงาน กอนนาํ ผลงานทง้ั หมดไปเผยแพร และขยายผลไปสสู ถาบันการศึกษาตา ง ๆ พรอ มกับการขยายผลเพ่อื สรางคา นยิ ม คนไทยในการทาํ ความดใี หเกิดเปน รูปธรรมรวมกับนโยบายของรัฐบาลเรือ่ ง “ไทยแลนด ๔.๐” คณะกรรมาธกิ ารการสาธารณสุข สภานิติบญั ญัติแหงชาติ วันที่ ๒๗ มนี าคม ๒๕๖๑ นายแพทยเจตน ศิรธรานนท ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภานิติบัญญตั แิ หง ชาติ (สนช.) พรอ มดวย นายสตั วแพทยอภัย สทุ ธสิ งั ข อธิบดีกรมปศุสัตว นายแพทยอัษฎางค รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทยเมธิพจน ชาตะเมธีกุล ผูอํานวยการกองควบคุมโรคติดตอ สาํ นกั อนามยั กรงุ เทพมหานคร รวมแถลงขา วการติดตามความคบื หนา สถานการณก ารแพรร ะบาดและการปอ งกนั โรคพิษสุนัขบาวา จากขอมูลโรคพิษสุนัขบาตั้งแตป ๒๕๕๘-๒๕๖๑ พบวาจังหวัดสมุทรปราการมีการแพรระบาด มากทสี่ ดุ รองลงมาคือ กรุงเทพฯ สําหรับการควบคุมและ ปอ งกันโรคดงั กลาว ควรฉีดวคั ซนี สตั วเ ลยี้ งปละ ๒ ครั้ง คือ เดอื นมนี าคม และเดอื นกันยายนของทกุ ป สว นการ ควบคุมสุนัขและแมวเรรอน หนวยงานที่เกี่ยวของ ไดดําเนินมาตรการทําหมัน แตเน่ืองจากจํานวนสัตว เรรอนมีจํานวนมาก จึงไดถายโอนอํานาจใหองคกร ปกครองสวนทองถิ่น (อปท.) รวมดําเนินการดวย แตท ผ่ี า นมาพบวา อปท. เกิดปญหาในการจัดซือ้ จัดจาง วคั ซนี เนอ่ื งจากสาํ นกั งานตรวจเงนิ แผน ดนิ (สตง.) ไดจ ดั ทาํ หนงั สอื ทกั ทว งการจดั ซอ้ื จดั จา งของ อปท. แหง หนง่ึ ทาํ ให อปท. อน่ื ๆ ยบั ยง้ั การจดั ซอ้ื จดั จา งวคั ซนี ไวก อ น จงึ เปน ปจ จยั หนง่ึ ทท่ี าํ ใหเ กดิ การแพรร ะบาดของโรคพษิ สนุ ขั บา เพม่ิ ขน้ึ สวนกระแสขาวที่มีขอเสนอใหเซตซีโรสุนัขและแมวเรรอนน้ัน ยืนยันวาประเทศไทยไมมีนโยบายกําจัดสุนัขและ แมวจรจัดอยางแนนอน แตจะมีการควบคุมดวยการทําหมันแทน ซึ่ง กมธ. ไดชี้แจงกับกลุมผูเลี้ยงสัตวใหเขาใจถึง วิธีการดแู ลสัตวท ีถ่ ูกตองแลว นอกจากน้ี ยืนยนั วา รัฐบาลไมมีแนวคดิ แกปญหาการทงิ้ สัตวเลย้ี งดวยการเก็บภาษีสนุ ขั

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃѰÊÀÒ ๓๔ และแมว แตจ ะเนนใหผ ูเล้ยี งนําสตั วม าลงทะเบียนสตั วเ ลย้ี งในครอบครองกบั อปท. ซึง่ รวมถงึ ผทู ีด่ ูแลใหอ าหารสตั ว เรรอนดวย ซ่ึงหากมีการจดทะเบียนสัตวเลี้ยงแลว จะทําให อปท. สามารถตั้งงบประมาณเพ่ือดูแลปองกันปญหา การแพรระบาดของสัตวเ ลย้ี งในพ้นื ทีไ่ ดแ ละยังเปนการปองกนั การทิ้งสัตวเ ลยี้ งไดอีกดว ย คณะกรรมาธกิ ารการกฎหมาย กระบวนการยตุ ธิ รรม และกจิ การตํารวจ สภานิติบัญญัตแิ หงชาติ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๑ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตํารวจ สภานิติบญั ญัตแิ หง ชาติ (สนช.) โดยมพี ลเรือเอก ศษิ ฐวชั ร วงษสวุ รรณ ประธานคณะกรรมาธกิ าร ทําหนา ทป่ี ระธาน การประชมุ การประชมุ ครง้ั นไ้ี ดพ จิ ารณารา งแผนปฏริ ปู ประเทศตามทค่ี ณะรฐั มนตรไี ดเ สนอตอ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ เพื่อรับทราบตามมาตรา ๖ แหงพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดําเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งมีรางแผนปฏิรูปประเทศท่ีเก่ียวของกับหนาที่และ อํานาจของคณะกรรมาธิการโดยตรง จํานวน ๓ ดาน ไดแก รางแผนปฏิรูปดานกฎหมาย รางแผนปฏิรูปดาน กระบวนการยุติธรรม และรางแผนปฏริ ูปดา นปอ งกนั และ ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งนี้ เพ่ือที่ จะไดใ หค วามเหน็ และขอ สงั เกต รวมทง้ั ตง้ั ประเดน็ ซกั ถาม ตอรางแผนปฏิรูปประเทศดังกลาวในที่ประชุมสภา ซง่ึ จะไดม กี ารพจิ ารณาในการประชมุ สภานติ บิ ญั ญตั แิ หง ชาติ ครั้งที่ ๑๘/๒๕๖๑ นอกจากนี้ยังไดพิจารณาศึกษา แนวทางการจัดตั้งหนวยงานกลางในการกํากับดูแลการบูรณาการขอมูลสารสนเทศของหนวยงานในกระบวนการ ยตุ ธิ รรม ซง่ึ พบวา ในปจ จบุ นั หนว ยงานในกระบวนการยตุ ธิ รรมมกี ารดาํ เนนิ การจดั เกบ็ ขอ มลู ไวแ ลว แตข าดการบรู ณาการ ระหวางหนวยงาน ซ่ึงขณะน้ีไดมีการดําเนินการแลกเปล่ียนขอมูลระหวางหนวยงานผานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อยดู ว ยแลว แตย งั ไมม ปี ระสทิ ธภิ าพเนอ่ื งจากยงั ไมม หี นว ยงานกลางรบั ผดิ ชอบโดยเฉพาะ และขอ มลู ในระบบยงั ไมเ ปน ปจจุบัน รวมท้ังหนวยงานเจาของขอมูลและผูขอใชขอมูลยังไมมีความเช่ือมั่นในการแลกเปลี่ยนขอมูล เนื่องจาก ยังไมมีกฎหมายรองรับการดําเนินการในเร่ืองดังกลาว ดังนั้น จึงควรมีการจัดตั้งหนวยงานกลางเพื่อทําหนาท่ีในการ กํากับดูแลการจัดการสารสนเทศของหนวยงานในกระบวนการยุติธรรม เพ่ือใหงานดานการอํานวยความยุติธรรม มคี วามถูกตอง สะดวก รวดเรว็ ประหยัด และมปี ระสทิ ธิภาพมากขึน้

¡®ËÁÒ¤ÇÃÌ٠๓๕ กฎหมายควรรู ¡®ËÁÒ»ÃСѹÊѧ¤Á ¡®หมายประกันสังคม เปนกฎหมายท่ีกําหนดการใหหลักประกันแกบุคคลในสังคมท่ีมีปญหา หรือ ความเดือดรอนทางดานการเงิน เนื่องจากการประสบเคราะหภัย หรือมีเหตุการณอันทําใหเกิดปญหาในการดํารงชีพ ซ่ึงตองการไดรับความชวยเหลือในลักษณะเฉลี่ยความเส่ียง เฉลี่ยทุกขสุขรวมกันระหวางประโยชน ในสังคมโดยการ รวบรวมเงินเขาเปนกองทุนและจายชวยเหลือน้นั ก็คือ ผทู ่สี งเงินสมทบเขากองทุนท่ไี ดปฏิบัติตามเง่อื นไขอันกอใหเกิดสิทธิ ท่จี ะไดรบั ความคุมครอง ขอบเขตการใชบังคับกฎหมายประกันสงั คม ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ท่ีใชบังคับอยูในปจจุบัน ไดกําหนดใหสถานประกอบกิจการ ทม่ี ลี กู จา งรวมกนั ตง้ั แต ๒๐ คนขน้ึ ไป และนายจา งของสถานประกอบกจิ การนน้ั ตอ งอยู ภายใตบ งั คบั ของกฎหมายดงั กลา ว แตเมือ่ พน กาํ หนด ๓ ป นบั แตว ันที่กฎหมายนี้ใชบังคบั คอื นับแตวนั ท่ี ๒ กนั ยายน ๒๕๓๓ กฎหมายฉบบั นีก้ จ็ ะใชบ ังคับ ขยายไปยังกจิ การท่ีมลี กู จา งต้งั แต ๑๐ คนขน้ึ ไปดว ย (มาตรา ๑๐๓) และแมตอ มาภายหลงั กิจการของนายจา งมจี ํานวน ลูกจางลดลงเหลือไมถ ึงจาํ นวนทีก่ ฎหมายกาํ หนด กิจการดังกลาวกย็ ังคงอยูภายใตก ฎหมายน้ตี อ ไป จนกวาจะเลิกกิจการ ลูกจางท่ีทํางานในกิจการดังกลาวซ่ึงอยูฐานะเปนผูประกันตนมาต้ังแตแรกก็ยังคงเปนผูประกันตนตอไปจนกวาจะพน สภาพการเปน ลกู จา ง และลกู จา งทเ่ี ขา ทาํ งานใหมก ต็ อ งเปน ผปู ระกนั ตนตามกฎหมายนด้ี ว ย แมว า จาํ นวนลกู จา งรวมทง้ั เกา และใหมแ ลว จะไมถึง ๒๐ คนกต็ าม (มาตรา ๔๓)

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃѰÊÀÒ ๓๖ บุคคลหรือกิจการท่ีกฎหมายประกันสังคมไมใชบังคับ กห็ ลดุ พนจากภาระการจา ยเงนิ สมทบเขา กองทุนประกนั มดี งั น้ี สงั คม และไมม สี ทิ ธริ บั ประโยชนท ดแทนซง่ึ เปน ความชว ยเหลอื จากกองทุนประกันสังคมไดอีกตอไป เวนแตจะเปนการ ๑) ขา ราชการ และลกู จา งประจาํ ของหนว ยราชการ ประกนั สงั คมประเภทประสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ปว ยนอกงาน สว นกลาง สวนภูมภิ าคและสวนทองถนิ่ (มาตรา ๔ (๑)) หรอื คลอดบตุ ร ซง่ึ บคุ คลนน้ั ไดส ง เงนิ สมทบมาครบเงอ่ื นไข ท่ีจะกอใหเกิดสิทธิรับประโยชนทดแทนแลว เม่ือพน ๒) ลูกจางของรัฐบาลตางประเทศหรือองคการ สภาพการเปนลูกจางก็ยังคงมีสิทธิไดรับประโยชนทดแทน ระหวา งประเทศ (มาตรา ๔ (๒)) ในการรบั บรกิ ารทางการแพทยต อ ไปอีก ๖ เดือน นบั จาก วนั สิน้ สภาพการเปนลกู จา ง (มาตรา ๓๘ วรรคทา ย) ๓) ลูกจางของนายจางท่ีมีสํานักงานในประเทศ หนาที่ของนายจาง และไปประจําทํางานในตา งประเทศ (มาตรา ๔ (๓)) นายจาง หมายถึง ผูซึ่งรับลูกจางเขาทํางานโดย ๔) ครหู รอื ครใู หญข องโรงเรยี นเอกชน (มาตรา ๔ (๔)) จายคาจาง และผูซ่ึงไดรับมอบหมายใหทํางานแทน ๕) นกั เรียน นกั เรียนพยาบาล นิสิตหรอื นกั ศกึ ษา นายจา งในกรณีทนี่ ายจางเปน นติ ิบคุ คล เชน บรษิ ัทจํากัด หรือแพทยฝกหัด ซึ่งเปนลูกจางของโรงเรียน หรือ หรือหางหุนสวนตาง ๆ นายจางหมายความรวมถึง มหาวทิ ยาลยั หรอื โรงพยาบาล (มาตรา ๔ (๕)) ผมู อี าํ นาจกระทาํ การแทนนติ บิ คุ คล และผซู ง่ึ ไดร บั มอบหมาย ๖) ลูกจางงานบานอันมิไดมีการประกอบธุรกิจ จากผมู อี าํ นาจกระทาํ การแทนนติ ิบุคคลใหทาํ การแทนดวย รวมอยดู วย (มาตรา ๕) นอกจากนั้น ผูประกอบกิจการท่ีจางโดยวิธีเหมาคาแรง ๗) กิจการหรือลูกจางอื่นตามพระราชกฤษฎีกา มอบใหแกบุคคลหนึ่งบุคคลใดรับชวงไปควบคุมดูแล (มาตรา ๔ (๖)) ซ่ึงใชบังคับตั้งแตว ันท่ี ๑ ตุลาคม ๒๕๓๔ การทาํ งานและรบั ผดิ ชอบจา ยคา จา งใหแ กล กู จา งอกี ทอดหนง่ึ อนั ไดแก ลกู จา งของสภากาชาดไทย ลกู จางและพนกั งาน หรือมอบหมายใหบุคคลหน่ึง บุคคลใดเปนผูจัดการ รัฐวสิ าหกิจ ลกู จา งของกจิ การเพาะปลูก ประมง ปาไม หาลูกจางมาทํางาน อันมิใชการประกอบธุรกิจจัดหางาน และเลย้ี งสตั ว ซง่ึ มใิ ชล กู จา งตลอดป และไมม งี านลกั ษณะอน่ื โดยการทํางานน้ันเปนสวนหน่ึงสวนใดในกระบวนการ รวมอยูดวย และลูกจางในงานลักษณะเปนครั้งคราว ผลิตหรือธุรกิจ ซ่ึงกระทําในสถานประกอบกิจการ หรือ เปน การจร หรือเปนไปตามฤดกู าล สถานทท่ี ํางานของผูประกอบกิจการ และเครื่องมอื สาํ คญั ผปู ระกันตน สําหรับใชงาน ผูประกอบกิจการเปนผูจัดหาลูกจาง ลูกจางซ่ึงมีฐานะเปนผูประกันตน ก็คือ บุคคล กฎหมายกําหนดใหมีฐานะเปน นายจา งดว ย (มาตรา ๓๕) ทส่ี มคั รเขา ทาํ งานในสถานประกอบกจิ การทม่ี ลี กู จา งรวมกนั กฎหมายประกันสังคมฉบับท่ีใชบังคับอยูในปจจุบัน ตัง้ แต ๒๐ คนข้ึนไป โดยกฎหมายประกันสังคมบังคบั ให ไดกาํ หนดใหนายจางตอ งมหี นา ทด่ี งั น้ี ลูกจางดังกลาวตองจายเงินสมทบเขากองทุนประกัน สังคม ซ่ึงนายจางจะเปนผูหักเงินคาจางทุกคร้ังที่มีการ ๑) ยน่ื แบบรายการแสดงรายชอ่ื ลกู จา ง อตั ราคา จา ง จายคาจางและนําสงเขากองทุนประกันสังคม เปนเงิน เลขประจาํ ตวั ประชาชนของลกู จา ง จาํ นวนลกู จา งชาย - หญงิ สมทบสวนของลกู จาง จาํ นวนรวมของลกู จา ง (กรณมี ลี กู จา งประจาํ ทาํ งานทอ งทอ่ี น่ื สวนผูประกอบอาชีพอิสระและบุคคลอ่ืนท่ีไมใช นอกจากสํานักงานใหญ นายจางตองแยกรายช่ือลูกจาง ลูกจางอาจสมัครเขาเปนผูประกันตนได โดยแสดง ตามทอ งทท่ี ล่ี กู จา งทาํ งานดว ย) โดยกรอกขอ ความในแบบ ความจํานงตอสํานักงานประกันสังคม ลูกจางจะไมเปน สปส. ๑ - ๐๒ แลว ย่นื ตอสํานกั งานประกันสงั คมภายใน ผูประกันตนอีกตอไป ถาลูกจางตายหรือส้ินสภาพการ เปนลูกจาง เมื่อสัญญาจางแรงงานระงับ เม่ือส้ินสภาพ การเปนผูประกันตนแลว บุคคลที่เคยเปนลูกจางน้ัน

¡®ËÁÒ¤ÇÃÃÙŒ ๓๗ ๓๐ วนั นบั แตว นั ทล่ี กู จางน้ันเปน ผูป ระกันตน (มาตรา ๓) หักคาจางของผูประกันตนท่ีเปนลูกจางตาม ๓๔) และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขอมูลเก่ียวกับขอความ จาํ นวนทจ่ี ะตอ งเปน เงนิ สมทบในสว นของลกู จา ง และนาํ สง ในแบบรายการที่ไดยื่นไว นายจางก็ตองแจงเปนหนังสือ สํานกั งานประกันสงั คมภายในวนั ท่ี ๑๕ ของเดอื นถดั จาก ตอ สาํ นกั งานประกนั สงั คมขอเปลย่ี นแปลงหรอื แกไ ขเพม่ิ เตมิ เดอื นที่มกี ารหักเงนิ สมทบ (มาตรา ๔๗) พรอมยืน่ แบบ รายการภายใน ๑๕ วนั นบั แตว นั ทท่ี ราบการเปลย่ี นแปลง รายการแสดงการสงเงินสมทบ กรณีที่นายจางไมนําสง ดงั กลา ว (มาตรา ๔๔) นอกจากนน้ั นายจางตองยื่นแบบ หรือนําสงลาชาก็ไมเปนการตัดสิทธิของลูกจาง ซึ่งเปน ลงทะเบียนนายจาง พรอมกับการยื่นแบบรายการแสดง ผูประกันตนท่ีจะพึงไดรับความชวยเหลือจากกองทุน รายช่อื ลูกจา งดวยตามแบบ สปส. ๑ - ๐๑ เม่ือยนื่ แบบ ประกนั สังคมในรูปของประโยชนท ดแทน โดยถอื เสมอื น สปส. ๑ - ๐๑ และ สปส. ๑ - ๐๒ แลว สาํ นักงาน หน่ึงวาผูประกันตนไดสงเงินสมทบแลว (มาตรา ๔๙ ประกนั สงั คมกจ็ ะออกหนงั สอื สาํ คญั แสดงการขน้ึ ทะเบยี น วรรค ๒) นายจา งทฝ่ี า ฝน หนา ทจ่ี า ยเงนิ สมทบหรอื ไมน าํ สง ประกันสังคมใหแกนายจางและออกบัตรประกันสังคมให เงนิ สมทบ มคี วามรบั ผดิ ในเงนิ เพม่ิ อตั รารอ ยละ ๒ ตอ เดอื น แกลกู จาง (มาตรา ๓๖) กรณีฝาฝน หนาท่ีน้ี โดยเจตนา ของจํานวนเงินสมทบท่ียังไมไดนําสงหรือท่ียังขาดอยู หรือกรอกขอความอันเปนเท็จ นายจางมีความผิดตอง นบั จากวนั ทีต่ องนาํ สงเศษของเดอื น ถา ถงึ ๑๕ วนั หรอื ระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ ๑ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ ๓๐,๐๐๐ บาท กวาน้ัน ใหนับเปนหนึ่งเดือน ถานอยกวาก็ใหปดท้ิง หรอื ทง้ั จาํ ทง้ั ปรับ และถา เปน ความผิดตอเน่อื ง จะมโี ทษ (มาตรา ๔๙ วรรค ๑) ปรับอีกวันละไมเกิน ๕,๐๐๐ บาท ตลอดระยะเวลา ทีฝ่ า ฝน (มาตรา ๙๖) ๔) จัดใหมีทะเบียนผูประกันตนและเก็บรักษาไว ณ สถานทท่ี าํ งานของนายจา งสาํ หรบั ใหพ นกั งานเจา หนา ท่ี ๒) จายเงินสมทบเขากองทุนประกันสังคมรวมกับ สามารถตรวจควบคมุ ได (มาตรา ๘๔) ถา นายจา งฝาฝน ผูประกันตนหรือลูกจางและรัฐบาลฝายละเทา ๆ กัน หนา ที่น้ี มีความผิดตองระวางโทษจาํ คุก ไมเ กิน ๑ เดอื น ตามอัตราท่ีกําหนดในกฎกระทรวง แตไมเกินรอยละ หรอื ปรับไมเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือท้งั จําทัง้ ปรับ (มาตรา ๑.๕ ของคาจางสําหรับการประกันกรณีประสบอันตราย ๙๙) หรอื เจ็บปว ยนอกงาน คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย ไมเกนิ รอ ยละ ๓ สําหรบั การประกันกรณีสงเคราะหบตุ ร กรณนี ายจา งเปน นติ บิ คุ คล และนติ บิ คุ คลกระทาํ ผดิ และชราภาพ และไมเกนิ รอยละ ๕ สาํ หรับกรณีประกัน และถูกลงโทษตามกฎหมายประกันสังคมดังกลาว การวา งงาน (มาตร ๔๖) โดยการคาํ นวณเงนิ สมทบให กฎหมายใหถือวาผูแทนนิติบุคคล กรรมการทุกคนและ คํานวณคา จางเปน รายวัน หากลูกจางรายใดมีคาจา งเกนิ ผรู บั ผดิ ชอบในการดาํ เนนิ การของนติ บิ คุ คลนน้ั ตอ งระวางโทษ วนั ละ ๕๐๐ บาท กใ็ หค ดิ คา จา งสงู สดุ เพยี งวนั ละ ๕๐๐ บาท เชนเดียวกับนิติบุคคลนั้นดวย เวนแตจะพิสูจนไดวาตน ถา ลกู จา งทาํ งานกับนายจา งหลายราย นายจางแตล ะราย มิไดรูเห็นเปนใจในการกระทําผิดนั้น หรือไดจัดการ ตองจายเงินสมทบตาม อัตราคาจางที่จายใหแลลูกจาง ตามสมควรเพ่ือปองกนั มใิ หเ กดิ ความผิดนนั้ แลว (มาตรา ของตน โดยเปนหนาทข่ี องนายจา งทุกรายท่ตี อ งทาํ แยก ๑๐๑) ตางหากจากกัน นอกจากน้ันกรณีมีการจางเหมาชวง เงนิ สมทบ ผูรับเหมาชวงถัดข้ึนไปจากนายจางและผูรับเหมาช้ันตน ตองรวมรับผิดกับนายจางในเงินสมทบซ่งึ นายจางมีหนาท่ี เงนิ สมทบ หมายถึง เงนิ ที่นายจาง ลกู จา ง และ ตองจายดวย (มาตรา ๕๒) รัฐบาล หรือเงินที่ผูประกันตนและรัฐบาลรวมกัน จายสมทบเขากองทุนประกันสังคม เพื่อจายเปน ป ร ะ โ ย ช น ท ด แ ท น ใ ห แ ก ผู ป ร ะ กั น ต น ห รื อ ผู มี สิ ท ธิ รับประโยชนทดแทน เม่ือเกิดเคราะหภัยหรือประสบ

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃѰÊÀÒ ๓๘ ความเดือดรอนและเขาเงื่อนไขตามท่ีกฎหมายกําหนด เง่ือนไขของสิทธิรับประโยชนทดแทนท่ีกฎหมาย โดยอัตราเงินสมทบในปจจุบันเปนดังที่กลาวมาแลว กาํ หนด มดี ังนี้ ในหนา ทจ่ี า ยเงนิ สมทบของนายจา ง แตน ายจา งทจ่ี ดั สวสั ดกิ าร ใหแกลูกจางสูงกวาท่ีกฎหมายกําหนด สามารถขอลด ๑) เงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาการจายเงิน สว นอัตราเงินสมทบไดท ้ังของนายจางและลูกจาง โดยนาํ สมทบ ระเบียบขอ บังคบั เกยี่ วกบั การทาํ งาน สัญญาจางแรงงาน หรือขอตกลงเก่ียวกับสภาพการจาง ซ่ึงกําหนดให ก. ประกนั อันตรายเพอ่ื เจ็บปว ยนอกงาน สวัสดิการท่ีสูงกวาน้ันไปแสดงตอคณะกรรมการประกัน ตองจายมาแลว ไมน อ ยกวา ๙๐ วัน ภายในระยะเวลา สังคม โดยมีหลักเกณฑการขอลดสวนอัตราเงินสมทบ ๑๕ เดือน กอ นรบั บรกิ ารทางการแพทย ดังน้ี ข. คลอดบุตร ตองจายมาแลวไมนอยกวา ๑) นายจางไดจัดสวัสดิการเก่ียวกับการประกัน ๒๑๐ วัน ภายในระยะเวลา ๑๕ เดือน กอ นรบั บริการ อันตรายหรือเจ็บปวยนอกงาน หรือทุพพลภาพ หรือ ทางการแพทย ตาย หรือคลอดบตุ ร หรือสงเคราะหบ ตุ ร หรือชราภาพ หรือวา งงานใหแ กล ูกจา งไวแ ลว ค. ทุพพลภาพ ตองจายมาแลวไมนอยกวา ๙๐ วัน ภายในระยะเวลา ๑๕ เดือน กอ นทุพพลภาพ ๒) เปนการจัดสวัสดิการไวกอนวันที่กฎหมาย ประกันสงั คมฉบบั ปจ จุบนั ใชบังคบั ง. ตาย ตองจายมาแลวไมน อ ยกวา ๓๐ วัน ภายในระยะเวลา ๖ เดอื น กอนตาย ๓) สวัสดิการท่ีจัดไวน้ันใหประโยชนแกลูกจาง สูงกวาประโยชนทดแทนที่ลูกจางมีสิทธิตาม กฎหมาย จ. สงเคราะหบ ตุ ร ตอ งจา ยมาแลว ไมน อ ยกวา ประกนั สังคม ๑ ป ๔) ตองระบุใหสวัสดิการดังกลาวไวในระเบียบ ฉ. ชราภาพ ตอ งจา ยมาแลว ไมน อ ยกวา ๑๕ ป ขอบังคับเก่ียวกับการทํางาน สัญญาจางแรงงาน หรือ ไมว า ระยะเวลานั้นจะติดตอ กันหรือไม ขอตกลงเกี่ยวกับสภาพการจา ง ช. วา งงาน ตอ งจา ยมาแลว ไมน อ ยกวา ๖ เดอื น เมอ่ื มกี ารนาํ สง เงนิ สมทบเรยี บรอ ยแลว ผปู ระกนั ตน ภายในระยะเวลา ๑๕ ป กอ นวางงาน มีสิทธินําจํานวนเงินสมทบท่ีจายไปน้ันมาหักลดหยอน ในการคํานวณภาษีเงินไดและนายจางก็สามารถนํา ๒. เงอื่ นไขอ่นื ๆ จาํ นวนเงนิ สมทบทต่ี นจา ยมาหกั เปน คา ใชจ า ย หรอื รายจา ย ก. คลอดบตุ ร มสี ทิ ธริ บั ประโยชนท ดแทนไมเ กนิ ของนายจางกอ นนํามาคาํ นวณภาษไี ด ประโยชนท ดแทน ๒ ครง้ั สาํ หรับผปู ระกันตนหรือคูสมรส ข. สงเคราะหบ ตุ ร มสี ทิ ธริ บั ประโยชนท ดแทน ประโยชนทดแทน หมายถึง ความชว ยเหลอื ทใี่ ห แกผูประกันตน หรือผูมีสิทธิ เมื่อผูประกันตนประสบ สําหรบั จาํ นวนบตุ ร ไมเ กนิ ๒ คน เคราะหภัยหรือเดือดรอน และปฏิบัติตามเง่ือนไข ค. ชราภาพ ผปู ระกนั ตนตอ งมอี ายคุ รบ ๕๕ ป ท่ีกฎหมายกําหนดแลว บริบรู ณข น้ึ ไป ง. วางงาน ผูประกันตนตองมีความสามารถ ในการทาํ งาน พรอ มทจ่ี ะทาํ งานทเ่ี หมาะสมตามทจ่ี ดั หาให หรือไมปฏิเสธการฝกงาน และไดขึ้นทะเบียนไวท่ีสํานัก จดั หางานของรฐั โดยตอ งไปรายงานตวั ไมน อ ยกวา เดอื นละ ๑ คร้ัง และผปู ระกันตนวา งงานโดยมไิ ดถูกจา งเน่อื งจาก ทจุ ริตตอ หนาท่ีหรอื กระทําความผดิ อาญาโดยเจตนาตอ นายจาง หรอื จงใจทําใหนายจา งไดร ับความเสยี หาย หรือ ฝาฝนขอบังคับ หรือระเบียบเก่ียวกับการทํางาน หรือ คําส่ังอันชอบดวยกฎหมาย ในกรณีรายแรง หรือละทิ้ง

¡®ËÁÒ¤ÇÃÌ٠๓๙ หนาที่เปนเวลา ๗ วันทํางานติดตอกันโดยไมมีเหตุ ไดกําหนดใหสําหรับผูประกันตน เมื่อผูประกันตน อันสมควร หรือประมาทเกินเลอเปนเหตุใหนายจาง ตองทดรองจายไปกอน โดยผูประกันตนเปนผูปวยนอก ไดรับความเสียหายอยางรายแรง หรือไดรับโทษจําคุก ก็สามารถเบิกคืนจากสํานักงานประกันสังคมไดตาม ตามคําพิพากษาถึงท่ีสุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับ จาํ นวนที่จายจริง แตไมเ กิน ครง้ั ละ ๒๐๐ บาท และ ความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือ ความผิดลหุโทษ ไมเกิน ๔๐๐ บาทตอป แตถาเปนผูปวยในจะสามารถ และผูประกันตนตองมิใชผูมีสิทธิไดรับประโยชนทดแทน เบกิ คนื ไดต ามจาํ นวนทจ่ี า ยจรงิ แตไ มเ กนิ ครง้ั ละ ๓,๒๐๐ บาท กรณีชราภาพ โดยผูประกันตนจะมีสิทธิรับประโยชน และสําหรับกรณีจําเปนตองผาตัดฉุกเนินและเปนการ ทดแทนการวางงานตั้งแตว นั ท่ี ๘ นบั แตวันวางงานจาก ผา ตดั ใหญ มสี ทิ ธเิ บกิ คนื ไดต ามจาํ นวนทจ่ี า ยจรงิ แตไ มเ กนิ การทาํ งานกับนายจางรายสดุ ทา ย ครงั้ ๑๐,๐๐๐ บาท กฎหมายกําหนดขอยกเวนของสิทธิรับประโยชน ข. กรณีปกติ ท่ีสํานักงานประกันสังคมยังไมได ทดแทนไวสําหรับการประกันกรณีประสบอันตราย หรือ ออกบตั รรบั รองสทิ ธใิ ห เมอ่ื ผปู ระกนั ตนตอ งทดรองจา ยไป เจบ็ ปว ยนอกงาน ทพุ พลภาพ หรอื ตาย นน่ั คอื ผปู ระกนั ตน กส็ ามารถเบกิ คนื จากสาํ นกั งานประกนั สงั คมโดยนาํ ใบเสรจ็ หรือผูจัดการศพแลวแตกรณี จะไมมีสิทธิรับประโยชน รับเงินคารักษาพยาบาลของสถานพยาบาลมาย่ืนตอ ทดแทน ถาปรากฏวาการประกันเคราะหภัยน้ันเกิดขึ้น สํานักงานประกันสังคมเพื่อพิจารณา โดยถาเปนสถาน เพราะเหตุที่ผูประกันตนหรือผูจัดการศพจงใจ กอใหเกิด พยาบาลของรัฐและผปู ระกันตน เปน ผปู วยนอกสามารถ หรอื ยนิ ยอมใหผ อู น่ื กอ ใหเ กดิ ขน้ึ ผจู ดั การศพตามกฎหมาย เบิกไดเทา ทีจ่ ายจรงิ ตามความจําเปน แตถา เปนผูป ว ยใน ประกนั สังคม ไดแ กบ คุ คลตามลาํ ดบั ดงั นี้ (มาตรา ๗๓) สามารถเบิกคารักษาพยาบาลไดเทาท่ีจายจริงตามความ จําเปน สวนคาหองและคาอาหารสามารถเบิกไดเทาท่ี (๑) บุคคลซ่ึงผูประกันตนทําหนังสือระบุใหเปน จายจริงตามความจําเปน แตไ มเ กนิ วันละ ๓๐๐ บาท ผูจดั การศพและไดเปนผูจดั การศพผปู ระกันตน ตลอดระยะเวลาที่เขารับบริการทางการแพทย สวนถา เปนสถานพยาบาลของเอกชนเบิกไดเฉพาะกรณีเปนผู (๒) คสู มรส บิดา มารดา หรือบุตรของผปู ระกันตน ปวยใน สําหรับคารักษาพยาบาล เบิกไดคร่ึงหนึ่งของ ทมี่ หี ลกั ฐานแสดงวา เปน ผจู ัดการศพผปู ระกันตน จาํ นวนที่จา ยจรงิ แตไมเ กนิ ๓,๐๐๐ บาท สาํ หรับระยะ เวลาภายในสามสิบวันนับแตวันแรกที่เขารับบริการ (๓) บุคคลอ่ืนท่ีมีหลักฐานแสดงวาเปนผูจัดการศพ ทางการแพทย สวนระยะเวลาท่ีเกินสามสิบวัน เบิกได ผปู ระกนั ตน ครึ่งหน่งึ ของจาํ นวนทีจ่ า ยจริงแตไ มเกนิ วนั ละ ๑๐๐ บาท รปู แบบของประโยชนทดแทนมี ๔ รปู แบบ คือ และกรณีเขารับการรักษาพยาบาล หลายครั้งโดยระยะ หา งกนั ไมเ กนิ ๑๕ วนั ใหนับระยะเวลาเขารบั การรกั ษา (๑) บรกิ ารทางการแพทย ทกุ ครง้ั เขา ดว ยกนั และสาํ หรบั คา หอ งและคา อาหารเบกิ ได (๒) เงนิ ทดแทนการขาดรายได เทา ทจ่ี า ยจรงิ แตไ มเ กนิ วนั ละ ๓๐๐ บาท ตลอดระยะเวลา (๓) คาทาํ ศพ ทีเ่ ขา รบั บรกิ ารทางการแพทย (๔) เงนิ สงเคราะห (๑) บรกิ ารทางการแพทย ในปจ จุบนั มโี รงพยาบาลหรือ ลูกจางผูประกันตนหรือคูสมรสของผูประกันตน สถานพยาบาลในสงั กัดทั้งรฐั บาลและ เอกชน ประมาณ ที่คลอดบุตร สามารถเบิกคาบริการทางการแพทยแบบ ๑๕๐ กวา แหง ลูกจางผูประกันตนทป่ี ระสบอันตรายหรือ เหมาจา ย โดยไดรบั ในอตั รา ๓,๐๐๐ บาทตอการคลอด เจ็บปวยนอกงานมีสิทธิขอรับบริการทางการแพทยในรูป หน่ึงคร้งั ของเงนิ ทดแทนคา บรกิ ารทางการแพทย ดงั นี้ ก. กรณีฉกุ เนนิ ซึ่งตองไปรับบรกิ ารทางการแพทย จากสถานพยาบาลอ่ืนนอกจากท่ีสํานักงานประกันสังคม

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๔๐ (๒) เงินทดแทนการขาดรายได กฎหมายกําหนด กรณีกลับเขาทํางานกอนครบกําหนดตามคําส่ัง ใหมีการจายเงินทดแทนการขาดรายได รอยละ ๕๐ แพทย (มาตรา ๖๔) ของคาจางรายวันที่ใชคํานวณเงินสมทบ โดยคํานวณ เฉลี่ยจากคาจางที่ใชเปนฐานในการคํานวณ เงินสมทบ ข. การคลอดบตุ ร มสี ทิ ธไิ ดร บั ครง้ั ละไมเ กนิ ๖๐ วนั เปน เวลา ๙๐ วนั กอนวันรบั บรกิ ารทางการแพทย ไมวา (มาตรา ๖๗) ระยะเวลาน้นั จะตดิ ตอกนั หรือไม (มาตรา ๕๗) โดยจา ย สําหรับการประกนั ๓ ประเภท คอื การประกนั อันตราย ค. การทุพพลภาพ มีสิทธิไดรับตอไปจากที่ไดรับ หรือเจ็บปวยนอกงาน การคลอดบตุ ร และการทพุ พลภาพ มาแลว กรณปี ระสบอนั ตรายหรอื เจบ็ ปว ยนอกงานเปน เวลา ในกรณีที่ผูประกันตนไมไดรับจางในระหวางหยุดงานเพ่ือ ไมเกิน ๑ ป โดยไดร บั ตอ ไปอีก ๑๕ ป (มาตรา ๗๑) รักษาตามกฎหมายคุมครองแรงงาน หรือตามระเบียบ (๓) คา ทําศพ กฎหมายกําหนดใหจา ยคาทําศพกรณตี าย ขอบังคับเก่ียวกับการทํางานตามสัญญาจางแรงงาน เปนจํานวน ๑๐๐ เทาของอัตราสูงสุดของคาจางขั้นต่ํา หรือตามขอตกลงเกี่ยวกับสภาพนายจาง แลวแตกรณี รายวันตามกฎหมายคุม ครองแรงงาน (มาตรา ๗๓) หรือสิทธิไดร ับคาจา งดังกลาวสน้ิ สดุ ลง กจ็ ะจายเทา ระยะ (๔) เงนิ สงเคราะห การจายประโยชนท ดแทนในรปู เงิน เวลาท่คี งเหลอื สวนกรณี ไดรบั คาจางดงั กลา วนอ ยกวา สงเคราะหม ี ๓ กรณี คอื กรณสี งเคราะหบ ตุ ร (มาตรา ๗๕) เงินทดแทนการขาดรายได ก็จะจายเงินทดแทนการขาด กรณชี ราภาพ (มาตรา ๗๗) และกรณวี า งงาน (มาตรา ๗๙) รายไดในสวนท่ียังขาดอยู ระยะเวลาการไดรับเงิน ทดแทนการขาดรายไดของผูประกันตนหรือคูสมรส ดังน้ัน เมื่อผูประกันตนไดจายเงินสมทบมาครบ แตกตา งกนั ตามประเภทของการประกนั สงั คม ดังนี้ กําหนดระยะเวลาท่ีเปนเงื่อนไขตามกฎหมายแลว เกดิ ประสบเคราะหภ ยั หรอื ไดร บั ความเดอื ดรอ นตามประเภท ก. การประสบอันตรายหรือเจ็บปวยนอกงาน ของการประกันภัยสังคมแตละประเภท ก็จะมีสิทธิขอรับ มีสิทธิไดรับคร้ังละไมเกิน ๙๐ วัน และในระยะหน่ึงป ประโยชนท ดแทนในรปู แบบตา ง ๆ ดงั ไดก ลา วมาขา งตน ปฏิทินไมเ กิน ๑๘๐ วัน เวนแตการเจ็บปว ยเร้ือรงั ตามที่ โดยสํานักงานประกันสังคมจะเปนองคกรที่รับผิดชอบ กําหนดในกฎกระทรวงไดรับเกิน ๑๘๐ วัน แตไมเกิน ดูแลใหผูประกันตน หรือผูมีสิทธิรับประโยชนทดแทน ๓๖๕ วัน นับแตวันแรกที่ตองหยุดงานตามคําส่ังแพทย ไดรับความชวยเหลือเพ่ือบรรเทาความเดือดรอนใน จนถึงวันสุดทายท่ีแพทยกําหนดใหหยุด หรือจนถึง สังคม วนั สดุ ทายท่ีหยดุ งาน ท่มี า : กระทรวงยตุ ธิ รรม กฎหมายประกนั สงั คม ๑๐ มนี าคม ๒๕๖๐. สบื คน เมอ่ื วนั ท่ี ๘ มนี าคม ๒๕๖๑ จากเวบ็ ไซต https://www.moj.go.th/attachments/20170310153137_27681.pdf

ÀÒ¾à¡Ò‹ àÅÒ‹ àÃ×Í่ § ๔๑ ภาพเกาàÅ‹ÒàÃÍ่× § เขาดินวนา สวนสัตวใ นความทรงจํา จากกรณที ี่จะยายสวนสัตวดุสติ หรือเขาดนิ วนา จากถนนพระรามท่ี ๕ มาอยทู คี่ ลองหก ฝงตะวันออก ตามโฉนดทด่ี ินบริเวณคลองหก อาํ เภอธัญบุรี จงั หวัดปทมุ ธานี จํานวน ๓๐๐ ไร ซงึ่ รฐั บาลมีแผนจะใชส ถานที่แหงน้ี เพ่อื รองรบั การยายสวนสัตวดุสิต จากกรุงเทพไปยงั ชานเมอื ง ท้ังนี้ คณะกรรมการองคการสวนสตั ว ไดม ีการประชุม เพื่อเตรียมแนวทางการสรางสวนสัตวใหเปนสวนสัตวช้ันนําในระดับแนวหนา โดยจะมีพื้นที่ใหญกวาเดิมถึง ๓ เทา พรอมทั้ง มีการเตรียมแผนรองรับและพัฒนา ซ่ึงจะคํานึงถึงความเปนอยูภายใตหลักการสงเสริมพฤติกรรมสัตวและ สวัสดิภาพสัตวเปนสําคัญ เพ่ือใหสัตวชนิดตาง ๆ มีคุณภาพชีวิตที่ใกลเคียงกับธรรมชาติตามหลักมาตรฐานสากล ในภาพเกาเลาเรื่องคร้ังนี้จะมายอนอดีตถึงความเปนมาของเขาดินวนา วามีท่ีมาและความสําคัญอยางไรในคร้ังอดีต จนถงึ ปจจุบัน สวนสตั วด สุ ติ แตเ ดมิ เรยี ก เขาดนิ วนา พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๕ ทรงพระกรณุ า โปรดเกลา ฯ ใหส รา งขน้ึ ตง้ั แตป  พ.ศ. ๒๔๓๘ หลงั จากทพ่ี ระองคไ ดท อดพระเนตรกจิ การสวนพฤกษชาตขิ องตา งประเทศ และพบวาสวนพฤกษชาติเปนสถานที่ที่ใหความรูความเพลิดเพลิน และเปนที่พักผอนหยอนใจของประชาชน จึงมี พระราชดาํ รใิ หจ ดั สรา งขน้ึ ในประเทศไทยบา ง ทรงมพี ระราชดาํ รใิ หส รา งพระราชอทุ ยานขน้ึ ในสยาม และบรเิ วณทร่ี าบ ดานตะวันออกของพระราชวังดุสิตซ่ึงเปนท่ีเหมาะสมท่ีพระองคทรงโปรดปราน ในตอนนั้น พระราชอุทยานแหงนี้ ใชเปนที่เสด็จประพาส เพ่ือทรงเปลี่ยนพระราชอิริยาบถแตเพียงอยางเดียว ยังไมมีการนําสัตวชนิดใดมาเลี้ยงไว

àÍ¡ÊÒâҋ ÇÃѰÊÀÒ ๔๒ ครน้ั ตอ มา เมอ่ื พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั เสดจ็ สวรรคต พระราชอทุ ยานสวนดสุ ติ แหง น้ี ถกู ปลอ ยทง้ิ รกรา ง เปนพ้ืนทป่ี ายอ ม ๆ มาเปนเวลาหลายสบิ ป ตอมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกลาเจาอยูหัว รัชกาลที่ ๗ ทรงมีพระราชดําริท่ีจะทํานุบํารุง สวนแหงนี้ใหกวางขวาง และดีกวาท่ีเปนอยู และเปดใหประชาชนมาเท่ียวพักผอนหยอนใจดวย และภายหลังจาก การเปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ แลว คณะรฐั บาลจอมพล ป. พิบลู สงคราม จงึ ไดกราบบังคมทูลขอ พระราชทานใหดาํ เนนิ การจัดทาํ เปน สวนสาธารณะ และเปน ทพี่ กั ผอ นหยอนใจของประชาชน ในเวลานั้นพระองคเ จา ทพิ อาภา เปน ผสู าํ เรจ็ ราชการแทนพระองค ไดพ ระราชทานอนมุ ตั ใิ นนามของ พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยหู วั อานนั ทมหดิ ล รัชกาลท่ี ๘ ใหเทศบาลนครกรุงเทพนําบริเวณสวนดุสิต หรือ เขาดินวนา สนามเสือปา และสวนอัมพร มาจดั เปน สวนสาธารณะได จากน้ัน ทางเทศบาลนครกรุงเทพ ไดจัดการยายกวางดาว และสัตวชนิดตางๆ มาจากสวนอัมพร และยายสัตวบางชนิด เชน จระเข ลิง จากสวนสราญรมย มาไวที่เขาดินวนา และไดขอใหทางสํานักพระราชวัง สงชางหลวงมาใหประชาชนไดชมในวันอาทิตย และเมื่อปรับปรุงสิ่งกอสรางตาง ๆ เรียบรอยแลวทางเทศบาล นครกรงุ เทพจงึ เปด สวนดุสติ ใหป ระชาชนเทยี่ วชม และพักผอ นหยอนใจไดเ มอ่ื วนั ที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ และ ใหเ รยี กสวนดสุ ติ นว้ี า สวนสตั วด สุ ติ ซง่ึ ถอื ไดว า เปน สวนสตั วแ หง แรกในประเทศไทย ในขน้ั แรก ไดม กี ารโยกยา ยกวางดาว ทร่ี ชั กาลท่ี ๕ ทรงนาํ มาจากชวาและเล้ยี งไวท บี่ ริเวณสวนอมั พร เขา มาเลย้ี งไวท ่ีสวนสัตวแ หงน้ีเปนชุดแรก รวมท้ัง ในเวลาตอ มา ไดม ีการนําสตั วป าหายากชนดิ ตา ง ๆ เขา มาเล้ียงเพิม่ เตมิ เปนระยะ ๆ

ÀҾࡋÒàÅ‹ÒàÃÍ่× § ๔๓ เขาดินวนา หรือ สวนสัตวดุสิต จึงถือไดวาเปนสถานท่ีเกาแกอีกแหงหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ท่ียากแก การลืมเลือน เปนสถานท่ีท่ีนาจดจําและประทับใจตราบจนกระทั่งถึงทุกวันน้ี หากมีเวลาวางก็สามารถไปทองเที่ยว รว มบนั ทกึ เปน ความทรงจาํ ได ซ่งึ ยังคงเปดใหบ ริการอยทู กุ วันตั้งแตเวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ นาิกา ท่มี า สวนสตั วดสุ ติ . ประวัตคิ วามเปนมา. สบื คน เมื่อวนั ท่ี ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๑ จาก http://www.dusit.zoothailand.org/ ewt_news.php?nid=๔ เรื่องนา ร.ู อดีตเงาเขาดนิ จากวนั วานถงึ วนั น้.ี สืบคนเมอ่ื วนั ที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๑ จาก https://www.dek-d.com/ lifestyle/๑๖๑๒๗/ สงั คมทวั่ ไป. วางแผนสรา งสวนสัตวเ ขาดินแหงใหมใ หญกวา เดมิ ๓ เทา . สืบคน เมือ่ วนั ท่ี ๑๕ มนี าคม ๒๕๖๑ จาก https://www.posttoday.com/social/general/๕๒๙๙๙๕

àÍ¡ÊÒâ‹ÒÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๔๔ รูเรื่องนา Big Data สาํ คญั อยา งไร ã¹ปจจุบัน รัฐบาลกําลังผลักดัน “ฐานขอมูล Variety คือ ขอมูลมคี วามหลากหลาย ท้ังตวั เลข ภาครฐั ” ใหเ กดิ เปน รปู ธรรมใหไ ด หรอื ทเ่ี รยี กวา Data Center ขอความ อเี มล รปู ภาพ เสียง วิดิโอ ฯลฯ สําหรับทุกภาคสวน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อท่ีจะ Veracity คือ คณุ ภาพขอ มูลท่ตี อ งมีความถกู ตอง สามารถนําขอ มูลไปวเิ คราะห ใชป ระโยชนได ในรูปแบบ เชื่อถือได หากขอมูลไรคณุ ภาพกจ็ ะสง ผลตอการวเิ คราะห ของ “Big Data” ซึ่งในยคุ ท่โี ลกถกู ขับเคล่ือนดว ยขอมลู ตอไป ผคู นตอ งอาศยั ขอ มลู ในการตดั สนิ ใจตา ง ๆ กระบวนการคดิ Value คอื ความคมุ คา ของการนาํ ขอ มลู ทม่ี ปี ระโยชน ของคนทั่วไปหรือแมแตองคกรตาง ๆ ในทุกวันน้ี ไปใช สว นใหญอ ยบู นฐานของการรวบรวมขอ มลู ประมวลผลเพอ่ื ท่ีผานมา ไดเกิดการบูรณาการแนวคิดของภาครัฐ ประกอบการตัดสินใจ การใช Big data จึงกลายเปน และภาคเอกชน ในการท่ีจะกําหนดนโยบาย สําหรับ เคร่ืองมือพ้ืนฐานในระดับยุทธศาสตรชาติและกลยุทธ การพฒั นาอตุ สาหกรรม โดยเฉพาะ “ฐานขอ มลู ขนาดใหญ” องคกรที่สําคัญย่ิงในการแขงขันและการเติบโตในธุรกิจ (Big Data) ที่สาํ คัญมาก ตอ การยกระดบั อตุ สาหกรรม เนื่องจากการสรางขีดความสามารถของการแขงขันและ ของไทย เพื่อจะรองรับการเขาสู “อุตสาหกรรม ๔.๐” การสาํ รวจหาศกั ยภาพใหมข องธรุ กจิ ในชว งเวลาตอ จากนไ้ี ป ตามนโยบาย “ไทยแลนด ๔.๐” เพราะจะเปนเทคโนโลยี ที่อยูทามกลางการผลิตขอมูลจากผูบริโภคในปริมาณ ท่ีเอื้อตอการสรางเครือขาย ที่ทําใหท้ังหนวยงานภาครัฐ มหาศาลตลอดเวลาในทุกวนิ าที จงึ ทาํ ใหองคก รสว นใหญ และภาคเอกชน สามารถจะเขาถึงขอมูลที่มีคุณภาพ ทต่ี อ งการเปน องคกรชั้นนาํ จําเปนตอ งมคี วามเชย่ี วชาญ ทันสมัย และสามารถนํามาใชประโยชนในการพัฒนา ในดานการกําหนดกลยุทธการขับเคล่ือนขอมูลขนาดใหญ อตุ สาหกรรมได อยา งเปน รปู ธรรมทง้ั ระบบ ทง้ั น้ี รฐั บาล อยางหลกี เลีย่ งไมได ไดใ ชง บประมาณ ๓๐ ลา นบาท สาํ หรบั การพฒั นาระบบ Big Data คอื ปรมิ าณขอ มลู จาํ นวนมหาศาลทม่ี อี ยู “Big Data” ใน ๓ ดา น อนั ไดแ ก ๑. การสรา งทมี บคุ คลากร ในองคกรทุกรูปแบบ ไมวาแหลงท่ีมาจะมาจากภายใน ดวยการเรงผลิต “นักวิเคราะหขอมูล” โดยในระยะสั้น หรือภายนอกก็ตาม โดยแบงออกเปนขอมลู ทม่ี โี ครงสราง จาํ เปน ตอ งจัดหาผเู ชย่ี วชาญภายนอก มาเปนหัวหนา ทมี ชดั เจน และขอ มลู ทม่ี โี ครงสรา งไมช ดั เจน โดยมอี งคป ระกอบ ๒. การบริหารจัดการขอมูลในกรณีที่มีขอมูลอยูแลว ดังน้ี ในแตละหนวยงาน โดยจะทําบันทึกความเขาใจรวมกัน Volume คอื ขอ มลู ปรมิ าณมากเกนิ กวา ทฐ่ี านขอ มลู ในการนําขอมูลเอามาใช พรอมจัดทําขอมูลใหม ๆ แบบเดมิ จะจัดเกบ็ ได ๓. การพจิ ารณาระบบซอฟตแ วร สาํ หรบั ใชใ นการบริหาร Velocity คือ ขอ มลู เปลี่ยนแปลงอยางรวดเรว็ เชน จัดการขอมูล ใหมีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น ดวย Social Media, Sales Data, หนุ ฯลฯ การสรา งแบบจาํ ลอง “Data Model” ใหเ หมาะสมกบั ประเภท

àÃ×่ͧ¹‹ÒÌ٠๔๕ ขอ มูล และสามารถปรบั เปล่ียนไดตามสถานการณโ ลก โดย Big Data จะชวยคาดการณและวิเคราะหขอมูล จากการที่ Big Data มบี ทบาทสําคญั มาก กระทรวง ดา นตา ง ๆ ไดแ มน ยาํ ซง่ึ จะทาํ ใหป ระชาชนไดร บั การบรกิ ารตา ง ๆ ทด่ี ขี น้ึ อกี ทง้ั จะทาํ ใหเ กดิ ความรว มมอื จากภาคเอกชนมากขน้ึ ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงตั้งคณะทํางานเฉพาะกิจ จากการนําขอมูลไปใช และไดร บั ขอ มูลใหม ๆ ตลอดจน เพอ่ื การศกึ ษาแนวทางการพฒั นาระบบ Big Data ของภาครฐั เปนการสรางทักษะและผูเช่ียวชาญดานขอมูลมากขึ้นดวย โดยมีอํานาจหนาที่ กําหนดกรอบแนวทางการจัดทํา นอกจากนั้น ยังสามารถใชประโยชนในการแกไขปญหา แผนแมบ ทการพฒั นา Big Data ของภาครฐั ใหเ ปน ไปตาม ความยากจนของประชาชนในประเทศไดอีกทางหนึ่ง วัตถุประสงคและกรอบระยะเวลาที่กําหนด รวมท้ัง จัดทํา ซ่ึงที่ผานมาปญหาสําคัญขอหนึ่ง คือ ขอมูลความยากจน แผนแมบ ทใหส อดคลอ งกบั กรอบแนวทางดงั กลา ว ตลอดจน ของคนในประเทศเปนขอมูลที่ไมสอดคลองกัน ไมสามารถ ออกแบบและพัฒนาระบบนํารองท่ีสามารถนําไปใชไดจริง ระบุขอมูลผูที่มีรายไดนอยไดอยางถูกตอง ใชงบประมาณ เพ่ือการขับเคลื่อนอยางเปนรูปธรรม โดยเนนใชประโยชน ซํ้าซอนในการจัดสรรสวัสดิการ ทําใหขาดขอมูลสนับสนุน ขอ มลู เพอ่ื พฒั นาประเทศในทกุ มติ ิ ทง้ั บรหิ ารจดั การตรวจสอบ ใ น ก า ร กํ า ห น ด น โ ย บ า ย ช ว ย เ ห ลื อ ป ร ะ ช า ช น อ ย า ง มี การใชงบประมาณและรายไดตาง ๆ ของภาครัฐใหมี ประสิทธภิ าพ ประสิทธิภาพ ยกระดับการใหบริการของภาครัฐ เกิด ความรว มมอื จากภาคเอกชนมากขน้ึ และใหป ระชาชนมคี ณุ ภาพ ดังน้ัน ประโยชนของ Big Data ทจ่ี ะไดร บั อาจจะ ชวี ิตท่ีดีข้ึนทกุ ดาน ซึ่งในปท ีผ่ านมา ถือวาเปน ปท มี่ โี ครงการ ประเมินคาทางเศรษฐกิจเปนตัวเลขไมได แตจะกอใหเกิด ของภาครัฐใหญ ๆ ที่ดําเนินการเปนรูปธรรมหลายเร่ือง การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ทําใหผูประกอบการมี อยางเชน โครงการ National e-payment ที่ประชาชนไดมี ความสามารถในการแขง ขนั และมนี วตั กรรมใหม ๆ เพอ่ื ใหท นั ตอ แนวทางใหมใ นการจา ยเงนิ โดยใช QR Code ทาํ ใหล ดคา ใชจ า ย การแขงขันในอนาคต ซ่ึงลําดับถัดไปจึงจําเปนตองผลักดัน ในการโอนเงิน และโครงการเน็ตประชารัฐท่ีไดวาง ใหม แี ผนการบรู ณาการการทาํ งานดา นระบบจดั เกบ็ ขอ มลู ใหม เครอื ขายอนิ เทอรเ นต็ ความเร็วสูงไปกวา ๒๔,๐๐๐ หมบู าน เพ่ือใหเกิดประโยชนตอการทํางานของภาครัฐสูงสุด ท่ัวประเทศ ชว ยลดความเหลอื่ มล้ําทําใหประชาชนในพื้นที่ สอดคลอ งกบั การพฒั นาประเทศดวยเทคโนโลยดี ิจทิ ลั ซง่ึ มี หางไกลเขาถงึ ขอ มลู ขา วสารไดโ ดยไมเ สียคาใชจา ย หลกั ในการทาํ งาน คอื สง เสรมิ การมสี ว นรว มจากทกุ ภาคสว น พ ร อ ม ป รั บ ป รุ ง ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ก า ร ทํ า ง า น ข อ ง ภ า ค รั ฐ ทั้งน้ี กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมไดมี สนับสนุนนโยบายการทํางานในเชิงรุก สงเสริมการให เปาหมายในการพัฒนาระบบ Big Data โดยจะทําใหการใช บริการประชาชน และตอบสนองไดตรงตามความตอ งการ งบประมาณและเงนิ รายไดต า ง ๆ ของภาครฐั มีประสิทธิภาพ ของประชาชนตอ ไป มากข้ึน สามารถตรวจสอบขอมูลการใชงบประมาณได ทมี่ า รฐั บาลไทย. Big Data. สบื คนเม่ือวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๑ จาก http://www.thaigov.go.th สํานกั งานรฐั บาลอเิ ล็กทรอนกิ ส. ปแหง ขอมูลภาครัฐ. สืบคนเมือ่ วันที่ ๘ มนี าคม ๒๕๖๑ จาก https://www.ega.or.th/th/content/890/12300/ Good Factory. Big Data คอื อะไร. สบื คน เม่อื วนั ที่ ๙ มีนาคม ๒๕๖๑ จาก https://blog.goodfactory.co/big-data Kongwiz’s Blog. Big Data. สืบคน เมอ่ื วนั ที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๑ จาก https://kongwiz.com/2017/06/big-data/ สาํ นกั ขา วอศิ รา. รัฐทมุ ๓๐ ลา น พฒั นาระบบ Big Data. สืบคน เมอื่ วนั ที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๑ จาก https://www.isranews.org/thaireform PeerPower. Big Data สําคญั สาํ หรบั ธุรกิจยุค ๔.๐ อยางไร. สืบคนเม่อื วันท่ี ๑๒ มนี าคม ๒๕๖๑ จาก https://www.peerpower.co.th/blog/sme/big-data-for-sme/ กลยุทธ Big Data ทางรอดขององคก ร. สบื คน เมื่อวนั ที่ ๑๒ มนี าคม ๒๕๖๑ จาก https://www.it24hrs.com

àÍ¡ÊÒâҋ ÇÃ°Ñ ÊÀÒ ๔๖

ขา วประชาสมั พันธ สาํ นกั งานเลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook