เอกสารขา วรัฐสภา ๕๐ คณะกรรมาธกิ ารศกึ ษา การจดั ทาํ และตดิ ตามการบรหิ ารงบประมาณ วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ นายไชยา พรหมา ประธาน คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทําและติดตามการบริหาร งบประมาณ รับหนังสือจากนายประเดิมชัย บุญชวยเหลือ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย จากกรณีทไ่ี ดร บั การรองเรียนจากขาราชการกรงุ เทพมหานคร (กทม.) ถึงการดําเนินการของสํานักส่งิ แวดลอม กทม. ท่ขี อ อนมุ ตั ิโครงการในการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสํารองจา ย ทั่วไป ป ๒๕๖๑ ซ่ึงรายการดังกลาวน้ันมีวัตถุประสงคใชสําหรับกรณีฉุกเฉิน หรือจําเปน สําหรับแกไขปญหา ความเดอื ดรอ นของประชาชนในกรณจี าํ เปน เรง ดว น แตส าํ นกั สง่ิ แวดลอ ม กทม. กลบั ดาํ เนนิ การจดั ทาํ เรอ่ื งเพอ่ื ขอ จดั สรรจากงบกลางดงั กลา ว เพอ่ื ดาํ เนนิ การจา งเหมาเอกชนกาํ จดั มลู ฝอย โดยระบบเตาเผา วงเงนิ กวา ๖,๖๐๐ ลา นบาท ซง่ึ เปน อาํ นาจการสง่ั จา ยของผวู า ราชการกรงุ เทพมหานครมาดาํ เนนิ การ นอกจากน้ี ผทู ม่ี สี ว นรบั ผดิ ชอบ มพี ฤตกิ รรม เรง รบี ดาํ เนนิ การ ทง้ั ทเ่ี ปน โครงการทใ่ี ชจ า ยงบประมาณทส่ี งู มาก และมลี กั ษณะผกู พนั งบประมาณ ซง่ึ ตามขน้ั ตอนปกติ จะตอ งเสนอของบประมาณผา นงบประมาณรายจา ยประจาํ ปต ามขน้ั ตอนใหห นว ยงานพจิ ารณาอยา งรอบคอบกอ น เสนอไปยังสภาผูแทนราษฎร ซึ่งท่ีผานมา กทม.ยังไมเคยมีธรรมเนียมปฏิบัติในแบบดังกลาวมากอน อีกทั้ง เมอ่ื เปรยี บเทยี บงบประมาณในการดาํ เนนิ โครงการลกั ษณะเดยี วกนั กบั ตา งจงั หวดั พบวา กทม. ใชง บประมาณสงู กวา คอ นขา งมาก ดงั นน้ั หากไมพ จิ ารณาอยา งรอบคอบ อาจทาํ ให กทม.และประเทศชาตเิ สยี หายได นายไชยา กลา ววา จากการตรวจสอบเบอ้ื งตน พบวา เรอ่ื งดงั กลา วมคี วามผดิ ปกตจิ รงิ และตนจะนาํ เรอ่ื งดงั กลา วเขา สกู ารพจิ ารณาของ ที่ประชุมตอไป คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสทิ ธมิ นุษยชน วันท่ี ๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ นายปยบุตร แสงกนกกลุ ประธานคณะกรรมาธกิ ารการกฎหมาย การยตุ ธิ รรมและสทิ ธมิ นษุ ยชน รบั หนงั สือจาก นายสิรวชิ ญ เสรธี วิ ฒั น ผูไดร ับความเสียหาย จากเหตุการณท ีถ่ ูกทํารา ยรา งกาย โดยขอใหค ณะกรรมาธิการ ดําเนินการศึกษาและตรวจสอบขอเท็จจริงเกี่ยวกับกรณี การขมขู ประทุษรายและสรางความเสียหายแกทรัพยสินของ นกั กจิ กรรมทางการเมอื ง นายสิรวิชญ กลาววา ที่ผานมาตนไดติดตามความคืบหนาการติดตามตัวผูกอเหตุทํารายรางกายตน มาดําเนินคดีตามกฎหมายมาโดยตลอด โดยพบวา จนถึงปจจุบันผานมาเปนเวลา ๓ เดือนแลว แตหนวยงาน ทเี่ กี่ยวของก็ยงั ไมมคี วามคบื หนา จงึ ไมส ามารถจบั กุมตัวผกู อ เหตุมาลงโทษตามกฎหมายได โอกาสน้ี ตนจึงขอ ความเปนธรรมจากคณะกรรมาธิการชุดน้ใี ชอํานาจหนาท่ที ่มี ีในการเรงรัดการทํางานกับหนวยงานท่เี ก่ยี วของตอไป เพือ่ นาํ ไปสูก ารสรางนโยบายเยียวยาผูท ไ่ี ดรับผลกระทบและปฏิรูปกระบวนการยตุ ิธรรม ดา น นายปยบุตร กลา ววา จะนําเรอื่ งดงั กลา วไปดาํ เนนิ การตอ ตามอํานาจหนาที่ พรอมเชญิ หนวยงาน ท่ีเกี่ยวของมาช้ีแจงในในรายละเอียดเพ่ิมเติม พรอมหวังวากรณีน้ีจะเปนกรณีสุดทายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ท่ีมคี วามเห็นตา งทางการเมอื ง
แวดวงกรรมาธกิ าร ๕๑ คณะกรรมาธิการการปอ งกันและปราบปรามการทจุ รติ และประพฤติมชิ อบ วันท่ี ๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ พลตํารวจเอก เสรพี ศิ ทุ ธ เตมยี เวส ประธานคณะกรรมาธกิ ารการปอ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ รบั หนงั สอื จาก นายรพี ชาํ นาญเรอื ตวั แทนชาวบา น ตาํ บลดอนแสลบ อาํ เภอหว ยกระเจา จงั หวดั กาญจนบรุ ี เพอ่ื ขอใหต รวจสอบ การปฏิบัติหนาที่ของนายกองคการบริหารสวนตําบล ดอนแสลบ หลังมีพฤติกรรมสอทุจริตโครงการกอสราง ภายในตาํ บล ดอนแสลบ หลายโครงการ โดยใหค นใกลช ดิ มาเปน ผรู บั เหมาโครงการกอ สรา งของ อบต.ดอนแสลบแทบทกุ โครงการ ทง้ั ทบ่ี คุ คลเหลา นน้ั ไมไ ดป ระกอบอาชพี รบั เหมากอ สรา งแตอยา งใด ขณะเดียวกันพบวา การกอ สรา งแตละโครงการก็ไมไดมาตรฐาน ไมเ ปนไปตามแบบ ท่กี ําหนด อาทิ โครงการกอสรางถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงการปรับปรุงถนนลูกรังเกล่ยี เรียบ และโครงการ ติดต้งั ไฟสองสวางตามหมบู าน ดังน้นั จึงขอใหคณะกรรมาธิการตรวจสอบ เร่อื งดังกลาวดวย หากพบมีการทุจริต ขอใหดําเนนิ การตามกฎหมาย หรอื กระทําการยบั ยั้งการทจุ ริตดวย ดาน พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ กลาววา จะเรงดําเนินการตรวจสอบกรณีดังกลาวตามอํานาจหนาท่ี และขนั้ ตอนของกฎหมายตอ ไป คณะกรรมาธกิ ารวสิ ามัญพจิ ารณาศกึ ษาแนวทางการควบคุมการใชสารเคมีในภาคเกษตรกรรม วนั ท่ี ๒ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ จดุ แถลงขา ว ชน้ั ๑ อาคารรัฐภา เกยี กกาย นายชวลิต ชยสทุ ธิ์ ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการ ควบคุมการใชสารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผูแทน ราษฎร แถลงผลการประชมุ วาคณะกรรมาธิการมีจดุ ยนื ท่ีชัดเจนท่ีจะปกปองพิษภัยจากสารเคมี โดยในวันท่ี ๔ - ๕ ตุลาคม ๒๕๖๒ ทางคณะ จะเดินทางไป อ.เชยี งของ จ.เชียงราย เพื่อศึกษาดูงานพชื ผลทางการ เกษตรทน่ี าํ เขา มาจากประเทศจนี วา มสี ารเคมปี นเปอ นหรอื ไม และจะไปใหก าํ ลงั ใจแกเ กษตรกรทไ่ี ดร บั ผลกระทบจาก ใชส ารเคมใี นภาคการเกษตร ในการน้ี นางพรรณสริ ิ กุลนาถศริ ิ ทป่ี รึกษาคณะกรรมาธิการรว มแถลงวา ในการ ขบั เคลอ่ื นดา นสารเคมภี าคการเกษตร คณะกรรมาธกิ ารตระหนกั ถงึ ปญ หาเกย่ี วกบั เศรษฐกจิ รายไดค วามเปน อยขู อง เกษตรกร โดยจะศกึ ษาสขุ ภาพ สขุ ภาวะ ทม่ี คี วามเสย่ี งสงู และศกึ ษากลไกเชงิ กฎหมาย จากขอ มลู การวจิ ยั พรอ มทง้ั ผลักดันใหมีดานตรวจสินคาสารปนเปอนกอนท่ีจะไปถึงผูบริโภค และจะทําการดูแลชวยเหลืออยางท่ัวถึงเพ่ือให เกษตรกรมคี วามมัน่ ใจท่จี ะชวยสนบั สนุนการทํางานของคณะกรรมาธกิ ารตอ ไป
เอกสารขา วรัฐสภา ๕๒ คณะกรรมาธิการการกระจายอํานาจ การปกครองทองถ่นิ และการบรหิ ารราชการรูปแบบพิเศษ วนั ท่ี ๒ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ จดุ แถลงขาว ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา เกยี กกาย นายซูการโ น มะทา ประธานคณะกรรมาธกิ ารการกระจายอาํ นาจการปกครอง ทองถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษพรอมดวย นายสมชาย ฝงชลจิตร โฆษกคณะกรรมาธิการ แถลงขา วรว มกนั วา คณะกรรมาธกิ ารทาํ หนา ทช่ี ว ยเหลอื แกปญหาเกี่ยวกับการทํางานขององคกรปกครอง สวนทองถิ่นท่ัวประเทศ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ จะตองดําเนินการตามภารกิจ โดยเฉพาะครูผูดูแลเด็ก ทไ่ี ดร บั ผลกระทบทง้ั ๑๒ จงั หวดั จาํ นวน ๙๘ คน โดยใหก ลบั เขา มาทาํ งานในตาํ แหนง เดมิ ยกเวน ครทู ม่ี คี ณุ สมบตั ิ ไมต รงกบั ตาํ แหนง ในปจ จบุ นั ใหไ ปดาํ เนนิ การภายใน ๔ ป ใหเ รยี บรอ ย นอกจากน้ี ยงั มตี าํ แหนง ผบู รหิ ารในองคก ร ปกครองสวนทองถิ่น ท่ีไดรับผลกระทบตามคําส่ังหัวหนาคณะรักษา ความสงบแหงชาติมาตรา ๔๔ โดยเชิญ เจา หนาท่ีที่เกีย่ วขอ งมาช้แี จงใหค วามเปนธรรมกับผูบรหิ ารท้งั หมด คณะกรรมาธกิ ารการทีด่ ิน ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอม วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ จดุ แถลงขา ว ชั้น ๑ อาคารรฐั ภา เกยี กกาย นายพิธา ลมิ้ เจริญรตั น ประธานคณะกรรมาธกิ ารการท่ดี ิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ ม รบั ยน่ื หนงั สอื จาก นายชวน เกดิ ทองดี ตัวแทนชาวบาน เพื่อขอใหตรวจสอบกระบวนการ อนุญาตกอสรางคลังกาซและทาเทียบเรือไมเกิน ๕๐๐ ตันกรอส และตรวจสอบกระบวนการจัดทํารายงาน การวิเคราะหผลกระทบส่งิ แวดลอม (EIA) กรณีขอขยาย ทาเทียบเรือของบริษัท เอ็นเอสแกส แอลพีจี จํากัด ต.แหลมใหญ อ. เมือง จ.สมุทรสงคราม จากน้นั นายพิธา รบั ย่นื หนงั สอื จาก นายสวุ ิทย แสนยากลุ นายก อบต. เข็กนอ ย อ.เขาคอ จ.เพชรบรู ณ เพอ่ื ขอใหพิจารณาแกไขปญหาทด่ี นิ ทํากนิ และท่อี ยอู าศยั ทถ่ี กู ประกาศเปนพน้ื ท่ี ทบั ปา สงวน ทอ่ี ทุ ยาน ทน่ี คิ มชาวเขา และทร่ี าชพสั ดุ กลายเปน ปญ หาพพิ าทกนั ระหวา งชาวบา นและหนว ยงานรฐั ในระดับพ้ืนที่สงผลใหชาวบานเดือดรอน เนื่องมาจากการเขมงวดบังคับใชกฎระเบียบและกฎหมายท่ีเก่ียวของ ภายหลังรบั หนงั สอื นายพธิ า กลา ววา จะนําเรื่องดังกลาวเขาสูคณะกรรมาธกิ ารเพื่อพิจารณาตอไป
แวดวงกรรมาธกิ าร ๕๓ คณะกรรมาธกิ ารกจิ การเดก็ เยาวชน สตรี ผูสูงอายุ ผูพ กิ าร กลมุ ชาตพิ นั ธุ และผมู ีความหลากหลายทางเพศ วนั ท่ี ๒ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ จดุ แถลงขา ว ชัน้ ๑ อาคารรัฐสภา เกียกกาย นางสาวพัชรินทร ซําศิริพงษ โฆษกคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผูสูงอายุ ผูพิการ กลุมชาติพันธุ และผูมีความหลากหลายทางเพศ สภาผูแทนราษฎร แถลงสรุปผลการเดินทางไปศึกษาดูงาน ระหวางวนั ท่ี ๒๕ - ๒๖ กนั ยายน ๒๕๖๒ ณ จงั หวดั ตาก โดยมีประเด็นท่ีสําคัญ ดังน้ี ๑. ปญหาการไมมีไฟฟาใช ท้ังในพ้ืนท่ีสาธารณสุขโรงเรียนและหมูบานในหมูบาน แมกลองนอย แมกลองใหญ อําเภออุมผาง จังหวัดตาก ๒. ปญ หาทด่ี นิ ทาํ กนิ และทอ่ี ยอู าศยั ๓. ปญ หาการเดนิ ทาง ทีไ่ มส ามารถสรา งถนนเขา หมูบา นได ๔. สัญญาณโทรศัพท (การติดตอสื่อสาร) ไมสามารถติดต้ังเสาสัญญาณครอบคลุม ทุกพ้ืนท่ีได เน่ืองจากอยูในพ้ืนท่ีอนุรักษทําใหขาดโอกาส ในการตดิ ตอ สอ่ื สารภายนอก จากนน้ั นายณฐั พล สบื ศกั ดว์ิ งศ ท่ีปรึกษาคณะกรรมาธิการ รับหนังสือจาก นายศักดิ์ดา แสนมี่ เลขาธิการสภาชนเผาพ้ืนเมืองแหงประเทศไทย เพ่ือขอเสนอใหต้ังคณะอนุกรรมาธิการ ดานชาติพันธุ และชนเผา พน้ื เมอื ง เพอ่ื เปน กลไกสนบั สนนุ การดาํ เนนิ งานของกรรมาธกิ าร ทม่ี หี นา ทแ่ี ละอาํ นาจกระทาํ กจิ กรรม พิจารณาสอบหาขอเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใดๆ ที่เก่ียวกับกลุมชาติพันธุและ ชนเผาพ้ืนเมืองในประเทศไทย รวมทง้ั ผลกระทบอนั เนอ่ื งมาจากนโยบายรฐั กฎหมาย หรอื กจิ การใด ๆ ทส่ี ง ผลถงึ กลมุ ชาตพิ นั ธแุ ละชนเผา พน้ื เมอื ง ในประเทศไทย คณะกรรมาธกิ ารการสอื่ สารโทรคมนาคมและดจิ ทิ ัลเพอื่ เศรษฐกจิ และสังคม วนั ที่ ๗ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ จดุ แถลงขา ว ชน้ั ๑ อาคารรัฐสภา เกียกกาย นางสาวภาดาท วรกานนท และ นายสมเกยี รติ ถนอมสินธุ โฆษกคณะกรรมาธิการการสอ่ื สาร โทรคมนาคมและดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม แถลงขาว ผลการเดินทางไปศึกษาดงู านโครงการ Smart City ณ จงั หวัด ภูเกต็ จากการศกึ ษาดูงานพบวา จงั หวดั ภูเกต็ เปนจงั หวดั ทมี่ ี ความสําคัญในดานการทองเที่ยวเปนอยางมาก และมีความ รวมมือระหวางภาครัฐกับภาคเอกชนอยางเขมแข็ง รวมท้ัง ใหความสําคัญกับความปลอดภัยของนักทองเท่ยี วเปนอยางดี จึงมีมาตรการที่ภาครัฐและภาคเอกชนรวมกันกําหนดแนวทางเพื่อพัฒนาการทองเท่ียวของจังหวัดภูเก็ต ใหมี มาตรฐานสรางความเช่ือม่ันใหกับนักทองเที่ยวโดยการนําเทคโนโลยีสมัยใหมเขามาบูรณาการใหเกิดประโยชน ในการอํานวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยใหกับนักทองเที่ยวซึ่งนับวา จังหวัดภูเก็ต เปนจังหวัดท่ีมี ศักยภาพสูงในการพัฒนาเพอ่ื เปนเมอื งตน แบบของเมอื งอจั ฉริยะ หรือ Smart City ตอไป
เอกสารขา วรัฐสภา ๕๔ คณะกรรมาธกิ ารการปกครอง วนั ท่ี ๘ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ จุดแถลงขา ว ชน้ั ๑ อาคารรัฐสภา เกียกกาย นายไพจิต ศรีวรขาน ประธาน คณะกรรมาธกิ ารการปกครอง รบั ยน่ื หนงั สอื จาก นายนนั ทน ภสั ไพศาล ตัวแทนผูถูกพิพากษาคดีทุจริตสอบเขาหลักสูตร นายอาํ เภอ ปง บประมาณ ๒๕๕๒ เพื่อขอใหเรง รดั ติดตาม ผลการปฏิบัติงานและดําเนินการตามคําพิพากษาของศาล ปกครองสูงสุด ในการคืนสิทธิการบรรจุแตงตง้ั เปน นายอาํ เภอ และการเยียวยาแกไขปญหาความเดือดรอนที่เกิดขึ้น จากกรณีที่ศาลปกครองสูงสุด มีคําส่ังใหยกเลิกคําสั่งปลดออกจากราชการ และคืนสิทธิประโยชนที่พึงไดรับ ตามกฎหมายและระเบยี บทเ่ี กย่ี วขอ ง นายไพจติ กลา ววา ทางคณะกรรมาธกิ ารฯ จะประสานไปยงั กรมการปกครอง เพอ่ื ใหผ เู สยี หายไดม โี อกาสเขา รบั ราชการตามสทิ ธข์ิ องศาลปกครอง ทางคณะกรรมาธกิ ารฯจะเรง ใหค วามชว ยเหลอื ประชาชนท่ไี ดร บั ความเดอื ดรอนตอ ไป คณะกรรมาธิการวิสามัญพจิ ารณาศกึ ษาปญหาราคาพชื ผลทางการเกษตรตกตํ่า วนั ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ จดุ แถลงขาว ชน้ั ๑ อาคารรัฐสภา เกียกกาย นายวีระกร คําประกอบ ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปญหาราคาพืชผล ทางการเกษตรตกต่ํา รับยื่นหนังสือจาก นายมนตรี เลาหศักดิ์ประสิทธิ์ เพ่ือขอความชวยเหลือผลักดันการแกไข ปญ หาราคาออ ยฤดกู าลผลติ ป ๒๕๖๒/๒๕๖๓ ตกตาํ่ อกี ทง้ั เปนการบรรเทาความเดือดรอนชาวไรออยท่ีไดรับผลกระทบ ในฤดกู ารผลติ น้ี ทง้ั น้ี นายวรี ะกร กลา วภายหลงั รบั หนงั สอื วา จะดําเนินการชวยเหลือผลักดัน ใหเกษตรกรชาวไรออย มคี ณุ ภาพชวี ิตทด่ี ขี ้ึน คณะกรรมาธกิ ารการกฎหมายการยตุ ิธรรมและสทิ ธมิ นุษยชน วันท่ี ๙ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ จุดแถลงขาว ชัน้ ๑ อาคารรฐั สภา เกยี กกาย นางสาวพรรณกิ าร วานชิ รองประธาน คณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน รับยื่นหนังสือจาก นายสิรวิทย ชวงแสน กรณีนายเอกชัย หงสก ังวาน และนายอนุรกั ษ เจนตวนชิ ย ถูกทํารายรา งกาย จากการแสดงออกและตอสูดานการเมือง และประชาธิปไตย ซึ่งการรวมกลุมและแสดงออกดังกลาวเปนไปอยางถูกตอง ตามหลักประชาธิปไตยและกฎหมายมาโดยตลอด ท้ังน้ี นางสาวพรรณกิ าร กลา ววา จะรบั เร่อื งดงั กลาวไปพจิ ารณา ในคณะกรรมาธกิ ารฯ และจะเชิญผทู ่ีเกี่ยวของมาช้ีแจงตอไป
กฎหมายควรรู ๕๕ กฎหมายควรรู พระราชบญั ญัตแิ กไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ การกระทําความผิดทางเพศเปนปญหาสังคมท่ีมีผลกระทบตอช่ือเสียง รางกายและจิตใจของผูเสียหาย ปจจุบันการกระทําความผิดทางเพศมีรูปแบบรุนแรงทําใหผูถูกกระทําไดรับอันตรายสาหัสถึงข้ันเสียชีวิต รวมท้ังผูถูก กระทําเปนทั้งเด็ก และผูสูงอายุ จะเห็นไดจากการเผยแพรขาวสารผานส่ือตาง ๆ คอลัมนกฎหมายควรรูจึงขอนํา พระราชบญั ญตั แิ กไ ขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ซ่งึ มีการแกไ ขบทบญั ญัติความผดิ เกย่ี วกบั เพศ เผยแพรส ูประชาชนเพอ่ื เปนการปอ งปราบมใิ หผ ทู คี่ ดิ จะกระทําความผดิ กอ เหตุขึน้ โดยพระราชบัญญตั ิ ฉบับน้ีไดปรับปรุงบทนิยามคําวา “กระทําชําเรา” ในบทบัญญัติความผิดเก่ียวกับเพศ รวมทั้งบทบัญญัติความผิด เกย่ี วกบั ศพในประมวลกฎหมายอาญาใหช ดั เจนและสอดคลอ งกบั ลกั ษณะการกระทาํ ชาํ เราตามธรรมชาติ และยงั ปรบั ปรงุ บทบัญญตั ิความผดิ เก่ยี วกับเพศบางประการเพอ่ื เพม่ิ ประสทิ ธิภาพในการบงั คบั ใชก ฎหมาย และเพื่อใหค วามคมุ ครอง บุคคลซงึ่ ถูกกระทาํ ทางเพศกลมุ ตาง ๆ มากข้ึน เชน เดก็ ผูอยูภายใตอํานาจของผถู ูกกระทํา และผซู ่งึ ไมสามารถ ปกปองตนเองได อีกท้งั เพ่อื ปองปรามมใิ หมกี ารกระทําท่เี ปนการเอาเปรยี บหรือรับประโยชนจ ากผูซง่ึ คา ประเวณีหรือ จากการคาประเวณี โดยพระราชบญั ญตั แิ กไ ขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ มเี น้อื หา แกไ ขเพ่ิมเติมความผดิ เก่ียวกับเพศ ดงั นี้ ๑. เพ่ิมบทนิยามคาํ วา “กระทําชําเรา” หมายความวา กระทําเพอ่ื สนองความใครของผูก ระทํา โดยการใช อวยั วะเพศของผูกระทาํ ลวงลํ้าอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือชอ งปากของผูอืน่ ”
เอกสารขา วรัฐสภา ๕๖ ๒. ยกเลิกความในมาตรา ๒๗๖ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๖) และใชความตอไปนี้แทน “มาตรา ๒๗๖ ผูใดขมขืนกระทําชําเราผูอื่นโดยขูเข็นดวยประการใด ๆ โดยใชกําลังประทุษราย โดยผอู ่นื น้นั อยใู นภาวะท่ไี มสารมารถขัดขืนได หรือโดยทําใหผอู ่นื น้นั เขาใจผิดวาตนเปนบุคคลอ่นื ตองระวางโทษ จาํ คุกตง้ั แตส ป่ี ถึงยส่ี ิบป และปรับตง้ั แตแ ปดหมน่ื บาทถงึ ส่แี สนบาท ถาการประทําความผิดตามวรรคหนึ่ง ไดกระทําโดยทําใหผูถูกกระทํา เขาใจวาผูกระทํามีอาวุธปน หรอื วัตถรุ ะเบดิ ตองระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเ จ็ดปถงึ ยีส่ บิ ป และปรับตง้ั แตห น่งึ แสนส่หี ม่ืนบาทถงึ สี่แสนบาท ถาการกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนงึ่ ไดก ระทําโดยมอี าวธุ ปนหรือวตั ถรุ ะเบดิ หรอื โดยใชอ าวุธ หรือ โดยรวมกระทําความผิดดวยกันอันมลี ักษณะเปนการโทรมหญิงหรอื กระทาํ กบั ชายในลักษณะเดียวกนั ตอ งระวางโทษ จําคุกตั้งแตส ิบหา ปถ งึ ยีส่ ิบป และปรับตั้งแตสามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจาํ คุกตลอดชวี ิต ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เปนการกระทําความผิดระหวางคูสมรส และคูสมรสน้ัน ยังประสงคจ ะอยกู ินดวยกันฉนั สามภี ริยา ศาลจะลงโทษนอยกวาทีก่ ฎหมายกําหนดไวเพยี งใดกไ็ ด หรือจะกําหนด เง่ือนไขเพ่ือคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได ในกรณีท่ีศาลมีคําพิพากษาใหลงโทษจําคุก และคูสมรส ฝา ยใดฝา ยหนง่ึ ไมป ระสงคจ ะอยกู นิ ดว ยกนั ฉนั สามภี รยิ าตอ ไป และประสงคจ ะหยา ใหค สู มรสฝา ยนน้ั แจง ใหศ าลทราบ และใหศาลแจงพนกั งานอัยการใหดําเนนิ การฟอ งหยา ให” ๓. ยกเลกิ ความในมาตรา ๒๗๗ ซึ่งแกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญตั แิ กไ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมาย อาญา (ฉบับที่ ๒๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ และใชค วามตอ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๒๗๗ ผใู ดกระทําชําเราเดก็ อายยุ ังไมเ กนิ สิบหาปซ ึ่งมใิ ชภรยิ าหรอื สามีของตน โดยเด็กน้นั จะยินยอมหรือไมก ็ตาม ตอ งระวางโทษจําคกุ ตั้งแตห าปถ ึงยี่สิบป และปรับต้งั แตห นึง่ แสนบาทถึงส่ีแสนบาท ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายยุ งั ไมเ กนิ สบิ สามป ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตเจ็ดปถ งึ ยีส่ ิบป และปรบั ตัง้ แตหน่ึงแสนส่ีหมน่ื บาทถึงสแ่ี สนบาท หรือจําคกุ ตลอดชวี ติ ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง ไดกระทําโดยทําใหผูถูกกระทําเขาใจวาผูกระทํา มอี าวุธปน หรือวัตถุระเบิด ตองระวางโทษจําคกุ ตัง้ แตส ิบปถงึ ย่สี ิบป และปรบั ต้งั แตสองแสนบาทถึงสีแ่ สนบาท หรือ จําคุกตลอดชวี ติ ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ไดกระทําโดยมีอาวุธปนหรือวัตถุระเบิดหรือ โดยใชอ าวธุ หรอื โดยรว มกระทาํ ความผดิ ดว ยกนั อนั มลี กั ษณะเปน การโทรมเดก็ หญงิ หรอื กระทาํ กบั เดก็ ชายในลกั ษณะ เดยี วกนั ตอ งระวางโทษจําคกุ ตลอดชวี ิต ความผดิ ตามทบ่ี ญั ญัติไวในวรรคหนงึ่ ถา เปน การกระทําโดยบคุ คลอายไุ มเกนิ สบิ แปดปก ระทําตอ เด็ก ซ่งึ มอี ายกุ วา สบิ สามปแตย งั ไมเกนิ สบิ หา ป โดยเด็กนั้นยนิ ยอม ศาลทม่ี ีอาํ นาจพจิ ารณาคดเี ยาวชนและครอบครวั จะพจิ ารณาใหม กี ารคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองเดก็ แทนการลงโทษก็ได ในการพิจารณาของศาล ใหค ํานงึ ถงึ อายุ ประวัติ ความประพฤติ สติปญญา การศกึ ษาอบรม สุขภาพ ภาวะแหง จิต นสิ ัย อาชีพ สงิ่ แวดลอมของผูกระทําความผิดและเด็กผถู กู กระทาํ ความสัมพนั ธร ะหวา ง ผูกระทําความผิดกับเด็กผถู กู กระทาํ หรอื เหตุอ่ืนอันควรเพือ่ ประโยชนข องเด็กผูถ ูกกระทาํ ดวย
กฎหมายควรรู ๕๗ ในกรณที ไ่ี ดม กี ารดาํ เนนิ การคมุ ครองสวสั ดภิ าพของเดก็ ผถู กู กระทาํ หรอื ผกู ระทาํ ความผดิ ตามกฎหมาย วาดวยการคุมครองเด็กแลว ผูกระทําความผิดไมตองรับโทษ แตถาการคุมครองสวัสดิภาพดังกลาวไมสําเร็จ ศาลจะลงโทษผกู ระทาํ ความผดิ นอ ยกวา ทก่ี ฎหมายกาํ หนดไวส าํ หรบั ความผดิ นน้ั เพยี งใดกไ็ ด ในการพจิ ารณาของศาล ใหค ํานึงถงึ เหตตุ ามวรรคหาดวย” ๔. ยกเลิกความในมาตรา ๒๗๗ ทวิ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ และใชค วามตอ ไปน้ีแทน “มาตรา ๒๗๗ ทวิ ถา การกระทําความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง เปนเหตใุ หผ ถู ูกกระทํา (๑) รับอันตรายสาหัส ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสิบหาปถึงย่ีสิบป และปรับต้ังแต สามแสนบาทถึงสีแ่ สนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชีวิต (๒) ถึงแกความตาย ผูก ระทําตอ งระวางโทษประหารชวี ิต หรอื จาํ คกุ ตลอดชวี ิต” ๕. ยกเลิกความในมาตรา ๒๗๗ ตรี ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๐) พ.ศ. ๒๕๕๐ และใชค วามตอ ไปนีแ้ ทน “มาตรา ๒๗๗ ตรี ถาการกระทําความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ วรรคสาม หรอื มาตรา ๒๗๗ วรรคส่ี เปน เหตุใหผ ถู ูกกระทํา (๑) รับอันตรายสาหสั ผูก ระทําตองระวางโทษประหารชวี ิต หรือจําคกุ ตลอดชวี ิต (๒) ถึงแกความตาย ผกู ระทาํ ตองระวางโทษประหารชีวติ ” ๖. เพมิ่ ความตอ ไปนเี้ ปน วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ของมาตรา ๒๗๘ “ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่ง เปนการกระทําโดยใชวัตถุหรืออวัยวะอ่ืนซึ่งมิใชอวัยวะเพศ ลวงล้ําอวัยวะเพศหรือทวารหนักของบุคคลนั้น ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสี่ปถึงย่ีสิบป และปรับต้ังแต แปดหมืน่ บาทถงึ สี่แสนบาท ถาการกระทาํ ความผิดตามวรรคสอง ไดกระทาํ โดยทําใหผถู ูกกระทาํ เขา ใจวา ผูกระทาํ มอี าวธุ ปนหรอื วตั ถุระเบิด ตองระวางโทษจําคุกตง้ั แตเ จด็ ปถ งึ ยี่สบิ ป และปรบั ต้ังแตหนึง่ แสนสี่หมืน่ บาทถงึ สแี่ สนบาท ถาการกระทําความผิดตามวรรคสอง ไดกระทําโดยมีอาวุธปนหรือวัตถุระเบิดหรือโดยใชอาวุธหรือ โดยรวมกระทําความผิดดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมหญิงหรือกระทํากับชายในลักษณะเดียวกันตองระวาง โทษจําคุกตงั้ แตส ิบหา ปถงึ ยีส่ ิบป และปรบั ต้ังแตส ามแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรอื จําคกุ ตลอดชวี ิต” ๗. ยกเลกิ ความในมาตรา ๒๗๙ และมาตรา ๒๘๐ ซ่ึงแกไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญัตแิ กไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ และใชค วามตอ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๒๗๙ ผใู ดกระทําอนาจารแกเด็กอายยุ งั ไมเ กินสิบหาป โดยเด็กนน้ั จะยินยอมหรอื ไมก ็ตาม ตองระวางโทษจําคกุ ไมเกินสบิ ป หรอื ปรับไมเกนิ สองแสนบาท หรือทงั้ จําทัง้ ปรับ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน การกระทาํ แกเ ดก็ อายไุ มเ กนิ สบิ สามป ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตั้งแตหนงึ่ ปถงึ สิบป หรอื ปรับตั้งแตสองหมนื่ บาทถึงสองแสนบาท หรอื ทง้ั จําท้งั ปรับ ถาการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผูกระทําไดกระทําโดยขูเข็ญดวยประการใด ๆ โดยใชกําลังประทุษราย โดยเด็กน้ันอยูในภาวะท่ีไมสามารถขัดขืนได หรือโดยทําใหเด็กนั้นเขาใจผิดวาตน
เอกสารขา วรฐั สภา ๕๘ เปนบคุ คลอน่ื ตองระวางโทษจาํ คกุ ตั้งแตห นงึ่ ปถ ึงสิบหา ป หรือปรับตง้ั แตส องหม่ืนบาทถึงสามแสนบาทหรอื ทงั้ จํา ท้งั ปรบั ถาการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสาม เปนการกระทําโดยใชวัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช อวัยวะเพศลวงลํ้าอวัยวะเพศหรือทวารหนักของเด็กน้ัน ผูกระทําตองระวางโทษจําคุกต้ังแตหาปถึงยี่สิบป และ ปรับตง้ั แตห น่งึ แสนบาทถงึ สแี่ สนบาท ถาการกระทาํ ความผดิ ตามวรรคสี่ เปนการกระทําแกเ ด็กอายยุ งั ไมเ กินสิบสามป ตอ งระวางโทษจาํ คุก ตั้งแตเจด็ ปถ ึงยีส่ ิบป และปรบั ตั้งแตหน่ึงแสนสีห่ มน่ื บาทถึงส่ีแสนบาท หรอื จาํ คกุ ตลอดชีวิต ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ีหรือวรรคหา ไดกระทําโดยทําใหผูถูกกระทําเขาใจวาผูกระทํา มีอาวุธปนหรือวัตถุระเบิด ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตสิบปถึงย่ีสิบป และปรับต้ังแตสองแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือจําคุกตลอดชีวิต ถาการกระทําความผิดตามวรรคส่ีหรือวรรคหา ไดกระทําโดยมีอาวุธปนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใชอาวุธ หรือโดยรวมกระทําความผิดดวยกันอันมีลักษณะเปนการโทรมเด็กหญิงหรือกระทํากับเด็กชาย ในลักษณะเดยี วกัน ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ตลอดชีวติ มาตรา ๒๘๐ ถาการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๘ หรือมาตรา ๒๗๙ เปนเหตใุ หผ ถู กู กระทาํ (๑) รบั อันตรายสาหัส ผกู ระทาํ ตองระวางโทษจาํ คกุ ตง้ั แตหา ปถ ึงย่ีสิบป และปรบั ตั้งแตห น่ึงแสนบาท ถึงสีแ่ สนบาท หรือจําคกุ ตลอดชีวติ (๒) ถึงแกค วามตาย ผูกระทาํ ตอ งระวางโทษประหารชวี ิต หรือจาํ คุกตลอดชวี ติ ” ๘. เพ่ิมความตอ ไปนเ้ี ปนมาตรา ๒๘๐/๑ “มาตรา ๒๘๐/๑ ถาผกู ระทาํ ความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๘ หรือ มาตรา ๒๗๙ ไดบันทึกภาพหรือเสียงการกระทําชําเราหรือการกระทําอนาจารนั้นไว เพื่อแสวงหาประโยชน โดยมชิ อบ สาํ หรบั ตนเองหรอื ผูอ ื่น ตองระวางโทษหนกั กวาทบี่ ญั ญัติไวใ นมาตรานั้น ๆ หนึง่ ในสาม ถาผูกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง เผยแพรหรือสงตอซึ่งภาพหรือเสียงการกระทําชําเราหรือ การกระทําอนาจารท่ีบนั ทึกไว ตองระวางโทษหนักกวา ท่ีบัญญัตไิ วในมาตรานั้น ๆ กึง่ หนึ่ง” ๙. ยกเลิกความในมาตรา ๒๘๑ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยประกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉบบั ท่ี ๑๑ ลงวนั ท่ี ๒๑ พฤศจกิ ายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๑๔ และใชค วามตอ ไปน้ีแทน “มาตรา ๒๘๑ ความผดิ ตามมาตราดังตอ ไปน้ี เปน ความผิดอันยอมความได (๑) มาตรา ๒๗๖ วรรคหนง่ึ และ มาตรา ๒๗๘ วรรคสอง ซง่ึ เปน การกระทาํ ระหวา งคสู มรสถา มไิ ด เกดิ ตอ หนา ธารกาํ นลั หรอื ไมเ ปน เหตใุ หผถู กู กระทาํ รับอันตรายสาหสั หรือถึงแกค วามตาย (๒) มาตรา ๒๗๘ วรรคหนงึ่ ถา มไิ ดเกิดตอหนาธารกํานัล ไมเปนเหตุใหผถู ูกกระทํารับอนั ตราย สาหสั หรอื ถึงแกความตาย หรอื มิไดเปน การกระทาํ แกบุคคลดังระบไุ วใ นมาตรา ๒๘๕ และมาตรา ๒๘๕/๒” ๑๐. ยกเลกิ ความในมาตรา ๒๘๕ ซงึ่ แกไ ขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบับท่ี ๑๑ ลงวนั ท่ี ๒๑ พฤศจกิ ายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๑๔ และใชค วามตอ ไปนแ้ี ทน “มาตรา ๒๘๕ ถา การกระทาํ ความผดิ ตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ มาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๘๐ มาตรา ๒๘๒ หรอื มาตรา ๒๘๓ เปน การกระทาํ แกบ พุ การี ผสู บื สนั ดาน พ่ีนองรวมบิดามารดาหรือรวมแตบิดาหรือมารดา ญาติสืบสายโลหิต ศิษยซึ่งอยูในความดูแล ผูอยูในความ
กฎหมายควรรู ๕๙ ควบคุมตามหนาท่ีราชการ ผูอยูในความปกครอง ในความพิทักษหรือในความอนุบาล หรือผูอยูภายใตอํานาจ ดว ยประการอืน่ ใด ผกู ระทําตอ งระวางโทษหนกั กวาท่บี ัญญตั ไิ วในมาตรานั้น ๆ หนง่ึ ในสาม” ๑๑. เพ่ิมความในมาตรา ๒๘๕/๒ “มาตรา ๒๘๕/๒ ถาการกระทําความผิดตามมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๗ ทวิ มาตรา ๒๗๗ ตรี มาตรา ๒๗๘ หรอื มาตรา ๒๗๙ เปน การกระทาํ แกบ คุ คลซง่ึ ไมส ามารถปกปอ งตนเองอนั เนอ่ื งมาจาก เปนผูท ุพพลภาพ ผมู จี ติ บกพรอ ง โรคจติ หรอื จติ ฟน เฟอ น คนปว ยเจบ็ คนชรา สตรมี คี รรภ หรอื ผูซ ง่ึ อยูในภาวะ ไมส ามารถรผู ิดชอบ ผูกระทาํ ตองระวางโทษหนักกวาท่บี ัญญัติไวใ นมาตราน้ัน ๆ หน่งึ ในสาม” ๑๒.ยกเลิกความในมาตรา ๒๘๖ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ และใชค วามตอ ไปน้แี ทน “มาตรา ๒๘๖ ผูใดกระทําดวยประการใด ๆ ดังตอไปนี้ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินยี่สิบปและ ปรับไมเ กนิ ส่แี สนบาท หรือจําคุกตลอดชวี ิต (๑) ชว ยเหลือ ใหความสะดวก หรอื คุม ครองการคาประเวณขี องผอู ื่น (๒) รบั ประโยชนไมวา รปู แบบใดจากการคา ประเวณีของผูอ ื่นหรือจากผซู ึง่ คา ประเวณี (๓) บงั คับ ขูเข็ญ หลอกลวง หรือใชอ าํ นาจครอบงําผูอน่ื หรอื รับผอู ืน่ เขาทาํ งานเพื่อการคาประเวณี (๔) จัดใหม ีการคา ประเวณรี ะหวา งผซู ่งึ คา ประเวณกี ับผใู ชบรกิ าร (๕) ปกปดหรอื อาํ พรางแหลงท่มี าของรายไดห รอื ทรพั ยส นิ ซง่ึ ไดมาจากการคาประเวณี (๖) อยูรวมกับผูซ่ึงคาประเวณีหรือสมาคมกับผูซึ่งคาประเวณีคนเดียวหรือหลายคนเปนอาจิณ และไมสามารถแสดงท่มี าของรายไดใ นการดาํ รงชีพของตน (๗) ขดั ขวางการดําเนินการของหนวยงานทีด่ ูแลในการปองกัน ควบคมุ ชว ยเหลอื หรอื ใหการศกึ ษา แกผ ูซึ่งคาประเวณี ผูซ่งึ จะเขารว มในการคาประเวณี หรอื ผซู ง่ึ อาจไดร บั อันตรายจากการคา ประเวณี ความในวรรคหนง่ึ (๒) และ (๖) มใิ หใ ชบ งั คบั แกผ รู บั ประโยชนไ มว า รปู แบบใดซง่ึ พงึ ไดร บั ตามกฎหมาย หรอื ตามธรรมจรรยา” ๑๓. ยกเลิกความในมาตรา ๓๖๖/๑ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประมวล กฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ และใชความตอไปนแี้ ทน “มาตรา ๓๖๖/๑ ผใู ดกระทาํ เพอ่ื สนองความใครข องตน โดยการใชอ วยั วะเพศของตนลว งลาํ้ อวยั วะเพศ ทวารหนัก หรอื ชองปากของศพ ตอ งระวางโทษจําคุกไมเ กนิ สามป หรือปรบั ไมเ กินหกหมืน่ บาทหรือทัง้ จําทง้ั ปรับ” พระราชบัญญัติแกไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ มีผลใชบังคับ ต้ังแตวันที่ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีผลใชบังคับต้ังแตวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เปนตนมา ประโยชนท่ีประชาชนและสังคมจะไดรับจากการบังคับใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ การบังคับใช กฎหมายเกย่ี วกบั การพิจารณาคดีความผิดเกี่ยวกับเพศจะมีความชัดเจนมากข้ึน รวมทั้งมีฐานความผิดวาดวยการ คกุ คามทางเพศหรอื อนาจาร ซง่ึ จะชว ยลดการกระทาํ ทร่ี นุ แรงและมคี วามเหมาะสมตอ สภาพสงั คมและการดาํ รงชวี ติ ในปจจุบัน นอกจากน้ียังมีการกําหนดความผิดเก่ียวกับการบันทึกภาพหรือเสียงการกระทําชําเรา อนาจาร เพอ่ื แสวงหาผลประโยชนโ ดยมชิ อบสาํ หรบั ตนเองหรอื ผอู น่ื และการเผยแพรห รอื สง ตอ ซง่ึ ภาพและเสยี งการกระทาํ ชาํ เรา หรือการกระทําอนาจารที่บันทึกไวนั้น เปนความผิดที่มีอัตราโทษหนักข้ึน ทําใหบุคคลท่ีคิดจะกระทําความผิด
เอกสารขาวรัฐสภา ๖๐ เกิดความยับยั้งช่ังใจ และทําใหปริมาณการกออาชญากรรมลดลง การกําหนดใหมีบทลงโทษท่ีหนักข้ึน สําหรับความผิดเกี่ยวกับเพศที่กอใหเกิดตอบุคคลผูที่เปนบุพการี หรือผูท่ีไมสามารถปกปองตนเองไดจะเปนการ ปองกันอาชญากรรมท่ีจะกอใหเกิดความกระทบกระเทือนตอสังคม วัฒนธรรม และศีลธรรมอันดีของประชาชน ทําใหก ารแกไ ขปญหาอาชญากรรมในสงั คมมีประสิทธภิ าพยิ่งขนึ้ ขอมูล :- ราชกจิ จานเุ บกษา “พระราชบัญญตั ิแกไขเพม่ิ เติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ สืบคนเมือ่ วนั ที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๒ จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/ PDF/2562/A/069/T_0127.PDF สาํ นกั งานเลขาธกิ ารวฒุ สิ ภา การพจิ ารณารา งพระราชบญั ญตั ิ “แกไ ขเพม่ิ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ที่ ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ สบื คนเมือ่ วนั ท่ี ๒๖ กนั ยายน ๒๕๖๒ จาก http://wep.senate.go.th/ w3c/senate/lawdraft/ สาํ นกั งานเลขาธกิ ารวฒุ สิ ภา การพจิ ารณารา งพระราชบญั ญตั ิ “บนั ทกึ วเิ คราะหส รปุ สาระสาํ คญั รา งพระราชบัญญัตแิ กไขเพิม่ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... (ความผดิ เก่ียวกบั เพศ)” สบื คน เมอ่ื วนั ท่ี ๒๖ กนั ยายน ๒๕๖๒ จาก http://web.senate.go.th/bill/bk_data/520-1.PDF
เอกภสาารพขเากวา รเลัฐสา เภร�อ่าง ๖๑ ภาพเกาเลา เร�่อง เรือในพระราชพิธี ¹ºแตโ บราณมา คนเรานยิ มตง้ั บา นเรอื นอยรู มิ แมน าํ้ หรอื ใกลน าํ้ กนั เปน สว นมาก ไมเ ฉพาะแตค นไทย เทา น้ัน แมทกุ ชาตทิ กุ ภาษาก็เปนเชน น้ี ทั้งนเ้ี พ่ือสะดวกแกก ารดํารงชพี ดวยนํา้ เปน ปจจยั ทสี่ ําคัญยิ่งของมนุษย เปนทัง้ เคร่อื งอปุ โภคและบรโิ ภค และทส่ี ําคัญอกี ประการหนึ่งคือ แมนํ้ายังเปน เสน ทางคมนาคมทส่ี าํ คญั ดว ยการ เดินทางบกตามถนนก็มี แตไมสะดวกและเจริญอยางปจจุบัน เพราะดินแดนที่อยูลึกจากทางน้ําเขาไปเม่ือออก นอกเมอื งแลว มกั จะเปน ปา ทบึ เสยี เปน สว นมาก เตม็ ไปดว ยอนั ตรายทง้ั จากโจรผรู า ยและสตั วป า ทด่ี รุ า ย ดว ยเหตนุ ้ี คนจึงนิยมเดนิ ทางทางนา้ํ กนั ทง้ั การตดิ ตอ ส่ือสารและการคา ขาย พาหนะทางนํา้ คือ เรือ จงึ เปน พาหนะที่สาํ คัญ สามารถบรรทุกสงิ่ ของไดม ากและเสียคาใชจา ยนอ ย จงึ มีการตอ เรือใหมขี นาดและแบบตา ง ๆ เพือ่ ความเหมาะสม ของวัตถปุ ระสงคท ่ีจะนํามาใชในวิถชี วี ติ ดงั นั้นจึงเหน็ วา มีเรอื หลายแบบเพ่ือใชประโยชนใ นการตาง ๆ เชน เรอื บด เรือแจว เรอื เปด เรือฉลอม เรือแซ เรอื เอีย่ มจนุ เรอื สาํ ปน เรือสําเภา เปนตน เรอื เหลา นล้ี วนแตนํามาใชใน การตา ง ๆ กัน เชน ใชส ญั จรไปมา ใชบรรทกุ ของไปขาย และเปน เรือรบเพือ่ ปอ งกันขาศกึ และลําเลยี งยุทโธปกรณ ดังนนั้ เรอื แตล ะประเภทจะมีการประดับตกแตงเพ่อื ความสวยงามดว ย
เอกสารขา วรัฐสภา ๖๒ การประดับตกแตงเรือก็ข้ึนอยูกับลักษณะหนาที่ของเรือและฐานะของผูเปนเจาของเรือดวย สวนมากแลวเรือของราษฎรจะมีลักษณะเรียบงายไมตกแตงลวดลายมากนัก แตเรือของเจานายและขุนนางช้ันสูง มักจะไดรับการตกแตงหรอื ตอ ขน้ึ อยางงดงามวจิ ติ รบรรจง เพ่อื แสดงถงึ ฐานะของผูใชห รือเจาของ เรือน้ันนอกจากจะนํามาใชในชีวิตประจําวันแลว ในสมัยโบราณเรือยังถูกนํามาใชในการประกอบ พระราชพิธี ตามความเชื่อท่ีไดรับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ เชน พิธีอาศยุช ที่ทํากันในเดือน ๑๑ อนั เปน พธิ สี ังเวยพระนารายณ (วษิ ณ)ุ ปางเกษียรสมทุ รและพระลกั ษมี คือ เรอื พระท่นี ง่ั ชัยเฉลิมธรณนิ กบั เรือ พระทน่ี ั่งชัยสินธุพิมาน พิธจี องเปรยี งหรือสมยั ใหมเ รยี กวา ประเพณีลอยกระทง สําหรับประเพณีทางพระพุทธศาสนา การบําเพ็ญบุญเนื่องในเทศกาลออกพรรษาเดือน ๑๑ คือ การทอดกฐนิ ถอื วา เปน การทาํ บญุ ทส่ี าํ คญั ยง่ิ งานหนง่ึ ของพทุ ธศาสนกิ ชน การทาํ บญุ ในงานนจ้ี งึ จดั ขบวนกนั ใหญโ ต ถาไปทางบกจะมีพวกกลองยาวหรือเถิดเทิงนําหนาริ้วขบวนผูคนแตงกายกันอยางงดงามพาหนะเชิญผากฐิน ก็ตกแตงอยางวิจิตร ถาวัดต้ังอยูริมน้ํา ผูคนท่ีไปทําบุญจัดขบวนมาทางน้ําก็มักจะเปนขบวนเรือท่ีใหญเชนกัน มีการตกแตงเรืออยางสวยงามเทาท่ีจะจัดทําได ยิ่งสวยงามเทาไหรก็แสดงถึงความมีหนาตาฐานะของเจาภาพ
ภาพเกาเลา เร่อ� ง ๖๓ เทาน้ัน และย่ิงเปนการบําเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริยก็ยอมตองมีการจัดร้ิวขบวนอยางเต็มท่ี เรือท่ีใช ในพระราชพิธีนั้น ปกติก็มีการตกแตงงดงามอยูแลว เมื่อนําเรือตาง ๆ ที่งดงามจัดรวมเขาเปนขบวนเดียวกัน ยง่ิ เพ่มิ ความโออา แสดงพระบารมียง่ิ ขนึ้ รว้ิ ขบวนเรอื นีเ้ รยี กวา กระบวนพยุหยาตราชลมารค ซ่ึงนอกจากจะใชในพระราชพิธีถวายผาพระกฐิน ซึ่งถือวาเปนการจัดขบวนเรือที่ยิ่งใหญแลว ยงั มีพระราชพิธอี ่นื ๆ เชน พระราชพธิ ีอัญเชญิ พระพทุ ธรูปทส่ี ําคญั จากเมืองหนง่ึ ไปยงั อกี เมืองหนงึ่ การอัญเชญิ แหพระราชสาสนและราชทูตของพระเจาแผนดินประเทศอ่นื ท่ที รงสงมาเปนการเจริญพระราชไมตรี นอกจากน้ี ในเวลาท่ีมีการผลัดเปล่ียนแผนดินใหม พระมหากษัตริยพระองคใหมที่เสด็จเสวยราชย จึงมีการจัดกระบวน พยุหยาตราเลียบพระนครแสดงพระบารมีใหพสกนิกรของพระองคไดชื่นชม โดยจะมีท้ังทางบกทางน้ําเรียกวา ขบวนพยุหยาตราชลมารค ซ่ึงก็จะมีการจัดร้ิวขบวนเรือพระราชพิธีดวย แตในพระราชพิธีที่เกี่ยวกับขบวน พยุหยาตราชลมารคท่ีถวายผาพระกฐินในเทศกาลออกพรรษา เพราะมีการบําเพ็ญพระราชกุศลทุกป แตใน สมยั ปจ จบุ นั คา ใชจ า ยในการประกอบพระราชพธิ นี ส้ี งู จงึ มคิ อ ยไดก ระทาํ กนั ปจ จบุ นั จงึ กลา วไดว า เปน พระราชพธิ ี ท่หี าดูไดย าก นอกจากพระราชพิธีถวายผาพระกฐินที่ตองใชเรือพระท่ีนั่งแลว ก็ปรากฏวาในพระราชพิธีลอย พระประทปี หรอื ทีส่ มัยโบราณเรยี กวา พระราชพิธีจองเปรยี ง และคนไทยปจจุบนั รจู ักกันวาลอยกระทงน้นั ในสมัย โบราณ การประกอบพระราชพธิ นี ก้ี ม็ กี ารใชเ รอื พระทน่ี ง่ั และเรอื ดง้ั เรอื กนั ดว ย นน่ั คอื ใหพ นั พรหมราชทาํ หมายบอก ลอมวงบริเวณท่ใี ชประกอบพระราชพิธี มีพลเรือน ทหาร และกรมทาทอดทนุ ใหญนอย ตามหมายท่ตี ้งั ทุกกอง พวกท่ที อดทุนริ้วสายใน พวกปลดั กรมนั่งเรอื คฤห ซง่ึ ใชเ รือรูปสตั วเขียนลายน้ํามันไปทอดทุน ดา นขวา ๔ ทุน ดา นซา ย ๔ ทนุ ทางเหนอื นาํ้ สดุ เปน เรอื ของขนุ เทพราช สว นสดุ ทา ยสดุ เปน เรอื ของขนุ ศรนี รนิ ทร รว้ิ สายนอกใหพ วก
เอกสารขา วรัฐสภา ๖๔ กองทําลุ กองเกณฑห ดั ฝรงั่ กองสนม และกองตํารวจ ทอดทนุ ร้วิ สายกลาง เปนเรอื พิณพาทย มีกลองแขกนาํ มเี รอื นอก ๒ ลาํ เปน เรอื คอยจดุ ดอกไมเ พลงิ ตรงกลางเปน เรอื บลั ลงั กข นานทจ่ี ะมาทรงลอยพระประทปี ดา นหนา ของเรือบัลลงั กข นาน มีเรือตํารวจในทอดอยู สว นทางหนา ฉานเปน เรอื ของกรมพระตํารวจใหญ กองกลางมเี รอื ด้ัง ของกรมอาสา และเรอื กัน นอกจากนจี้ ะเห็นไดวาการทอดทุนยัง่ มีเรือปนที่เรียก “กนั โบด” (Gun Boat) ๔ ลํา อยูดา นเหนอื นํ้า ๒ ลํา ใตน ้าํ อกี ๒ ลาํ ชนั้ นอกออกไปเปนเรอื สําหรับกนั เรืออ่นื ๆ มิใหผา นเขา มาในบรเิ วณทีจ่ ะประกอบพระราชพิธี โดยมี พวกอาสาจามคอยตีฆองกระแตบอกเตือน สวนพวกนครบาลซ่ึงทอดทุนอยูในช้ันนอกสุดนั้นคอยเก็บสิ่งตาง ๆ ทล่ี อยมาตามนาํ้ ออกไป ในยามคาํ่ กม็ ยี ามตาํ รวจตดิ โคมเพชร โคมสาน และโคมกลบี บวั สอ งเพอ่ื ไมใ หพ วกเลน เรอื ในคืนนั้นผานเขามาในเขตดวยการตีฆองกระแตเตือน ในรูปเรือสัตวของพวกตํารวจจะมีปนจารงติดต้ังอยู สวนบนตลง่ิ ท้งั สองดานมีพันพุฒิ และพนั เทพราชไปตงั้ กองรักษาความปลอดภัย เม่ือไดเวลาเสดจ็ ฯ ถงึ เจา พนักงานก็จะชักโคมสัญญาณข้นึ ยอดเสา บรรดาเรือทนุ ก็จะจุดโคมราย บรรดาพิณพาทยและกลองแขกก็ประโคม ทหารก็เปาแตร พระเจาอยูหัวเสด็จฯ ลงเรือพระท่ีนั่งอนันตนาคราช ลองไปท่ีเรือบัลลังกขนานในกระบวนก็มีเรือต้ังบุษบกประดิษฐานพระพุทธสิหิงคจําลองลําหน่ึง ตั้งพุมพานทอง อีกลําหนงึ่ เรือในริ้วกระบวนถดั ไปมเี รือขโมดยา เรอื ดัง้ เรือรูปสัตว ซง่ึ ลวนตงั้ คฤหก ญั ญาคาดผาแดงลายทอง สว นเรือพระท่ีนัง่ ตน มี เรือนาค เรือครฑุ เรือหงส เรอื เหรา เรือก่ิงแกว เรอื เอกไชย เรอื กราบ เรือพวกน้ตี ง้ั บัลลังก มณฑปตรงกลางลํา มีมา นปกดิน้ ทอง ในเรือกราบลวนเปน เรือของพวกขนุ นางชนั้ ผใู หญ ซึ่งการจดั เรือพระราชพิธี ในพระราชพิธีจองเปรียง กับเรือในพระราชพิธีถวายผาพระกฐินจะคลายกัน เพียงแตริ้วเรือในพระราชพิธี จองเปรียงไมใ หญโตอยา งในพระราชพธิ ถี วายผา พระกฐนิ ความเปนมาของเรอื พระราชพิธี บรรดาเรอื หลวงทม่ี ไี วใ ชใ นราชการนน้ั ไดส รา งขน้ึ มาเพอ่ื ใหม พี อเพยี งแกก ารราชการ เชน การเดนิ ทาง ติดตอสงขาวสาร การใชเปนพาหนะทางน้ําเพื่อเดินทางไปในท่ีตางๆ ตลอดจนการใชเปนเรือรบขับไลขาศึก ทมี่ ารกุ ราน และการขนสง บรรทุกทหารและยทุ โธปกรณเพ่อื ไปปราบปรามบรรดาหวั เมอื งทอ่ี ยูรมิ น้ําหรอื รมิ ทะเล ซึ่งทําไดรวดเร็วกวาการเดินทางทางบก โดยเฉพาะการจัดเรือเปนรูปขบวนทัพน้ันมีมาแตสมัยโบราณแลว โดยท่ี มไิ ดมกี ารแบง เหลาทหารออกเปน ทหารบกและทหารเรือ อยา งชดั เจน แตใ นยามสงครามทหารใชไดท ้งั การรบ ทางบกและทางทะเล ถายกทัพไปทางทะเลมีการคัดเลือกแมทัพนายกองที่มีความชํานาญทางทะเลเปนผูนําทัพ และที่เรียกวาเรือรบน้ันในสมัยโบราณใชเรือทุกประเภทท่ีมีกะเกณฑกันไป ที่เปนเรือหลวงมักจะมีขนาดใหญและ
ภาพเกาเลา เร่อ� ง ๖๕ ยาวกวาเรือธรรมดา ซึ่งในยามวางศึกก็นํามาใชเปนเรือคาขายขนสงสินคากับตางประเทศ เดิมมักเปนเรือสําเภา ซงึ่ บรรทุกคนและสินคา ไดม ากและแขง็ แรงพอทจี่ ะโตค ลื่นลมในทะเลได สําหรับเรือหลวงที่นํามาใชในพระราชพิธีน้ัน สวนมากจะเปนเรือท่ีมีความใหญและยาวพอสมควร สามารถใชฝพายพายไปไดเร็วจึงมักมีรูปเพรียว และเดิมใชเปนเรือรบประเภทเรือขับไลในน้ําเสียมาก ซึ่งแตเดิม เรอื รบทางแมน าํ้ มี ๔ ชนดิ คอื เรอื แซ เรอื ไชย เรอื ศรี ษะสตั วห รอื เรอื รปู สตั ว และเรอื กราบ เรอื รบสรา งขน้ึ เปน ครง้ั แรก ในสมัยอยธุ ยา รัชกาลสมเดจ็ พระมหาจักรพรรดิ (พ.ศ. ๒๐๙๑-๒๑๑๑) พระองคโปรดเกลาฯ ใหดดั แปลงเรอื แซ ซง่ึ เปน เรอื ลาํ เลยี งสาํ หรบั ใชบ รรทกุ ทหารและอาวธุ ยทุ ธภณั ฑต า ง ๆ ใหเ ปน เรอื ไชย กบั เรอื ศรี ษะสตั ว โดยวางปน ใหญ ประเภทปนจารงใหยิงไดจากหัวเรอื ซง่ึ จัดวา เปน ตน แบบของเรือรบในสมัยตอมา เรือแซเปน เรือยาว ใชต กี รรเชยี ง ประมาณลาํ ละ ๒๐ คน สว นเรอื ไชยและเรือศีรษะสัตวเปนเรือยาวแบบเรอื แซ แตเปล่ยี นกรรเชยี งเปนใชพ ายและ บรรทุกทหารใหลงประจําเรือไดลําละ ๖๐-๗๐ คน ซ่ึงเมื่อพายแลวไปไดรวดเร็วกวาเรือแซ และใหช่ือใหมวา “เรอื ไชย” ลกั ษณะหนา ที่ และความเปน มาของเรือพระทน่ี ่ังและเรือในรว้ิ กระบวน ในการเสด็จพระราชดําเนินทางน้ําของพระมหากษัตริยในสมัยโบราณนั้น เขาใจวาแตกอนจะมีเรือ ๒ สํารับ เปนเรอื ทองอันหมายถึง เรอื ท่ีแกะสลักลวดลายและลงรักปดทองสาํ รบั หน่ึง สําหรบั เสดจ็ ฯ ในขบวนที่ เปนพระราชพิธี สวนอีกสาํ รับหนง่ึ เปน เรือไมซึง่ มกั จะใชทรงในเวลาปกติทัว่ ไป ไมปะปนกนั จากการจดั ริ้วขบวนเรือ ปรากฏชอ่ื เรอื ตา ง ๆ จํานวนมากท่มี ารวมในขบวน ซง่ึ เรือเหลา น้ีมลี ักษณะ แตกตางกนั ไปตามความสําคญั และลกั ษณะท่มี า คอื ๑. เรอื ประตู มีลกั ษณะเปนเรอื กราบกลางลํามกี ัญญาเรียกกนั วา เรอื กราบกัญญา ทําหนาที่เปน เรือนําร้ิวขบวน มีขาราชการผใู หญช้นั ปลดั ทลู ฉลองนงั่ ในกัญญาลาํ ละ ๑ ทา น ๒. เรอื พฆิ าต เปน เรอื รบไทยโบราณประเภทหน่ึง มีปนจา รงตั้งทีห่ ัวเรือ สมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยารัชกาล พระบาทสมเดจ็ พระนารายณมหาราช มี ๕ คู ตอมาในสมยั พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช แหง กรงุ รตั นโกสนิ ทร มี ๖ คู ภายหลงั ตง้ั แตร ชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา เจา อยหู วั รชั กาลท่ี ๖ เปน ตน มา มี ๑ คู คอื เรอื เสอื ทะยานชล และเรอื เสอื คาํ รณสนิ ธุ หวั เรอื ทาํ เปน รปู หวั เสอื มคี ฤหส าํ หรบั ขนุ นางผใู หญฝ า ยทหารนง่ั แตในสมัยอยุธยาใชเรือแซ เรอื พิฆาตน้ีมนี ายเรือ นายทา ย ฝพ าย และคนนง่ั คฤห รวม ๓๑ นาย ๓. เรอื ด้ัง เปน เรอื ไมท าสีน้ํามัน ไมมลี วดลายอยางใด ใชเปนเรอื ขบวนสายนอก กลางลํามีคฤห ซง่ึ มนี ายทหารนง่ั ลาํ ละ ๑ นาย ในเรอื นม้ี ีพลปน ๔ นาย และนายเรือนายทาย และฝพายลําละ ๒๙-๓๕ คน ขน้ึ อยกู บั ขนาดของเรอื และมคี นกระทงุ เสา ลาํ ละ ๒ นาย เรอื ทก่ี ระทงุ เสาในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยาเปน พวกเรอื ไชย ซง่ึ เปน เรอื ชนดิ ทม่ี ที วนหวั ตง้ั สงู และงอนขน้ึ ไป กลา ววา มลี กั ษณะเชน เดยี วกบั เรอื กง่ิ แตป จ จบุ นั เรอื ดง้ั หวั เรอื ปด ทอง ถา หวั เรือยงั เขยี นลายน้ํายา ใชเ ปนเรือประจําสมณศักดพิ์ ระราชาคณะ ๔. เรอื กลองนอก-กลองใน เปน พวกเรอื กราบ นายทา ย ฝพ ายลาํ ละ ๓๐ คน นายทหารชน้ั ผใู หญ ท่เี ปน ผูช ว ยผอู าํ นวยการกระบวนพยหุ ยาตรา นั่งคฤหพ รอ มนายทหารในเรือกลองนอกและมผี ูบัญชาการกระบวน พรอ มทนาย น่ังคฤหเรือกลองใน ภายในเรือมีพนักงานปชวา และกลองแขกบรรเลงลาํ ละ ๖ นาย ๕. เรือตาํ รวจนอก-ตํานวจใน ใชเ รอื กราบ มีนายเรือ มนี ายเสอื นายทา ย และฝพายในสองลาํ ไมเ ทากัน ลาํ หน่ึง ๒๒ นาย อีกลาํ หนึ่งมี ๒๗ นาย มีพระตาํ รวจหลวงชั้นปลดั กรมนั่งคฤห
เอกสารขาวรัฐสภา ๖๖ ๖. เรือรูปสัตว เปนเรือที่แกะสลักหัวเรือเปนรูปสัตวตางๆ ท้ังสัตวจริงและสัตวในเทพนิยาย ความเปนมาของเรือรปู สตั ว หรอื เรอื ศรี ษะสตั วน ้ี สันนิษฐานอาจเกดิ ขึน้ ได ๒ ทางคือ (๑.) อาจไดร ับอิทธพิ ลมาจากเขมรท้งั น้เี พราะทป่ี ราสาทนครวัด ไดม ภี าพสลักรูปเรือ ทมี่ ีหวั เรือ เปน รปู สัตว เชน รปู หงส รปู นาค รปู เหรามงั กร ซ่งึ อาจทาํ ขน้ึ เพือ่ ความสวยงาม ประสาทนครวดั มีอายรุ ะหวา ง พ.ศ. ๑๖๕๓-๑๗๒๐ (๒.) อาจไดรับอิทธิพลจากอินเดีย ซ่ึงที่อินเดียน้ันบรรดาขุนรถจะมีตราประจําตําแหนงของตน ติดอยูที่รถ และไทยเรานํามาเปนตราติดที่เรือ คือทําเปนรูปหัวเรือเสีย เวลาเขาในริ้วขบวนก็ทราบวาเรือลําใด เปนของกรมใดหรือขุนนางผูใด และแตเดิมขุนนางหรือเสนาบดีถามิไดตามเสด็จฯ ก็ไมไดเขาในริ้วขบวน แตในสมัยหลงั แมน วา เสนาบดีมไิ ดต ามเสด็จ กเ็ กณฑเ รือไปโดยตนเองไมตอ งควบคมุ ไปก็ได ๗. เรือแซ ใชเ รือกราบ เปนเรอื ของทหาร อยตู รงขบวนเรอื พระทีน่ ่งั ในรว้ิ ขบวนปกติมี ๒ คู ๘. เรอื รว้ิ หมายถึงวา เรือท่เี ขา ขบวนยาวเปนเสน เปนสาย หลายเสน หลายสายเรยี งกันขนานกัน เรือทุกลาํ ทตี่ องเกณฑเขา ขบวนจดั เปนเรอื ริ้วทงั้ สิ้น เรอื ขบวนมีธงประจําเรือ ตั้งแตเรือและทา ยเรือ ถาเปน เรือ รปู สัตวก ็มีธงเฉพาะทายเรือบรรดาเรือแซงปก ทายทกุ ลาํ จึงสมกับคาํ ท่วี า “เรือรวิ้ ทิวธงสลอน” ๙. เรอื กง่ิ ในรว้ิ ขบวนจดั เปน เรอื ทเ่ี ปน เครอ่ื งประดบั ยศ เกดิ ขน้ึ ครง้ั แรกในสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา รชั กาล สมเด็จพระเจาปราสาททอง บา งก็วาในรัชกาลสมเด็จพระเจาทรงธรรม พ.ศ. ๒๑๖๓-๒๑๗๑ กลาววา พระองค มรี บั สง่ั ใหเ อากง่ิ ดอกเลาประดบั เรอื ตอ มาภายหลงั พนกั งานจงึ คดิ เขยี นลายกง่ิ ไมท โ่ี ขนเรอื โปรดเกลา ฯ ใหเ รยี กชอ่ื เรือชนิดนว้ี า “เรือพระที่นงั่ กง่ิ ” คือเปนเรอื ช้ันสงู สดุ มิไดโปรดเกลา ฯ ใหพ ระบรมวงศานุวงศช ัน้ ใดประทบั เวน แต บางครั้งโปรดเกลาฯ ใหเปน เรอื ทรงผา ไตร หรือเชญิ ผา ทรงสะพัก พระพุทธรปู หรอื พานพุมดอกไม และเปนเรอื ทรงพระชยั ในขบวนพระยุหยาตราชลมารค ถวายผาพระกฐิน เรอื พระทน่ี ัง่ ก่งิ ท่เี คยใชเปน เรือทรงผาไตรแตเดมิ มา ท่ปี รากฏในทําเนียบแตครงั้ กรงุ ศรอี ยธุ ยา คอื เรอื พระท่นี ่ังศรสี มรรถไชย ตอ มา พ.ศ. ๒๔๗๐ สรางเรือพระท่ีนั่ง ประภัสสรไชยชาํ รดุ (ผพุ ังเหลอื แตโขนเรือ) จึงใชเรือพระท่ีน่งั อนันตนาคราช ซ่งึ เปนเรือพระที่น่ังก่งิ แทน ๑๐. เรือคูชัก เดิมใชสําหรับเปนเรือชักลากเรือพระท่ีน่ังชนิดพายไมเรียกวาเรือพระท่ีนั่งขนานหรือ บัลลงั กข นาน แตต อมาไดเลิกใชไ ปเพราะไมส ะดวกรวดเร็ว เรอื พระทน่ี ง่ั ขนานจงึ เปล่ยี นมาใชเรือพระที่นงั่ กิ่งแทน แตย งั คงเรอื คชู กั ไว เรอื คชู กั นเ้ี ปน เรอื ดง้ั ในสมยั รตั นโกสนิ ทร เรอื ดง้ั คชู กั มชี อ่ื วา เรอื ทองแขวนฟา และเรอื ทองบา บน่ิ เรอื ทง้ั สองลาํ นน้ี าํ หนา เรอื พระทน่ี ง่ั ลาํ ทรงเรอื แขวนฟา (หรอื บางทกี เ็ ปน ทองขวานฟา ) ใหพ ลพายเปน คนชาวบา นใหม ข้นึ กับหลวงสุเรนทรวชิ ิต สว นเรอื ทองบาบิน่ ใชพลพายเปน ชาวบา นโพธเ์ิ รยี งข้ึนอยกู ับหลวงอภัยเสนา และตรงกบั ครงั้ กรงุ ศรีอยุธยาทกุ อยาง ผิดกันแตในสมยั รัตนโกสนิ ทรวา เปน “เรอื พระที่นงั่ ” ตามแบบชัน้ หลงั วา เปน เรอื คูชัก ซ่ึงมโี ขนเรือและทายเรอื ไมปดทอง หอยพูสขี าวกับสกั หลาดดาดหลังคากญั ญาปก ทองเฉพาะตรงขอบ เรอื ดง้ั คชู กั มสี ทิ ธผิ ดิ กบั เรอื อน่ื ทแ่ี หเ สดจ็ เพราะเรอื พระทน่ี ง่ั นน้ั บรรดาพลพายตอ งถกู คดั เลอื กเอาแตเ ฉพาะ พวกท่ีมีกําลังพายเรือ แลนเร็วและพายทนกวาพวกพลนายของเรืออ่ืน เรือดั้งคูตองพายนําใหเห็นทันหนี เรอื พระท่ีน่งั ถา หากจะหนไี มพ นพอหวั เรอื พระทีน่ ั่งเก่ียวแนวทายเรอื คูชกั เขา ไป เรยี กกันวา “เขาดง้ั ” เรอื คชู กั ก็ใชอุบายแกลงคดั เรือใหใกลก ันจนชอ งน้าํ แคบ เรือพระที่น่งั ไมส ามารถจะพายแทรกกลางแขงขึน้ ไปได ๑๑. เรือไชย เปน เรือชนิดที่ทวนหวั ต้งั งอนสงู ขึน้ ไป มลี กั ษณะเชนเดยี วกบั เรอื กง่ิ เรือไชยนเี้ ดมิ เปนเรือท่ีขาราชการ นั่งในร้ิวกระบวนและมีพนักงานคอยกระทุงเสาใหจังหวะ แตถาเปนเรือท่ีนั่งเจานายและ เรอื ประตูเรยี กวา เรือเอกไชย
ภาพเกาเลา เรอ่� ง ๖๗ ๑๒. เรอื โขมดยา โขมาด แปลวา หวั ยา หมายถงึ นาํ้ ยาทเ่ี ขยี นลายทห่ี วั เรอื แตล กั ษณะเรอื โขมดยาครง้ั กรงุ ศรีอยุธยา หวั เรือทายเรอื เรียบเชดิ ข้นึ มลี ายแกะเปน รปู กลบี บวั สําหรบั ผูกผา ตรงกลางต้งั คฤหดาดผาแดง ๑๓. เรือพระท่ีน่ังทรง เรือพระท่ีน่ังลําทรง ถาเปนขบวนพยุหยาตราชลมารคใหญ ใชเรือพระท่ีนั่ง กิ่งทอดพระท่ีนั่งบุษบกเปนที่ประทับปกฉัตรเคร่ืองสูงหักทองขวาง มีพนักงานถวายอยูงานพระกรดบังพระสูรย พัดโบก มีนักสราชเชิญธงทายเรือ สี่มุมบุษบกมีมหาดเล็กเชิญพระแสงรายตีนตอง ในการเสด็จพระราชดําเนิน ถวายผาพระกฐิน มีมหาดเล็กเชญิ หอก พระมหากฐินอยเู บอื้ งหนาบุษบกอกี ๒ นาย สรุป กระบวนพยุหยาตราชลมารค หมายถึง ร้ิวกระบวนเรือที่จัดข้ึนในการท่ีพระเจาแผนดินในสมัย โบราณ เสด็จพระราชดําเนินไปในการตา ง ๆ ทัง้ เปนการสว นพระองค และท่ีเปนการพระราชพธิ ีซ่งึ ไดป ระกอบการ มาแตโบราณต้ังแตสมัยสุโขทัยเร่ือยมาจนถึงในสมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร และสืบทอดมา จนถึงปจ จุบนั แมว า แตเ ดิมมาจะเปน การเสดจ็ ฯ ในขบวนทพั และประกอบการพระราชพธิ ีตา ง ๆ หลายอยา ง เชน พระราชพิธีถวายผาพระกฐนิ พระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก การเสด็จฯ ไปนมัสการรอยพระพุทธบาท การอัญเชิญ พระพุทธรูปท่ีสําคัญจากหัวเมืองเขามาประดิษฐานในเมืองหลวง ตลอดจนการตอนรับราชทูตจากตางประเทศ เปน ตน การจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารคน้ีกลาวไดวา วิวัฒนาการมาจากการจัดกระบวนทัพเรือ ซึ่งในยามท่ีวา งศึก เพือ่ เปน การฝก ซอมเรยี กระดมพล โดยที่กองทัพเรือเหลา นจ้ี ะตกแตง อยา งสวยงามมสี ญั ลกั ษณ แสดงสงั กดั โดยใชโ ขนเรือตามรปู สตั วส ญั ลักษณเขาริ้วขบวนพยหุ ยาตรา มกี ารประโคมดนตรีไปในขบวนเพอ่ื ความ สนกุ สนานเพลดิ เพลนิ อกี ดว ย ทง้ั ยงั จดั เปน การแสดงออกถงึ เอกลกั ษณท างดา นวฒั นธรรมประเพณอี ยา งหนง่ึ ของชาติ และพระราชวงศซ่ึงไดทรงแสดงพระบารมีแผไพศาลเปนท่ีแซซองสรรเสริญและเปนศูนยรวมจิตใจของพสกนิกร ทัง้ ชาวไทยและชาวตางประเทศท่เี ขา มาพง่ึ พระบรมโพธิสมภารโดยท่ัวไป การจัดริ้วขบวนไดแ บงออกเปน ๒ แบบ เรียกวา ขบวนพยหุ ยาตราใหญซ่งึ จดั เปน ๔ สายและขบวนพยหุ ยาตรานอยจัดเปน ๒ สาย ซ่ึงตางกนั โดยทราบได จากจาํ นวนเรอื ในรว้ิ กระบวนวา มมี ากนอ ยเพยี งใดนน่ั เอง การจดั รว้ิ ขบวนมรี ะเบยี บการจดั แบง ออกเปน ๕ ตอน คอื ขบวนนอกหนา ขบวนในหลงั ขบวนเรอื พระราชยาน ขบวนในหลงั และขบวนนอกหลงั ซง่ึ เมอ่ื ไดช น่ื ชมแลว จะพบแต ความสวยงามความโออาตระการตา สมพระเกียรติ สมมติเทพแหงพระมหากษัตริยาธิราชเจาแหงสยามประเทศ ทมี่ ีอารยธรรมอนั สูงสงมาแตโ บราณกาล ทีม่ าขอ มูล : หอจดหมายเหตุ อคั รสงั ฆมณฑลกรงุ เทพฯ. เรอื ในพระราชพธิ ี ๒๔ พฤศจกิ ายน ๒๐๑๖ สบื คน จาก http://catholichaab.com/main/index.php/research-and-study/2016-12-14-03-46-25/ 1477-2016-11-24-03-17-13 เม่ือวนั ท่ี ๒ ตุลาคม ๒๕๖๒
เอกสารขาวรัฐสภา ๖๘ รูเรอ่ื งนา การประชมุ สมชั ชาสหภาพรฐั สภา ครง้ั ท่ี ๑๔๑ และการประชมุ สมาคมเลขาธกิ ารรฐั สภา ÊËภาพรฐั สภา (Inter – Parliamentary Union : IPU) เปน องคก ารรฐั สภาระหวา งประเทศ ประกอบดว ย รัฐสภาของประเทศท่ีมีอธิปไตยโดยสมบูรณหรือรัฐสภาท่ีจัดต้ังโดยกฎหมายแมบทแหงดินแดน ซ่ึงไดรับการ รบั รองจากสหประชาชาติ มีภารกิจในการดาํ เนินการ ไดแ ก การสงเสรมิ การตดิ ตอ ประสานงาน และแลกเปลีย่ น ประสบการณระหวางรัฐสภาและสมาชิกของรัฐสภาท่ัวโลก และพิจารณาประเด็นปญหาในระดับนานาชาติและ หาขอมติในประเด็นดังกลาว โดยมุงประสงคถึงการมีสวนรวมของรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภา รวมทั้งสนับสนุน การคุมครองและสงเสริมสิทธิมนุษยชนภายใตกรอบกติกาสากล ตลอดจนสงเสริมความรูความเขาใจ ในกระบวนการเพ่ิมเสริมสรางความเขมแข็งและการพัฒนาท่ีม่ันคงของผูแทนประชาชน โดยปจจุบันสหภาพ รัฐสภามีสมาชกิ จํานวน ๑๗๙ ประเทศ และสมาชิกสมทบทีเ่ ปน องคก ารระหวางประเทศ จาํ นวน ๑๒ องคกร การประชมุ สมชั ชาสหภาพรัฐสภา (Inter – Parliamentary Union : IPU) นายชวน หลกี ภยั ประธานรัฐสภา ในฐานะหวั หนา คณะผแู ทนรฐั สภาไทย นาํ คณะผแู ทนรฐั สภาไทย เดนิ ทางเขา รว มการประชมุ สมชั ชาสหภาพรฐั สภา
เรอ่� งนา รู ๖๙ ครง้ั ท่ี ๑๔๑ และการประชมุ อน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ งระหวา งวนั ท่ี ๑๒ – ๑๙ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ กรงุ เบลเกรด สาธารณรฐั เซอรเ บยี โดยการประชมุ สมชั ชาสหภาพรัฐสภาดังกลา ว ประกอบดวยการประชมุ อน่ื ๆ ที่เก่ยี วของ ดงั นี้ ๑. การประชุมคณะมนตรบี ริหารสหภาพรฐั สภา - การลงมติเรอื่ งสทิ ธมิ นษุ ยชนของสมาชกิ รฐั สภา - การรบั ฟง รายงานการประชุมเฉพาะดา นของสหภาพรัฐสภา ๒. การประชุมสมชั ชาสหภาพรฐั สภา - การอภปิ รายในหวั ขอ “บทบาทและกลไกทางรัฐสภา และความรว มมือในระดบั ภมู ภิ าคทีจ่ ะชวย สงเสริมกฎหมายระหวางประเทศ” - การรบั รองขอมติตา ง ๆ - การรับฟงรายงานการประชมุ คณะกรรมาธิการสามญั ฯ คณะตาง ๆ - การรับรองเอกสารผลลพั ธข องการอภปิ รายทวั่ ไป ๓. การประชมุ กลุม อาเซียน +๓ (ASEAN+3) ๔. การประชุมกลุม ภมู ริ ฐั ศาสตรเอเชยี – แปซฟิ ก (Asia-Pacific Geopolitical Group : APG) ๕. การประชมุ สหภาพรัฐสภาสตรี - การอภปิ รายรางขอ มตใิ นหวั ขอ “Achieving universal health coverage by 2030 : The role of parliaments in ensuring the right to health ในมมุ มองมติ หิ ญงิ ชาย” - การอภปิ รายยอ ยในหวั ขอ “Eliminating discrimination in law” ๖. การประชุมคณะกรรมาธิการ ไดแก ๖.๑ การประชุมคณะกรรมาธิการสามัญสหภาพรัฐสภาวาดวยสันติภาพและความมั่นคงระหวาง ประเทศ - การอภิปรายยอย เรื่อง การดําเนินการตามขอมติสหภาพรัฐสภา “การมุงสูโลกท่ีปลอด อาวธุ นิวเคลยี ร : บทบาทรฐั สภา” (ขอมติท่ไี ดมีการรับรองในการประชมุ ฯ ครั้งที่ ๑๓๐ เม่ือป ๒๕๕๗) - การอภิปรายยอย เร่ือง “ความผดิ อาญาของการฟอกเงนิ ” - การรับฟงบรรยายจากผูเช่ียวชาญ เรื่อง “ยุทธศาสตรรัฐสภาที่สงเสริมสันติภาพและ ความมน่ั คง เพอ่ื รบั มอื ภยั คกุ คามและความขดั แยง ทเ่ี ปน ผลจากภยั พบิ ตั ทิ างภมู อิ ากาศและผลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ ตามมา” ๖.๒ การประชมุ คณะกรรมาธกิ ารสามญั สหภาพรฐั สภาวา ดว ยการพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื การคลงั และการคา - การประชุมยอย เร่อื ง “การเตรียมการเพ่อื การประชุมรัฐสภาในโอกาสการประชุมรัฐภาคี อนุสัญญาสหประชาชาติ วาดวยการเปล่ียนแปลงสภาพภมู อิ ากาศ สมยั ที่ ๒๔ (COP 25)” - การอภปิ ราย เรอ่ื ง “การปรบั กระบวนการทาํ งานเขา สรู ะบบดจิ ทิ ลั และเศรษฐกจิ หมนุ เวยี น ใหเปนแกนหลักโดยเฉพาะอยางย่ิงสําหรับการผลิตและบริโภคอยางมีความรับผิดชอบ เพื่อขับเคลื่อนสูการบรรลุ เปา หมายการพฒั นาทย่ี งั่ ยนื ” - การอภปิ รายเพอ่ื ตดิ ตามรา งขอ มตใิ นหวั ขอ “การมงุ สกู ารพฒั นาทส่ี ามารถรองรบั ความเสย่ี ง : แนวโนม การเปลีย่ นแปลงของประชากรและขอ จํากดั ทางธรรมชาติ” ทไ่ี ดมกี ารรบั รองในการประชุมสหภาพรัฐสภา ครง้ั ที่ ๑๓๐ ป ๒๕๕๗
เอกสารขา วรฐั สภา ๗๐ ๖.๓ การประชุมคณะกรรมาธิการสามญั สหภาพรัฐสภาวาดวยประชาธปิ ไตยและสทิ ธิมนุษยชน - การอภิปรายและรับรองรางขอมติในหัวขอ “บทบาทของรัฐสภาในการประกันสิทธิ การมีสขุ ภาพท่ดี ีเพือ่ บรรลุเปาหมายหลกั ประกนั สุขภาพถวนหนา ภายในป ๒๕๗๓” ๖.๔ การประชมุ คณะกรรมาธิการสามญั สหภาพรัฐสภาวา ดวยกิจการสหประชาชาติ - การอภิปรายยอยในหัวขอ “การใหความเคารพตอกฎหมายระหวางประเทศที่สอดคลอง กบั ขอมติท่ีเก่ียวของและกฎบตั รสหประชาชาติ - การอภิปรายยอยในหัวขอ “การสํารวจวาดวยความสัมพันธระหวางรัฐสภาและ สหประชาชาต”ิ ๗. การประชมุ ยวุ สมาชิกรัฐสภาของสหภาพรฐั สภา นอกจากการประชุมทัง้ ๗ หัวขอดังกลาวมา ยังมีการอภิปรายทที่ ุกฝา ยมสี ว นรว มในหัวขอ Not in My Parliament : national and regional strategies (ยตุ ิการใชค วามรนุ แรง การเลอื กปฏิบตั ิ และการลวงละเมิดตอ สมาชกิ รฐั สภาสตรีและเจา หนา ท่สี ตรใี นวงงานรฐั สภา : ยุทธศาสตรระดับชาตแิ ละระดบั ภูมิภาคดวย ทงั้ น้ี นอกจากการประชุมสหภาพรัฐสภา (Inter – Parliamentary Union : IPU) ยังมีอกี หนง่ึ การประชุม ท่ีเปน การประชุมคขู นาน คือ การประชมุ สมาคมเลขาธิการรฐั สภา (Association of Secretaries General of Parliaments : ASGP) สมาคมเลขาธิการรฐั สภา เปน องคก รความรวมมือของเลขาธิการรัฐสภานานาชาติมภี ารกิจ ท่ีสําคญั คอื การเรียนรูกฎหมาย ระเบียบปฏบิ ัติ และกระบวนการของรฐั สภา การพัฒนาระบบรฐั สภาใหมคี วาม กาวหนาและเขมแข็ง รวมทง้ั การใหค วามรเู ก่ียวกบั ระบบรฐั สภาแกบ ุคลากรในวงงานรฐั สภาและสาธารณชนทวั่ ไป และการใหความรวมมือระหวางสํานักงานเลขาธิการรัฐสภาดวยกัน โดยการดําเนินงานที่สําคัญของสมาคม เลขาธิการรัฐสภา คือ การแลกเปลี่ยนเอกสารและขอมูลเก่ียวกับรัฐสภานานาประเทศ และการจัดทําเอกสาร ความรเู กีย่ วกบั รฐั ธรรมนญู และรฐั สภา โดยมลี ักษณะเปน กงึ่ รายงานการศกึ ษา ซึ่งจะเปน เอกสารพืน้ ฐานของการ คนควาดานรัฐสภาศึกษาในข้ันสูงตอไป ปจจุบันมีประเทศสมาชิก จํานวน ๑๔๑ ประเทศ และสมาชิกสมทบ จํานวน ๑๓ องคก ร
เร่อ� งนา รู ๗๑ สําหรับการประชุมครั้งน้ี นายสรศักด์ิ เพียรเวช เลขาธิการสภาผูแทนราษฎร และสมาชิกสมาคม เลขาธิการรัฐสภา นําคณะผูแทนไทยเดินทางไปเขารวมการประชุมสมาคมเลขาธิการรัฐสภา ประจําฤดูใบไมรวง ป ๒๕๖๒ ระหวางวันท่ี ๑๒ – ๑๙ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ กรุงเบลเกรด สาธารณรัฐเซอรเ บีย โดยมีการอภิปราย ในหัวขอตา ง ๆ ดงั นี้ ๑. หวั ขอ “ประเดน็ ทีเ่ ปนขา ว” - การนาํ เสนอประเด็นอภปิ ราย เรอื่ ง “การลดความยาวของการอภปิ รายในการประชุมสภาแบบ เปด – การปฏิรูปใหมต ามกฎของสภานิติบญั ญตั ิแหงชาตฝิ รั่งเศส” โดย นาย Christophe PALLEZ เลขาธิการ สภานติ บิ ญั ญตั ิแหง ชาตฝิ รัง่ เศส ๒. หวั ขอ “ขา ราชการและสมาชกิ รัฐสภา : ความคาดหวงั และการปองกนั ” - การนําเสนอประเด็นอภิปราย เรอ่ื ง ความคุมกันสมาชิกรฐั สภา : อะไรคอื ขอบเขตทีเ่ หมาะสม ในยคุ ของความโปรง ใสและความรบั ผดิ ชอบ โดย นาย Charles ROBERT เลขาธิการสภาผูแทนราษฎรแคนาดา - การนาํ เสนอประเด็นอภปิ ราย เร่ือง “ความสําคญั ของการฝก อบรมเพอ่ื เสริมสรา งศักยภาพของ รัฐสภาจอรเ จยี ” โดย นาย Givi MIKANAZE เลขาธกิ ารรัฐสภาสาธารณรฐั จอรเ จีย - การนาํ เสนอประเดน็ อภิปราย เรอ่ื ง “การคดั เลอื กเจาหนาทร่ี ัฐสภา” โดย นาย Jose Manuel ARAUJO รองเลขาธิการรัฐสภาโปรตเุ กส - การนําเสนอประเด็นอภิปราย เร่ือง “บทบาทของฝายทรัพยากรบุคคลในการเสริมสรางขีด ความสามารถของสมาชิกรัฐสภาและเจา หนาท่ีของสภาชูรอ” โดย นาย Ali Nasir AL-MAHROOQI เลขาธกิ าร รฐั สภาชรู อรัฐสุลตานโอมาน ๓. หัวขอ “รัฐสภาทเ่ี ปด กวาง” - การนาํ เสนอประเดน็ อภปิ ราย เรอ่ื ง “การประเมินถงึ การมีสว นรว มของประชาชนตอ งานของ รฐั สภา : ผลจากการศกึ ษาระยะเวลาสี่ป โดยคณะกรรมการอิสระของรฐั สภาแอฟริกาใต” โดย นางสาว Penelope Nolizo TYAWA MIKANAZE เลขาธกิ ารรฐั สภาแอฟริกาใต
เอกสารขา วรฐั สภา ๗๒ - การนาํ เสนอประเดน็ อภปิ ราย เรื่อง “การเขาถึงวุฒิสภาของสหพันธรฐั บราซิล – แนวทางปฏบิ ัติ ที่ดี : การนําเสนอแผนการบรหิ ารจดั การตอการเขาถงึ ของวุฒสิ ภาสหพนั ธรัฐ” โดย นาง Karin KASSMAYER วุฒสิ ภาสหพนั ธรัฐบราซลิ ๔. หวั ขอ “วัฒนธรรมรัฐสภา” - การนําเสนอประเด็นอภิปราย เรื่อง “สถานะของฝายคานรัฐสภาในรัฐธรรมนูญ Maghreb” โดย นาย Said MOKADEM เลขาธกิ ารสภาทีป่ รึกษา Maghreb - การนําเสนอประเด็นอภิปราย เรื่อง “การทดลองของรัฐสภาบาหเรนในการสงเสริมวัฒนธรรม รัฐสภา” โดย นาย Rashed ABUNAJMA เลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎรบาหเ รน - การนําเสนอประเด็นอภปิ ราย เรื่อง “กระบวนการยกระดับของวฒุ ิสภาชิลี : วตั ถุประสงคหลกั ” โดย นาย Raul Guzman URIBE เลขาธิการวฒุ สิ ภาชิลี นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายท่ัวไปในหัวขอ เร่ือง “การทําใหระบบงานของรัฐสภางายตอการเขาถึง ของผพู กิ าร : แนวทางปฏบิ ัตทิ ีด่ ”ี ดาํ เนินการอภปิ รายโดย นาย Christophe PALLEZ เลขาธกิ ารสภานิตบิ ญั ญัติ แหงชาตฝิ รัง่ เศส และการอภิปรายในหัวขอ “การบังคบั ใชกฎหมาย : วธิ กี ารควบคมุ สําหรบั รฐั สภา” ดําเนนิ การ อภปิ รายโดย นาย Najib EL KHADI เลขาธิการรัฐสภาโมรอ็ คโค รวมถึงการนําเสนอเรอื่ ง “พัฒนาการลา สุดใน สหภาพรฐั สภา” และการประชุมรว มระหวา งสหภาพรฐั สภา (IPU) และสมาคมเลขาธิการรฐั สภา (ASGP) ในหวั ขอ เรอ่ื ง “รฐั สภาในโลกท่กี าํ ลังเปลยี่ นแปลง : การใหค าํ ปรึกษาในเบื้องตนของรายงานของรฐั สภาโลก ป ๒๕๖๔”
ขา วประชาสมั พันธ สาํ นกั งานเลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎร
Search