10 ขนมไทยโบราณทห่ี ากนิ ยากสุดๆ[ช่ือรองของเอกสาร]อารียาภรณ์ ออ้ มจะบกวทิ ยาลยั อาชีวศึกษานครราชสีมา |
10 ขนมไทยโบราณทหี่ ากินยากสดุ ๆในปจั จุบนั ขนมไทยทีเ่ ราคุ้นเคยกันดีอย่างฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด กย็ งั มขี ายอยูต่ ามทอ้ งตลาดท่ัวไป ขนมไทยมีหลากหลายชนดิ หากเอย่ ชอื่ แล้ว บางคนคิดว่ามันมีขนมช่ือน้ีดว้ ยหรือ หนา้ ตาจะเป็นยงั ไง ซง่ึ บางอยา่ งน้ันหากินกนั ยากมากเลยทีเดียวจงึ ได้รวบรวม 10 ขนมไทยโบราณท่ใี นปัจจบุ ันหากินกันได้ยากมาก มาดูกันเลยดีกว่า10. ขนมพนั ตอง
ขนมพนั ตอง แบง่ เป็น 2 สว่ น แยกเปน็ 2 หอ่ หอ่ แรกคือสว่ นผสมของไส้ ประกอบด้วยมะพร้าวกับน้าตาลป๊ีบ แล้วน้ามาป้ันเปน็ กอ้ น อีกห่อประกอบด้วย หวั กะทิ แป้งข้าวเจ้าเกลือ น้าตาล แล้วตกั ใสห่ ่อ เพ่อื ความอรอ่ ยย่ิงขึนควรจะรบั ประทานพรอ้ มกัน เพราะตวัแปง้ และตวั ไสจ้ ะอรอ่ ยกลมกลอ่ มอยา่ งลงตวั9. ขนมลาขนมลา เปน็ ขนมหวานพนื บา้ นของทางภาคใต้ ของประเทศไทย ซึ่งทา้ มาจากแป้งข้าวเจา้ เปน็ ขนมส้าคัญหน่ึงในหา้ ชนดิ ทใ่ี ชส้ า้ หรับจัดเพือ่ น้าไป ถวายพระสงฆ์ในงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ซึง่ เปน็ งานบญุ ประเพณที ีส่ า้ คญั ของจังหวดั ในภาคใต้ เช่นจังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลาโดยอทุ ิศสว่ นกศุ ลให้แกบ่ รรพบุรุษที่ล่วงลับ ขนมลาปรงุ ขนึ เพ่ือเปน็ เสมือนแพรพรรณเสือผ้าปัจจบุ นั ขนมลามจี ้าหนา่ ยตลอด ทังปี ไมป่ รงุ เฉพาะในเทศกาลอย่างทเ่ี คยปฏิบัติมา ขนมลามี 2 ชนิดคอื ลาเชด็ และลากรอบ ขนมลาเช็ดจะใช้นา้ มันนอ้ ย โรยแปง้ ใหห้ นา เมอ่ื สกุพบั เปน็ คร่ึงวงกลม รปู รา่ งเหมอื นแห ลากรอบ นา้ ลาเชด็ มาโรยนา้ ตาลแล้วน้าไปตากแดดในปจั จุบันมกี ารท้าลากรอบแบบใหม่ โดยเพ่ิมแป้งขา้ วเจ้าใหม้ ากขึน ใชน้ ้ามนั มากขึนเมอื่ แป้งสุกแลว้ มว้ นเปน็ แทง่ กลม พักไวจ้ นเย็นจงึ ดึงไม้ออก8. ขนมเกสรชมพู่
เกสรชมพู่ ขนมไทยโบราณ เมือ่ ไดม้ องครงั แรกอาจจะคิดวา่ ขนมชนิดนคี ือ “ขา้ วเหนยี วแก้ว” แต่ถ้าพิศมองใหด้ ีจะเหน็ ถงึ ความแตกตา่ งอย่างชัดเจน เพราะมีลกั ษณะแขง็ กระดา้ งของข้าวเหนยี ว ส่วนเกสรชมพจู่ ะดนู ุ่มนวล ออ่ นโยน ทท่ี า้ จากมะพร้าวขูดขาว ผดั กับน้าและน้าตาลทราย ใสว่ ุ้นกวนใหเ้ ข้ากนั ใสส่ ชี มพูแก่ แล้วตักใสถ่ ว้ ย เรื่องรสชาตเิ กสรชมพ่จู ะมคี วามมนั ความหอมของมะพรา้ ว และมคี วามหวานเป็นเอกลักษณ์7. ขนมโพรงแสม
ขนมโพรงแสม ขนมชนิดนใี ชใ้ นพิธแี ตง่ งาน โดยแทนเสาบ้านเสาเรือน เพอื่ ให้คู่บ่าวสาวอยู่กนั ย่ังยืนและร่้ารวย ลักษณะคลา้ ยๆขนมทองมว้ น แตข่ นมชนิดนจี ะมคี วามแตกตา่ งอยูต่ รงทมี่ นี ้าตาลเคลือบพนั ร้อยอย่ทู ่ตี วั ขนม เมื่อตัวขนมได้ถกู บดขยกี บั ฟนั และลนิ ที่สัมผสั รส จะให้ความรู้สกึ กรบุ กรอบน่ากดั กิน ผสมกับความหวานของน้าตาลท่เี คลือบขนมอย่างลงตัวไม่ทไี่ ม่หวานมากนัก ก็ยิง่ ท้าใหข้ นมชนดิ นเี หมาะสา้ หรับการกินเล่น กบันา้ ชาตอนบา่ ย6. ขนมตูโบ้ตโู บ้ หรือ ต้มบวดรวมมิตร อาหารหวานท้องถ่ินภูเกต็ ท้าจากถัว่ แดงเมด็ เล็ก (คนภเู กต็เรียกว่า ถัว่ ยอ้ แย)้ มันเทศ เผอื ก (คนภูเก็ตเรยี กวา่ หวั บอน)และแปง้ มนั สา้ ปะหลงั (คนภูเกต็ เรียกวา่ แปง้ ตวั่ จหู นุ้ ) ตม้ รวมกันในนา้ กะทเิ ตมิ น้าตาลและเกลอื พอให้มีรสหวานน้าและเคม็ ปะแล่ม จะทานร้อนๆหรือเติมนา้ แข็งก็ได้5. ขนมเทยี นแก้ว
ขนมเทียนแก้ว หรอื ขนมนมสาว เปรยี บเสมอื นแสงสว่าง ลักษณะทส่ี วยถูกต้อง ต้องปลายแหลม และฐานเปน็ รปู สเี่ หล่ียมจตั ุรัส วางได้โดยไม่เสยี รูปทรง ท้าจากถวั่ เขียวเลาะเปลอื กน่ึงสกุ กวนกับกะทิและนา้ ตาลทราย อบด้วยควนั เทียน ปัน้ เปน็ กอ้ นกลม ๆ นา้แปง้ ถวั่ เขยี ว หรือแป้งซ่าหริม่ กวนกับนา้ ตาลทราย และนา้ ลอยดอกมะลิ ขนมชนิดนจี ะใหก้ ลิน่ หอมสดชนื่ นา่ กนิ ของควนั เทียนและน้าลอยดอกมะลิท่อี บอวลอยู่ในเนือขนม4. ขนมสามเกลอ
ขนมสามเกลอ เป็นขนมเสี่ยงทายในพธิ ีแตง่ งาน ถ้าขนมยังติดกันทัง 3 ลูกในขณะท่ีทอดหมายความวา่ คบู่ ่าวสาวที่จะแต่งงานจะอยู่ดว้ ยกันดี ตลอดจนมีลูกด้วยกนั แต่ติดกนั อยู่เพยี ง 2 ลูก หมายความวา่ มลี กู ยากหรือไม่มี ถ้าแยกหรอื หลุดออกทงั 3 ลกู หมายความว่า อย่ดู ้วยกันไม่ยืด ขนมชนิดนีแบ่งออกเปน็ 2 สว่ น คอื ส่วนที่เปน็ ไสท้ ท่ี า้ จากนา้ ตาลมะพรา้ ว มะพรา้ วขดู และงา แลว้ เอามาหมุ้ ด้วยแปง้ ขา้ วเหนียว ส่วนท่ีสอง ท้าจากไข่ไก่(อาจจะใส่สีผสมอาหารดว้ ย เพ่อื เพม่ิ ความสวยงาม) ท่นี า้ มาโรยบนกระทะเปน็ แผ่นบางๆเพื่อนา้ มาห่อตวั ขนม3. ขนมตะลมุ่ตะลุ่ม มสี องส่วน คือสว่ นตวั ขนม ท้าแป้งข้าวเจา้ แป้งเท้ายายมอ่ ม แป้งมันสา้ ปะหลงั น้าปนู ใส และหางกะทิ น้าไปนงึ่ จนสุก ส่วนของตวั หนา้ ได้แก่ หวั กะทิ ไข่ และน้าตาล ใส่แป้งขา้ วเจา้ เล็กนอ้ ย แล้วเทลงบนตวั ทสี่ กุ แล้ว น้าไปนึ่ง เวลาเสริ ฟ์ ตัดเป็นส่ีเหลีย่ มขนาดพอดคี ้าหรอื ลักษณะตามชอบ เวลาจะรบั ประทานควรรับประทานพรอ้ มกันเพราะให้รสชาติทหี่ วาน มัน และมีกลิ่นหอมของกะทยิ ามรบั ประทานในค้าเดียวกนั2. ขนมหมอ้ ตาล
ขนมหม้อตาล เป็นขนมโบราณ ที่ใช้ในพิธแี ตง่ งาน เรียกวา่ “หมอ้ เงิน หมอ้ ทอง” ตวั ถว้ ยขนม ผสมแป้งสาลี น้าเยน็ ไขแ่ ดง กรุแป้งในพมิ พ์หม้อตาล อบใหส้ กุ ไส้ ผสมนา้ ตาลทรายกับนา้ เคย่ี วให้ขน้ ตักใสถ่ ้วย หยดสีตามตอ้ งการ หยอดลงในพมิ พ์ ใหน้ า้ ตาลแห้ง ดูจากลักษณะภายนอกดูกระจุ๋มกระจมิ๋ นา่ รกั หลากสสี นั ชวนนา้ ลายสอ เมือ่ ลองลิมชิมรสเนือแปง้ ของขนมท่กี รอบจะเข้ากันดีกับตัวนา้ ตาลท่หี วานก้าลงั ดี1. ขนมบหุ ลนั ดั้นเมฆ
บหุ ลันดันเมฆ ลักษณะของขนมจะคล้ายขนมนา้ ดอกไม้ เปน็ ขนมชาววังคิดประดษิ ฐ์ขึนใหม้ สี ีสนั อปุ มาอปุ ไมยเลยี นแบบเพลงไทย‘บหุ ลันลอยเลอ่ื น’ ซง่ึ เปน็ เพลงพระราชนิพนธ์ในรชั กาลที่ 2 มี 2 สว่ น คือ สว่ นตัวขนม ท้าจากแปง้ ข้าวเจ้า แปง้ มัน นา้ ดอกอญั ชันน้าตาลทราย หยอดลงบนถว้ ยตะไล เม่อื น้าไปนง่ึ ตรงกลางจะบุม๋ ลงไป ส่วนตัวหนา้ ขนมประกอบดว้ ย ไข่ กะทิ นา้ ตาลมะพรา้ ว และนา้ ไปน่งึ ต่อจนสกุ เม่อื รับประทานจะให้ความร้สู กึ ถงึ ความหอมหวานของน้าดอกอญั ชนั กบั กล่นิ น้าตาลมะพร้าว
Search
Read the Text Version
- 1 - 9
Pages: