102 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 สอนครัง้ ที่ 7-8 เร่ือง ลวดเชอ่ื ม • ใบงานที่ 5 งานเชอ่ื มอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุม้ ฟลักซ์ ต่อชนตาแหนง่ ทา่ 2G (PB) • ใบงานท่ี 6 งานเชื่อมซึมลกึ ตอ่ ชนบากร่องวตี าแหนง่ ทา่ 2G (PB)
103 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4 ช่อื วชิ าเชือ่ มอารก์ ดว้ ยลวดเช่ือมหุ้มฟลกั ซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ชวั่ โมง ชอ่ื หน่วย ลวดเชื่อม สอนครัง้ ท่ี 7-8 ชอ่ื เร่ือง ลวดเช่ือม จานวน 12 ช่วั โมง หวั ข้อเรอ่ื ง 1 ชนดิ และสัญลกั ษณ์มาตรฐานของลวดเชือ่ ม 2 คุณสมบตั ิของลวดเชื่อมไฟฟา้ หุม้ ฟลกั ซ์ 3 การเชอ่ื มซึมลกึ ต่อชนบากรอ่ งวีตาแหนง่ ทา่ 2G (PB) สาระสาคญั การแบ่งชนดิ ของลวดเชอ่ื มสามารถแบ่งได้หลายลักษณะ ได้แก่ การแบ่งตามชนิดของวัสดุที่เป็นลวด เช่ือม แบง่ ตามกระบวนการเชอ่ื ม และการแบ่งตามชนิดของฟลักซ์หุ้ม ผู้ปฏิบัติงานเชื่อมจะต้องมีความเข้าใจ เกี่ยวกับชนิดของลวดเชื่อม คุณสมบัติของลวดเชื่อมไฟฟ้าหุ้มฟลักซ์ คุณสมบัติของลวดเช่ือมแก๊ส คุณสมบัติ ของลวดเชื่อมมิก คุณสมบัติของลวดเช่ือมใต้ฟลักซ์ ผู้ปฏิบัติงานเช่ือมโลหะจะต้องนาหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งมาบูรณาการใช้ในการผ้ปู ฏิบัติงานให้เหมาะสมกันงาน สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจาหน่วย) 1. แสดงความรู้เก่ียวกับลวดเชื่อม 2. ปฏิบตั ิงานเชื่อมอาร์กดว้ ยลวดเชอ่ื มหุ้มฟลกั ซ์ ตอ่ ชนตาแหนง่ ทา่ 2G (PB) 3. ปฏิบตั งิ านเชื่อมซึมลกึ ตอ่ ชนบากร่องวีตาแหนง่ ท่า 2G (PB) สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรยี นรู)้ สมรรถนะท่ัวไป (ทฤษฏี) 1. แสดงความรู้เกีย่ วกบั ชนิดและสญั ลกั ษณ์มาตรฐานของลวดเชื่อม 2. แสดงความรเู้ กยี่ วกบั คุณสมบัตขิ องลวดเช่ือมไฟฟา้ หุ้มฟลักซ์ สมรรถนะท่พี ึงประสงค์ (ทฤษฏ)ี เมอ่ื ผู้เรียนไดศ้ กึ ษาเนอื้ หาในบทนแี้ ลว้ ผเู้ รียนสามารถ 1. บอกชนิดและสญั ลักษณ์มาตรฐานของลวดเชื่อมได้ถกู ต้อง 2. บอกคุณสมบัติของลวดเชอื่ มห้มุ ฟลกั ซ์ได้ถูกต้อง สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์ (ดา้ นทักษะ) เมอ่ื ผู้เรยี นไดศ้ กึ ษาเนื้อหาในบทนี้แล้ว ผ้เู รียนสามารถ 1. ปฏบิ ัติงานเชอื่ มอารก์ ด้วยลวดเช่ือมหมุ้ ฟลักซ์ ต่อชนตาแหนง่ ทา่ 2G (PB) 2. ปฏบิ ัติงานเช่อื มซึมลึกตอ่ ชนบากร่องวีตาแหนง่ ทา่ 2G (PB)
104 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 ชือ่ วิชาเชื่อมอาร์กดว้ ยลวดเช่อื มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 เวลาเรยี นรวม 12 ชวั่ โมง ชือ่ หน่วย ลวดเช่อื ม สอนคร้ังท่ี 7-8 ชอื่ เรื่อง ลวดเช่อื ม จานวน 12 ชว่ั โมง ด้านเจตคติ 1. มีความตั้งใจในการเตรยี มชน้ิ งาน 2. มีความเชือ่ มม่นั ในการเช่ือม ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม 12 ประการ 1. ซ่อื สัตย์ เสียสละ อดทน มีอดุ มการณใ์ นส่ิงทดี่ ีงามเพอื่ สว่ นรวม 2. ใฝ่หาความรู้ หมน่ั ศึกษาเล่าเรยี นทง้ั ทางตรง และทางออ้ ม 3. มศี ีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวังดตี อ่ ผอู้ ื่น เผ่อื แผแ่ ละแบ่งปัน 4. มีระเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยร้จู ักการเคารพผ้ใู หญ่ กิจกรรมการเรยี นการสอน รูปแบบการจัดการเรยี นรูแ้ บบ Active Learning และจัดการเรยี นการสอนที่เนน้ ดา้ นสมรรถนะ ของผู้เรยี น โดยมีองคป์ ระกอบท้งั 4 ด้าน ได้แก่ Motivation Information Application และ Progress การ จดั การเรียนรู้โดย ใช้กระบวนการ MIAP กจิ กรรมการเรยี นการสอน (สอนครั้งท่ี 7-8 ) เวลา 12 ชั่วโมง/สัปดาห์ การนาเข้าสู่บทเรียน 1 ดา้ นภาคทฤษฎี 1.1 ขนั้ เตรียมการสอน 1. ครผู ู้สอนตรวจสอบรายชื่อผู้เรยี น แจ้งรายละเอียดของเน้ือหาสาระการเรียนรู้หนว่ ยท่ี 4 เรอื่ ง ลวดเชอ่ื มและการปฏบิ ัติตนขณะเรียน 2. ครใู หผ้ ู้เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนตามเวลากาหนดใหผ้ ้เู รียนสลบั เอกสาร ประกอบการเรยี นกับเพื่อนภายในห้องพร้อมฟงั ครเู ฉลยและแจ้งผลการประเมนิ แบบทดสอบก่อนเรียน 1.2 ขน้ั การสอน (ใช้ขน้ั ตอนการสอน MIAP) 1. ข้นั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น (M)ครูตงั้ คาถามสอบถามผู้เรยี น โดยคาถามให้สอดคล้องกับเน้ือหา สาระการเรียนรู้ 2. ขั้นใหเ้ นือ้ หาความรู้ (I) ครูผสู้ อนดาเนินกิจกรรมการเรยี นการสอน ด้วยวิธีท่ี หลากหลาย เชน่ การถามตอบ การอธิบายการตั้งคาถามระหว่างผเู้ รยี นกับผู้เรยี น เปน็ ตน้ 3. ขนั้ ใหแ้ บบฝกึ หัด (A) ครูผ้สู อนให้ผู้เรยี นทาแบบฝกึ หดั ประจาหน่วยที่ 4 เรอื่ ง ลวดเชอ่ื ม จานวน 10 ข้อ ตามเวลาท่กี าหนด และสลับเอกสารประกอบการเรียนการสอน ผู้เรียนกับผเู้ รียนตรวจ โดยครู เฉลยแบบฝกึ หัด และให้ผเู้ รียนแจ้งผลการประเมิน เพื่อให้ครูผู้สอนบันทึกคะแนน 4. ขน้ั สาเรจ็ (P) ครูผู้สอนแจ้งผเู้ รียนให้ทาแบบทดสอบหลังเรยี นประจา หนว่ ยที่ 4 เรื่อง
105 แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 ชื่อวิชาเชอื่ มอารก์ ด้วยลวดเชอื่ มหุ้มฟลกั ซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ช่วั โมง ชอ่ื หน่วย ลวดเช่อื ม สอนครั้งที่ 7-8 ชอ่ื เร่ือง ลวดเชือ่ ม จานวน 12 ชั่วโมง ลวดเช่ือม จานวน 10 ข้อ ตามเวลาทก่ี าหนด และสลับเอกสารประกอบการเรียนการสอนผูเ้ รียนกับผเู้ รยี น ตรวจ โดยครเู ฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น และใหผ้ ู้เรียนแจง้ ผลการประเมิน เพอื่ ให้ครูผู้สอนบันทกึ คะแนน 1.3 ขนั้ สรปุ ครผู ู้สอนกบั ผู้เรยี นรว่ มกันสรุปเน้ือหาภาคทฤษฎีเป็นแนวคดิ สาคัญและสามารถให้ ผ้เู รียนได้ นาไปใช้งานในภาคปฏบิ ัติได้อยา่ งถกู ต้อง การสรปุ ครูผสู้ อนกับผู้เรยี นร่วมกนั สรุปเนอื้ หาภาคทฤษฎีเพือ่ เปน็ แนวคิดสาคัญ เพอื่ ให้ ผู้เรยี นได้นาไปใช้งานใน ภาคปฏิบัตไิ ดอ้ ย่างถกู ตอ้ งตอ่ ไป 2 ดา้ นภาคปฏบิ ัติ 2.1 ขนั้ เตรียมการสอน (ใบงานที่ 5 งานเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชื่อมหุม้ ฟลักซ์ ตอ่ ชนตาแหนง่ ทา่ 2G (PB)) ผู้เรยี นเข้าแถวครูผู้สอนตรวจสอบรายชอ่ื จัดกลุ่มผู้เรยี นเข้าสถานีปฏบิ ัติงานเชอื่ ม อบรม ผเู้ รียนดา้ นความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเช่ือมอารก์ ด้วยลวดเช่อื มหุ้มฟลกั ซ์ ตอ่ ชนตาแหนง่ ทา่ 2G (PB)อยา่ งเครง่ ครัด 2.2 ข้นั การสอน 1. ครูผสู้ อนชีแ้ จงจุดประสงค์การเรียนรู้งานเชอื่ มอารก์ ด้วยลวดเชอ่ื มหุ้มฟลักซ์ ต่อชน ตาแหนง่ ทา่ 2G (PB) ตาม เนื้อหาทล่ี งฝกึ ภาคปฏิบัติ 2. ครผู ู้สอนนาเข้าส่บู ทเรียน โดยสอบถามจากผู้เรียนให้ผู้เรยี นตอบ เพื่อได้นาเข้าสู่ บทเรยี นของชนดิ ใบงานทไ่ี ดล้ งฝึกปฏิบัติโดย ใบงานท่ี 5 งานเชือ่ มอาร์กด้วยลวดเช่อื มหมุ้ ฟลักซ์ ตอ่ ชน ตาแหน่งทา่ 2G (PB) 2.3 ขัน้ สาธติ ครูผู้สอนแนะนาขนั้ ตอนการปฏิบัติงาน และทาการสาธิตการเชื่อมอารก์ ด้วยลวดเชอื่ ม หุ้มฟลกั ซ์ ตอ่ ชนตาแหนง่ ท่า2G (PB)ตามลาดับข้นั ให้ผู้เรยี นได้สังเกตดว้ ยความปลอดภัย (บนั ทึกคลิปวีดโี อไว้ เพ่อื ให้ นร.สามารถไดก้ ลับมาดูการสาธิตได้ซา้ ๆหหลายๆหคร้งั ตามเนื้อหาสาระการฝึก 2.4 ขั้นการปฏบิ ัตงิ าน ผเู้ รียนลงปฏิบัติ โดยครูผู้สอนกาชับและควบคมุ ในการปฏบิ ตั งิ านด้วยความปลอดภัย ให้สวมใสช่ ุดป้องกันอนั ตรายขณะปฏบิ ตั ิงานทกุ คน ซง่ึ ใบงานควรปฏบิ ัติดังน้ี (1) จดั กลุ่มผู้เรียนตามจานวนเครื่องเชอ่ื มและแบ่งกลุ่มผู้เรยี นคละความสามารถ (เก่ง–ปานกลาง–อ่อน)เปน็ กลมุ่ ๆห เนน้ รปู แบบการจดั การเรียนร้แู บบรว่ มมอื เทคนิค STAD (เพื่อนช่วยเพอื่ น) ตามเหมาะสม (2) ครูผสู้ อนแจกชน้ิ งานคนละจานวน 2 ชนิ้ และเตรียมชน้ิ งานตาม แบบท่ีกาหนดไว้ (3) ผู้เรียนเช่อื มยึดชน้ิ งานให้ติดกนั ตามแบบงาน
106 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 ช่อื วชิ าเช่อื มอาร์กดว้ ยลวดเชอ่ื มหมุ้ ฟลักซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ชัว่ โมง ชอ่ื หน่วย ลวดเชอ่ื ม สอนครัง้ ที่ 7-8 ชื่อเร่อื ง ลวดเชอื่ ม จานวน 12 ชั่วโมง (4) ผ้เู รียนปฏิบตั ิงานเช่ือมอาร์กดว้ ยลวดเชือ่ มหุ้มฟลักซ์ ตอ่ ชนตาแหนง่ ทา่ 2G (PB) (5) ครูผูส้ อนควบคุมดูแลผเู้ รยี น และสงั เกตพฤติกรรมในการปฏิบัตงิ าน 2.5 ขั้นตรวจผลการปฏิบัตงิ าน เม่ือผเู้ รียนไดล้ งปฏบิ ัติไดค้ รบทกุ คน ครผู ู้สอนเรียกตามเลขท่ี หรอื ให้ ผู้เรยี นจับฉลากเพื่อทา การสอบปฏิบตั ิ โดยครูผ้สู อนใช้ใบประเมินผลการปฏิบตั ิงานของใบงานท่ี 5 ตรวจประเมนิ พรอ้ มช้ีแจงให้ ผู้เรยี นได้ทราบ และใหผ้ ู้เรียนปฏิบตั ิการสอบตามเวลากาหนด 2.6 ขน้ั สรุปและประเมนิ ผล 1. ครูผูส้ อนแจง้ ผลการปฏบิ ัตงิ านของผเู้ รียนใบงานท่ี 5 ใหผ้ เู้ รยี นทกุ คนทราบ 2. ครปู ระเมินและแจ้งผลด้านคณุ ธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์เพอ่ื เปน็ แนวทางให้ผู้เรียนได้ปรับปรุงตนเองได้อยา่ งเหมาะสม 2.1 ข้ันเตรยี มการสอน (ใบงานท่ี 6 งานเช่ือมตอ่ ชนซมึ ลกึ บากร่องวตี าแหน่งทา่ 2G (PB)) ผ้เู รยี นเขา้ แถวครูผู้สอนตรวจสอบรายช่อื จัดกลมุ่ ผู้เรียนเขา้ สถานีปฏบิ ัตงิ านเชอื่ ม อบรม ผู้เรียนดา้ นความปลอดภยั ในการปฏิบัติงานเชอื่ มซมึ ลกึ ต่อชนบากร่องวตี าแหนง่ ท่า 2G (PB)อย่างเคร่งครดั 2.2 ขน้ั การสอน 1. ครูผสู้ อนชีแ้ จงจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรขู้ องใบงานเช่อื มซมึ ลึกตอ่ ชนบากร่องวี ตาแหน่งท่า 2G (PB)ตาม เนื้อหาใบงานที่ลงฝกึ ภาคปฏบิ ตั ิ 2. ครผู ู้สอนนาเข้าส่บู ทเรียน โดยสอบถามจากผู้เรียนให้ผู้เรียนตอบ เพอ่ื ได้นาเขา้ สู่ บทเรียนชนิดงานท่ไี ดล้ งฝึกปฏิบตั ิใบงานท่ี 6 งานเชื่อมซึมลึกต่อชนบากรอ่ งวีตาแหน่งท่า 2G (PB) 2.3 ขั้นสาธิต ครูผ้สู อนแนะนาข้ันตอนการปฏบิ ัติงาน และทาการสาธิตการเชือ่ มซมึ ลกึ ต่อชนบาก ร่องวีตาแหน่งท่า 2G (PB)ตามลาดับขั้นให้ผู้เรียนได้สงั เกตดว้ ยความปลอดภยั (บนั ทกึ คลปิ วดี โี อไวเ้ พ่อื ให้ นร. สามารถไดก้ ลบั มาดกู ารสาธติ ได้ซ้าๆหหลายๆหครง้ั ตามเนื้อหาสาระการฝกึ ) 2.4 ข้นั การปฏบิ ัตงิ าน ผู้เรยี นลงปฏิบตั ิ โดยครผู ู้สอนกาชับและควบคุมในการปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความปลอดภัย ใหส้ วมใส่ชดุ ปอ้ งกันอนั ตรายขณะปฏบิ ตั ิงานทุกคน ซ่งึ ใบงานควรปฏิบัติดงั น้ี (1) จดั กลมุ่ ผู้เรยี นตามจานวนเครอ่ื งเชอ่ื มและแบ่งกลุม่ ผ้เู รียนคละความสามารถ (เกง่ –ปานกลาง–ออ่ น)เป็นกลุ่มๆห เนน้ รูปแบบการจดั การเรียนรแู้ บบร่วมมือเทคนคิ STAD (เพอ่ื นชว่ ยเพอื่ น) ตามเหมาะสม (2) ครผู สู้ อนแจกชิ้นงานคนละจานวน 2 ช้นิ และเตรยี มชิ้นงานตาม แบบที่กาหนดไว้ (3) ผูเ้ รยี นเชอ่ื มยึดช้นิ งานให้ติดกนั ตามแบบงาน (4) ผ้เู รียนปฏบิ ตั ิงานงานเช่ือมซึมลกึ ต่อชนบากรอ่ งวตี าแหนง่ ท่า 2G (PB)
107 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 ช่อื วชิ าเชื่อมอารก์ ด้วยลวดเชือ่ มหุ้มฟลักซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ชัว่ โมง ช่ือหน่วย ลวดเช่อื ม สอนครั้งที่ 7-8 ชอ่ื เรอื่ ง ลวดเช่ือม จานวน 12 ชัว่ โมง (5) ครูผสู้ อนควบคุมดแู ลผู้เรียน และสังเกตพฤติกรรมในการปฏิบัตงิ าน 2.5 ขน้ั ตรวจผลการปฏิบตั ิงาน เมอ่ื ผเู้ รยี นได้ลงปฏิบัติใบแตล่ ะใบงานได้ครบทุกคน ครผู สู้ อนเรยี กตามเลขท่ี หรอื ให้ ผ้เู รียน จบั ฉลากเพอ่ื ทาการสอบปฏิบัติ โดยครูผ้สู อนใช้ใบประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านของใบงานที่ 6 ตรวจประเมิน พร้อมชแ้ี จงใหผ้ ูเ้ รียนได้ทราบ และให้ผู้เรียนปฏิบัตกิ ารสอบตามเวลากาหนด 2.6 ขนั้ สรุปและประเมนิ ผล 1. ครูผู้สอนแจ้งผลการปฏบิ ัตงิ านของผเู้ รยี นใบงานที่ 6 ให้ผเู้ รยี นทกุ คนทราบ 2. ครูประเมินและแจ้งผลด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคเ์ พ่ือ เปน็ แนวทางให้ผุ้เรียนได้ปรบั ปรงุ ตนเองได้อย่างเหมาะสม งานที่มอบหมายหรอื กจิ กรรม 1. ก่อนเรยี น เตรียมเอกสารประกอบการเรียนการสอนผู้เรยี น และทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น จานวน 10 ข้อ 2. ขณะเรยี น ผู้เรยี นทาแบบฝกึ หัดในเอกสารประกอบการเรยี นการสอน จานวน 10 ขอ้ 3. หลงั เรียน ผู้เรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี นเอกสารประกอบการเรยี นการสอน จานวน 10 ข้อ ส่อื การเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน ใบงาน/ใบความรู้ 2. สอื่ นาเสนอ Power Point หน่วยที่ 4 เรื่อง ลวดเช่ือม 3. รปู ภาพเก่ยี วกับ เครอ่ื งเชอื่ ม ไฟฟา้ MMA 4. หนงั สือเรียน เชือ่ มอาร์กดว้ ยลวดเช่ือมหุ้มฟลกั ซ์ 2 รหสั วิชา 20103-2002 5. เคร่ืองคอมพิวเตอรพ์ ร้อมทั้งเครือ่ งฉายโปรเจคเตอร์ การวัดและประเมินผล 1 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น (แบบปรนัย) 2 แบบฝึกหัด (แบบอัตนัย) 3 แบบทดสอบหลังเรียน (แบบปรนยั ) 4 การวดั และประเมนิ ผลพฤติกรรม คุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
108 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 ช่อื วชิ าเชื่อมอาร์กดว้ ยลวดเช่ือมหุม้ ฟลกั ซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ชวั่ โมง ชือ่ หนว่ ย ลวดเช่อื ม สอนครัง้ ท่ี 7-8 ชอ่ื เร่อื ง ลวดเชือ่ ม จานวน 12 ชวั่ โมง เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1 ด้านทฤษฎี 1.1 แบบทดสอบกอ่ นเรียน มีจานวน 10 ขอ้ ไมน่ า ผลมาประเมนิ แต่นา มาเปรยี บเทยี บ ผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรียนกอ่ นเรยี นกับหลงั เรยี นของเอกสารประกอบการเรยี นการสอนเทา่ น้ัน 1.2 แบบฝกึ หัด มจี านวน 10 ข้อ ผเู้ รยี นต้องผา่ นเกณฑไ์ ม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 70 1.3 แบบทดสอบหลังเรียน มีจานวน 10 ข้อ ผู้เรยี นต้องผา่ นเกณฑไ์ มน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 70 2 ด้านทกั ษะ ใบงานท่ี 5 งานเช่ือมอาร์กดว้ ยลวดเชื่อมห้มุ ฟลกั ซ์ ต่อชนตาแหน่งทา่ 2G (PB) ใบงานที่ 6 งานเชือ่ มซมึ ลกึ ตอ่ ชนบากร่องวตี าแหน่งทา่ 2G (PB) 3 ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ผูเ้ รยี นทุกคนตอ้ งผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ จากตารางประเมนิ ผลด้านคณุ ธรรม จริยธรรม และ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์โดยเปน็ การสังเกตพฤติกรรมของผูเ้ รยี นเปน็ รายบุคคล ชว่ งก่อนเรียน ขณะเรียน และหลงั เรียน ซ่ึงเป็นตารางการประเมินแบบตรวจสอบรายการ จานวน 10 ขอ้ ๆหละ 1คะแนน ซ่งึ ใชเ้ กณฑ์ การประเมนิ ดังนี้ คะแนน 9 – 10 หมายถึง ระดบั การประเมนิ พฤติกรรม ดมี าก คะแนน 7 – 8 หมายถงึ ระดับการประเมินพฤตกิ รรม ดี คะแนน 5 – 6 หมายถงึ ระดบั การประเมนิ พฤตกิ รรม พอใช้ คะแนน 0 – 4 หมายถึง ระดับการประเมินพฤตกิ รรม ต้องปรับปรุง
109 เนอื้ หา รหัสวิชา 20103-2002 ช่ือวิชาเช่ือมอาร์กดว้ ยลวดเช่ือมหุ้มฟลักซ์ 2 หน่วยท่ี 4 ชอื่ หน่วย ลวดเช่อื ม ชอ่ื เรื่อง ลวดเชือ่ ม จานวน 6 ชวั่ โมง การเช่ือมไฟฟ้าจะไดร้ อยเชอ่ื มท่ีดีมคี ุณภาพต้องมีองค์ประกอบทใี่ ชใ้ นงานเช่อื มมีดังนี้ การเลือกลวดเช่ือมใหเ้ หมาะสมกบั งาน(Correct Electrode) ลวดเช่ือมเป็นวัสดุท่ีใช้เป็นโลหะเติมโดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้เกิดการยึดเข้ากับรอยต่อของโลหะ ชน้ิ งานโดยผา่ นขบวนการให้ความร้อนเพ่อื หลอมละลายลวดเชื่อมกับช้นิ งานซ่ึงลวดเช่ือมท่ีดีจะต้องยึดช้ินงาน ให้ติดกันอย่างเหนียวแน่นมีคุณสมบัติทางด้านฟิสิกส์และทางเชิงกลเทียบเท่ากับโลหะชิ้นงานกระบวนการ เช่ือมหลายชนิดมีความจาเป็นท่ีต้องใช้ลวดเช่ือมเติมลงในรอยเชื่อมเพื่อรวมตัวกับช้ินงานบริเวณรอย ต่อโดย อาศัยการเผาไหมจ้ ากการอาร์ก ลวดเชื่อมแบ่งเป็นชนดิ ใหญ่ๆหได้ 2 ชนดิ 1. อเี ลก็ โทรด (Electrode หมายถึงลวดเช่ือมไฟฟ้าในกระบวนการเชื่อมอารก์ (Arc Welding) และอีเล็กโท รดยังหมายถึงข้ัวเช่ือมไฟฟ้าด้วยซ่ึงลวดเชื่อมจะทาหน้าที่เป็นขั้วไฟฟ้าอีกด้วยลวดเชื่อมชนิดนี้แบ่งออกได้ 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ 1.1 ลวดเช่ือมสน้ิ เปลือง (Consumable Electrode) ลวดเชอ่ื มชนดิ นี้จะถกู หลอมเหลวพร้อมกับ การเชอ่ื มโดยท่ีลวดเชื่อมจะเป็นท้ังขั้วไฟฟ้าและโลหะเติมทั้งสองอย่างความร้อนท่ีเกิดจากการอาร์กจะทาให้ ลวดเช่อื มเกิดการหลอมเหลวที่ปลายลวดเช่ือมแล้วไปรวมตัวตรงบริเวณรอยต่อ 1.2 ลวดเชื่อมไม่สนิ้ เปลอื ง (Consumable Electrode) ลวดเชือ่ มไม่หลอมเหลวไปพร้อมกับการ เชือ่ มในขณะทเ่ี ชือ่ มความร้อนท่เี กิดจากการอาร์กไม่สามารถหลอมเหลวลวดเชื่อมได้ เน่ืองจากลวดเชื่อมท่ีใช้ จะเป็นโลหะท่ีมีจุดหลอมเหลวสูงมีการระบายความร้อนอย่างดีลวดเช่ือมแบบนี้ไม่ถือเป็นโลหะเติมเช่นลวด เชอ่ื มทงั สเตน (Tungsten Electrode) ที่ใชใ้ นกระบวนการเชื่อมแบบทิก (Gas Tungsten Arc Welding) 2. นอนอิเล็กโทรด (Non Electrodeหมายถึงลวดเชื่อมท่ีไม่เกี่ยวข้องกับข้ัวไฟฟ้าแต่จะใช้เป็นโลหะเติม ให้กับรอยเช่ือมอย่างเดียวซ่ึงมีข้อดีคือสามารถรักษาคุณสมบัติของลวดเชื่อมไว้เป็นอย่างดีแต่อย่าให้ถู ก ความชนื้ แบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ 2.1 ลวดเติม (Fillet Rod) เป็นลวดเช่ือมที่เป็นแบบแท่งเติมจะใช้กับกระบวนการเช่ือมทิก (Gas Tungsten Arc Welding) การเช่ือมแกส๊ (Oxy - Acetylene Welding) และการเชือ่ มแบบพลาสมา (Plasma Arc Welding) 2.2 ม้วนลวดเติม (Filler Wire) เปน็ ลวดเช่อื มท่ีเป็นเส้นลวดจะใช้กับกระบวนการเช่อื มทิก(Gas Tungsten Arc Welding) และการเชอ่ื มแบบพลาสมา (Plasma Arc Welding)
ชอื่ เร่อื ง รหัสวิชา 20103-2002 110 หนว่ ยท่ี 4 เนอื้ หา ลวดเช่อื ม ช่ือวชิ าเชอ่ื มอารก์ ด้วยลวดเชอ่ื มหุม้ ฟลกั ซ์ 2 ชื่อหน่วย ลวดเชอ่ื ม จานวน 6 ชั่วโมง ลวดเชอื่ มไฟฟ้าหมุ้ ฟลักซ์ ลวดเช่ือมไฟฟ้าหรืออิเล็กโทรดใช้สาหรับการเชื่อมด้วยกระบวนการเช่ือมไฟฟ้าด้วยลวดเช่ือมหุ้มฟ ลกั ซล์ วดเชือ่ มชนิดน้ีเรียกกนั หลายช่ือเช่นลวดเชื่อหุ้มสารพอกหุ้ม ( Covered Electrode ) หรือธูปเช่ือมเป็น ตน้ โครงสร้างของลวดเชื่อมประกอบด้วยแกนลวดและฟลักซ์หุ้มแกนลวดแกนล วดทาด้วยเหล็กกล้า คาร์บอนต่าในขณะอาร์กจะถูกหลอมเหลวเติมลงไปเป็นเน้ือแนวเช่ือมฟลักซ์หุ้มแกนจะหุ้มแกนลวดเหล็ก คาร์บอนต่าเอาไว้ฟลักซ์มีส่วนผสมต่างๆหเพ่ือจุดประสงค์พิเศษในการใช้งานและสมบัติพิเศษฟลักซ์นี้จะ ประกอบไปดว้ ยแรธ่ าตุหลายชนดิ เช่นไทเทเนียมไดออกไซด์(Titanium Dioxide) ไมก้า (Miga) แคลเชียม คาร์บอเนต (Calcium Carbonate) ฯลฯ เป็นตน้ ท้งั น้เี พ่อื สมบตั ิทางอารก์ และสมบัตทิ างกลของเน้ือแนวเช่ือม หรอื ตอ้ งการเพิม่ เนอ้ื แนวเชื่อมใหม้ ากขน้ึ ก็สามารถเตมิ ผงเหลก็ ไปในฟลักซ์ได้ฟลักซ์หุ้มแกนลวดตลอดจะเว้น พนื้ ท่ีส่วนหวั ไว้ประมาณ 2 ซม. เพ่ือสาหรับใส่ในตวั จับลวดเชอ่ื มดังรูปท่ี 2.1 รปู ที่ 2.1 แสดงลักษณะลักษณะลวดเชอื่ ม
ช่ือเร่อื ง รหัสวิชา 20103-2002 111 หนว่ ยท่ี 4 เนอื้ หา ลวดเชือ่ ม ชือ่ วชิ าเชอ่ื มอารก์ ดว้ ยลวดเช่ือมหุ้มฟลกั ซ์ 2 ชอื่ หนว่ ย ลวดเชอื่ ม จานวน 6 ชวั่ โมง ฟลกั ซม์ ีหนา้ ที่ดงั นี้ 1. ช่วยในการอารก์ ไดง้ ่ายขึ้นเรียบสม่าเสมอ 2. ช่วยปอ้ งกนั อากาศเขา้ มารวมตัวกับแนวเช่ือมด้วยสแลกหลอมเหลว 3. ลดเม็ดโลหะกระเด็น (Spatter) 4. กาจดั ออกไซดแ์ ละสารมลทนิ 5. ช่วยดงึ สง่ิ สกปรกในบอ่ หลอมละลายเขา้ มารวมตัวเป็นสแลก 6. เติมธาตุและรักษาคุณสมบตั ิของธาตทุ ีผ่ สมอยู่ซง่ึ ทาให้รอยเช่ือมมีคุณสมบัตติ ามทตี่ ้องการ 7. ช่วยปกคลุมรอยเช่อื มเพ่อื ไมใ่ ห้รอยเช่อื มเยน็ ตัวเรว็ เกนิ ไป มาตรฐานลวดเชื่อม มาตรฐานของลวดเชื่อมทใี่ ช้งานแต่ละประเทศมีมาตรฐานท่ีใช้งานแตกต่างกันไปเช่น ISO ย่อมาจาก คาว่า International Standard Organization เป็นมาตรฐานสากลAWS ย่อมาจากคาว่า American Welding Society เป็นมาตรฐานการเช่ือมของประเทศสหรัฐอเมริกา JIS ย่อมาจากคาว่า Japanese Industrial Standard เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศญี่ปุ่น DIN ย่อมาจากคาว่า Deutch Industries Norms เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศเยอรมันมาตรฐานลวดเชือ่ มของประเทศไทยจะใช้ TIS ( Thailand Industrial Standard ) หรือท่ีเรียกว่า มอก. ซ่ึงเทียบกับมาตรฐานของ AWS ซ่ึงเป็นท่ีนิยม ใช้ในประเทศไทยลวดเชือ่ มเหล็กกล้าคาร์บอนเปน็ ลวดเชอ่ื มทน่ี ิยมใชก้ นั มากโดยเฉพาะในงานโครงสร้างท่ัวไป มาตรฐานสัญลักษณ์ของลวดเช่ือมไฟฟ้าตามมาตรฐานของสมาคมการเชื่อมประเทศสหรัฐอเมริกา ( AWS A 5.1- 91 ) กาหนดตัวอักษรและตัวเลขไว้ดังน้ีซึ่งสามารถดูได้ที่ข้างกล่องลวดเชื่อมซ่ึงจะเปรียบเทียบท้ัง มาตรฐานของประเทศไทยและประเทศญ่ีปุน่ ดังรูปที่ 2.2
ชื่อเร่อื ง รหัสวิชา 20103-2002 112 หนว่ ยท่ี 4 เน้อื หา ลวดเช่ือม ชือ่ วชิ าเชอ่ื มอาร์กดว้ ยลวดเชือ่ มหุม้ ฟลักซ์ 2 ช่ือหนว่ ย ลวดเชื่อม จานวน 6 ช่ัวโมง รูปท่ี 2.2 แสดงลักษณะสญั ลกั ษณ์ขา้ งกลอ่ งลวดเชอ่ื ม ตวั อยา่ ง ลวดเชอื่ มไฟฟา้ E 6013 ดงั แสดงในรูปท่ี 2.3 รปู ท่ี 2.3 แสดงลกั ษณะลวดเชอื่ มตามมาตรฐาน AWS E 6013
113 ช่ือเรือ่ ง รหัสวิชา 20103-2002 เนอื้ หา หนว่ ยท่ี 4 ช่อื วิชาเชือ่ มอารก์ ดว้ ยลวดเชื่อมหุ้มฟลกั ซ์ 2 ลวดเชือ่ ม ช่ือหน่วย ลวดเชือ่ ม จานวน 6 ชว่ั โมง E หมายถงึ ลวดเชอื่ มไฟฟ้า 60 หมายถงึ ค่าความตา้ นทานแรงดึงต่าสดุ 60 × 1000 = 60000 PSI 1 หมายถงึ ตาแหน่งทา่ เชื่อมตวั เลขมีความหมายดังน้ี เลข 1 เชอื่ มได้ทกุ ท่าเช่อื ม ( All Position ) เลข 2 เชอ่ื มไดเ้ ฉพาะท่าราบและท่าระดับ (Flat and Horizaltal Position ) เลข 3 เชื่อมไดเ้ ฉพาะท่าราบ (Flat Position ) 3 หมายถงึ ชนิดกระแสไฟฟ้าในตวั อย่างหมายถึงกระแสไฟฟ้า AC และ DC EP & EN (กระแสไฟฟา้ ตรงขวั้ บวกและขวั้ ลบ) ส่วนฟลักซต์ ้องดทู ่ตี าราง การเลอื กลวดเชอื่ มให้เหมาะสมกบั งานมีหลกั ในการพจิ ารณาดังนี้ 1.1 ส่วนผสมของโลหะงานจะต้องรู้วา่ โลหะงานที่จะนามาเชื่อมมีส่วนผสมของธาตุอะไรเพ่ือที่จะได้ เลือกใช้ลวดเชอ่ื มได้ถูกตอ้ ง เช่นถ้าช้นิ งานเปน็ เหลก็ หล่อก็ต้องใชล้ วดเช่ือมเหล็กหลอ่ มาเชือ่ ม 1.2 ลักษณะของรอยต่อและรอยเช่ือมถ้าช้ินงานไม่มีรอยต่อสามารถเลือกใช้ลวดเชื่อมที่มีการอาร์ กแบบนิ่มนวลไดก้ ารซึมลึกนอ้ ยไมม่ ีผลต่อช้นิ งานถา้ เปน็ ช้นิ งานทม่ี ีความหนาต้องบากหน้าช้ินงานต้องเลือกใช้ ลวดเชื่อมทซ่ี มึ ลึกสูง 1.3 ความหนาและรูปร่างของชิ้นงานความหนาและรูปร่างช้ินงานที่ซับซ้อนควรเลือกลวดเช่ือมท่ีมี ความเหนยี วสูงเพื่อป้องกันการแตกรา้ ว 1.4 สภาพการใช้งานและความต้องการชิ้นงานที่ถูกเชื่อมจะต้องรับแรงมากน้อยเพียงใดต้องเลือก ลวดเชื่อมให้มีคุณสมบัติเหมือนกับช้ินงานโดยเฉพาะอย่างย่ิงส่วนผสมความเหนียวความต้านทานต่อแรงอัด กระแทก 1.5 ชนดิ ของกระแสไฟฟ้าท่ใี ช้ลวดเช่ือมบางชนิดเหมาะกบั การเช่อื มด้วยกระแสไฟฟ้าตรง (DC) บาง ชนิดเหมาะกบั กระแสไฟฟา้ สลบั (AC) การพิจารณาการใช้กระแสไฟฟา้ ชนิดไหนใหพ้ จิ ารณาจากสัญลักษณ์ของ ลวดเชอื่ ม 1.6 กระแสไฟฟา้ ทีใ่ ชใ้ นการเชอ่ื มมีความสาคัญตอ่ การเลือกขนาดเสน้ ผา่ นศนู ย์กลางของลวดเช่ือมถ้า ใชก้ ระแสไฟน้อยควรเลอื กใชล้ วดเชอ่ื มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.6 มม.ถ้าใช้กระแสไฟสูง 180 แอมป์ ขึ้นไป ควรเลือกใชล้ วดเช่ือมท่ีมเี สน้ ผา่ นศูนย์กลาง 4 มม. ขนึ้ ไป 5.2 การใช้ระยะอารก์ ที่ถกู ตอ้ ง(Correct Arc Length ระยะอาร์ก หมายถึง ระยะห่างระหว่างปลายลวดเชื่อมถึงผิวหน้าของชิ้นงานซึ่งขนาดระยะอาร์ก ข้ึนอยู่กับเส้นผ่านศูนย์กลางของลวดเช่ือมถ้าใช้ลวดเชื่อมเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.6 มม. ระยะอาร์ก จะเท่ากับ 2.6 มม. โดยประมาณดังแสดงในรูปท่ี 2.4 ระยะอาร์ก ที่ส้ันเกินไปจะทาให้ปลายลวดเช่ือมติดกับชิ้นงานถ้า ระยะอาร์ก ห่างเกินไปจะทาให้เนื้อโลหะกระเดน็ แนวเช่ือมมลี กั ษณะกวา้ งไมเ่ ป็นแนวแตถ่ ้าสูงมากเกินไปจะไม่
114 เนื้อหา รหสั วิชา 20103-2002 ชอื่ วิชาเชื่อมอารก์ ด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลกั ซ์ 2 หน่วยท่ี 4 ช่อื หนว่ ย ลวดเชอ่ื ม ชื่อเรือ่ ง ลวดเชื่อม จานวน 6 ช่ัวโมง เกิดการอาร์กเพราะฉะนนั้ ต้องควบคมุ ระยะอาร์ก ให้ถูกตอ้ งดังแสดงในรปู ที่ 2.4 – 2.5 รปู ที่2.4 แสดงลกั ษณะระยะอารก์ ท่ถี ูกต้อง
ชือ่ เรือ่ ง รหสั วชิ า 20103-2002 115 หน่วยท่ี 4 เนื้อหา ลวดเชอื่ ม ชือ่ วิชาเช่อื มอารก์ ด้วยลวดเช่อื มหุ้มฟลักซ์ 2 ช่อื หนว่ ย ลวดเชือ่ ม จานวน 6 ชั่วโมง รูปท่ี2.5 แสดงลักษณะรอยเช่ือมที่เกิดจากระยะอารก์ แบบต่างๆห 5.3 การตั้งกระแสไฟที่ถกู ตอ้ ง(Correct Current) การต้งั กระแสไฟที่ใช้ในการเช่ือมเป็นสว่ นประกอบท่สี าคัญอีกส่วนหน่ึงการต้ังกระแสไฟผิดทาให้รอย เชอ่ื มออกมาคุณภาพไมด่ กี ารท่จี ะตงั้ กระแสไฟเท่าไรทจ่ี ะใชใ้ นการเชือ่ มผ้เู ช่ือมสามารถดไู ด้จากข้อมูลท่ีพิมพ์ไว้ ข้างกล่องลวดเช่ือมและดูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลวดเชื่อมโตเท่าไรความหนาของชิ้นงานการเดินลวด เชอ่ื มเปน็ องค์ประกอบร่วมกัน 5.4. การใช้ความเรว็ ในการเดนิ ลวดเชือ่ มทถ่ี ูกต้อง(Correct Travel Speed) ความเรว็ ในการเดินลวดเชื่อมต้องไมเ่ ดินชา้ ไปหรอื เรว็ ไปทั้งนีต้ ้องสมั พนั ธ์กับกระแสไฟและความหนา ของช้นิ งานดว้ ยถา้ ตง้ั กระแสไฟสงู ความเรว็ ในการเดินลวดเช่ือมช้ารอยเชอ่ื มจะกว้างเกิดการหลอมละลายมาก ถ้าเดินลวดเชือ่ มเร็วจะไดร้ อยเช่อื มเล็กลงถา้ ตงั้ กระแสไฟต่า เดินลวดเชื่อมช้าจะทาให้รอยเช่ือมเล็กนูนเกินไป การท่จี ะเคลอ่ื นท่ลี วดเช่อื มช้าหรอื เรว็ ตอ้ งดคู วามต้องการว่าต้องการรอยเชื่อมแบบไหนและต้องฝึกฝนให้เกิด ความชานาญแบบของรอยเช่อื มท่ีเกดิ จากการต้งั กระแสไฟความเร็วระยะอารก์ ดังแสดงในรูปที่ 2.6
116 ชอ่ื เร่ือง รหสั วชิ า 20103-2002 เนอ้ื หา หนว่ ยท่ี 4 ชอ่ื วิชาเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชอื่ มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 ลวดเชอ่ื ม ชอื่ หนว่ ย ลวดเช่อื ม จานวน 6 ช่ัวโมง รูปท่ี2.6 แสดงลักษณะรอยเชอ่ื มท่เี กิดจากการตั้งกระแสไฟความเรว็ และระยะอารก์ ก. การตง้ั กระแสไฟฟ้าความเร็วแรงเคลอ่ื นไฟฟ้าที่ถูกตอ้ ง ข. การตั้งกระแสไฟฟ้าตา่ ค. การตัง้ กระแสไฟฟา้ สงู ง. ระยะอารก์ ส้ัน จ. ระยะอาร์กสูง ฉ. การเดนิ ลวดเช่อื มช้า ช. การเดนิ ลวดเชื่อมเร็ว 5.5 การตั้งมมุ ของลวดเชือ่ มที่ถูกตอ้ ง(Correct Angle of Electrode) การต้ังมุมของลวดเช่ือมเป็นองค์ประกอบร่วมอีกตัวหนึ่งท่ีจะทาให้รอยเช่ือมมีคุณภาพดีซึมลึกดีมุม ของการเช่อื มประกอบไปด้วยมุมนา ( Lead Angle ) และมมุ ดา้ นขา้ ง ( Side Angle ) • มมุ นาจะมที ศิ ทางไปในทางเดียวกบั การเดนิ แนวเชอ่ื มมมุ ของลวดเชือ่ มทามุมประมาณ 80 – 85° • มุมดา้ นขา้ ง( Side Angle) คือมมุ ท่ีลวดทามุมกับชิ้นงานโดยมองทางด้านข้างจะมีมุม 90 ° โดยวัด เขา้ หาตัวผู้เช่ือมถา้ เปน็ ทา่ ระดบั มมุ ลวดเชอ่ื มดา้ นขา้ งจะทามุม 45 ° ดงั แสดงในรปู ที่ 2.7 รูปท่ี2.7 แสดงลกั ษณะมุมของลวดเชือ่ มกับช้นิ งาน
117 แบบฝึกเสริมทกั ษะหนว่ ยการเรียนท่ี 4 ช่อื เร่อื ง รหสั วชิ า 20103-2002 ช่อื วิชาเช่อื มอารก์ ดว้ ยลวดเชอ่ื มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 หนว่ ยท่ี 4 ช่อื หนว่ ย ลวดเชอ่ื ม ลวดเชื่อม จานวน 6 ชวั่ โมง แบบทดสอบ คาสัง่ จงเลอื กคาตอบทถ่ี กู ต้องที่สดุ เพียงคาตอบเดยี ว 1. การเตมิ ลวดเชอ่ื มลงในรอยตอ่ ของงานเชอื่ มมีจุดประสงคห์ ลักเพ่ืออะไร ก. เพ่อื ใหไ้ ด้แนวเชือ่ มท่สี มบูรณ์ ข. เพอื่ ให้ไดช้ น้ิ งานทีส่ วยงาม ค. เพอ่ื ให้รอยต่อเกิดการหลอมละลายติดกนั ง. เพ่ือให้โครงสรา้ งภายในเนอ้ื โลหะเกดิ ความแข็งแรง 2. ลวดเชอ่ื มในขอ้ ใดจัดแบ่งตามชนดิ ของวัสดุ ก. ลวดเชอ่ื มเหล็กกล้าคาร์บอน ค, ลวดเชือ่ มชนิดกรด ข. ลวดเช่ือมทิก ง. ลวดเชอื่ มเหล็กออกไซด์ 3. ลวดเชื่อมในขอ้ ใดจดั แบง่ ตามชนิดของกระบวนการเชอื่ ม ก. ลวดเชอ่ื มเหล็กกล้าคาร์บอน ข. ลวดเช่อื มทิก ค. ลวดเชอ่ื มชนิดกรด ง. ลวดเช่ือมเหล็กออกไซด์ 4. ขอ้ ใดไม่ใช่การจดั แบง่ ลวดเชอ่ื มที่ใชก้ นั ในปจั จุบนั ก. แบ่งตามกระบวนการเชอื่ ม ข. แบง่ ตามวสั ดทุ ่ีจะทาการเชอ่ื ม ค. แบ่งตามชนดิ ของฟลักซห์ มุ้ ง. แบ่งตามแก๊สปกคลุมในการเชอ่ื ม 5. การวัดขนาดความโตของลวดเชอ่ื มไฟฟ้าหมุ้ ฟลักซจ์ ะวัดบริเวณใด ก. ความโตของลวดเชือ่ มรวมฟลกั ซห์ ุ้ม ข. ความโตวดั เฉพาะแกนลวดเชือ่ ม ค. คร่ึงหน่งึ ของความโตของลวดเชอื่ มรวมฟลักซห์ ุ้ม ง. ครึ่งหนง่ึ ของความโควัดเฉพาะแกนลวดเช่อื ม 6. จากสัญลักษณล์ วดเช่ือม E 6010 เหมาะสาหรบั การเชือ่ มในตาแหนง่ ท่าใด ก. ทาราบ ข. ท่าระดับ ค. ทา่ ตัง้ ง. ทุกทา่
118 แบบฝึกเสรมิ ทักษะหนว่ ยการเรียนท่ี 4 รหัสวิชา 20103-2002 ชื่อวิชาเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชอื่ มหุ้มฟลักซ์ 2 หนว่ ยท่ี 4 ชอ่ื หน่วย ลวดเชอ่ื ม ช่ือเร่อื ง ลวดเชื่อม จานวน 6 ช่วั โมง 7. ลวดเชอื่ มชนิดใดจดั เป็นชนดิ ไฮโดรเจนต่า ก. E 6010 ข. E 7016 ค. E 6013 ง. E 7020 8. การตอ่ สายเชอื่ มของเคร่ืองเชอื่ มแบบ DCEN หมายถงึ การตอ่ ในข้อใด ก. ลวดเชอื่ มต่อกับขั้วลบ ข. ลวดเชอ่ื มตอ่ ขัว้ บวก ค. ลวดเชอ่ื มตอ่ ขว้ั ใดกไ็ ด้ มผี ลในการเชือ่ มไม่แตกต่างกนั ง. สายเช่ือมข้วั บวกต้องโตกวา่ ข้ัวลบ 1 เทา่ 9. การใชท้ องแดงหุม้ ลวดเชื่อมเหลก็ กลา้ คารบ์ อนมีจุดประสงค์ใด ก. เพ่ิมอณุ หภูมใิ นการเชื่อม ข. ทาใหเ้ กิดการหลอมละลายได้ดี ค. ป้องกนั ลวดเชอ่ื มเกิดสนมิ ง. เพม่ิ ความแขง็ แรงให้แนวเชอ่ื ม 10. ลวดเชือ่ มแก๊ส R 60 จะมคี ่าความเค้นแรงดึงตา่ สดุ ของแนวเชือ่ มทป่ี อนดต์ อ่ ตารางน้ิว ก. 6,000 ข. 60,000 ค. 600 ง.600.000 11. ลวดเช่อื มชนดิ ใดจดั เปน็ ลวดเชอื่ มชนิดไม่ส้นิ เปลือง ก. ลวดเช่ือมไฟฟ้าห้มุ ฟลักซ์ ข. ลวดเชอ่ื มทังสเตน ค. ลวดเช่อื มมกิ ง. ลวดเชอ่ื มแก๊ส 12. ลวดเช่อื มมิกชนิดไส้ฟลกั ซ์เหมาะสาหรบั การเชือ่ มโลหะชนดิ ใด ก. งานท่ีมคี วามหนามาก ข. งานท่ีบาง ค. โลหะที่เป็นเหลก็ เท่าน้นั ง. โลหะนอกกลมุ่ เหลก็ เทา่ นั้น 13. ข้อใดไมใ่ ช่หลกั การพิจารณาในการเลอื กใชล้ วดเชอื่ มมกิ ไสต้ นั ก. ส่วนผสมทางเคมี ข. การกาจัดออกซเิ จนในแนวเชอื่ ม
119 แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะหน่วยการเรยี นท่ี 4 รหสั วชิ า 20103-2002 ชอ่ื วิชาเชอื่ มอาร์กดว้ ยลวดเช่ือมหุม้ ฟลกั ซ์ 2 หนว่ ยท่ี 4 ชอ่ื หนว่ ย ลวดเช่อื ม ช่อื เร่ือง ลวดเชือ่ ม จานวน 6 ช่วั โมง ค. ควบคมุ คุณสมบตั ิในการเชอ่ื ม ง. แกส๊ ท่ใี ช้ในการปกคลมุ 14. ลวดเช่ือมมิกชนดิ ไสฟ้ ลกั ซไ์ มน่ ยิ มใช้ในการเช่ือมโลหะชนิดใด ก. เหล็กกล้าผสมตา่ ข. เหล็กกลา้ ละมนุ ค. เหลก็ กลา้ ไรส้ นมิ บางชนิด ง. ทองเหลือง 15. วิธีการเตมิ โลหะทตี่ อ้ งการลงในแนวเช่อื มในกระบวนการเช่อื มมิกมักจะเดิมโดยใช้วธิ ีใด ก. ผสมลงในลวดเชอ่ื มในข้ันตอนการผลติ ข. ผสมลงในฟลกั ร์ชนดิ ลวดเชอ่ื มไส้ฟลกั ซ์ ค. ใชว้ ิธีการอบชิ้นงานและอบส่วนผสมที่จะเติมพร้อม ๆห กนั ง. ผสมลงในแก๊สปกคลุม 16. ลวดเชือ่ มใต้ฟลักซ์นิยมใช้โลหะใดห้มุ ผวิ ลวดเพอ่ื ป้องกนั การกดั กรอ่ น ก. ทองเหลือง ข. ทองเหลือง ค. อะลมู ิเนยี ม ง. สเตนเลส 17. การเชือ่ มกระบวนการใดไมจ่ าเปน็ ตอ้ งใชห้ น้ากากเชอ่ื มเพ่อื ป้องกันรงั สี ก. กระบวนการเช่ือมแก๊ส ข. กระบวนการเช่ือมมิก ค. กระบวนการเช่ือมทกิ ง. กระบวนการเชอ่ื มไดฟ้ ลักซ์ 18. ลักษณะของลวดเช่อื มไต้ฟลกั ซ์จะเหมือนกับลวดเช่ือมใด ก. ลวดเชื่อมทกิ ข. ลวดเชอ่ื มมกิ ค. ลวดเชอ่ื มแก๊ส ง. ลวดเช่อื มทังสเตน 19. ลวดเชอื่ มชนดิ ไม่ส้นิ เปลืองในกระบวนการเชื่อมทิกหมายถงึ ลวดเชื่อมชนดิ ใด ก. ลวดเชือ่ มทังสเตน ข. ลวดเชื่อมเหล็กกล้าคาร์บอน ค. ลวดเชอ่ื มท่ีเตมิ ลงในแนวเชื่อม ง. ลวดเชือ่ มชนิดเปน็ ม้วน 20. ถา้ ตอ้ งการเช่อื มอะลูมิเนียมบริสุทธค์ิ วรเลือกลวดเชือ่ มชนดิ ใด
120 แบบฝกึ เสรมิ ทักษะหน่วยการเรียนท่ี 4 รหัสวิชา 20103-2002 ช่อื วิชาเชือ่ มอารก์ ด้วยลวดเชือ่ มหุม้ ฟลักซ์ 2 หน่วยท่ี 4 ชอื่ หนว่ ย ลวดเช่อื ม ชอ่ื เรื่อง ลวดเชอ่ื ม จานวน 6 ชั่วโมง ก. ทั้งสเดนบรสิ ุทธิ์ ข. ทง้ั สเตนผสมเซอร์โคเนยี ม ค. ทง้ั สเตนผสมทอเรีย ง. ทง้ั สเตนผสมเซอรโ์ คเนียม 2%
ใบงานท่ี 5 121 ช่ือรายวิชา เชือ่ มอาร์กดว้ ยลวดเชอ่ื มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 สอนครั้งที่ 7 ชอ่ื งาน : งานเชอ่ื มซมึ ลึกตอ่ ชนบากร่องวีตาแหนง่ ทา่ 2G (PB) รหัส 20103-2002 เวลา 6 ชั่วโมง แบบงาน วัสดุ ขนาด จานวน / ชนิ้ เหล็ก St 37 50 x 200 X 6 มม. 2 ชิ้น ลวดเชื่อมไฟฟ้า Ø 2.6 มม. หรอื Ø 3.2 มม. จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม เคร่ืองมอื และอุปกรณ์ 1 เตรียมเคร่ืองมอื และอุปกรณเ์ ชอื่ มไฟฟา้ ไดถ้ กู ตอ้ ง 1. เครอ่ื งเช่ือมไฟฟ้าAC หรือ DC 2. หน้ากากเช่ือมชนิดสวมหวั 2 ปรบั ขนาดกระแสเชือ่ มไฟเชือ่ มได้ถกู ตอ้ ง 3 เช่ือมเริม่ ต้นอารค์ ลงบนชนิ้ งาน ควบคุมระยะอารก์ 3. ค้อนเคาะสแลก 4. คีมจับชนิ้ งานร้อน และความโตแนวได้ถูกตอ้ ง 5. แปรงลวด 6. ตะไบแบน 4 เคาะสแลกและทาความสะอาดชิ้นงานได้ถกู ต้อง 7. บรรทัดเหล็ก 8. ถุงมอื หนัง 5 ตรวจสอบความถกู ต้องได้ 9. เสื้อหนัง 10. แว่นตานิรภัย 6 เก็บเครื่องมอื ได้ 11. เหลก็ ขีด 12.เครือ่ งเจียระไนมือ 7 ทาความสะอาดได้ 8 ปฏิบัตงิ านเดนิ แนวตาแหน่งทา่ เช่อื ม 2G ไม่บากหน้า ชิน้ งานได้ 9 นาประโยชน์จากการศึกษาไปประยกุ ต์ใช้ในงาน อาชพี ได้
122 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยที่ 4 ชือ่ หน่วย สอนครั้งที่ 8 งานเชือ่ มซึมลกึ ต่อชนบากรอ่ งวีตาแหนง่ ท่า 2G (PB) ชัว่ โมงรวม 6 ลาดับข้นั การทางาน จานวนชัว่ โมง 6 1. เบกิ เครื่องมือและชดุ อุปกรณป์ อ้ งกัน อันตราย ไดแ้ ก่ เคร่อื งมือ วสั ดุ และอปุ กรณ์ การเชือ่ ม 2. สวมชุดป้องกนั อันตราย ขอ้ ควรระวัง ขณะปฏบิ ตั ิงานเชอื่ มตอ้ งสวมอปุ กรณ์ปอ้ งกนั อันตรายส่วนบคุ คล และใช้เครื่องมอื และอุปกรณ์ ใหถ้ กู ต้อง จะทาให้การปฏิบัติงานเกิดความ ปลอดภัย 3. การเตรียมข้นึ งาน 3.1 ตดั ช้นิ งาน แผ่นเหล็กกล้าคาร์บอน ST 34 ขนาด 100 x 200 X 10 มม. จานวน 2 ชิ้น ตัด ด้วยเครือ่ งตัดแก๊ส ขอ้ ควรระวัง
123 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 4 ชื่อหนว่ ย สอนครง้ั ท่ี 8 งานเชอ่ื มซึมลกึ ตอ่ ชนบากรอ่ งวีตาแหนง่ ทา่ 2G (PB) ชว่ั โมงรวม 6 ลาดับข้นั การทางาน จานวนช่ัวโมง 6 4. การเตรียมชน้ื งานกอ่ นเชอ่ื มยึด (Tack) 4.1 เจียระไนลบคมช้ินงาน และเปดิ ผวิ บริเวณขอบ ช้ินงานด้านท่ีทาการเชอ่ื ม ข้อควรระวัง ใชห้ ินเจียระไนด้วยความระมัดระวงั 4.2 ใช้ตะไบเกบ็ รายละเอียดบรเิ วณขอบของขึน้ งาน 5. เตรยี มเคร่อื งเชอ่ื ม 5.1 เปิดสวติ ซเ์ ครื่องเชือ่ มให้พรอ้ ม ใช้งาน 5.2 ปรับกระแสไฟเชือ่ มเหมาะสมกับความหนา ของข้นึ งาน และลวดเชอ่ื ม
124 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยที่ 4 ชื่อหน่วย สอนคร้ังท่ี 8 งานเช่อื มซึมลกึ ตอ่ ชนบากร่องวีตาแหนง่ ท่า 2G (PB) ช่วั โมงรวม 6 จานวนชัว่ โมง 6 ลาดับข้นั การทางาน 6. การจับยดึ ชน้ิ งาน 6.1 นาชนิ้ งานทที่ าความสะอาดพรอ้ มทาการเชื่อม จานวน 2 ชิน้ วางลงบนเหล็กรางตวั วที ่เี ตรยี มไว้ ตามแนวขวาง 6.2 ทาการเชื่อมยึด (Tack) โดย เว้นระยะห่างระหวา่ งช้นิ งานที่ 1 และ 2 ใหม้ ีความหา่ ง 2 มม. ทาการเชอ่ื มยึด จานวน 2 จดุ บริเวณปลายชิ้นงานทง้ั 2 ดา้ น 6.3 สรา้ งระยะเผ่อื ของขน้ึ งาน เมอื่ เชือ่ มยึดเสรจ็ นาชิน้ งานทาระยะเผอ่ื ประมาณ 2-3 องศา เพอื่ ป้องกนั การบดิ งอเชิงมุม (Distortion) ของชน้ิ งาน 7. ติดตงั้ ข้นึ งาน 7.1 จบั ยึดชน้ิ งานใหอ้ ยใู่ นตาแหน่งการเชอื่ มท่า ระดบั 2G ตามแนวขวาง โดยใช้อปุ กรณ์จับยุด ชิ้นงานบริเวณมมุ บนดา้ นซา้ ยของช้ินงาน และทา การตรวจสอบชนิ้ งานว่ามัน่ คงหรือไม่ ก่อนทาการ เชอ่ื มชิ้นงานต้องไมข่ ยับ
ใบงาน (Job Sheet) 125 ชอ่ื หนว่ ย งานเชือ่ มซึมลึกตอ่ ชนบากร่องวตี าแหนง่ ท่า 2G (PB) หนว่ ยที่ 4 สอนครัง้ ที่ 8 ลาดับข้นั การทางาน ช่ัวโมงรวม 6 จานวนช่ัวโมง 6 8. เชอื่ มแนวฐานรากหลอมลึก (Root Pass) 8.1 เร่ิมต้นอาร์กจากขอบชิ้นงาน โดยเทคนิคการสายลวดเชอื่ ม 8.2 ทาการเช่ือมท่าระดบั 2G โดยทามมุ ลวดเช่ือม กบั ชน้ิ งาน 80-85 องศา (ดูจากตา้ นหนา้ ) 8.3 เช่ือมแนวเติมท่าระดับ 2G มมุ ลวดเชือ่ มกบั ชิ้นงาน 80-85 องศา (ดูจากด้านหนา้ ) 8.4 ควบคุมความกว้างของแนวเชื่อม โดยการส่าย ลวดเชื่อม และการเคล่ือนทีล่ วดเชอ่ื มโดยรกั ษา ความเรว็ และระยะอาร์กใหส้ มา่ เสมอ 9. ทาการ ปิดสวิตช์เครอื่ ง เก็บชุดป้องกนั อนั ตรายในการปฏบิ ัติงานเชอ่ื ม เครือ่ งมอื วสั ดุ อปุ กรณ์ ทใ่ี ชใ้ นการปฏบิ ัตงิ าน ส่งคนื ทห่ี ้อง เครอ่ื งมือ และทาความสะอาดบริเวณพ้ืนท่ี ปฏบิ ัติงานเชื่อม ข้อควรระวงั 1. จุดสน้ิ สุดแนวเชื่อมบรเิ วณขอบชนิ้ งานและบริเวณขอบแนวเชือ่ มจะเกดิ การกดั แหวง่ 2. ขณะปฏบิ ัติงานเชื่อมต้องสวมอุปกรณ์ปอ้ งกนั อันตรายสว่ นบุคคล และใช้เคร่ืองมอื และอปุ กรณ์ให้ถูกตอ้ ง จะทาใหก้ ารปฏิบัติงานเกิดความปลอดภยั ข้อเสนอแนะ 1. เตรียมช้นิ งานให้ถูกต้องตามขอ้ กาหนด 2. ปรบั กระแลไฟฟ้าใหถ้ ูกต้อง ใหเ้ หมะสม
ใบงานที่ 6 126 ช่อื รายวชิ า เช่ือมอารก์ ดว้ ยลวดเช่ือมหุ้มฟลักซ์ 2 สอนครั้งที่ 8 ชือ่ งาน : งานเช่ือมซึมลกึ ต่อชนบากร่องวตี าแหน่งท่า 2G (PB) รหัส 20103-2002 เวลา 6 ชั่วโมง แบบงาน วสั ดุ ขนาด จานวน / ชนิ้ เหลก็ St 37 200 X 10 X 10 มม. 2 ชน้ิ ลวดเชอ่ื มไฟฟา้ Ø 2.6 มม. จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ 1 เตรียมเครื่องมอื และอุปกรณ์เชื่อมไฟฟา้ ได้ถูกต้อง 1. เครอื่ งเช่อื มไฟฟ้าAC หรือ DC 2 ปรบั กระแสเชือ่ มไฟฟา้ ได้ถกู ต้อง 3 เช่อื มเรม่ิ ตน้ อาร์คลงบนชนิ้ งานได้ถกู ตอ้ ง 2. หน้ากากเชื่อมชนิดสวมหวั 4 เคาะสแลกและทาความสะอาดชิ้นงานไดถ้ ูกตอ้ ง 5 ตรวจสอบความถกู ตอ้ งได้ 3. ค้อนเคาะสแลก 6 เก็บเครอ่ื งมือได้ 7 ทาความสะอาดได้ 4. คีมจับชน้ิ งานรอ้ น 8 ปฏิบตั งิ านเรม่ิ ต้นอาร์ค (เชือ่ มจุด)ได้ 9 นาประโยชนจ์ ากการศกึ ษาไปประยุกต์ใช้ในงาน 5. แปรงลวด 6. ตะไบแบน อาชพี ได้ 7. บรรทดั เหล็ก 8. ถุงมอื หนัง 9. เส้ือหนัง 10. แว่นตานิรภัย 11. เหล็กขีด 12.เคร่อื งเจยี ระไนมอื
127 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยที่ 4 ชอื่ หน่วย สอนคร้งั ที่ 8 งานเชื่อมซึมลกึ ต่อชนบากร่องวีตาแหน่งทา่ 2G (PB) ชั่วโมงรวม 6 ลาดบั ข้นั การทางาน จานวนชัว่ โมง 6 1. เบิกเครือ่ งมอื และชุดอุปกรณป์ อ้ งกัน อนั ตราย ไดแ้ ก่ เครื่องมอื วัสดุ และอปุ กรณ์ การเชอ่ื ม 2. สวมชดุ ป้องกันอันตราย ขอ้ ควรระวัง ขณะปฏบิ ัติงานเชอ่ื มตอ้ งสวมอปุ กรณ์ป้องกัน อนั ตรายสว่ นบคุ คล และใช้เครือ่ งมือและอปุ กรณ์ ให้ถูกตอ้ ง จะทาให้การปฏบิ ตั งิ านเกดิ ความ ปลอดภัย 3. การเตรยี มขน้ึ งาน 3.1 ตดั ชนิ้ งาน แผน่ เหล็กกล้าคารบ์ อน ST 34 ขนาด 100 x 200 X 10 มม. จานวน 2 ชิน้ ตัด ด้วยเครือ่ งตดั แกส๊ 3.2 บากมุมชน้ิ งานดว้ ยเครื่องตัดแกส๊ แบบอตั โนมตั ิ โดยปรบั หัวตัดทามมุ 30 องศา ข้อควรระวงั ใช้เคร่อื งตดั แก๊สด้วยความระมดั ระวงั
128 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยท่ี 4 ช่ือหนว่ ย สอนครง้ั ท่ี 8 งานเชือ่ มซมึ ลกึ ตอ่ ชนบากรอ่ งวีตาแหนง่ ทา่ 2G (PB) ช่วั โมงรวม 6 ลาดับข้นั การทางาน จานวนชวั่ โมง 6 4. การเตรยี มชืน้ งานก่อนเชอื่ มยึด (Tack) 4.1 เจียระไนปรับผิวหน้าชน้ิ งานบรเิ วณรอยตดั แกส๊ ข้อควรระวัง ใช้หนิ เจียระไนด้วยความระมัดระวงั 4.2 ตะไบปรบั มุมผวิ หนา้ งานใหไ้ ด้มุม 30 องศา พรอ้ ม ตะไบปรับความหนาของ (Root Face) 1.0-1.5 มม. และ ตะไบเกบ็ รายละเอียดบริเวณขอบของข้ึนงาน 4.3 เจียระไนเปิดผิวงานบริเวณขอบชิน้ งาน ด้านหน้าและดา้ นหลงั ข้อควรระวัง เจียระไนจากขอบช้นิ งานขา้ งละไมเ่ กนิ 1 เซนตเิ มตร
129 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 4 ช่ือหนว่ ย สอนครง้ั ที่ 8 งานเชือ่ มซึมลกึ ตอ่ ชนบากรอ่ งวีตาแหน่งท่า 2G (PB) ชว่ั โมงรวม 6 จานวนช่ัวโมง 6 ลาดบั ข้นั การทางาน 5. เตรยี มเครือ่ งเชอ่ื ม 5.1 เปดิ สวิตซเ์ ครือ่ งเชอื่ มใหพ้ ร้อม ใช้งาน 5.2 ปรบั กระแสไฟเชอ่ื มเหมาะสมกับความหนา ของข้นึ งาน และลวดเชื่อม 6. การจบั ยึดชนิ้ งาน 6.1 นาชนิ้ งานทีท่ าความสะอาดพรอ้ มทาการเชื่อม จานวน 2 ช้ิน วางลงบนเหลก็ รางตัววที เ่ี ตรยี มไว้ ตามแนวขวาง 6.2 ทาการเชือ่ มยึด (Tack) โดย เวน้ ระยะหา่ งระหว่างช้ินงานท่ี 1 และ 2 ใหม้ คี วามห่าง 3 มม. ทาการเชือ่ มยดึ จานวน 2 จดุ บรเิ วณปลายชนิ้ งานทง้ั 2 ด้าน
130 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 4 ชื่อหน่วย สอนคร้งั ท่ี 8 งานเช่ือมซมึ ลึกตอ่ ชนบากร่องวีตาแหนง่ ท่า 2G (PB) ชั่วโมงรวม 6 ลาดบั ข้นั การทางาน จานวนชว่ั โมง 6 6.3 สรา้ งระยะเผื่อของขึน้ งาน เมอื่ เชือ่ มยึดเสรจ็ นาชนิ้ งานทาระยะเผอ่ื ประมาณ 2-3 องศา เพ่อื ป้องกันการบิด งอเชงิ มมุ (Distortion) ของช้ิน งาน 7. ติดตง้ั ขึ้นงาน 7.1 วางช้ินงานใหอ้ ยู่ในตาแหน่งการเชือ่ มทา่ ระดับ 2G ตามแนวขวาง ทาการตรวจสอบชน้ิ งานว่า มั่นคงหรอื ไม่ 8. เช่ือมแนวฐานรากหลอมลกึ (Root Pass) 8.1 เริ่มต้นอาร์กจากขอบชน้ิ งาน โดยเทคนิคการสายลวดเชอ่ื ม 8.2 ทาการเชื่อมแนวฐานรากท่าระดับ 2G โดยทา มมุ ลวดเชอ่ื มกบั แนวเช่ือม 80-85 องศา (ดูจาก ตา้ นข้าง)
131 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยท่ี 4 ช่ือหนว่ ย สอนคร้ังท่ี 8 งานเชอ่ื มซึมลกึ ต่อชนบากรอ่ งวตี าแหนง่ ทา่ 2G (PB) ชัว่ โมงรวม 6 จานวนชวั่ โมง 6 ลาดบั ข้นั การทางาน 8.3 ทาการเชอ่ื มแนวฐานรากทา่ ระดับ 2G โดยทา มุมลวดเชือ่ มกบั ชิ้นงาน 90 องศา (ดจู ากต้านหนา้ ) 8.4 ควบคุมการหลอมลกึ ของแนวเช่ือมฐานรากใน ตาแหนง่ เชือ่ มท่าระดบั 2G โดยใช้วิธกี ารสร้างคี โฮล (KeyHold) ด้วยการสายลวดเชือ่ มเลก็ นอ้ ย ข้อควรระวัง สร้างดโี ฮลให้มีขนาดเทา่ กันตลอดแนวเช่อื ม 9. การเช่ือมแนวเตมิ (Hot Pass) 9.1 เติมแนวเช่ือมทบั หนา้ ของแนวเชอ่ื มท่ี 1 หรอื แนวเชอ่ื มตอ่ จากแนวฐานราก ขอ้ ควรระวัง ทาความสะอาดแนวฐานรากก่อนทาการเช่อื มแนว ตอ่ ไปทุกครั้ง 9.2 ควบคมุ ความกวา้ งของแนวเช่ือม โดยการสา่ ย ลวดเชือ่ ม และการเคลอ่ื นท่ลี วดเชอ่ื มโดยรักษา ความเรว็ และระยะอารก์ ใหส้ ม่าเสมอ 9.3 ทาการเชอ่ื มแนวเติมทา่ ระดบั 2G โดยทามุม ลวดเช่อื มกบั แนวเชือ่ ม 10-15 องศา (ดูจาก ดา้ นข้าง)
132 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 4 ช่ือหนว่ ย สอนครัง้ ท่ี 8 งานเชอ่ื มซมึ ลึกต่อชนบากรอ่ งวตี าแหนง่ ท่า 2G (PB) ชั่วโมงรวม 6 จานวนชัว่ โมง 6 ลาดบั ข้นั การทางาน 9.4 เช่อื มแนวเตมิ ท่าระดับ 2G มุมลวดเชอ่ื มกับ ช้ินงาน 80-85 องศา (ดูจากดา้ นหน้า) 10. การเชอื่ มแนวปกคลมุ (Cover Pass) 10.1 ทาการเชือ่ มแนวเชือ่ มปกคลุมแนวเชอื่ ม สุดท้าย ข้อควรระวัง ทาความสะอาดแนวเตมิ ก่อนทาการเช่อื มแนว ต่อไปทกุ ครง้ั 10.2 ควบคมุ ความกว้างของแนวเชอื่ มปกคลุม โดยการเชือ่ มซ้อนแนว และการเคล่ือนที่ลวดเชอ่ื ม โดยรักษาความเรว็ และระยะอาร์กใหส้ มา่ เสมอ โดยใช้การส่ายลวด 11. การปฏบิ ัตงิ านหลังทาการเชอื่ มเสร็จ 11.1 นาชิ้นงานทาการเชื่อมเสร็จมาทาความ สะอาดด้วยแปรงลวดและรอให้ชิ้นงานเยน็ ตัว ประมาณ 10 นาที นาช้นิ งานไปทาการตรวจสอบ งานเชือ่ มดว้ ยการพินจิ (Visual Testing) เบ้ืองตน้ ก่อนนาข้ึนงานเช่อื มสง่ ให้แกค่ รูผูต้ รวจตอ่ ไป
133 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 4 ชื่อหนว่ ย สอนคร้ังท่ี 8 งานเชื่อมซมึ ลึกต่อชนบากรอ่ งวตี าแหน่งท่า 2G (PB) ชัว่ โมงรวม 6 ลาดับข้นั การทางาน จานวนช่ัวโมง 6 11.2 ทาการ ปิดสวติ ช์เคร่อื ง เกบ็ ชุดป้องกัน อันตรายในการปฏิบตั ิงานเชอ่ื ม เคร่อื งมอื วัสดุ อปุ กรณ์ ท่ีใช้ในการปฏบิ ัติงาน สง่ คนื ท่หี อ้ ง เครื่องมอื และทาความสะอาดบริเวณพืน้ ท่ี ปฏบิ ัติงานเชือ่ ม ข้อควรระวัง 1. จุดส้ินสุดแนวเชือ่ มบริเวณขอบช้นิ งานและบรเิ วณขอบแนวเชอื่ มจะเกดิ การกดั แหวง่ 2. แนวหลอมลึก (Root Pass) อาจเกิดความไม่สมบูรณ์ จากการควบคุมระยะอารก์ ไม่สมา่ เสมอขณะ ปฏิบัติงานเชื่อมตอ้ งสวมอปุ กรณป์ ้องกนั อันตรายส่วนบคุ คล และใช้เครอื่ งมือและอปุ กรณ์ให้ถกู ตอ้ ง จะทาให้การ ปฏบิ ัติงานเกดิ ความปลอดภยั ขอ้ เสนอแนะ 3. เตรยี มชน้ิ งานใหถ้ ูกต้องตามขอ้ กาหนด 4. ปรับกระแลไฟฟา้ ใหถ้ กู ตอ้ ง ใหเ้ หมะสม
134 แบบประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน ใบงานท่ี 6 งานเช่ือมซมึ ลึกตอ่ ชนบากรอ่ งวตี าแหน่งทา่ 2G (PB) ชือ่ ผปู้ ฏิบัติงาน.............................. ..........................สกุล.....................................................เลขที่....................... ระดบั ชัน้ ชช.2 . ผลการประเมิน รายการ 432 1 ด้านความพรอ้ มการเตรียมชิน้ งาน 1. ลบคมขอบช้นิ งานด้วยตะไบ 2. ความสมบูรณ์ของรอยเชื่อมรอ่ ง (Groove welds) 3. การเช่ือมยึด (Tack) ชิ้นงาน ด้านทักษะงานเช่อื มตรวจสอบดว้ ยการพนิ ิจ 1.แนวเชอ่ื มแนวหลอมลึก (Root Pass) 1.1 การหลอมละลายสมบรู ณ์ของแนวหลอมลึก 1.2 ความสงู ของแนวหลอมลึก 1.3 การยุบเวา้ ของแนวหลอมลกี 2. แนวเช่ือมด้านหนา้ (Groove Face) 2.1 ความสมบูรณ์ของจุดเรม่ิ ตน้ และจุดส้นิ สุด 2.2 ความกว้างของแนวเชือ่ มสมา่ เสมอ 2.3 ความสูงของแนวเชอ่ื ม 2.4 รอยกดั แหว่ง (Undercut) 2.5 รพู รุน(Porosity) s=ความหนาช้ินงาน 10 มม. 2.6 รอยตอ่ แนวเชือ่ ม 2.7 การหดตัวเชิงมมุ (Distortion) 2.8 แนวเชื่อมเติมไม่เตม็ รอ่ งบาก 2.9 ตอ่ คอมงานเล้ียง (h)=ความสงู (t)= ความหนา ของชนิ้ งาน กิจนิสัย 1. ความปลอดภัยในการปฏิบตั งิ าน 2. การใช้และการเกบ็ เคร่ืองมอื อปุ กรณ์ อยา่ งถูกวธิ ี 3. ความสะอาดของชน้ิ งานท่ีพรอ้ มส่ง เวลาทใ่ี ชป้ ฏิบตั งิ าน 1. ปฏบิ ัติงานไดต้ ามเวลาทก่ี าหนด รวม การคดิ คะแนนเตม็ 10 คะแนน
135 คะแนนทีไ่ ด้ = คะแนน สรปุ คะแนนรวมที่ได้ ..............คะแนน * จะผ่านเกณฑ์ต้องปรบั ปรงุ งานหรือทาใบงานซ้า ดมี าก (10 คะแนน) ดี (9 คะแนน) พอใช้ (8 คะแนน) ปรบั ปรุง* (7) เกณฑก์ ารผ่านการประเมิน จะตอ้ งได้คะแนนมากกวา่ 7 คะแนน ผลการตดั สิน ผ่านการประเมนิ ไม่ผา่ นการประเมนิ บนั ทึกเพม่ิ เติม ............................................................................................................................. .......................................................................... ........................................................................................... ลงช่อื ..................................................ผู้ประเมิน (...............................................)
136 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนจากการตรวจสอบดว้ ยการพินจิ (Visual Testing) รหัสวิชา 20103-2002 ช่ือวชิ าเชื่อมอาร์กดว้ ยลวดเชื่อมหุ้มฟลกั ซ์ 2 หนว่ ยท่ี 4 ชือ่ หนว่ ย ลวดเชือ่ ม ใบงานท่ี 6 งานเชอื่ มซึมลกึ ตอ่ ชนบากร่องวีตาแหนง่ ท่า 2G (PB) 1. ดา้ นความพร้อมการเตรียมข้นึ งาน 1.1. ลบู คมขอบชนิ้ งานด้วยตะไบ 1) ลบคมขอบชน้ิ งานได้อยา่ งสมบรู ณใ์ ห้ 4 คะแนน 2) ลบคมชอบชิ้นงานไมส่ มบรู ณม์ ีรอยตาหนิไม่เกนิ 2 จุดให้ 3 คะแนน 3) ลบคมชอบชน้ิ งานไมส่ มบูรณ์มีรอยตาหนมิ ากกวา่ 2 จุดไมเ่ กนิ 4 จดุ ให้ 2 คะแนน 4) ลบคมขอบช้นิ งานไมส่ มบูรณ์มีตาหนมิ ากกว่า 5 จดุ ขนึ้ ไปให้ 1 คะแนน 1.2 ความสมบรู ณข์ องรอยเช่อื มร่อง (Groove welds) ประกอบด้วย 1.Root Opening 2.Root Face 3.Groove Face 4. Bevel Angle 5. Groove Angle 1) เตรยี มรอยเชื่อมรอ่ ง ได้อยา่ งสมบรู ณใ์ ห้ 4 คะแนน 2) รอยเชื่อมร่อง ไม่สมบูรณ์มรี อยตาหนิไมเ่ กิน 2 จดุ ให้ 3 คะแนน 3) รอยเชอื่ มรอ่ ง ไม่สมบรู ณม์ ีรอยตาหนมิ ากกวา่ 2 จุดไมเ่ กนิ 4 จดุ ให้ 2 คะแนน 4) รอยเช่อื มรอ่ ง ไมส่ มบูรณ์มตี าหนิมากกว่า 5 จุดขน้ึ ไปให้ 1 คะแนน 1.3 การเชื่อมยึด (Tack) ช้นิ งาน 1) เชอ่ื มยึดชิน้ งานไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ให้ 4 คะแนน 2) เชื่อมยึดชิ้นงานส้ันกวา่ 10 มม.และยาวกวา่ 15 มม. ให้ 3 คะแนน 3) เชือ่ มยดึ ข้ึนงาน ไม่สมบรู ณ์ ให้ 2 คะแนน 4) เชอ่ื มยึดช้นิ งานไม่สมบรู ณ์ ไมเ่ ว้นช่องรอยต่อชิ้นงานเช่อื ม 1 คะแนน 2. ด้านทักษะงานเช่อื มตรวจสอบด้วยการพนิ ิจ 2.1. แนวเชื่อมแนวหลอมลกึ (Root Pass) 2.1.1 การหลอมละลายสมบูรณ์ของแนวหลอมลึก 1) หลอ่ มละลายสมบรู ณ์ตลอดท้งั แนวให้ 4 คะแนน 2) ไมห่ ลอมละลายมีความยาวต้ังแต่ 0.5 - 1.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ไม่หลอมละลายมีความยาวมากกว่า 1.5 - 2.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ไมห่ ลอมละลายความยาวมากกว่า 2.5 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.2 ความสงู ของแนวหลอมลึก 1) แนวหลอมสกึ มีความสงู ตง้ั แต่ 0.0 - 1.5 มม. ให้ 4 คะแนน 2) แนวหลอมลกึ มคี วามสงู มากกว่า 1.5 - 2.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) แนวหลอมลกึ มีความสูงมากกว่า 2.5 - 3.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) แนวหลอมลึกมีความสูงมากกว่า 3.5 มม. ข้นึ ไปให้ 1 คะแนน 2.1.3 การยบุ เวา้ ของแนวหลอมลกึ 1) แนวหลอมลึกสมบูรณ์ไม่มีการยุบตวั ให้ 4 คะแนน 2) แนวหลอมสึกมีรอยยบุ ลกึ ต้ังแต่ 0.5 มม. แต่ไมเ่ กนิ 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน
137 เกณฑ์การใหค้ ะแนนจากการตรวจสอบดว้ ยการพินจิ (Visual Testing) รหัสวชิ า 20103-2002 ชื่อวิชาเชอ่ื มอาร์กด้วยลวดเชอื่ มหุ้มฟลักซ์ 2 หน่วยท่ี 4 ชอื่ หนว่ ย ลวดเชือ่ ม ใบงานท่ี 6 งานเชื่อมซึมลกึ ตอ่ ชนบากร่องวตี าแหน่งท่า 2G (PB) 3) แนวหลอมลึกมรี อยยุบลึกมากกวา่ 1.0 มม.แตไ่ มเ่ กนิ 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) แนวหลอมสึกมรี อยยบุ ลึกมากกวา่ 1.5 มม. ข้นึ ไปให้ ให้ 1 คะแนน 2.2. แนวเชอ่ื มตา้ นหน้า (Groove Face) 2.1.1 ความสมบรู ณ์ของจดุ เรมิ่ ต้นและจุดสิน้ สดุ 1) ไม่มขี อ้ บกพรอ่ งให้ 4 คะแนน 2) พบจุดบกพรอ่ ง 1 จดุ ให้ 3 คะแนน 3) พบจตุ บกพรอ่ ง 2 จดุ ให้ 2 คะแนน 4) พบจุดบกพร่องมากกว่า 2 จดุ ให้ 1 คะแนน 2.1.2 ความกวา้ งของแนวเชื่อมสมา่ เสมอ 1) ขนาดของแนวเชื่อมกวา้ ง 15,16,17 มม. ให้ 4 คะแนน 2) ขนาดของแนวเชอื่ มกวา้ ง 14,18 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ขนาดของแนวเช่อื มกวา้ ง 13,19 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ขนาดของแนวเชื่อมกวา้ ง 12,20 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.3 ความสูงของแนวเชอ่ื ม 1) ความสูงของแนวเช่ือม 1.0 มม. แตไ่ มเ่ กิน 2.5 มม. ให้ 4 คะแนน 2) ความสูงของแนวเช่อื มมากกวา่ 2.5 มม. แต่ไม่เกิน 3.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ความสงู ของแนวเชื่อมมากกว่า 3.5 มม. แต่ไม่เกิน 4.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ความสูงของแนวเชื่อมต่ากว่า 1.0 มม. หรอื มากกว่า 4.5 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.4 รอยกดั แหว่ง (Undercut) 1) ไม่มรี อยกัดขอบแนวเช่ือม ให้ 4 คะแนน 2) มีรอยกดั ชอบแนวเช่อื มลึกเกนิ 0.5 มม. แตไ่ ม่เกนิ 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) มีรอยกัดขอบแนวเชอ่ื มลึกเกิน 1.0 มม. แต่ไม่เกนิ 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) มรี อยกัตขอบแนวเช่ือมลึกเกนิ 1.5 มม. ข้ึนไป ให้ 1 คะแนน 2.1.5 รูพรุน (Porosity)s = ความหนาชิ้นงาน 5 มม. 1) ไม่มขี ้อบกพร่องของรูพรนุ ให้ 4 คะแนน 2) มีขนาดไมเ่ กิน 0.2 s. ให้ 3 คะแนน (ขนาด 1.0 มม.) 3) มขี นาดมากกว่า 0.2 ร. แต่ไม่เกิน 0.3 s. ให้ 2 คะแนน (ขนาดมากกว่า 1 มม. แต่ไมเ่ กนิ 1.5 มม.) 4) มีขนาดมากกวา่ 0.3 ร. ให้ 1 คะแนน (ขนาดมากกว่า 1.5 มม.) 2.1.6 รอยต่อแนวเช่อื ม 1) รอยตอ่ แนวเชือ่ มสมบูรณ์ให้ 4 คะแนน 2) มีขนาดนูนจดุ รอยต่อมากกวา่ 2.0 มม. แต่ไมเ่ กิน 3.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) มขี นาตนูนจดุ รอยตอ่ มากกว่า 3.0 มม. แต่ไมเ่ กนิ 4.0 มม. ให้ 2 คะแนน
138 เกณฑ์การให้คะแนนจากการตรวจสอบด้วยการพนิ ิจ (Visual Testing) รหัสวิชา 20103-2002 ช่อื วิชาเช่อื มอารก์ ด้วยลวดเชือ่ มหมุ้ ฟลักซ์ 2 หนว่ ยท่ี 4 ชื่อหน่วย ลวดเชื่อม ใบงานที่ 6 งานเชอื่ มซึมลึกตอ่ ชนบากรอ่ งวตี าแหน่งทา่ 2G (PB) 4) มีขนาดนูนจดุ รอยตอ่ มากกว่า 4.0 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.7 การหดตวั เชงิ มุม (Distortion) 1) ไมม่ ีการหดตัวเชงิ มมุ ให้ 4 คะแนน 2) มีการหดตวั เชิงมุมมากกวา่ 5 องศา ไม่เกนิ 6 องศา ให้ 3 คะแนน 3) มีการหดตวั เชิงมุมมากกว่า 7 องศา ไม่เกิน 8 องศา ให้ 2 คะแนน 4) มกี ารหดตวั เชิงมมุ มากกว่า 8 องศา ให้ 1 คะแนน 2.1.8 แนวเชือ่ มเติมไม่เต็มรอ่ งบาก (ยกเวน้ ตาแหน่งรอยต่อ) 1) เติมเตม็ รอ่ งบากสมบูรณ์ ให้ 4 คะแนน 2) ลกึ ตา่ กว่าผวิ งาน 0.5 มม. แต่ไมเ่ กนิ 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) สึกต่ากว่าผิวงาน 1.0 มม. แตไ่ มเ่ กิน 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ลึกต่ากวา่ ผวิ งาน 1.5 มม. ข้ึนไป ให้ 1 คะแนน 2.1.9 ตอ่ คอมงานเยื้อง (h)-ความสงู , t=ความหนายงช้นิ งาน 1) ตอ่ คอมงานตรงกันสมบูรณ์ไมเ่ ย้ืองให้ 4 คะแนน 2) เย้อื ง (h 0.1 แต่ไมเ่ กิน 0.2 t ให้ 3 คะแนน (ยื้อง 0.9 มม. แต่ไมเ่ กนิ 1.8 มม.) 3) เยอ้ื งมากกวา่ (h) 0.2 t แตไ่ มเ่ กนิ 0.3 t ให้ 2 คะแนน (เยอ้ื ง 1.8 มม. แตไ่ มเ่ กนิ 2.7 มม.) 4) เยือ้ งมากกวา่ (h) 0.3 t ขนึ้ ไป ให้ 1 คะแนน (เย้ืองมากกวา่ 2.7 มม.) 3. ด้านความพร้อมของการส่งช้นิ งาน 3.1. ความสะอาดของช้นิ งานที่พร้อมส่ง 1) ชน้ิ งานสมบูรณ์ไม่มีรอยขีดอารก์ สะเก็ดเชื่อม รอยหนิ เจียระไนผวิ หน้างานเช่ือม 2) ชิ้นงานมีรอยตาหนอิ ย่างใดอย่างหนึ่ง 1 จุด ให้ 3 คะแนน 3) ชิ้นงานมรี อยตาหนอิ ยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ มากกวา่ 2 จดุ ไม่เกนิ 3 จดุ ให้ 2 คะแนน 4) ชิ้นงานมีรอยตาหนิมากกวา่ 3 จุดขึน้ ไป ให้ 1 คะแนนให้ 4 คะแนน
Search
Read the Text Version
- 1 - 39
Pages: