65 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 สอนครง้ั ท่ี 5-6 เรอ่ื ง สญั ลกั ษณ์ ในการเช่อื มส่วนตา่ งๆ ของรอยเช่อื ม • งานเชื่อมซึมลกึ ตอ่ ชนบากรอ่ งวีตาแหน่งทา่ 1G (PA
66 แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 3 ชือ่ วชิ าเชื่อมอาร์กดว้ ยลวดเชือ่ มหุ้มฟลกั ซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ช่ัวโมง ช่อื หน่วย สัญลักษณ์ ในการเช่อื มส่วนต่างๆ ของรอยเช่ือม สอนครง้ั ท่ี 5-6 ช่อื เรือ่ ง สญั ลักษณ์ ในการเช่อื มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเชอื่ ม จานวน 12 ชั่วโมง หัวข้อเร่ือง 1. สว่ นประกอบทส่ี าคญั ของสัญลักษณง์ านเชอ่ื ม 2. การกาหนดสัญลกั ษณง์ านเชอื่ มรอยต่อชน 3. การกาหนดสญั ลักษณง์ านเช่ือมรอยต่อฉาก 4. การกาหนดสัญลกั ษณง์ านเชอ่ื มรอยต่อฉาก 5. การกาหนดสญั ลกั ษณ์งานเชอื่ มขอบ 6. การเชื่อมซมึ ลกึ ตอ่ ชนบากร่องวตี าแหน่งทา่ 1G (PA) สาระสาคญั สญั ลักษณ์งานเชอ่ื มจะใช้เพ่ือเปน็ ส่ือกลางในการถา่ ยทอดรายละเอียดต่างๆ ในงานเชอื่ มระหว่าง ผู้ออกแบบงานเชอ่ื ม เจา้ ของงาน ผตู้ รวจสอบงาน ผปู้ ฏบิ ัติงานเชื่อม และผู้ปฏบิ ตั ิงานเชอ่ื ม สญั ลกั ษณง์ านเช่ือมจะประกอบดว้ ยส่วนตา่ งๆ ดนั ได้แก่ สัญลกั ษณ์พนื้ ฐานรอยต่อ สัญลักษณ์ ภาคผนวก การกาหนดตาแหนง่ ของงานเช่อื มที่ต้องการโดยการเขยี นแสดงดว้ ยเส้นทึบ และเสน้ ประ และเส้น สญั ลักษณอ์ ืน่ ๆ เชน่ กระบวนการเชือ่ ม ขนาด และอืน่ ๆ ผอู้ อกแบบงานเชื่อมโลหะจะต้องนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาบูรณาการใชใ้ นการ ออกแบบงานเชอื่ ม สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจาหนว่ ย) 1. แสดงความรเู้ กีย่ วกับสัญลักษณ์ ในการเชือ่ มส่วนตา่ งๆ ของรอยเช่ือมในงานเชือ่ มอาร์ กดว้ ยลวดเชอื่ มหุ้มฟลักซ์ 2. ปฏิบัติงานเชื่อมซึมลกึ ตอ่ ชนบากร่องวตี าแหน่งทา่ 1G (PA) สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรยี นร้)ู สมรรถนะทัว่ ไป (ทฤษฏี) 1. แสดงความรู้เก่ยี วกบั ส่วนประกอบท่ีสาคัญของสัญลกั ษณง์ านเชือ่ ม 2. แสดงความรเู้ กี่ยวกบั การกาหนดสญั ลกั ษณง์ านเช่ือมรอยต่อชน 3. แสดงความรู้เก่ยี วกบั การกาหนดสัญลักษณง์ านเช่ือมรอยตอ่ ฉาก 4. แสดงความร้เู ก่ียวกับการกาหนดสญั ลักษณ์งานเช่ือมรอยต่อฉาก 5. แสดงความรู้เก่ียวกบั การกาหนดสัญลักษณง์ านเชื่อมขอบ สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค์ (ทฤษฏ)ี เม่ือผู้เรยี นไดศ้ ึกษาเน้อื หาในบทนแี้ ลว้ ผู้เรยี นสามารถ
67 แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 ชือ่ วชิ าเชอื่ มอาร์กดว้ ยลวดเชือ่ มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 เวลาเรียนรวม 12 ช่ัวโมง ช่อื หน่วย สญั ลกั ษณ์ ในการเชือ่ มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเช่อื ม สอนครั้งท่ี 5-6 ชื่อเรอื่ ง สญั ลักษณ์ ในการเชื่อมส่วนตา่ งๆ ของรอยเช่อื ม จานวน 12 ช่ัวโมง 1. เขียนส่วนประกอบท่ีสาคัญของสัญลักษณง์ านเชอ่ื มได้ถูกตอ้ ง 2. อธบิ ายการกาหนดสัญลักษณ์งานเชือ่ มรอยต่อชนได้ถกู ต้อง 3. อธิบายการกาหนดสัญลกั ษณง์ านเชอ่ื มรอยตอ่ ฉากได้ถกู ต้อง 4. อธิบายการกาหนดสัญลักษณ์งานเช่ือมรอยต่อฉากไดถ้ กู ตอ้ ง 5. อธิบายการกาหนดสญั ลักษณ์งานเชอ่ื มขอบไดถ้ ูกตอ้ ง สมรรถนะท่ีพึงประสงค์ (ด้านทักษะ) เมอ่ื ผู้เรียนไดศ้ ึกษาเนื้อหาในบทนีแ้ ล้ว ผเู้ รยี นสามารถ 1. ปฏิบัติงานเชอื่ มซมึ ลกึ ตอ่ ชนบากรอ่ งวีตาแหนง่ ทา่ 1G (PA) ด้านเจตคติ 1. มคี วามต้งั ใจในการเตรียมชิน้ งาน 2. มคี วามเชื่อมมัน่ ในการเชื่อม ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม 12 ประการ 1. ซื่อสตั ย์ เสยี สละ อดทน มีอดุ มการณใ์ นสงิ่ ทดี่ งี ามเพ่อื สว่ นรวม 2. ใฝ่หาความรู้ หม่ันศกึ ษาเล่าเรียนท้ังทางตรง และทางอ้อม 3. มศี ลี ธรรม รักษาความสัตย์ หวังดตี อ่ ผู้อน่ื เผ่ือแผ่และแบ่งปัน 4. มรี ะเบยี บวินัย เคารพกฎหมาย ผู้นอ้ ยร้จู ักการเคารพผใู้ หญ่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน รูปแบบการจัดการเรยี นร้แู บบ Active Learning และจัดการเรยี นการสอนที่เน้นดา้ นสมรรถนะ ของผูเ้ รยี น โดยมอี งค์ประกอบท้ัง 4 ด้าน ได้แก่ Motivation Information Application และ Progress การ จัดการเรียนรู้โดย ใชก้ ระบวนการ MIAP
68 แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 3 ช่อื วิชาเช่ือมอาร์กดว้ ยลวดเชือ่ มหุ้มฟลักซ์ 2 เวลาเรยี นรวม 12 ช่ัวโมง ช่อื หน่วย สัญลกั ษณ์ ในการเชอ่ื มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเชือ่ ม สอนครง้ั ท่ี 5-6 ชอื่ เรอื่ ง สญั ลกั ษณ์ ในการเช่ือมสว่ นต่างๆ ของรอยเชอื่ ม จานวน 12 ชั่วโมง กจิ กรรมการเรยี นการสอน (สอนคร้งั ท่ี 5-6 ) เวลา 12 ชั่วโมง/สปั ดาห์ การนาเขา้ สู่บทเรียน 1 ด้านภาคทฤษฎี 1.1 ขั้นเตรยี มการสอน 1. ครผู สู้ อนตรวจสอบรายชอ่ื ผู้เรียน แจ้งรายละเอียดของเน้ือหาสาระการเรยี นรูห้ นว่ ยท่ี 3 เรอ่ื ง สัญลกั ษณ์ ในการเชอ่ื มส่วนต่างๆ ของรอยเชอื่ ม และการปฏบิ ัตติ นขณะเรียน 2. ครใู หผ้ ู้เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนตามเวลากาหนดใหผ้ ูเ้ รียนสลับเอกสาร ประกอบการเรยี นกับเพ่อื นภายในห้องพร้อมฟงั ครูเฉลยและแจ้งผลการประเมนิ แบบทดสอบกอ่ นเรียน 1.2 ขน้ั การสอน (ใชข้ ั้นตอนการสอน MIAP) 1. ข้นั นาเขา้ สบู่ ทเรียน (M)ครูตั้งคาถามสอบถามผู้เรยี น โดยคาถามให้สอดคล้องกับเน้ือหา สาระการเรยี นรู้ 2. ขน้ั ใหเ้ นอ้ื หาความรู้ (I) ครผู สู้ อนดาเนินกิจกรรมการเรยี นการสอน ด้วยวธิ ที ่ี หลากหลาย เชน่ การถามตอบ การอธิบายการตง้ั คาถามระหวา่ งผู้เรียนกบั ผู้เรยี น เปน็ ต้น 3. ข้ันให้แบบฝึกหดั (A) ครูผูส้ อนให้ผู้เรยี นทาแบบฝกึ หัดประจาหน่วยที่ 3 เร่ือง สัญลักษณ์ ในการเช่ือมส่วน ตา่ งๆ ของรอยเช่อื ม จานวน 10 ขอ้ ตามเวลาทก่ี าหนด และสลับเอกสารประกอบการเรยี นการสอน ผเู้ รียน กับผู้เรียนตรวจ โดยครูเฉลยแบบฝึกหัด และให้ผ้เู รยี นแจง้ ผลการประเมิน เพอ่ื ใหค้ รูผู้สอนบันทึกคะแนน 4. ขัน้ สาเร็จ (P) ครูผู้สอนแจ้งผู้เรยี นให้ทาแบบทดสอบหลังเรียนประจา หนว่ ยที่ 3 เร่ือง สญั ลักษณ์ ในการ เช่อื มส่วนตา่ งๆ ของรอยเชือ่ ม จานวน 10 ข้อ ตามเวลาทีก่ าหนด และสลับเอกสารประกอบการเรยี นการสอน ผูเ้ รยี นกบั ผเู้ รยี นตรวจ โดยครูเฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น และใหผ้ เู้ รยี นแจ้งผลการประเมนิ เพ่อื ให้ครผู ู้สอน บนั ทกึ คะแนน 1.3 ขัน้ สรุป ครูผ้สู อนกับผู้เรยี นร่วมกนั สรปุ เนอื้ หาภาคทฤษฎีเปน็ แนวคิดสาคัญและสามารถให้ ผู้เรียนได้ นาไปใช้งานในภาคปฏิบัตไิ ด้อย่างถูกตอ้ ง การสรปุ ครผู ้สู อนกับผู้เรยี นร่วมกันสรุปเนอ้ื หาภาคทฤษฎีเพื่อเปน็ แนวคดิ สาคัญ เพอ่ื ให้ ผูเ้ รียนได้นาไปใชง้ านใน ภาคปฏิบตั ิไดอ้ ย่างถกู ต้องตอ่ ไป
69 แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 3 ชือ่ วชิ าเชื่อมอารก์ ด้วยลวดเชือ่ มหุ้มฟลกั ซ์ 2 เวลาเรยี นรวม 12 ชั่วโมง ชื่อหน่วย สัญลกั ษณ์ ในการเชอ่ื มส่วนตา่ งๆ ของรอยเช่อื ม สอนครัง้ ท่ี 5-6 ชื่อเร่ือง สัญลักษณ์ ในการเช่อื มสว่ นต่างๆ ของรอยเช่ือม จานวน 12 ช่วั โมง 2 ด้านภาคปฏิบตั ิ ใบงานท่ี 4 งานเชอ่ื มซมึ ลึกตอ่ ชนบากร่องวีตาแหนง่ ทา่ 1G (PA) 2.1 ขนั้ เตรียมการสอน ผูเ้ รยี นเข้าแถวครูผสู้ อนตรวจสอบรายชื่อจัดกลุ่มผู้เรยี นเขา้ สถานีปฏบิ ัตงิ านเชอ่ื ม ทบทวน ความรู้ดา้ นความปลอดภยั ในการปฏิบัติงานเชือ่ มซมึ ลึกต่อชนบากรอ่ งวตี าแหนง่ ทา่ 1G (PA) อย่างเครง่ ครัด 2.2 ขน้ั การสอน - ทบทวนความรูจ้ ากการเรียนการสอนคร้ังกอ่ น 2.3 ขนั้ สาธติ ครูผูส้ อนแนะนาใหน้ กั เรียนดสู อื่ คลปิ วีดีโอการเช่อื มซมึ ลกึ ตอ่ ชนบากร่องวตี าแหน่งทา่ 1G (PA) จากชอ่ ง YouTube 2.4 ขั้นการปฏบิ ตั ิงาน ผู้เรยี นลงปฏิบัติ โดยครผู ู้สอนกาชบั และควบคมุ ในการปฏิบตั งิ านดว้ ยความปลอดภยั ใหส้ วมใส่ชุดปอ้ งกันอนั ตรายขณะปฏิบตั ิงานทกุ คน ซงึ่ ใบงานควรปฏบิ ัติดงั น้ี (1) จัดกลุม่ ผู้เรียนตามจานวนเครื่องเชอ่ื มและแบ่งกลุ่มผูเ้ รยี นคละความสามารถ (เก่ง–ปานกลาง–อ่อน)เปน็ กลุ่มๆ เนน้ รปู แบบการจดั การเรียนรแู้ บบรว่ มมอื เทคนิค STAD (เพือ่ นช่วยเพือ่ น) ตามเหมาะสม (2) ครูผสู้ อนแจกชิน้ งานคนละจานวน 2 ช้นิ และเตรียมชน้ิ งานตาม แบบท่กี าหนดไว้ (3) ผูเ้ รยี นเชือ่ มยดึ ช้ินงานใหต้ ดิ กนั ตามแบบงาน (4) ผู้เรียนปฏิบัติงานงานเชือ่ มตอ่ ชนซมึ ลกึ บากร่องวตี าแหน่งท่า 1G (PA) (5) ครูผูส้ อนควบคมุ ดแู ลผู้เรยี น และสงั เกตพฤติกรรมในการปฏบิ ัตงิ าน 2.5 ขน้ั ตรวจผลการปฏิบตั งิ าน เมื่อผู้เรียนได้ลงปฏบิ ัติใบแต่ละใบงานไดค้ รบทุกคน ครผู สู้ อนเรยี กตามเลขท่ี หรอื ให้ ผเู้ รียน จับฉลากเพ่อื ทาการสอบปฏบิ ัติ โดยครูผสู้ อนใช้ใบประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของใบงานท่ี 4ถึงใบ งานที่ 5 ตรวจประเมนิ พรอ้ มช้ีแจงให้ผเู้ รยี นได้ทราบ และใหผ้ ู้เรียนปฏบิ ตั กิ ารสอบตามเวลากาหนด 2.6 ขน้ั สรปุ และประเมินผล 1. ครูผสู้ อนแจ้งผลการปฏบิ ัตงิ านของผูเ้ รียนใบงานท่ี 4 ให้ผู้เรยี นทุกคนทราบ 2. ครปู ระเมนิ และแจ้งผลด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคเ์ พอ่ื เปน็ แนวทางให้ผุ้เรยี นได้ปรับปรงุ ตนเองได้อยา่ งเหมาะสม งานทมี่ อบหมายหรือกจิ กรรม 1. ก่อนเรียน เตรยี มเอกสารประกอบการเรียนการสอนผูเ้ รยี น และทาแบบทดสอบก่อนเรยี น จานวน 10 ขอ้ 2. ขณะเรยี น ผ้เู รียนทาแบบฝึกหัดในเอกสารประกอบการเรยี นการสอน จานวน 10 ข้อ
70 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3 ชือ่ วชิ าเชือ่ มอาร์กดว้ ยลวดเชอ่ื มหุ้มฟลกั ซ์ 2 เวลาเรยี นรวม 12 ช่ัวโมง ชอื่ หนว่ ย สัญลกั ษณ์ ในการเชื่อมส่วนตา่ งๆ ของรอยเชื่อม สอนครง้ั ที่ 5-6 ช่ือเรือ่ ง สัญลักษณ์ ในการเชอื่ มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเชือ่ ม จานวน 12 ชวั่ โมง 3. หลังเรยี น ผเู้ รยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี นเอกสารประกอบการเรยี นการสอน จานวน 10 ข้อ ส่ือการเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน ใบงาน/ใบความรู้ 2. สอ่ื นาเสนอ Power Point หนว่ ยที่ 3 เรือ่ ง สญั ลักษณ์ ในการเช่ือมสว่ นตา่ งๆ ของรอยเชือ่ ม 3. รปู ภาพเกี่ยวกับ เครอ่ื งเชอ่ื ม ไฟฟ้าMMA 4. หนงั สือเรยี น เชือ่ มอารก์ ด้วยลวดเช่อื มหุม้ ฟลักซ์ 2 รหัสวชิ า 20103-2002 5. เครือ่ งคอมพวิ เตอร์พรอ้ มท้ังเครือ่ งฉายโปรเจคเตอร์ การวัดและประเมินผล 1 แบบทดสอบกอ่ นเรียน (แบบปรนัย) 2 แบบฝึกหัด (แบบอตั นัย) 3 แบบทดสอบหลงั เรยี น (แบบปรนยั ) 4 การวดั และประเมนิ ผลพฤติกรรม คุณธรรม จริยธรรม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ เกณฑก์ ารประเมนิ ผล 1 ด้านทฤษฎี 1.1 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น มีจานวน 10 ข้อ ไมน่ า ผลมาประเมนิ แตน่ า มาเปรียบเทยี บ ผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรยี นก่อนเรียนกับหลังเรียนของเอกสารประกอบการเรยี นการสอนเทา่ นั้น 1.2 แบบฝึกหัด มจี านวน 10 ข้อ ผูเ้ รียนตอ้ งผ่านเกณฑ์ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละ 70 1.3 แบบทดสอบหลังเรียน มีจานวน 10 ข้อ ผู้เรียนต้องผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 2 ด้านทกั ษะ หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 ใบงานที่ 4 ปฏิบตั ิงานเช่ือมซึมลกึ ต่อชนบากร่องวีตาแหน่งท่า 1G (PA) 3 ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ผเู้ รียนทกุ คนตอ้ งผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ จากตารางประเมินผลด้านคุณธรรม จริยธรรม และ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคโ์ ดยเปน็ การสังเกตพฤติกรรมของผูเ้ รียนเป็นรายบุคคล ช่วงกอ่ นเรียน ขณะเรียน และหลงั เรยี น ซ่งึ เปน็ ตารางการประเมินแบบตรวจสอบรายการ จานวน 10 ข้อๆละ 1คะแนน ซึ่งใชเ้ กณฑ์ การประเมิน ดังนี้ คะแนน 9 – 10 หมายถงึ ระดบั การประเมินพฤตกิ รรม ดีมาก คะแนน 7 – 8 หมายถึง ระดับการประเมินพฤตกิ รรม ดี คะแนน 5 – 6 หมายถึง ระดบั การประเมนิ พฤติกรรม พอใช้ คะแนน 0 – 4 หมายถึง ระดับการประเมนิ พฤติกรรม ต้องปรับปรุง
71 เนอ้ื หา รหัสวชิ า 20103-2002 ช่อื วชิ าเชอื่ มอารก์ ด้วยลวดเชื่อมหมุ้ ฟลักซ์ 2 หนว่ ยท่ี 3 ช่ือหน่วย สัญลกั ษณ์ ในการเชื่อมส่วนตา่ งๆ ของรอยเชอื่ ม ชอื่ เรอ่ื ง สัญลักษณ์ ในการเชอ่ื มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเชอื่ ม จานวน 12 ชวั่ โมง 1.ตารางแสดงสญั ลักษณท์ างงานเชอ่ื ม
72 เน้ือหา รหัสวชิ า 20103-2002 ช่อื วิชาเชอื่ มอาร์กด้วยลวดเช่อื มห้มุ ฟลกั ซ์ 2 หน่วยท่ี 3 ช่ือหน่วย สัญลักษณ์ ในการเชือ่ มสว่ นต่างๆ ของรอยเช่ือม ชื่อเรือ่ ง สญั ลกั ษณ์ ในการเชื่อมส่วนต่างๆ ของรอยเช่ือม จานวน 12 ชว่ั โมง *สัญลักษณ์อา้ งอิงตามมาตรฐานการเช่ือมอมเริกา (American Welding Society , AWS)
73 เนือ้ หา รหัสวชิ า 20103-2002 ชื่อวิชาเช่ือมอาร์กด้วยลวดเช่อื มหมุ้ ฟลักซ์ 2 หน่วยที่ 3 ชือ่ หน่วย สญั ลักษณ์ ในการเชอ่ื มสว่ นต่างๆ ของรอยเชอ่ื ม ช่ือเรอ่ื ง สญั ลักษณ์ ในการเช่อื มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเชอ่ื ม จานวน 12 ชว่ั โมง 2.ตาแหนง่ ในการเช่อื ม (Welding Position) ตาแหนง่ และทิศทางการเชื่อมของแนวเชื่อม แบ่ง ออกเป็น 4 ตาแหน่งคอื 2.1ท่าราบ (Flat Position) ท่าราบเป็นการเชือ่ มชนิ้ งานทีว่ างอยูใ่ นระนาบเดียวกนั กบั พน้ื ราบซึง่ ไม่ มีปญั หาเรื่องแรงดงึ ดดู ของโลก จงึ เป็นทา่ เชื่อมท่ีเชอ่ื มงา่ ยกวา่ ทา่ เช่ือมอืน่ ๆ 2.2 ท่าขนานนอน (Horizontal Position) ท่าขนานนอนหรอื ทา่ ระดับเป็นการเช่ือมชน้ิ งานท่ีวาง อยูใ่ นแนวระดับ ซ่งึ ขนานกบั แนวระนาบ ในการเชอ่ื มท่าเชือ่ มน้ีนั้น แรงดึงดูดของโลกจะมผี ลตอ่ การเช่อื ม ทา ให้เกดิ ขอ้ บกพร่องคือ รอยแหวง่ (Undercut ) ขอบดา้ นบนของรอยเชือ่ ม
74 เนอ้ื หา รหัสวิชา 20103-2002 ช่อื วชิ าเชือ่ มอารก์ ด้วยลวดเชื่อมห้มุ ฟลกั ซ์ 2 หนว่ ยที่ 3 ชื่อหนว่ ย สัญลกั ษณ์ ในการเชอ่ื มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเช่ือม ช่อื เรอื่ ง สัญลักษณ์ ในการเชื่อมส่วนตา่ งๆ ของรอยเชอ่ื ม จานวน 12 ช่วั โมง 2.3 ท่าตง้ั (Vertical Position) ท่าตัง้ เปน็ การเชื่อมช้นิ งานทวี่ างอยใู่ นแนวดงิ่ ซงึ่ ตั้งฉากกบั แนว ระดบั ในการเชอื่ มทา่ นี้น้นั แรงดงึ ดดู ของโลก จะมผี ลตอ่ การเชื่อมเช่นกัน ตามทิศทางของการเชือ่ ม เชน่ การ เชือ่ มลง (Vertical Down) และการเชื่อมขน้ึ (Vertical Up) 2.4 ทา่ เหนือศีรษะ (Overhead Position) ท่าเหนอื ศีรษะเป็นการเช่ือมชิ้นงานทวี่ างอยู่ในแนว ระนาบ ในระดับเหนือศีรษะของผูเ้ ชือ่ ม ในการเช่ือมท่าน้นี ัน้ แรงดงึ ดดู ของโลก มผี ลตอ่ การเชอื่ มเป็นอย่าง มาก ท้ังขอ้ บกพรอ่ งในรอยเช่ือมและอันตรายจากสะเก็ดไฟโลหะทีห่ ลอมละลาย และความรอ้ นจากเปลวไฟที่ สะทอ้ นกลับ
75 เนื้อหา รหัสวิชา 20103-2002 ชอ่ื วชิ าเชื่อมอาร์กดว้ ยลวดเชือ่ มหุ้มฟลกั ซ์ 2 หนว่ ยที่ 3 ช่อื หนว่ ย สญั ลกั ษณ์ ในการเช่ือมส่วนต่างๆ ของรอยเช่อื ม ช่อื เรื่อง สญั ลกั ษณ์ ในการเชื่อมสว่ นต่างๆ ของรอยเช่อื ม จานวน 12 ชวั่ โมง 3.สญั ลักษณ์การเชอื่ มเพิม่ เติม ลกั ษณะผวิ หน้ารอยเชอื่ ม สญั ลักษณ์ รอยเชือ่ มราบเรียบ M รอยเชอื่ มนูน G รอยเช่อื มเว้า Machine Finish Grind Finish
76 เนอ้ื หา รหสั วิชา 20103-2002 ช่อื วชิ าเชื่อมอารก์ ดว้ ยลวดเช่อื มหุ้มฟลักซ์ 2 หนว่ ยที่ 3 ช่อื หน่วย สัญลกั ษณ์ ในการเชอ่ื มส่วนต่างๆ ของรอยเช่ือม ช่อื เรื่อง สญั ลักษณ์ ในการเช่ือมส่วนตา่ งๆ ของรอยเชอ่ื ม จานวน 12 ชว่ั โมง C Chisel Finish F Flame Finish
77 เนอื้ หา รหสั วชิ า 20103-2002 ชอ่ื วิชาเชอ่ื มอารก์ ด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลกั ซ์ 2 หนว่ ยท่ี 3 ช่อื หนว่ ย สญั ลักษณ์ ในการเชื่อมสว่ นตา่ งๆ ของรอยเช่ือม ชือ่ เร่ือง สัญลักษณ์ ในการเชือ่ มส่วนต่างๆ ของรอยเช่ือม จานวน 12 ชวั่ โมง แนวตอ่ มมุ เป็นแนวเชื่อมทมี่ ีรูปรา่ งลักษณะพื้นที่หนา้ ตัดของโลหะเติม หลังการเชือ่ มแลว้ เป็นรูปสามเหลยี มมุมฉาก
78 เนือ้ หา รหสั วชิ า 20103-2002 ชอ่ื วชิ าเชอื่ มอารก์ ดว้ ยลวดเชอื่ มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 หน่วยที่ 3 ชอ่ื หนว่ ย สัญลักษณ์ ในการเชอ่ื มส่วนตา่ งๆ ของรอยเชือ่ ม ชอ่ื เรอ่ื ง สญั ลกั ษณ์ ในการเชือ่ มส่วนตา่ งๆ ของรอยเชือ่ ม จานวน 12 ชว่ั โมง จากรปู สว่ นตา่ ง ๆ ของแนวเชือ่ มมุม มีช่ือเรยี กดังนี้ 1. ผวิ หนา้ ของแนวเชอื่ ม (Face of Weld) 2. ระยะกนั แนวเชอ่ื มถึงผวิ หนา้ แนวเช่อื ม (Throat of Fillet Weld) 3. ระยะการหลอมละลายลึกเขา้ ไปในเน้อื ชน้ิ งาน (Depth of Fusion) 4. ระยะลกึ สุดของแนวเชอ่ื ม (Root of a Weld) 5. รอยต่อระหว่างแนวเชอื่ มกบั ชน้ิ งาน (Toe of Weld) 6. ระยะกนั ของรอยต่อช้นิ งานถงึ ปลายสดุ ของขอบแนวเช่อื ม (Leg of a Fillet Weld) 7. สัญลกั ษณแ์ สดงระยะกนั ของรอยต่อชน้ิ งานถงึ ปลายสุดของขอบแนวเชอ่ื ม (Size of Weld)
79 เนอ้ื หา รหสั วชิ า 20103-2002 ชื่อวชิ าเชื่อมอาร์กดว้ ยลวดเชอ่ื มหุ้มฟลักซ์ 2 หน่วยท่ี 3 ช่ือหน่วย สัญลกั ษณ์ ในการเช่ือมสว่ นต่างๆ ของรอยเชอื่ ม ชือ่ เรอื่ ง สญั ลักษณ์ ในการเช่อื มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเช่ือม จานวน 12 ช่ัวโมง สาหรบั การเตรียมรอยต่อสาหรบั แนวเชอ่ื มมุมน้นั จะมีการออกแบบรอยต่อใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐาน หลายลักษณะ แสดงลักษณะการเตรยี มรอยตอ่ มมุ
80 เนื้อหา รหสั วชิ า 20103-2002 ชื่อวิชาเช่อื มอารก์ ด้วยลวดเชื่อมห้มุ ฟลกั ซ์ 2 หน่วยท่ี 3 ชอ่ื หนว่ ย สญั ลักษณ์ ในการเช่ือมส่วนต่างๆ ของรอยเช่ือม ช่อื เรื่อง สัญลักษณ์ ในการเชื่อมสว่ นต่างๆ ของรอยเชอื่ ม จานวน 12 ชั่วโมง แสดงตาแหน่งแนวเชือ่ มมมุ แนวเชอ่ื มร่อง แสดงรอยตอ่ ช้นิ งานแนวเชื่อมรอ่ ง สว่ นประกอบต่างๆ ของแนวเชือ่ มร่อง
81 เนอ้ื หา รหสั วิชา 20103-2002 ชอื่ วชิ าเชื่อมอาร์กด้วยลวดเชอ่ื มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 หน่วยท่ี 3 ชอ่ื หนว่ ย สัญลกั ษณ์ ในการเชื่อมสว่ นตา่ งๆ ของรอยเช่อื ม ช่อื เร่อื ง สญั ลกั ษณ์ ในการเช่ือมส่วนตา่ งๆ ของรอยเชื่อม จานวน 12 ชั่วโมง จากรูปสว่ นตา่ ง ๆ ของแนวเชื่อมรอ่ ง มีชือ่ เรยี กดงั นี้ 1. ระยะหา่ งของขอบช้ินงานทั้งสองชิน้ ทีฐ่ าน (Root Opening : Ro) 2. ผิวหนา้ ของรอยขอบช้นิ งานส่วนตรงท่ฐี าน (Root Face : RF) 3. ผิวหนา้ เอยี งของรอยตอ่ ชนิ้ งาน (Groove Face) 4. มมุ การบากหนา้ ของช้ินงาน (Bevel Ange : A) 5. มมุ รวมของชิ้นงานสองช้ิน (Groove Angle : A) 6. สัญลักษณข์ นาดการละลายลกึ ของแนวเช่อื ม (Size of Weld : S) 7. ความหนาของช้ินงาน (Plate Thickness : T) ตาแหน่งของแนวเชือ่ มร่อง ในสภาวะงานจรงิ อยใู่ นตาแหน่งต่างกนั
82 เน้ือหา รหัสวชิ า 20103-2002 ช่อื วิชาเช่อื มอารก์ ดว้ ยลวดเชือ่ มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 หน่วยที่ 3 ชือ่ หนว่ ย สญั ลักษณ์ ในการเชื่อมส่วนตา่ งๆ ของรอยเช่ือม ช่อื เรื่อง สัญลักษณ์ ในการเชื่อมส่วนต่างๆ ของรอยเชอ่ื ม จานวน 12 ช่ัวโมง
83 แบบฝกึ เสริมทกั ษะหน่วยการเรียนที่ 3 รหัสวิชา 20103-2002 ช่อื วิชาเช่อื มอารก์ ด้วยลวดเช่อื มหุ้มฟลกั ซ์ 2 หน่วยที่ 3 ชอ่ื หน่วย สัญลักษณ์ ในการเชอ่ื มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเชื่อม ชื่อเรอื่ ง สัญลกั ษณ์ ในการเชอ่ื มส่วนตา่ งๆ ของรอยเช่อื ม จานวน 12 ช่ัวโมง เฉลยแบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 3 คาส่ัง จากรูปท่ีกาหนดให้ จงนาตวั อักษรจากภาพไปเติมในช่องว่างดา้ นหน้าหมายเลขใหถ้ ูกต้อง
84 แบบฝกึ เสรมิ ทกั ษะหนว่ ยการเรียนท่ี 3 รหัสวชิ า 20103-2002 ชอื่ วชิ าเช่อื มอารก์ ด้วยลวดเชอ่ื มหมุ้ ฟลักซ์ 2 หนว่ ยท่ี 3 ชือ่ หนว่ ย สญั ลักษณ์ ในการเชือ่ มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเช่อื ม ชื่อเรื่อง สัญลักษณ์ ในการเช่ือมส่วนต่างๆ ของรอยเช่อื ม จานวน 12 ชั่วโมง คาส่งั จงทาเครอื่ งหมายกากบาท () หนา้ ข้อทถ่ี ูกทส่ี ุดเพยี งขอ้ เดยี ว 1. ในการเชื่อมท่าใดท่ีมีปัญหาสะเกด็ ใส่ช่างเช่ือมมากท่ีสุด ก. ท่าเหนือศรี ษะ ข. ทา่ ต้งั ค. ทา่ ขนานนอน ง. ทา่ ราบ 2. จากรูปคือรอยตอ่ ชนิดใด ข. รอยตอ่ เกย ง. รอยต่อชน ก. รอยขอบ ค. รอยต่อมุม ข. 3 แบบ 3. ลกั ษณะรอยต่อพ้นื ฐานมีกี่แบบ ง. 2 แบบ ก. 5 แบบ ข. ชิ้นงานวางซอ้ นกนั ค. 4 แบบ ง. ช้ินงานต้งั ฉากกนั 4. ลกั ษณะใดเป็ นรอยต่อเกย ข. ทา่ ขนานนอน ก. ชิ้นงานต่อชนกนั ง. ท่าราบ ค. ช้ินงาน 2 ช้ินมาวางต่อกนั 5.ทา่ เชื่อมทา่ ใดเชื่อมงา่ ยทีส่ ุด ข. ความหนาช้ินงาน ก. ท่าเหนือศรี ษะ ง. มุมร่องรวมของชิ้นงานท้งั สอง ค. ท่าต้งั ข้นึ –ลง 6. Groove Angle หมายความวา่ อยา่ งไร ก. ผวิ เอียงของรอยต่อช้ินงาน ค. ระยะห่างระหวา่ งรอยตอ่
85 แบบฝกึ เสริมทักษะหนว่ ยการเรียนที่ 3 รหัสวิชา 20103-2002 ชือ่ วชิ าเชอ่ื มอาร์กด้วยลวดเชื่อมห้มุ ฟลกั ซ์ 2 หนว่ ยท่ี 3 ช่อื หนว่ ย สญั ลักษณ์ ในการเชอ่ื มส่วนตา่ งๆ ของรอยเช่ือม ชอื่ เรื่อง สญั ลกั ษณ์ ในการเชือ่ มส่วนต่างๆ ของรอยเชอ่ื ม จานวน 12 ชั่วโมง จากรูปขา้ งล่างใชต้ อบคาถามขอ้ ท่ี 47-49 7. จากรูปหมายเลข 2 หมายถึงอะไร ก. Groove Angle ข. Bevel Angle ค. Root Opening ง. Root Face 8. จากรูปหมายเลข 1 หมายถึงอะไร ก. Groove Angle ข. Bevel Angle ค. Root Opening ง. Root Face 9. จากรูปหมายเลข 4 หมายถึงอะไร ก. Groove Angle ข. Bevel Angle ค. Root Opening ง. Root Face จากรูปขา้ งล่าง ใชต้ อบคาถามขอ้ ท่ี 50-54 10. หมายเลข 1 หมายถึงช้นั แนวเช่ือมในขอ้ ใด ก. Hot Pass ข. Filler Pass ค. Root Pass ง. Cover Pass 11. หมายเลข 2 หมายถึงช้นั แนวเช่ือมในขอ้ ใด ก. Hot Pass ข. Filler Pass ค. Root Pass ง. Cover Pass
86 แบบฝกึ เสริมทกั ษะหนว่ ยการเรยี นท่ี 3 รหสั วชิ า 20103-2002 ชือ่ วิชาเชือ่ มอาร์กด้วยลวดเชอื่ มหมุ้ ฟลกั ซ์ 2 หน่วยที่ 3 ชื่อหนว่ ย สญั ลักษณ์ ในการเชือ่ มส่วนตา่ งๆ ของรอยเช่อื ม ชื่อเรื่อง สัญลกั ษณ์ ในการเช่อื มส่วนตา่ งๆ ของรอยเชอ่ื ม จานวน 12 ช่ัวโมง 12. หมายเลข 4 หมายถึงช้นั แนวเชื่อมในขอ้ ใด ก. Hot Pass ข. Filler Pass ค. Root Pass ง. Cover Pass 13. การเตรียมรอยต่อบากหนา้ รูปตวั วใี หก้ บั ชิ้นงานท่มี ีขนาดความหนา 3-20 มิลลิเมตรควรบากมุมประมาณ กี่องคศ์ า ก. 25-30 ข. 30-35 ค. 35-40 ง. 40-45 14. การเช่ือมแนวแรก (Root Pass) ของงานเชื่อมตอ่ ชนบากร่องรูปตวั วี ควรใชล้ วดเช่ือมชนิดใดเหมาะสม ที่สุด ก. E 6010 ข. E 7010 ค. E 6012 ง. E 7018 15. สญั ลกั ษณ์บอกตาแหน่งท่าเชื่อมมาตรฐานสากล (ISO 6947/1990) ของรอยตอ่ ตวั ทีท่าเหนือศรี ษะคอื ขอ้ ใด ก. PA ข. PB ค. PF ง. PD 16. แนวเช่ือมฟิลเลท็ มาตรฐานอเมริกาตาแหน่งท่าราบ ใชอ้ กั ษรยอ่ ขอ้ ใด ก. 1F ข. 2F ค. 3F ง.4F 17. แนวเช่ือมรอยตอ่ บากร่องงานแผน่ มาตรฐานอเมริกาตาแหน่งทา่ ระดบั ใชอ้ กั ษรยอ่ ขอ้ ใด ก. 1G ข. 2G ค. 3G ง. 4G 18. งานเช่ือมแผน่ ทา่ ต้งั เช่ือมข้นึ มาตรฐาน ISO 6947 ใชอ้ กั ษรยอ่ อะไร ก. PA ข. PE ค. PD ง. PF 19. งานเช่ือมแผน่ ทา่ ราบ มาตรฐาน ISO 6947 ใชอ้ กั ษรยอ่ ขอ้ ใด ก. PA ข. PE ค. PD ง. PF
87 แบบฝึกเสรมิ ทกั ษะหนว่ ยการเรยี นที่ 3 รหสั วชิ า 20103-2002 ชอื่ วิชาเชอื่ มอาร์กด้วยลวดเชือ่ มหุม้ ฟลกั ซ์ 2 หนว่ ยท่ี 3 ชอ่ื หนว่ ย สญั ลกั ษณ์ ในการเชอ่ื มสว่ นตา่ งๆ ของรอยเชอ่ื ม ชอื่ เรอื่ ง สญั ลกั ษณ์ ในการเชอ่ื มส่วนต่างๆ ของรอยเช่อื ม จานวน 12 ชั่วโมง 20. ลวดเช่ือม E 6013 สามารถนาไปเช่ือมทา่ ใดเหมาะสมท่ีสุด ก. ทา่ ราบ ข. ท่าขนานนอน ค. ทา่ ต้งั ง. ทกุ ทา่ เชื่อม
88 สอนคร้งั ท่ี 5-6 รหัส 20103-2002 ใบงานที่ 4 เวลา 12 ช่ัวโมง ชือ่ รายวิชา เชอื่ มอารก์ ดว้ ยลวดเชือ่ มหุ้มฟลักซ์ 2 ช่อื งาน : งานเชอ่ื มซมึ ลกึ ตอ่ ชนบากร่องวีตาแหนง่ ท่า 1G (PA) แบบงาน วัสดุ ขนาด จานวน / ช้นิ 2 ชน้ิ เหลก็ St 37 200 X 10 X 10 มม. ลวดเชื่อมไฟฟา้ Ø 2.6 มม. จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม เคร่ืองมือและอุปกรณ์ 1 เตรียมเครอ่ื งมือและอปุ กรณ์เชอื่ มไฟฟา้ ไดถ้ กู ต้อง 1. เคร่ืองเชื่อมไฟฟ้าAC หรอื DC 2 ปรบั กระแสเชอ่ื มไฟฟ้าได้ถูกต้อง 3 เชื่อมเริม่ ต้นอารค์ ลงบนชน้ิ งานได้ถูกตอ้ ง 2. หน้ากากเชอื่ มชนดิ สวมหัว 4 เคาะสแลกและทาความสะอาดช้นิ งานได้ถกู ต้อง 5 ตรวจสอบความถูกต้องได้ 3. ค้อนเคาะสแลก 6 เก็บเครอ่ื งมอื ได้ 7 ทาความสะอาดได้ 4. คีมจับชิ้นงานรอ้ น 8 ปฏิบัตงิ านเร่มิ ตน้ อาร์ค (เชอื่ มจุด)ได้ 9 นาประโยชนจ์ ากการศึกษาไปประยุกต์ใชใ้ นงาน 5. แปรงลวด 6. ตะไบแบน อาชพี ได้ 7. บรรทดั เหลก็ 8. ถุงมือหนงั 9. เสอื้ หนงั 10. แวน่ ตานริ ภัย 11. เหล็กขีด 12.เคร่ืองเจยี ระไนมอื
89 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยที่ 3 สอนคร้ังที่ 5-6 ชือ่ หนว่ ย งานเชอ่ื มซมึ ลกึ ต่อชนบากรอ่ งวตี าแหนง่ ทา่ 1G (PA) ชั่วโมงรวม 12 ลาดบั ขั้นการทางาน จานวนชัว่ โมง 12 1. เบกิ เครือ่ งมือและชดุ อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตราย ไดแ้ ก่ เครื่องมอื วัสดุ และอุปกรณ์ การเช่อื ม 2. สวมชดุ ป้องกันอนั ตราย ข้อควรระวัง ขณะปฏิบัติงานเช่ือมตอ้ งสวมอปุ กรณ์ปอ้ งกัน อนั ตรายส่วนบุคคล และใชเ้ ครอ่ื งมือและอปุ กรณ์ ให้ถูกต้อง จะทาใหก้ ารปฏิบัติงานเกิดความ ปลอดภัย 3. การเตรยี มขึน้ งาน 3.1 ตัดชน้ิ งาน แผน่ เหล็กกลา้ คาร์บอน ST 34 ขนาด 100 x 200 X 10 มม. จานวน 2 ช้นิ ตดั ด้วยเครอ่ื งตัดแก๊ส 3.2 บากมุมชนิ้ งานด้วยเครื่องตัดแก๊สแบบอัตโนมัติ โดยปรับหัวตดั ทามมุ 30 องศา ขอ้ ควรระวงั ใชเ้ ครอ่ื งตัดแก๊สดว้ ยความระมดั ระวงั
90 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยที่ 3 ชอ่ื หน่วย สอนครัง้ ท่ี 5-6 งานเชอื่ มซึมลึกต่อชนบากรอ่ งวีตาแหน่งท่า 1G (PA) ชัว่ โมงรวม 12 ลาดับข้นั การทางาน จานวนชั่วโมง 12 4. การเตรียมชื้นงานกอ่ นเชื่อมยดึ (Tack) 4.1 เจียระไนปรบั ผิวหนา้ ชิ้นงานบรเิ วณรอยตดั แก๊ส ขอ้ ควรระวัง ใชห้ นิ เจยี ระไนด้วยความระมดั ระวงั 4.2 ตะไบปรบั มุมผิวหน้างานให้ได้มมุ 30 องศา พรอ้ มตะไบปรบั ความหนาของ (Root Face) 1.0- 1.5 มม. และ ตะไบเกบ็ รายละเอียดบริเวณขอบของขึ้นงาน 4.3 เจียระไนเปดิ ผิวงานบรเิ วณขอบชน้ิ งาน ดา้ นหนา้ และด้านหลงั ข้อควรระวัง เจียระไนจากขอบชน้ิ งานข้างละไม่เกิน 1 เซนตเิ มตร
91 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยที่ 3 ชือ่ หน่วย สอนครง้ั ที่ 5-6 งานเชือ่ มซมึ ลึกต่อชนบากร่องวีตาแหน่งทา่ 1G (PA) ชั่วโมงรวม 12 ลาดบั ข้ันการทางาน จานวนชัว่ โมง 12 5. เตรียมเครอ่ื งเช่อื ม 5.1 เปิดสวิตซ์เครอื่ งเชอื่ มให้พรอ้ ม ใชง้ าน 5.2 ปรับกระแสไฟเชื่อมเหมาะสมกบั ความหนา ของขน้ึ งาน และลวดเชอื่ ม 6. การจบั ยดึ ชน้ิ งาน 6.1 นาชน้ิ งานที่ทาความสะอาดพร้อมทาการเชื่อม จานวน 2 ชิ้น วางลงบนเหล็กรางตัววที เ่ี ตรียมไว้ ตามแนวขวาง 6.2 ทาการเชื่อมยึด (Tack) โดย เวน้ ระยะหา่ งระหวา่ งชิน้ งานท่ี 1 และ 2 ให้มคี วามหา่ ง 3 มม. ทาการเชือ่ มยึด จานวน 2 จดุ บริเวณปลายช้นิ งานทัง้ 2 ดา้ น
92 หนว่ ยที่ 3 สอนคร้งั ที่ 5-6 ใบงาน (Job Sheet) ชอื่ หนว่ ย ชัว่ โมงรวม 12 งานเชือ่ มซมึ ลกึ ต่อชนบากรอ่ งวีตาแหนง่ ท่า 1G (PA) จานวนชั่วโมง 12 ลาดบั ข้นั การทางาน 6.3 สร้างระยะเผือ่ ของขึน้ งาน เม่อื เชื่อมยึดเสร็จ นาชนิ้ งานทาระยะเผือ่ ประมาณ 2-3 องศา เพ่ือ ป้องกนั การบดิ งอเชิงมมุ (Distortion) ของชน้ิ งาน 7. ตดิ ตั้งขึน้ งาน 7.1 วางชิน้ งานลงบนเหล็กรางตัววที ีเ่ ตรยี มไวต้ าม แนวขวาง ทาการตรวจสอบชิน้ งานวา่ ม่นั คงหรอื ไม่ 8. เชื่อมแนวฐานรากหลอมลึก (Root Pass) 8.1 เริม่ ต้นอารก์ จากขอบชนิ้ งาน โดยเทคนคิ การสายลวดเชอ่ื ม
93 หนว่ ยท่ี 3 สอนครั้งท่ี 5-6 ใบงาน (Job Sheet) ชอ่ื หน่วย ชัว่ โมงรวม 12 งานเช่อื มซึมลกึ ต่อชนบากร่องวีตาแหน่งทา่ 1G (PA) จานวนช่ัวโมง 12 ลาดับข้นั การทางาน 8.2 ทาการเชื่อมแนวฐานรากท่าราบ 1G โดยทา มุมลวดเชื่อมกับแนวเชือ่ ม 80-85 องศา (ดูจาก ต้านขา้ ง) 8.3 ทาการเชือ่ มแนวฐานรากทา่ ราบ 1G โดยทา มุมลวดเชอ่ื มกบั ชิ้นงาน 90 องศา (ดูจากตา้ นหนา้ ) 8.4 ควบคมุ การหลอมลึกของแนวเชอ่ื มฐานรากใน ตาแหน่งเช่ือมทา่ ราบ1G โดยใชว้ ิธกี ารสร้างคโี ฮล (KeyHold) ด้วยการสายลวดเชือ่ มแบบตัว C ขอ้ ควรระวัง สรา้ งดีโฮลใหม้ ขี นาดเท่ากนั ตลอดแนวเชอื่ ม
94 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยที่ 3 ชอ่ื หน่วย สอนคร้ังที่ 5-6 งานเช่อื มซึมลกึ ต่อชนบากร่องวีตาแหน่งท่า 1G (PA) ชวั่ โมงรวม 12 ลาดบั ข้นั การทางาน จานวนชั่วโมง 12 9. การเช่ือมแนวเติม (Hot Pass) 9.1 เติมแนวเชือ่ มทบั หน้าของแนวเชอ่ื มที่ 1 หรอื แนวเชอื่ มต่อจากแนวฐานราก ขอ้ ควรระวัง ทาความสะอาดแนวฐานรากก่อนทาการเช่ือมแนว ตอ่ ไปทุกคร้งั 9.2 ควบคุมความกวา้ งของแนวเชือ่ ม โดยการส่าย ลวดเชื่อม และการเคลอ่ื นท่ีลวดเช่ือมโดยรกั ษา ความเรว็ และระยะอารก์ ให้สม่าเสมอ โดยใช้การ สา่ ยลวดแบบตวั C 9.3 ทาการเชอื่ มแนวเติมทา่ ราบ1G โดยทามมุ ลวด เชื่อมกบั แนวเช่อื ม 80-85 องศา (ดจู ากด้านข้าง) 9.4 เช่อื มแนวเติมท่ราบ 1 G ทามมุ ลวดเชือ่ มกบั ชน้ิ งาน 90 องศา (ดจู ากดา้ นหนา้ )
95 ใบงาน (Job Sheet) หน่วยท่ี 3 ช่อื หน่วย สอนคร้ังท่ี 5-6 งานเชื่อมซึมลึกต่อชนบากรอ่ งวีตาแหน่งท่า 1G (PA) ชัว่ โมงรวม 12 ลาดับข้นั การทางาน จานวนช่ัวโมง 12 10. การเชื่อมแนวปกคลุม (Cover Pass) 10.1 ทาการเชือ่ มแนวเช่อื มปกคลมุ แนวเชอ่ื ม สุดทา้ ย ข้อควรระวงั ทาความสะอาดแนวเตมิ กอ่ นทาการเชอื่ มแนว ตอ่ ไปทกุ ครั้ง 10.2 ควบคุมความกวา้ งของแนวเชอ่ื มปกคลุม โดยการส่ายลวดเชอ่ื ม และการเคลือ่ นที่ลวดเชอื่ ม โดยรกั ษาความเรว็ และระยะอารก์ ให้สมา่ เสมอ โดยใช้การส่ายลวดแบบตวั C 11. การปฏิบัตงิ านหลงั ทาการเชือ่ มเสรจ็ 11.1 นาชน้ิ งานทาการเชือ่ มเสร็จมาทาความ สะอาดด้วยแปรงลวดและรอให้ช้ินงานเย็นตวั ประมาณ 10 นาที นาช้นิ งานไปทาการตรวจสอบ งานเชอื่ มดว้ ยการพินิจ(Visual Testing) เบอ้ื งต้น กอ่ นนาขึน้ งานเช่อื มสง่ ใหแ้ กค่ รูผตู้ รวจตอ่ ไป
96 ใบงาน (Job Sheet) หนว่ ยท่ี 3 ชอ่ื หน่วย สอนคร้ังท่ี 5-6 งานเช่ือมซึมลกึ ตอ่ ชนบากร่องวตี าแหน่งทา่ 1G (PA) ชวั่ โมงรวม 12 ลาดับขัน้ การทางาน จานวนชั่วโมง 12 11.2 ทาการ ปิดสวิตช์เคร่ือง เก็บชุดป้องกนั อันตรายในการปฏิบตั งิ านเช่ือม เคร่ืองมือ วสั ดุ อปุ กรณ์ ทใี่ ช้ในการปฏบิ ัติงาน สง่ คืนท่ีหอ้ ง เคร่อื งมอื และทาความสะอาดบริเวณพน้ื ที่ ปฏิบัตงิ านเชื่อม ขอ้ ควรระวัง 1. จุดสิน้ สุดแนวเช่อื มบริเวณขอบช้ินงานและบรเิ วณขอบแนวเชอื่ มจะเกดิ การกัดแหว่ง 2. แนวหลอมลกึ (Root Pass) อาจเกิดความไม่สมบรู ณ์ จากการควบคมุ ระยะอาร์กไม่สมา่ เสมอขณะ ปฏบิ ัติงานเชื่อมต้องสวมอุปกรณป์ อ้ งกันอนั ตรายส่วนบคุ คล และใชเ้ คร่ืองมือและอุปกรณใ์ หถ้ ูกต้อง จะทาให้การ ปฏบิ ตั ิงานเกดิ ความปลอดภยั ข้อเสนอแนะ 1. เตรียมช้นิ งานใหถ้ กู ตอ้ งตามข้อกาหนด 2. ปรับกระแลไฟฟ้าให้ถูกตอ้ ง ให้เหมะสม
97 แบบประเมินผลการปฏิบตั งิ าน ใบงานที่ 6 งานเชือ่ มซมึ ลึกตอ่ ชนบากร่องวีตาแหนง่ ท่า 1G (PA) ช่ือผปู้ ฏิบัตงิ าน.............................. ..........................สกุล.....................................................เลขที่....................... ระดบั ช้นั ชช.2 . รายการ ผลการประเมิน 1 43 2 ด้านความพรอ้ มการเตรียมชิ้นงาน 1. ลบคมขอบชิน้ งานด้วยตะไบ 2. ความสมบรู ณ์ของรอยเชือ่ มรอ่ ง (Groove welds) 3. การเชอ่ื มยึด (Tack) ชิน้ งาน ด้านทักษะงานเช่อื มตรวจสอบด้วยการพนิ ิจ 1.แนวเชือ่ มแนวหลอมลึก (Root Pass) 1.1 การหลอมละลายสมบูรณ์ของแนวหลอมลกึ 1.2 ความสูงของแนวหลอมลกึ 1.3 การยุบเว้าของแนวหลอมลกี 2. แนวเชือ่ มด้านหน้า (Groove Face) 2.1 ความสมบูรณ์ของจดุ เร่ิมตน้ และจุดสิน้ สุด 2.2 ความกว้างของแนวเชื่อมสม่าเสมอ 2.3 ความสูงของแนวเช่อื ม 2.4 รอยกัดแหว่ง (Undercut) 2.5 รูพรุน(Porosity) s=ความหนาชน้ิ งาน 10 มม. 2.6 รอยตอ่ แนวเชอ่ื ม 2.7 การหดตัวเชงิ มมุ (Distortion) 2.8 แนวเช่อื มเติมไม่เตม็ รอ่ งบาก 2.9 ต่อคอมงานเลยี้ ง (h)=ความสงู (t)= ความหนา ของช้ินงาน กิจนสิ ัย 1. ความปลอดภยั ในการปฏิบัตงิ าน 2. การใช้และการเก็บเคร่ืองมอื อปุ กรณ์ อย่างถูกวธิ ี 3. ความสะอาดของชิ้นงานท่ีพร้อมสง่ เวลาทใี่ ช้ปฏิบตั งิ าน 1. ปฏิบตั งิ านได้ตามเวลาที่กาหนด รวม
98 การคิดคะแนนเตม็ 10 คะแนน คะแนนท่ีได้ = คะแนน สรปุ คะแนนรวมท่ีได้ ..............คะแนน ดีมาก ดี (10 คะแนน) (9 คะแนน) พอใช้ (8 คะแนน) ปรับปรุง* (7) * จะผ่านเกณฑ์ตอ้ งปรับปรุงงานหรอื ทาใบ งานซ้า เกณฑ์การผา่ นการประเมนิ จะต้องได้คะแนนมากกวา่ 7 คะแนน ผลการตัดสิน ผ่านการประเมิน ไม่ผ่านการประเมนิ บนั ทึกเพ่มิ เตมิ .............................................................................................................................................................................. .................................................................................................................... ลงชอื่ ..................................................ผปู้ ระเมิน (...............................................)
99 เกณฑ์การให้คะแนนจากการตรวจสอบดว้ ยการพินิจ (Visual Testing) รหัสวิชา 20103-2002 ช่ือวิชาเชอื่ มอาร์กดว้ ยลวดเช่ือมหุ้มฟลกั ซ์ 2 หน่วยที่ 3 ชื่อหน่วย สมบตั แิ ละความสามารถในการเช่ือมของเหล็กกล้า ใบงานที่ 4 งานเชอ่ื มซมึ ลกึ ตอ่ ชนบากรอ่ งวีตาแหนง่ ทา่ 1G (PA) 1. ดา้ นความพรอ้ มการเตรยี มขน้ึ งาน 1.1. ลูบคมขอบชนิ้ งานดว้ ยตะไบ 1) ลบคมขอบชนิ้ งานได้อย่างสมบรู ณใ์ ห้ 4 คะแนน 2) ลบคมชอบชนิ้ งานไม่สมบรู ณ์มีรอยตาหนิไม่เกนิ 2 จุดให้ 3 คะแนน 3) ลบคมชอบชน้ิ งานไม่สมบูรณ์มรี อยตาหนมิ ากกว่า 2 จดุ ไมเ่ กิน 4 จุดให้ 2 คะแนน 4) ลบคมขอบช้นิ งานไมส่ มบูรณม์ ีตาหนมิ ากกว่า 5 จดุ ข้นึ ไปให้ 1 คะแนน 1.2 ความสมบรู ณข์ องรอยเช่อื มร่อง (Groove welds) ประกอบด้วย 1.Root Opening 2.Root Face 3.Groove Face 4. Bevel Angle 5. Groove Angle 1) เตรยี มรอยเชอ่ื มรอ่ ง ได้อย่างสมบรู ณ์ให้ 4 คะแนน 2) รอยเช่ือมร่อง ไม่สมบูรณ์มรี อยตาหนไิ ม่เกิน 2 จุดให้ 3 คะแนน 3) รอยเชอื่ มร่อง ไม่สมบรู ณม์ รี อยตาหนิมากกว่า 2 จุดไม่เกนิ 4 จุดให้ 2 คะแนน 4) รอยเช่อื มรอ่ ง ไม่สมบรู ณ์มีตาหนมิ ากกวา่ 5 จุดข้นึ ไปให้ 1 คะแนน 1.3 การเชื่อมยดึ (Tack) ชนิ้ งาน 1) เชือ่ มยึดชิ้นงานได้อย่างสมบูรณ์ให้ 4 คะแนน 2) เชื่อมยึดชิ้นงานส้นั กว่า 10 มม.และยาวกว่า 15 มม. ให้ 3 คะแนน 3) เชื่อมยึดขนึ้ งาน ไม่สมบรู ณ์ ให้ 2 คะแนน 4) เช่อื มยึดชิ้นงานไมส่ มบูรณ์ ไมเ่ วน้ ช่องรอยตอ่ ชิน้ งานเชอ่ื ม 1 คะแนน 2. ด้านทักษะงานเชือ่ มตรวจสอบด้วยการพินจิ 2.1. แนวเช่อื มแนวหลอมลึก (Root Pass) 2.1.1 การหลอมละลายสมบูรณ์ของแนวหลอมลึก 1) หล่อมละลายสมบูรณ์ตลอดท้งั แนวให้ 4 คะแนน 2) ไม่หลอมละลายมีความยาวต้ังแต่ 0.5 - 1.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ไม่หลอมละลายมีความยาวมากกว่า 1.5 - 2.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ไม่หลอมละลายความยาวมากกว่า 2.5 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.2 ความสงู ของแนวหลอมลกึ 1) แนวหลอมสึกมีความสงู ตง้ั แต่ 0.0 - 1.5 มม. ให้ 4 คะแนน 2) แนวหลอมลกึ มคี วามสงู มากกวา่ 1.5 - 2.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) แนวหลอมลึกมีความสงู มากกวา่ 2.5 - 3.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) แนวหลอมลกึ มคี วามสูงมากกวา่ 3.5 มม. ข้นึ ไปให้ 1 คะแนน 2.1.3 การยบุ เว้าของแนวหลอมลกึ 1) แนวหลอมลกึ สมบูรณไ์ ม่มีการยบุ ตัวให้ 4 คะแนน
100 2) แนวหลอมสึกมรี อยยุบลึกตง้ั แต่ 0.5 มม. แตไ่ ม่เกนิ 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) แนวหลอมลึกมีรอยยบุ ลกึ มากกวา่ 1.0 มม.แต่ไม่เกนิ 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) แนวหลอมสกึ มรี อยยุบลกึ มากกวา่ 1.5 มม. ขน้ึ ไปให้ ให้ 1 คะแนน 2.2. แนวเช่อื มด้านหนา้ (Groove Face) 2.1.1 ความสมบูรณข์ องจุดเร่มิ ตน้ และจุดสน้ิ สุด 1) ไม่มีข้อบกพรอ่ งให้ 4 คะแนน 2) พบจดุ บกพรอ่ ง 1 จุดให้ 3 คะแนน 3) พบจุตบกพรอ่ ง 2 จดุ ให้ 2 คะแนน 4) พบจดุ บกพร่องมากกวา่ 2 จดุ ให้ 1 คะแนน 2.1.2 ความกวา้ งของแนวเชอ่ื มสมา่ เสมอ 1) ขนาดของแนวเช่อื มกว้าง 10 มม. ให้ 4 คะแนน 2) ขนาดของแนวเช่ือมกว้าง 9 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ขนาดของแนวเชื่อมกว้าง 8 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ขนาดของแนวเชอ่ื ม = หรือน้อนกวา่ 7 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.3 ความสูงของแนวเชอื่ ม 1) ความสูงของแนวเชอื่ ม 1.0 มม. แตไ่ ม่เกิน 2.5 มม. ให้ 4 คะแนน 2) ความสูงของแนวเชอ่ื มมากกว่า 2.5 มม. แต่ไมเ่ กิน 3.5 มม. ให้ 3 คะแนน 3) ความสงู ของแนวเชอื่ มมากกว่า 3.5 มม. แต่ไม่เกิน 4.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ความสงู ของแนวเชอ่ื มตา่ กว่า 1.0 มม. หรือมากกว่า 4.5 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.4 รอยกัดแหวง่ (Undercut) 1) ไมม่ ีรอยกดั ขอบแนวเช่ือม ให้ 4 คะแนน 2) มีรอยกดั ชอบแนวเชื่อมลกึ เกิน 0.5 มม. แต่ไม่เกิน 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) มีรอยกดั ขอบแนวเช่อื มลึกเกนิ 1.0 มม. แต่ไม่เกนิ 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) มรี อยกัตขอบแนวเชอื่ มลกึ เกิน 1.5 มม. ขึน้ ไป ให้ 1 คะแนน 2.1.5 รพู รนุ (Porosity) 1) ไม่มขี อ้ บกพร่องของรูพรนุ ให้ 4 คะแนน 2) มีขนาดไม่เกนิ 0.2 s. ให้ 3 คะแนน (ขนาด 1.0 มม.) 3) มขี นาดมากกว่า 0.2 ร. แตไ่ ม่เกนิ 0.3 s. ให้ 2 คะแนน (ขนาดมากกว่า 1 มม. แตไ่ ม่เกนิ 1.5 มม.) 4) มขี นาดมากกว่า 0.3 ร. ให้ 1 คะแนน (ขนาดมากกวา่ 1.5 มม.) 2.1.6 รอยต่อแนวเชื่อม 1) รอยตอ่ แนวเช่อื มสมบรู ณ์ให้ 4 คะแนน 2) มขี นาดนูนจดุ รอยตอ่ มากกวา่ 2.0 มม. แต่ไม่เกนิ 3.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) มขี นาตนนู จุดรอยต่อมากกวา่ 3.0 มม. แต่ไม่เกิน 4.0 มม. ให้ 2 คะแนน 4) มขี นาดนนู จดุ รอยตอ่ มากกว่า 4.0 มม. ให้ 1 คะแนน 2.1.7 การหดตัวเชงิ มมุ (Distortion) 1) ไมม่ ีการหดตวั เชิงมุม ให้ 4 คะแนน 2) มีการหดตัวเชิงมุมมากกวา่ 5 องศา ไม่เกนิ 6 องศา ให้ 3 คะแนน
101 3) มกี ารหดตัวเชิงมมุ มากกว่า 7 องศา ไม่เกนิ 8 องศา ให้ 2 คะแนน 4) มีการหดตวั เชิงมมุ มากกว่า 8 องศา ให้ 1 คะแนน 2.1.8 แนวเชื่อมเตมิ ไมเ่ ตม็ รอ่ งบาก (ยกเว้นตาแหนง่ รอยต่อ) 1) เตมิ เตม็ รอ่ งบากสมบูรณ์ ให้ 4 คะแนน 2) ลึกตา่ กวา่ ผวิ งาน 0.5 มม. แตไ่ มเ่ กนิ 1.0 มม. ให้ 3 คะแนน 3) สกึ ตา่ กวา่ ผวิ งาน 1.0 มม. แต่ไมเ่ กิน 1.5 มม. ให้ 2 คะแนน 4) ลึกตา่ กวา่ ผวิ งาน 1.5 มม. ขน้ึ ไป ให้ 1 คะแนน 3. ดา้ นความพร้อมของการส่งชน้ิ งาน 3.1. ความสะอาดของช้นิ งานท่พี รอ้ มส่ง 1) ชน้ิ งานสมบรู ณ์ไม่มรี อยขดี อารก์ สะเก็ดเชอื่ ม รอยหนิ เจยี ระไนผวิ หน้างานเชอื่ ม 2) ชิน้ งานมรี อยตาหนอิ ยา่ งใดอยา่ งหน่งึ 1 จดุ ให้ 3 คะแนน 3) ชิ้นงานมีรอยตาหนอิ ยา่ งใดอยา่ งหน่งึ มากกวา่ 2 จุด ไม่เกนิ 3 จดุ ให้ 2 คะแนน 4) ชิ้นงานมีรอยตาหนมิ ากกวา่ 3 จดุ ขน้ึ ไป ให้ 1 คะแนนให้ 4 คะแนน
Search
Read the Text Version
- 1 - 39
Pages: