Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่ 1

บทที่ 1

Published by wanchana.s, 2020-06-25 02:26:29

Description: unit 1

Search

Read the Text Version

1 ประวตั คิ วามเป็ นมาของธุรกจิ โรงแรม สาระการเรียนรู้ ประวตั ิความ จุดประสงค์การเรียนรู้ เป็ นมาของธุรกจิ 1. ความหมายของโรงแรม 1. บอกความหมายของโรงแรมได้ 2. ความสาคญั ของธุรกิจโรงแรมต่อเศรษฐกิจ สงั คม โรงแรม 2. บอกความสาคญั ของธุรกิจโรงแรมต่อเศรษฐกิจ และส่ิงแวดลอ้ ม สมรรถนะประจาหน่วย สงั คม และส่ิงแวดลอ้ มได้ 3. ผลกระทบของธุรกิจโรงแรมต่อเศรษฐกิจ สงั คม 3. บอกผลกระทบของธุรกิจโรงแรมต่อเศรษฐกิจ สงั คม 1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมายของโรงแรม และส่ิงแวดลอ้ ม 2. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความสาคญั ของธุรกิจโรงแรม และส่ิงแวดลอ้ มได้ 4. ประวตั ิและววิ ฒั นาการของธุรกิจโรงแรม 4. บอกความเป็นมาของธุรกิจโรงแรมได้ 5. ประวตั ิและววิ ฒั นาการของธุรกิจโรงแรมใน ต่อเศรษฐกิจ สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม 5. ระบุแนวโนม้ ของธุรกิจโรงแรมในอนาคตได้ 3. วเิ คราะห์เกี่ยวกบั ผลกระทบของธุรกิจโรงแรมต่อเศรษฐกิจ 6. บอกปัญหาในธุรกิจโรงแรมได้ ประเทศไทย 6. แนวโนม้ ของธุรกิจโรงแรม สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม 6 7. ปัญหาในธุรกิจโรงแรม 4. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความเป็นมาของธุรกิจโรงแรม 5. วเิ คราะห์เกี่ยวกบั แนวโนม้ ของธุรกิจโรงแรมในอนาคต 6. แสดงความรู้เก่ียวกบั ปัญหาในธุรกิจโรงแรม

1 ประวตั คิ วามเป็ นมาของธุรกจิ โรงแรม 1. ความหมายของโรงแรม โรงแรม (Hotel) หมายถึง สถานที่ท่ีให้บริการดา้ นท่ีพกั แรมแก่ผเู้ ดินทาง โดยมี ค่าตอบแทนจากการใหบ้ ริการน้นั ซ่ึงจะมีบริการดา้ นอ่ืนๆ ที่เกี่ยวขอ้ งกบั การเดินทาง และการพกั แรมรวมอยดู่ ว้ ย 7

2. ความสาคญั ของธุรกจิ โรงแรมต่อเศรษฐกจิ สังคม 1 และสิ่งแวดล้อม 8 1. ความสาคญั ของธุรกจิ โรงแรมทม่ี ตี ่อเศรษฐกจิ 1.1 ก่อใหเ้ กิดอาชีพและการจา้ งงาน 1.2 ประชาชนมีรายได้ 1.3 เกิดการหมุนเวยี นทางเศรษฐกิจ 1.4 เกิดการลงทุนจากต่างชาติ

2. ความสาคญั ของธุรกจิ โรงแรมทม่ี ตี ่อสังคม 1 2.1 ทาใหป้ ระชาชนมีงานทา 9 2.2 มีการแลกเปลี่ยนทางวฒั นธรรม 2.3 มีความเจริญทางสังคม 2.4 มีการพฒั นาดา้ นเทคโนโลยี 2.5 ประชาชนมีชีวติ และความเป็นอยทู่ ่ีดีข้ึน

1 3. ความสาคญั ของธุรกจิ โรงแรมทม่ี ตี ่อส่ิงแวดล้อม 3.1 มีการพฒั นาพ้นื ท่ีในบริเวณของโรงแรม 3.2 มีการสร้างความโดดเด่นและความน่าสนใจของพ้นื ที่ที่ต้งั ของโรงแรม 3.3 มีการส่งเสริมระบบการดูแลส่ิงแวดลอ้ มและระบบนิเวศใกลเ้ คียง 10

1 3. ผลกระทบของธุรกจิ โรงแรมต่อเศรษฐกจิ สังคม และสิ่งแวดล้อม 1. ผลกระทบทางเศรษฐกจิ 1.1 การสงั่ ซ้ือสินคา้ จากต่างประเทศจานวนมากๆอาจส่งผลไปถึงการขาด ดุลการคา้ ของประเทศได้ 1.2 โรงแรมเลือกใชข้ องที่ดีมีคุณภาพในการใหบ้ ริการแก่ลกู คา้ 11

1 2. ผลกระทบทางสังคม 2.1 คนในชุมชนท้องถิ่นเกิดการเลียนแบบในพฤติกรรมการทาตนเสมือน ต่างชาติ 2.2 สถานท่ีท่ีต้งั ของโรงแรมถกู กนั ไวเ้ ป็นบริเวณส่วนตวั 3. ผลกระทบทางส่ิงแวดล้อม 3.1 มีการใชพ้ ลงั งานเป็นจานวนมาก 3.2 ทาใหเ้ กิดภาวะโลกร้อน 3.3 มีการรุกล้าพ้ืนที่ทาใหพ้ ้นื ท่ีสูญเสียความเป็นธรรมชาติ 12

1 4. ประวตั แิ ละววิ ฒั นาการของธุรกจิ โรงแรม 1. ความเป็ นมาของธุรกจิ โรงแรมในยโุ รป 1.1 ยุคสมัยของอาณาจักรกรีกโบราณ (800-500 B.C.) สมยั กรีกโบราณ มีนักเดินทางเพ่ือการจาริ กแสวงบุญ และจัดทาที่พักแบบง่ายๆ ตามริ มทาง ตามบา้ นเรือนของประชาชนหรือใกลก้ บั บริเวณของโบสถห์ รือศาสนสถานต่างๆ เม่ือสงั คมขยายตวั การจดั ที่พกั แบบมีรายไดจ้ ึงเริ่มจากการแบ่งบา้ นพกั อาศยั บางส่วนให้แก่นักเดินทางเช่าเพ่ือคา้ งคืน และอาจให้บริการอาหารและเครื่องด่ืม พอประมาณ ต่อมามีการพฒั นาข้ึนเป็นโรงเตี๊ยม (Inn) 13

1 1.2 ยุคอาณาจักรโรมัน (509-27 B.C.) ความเจริญของอาณาจกั รโรมนั ทาให้ การเดินทางและการท่องเที่ยวขยายตวั เติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมีคากล่าวว่า “ถนน ทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” (all road lead to Rome) โดยมีเหตุผล ดงั น้ี 1) มีเสน้ ทางการเดินทางสะดวก 2) มีการแข่งขนั กีฬา 3) ชาวโรมนั รักการศึกษาคน้ ควา้ 4) เพื่อจาริกแสวงบุญ 5) เพอ่ื รักษาสุขภาพ จากเหตุทาให้เกิดที่พกั เพ่ือตอบสนองความตอ้ งการของนักเดินทางท่ีเรียกว่า “แทเวริ ์น (Tavern)” ซ่ึงเป็นท่ีพกั ในลกั ษณะโถงใหญ่ 14

1 1.3 ยุคกลาง (Middle Age) ระหว่าง ค.ศ. 500-1500 คือ ช่วงยคุ ที่อาณาจกั ร โรมนั ตะวนั ตกล่มสลาย ขาดเสถียรภาพทางการเมืองและความมนั่ คง อาณาจกั รโรมนั จึงไดย้ า้ ยศนู ยก์ ลางจากกรุงโรมไปท่ีกรุงคอนสแตนติโนเปิ ล (Constantinople) เมื่อกรุงคอนสแตนติโนเปิ ลรับเอาคริสตศ์ าสนามาเป็ นศาสนาประจาอาณาจกั ร ทาใหผ้ คู้ นเริ่มใชศ้ าสนาเป็ นที่ยึดเหน่ียวทางจิตใจและเร่ิมเดินทางอีกคร้ัง นกั เดินทาง ส่วนใหญ่จึงเป็นผแู้ สวงบุญ (Pilgrim) 15

1 ช่วงปลายยคุ กลาง (ค.ศ. 1095-1291) ไดเ้ กิดสงครามศาสนาหรือสงครามครูเสด (Crusades) ชาวคริสตใ์ นยโุ รปไดเ้ ดินทางไปร่วมทาสงครามครูเสด วดั ในคริสตศ์ าสนา จึงจดั สร้างที่พกั ไวบ้ ริการแก่ชาวคริสต์ เรียกว่า “Hospice” เป็ นที่พกั สาหรับพระที่ ไปร่วมสงคราม ระหวา่ งปี ค.ศ. 1271-1295 มาร์โค โปโล (Marco Polo) ชาวเวนิส ประเทศอิตาลี ไดอ้ อกสารวจดินแดนจากอิตาลีไปยงั ประเทศจีนโดยมีความสนใจอยทู่ ่ีการหาสินคา้ และทรัพยากรต่างๆ ปี ค.ศ. 1282 เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการใหบ้ ริการท่ีพกั จากแบบเอ้ือเฟ้ื อกลายเป็นธุรกิจ 16

1 1.4 ยุคฟื้ นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ค.ศ. ที่ 15-17 นบั ต้งั แต่ ค.ศ. ที่ 14-15 เกิดการค้าขายระหว่างเมืองและมีการขยายตัวในด้านเศรษฐกิจ ส่งผล ใหธ้ ุรกิจทางดา้ นท่ีพกั แรมมีการขยายกิจการตามไปดว้ ย ค.ศ. ท่ี 17-18 คือ ระยะเวลาของการขยายตวั ทางเศรษฐกิจของยโุ รป ผนวกกบั ความเข้มแข็งทางด้านการเมืองและความก้าวหน้าในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี โรงแรมในยคุ น้ีจะ เรียกวา่ George Inn ค.ศ. ท่ี 19 ได้มีการพฒั นาเทคโนโลยีด้านการขนส่งท้ังทางน้าและทางบก ส่งผลใหธ้ ุรกิจโรงแรมมีการขยายตวั และพฒั นามากยง่ิ ข้ึน ค.ศ. 1801-2000 ไดร้ ับอิทธิพลการขยายตวั ของธุรกิจการคา้ ทาใหม้ ีการขยายตวั อยา่ งต่อเนื่อง 17

1 ค.ศ. 1867 ที่กรุงปารีส โรงแรม Hotel de la fidelite เซซาร์ ริทซ์ (Ce’sar Ritz) ชาวสวิต ทางานเป็ นเด็กถูพ้ืนและขดั รองเทา้ และต่อมาไดเ้ ขา้ ทางานที่โรงแรม “The Voisin” หลงั จากน้นั เซซาร์ ริทซ์ ไดเ้ ขา้ ทางานในตาแหน่งผจู้ ดั การโรงแรม Grand Hotel National เซซาร์ ริทซ์ ไดจ้ า้ งพอ่ ครัว ออกสุ เอสคอฟฟิ เอร์ (Auguste Escoffier) ชาวฝรั่งเศส ผูม้ ีฝี มือในการทาอาหารต่อมาไดร้ ับการยกย่องให้เป็ น “บิดาการครัว (King of Chef and The Chef of King)” ค.ศ. 1887 เซซาร์ ริทซ์ ไดบ้ ริหารโรงแรมซาววอย (Hotel Savoy) ในกรุง ลอนดอนเน้นความประณีตสวยงามของการตกแต่งภายใน ความละเอียดถ่ีถ้วน ในการอานวยความสะดวกแก่ลูกคา้ อย่างสมบูรณ์ เซซาร์ ริทซ์ไดร้ ับสมญาว่าเป็ น “The King of Hotelier and The Hotelier of The King” และยกยอ่ งใหเ้ ป็น “บิดาแห่ง การโรงแรม” 18

1 2. ความเป็ นมาของธุรกจิ โรงแรมในอเมริกา ค.ศ. 1794 มีการสร้างโรงแรมเพื่อรองรับนักธุรกิจท่ีจะเดินทางไปทว่ั อเมริกา เพอ่ื การคา้ ขายคือ โรงแรมซิต้ี (City Hotel) ในนครนิวยอร์ก (New York) ค.ศ. 1829 ที่เมืองบอสตนั มลรัฐแมสซาชูเซตส์ มีการสร้างโรงแรมทรีมอนต์ (Tremont Hotel) ที่มีความทนั สมยั มีขนาดใหญ่ มีหอ้ งพกั ถึง 170 หอ้ ง และหลงั จากน้นั ธุรกิจโรงแรมจึงไดพ้ ฒั นามาอยา่ งต่อเนื่อง 19

1 เอลส์เวิร์ธ เอม็ . สเตทเลอร์ ถือเป็นบิดาแห่งธุรกิจการโรงแรมของสหรัฐอเมริกา และยงั ไดส้ ่งเสริมการสอนวชิ าการโรงแรมในโรงเรียนการจดั การโรงแรม ค.ศ. 1949 คอนราด ฮิลตนั ไดก้ ่อต้งั กิจการโรงแรมระหว่างประเทศชื่อ ฮิลตนั อินเตอร์เนชนั แนล (Hilton International) ต่อมาไดข้ ายกิจการให้กบั ทรานส์เวิลด์ แอร์ไลน์ (Trans World Airline) ทาใหโ้ รงแรมคอนติเนนตลั (Continental Hotel) และ ฮิลตนั อินเตอร์เนชนั แนล มีบทบาทกลายเป็นโรงแรมระบบเครือข่าย (Chain Hotel) ที่มีสาขาอยู่ในหลายประเทศ ค.ศ. 1952 เคมมอนส์ วิลสัน (Kemmons Wilson) ไดก้ ่อต้งั โรงแรมประเภทมอเตอร์โฮเตล็ (Motor Hotel) ชื่อฮอลิเดยอ์ ินน์ (Holiday Inn) ซ่ึงเป็นที่พกั ที่มีราคาประหยดั 20

1 5. ประวตั แิ ละววิ ฒั นาการของธุรกจิ โรงแรมในประเทศไทย สมยั สุโขทยั การเดินทางและที่พกั ของประชาชนและพ่อคา้ จะเป็ นศาลาระหว่างทาง วดั หรือหากเป็นทางน้ากจ็ ะพกั บนเรือ สมยั อยุธยา สาหรับราชทูตที่พกั โดยทวั่ ไปเป็ นศาลา มีลกั ษณะเป็ นโรงโถงขนาดใหญ่ มีกาแพงรอบสูงพอเอ้ือมมือถึงมีหลงั คาคลุม แต่หากเป็นประชาชนพ่อคา้ ทว่ั ไปจะนิยม พกั ตามริมท่าน้า บนเรือ หรือศาลาที่ต้งั อยรู่ ะหวา่ งทาง 21

1 สมยั อยุธยา-รัตนโกสินทร์ตอนต้น ช่วงของตน้ รัตนโกสินทร์การเดินทางมีการพกั ตามศาลาและบา้ นของเพื่อน เป็นหลกั แต่ถา้ เป็นพอ่ คา้ จะพกั บนเรือสินคา้ ที่จอดไวต้ ามท่าน้าต่างๆ สมยั รัชกาลที่ 4 การโรงแรมในประเทศไทยเร่ิมต้นชัดเจนและเป็ นกิจการโรงแรมจริง ในสมยั รัชกาลที่ 4 พระองคท์ รงเห็นว่ามีต่างชาติเดินทางเขา้ มาในกรุงสยามมากและ นิยมไปพกั ผ่อนตากอากาศ จึงให้มีการสร้างท่ีพกั ตากอากาศข้ึนที่ตาบล อ่างศิลา จงั หวดั ชลบุรี ต่อมาไดช้ ื่อวา่ ตาหนกั มหาราชาและตาหนกั มหาราชินี 22

1 สมยั รัชกาลท่ี 5 ในปี พ.ศ. 2419 ชาวเดนมาร์ก ช่ือ จาร์ค (H. Jarck) และซาลจ์ (C. Salje) ได้สร้างโรงแรมโอเรียลเต็ลข้ึนที่แขวงส่ีพระยา จัดเป็ นโรงแรมที่ทันสมัยที่สุด ในยุคสมัยน้ัน เพราะเป็ นโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยท่ีมีไฟฟ้ าใช้และ ดาเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบนั 23

1 สมยั รัชกาลที่ 6 1. โรงแรมรถไฟหัวหิน พลเอกพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ บุรฉตั ร ไชยากร กรมพระกาแพงเพชรอัครโยธิน ดารงตาแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟ ไดข้ อแบ่งซ้ือที่ดินจากกรมพระนเรศวรฤทธ์ิ และสร้างบงั กะโลเรือนไมร้ ิมทะเลข้ึน ท่ีชายหาดหัวหิน จงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ์ สาหรับให้บุคคลทว่ั ไปได้เช่าพกั ต่อมา ในปี พ.ศ. 2464 ทรงบญั ชาให้กรมรถไฟสร้างโรงแรมแบบยุโรปข้ึน 1 แห่ง โดยยา้ ย บงั กะโลหลงั เดิมไปปลกู ในสถานท่ีแห่งใหม่ ชื่อโรงแรมรถไฟหวั หิน นอกจากน้ียงั เป็น โรงแรมแห่งแรกท่ีสร้างและบริหารงานโดยคนไทย ปัจจุบนั เป็ นโรงแรมในเครือ เซ็นทารา 24

1 2. โรงแรมรอยัล สร้างข้ึนที่บริเวณถนนสาทรเหนือ มีลกั ษณะเป็ นตึก 3 ช้นั มีบนั ไดเป็ นหินอ่อน มีระเบียง Balconies ตกแต่งภายในดว้ ยไมแ้ กะสลกั มีสนามและสวนหยอ่ มรอบๆ ตวั ตึกพระราชทานช่ือว่า “Royal Hotel” ปัจจุบนั คือ สถานทตู รัสเซีย สมยั รัชกาลที่ 7 1. โฮเต็ลวังพญาไท หรือโรงแรมวังพญาไท รัชกาลที่ 6 มีพระราชประสงค์ จะให้เปลี่ยนแปลงวงั พญาไทเป็ นโรงแรม โดยเปล่ียนชื่อจากวงั พญาไทเป็ นโรงแรม วงั พญาไท เพ่ือให้บริการแก่ชาวต่างชาติได้รับการยกย่องให้เป็ นโรงแรมเดอลุกซ์ แห่งแรกของเมืองไทย 25

1 2. โรงแรมทรอคาเดโร เป็ นโรงแรมเอกชนต้ังอยู่ที่ถนนสุรวงศ์ โดยมี ฉวี บุนนาค เป็ นผูจ้ ัดการคนแรกและควบคุมการก่อสร้าง เป็ นโรงแรมแห่งแรก ในประเทศไทยที่มีการเล่นดนตรีในบาร์ มีการติดต้ังเคร่ืองปรับอากาศและลิฟต์ จดั เป็นโรงแรมที่มีความหรูหราและทนั สมยั มากแห่งหน่ึง 3. โรงแรมราชธานี ให้กรมพระกาแพงเพ็ชรอคั รโยธิน สร้างโรงแรม ปลายทาง (Rest House) ท่ีสถานีหวั ลาโพง เพื่อเป็นท่ีพกั ของประชาชนท่ีเดินทางโดย รถไฟ ต่อมามีอุปสรรคและปัญหาเกิดข้ึนมากจึงตอ้ งเลิกกิจการไปปัจจุบนั เป็นกองคลงั พสั ดุรถเสบียงของการรถไฟแห่งประเทศไทย 26

1 2. โรงแรมทรอคาเดโร เป็ นโรงแรมเอกชนต้ังอยู่ที่ถนนสุรวงศ์ โดยมี ฉวี บุนนาค เป็ นผูจ้ ัดการคนแรกและควบคุมการก่อสร้าง เป็ นโรงแรมแห่งแรก ในประเทศไทยที่มีการเล่นดนตรีในบาร์ มีการติดต้ังเคร่ืองปรับอากาศและลิฟต์ จดั เป็นโรงแรมที่มีความหรูหราและทนั สมยั มากแห่งหน่ึง 3. โรงแรมราชธานี ให้กรมพระกาแพงเพ็ชรอคั รโยธิน สร้างโรงแรม ปลายทาง (Rest House) ท่ีสถานีหวั ลาโพง เพื่อเป็นท่ีพกั ของประชาชนท่ีเดินทางโดย รถไฟ ต่อมามีอุปสรรคและปัญหาเกิดข้ึนมากจึงตอ้ งเลิกกิจการไปปัจจุบนั เป็นกองคลงั พสั ดุรถเสบียงของการรถไฟแห่งประเทศไทย 27

1 สมัยรัชกาลที่ 8 พ.ศ. 2485 สานักงานทรัพยส์ ินส่วนพระมหากษตั ริยไ์ ดส้ ร้างโรงแรมข้ึน ที่ริ มถนนราชดาเนินกลาง คือ โรงแรมรัตนโกสินทร์และโรงแรมสุริ ยานนท์ เพ่ือรองรับแขกเมืองโดยให้บริการที่ดีเยี่ยมต่อมามีโรงแรมเกิดข้ึนมากมาย ทาให้ โรงแรมท้งั สองลดความสาคญั ลง หลงั จากน้นั ไดใ้ หเ้ อกชนดาเนินการต่อโดยเปล่ียนช่ือ โรงแรมรัตนโกสินทร์เป็ นโรงแรมรอยลั (Royal Hotel) และโรงแรมสุริยานนท์ เป็นโรงแรมมาเจสติก (Majestic Hotel) 28

1 สมยั รัชกาลท่ี 9 1. โรงแรมเอราวัณ (Era wan Hotel) รัฐบาลอนุมตั ิใหส้ ร้างข้ึนเนื่องจากเกิด ปัญหาในการหาท่ีพกั สาหรับรับรองแขกบา้ นแขกเมืองและบริษทั สายการบินต่างๆ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ไดอ้ นุมตั ิใหจ้ ดั ต้งั เป็นรูปบริษทั จากดั คือ บริษทั สหโรงแรม กรุงเทพฯ จากดั 2. โรงแรมรามา (Rama Hotel) เป็นโรงแรมเอกชน โดยคุณสุนีรัตน์ เตลาน ไดก้ ่อสร้างโรงแรมท่ีไดน้ าส่ิงใหม่ๆ มาสู่วงการโรงแรมในกรุงเทพฯ 29

1 6. แนวโน้มของธุรกจิ โรงแรม 1. การท่องเที่ยวมีการขยายตวั 2. การเติบโตของธุรกิจสายการบินตน้ ทุนต่า 3. การกา้ วเขา้ สู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC 4. โอกาสดา้ นธุรกิจการจดั ประชุม การท่องเที่ยวเพ่ือเป็นรางวลั และนิทรรศการ นานาชาติ (MICE) 5. เทคโนโลยที ่ีพฒั นาและเจริญกา้ วหนา้ 6. ทกั ษะและความชานาญ 30

1 7. ปัญหาในธุรกจิ โรงแรม 1. แหล่งพลงั งานในการสนบั สนุนการดาเนินงานมีตน้ ทุนการผลิตสูงข้นึ 2. การแข่งขนั ท่ีรุนแรงข้ึนระหวา่ งโรงแรม 3. ตน้ ทุนการผลิตสูงข้ึน 4. ภาวะผนั ผวนทางเศรษฐกิจ 5. แรงงาน 31


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook