ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เรือ่ ง วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี ก ชดุ ท่ี 1 เรอื่ ง วนั มาฆบชู าและวนั วิสาขบูชา คำนำ ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ เร่ือง วันสำคัญทำงพระพุทธศำสนำและศำสนพิธี จัดทำขึ้น เพ่ือช่วยให้ผู้สอนใช้เป็นส่ือประกอบกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ ทั้งน้ีเพ่ือยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทำงกำรเรยี น โดยกำรใช้กระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กระบวนกำรกลุ่ม และกำรส่งเสริม ให้ผู้เรียนสร้ำงองค์ควำมรู้ด้วยตนเอง โดยยึดหลักกำรและเป้ำหมำยตำมหลักสูตรแกนกลำง กำรศึกษำข้ันพื้นฐำนพุทธศักรำช 2551 ซ่ึงชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ เรื่อง วันสำคัญทำง พระพทุ ธศำสนำและศำสนพธิ ี ประกอบด้วย 9 ชดุ กิจกรรม ดงั น้ี ชุดที่ 1 เรื่อง วนั มำฆบชู ำและวนั วิสำขบูชำ ชดุ ท่ี 2 เรอ่ื ง วนั อฏั ฐมบี ชู ำและวันอำสำฬหบูชำ ชดุ ท่ี 3 เรอ่ื ง วนั ธรรมสวนะและวนั เข้ำพรรษำ ชดุ ที่ 4 เรือ่ ง วันออกพรรษำและวนั เทโวโรหนะ ชดุ ที่ 5 เรอ่ื ง กำรทำบุญตักบำตรและกำรถวำยภตั ตำหำร ชดุ ที่ 6 เรอื่ ง กำรถวำยสังฆทำนและกำรถวำยผำ้ อำบน้ำฝน ชุดท่ี 7 เรื่อง กำรถวำยเคร่อื งไทยธรรมและกำรกรวดนำ้ ชุดที่ 8 เรื่อง กำรทอดกฐินและกำรทอดผ้ำป่ำ ชุดที่ 9 เร่ือง กำรถวำยสังฆทำน ผำ้ อำบน้ำฝน และจตุปจั จยั ไทยธรรม ผูจ้ ดั ทำหวังเปน็ อย่ำงย่ิงว่ำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ เร่ือง วันสำคัญทำงพระพุทธศำสนำ และศำสนพิธี จะช่วยให้นกั เรยี นเขำ้ ใจเนื้อหำได้ง่ำย มีผลต่อกำรพัฒนำผู้เรียนเพื่อให้นักเรียน มีผลสัมฤทธ์ิทำงกำรเรียนสูงขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจที่จะนำไปเป็นแนวทำงในกำร ปรับปรุงกำรเรยี นกำรสอนและนวัตกรรมทำงกำรศึกษำต่อไป สพุ จน์ นำรี
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรือ่ ง วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี ข ชุดท่ี 1 เร่อื ง วนั มาฆบูชาและวันวิสาขบูชา หน้ำ สำรบญั ก ข เร่อื ง ค คำนำ ง สำรบญั จ คำชแี้ จง 1 บทบำทของครูและนักเรยี นในกำรใชช้ ุดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้ 2 ขัน้ ตอนในกำรเรยี นดว้ ยชดุ กิจกรรมกำรเรียนรู้ 6 ตัวชีว้ ัด/จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ 7 แบบทดสอบกอ่ นเรียน 11 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน 12 ใบควำมร้ทู ่ี 1 13 ใบกจิ กรรมท่ี 1.1 14 เฉลยใบกจิ กรรมที่ 1.1 15 ใบกจิ กรรมท่ี 1.2 20 เฉลยใบกจิ กรรมที่ 1.2 21 ใบควำมรู้ที่ 2 22 ใบกจิ กรรมที่ 2.1 23 เฉลยใบกิจกรรมที่ 2.1 24 ใบกิจกรรมที่ 2.2 28 เฉลยใบกิจกรรมท่ี 2.2 29 แบบทดสอบหลงั เรยี น เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น บรรณำนกุ รม
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง วนั สาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี ค ชุดที่ 1 เรอ่ื ง วนั มาฆบูชาและวันวิสาขบูชา คำชี้แจง 1. ให้นักเรยี นศึกษำจดุ ประสงคก์ ำรเรยี นรู้ และเนอ้ื หำอย่ำงละเอยี ดรอบคอบ 2. ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพอื่ วัดควำมรพู้ ้ืนฐำนของตนเองก่อนเริ่มเรยี น 3. เรยี นด้วยชดุ กจิ กรรมกำรเรยี นรู้ จะตอ้ งปฏิบัติตำมขนั้ ตอนท่ีกำหนดไว้อย่ำงเคร่งครดั และมคี วำมซื่อสัตย์ต่อตนเอง 4. ถำ้ นกั เรียนเกิดควำมสงสยั ไม่เข้ำใจเนื้อหำหรอื มปี ญั หำ สำมำรถขอคำแนะนำจำก ครูผ้สู อนไดต้ ลอดเวลำ 5. เมื่อนักเรยี นศกึ ษำ และปฏิบัตกิ ิจกรรมจำก ชดุ ท่ี 1 เร่อื ง วันมำฆบชู ำและ วนั วิสำขบูชำจบแล้ว ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 6. ครแู ละนักเรียนร่วมกันเฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน 7. นักเรยี นมีเวลำเรยี น 2 ชวั่ โมง
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี ง ชดุ ท่ี 1 เรื่อง วันมาฆบชู าและวันวิสาขบชู า บทบาทของครูและนกั เรียนในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ บทบาทของครู 1. ครผู สู้ อนจะต้องเตรียมตัวให้พรอ้ ม โดยกำรศกึ ษำรำยละเอียดเก่ยี วกบั กำรใช้ ชดุ กิจกรรมใหเ้ ขำ้ ใจอยำ่ งชัดเจน กำรจดั ชน้ั เรยี น กำรเตรยี มแหล่งเรียนรู้ กำรเตรยี มสื่อ/อุปกรณ์ ทใ่ี ชใ้ นกำรเรยี นกำรสอน 2. กำรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอน ครตู อ้ งจัดกิจกรรมให้ตรงกับกจิ กรรมทร่ี ะบุไว้ ในชดุ กิจกรรม เพื่อให้กจิ กรรมเป็นไปอย่ำงตอ่ เน่อื ง และบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ทต่ี ั้งไว้ 3. ก่อนทำกิจกรรมทกุ ครั้ง ครูตอ้ งอธบิ ำยชแี้ จงถึงวิธปี ฏบิ ตั ิกิจกรรมใหช้ ัดเจน เพื่อให้ นักเรียนเข้ำใจตรงกนั จะทำให้จัดกิจกรรมบรรลวุ ตั ถุประสงค์ เป้ำหมำย และทำให้ ชดุ กำรสอนมปี ระสิทธิภำพมำกข้นึ 4. กำรจดั ช้นั เรียน ครูควรเนน้ ให้นกั เรียนทุกคนมีสว่ นรว่ ม รจู้ กั หนำ้ ทีข่ องตนเองใน กำรทำกจิ กรรม เพื่อฝึกใหน้ ักเรยี นรู้จักกำรทำงำนร่วมกนั ร้จู กั ชว่ ยเหลือซ่ึงกนั และกัน รบั ผิดชอบในหนำ้ ท่ี กล้ำแสดงออก และเปน็ ผนู้ ำหรอื ผตู้ ำมทด่ี ี 5. ในกำรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นกำรสอน ขณะทีน่ กั เรยี นทำกจิ กรรม ครูตอ้ งเป็นที่ ปรกึ ษำคอยให้คำแนะนำ เม่ือนกั เรียนมีปัญหำหรอื มขี ้อสงสยั คอยสังเกต พฤตกิ รรมของนกั เรียนตลอดเวลำ เพ่ือประเมินพฤตกิ รรมที่ต้องกำรเน้น 6. หลังจำกกำรเรียนกำรสอนเสรจ็ ส้นิ ลงในแต่ละชุดกิจกรรม ครเู ปน็ ผปู้ ระเมนิ ผล กำรเรียนของนกั เรยี น โดยใช้แบบประเมิน 7. เม่ือทำกำรสอนครบทั้ง 8 ชดุ กิจกรรม ให้ครปู ระเมนิ ผลกำรเรียนของนักเรียน โดยใช้แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ ำงกำรเรียนดำ้ นควำมรู้
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เร่อื ง วนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี จ ชุดที่ 1 เร่ือง วนั มาฆบชู าและวนั วสิ าขบูชา บทบาทของครแู ละนกั เรียนในการใชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นรู้ บทบำทของนกั เรยี น 1. ก่อนปฏิบัตกิ จิ กรรม นักเรียนต้องตัง้ ใจรบั ฟังคำชแี้ จงจำกครดู ้วยควำมตั้งใจ 2. ขณะปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ควรปฏบิ ัตติ ำมคำช้แี จง ขนั้ ตอนในกำรเรียนร้ดู ว้ ย ชดุ กจิ กรรม หำกไม่เขำ้ ใจหรือมขี ้อสงสยั ให้ถำมครผู ูส้ อน 3. นักเรียนต้องมคี วำมรับผดิ ชอบ ควำมสำมคั คี และควำมซอ่ื สัตยใ์ นกำรปฏบิ ตั ิ กจิ กรรมทุกชุดกิจกรรม
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เร่อื ง วนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี ฉ ชุดที่ 1 เรอื่ ง วนั มาฆบชู าและวนั วิสาขบชู า ขั้นตอนในการเรยี นรู้ด้วยชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ศกึ ษารายละเอียดของชดุ กิจกรรมการเรียนรู้แตล่ ะเร่ือง ทาแบบทดสอบก่อนเรยี น/เฉลยแบบทดสอบ ศกึ ษาใบความรู้ ทาใบกิจกรรม เฉลยใบกจิ กรรม ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรือ่ ง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี 1 ชดุ ที่ 1 เรือ่ ง วนั มาฆบูชาและวนั วิสาขบชู า ตัวชีว้ ดั 1. วิเคราะห์คุณค่าของศาสนพิธแี ละปฏิบตั ิตนได้ถกู ต้อง (ส 1.2 ม.2/3) 2. อธิบายคาสอนท่ีเก่ยี วเนือ่ งกับวันสาคญั ทางศาสนาและปฏิบัติตนได้ถูกต้อง (ส 1.2 ม.2/4) 3. อธิบายความแตกต่างของศาสนพธิ ี พิธกี รรมตามแนวปฏบิ ตั ขิ องศาสนาอน่ื ๆ เพอื่ นาไปสกู่ ารยอมรบั และความเขา้ ใจซึ่งกันและกนั (ส 1.2 ม.2/5) จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. อธบิ ายประวตั คิ วามเป็นมาและความสาคัญของวันมาฆบูชาและวนั วสิ าขบูชาได้ 2. ปฏิบัติตนไดถ้ ูกต้องและเหมาะสมในวันวนั มาฆบชู าและวนั วิสาขบูชาได้ 3. อธิบายคาสอนท่ีเกยี่ วเนื่องกบั วันมาฆบชู าและวันวสิ าขบูชาได้
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี 2 ชดุ ที่ 1 เรอ่ื ง วันมาฆบูชาและวันวิสาขบชู า แบบทดสอบก่อนเรียน กลมุ่ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง วนั สาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี ชุดท่ี 1 เรื่อง วันมาฆบชู าและวันวสิ าขบูชา คาช้ีแจง 1. แบบทดสอบมที ั้งหมด 10 ขอ้ คะแนน 10 คะแนน ใชเ้ วลา 10 นาที 2. ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบทถ่ี ูกทส่ี ดุ แล้วทาเคร่อื งหมาย x ลงในชอ่ ง ให้ตรง กับขอ้ ทน่ี ักเรยี นเลือกตอบ 1. พระพทุ ธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนา “โอวาทปาฏิโมกข์” ในวันใด ก. วนั วิสาขบชู า ข. วันมาฆบชู า ค. วันเขา้ พรรษา ง. วนั ออกพรรษา 2. วันมาฆบูชาตรงกับวนั ใด ก. ข้นึ 15 ค่า เดือน 3 ข. แรม 15 คา่ เดอื น 3 ค. ข้ึน 15 คา่ เดือน 6 ง. แรม 15 ค่า เดือน 6 3. หลกั ธรรมท่ีเกี่ยวเนื่องในวันมาฆบชู า คอื อะไร ก. เทศนา 4 ข. อรยิ สัจ 4 ค. อทิ ธิบาท 4 ง. ฆราวาสธรรม
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เรือ่ ง วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี 3 ชุดที่ 1 เร่อื ง วันมาฆบชู าและวันวสิ าขบชู า 4. องค์การสหประชาชาติได้กาหนดใหว้ นั วิสาขบชู าเปน็ วนั สาคญั สากลเมอื่ ใด ก. 15 ธันวาคม 2540 ข. 20 ธันวาคม 2540 ค. 15 ธนั วาคม 2542 ง. 20 ธันวาคม 2542 5. หลกั ธรรมที่เกี่ยวเนอ่ื งในวันวิสาขบชู า คอื อะไร ก. อริยสัจ 4 ข. อทิ ธบิ าท 4 ค. ฆราวาสธรรม ง. ทศพิธราชธรรม 6. เพราเหตใุ ด เราจงึ เรียกวันมาฆบชู าว่า “วันพระธรรม” ก. เกย่ี วข้องกับไตรสกิ ขา ข. เกี่ยวข้องกบั การแสดงปฐมเทศนา ค. เกี่ยวข้องกับพธิ ีกรรมทางพระพุทธศาสนา ง. เก่ียวข้องกบั หลักคาสอนของพระพทุ ธศาสนา 7. ทศนาวธิ หี รือพทุ ธลีลาในการสอนของพระพทุ ธเจา้ แบบใดท่ชี วนให้รับคาสอนนาไป ปฏิบัติ ก. สนั ทัสสนา ข. สมาทปนา ค. สมตุ เตชนา ง. สัมปหงั สนา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี 4 ชดุ ท่ี 1 เร่อื ง วันมาฆบชู าและวนั วสิ าขบชู า 8. บคุ คลใดต่อไปนปี้ ฏบิ ตั ติ น ไม่ถกู ต้องในวนั ขน้ึ 15 คา่ เดอื น 3 ก. หมวยตนื่ มาตักบาตรแต่เช้าตรู่ ข. แดงชวนเพอื่ นๆ ไปเวียนท่ีวดั ตอนค่า ค. เหมยี วไปฟงั พระเทศน์เร่อื งโอวาทปาฏโิ มกข์ ง. ตีไ๋ ปถวายผา้ อาบน้าฝนแด่พระสงฆ์ทว่ี ดั 9. วนั วิสาขบูชาตรงกับวันใด ก. ขน้ึ 15 ค่า เดือน 3 ข. แรม 15 คา่ เดือน 3 ค. ขึ้น 15 ค่า เดือน 6 ง. แรม 15 ค่า เดอื น 6 10. เปน็ วนั คล้ายวนั ประสูติ ตรัสรู้ ปรนิ พิ พาน ไดแ้ ก่ ก. วันมาฆบูชา ข. วันวิสาขบูชา ค. วันอาสาฬหบชู า ง. วันอัฐมีบูชา
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี 5 ชุดที่ 1 เรื่อง วันมาฆบูชาและวนั วิสาขบชู า แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ง กระดาษคาตอบ ข้อ ก ข ค 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี 6 ชดุ ที่ 1 เรื่อง วนั มาฆบูชาและวนั วิสาขบชู า แบบทดสอบก่อนเรยี น ง กระดาษคาตอบ X X ข้อ ก ข ค 1X 2X 3X 4X 5X 6 7X 8 9X 10 X
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรือ่ ง วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี 7 ชุดท่ี 1 เรือ่ ง วันมาฆบูชาและวนั วสิ าขบชู า ใบความรทู้ ี่ 1 เรื่อง วนั มาฆบูชา วันมาฆบชู า ตรงกบั วนั ขึ้น 15 คา่ เดือน 3 หากปใี ดเป็นปอี ธกิ มาส คอื เดอื น 8 สองหน วันมาฆบชู าจะตรงกับวันข้นึ 15 คา่ เดือน 4 วนั มาฆบชู า ถือเป็นวนั สาคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนง่ึ ทีม่ ีเหตุการณส์ าคัญต่อความเปน็ ไป ของพระพทุ ธศาสนา กล่าวคือ วันนี้มีเหตุการณเ์ กดิ ขน้ึ 4 ประการ ศพั ท์ทาง พระพุทธศาสนา เรียกวา่ “จาตรุ งคสันนบิ าต” ได้แก่ 1. เปน็ วันที่มพี ระภิกษสุ งฆ์สาวกของ พระพทุ ธเจ้าจานวน 1,250 รูป มาประชมุ พร้อมกันโดยมิได้นดั หมายลว่ งหนา้ 2. พระภิกษุสงฆท์ ้ังหมด 1,250 รูป ล้วนเป็นพระอรหนั ต์ 3. พระภกิ ษสุ งฆ์ทงั่ หมด 1,250 รปู ล้วนได้รบั การอปุ สมบทจากพระพทุ ธเจ้าท้งั สิน้ คอื มีพระพุทธเจ้าเปน็ พระอปุ ชั ฌาย์ 4. เป็นวันทีพ่ ระพทุ ธเจ้าทรงแสดงโอวาปาติโมกข์ ซ่งึ ถอื เป็นหลกั การ วิธีการ และ เปา้ หมายของพระพุทธศาสนา และวนั น้ยี ังเปน็ วนั ที่พระจนั ทร์เสวยมาฆฤกษ์ เหตกุ ารณ์ที่เกิดข้ึนในวันนี้พระพทุ ธเจ้าทรงเห็นเป็นเรอ่ื งอศั จรรย์ จงึ ไดท้ รงแสดง พระธรรมเทศนา “พระโอวาทปาฏโิ มกข์” ให้ปรากฏต่อมหาสังฆสันนิบาต คือ “ท่ีประชุม สงฆห์ มู่ใหญ่ ซึง่ มใี จความสาคัญ คอื การไม่ทาความชั่วทั้งปวง 1 การทาแต่ความดี 1 การทา จิตใจใหส้ ะอาดบรสิ ุทธ์ิ 1 น้ีเปน็ คาสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย” พระอรหนั ตสาวก คอื พระสงฆส์ าวกที่บรรลุธรรมสาเร็จเป็นพระอรหันตโ์ ดยสามารถ ละสงั โยชน์ 10 หรอื กิเลสผูกมัดใจไดท้ ั้ง 10 ประการ
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เร่ือง วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี 8 ชดุ ที่ 1 เรอื่ ง วนั มาฆบชู าและวันวสิ าขบชู า โอวาทปาฏิโมกข์ คอื หลักคาสอนของพระพทุ ธเจ้าทอี่ าจสรุปใจความได้เป็น 3 ส่วน ไดแ้ ก่ หลกั การ 3 คือ แนวทางทพ่ี ุทธบริษทั ควรปฏิบตั ิ ประกอบดว้ ย ไม่ทาบาปทัง้ ปวง การทากศุ ลใหถ้ ึงพร้อม การทาจิตใจให้บรสิ ทุ ธ์ิ อุดมการณ์ 4 คอื อุดมการณ์สงู สดุ ของ พระสงฆ์ อนั มีลกั ษณะทแ่ี ตกต่างจากศาสนาอื่น และวิธีการ 6 คอื แนวทางเดยี วกันและ ถกู ต้องเป็นธรรม การปฏิบัติตนในวันมาฆบชู า ตอนเชา้ พุทธศาสนิกชนจะไปทาบญุ ตักบาตรท่ีวัด ฟังพระธรรมเทศนา บาเพ็ญ สาธารณประโยชน์ และในตอนคา่ ก็จะนาดอกไม้ ธปู เทียนไปยังวดั ทอี่ ยู่ใกลบ้ ้าน พอได้เวลา พระสงฆจ์ ะประชุมกัน ยืนหันหนา้ ตรงต่อพระพุทธรปู บรรดาฆาราวาสกย็ นื ตัง้ แถวใหเ้ ป็น ระเบยี บอยดู่ ้านหลงั พระสงฆ์ จากนน้ั จดุ ธปู เทยี น พระเถระชน้ั ผู้ใหญ่ กล่าวนา คาบูชา เสร็จแลว้ ทาทกั ษณิ าวรรต โดยการเดินเวียนขวารอบพระอุโบสถหรือสถูปเจดีย์ 3 รอบ การเดินเวียนเทียนน้ีต้องทาใจให้สงบจติ จริงๆ ควรสารวจวาจา และละเว้นการทาอาการตลก คกึ คะนองต่างๆ ข้อพงึ ระลกึ ในการเวียนเทยี น รอบแรก ใหร้ ะลกึ ถงึ พระพุทธคุณว่า คาอ่าน อติ ปิ ิโส ภะคะวา อะระหงั สมั มาสมั พทุ โธ วชิ ชาจะระณะสมั ปันโน สุคะโต คาแปล โลกะวิทู อะนตุ ตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สตั ถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ แมเ้ พราะอย่างน้ี พระผมู้ ีพระภาคเจา้ พระองค์น้นั เป็นพระอรหันต์ ตรสั รู้เอง โดยชอบถึงพรอ้ มดว้ ยวชิ ชาและจรณะ เสดจ็ ไปแลว้ เป็นผู้ร้จู ักโลก เปน็ ยอด สารถผี ฝู้ กึ คนท่ีควรฝึก เป็นศาสดาของเทวดาและมนษุ ย์ทัง้ หลาย เปน็ ผตู้ ืน่ แล้ว และเปน็ ผูจ้ าแนกพระธรรม
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เร่ือง วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี 9 ชุดที่ 1 เร่ือง วนั มาฆบชู าและวันวสิ าขบชู า รอบสอง ให้ระลึกถึงพระธรรมคุณวา่ คาอ่าน สวากขาโต ภะคะวา ธัมโม สันทฏิ ฐิโก อะกาลโิ ก เอหิปสั สโิ ก โอปะนะยิโก คาแปล ปจั จตั ตัง เวทิตัพโพ วญิ ญหู ตี ิ พระธรรมอนั พระผู้มพี ระภาคเจา้ พระองค์ตรัสไวด้ ีแลว้ เป็นธรรมที่จะเหน็ ได้ ด้วยตนเอง ไมจ่ ากดั กาล เปน็ สิง่ ชวนชม เป็นความดีท่สี ามารถนอ้ มนาเขา้ สู่ ตนได้ ซ่งึ วญิ ญชู นทั้งหลายพงึ รไู้ ดจ้ าเพาะตน รอบสาม ใหร้ ะลกึ ถึงพระสังฆคณุ ว่า คาอา่ น สุปะฏปิ นั โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏปิ นั โน ภะคะวะโต คาแปล สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏปิ ันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามจี ิปะฏปิ ันโน ภะคะวะโต สาะกะสงั โฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยคุ านิ อัฏฐะ ปุริสะปคุ คะลา เอสะ คุคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย ปาหเุ นยโย ทกั ขิเณยโย อัญชะลีกะระณโี ย อะนุตตะรัง ปุญญกั เขตตงั โลกสั สาติ พระสงฆ์อันเปน็ สาวกของพระผมู้ ีพระภาคเจา้ เปน็ ผูป้ ฏบิ ตั ิดแี ล้ว ปฏบิ ตั ติ รง ปฏบิ ตั ิเปน็ ธรรม ปฏบิ ัติชอบย่งิ นีค้ อื พระอรยิ บคุ คล 4 คู่ นกั เรียนองค์เป็น 8 พระสงฆส์ าวกของพระผ้มู ีพระภาคเจ้า เปน็ ผู้ควรแกก่ ารเคารพนับถอื ควร แกก่ ารต้อนรบั ควรแก่การทาบญุ ควรแก่การกราบไหว้ เปน็ เนือ้ นาบญุ อนั ยอดเยีย่ มของโลก
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี 10 ชดุ ท่ี 1 เรื่อง วนั มาฆบชู าและวันวสิ าขบชู า เมอ่ื เวียนครบ 3 รอบแล้ว กใ็ ห้นาเครอื่ งสักการบูชาไปปักในกระถางธูป ซง่ึ ทางวัดได้ จดั เตรยี มไว้ จากน้ันก็เข้าไปในโบสถ์เพอ่ื ทาวตั ร สวดมนตแ์ ละสดับตรบั ฟังพระธรรมเทศนา เรอื่ ง “พระโอวาทปาฏิโมกข์” เรอ่ื งน่ารู้ เทศนาวิธี 4 เทศนาวิธี หรือ พุทธลลี าในการสอน หมายถึง การสอนของพระพทุ ธเจา้ ในแตล่ ะครั้ง ทีป่ ระกอบด้วย คุณลักษณะ 4 ประการ ดงั น้ี 1. สันทัสสนา คอื ชแ้ี จงเร่ืองทท่ี รงสอนให้เห็นชดั เป็นการแยกแยะ อธิบาย และ แสดงเหตผุ ลให้ชดั เจน ผู้ฟงั เข้าใจแจ่มแจง้ เห็นจริงเห็นจงั ดังไดเ้ ห็นกบั ตา 2. สมาทปนา คือ ชวนใหอ้ ยากรบั เอาไปปฏิบตั ิ เปน็ การสอนให้เห็นว่าสิ่งใดควร ปฏบิ ตั ิแนะนาหรอื บรรยายให้ซาบซ้งึ ในคณุ ค่าและเหน็ ความสาคัญทจี่ ะตอ้ งฝึกฝน จงยอมรบั และนาไปปฏบิ ตั ิ 3. สมเุ ตชนา คือ เร้าใจให้อาจหาญแกล้วกล้า เป็นการปลกุ เร้าใจใหก้ ระตอื รือร้น เกิดความอุตสาหะมกี าลังใจทจ่ี ะทาให้สาเร็จลงได้ 4. สมั ปหังสนา คือ ปลอบชโลมใจใหส้ ดชนื่ รา่ งเรงิ เป็นการบารุงจติ ให้แชม่ ชน่ื เบิกบาน เห็นคุณประโยชน์ทจี่ ะได้รบั และทางที่จะก้าวหน้าบรรลุผลสาเรจ็ ย่ิงขึ้นไป ทาใหผ้ ้ฟู งั มคี วามหวงั และเบิกบานใจ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรอื่ ง วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี 11 ชดุ ท่ี 1 เรือ่ ง วันมาฆบชู าและวนั วสิ าขบชู า ใบกิจกรรมท่ี 1.1 คาชีแ้ จง จงตอบคาถามต่อไปนใี้ ห้สมบรู ณ์ 1. ความสาคัญของวันมาฆบูชา ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… 2. การปฏิบตั ิตนของพทุ ธศาสนิกชน ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………… 3. โอวาทปาฏิโมกข์ ทีพ่ ระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงในวันมาฆบชู ามใี จความสาคัญเกีย่ วกับ เร่ืองอะไรบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เรื่อง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี 12 ชุดที่ 1 เร่อื ง วันมาฆบูชาและวนั วิสาขบชู า เฉลยใบกิจกรรมท่ี 1.1 คาช้ีแจง จงตอบคาถามตอ่ ไปนีใ้ ห้สมบูรณ์ 1. ความสาคัญของวนั มาฆบชู า เปน็ วันทพ่ี ระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงโอวาทปาฏโิ มกข์ อันเปน็ หวั ใจสาคัญของ พระพทุ ธศาสนา 2. การปฏิบัตติ นของพุทธศาสนิกชน ทาบุญตักบาตร ฟังธรรมเทศนา บาเพญ็ ประโยชน์ เวียนเทยี น 3. โอวาทปาฏิโมกข์ ท่ีพระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงในวันมาฆบชู ามีใจความสาคัญเก่ยี วกับ เร่อื งอะไรบา้ ง การไมท่ าความชัว่ ทัง้ ปวง การทาแตค่ วามดี การจาจิตใจใหส้ ะอาดบรสิ ทุ ธิ์
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เร่อื ง วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี 13 ชุดท่ี 1 เร่ือง วันมาฆบูชาและวนั วิสาขบชู า ใบกิจกรรมท่ี 1.2 คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนนาคาหรือข้อความในกรอบดา้ นล่างเตมิ ลงในชอ่ งวา่ งให้ถูกต้อง 1. ชวนใจให้อยากรับเอาไปปฏบิ ัติ เป็นการสอนให้เห็นว่าสิ่งใด ควรปฏิบตั กิ แ็ นะนาหรอื บรรยายให้ซาบซึ้งในคุณคา่ 2. ไปทาบุญตกั บาตรที่วดั ฟังธรรมเทศนา บาเพ็ญ สาธารณประโยชนป์ ลอมชโลมใจให้สดช่ืนรา่ งเรงิ 3. เป็นการบารุงจิตใจให้แชม่ ช่นื เบิกบาน เห็นคุณประโยชน์ ท่ีจะได้รบั 4. ช้แี จงเร่ืองที่ทรงสอนใหเ้ ห็นชดั เปน็ การแยกแยะ อธิบาย และแสดงเหตุผลให้ชดั เจน 5. หลักคาสอนของพระพุทธเจา้ การไม่ทาความชว่ั ทั้งปวง การทาแต่ความดี การทาจิตใจใหส้ ะอาดบรสิ ุทธ์ิ 6. เรา้ ใจให้อาจหาญแกลว้ กล้า เปน็ การปลกุ เร้าใจให้ กระตอื รือร้น เกดิ ความอตุ สาหะ การปฏบิ ตั ติ นในวนั มาฆบชู า สันทัสสนา สมาทปนา สมตุ เตชา สัมปหงั สนา โอวาทปาฏิโมกข์
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เร่อื ง วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี 14 ชดุ ที่ 1 เรอื่ ง วนั มาฆบูชาและวันวิสาขบชู า เฉลยใบกิจกรรมท่ี 1.2 คาช้ีแจง ใหน้ ักเรียนนาคาหรือขอ้ ความในกรอบดา้ นลา่ งเติมลงในช่องวา่ งใหถ้ ูกต้อง สมาทปนา 1. ชวนใจใหอ้ ยากรับเอาไปปฏบิ ัติ เป็นการสอนให้เห็นวา่ สงิ่ ใด ควรปฏิบัตกิ ็แนะนาหรอื บรรยายใหซ้ าบซึง้ ในคุณค่า การปฏิบัติตนใน วันมาฆบชู า 2. ไปทาบญุ ตกั บาตรที่วดั ฟังธรรมเทศนา บาเพญ็ สาธารณประโยชน์ปลอมชโลมใจให้สดช่ืนรา่ งเริง สัมปหังสนา 3. ปลอบชโลมใจให้สดชนื่ ร่าเริง เปน็ การบารุงจติ ใจให้แช่มชน่ื เบิกบาน เหน็ คุณประโยชน์ทีจ่ ะได้รับ สันทัสสนา 4. ชี้แจงเรอ่ื งที่ทรงสอนให้เห็นชดั เป็นการแยกแยะ อธิบาย และแสดงเหตุผลใหช้ ดั เจน โอวาทปาฏิโมกข์ 5. หลกั คาสอนของพระพุทธเจ้า การไม่ทาความชว่ั ทงั้ ปวง การทาแต่ความดี การทาจิตใจใหส้ ะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ สมตุ เตชนา 6. เร้าใจให้อาจหาญแกลว้ กล้า เปน็ การปลุกเร้าใจให้ กระตอื รือรน้ เกิดความอตุ สาหะ
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี 15 ชุดท่ี 1 เรอื่ ง วันมาฆบชู าและวนั วิสาขบชู า ใบความร้ทู ่ี 2 เรอื่ ง วันวิสาขบูชา ความเปน็ มาและความสาคญั วันวสิ าขบูชา เป็นวนั ท่พี ุทธศาสนิกชนแสดงความเคารพต่อพระพทุ ธเจา้ วิสาขบชู า ย่อมาจากคาว่า “วิสาขบูรณมบี ชู า” แปลว่า การบูชาในวนั เพ็ญ เดอื น 6 แตถ่ ้าปีใดมี อธิกมาส ก็จะเลอ่ื นไปประกอบพธิ ีในวนั เพญ็ กลางเดือน 7 วนั วสิ าขบูชาน้ถี ือเป็นวันคล้าย วนั ประสตู ิ วนั ตรัสรู้ และวันปรนิ พิ พานของพระพุทธเจา้ วันตรัสรู้ วนั ประสูติ วนั ปรินิพพาน
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี 16 ชุดที่ 1 เรอ่ื ง วันมาฆบชู าและวนั วิสาขบชู า วันวิสาขบชู า ไดร้ บั การยอมรบั จากชาวพทุ ธทวั่ โลก โดยสหประชาชาตมิ มี ติยกย่องให้ เปน็ วนั สาคญั สากลของโลก ตงั้ แต่ 15 ธันวาคม 2542 เปน็ ต้นมา หลกั ธรรมเบือ้ งต้นท่ีเกี่ยวข้องกบั วนั วิสาขบชู า วนั เพญ็ หรอื วันขนึ้ 15 ค่า เดอื น 6 เป็นวันที่พระพทุ ธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรม คือ อรยิ สัจ 4 เม่ือวันดังกลา่ วมาถึง เราก็มักจะได้ยนิ ไดฟ้ ังการพดู ถงึ คาสอนเรื่อง อรยิ สจั 4 เสมอ อรยิ สัจ 4 เป็นคาสอนท่วี ่าดว้ ยเรือ่ งอะไร มีความสาคญั อย่างไร ทาไมจงึ บอกว่าเป็นขอ้ ธรรม ท่พี ระพทุ ธเจา้ ทรงตรัสรู้ การตรัสรู้ คือ การค้นพบหลักความจริงท่สี ามารถทาใหม้ นษุ ย์ปฏบิ ัตเิ พื่อความหลดุ พ้น จากความทกุ ข์ หรอื ปลอดพ้นจากปัญหา เปรียบเหมอื นกบั นักวิทยาศาสตร์ที่คน้ พบกฎหรอื ทฤษฎีตา่ งๆ ที่เรานามาเรียนมาสอนกนั ในปจั จุบัน ต่างกันตรงทนี่ กั วิทยาศาสตร์คน้ พบกฎหรอื ทฤษฎีในเรอ่ื งไกลตวั นอกตวั แต่พระพทุ ธเจ้าทรงคน้ พบเร่อื งท่ีเกดิ ขึ้นภายในรา่ งกายและ จติ ใจของมนษุ ย์ นกั วทิ ยาศาสตร์อาศยั วตั ถสุ ่งิ ของนอกตัวเป็นเคร่อื งมือในการศกึ ษาคน้ คว้า แตพ่ ระพุทธเจา้ ทรงอาศัยว่าร่างกายและจิตใจเป็นเครอื่ งมือศึกษาหาความจรงิ กฎหรอื ทฤษฎี ทพ่ี ระองค์ทรงค้นพบเรียกว่า อรยิ สัจ 4 อริยสัจ 4 คอื ความจริงอันประเสรฐิ ความจริงท่ีทาใหผ้ ู้ประพฤตปิ ฏิบัติเขา้ ถึงความ จรงิ และค้นพบความจรงิ มี 4 ประการ คือ ทุกข์ ได้แก่ สภาพทท่ี นไดย้ าก บีบคัน้ กดดนั หรือสภาพของปญั หาที่เกดิ ขน้ึ กับ ตัวมนษุ ย์ ส่งผลให้มนุษยเ์ กดิ อาการที่เรียกว่า อดึ อดั ขดั ใจ ทนอยูไ่ มไ่ ด้กับสภาพท่ีตอ้ ง ประสบพระพทุ ธศาสนาจาแนกทกุ ขข์ องมนษุ ย์ไว้ 2 ประการ คอื ทกุ ข์ท่ีเกิดขึน้ ทางใจ เรยี กว่า “เจตสกิ ทกุ ข์” และทกุ ข์ทางกาย เรียกว่า “กายิกทุกข์” ทกุ ข์ 2 ประการน้ี พระพุทธเจ้าสอนวา่ มนษุ ย์ต้องศกึ ษาใหร้ แู้ ละเขา้ ใจให้ชัดเจนวา่ ทกุ ขห์ รอื ปัญหาของเรา คือเร่ืองอะไร
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่ือง วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี 17 ชุดท่ี 1 เร่ือง วันมาฆบูชาและวันวิสาขบชู า สมทุ ัย ไดแ้ ก่ สาเหตทุ ่ีทาให้เกดิ ปัญหาหรอื ทุกข์ พระพทุ ธศาสนาสอนถึงสาเหตขุ อง ความทกุ ข์ไว้ 3 ประการ ศัพทท์ างพระพุทธศาสนาเรยี กว่า ตัณหามี 3 ประการ คือ 1) กามตณั หา คือ ความทะยานอยากในกาม ความอยากไดใ้ นกามคุณที่สนองตอบ ต่อความต้องการทางประสาททัง้ 5 ของตนเองอยากไดอ้ ารมณ์น่าใคร่ 2) ภวตัณหา คอื ความทะเยอทะยานอยากในภพ ความอยากในภาวะของตวั ตนที่ จะได้จะเป็น อยากเปน็ อยากคงอยู่ตลอดไป ความอยากที่ประกอบด้วย มจิ ฉาทิฎฐิหรือสสั สตทฎิ ฐิ 3) วภิ วตัณหา คอื ความทะยานอยากในวิภพ อยากไม่เปน็ น่ันอยากไม่เป็นนี่ ความ อยากในความพรากพ้นไปแหง่ ตัวตน จากความเปน็ อยอู่ ย่างใดอย่างหนึง่ อันไม่ ปรารถนา อยากทาลาย อยากใหด้ ับสญู ความอยากท่ปี ระกอบด้วยมิจฉาทฏิ ฐิ หรอื อุจเฉททฏิ ฐิ ความไม่ต้องการเจออนฏิ ฐารมณ์ สาเหตขุ องความทุกข์ ท้ัง 3 ประการนี้ พระพุทธศาสนาสอนว่าจะต้องละให้ได้ ตอ้ งกาจัดให้หมดไปจากตวั ตนของเรา หรือถา้ ยังทาใหห้ มดไปหรอื ละไม่ได้ ก็ขอให้พยายาม กาจดั ใหท้ เุ ลาเบาบางลง และลดนอ้ ยลงในทกุ เรอ่ื ง ทกุ ประเด็นปญั หา นโิ รธ ไดแ้ ก่ การดบั ทุกข์ หรอื ภาวะท่ปี ลอดปญั หา หมดปญั หา พระพุทธศาสนา สอนวิธีการดบั ทกุ ข์หรือแกป้ ญั หาไว้ 5 ประการ ศัพท์ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า นิโรธ มี 5 ประการ คอื 1) วกิ ขัมภนนโิ รธ ไดแ้ ก่ การดบั ทุกข์ แก้ทุกข์ ดับปัญหา หรือแก้ปญั หา ด้วยการขม่ ไว้ 2) ตทงั คนโิ รธ ได้แก่ การดับทกุ ข์ แก้ทุกข์ ดับปัญหา หรอื แกป้ ญั หา ด้วยการใช้ธรรมที่เป็นคปู่ รับ หรือธรรมที่ตรงกันขา้ มเปน็ เครื่องมอื ในการดบั 3) สมุจเฉทนโิ รธ ได้แก่ การดบั ทกุ ข์ แกท้ ุกข์ ดบั ปัญหา หรือแกป้ ญั หา ดว้ ยการตดั ปัญหาดว้ ยการละขาด 4) ปฏิปสั สัทธนิ โิ รธ ไดแ้ ก่ การดับทุกข์ แก้ทุกข์ ดับปญั หา หรือแก้ปัญหา ดว้ ยการทาใจสงบระงบั 5) นสิ สรณนโิ รธ ได้แก่ การดบั ทกุ ข์ แกท้ ุกข์ ดบั ปญั หา หรือแก้ปญั หา ดว้ ยการสลัดออก
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี 18 ชุดที่ 1 เรอื่ ง วนั มาฆบชู าและวันวิสาขบชู า มรรค ได้แก่ หนทางแนวทางหรือวิธกี ารดาเนินการสกู่ ารดับทุกขแ์ ก้ทกุ ข์ ดบั ปญั หา หรอื แก้ปัญหา พระพทุ ธศาสนาสอนวิธดี าเนินการสู่การดบั ทุกขไ์ ว้ 8 ประการ ศพั ทท์ าง พระพุทธศาสนาเรียกว่า อรยิ อฏั ฐังคกิ มรรค แปลว่า มรรคมีองค์ 8 ประการไดแ้ ก่ 1) สมั มาทฏิ ฐิ ได้แก่ เห็นชอบ เหน็ ถกู ต้องตรงตามความเป็นจรงิ ของสรรพสงิ่ ในขอ้ นหี้ มายเอาการเห็นในอริยสัจ 4 เห็นในไตรลักษณ์ เหน็ ปฏจิ จสมปุ บาท รวมถงึ การรู้ในเร่ืองของกศุ ล อกุศล กุศลมูล และอกุศลมูล 2) สมั มาสังกปั ปะ ไดแ้ ก่ การดารชิ อบ หรือการคดิ ชอบ ในขอ้ นหี้ มายเอาการดาริ ในกศุ ลวติ ก 3 คือ เนกขัมมวติ ก การคดิ ในการงดเวน้ จากการทาความช่วั อพยาบาทวติ ก การคิดในการไม่คดิ พยาบาทอาฆาตเดือดแคน้ จองเวร และ อวิหงิ สาวิตก การคดิ ในการไมค่ ดิ ร้ายเบยี ดเบียนตนเอง ผู้อ่นื และ สรรพสัตว์ 3) สมั มาวาจา ได้แก่ การพูด การเจรจาชอบ ในขอ้ นีห้ มายเอาการพดู การเจรจา ตามแนวทางวจสี ุจริต 4 คอื เว้นจากการพูดเท็จ เว้นจาการพูดสอ่ เสยี ด เวน้ จาก การพูดคาหยาบและเว้นจากการพดู เพอ้ เจ้อไร้สาระ 4) สมั มากัมมนั ตะ ไดแ้ ก่ การกระทาชอบ หมายเอาการทาตามกายสุจรติ 3 คอื เวน้ จากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เว้นจากการถือเอาของที่เจา้ ของเขามไิ ดใ้ ห้โดยอาการ ของการลกั ขโมยและเวน้ จากการประพฤติผิดในกาม 5) สัมมาอาชวี ะ ไดแ้ ก่ การเล้ยี งชวี ิตในทางทช่ี อบ หมายเอาการเว้นจากการ ประกอบอาชพี ท่ีไมด่ ี ผดิ ศลี ผิดธรรม และผดิ กฎหมายของบา้ นเมือง พระพุทธศาสนาสอนถงึ อาชพี ที่พทุ ธศาสนกิ ชนไมค่ วรยึดถือและประกอบอาชพี 5 ประการคือ - สัตถวณิชชา ไดแ้ ก่ การคา้ ขายอาวุธ - สัตตวณชิ ชา ได้แก่ การคา้ ขายมนุษย์ - มังสวณชิ ชา ได้แก่ การค้าขายสตั วส์ าหรบั ฆ่าเปน็ อาหาร - มัชชวณิชชา ไดแ้ ก่ การค้าขายของมนึ เมา และสารเสพตดิ - วสิ วณชิ ชา ไดแ้ ก่ การค้าขายยาพิษ
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี 19 ชุดท่ี 1 เรอ่ื ง วันมาฆบชู าและวนั วิสาขบชู า 6) สัมมาวายามะ ไดแ้ ก่ การพยายามในทางที่ชอบท่ถี ูกตอ้ ง หมายเอาพยายามตาม หลกั ปธานหรอื หลักความเพยี ร 4 ประการ คอื - สังวรปธาน ได้แก่ ความเพยี รระวงั ปิดกน้ั คือ เพียงระวงั ยบั ย้ังบาปอกศุ ล ธรรมที่ยังไมเ่ กดิ ไม่ให้เกิดขน้ึ - ปหานปธาน ไดแ้ ก่ ความเพียรละหรอื เพียรจากัด คือ เพียรละบาปอกศุ ล ธรรมท่ีเกดิ ข้นึ แล้ว ใหห้ มดไป - ภาวนาปธาน ได้แก่ ความเพยี รเจริญ หรือความเพียรกอ่ ให้เกิด คอื เพียร ทากุศลที่ยังไม่เกิด ให้เกิดมีข้นึ - อนุรกั ขนาปธาน เพียรรกั ษากุศลธรรมท่ีเกิดขึ้นแลว้ ใหต้ ัง้ มั่นและให้เจริญขึ้นไป จนไพบูลย์ 7) สัมมาสติ ไดแ้ ก่ การระลึกชอบ หมายเอาการระลึกตามหลกั สติปฏั ฐานหรอื ที่ตงั้ ของสติ หรือการตั้งสตกิ าหนดพิจารณาส่งิ ทง้ั หลายใหร้ ูเ้ หน็ ความเปน็ จริงมี 4 ประการ คือ - กายานปุ สั สนาสติปฏั ฐาน ได้แก่ การตั้งสตกิ าหนดพจิ ารณาส่ิงทั้งหลายให้รู้ เหน็ ความเปน็ จรงิ ว่า กายน่ีเป็นเพยี งแต่กาย ไม่ใช่สัตวบ์ คุ คลตวั ตนเราเขาท่ี แท้จรงิ - เวทนานปุ ัสสนาสติปฏั ฐาน ไดแ้ ก่ การตั้งสตกิ าหนดพิจารณาเวทนา ใหร้ ู้เห็น ตามความจรงิ ว่า เวทนาน้ีเป็นเพียงเวทนา (ความรู้สึก) ไมใ่ ชต่ วั ตนทีแ่ ท้จริง ของเรา - จติ ตานุปสั สนาสติปฏั ฐาน ไดแ้ ก่ การตงั้ สตกิ าหนดพจิ ารณาจิต ใหร้ ูเ้ หน็ ความเปน็ จริงวา่ จติ นีก้ ส็ ักแต่ว่าจิตมใิ ชส่ ัตวบ์ คุ คลตวั ตนเราเขา - ธมั มานปุ ัสสนาสตปิ ัฏฐาน ไดแ้ ก่ การตงั้ สติกาหนดพจิ ารณาธรรม ใหร้ ู้เหน็ ความจริงว่า เปน็ แตเ่ พียงธรรม มใิ ช่สัตว์บุคคลตัวตนเราเขา 8) สมั มาสมาธิ ไดแ้ ก่ การต้ังจิตม่นั ชอบ ได้แก่ การตั้งจติ ม่ันตามหลักฌาน 4 คือ - ปฐมฌาน ไดแ้ ก่ ฌานท่ี 1 มอี งค์ 5 คือ วิตก วิจาร ปตี ิ สขุ เอกคั คตา - ทุติยฌาน ได้แก่ ฌานท่ี 2 มอี งค์ 3 คือ ปีติ สุข เอกัคคตา - ตติยฌาน ไดแ้ ก่ ฌานที่ 3 มอี งค์ 2 คอื สุข เอกัคคตา - จตุตถฌาน ได้แก่ ฌานท่ี 4 มีองค์ 2 คือ อุเบกขา เอกัคคตา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพิธี 20 ชุดที่ 1 เรือ่ ง วันมาฆบชู าและวันวิสาขบชู า ใบกิจกรรมที่ 2.1 คาช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นเขยี นเคร่อื งหมาย ลงในช่องว่างหนา้ ข้อความทีถ่ ูกต้อง และเครอื่ งหมาย ลงในชอ่ งวา่ งหน้าข้อความทไี่ มถ่ ูกตอ้ ง 1. หลักอรยิ จสจั 4 คือ ความจรงิ อนั ประเสริฐ มี 4 ประการ คอื ทกุ ข์ สมทุ ยั นิโรธ และมรรค เป็นหลกั ธรรมท่ีเกี่ยวขอ้ งกับวนั วิสาขบชู า 2. พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม (ปฐมเทศนา) ชอ่ื “ธัมมจักกปั ปวตั ตนสตู ร” แกป่ ัญจวัคคียใ์ นวันวิสาขบชู า 3. พระพุทธเจ้าประสตู ิจากพระครรภ์ของพระชนนี ณ สวนลมุ พินวี นั ซงึ่ อยู่ ระหว่างกรุงกบลิ พัสด์ุกบั กรงุ เทวทหะ 4. วันวิสาขบูชา เปน็ วันท่พี ระอรหนั ตส์ าวก จานวน 1,250 รปู มาประชุม กันโดยมิไดน้ ดั หมาย 5. วนั วิสาขบชู า คอื วนั ขึ้น 15 คา่ เดือน 6 ซ่ึงถือวา่ เปน็ วันคล้ายวนั ประสูติ วนั ตรสั รู้ และวันปรินิพพานของพระพุทธเจ้า 6. พระพทุ ธเจ้าทรงปรนิ พิ พานที่ กรงุ กสุ ินารา แคว้นมลั ละ 7. ในวนั วสิ าขบูชาควรสวดมนต์และสดับรับฟังพระธรรมเทศนา เรื่อง โอวาท ปาฏโิ มกข์ 8. หลักธรรมที่เก่ียวขอ้ งกับเหตกุ ารณจ์ าตุรงคสนั นิบาต คือ อริยสจั 4 9. นโิ รธ ไดแ้ ก่ การดับทกุ ข์ หรอื ภาวะทีป่ ลอดปัญหา หมดปัญหา พระพทุ ธศาสนาสอนวธิ กี ารดบั ทุกขห์ รอื แก้ปญั หาไว้ 5 ประการ 10. มรรค ไดแ้ ก่ หนทางแนวทางหรือวธิ ีการดาเนินการสกู่ ารดบั ทกุ ขแ์ กท้ กุ ข์ ดบั ปญั หาหรือแกป้ ญั หา พระพุทธศาสนาสอนวธิ ดี าเนนิ การสกู่ ารดับทุกขไ์ ว้ 8 ประการ
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี 21 ชดุ ท่ี 1 เรือ่ ง วนั มาฆบูชาและวันวิสาขบชู า เฉลยใบกิจกรรมที่ 2.1 คาชแี้ จง ให้นักเรยี นเขียนเครือ่ งหมาย ลงในช่องว่างหนา้ ข้อความทีถ่ กู ตอ้ ง และเครือ่ งหมาย ลงในชอ่ งว่างหนา้ ข้อความทไี่ มถ่ ูกตอ้ ง 1. หลักอรยิ จสัจ 4 คอื ความจรงิ อันประเสรฐิ มี 4 ประการ คือ ทกุ ข์ สมทุ ัย นโิ รธ และมรรค เปน็ หลกั ธรรมท่ีเก่ยี วข้องกับวนั วสิ าขบชู า 2. พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม (ปฐมเทศนา) ช่อื “ธมั มจักกปั ปวัตตนสูตร” แก่ปัญจวคั คยี ์ในวนั วสิ าขบชู า 3. พระพุทธเจ้าประสูตจิ ากพระครรภ์ของพระชนนี ณ สวนลมุ พินวี นั ซง่ึ อยู่ ระหวา่ งกรุงกบิลพสั ดกุ์ ับกรงุ เทวทหะ 4. วนั วสิ าขบชู า เปน็ วันทพี่ ระอรหนั ต์สาวก จานวน 1,250 รปู มาประชมุ กนั โดยมิไดน้ ดั หมาย 5. วันวสิ าขบชู า คอื วนั ขน้ึ 15 คา่ เดอื น 6 ซง่ึ ถือวา่ เปน็ วนั คล้ายวนั ประสูติ วันตรัสรู้ และวันปรินพิ พานของพระพทุ ธเจ้า 6. พระพทุ ธเจ้าทรงปรนิ พิ พานที่ กรงุ กสุ นิ ารา แคว้นมลั ละ 7. ในวนั วสิ าขบูชาควรสวดมนต์และสดับรับฟงั พระธรรมเทศนา เรื่อง โอวาท ปาฏิโมกข์ 8. หลกั ธรรมที่เกยี่ วขอ้ งกบั เหตุการณจ์ าตรุ งคสนั นิบาต คอื อริยสัจ 4 9. นโิ รธ ไดแ้ ก่ การดบั ทุกข์ หรอื ภาวะที่ปลอดปญั หา หมดปัญหา พระพทุ ธศาสนาสอนวิธกี ารดับทกุ ข์หรือแกป้ ญั หาไว้ 5 ประการ 10. มรรค ได้แก่ หนทางแนวทางหรอื วธิ ีการดาเนินการสกู่ ารดับทุกข์แก้ทกุ ข์ ดับปญั หาหรอื แก้ปัญหา พระพทุ ธศาสนาสอนวธิ ดี าเนนิ การสูก่ ารดบั ทกุ ขไ์ ว้ 8 ประการ
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เรอ่ื ง วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี 22 ชดุ ท่ี 1 เร่ือง วันมาฆบูชาและวนั วสิ าขบชู า ใบกจิ กรรมที่ 2.2 คาชี้แจง จงตอบคาถามต่อไปนใ้ี หส้ มบูรณ์ 1. ก่อนทีพ่ ระพทุ ธเจา้ จะทรงตรัสรู้ พระองค์ทรงเอาชนะพญามารท่ีเข้ามาขัดขวางการตรัส รูอ้ ยา่ งไร ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………..………………………… 2. สรปุ หลกั ธรรม อรยิ สจั 4 ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เพระเหตุใด วันวสิ าขบชู าจึงได้รับเลือกให้เปน็ วันสาคัญของสากลโลก ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………….……………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี 23 ชดุ ที่ 1 เรอ่ื ง วันมาฆบชู าและวนั วิสาขบชู า เฉลยใบกิจกรรมท่ี 2.2 คาชี้แจง จงตอบคาถามต่อไปนี้ใหส้ มบูรณ์ 1. ก่อนทพี่ ระพทุ ธเจา้ จะทรงตรัสรู้ พระองค์ทรงเอาชนะพญามารที่เขา้ มาขัดขวางการตรัส รู้อย่างไร พระองค์ทรงอธิษฐานถึงทานบารมแี ละใหพ้ ระแมธ่ รณมี าเป็นพยาน หลัง่ น้า ออกจากมวยผลเปน็ สายน้าใหญ่โถมใส่เหล่าพญามารพา่ ยแพ้ไป ซ่งึ เปน็ สายน้า ทพี่ ระพุทธเจ้าทรงเคยปฏิบตั ทิ านบารมนี านบั ชาตไิ ม่ถว้ น 2. สรปุ หลักธรรม อรยิ สัจ 4 อรยิ สจั 4 คือ ความจริงอันประเสรฐิ หรอื ความจรงิ ของอรยิ บุคคล 4 อย่าง ประกอบด้วย ทุกข์ สมุทัย นโิ รธ มรรค 3. เพระเหตุใด วันวสิ าขบชู าจึงไดร้ ับเลอื กให้เปน็ วันสาคัญของสากลโลก เพราะวนั วสิ าขบชู า เปน็ วันสาคญั ของพทุ ธศาสนกิ ชนทว่ั โลก เน่อื งจากเปน็ วันท่ีพระพุทธเจ้าทรงประสตู ิ ตรสั รู้ เสดจ็ ดับขันธป์ รินิพพาน อกี ทัง้ พระพุทธเจ้าทรงสงั่ สอนให้มวลมนุษยม์ ีเมตตาธรรมและขันติธรรมตอ่ เพือ่ น มนุษยด์ ้วยกนั เพื่อให้เกดิ สนั ติสุขในสงั คม อันเปน็ แนวทางของสหประชาชาติ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี 24 ชดุ ที่ 1 เรื่อง วันมาฆบูชาและวันวิสาขบชู า แบบทดสอบหลังเรยี น กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรอ่ื ง วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี ชดุ ท่ี 1 เรอื่ ง วันมาฆบูชาและวันวสิ าขบชู า คาช้แี จง 1. แบบทดสอบมีท้ังหมด 10 ขอ้ คะแนน 10 คะแนน ใช้เวลา 10 นาที 2. ให้นักเรียนเลอื กคาตอบทีถ่ ูกท่ีสดุ แล้วทาเคร่ืองหมาย x ลงในช่อง ให้ตรง กับข้อท่นี กั เรียนเลือกตอบ 1. เปน็ วนั คลา้ ยวนั ประสูติ ตรัสรู้ ปรนิ พิ พาน ไดแ้ ก่ ก. วนั มาฆบูชา ข. วันวิสาขบชู า ค. วันอาสาฬหบชู า ง. วนั อฐั มีบูชา 2. หลกั ธรรมท่ีเกีย่ วเนื่องในวันมาฆบูชา คืออะไร ก. เทศนา 4 ข. อรยิ สัจ 4 ค. อทิ ธบิ าท 4 ง. ฆราวาสธรรม 3. พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนา “โอวาทปาฏิโมกข์” ในวันใด ก. วันวสิ าขบชู า ข. วนั มาฆบชู า ค. วันเข้าพรรษา ง. วันออกพรรษา
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรือ่ ง วันสาคญั ทางพระพทุ ธศาสนาและศาสนพธิ ี 25 ชุดที่ 1 เรื่อง วันมาฆบูชาและวันวสิ าขบชู า 4. หลกั ธรรมที่เกี่ยวเน่ืองในวันวสิ าขบูชา คืออะไร ก. อริยสจั 4 ข. อิทธบิ าท 4 ค. ฆราวาสธรรม ง. ทศพธิ ราชธรรม 5. บุคคลใดตอ่ ไปนป้ี ฏบิ ตั ิตน ไม่ถกู ตอ้ งในวันขน้ึ 15 คา่ เดอื น 3 ก. หมวยต่นื มาตักบาตรแต่เชา้ ตรู่ ข. แดงชวนเพ่ือนๆ ไปเวียนท่วี ดั ตอนคา่ ค. เหมยี วไปฟังพระเทศน์เรอื่ งโอวาทปาฏโิ มกข์ ง. ต๋ีไปถวายผา้ อาบน้าฝนแดพ่ ระสงฆท์ ่วี ัด 6. องคก์ ารสหประชาชาตไิ ด้กาหนดใหว้ ันวิสาขบูชาเป็นวนั สาคญั สากลเม่อื ใด ก. 15 ธนั วาคม 2540 ข. 20 ธันวาคม 2540 ค. 15 ธันวาคม 2542 ง. 20 ธนั วาคม 2542 7. วนั มาฆบชู าตรงกับวันใด ก. ขน้ึ 15 คา่ เดอื น 3 ข. แรม 15 คา่ เดอื น 3 ค. ขนึ้ 15 ค่า เดอื น 6 ง. แรม 15 ค่า เดอื น 6
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี 26 ชดุ ที่ 1 เรือ่ ง วนั มาฆบชู าและวนั วิสาขบชู า 8. เทศนาวธิ ีหรอื พุทธลีลาในการสอนของพระพุทธเจา้ แบบใดทช่ี วนใหร้ ับคาสอนนาไป ปฏบิ ัติ ก. สนั ทสั สนา ข. สมาทปนา ค. สมุตเตชนา ง. สัมปหังสนา 9. วันวสิ าขบูชาตรงกับวนั ใด ก. ข้นึ 15 คา่ เดอื น 3 ข. แรม 15 คา่ เดือน 3 ค. ขึ้น 15 ค่า เดอื น 6 ง. แรม 15 ค่า เดือน 6 10. เพราะเหตใุ ด เราจงึ เรียกวนั มาฆบูชาว่า “วนั พระธรรม” ก. เก่ยี วขอ้ งกับไตรสิกขา ข. เกยี่ วขอ้ งกบั การแสดงปฐมเทศนา ค. เกย่ี วข้องกับพิธกี รรมทางพระพุทธศาสนา ง. เกย่ี วข้องกบั หลกั คาสอนของพระพุทธศาสนา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เร่อื ง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี 27 ชุดท่ี 1 เรือ่ ง วันมาฆบูชาและวนั วสิ าขบชู า แบบทดสอบหลังเรยี น ง กระดาษคาตอบ ข้อ ก ข ค 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี 28 ชุดที่ 1 เรื่อง วนั มาฆบชู าและวนั วิสาขบชู า แบบทดสอบหลงั เรยี น ง X กระดาษคาตอบ X ขอ้ ก ข ค 1X 2X 3X 4X 5 6X 7X 8X 9X 10
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ เรือ่ ง วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนาและศาสนพธิ ี 29 ชดุ ท่ี 1 เร่อื ง วนั มาฆบูชาและวันวิสาขบชู า บรรณานุกรม กระมล ทองธรรมชาตแิ ละคณะ. หนงั สอื เรียนสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษาศาสนาและ วัฒนธรรม พระพุทธศาสนา ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2. กรงุ เทพฯ : อักษรเจริญทศั น,์ 2547. การศาสนา, กรม. เยาวชนไทยกับพระพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พก์ ารศาสนา, 2544. จรัส พยัคมราชศกั ดิ์และคณะ. ส่อื การเรยี นรู้ พระพทุ ธศาสนา ม.2 สมบูรณแ์ บบ ชว่ งชัน้ ท่ี 3 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตามหลักการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2544. กรงุ เทพฯ : วฒั นาพานิช, 2549. ปรีชา ช้างขวัญยืน. หนังสือเรยี นสาระการเรียนรู้ พระพทุ ธศาสนา ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2. กรงุ เทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, 2547. ผอ่ งศรี จันห้าวและคณะ. หนงั สือสาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม พทุ ธศาสนา ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2. ไทยวัฒนาพานชิ , 2547. พฒั นาคุณภาพวิชาการ, สถาบนั . หนงั สอื ภาพชดุ พุทธประวตั ิ ประสูติ ตรัสรู้ ปรินพิ พาน. กรงุ เทพฯ : พฒั นาคณุ ภาพวชิ าการ (พ.ว.) จากัด, 2546. วิทย์ วศิ ทเวทย์และคณะ. หนงั สือเรียน สาระการเรยี นร้พู ื้นฐาน กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม พระพุทธศาสนา ม.2. พมิ พ์ครั้งที่ 17. กรงุ เทพฯ : อักษรเจริญทศั น์, 2552. วิทยา ปานะบุตร. คมู่ อื เสริมการเรยี นรู้ด้วยตนเอง ชว่ งชน้ั ท่ี 3 ตามหลกั สตู รการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2544 สงั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม ช้นั มัธยมศกึ ษา ปีที่ 2. กรุงเทพฯ : เพ่ิมทรพั ย์การพิมพ,์ 2522. สรุ ภา กรุดอนิ ทร์และคณะ. แบบวดั และแบบบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ พระพุทธศาสนา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2.
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรอ่ื ง วันสาคัญทางพระพุทธศาสนาและศาสนพิธี 30 ชุดที่ 1 เรอ่ื ง วันมาฆบชู าและวันวิสาขบชู า สวา่ ง วงศ์ฟา้ เล่อื น. หนังสือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน พระพทุ ธศาสนา 2 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลกั สูตรแกนกลาง การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. สานักพมิ พ์เอมพนั ธ์ จากัด, 2553. เอกรนิ ทร์ ส่มี หาศาลและคณะ. แม่บทมาตรฐานพระพุทธศาสนา. กรงุ เทพฯ : อักษรเจริญทศั น,์ 2544. พมิ พค์ ร้ังที่ 1. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทศั น,์ 2552.
Search
Read the Text Version
- 1 - 37
Pages: